กระทรวงพลังงานตั้งเป้าประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการค้า LNG/LPG ของภูมิภาคผ่านงานสัมมนา “การพัฒนาศักยภาพการซื้อขาย LNG และ LPG ในเอเชีย 2019”


กระทรวงพลังงานตั้งเป้าประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการค้า LNG/LPG ของภูมิภาคผ่านงานสัมมนา “การพัฒนาศักยภาพการซื้อขาย LNG และ LPG ในเอเชีย 2019” “OPTIMIZING LNG AND LPG TRADE IN ASIA 2019” เน้นการเชื่อมโยงทางด้านธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการในประเทศไทยและนานาประเทศ

สำหรับงานสัมมนา “การพัฒนาศักยภาพการซื้อขาย LNG และ LPG ในเอเชีย 2019” ซึ่งจะจัดขึ้นที่โรงแรมเดอะ เซนต์ รีจิส กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 27-28 กุมภาพันธ์ 2562 และเยี่ยมชมสถานีรับจ่ายก๊าซธรรมชาติเหลวของบริษัท พีทีที แอลเอนจี จำกัด ในวันที่ 1 มีนาคม 2562 ซึ่งจัดขึ้นโดยได้รับความร่วมมือจากกระทรวงพลังงานของไทย เพื่อเป็นเวทีพบปะและแลกเปลี่ยนระหว่างผู้ผลิต, ผู้ค้า, ผู้ขนส่ง, ผู้รับซื้อในธุรกิจ LNG และ LPG จากทั่วทุกมุมโลกที่มีศักยภาพแข่งขันในภูมิภาคเอเชีย และผู้ประกอบการของไทย โดยปริมาณการนำเข้าก๊าซธรรมชาติของประเทศไทยเพิ่มขึ้นทุกปี ตามแผนบริหารจัดการก๊าซธรรมชาติ 2015-2036 ทางกระกรวงพลังงานจึงสนับสนุนการจัดงานสัมมนาครั้งนี้ ซึ่งมีจุดประสงค์หลักดังนี้ (1) สนับสนุนแผนจัดหาก๊าซธรรมชาติ 2015 (2) ลดต้นทุนนำเข้าก๊าซ LNG และ LPG รวมถึงค่าใช้จ่ายในการดำเนินการต่างๆของผู้ประกอบการในประเทศไทย เพราะการขนส่งก๊าซ LNG และ LPG ทางเรือเป็นหนึ่งในวิธีการขนส่งที่มีประสิทธิภาพที่สุดที่จะขนส่งจากแหล่งผลิตมายังส่วนกลางของภูมิภาคเอเชีย แต่ต้องมีการวางแผนยุทธศาสตร์และโครงสร้างรวมถึงการวางแผนด้านตารางการขนส่งทางเรือ

อีกทั้งทวีปเอเชียยังเป็นทวีปที่มีการใช้พลังงานมากที่สุดในโลกคิดเป็น 42.50% ของการใช้พลังงานทั้งโลก (ข้อมูลปี2017) แล้ว ยังมีอัตราการใช้พลังงานที่เพิ่มขึ้นต่อปีเป็นอันดับ 2 ของโลก แต่กลับมีการใช้ก๊าซธรรมชาติเพียงแค่ 11.5% ของปริมาณการใช้พลังงานทุกประเภทในทวีปเอเชีย ถือเป็นสัดส่วนการใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงที่ต่ำที่สุดในโลกเมื่อเทียบกับทวีปอื่นๆ อีกทั้งความกังวลเรื่องคุณภาพอากาศที่กำลังเพิ่มสูงขึ้นก็เป็นอีกหนึ่งในปัจจัยที่ช่วยส่งเสริมการใช้ก๊าซ LNG และ LPG

ทั้งนี้ในประเทศไทยมีความต้องการใช้ก๊าซธรรมชาติเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 3.6%ต่อปี และ 4.1%ต่อปี สำหรับ LPG (2007-2017) แต่ปริมาณที่ผลิตได้กลับลดลงเฉลี่ย 2.7% ต่อปี (2013-2017) ซึ่งสวนทางกับความต้องการใช้ ทำให้ประเทศไทยมีแนวโน้มที่จะนำเข้าก๊าซธรรมชาติเพิ่มขึ้นทุกปี ในปี 2017 ประเทศไทยมีการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเป็นปริมาณทั้งสิ้น 13.4 พันล้านลบ.ม. และจะมีอัตราการนำเข้าเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 10%ต่อปี จนต้องนำเข้าก๊าซธรรมชาติเป็นปริมาณ 53.3 พันล้านลบ.ม. และ LPG 5.9 พันล้านลบ.ม. ในปี 2036คิดเป็น 71% และ 19.5% ของความต้องการใช้ก๊าซธรรมชาติและ LPG ทั้งหมดของประเทศไทย

อย่างไรก็ตามจากปัจจัยดังกล่าว ทำให้ประเทศไทยมองว่าการจัดหาก๊าซ LNG และ LPG ได้อย่างเพียงพอมีความสำคัญมากกว่าที่ผ่านมาทั้งในระดับชาติและภูมิภาคโดยนโยบายพลังงาน 4.0 ของประเทศไทยจะช่วยผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางด้านพลังงานของภูมิภาค และด้วยการปรับเปลี่ยนด้านการขนส่งก๊าซเป็นรายแรกๆของภูมิภาค จะเป็นตัวอย่างและศูนย์กลางทางการค้า LNG และ LPG ให้กับประเทศเพื่อนบ้านอย่างพม่า, ลาว, กัมพูชา และเวียดนาม

ขณะเดียวกันภายในงานสัมมนาจะมีผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆของ LNG และ LPG กล่าวกรณีศึกษา, ข้อมูล, ข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องกับตลาด LNG และ LPG และนวัตกรรมล่าสุด ส่วนทางผู้จัดแสดงจะนำสินค้าและบริการเพื่อให้ความรู้ในเทคโนโลยีปัจจุบันและอนาคต
โดยงานสัมมนา “การพัฒนาศักยภาพการซื้อขาย LNG และ LPG ในเอเชีย 2019” ได้รับความร่วมมือจากกระทรวงพลังงานของไทย และคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานสัมมนามากกว่า 200 ท่านจากกว่า 15 ประเทศ ที่เป็นผู้นำทางด้านธุรกิจ LNG และ LPG ของโลกเข้าร่วมงาน

งานสัมมนาครั้งนี้เป็นงานแนว “Exclusive” ของธุรกิจ LNG และ LPG ครั้งแรกของประเทศไทยร่วมจัดโดย บริษัท โพรเว่อส์ เอนจิเนียริ่ง กรู้ป จำกัด (ประเทศไทย) และ บริษัท ออล อีเวนท์ กรุ๊ป จำกัด (ประเทศสิงคโปร์) ที่ผ่านการจัดงานแนว Exclusive ของ LNG และ LPG ในกว่า 20 ประเทศทั่วโลก โดยมีการร่วมมือทางธุรกิจเกิดขึ้นจากงานสัมมนาที่ผ่านมาในอดีตทำให้คณะผู้จัดงานได้จัดงานสัมมนาแนว Exclusive ของ LNG และ LPG มาแล้วกว่า 50 ครั้ง อ่านข้อมูลเพิ่มเติมที่ http://www.lng-world.com หรือติดต่อ info@PVEgroup.asia