ก.พลังงานจ่อขยายเวลาอุดหนุน B20 พร้อมจะผลิตดีเซลยูโร 5 ลด PM 2.5 ในปี 66


รมว.พลังงานเปิดเผยหลังการประชุมร่วมกับผู้ค้าน้ำมันและโรงกลั่น เพื่อหามาตรการลดปริมาณฝุ่นละอองไม่เกิน 2.5 ไมครอน ได้เร่งรัดผู้ประกอบการโรงกลั่นในประเทศ 6 ราย พร้อมผลิตน้ำมันดีเซลคุณภาพยูโร 5 ทั้งหมดภายในปี 2566 จากเดิม 2567-68 โดยระหว่างที่ยังผลิตไม่ได้ จะหามาตรการในการจูงใจในการดำเนินการ 3 มาตรการหลัก คือ

1. ส่งเสริมการผลิตยูโร 4 พลัส ที่ลดค่ากำมะถันลง
2. หาแรงจูงใจให้จำหน่ายน้ำมันยูโร 5 มากขึ้น ด้วยการลดราคาดีเซลเกรดพรีเมียมลงอีกครั้งหนึ่ง เพื่อให้ใกล้เคียงกับดีเซลปกติมากที่สุด
3. รณรงค์การใช้ B20 โดยขยายเวลาการอุดหนุนราคให้ราคา B20 ถูกว่าราคาดีเซล หรือ B7 อัตรา 5 บาทต่อลิตรที่จะสิ้นสุดวันที่ 28 ก.พ. นี้ออกไป

โดยนายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รมว.พลังงาน เปิดเผยว่า ปัจจุบันโรงกลั่นผลิตยูโร 5 ได้เพียง 2 แห่งคือ บมจ.พีทีที โกลบอล เคมิคอล กับโรงกลั่นจากบางจาก และหากต้องปรับการผลิตโรงกลั่นทุกราย ต้องใช้เงินลงทุนทั้งหมด 35,000 ล้านบาท โดยในระหว่างนี้ซึ่งยังไม่สามารถผลิตยูโร 5 ได้ทั้งหมด จะมีมาตรการดูแลปัญหาฝุ่นที่มอบให้ทุกส่วนไปจัดทำรายละเอียดมาว่าจะดำเนินการอย่างไร ซึ่งทั้งหมดจะสรุปได้ภายในสิ้นเดือนนี้ เบื้องต้นมาตรการที่รัฐจะเข้าไปช่วยเหลือโรงกลั่นเพื่อลดภาระการลงทุนและไม่ให้กระทบราคาขายปลีก คือการลดปริมาณสำรองน้ำมันดิบลงจาก 6% ของการจำหน่ายเหลือ 1-2%

ด้านนายณัฐพล รังสิตพล ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม หรือ สศอ. เผยถึงความคืบหน้า การตอบรับกำหนดเวลาบังคับใช้มาตรฐานมลพิษระดับยูโร 5 ของบริษัทรถยนต์ทั้ง 12 ค่าย ซึ่งจะใช้สำหรับรถยนต์ใหม่ทุกรุ่นทุกคันในปี 2564 เพื่อช่วยลดปัญหามลพิษฝุ่นนั้น ล่าสุดบริษัทรถยนต์ 9 ค่าย ได้แก่ โตโยต้า บีเอ็มดับเบิลยู จีเอ็ม อีซูซุ มาสด้า เมอร์เซเดส-เบนซ์ มิตซูบิชิ และซูซูกิ ตอบรับข้อกำหนดดังกล่าวแล้ว และมี 3 ค่ายไม่ปฏิเสธ แต่ขอไปหารือกับบริษัทแม่ หรือบางค่ายยังไม่รับปากว่าจะสามารถผลิตได้ทุกรุ่น คือ ฮอนด้า ฟอร์ด และนิสสัน ซึ่งทาง สศอ. จะติดตามความคืบหน้าของทั้ง 3 ค่าย ว่าจะตอบรับในเร็วๆ นี้ได้หรือไม่ หากตอบรับก็สามารถเข้าร่วมแถงความร่วมมือกับอีก 9 ค่ายได้เลย