พลังงานดันปั๊มน้ำมันนำร่องขายดีเซล B10 เริ่ม พ.ค. นี้ – ค่ายรถยุโรป อเมริกา เมินใช้

  • 9
    Shares

รมว.พลังงานเปิดเผยภายหลังหารือร่วมกับ สนพ. พพ. ธพ. ผู้ค้าน้ำมันและผู้ผลิตยานยนต์ทุกยี่ห้อ เพื่อปรับลักษณะคุณภาพของน้ำมันดีเซล กำหนดมาตรการส่งเสริมให้มีการจำหน่ายน้ำมันดีเซล B10 เพื่อเป็นน้ำมันทางเลือก จากปัจจุบันที่กำหนดบังคับดีเซลเป็นมาตรฐาน B7 คาดว่าจะมีการนำร่องจำหน่ายในสถานีบริการภายในต้นเดือน พ.ค. นี้ หลังจากผ่านการเห็นชอบจากที่ประชุม กบง. โดยค่ายรถยนต์จากญี่ปุ่นยืนยันว่า สามารถใช้ B10 แต่ค่ายสหรัฐและยุโรปยังไม่พร้อมที่จะใช้ B10

นายศิริ จิรพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยหลังหารือร่วมกับสำนักงงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) กรมธุรกิจพลังงาน (ธพ.) ผู้ค้าน้ำมันและผู้ผลิตยานยนต์ทุกยี่ห้อ เพื่อปรับลักษณะและคุณภาพน้ำมันดีเซล โดยเพิ่มสัดส่วนไบโอดีเซล (B100) ในน้ำมันดีเซลหมุนเร็วจากปัจจุบันที่ใช้อยู่ที่ 7% หรือ B7 เป็น 10% หรือ B10

โดยในเบื้องต้น กระทรวงพลังงานเตรียมประกาศใช้มาตรฐานดีเซล B10 เพื่อเป็นน้ำมันทางเลือก หลังจากสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ญี่ปุ่น หรือ JAMA ให้การยอมรับมาตรฐานน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ B100 ทำให้ในส่วนของค่ายรถยนต์ญี่ปุ่น โดยรถยนต์ที่ผลิตตั้งแต่ป 2554 เป็นต้นไป หรือรถที่มีอายุใชงานไม่เกิน 6-7 ปี สามารถเติมน้ำมัน B10 ได้ แต่รถยนต์ที่มีอายุการผลิตเกินปีดังกล่าว จะต้องนำรไปตรวจสภาพเพื่อชำระล้างเครื่องยนต์ให้พร้อมก่อนเติม B10 ต่อไป ในขณะที่ฝั่งค่ายรถยนต์จากยุโรปและอเมริกา ยังไม่มีความพร้อมที่จะใช้น้ำมัน B10 โดยขอให้แต่ละค่ายรถ เป็นผู้ชี้แจงเหตุผลเอง

สำหรับสถานีบริการน้ำมัน (ปั๊ม) ที่จะเริ่มจำหน่ายน้ำมันดีเซล B10 นั้น จะอยู่ที่ความพร้อมของผู้ค้าแต่ละรายที่จะพิจารณา ดังนั้นในปั๊มน้ำมันแต่ละแห่ง อาจจะมีการจำหน่ายดีเซลแต่ละชนะไม่เท่ากัน เช่น บางปั๊มอาจจำหน่ายครบทั้งน้ำมัน B7, B10 และ B20 หรือบางปั๊มอาจมีเพียงบางชนิดเท่านั้น

สำหรับการขายปลีกน้ำมันดีเซล B10 จะมีการจูงใจการใช้ด้วยการลดราคา มากน้อยเพียงใดนั้นคงจะขึ้นอยู่กับทาง กบง. เป็นผู้พิจารณา อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่ามีผู้เสนอให้จูงใจการใช้เป็นระยะเวลาสั้น ด้วยการเสนอให้ลดราคาขายปลีกน้ำมันดีเซล B10 ให้ราคาถูกกว่าน้ำมันดีเซล B7 ประมาณ 1 บาทต่อลิตร โดยใช้กลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ขณะที่บางส่วนเห็นว่าไม่จำเป็นต้องลดราคา เพราะการใช้ B10 เพิ่ม เป็นการช่วยเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมัน ซึ่งคนไทยน่าจะให้การสนับสนุนอยู่แล้ว

ทั้งนี้ การส่งเสริมใช้น้ำมันดีเซล B10 จะเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยเพิ่มความต้องการใช้น้ำมันปาล์มดดิบ (CPO) จากปัจจุบันที่ 1.4 ล้านตันต่อปี เป็น 2.5-2.6 ล้านตันต่อปี ซึ่งจะช่วยดูซับสต๊อกน้ำมันปาล์มที่คาดว่าในปีนี้จะมีผลผลิตสูงเป็นประวัติการณ์รวม 3 ล้านตันต่อปี


  • 9
    Shares