สจล. ร่วมกับ มจธ. พีทีที แอลเอ็นจี ศึกษาความเป็นไปได้ในการสร้างศูนย์ข้อมูลจากพลังงานความเย็นจากการเปลี่ยนสถานะก๊าซธรรมชาติเหลว LNG

  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ร่วมกับบริษัท พีทีที แอลเอ็นจี จำกัด (บริษัท PTTLNG) และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) เปิดแผนการศึกษาความเป็นไปได้ในการลดต้นทุนด้านพลังงานไฟฟ้าสำหรับระบบทำความเย็นของศูนย์ข้อมูลจากพลังงานความเย็นในกระบวนการเปลี่ยนสถานะก๊าซธรรมชาติเหลว ลดต้นทุนบริหารจัดการศูนย์ข้อมูลมากกว่า 50% ด้วยเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลส่งเสริมให้ลงทุนอุตสาหกรรมดิจิทัล ในระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ทั้งนี้ สจล. มจธ. และบริษัท PTTLNG ได้ร่วมจัดพิธีลงนามความร่วมมือดังกล่าว ขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ ณ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง กรุงเทพฯ

รองศาสตราจารย์ สุพจน์ ศรีนิล
รองศาสตราจารย์ สุพจน์ ศรีนิล

รองศาสตราจารย์ สุพจน์ ศรีนิล รองอธิการบดีฝ่าบริหารทรัพยากรกายภาพและสิ่งแวดล้อม สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) กล่าวว่า สจล. ได้ร่วมกับ บริษัท พีทีที แอลเอ็นจี จำกัด (บริษัท PTTLNG) และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) เตรียมศึกษาความเป็นไปได้ในการก่อสร้างศูนย์ข้อมูลโดยใช้ประโยชน์จากพลังงานความเย็นในกระบวนการเปลี่ยนสถานะก๊าซธรรมชาติเหลว ศูนย์ข้อมูล (Data Center) หรือที่เรียกว่า “บิ๊กเดต้า” (Big Data) ถือเป็นระบบการจัดเก็บและรวบรวมข้อมูลที่สำคัญทั้งในระดับประเทศ องค์กร หรือธุรกิจ เพื่อเป็นข้อมูลสำคัญในการวิเคราะห์และคาดการณ์สถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น ในปัจจุบันมีองค์กรข้ามชาติขนาดใหญ่ โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจด้านดิจิทัล ที่จำเป็นจะต้องใช้ศูนย์เก็บข้อมูลขนาดใหญ่ และหลากหลายภูมิภาคในการจัดเก็บข้อมูลของผู้ใช้งาน ซึ่งคิดเป็นต้นทุนในการบริหารจัดการจำนวนมาก โดยในพื้นที่เส้นศูนย์สูตรเขตร้อน การก่อสร้างศูนย์ข้อมูลมีต้นทุนในการใช้ไฟฟ้าสูงกว่าในพื้นที่เขตอากาศหนาว จากค่าไฟฟ้าของระบบทำความเย็น ทีมนักวิชาการ สจล. จึงได้ร่วมมือกับบริษัท พีทีที แอลเอ็นจี จำกัด (บริษัท PTTLNG) และมจธ.ศึกษาความเป็นไปได้ในการใช้ประโยชน์จากความเย็น ในกระบวนการเปลี่ยนสถานะก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) เพื่อทดแทนระบบทำความเย็น (Cooling System) ของศูนย์ข้อมูล เป็นครั้งแรกของโลก ด้วยเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินการของศูนย์ข้อมูลมากกว่า 50%

รองศาสตราจารย์ สุพจน์ กล่าวต่อว่า การนำความเย็นของก๊าซธรรมชาติเหลวมาใช้ประโยชน์ จะเป็นการลดต้นทุนในการบริหารจัดการระยะยาวอย่างมหาศาลมากกว่า 50% โครงการดังกล่าว จะศึกษาการออกแบบเทคโนโลยีศูนย์ข้อมูล และคำนวนความคุ้มค่าของตลาด ที่จะสามารถจูงใจบริษัทดิจิทัลชั้นนำของโลก อาทิ เฟซบุ๊ค (Facebook) ไมโครซอฟ (Microsoft) กูเกิล (Google) ไลน์ (Line) เข้ามาลงทุนสร้างศูนย์ข้อมูล (Data Center) ในประเทศไทย ส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางศูนย์ข้อมูลของอาเซียน (ASEAN Data Center Hub) สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล ที่ส่งเสริมให้มีการลงทุนอุตสาหกรรมดิจิทัลสมัยใหม่ในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) จึงได้เกิดความร่วมมือศึกษาความเป็นไปได้ทางเทคนิคและเศรษฐศาสตร์ ในการสร้างศูนย์ข้อมูลโดยใช้พลังงานความเย็นของก๊าซธรรมชาติเหลว ร่วมกับบริษัท พีทีที แอลเอ็นจี จำกัด (บริษัท PTTLNG) และมจธ. เพื่อศึกษาและต่อยอดการสร้างศูนย์ข้อมูลที่ใช้ประโยชน์จากพลังงานความเย็นจากกระบวนการเปลี่ยนสถานะของ LNG สู่การเป็นศูนย์กลางข้อมูลหลักของภูมิภาคอาเซียน ด้วยจุดแข็งด้านภูมิศาสตร์ที่สามารเป็นศูนย์กลางในการเชื่อมต่อข้อมูลจากทั่วโลกทั้งภูมิภาคยุโรป เอเชียใต้ เอเชียตะวันออก เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และอเมริกา

นายสมชาย ระมาศ
นายสมชาย ระมาศ

ด้าน นายสมชาย ระมาศ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่วิศวกรรมและบำรุงรักษา บริษัท พีทีที แอลเอ็นจี จำกัด (บริษัท PTTLNG) กล่าวว่า บริษัท PTTLNG ได้ริเริ่มโครงการใช้ประโยชน์จากพลังงานความเย็นจากกระบวนการเปลี่ยนสถานะก๊าซธรรมชาติเหลว จากโครงการใช้พลังงานความเย็นเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตกระแสไฟฟ้า และการปลูกพืชเมืองหนาวจากพลังงานความเย็น เพื่อลดการนำเข้าจากต่างประเทศ พร้อมกับการศึกษาประโยชน์ในทางวิศวกรรมศาสตร์ เพื่อต่อยอดแผนพัฒนาอุตสาหกรรมดิจิทัล ในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรืออีอีซี (EEC) ผ่านการใช้จุดแข็งการเป็นบริษัทหลักที่มีพลังงานความเย็นจากการเปลี่ยนสถานะก๊าซธรรมชาติเหลวสำหรับเป็นเชื้อเพลิงของโรงไฟฟ้าที่มีกำลังผลิตสูงและมีแนวโน้มที่จะเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ตามความต้องการใช้พลังงานไฟฟ้าของประเทศ และจากการคาดการณ์แนวโน้มความต้องการใช้พลังงานจากก๊าซธรรมชาติเหลวที่สูงขึ้น ทำให้เกิดความเย็นจากกระบวนการเปลี่ยนสถานะก๊าซธรรมชาติเหลวดังกล่าวสูงขึ้นตามไปด้วย บริษัท PTTLNG จึงเกิดโครงการความร่วมมือ ศึกษาความเป็นไปได้ทางเทคนิคและเศรษฐศาสตร์ ในการสร้างศูนย์ข้อมูลโดยใช้พลังงานความเย็นของก๊าซธรรมชาติเหลว ร่วมกับ สจล. และ มจธ. เพื่อใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ทั้งนี้ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) และบริษัท พีทีที แอลเอ็นจี จำกัด (บริษัท PTTLNG) ได้ร่วมกันจัดพิธีลงนามความร่วมมือในโครงการศึกษาความเป็นไปได้ทางเทคนิคและเศรษฐศาสตร์ ในการสร้างศูนย์ข้อมูลโดยใช้พลังงานความเย็นของก๊าซธรรมชาติเหลว เพื่อต่อยอดการสร้างศูนย์ข้อมูลจากการใช้พลังงานความเย็นของก๊าซธรรมชาติเหลวแห่งแรกของโลก ส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางข้อมูลหลักของภูมิภาค เมื่อเร็วๆ นี้ ณ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง กรุงเทพฯ

สจล. ร่วมกับ มจธ. พีทีที แอลเอ็นจี ศึกษาความเป็นไปได้ในการสร้างศูนย์ข้อมูลจากพลังงานความเย็นจากการเปลี่ยนสถานะก๊าซธรรมชาติเหลว LNG

สำหรับผู้ที่สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักบริหารงานทั่วไปและประชาสัมพันธ์ สจล. หมายเลขโทรศัพท์ 02-329-8111 เว็บไซต์ www.kmitl.ac.th หรือ www.facebook.com/kmitlnews


  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •