พพ. ลงพื้นที่ เยี่ยมชมโครงการระบบผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานแสงอาทิตย์แบบลอยน้ำและบนหลังคา


อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน ลงพื้นที่ศึกษาศักยภาพโครงการระบบผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานแสงอาทิตย์แบบลอยน้ำและบนหลังคา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตน้ำประปา ของบริษัทเอส ซี จี เซรามิกส์ นิคมอุตสาหกรรมหนองแค จ.สระบุรี ซึ่งได้รับรางวัลดีเด่น Thailand Energy Awards 2019 ด้านพลังงานทดแทน ประเภทโครงการที่ไม่เชื่อมโยงกับระบบสายส่งไฟฟ้า และเป็นหนึ่งในโครงการที่ได้รับการคัดเลือกเข้าชิงรางวัลในเวทีประกวดอาเซียน เอ็นเนอร์จี อวอร์ด ที่จะมีขึ้นในช่วงปลายปีนี้ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ

นายยงยุทธ จันทรโรทัย อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) นำคณะเจ้าหน้าที่ พพ. และสื่อมวลชนเข้าเยี่ยมชม “โครงการระบบผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานแสงอาทิตย์แบบลอยน้ำและบนหลังคา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตน้ำประปา” ของ บริษัท เอสซีจี เซรามิกส์ จำกัด (มหาชน) นิคมอุตสาหกรรมหนองแค จ.สระบุรี เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2562 โดยมี นายนำพล มลิชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสซีจี เซรามิกส์ จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ นางสุวัฒนา กมลวัทนนิศาองผู้ว่าการ (สายงานปฏิบัติการ 1) การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ให้การต้อนรับ

อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน ลงพื้นที่ศึกษาศักยภาพโครงการระบบผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานแสงอาทิตย์แบบลอยน้ำและบนหลังคา

โดยโครงการระบบผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานแสงอาทิตย์แบบลอยน้ำและบนหลังคา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตน้ำประปา ได้รับรางวัลดีเด่น Thailand Energy Awards 2019 ด้านพลังงานทดแทน ประเภทโครงการที่ไม่เชื่อมโยงกับระบบสายส่งไฟฟ้า (Off-Grid) และเป็นหนึ่งในโครงการที่ได้รับการคัดเลือกเข้าชิงรางวัลในเวทีประกวด ASEAN Energy Awards 2019 ที่จะจัดขึ้นในช่วงปลายปีนี้ ซึ่งไทยเป็นเจ้าภาพ เนื่องจากเป็นโครงการที่มีส่วนสำคัญต่อการพัฒนานวัตกรรมด้านหลังงานทดแทน

ทั้งนี้การพัฒนาโครงการดังกล่าว ได้มีการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนทุ่นลอยน้ำและบนหลังคา รวม 160 kW เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้านำไปใช้ในกระบวนการผลิตน้ำประปา อีกทั้งยังเป็นการใช้พื้นที่หลังคาและบ่อน้ำให้เกิดประโยชน์ จากผลการดำเนินงานพบว่าระบบลอยน้ำสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้มากกว่าบนหลังคา 9% ด้วยเหตุที่อุณหภูมิของน้ำได้ช่วยลดความร้อนของแผงโซลาร์เซลล์ นอกจากนี้ยังลดการระเหยน้ำจากบ่อได้ถึง 7% โดยรวมบริษัทสามารถผลิตไฟฟ้าได้ประมาณ 236,512 หน่วยต่อปี ลดการใช้ไฟฟ้าจากระบบสายส่งได้ 14% ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 134 ตันต่อปี


Source: ภาพ-ข่าว กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กระทรวงพลังงาน
www.dede.go.th/ewt_news.php?nid=50843