มติ กบง. หนุนส่งเสริมการใช้น้ำมันดีเซล B20 และ B10 ขยายเวลาลดส่วนต่างราคาขายปลีก พร้อมดัน B10 เป็นน้ำมันดีเซลเกรดพื้นฐาน


อัพเดตข้อมูลสรุปแนวทางการส่งเสริมการใช้น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว B10 ทดแทนน้ำมันดีเซลหมุนเร็วธรรมดา B7 ล่าสุดที่ประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) มีมติเห็นชอบขยายส่วนต่างราคาขายปลีกน้ำมันดีเซล B10 ที่ 2 บาท/ลิตร และลดส่วนต่างราคาขายปลีกน้ำมันดีเซล B20 ให้ต่ำกว่าราคาดีเซล B7 ที่ 3 บาท/ลิตร โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2562 นอกจากนี้ยังเห็นชอบให้บังคับใช้น้ำมันดีเซล B10 เป็นน้ำมันดีเซลเกรดพื้นฐาน ตั้งแต่วันที่่ 1 ม.ค. 2563 โดยให้ B7 และ B20 เป็นทางเลือก เพื่อส่งเสริมการใช้น้ำมันปาล์มดิบและช่วยเหลือเกษตรกร

แนวทางการส่งเสริมการใช้น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว B10 ทดแทนน้ำมันดีเซลหมุนเร็วธรรมดา B7

จากข้อมูลรายงานผลการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2562 ซึ่งมี นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธานฯ  ที่ประชุม กบง. ได้เห็นชอบขยายส่วนต่างราคาขายปลีกน้ำมันดีเซล B10 ให้ต่ำกว่าน้ำมันดีเซล B7 ที่ 2 บาทต่อลิตร และลดส่วนต่างราคาขายปลีกน้ำมันดีเซล B20 ให้ต่ำกว่าน้ำมันดีเซล B7 ที่ 3 บาทต่อลิตร โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2562

หนุนส่งเสริมการใช้น้ำมันดีเซล B20 และ B10 ขยายเวลาลดส่วนต่างราคาขายปลีก

นอกจากนี้ กบง. มีมติเห็นชอบ ตั้งแต่ วันที่ 1 มกราคม 2563 เป็นต้นไป ให้บังคับใช้น้ำมันดีเซล B10 เป็นน้ำมันดีเซลหมุนเร็วเกรดพื้นฐาน โดยให้น้ำมันดีเซล B7 และน้ำมันดีเซล B20 เป็นทางเลือก

ผลจากการใช้กองทุนฯ ในนโยบายการส่งเสริมการใช้น้ำมันดีเซล B10 ทำให้อัตราเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง น้ำมันดีเซล B7 จากปัจจุบัน 0.50 บาทต่อลิตร เป็น 1.25 บาทต่อลิตร น้ำมันดีเซล B10 จากปัจจุบัน -0.35 บาทต่อลิตร เป็น -0.60 บาทต่อลิตร น้ำมันดีเซล B20 จากปัจจุบัน -4.20 บาทต่อลิตร เป็น -1.45 บาทต่อลิตร โดยการใช้กลไกด้านราคานี้จะเพื่อช่วยดูดซับปริมาณน้ำมันปาล์มดิบ สร้างความมั่นคงทางพลังงานที่มีส่วนผสมของวัตถุดิบในประเทศ รักษาเสถียรภาพระดับราคา CPO ของประเทศ ทำให้เกษตรกรมีรายได้ที่มั่นคง และลดปัญหามลภาวะทางอากาศ และจะนำเสนอต่อ กพช. ต่อไป

ทั้งนี้ ความพร้อมของการใช้น้ำมันดีเซล B10 คาดว่าสต็อกน้ำมันปาล์มดิบคงเหลือในปัจจุบัน และผลผลิตปาล์มที่คาดการณ์ จะสามารถรองรับการใช้ CPO ตามเป้าหมาย ที่คาดว่าเดือน ธ.ค. 2562 จะมีการใช้ไบโอดีเซล B100 ที่ระดับ 6.2 ล้านลิตรต่อวัน (เทียบเท่าการใช้ CPO 167,360 ตันต่อเดือน) มีผู้ผลิตไบโอดีเซล B100 จำนวน 9 ราย ใช้ผสมเพื่อผลิตเป็นน้ำมันดีเซล บี 10 ได้ หรือ 6,892,242 ลิตรต่อวัน และมีค่ายรถยนต์รับรองว่าใช้น้ำมันดีเซล B10 ได้ประมาณ 5.2 ล้านคัน จากจำนวน 10.4 ล้านคัน หรือร้อยละ 50 ของรถยนต์ดีเซลทั้งหมด ในส่วนผู้ค้าน้ำมันที่ผลิตและจำหน่ายน้ำมันดีเซล B10 มีความพร้อม และสนับสนุนการดำเนินการตามนโยบายของภาครัฐ

สำหรับฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เดือน ส.ค. 62 กองทุนน้ำมันฯ มีสภาพคล่องสุทธิกลุ่มน้ำมัน 1,400 ล้านบาทต่อเดือน แยกเป็นกลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอล 1,320 ล้านบาทต่อเดือน กลุ่มดีเซล 69 ล้านบาทต่อเดือน ฐานะกองทุนน้ำมันรวม ณ วันที่ 25 สิงหาคม 2562 อยู่ที่ 38,210 ล้านบาท

มติ กบง. หนุนส่งเสริมการใช้น้ำมันดีเซล B20 และ B10

กรอบนโยบายการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ภายใต้ พรบ. กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2562

กบง. ได้มีมติเห็นชอบ กรอบนโยบายการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง และคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่เกี่ยวข้องกับเรื่อง กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อให้การดำเนินงานเกี่ยวกับการแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง ในช่วงเปลี่ยนผ่าน จากสถาบันบริหารกองทุนพลังงาน (องค์การมหาชน) (สบพน.) เป็น “สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง” และเพื่อให้การรักษาเสถียรภาพระดับราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ในกรณีที่เกิดวิกฤตการณ์ด้านน้ำมันเชื้อเพลิง ให้ความเหมาะสมและต่อเนื่อง โดยให้นำเสนอ กพช. เพื่อพิจารณา ต่อไป


Source: ภาพ-ข่าว สำนักงานนโยบายและแผนพลังงงาน กระทรวงพลังงาน