“อลิซ” เครื่องบินพลังงานไฟฟ้า อนาคตของเที่ยวบินระยะสั้น ที่ช่วยลดมลพิษทางอากาศ


ผลกระทบของภาวะโลกร้อนที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบัน กำลังก่อให้เกิดอันตรายต่อทั้งผู้คนและระบบนิเวศ ไม่ว่าจะเป็นการละลายของธารน้ำแข็งขั้วโลกซึ่งส่งผลต่อการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเล การเคลื่อนตัวของคลื่นความร้อนที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ และทำให้อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งวิกฤตเหล่านี้มีสาเหตุหลักๆ มาจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างไม่มีการควบคุมขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ ผ่านพฤติกรรมการใช้ชีวิตของมนุษย์เอง ทั้งจากการขนส่ง และการผลิตในภาคอุตสาหกรรม

วิกฤตโลกร้อนที่กำลังเกิดขึ้นทำให้หลายฝ่ายหันมาตะหนักถึงปัญหา ซึ่งรวมถึงอุตสาหกรรมการบิน หนึ่งในภาคอุตสาหกรรมการขนส่งที่ส่งผลกระทบต่อภาวะโลกร้อน เนื่องจากมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในแต่ละปีเป็นจำนวนมาก โดยจากตัวเลขการบินพบว่า ในทุกๆ นาทีมีเทียวบินกว่า 84 เที่ยวบินทั่วโลกที่กำลังปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และจากข้อมูลในปีที่ผ่านมามีการเดินทางโดยเครื่องบินมากกว่า 4 พันล้านครั้งตลอดทั้งปี

การเดินทางทางอากาศเป็นอุตสาหกรรมที่ช่วยสนับสนุนให้เกิดการเติบโตทางการท่องเที่ยว และเป็นผลดีทางด้านเศรษฐกิจ แต่ในขณะเดียวกันอุตสาหกรรมนี้ ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งบริษัทผลิตเครื่องบินก็ตระหนักถึงเรื่องนี้ และมีความพยายามที่จะพัฒนาเครื่องบินที่สามารถขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้ามากขึ้น ซึ่งนอกจากจะช่วยแก้ไขปัญหาเรื่องการปล่อยมลพิษทางอากาศแล้ว ยังเป็นการช่วยลดต้นทุนค่าเชื้อเพลิงอีกทางหนึ่งด้วย

Image: Eviation

โดยล่าสุดในงานแสดงนวัตกรรมการบินและอวกาศนานาชาติ “ปารีส แอร์โชว์” ครั้งที่ 53 ที่ประเทศฝรั่งเศสเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา “อิเวียเอชั่น” บริษัทผู้ผลิตเครื่องบินจากอิสราเอลได้มีการเปิดตัว “อลิซ” เครื่องบินโดยสารขนาด 9 ที่นั่ง ที่สามารถทำระยะการบินได้ 1,046 กม. ที่ระดับความสูง 3,000 เมตร ด้วยความเร็ว 440 กม./ชม. ออกแบบขับเคลื่อนด้วยใบพัดส่วนหาง 1 ใบ และอีก 2 ใบในส่วนของปีกเพื่อควบคุมทิศทาง ซึ่งผลิตโดย “ซีเมนส์” บริษัทด้านวิศวกรรมพลังงานจากเยอรมนี และ “แม็กนิเอ็กซ์” บริษัทวิจัยออกแบบระบบพลังงานไฟฟ้าจากสหรัฐอเมริกาเป็นผู้ร่วมออกแบบมอเตอร์ และมี “เคปแอร์” สายการบินระดับภูมิภาคของสหรัฐฯได้สั่งจองอลิซ เพื่อให้บริการสำหรับเที่ยวบินระยะสั้น ซึ่งคาดว่าจะขึ้นบินได้จริงในปี 2022

อิเวียเอชั่น” ต้องการทำให้การบินด้วยไฟฟ้าเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ เนื่องจากมองว่าการเปลี่ยนมาใช้ไฟฟ้านั้นสามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานได้อย่างมีนัยสำคัญ ในขณะเดียวกันก็ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงได้ แต่ด้วยเทคโนโลยีในปัจจุบันที่ยังคงมีข้อจำกัด ทำให้ในขณะนี้เครื่องบินไฟฟ้าอย่างอลิซยังทำระยะการบินได้ในระยะทางสั้นๆ เท่านั้น แต่ในอนาคตก็มีแผนที่จะพัฒนาอลิซให้สามารถบินได้ไกลมากขึ้นถึง 1,500 กม.

และไม่ใช่ “อิเวียเอชั่น” เพียงรายเดียวเท่านั้นที่กำลังสนใจในเรื่องของการพัฒนาเครื่องบินไฟฟ้า แต่ความท้าทายของการบินด้วยพลังงานไฟฟ้านี้ กำลังอยู่ในความสนใจของยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมการบินอย่าง “โบอิ้ง” ซึ่งเมื่อต้นปีที่ผ่านมาได้เปิดตัวต้นแบบเครื่องบินพลังงานไฟฟ้าไปแล้ว รวมถึง “แอร์บัส” ซึ่งก็มีโปรเจคพัฒนาระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าไฮบริดไปเมื่อปีที่ผ่านมาเช่นกัน


Image: Statista

ในขณะที่มีการคำนวณว่าอุตสาหกรรมการบินมีส่วนในการปล่อยมลพิษทั่วโลกประมาณ 2% โดยกลุ่มการขนส่งทางอากาศประมาณ 80% ของการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ มาจากการบินที่มีเที่ยวบินระยะทางมากกว่า 1,500 กิโลเมตร (932 ไมล์) ซึ่งอุตสาหกรรมการบินพยายามต่อสู้กับผลกระทบในเรื่องนี้ ผ่านทางการปรับปรุงประสิทธิภาพ การใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ รวมถึงการเลือกใช้เชื้อเพลิงที่ยั่งยืน โดยทาง IATA (International Air Transport Association) หรือสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ ได้ให้คำมั่นที่จะลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในการเดินทางทางอากาศลง โดยตั้งเป้าให้เหลือเพียงครึ่งหนึ่งของปี 2005 ภายในปี 2050


Source: weforum.org, Image: Eviation
https://www.weforum.org/agenda/2019/08/aviation-electric-planes-climate-change
https://www.eviation.co/alice/