เชลล์ประเทศไทย มุ่งผลักดันพลังงานสะอาด ลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม ตอบสนองการพัฒนาด้านพลังงานของประเทศ


บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด ประกาศแนวทางร่วมขับเคลื่อนอนาคตประเทศไทยอย่างยั่งยืนผ่านกลยุทธ์ “พลังงานสะอาดเพิ่มประสิทธิภาพและดีต่อสิ่งแวดล้อม” มุ่งผลักดันแผนพัฒนาพลังงานอย่างยั่งยืนของไทย ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านพลังงานระดับโลกโดยกลยุทธ์ “พลังงานสะอาดเพิ่มประสิทธิภาพและดีต่อสิ่งแวดล้อม”เป็นแนวทางที่มุ่งสนับสนุนความมั่นคงด้านพลังงานในอนาคตของประเทศไทยตอบสนองความต้องการของผู้ขับขี่ทั่วประเทศที่เพิ่มสูงขึ้น ขณะเดียวกัน ยังคำนึงถึงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกผ่านนวัตกรรมด้านพลังงานการร่วมมือกันของทุกภาคส่วน ตลอดจนการพัฒนาศักยภาพและคุณภาพชีวิตของคนในประเทศ

อัษฎา หะรินสุต ประธานกรรมการบริษัทเชลล์แห่งประเทศไทยจำกัด กล่าวว่า เชลล์ตั้งเป้าพัฒนาธุรกิจด้วยความมุ่งมั่นในการผลักดันพลังงานให้เกิดความยั่งยืน เพื่อตอบสนองทิศทางการพัฒนาด้านพลังงานของประเทศ ที่มีการเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้พลังงานที่สะอาดยิ่งขึ้น เชลล์ ประเทศไทยเชื่อว่ากลยุทธ์ “พลังงานสะอาดเพิ่มประสิทธิภาพและดีต่อสิ่งแวดล้อม” จะเป็นอีกหนึ่งฟันเฟืองสำคัญที่มีส่วนช่วยให้ภาครัฐเดินหน้าขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนได้อย่างเต็มกำลัง ภายใต้นโยบายไทยแลนด์ 4.0 ซึ่งเชลล์เชื่อมั่นว่าการก้าวสู่การเปลี่ยนผ่านพลังงานเพื่อสร้างอนาคตที่ยั่งยืนนั้น จำเป็นต้องมี 3 องค์ประกอบสำคัญทำงานเชื่อมโยงกัน คือ การสร้างสรรค์นวัตกรรมการร่วมมือกันของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง และการพัฒนาศักยภาพและความเป็นอยู่ของผู้คนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ทั้งในด้านของเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ซึ่งองค์ประกอบทั้งสามด้านนี้ สอดคล้องกับแนวทางการทำงานที่เป็นหัวใจสำคัญของเชลล์ในการทำธุรกิจมาโดยตลอด นั่นคือการเติมสุขให้ทุกชีวิตหรือMaking Life’s Journey Better

องค์ประกอบสำคัญ 3 ด้าน ที่สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานที่มีประสิทธิภาพและดีต่อสิ่งแวดล้อม

1.การพัฒนาด้านนวัตกรรม : นวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนประเทศไทย เพื่อช่วยในการเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้พลังงานที่ช่วยลดก๊าซเรือนกระจกได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น นวัตกรรมด้านน้ำมันเชื้อเพลิงและน้ำมันหล่อลื่นที่ช่วยให้เครื่องยนต์สะอาดมากขึ้น ซึ่งถือเป็นตัวช่วยสำคัญที่ทำให้ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศในขณะเดียวกัน การพัฒนานวัตกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพที่มีความก้าวหน้ามากขึ้น เพื่อใช้เป็นแหล่งพลังงานทดแทน ใช้ต้นทุนต่ำลง แต่ให้พลังงานที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น สนับสนุนนโยบายการทำงานของภาครัฐที่มุ่งขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน 

นอกจากนี้ การนำเอทานอล 100% มาใช้กับรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV) แทนแบตเตอรี่ไฟฟ้ายังนับเป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมที่น่าสนใจและสอดคล้องกับนโยบายด้านพลังงานของประเทศไทย เพราะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ สนับสนุนภาคเกษตรกรรม และสร้างความมั่นคงด้านการจัดหาวัตถุดิบโดยใช้ผลผลิตในท้องถิ่นเพื่อลดการนำเข้าพลังงานหรือน้ำมันดิบจากต่างประเทศได้

2.การทำงานร่วมกันของทุกฝ่าย : ความสำเร็จในการเปลี่ยนผ่านพลังงานจำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนจากภาครัฐในเชิงนโยบาย บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ที่พัฒนาเครื่องยนต์ให้สามารถใช้เชื้อเพลิงชีวภาพได้มากขึ้น ผู้ผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพต่างๆ ที่หมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์โดยนำเทคโนโลยีที่ก้าวหน้ามากขึ้น เข้ามาช่วยในกระบวนการผลิตได้อย่างเหมาะสม ดังนั้นการร่วมมือจากทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชนหรือภาคสังคม ล้วนมีความสำคัญในการนำนวัตกรรมมาใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ

นอกจากนี้การสนับสนุนโครงการวิจัยและพัฒนาภายในประเทศให้ประสบผลสำเร็จ อาทิ การพัฒนาเอทานอล 100% เพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงหรือแม้แต่การสนับสนุนลิขสิทธิ์ด้านนวัตกรรมการกลั่นขยะให้เป็นเชื้อเพลิงชีวภาพเหล่านี้ล้วนมีความสำคัญและนำไปสู่การใช้พลังงานภายในประเทศที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

3.การพัฒนาศักยภาพและคุณภาพคุณภาพชีวิตของคนในประเทศ : บุคลากรคือองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยให้ประเทศไทยสามารถก้าวสู่การเปลี่ยนผ่านพลังงานสะอาดได้สำเร็จ และเพื่อให้การเปลี่ยนผ่านพลังงานนี้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืน การสร้างความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นให้แก่ภาคเกษตรกรรมควบคู่ไปกับการพัฒนาเยาวชนให้เป็นบุคลากรที่มีคุณภาพนับเป็นฟันเฟืองสำคัญที่มีส่วนช่วยขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวต่อไปได้เป็นอย่างมั่งคง

ตลอดเวลาที่ผ่านมาเพื่อตอบสนองความต้องการด้านพลังงานสะอาดและมีประสิทธิภาพมากขึ้นในประเทศไทยทั้งยังช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเชลล์ได้นำเสนอเทคโนโลยีต่างๆ มากมาย ทั้งในด้านน้ำมันเชื้อเพลิง น้ำมันหล่อลื่น และยางมะตอย อาทิ น้ำมันเชื้อเพลิง เชลล์ วี-เพาเวอร์, เทคโนโลยี Gas-to-liquid (GTL) ที่ใช้ผลิตน้ำมันหล่อลื่นคุณภาพสูงเทคโนโลยีการลดอุณหภูมิในการจัดส่งและจัดเก็บยางมะตอย รวมถึงเทคโนโลยีดูดซับก๊าซเรือนกระจกที่ถูกปล่อยออกมาทางท่อไอเสียเพื่อลดภาวะโลกร้อน หรือแม้แต่การสนับสนุนการพัฒนาเชื้อเพลิงชีวภาพซึ่งสนับสนุนการใช้พลังงานทางเลือกของประเทศ โดยเชลล์เป็นหนึ่งในบริษัทด้านพลังงานรายแรกๆ ที่ลงทุนผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพขั้นสูงจากกากเกษตรอื่นๆอาทิ ในปีที่ 2560 ที่ผ่านมาในระดับโลกเชลล์ได้สร้างโรงงานสาธิตที่ศูนย์เทคโนโลยีที่เมืองบังกะลอร์ ประเทศอินเดีย สำเร็จเพื่อเป็นศูนย์ที่ใช้ทดสอบและพัฒนาเทคโนโลยี IH2ที่จะช่วยแปลงกากเกษตรเป็นพลังงานได้