เอ็มเทค สวทช. จับมือ พพ. แถลงข่าวการนำร่องใช้น้ำมัน บี10 จากไบโอดีเซลคุณภาพสูง(H-FAME)ในภาคขนส่ง


          กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดย ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับ กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน(พพ.) กระทรวงพลังงาน ภายใต้การสนับสนุนจาก กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน แถลงข่าวการนำร่องใช้น้ำมัน บี10 จากไบโอดีเซลคุณภาพสูง (H-FAME) ในภาคขนส่ง ภายใต้โครงการ “สนับสนุนการเพิ่มสัดส่วนการใช้น้ำมันไบโอดีเซลให้สูงขึ้น”เพื่อเป็นทางเลือกหนึ่งในการผลักดันการเพิ่มสัดส่วนไบโอดีเซลในอนาคต

          ดร.อารี ธนบุญสมบัติรองผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สวทช.กล่าวว่าศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ หรือเอ็มเทค เป็นหน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มีหน้าที่หลักในการวิจัยและพัฒนา ตลอดจนผลักดันให้เกิดการนำผลงานวิจัยออกไปใช้ประโยชน์ในทางเศรษฐกิจ และสร้างคุณค่าให้แก่สังคม โดยโครงการ“สนับสนุนการเพิ่มสัดส่วนการใช้น้ำมันไบโอดีเซลให้สูงขึ้น” นี้ ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ผ่านกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) โดยการต่อยอดเทคโนโลยี เฮช-เฟม (H-FAME) จากโครงการร่วมวิจัย ไทย-ญี่ปุ่น ซาเทรป (SATREPS) เพื่อผลิตในระดับโรงงานสาธิตในประเทศ สำหรับการนำร่องใช้น้ำมัน บี10 ในเครื่องยนต์

          นายวันชัย บรรลือสินธุ์รองอธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) กล่าวว่า ในวันนี้เป็นการแถลงข่าวการนำร่องใช้น้ำมัน บี10 จากไบโอดีเซลคุณภาพสูง (H-FAME) ในภาคขนส่ง ซึ่งเกิดจากความร่วมมือกับพันธมิตรงานวิจัยญี่ปุ่น ได้แก่ องค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น (JICA) และสถาบันวิจัยทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่ออุตสาหกรรมชั้นสูง ประเทศญี่ปุ่น (AIST) เพื่อผลิตน้ำมันไบโอดีเซลคุณภาพสูงH-FAME ขึ้นในประเทศ ก่อนนำไปผสมเป็นน้ำมัน B10 เพื่อนำร่องใช้ในภาคขนส่งกว่า 80 คัน จาก กรมอู่ทหารเรือ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี และ สวทช เพื่อสร้างความมั่นใจในการใช้น้ำมัน B10 ในสภาวะการใช้งานจริง อันจะเป็นการสนับสนุนแนวทางการใช้ไบโอดีเซลในสัดส่วนที่สูงขึ้นในอนาคตตามแผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก พ.ศ. 2558-2579

          ดร.นุวงศ์ ชลคุป นักวิจัยอาวุโสและหัวหน้าโครงการวิจัยเอ็มเทค สวทช. กล่าวว่า การนำร่องใช้น้ำมัน B10 ในยานพาหนะที่หลากหลายประเภทกว่า 80 คัน จาก 4 หน่วยงานข้างต้นนี้ จะมีลักษณะการใช้งานที่แตกต่างกัน โดยจะมีการติดตามเก็บข้อมูลการใช้งาน เช่น ระยะทางวิ่งต่อวัน ปริมาณน้ำมัน B10 ที่ใช้ต่อวัน ทัศนะคติของผู้ขับ เพื่อประมวลผลและวิเคราะห์แนวทางการใช้น้ำมัน B10 อย่างยั่งยืนในอนาคต

          พลเรือตรี ดร. สมัย ใจอินทร์ เจ้ากรมพัฒนาการช่าง กรมอู่ทหารเรือกล่าวว่าทาง กรมอู่ มีความรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เข้าร่วมโครงการฯ นี้ โดยการนำยานพาหนะของข้าราชการทหารลูกจ้างและพนักงานราชการในสังกัดกรมพัฒนาการช่างและอู่ทหารเรือธนบุรีเข้าร่วมนำร่องการใช้B10 เพื่อใช้ในการติดต่อราชการขนส่งและเดินทาง โดยจะติดตามการใช้งานยานพาหนะดังกล่าว ร่วมกับเอ็มเทคอย่างใกล้ชิด เพื่อทำการประเมินการใช้ B10 จากไบโอดีเซลที่ได้รับการเพิ่มคุณภาพแล้ว ในภาคสนามทั้งนี้กรมอู่ฯ ได้มีการดำเนินโครงการด้านการผลิตและใช้ไบโอดีเซลมาตั้งแต่ปี 2543 อันเนื่องมาจากพระราชดำริที่เกิดจากพระอัจฉริยะภาพและสายพระเนตรที่ยาวไกลของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชน้อมเกล้าลงสู่ทหารเรือเหนืออื่นใดเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายนพ.ศ.2553 กองทัพเรือได้จัดเรืออังสนาซึ่งผ่านการใช้ B100 จากโครงการวิจัยของกรมอู่ทหารเรือถวายให้เป็นเรือพระที่นั่งของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในการเสด็จฯทางชลมารคเพื่อทรงทำพิธีเปิดประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์และสะพานภูมิพล ๑-๒ ต.ทรงคะนองอ.พระประเแดง จ.สมุทรปราการ นับเป็นโอกาสที่ดีในการเริ่มต้นขับเคลื่อนโครงการ“สนับสนุนการเพิ่มสัดส่วนการใช้น้ำมันไบโอดีเซลให้สูงขึ้น”ต่อหน้าเรือพระที่นั่งลำแรกที่ใช้น้ำมันไบโอดีเซลB100 ตามแนวพระราชดำริของพระองค์ท่าน

          ดร.ดำรงค์ ศรีพระราม รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวเพิ่มเติมว่ “มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จะมีการนำรถโดยสารสวัสดิการที่วิ่งภายในวิทยาเขตบางเขนและรถยนต์ส่วนกลาง เข้าร่วมนำร่องการใช้ B10 โดยจะติดตามการใช้งานยานพาหนะดังกล่าว ร่วมกับเอ็มเทคอย่างใกล้ชิด เพื่อทำการประเมินการใช้ B10จากไบโอดีเซลที่ได้รับการเพิ่มคุณภาพแล้ว ภายใต้สภาวะการใช้งานจริงซึ่งนอกจากจะเป็นการช่วยสร้างความตระหนักการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพในมหาวิทยาลัยแล้ว จะช่วยลดมลพิษที่เกิดขึ้นจากการเดินรถโดยสารภายในมหาวิทยาลัยอีกด้วย”

          ผู้ช่วยศาสตราจารย์นทีภู่รอดรองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี กล่าวเพิ่มเติมว่า “มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรีจะมีการนำยานพาหนะของมหาวิทยาลัย ที่มีทั้งรถกระบะบรรทุก รถตู้ และรถบรรทุกอเนกประสงค์การเกษตร (รถอีแต๋น) ตลอดจนเครื่องจักรกลการเกษตรที่ใช้สูบน้ำภายในมหาวิทยาลัยเข้าร่วมนำร่องการใช้ B10 โดยจะร่วมมือกับทางทีมวิจัยจากเอ็มเทคในการติดตามการใช้ดังกล่าว เพื่อทำการประเมินการใช้ B10ในหลากหลายรูปแบบ”