USTDA & Blue Solar Grant Signing Ceremony for SPP Hybrid Firm


โครงการ SPP Hybrid Firm ของบริษัท บลู โซลาร์ จำกัด ได้รับเงินทุนจากสำนักงานธุรกิจการค้าระหว่างประเทศสหรัฐอเมริกา USTDA (United States Trade and Development Agency) มูลค่า 553,000 เหรียญสหรัฐ เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการในระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ และระบบกักเก็บพลังงาน (Energy Storage) โดยจะนำเทคโนโลยีระบบกักเก็บพลังงาน จากสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นประเทศที่มีการติดตั้งมากที่สุดในโลก และประสบความสำเร็จในการทำให้ไฟฟ้ามีราคาถูกมาใช้ พร้อมจ่ายไฟฟ้าสู่เชิงพาณิชย์ในปีพ.ศ.2564

ร่วมลงนามในพิธีเซ็นสัญญาให้เงินทุน มูลค่า 553,000 เหรียญสหรัฐ ในโครงการ SPP Hybrid Firm ของบริษัท บลู โซลาร์ จำกัด

กรุงเทพฯ – 14 สิงหาคม 2562 : Thomas Hardy ผู้อำนวยการ สำนักงานธุรกิจการค้าระหว่างประเทศสหรัฐอเมริกา USTDA และ วิเศษ หาญสวัสดิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บลู โซลาร์ จำกัด ร่วมลงนามในพิธีเซ็นสัญญาให้เงินทุน มูลค่า 553,000 เหรียญสหรัฐ ในโครงการ SPP Hybrid Firm ของบริษัท บลู โซลาร์ จำกัด เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการในระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ และระบบกักเก็บพลังงาน (Energy Storage) ณ ชั้น 9 อาคารจีพีเอฟ ทาวเวอร์

Thomas Hardy

Thomas Hardy ผู้อำนวยการ สำนักงานธุรกิจการค้าระหว่างประเทศสหรัฐอเมริกา USTDA กล่าวว่า งานในครั้งนี้ถือเป็นการเปิดสำนักงาน USTDA อีกครั้ง หลังจากที่เคยเปิดเมื่อหลายปีก่อน อีกทั้งยังเป็นการแสดงถึงวิสัยทัศน์เอเชียแปซิฟิค และแสดงความมุ่งมั่นของรัฐบาลสหรัฐอเมริกาที่มีต่อบริษัทด้านพลังงานของไทย คือ บริษัท บลู โซลาร์ จำกัด สำหรับโครงการนี้จะช่วยสนับสนุนการใช้พลังงานหมุนเวียน ทำให้เกิดคาร์บอนต่ำ สามารถผลิตไฟฟ้า 50 เมกกะวัตต์ ทั้งในช่วง Peak และไม่ Peak อีกทั้งยังเป็นทางเลือกทางการเงิน เพื่อให้มีพลังงานที่น่าเชื่อถือในไทย และยังเป็นการสนับสนุนนโยบาย Indo -Pacific ของรัฐบาลสหรัฐอเมริกาอีกด้วย

วิเศษ หาญสวัสดิ์

ด้านวิเศษ หาญสวัสดิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บลู โซลาร์ จำกัด กล่าวว่า บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจด้านพลังงานหมุนเวียน ซึ่งพัฒนาโรงผลิตไฟฟ้าจาก Solar Roof จนถึง Solar Farm ด้วยตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) โดยใช้พลังงานสะอาดแทนการใช้พลังงานฟอสซิล ซึ่งจะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ในปีพ.ศ.2560 บริษัทฯ ชนะการประมูลโครงการ โครงการ SPP Hybrid Firm จากทางภาครัฐ เพื่อผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์และระบบกักเก็บพลังงาน โดยออกแบบระบบจ่ายพลังงานไฟฟ้า ติดตั้งพลังงาน 42 เมกะวัตต์ และระบบกักเก็บพลังงาน 54 MWh โดยโรงไฟฟ้าบลู เอสพีพี อยู่ห่างจากจังหวัดสุพรรณบุรี 10 กิโลเมตร ซึ่งเป็นศูนย์กลางเรียนรู้ด้านพลังงานหมุนเวียนและเป็นศูนย์เกษตรอินทรีย์ เริ่มจ่ายไฟฟ้าสู่เชิงพาณิชย์ในปีพ.ศ.2564

ทั้งนี้ การใช้เทคโนโลยี Energy Storage จะต้องมั่นใจว่ามีความเสถียรในระยะยาว และให้ผลตอบแทนทางการเงินที่ดี การที่บริษัท บลู โซลาร์ จำกัด ได้รับเงินทุนจากหน่วยงาน USTDA มูลค่า 553,000 เหรียญสหรัฐ เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ของระบบกักเก็บพลังงาน เนื่องจากสหรัฐอเมริกาถือเป็นประเทศที่มีการติดตั้งระบบกักเก็บพลังงานมากที่สุดในโลก และประสบความสำเร็จในการทำให้ไฟฟ้ามีราคาถูก ที่รัฐแอริโซนา เนวาดา และแคลิฟอร์เนีย

“ขณะนี้เหลือเวลาประมาณ 2 ปีครึ่ง เพื่อที่จ่ายไฟฟ้าสู่เชิงพาณิชย์ในปีพ.ศ.2564 โดยจะมีผู้เชี่ยวชาญจากสหรัฐอเมริกา

เป็นผู้ดำเนินการศึกษาอย่างละเอียดครอบคลุมทุกด้านที่เกี่ยวข้อง โดยเสนอแนะให้ผลิตไฟฟ้าในราคาไม่แพง ใช้เงินลงทุนดอกเบี้ยต่ำ พยายามหา Carbon Credit ที่มีราคาสูง เพื่อให้เกิดความคุ้มค่าในการลงทุน และเสถียรภาพของโรงไฟฟ้าในระยะยาว” วิเศษ กล่าว

วิเศษ กล่าวต่อไปว่า เรื่องแบตเตอรี่ถือเป็นเรื่องใหม่สำหรับประเทศไทย จึงต้องศึกษาข้อมูลจากหลายๆ ประเทศ โดยโครงการนี้ได้รับทุนในด้านการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ และระบบกักเก็บพลังงาน อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ มีความสนใจที่จะขยายธุรกิจพลังงานประเภทอื่น ๆ ด้วย ทั้งนี้บริษัทฯ มีสัญญาขายไฟฟ้าให้แก่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) 20 ปี ในส่วนของการขายไฟฟ้าให้ครัวเรือนและชุมชน จะต้องได้รับความยินยอมถึงจะทำได้ นอกจากการจำหน่ายไฟฟ้าภายในประเทศแล้ว บริษัทฯ สนใจที่จะเข้าไปทำธุรกิจในประเทศที่ไฟฟ้ายังเข้าไม่ถึง เช่น เมียนมา บังคลาเทศ และอินเดียอีกด้วย

USTDA & Blue Solar Grant Signing Ceremony for SPP Hybrid Firm