กพช. เดินหน้า 3 ประเด็นพลังงาน หนุนโรงไฟฟ้าชุมชน – ยกระดับน้ำมันดีเซล B10 เป็นน้ำมันพื้นฐาน


การประชุม กพช. วันที่ 11 ก.ย. 2562 กระทรวงพลังงานเสนอ 3 ประเด็นพลังงาน คือ การอนุมัติกรอบแนวนโยบายพลังงานเพื่อเศรษฐกิจฐานราก (โรงไฟฟ้าชุมชน) เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติต่อไป โดยในเบื้องต้นการส่งเสริมให้ชุมชนผลิตไฟฟ้าจะมีความหลากหลายตามศักยภาพของพื้นที่และเชื้อเพลิง เรื่องการส่งเสริมไบโอดีเซลหลังจาก กบง. เห็นชอบให้น้ำมันดีเซล B10 เป็นน้ำมันดีเซลเกรดพื้นฐานแทนน้ำมันดีเซล B7 และพิจารณากรอบนโยบายการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงภายใต้ พ.ร.บ. กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2562

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน แถลงข่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ที่มี พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุม โดยที่ประชุมได้พิจารณาวาระสำคัญ โดยเห็นชอบนโยบายพลังงานเพื่อเศรษฐกิจฐานราก (โรงไฟฟ้าชุมชน) ตามมติคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) เมื่อวันที่ 30 ส.ค. 62 ที่จะช่วยให้ชุมชนมีรายได้จากการเป็นเจ้าของโรงไฟฟ้าฯ และลดภาระค่าใช้จ่าย มีรายได้จากการจำหน่ายวัสดุทางการเกษตรเป็นเชื้อเพลิง เกิดการสร้างงาน สร้างอาชีพ และสร้างความเข้มแข็งในชุมชน ลดการย้ายถิ่นฐานของแรงงาน เกิดการจับจ่ายใช้สอยในพื้นที่ ก่อให้เกิดการหมุนเวียนของเศรษฐกิจในชุมชน สามารถนำไฟฟ้าที่ผลิตได้ สร้างมูลค่าเพิ่มในการประกอบอาชีพของชุมชน เช่น ห้องเย็น เครื่องจักรแปรรูปการเกษตร เป็นต้น

โดยในเบื้องต้นจะส่งเสริมให้ชุมชนผลิตไฟฟ้าจะมีมีความหลากหลายตามพื้นที่และเชื้อเพลิง โดยกำหนดพื้นที่เป้าหมายตั้งโรงไฟฟ้าชุมชน เป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพด้านพลังงานหมุนเวียนทั่วประเทศ และมีระบบส่งและระบบจำหน่ายไฟฟ้ารองรับไฟฟ้าที่จะผลิตจากชุมชน โดยแนวทางการจัดตั้ง ให้ภาคไฟฟ้ารัฐและ/หรือเอกชนและ/หรือชุมชน ร่วมจัดตั้ง ซึ่งมีความเป็นไปได้ทั้งเชื้อเพลิงประเภทก๊าซชีวภาพ ชีวมวล หากพื้นที่ไม่มีศักยภาพจากพืชพลังงานจะส่งเสริมการผลิตจากแสงอาทิตย์ ขนาดกำลังผลิตที่สอดคล้องความต้องการใช้ในพื้นที่ โดยอาจมีงบประมาณสนับสนุนจากกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน และกองทุนพัฒนาไฟฟ้า ทั้งนี้ ราคารับซื้อต้องกระทบต่อราคาค่าไฟฟ้าน้อยที่สุด และมีการกำหนดผลประโยชน์กลับคืนสู่ชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม เช่น ส่วนลดค่าไฟฟ้า ส่วนแบ่งผลกำไรจากการดำเนินงาน หรือรายได้จากการขายเชื้อเพลิงจากวัสดุทางการเกษตร ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้ให้ชุมชน และช่วยลดความล้ำได้อีกทางหนึ่ง

ทั้งนี้ กพช. มอบให้ กบง. พิจารณารายละเอียดโครงการโรงไฟฟ้าชุมชนตามกรอบนโยบาย เช่น เป้าหมายการรับซื้อไฟฟ้า พื้นที่ที่ไม่มีข้อจำกัดทางด้านระบบส่งและระบบจำหน่าย และแก้ไขหลักเกณฑ์ กฎ ระเบียบที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการเปิดรับข้อเสนอโรงไฟฟ้าชุมชน โดยมีกำหนดจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบไม่เกิน ปี 2565 และนำเสนอ กพช. เพื่อพิจารณาเห็นชอบต่อไป

นอกจากนี้ยังมีเรื่องการส่งเสริมการใช้ไบโอดีเซล โดยที่ประชุม กพช. ได้เห็นชอบแนวทางการส่งเสริมการใช้ไบโอดีเซล เพื่อให้การส่งเสริมการใช้ ไบโอดีเซลเป็นไปอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งรักษาเสถียรภาพระดับราคาน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) ของประเทศ เพื่อทำให้เกษตรกรมีรายได้ที่มั่นคง รวมถึงช่วยลดมลภาวะทางอากาศจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 กพช. จึงเห็นชอบแนวทางการส่งเสริมการใช้ไบโอดีเซล โดยเริ่มขยายส่วนต่างราคาขายปลีกน้ำมันดีเซล B10 ให้ต่ำกว่า B7 ที่ 2 บาทต่อลิตร และลดส่วนต่างราคาขายปลีกน้ำมัน B20 ให้ต่ำกว่าน้ำมัน B7 ที่ 3 บาทต่อลิตร โดยเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2562 เป็นต้นไป

พร้อมกันนี้ ยังมีมติเห็นชอบให้การบังคับใช้น้ำมันดีเซล B10 เป็นน้ำมันดีเซลหมุนเร็วเกรดพื้นฐาน โดยเริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 และให้น้ำมันดีเซล B7 และน้ำมันดีเซล B20 เป็นน้ำมันทางเลือก โดยได้มอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์บริหารจัดการผลผลิตปาล์มน้ำมันเพื่อใช้บริโภค และให้กระทรวงพลังงานบริหารจัดการการใช้ไบโอดีเซลสำหรับใช้เป็นเชื้อเพลิง ติดตามปริมาณการใช้น้ำมันกลุ่มดีเซล และประกาศคุณภาพไบโอดีเซลเป็นชนิดเดียว ที่สามารถนำมาผลิตน้ำมันดีเซลได้ทุกเกรด ภายในวันที่ 1 มกราคม 2563

ขณะเดียวกันที่ประชุมฯ ได้มีการพิจารณากรอบนโยบายการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ภายใต้พระราชบัญญัติกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2562 เพื่อให้การดำเนินงานเกี่ยวกับการแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง ในช่วงเปลี่ยนผ่าน จากสถาบันบริหารกองทุนพลังงาน (องค์การมหาชน) เป็น “สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง” ให้เป็นไปอย่างต่อเนื่องและไม่หยุดชะงักเพื่อให้การรักษาเสถียรภาพระดับราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ในกรณีที่เกิดวิกฤตการณ์ด้านน้ำมันเชื้อเพลิง และมอบหมายให้สำนักงานกองทุนฯ เร่งจัดทำแผนรองรับวิกฤตการณ์ด้านน้ำมันเชื้อเพลิงและแผนยุทธศาสตร์กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อเสนอ กพช. ให้ความเห็นชอบ รวมทั้งเร่งดำเนินการออกประกาศหรือระเบียบที่เกี่ยวข้องตามพระราชบัญญัติกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2562 และเพื่อให้การดำเนินงานของกองทุนฯ บรรลุตามวัตถุประสงค์ของกฎหมาย และเห็นชอบ (ร่าง) คำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ ../2562 เรื่อง กำหนดมาตรการแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง ให้นำเสนอนายกรัฐมนตรี ต่อไป