TMA ร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศ จัดสัมมนา “Global Business Dialogue 2018: Innovating the Sustainable Future” สร้างสรรค์คุณภาพชีวิต ส่งเสริมสังคมให้น่าอยู่ ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อพัฒนาธุรกิจ และโลกให้เติบโตอย่างยั่งยืน


          ทุกวันนี้ไม่สามารถปฏิเสธได้ว่า ผู้คนทั่วโลกได้ถูกเชื่อมต่อกันด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม เราทุกคนสามารถเข้าถึงข่าวสาร ข้อมูล และความรู้ได้อย่างไม่จำกัด และก่อให้เกิดโอกาสต่างๆ มากมาย การใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมอย่างถูกวิธียังสามารถช่วยให้ประชาคมโลกเห็นถึงอุปสรรคและความท้าทายต่างๆ ของการพัฒนาอย่างยั่งยืนได้ดียิ่งขึ้น และช่วยสร้างแนวทางเพื่อให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนได้ในที่สุด

          สมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย (TMA) จับมือกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเวทีใหญ่ “Global Business Dialogue 2018: Innovating the Sustainable Future” วันที่ 2-3 ตุลาคม 2561 ณ โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพฯ ราชดำริ  โดยรวบรวมผู้มีชื่อเสียงจากทั้งในประเทศและต่างประเทศกว่า 18 คน ที่มากประสบการณ์ในการช่วยเหลือสังคมให้ก้าวสู่ Sustainable Development Goals (SDGs) มาร่วมเผยแนวคิดการพัฒนาคุณภาพชีวิต สังคม และธุรกิจด้วยการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เข้ามามีส่วนร่วมสร้างสรรค์โลกให้ยั่งยืน ซึ่งได้มีกรณีศึกษาที่เกิดขึ้นจริงจากแอฟริกา เยอรมัน และจังหวัดเชียงราย เข้ามาแชร์ประสบการณ์เรื่องของการบริหารจัดการอาหารไม่ให้เหลือทิ้ง การทำธุรกิจที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม  การสร้างพลังงานหมุนเวียนสำหรับชุมชน และการช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสให้มีชีวิตที่ดีขึ้น ฯลฯ นอกจากนี้เนื้อหาได้ครอบคลุมถึงความสำคัญของการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมที่มีผลต่อการบรรลุสู่  “เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน” หรือ Sustainable Development Goals (SDGs)

          งาน  “Global Business Dialogue 2018: Innovating the Sustainable Future”  ได้จัดประเด็นการพูดคุยไว้อย่างน่าสนใจ อาทิ A Life-Changing Experience กล่าวถึงการนำเทคโนโลยีมาทำให้ชีวิตดีขึ้น ช่วยให้มีพลังงานใช้ มีอาหารกิน และมีน้ำใช้ พร้อมยกกรณีศึกษาที่น่าสนใจจากแอฟฟริกา โดย Ms. Irena Bakic คนรุ่นใหม่ที่ยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับคนแอฟฟริกา และมีบทบาทสำคัญในโครงการต่างๆ ของ UNICEF Innovation Units ในยูกันดาและนิวยอร์ก รวมทั้งโครงการ Coding Bus Africa ที่ช่วยให้เยาวชนสามารถค้นพบและสร้างสรรค์เทคโนโลยีเพื่อความยั่งยืน และอีกประเด็นที่เป็นเทรนด์อนาคตที่น่าจับตามองโดยเฉพาะหน่วยงานองค์กร หรือบริษัทฯ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในวัฎจักรอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม

          หัวข้อ Circular Economy: The Future of Food” กล่าวถึงอาหารที่เหลือทิ้งจากการรับประทาน และจากการขนส่งแล้วจะนำอาหารในส่วนนี้ไปทำอะไรได้บ้าง รวมถึงทำอย่างไรให้มีอาหารเพียงพอต่อโลก เพราะจะช่วยมลภาวะเป็นพิษ ลดโลกร้อนและยกระดับคุณภาพชีวิตในสังคมให้ดียิ่งขึ้น โดย มร. มาร์ค บัคลี่ย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้งของ ANJA GmbH & Co. KG และ ALOHAS ECO-Center  ซึ่งเป็นองค์กรที่มุ่งผลิตอาหารและเครื่องดื่มอย่างยั่งยืน และยังใช้นวัตกรรมใหม่ๆ สร้างพลังงานทดแทน โดยปราศจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและของเสีย และหัวข้อ Click, Share and Engage for Sustainable Planet โดยนายอริยะ พนมยงค์ กรรมการผู้จัดการ LINE ประเทศไทย โดยจำนวนผู้ใช้งาน LINE ในประเทศไทยนั้นมีมากกว่า 42 ล้านคน หรือมากกว่า 63% ของคนไทยทั้งหมด ดังนั้น LINE จึงกลายเป็นแพลตฟอร์มสำคัญทั้งในด้านการแสดงความคิดเห็น การสร้างความร่วมมือ และการผลักดันให้เกิดความยั่งยืนในทุกระดับได้ ร่วมด้วยนายนันทิวัต ธรรมหทัย ผู้อำนวยการองค์กรสัมพันธ์และการสื่อสาร บริษัท โคคา-โคล่า (ประเทศไทย) จํากัด เป็นต้น นอกจากนนี้ยังมีกลุ่มสตาร์อัพ และน้องๆ นักศึกษาเข้าร่วมเวิร์กช้อป The Future for All เพื่อแสดงความคิดเห็นถึงวิธีการที่จะเปลี่ยนแปลงโลกอย่างยั่งยืน

          ในฐานะที่ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประชาคมโลกที่ให้ความสำคัญกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนเป็นอย่างมากได้กำหนดให้เป็นนโยบายในระดับประเทศ และนอกจากนี้ประเทศไทยยังตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่กำลังเกิดขึ้นกับธุรกิจทั่วโลกอีกด้วย การจัดงานสัมมนาครั้งนี้ได้รับการตอบรับจากทุกหน่วยงานทั้งภาครัฐ เอกชน สตาร์อัพ และน้องๆ นิสิตนักศึกษา กว่า 300 คน