บ้านปู อินฟิเนอร์จี ชูโซลาร์รูฟท็อป กุญแจขับเคลื่อนสู่เมืองอัจฉริยะ

บ้านปู อินฟิเนอร์จี ชูโซลาร์รูฟท็อป กุญแจขับเคลื่อนสู่เมืองอัจฉริยะ


แวดวงพลังงาน คงไม่มีใครไม่รู้จัก บริษัท บ้านปู อินฟิเนอร์จี จำกัด เป็นบริษัทลูกของบริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ผู้เชี่ยวชาญด้านการวางระบบและเทคโนโลยีด้านพลังงานและให้บริการด้านการวางระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบครบวงจร ที่ผสานเทคโนโลยีหลากหลายรูปแบบและทันสมัย โดยนำประสบการณ์ในการดำเนินธุรกิจด้านพลังงานของบ้านปู มากกว่า 3 ทศวรรษ ทั้งในประเทศและต่างประเทศมาช่วยผลักดันให้เกิดการใช้พลังงานที่สมดุลอย่างยั่งยืนและได้ประโยชน์สูงสุดด้วยโซลูชั่นด้านพลังงานที่มีความเสถียร ราคาเหมาะสมและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อเปลี่ยนผ่านประเทศไทยสู่สมาร์ทซิตี้อย่างเป็นรูปธรรม

แนวโน้มศักยภาพการเติบโตของโซลาร์เซลล์

กนกวรรณ จิตต์ชอบธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท บ้านปู อินฟิเนอร์จี จำกัด (BPIN) กล่าวว่า ภาพรวมของพลังงานทดแทนทั่วโลก มีแนวโน้มการเติบโตไปในทิศทางที่ดี โดยเฉพาะในมุมของพลังงานทดแทน อย่างโซลาร์เซลล์ที่ถือว่าเป็นพลังงานทดแทนในระดับต้นๆ ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา การเติบโตค่อนข้างที่จะเร็ว ในขณะที่ประเทศไทยเองทิศทางของโซลาร์เซลล์นั้นไม่ต่างกันกับทิศทางโลก ที่ผ่านมา จากสถิติและรายงานสัดส่วนการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ของกระทรวงพลังงาน พบว่าสัดส่วนการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ใน พ.ศ. 2560 อยู่ที่ประมาณ 2,600 เมกะวัตต์ และใน พ.ศ. 2579 มีการประเมินว่าสัดส่วนการใช้พลังงานแสงอาทิตย์จะเติบโตอยู่ที่ประมาณ 6,000 เมกะวัตต์ แนวโน้มดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายภาครัฐที่ต้องการส่งเสริมให้เกิดการใช้พลังงานทดแทน นั่นก็คือ โซลาร์เซลล์เพิ่มมากขึ้น ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกันทั่วโลก อาจจะต่างกันเพียงกฎระเบียบในแต่ละประเทศเท่านั้น อย่างรัฐเเคลิฟอร์เนีย ล่าสุดเริ่มมีการร่างกฎหมายใหม่ ซึ่งเป็นภาคบังคับสำหรับอาคารสร้างใหม่ทุกอาคารจะต้องมีการติดตั้งโซลาร์เซลล์ แต่สำหรับเมืองไทยเองอาจจะยังไม่ก้าวไปถึงจุดนั้น เป็นเพียงการเริ่มต้น ด้วยนโยบายของภาครัฐที่ชัดเจนในการสนับสนุนให้ทุกคนหันมาใช้โซลาร์เซลล์ให้มากขึ้น กอปรกับเริ่มมีแนวทางการส่งเสริมเรื่องโซลาร์รูฟท็อปเสรี
ที่ถือว่าเป็นแนวโน้มและทิศทางที่ดีของบ้านเรา นั่นหมายความว่าภาครัฐเองคงเตรียมความพร้อมไว้แล้ว ในอนาคตคุณไม่จำเป็นต้องติดโซลาร์เซลล์เพื่อใช้งานในโรงงาน ในบ้านเรือนอย่างเดียว แต่อาจจะติดตั้งเพื่อช่วยสนับสนุนนโยบายภาครัฐที่ต้องการเพิ่มสัดส่วนของพลังงานทดแทนเพื่อสร้างความสมดุลด้านพลังงานในประเทศ

“โซลาร์เซลล์มีการเติบโตขึ้นอย่างแน่นอนและทั่วโลกมองไปในทิศทางเดียวกัน เพียงแต่ว่าในแต่ละประเทศอาจจะออกนโยบายที่เหมาะสมของประเทศนั้นๆ โดยเฉพาะประเทศไทยนโยบาย Thailand 4.0 สำหรับพลังงานทดแทน ที่จะมุ่งไปสู่ Energy 4.0 ในมุมของโซลาร์รูฟท็อปหรือโซลาร์เซลล์ภายในปีนี้ต้องเติบโตแบบก้าวกระโดดให้ได้ ให้เกิดการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ให้เร็วที่สุด”

Greener & Smarter ตอบรับเทรนด์พลังงานที่ยั่งยืน

กนกวรรณ กล่าวว่า บมจ.บ้านปู และบริษัทลูกทุกแห่งในเครือ ศึกษามองหาเทคโนโลยีและการลงทุนใหม่ๆ เพื่อเพิ่มศักยภาพให้กับการดำเนินธุรกิจ ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า และเตรียมรับเทรนด์ด้านพลังงานในอนาคต สอดคล้องกับกลยุทธ์ Greener & Smarter ของบ้านปู มุ่งดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดและมีประสิทธิภาพด้วยเทคโนโลยีด้านพลังงานที่ทันสมัย พร้อมนำองค์ความรู้ด้านนวัตกรรมพลังงานจากการดำเนินธุรกิจในต่างประเทศมาเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศในยุค 4.0และสำหรับบริษัท บ้านปู อินฟิเนอร์จี จำกัด ที่ก่อตั้งขึ้นมาเพื่อให้บริการด้านการวางระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบครบวงจร (One Stop Service) ผนวกกับเทคโนโลยีที่ทันสมัย รวมถึงนำเสนอโซลูชั่นด้านพลังงานอื่นๆ เพื่อมุ่งไปสู่การเป็น Smart City หรือเกิดเป็น Smart Community ด้วยการเริ่มจากโซลาร์รูฟท็อปซึ่งถือว่าเป็นพลังงานทดแทนตัวท็อปที่ค่อนข้างจะเกิดขึ้นได้ง่ายที่สุด ผนวกเข้ากับประสบการณ์ในการดำเนินธุรกิจด้านพลังงานของบ้านปู ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะการบริหารธุรกิจโซลาร์ฟาร์มในประเทศจีนและญี่ปุ่น มาแล้วกว่า 300 เมกะวัตต์ ฉะนั้นจึงนำเอาประสบการณ์ตรงนี้มาต่อยอดให้เกิดการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศให้มากที่สุด จึงเป็นจุดเริ่มที่ว่า ถ้ามองจุดสุดท้ายคือการก้าวไปสู่ Smart Community ต้องมองกลับมาที่การใช้พลังงานอย่างไรให้ Smart มากขึ้นนั่นคือการที่เราอยากส่งเสริมให้คนไทยสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการผลิตและการใช้พลังงานสะอาดได้ง่ายขึ้นโดยไม่ต้องลงทุนเอง ที่ต้องเริ่มต้นจากสิ่งที่ง่ายสุด ชักชวนภาคประชาชน ภาคเอกชน ช่วยกันผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์รูฟท็อปในรูปแบบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ภายใต้แนวคิด “Go Green Together” พร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการผลิตและการใช้พลังงานสะอาดได้ง่ายยิ่งขึ้น โดยไม่ต้องลงทุนค่าติดตั้งหรือค่าอุปกรณ์ (Zero Investment) ประหยัดต้นทุนพลังงานได้อีกมาก

พัฒนาแอพพลิเคชั่น “INFINERGY” ขานรับโลกดิจิทัล

บ้านปู อินฟิเนอร์จี มีบริการครอบคลุมครบวงจรตั้งแต่ การให้คำปรึกษา ออกแบบระบบ ติดตั้ง ตรวจสอบ ไปจนถึงซ่อมบำรุงสำหรับลูกค้าภาคอุตสาหกรรมและธุรกิจขนาดใหญ่ ทั้งยังให้ความสำคัญด้านบริการหลังการขาย และเพื่อตอบโจทย์กับนโยบาย Thailand 4.0 จึงได้พัฒนาแอพพลิเคชั่น INFINERGY ที่สามารถตรวจสอบข้อมูลด้านพลังงานแบบเรียลไทม์ ทำให้รู้ยอดการผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ได้ตลอดเวลา หรือตรวจสอบข้อมูลย้อนหลัง ตรวจเช็กค่าไฟฟ้าที่ประหยัดได้ตั้งแต่เริ่มติดตั้ง หรือแม้แต่ปริมาณการลด Co2 ในอากาศ หากระบบโซลาร์เซลล์มีปัญหา จะมีระบบแจ้งเตือนผ่านทางแอพพลิเคชั่นไปยังลูกค้า รวมไปถึงการใช้โดรนบินสำรวจเพื่อตรวจสอบคุณภาพของแผงโซลาร์ การตรวจสอบการทำงานของระบบโซลาร์แบบเรียลไทม์จากห้องคอนโทรลรูมของบริษัทฯ และแจ้งเตือนไปทางทีมงานบ้านปู อินฟิเนอร์จี เพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาได้ทันท่วงที พร้อมทีม Call Center ที่ดูแลลูกค้าตลอด 24 ชั่วโมง กนกวรรณ กล่าว

Smart Community ในแบบฉบับไทยๆ

กนกวรรณ กล่าวว่า แนวทางการพัฒนาเพื่อให้ประเทศก้าวไปสู่ Smart City นั้น ในความเป็นจริงแล้วทั่วโลกหรือแต่ละเมืองของประเทศนั้นๆไม่จำเป็นต้องมีรูปแบบที่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับปัญหาและข้อจำกัดของแต่ละพื้นที่ จึงทำให้ไม่มีรูปแบบที่แน่นอนหรือตายตัว แต่กระนั้นแล้ว ทุกประเทศย่อมมีปลายทางที่ออกมาเหมือนกัน นั่นก็คือต้องการให้ประเทศมีความอัจฉริยะ ความสะดวกสบาย และยั่งยืน เหมือนในประเทศญี่ปุ่น ที่ต้องเผชิญกับภัยพิบัติทางธรรมชาติ รัฐบาลจึงร่วมกับภาคส่วนต่างๆ พัฒนา Smart City เพื่อรับมือกับภัยพิบัติทางธรรมชาติ มีการเตรียมความพร้อมด้านพลังงาน ฉะนั้น สิ่งสำคัญที่ต้องย้อนกลับไปมองคือ
เมืองของเรานั้นมีปัญหาตรงไหน แล้วนำเทคโนโลยีเข้าไปเสริม ให้เมืองนั้นอัจฉริยะได้ในแบบฉบับของตัวเอง

“เมื่อไรก็ตาม หากการเริ่มต้นแค่การติดโซลาร์รูฟท็อป ได้รับความร่วมมือในการติดตั้งกันทั้งประเทศ เสริมด้วยเทคโนโลยีที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพ อย่างแบตเตอรี่ซึ่งเป็นตัวกักเก็บพลังงาน (Energy Storage System: ESS) และต่อยอดไปสู่เทคโนโลยี ระบบบริหารจัดการพลังงาน (Energy Management System: EMS) เป็นการวางแผนการใช้พลังงาน จนครบทั้งระบบข้างต้น ก็จะสามารถควบคุมการใช้พลังงานโดยรวมของประเทศให้ได้ประโยชน์สูงสุด”

แต่อย่างไรก็ตาม เราไม่ได้มุ่งเน้นว่าให้เป็นแค่โซลาร์รูฟท็อปเท่านั้น แต่อยากให้เห็นว่าโซลาร์รูฟท็อปคือหนึ่งในจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนพลังงานแสงอาทิตย์ซึ่งมีอยู่ทั่วไป ให้เป็นพลังงานไฟฟ้า ทั้งนี้ยังมีส่วนอื่นๆ อีกมากมายที่สามารถพัฒนาให้เกิดการใช้พลังงานได้คุ้มค่าที่สุด รถยนต์ (Electric Vehicle: EV) ก็เป็นอีกส่วนหนึ่งซึ่งเข้ามาเสริมได้อีกเช่นกัน ทั้งหมดนี้ก็คือ Smart Concept ในส่วนพลังงาน แต่กระนั้นแล้วก็ไม่อยากให้มองว่า Smart City มีเพียงรูปแบบเดียว ยกตัวอย่างเช่น หากเราเห็นว่าไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม เราก็สามารถพัฒนาไปสู่ Smart Agriculture ด้วยการนำเทคโนโลยีเข้ามาเสริมให้ Smart ในแบบฉบับประเทศไทยของเรานั่นเอง

จับมือพันธมิตรธุรกิจแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ต่อยอดพัฒนาเทคโนโลยีที่ไม่หยุดนิ่ง

บ้านปู อินฟิเนอร์จี ให้บริการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปแบบครบวงจรแก่ลูกค้าในหลากหลายอุตสาหกรรม เช่น ภาคการศึกษา ภาคอุตสาหกรรม แฟชั่นเอาท์เล็ต สถานีบริการน้ำมัน โรงแรม และโรงพยาบาล และในอนาคตมองไปยังกลุ่มตลาดบ้าน ซึ่งจำเป็นต้องมีเทคโนโลยีแบตเตอรี่เข้ามาเสริม และนอกจากนี้แล้ว บ้านปู อินฟิเนอร์จี ยังไม่หยุดที่จะพัฒนาไปข้างหน้า ใน พ.ศ. 2560 ได้ร่วมลงทุนกับ บริษัท ซันซีป กรุ๊ป ผู้นำด้านการให้บริการพลังงานสะอาดแบบครบวงจรรายใหญ่ในสิงคโปร์ เพื่อพัฒนาโซลาร์รูฟท็อปให้ผนวกเข้ากับเทคโนโลยีอื่นๆ เพื่อให้เกิด Smart Community เป็นการแลกเปลี่ยน Know How และประสบการณ์ซึ่งกันและกัน เพราะการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปในแบบหลังคาไทยอาจจะแตกต่างกับการติดตั้งบนตึกในพื้นที่ขนาดเล็กของสิงคโปร์

“ในขณะที่มีการพัฒนาโซลาร์รูฟท็อปนั้น แน่นอนว่าความท้าทายที่ต้องเจอก็คือ เทคโนโลยีไม่หยุดนิ่ง เราต้องมองหาเทคโนโลยีที่ใช่สำหรับประเทศไทย สำหรับลูกค้าและสำหรับบ้านปูเอง”

ทั้งนี้ บ้านปู อินฟิเนอร์จี ได้ตั้งเป้าผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ให้ได้รวม 300 เมกะวัตต์ภาย ใน พ.ศ. 2563 เพื่อตอบรับความต้องการของลูกค้าในอนาคต ปัจจุบันติดตั้งไปแล้ว 123 เมกะวัตต์ แบ่งเป็นกำลังการผลิตจากซันซีป กรุ๊ป 110 เมกะวัตต์ และที่เหลือจากการดำเนินติดตั้งเองในประเทศไทยอีก 13 เมกะวัตต์ และล่าสุดได้เข้าไปลงทุนในธุรกิจจัดเก็บพลังงานของสิงคโปร์ คือ บริษัท นิว รีซอสเซส เทคโนโลยี จำกัด ในการเตรียมขยายสู่ธุรกิจจัดเก็บพลังงานในอนาคตอันใกล้


เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวของคุณได้เอง โดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    คุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรังปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

Save