สัมมนาเชิงวิชาการ “โรงไฟฟ้าชุมชน เพื่อเศรษฐกิจฐานราก – นโยบาย ข้อกำหนด การออกแบบ ติดตั้ง ควบคุมและบำรุงรักษา” ครั้งที่ 2


ขอเชิญผู้สนใจเข้าร่วมสัมมนาเชิงวิชาการ ในหัวข้อเรื่อง “โรงไฟฟ้าชุมชน เพื่อเศรษฐกิจฐานราก – นโยบาย ข้อกําหนด การออกแบบ ติดตั้ง ควบคุมและบํารุงรักษา” (Community Power Plants for Local Economy: Policy, Regulation, Design, Installation, Operation and Maintenance) ครั้งที่ 2 ในระหว่างวันที่ 30 มีนาคม – 1 เมษายน 2563 เวลา 08.30 – 16.30 น. ณ โรงแรมอโนมา แกรนด์ กรุงเทพฯ

ตามที่คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เห็นชอบโครงการโรงไฟฟ้าชุมชน ภายใต้นโยบายพลังงานเพื่อเศรษฐกิจฐานราก ให้มีการก่อสร้างโรงไฟฟ้าชุมชน ในรูปแบบสาน พลังประชารัฐ โดยมีเป้าหมายที่จะให้เกิดความร่วมมือกันระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน ในด้านพลังงาน เพื่อขับเคลื่อนโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าชุมชน กระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ โดย กพช. มุ่งหวังที่จะทําาให้คนในชุมชนมีรายได้จากการเป็นเจ้าของโรงไฟฟ้า มีรายได้จากการจําาหน่ายวัสดุ ทางการเกษตรเป็นเชื้อเพลิง เกิดการสร้างงาน สร้างอาชีพ และสร้างความเข้มแข็งในชุมชน รวมทั้งช่วยลดการย้ายถิ่นฐานของแรงงาน เกิดการจับจ่ายใช้สอยในพื้นที่ ก่อให้เกิดการหมุนเวียนของเศรษฐกิจ สามารถนําาไฟฟ้าที่ผลิตได้สร้างมูลค่าเพิ่มในการประกอบอาชีพของชุมชน ซึ่ง กพช. ได้มอบให้คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) พิจารณาศึกษาและกําาหนดรายละเอียดต่างๆ ของโครงการโรงไฟฟ้าชุมชน ซึ่งตามกรอบนโยบายที่คณะกรรมการ กพช. ได้เห็นชอบ เช่น เป้าหมายการรับซื้อไฟฟ้า พื้นที่ที่ไม่มีข้อจําากัดทางด้านระบบส่งและระบบจําาหน่าย รวมทั้งได้มอบหมายให้ กบง. พิจารณารูปแบบที่เหมาะสมถึงการเข้ามามีส่วนร่วมในการลงทุนของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย การไฟฟ้านครหลวง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค รวมทั้งภาคเอกชนที่สนใจร่วมลงทุนกับชุมชน เพื่อช่วยด้านการบริหารจัดการโรงไฟฟ้าให้เกิดความยั่งยืนต่อไป โดยมีกําาหนดเริ่มจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบไม่เกินปี 2565 จากการประเมินเบื้องต้น พบว่า โรงไฟฟ้าชุมชนมีมากกว่า 1,000 พื้นที่ทั่วประเทศไทย ที่มีศักยภาพดําาเนินการ ทางกระทรวงพลังงานกําาลังพิจารณาให้ดําาเนินการในรูปแบบของโรงไฟฟ้าขนาดเล็กมาก (VSPP) ไม่เกิน 10 เมกะวัตต์ เพื่อประหยัดต้นทุนการขนส่งวัตถุดิบ ส่วนเชื้อเพลิงจะเป็นแบบผสมผสาน (Hybrid) ระหว่างเชื้อเพลิงชีวมวล (Biomass) เชื้อเพลิงก๊าซชีวภาพ (Biogas) และพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar PV) เพื่อช่วยให้ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าต่ําาและลดภาระการอุดหนุนค่าไฟฟ้าในอนาคต

สมาคมวิศวกรไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์แห่งประเทศไทย (IEEE Thailand Section) และ IEEE Power & Energy Society – Thailand Chapter และสถาบันวิจัยและพัฒนาพลังงานนครพิงค์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้เล็งเห็นถึงความสําาคัญจึงได้จัดให้มีการสัมมนาเชิงวิชาการ “โรงไฟฟ้าชุมชน เพื่อเศรษฐกิจฐานราก – นโยบาย ข้อกําาหนด การออกแบบ ติดตั้ง ควบคุมและบําารุงรักษา” ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการพัฒนาพลังงานทดแทนเพื่อนําาไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืน โดยการสนับสนุนวิชาการจาก พพ., สกพ., สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กฟผ. กฟภ. กฟน. ผู้ออกแบบและผู้ผลิตอุปกรณ์ด้านเทคโนโลยีพลังงานชีวมวล ชีวภาพ และพลังงานแสงอาทิตย์ บริษัทผู้ประกอบการ และสถาบันอุดมศึกษาในประเทศไทย ซึ่งเป็นผู้มีประสบการณ์ในงานภาคปฏิบัติโดยตรง

สัมมนาเชิงวิชาการ โรงไฟฟ้าชุมชน เพื่อเศรษฐกิจฐานราก

วัตถุประสงค์

  1. สร้างความรู้ ความเข้าใจพื้นฐานการผลิตไฟฟ้าแบบผสมผสาน (Hybrid) ระหว่างเชื้อเพลิงชีวมวล (Biomass) เชื้อเพลิงก๊าซชีวภาพ (Biogas) และพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar PV) แก่ผู้สนใจลงทุน ผู้ให้บริการออกแบบและติดตั้ง ตลอดจนวิศวกรและเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานเกี่ยวข้อง เพื่อส่งเสริมให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการผลิต ใช้ และจําาหน่ายไฟฟ้าอย่างยั่งยืน
  2. ได้รับความรู้เกี่ยวกับหลักเกณฑ์การประเมิน ทดสอบ บําารุงรักษาปัญหาอุปสรรคในการเชื่อมต่อกับระบบและสัญญารับซื้อไฟฟ้ากับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคและการไฟฟ้านครหลวง และเทคนิคการแก้ไขปัญหาจากกรณีศึกษาที่เกิดขึ้นจริงในประเทศไทย
  3. เปิดโอกาสให้ปรึกษา แลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างผู้เข้าอบรมทุกคน และรับทราบแนวทางในการดําาเนินการผลิตไฟฟ้าแบบผสมผสาน (Hybrid) ระหว่างเชื้อเพลิงชีวมวล (Biomass) เชื้อเพลิงก๊าซชีวภาพ (Biogas) และพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar PV)

กลุ่มเป้าหมาย

  1. วิศวกรและเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในโรงไฟฟ้าชุมชน
  2. ผู้ให้บริการออกแบบและติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแบบผสมผสาน (Hybrid) ระหว่างเชื้อเพลิงชีวมวล (Biomass) เชื้อเพลิงก๊าซชีวภาพ (Biogas) และพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar PV) ผู้ให้บริการออกแบบและติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงาน แบบผสมผสาน (Hybrid) ระหว่างเชื้อเพลิงชีวมวล (Biomass) เชื้อเพลิงก๊าซชีวภาพ (Biogas) และพลังงานแสงอาทิตย์ (SolarPV) สําาหรับโรงไฟฟ้าชุมชน
  3. ผู้สนใจลงทุนในธุรกิจผลิตไฟฟ้าโรงไฟฟ้าชุมชน
  4. บุคลากรจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่ปฏิบัติงานเกี่ยวข้อง และบุคคลทั่วไปที่สนใจ

สนใจเข้าร่วมสัมมนา

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมและลงทะเบียน Online สำรองที่นั่งได้ที่ www.greennetworkseminar.com/powerplant2
โทรศัพท์ 0-2354-5333 ต่อ 500 / 503 (คุณภัทรกันต์ / ศิริภักตร์)
e-mail : seminar@greennetworkseminar.com

มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส “COVID-19” ทางโรงแรมอโนมา แกรนด์ กรุงเทพฯ และบริษัท เทคโนโลยี มีเดีย จำกัด ร่วมสร้างความมั่นใจ และความปลอดภัยของผู้เข้าร่วมสัมมนาทุกท่าน จึงได้มีมาตรการและแนวทางปฏิบัติ ดังนี้

  1. ตั้งจุดคัดกรอง ตรวจวัดอุณหภูมิด้วยเครื่องอินฟราเรดบริเวณทางเข้าหลักของโรงแรมทุกจุด
  2. บริการเจลล้างมือฆ่าเชื้อโรคบริเวณพื้นที่สาธารณะอย่างเพียงพอ
  3. ทำความสะอาดพื้นที่สาธารณะด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อสม่ำเสมอ
  4. ทำความสะอาดด้วยสเปรย์ฆ่าเชื้อทุกจุดที่มีการสัมผัสบ่อย เช่น ปุ่มกดลิฟท์ ที่จับประตู ราวบันไดเลื่อน เคาเตอร์ต่างๆ และห้องน้ำ
  5. ทำความสะอาดอุปกรณ์ครัว ภาชนะต่างๆ ด้วยความร้อนสูง และน้ำยาฆ่าเชื้อ รวมถึงเช็ดทำความสะอาดบริเวณที่ตั้งอาหารและเครื่องดื่ม
  6. ตรวจคัดกรอง วัดอุณหภูมิพนักงานก่อนเข้าทำงาน ให้พนักงานสวมหน้ากากอนามัยและทำความสะอาดมืออย่างสม่ำเสมอ
  7. ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อระบบหมุนเวียนของเครื่องปรับอากาศเป็นประจำ

ทั้งนี้ ทางโรงแรมอโนมา แกรนด์ กรุงเทพฯ จะดำเนินการป้องกันอย่างเต็มที่ และจะติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่องเพื่อดำเนินการให้สอดคล้องตามนโยบายการแพร่ระบาดของรัฐต่อไป

ทางสมาคม IEEE Thailand Section และ IEEE Power & Energy Society – Thailand Chapter ขอความร่วมมือวิทยากร และผู้เข้าร่วมสัมมนาทุกท่าน ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข คำแนะนำสำหรับผู้เข้าร่วมสัมมนา

  1. ควรงดเข้าร่วมกิจกรรม หากตนเองมีอาการป่วยของโรคระบบทางเดินหายใจ
  2. ก่อนเข้าร่วมกิจกรรม ควรจัดเตรียมหน้ากากอนามัยและแอลกอฮอร์ สำหรับใช้ของตนเองให้เพียงพอ และควรปฏิบัติตามหลักสุขอนามัย เช่นล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำและสบู่หรือแอลกอฮอร์เจล การสวมใส่หน้ากากอนามัย
  3. หากพบว่าตนเองป่วยหรือเริ่มป่วย ควรติดต่อขอเข้ารับการรักษาตามขั้นตอน และหากอาการป่วยนั้นเข้าได้กับโรคในระบบทางเดินหายใจควรงดการเข้าร่วมกิจกรรมทันที
  4. หากสังเกตเห็นผู้ร่วมกิจกรรมมีอาการไข้ ไอ จาม มีน้ำมูก ผิดปกติ ควรแนะนำให้ผู้มีอาการติดต่อเจ้าหน้าที่ ณ จุดปฐมพยาบาล เพื่อรับการตรวจรักษาตามขั้นตอน หรือขอรับหน้ากากอนามัยสวมใส่
  5. หลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้ชิดกับผู้มีอาการป่วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ป่วยที่มีอาการโรคในระบบทางเดินหายใจที่ไม่ป้องกันตัวเอง