<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Green Network | Green Network</title>
	<atom:link href="https://www.greennetworkthailand.com/author/dming/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Fri, 14 Aug 2026 07:12:31 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	

<image>
	<url>https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/green-network-50x50.png</url>
	<title>Green Network | Green Network</title>
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>บ้านปูแย้มผลประกอบการครึ่งปีแรก 2569 กำไร 61 ล้านเหรียญสหรัฐ  เดินหน้าสร้างการเติบโตผ่าน 4 กลุ่มทธุรกิจ หลังควบบริษัทเสร็จสมบูรณ์</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/banpu-q2-2569/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 14 Aug 2026 07:35:31 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<category><![CDATA[BANPU]]></category>
		<category><![CDATA[ผลการดำเนินงาน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงาน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=45635</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) เผยผลการดำเนินงานในครึ่งปีแรก 2569 ที่แข็งแกร่ง โดยมีรายได้จากการขายรวม 2,778 ล้านเหรียญสหรัฐ (เทียบเท่า 89,222 ล้านบาท) กำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อมราคา (EBITDA) 596 ล้านเหรียญสหรัฐ (เทียบเท่า 19,168 ล้านบาท) และมีกำไรสุทธิจากผลการดำเนินงาน 61 ล้านเหรียญสหรัฐ (เทียบเท่า 1,979 ล้านบาท) สะท้อนการบริหารจัดการสินทรัพย์อย่างมีประสิทธิภาพ และได้รับแรงหนุนจากปริมาณการขายก๊าซธรรมชาติในสหรัฐฯ&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/banpu-q2-2569/">บ้านปูแย้มผลประกอบการครึ่งปีแรก 2569 กำไร 61 ล้านเหรียญสหรัฐ  เดินหน้าสร้างการเติบโตผ่าน 4 กลุ่มทธุรกิจ หลังควบบริษัทเสร็จสมบูรณ์</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) เผยผลการดำเนินงานในครึ่งปีแรก 2569 ที่แข็งแกร่ง โดยมีรายได้จากการขายรวม 2,778 ล้านเหรียญสหรัฐ (เทียบเท่า 89,222 ล้านบาท) กำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อมราคา (EBITDA) 596 ล้านเหรียญสหรัฐ (เทียบเท่า 19,168 ล้านบาท) และมีกำไรสุทธิจากผลการดำเนินงาน 61 ล้านเหรียญสหรัฐ (เทียบเท่า 1,979 ล้านบาท) สะท้อนการบริหารจัดการสินทรัพย์อย่างมีประสิทธิภาพ และได้รับแรงหนุนจากปริมาณการขายก๊าซธรรมชาติในสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับราคาถ่านหินในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น พร้อมเดินหน้าสร้างการเติบโตภายหลังการควบบริษัทระหว่างบริษัทฯ และบริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) และจัดตั้งบริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ใหม่ (&#8220;BANPU&#8221;) แล้วเสร็จเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 และหุ้น BANPU เริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569</strong></p>
<p><span id="more-45635"></span></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายสินนท์ ว่องกุศลกิจ</strong></span> <strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน)</strong> กล่าวว่า &#8220;ผลการดำเนินงานในครึ่งปีแรก 2569 สะท้อนถึงจุดแข็งของบ้านปูจากพอร์ตโฟลิโอโครงสร้างพื้นฐานและโซลูชันด้านพลังงานแบบครบวงจร ควบคู่กับการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกัน การจัดตั้ง BANPU ภายหลังการควบบริษัทถือเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยให้เราสามารถผสานศักยภาพระหว่างธุรกิจได้ดียิ่งขึ้น เพิ่มความยืดหยุ่นทางการเงิน และเสริมความแข็งแกร่งของงบดุล เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันและสนับสนุนการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว พร้อมเดินหน้าขยายขีดความสามารถด้านพลังงานของโลกอย่างมีความรับผิดชอบ เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานและรองรับความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจากการขยายตัวของ AI และ Data Centers&#8221;</p>
<p>ในครึ่งปีแรก 2569 กลุ่มธุรกิจทั้ง 4 ของบ้านปูมีผลการดำเนินงานและทิศทางการเติบโตที่สำคัญ ดังนี้</p>
<p style="text-align: center;"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-45637" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/banpu-q2-2569-01.jpg" alt="โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/banpu-q2-2569-01.jpg 850w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/banpu-q2-2569-01-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/banpu-q2-2569-01-768x511.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/banpu-q2-2569-01-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/banpu-q2-2569-01-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><strong>กลุ่มธุรกิจก๊าซธรรมชาติครบวงจรในสหรัฐฯ (U.S. Closed-Loop Gas)</strong> มีปริมาณการขายก๊าซธรรมชาติในสหรัฐฯ 172 พันล้านลูกบาศก์ฟุต (Bcf) เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ด้านโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ Temple I และ II สามารถรักษาค่าความพร้อมจ่ายไฟ (EAF) ในระดับสูงที่ร้อยละ 90 รองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น ขณะเดียวกัน โครงการดักจับและกักเก็บคาร์บอน (Carbon Capture and Sequestration: CCS) Barnett Zero มีปริมาณการกักเก็บคาร์บอนจำนวน 64,200 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ขณะที่โครงการ Cotton Cove และ Eagle Ford ได้เริ่มเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) โดยคาดว่าจะสามารถกักเก็บคาร์บอนได้เฉลี่ยประมาณ 32,000 และ 90,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี ตามลำดับ</p>
<p><strong>กลุ่มธุรกิจเหมืองยุคใหม่ (Next-Gen Mining)</strong> มีปริมาณการขายถ่านหินรวม 18 ล้านตัน โดยธุรกิจเหมืองถ่านหินในอินโดนีเซียและมองโกเลียมีปริมาณการขายเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม ราคาถ่านหินในตลาดโลกยังคงปรับตัวสูงขึ้น ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ยังคงรักษาประสิทธิภาพในการบริหารจัดการอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าแสวงหาโอกาสในธุรกิจแร่เชิงกลยุทธ์ เช่น นิกเกิล (Nickle) และบอกไซต์ (Bauxite) ซึ่งมีบทบาทสำคัญในห่วงโซ่คุณค่าของเทคโนโลยีพลังงานและระบบกักเก็บพลังงาน เพื่อรองรับโอกาสใหม่ในระยะยาว</p>
<p><strong>กลุ่มธุรกิจไฟฟ้าและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง (Power+)</strong> สินทรัพย์โรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนยังคงเดินเครื่องอย่างมีประสิทธิภาพและมีผลการดำเนินงานที่น่าพอใจ ขณะที่ธุรกิจพลังงานหมุนเวียนมีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวม 1,011 เมกะวัตต์ บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าขยายสัดส่วนธุรกิจพลังงานคาร์บอนต่ำ ผ่านการแสวงหาโอกาสลงทุนในระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (Battery Energy Storage System: BESS) ซึ่งปัจจุบันมีจำนวนรวม 10 โครงการ ใน 4 ประเทศหลัก ได้แก่ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย จีน และสหรัฐฯ โดยมีขนาดกำลังไฟฟ้ารวม 692 เมกะวัตต์ และความจุพลังงานรวม 2,340 เมกะวัตต์ชั่วโมง ด้านธุรกิจการซื้อขายไฟฟ้า (Energy Trading) ในญี่ปุ่น สามารถจำหน่ายไฟฟ้าได้รวม 3,045 กิกะวัตต์ชั่วโมง</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-45638" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/banpu-q2-2569-02.jpg" alt="โครงการดักจับและกักเก็บคาร์บอน Barnett Zero." width="740" height="494" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/banpu-q2-2569-02.jpg 850w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/banpu-q2-2569-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/banpu-q2-2569-02-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/banpu-q2-2569-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/banpu-q2-2569-02-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><strong>กลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีแห่งอนาคต (Future Tech)</strong> เดินหน้าขยายบริการ Net Zero Solutions โดยให้บริการที่ปรึกษา Net Zero (Net Zero Consultation) แก่บริษัท ท่าอากาศยานไทย กราวด์ เอวิเอชั่น เซอร์วิสเซส จำกัด (AOTGA) เพื่อสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ได้ลงทุนเชิงกลยุทธ์ผ่านหน่วยงาน Corporate Venture Capital (CVC) โดยปัจจุบันมีการลงทุนในกองทุนรวม 16 กองทุน และการลงทุนโดยตรงใน 6 บริษัท โดยมุ่งเน้นเทคโนโลยีที่มีศักยภาพการเติบโตสูง พร้อมศึกษาโอกาสการลงทุนในห่วงโซ่คุณค่าของ AI เพื่อเพิ่มศักยภาพของพอร์ตธุรกิจในอนาคต</p>
<p>นอกจากนี้ <strong>BANPU</strong> ยังประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในอัตรา 0.40 บาทต่อหุ้น สะท้อนถึงการให้ความสำคัญกับการสร้างผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้น ควบคู่กับการรักษาความแข็งแกร่งทางการเงิน เพื่อสนับสนุนการเติบโตอย่างต่อเนื่องภายใต้กลยุทธ์ Energy Symphonics</p>
<p>*ข้อมูลที่รายงานเป็นผลการดำเนินงานของบริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ก่อนการจดทะเบียนควบบริษัทแล้วเสร็จ จึงยังไม่สะท้อนฐานะทางการเงิน โครงสร้างทุน และทุนจดทะเบียนของ BANPU ภายหลังการควบบริษัท</p>
<p>**คำนวณโดยอ้างอิงอัตราแลกเปลี่ยนถัวเฉลี่ยครึ่งปีแรก 2569 ที่ USD 1: THB 32.0962</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/banpu-q2-2569/">บ้านปูแย้มผลประกอบการครึ่งปีแรก 2569 กำไร 61 ล้านเหรียญสหรัฐ  เดินหน้าสร้างการเติบโตผ่าน 4 กลุ่มทธุรกิจ หลังควบบริษัทเสร็จสมบูรณ์</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อว.จับมือ พม. Kick Off ‘นวัตกรรมแก้จน’ นำไพโรไลซิสเปลี่ยนขยะพลาสติกเป็นพลังงานในชุมชน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/pyrolysis-of-plastic-waste-for-sustainable-energy-recovery/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 14 Aug 2026 02:20:21 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Technology & Innovation]]></category>
		<category><![CDATA[Pyrolysis]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะพลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องแปรรูปขยะพลาสติกเป็นน้ำมันเชื้อเพลิง]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[ไพโรไลซิส]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=45628</guid>

					<description><![CDATA[<p>กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จับมือกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) พร้อมด้วยสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. และเครือข่ายองค์กรชุมชน เปิดตัวความร่วมมือเพื่อผลักดันงานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรมลงไปแก้ปัญหาในระดับครัวเรือน โดยนำ “เครื่องแปรรูปขยะพลาสติกเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยเทคโนโลยีไพโรไลซิส” ซึ่งเป็นหนึ่งในนวัตกรรมต้นแบบ Kick Off ที่ชุมชนคลองลัดภาชี ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว) กล่าวว่า การสร้างความเข้มแข็งของประเทศไม่สามารถเกิดขึ้นจากภาครัฐเพียงฝ่ายเดียว&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/pyrolysis-of-plastic-waste-for-sustainable-energy-recovery/">อว.จับมือ พม. Kick Off ‘นวัตกรรมแก้จน’ นำไพโรไลซิสเปลี่ยนขยะพลาสติกเป็นพลังงานในชุมชน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จับมือกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) พร้อมด้วยสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. และเครือข่ายองค์กรชุมชน เปิดตัวความร่วมมือเพื่อผลักดันงานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรมลงไปแก้ปัญหาในระดับครัวเรือน โดยนำ “เครื่องแปรรูปขยะพลาสติกเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยเทคโนโลยีไพโรไลซิส” ซึ่งเป็นหนึ่งในนวัตกรรมต้นแบบ Kick Off ที่ชุมชนคลองลัดภาชี</strong></p>
<p><span id="more-45628"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-45633" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/pyrolysis-04.jpeg" alt="ไพโรไลซิส" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/pyrolysis-04.jpeg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/pyrolysis-04-300x200.jpeg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/pyrolysis-04-150x100.jpeg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/pyrolysis-04-500x333.jpeg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์</strong></span> <strong>รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว)</strong> กล่าวว่า การสร้างความเข้มแข็งของประเทศไม่สามารถเกิดขึ้นจากภาครัฐเพียงฝ่ายเดียว แต่ต้องเริ่มจากระดับชุมชนและขยายไปสู่พื้นที่ในวงกว้าง โดยบทบาทของ อว. คือการนำองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมที่สามารถใช้ประโยชน์ได้จริงเข้าไปสนับสนุนการแก้ปัญหาของแต่ละพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นการจัดการขยะ เศรษฐกิจหมุนเวียน หรือการต่อยอดวิสาหกิจชุมชน ซึ่งต้องเริ่มจากการรับฟังความต้องการของคนในพื้นที่เป็นสำคัญ</p>
<p>“คลองลัดภาชี” จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการนำงานวิจัยไปเชื่อมกับปัญหาเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน โดยเฉพาะปัญหาขยะและต้นทุนด้านพลังงาน ซึ่งเป็นโจทย์ที่สามารถเชื่อมโยงกันได้ผ่านเทคโนโลยีไพโรไลซิส</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-45630" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/pyrolysis-01.jpeg" alt="ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์" width="740" height="494" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/pyrolysis-01.jpeg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/pyrolysis-01-300x200.jpeg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/pyrolysis-01-150x100.jpeg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/pyrolysis-01-500x334.jpeg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<h3>‘ไพโรไลซิส’ จากขยะที่ไม่มีมูลค่า สู่เชื้อเพลิงที่ใช้ได้จริง</h3>
<p>เครื่องแปรรูปขยะพลาสติกเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงของ วว. ใช้หลักการ “ไพโรไลซิส (Pyrolysis)” หรือการใช้ความร้อนสลายพลาสติกในสภาวะที่ไม่มีออกซิเจน ทำให้พลาสติกหลอมและเปลี่ยนเป็นไอ ก่อนผ่านกระบวนการควบแน่นและกลั่นออกมาเป็นผลิตภัณฑ์เชื้อเพลิง โดยสามารถได้ทั้งก๊าซ LPG น้ำมันเบนซิน และน้ำมันดีเซลสำหรับนำไปใช้ประโยชน์ต่อ</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ดร.รุจิรา จิตรหวัง</strong></span> <strong>รักษาการผู้อำนวยการ ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมพลังงานสะอาดและสิ่งแวดล้อม วว.</strong> กล่าวว่า เครื่องดังกล่าวได้รับการพัฒนาเพื่อให้เทคโนโลยีแปรรูปขยะพลาสติกสามารถนำมาใช้งานในระดับชุมชนได้ โดยขยะที่นำเข้าสู่กระบวนการไม่จำเป็นต้องสะอาดมาก เพียงคัดแยกให้เหมาะสม กำจัดเศษอาหารเบื้องต้น และทำให้แห้งก็สามารถนำมาใช้ได้</p>
<p>สำหรับชนิดพลาสติกที่เหมาะกับกระบวนการ ได้แก่ PE และ PP ซึ่งพบได้มากในชีวิตประจำวัน เช่น ถุงหิ้ว ถุงแกง ขวดสบู่ และขวดแชมพู รวมถึง PS เช่น กล่องโฟม ขณะที่ PET และ PVC ไม่สามารถนำเข้าสู่กระบวนการได้ เนื่องจากอาจทำให้เกิดสภาวะกรดสูงและส่งผลกระทบต่อระบบการผลิต</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-45631" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/pyrolysis-02.jpeg" alt="ไพโรไลซิส" width="740" height="494" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/pyrolysis-02.jpeg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/pyrolysis-02-300x200.jpeg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/pyrolysis-02-150x100.jpeg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/pyrolysis-02-500x334.jpeg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<h3>ขยะพลาสติก 25 กก. ผลิตน้ำมันได้สูงสุด 25 ลิตร</h3>
<p>ในเชิงสมรรถนะ เครื่องมีหม้อต้มขนาด 25 กิโลกรัมต่อรอบ ใช้เวลาผลิตประมาณ 18 ชั่วโมง และคูลดาวน์อีก 6 ชั่วโมง โดยใช้ไฟฟ้าเป็นพลังงานหลักประมาณ 2.5–3 กิโลวัตต์ต่อน้ำมัน 1 ลิตร และสามารถเชื่อมต่อกับระบบโซลาร์เซลล์เพื่อช่วยลดต้นทุนพลังงานได้ ขณะที่ขยะพลาสติก 25 กิโลกรัม สามารถผลิตน้ำมันได้สูงสุดประมาณ 25 ลิตร สำหรับนำไปใช้กับเครื่องจักรการเกษตร เครื่องสูบน้ำ หรือเครื่องกำเนิดไฟฟ้าในชุมชน ซึ่งมีต้นทุนประมาณ 260,000 บาท และมีการประเมินระยะเวลาคืนทุนไว้ราว 2 ปี หัวใจสำคัญจึงไม่ได้อยู่ที่ปริมาณน้ำมันที่ผลิตได้ แต่คือการสร้างระบบที่ทำให้ขยะในพื้นที่มีมูลค่าและสามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์เป็นพลังงานได้</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-45632" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/pyrolysis-03.jpeg" alt="ไพโรไลซิส" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/pyrolysis-03.jpeg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/pyrolysis-03-300x200.jpeg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/pyrolysis-03-150x100.jpeg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/pyrolysis-03-500x333.jpeg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>การ Kick Off ที่ชุนชนคลองลัดภาชีจึงเป็นการทดลองเชื่อม “นโยบายแก้จน” เข้ากับ “นวัตกรรมที่จับต้องได้” โดยใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือเพิ่มทางเลือกให้ชุมชน ทั้งด้านการจัดการขยะ การลดต้นทุนพลังงาน และการสร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจในพื้นที่ ก่อนนำบทเรียนจากพื้นที่ต้นแบบไปปรับใช้กับชุมชนอื่นในภูมิภาคต่าง ๆ ต่อไป</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/pyrolysis-of-plastic-waste-for-sustainable-energy-recovery/">อว.จับมือ พม. Kick Off ‘นวัตกรรมแก้จน’ นำไพโรไลซิสเปลี่ยนขยะพลาสติกเป็นพลังงานในชุมชน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>บีโอไอ หนุนเอกชนปรับตัวครั้งใหญ่รับกระแส Smart &#038; Green มุ่งสู่การแข่งขันในโลกยุคใหม่</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/boi-smart-green/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 13 Aug 2026 08:02:26 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[Green Industry]]></category>
		<category><![CDATA[Smart & Green]]></category>
		<category><![CDATA[Smart Industry]]></category>
		<category><![CDATA[การลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[บีโอไอ]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบอัตโนมัติ]]></category>
		<category><![CDATA[หุ่นยนต์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=45623</guid>

					<description><![CDATA[<p>บีโอไอสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมปรับตัวครั้งใหญ่ ไปสู่ Smart &#38; Green เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในโลกยุคใหม่ โดยผู้ประกอบการทั้งไทยและต่างชาติให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากขึ้น เผยยอดขอรับการส่งเสริมภายใต้ “มาตรการยกระดับอุตสาหกรรม” ตั้งแต่เริ่มใช้มาตรการปี 2566 ถึงครึ่งแรกของปี 2569 ทะยานกว่า 1,300 โครงการ เงินลงทุนกว่า 1.4 แสนล้านบาท นฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า บีโอไอให้ความสำคัญกับการสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมเร่งเปลี่ยนผ่านไปสู่ Smart &#38; Green ตามทิศทางโลก ผ่านการลงทุนเพื่อปรับเปลี่ยนเครื่องจักรให้ทันสมัย&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/boi-smart-green/">บีโอไอ หนุนเอกชนปรับตัวครั้งใหญ่รับกระแส Smart & Green มุ่งสู่การแข่งขันในโลกยุคใหม่</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บีโอไอสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมปรับตัวครั้งใหญ่ ไปสู่ Smart &amp; Green เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในโลกยุคใหม่ โดยผู้ประกอบการทั้งไทยและต่างชาติให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากขึ้น เผยยอดขอรับการส่งเสริมภายใต้ “มาตรการยกระดับอุตสาหกรรม” ตั้งแต่เริ่มใช้มาตรการปี 2566 ถึงครึ่งแรกของปี 2569 ทะยานกว่า 1,300 โครงการ เงินลงทุนกว่า 1.4 แสนล้านบาท</strong></p>
<p><span id="more-45623"></span></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์</strong></span> <strong>เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ)</strong> เปิดเผยว่า บีโอไอให้ความสำคัญกับการสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมเร่งเปลี่ยนผ่านไปสู่ Smart &amp; Green ตามทิศทางโลก ผ่านการลงทุนเพื่อปรับเปลี่ยนเครื่องจักรให้ทันสมัย การนำระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์ และเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ การประหยัดพลังงานและใช้พลังงานทดแทน การปรับปรุงโรงงานให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการปรับปรุงธุรกิจเพื่อรองรับมาตรฐานสากลด้านความยั่งยืน เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถแข่งขันภายใต้กติกาใหม่ของตลาดโลกได้ โดยตั้งแต่เริ่มใช้ “มาตรการยกระดับอุตสาหกรรมสู่ Smart และ Sustainable Industry” เมื่อปี 2566 จนถึงครึ่งแรกของปี 2569 มีผู้ประกอบการทั้งไทยและต่างชาติให้ความสำคัญกับการยกระดับประสิทธิภาพธุรกิจ และได้ยื่นขอรับการส่งเสริมภายใต้มาตรการนี้จำนวน 1,397 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนกว่า 146,000 ล้านบาท</p>
<p>การปรับตัวไปสู่ Smart Industry หนึ่งในวิธีการที่มีผู้สนใจมากขึ้นคือ การนำระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์มาใช้ในกระบวนการผลิต เพื่อช่วยเพิ่มผลิตภาพ เพิ่มความแม่นยำและยืดหยุ่น ลดความผิดพลาด ยกระดับคุณภาพสินค้า และเตรียมพร้อมรองรับสังคมสูงวัยของประเทศไทย ปัจจุบันผู้ประกอบการจำนวนมากเร่งลงทุนในระบบอัตโนมัติ ครอบคลุมตั้งแต่การผลิต การขนส่งภายในโรงงาน ไปจนถึงการตรวจสอบคุณภาพสินค้า ตัวอย่างเช่น บริษัท ไทย เบเวอร์เรจ แคน จำกัด ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์โลหะ นำระบบอัตโนมัติมาเชื่อมโยงเครื่องจักรในสายการผลิตฝาอะลูมิเนียมให้ทำงานอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การขึ้นรูปฝา การประกอบวัสดุซีลภายในฝา ไปจนถึงการลำเลียงชิ้นงาน บริษัท พานาโซนิค เอเนอร์จี (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตแบตเตอรี่ ลงทุนติดตั้งระบบอัตโนมัติในกระบวนการบรรจุและระบบขนส่งภายในโรงงาน โดยใช้บริการผู้พัฒนาระบบอัตโนมัติ (System Integrator: SI) สัญชาติไทย ขณะที่บริษัท ไทยโตชิบา อุตสาหกรรม จำกัด ผู้ผลิตเตาอบไมโครเวฟ นำระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์มาใช้ในกระบวนการผลิตตั้งแต่การปั๊มโลหะ การเชื่อม การพ่นสี การประกอบ การตรวจสอบ และการบรรจุ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต</p>
<p>นอกจากการลงทุนด้านระบบอัตโนมัติแล้ว ผู้ประกอบการยังให้ความสำคัญกับการยกระดับการบริหารจัดการโรงงานด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล ตัวอย่างเช่น บริษัท ไอซิน ไทย ออโตโมทีฟ คาสติ้ง จำกัด ผู้ผลิตชิ้นส่วนระบบส่งกำลังสำหรับยานยนต์ ได้ลงทุนซอฟต์แวร์ระบบบริหารจัดการทรัพยากรองค์กร (ERP) โดยเชื่อมโยงข้อมูลการดำเนินงานของทั้งบริษัท ช่วยให้สามารถวางแผนการผลิต บริหารห่วงโซ่อุปทาน และใช้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจทางธุรกิจได้อย่างแม่นยำและมีประสิทธิภาพ บริษัท ลิงก์ เทคโนโลยี คอร์ปอเรชั่น จำกัด ผู้ผลิตส่วนผสมอาหารสัตว์ นำระบบ ERP มาเชื่อมโยงข้อมูลการดำเนินงานแบบเรียลไทม์ ครอบคลุมทั้งด้านการเงิน บัญชี ห่วงโซ่อุปทาน คลังสินค้า การผลิต และการบริหารโครงการ พร้อมเชื่อมต่อกับระบบ e-Tax, e-Receipt และ e-Billing ขณะที่บริษัท เถ้าแก่น้อย ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) นำระบบคลังข้อมูลขนาดใหญ่ความเร็วสูงและระบบวิเคราะห์ข้อมูล (SAP Analytics Cloud) มาเชื่อมโยงข้อมูลด้านต้นทุนและบัญชี สารสนเทศ การขาย การวางแผนการผลิต และการบริหารทรัพยากรบุคคล ส่วน บริษัท สตาร์ส ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตชั้นนำในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ได้นำระบบ Robotic Process Automation (RPA) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีสำหรับการสร้าง Software Bot เพื่อทำงานแบบอัตโนมัติบนระบบคอมพิวเตอร์ และ Factory 4.0 Software มาใช้ โดยเชื่อมโยงเครื่องจักรในสายการผลิตเข้ากับระบบ ERP เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานตั้งแต่กระบวนการผลิตไปจนถึงการบริหารจัดการองค์กร</p>
<p>นอกจากนี้ บางบริษัทได้บูรณาการระบบอัตโนมัติและเทคโนโลยีดิจิทัลเข้าด้วยกัน โดยพัฒนาเป็น Smart Factory เช่นกรณี บริษัท ไนโตรเคมีอุตสาหกรรม จำกัด ผู้ผลิตไนโตรเซลลูโลสเพื่ออุตสาหกรรมเคมี ปรับปรุงโรงงานด้วยระบบอัตโนมัติและการวิเคราะห์ข้อมูลแบบเรียลไทม์ ช่วยลดของเสีย เพิ่มความปลอดภัยในการจัดการสารเคมี และลดต้นทุนพลังงาน ขณะที่ บริษัท เคมีแมน จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตแคลเซียมออกไซด์ ยกระดับโรงงานสู่ Industry 4.0 ผ่านการพัฒนาระบบอัตโนมัติและการเชื่อมโยงอุปกรณ์ การวิเคราะห์ข้อมูลและ Smart Operation รวมถึงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการผลิตและการบริหารจัดการองค์กร ส่วน บริษัท ทีม พรีซิชั่น จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตแผงวงจรและผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ นำระบบ AGV, Image Processing และ Industrial Internet of Things (IIoT) มาใช้ในกระบวนการผลิต พร้อมระบบ Manufacturing Execution System (MES) ซึ่งเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างเครื่องจักรในสายการผลิตกับระบบ ERP ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการวางแผนและบริหารจัดการการผลิต</p>
<p>สำหรับการปรับตัวไปสู่ Green Industry และความยั่งยืน บีโอไอสนับสนุนการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม หลายบริษัทได้เร่งลงทุนในเทคโนโลยีที่ช่วยลดการใช้พลังงาน และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อรองรับมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมของตลาดโลก ตัวอย่างเช่น บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) ได้ลงทุนติดตั้งระบบนำพลังงานความเย็นที่ทิ้งไป กลับมาใช้ในการแลกเปลี่ยนความร้อนในกระบวนการผลิตเอทิลีนและโพลีโพรพิลีน ส่งผลให้เกิดการประหยัดพลังงาน ขณะที่บริษัท วนชัย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตแผ่นใยไม้อัด ติดตั้งระบบ Economizer เพื่อนำลมร้อนที่ปล่อยทิ้งกลับมาใช้ในกระบวนการอบไฟเบอร์ ช่วยลดการใช้พลังงานไฟฟ้า ส่วนบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (ท่าหลวง) จำกัด ได้ปรับปรุงกระบวนการผลิตโดยการใช้เชื้อเพลิงชีวมวลและเชื้อเพลิงจากขยะ ทดแทนเชื้อเพลิงจากถ่านหิน เพื่อลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์จากกระบวนการผลิตซีเมนต์ ช่วยลดต้นทุนด้านพลังงานและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม</p>
<p>นอกจากนี้ บีโอไอยังส่งเสริมให้ผู้ประกอบการยกระดับมาตรฐานการผลิตให้สอดคล้องกับข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย และความยั่งยืนของตลาดโลก โดยได้รับการรับรองมาตรฐานสากล อาทิ GAP, FSC, PEFC และ ISO 22000 เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้คู่ค้า เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงตลาดต่างประเทศ และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว</p>
<p>“วันนี้โจทย์ของภาคธุรกิจไม่ได้อยู่ที่ต้นทุนการผลิตเท่านั้น แต่ต้องให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพการผลิตและการใช้ทรัพยากร ความยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลง และความสอดคล้องกับกติกาสมัยใหม่ของตลาดโลก การปรับตัวสู่ Smart &amp; Green จึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการแข่งขันในโลกยุคใหม่ โดยการเชื่อมโยงระบบการผลิตอัจฉริยะและความยั่งยืนเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างขีดความสามารถของภาคอุตสาหกรรมไทยในระยะยาว” นฤตม์ กล่าวทิ้งท้าย</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/boi-smart-green/">บีโอไอ หนุนเอกชนปรับตัวครั้งใหญ่รับกระแส Smart & Green มุ่งสู่การแข่งขันในโลกยุคใหม่</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Trip.com Group เปิดรายงานความยั่งยืนปี 2025 ได้รับรองเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก จาก Science Based Targets initiative (SBTi)</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/trip-com-group-net-zero/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 13 Aug 2026 06:44:26 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Trip.com Group]]></category>
		<category><![CDATA[รายงานความยั่งยืนปี 2025]]></category>
		<category><![CDATA[ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=45617</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ : Trip.com Groupประกาศนโยบายเพิ่มสิทธิวันลาบิดาแบบได้รับค่าจ้างขั้นต่ำ 20 วัน เพื่อสนับสนุนให้พนักงานชายทั่วโลกสามารถลาไปดูแลบุตรหลังคลอดได้ โดยยังได้รับค่าจ้างตามปกติ ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการสนับสนุนครอบครัวของพนักงานในทุกภูมิภาค พร้อมเผยแพร่รายงานความยั่งยืนประจำปี 2025 สะท้อนความคืบหน้าในการขับเคลื่อนด้านสภาพภูมิอากาศ การเสริมพลังชุมชน และการสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวทั่วโลก หนึ่งในความสำเร็จสำคัญของรายงานฉบับนี้ คือการที่ Trip.com Group กลายเป็นผู้ให้บริการด้านการท่องเที่ยวออนไลน์รายแรกในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่ได้รับการรับรองเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งในระยะสั้นและเป้าหมาย Net Zero จาก Science Based Targets initiative (SBTi) ความสำเร็จดังกล่าวสะท้อนถึงกรอบแนวคิด “Friendly Four”&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/trip-com-group-net-zero/">Trip.com Group เปิดรายงานความยั่งยืนปี 2025 ได้รับรองเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก จาก Science Based Targets initiative (SBTi)</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ : <strong>Trip.com Groupประกาศนโยบายเพิ่มสิทธิวันลาบิดาแบบได้รับค่าจ้างขั้นต่ำ 20 วัน เพื่อสนับสนุนให้พนักงานชายทั่วโลกสามารถลาไปดูแลบุตรหลังคลอดได้ โดยยังได้รับค่าจ้างตามปกติ ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการสนับสนุนครอบครัวของพนักงานในทุกภูมิภาค พร้อมเผยแพร่รายงานความยั่งยืนประจำปี 2025 สะท้อนความคืบหน้าในการขับเคลื่อนด้านสภาพภูมิอากาศ การเสริมพลังชุมชน และการสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวทั่วโลก</strong></p>
<p><span id="more-45617"></span></p>
<p>หนึ่งในความสำเร็จสำคัญของรายงานฉบับนี้ คือการที่ Trip.com Group กลายเป็นผู้ให้บริการด้านการท่องเที่ยวออนไลน์รายแรกในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่ได้รับการรับรองเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งในระยะสั้นและเป้าหมาย Net Zero จาก Science Based Targets initiative (SBTi) ความสำเร็จดังกล่าวสะท้อนถึงกรอบแนวคิด “Friendly Four” ของกลุ่มบริษัท ซึ่งประกอบด้วยการเป็นมิตรต่อครอบครัว ชุมชน สิ่งแวดล้อม และพันธมิตรทางธุรกิจ โดยมุ่งสร้างคุณค่าระยะยาวให้แก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียควบคู่ไปกับการยกระดับประสบการณ์ของนักเดินทางทั่วโลก</p>
<p>เจน ซัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Trip.com Group กล่าวว่า การเดินทางเชื่อมโยงผู้คน วัฒนธรรม และชุมชนเข้าด้วยกัน และเราเชื่อว่าอนาคตของการเดินทางควรสร้างผลลัพธ์เชิงบวกให้กับทั้งโลกและสังคมด้วยเช่นกัน</p>
<p>“ด้วยกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนของเรา เรากำลังลงทุนในบุคลากร เร่งขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านสภาพภูมิอากาศ และร่วมมือกับพันธมิตรทั่วโลก เพื่อสร้างระบบนิเวศด้านการท่องเที่ยวที่มีความแข็งแกร่งและพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงมากยิ่งขึ้น” เจน ซัน กล่าว</p>
<p>Trip.com Group ยังคงเดินหน้าสร้างสถานที่ทำงานที่เป็นมิตรต่อครอบครัวผ่านโครงการเงินอุดหนุนค่าเลี้ยงดูบุตร (Childcare Subsidy) ซึ่งให้การสนับสนุนครอบครัวพนักงานแล้วกว่า 2,038 ครอบครัวนับตั้งแต่เริ่มโครงการ โดยในปี 2025 มีพนักงาน 1,114 คนได้รับประโยชน์จากโครงการดังกล่าว ครอบคลุมบุตรกว่า 1,132 คน คิดเป็นค่าใช้จ่ายรวมประมาณ 1.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 53 ล้านบาทต่อปี นอกจากนี้ ในช่วงปีที่รายงาน กลุ่มบริษัทยังสามารถรักษาอัตราการกลับเข้าทำงานของพนักงานหญิงหลังลาคลอดไว้ที่ 100%</p>
<p>จากความมุ่งมั่นดังกล่าว Trip.com Group ได้ประกาศนโยบายเพิ่มสิทธิวันลาบิดาแบบได้รับค่าจ้างทั่วโลกซึ่งเป็นสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมจากสิทธิที่กฎหมายแรงงานในแต่ละประเทศกำหนด โดยพนักงานที่มีคุณสมบัติตรงตามเกณฑ์จะได้รับสิทธิวันลาบิดาแบบได้รับค่าจ้างขั้นต่ำ 20 วัน ระยะแรกเริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 ครอบคลุมบางประเทศในภูมิภาคเอเชีย ก่อนทยอยขยายไปยังภูมิภาคอื่นทั่วโลกภายในปีนี้ นโยบายดังกล่าวสะท้อนความมุ่งมั่นของกลุ่มบริษัทในการสร้างสถานที่ทำงานที่เปิดกว้างและครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ส่งเสริมความสมดุลระหว่างชีวิตการทำงานและครอบครัว และสนับสนุนบทบาทของพนักงานในฐานะพ่อแม่</p>
<p>ขณะเดียวกัน Trip.com ยังคงเดินหน้าส่งเสริมความหลากหลายและการมีส่วนร่วมในที่ทำงาน โดยผู้บริหารหญิงคิดเป็น 33.1% ของตำแหน่งผู้บริหารระดับสูง และ 52.3% ของตำแหน่งบริหารในสายงานหลักที่สร้างรายได้ นอกจากนี้ กลุ่มบริษัทยังส่งเสริมบทบาทของผู้หญิงในสายงานด้าน STEM โดยมีผู้หญิงดำรงตำแหน่งในสายงานดังกล่าวคิดเป็น 33.0%</p>
<p>ด้านนโยบายเสริมพลังชุมชน Trip.com Group ได้ขยายโครงการที่ช่วยให้ทุกคนสามารถเดินทางได้อย่างสะดวกยิ่งขึ้น ควบคู่ไปกับการสร้างประโยชน์ที่มีความหมายแก่ชุมชนท้องถิ่น</p>
<p>Trip.com Group ยังคงขยายโครงการ Country Retreat อย่างต่อเนื่อง โดยช่วยสนับสนุนการจ้างงานทางอ้อมราว 11,000 ตำแหน่งในปีที่รายงาน ตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา โครงการดังกล่าวได้สร้างโอกาสการจ้างงานรวมประมาณ 51,000 ตำแหน่งให้แก่ชุมชนท้องถิ่น และมีการจ้างพนักงานในพื้นที่อย่างน้อย 80% ในที่พักทั้ง 12 แห่งของโครงการ</p>
<p>ด้านการดูแลสิ่งแวดล้อม Trip.com Group ยังคงให้ความสำคัญในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการดำเนินธุรกิจ พร้อมผลักดันให้การเดินทางแบบคาร์บอนต่ำเข้าถึงผู้ใช้งานได้มากขึ้น</p>
<p>ในปีที่รายงาน เป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของกลุ่มบริษัทได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการจาก Science Based Targets initiative (SBTi) ส่งผลให้ Trip.com Group กลายเป็นผู้ให้บริการด้านการท่องเที่ยวออนไลน์รายแรกในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่ได้รับการรับรองเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งระยะสั้นและเป้าหมาย Net Zero</p>
<p>กลุ่มบริษัทยังเดินหน้าขยายผลิตภัณฑ์ด้านการเดินทางอย่างยั่งยืน ครอบคลุมที่พัก เที่ยวบิน รถเช่า และรถไฟ โดยในปี 2025 มีผู้ใช้งานกว่า 2.74 ล้านคนเลือกเดินทางเพื่อธุรกิจแบบคาร์บอนต่ำ ส่งผลให้มียอดการจองการเดินทางแบบคาร์บอนต่ำรวมกว่า 23.44 ล้านรายการตลอดทั้งปี</p>

<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/trip-com-group-net-zero-02.jpeg'><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/trip-com-group-net-zero-02-819x1024.jpeg" class="attachment-large size-large" alt="Trip.com Group เปิดรายงานความยั่งยืนปี 2025" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/trip-com-group-net-zero-02-819x1024.jpeg 819w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/trip-com-group-net-zero-02-240x300.jpeg 240w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/trip-com-group-net-zero-02-768x960.jpeg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/trip-com-group-net-zero-02-150x188.jpeg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/trip-com-group-net-zero-02-400x500.jpeg 400w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/trip-com-group-net-zero-02.jpeg 850w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/trip-com-group-net-zero-03.jpeg'><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/trip-com-group-net-zero-03-819x1024.jpeg" class="attachment-large size-large" alt="Trip.com Group เปิดรายงานความยั่งยืนปี 2025" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/trip-com-group-net-zero-03-819x1024.jpeg 819w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/trip-com-group-net-zero-03-240x300.jpeg 240w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/trip-com-group-net-zero-03-768x960.jpeg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/trip-com-group-net-zero-03-150x188.jpeg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/trip-com-group-net-zero-03-400x500.jpeg 400w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/trip-com-group-net-zero-03.jpeg 850w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></a>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/trip-com-group-net-zero/">Trip.com Group เปิดรายงานความยั่งยืนปี 2025 ได้รับรองเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก จาก Science Based Targets initiative (SBTi)</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“ยูยู” ในกลุ่มบริษัทอีสท์ วอเตอร์ เดินหน้าเพิ่มพื้นที่สีเขียว รักษ์ป่าต้นน้ำ จับมือเทศบาลเมืองเนินพระ–ชุมชนบ้านศาลเจ้า สร้างความยั่งยืนให้เมืองระยอง</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/uu-mou/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 11 Aug 2026 06:10:45 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[CSR]]></category>
		<category><![CDATA[การฟื้นฟูระบบนิเวศ]]></category>
		<category><![CDATA[ยูยู]]></category>
		<category><![CDATA[รักษ์ป่าต้นน้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[อีสท์ วอเตอร์]]></category>
		<category><![CDATA[เพิ่มพื้นที่สีเขียว]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=45597</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท ยูนิเวอร์แซล ยูทีลิตี้ส์ (ยูยู) บริษัทในกลุ่มอีสท์ วอเตอร์ ร่วมกับ เทศบาลเมืองเนินพระ และคณะกรรมการจัดการป่าชุมชนบ้านศาลเจ้า ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) โครงการ “ภาคีเครือข่ายร่วมใจ เพิ่มพื้นที่สีเขียวและรักษ์ป่าต้นน้ำเมืองเนินพระ” ภายใต้โครงการ “ยูยู สร้างป่า รักษ์ต้นน้ำ” เพื่อบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ในการฟื้นฟูระบบนิเวศ เพิ่มพื้นที่สีเขียว และสร้างความมั่นคงให้กับพื้นที่ป่าต้นน้ำอย่างต่อเนื่อง ความร่วมมือดังกล่าวจัดขึ้น ณ สำนักงานเทศบาลเมืองเนินพระ จังหวัดระยอง โดยมี นายศุภชัย&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/uu-mou/">“ยูยู” ในกลุ่มบริษัทอีสท์ วอเตอร์ เดินหน้าเพิ่มพื้นที่สีเขียว รักษ์ป่าต้นน้ำ จับมือเทศบาลเมืองเนินพระ–ชุมชนบ้านศาลเจ้า สร้างความยั่งยืนให้เมืองระยอง</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท ยูนิเวอร์แซล ยูทีลิตี้ส์ (ยูยู) บริษัทในกลุ่มอีสท์ วอเตอร์ ร่วมกับ เทศบาลเมืองเนินพระ และคณะกรรมการจัดการป่าชุมชนบ้านศาลเจ้า ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (</strong><strong>MOU) โครงการ “ภาคีเครือข่ายร่วมใจ เพิ่มพื้นที่สีเขียวและรักษ์ป่าต้นน้ำเมืองเนินพระ” ภายใต้โครงการ “ยูยู สร้างป่า รักษ์ต้นน้ำ” เพื่อบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ในการฟื้นฟูระบบนิเวศ เพิ่มพื้นที่สีเขียว และสร้างความมั่นคงให้กับพื้นที่ป่าต้นน้ำอย่างต่อเนื่อง</strong></p>
<p><span id="more-45597"></span></p>
<p>ความร่วมมือดังกล่าวจัดขึ้น ณ สำนักงานเทศบาลเมืองเนินพระ จังหวัดระยอง โดยมี นายศุภชัย จิตรดล นายกเทศมนตรีเมืองเนินพระ นายชนินทร์ นพรัมภา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ยูนิเวอร์แซล ยูทีลิตี้ส์ จำกัด (มหาชน) และนายสมบูรณ์สุทัด พูลนิน รองประธานคณะกรรมการจัดการป่าชุมชนบ้านศาลเจ้า ปฏิบัติหน้าที่แทนประธานคณะกรรมการฯ ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-45613" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/uu-mou-08.jpg" alt="ยูยู สร้างป่า รักษ์ต้นน้ำ" width="680" height="392" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/uu-mou-08.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/uu-mou-08-300x173.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/uu-mou-08-150x86.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/uu-mou-08-500x288.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p>โครงการมีเป้าหมายสำคัญในการปลูกต้นไม้และฟื้นฟูพัฒนาระบบนิเวศบริเวณป่าชุมชนบ้านศาลเจ้า ตำบลเนินพระ จังหวัดระยอง พร้อมสร้างแนวป้องกันไฟป่าเชิงรุก ลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ และส่งเสริมให้ประชาชนในพื้นที่เกิดจิตสำนึกในการรักและหวงแหนทรัพยากรธรรมชาติ ตลอดจนพัฒนาพื้นที่ให้เป็นพื้นที่สีเขียวและ “ปอดแห่งใหม่” ของชุมชน รวมถึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ในอนาคต</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายชนินทร์ นพรัมภา</strong></span> <strong>กรรมการผู้จัดการ บริษัท ยูนิเวอร์แซล ยูทีลิตี้ส์ จำกัด (มหาชน)</strong> หรือ <strong>ยูยู</strong> เปิดเผยว่า ยูยู ในฐานะผู้ให้บริการน้ำประปา ตระหนักถึงความสัมพันธ์ระหว่าง “น้ำ” และ “ป่า” ซึ่งเป็นทรัพยากรที่เกื้อกูลกันอย่างแยกไม่ออก การเข้าร่วมโครงการครั้งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมปลูกต้นไม้ แต่เป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือระยะยาวในการดูแล ฟื้นฟู และพัฒนาผืนป่าชุมชนบ้านศาลเจ้าให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง</p>
<p>“น้ำและป่าเป็นทรัพยากรที่เกื้อกูลกันอย่างแยกไม่ออก การดูแลต้นน้ำจึงเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความมั่นคงด้านทรัพยากรน้ำในระยะยาว ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนถึงความตั้งใจของยูยูและกลุ่มอีสท์ วอเตอร์ ที่ต้องการมีส่วนร่วมกับชุมชนในการดูแลสิ่งแวดล้อม และสร้างประโยชน์ให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในพื้นที่” <strong>นายชนินทร์</strong>กล่าว</p>
<p>ด้าน<span style="color: #6cb742;"><strong>นายศุภชัย จิตรดล</strong></span> <strong>นายกเทศมนตรีเมืองเนินพระ</strong> เปิดเผยว่า เทศบาลเมืองเนินพระให้ความสำคัญกับการเพิ่มพื้นที่สีเขียวและการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ โดยเฉพาะการดูแลป่าชุมชนบ้านศาลเจ้าให้มีความอุดมสมบูรณ์และเกิดความยั่งยืน ความร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นการผนึกกำลังของภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชน ในการร่วมกันปลูกต้นไม้ ฟื้นฟูระบบนิเวศ และสร้างแนวป้องกันไฟป่า</p>
<p>“การอนุรักษ์ป่าจะเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืนได้ เมื่อชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมและเป็นเจ้าของในการดูแลพื้นที่ของตนเอง เทศบาลฯ จึงมุ่งหวังให้ความร่วมมือครั้งนี้เป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างเครือข่ายชุมชนที่เข้มแข็ง ร่วมกันดูแลผืนป่าและสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างพื้นที่สีเขียวที่เป็นประโยชน์ต่อคนในชุมชนและส่งต่อทรัพยากรธรรมชาติที่มีคุณค่าให้คนรุ่นต่อไป” <strong>นายศุภชัย</strong>กล่าว</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-45612" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/uu-mou-07.jpg" alt="ยูยู สร้างป่า รักษ์ต้นน้ำ" width="680" height="426" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/uu-mou-07.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/uu-mou-07-300x188.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/uu-mou-07-150x94.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/uu-mou-07-500x313.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>

<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/uu-mou-02.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="150" height="150" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/uu-mou-02-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail size-thumbnail" alt="ยูยู สร้างป่า รักษ์ต้นน้ำ" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/uu-mou-03.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="150" height="150" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/uu-mou-03-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail size-thumbnail" alt="ยูยู สร้างป่า รักษ์ต้นน้ำ" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/uu-mou-04.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="150" height="150" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/uu-mou-04-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail size-thumbnail" alt="ยูยู สร้างป่า รักษ์ต้นน้ำ" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/uu-mou-05.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="150" height="150" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/uu-mou-05-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail size-thumbnail" alt="ยูยู สร้างป่า รักษ์ต้นน้ำ" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/uu-mou-06.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="150" height="150" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/uu-mou-06-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail size-thumbnail" alt="ยูยู สร้างป่า รักษ์ต้นน้ำ" /></a>

<p>สำหรับความร่วมมือครั้งนี้ สะท้อนถึงเจตนารมณ์ของทั้งสามภาคีในการร่วมกันขับเคลื่อนการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าชุมชนอย่างต่อเนื่อง  ยูยู ในกลุ่มบริษัทอีสท์ วอเตอร์ มุ่งมั่นที่จะเดินหน้าสร้างความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อร่วมดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการดำเนินธุรกิจด้านน้ำอย่างมีความรับผิดชอบ โดยเชื่อว่าการสร้างความมั่นคงด้านน้ำในอนาคต ต้องเริ่มจากการดูแลระบบนิเวศและทรัพยากรธรรมชาติให้มีความสมดุลและยั่งยืนไปพร้อมกัน ร่วมกันดูแลป่า รักษาต้นน้ำ สร้างความมั่นคงด้านน้ำ เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/uu-mou/">“ยูยู” ในกลุ่มบริษัทอีสท์ วอเตอร์ เดินหน้าเพิ่มพื้นที่สีเขียว รักษ์ป่าต้นน้ำ จับมือเทศบาลเมืองเนินพระ–ชุมชนบ้านศาลเจ้า สร้างความยั่งยืนให้เมืองระยอง</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>CKPower เผยกำไรจากการดำเนินงานครึ่งปีแรก 326 ล้านบาท พัฒนาระบบคาดการณ์น้ำ รับมือแนวโน้มเอลนีโญ</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/ckpower-q2-2026/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 11 Aug 2026 06:03:26 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<category><![CDATA[CKPower]]></category>
		<category><![CDATA[โรงไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[ไฟฟ้าพลังงานน้ำ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=45591</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ 11 ส.ค. 2569 –  นายธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKPower (ชื่อย่อหลักทรัพย์: CKP) หนึ่งในผู้ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคและมีคาร์บอนฟุตพรินต์ต่ำที่สุดรายหนึ่ง เปิดเผยผลการดำเนินงานของบริษัทและบริษัทย่อยในไตรมาสที่ 2/2569 และครึ่งปีแรกของปี 2569 ว่า CKPower มีกำไรสุทธิจากการดำเนินงานในไตรมาส 2 และงวด 6 เดือนปี 2569&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/ckpower-q2-2026/">CKPower เผยกำไรจากการดำเนินงานครึ่งปีแรก 326 ล้านบาท พัฒนาระบบคาดการณ์น้ำ รับมือแนวโน้มเอลนีโญ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ 11 ส.ค. 2569 –  <strong>นายธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKPower (ชื่อย่อหลักทรัพย์: CKP) หนึ่งในผู้ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคและมีคาร์บอนฟุตพรินต์ต่ำที่สุดรายหนึ่ง เปิดเผยผลการดำเนินงานของบริษัทและบริษัทย่อยในไตรมาสที่ 2/2569 และครึ่งปีแรกของปี 2569 ว่า CKPower มีกำไรสุทธิจากการดำเนินงานในไตรมาส 2 และงวด 6 เดือนปี 2569 จำนวน 210 และ 326 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 40 และ 22 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากรายได้จากการขายไฟฟ้าของ บริษัท บางปะอิน โคเจนเนอเรชั่น จำกัด (BIC) และบริษัท ไฟฟ้าน้ำงึม 2 จำกัด (NN2) ลดลงตามปริมาณการขายไฟฟ้า ประกอบกับต้นทุนเชื้อเพลิงของ BIC ที่เพิ่มขึ้นในไตรมาส 2 อย่างไรก็ตามบริษัทรับรู้ส่วนแบ่งกำไรสุทธิจากการดำเนินงานของ XPCL ในไตรมาส 2 และช่วงครึ่งแรกของปีจำนวน 318 และ 517 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 49 และ 134 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามลำดับ จากปริมาณน้ำไหลผ่านโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี ที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ปริมาณการจำหน่ายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น ประกอบกับต้นทุนทางการเงินของ XPCL ที่ลดลงจากการทยอยชำระคืนเงินกู้ยืมระยะยาวและอัตราดอกเบี้ยที่ลดลง ทั้งนี้ ผลประกอบการที่แข็งแกร่งของ XPCL เป็นปัจจัยบวกที่ช่วยบรรเทาผลกระทบจากผลประกอบการของ NN2 และ BIC ที่ลดลง และช่วยสนับสนุนผลการดำเนินงานในภาพรวมของ CKP ได้เป็นอย่างดี</strong></p>
<p><span id="more-45591"></span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-45594 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/CKPower-Q2-2026-01.jpg" alt="CKPower" width="680" height="382" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/CKPower-Q2-2026-01.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/CKPower-Q2-2026-01-300x169.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/CKPower-Q2-2026-01-150x84.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/CKPower-Q2-2026-01-500x281.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p>สถานการณ์น้ำ ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2569 โรงไฟฟ้าพลังน้ำ น้ำงึม 2 มีปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำอยู่ที่ระดับ 355 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง ซึ่งใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อนแม้จะมีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำน้อยลง ขณะที่ปริมาณน้ำเฉลี่ยที่ไหลผ่านโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี ยังคงมากกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 15 ทั้งนี้ ข้อมูลพยากรณ์อากาศบ่งชี้ว่า มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดปรากฏการณ์เอลนีโญ (El Niño) ในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 บริษัทจึงเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ด้วยการพัฒนาระบบติดตามและคาดการณ์ปริมาณน้ำ (Hydrometeorological Monitoring and Forecasting System) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความแม่นยำในการประกาศความพร้อมในการผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าพลังน้ำของบริษัท</p>
<p>ด้านโครงการไฟฟ้าพลังน้ำ หลวงพระบาง มีความคืบหน้าการก่อสร้าง ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2569 อยู่ที่ร้อยละ 77 ซึ่งเป็นไปตามแผนงานที่กำหนดไว้ ขณะที่โครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในรูปแบบ Feed-in Tariff (FiT) กลุ่มไม่มีต้นทุนเชื้อเพลิง ภายใต้บริษัท บางเขนชัย จำกัด (BKC) ซึ่งได้ลงนามในสัญญาซื้อขายไฟกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) มีกำลังการผลิตติดตั้ง 6 เมกะวัตต์ (MW) ปัจจุบันได้เริ่มดำเนินการก่อสร้างโดยมีกำหนดเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในปี 2570 ภายใต้สัญญาระยะเวลา 25 ปี</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-45595" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/CKPower-Q2-2026-02-1.jpg" alt="CKPower" width="660" height="371" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/CKPower-Q2-2026-02-1.jpg 660w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/CKPower-Q2-2026-02-1-300x169.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/CKPower-Q2-2026-02-1-150x84.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/CKPower-Q2-2026-02-1-500x281.jpg 500w" sizes="(max-width: 660px) 100vw, 660px" /></p>
<p>สำหรับฐานะการเงิน ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 บริษัทมีอัตราส่วนสภาพคล่องอยู่ที่ 2.49 เท่า และอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยจ่ายสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นรวมยังคงอยู่ในระดับต่ำที่ 0.52 เท่า แสดงถึงการบริหารจัดการสภาพคล่องและรักษาความสามารถในการชำระหนี้ให้อยู่ในระดับเหมาะสม ขณะเดียวกัน แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยที่ต่ำกว่าปีก่อนคาดว่าจะช่วยลดต้นทุนทางการเงินของ XPCL และเป็นปัจจัยสนับสนุนผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 โดยบริษัทยังคงติดตามทิศทางอัตราดอกเบี้ยและบริหารโครงสร้างหนี้ระยะยาวอย่างต่อเนื่อง</p>
<p>&#8220;ท่ามกลางความผันผวนด้านพลังงานและภูมิรัฐศาสตร์ พลังงานหมุนเวียนยังคงมีบทบาทสำคัญต่อการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ โดย CKPower จะเดินหน้าเพิ่มสัดส่วนกำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน ควบคู่กับการยกระดับประสิทธิภาพการผลิต เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2593&#8221; <strong>นายธนวัฒน์</strong> กล่าวทิ้งท้าย</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/ckpower-q2-2026/">CKPower เผยกำไรจากการดำเนินงานครึ่งปีแรก 326 ล้านบาท พัฒนาระบบคาดการณ์น้ำ รับมือแนวโน้มเอลนีโญ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สว.ลงพื้นที่พิสูจน์ระบบจัดการกากอุตสาหกรรมของ BWG แนะบริษัทสื่อสารความจริงเชิงรุก</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/bwg-industrial-waste-management-system/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 10 Aug 2026 09:20:38 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[BWG]]></category>
		<category><![CDATA[การกำจัดขยะอุตสาหกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบจัดการกากอุตสาหกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบน้ำเสีย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=45573</guid>

					<description><![CDATA[<p>คณะสมาชิกวุฒิสภาเสนอแนะบริษัท เบตเตอร์ เวิลด์ กรีน เร่งสื่อสารเชิงรุกในข้อเท็จจริง เพื่อให้ประชาชนได้เข้าใจกระบวนการกำจัดขยะอุตสาหกรรมที่ถูกต้องตามหลักวิศวกรรมของบริษัทฯ หลังลงพื้นที่รับฟังความจริง พร้อมร่วมพิสูจน์ระบบจัดการกากอุตสาหกรรมและระบบน้ำเสีย ขณะที่นักศึกษาและอาจารย์ม.สุรนารี ขอบคุณ BWG ที่เปิดโรงงานให้เห็นขบวนกำจัดขยะอุตสาหกรรมที่ถูกหลักวิชาการ พลโท สุกิจ ทั่งทอง สมาชิกวุฒิสภา จังหวัดสระบุรี ในฐานะหัวหน้าคณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน กลุ่มภาคกลางตอนบน พร้อมนิทัศน์ อารีย์วงศ์สกุล รองประธานกรรมการฯ และคณะสมาชิกวุฒิสภา ลงพื้นที่รับฟังข้อมูลความจริงเกี่ยวกับการบริหารจัดการขยะและกากอุตสาหกรรมของบริษัท เบตเตอร์ เวิลด์ กรีน จำกัด (มหาชน) หรือ&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/bwg-industrial-waste-management-system/">สว.ลงพื้นที่พิสูจน์ระบบจัดการกากอุตสาหกรรมของ BWG แนะบริษัทสื่อสารความจริงเชิงรุก</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>คณะสมาชิกวุฒิสภาเสนอแนะบริษัท เบตเตอร์ เวิลด์ กรีน เร่งสื่อสารเชิงรุกในข้อเท็จจริง เพื่อให้ประชาชนได้เข้าใจกระบวนการกำจัดขยะอุตสาหกรรมที่ถูกต้องตามหลักวิศวกรรมของบริษัทฯ หลังลงพื้นที่รับฟังความจริง พร้อมร่วมพิสูจน์ระบบจัดการกากอุตสาหกรรมและระบบน้ำเสีย ขณะที่นักศึกษาและอาจารย์ม.สุรนารี ขอบคุณ BWG ที่เปิดโรงงานให้เห็นขบวนกำจัดขยะอุตสาหกรรมที่ถูกหลักวิชาการ</strong></p>
<p><span id="more-45573"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-45575" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/bwg-industrial-waste-management-system-01.jpg" alt="สว.ลงพื้นที่พิสูจน์ระบบจัดการกากอุตสาหกรรมของ BWG แนะบริษัทสื่อสารความจริงเชิงรุก" width="680" height="453" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/bwg-industrial-waste-management-system-01.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/bwg-industrial-waste-management-system-01-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/bwg-industrial-waste-management-system-01-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/bwg-industrial-waste-management-system-01-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>

<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/bwg-industrial-waste-management-system-02.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="300" height="200" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/bwg-industrial-waste-management-system-02-300x200.jpg" class="attachment-medium size-medium" alt="" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/bwg-industrial-waste-management-system-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/bwg-industrial-waste-management-system-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/bwg-industrial-waste-management-system-02-500x333.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/bwg-industrial-waste-management-system-02.jpg 680w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/bwg-industrial-waste-management-system-03.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="300" height="200" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/bwg-industrial-waste-management-system-03-300x200.jpg" class="attachment-medium size-medium" alt="" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/bwg-industrial-waste-management-system-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/bwg-industrial-waste-management-system-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/bwg-industrial-waste-management-system-03-500x333.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/bwg-industrial-waste-management-system-03.jpg 680w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/bwg-industrial-waste-management-system-04.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="300" height="200" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/bwg-industrial-waste-management-system-04-300x200.jpg" class="attachment-medium size-medium" alt="" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/bwg-industrial-waste-management-system-04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/bwg-industrial-waste-management-system-04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/bwg-industrial-waste-management-system-04-500x333.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/bwg-industrial-waste-management-system-04.jpg 680w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/bwg-industrial-waste-management-system-05.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="300" height="200" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/bwg-industrial-waste-management-system-05-300x200.jpg" class="attachment-medium size-medium" alt="" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/bwg-industrial-waste-management-system-05-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/bwg-industrial-waste-management-system-05-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/bwg-industrial-waste-management-system-05-500x333.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/bwg-industrial-waste-management-system-05.jpg 680w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/bwg-industrial-waste-management-system-06.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="300" height="200" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/bwg-industrial-waste-management-system-06-300x200.jpg" class="attachment-medium size-medium" alt="" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/bwg-industrial-waste-management-system-06-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/bwg-industrial-waste-management-system-06-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/bwg-industrial-waste-management-system-06-500x333.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/bwg-industrial-waste-management-system-06.jpg 680w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/bwg-industrial-waste-management-system-10.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="300" height="200" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/bwg-industrial-waste-management-system-10-300x200.jpg" class="attachment-medium size-medium" alt="" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/bwg-industrial-waste-management-system-10-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/bwg-industrial-waste-management-system-10-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/bwg-industrial-waste-management-system-10-500x333.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/bwg-industrial-waste-management-system-10.jpg 680w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/bwg-industrial-waste-management-system-09.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="300" height="200" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/bwg-industrial-waste-management-system-09-300x200.jpg" class="attachment-medium size-medium" alt="" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/bwg-industrial-waste-management-system-09-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/bwg-industrial-waste-management-system-09-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/bwg-industrial-waste-management-system-09-500x333.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/bwg-industrial-waste-management-system-09.jpg 680w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/bwg-industrial-waste-management-system-0.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="300" height="200" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/bwg-industrial-waste-management-system-0-300x200.jpg" class="attachment-medium size-medium" alt="" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/bwg-industrial-waste-management-system-0-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/bwg-industrial-waste-management-system-0-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/bwg-industrial-waste-management-system-0-500x333.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/bwg-industrial-waste-management-system-0.jpg 680w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></a>

<p><strong>พลโท สุกิจ ทั่งทอง</strong> สมาชิกวุฒิสภา จังหวัดสระบุรี ในฐานะหัวหน้าคณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน กลุ่มภาคกลางตอนบน พร้อม<strong>นิทัศน์ อารีย์วงศ์สกุล</strong> รองประธานกรรมการฯ และคณะสมาชิกวุฒิสภา ลงพื้นที่รับฟังข้อมูลความจริงเกี่ยวกับการบริหารจัดการขยะและกากอุตสาหกรรมของบริษัท เบตเตอร์ เวิลด์ กรีน จำกัด (มหาชน) หรือ <strong>BWG</strong> ในตำบลห้วยแห้ง อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี วันที่ 24 กรกฎาคม ที่ผ่านมา โดยมี <strong>เลิศชัย สกลเสาวภาคย์</strong> รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี ตรีพงษ์ กลันทปุระ อุตสาหกรรมจังหวัดสระบุรี และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องร่วมรับฟังข้อเท็จจริง</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นิทัศน์ อารีย์วงศ์สกุล</strong></span> <strong>รองประธานกรรมการขับเคลื่อนโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน กลุ่มภาคกลางตอนบน</strong> กล่าวภายหลังรับฟังข้อมูลและลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณหลุมฝังกลบของ BWG ว่า บริษัทฯควรเพิ่มกลยุทธ์การสื่อสารเชิงรุกกับประชาชนและสังคมให้มากขึ้น เพื่อให้เข้าใจว่าธุรกิจกำจัดกากอุตสาหกรรมเป็นกิจการที่สังคมมีความกังวลโดยธรรมชาติ เพราะหากประชาชนยังไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้ในกระบวนการจัดการ เมื่อเกิดกระแสข่าวหรือข้อสงสัย ย่อมนำไปสู่ความกังวลและความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนในความเป็นจริง</p>
<p>ด้าน<span style="color: #6cb742;"><strong>นวลนิจ หงษ์วิวัฒน์</strong></span> <strong>สมาชิกสมาชิกวุฒิสภา</strong> มองว่า หลังได้รับฟังข้อมูลความจริงที่ชัดเจนของBWG ทำให้เห็นว่าการกำจัดขยะเป็นประโยชน์ และเป็นภารกิจที่มีความสำคัญต่อระบบสิ่งแวดล้อมและภาคอุตสาหกรรมทั้งระบบ</p>
<p>ด้าน<span style="color: #6cb742;"><strong>ตัวแทนจาก BWG</strong></span> ยืนยันกับคณะสว.ว่า บริษัทฯพร้อมให้หน่วยงานภาครัฐและผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน เข้ารับทราบความเป็นจริงของบริษัทฯได้ตลอดเวลา เพราะมั่นใจในระบบฝังกลบของบริษัทฯ ที่ไม่ได้ใช้วิธีการขุดหลุมแล้วนำขยะลงไปฝังใต้ดินโดยตรงอย่างที่บางฝ่ายเข้าใจ แต่เป็นการใช้ระบบฝังกลบเชิงวิศวกรรม ที่มีการสร้างคันดิน ระบบรองพื้น วัสดุป้องกันการรั่วซึม ระบบรวบรวมน้ำชะกาก และระบบบำบัดน้ำเสีย ที่สามารถควบคุมไม่ให้น้ำจากพื้นที่จัดการของเสียไหลออกนอกระบบควบคุม</p>
<p>ตัวแทน <strong>BWG</strong> อธิบายเพิ่มเติมว่า หัวใจสำคัญของการจัดการกากอุตสาหกรรมคือการควบคุม น้ำชะกาก ซึ่งเกิดจากความชื้นของของเสียหรือน้ำที่สัมผัสของเสียโดยตรง โดยน้ำดังกล่าวจะถูกรวบรวมเข้าสู่ระบบบำบัด ก่อนนำน้ำที่ผ่านการบำบัดกลับมาใช้ภายในพื้นที่ เช่น รดต้นไม้ รดถนน ลดฝุ่น และใช้ในกิจกรรมภายในโรงงาน ซึ่งทำให้จะไม่มีน้ำที่ผ่านการบำบัดแล้วไหลออกจากบริษัทฯในทุกทาง</p>
<p>สำหรับข้อกังวลว่า หากระบบป้องกันการรั่วซึมเกิดความเสียหายจะสามารตรวจพบได้อย่างไร บริษัทฯยืนยันว่า มีระบบบ่อสังเกตการณ์น้ำใต้ดินรอบพื้นที่ เพื่อเก็บตัวอย่างน้ำมาตรวจเปรียบเทียบระหว่างทิศทางเหนือน้ำและท้ายน้ำใต้ดิน รวมถึงมีการตรวจติดตามน้ำใต้ดิน น้ำผิวดิน และคุณภาพสิ่งแวดล้อมตามเงื่อนไขที่กำหนดอย่างต่อเนื่อง</p>
<p>นอกจากนี้ การจัดการของเสียของบริษัทฯ ยังได้แยกประเภทระหว่าง ของเสียไม่อันตราย และ ของเสียอันตราย ออกจากกัน โดยของเสียอันตรายจะต้องผ่านกระบวนการลดความเป็นอันตรายก่อนเข้าสู่หลุมฝังกลบ เช่น การปรับสภาพกรด–ด่าง และการทำให้ของเสียแข็งตัว เพื่อลดโอกาสการชะละลายของสารปนเปื้อน</p>
<p>กรณีคำสั่งตามมาตรา 39 ของกรมโรงงานอุตสาหกรรม ล่าสุดบริษัทฯได้ยื่นคำอุทธรณ์แล้ว โดยเห็นว่าควรแยกประเด็นให้ชัดระหว่าง น้ำในระบบภายในโรงงาน กับ น้ำทิ้งที่ระบายออกนอกโรงงาน เพราะการพบสารในระบบรวบรวมและบำบัดน้ำชะกาก ไม่ได้เท่ากับข้อพิสูจน์ว่ามีการปล่อยมลพิษออกสู่ลำน้ำสาธารณะ หากยังไม่มีหลักฐานเชื่อมโยงชัดเจน</p>
<p>ตัวแทน <strong>BWG</strong> ยังระบุเพิ่มเติมว่า พื้นที่ตำบลห้วยแห้งและคลองตะเข้เป็นระบบลุ่มน้ำที่มีหลายกิจกรรม ทั้งชุมชน เกษตรกรรม ปศุสัตว์ และโรงงานอุตสาหกรรม การตรวจสอบแหล่งกำเนิดมลพิษจึงควรพิจารณาทั้งระบบลุ่มน้ำ ไม่ควรสรุปจากผลตรวจเฉพาะจุดหรือข้อมูลบางช่วง</p>
<p>การลงพื้นที่ของคณะสมาชิกวุฒิสภาครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งเวทีสำคัญในการรับฟังข้อเท็จจริงจากทุกฝ่าย โดยข้อเสนอสำคัญคือ คณะสว.แนะนำให้บริษัทเปิดข้อมูลความจริงและสื่อสารอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนได้เข้าใจว่า ระบบกำจัดกากอุตสาหกรรมที่ถูกต้องทำงานอย่างไร และมีมาตรการใดในการป้องกันผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม</p>
<p>นอกจากนี้ เพื่อสร้างความเข้าใจแท้จริงต่อกระบวนการจัดการของเสียที่ถูกต้องตามหลักวิศวกรรมและมาตรฐานสิ่งแวดล้อม ทาง BWG จึงกลายเป็นสถานีแห่งการเรียรู้ของหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษา ในการเข้าศึกษาดูงานด้านการจัดการกากอุตสาหกรรมที่ถูกต้องอย่างต่อเนื่อง</p>
<p>ล่าสุดเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2569 คณะอาจารย์และนักศึกษาสาขาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม สำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ก็เป็นอีกหน่วยงานที่ขอเข้าศึกษาดูงานและเยี่ยมชมการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมของ BWG โดยนักศึกษาที่เข้าร่วมชมกระบวนการทำงานจริงของการจัดการพื้นที่และการกำจัดกลิ่นที่ประสิทธิภาพระบุว่า สามารถสร้างมุมมองใหม่นอกห้องเรียน และเป็นการเปิดโอกาสการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์จากภาคปฏิบัติ</p>
<p>ด้าน <span style="color: #6cb742;"><strong>รศ.ดร.บุญชัย วิจิตรเสถียร</strong></span> <strong>หัวหน้าสาขาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยสุรนารี</strong> กล่าวว่า การพานักศึกษาออกจากรั้วมหาวิทยาลัยมาดูระบบจัดการของเสียอันตรายในสถานที่จริง โดยเฉพาะจากโรงงานที่มีคุณภาพ มีมาตรฐาน และมีศักยภาพในการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อม เป็นโอกาสสำคัญในการเปิดโลกทัศน์ สร้างแรงบันดาลใจในวิชาชีพ และเป็นประโยชน์ต่อการเตรียมบุคลากรรุ่นใหม่ด้านสิ่งแวดล้อมในอนาคต</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/bwg-industrial-waste-management-system/">สว.ลงพื้นที่พิสูจน์ระบบจัดการกากอุตสาหกรรมของ BWG แนะบริษัทสื่อสารความจริงเชิงรุก</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>‘FutureBuild Asia 2026’ รวมพลคนก่อสร้าง ขนคอนเทนต์-นิทรรศการเชื่อมระบบนิเวศอุตสาหกรรมก่อสร้าง</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/futurebuild-asia-2026/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 10 Aug 2026 08:33:17 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Seminar & Exhibitions]]></category>
		<category><![CDATA[FutureBuild Asia 2026]]></category>
		<category><![CDATA[งานวิศวกรรรม]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[วงการก่อสร้าง]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=45562</guid>

					<description><![CDATA[<p>การเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมก่อสร้างจากการแข่งขันด้านต้นทุน สู่การแข่งขันด้วย เทคโนโลยี นวัตกรรม ความยั่งยืน และการลดคาร์บอน ปัจจัยเหล่านี้ทำให้การหาองค์ความรู้ใหม่ๆ ที่ทันสมัยและการต่อยอดเครือข่ายทางธุรกิจเป็นสิ่งจำเป็น เร็ว ๆ นี้ ที่ประเทศไทยจะจัดงาน FutureBuild Asia 2026 ระหว่างวันที่ 11-13 พฤศจิกายน 2569 ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค (BITEC) กรุงเทพฯ ภายใต้แนวคิด: Shaping the Future of Construction in Asia&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/futurebuild-asia-2026/">‘FutureBuild Asia 2026’ รวมพลคนก่อสร้าง ขนคอนเทนต์-นิทรรศการเชื่อมระบบนิเวศอุตสาหกรรมก่อสร้าง</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>การเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมก่อสร้างจากการแข่งขันด้านต้นทุน สู่การแข่งขันด้วย เทคโนโลยี นวัตกรรม ความยั่งยืน และการลดคาร์บอน ปัจจัยเหล่านี้ทำให้การหาองค์ความรู้ใหม่ๆ ที่ทันสมัยและการต่อยอดเครือข่ายทางธุรกิจเป็นสิ่งจำเป็น</strong></p>
<p>เร็ว ๆ นี้ ที่ประเทศไทยจะจัดงาน <strong>FutureBuild Asia 2026</strong> ระหว่างวันที่ 11-13 พฤศจิกายน 2569 ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค (BITEC) กรุงเทพฯ ภายใต้แนวคิด: Shaping the Future of Construction in Asia – by Bridging Professionals, Stakeholders and Technologies ซึ่งเป็นเวทีประชุมและนิทรรศการนานาชาติด้านอุตสาหกรรมก่อสร้างที่รวบรวมผู้พัฒนาโครงการ ผู้รับเหมา วิศวกร สถาปนิก นักลงทุน หน่วยงานภาครัฐ และผู้พัฒนาเทคโนโลยี เพื่อขับเคลื่อนการก่อสร้างและการพัฒนาเมืองของภูมิภาค</p>
<p><span id="more-45562"></span></p>
<p>“งานนี้จัดขึ้นเพื่อยกระดับระบบนิเวศอุตสาหกรรมก่อสร้าง (Bridge the Ecosystem) เชื่อมโยงทุกภาคส่วนของห่วงโซ่อุตสาหกรรม ตั้งแต่เจ้าของโครงการ ผู้ออกแบบ ผู้รับเหมา ซัพพลายเออร์ และภาครัฐ ,การผลักดันอนาคตอุตสาหกรรมก่อสร้าง และความร่วมมือระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ,บูรณาการนวัตกรรมและความยั่งยืน และเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยสู่เวทีโลก”</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-45563" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/FutureBuild-Asia-2026-01.jpg" alt="FutureBuild Asia 2026" width="740" height="494" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/FutureBuild-Asia-2026-01.jpg 850w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/FutureBuild-Asia-2026-01-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/FutureBuild-Asia-2026-01-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/FutureBuild-Asia-2026-01-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/FutureBuild-Asia-2026-01-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>

<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/FutureBuild-Asia-2026-07.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="300" height="200" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/FutureBuild-Asia-2026-07-300x200.jpg" class="attachment-medium size-medium" alt="FutureBuild Asia 2026" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/FutureBuild-Asia-2026-07-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/FutureBuild-Asia-2026-07-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/FutureBuild-Asia-2026-07-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/FutureBuild-Asia-2026-07-500x334.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/FutureBuild-Asia-2026-07.jpg 850w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/FutureBuild-Asia-2026-08.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="300" height="200" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/FutureBuild-Asia-2026-08-300x200.jpg" class="attachment-medium size-medium" alt="FutureBuild Asia 2026" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/FutureBuild-Asia-2026-08-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/FutureBuild-Asia-2026-08-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/FutureBuild-Asia-2026-08-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/FutureBuild-Asia-2026-08-500x334.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/FutureBuild-Asia-2026-08.jpg 850w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/FutureBuild-Asia-2026-09.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="300" height="200" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/FutureBuild-Asia-2026-09-300x200.jpg" class="attachment-medium size-medium" alt="FutureBuild Asia 2026" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/FutureBuild-Asia-2026-09-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/FutureBuild-Asia-2026-09-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/FutureBuild-Asia-2026-09-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/FutureBuild-Asia-2026-09-500x334.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/FutureBuild-Asia-2026-09.jpg 850w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></a>

<h3>การรวมขุนพลคนก่อสร้างจากทั่วโลก</h3>
<p>งานนี้ถูกจัดขึ้นเพื่อเป็นเวที “รวมขุนพลคนก่อสร้าง” จากทุกภาคส่วนในที่เดียว ไม่ว่าจะเป็นองค์กรชั้นนำ สมาคมวิชาชีพ ผู้เชี่ยวชาญ และผู้กำหนดทิศทางในอุตสาหกรรม ซึ่งผู้เข้าร่วมงานจะมีโอกาสพบปะกับ บุคคลในวงการและวิทยากรชั้นนำกว่า 100 ท่าน เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และสร้างคอนเนคชันทางธุรกิจในระดับ B2B ทั่วภูมิภาค</p>
<p>ในงานประกอบด้วย กิจกรรม เช่นการออกบูธเพื่อนำเสนอโซลูชันและนวัตกรรมต่อกลุ่มผู้มีอำนาจตัดสินใจ ผู้ลงทุน และผู้นำองค์กรระดับแนวหน้าโดยตรงซึ่งจะช่วยในการขยายฐานลูกค้าใหม่ สร้างพันธมิตรทางธุรกิจ และเพิ่มโอกาสในการปิดการขาย</p>
<h3>อัดแน่นประเด็นเชิงยุทธศาสตร์</h3>
<p>ตลอด 3 วันของการจัดงาน จะมีการประชุมและสัมมนาครอบคลุมประเด็นสำคัญของอุตสาหกรรม Capital, Urbanization &amp; Partnership Foundations ,Infrastructure, Technology, Energy &amp; Sustainable Delivery และ Energy, Data Center Resilience &amp; Future Workforce</p>
<p>งานแบ่งเนื้อหาออกเป็น 5 แกนหลัก ได้แก่ ทิศทางเชิงยุทธศาสตร์ : เสียงจากผู้กำหนดนโยบายและภาคอุตสาหกรรม ,พลังเครือข่ายวิชาชีพ : การสร้างความร่วมมือระหว่างองค์กรวิชาชีพ , ประเด็นหลักแห่งอุตสาหกรรม : ถอดบทเรียนและความท้าทายของภาคก่อสร้าง ,เสียงขับเคลื่อนอนาคต : นวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ ,พลังร่วมแห่งระบบนิเวศ : ความร่วมมือของทุกภาคส่วนเพื่อยกระดับอุตสาหกรรม</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27965" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/FutureBuild-Asia-2026-05.jpg" alt="FutureBuild Asia 2026" width="740" height="493" /></p>

<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/FutureBuild-Asia-2026-02.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="300" height="200" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/FutureBuild-Asia-2026-02-300x200.jpg" class="attachment-medium size-medium" alt="FutureBuild Asia 2026" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/FutureBuild-Asia-2026-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/FutureBuild-Asia-2026-02-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/FutureBuild-Asia-2026-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/FutureBuild-Asia-2026-02-500x334.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/FutureBuild-Asia-2026-02.jpg 850w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/FutureBuild-Asia-2026-03.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="300" height="200" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/FutureBuild-Asia-2026-03-300x200.jpg" class="attachment-medium size-medium" alt="FutureBuild Asia 2026" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/FutureBuild-Asia-2026-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/FutureBuild-Asia-2026-03-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/FutureBuild-Asia-2026-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/FutureBuild-Asia-2026-03-500x334.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/FutureBuild-Asia-2026-03.jpg 850w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/FutureBuild-Asia-2026-04.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="300" height="200" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/FutureBuild-Asia-2026-04-300x200.jpg" class="attachment-medium size-medium" alt="FutureBuild Asia 2026" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/FutureBuild-Asia-2026-04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/FutureBuild-Asia-2026-04-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/FutureBuild-Asia-2026-04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/FutureBuild-Asia-2026-04-500x334.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/FutureBuild-Asia-2026-04.jpg 850w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></a>

<h3>เปิดเคล็ดลับธุรกิจเปลี่ยนคู่แข่งสู่คู่ค้า</h3>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายนิวัฒน์ ธัญปิตินันท์</strong> </span><strong>ประธาน Advisory Board งาน FutureBuild Asia 2026</strong> ระบุว่า ตั้งแต่ผู้กำหนดนโยบาย เจ้าของโครงการ นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ สถาปนิก วิศวกร ผู้รับเหมา ผู้ผลิตวัสดุ ผู้พัฒนาเทคโนโลยี นักลงทุน สถาบันการเงิน สถาบันการศึกษา และองค์กรวิชาชีพ สามารถใช้เวทีแห่งนี้เพื่อให้การแลกเปลี่ยนบนเวทีสามารถต่อยอดสู่การจับคู่ธุรกิจและการพัฒนาโครงการในอนาคต</p>
<p><strong>&#8220;วงการก่อสร้างมีเครือข่ายที่ซับซ้อน และการขยายการพบปะแบบ </strong><strong>&#8216;พบเอง&#8217; มีข้อจำกัดต่อโอกาสและต่อยอดธุรกิจได้มาก เพราะทุกคนคือ &#8216;คู่ค้า&#8217; มากกว่า &#8216;คู่แข่ง&#8217; </strong></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายนพดล ใจซื่อ</strong></span> <strong>นายกสมาคมวิศวกรที่ปรึกษาแห่งประเทศไทย (CEAT)</strong> กล่าวเสริมว่า ประเทศไทย การยกระดับความร่วมมือและศักยภาพของวิศวกรไทยไปสู่ระดับสากล ถือเป็น ‘วาระแห่งชาติ’ ที่ทุกคนต้องร่วมมือกันอย่างจริงจัง</p>
<p><strong>&#8220;ภาคอุตสาหกรรมก่อสร้างขนาดกลางต้องเผชิญความท้าทายด้าน </strong><strong>&#8216;นวัตกรรมเทคโนโลยี&#8217; ควบคู่กับเป้าหมาย &#8216;ความเป็นกลางทางคาร์บอน&#8217; ภายในปี 2050-2065&#8243; </strong></p>
<p>นอกจากนี้ พันธมิตรผู้จัดงานยังพร้อมนำงาน DOMOTEX South East Asia และ R+T South East Asia มาจัดร่วมกัน เพื่อสร้างระบบนิเวศด้านวัสดุก่อสร้าง เทคโนโลยีอาคาร และโซลูชันสำหรับ Built Environment ที่ครบวงจรในพื้นที่เดียว</p>
<p>การจัดงานเกิดขึ้นจากความร่วมมือของพันธมิตรระดับโลกอย่าง Messe Stuttgart, Deutsche Messe, GLOBUS Events และ Worldex G.E.C พร้อมด้วยการสนับสนุนพร้อมด้วยการสนับสนุนจากกระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงพลังงาน กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และองค์กรพันธมิตรภาคอุตสาหกรรม สภาอุตสาหกรรม สมาคมวิศวกรที่ปรึกษา สมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย และองค์กรที่เกี่ยวข้องกับวงการก่อสร้าง โดยมีเป้าหมายเพื่อเชื่อมโยงระบบนิเวศอุตสาหกรรมก่อสร้างแห่งเอเชีย (Bridge the Ecosystem) และยกระดับมาตรฐานงานก่อสร้างสู่ความยั่งยืน คาดการณ์ผู้เข้าร่วมงานระดับมืออาชีพกว่า 8,000 คน ผู้จัดแสดงสินค้ามากกว่า 300 ราย จากกว่า 30 ประเทศทั่วโลก</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/futurebuild-asia-2026/">‘FutureBuild Asia 2026’ รวมพลคนก่อสร้าง ขนคอนเทนต์-นิทรรศการเชื่อมระบบนิเวศอุตสาหกรรมก่อสร้าง</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>มูลนิธิศุภนิมิตฯ เปิดยุทธศาสตร์ 5 ปี ยกระดับคุณภาพชีวิต ‘เด็ก 4 ล้านคน’ พ้นวิกฤตความเปราะบาง  </title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/world-vision-foundation-of-thailand/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 07 Aug 2026 08:46:35 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[World Vision Foundation of Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิศุภนิมิตฯ]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ยกระดับคุณภาพชีวิตเด็ก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=45549</guid>

					<description><![CDATA[<p>มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย (World Vision Foundation of Thailand) ประกาศแผนยุทธศาสตร์ปีงบประมาณ 2026 – 2030 มุ่งเน้นยกระดับคุณภาพชีวิตเด็กและครอบครัวเป้าหมาย 4 ล้านคน ลุยปรับรูปแบบการทำงานเชิงบูรณาการ เร่งแก้วิกฤตความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา สุขภาพ ยุติความรุนแรง รับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และขจัดความยากจนอย่างยั่งยืนทั่วประเทศ ตลอดระยะเวลากว่า 50 ปี แม้ว่ามูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย จะสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตของเด็ก ครอบครัว และชุมชนได้อย่างต่อเนื่อง แต่สถานการณ์ความเปราะบางของเด็กในปัจจุบันมีความซับซ้อนมากขึ้น ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/world-vision-foundation-of-thailand/">มูลนิธิศุภนิมิตฯ เปิดยุทธศาสตร์ 5 ปี ยกระดับคุณภาพชีวิต ‘เด็ก 4 ล้านคน’ พ้นวิกฤตความเปราะบาง  </a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย (World Vision Foundation of Thailand) ประกาศแผนยุทธศาสตร์ปีงบประมาณ 2026 – 2030 มุ่งเน้นยกระดับคุณภาพชีวิตเด็กและครอบครัวเป้าหมาย 4 ล้านคน ลุยปรับรูปแบบการทำงานเชิงบูรณาการ เร่งแก้วิกฤตความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา สุขภาพ ยุติความรุนแรง รับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และขจัดความยากจนอย่างยั่งยืนทั่วประเทศ</strong></p>
<p><span id="more-45549"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-45551" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/worldvision-01.jpg" alt="มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/worldvision-01.jpg 850w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/worldvision-01-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/worldvision-01-768x511.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/worldvision-01-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/worldvision-01-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>ตลอดระยะเวลากว่า 50 ปี แม้ว่ามูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย จะสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตของเด็ก ครอบครัว และชุมชนได้อย่างต่อเนื่อง แต่สถานการณ์ความเปราะบางของเด็กในปัจจุบันมีความซับซ้อนมากขึ้น ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม แผนยุทธศาสตร์ฉบับใหม่ จึงเกิดขึ้นภายใต้แนวคิด “Bold Hope, Make Hope Real” เพื่อเปลี่ยนความหวังให้เป็นผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริงกับเด็กและชุมชน</p>
<p>ตลอดช่วงปี 2021-2025 ที่ผ่านมา มูลนิธิศุภนิมิตฯ สามารถสร้างผลลัพธ์ให้เกิดเป็นรูปธรรมอย่างเป็นที่ประจักษ์ ในหลายด้าน อาทิ ด้านการพัฒนาและการศึกษาสนับสนุนเด็กเปราะบางกว่า 706,200 คน ด้านพัฒนาเยาวชนกว่า 238,365 คน ด้านการปกป้องคุ้มครองเด็ก เยาวชน และผู้ปกครองกว่า 260,000 คน ด้านการช่วยเหลือและฟื้นฟู เด็กและกลุ่มเปราะบางจากสถานการณ์ภัยพิบัติ กว่า 417,000 คน งานด้านรณรงค์และการขับเคลื่อนเชิงนโยบาย เข้าถึงประชากรรวมกว่า 9.8 ล้านคน</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-45556" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/worldvision-p01.jpg" alt="ศ.ดร.บุญชัย หงส์จารุ" width="740" height="489" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/worldvision-p01.jpg 850w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/worldvision-p01-300x198.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/worldvision-p01-768x508.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/worldvision-p01-150x99.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/worldvision-p01-500x331.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">ศ.ดร.บุญชัย หงส์จารุ</span> ประธานกรรมการอำนวยการ มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย</strong> กล่าวว่า “การสร้างอนาคตที่ดีกว่าสำหรับเด็ก ไม่ใช่หน้าที่ขององค์กรใดองค์กรหนึ่ง แต่เป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทุกภาคส่วน เพราะเมื่อเด็กได้รับโอกาส ประเทศไทยก็จะมีอนาคตที่เข้มแข็งยิ่งขึ้น ตลอด 50 กว่าปีที่ผ่านมา มูลนิธิศุภนิมิตฯ ได้ทำงานเคียงข้างเด็ก ครอบครัว และชุมชนเปราะบางทั่วประเทศ ด้วยความเชื่อว่า เด็กทุกคนมีคุณค่า และสมควรได้รับโอกาสที่จะมีชีวิตที่ดี ซึ่งผลสำเร็จที่ผ่านมาไม่ได้สะท้อนเพียงจำนวนผู้ได้รับประโยชน์ แต่สะท้อนการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับเด็ก ครอบครัว และชุมชน  ความสำเร็จไม่ได้วัดจากตัวเลขเพียงอย่างเดียว แต่คือเด็กที่ได้กลับเข้าสู่ห้องเรียน ครอบครัวที่กลับมามีความหวัง และชุมชนที่เข้มแข็งขึ้น แต่ความท้าทายที่ซับซ้อนมากขึ้นในโลกยุคปัจจุบัน ทำให้การทำงานเพื่อเด็กต้องก้าวเดินไปด้วยแนวคิดและความร่วมมือในรูปแบบใหม่ เกิดเป็นยุทธศาสตร์ภายใต้กรอบ Bold Hope ที่ไม่ได้เป็นเพียงแผนการดำเนินงานแต่เป็นกรอบความร่วมมือที่เปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนได้ร่วมกันสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน และ Bold Hope จะไม่ได้เป็นเพียงความหวัง แต่คือความหวังที่จะนำไปสู่การลงมือทำให้เราสามารถ Make Hope Real และสร้างอนาคตที่ดีกว่าให้กับเด็กได้จริง โดยภายในปี 2030 มูลนิธิศุภนิมิตฯ ตั้งเป้าให้เด็กอย่างน้อย 4 ล้านคน มีความอยู่ดีมีสุขอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะเด็กที่เปราะบางและยากไร้ที่สุด พร้อมขยายการเข้าถึงเด็กทางอ้อมอีกกว่า 12 ล้านคน และผู้ใหญ่รวมถึงผู้ดูแลเด็กกว่า 3.3 ล้านคน ผ่านการดำเนินงานในพื้นที่มุ่งเน้น  57 แห่ง ครอบคลุม 35 จังหวัดทั่วประเทศ”</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-45557" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/worldvision-p02.jpg" alt="รสลิน โกแวร์" width="740" height="544" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/worldvision-p02.jpg 850w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/worldvision-p02-300x221.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/worldvision-p02-768x565.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/worldvision-p02-150x110.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/worldvision-p02-500x368.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">รสลิน โกแวร์</span> ผู้อำนวยการ มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย</strong> กล่าวว่า “<strong>ภายใต้วิสัยทัศน์</strong> ‘ความหวัง ความสุข และความเป็นธรรมสำหรับเด็กทุกคน’ ทำให้มูลนิธิศุภนิมิตฯ ใฝ่ฝันถึงโลกที่เด็กทุกคนจะมีชีวิตที่ดี ได้รับโอกาสในการพัฒนา เติบโตอย่างปลอดภัย และได้รับการปฏิบัติด้วยศักดิ์ศรีและความเป็นธรรม เพราะความหวังไม่ได้เป็นเพียงความฝันหรือความปรารถนา แต่เป็นพลังที่ผลักดันให้เกิดการลงมือทำอย่างจริงจังเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงที่จับต้องได้ จากตัวเลขเป้าหมายเด็กจำนวน 4 ล้านคนที่จะมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืนภายในครอบครัวและชุมชน จึงหมายถึงเด็ก 4 ล้านชีวิต คือความหวัง 4 ล้านความหวัง และคือโอกาส 4 ล้านโอกาส ที่มูลนิธิศุภนิมิตฯ ต้องกำหนดแผนยุทธศาสตร์ให้สอดรับกับภารกิจอันยิ่งใหญ่ในครั้งนี้”</p>
<p>ยุทธศาสตร์ฉบับใหม่นี้จะขับเคลื่อนผ่านกรอบการดำเนินงานแบบบูรณาการ (Integrated Programming Frameworks) 4 ด้าน ที่มุ่งตอบโจทย์ความต้องการสำคัญของเด็กและชุมชน ได้แก่</p>
<ul>
<li>การศึกษาและทักษะชีวิต (Education &amp; Life Skill) มุ่งส่งเสริมและพัฒนาให้เด็กและเยาวชนได้รับการศึกษาและการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ เพื่อป้องกันการหลุดออกจากระบบการศึกษา ไปจนถึงการเตรียมความพร้อมและพัฒนาทักษะชีวิตเพื่อให้พร้อมก้าวสู่โลกการทำงานและการมีส่วนร่วมของเด็กและเยาวชนในสังคม</li>
<li>การคุ้มครองเด็ก (Child Protection) พัฒนาระบบคุ้มครองเด็กในชุมชน ส่งเสริมสิทธิขั้นพื้นฐาน ป้องกันความรุนแรง การแสวงหาผลประโยชน์ และภัยคุกคามในทุกรูปแบบ รวมถึงการคุ้มครองเด็กบนโลกออนไลน์</li>
<li>สุขภาพและโภชนาการ (Health &amp; Nutrition) เพราะสุขภาพที่ดีคือรากฐานของคุณภาพชีวิตและการพัฒนาในทุกมิติ จึงเน้นส่งเสริมสุขภาพแม่และเด็ก สนับสนุนโภชนาการที่เหมาะสม การป้องกันโรค สร้างเสริมสุขภาพ และการดูแลสุขภาวะทางจิต</li>
<li>ความสามารถในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อม ภูมิอากาศ และการดำรงชีวิต (ESCA &amp; Livelihoods) เสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนในการรับมือภัยพิบัติ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ส่งเสริมอาชีพและรายได้ที่ยั่งยืน รวมถึงร่วมกันอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ</li>
</ul>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-45552" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/worldvision-02.jpg" alt="มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย" width="740" height="494" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/worldvision-02.jpg 850w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/worldvision-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/worldvision-02-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/worldvision-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/worldvision-02-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>

<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/worldvision-03.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="300" height="200" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/worldvision-03-300x200.jpg" class="attachment-medium size-medium" alt="มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/worldvision-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/worldvision-03-768x511.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/worldvision-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/worldvision-03-500x333.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/worldvision-03.jpg 850w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/worldvision-04.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="300" height="200" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/worldvision-04-300x200.jpg" class="attachment-medium size-medium" alt="มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/worldvision-04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/worldvision-04-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/worldvision-04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/worldvision-04-500x334.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/worldvision-04.jpg 850w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/worldvision-05.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="300" height="200" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/worldvision-05-300x200.jpg" class="attachment-medium size-medium" alt="มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/worldvision-05-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/worldvision-05-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/worldvision-05-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/worldvision-05-500x334.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/worldvision-05.jpg 850w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></a>

<p>โดยการดำเนินงานดังกล่าว มูลนิธิศุภนิมิตฯ จะขับเคลื่อนยุทธศาสตร์โดยมุ่งเน้นการขยายการดำเนินงานโครงการพัฒนาเด็กใน 13 จังหวัด ที่มีความเปราะบางสูงสุด ควบคู่กับการดำเนินงานในพื้นที่อื่นตามพันธกิจของมูลนิธิฯ กับทำงานร่วมกับภาคีในพื้นที่ ใช้ข้อมูลและหลักฐานเชิงประจักษ์ในการตัดสินใจ และประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและการขยายผลการทำงาน เพื่อให้การดำเนินงานเกิดผลเป็นรูปธรรม รวมถึงเชิญชวนให้ภาคีทุกภาคส่วนมาเป็นผู้ร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงไปด้วยกัน เพื่อร่วมกันสร้างอนาคตที่ดีกว่าสำหรับเด็ก ด้วยการเปลี่ยนความหวังให้เป็นการลงมือทำ ที่จะเปลี่ยนผลลัพธ์ในพื้นที่ให้กลายเป็นการเปลี่ยนแปลงในระดับประเทศและเปลี่ยนพลังของคนเพียงไม่กี่คนให้กลายเป็นการเคลื่อนไหวร่วมกันของทั้งสังคม</p>
<p>“นอกจากนี้ มูลนิธิศุภนิมิตฯ มุ่งใช้เทคโนโลยีและข้อมูลเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กร เพื่อเสริมประสิทธิภาพการบริหารจัดการ การติดตามและประเมินผล ตลอดจนการวิเคราะห์และใช้ประโยชน์จากข้อมูลในการตัดสินใจและพัฒนาการดำเนินงาน ควบคู่ไปกับการพัฒนาบุคลากร การบริหารทรัพยากรอย่างโปร่งใส และการสร้างความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น และขยายผลกระทบเชิงบวกต่อเด็กไทยและชุมชนได้อย่างยั่งยืน” รสลิน กล่าวปิดท้าย</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/world-vision-foundation-of-thailand/">มูลนิธิศุภนิมิตฯ เปิดยุทธศาสตร์ 5 ปี ยกระดับคุณภาพชีวิต ‘เด็ก 4 ล้านคน’ พ้นวิกฤตความเปราะบาง  </a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>3 ทศวรรษแห่งความแม่นยำ: ทำไมมาตรฐาน ISO/IEC 17025 จึงสำคัญต่ออุตสาหกรรมไทย</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/inno-lab-iso-iec-17025/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 07 Aug 2026 07:13:50 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Highlight Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Special Scoop]]></category>
		<category><![CDATA[Innovative Instrument]]></category>
		<category><![CDATA[ISO/IEC 17025]]></category>
		<category><![CDATA[มาตรฐาน ISO/IEC 17025]]></category>
		<category><![CDATA[มาตรฐานการตรวจวัด]]></category>
		<category><![CDATA[มาตรฐานอุตสาหกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ห้องปฏิบัติการ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=45534</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในภาคอุตสาหกรรม &#8220;ข้อมูลที่ถูกต้อง&#8221; คือจุดเริ่มต้นของการตัดสินใจที่ถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมคุณภาพ การดูแลความปลอดภัยของพนักงาน การบริหารผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม หรือการปฏิบัติตามข้อกำหนดของกฎหมาย เบื้องหลังข้อมูลเหล่านี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพของเครื่องมือวัดเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับความน่าเชื่อถือของกระบวนการสอบเทียบและมาตรฐานที่รองรับผลการวัดทุกค่า ด้วยเหตุนี้ มาตรฐาน ISO/IEC 17025 จึงกลายเป็นหนึ่งในรากฐานสำคัญที่ช่วยให้องค์กรสามารถมั่นใจได้ว่า ข้อมูลที่นำไปใช้ในการตัดสินใจมีความถูกต้อง สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ และได้รับการยอมรับในระดับสากล ISO/IEC 17025 ไม่ใช่เพียงใบรับรอง แต่คือความน่าเชื่อถือของข้อมูล หลายองค์กรอาจมองว่าการสอบเทียบเป็นเพียงขั้นตอนหนึ่งของการบำรุงรักษาเครื่องมือ แต่ในความเป็นจริง ผลการสอบเทียบที่แม่นยำส่งผลโดยตรงต่อการดำเนินงานของธุรกิจ หากเครื่องมือวัดให้ค่าคลาดเคลื่อน แม้เพียงเล็กน้อย ก็อาจส่งผลต่อการประเมินความปลอดภัย การควบคุมกระบวนการผลิต การตรวจประเมินจากหน่วยงานกำกับดูแล หรือแม้แต่การตัดสินใจทางธุรกิจที่อาศัยข้อมูลจากการตรวจวัด&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/inno-lab-iso-iec-17025/">3 ทศวรรษแห่งความแม่นยำ: ทำไมมาตรฐาน ISO/IEC 17025 จึงสำคัญต่ออุตสาหกรรมไทย</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ในภาคอุตสาหกรรม &#8220;ข้อมูลที่ถูกต้อง&#8221; คือจุดเริ่มต้นของการตัดสินใจที่ถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมคุณภาพ การดูแลความปลอดภัยของพนักงาน การบริหารผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม หรือการปฏิบัติตามข้อกำหนดของกฎหมาย</strong></p>
<p>เบื้องหลังข้อมูลเหล่านี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพของเครื่องมือวัดเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับความน่าเชื่อถือของกระบวนการสอบเทียบและมาตรฐานที่รองรับผลการวัดทุกค่า</p>
<p>ด้วยเหตุนี้ <strong>มาตรฐาน ISO/IEC 17025</strong> จึงกลายเป็นหนึ่งในรากฐานสำคัญที่ช่วยให้องค์กรสามารถมั่นใจได้ว่า ข้อมูลที่นำไปใช้ในการตัดสินใจมีความถูกต้อง สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ และได้รับการยอมรับในระดับสากล</p>
<p><span id="more-45534"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-45536" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/Inno-Lab-01.png" alt="ISO/IEC 17025" width="740" height="416" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/Inno-Lab-01.png 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/Inno-Lab-01-300x169.png 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/Inno-Lab-01-150x84.png 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/Inno-Lab-01-500x281.png 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<h3>ISO/IEC 17025 ไม่ใช่เพียงใบรับรอง แต่คือความน่าเชื่อถือของข้อมูล</h3>
<p>หลายองค์กรอาจมองว่าการสอบเทียบเป็นเพียงขั้นตอนหนึ่งของการบำรุงรักษาเครื่องมือ แต่ในความเป็นจริง ผลการสอบเทียบที่แม่นยำส่งผลโดยตรงต่อการดำเนินงานของธุรกิจ</p>
<p>หากเครื่องมือวัดให้ค่าคลาดเคลื่อน แม้เพียงเล็กน้อย ก็อาจส่งผลต่อการประเมินความปลอดภัย การควบคุมกระบวนการผลิต การตรวจประเมินจากหน่วยงานกำกับดูแล หรือแม้แต่การตัดสินใจทางธุรกิจที่อาศัยข้อมูลจากการตรวจวัด</p>
<p>ห้องปฏิบัติการที่ได้รับการรับรองตาม<strong>มาตรฐาน ISO/IEC 17025</strong> จึงมีบทบาทสำคัญในการสร้างความมั่นใจว่า กระบวนการสอบเทียบดำเนินการภายใต้ระบบคุณภาพที่เข้มงวด บุคลากรมีความสามารถ เครื่องมืออ้างอิงได้รับการตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง และผลการวัดสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ตามมาตรฐานสากล</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-45537" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/Inno-Lab-02.jpg" alt="ISO/IEC 17025" width="740" height="416" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/Inno-Lab-02.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/Inno-Lab-02-300x169.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/Inno-Lab-02-150x84.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/Inno-Lab-02-500x281.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<h3>เมื่อความแม่นยำกลายเป็นปัจจัยสำคัญของการบริหารความเสี่ยง</h3>
<p>ปัจจุบันข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อม อาชีวอนามัย และคุณภาพ มีความเข้มงวดมากขึ้น องค์กรจำนวนมากจึงให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการเครื่องมือวัดตลอดอายุการใช้งาน มากกว่าการจัดซื้อเพียงครั้งเดียว</p>
<p>การดูแลเครื่องมืออย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การเลือกใช้อุปกรณ์ การติดตั้ง การสอบเทียบ การตรวจสอบประสิทธิภาพ ไปจนถึงการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน ช่วยลดความเสี่ยงของข้อมูลที่ผิดพลาด ลดโอกาสเกิดต้นทุนแฝง และช่วยให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างต่อเนื่อง</p>
<p>แนวคิดนี้ทำให้หลายองค์กรเปลี่ยนมุมมองจากการซื้อ &#8220;เครื่องมือ&#8221; มาเป็นการลงทุนใน &#8220;ระบบการจัดการความน่าเชื่อถือของข้อมูล&#8221;</p>
<h3>ประสบการณ์กว่า 30 ปี กับการสนับสนุนมาตรฐานการวัดของอุตสาหกรรมไทย</h3>
<p>ตลอดระยะเวลากว่า 30 ปี <strong>Innovative Instrument</strong> ดำเนินงานร่วมกับภาคอุตสาหกรรมไทยในด้านอาชีวอนามัย ความปลอดภัย สิ่งแวดล้อม ห้องสะอาด (Cleanroom) ระบบ HVAC และงานวิจัยด้าน Aerosol โดยมุ่งพัฒนาองค์ความรู้และบริการที่ช่วยให้องค์กรสามารถบริหารจัดการข้อมูลการตรวจวัดได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p>หนึ่งในรากฐานสำคัญคือการพัฒนาห้องปฏิบัติการสอบเทียบที่ได้รับการรับรองตาม<strong>มาตรฐาน ISO/IEC 17025</strong> ซึ่งปัจจุบันครอบคลุมการสอบเทียบหลายพารามิเตอร์ รวมถึงการพัฒนาศักยภาพด้านการสอบเทียบเครื่องมือวัดฝุ่น เพื่อรองรับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมที่ต้องอาศัยข้อมูลด้านคุณภาพอากาศที่มีความแม่นยำสูง</p>
<p>นอกจากการสอบเทียบแล้ว บริษัทให้ความสำคัญกับการตรวจสอบสภาพเครื่องมือ การประเมินประสิทธิภาพ และการบำรุงรักษา เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถนำเครื่องมือกลับไปใช้งานได้อย่างมั่นใจ</p>
<h3>ความแม่นยำที่สร้างความมั่นใจในระยะยาว</h3>
<p>สำหรับองค์กรที่ต้องรับผิดชอบต่อคุณภาพ ความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อม ความแม่นยำของข้อมูลไม่ใช่เพียงข้อกำหนดทางเทคนิค แต่เป็นพื้นฐานของการบริหารความเสี่ยงและการสร้างความเชื่อมั่นให้กับทุกภาคส่วน</p>
<p>เมื่อผลการวัดมีความน่าเชื่อถือ การตัดสินใจก็มีประสิทธิภาพมากขึ้น การดำเนินงานเป็นไปอย่างต่อเนื่อง และองค์กรสามารถตอบสนองต่อข้อกำหนดที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างมั่นใจ</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-45539" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/ISOIEC-17025.jpg" alt="ISO/IEC 17025" width="767" height="277" data-wp-editing="1" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/ISOIEC-17025.jpg 767w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/ISOIEC-17025-300x108.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/ISOIEC-17025-150x54.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/ISOIEC-17025-500x181.jpg 500w" sizes="(max-width: 767px) 100vw, 767px" /></p>
<p>หลังจากกว่า 3 ทศวรรษของการทำงานร่วมกับภาคอุตสาหกรรม <strong>In</strong><strong>novativ</strong><strong>e Instrument</strong> ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยี ความรู้ และบริการ เพื่อสนับสนุนให้องค์กรไทยสามารถยกระดับมาตรฐานการตรวจวัดและบริหารจัดการข้อมูลได้อย่างยั่งยืน เพราะความแม่นยำไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของตัวเลข แต่เป็นพื้นฐานของการปกป้องผู้คน ธุรกิจ และสิ่งแวดล้อมในระยะยาว</p>
<p><strong>หากต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการสอบเทียบ การบริหารจัดการเครื่องมือวัด หรือมาตรฐาน ISO/IEC 17025 สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของ <a title="Innovative Instrument" href="https://www.innovative-instrument.com/" target="_blank" rel="noopener">Innovative Instrument</a> หรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อเลือกแนวทางที่เหมาะสมกับลักษณะการใช้งานของแต่ละองค์กร</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/inno-lab-iso-iec-17025/">3 ทศวรรษแห่งความแม่นยำ: ทำไมมาตรฐาน ISO/IEC 17025 จึงสำคัญต่ออุตสาหกรรมไทย</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>โครงข่ายไฟฟ้ากลายเป็นหัวใจของการเปลี่ยนผ่านพลังงาน เดินหน้าสู่ระบบไฟฟ้ามั่นคง เข้าถึงได้ และยั่งยืน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/power-grid-ieee-pes-thailand/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 07 Aug 2026 03:23:06 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Energy]]></category>
		<category><![CDATA[IEEE PES-Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[การเปลี่ยนผ่านพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[สมาคมไฟฟ้าและพลังงานไอทริปเปิลอี (ประเทศไทย)]]></category>
		<category><![CDATA[โครงข่ายไฟฟ้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=45527</guid>

					<description><![CDATA[<p>ดร.ประดิษฐพงษ์ สุขสิริถาวรกุล เลขาธิการ สมาคมไฟฟ้าและพลังงานไอทริปเปิลอี (ประเทศไทย) ผู้เชี่ยวชาญด้านไฟฟ้าและพลังงานชี้ว่า “โครงข่ายไฟฟ้า” (Power Grid) กำลังก้าวขึ้นเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่มีความสำคัญสูงสุดต่อการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของโลก ท่ามกลางแนวโน้มการใช้พลังงานไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากภาคอุตสาหกรรม การขนส่ง และเทคโนโลยีดิจิทัล การเปลี่ยนผ่านจากระบบพลังงานที่พึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลไปสู่พลังงานสะอาด เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็ก หรือ Small Modular Reactor (SMR), ไฮโดรเจนสีเขียว (Green Hydrogen) และระบบกักเก็บพลังงาน ทำให้บทบาทของโครงข่ายไฟฟ้าไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการส่งไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าสู่ผู้ใช้ไฟฟ้าอีกต่อไป แต่ต้องสามารถรองรับแหล่งผลิตไฟฟ้ากระจายตัวจำนวนมาก ควบคุมความผันผวนของกำลังผลิต&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/power-grid-ieee-pes-thailand/">โครงข่ายไฟฟ้ากลายเป็นหัวใจของการเปลี่ยนผ่านพลังงาน เดินหน้าสู่ระบบไฟฟ้ามั่นคง เข้าถึงได้ และยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong><span style="color: #6cb732;">ดร.ประดิษฐพงษ์ สุขสิริถาวรกุล</span> เลขาธิการ สมาคมไฟฟ้าและพลังงานไอทริปเปิลอี (ประเทศไทย) ผู้เชี่ยวชาญด้านไฟฟ้าและพลังงานชี้ว่า “โครงข่ายไฟฟ้า” (Power Grid) กำลังก้าวขึ้นเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่มีความสำคัญสูงสุดต่อการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของโลก ท่ามกลางแนวโน้มการใช้พลังงานไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากภาคอุตสาหกรรม การขนส่ง และเทคโนโลยีดิจิทัล</strong></p>
<p><span id="more-45527"></span></p>
<p>การเปลี่ยนผ่านจากระบบพลังงานที่พึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลไปสู่พลังงานสะอาด เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็ก หรือ Small Modular Reactor (SMR), ไฮโดรเจนสีเขียว (Green Hydrogen) และระบบกักเก็บพลังงาน ทำให้บทบาทของโครงข่ายไฟฟ้าไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการส่งไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าสู่ผู้ใช้ไฟฟ้าอีกต่อไป แต่ต้องสามารถรองรับแหล่งผลิตไฟฟ้ากระจายตัวจำนวนมาก ควบคุมความผันผวนของกำลังผลิต และรักษาเสถียรภาพของระบบได้ตลอดเวลา</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-27955" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/Dr.Praditpong-Suksirithawornkul_IEEE-PES-Thailand.jpg" alt="ดร.ประดิษฐพงษ์ สุขสิริถาวรกุล" width="460" height="650" /></p>
<h3>สมดุล “สามเสาหลัก” ของพลังงานยังเป็นโจทย์สำคัญ</h3>
<p><strong>ดร.ประดิษฐพงษ์ สุขสิริถาวรกุล</strong> กล่าวว่า การกำหนดนโยบายพลังงานในปัจจุบันยังคงยึดกรอบแนวคิด “สามเสาหลักด้านพลังงาน” ได้แก่</p>
<ul>
<li>ความมั่นคงด้านพลังงาน (Energy Security) เพื่อให้มีไฟฟ้าใช้อย่างต่อเนื่องและเพียงพอ</li>
<li>ความสามารถในการเข้าถึงพลังงานในระดับราคาที่เหมาะสม (Affordability) เพื่อให้ประชาชนและภาคธุรกิจสามารถใช้ไฟฟ้าได้ในราคาที่เหมาะสม</li>
<li>ความยั่งยืน (Sustainability) เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม</li>
</ul>
<p>อย่างไรก็ตาม การบรรลุทั้งสามเป้าหมายพร้อมกันถือเป็นความท้าทายสำคัญ เนื่องจากการเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนอาจต้องใช้การลงทุนในระบบส่งและระบบควบคุมที่สูงขึ้น ขณะที่การรักษาค่าไฟฟ้าให้อยู่ในระดับเหมาะสมจำเป็นต้องบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<h3>จำเป็นต้องลงทุนยกระดับโครงข่ายไฟฟ้าอย่างมีนัยสำคัญ</h3>
<p>รายงานด้านพลังงานหลายฉบับชี้ตรงกันว่า ประเทศต่าง ๆ จำเป็นต้องเร่งลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานไฟฟ้า ทั้งการขยายสายส่งแรงดันสูง การพัฒนาโครงข่ายอัจฉริยะ (Smart Grid) ระบบควบคุมดิจิทัล ระบบกักเก็บพลังงาน (Battery Energy Storage System) และเทคโนโลยีตอบสนองด้านโหลดไฟฟ้า (Demand Response)</p>
<p>การลงทุนดังกล่าวจะช่วยให้ระบบไฟฟ้าสามารถรองรับพลังงานหมุนเวียนในสัดส่วนที่สูงขึ้น ลดการสูญเสียในระบบส่ง เพิ่มความยืดหยุ่น ในการบริหารจัดการพลังงาน และลดความเสี่ยงจากเหตุขัดข้องของระบบไฟฟ้าในวงกว้าง</p>
<h3>เทคโนโลยีดิจิทัลและพลังงานกระจายตัวเปลี่ยนโฉมระบบไฟฟ้า</h3>
<p>แนวโน้มการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป รถยนต์ไฟฟ้า และระบบกักเก็บพลังงานภายในอาคาร ทำให้ผู้ใช้ไฟฟ้าจำนวนมากกลายเป็น “ผู้ผลิตไฟฟ้าร่วม” หรือ Prosumer ส่งผลให้รูปแบบการไหลของพลังงานในระบบมีความซับซ้อนมากขึ้น</p>
<p>ดังนั้น ผู้ปฏิบัติการระบบไฟฟ้าจำเป็นต้องนำเทคโนโลยีดิจิทัล เช่น ปัญญาประดิษฐ์ ระบบวิเคราะห์ข้อมูลแบบเรียลไทม์ และมิเตอร์อัจฉริยะ มาใช้ในการพยากรณ์ความต้องการใช้ไฟฟ้า การควบคุมแรงดันไฟฟ้า และการบริหารพลังงานอย่างแม่นยำ</p>
<h3>ไทยเร่งเตรียมความพร้อมรองรับพลังงานสะอาด</h3>
<p>สำหรับประเทศไทย การเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนตามเป้าหมายด้านพลังงานและสภาพภูมิอากาศ ทำให้การพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้าเป็นวาระแห่งชาติ หน่วยงานด้านพลังงานไฟฟ้าอยู่ระหว่างการผลักดันโครงการสายส่งใหม่ การเชื่อมโยงระบบไฟฟ้าระหว่างภูมิภาค และการพัฒนาโครงข่ายอัจฉริยะในหลายพื้นที่ เพื่อรองรับการเติบโตของพลังงานสะอาดและยานยนต์ไฟฟ้าในอนาคต</p>
<p>ดร.ประดิษฐพงษ์ สุขสิริถาวรกุล มองว่า หากประเทศไทยสามารถยกระดับโครงข่ายไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรม ลดความเสี่ยงด้านพลังงาน และสนับสนุนเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ในระยะยาว</p>
<h3>โครงข่ายไฟฟ้า: รากฐานของระบบพลังงานยุคใหม่</h3>
<p>ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านพลังงานที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว บทบาทของโครงข่ายไฟฟ้ากำลังเปลี่ยนจาก “ระบบส่งไฟฟ้า” ไปสู่ “แพลตฟอร์มพลังงานแห่งอนาคต” ที่เชื่อมโยงการผลิต การกักเก็บ และการใช้พลังงานเข้าด้วยกันอย่างชาญฉลาด ดร.ประดิษฐพงษ์ สุขสิริถาวรกุล ย้ำว่า ความสำเร็จของการเปลี่ยนผ่านพลังงานในทศวรรษหน้า จะขึ้นอยู่กับความสามารถของประเทศในการลงทุนและปรับโครงสร้างโครงข่ายไฟฟ้าให้มีความมั่นคง ยืดหยุ่น และยั่งยืนมากเพียงใด</p>
<p>#IEEEPES #สมาคมไฟฟ้าและพลังงานไอทริปเปิลอี (ประเทศไทย)</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/power-grid-ieee-pes-thailand/">โครงข่ายไฟฟ้ากลายเป็นหัวใจของการเปลี่ยนผ่านพลังงาน เดินหน้าสู่ระบบไฟฟ้ามั่นคง เข้าถึงได้ และยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Thailand LAB INTERNATIONAL 2026 ผนึก Bio+HealthTech INTERNATIONAL และ FutureCHEM INTERNATIONAL เปิดเวที AI ขับเคลื่อนนวัตกรรมวิทยาศาสตร์และสุขภาพ ยกระดับไทยสู่ศูนย์กลางอาเซียน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/thailand-lab-international-2026/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 06 Aug 2026 09:04:45 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Seminar & Exhibitions]]></category>
		<category><![CDATA[Bio+HealthTech INTERNATIONAL 2026]]></category>
		<category><![CDATA[FutureCHEM INTERNATIONAL 2026]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand LAB INTERNATIONAL 2026]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=45517</guid>

					<description><![CDATA[<p>6 สิงหาคม 2568 กรุงเทพฯ – เมื่อปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญในการยกระดับงานวิจัย ห้องปฏิบัติการ การแพทย์ และภาคอุตสาหกรรม ประเทศไทยกำลังก้าวสู่ยุคใหม่ของระบบนิเวศด้านวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมที่เชื่อมโยงการวิจัย เทคโนโลยี และภาคธุรกิจเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศและภูมิภาคอาเซียน บริษัท วีเอ็นยู เอเชีย แปซิฟิค จำกัด (VNU Asia Pacific) ประกาศความพร้อมจัดงาน Thailand LAB INTERNATIONAL 2026, Bio+HealthTech INTERNATIONAL&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/thailand-lab-international-2026/">Thailand LAB INTERNATIONAL 2026 ผนึก Bio+HealthTech INTERNATIONAL และ FutureCHEM INTERNATIONAL เปิดเวที AI ขับเคลื่อนนวัตกรรมวิทยาศาสตร์และสุขภาพ ยกระดับไทยสู่ศูนย์กลางอาเซียน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><em>6 สิงหาคม 2568 กรุงเทพฯ</em> – <strong>เมื่อปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญในการยกระดับงานวิจัย ห้องปฏิบัติการ การแพทย์ และภาคอุตสาหกรรม ประเทศไทยกำลังก้าวสู่ยุคใหม่ของระบบนิเวศด้านวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมที่เชื่อมโยงการวิจัย เทคโนโลยี และภาคธุรกิจเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศและภูมิภาคอาเซียน</strong></p>
<p><span id="more-45517"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27947" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/thailand-lab-international-2026-03.jpg" alt="Thailand LAB INTERNATIONAL 202" width="740" height="494" /></p>
<p>บริษัท วีเอ็นยู เอเชีย แปซิฟิค จำกัด (VNU Asia Pacific) ประกาศความพร้อมจัดงาน Thailand LAB INTERNATIONAL 2026, Bio+HealthTech INTERNATIONAL 2026 และ FutureCHEM INTERNATIONAL 2026 ภายใต้แนวคิด &#8220;ASEAN Scientific Innovation Ecosystem&#8221; เพื่อเชื่อมโยงอุตสาหกรรมห้องปฏิบัติการ เทคโนโลยีชีวภาพ นวัตกรรมสุขภาพ และอุตสาหกรรมเคมีไว้ในเวทีเดียว พร้อมผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมของอาเซียน</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27949" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/thailand-lab-international-2026-05.jpg" alt="Thailand LAB INTERNATIONAL 202" width="740" height="494" /></p>
<h3>เวทีเสวนา AI ชูทิศทางอนาคตของวิทยาศาสตร์และสุขภาพ</h3>
<p>ภายในงานแถลงข่าว จะมีการเสวนาพิเศษในหัวข้อ &#8220;AI Empowering the Future of Science &amp; Health Industry&#8221; เพื่อถ่ายทอดวิสัยทัศน์และแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับบทบาทของ AI ในการยกระดับงานวิจัย ห้องปฏิบัติการ การแพทย์ และภาคอุตสาหกรรม โดยได้รับเกียรติจากผู้แทนภาครัฐ นักวิชาการ สมาคมวิชาชีพ และผู้เชี่ยวชาญชั้นนำของประเทศร่วมแบ่งปันมุมมอง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27946" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/thailand-lab-international-2026-02.jpg" alt="เวทีเสวนา" width="740" height="494" /></p>
<p><strong><span style="color: #000080;">นายอนุชา พันธุ์พิเชฐ</span> ผู้ช่วยผู้อำนวยการสายงานวิทยาศาสตร์และสุขภาพ วีเอ็นยู เอเชีย แปซิฟิค กล่าวว่า</strong></p>
<p><em>&#8220;</em><em>Thailand LAB INTERNATIONAL, Bio+HealthTech INTERNATIONAL และ FutureCHEM INTERNATIONAL ไม่ได้เป็นเพียงงานแสดงสินค้า แต่เป็นแพลตฟอร์มระดับอาเซียนที่เชื่อมโยงระบบนิเวศด้านห้องปฏิบัติการ เทคโนโลยีชีวภาพ เคมี และนวัตกรรมสุขภาพ เพื่อผลักดันการวิจัย การลงทุน และการพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เราต้องการให้งานนี้เป็นจุดนัดพบของนักวิจัย ผู้ประกอบการ ภาคอุตสาหกรรม ภาครัฐ และนักลงทุน เพื่อสร้างความร่วมมือและโอกาสทางธุรกิจใหม่ที่จะขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ศูนย์กลางนวัตกรรมของอาเซียน&#8221;</em></p>
<p><strong><span style="color: #000080;">แพทย์หญิงปฐมพร ศิรประภาศิริ</span> ที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิด้านสาธารณสุขดิจิทัล กรุงเทพมหานคร และผู้ทรงคุณวุฒิด้านบูรณาการข้อมูล สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน)</strong> กล่าวว่า</p>
<p><em>&#8220;ข้อมูลขนาดใหญ่และ </em><em>AI กำลังเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับงานวิจัย วิทยาศาสตร์ และระบบสุขภาพของประเทศ การเชื่อมโยงข้อมูลอย่างปลอดภัย มีธรรมาภิบาล และสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง จะช่วยเพิ่มศักยภาพของนักวิจัย บุคลากรทางการแพทย์ และภาคอุตสาหกรรม พร้อมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เศรษฐกิจดิจิทัลอย่างยั่งยืน&#8221;</em></p>
<p><strong><span style="color: #000080;">คุณวัฒนา ผาสุข</span> นายกสมาคมการค้าวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (</strong><strong>STTA) กล่าวว่า</strong></p>
<p><em>&#8220;</em><em>AI, Smart Laboratory และ Automation ไม่ได้เข้ามาแทนที่นักวิทยาศาสตร์ แต่เข้ามาเพิ่มศักยภาพในการทำงาน ลดความผิดพลาด ยกระดับความแม่นยำ และเปิดโอกาสให้นักวิจัยใช้เวลากับการสร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมมากขึ้น นี่คือทิศทางสำคัญที่จะยกระดับขีดความสามารถของประเทศไทยในอนาคต&#8221;</em></p>
<p><strong><span style="color: #000080;">รศ.ดร.ทนพญ.ปาหนัน รัฐวงศ์จิรกุล</span> นายกสมาคมเทคนิคการแพทย์แห่งประเทศไทย ในพระอุปถัมภ์ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ</strong> กล่าวว่า <em>&#8220;</em><em>AI ไม่ได้เข้ามาแทนที่นักเทคนิคการแพทย์ แต่เป็นเครื่องมือสำคัญในการยกระดับคุณภาพการตรวจวิเคราะห์ ลดความผิดพลาด และสนับสนุนการตัดสินใจทางการแพทย์ ภายใต้การกำกับดูแลของบุคลากรผู้เชี่ยวชาญและหลักจริยธรรมวิชาชีพ เพื่อสร้างระบบสุขภาพที่มีประสิทธิภาพที่ประชาชนเชื่อมั่นได้&#8221;</em></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27948" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/thailand-lab-international-2026-04.jpg" alt="เวทีเสวนา" width="740" height="494" /></p>
<h3>ยกทัพนวัตกรรมจากทั่วโลก พร้อมกิจกรรมที่คนในวงการไม่ควรพลาด</h3>
<p>งานปี 2569 จะรวบรวมผู้แสดงสินค้ากว่า 300 บริษัท จาก 15 ประเทศ บนพื้นที่จัดแสดงกว่า 14,820 ตารางเมตร พร้อมผู้เข้าชมคุณภาพกว่า 13,000 คน จากภาคอุตสาหกรรม ห้องปฏิบัติการ โรงพยาบาล หน่วยงานภาครัฐ สถาบันการศึกษา และภาคการผลิตจากทั่วภูมิภาค</p>
<p>ภายในงานพบกับแบรนด์ชั้นนำระดับโลก อาทิ Merck, Agilent Technologies, Mettler Toledo, Waters, Anton Paar, OHAUS, Hach และ IKA รวมถึงผู้นำตลาดของไทย เช่น Gibthai, DKSH, Bara Scientific, Becthai และ Sithiporn Associates ที่จะนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมล่าสุดมาจัดแสดงอย่างครบวงจร</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27951" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/thailand-lab-international-2026-07.jpg" alt="Thailand LAB INTERNATIONAL 202" width="740" height="494" /></p>
<p>นอกจากการจัดแสดงเทคโนโลยีแล้ว งานปีนี้ยังถูกออกแบบให้เป็น Community Platform สำหรับบุคลากรในวงการวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสุขภาพ โดยผู้เข้าร่วมงานจะได้สัมผัสกิจกรรมไฮไลต์ อาทิ AI Innovation Showcase, Immersive LAB Experience, Business Matching Program, Hosted Buyer Program, International Pavilion, Startup &amp; Innovation Zone รวมถึงเวที LAB Square, BIO Square และ INNOVATION Square ที่รวบรวมการประชุมวิชาการ เวิร์กช็อป และ Technical Forum มากกว่า 100 หัวข้อ โดยผู้เชี่ยวชาญกว่า 125 คน จาก 10 ประเทศ ครอบคลุมประเด็นด้านห้องปฏิบัติการ เทคโนโลยีชีวภาพ นวัตกรรมสุขภาพ ความปลอดภัยอาหาร เคมี และความยั่งยืน</p>
<p>งานนี้จึงไม่ใช่เพียงพื้นที่จัดแสดงนวัตกรรม แต่เป็นเวทีสำคัญสำหรับการสร้างเครือข่าย แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ค้นหาเทคโนโลยีใหม่ จับคู่ธุรกิจ และต่อยอดความร่วมมือระหว่างนักวิจัย ภาคอุตสาหกรรม ภาครัฐ นักลงทุน และผู้ประกอบการจากทั่วโลก</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-27950" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/thailand-lab-international-2026-06.jpg" alt="Thailand LAB INTERNATIONAL 202" width="850" height="567" /></p>
<p>Thailand LAB INTERNATIONAL 2026, Bio+HealthTech INTERNATIONAL 2026 และ FutureCHEM INTERNATIONAL 2026 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 2–4 กันยายน 2569 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค กรุงเทพฯ</p>
<p>ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าชมงานล่วงหน้าฟรี (มูลค่า 150 บาท) ได้ที่ <a href="https://thailandlab.com" target="_blank" rel="noopener">https://thailandlab.com</a>  หรือ <a href="https://biohealthtech.international" target="_blank" rel="noopener">https://biohealthtech.international</a> <a href="https://www.lbc-registration.com/?invite=73DE0A94" target="_blank" rel="noopener">https://www.lbc-registration.com/?invite=73DE0A94</a></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/thailand-lab-international-2026/">Thailand LAB INTERNATIONAL 2026 ผนึก Bio+HealthTech INTERNATIONAL และ FutureCHEM INTERNATIONAL เปิดเวที AI ขับเคลื่อนนวัตกรรมวิทยาศาสตร์และสุขภาพ ยกระดับไทยสู่ศูนย์กลางอาเซียน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
