<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Green Network | Green Network</title>
	<atom:link href="https://www.greennetworkthailand.com/author/nophamas/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Tue, 16 May 2023 06:47:48 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.0.2</generator>

<image>
	<url>https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/green-network-50x50.png</url>
	<title>Green Network | Green Network</title>
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>วัตสัน ชูกลยุทธ์ O+O เพิ่มจำนวนผลิตภัณฑ์ส่งเสริมความยั่งยืน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/watsons/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/watsons/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 30 Mar 2023 07:54:08 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[ผลิตภัณฑ์ที่ส่งเสริมความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ร้านเพื่อสุขภาพและความงาม]]></category>
		<category><![CDATA[วัตสัน]]></category>
		<category><![CDATA[วัตสันไทยแลนด์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=26191</guid>

					<description><![CDATA[<p>วัตสัน ผู้นำร้านเพื่อสุขภาพและความงามอันดับหนึ่งของประเทศไทย มุ่งมั่นที่จะมอบประสบการณ์การชอปปิ้งออฟไลน์และออนไลน์ (O+O) แบบไร้รอยต่อในปี 2566 ด้วยการยกระดับเครือข่ายที่ครอบคลุม เพิ่มจำนวนสาขาปีละ 50 สาขา ตั้งคลังสินค้าแห่งที่ 3 ที่อำเภอวังน้อย จังหวัดอยุธยา พร้อมปรับใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกรีไซเคิล (PCR Plastic) มีการใช้บรรจุภัณฑ์แบบรีฟิล และใช้กระดาษที่ได้รับการรับรองจาก FSC ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในทุกขั้นตอน รวมทั้งเพิ่มจำนวนผลิตภัณฑ์ทางเลือกที่ยั่งยืนสำหรับลูกค้า ซึ่งปัจจุบันมีให้เลือกมากถึง 1,800 รายการ รองรับเทรนด์ใหม่ที่ลูกค้าไทยให้ความสำคัญกับสินค้าที่เป็นมิตรต่อโลก วัตสัน ใช้กลยุทธ์ O+O ในทุกตลาดทั่วโลก&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/watsons/">วัตสัน ชูกลยุทธ์ O+O เพิ่มจำนวนผลิตภัณฑ์ส่งเสริมความยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="wp-image-26192 aligncenter" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/watson-300x200.jpg" alt="" width="400" height="267" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/watson-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/watson-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/watson-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/watson-500x334.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/watson.jpg 910w" sizes="(max-width: 400px) 100vw, 400px" /></p>
<p><span id="more-26191"></span></p>
<p><strong>วัตสัน ผู้นำร้านเพื่อสุขภาพและความงามอันดับหนึ่งของประเทศไทย มุ่งมั่นที่จะมอบประสบการณ์การชอปปิ้งออฟไลน์และออนไลน์ (O+O) แบบไร้รอยต่อในปี 2566 ด้วยการยกระดับเครือข่ายที่ครอบคลุม เพิ่มจำนวนสาขาปีละ 50 สาขา ตั้งคลังสินค้าแห่งที่ 3 ที่อำเภอวังน้อย จังหวัดอยุธยา พร้อมปรับใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกรีไซเคิล (PCR Plastic) มีการใช้บรรจุภัณฑ์แบบรีฟิล และใช้กระดาษที่ได้รับการรับรองจาก FSC ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในทุกขั้นตอน รวมทั้งเพิ่มจำนวนผลิตภัณฑ์ทางเลือกที่ยั่งยืนสำหรับลูกค้า ซึ่งปัจจุบันมีให้เลือกมากถึง 1,800 รายการ รองรับเทรนด์ใหม่ที่ลูกค้าไทยให้ความสำคัญกับสินค้าที่เป็นมิตรต่อโลก</strong></p>
<p>วัตสัน ใช้กลยุทธ์ O+O ในทุกตลาดทั่วโลก รวมถึงวัตสัน ประเทศไทย ที่กำลังมุ่งหน้าสู่ 14 ล้าน Ecosystem บนแพลตฟอร์มต่างๆ ทั้งเฟซบุค Tiktok เพื่อให้ลูกค้าสามารถซื้อสินค้าผ่านช่องทางใดก็ได้ ทุกที่ และทุกเวลาได้อย่างไร้รอยต่อ โดยในเดือนเมษายน วัตสันจะเปิดตัว “โปรโมเชื่อม” โปรโมชั่นที่ออกแบบมาเพื่อเชื่อมต่อการชอปปิ้งออนไลน์และออฟไลน์สำหรับสมาชิกวัตสัน คลับ หากสมาชิกวัตสัน คลับซื้อสินค้าในช่องทางออนไลน์ จะได้รับส่วนลดเพิ่มอีก 5% เมื่อชอปสินค้าที่หน้าร้านวัตสันในเดือนเดียวกัน และเช่นเดียวกัน หากสมาชิกซื้อสินค้าที่หน้าร้านก่อน ก็จะได้รับส่วนลดเพิ่มอีก 5% เมื่อซื้อสินค้าทางออนไลน์ในเดือนเดียวกัน</p>
<figure id="attachment_26193" aria-describedby="caption-attachment-26193" style="width: 400px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" class="wp-image-26193" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/watson1-300x200.jpg" alt="" width="400" height="266" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/watson1-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/watson1-768x511.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/watson1-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/watson1-500x333.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/watson1.jpg 910w" sizes="(max-width: 400px) 100vw, 400px" /><figcaption id="caption-attachment-26193" class="wp-caption-text">พสิษฐ์ มั่นคงขันติวงศ์</figcaption></figure>
<p><strong>พสิษฐ์ มั่นคงขันติวงศ์ กรรมการผู้จัดการ วัตสัน ประเทศไทย</strong> กล่าวว่า วัตสันตระหนักดีว่า พฤติกรรมของลูกค้าได้เปลี่ยนไปแล้ว และการปรับเปลี่ยนวิธีที่เราให้บริการลูกค้าทั้งทางออนไลน์และออฟไลน์คือกุญแจสู่ความสำเร็จของเรา โดยกลยุทธ์แพลตฟอร์ม O+O ถือเป็นรูปแบบธุรกิจและกลยุทธ์หลักของเรา ซึ่งในปีนี้เรามีแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานธุรกิจให้ดียิ่งขึ้น เพื่อให้ลูกค้าสามารถชอปกับเราได้ในทุกสถานการณ์ รวมถึงลูกค้าต้องสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุด ในราคาที่ดีที่สุด ในทุกๆ ครั้งของการชอปปิ้ง</p>
<p>“กลยุทธ์ O+O หมายถึงว่าเรามีสองช่องทางคือทั้งออนไลน์และออฟไลน์ แต่เราเห็นว่าเวลาลูกค้าคนเดียวกัน จะเลือกซื้อสินค้าทั้งจากทางออนไลน์และหน้าร้านนั้น ขึ้นอยู่กับความต้องการ เวลา หรือสถานที่ในขณะนั้น ซึ่งหมายความว่าเราต้องมอบสิทธิประโยชน์ที่เท่ากันให้กับลูกค้าแต่ละราย และ “โปรโมเชื่อม” จะเป็นการมอบสิทธิประโยชน์ให้แก่ลูกค้าที่ซื้อสินค้าทั้งสองช่องทางของเราได้อย่างทั่วถึง” พสิษฐ์ กล่าว</p>
<p>พสิษฐ์ กล่าวว่า วัตสันยังคงพัฒนาบทบาทในฐานะผู้นำร้านเพื่อสุขภาพและความงามอันดับหนึ่งของประเทศไทยต่อไป เพื่อตอบรับความต้องการของสมาชิกและลูกค้าทั่วประเทศ ด้วยผลิตภัณฑ์ของวัตสันเอง ตลอดจนการสานต่อความร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ เพื่อนำเสนอโปรโมชั่นที่น่าสนใจให้กับลูกค้า และสนับสนุนแคมเปญผลิตภัณฑ์ที่ส่งเสริมความยั่งยืน โดยในเดือนมีนาคม วัตสันได้เปิดตัว Dermaction Plus Solar Barrier ผลิตภัณฑ์เวชสำอางกันแดดซึ่งเป็นแบรนด์ของวัตสัน เพื่อช่วยให้คนไทยปกป้องผิวจากแสงแดดและคลื่นความร้อนได้อย่างครอบคลุม และปีนี้วัตสันจะเปิดตัวผลิตภัณฑ์สำหรับผู้ชายซึ่งเป็นแบรนด์ของวัตสันเอง รวมถึงเปิดตัวผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเวชสำอางเพิ่มเติม วัตสันจะยังคงสานต่อความร่วมมือกับคู่ค้าผ่านแคมเปญส่งเสริมการขาย และแคมเปญส่งเสริมด้านความยั่งยืนตลอดทั้งปี</p>
<p>สำหรับสมาชิกวัตสัน คลับ กว่า 8 ล้านคน ได้รับสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ จากแพลตฟอร์มวัตสัน O+O แล้ว โดยตอนนี้สมาชิกสามารถสัมผัสกับประสบการณ์ชอปปิ้งแบบออฟไลน์และออนไลน์ที่ราบรื่น ในราคาที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน และสามารถสะสม หรือใช้คะแนนได้เหมือนกันทั้งสองช่องทาง</p>
<p>จากการสำรวจ ในปี พ.ศ. 2565 พบว่าคนไทยกว่า 60% ให้ความสำคัญกับสินค้าที่เป็นมิตรกับโลก วัตสันเล็งเห็นความสำคัญของการสนับสนุนผลิตภัณฑ์เพื่อความยั่งยืน จึงได้ปรับใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกรีไซเคิล (Post-Consumer Recycled : PCR Plastic) และเลือกใช้กระดาษที่ได้รับการรับรองจาก FSC2 ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในทุกขั้นตอน รวมถึงเพิ่มจำนวนผลิตภัณฑ์ทางเลือกที่ยั่งยืนสำหรับลูกค้า โดยปัจจุบันมีสินค้าให้ลูกค้าเลือกมากถึง 1,800 รายการ รวมทั้งออกผลิตภัณฑ์แบบรีฟิล และลดการใช้บรรจุภัณฑ์อีกด้วย</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-26194" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/watson2-225x300.jpg" alt="" width="300" height="400" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/watson2-225x300.jpg 225w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/watson2-768x1024.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/watson2-150x200.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/watson2-375x500.jpg 375w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/watson2.jpg 910w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></p>
<p>“เราพูดคุยกับซัพพลายเออร์ เพื่อช่วยกันผลักดันและส่งเสริมผลิตภัณฑ์เพื่อความยั่งยืน จะเห็นได้ว่าหลายลแบรนด์เริ่มออกผลิตภัณฑ์ที่มีถุงแบบรีฟิลมากขึ้น ในส่วนของบรรจุภัณฑ์มีการใช้กระดาษรีไซเคิลมากขึ้น สำหรับสินค้าประเภทครีมกันแดดใช้ส่วนประกอบที่เป็นมิตรต่อปะการังและท้องทะเล” พสิษฐ์ กล่าวเสริม</p>
<p>วัตสันยังคงให้การสนับสนุนเพื่อนพนักงานและคนในชุมชนต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง โดยให้ความสำคัญกับความเท่าเทียม ความหลากหลายของผู้คนในองค์กร และการมีส่วนร่วมในกลุ่มพนักงานของเรา นอกจากนี้ยังให้การสนับสนุนสมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรีในพระอุปถัมภ์ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ หรือ บ้านพักฉุกเฉินอย่างต่อเนื่องมาแล้วกว่า 20 ปีเพื่อส่งเสริมให้เกิดความเท่าเทียมทางเพศในสังคม รวมถึงมีความร่วมมือกับองค์กรระดับโลกเพื่อตอบแทนสังคม ยกตัวอย่างเช่นโครงการ Give a Smile ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างวัตสันและมูลนิธิสร้างรอยยิ้ม (Operation Smile) เพื่อสนับสนุนการผ่าตัดให้กับเด็กปากแหว่งเพดานโหว่แล้วทั้งหมด 40 คน</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/watsons/">วัตสัน ชูกลยุทธ์ O+O เพิ่มจำนวนผลิตภัณฑ์ส่งเสริมความยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/watsons/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อีตั้น อิเล็คทริค เปิดแผนธุรกิจปี66 ชู 4 พันธกิจ สร้างความยั่งยืนในการทำธุรกิจ</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/eaton-2/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/eaton-2/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 30 Mar 2023 07:26:10 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=26184</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท อีตั้น อิเล็คทริค (ประเทศไทย) จำกัด หรือEaton บริษัทจัดการพลังงานระดับโลกจากสหรัฐอเมริกา เปิดแผนธุรกิจปี พ.ศ. 2566 เน้น 4 พันธกิจหลัก ในการสร้างความยั่งยืนในการทำธุรกิจตามแผนแม่บทของอีตั้น สำนักงานใหญ่ พร้อมตั้งเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงให้ได้ 50% ภายในปี ค.ศ. 2030 พร้อมกันนี้บริษัท ได้จับมือพันธมิตรผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานจัดเสวนาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับทิศทางในการดำเนินธุรกิจเพื่อความยั่งยืนและการผลักดันธุรกิจสีเขียวให้แพร่หลายในประเทศไทย โดยมี อาทิตย์ เวชกิจ รองประธานกลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และรวิวัฒน์ พนาสันติภาพ&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/eaton-2/">อีตั้น อิเล็คทริค เปิดแผนธุรกิจปี66 ชู 4 พันธกิจ สร้างความยั่งยืนในการทำธุรกิจ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-26187" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/eaton2-300x235.jpg" alt="" width="400" height="314" /></p>
<p><strong>บริษัท อีตั้น อิเล็คทริค (ประเทศไทย) จำกัด หรือEaton บริษัทจัดการพลังงานระดับโลกจากสหรัฐอเมริกา เปิดแผนธุรกิจปี พ.ศ. 2566 เน้น 4 พันธกิจหลัก ในการสร้างความยั่งยืนในการทำธุรกิจตามแผนแม่บทของอีตั้น สำนักงานใหญ่ พร้อมตั้งเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงให้ได้ 50% ภายในปี ค.ศ. 2030</strong></p>
<p>พร้อมกันนี้บริษัท ได้จับมือพันธมิตรผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานจัดเสวนาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับทิศทางในการดำเนินธุรกิจเพื่อความยั่งยืนและการผลักดันธุรกิจสีเขียวให้แพร่หลายในประเทศไทย โดยมี อาทิตย์ เวชกิจ รองประธานกลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และรวิวัฒน์ พนาสันติภาพ นายกสมาคมบริษัทจัดการพลังงานไทย เข้าร่วมเสวนา โดยพีรศุษม์ ธีระโกเมน อุปนายกสมาคมบริษัทจัดการพลังงานไทย เป็นผู้ดำเนินรายการ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-26186" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/eaton1-200x300.jpg" alt="" width="400" height="600" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/eaton1-200x300.jpg 200w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/eaton1-683x1024.jpg 683w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/eaton1-768x1152.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/eaton1-150x225.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/eaton1-333x500.jpg 333w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/eaton1.jpg 910w" sizes="(max-width: 400px) 100vw, 400px" /></p>
<p><strong>สุภัทรา รามสูต ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท อีตั้น อิเล็คทริค (ประเทศไทย) จำกัด</strong> เปิดเผยว่า อีตั้น เป็นบริษัทจัดการพลังงานระดับโลกอัจฉริยะที่มุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพชีวิตและปกป้องสิ่งแวดล้อมสำหรับผู้คนทุกที่ มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ปัจจุบันให้บริการลูกค้าในกว่า 175 ประเทศทั่วโลกรวมไปถึงประเทศไทย</p>
<p>ในปี ค.ศ. 2021 ยอดขายของอีตั้นมาจากสินค้าในกลุ่มธุรกิจเพื่อสิ่งแวดล้อม คิดเป็น 65% ครอบคลุมผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีเกี่ยวกับการเปลี่ยนผ่านพลังงานความเสถียรในพลังงานไฟฟ้า และการเพิ่มคุณภาพอากาศ ซึ่งเป็นแนวทางที่บริษัทมุ่งเน้นทำตลาดให้มากยิ่งขึ้น</p>
<p>สำหรับแผนธุรกิจของอีตั้น ประเทศไทย ในปี ค.ศ. 2023 ได้ดำเนินการตามแผนแม่บทของอีตั้น สำนักงานใหญ่ด้วยเช่นกัน โดยในปีนี้ บริษัทฯ จะชูจุดเด่นในเรื่องการสร้างความยั่งยืนในการทำธุรกิจ ซึ่งถือเป็นความท้าทายที่เราจะต้องเอาชนะ และช่วยกันผลักดันสิ่งเหล่านี้ให้เกิดขึ้นให้ได้ในประเทศไทย เพื่อส่งต่อไปให้กับคนในรุ่นต่อๆไปด้วยเช่นกัน โดยบริษัทฯ เน้น 4 พันธกิจหลัก ในการสร้างสรรค์แนวทางแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนสำหรับธุรกิจ ได้แก่</p>
<p>1. ส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านแหล่งพลังงาน จากแนวโน้มทั่วโลกที่ต้องการทดแทนการใช้เชื้อเพลิงจากคาร์บอนด้วยพลังงานหมุนเวียน อีตั้นจึงนำเสนอแนวคิด Everything as a grid เพราะอุปกรณ์ต่างๆในปัจจุบันสามารถรับและจ่ายไฟฟ้าได้สองทิศทาง อีตั้นจึงช่วยลูกค้าและชุมชนในการวางแนวทางการจ่ายไฟ การกักเก็บและบริโภคพลังงาน เพื่อให้เจ้าของบ้านและเจ้าของธุรกิจสามารถลดต้นทุนและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้</p>
<p>2. การใช้พลังงานไฟฟ้าในการขับเคลื่อนยานพาหนะ เพราะการเปลี่ยนจากการพลังงานเชื้อเพลิงมาเป็นไฟฟ้าเป็นหัวใจสำคัญในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซค์ และรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ดังนั้นอีตั้นจึงมีผลิตภัณฑ์เพื่อสนับสนุนการผลิตยานยนต์ไฟฟ้า รวมถึงการผลิตเครื่องชาร์จไฟแบบครบวงจร โดยจำหน่ายเครื่องชาร์จไฟแบบครบวงจร พร้อม Renewable Energy เป็นTotal Solution ผ่าน Retail ได้แก่ SIS สำหรับใช้ตามบ้าน</p>
<p>3. การก้าวเข้าสู่โลกดิจิทัล เป็นการเปลี่ยนไปสู่ดิจิทัลคือตัวขับเคลื่อนพื้นฐานสู่ผลลัพธ์ที่ยั่งยืน การนำซอฟต์แวร์ Brightlayer ของอีตั้นมาใช้ในการประมวลผลข้อมูลทำให้เห็นภาพรวมในการใช้พลังงาน ซึ่งนำไปสู่การแก้ไขปัญหาด้านการจัดการพลังงาน เพื่อความปลอดภัยขึ้น ชาญฉลาดมากขึ้นและยั่งยืนกว่าสำหรับอนาคต</p>
<p>4. การออกแบบผลิตภัณฑ์โดยมีเป้าหมายเพื่อแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน เมื่อประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกมุ่งมั่นที่จะบรรลุเป้าหมายในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ผลิตภัณฑ์ของอีตั้นก็เป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญในการแก้ปัญหาสภาพภูมิอากาศ เช่น ผลิตภัณฑ์ RMU รุ่น Xiria ที่เปิดตัวในปี ค.ศ. 2002 ด้วยการผลิตแบบเทคโนโลยีสุญญากาศปลอดก๊าซ SF6 ก๊าซอันตรายที่ก่อให้เกิดภาวะโลกร้อน และได้ขายไปทั่วโลกมากกว่าหนึ่งแสนเครื่อง เป็นต้น</p>
<p>นับแต่ปี ค.ศ. 2020 เป็นต้นมา อีตั้นได้ลงทุนไปมากกว่า 500 ล้านเหรียญสหรัฐสำหรับการวิจัยและพัฒนาเพื่อแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องที่จะทำการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา ด้วยวงเงินถึง 3 พันล้านเหรียญสหรัฐภายในปี ค.ศ. 2030</p>
<p>“เป้าหมายสำคัญของ อีตั้น คือ การพัฒนาคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมด้วยการใช้เทคโนโลยีและการให้บริการด้านการจัดการพลังงาน นับตั้งแต่ปี 2018 เป็นต้นมา อีตั้นได้ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงถึง 16% โดยปริมาณของก๊าซที่ลดลงจนถึงปัจจุบัน เทียบได้กับจำนวนก๊าซที่ปล่อยออกมาจากรถยนต์ถึง 30,000 คัน ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายที่จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงให้ได้ 50% ภายในปี ค.ศ. 2030 นอกจากนี้อีตั้น ยังบรรลุเป้าหมายด้านการจัดการน้ำและกำจัดของเสีย โดยประสบผลสำเร็จกว่า 50% จากเป้าที่ตั้งไว้ และเร็วกว่าเวลาที่กำหนดถึง 4 ปี” สุภัทรา กล่าว</p>
<figure id="attachment_26185" aria-describedby="caption-attachment-26185" style="width: 500px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-26185" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/eaton-300x200.jpg" alt="" width="500" height="334" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/eaton-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/eaton-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/eaton-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/eaton-500x334.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/eaton.jpg 910w" sizes="(max-width: 500px) 100vw, 500px" /><figcaption id="caption-attachment-26185" class="wp-caption-text">อาทิตย์ เวชกิจ (ที่ 2จากซ้าย) รองประธานกลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)</figcaption></figure>
<p><strong>อาทิตย์ เวชกิจ รองประธานกลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)</strong> กล่าวว่า จากสถิติผู้ใช้ Gen Y มากกว่า 50% จะไม่ซื้อสินค้าที่ไม่มี Low Carbon Footprint ขณะเดียวกันหากสินค้าไม่มี Low Carbon Footprint จะถูกเรียกเก็บภาษี 20% ทั้งนี้ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมควรเร่งปรับตัวผลิตสินค้าที่เป็น Low Carbon เพื่อแข่งขันได้ในตลาดโลก</p>
<p>ในส่วนของอีตั้นมีสินค้าที่เป็น Low Carbon จับต้องได้ และมีความหลากหลายทั้ง Tier 1,2 และ 3 มีสินค้าตั้งแต่หม้อแปลงไฟฟ้าจนกระทั่งตู้ไฟฟ้า ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการผลิต โดยมี Main Unit อยู่ที่จังหวัดระยอง</p>
<p>“ในปี ค.ศ. 2030 ไทยจะต้องลดปริมาณคาร์บอนมากกว่า 50% ถ้าเราไม่พร้อมน่าจะเกิดความเสียหาย ทำให้โรงงานย้ายฐานการผลิต อย่างเช่น แพนโดรา โรงงานผลิตจิวเวอรี่ขนาดใหญ่ อาจจะย้ายฐานการผลิตทั้งหมดใน 3 ปี” รองประธานกลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียน ส.อ.ท. กล่าว</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/eaton-2/">อีตั้น อิเล็คทริค เปิดแผนธุรกิจปี66 ชู 4 พันธกิจ สร้างความยั่งยืนในการทำธุรกิจ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/eaton-2/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Nova BUILD EXPO มหกรรมแสดงนวัตกรรมอาคารและสิ่งปลูกสร้างยุคใหม่ ชูไอเดียสิ่งแวดล้อมที่ดีและโลกที่ยั่งยืน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/novabuildexpo/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/novabuildexpo/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 30 Mar 2023 03:09:18 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Eco system]]></category>
		<category><![CDATA[Innovation for Well-being]]></category>
		<category><![CDATA[Nova BUILD Expo 2023]]></category>
		<category><![CDATA[NovaBUILDEXPO]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[งานก่อสร้างและอาคาร]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรมอาคารและสิ่งปลูกสร้างยุคใหม่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=26170</guid>

					<description><![CDATA[<p>EEC Academy เปิดตัวแพลตฟอร์ม Nova BUILD EXPO 2023 งานแสดงนวัตกรรมอาคาร การออกแบบ และผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่เกี่ยวกับอาคารและสิ่งปลูกสร้าง ชูไอเดียนวัตกรรมอาคารยุคใหม่ ตอบโจทย์ 3 มิติสำคัญ (ESI) ได้แก่ อาคารที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม (Eco system) อาคารที่ส่งเสริมความยั่งยืนของโลกและชุมชน (Sustainability) และอาคารที่ห่วงใยคุณภาพชีวิตการอยู่อาศัยและเพิ่มประสิทธิภาพของอาคารให้ดียิ่งขึ้น (Innovation for Well-being) ระหว่างวันที่ 13-15 กันยายนนี้ ณ&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/novabuildexpo/">Nova BUILD EXPO มหกรรมแสดงนวัตกรรมอาคารและสิ่งปลูกสร้างยุคใหม่ ชูไอเดียสิ่งแวดล้อมที่ดีและโลกที่ยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-26175" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/Nova-BUILD-EXPO3-e1680144481174-300x159.jpg" alt="" width="600" height="317" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/Nova-BUILD-EXPO3-e1680144481174-300x159.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/Nova-BUILD-EXPO3-e1680144481174-150x79.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/Nova-BUILD-EXPO3-e1680144481174-500x264.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/Nova-BUILD-EXPO3-e1680144481174.jpg 600w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span id="more-26170"></span></p>
<p><strong>EEC Academy เปิดตัวแพลตฟอร์ม <a title="Nova BUILD EXPO 2023" href="https://www.greennetworkthailand.com/nova-build/">Nova BUILD EXPO 2023</a> งานแสดงนวัตกรรมอาคาร การออกแบบ และผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่เกี่ยวกับอาคารและสิ่งปลูกสร้าง ชูไอเดียนวัตกรรมอาคารยุคใหม่ ตอบโจทย์ 3 มิติสำคัญ (ESI) ได้แก่ อาคารที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม (Eco system) อาคารที่ส่งเสริมความยั่งยืนของโลกและชุมชน (Sustainability) และอาคารที่ห่วงใยคุณภาพชีวิตการอยู่อาศัยและเพิ่มประสิทธิภาพของอาคารให้ดียิ่งขึ้น (Innovation for Well-being) ระหว่างวันที่ 13-15 กันยายนนี้ ณ ฮอลล์ 103-104 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ซึ่งการจัดงานครั้งนี้เป็นการจัดงานอย่างยั่งยืนตามแนวทางของสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ สสปน.</strong></p>
<figure id="attachment_26174" aria-describedby="caption-attachment-26174" style="width: 600px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-26174" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/Nova-BUILD-EXPO2-300x200.jpg" alt="" width="600" height="400" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/Nova-BUILD-EXPO2-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/Nova-BUILD-EXPO2-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/Nova-BUILD-EXPO2-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/Nova-BUILD-EXPO2-500x334.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/Nova-BUILD-EXPO2.jpg 910w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /><figcaption id="caption-attachment-26174" class="wp-caption-text">ดร. เกชา ธีระโกเมน</figcaption></figure>
<p><strong>ดร. เกชา ธีระโกเมน The President of Nova BUILD</strong> กล่าวว่า วัตถุประสงค์การจัดงานเพื่อรวมนวัตกรรมการออกแบบ นวัตกรรมผลิตภัณฑ์ ประสบการณ์ความคิดดีๆ ของศาสตร์ทั้งสี่ ที่จำเป็นของโครงการอสังหาริมทรัพย์มาไว้ในที่เดียว อันได้แก่ ศาสตร์ทางสถาปัตยกรรม วิศวกรรม การบริหารและเทคโนโลยีอาคาร พร้อมด้วยอสังหาริมทรัพย์และการวางผังเมือง ผู้เข้าร่วมงานสามารถเรียนรู้นวัตกรรมล่าสุดของทุกศาสตร์ในที่เดียว พร้อมการแลกเปลี่ยนแชร์ประสบการณ์ด้านอาคารเพื่อนำมาปรับปรุงพัฒนาโครงการของตน ลดการใช้พลังงาน ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน และเพิ่มประสิทธิผลของการลงทุนที่สูงที่สุด</p>
<p>แนวโน้มภาคอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย พ.ศ. 2566 คาดมูลค่าการก่อสร้างมูลค่าเติบโตอยู่ที่ 1.48 ล้านล้านบาท โดยการก่อสร้างหมวดภาคเอกชน ใน พ.ศ. 2566 คาดว่าขยายตัว อยู่ระดับ 6.03 แสนล้านบาท // โดย 60% ของอาคารสำนักงานให้เช่าที่ถูกพัฒนาในช่วง 6 ปีที่ผ่านมา ได้รับการรับรองให้เป็นอาคารเขียว (อาคารที่ได้รับการ Certified ในการรักษาสิ่งแวดล้อม) และคาดว่าประมาณ 80% ของพื้นที่สำนักงานใหม่กว่า 1.67 ล้านตารางเมตร ที่จะแล้วเสร็จในอีก 4-5 ปีข้างหน้าจะได้รับการรับรองเช่นกัน แสดงถึงแนวโน้มที่กำลังเพิ่มขึ้นของอาคารเขียว และจะทำให้อาคารเขียวจะได้รับการรับรองในกรุงเทพฯ คิดเป็น 31% ของอุปทานทั้งหมด</p>
<figure id="attachment_26173" aria-describedby="caption-attachment-26173" style="width: 600px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-26173" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/Nova-BUILD-EXPO1-300x200.jpg" alt="" width="600" height="400" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/Nova-BUILD-EXPO1-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/Nova-BUILD-EXPO1-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/Nova-BUILD-EXPO1-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/Nova-BUILD-EXPO1-500x334.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/Nova-BUILD-EXPO1.jpg 910w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /><figcaption id="caption-attachment-26173" class="wp-caption-text">กิตติคุณ คชเสนี</figcaption></figure>
<p><strong>กิตติคุณ คชเสนี Executive Director of Nova BUILD</strong> กล่าวว่า การจัดงานในครั้งนี้ ได้รับการสนับสนุนจากสมาคมวิชาชีพฯ สถาบันการศึกษา หน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่มีความรู้ความสามารถในการขับเคลื่อนร่วมกันเพื่อเผยแพร่นวัตกรรมที่ดีเข้าสู่สังคม และปลูกฝังความรู้ความคิดให้กับเยาวชนรุ่นใหม่ให้ใส่ใจถึงสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนของโลก กิจกรรมภายในงานจัดขึ้นให้สอดรับกับแนวทางการดำเนินชีวิตของคนยุคใหม่ ที่เน้นการมีส่วนร่วมของผู้คนในสังคม เพื่อให้เกิดการสร้างแรงบันดาลใจ (Inspired) การสร้างพลังความคิดสร้างสรรค์ (Innovative) และการแลกเปลี่ยนร่วมมือ (Engaged)</p>
<figure id="attachment_26172" aria-describedby="caption-attachment-26172" style="width: 600px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-26172" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/Nova-BUILD-EXPO-300x200.jpg" alt="" width="600" height="400" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/Nova-BUILD-EXPO-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/Nova-BUILD-EXPO-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/Nova-BUILD-EXPO-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/Nova-BUILD-EXPO-500x334.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/Nova-BUILD-EXPO.jpg 910w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /><figcaption id="caption-attachment-26172" class="wp-caption-text">ดร. การดี เลียวไพโรจน์</figcaption></figure>
<p><strong>ดร. การดี เลียวไพโรจน์ ผู้อำนวยการบริหาร Future Tales Lab by MQDC</strong> เผยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน นวัตกรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์เกิดขึ้นจากวิกฤต ในวันนี้สภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปจนถึงขั้นวิกฤติ เป็นสิ่งที่เราทุกคนต้องร่วมกันรับผิดชอบ เพื่ออนาคตของคนรุ่นต่อๆไป เราต้องใช้นวัตกรรมและความร่วมมือเพื่อสร้างโลกที่น่าอยู่ให้ลูกหลานและ เจเนอเรชั่นในอนาคตได้</p>
<figure id="attachment_26177" aria-describedby="caption-attachment-26177" style="width: 600px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-26177" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/Nova-BUILD-EXPO-5-300x200.jpg" alt="" width="600" height="400" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/Nova-BUILD-EXPO-5-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/Nova-BUILD-EXPO-5-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/Nova-BUILD-EXPO-5-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/Nova-BUILD-EXPO-5-500x334.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/Nova-BUILD-EXPO-5.jpg 910w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /><figcaption id="caption-attachment-26177" class="wp-caption-text">ชานนท์ เอกรัตนากุล</figcaption></figure>
<p><strong>ชานนท์ เอกรัตนากุล Project Executive Director</strong> กล่าวว่า <strong>Nova BUILD EXPO</strong> บริหารจัดงานโดย EEC Academy บริษัทในเครือ EEC Engineering Network ผู้นำด้านการออกแบบทางวิศวกรรมงานระบบที่มีชื่อเสียงทั้งในและต่างประเทศ และมีเครือข่ายพันธมิตรทั้งทางภาคธุรกิจและภาครัฐมากมาย ทั้งในส่วนของกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ เจ้าของโครงการ หน่วยงานภาครัฐและเอกชน การจัดงานภายใต้แนวคิด “มหกรรมการแสดงนวัตกรรมอาคาร และความคิดสร้างสรรค์ เสริมสร้างความสุขและความปลอดภัยของชีวิต เพื่อสิ่งแวดล้อมที่ดีและโลกที่ยั่งยืน”</p>
<p><strong>Nova BUILD EXPO 2023</strong> มหกรรมที่รวบรวมนวัตกรรมในทุกด้านที่สนับสนุนอาคารที่เป็นมิตรต่อผู้อยู่อาศัยและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะกับอาคารที่ต้องการการรับรองจากมาตรฐานทั้งในและต่างประเทศ อาทิ LEED, WELL, TREES Standards ซึ่งนวัตกรรมอาคารจะมีส่วนช่วยเสริมคุณลักษณะที่จำเป็นของมาตรฐาน อาทิ การอนุรักษ์น้ำ การอนุรักษ์พลังงาน การเลือกวัสดุประกอบอาคารเขียว การปรับปรุงสภาวะภายในอาคาร อันได้แก่ คุณภาพแสง คุณภาพอากาศ คุณภาพน้ำ คุณภาพเสียง และอุณหภาพ เป็นต้น ซึ่งการจัดงาน N<strong>ova BUILD EXPO 2023</strong> ในครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนองค์ความรู้ในการจัดงานอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ผ่านคู่มือแนวทางปฏิบัติเบื้องต้นด้านการจัดงานอย่างยั่งยืนจากสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) (สสปน.)</p>
<p>Nova BUILD EXPO เวที Networking ขนาดใหญ่ที่รวมผู้เชี่ยวชาญสาขาต่างๆ ร่วมถ่ายทอดความรู้ความคิดเห็นกัน นอกจากนี้ ยังเป็นเวทีให้เจ้าของผลงานนวัตกรรม หรือเจ้าของผลิตภัณฑ์ใหม่ๆได้ใช้นำเสนอต่อสาธารณะ เพื่อแลกเปลี่ยนพูดคุยในทุกด้านที่เกี่ยวข้องกับอาคาร ไม่ว่าจะเป็นงานออกแบบ งานวัสดุศาสตร์ งานเทคโนโลยีงานก่อสร้าง เทคโนโลยีอาคาร งานบริหารและงานบริการเฉพาะในด้านต่างๆของอาคาร รวมกันในพื้นที่เดียว</p>
<p>กิจกรรมไฮไลท์ภายในงาน อาทิ โครงการประชุมโต๊ะกลมของวิชาชีพในแง่มุมต่างๆ (Round Table Forum) การอบรมและเสวนาเกี่ยวกับนวัตกรรมในด้านต่างๆ (Innovation Conference) โครงการสร้างแรงบันดาลใจ (ESI Talk) โครงการประกวดความคิดสร้างสรรค์ของนิสิตนักศึกษา (Pitching Innovation) โครงการแสดงงานนวัตกรรมเพื่อการแลกเปลี่ยนความรู้ (Innovation Pavilion) โครงการมอบรางวัลเกียรติคุณนวัตกรรมดีเด่น (Nova Awards) โครงการร่วมมือกับองค์กรภาคส่วนต่างๆที่เกี่ยวข้องกับงานก่อสร้างและอาคาร (Association Sharing &amp; Activities) โครงการข้อตกลงพันธะสัญญาของพหุองค์กร (Building Summit) และ โครงการรวบรวมความคิดอ่านของผู้ร่วมงาน (Public Survey)</p>
<p>ในช่วงท้ายของงานแถลงข่าว กูรูร่วมระดมแนวคิด เสวนาพิเศษ “Why the city needs ESI Thinking Power?” ทำไมสังคมเมืองถึงต้องการพลังความคิดด้านสิ่งแวดล้อมความยั่งยืน และนวัตกรรมยกระดับคุณภาพชีวิต? โดย ดร. ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ดร. สิงห์ อินทรชูโต หัวหน้าคณะที่ปรึกษา RISC และ ดร. เกชา ธีระโกเมน ประธานบริษัทและนวัตกรรม EEC ดำเนินรายการโดย คุณสุทธิชัย หยุ่น ทั้งนี้ “นวัตกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม เป็นแนวทางที่เลี่ยงไม่ได้ต่อความเป็นอยู่ที่ดีในอนาคตเราจะพบความแปรปรวน มากมายที่ต้องการนวัตกรรมและวิธีการใหม่ในการแก้ปัญหา” ดร. สิงห์ อินทรชูโต กล่าวทิ้งท้าย</p>
<p>พร้อมกันนี้ งาน Nova BUILD EXPO โดย EEC Academy ร่วมกับวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้ทำข้อตกลงความร่วมมือ Mutual Of Agreement ในการผนึกกำลังส่งเสริมความร่วมมือทางวิชาการและวิชาชีพวิศวกรรม ระหว่างงาน <strong>Nova BUILD EXPO 2023</strong> และงานวิศวกรรมแห่งชาติ 2566 (National Engineering 2023) ต่อยอดการพัฒนานวัตกรรมวิศวกรรม ที่นำไปสู่การพัฒนาแบบยั่งยืน ที่เป็นเป้าหมายของชาติและทุกประเทศ</p>
<p><strong>Nova BUILD EXPO 2023</strong> งานเดียวของประเทศที่เน้นการสร้าง Content ที่ลึกและตรงโจทย์ แหล่งการเรียนรู้แลกเปลี่ยน ซื้อขาย ที่มีนวัตกรรมเพื่อคุณภาพและสิ่งแวดล้อม เป็นหัวใจหลักเดียวกัน พบผู้ประกอบการและนวัตกรรมกว่า 300 แบรนด์ ระหว่างวันที่ 13-15 กันยายน พ.ศ. 2566 นี้ ณ ฮอลล์ 103-104 ไบเทค บางนา</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/novabuildexpo/">Nova BUILD EXPO มหกรรมแสดงนวัตกรรมอาคารและสิ่งปลูกสร้างยุคใหม่ ชูไอเดียสิ่งแวดล้อมที่ดีและโลกที่ยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/novabuildexpo/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>GULF ประสบความความสำเร็จในการออกกรีนบอนด์ครั้งแรก สานต่อธุรกิจพลังงานสะอาด</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/gulf-4/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/gulf-4/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 30 Mar 2023 02:16:38 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Green Bond]]></category>
		<category><![CDATA[Gulf]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจพลังงานหมุนเวียน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=26161</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF ได้ออกและเสนอขายหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมหรือ Green Bond เป็นครั้งแรก มูลค่า 8,000 ล้านบาท เพื่อใช้ลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม รวมทั้งเสนอขายหุ้นกู้ทั่วไปอีก 12,000 ล้านบาทพร้อมกัน รวมเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 20,000 ล้านบาท โดยเป็นการเสนอขายให้แก่ผู้ลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนรายใหญ่ โดยมีแผนจะนำเงินที่ได้ไปใช้ในการขยายธุรกิจ เป็นเงินทุนหมุนเวียนและชำระคืนหนี้เดิม ยุพาพิน วังวิวัฒน์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน บริษัท กัลฟ์&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/gulf-4/">GULF ประสบความความสำเร็จในการออกกรีนบอนด์ครั้งแรก สานต่อธุรกิจพลังงานสะอาด</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-26164" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/GULF-3-300x200.jpg" alt="" width="600" height="400" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/GULF-3-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/GULF-3-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/GULF-3-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/GULF-3-500x334.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/GULF-3.jpg 910w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><strong>บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF ได้ออกและเสนอขายหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมหรือ Green Bond เป็นครั้งแรก มูลค่า 8,000 ล้านบาท เพื่อใช้ลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม รวมทั้งเสนอขายหุ้นกู้ทั่วไปอีก 12,000 ล้านบาทพร้อมกัน รวมเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 20,000 ล้านบาท โดยเป็นการเสนอขายให้แก่ผู้ลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนรายใหญ่ โดยมีแผนจะนำเงินที่ได้ไปใช้ในการขยายธุรกิจ เป็นเงินทุนหมุนเวียนและชำระคืนหนี้เดิม</strong></p>
<figure id="attachment_26162" aria-describedby="caption-attachment-26162" style="width: 600px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-26162" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/GULF-1-263x300.jpg" alt="" width="600" height="685" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/GULF-1-263x300.jpg 263w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/GULF-1-897x1024.jpg 897w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/GULF-1-768x877.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/GULF-1-150x171.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/GULF-1-438x500.jpg 438w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/GULF-1.jpg 910w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /><figcaption id="caption-attachment-26162" class="wp-caption-text">ยุพาพิน วังวิวัฒน์</figcaption></figure>
<p><strong>ยุพาพิน วังวิวัฒน์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน</strong>) เปิดเผยว่า “ครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่บริษัทได้ออกเสนอขาย Green Bond โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเน้นการลงทุนในธุรกิจพลังงานหมุนเวียน และการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยจะนำเงินที่ได้จากการเสนอขายหุ้นกู้ไปใช้ในการชำระคืนเงินลงทุนในโครงการ Borkum Riffgrund 2 ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าพลังงานลมนอกชายฝั่งทะเลในประเทศเยอรมนี ทั้งนี้ การออก Green Bond ในครั้งนี้ เป็นไปตามกรอบหลักเกณฑ์การระดมทุนเพื่อโครงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Green Financing Framework) และได้ผ่านการให้ความเห็นโดยผู้สอบทานภายนอกที่เป็นอิสระ (Second Party Opinion) คือ DNV Business Assurance Australia Ltd. โดยได้รับความสนใจจากนักลงทุนอย่างมากจนบริษัทต้องเพิ่มมูลค่าเสนอขายเป็น 8,000 ล้านบาทจากเดิมที่ตั้งเป้าไว้ที่ 5,000 ล้านบาท นอกจาก Green Bond ที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากนักลงทุนแล้ว การออกหุ้นกู้โดยรวมมูลค่า 20,000 ล้านบาทในครั้งนี้ ยังประสบความสำเร็จเกินความคาดหมาย โดยได้รับการตอบรับอย่างดีด้วยยอดจองซื้อสูงกว่าเป้าหมายของบริษัทเกินกว่า 2 เท่าจากนักลงทุนทุกประเภท อาทิ กองทุนภายใต้การบริหารของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน, บริษัทประกันชีวิต, สหกรณ์, ธนาคารพาณิชย์ และนักลงทุนรายใหญ่ประเภทนิติบุคคลและบุคคลธรรมดา ทางบริษัทต้องขอขอบคุณนักลงทุนทุกท่านที่สนใจและลงทุนในหุ้นกู้ของบริษัทในครั้งนี้ ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนในผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งและศักยภาพการเติบโตอย่างต่อเนื่องในกลุ่มธุรกิจของกัลฟ์”</p>
<p>ทั้งนี้ การเสนอขายหุ้นกู้ครั้งนี้ประกอบด้วย Green Bond 2 ชุด ได้แก่ อายุ 5 ปี จำนวน 4,500 ล้านบาท และอายุ 7 ปี จำนวน 3,500 ล้านบาท มูลค่ารวม 8,000 ล้านบาท ด้วยอัตราดอกเบี้ย 3.20% และ 3.59% ต่อปี ตามลำดับ และหุ้นกู้ทั่วไป 3 ชุด ได้แก่ อายุ 3 ปี จำนวน 4,100 ล้านบาท อายุ 4 ปี จำนวน 4,400 ล้านบาท และอายุ 10 ปี จำนวน 3,500 ล้านบาท มูลค่ารวม 12,000 ล้านบาท ด้วยอัตราดอกเบี้ย 2.85%, 3.00% และ 3.92% ต่อปี ตามลำดับ โดยเฉลี่ยอัตราดอกเบี้ยคงที่เท่ากับ 3.28% และอายุเฉลี่ยหุ้นกู้เท่ากับ 5.6 ปี บริษัทฯ ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือในระดับ “A+” แนวโน้ม “คงที่” และหุ้นกู้ดังกล่าวได้รับการจัดอันดับในระดับ “A” จากบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด โดยบริษัทฯ ได้แต่งตั้งให้ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน), ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน), ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน), ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน), ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน), ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) และธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) จำกัด (มหาชน) ทำหน้าที่เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ทั่วไปและ Green Bond ในครั้งนี้</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/gulf-4/">GULF ประสบความความสำเร็จในการออกกรีนบอนด์ครั้งแรก สานต่อธุรกิจพลังงานสะอาด</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/gulf-4/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กพช.ไฟเขียว รับซื้อไฟฟ้าพลังงานสะอาดเพิ่มเติม</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/eppo-2/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/eppo-2/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 10 Mar 2023 01:29:30 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[กพช.]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจภูมิภาค]]></category>
		<category><![CDATA[ไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=25795</guid>

					<description><![CDATA[<p>กุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ซึ่งมี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้รับทราบแผนการเพิ่มการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดภายใต้แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 2561-2580 ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 1 (PDP2018 Rev.1) ในช่วงปี พ.ศ. 2564- 2573 (ปรับปรุงเพิ่มเติม ครั้งที่ 2) โดยมีปริมาณรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเพิ่มเติมได้ ประกอบด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ 2,632 เมกะวัตต์&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/eppo-2/">กพช.ไฟเขียว รับซื้อไฟฟ้าพลังงานสะอาดเพิ่มเติม</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25804" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/eppo6-e1678412066404-300x202.jpg" alt="" width="600" height="403" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/eppo6-e1678412066404-300x202.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/eppo6-e1678412066404-150x101.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/eppo6-e1678412066404-500x336.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/eppo6-e1678412066404.jpg 600w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span id="more-25795"></span><br />
กุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ซึ่งมี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้รับทราบแผนการเพิ่มการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดภายใต้แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 2561-2580 ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 1 (PDP2018 Rev.1) ในช่วงปี พ.ศ. 2564- 2573 (ปรับปรุงเพิ่มเติม ครั้งที่ 2) โดยมีปริมาณรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเพิ่มเติมได้ ประกอบด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ 2,632 เมกะวัตต์ พลังงานลม 1,000 เมกะวัตต์ ก๊าซชีวภาพ (น้ำเสีย/ของเสีย) 6.5 เมกะวัตต์ และขยะอุตสาหกรรม 30 เมกะวัตต์ คิดเป็นปริมาณรับซื้อเพิ่มเติมรวม 3,668.5 เมกะวัตต์ ได้มีมติเห็นชอบหลักการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเพิ่มเติม สำหรับกลุ่มที่ไม่มีต้นทุนเชื้อเพลิงและขยะอุตสาหกรรม ในรูปแบบ Feed-in Tariff (FiT) สำหรับปี พ.ศ. 2565-2573 จะเป็นการรับซื้อต่อเนื่องจากโครงการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในรูปแบบ FiT สำหรับปี พ.ศ. 2565-2573 สำหรับกลุ่มไม่มีต้นทุนเชื้อเพลิงและขยะอุตสาหกรรม ตามที่คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ได้ดำเนินการเปิดรับซื้ออยู่ในปัจจุบันซึ่งมีผู้ที่สนใจยื่นสมัครเข้าร่วมโครงการเป็นจำนวนมาก</p>
<p>ภายใต้ระเบียบและประกาศในปัจจุบันโดยการรับซื้อเพิ่มเติม จะเปิดรับซื้อจากก๊าซชีวภาพ (น้ำเสีย/ของเสีย) พลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดิน และสำหรับขยะอุตสาหกรรม (ในรูปแบบสัญญา Non-Firm) มีอายุสัญญาการรับซื้อไฟฟ้าเป็นระยะเวลา 20-25 ปี ราคา FiT เดิมตามปริมาณข้างต้น โดยการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเพิ่มเติมนี้จะเป็นการช่วยเพิ่มปริมาณไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดในระบบไฟฟ้าของประเทศ ไม่มีค่าความพร้อมจ่าย (AP) ไม่เพิ่มระดับกำลังผลิตไฟฟ้าสำรองให้สูงขึ้น ราคาถูกไม่ส่งผลกระทบต่อค่าไฟฟ้าของประชาชน นอกจากนี้ช่วยให้สามารถบรรลุเป้าหมายการลดปลดปล่อยก๊าซ CO2 ตามเป้าหมายของการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศในปี พ.ศ. 2573 (NDC) ได้ รวมทั้งช่วยสนับสนุนการจัดทำอัตราค่าบริการไฟฟ้าสีเขียว ซึ่งเป็นการเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันให้กับผู้ส่งออกภาคเอกชนต่อไป โดยกพช. ได้มอบหมายให้กกพ. ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป อาจปรับปรุงเงื่อนไขต่าง ๆ (ยกเว้นอัตรารับซื้อ) ได้ โดยมอบให้คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) พิจารณา และที่ประชุมกพช. ยังมีมติเห็นชอบให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยดำเนินการก่อสร้างและปรับปรุงระบบส่งไฟฟ้าเพื่อรองรับการจัดหาไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนตามแผนการเพิ่มการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด โดยใช้งบประมาณของโครงการที่คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติแล้วและมีวัตถุประสงค์เพื่อรองรับพลังงานหมุนเวียน</p>
<p>ทั้งนี้ที่ประชุมกพช. ยังได้รับทราบหลักการร่างสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) โครงการน้ำงึม 3 และโครงการ เซกอง 4A และ 4B และมอบหมายให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ลงนามใน PPA โครงการน้ำงึม 3 และโครงการเซกอง 4A และ 4B ที่ผ่านการตรวจพิจารณาจากสำนักงานอัยการสูงสุดแล้ว ทั้งนี้ หากจำเป็นต้องมีการแก้ไข PPA ที่ไม่กระทบต่ออัตราค่าไฟฟ้าที่ระบุไว้ในร่าง PPA และเงื่อนไขสำคัญ รวมทั้งการปรับกำหนดเวลาของแผนงาน (Milestones) ที่เกี่ยวข้องกับกำหนดการจ่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ในช่วงก่อนการลงนาม PPA ให้อยู่ในอำนาจการพิจารณาของคณะกรรมการ กฟผ. ในการแก้ไข</p>
<figure id="attachment_25796" aria-describedby="caption-attachment-25796" style="width: 600px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-25796" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/eppo1-300x227.jpg" alt="" width="600" height="454" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/eppo1-300x227.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/eppo1-768x581.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/eppo1-150x113.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/eppo1-500x378.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/eppo1.jpg 910w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /><figcaption id="caption-attachment-25796" class="wp-caption-text">กุลิศ สมบัติศิริ</figcaption></figure>
<p>กุลิศ กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากนี้ที่ประชุม กพช. ยังได้รับทราบผลการดำเนินการกำหนดโครงสร้างอัตรา ค่าไฟฟ้าของประเทศไทยปี พ.ศ. 2564-2568 ซึ่งคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ได้ดำเนินการให้สอดคล้องตามมติ กพช. เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2563 และวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2564 และมีการปรับปรุงข้อมูลและหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ให้ใกล้เคียงกับสภาพเศรษฐกิจและสังคมปัจจุบันมากที่สุด โดยในที่ประชุมกพช. มีมติเห็นชอบข้อเสนอแนะของ กกพ. ต่อการดำเนินการตามนโยบายและการปรับโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าของประเทศไทย ปี พ.ศ. 2564-2568 โดยมีประเด็นด้านนโยบายสำหรับการกำหนดโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้า ดังนี้</p>
<ol>
<li>เห็นควรให้คงอัตราค่าไฟฟ้าฐานเท่าเดิม สำหรับค่าพลังงานไฟฟ้า และค่าความต้องการพลังไฟฟ้า ในการกำหนดค่าไฟฟ้าขายปลีก และคงอัตราค่าไฟฟ้าขายส่ง และเลื่อนการบังคับใช้โครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าใหม่ที่จะจำแนกค่าใช้จ่ายตามนโยบายรัฐออกจากค่าไฟฟ้าฐานและค่าเอฟทีออกไป เพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับผู้ใช้ไฟฟ้าในวงกว้าง มีความเหมาะสม สอดคล้องกับสถานการณ์วิกฤติพลังงานและการจัดหาก๊าซธรรมชาติแหล่งอ่าวไทยที่คาดว่าจะเข้าสู่ภาวะปกติในช่วงปี 2567</li>
<li>ชะลอการจำแนกค่าไฟฟ้าสาธารณะออกจากค่าไฟฟ้าฐาน และให้การไฟฟ้าฝ่ายจำหน่ายดำเนินการติดตั้งมิเตอร์ไฟฟ้าสาธารณะที่ครบถ้วน เพื่อจำแนกค่าใช้จ่ายได้อย่างชัดเจน เหมาะสมในทางปฏิบัติในระยะต่อไป</li>
<li>กำหนดให้การดูแลผู้ใช้ไฟฟ้าที่ด้อยโอกาส โดยการช่วยเหลือผู้ใช้ไฟฟ้าบ้านอยู่อาศัยที่ติดตั้งมิเตอร์ไม่เกิน 5 แอมแปร์ และมีการใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 50 หน่วยติดต่อกันไม่น้อยกว่า 3 เดือน ที่การไฟฟ้าได้ตรวจสอบสิทธิของผู้ใช้ไฟฟ้าไม่ให้มีความซ้ำซ้อน และผู้ใช้ไฟฟ้าได้มีการลงทะเบียนผู้มีสิทธิในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ สำหรับบิลค่าไฟฟ้าประจำเดือนพฤษภาคม 2566 เป็นต้นไป และให้นำค่าใช้จ่ายในการอุดหนุนผู้ใช้ไฟฟ้าที่ด้อยโอกาส เป็นส่วนหนึ่งของความต้องการรายได้ (Revenue Requirement) ของการไฟฟ้าฝ่ายจำหน่าย ในการพิจารณาฐานะการเงินของการไฟฟ้าตามนโยบาย กพช. เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2558</li>
</ol>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/eppo-2/">กพช.ไฟเขียว รับซื้อไฟฟ้าพลังงานสะอาดเพิ่มเติม</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/eppo-2/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กลุ่มปตท. โชว์สุดยอดนวัตกรรมแห่งอนาคต ในงาน PTT Group Tech &#038; Innovation Day</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/pttgroup/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/pttgroup/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 02 Mar 2023 03:53:44 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Innovation Ecosystem]]></category>
		<category><![CDATA[PTT Group]]></category>
		<category><![CDATA[PTT Group Tech & Innovation Day]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรมนำอนาคต]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจภูมิภาค]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=25676</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#160; กลุ่ม ปตท. จัดงาน PTT Group Tech &#38; Innovation Day ภายใต้แนวคิด “Beyond Tomorrow: นวัตกรรม นำอนาคต” เพื่อเป็นการแสดงศักยภาพด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม ทิศทางกลยุทธ์การดำเนินงาน และการลงทุนด้านนวัตกรรมของกลุ่ม ปตท. ตลอดจนสร้างการรับรู้ทิศทางของเทคโนโลยีในอนาคต และหาโอกาสความร่วมมือทางธุรกิจใหม่ พร้อมทั้งผลักดันการสร้างนวัตกรรมด้านพลังงานและเทคโนโลยีต่าง ๆ ให้เกิดขึ้นในประเทศไทย เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ตามวิสัยทัศน์ Powering Life&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/pttgroup/">กลุ่มปตท. โชว์สุดยอดนวัตกรรมแห่งอนาคต ในงาน PTT Group Tech & Innovation Day</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25687" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/ptt5-300x200.jpg" alt="" width="600" height="400" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/ptt5-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/ptt5-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/ptt5-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/ptt5-500x334.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/ptt5.jpg 910w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><strong>กลุ่ม ปตท. จัดงาน PTT Group Tech &amp; Innovation Day ภายใต้แนวคิด “Beyond Tomorrow: นวัตกรรม นำอนาคต” เพื่อเป็นการแสดงศักยภาพด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม ทิศทางกลยุทธ์การดำเนินงาน และการลงทุนด้านนวัตกรรมของกลุ่ม ปตท. ตลอดจนสร้างการรับรู้ทิศทางของเทคโนโลยีในอนาคต และหาโอกาสความร่วมมือทางธุรกิจใหม่ พร้อมทั้งผลักดันการสร้างนวัตกรรมด้านพลังงานและเทคโนโลยีต่าง ๆ ให้เกิดขึ้นในประเทศไทย เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ตามวิสัยทัศน์ Powering Life with Future Energy and Beyond ของกลุ่ม ปตท. โดยจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ &#8211; 3 มีนาคม พ.ศ. 2566 ณ ปตท. สำนักงานใหญ่</strong></p>
<figure id="attachment_25688" aria-describedby="caption-attachment-25688" style="width: 600px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-25688" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/ptt3-300x200.jpg" alt="" width="600" height="400" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/ptt3-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/ptt3-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/ptt3-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/ptt3-500x334.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/ptt3.jpg 910w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /><figcaption id="caption-attachment-25688" class="wp-caption-text">สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์</figcaption></figure>
<p><strong>สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงา</strong>น และ วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมเป็นประธานและกล่าวปาฐกถาพิเศษด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม ในพิธีเปิดงาน PTT Group Tech &amp; Innovation Day ที่จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Beyond Tomorrow: นวัตกรรม นำอนาคต” โดยมี ศ.พิเศษ ดร.ทศพร ศิริสัมพันธ์ ประธานกรรมการ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และ ดร.บุรณิน รัตนสมบัติ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจใหม่และโครงสร้างพื้นฐาน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงจากกลุ่ม ปตท. หน่วยงานพันธมิตรภาครัฐ และเอกชนชั้นนำร่วมในพิธี</p>
<p>อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า PTT Group Tech &amp; Innovation Day ที่จัดขึ้นเป็นการผนึกกำลังครั้งสำคัญเพื่อแสดงศักยภาพด้านเทคโนโลยีและการลงทุนด้านนวัตกรรมของกลุ่มปตท. ตลอดจนสร้างการรับรู้ทิศทางของเทคโนโลยีในอนาคและหาโอกาสต่อยอดความร่วมมือทางธุรกิจใหม่ทั้งจากภายในกลุ่มปตท. และหน่วยงานภายนอก พร้อมทั้งผลักดันการสร้างนวัตกรรมด้านพลังงานและเทคโนโลยีต่างๆ ให้เกิดขึ้นในประเทศไทย เพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย Carbon Neutrality และ Net Zero Emissions</p>
<p><strong>กิจกรรมที่น่าสนใจ ประกอบด้วย</strong></p>

<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/ptt9-e1677729132421.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="600" height="400" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/ptt9-e1677729132421.jpg" class="attachment-full size-full" alt="" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/ptt9-e1677729132421.jpg 600w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/ptt9-e1677729132421-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/ptt9-e1677729132421-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/ptt9-e1677729132421-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/ptt8-e1677729141794.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="600" height="400" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/ptt8-e1677729141794.jpg" class="attachment-full size-full" alt="" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/ptt8-e1677729141794.jpg 600w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/ptt8-e1677729141794-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/ptt8-e1677729141794-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/ptt8-e1677729141794-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/ptt7-1-e1677729151107.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="600" height="400" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/ptt7-1-e1677729151107.jpg" class="attachment-full size-full" alt="" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/ptt7-1-e1677729151107.jpg 600w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/ptt7-1-e1677729151107-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/ptt7-1-e1677729151107-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/ptt7-1-e1677729151107-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></a>

<p>&nbsp;</p>
<ul>
<li>นิทรรศการ แสดงผลงานทางด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม และธุรกิจใหม่ จาก กลุ่ม ปตท. ใน 7 ด้าน ประกอบด้วย Future Energy, Future Mobility, Life Science, AI, Robotics &amp; Digitalization, Logistics &amp; Infrastructure, Decarbonization และ Innovation Ecosystem ที่มีส่วนในการช่วยสร้างสรรค์และยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคนในสังคม อาทิ การดูแลสิ่งแวดล้อมจากพลังงานสะอาด ยานยนต์ไฟฟ้า สุขภาพและการแพทย์จากวิทยาศาสตร์เพื่อชีวิต สิ่งอำนวยความสะดวกในการใช้ชีวิตประจำวันของภาคครัวเรือนและภาคอุตสาหกรรมจากระบบการขนส่ง โครงสร้างพื้นฐาน หุ่นยนต์ ระบบอัตโนมัติและปัญญาประดิษฐ์ที่มีประสิทธิภาพ ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของผู้คนในยุคปัจจุบัน</li>
<li>Tech Talk เวทีแลกเปลี่ยนแนวคิด และเทรนด์เทคโนโลยี นวัตกรรมที่น่าจับตาจากภาครัฐที่ขับเคลื่อนนโยบายและผู้นำด้านนวัตกรรมกว่า 23 หัวข้อ และ</li>
<li>Pitching Desk พื้นที่นำเสนอนวัตกรรมและธุรกิจใหม่ของกลุ่ม ปตท. กว่า 30 แบรนด์ ที่พร้อมให้นักลงทุนและผู้สนใจได้ร่วมพูดคุย ต่อยอดและขยายโอกาสการเติบโตสู่ธุรกิจที่ไกลกว่าพลังงานไปด้วยกัน ตลอดจนจะได้พบกับสินค้านวัตกรรมที่พร้อมให้ช้อป ชิมจากกลุ่ม ปตท. อาทิ ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมจาก Innobic, น้ำเชื่อมหญ้าหวาน Natural Nxt, , อาหารโปรตีนจากพืช NRPT, ไอศกรีมกะทิสดแท้ Kathisod Station และผลิตภัณฑ์รักษ์โลกจาก MORE</li>
</ul>
<p>“กลุ่ม ปตท. มุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ ตลอดจนเดินหน้าขยายการลงทุนในธุรกิจที่มีศักยภาพ เพื่อเป็นอีกหนึ่งกำลังสำคัญที่จะช่วยผลักดันให้เศรษฐกิจของประเทศไทยเติบโตเป็นที่ยอมรับทั้งในภูมิภาคอาเซียนและเวทีโลก พร้อมขับเคลื่อนทุกชีวิตด้วยพลังแห่งอนาคตได้ต่อไป” อรรถพลกล่าวเสริม</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/pttgroup/">กลุ่มปตท. โชว์สุดยอดนวัตกรรมแห่งอนาคต ในงาน PTT Group Tech & Innovation Day</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/pttgroup/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ราชกรุ๊ป ประกาศกำไรสุทธิ 5,782 ล้านบาทในปี65 จัดสรรเงินปันผลจ่าย 3,480 ล้านบาท</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/ratchgroup/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/ratchgroup/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 02 Mar 2023 02:46:55 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<category><![CDATA[RATCH Group]]></category>
		<category><![CDATA[สินทรัพย์]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจภูมิภาค]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=25671</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#160; บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) รายงานผลการดำเนินงานประจำปีพ.ศ.2565 ยังสามารถเติบโตต่อเนื่อง โดยรายได้รวม มีจำนวน 81,788.08 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 84.4 เมื่อเทียบกับปี 2564 กำไรจากการดำเนินงานก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัด (EBITDA) จำนวนเงิน 12,811.71 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 9.4 และมีกำไรส่วนของบริษัทฯ เป็นจำนวน 5,782.07 ล้านบาท&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/ratchgroup/">ราชกรุ๊ป ประกาศกำไรสุทธิ 5,782 ล้านบาทในปี65 จัดสรรเงินปันผลจ่าย 3,480 ล้านบาท</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>&nbsp;</p>
<p><strong><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25672" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/ratch1-300x200.jpg" alt="" width="600" height="400" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/ratch1-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/ratch1-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/ratch1-500x333.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/ratch1.jpg 678w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></strong></p>
<p><strong>บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) รายงานผลการดำเนินงานประจำปีพ.ศ.2565 ยังสามารถเติบโตต่อเนื่อง โดยรายได้รวม มีจำนวน 81,788.08 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 84.4 เมื่อเทียบกับปี 2564 กำไรจากการดำเนินงานก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัด (EBITDA) จำนวนเงิน 12,811.71 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 9.4 และมีกำไรส่วนของบริษัทฯ เป็นจำนวน 5,782.07 ล้านบาท ทั้งนี้ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทมีมติจัดสรรเงินปันผลเป็นเงินจำนวน 3,480 ล้านบาท คิดเป็น 1.60 บาทต่อหุ้น โดยจะนำเสนอผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบในวันที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2566</strong></p>
<figure id="attachment_25673" aria-describedby="caption-attachment-25673" style="width: 600px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-25673" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/ratch2-300x223.jpg" alt="" width="600" height="446" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/ratch2-300x223.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/ratch2-768x571.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/ratch2-150x112.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/ratch2-500x372.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/ratch2.jpg 910w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /><figcaption id="caption-attachment-25673" class="wp-caption-text">ชูศรี เกียรติขจรกุล</figcaption></figure>
<p><strong>ชูศรี เกียรติขจรกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)</strong> เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานในปี พ.ศ. 2565 ยังคงเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง สะท้อนจากผลกำไรจากการดำเนินงานก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ซึ่งเติบโตถึง 12,000 ล้านบาท บรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้ นอกจากนี้ธุรกิจผลิตไฟฟ้ายังคงเป็นแหล่งรายได้หลัก ในปี พ.ศ. 2565 บริษัทรับรู้รายได้เพิ่มขึ้นจากการเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ของโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติเรียวในอินโดนีเซียและโรงไฟฟ้าเน็กส์ซิฟ ราช ระยองในประเทศไทย รวมทั้งการลงทุนเพิ่มในโรงไฟฟ้าพลังน้ำอาซาฮาน-1 อินโดนีเซีย และโรงไฟฟ้าสหโคเจน (ชลบุรี) ด้วย</p>
<p>“ผลการดำเนินงานของโรงไฟฟ้ากลุ่มบริษัทโดยส่วนใหญ่ยังคงรักษาความสามารถในการทำกำไรไว้ได้ค่อนข้างดี แม้ว่าจะมีแรงกดดันจากต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นตามราคาตลาดโลก อย่างไรก็ดีบริษัทได้ให้ความสำคัญกับการบริหารทางการเงิน ให้ต้นทุนอยู่ในระดับเหมาะสมและการจัดหาเงินทุนให้เพียงพอและทันการณ์กับการขยายการลงทุนของบริษัท ปัจจุบันสถานะทางการเงินของบริษัทจัดอยู่ในระดับที่มั่นคงและแข็งแกร่ง ในปี พ.ศ. 2565 สินทรัพย์รวมของบริษัท เพิ่มขึ้นเป็น 229,578.28 ล้านบาท โดยมีอัตราส่วนสภาพคล่องอยู่ที่ระดับ 1.90 เท่า และหนี้สินต่อทุนอยู่ที่ระดับ 1.14 เท่า ที่สำคัญ บริษัทยังมุ่งเน้นรักษาอัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้นให้มีความยั่งยืน โดยในปีนี้คณะกรรมการบริษัทมีมติให้จัดสรรเงินปันผลจ่ายแก่ผู้ถือหุ้นเป็นจำนวน 3,480 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 60.19 ของกำไรสุทธิประจำปี พ.ศ. 2565 ซึ่งบริษัทจะได้นำเสนอที่ประชุมผู้ถือหุ้นสามัญประจำปี พ.ศ. 2566 เพื่อพิจารณาอนุมัติในวันที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2565 นี้” ชูศรี กล่าว</p>
<p>เมื่อวันที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2565 บริษัทได้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสำหรับผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกของปีพ.ศ. 2565 (งวดเดือนมกราคม-มิถุนายน พ.ศ. 2565) แล้ว จำนวนหุ้นละ 0.80 บาท จึงคงเหลือเงินปันผลจ่ายอีก จำนวน 0.80 บาทต่อหุ้น</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/ratchgroup/">ราชกรุ๊ป ประกาศกำไรสุทธิ 5,782 ล้านบาทในปี65 จัดสรรเงินปันผลจ่าย 3,480 ล้านบาท</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/ratchgroup/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วว.จับมือ TBIA นำร่องใช้พลาสติกชีวภาพบรรจุขยะอินทรีย์หมักเป็นวัสดุปรับปรุงดินได้ผลสำเร็จตามคาด พร้อมสานต่อเป็นรูปธรรมตามแนวทาง Circular Economy</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/circular-economy-5/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/circular-economy-5/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 24 Feb 2023 07:57:40 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Circular Economy]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะอินทรีย์]]></category>
		<category><![CDATA[ผลิตภัณฑ์หมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[พลาสติกชีวภาพ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=25584</guid>

					<description><![CDATA[<p>กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม  (อว.) สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) โดย ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมเกษตรสร้างสรรค์  (ศนก.)   นำโดย ดร.รจนา ตั้งกุลบริบูรณ์ ผอ.ศนก. พร้อมทีมงาน ได้แก่ ดร.กนกอร  อัมพรายน์  นักวิจัยอาวุโส ศนก. และคณะทำงานห้องปฏิบัติการวิเคราะห์ดิน ปุ๋ย และพืช (SFP Lab) นำเสนอผลงาน “การใช้พลาสติกชีวภาพบรรจุขยะอินทรีย์หมักเป็นวัสดุปรับปรุงดินและวิจารณ์โครงการกับชุมชนนำร่อง” ภายใต้การดำเนินโครงการชุมชนนำร่องใช้พลาสติกชีวภาพบรรจุขยะอินทรีย์หมักเป็นวัสดุปรับปรุงดิน ในตำบลท่าข้าม อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/circular-economy-5/">วว.จับมือ TBIA นำร่องใช้พลาสติกชีวภาพบรรจุขยะอินทรีย์หมักเป็นวัสดุปรับปรุงดินได้ผลสำเร็จตามคาด พร้อมสานต่อเป็นรูปธรรมตามแนวทาง Circular Economy</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม  (อว.) สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) โดย ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมเกษตรสร้างสรรค์  (ศนก.)   นำโดย ดร.รจนา ตั้งกุลบริบูรณ์ ผอ.ศนก. พร้อมทีมงาน ได้แก่ ดร.กนกอร  อัมพรายน์  นักวิจัยอาวุโส ศนก. และคณะทำงานห้องปฏิบัติการวิเคราะห์ดิน ปุ๋ย และพืช (SFP Lab) นำเสนอผลงาน “การใช้พลาสติกชีวภาพบรรจุขยะอินทรีย์หมักเป็นวัสดุปรับปรุงดินและวิจารณ์โครงการกับชุมชนนำร่อง” ภายใต้การดำเนินโครงการชุมชนนำร่องใช้พลาสติกชีวภาพบรรจุขยะอินทรีย์หมักเป็นวัสดุปรับปรุงดิน ในตำบลท่าข้าม อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา ร่วมกับ นายวิบูลย์ พึงประเสริฐ นายกสมาคมอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพไทย (TBIA) ดร.วันทนีย์ จองคำ ที่ปรึกษาสมาคม บริษัท ไทยวา และบริษัท SMS Corporation โดยมีผู้เข้าร่วมรับฟังและให้ความคิดเห็นจากหลายภาคส่วน อาทิ เทศบาลตำบลท่าข้าม โรงไฟฟ้าบางปะกง อำเภอบางปะกง ตัวแทนชุมชนหมู่ 3 ตัวแทนชุมชนหมู่ 4 และหมู่ 7 ตำบลท่าข้าม เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2566</p>
<p>ทั้งนี้ วว. ดำเนินโครงการชุมชนนำร่องใช้พลาสติกชีวภาพบรรจุขยะอินทรีย์หมักเป็นวัสดุปรับปรุงดินร่วมกับสมาคมอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพไทย โดยนำถุงพลาสติกชีวภาพมาใช้ในการคัดแยกขยะอินทรีย์ แล้วจัดเก็บเพื่อนำมาหมักรวมกับมูลสัตว์พัฒนาเป็นสารปรับปรุงดินที่สามารถเพิ่มปริมาณอินทรียวัตถุภายในดิน ทำให้ดินมีความอุดมสมบูรณ์สูงขึ้นและช่วยลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างชุมชนต้นแบบในการจัดการขยะอินทรีย์ร่วมกับการใช้ถุงพลาสติกชีวภาพ สร้างความรู้ความเข้าใจในการผลิตวัสดุปรับปรุงดินจากขยะอินทรีย์ วิเคราะห์และทดสอบคุณสมบัติของวัสดุปรับปรุงดิน เพื่อกระตุ้นให้เกิดความตระหนักในการหมุนเวียนใช้เศษอาหาร ขยะอินทรีย์ และพลาสติกชีวภาพ ในการรักษาสภาวะแวดล้อมของประเทศไทย อันจะก่อให้เกิดการใช้ผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากการหมุนเวียนในประเทศต่อไป</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25586" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/TBIA_2-300x225.jpg" alt="" width="600" height="450" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/TBIA_2-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/TBIA_2-768x576.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/TBIA_2-150x113.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/TBIA_2-500x375.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/TBIA_2.jpg 850w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>จากการดำเนินโครงการได้ผลผลิต (Output) คือ การย่อยสลายของพลาสติกชีวภาพในสภาวะการหมักร่วมกับขยะอินทรีย์ในชุมชนภายในระยะเวลา 2 เดือน ได้วัสดุปรับปรุงดินที่มีส่วนผสมของพลาสติกชีวภาพที่มีคุณภาพดี สามารถใช้เพิ่มปริมาณอินทรียวัตถุภายในดิน เกิดชุมชนต้นแบบในการผลิตวัสดุปรับปรุงดินจากขยะอินทรีย์ชุมชนที่มีส่วนผสมของพลาสติกชีวภาพ จำนวน 3 ชุมชน และได้ผลลัพธ์ (Outcome) คือกระตุ้นให้เกิดความรู้ความเข้าใจและการตื่นตัวด้านระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน สร้างความอุดมสมบูรณ์ให้แก่ดินที่มีสภาพเสื่อมโทรมด้วยการใช้วัสดุอินทรีย์และสร้างความตระหนักถึงปัญหาขยะพลาสติกและใช้พลาสติกชีวภาพเป็นทางเลือกในการแก้ไขปัญหาการจัดการขยะได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะนำไปสู่การจัดการขยะให้เหลือศูนย์ (Zero Waste) ตามแนวทาง Circular Economy โดยผลสำเร็จของโครงการฯ จะนำไปใช้อย่างเป็นรูปธรรม ณ ตำบลท่าข้าม พร้อมขยายผลไปยังชุมชนอื่นที่สนใจในอำเภอบางปะกง และขยายผลไปสู่พื้นที่อื่นๆ ของประเทศต่อไป</p>
<p>&nbsp;</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/circular-economy-5/">วว.จับมือ TBIA นำร่องใช้พลาสติกชีวภาพบรรจุขยะอินทรีย์หมักเป็นวัสดุปรับปรุงดินได้ผลสำเร็จตามคาด พร้อมสานต่อเป็นรูปธรรมตามแนวทาง Circular Economy</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/circular-economy-5/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กบง. ไฟเขียวปรับลดค่าการตลาดน้ำมันเชื้อเพลิง หวังลดราคาขายปลีกช่วยประชาชน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/moe/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/moe/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 15 Feb 2023 06:35:02 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมันเชื้อเพลิง]]></category>
		<category><![CDATA[เชื้อเพลิงและพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจภูมิภาค]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=25436</guid>

					<description><![CDATA[<p>จากมติการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ทางด้าน สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธาน ได้เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ราคาน้ำมันดีเซลตลาดโลกที่มีแนวโน้มปรับตัวลดลงในช่วงที่ผ่านมา และ คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ขยายเวลามาตรการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล ที่ 1.34 บาทต่อลิตร ออกไปอีกจนถึงวันที่ 20 พฤษภาคม 2566 ประกอบกับกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในส่วนบัญชีน้ำมันมีรายรับประมาณ 516 ล้านบาทต่อวัน (หรือ 14,455 ล้านบาทต่อเดือน) ทำให้กองทุนน้ำมันฯ ในส่วนบัญชีน้ำมันมีฐานะติดลบน้อยลง ที่ประชุม&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/moe/">กบง. ไฟเขียวปรับลดค่าการตลาดน้ำมันเชื้อเพลิง หวังลดราคาขายปลีกช่วยประชาชน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-medium wp-image-25437 aligncenter" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/moe_1-300x233.jpg" alt="" width="300" height="233" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/moe_1-300x233.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/moe_1-768x595.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/moe_1-150x116.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/moe_1-500x388.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/moe_1.jpg 850w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></p>
<p>จากมติการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ทางด้าน <strong>สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์</strong> รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธาน ได้เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ราคาน้ำมันดีเซลตลาดโลกที่มีแนวโน้มปรับตัวลดลงในช่วงที่ผ่านมา และ คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ขยายเวลามาตรการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล ที่ 1.34 บาทต่อลิตร ออกไปอีกจนถึงวันที่ 20 พฤษภาคม 2566 ประกอบกับกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในส่วนบัญชีน้ำมันมีรายรับประมาณ 516 ล้านบาทต่อวัน (หรือ 14,455 ล้านบาทต่อเดือน) ทำให้กองทุนน้ำมันฯ ในส่วนบัญชีน้ำมันมีฐานะติดลบน้อยลง ที่ประชุม กบง. จึงมีมติเห็นชอบค่าการตลาดน้ำมันเชื้อเพลิงที่เหมาะสม โดยปรับค่าการตลาดน้ำมันเชื้อเพลิงกลับสู่สภาวะปกติตามปี 2563 ทั้งกลุ่มน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว และกลุ่มน้ำมันเบนซินและน้ำมันแก๊สโซฮอล เฉลี่ยอยู่ที่ 2.00 บาทต่อลิตร ซึ่งจะส่งผลให้กองทุนน้ำมันมีรายรับในส่วนของน้ำมันดีเซลลดลงเป็นประมาณ 37.23 ล้านบาทต่อวัน (หรือประมาณ 1,117 ล้านบาทต่อเดือน) ทั้งนี้จะทำให้ราคาขายปลีกกลุ่มน้ำมันเบนซินปรับลดลง ประมาณ 0.90 – 1.20 บาทต่อลิตร โดยจะมีผลตั้งแต่ วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2566 เป็นต้นไป</p>
<p>โดยที่ประชุม กบง. ได้มอบหมายให้ฝ่ายเลขานุการฯ ประสานสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง นำเสนอคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ใช้กลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในการบริหารจัดการอัตราเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อให้ค่าการตลาดของน้ำมันเชื้อเพลิงกลุ่มน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว กลุ่มน้ำมันเบนซินและน้ำมันแก๊สโซฮอลให้เป็นไปตามมติของ กบง.</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/moe/">กบง. ไฟเขียวปรับลดค่าการตลาดน้ำมันเชื้อเพลิง หวังลดราคาขายปลีกช่วยประชาชน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/moe/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กบน. เห็นชอบการปรับลดราคาดีเซล 50 สตางค์ ครั้งแรกรอบ 7 เดือน ที่ลิตรละ 34.50 บาท มีผลตั้งแต่วันที่ 15 ก.พ. 66 เป็นต้นไป</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/diesel-2/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/diesel-2/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 02 Feb 2023 05:01:14 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมันเชื้อเพลิง]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจภูมิภาค]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=25316</guid>

					<description><![CDATA[<p>ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) เห็นชอบการปรับลดราคาขายปลีกน้ำมัน ดีเซลลง 50 สตางค์/ลิตร ส่งผลให้ราคาขายปลีกดีเซลอยู่ที่ 34.50 บาท/ลิตร โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565 เป็นต้นไป โดยการปรับลดครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 7 เดือนหลังจากที่ขยับราคาน้ำมันดีเซล มาอยู่ที่ 35 บาท/ลิตรตั้งแต่วันที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2565 ที่ผ่านมา วิศักดิ์ วัฒนศัพท์ ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.)&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/diesel-2/">กบน. เห็นชอบการปรับลดราคาดีเซล 50 สตางค์ ครั้งแรกรอบ 7 เดือน ที่ลิตรละ 34.50 บาท มีผลตั้งแต่วันที่ 15 ก.พ. 66 เป็นต้นไป</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) เห็นชอบการปรับลดราคาขายปลีกน้ำมัน ดีเซลลง 50 สตางค์/ลิตร ส่งผลให้ราคาขายปลีกดีเซลอยู่ที่ 34.50 บาท/ลิตร โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565 เป็นต้นไป โดยการปรับลดครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 7 เดือนหลังจากที่ขยับราคาน้ำมันดีเซล มาอยู่ที่ 35 บาท/ลิตรตั้งแต่วันที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2565 ที่ผ่านมา</strong><span id="more-25316"></span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25317" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/D_1-300x208.jpg" alt="" width="600" height="416" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/D_1-300x208.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/D_1-768x533.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/D_1-150x104.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/D_1-500x347.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/D_1.jpg 850w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">วิศักดิ์ วัฒนศัพท์</span> ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.)</strong> กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) เห็นชอบการปรับลดราคาขายปลีกน้ำมัน ดีเซลลง 50 สตางค์/ลิตร ส่งผลให้ราคาขายปลีกดีเซลอยู่ที่ 34.50 บาท/ลิตร โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2565 เป็นต้นไป โดยการปรับลดครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 7 เดือนหลังจากที่ขยับราคาน้ำมันดีเซล มาอยู่ที่ 35 บาท/ลิตรตั้งแต่วันที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2565 ที่ผ่านมา</p>
<p>การปรับลดราคาขายปลีกดังกล่าวเป็นผลมาจาก 2 ปัจจัยสำคัญ คือ ปัจจัยด้านสถานการณ์ราคาน้ำมันโลกที่ปรับตัวลดลง โดยมีสัญญาณการลดลงตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2565 ที่ผ่านมา โดยในปี พ.ศ. 2565 ราคาเฉลี่ยน้ำมัน ดีเซล (Gas Oil) ตลาดโลกอยู่ที่ 135.53 ดอลลาร์/บาร์เรล และในเดือนมกราคม พ.ศ. 2566 ราคาน้ำมันดีเซลลดลง เฉลี่ยอยู่ที่ 116.12 ดอลลาร์/บาร์เรล รวมทั้งยังมีปัจจัยจากการที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติปรับอัตราภาษีลดลง ประมาณ 5 บาท/ลิตร ต่อไปอีกเป็นเวลา 4 เดือน ตั้งแต่วันที่ 21 มกราคม พ.ศ.2566 ถึง 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2566 โดยเป็น มาตรการต่อเนื่องตั้งแต่กุมภาพันธ์ พ.ศ.2565 เป็นต้นมา จึงส่งผลให้การบริหารจัดการสภาพคล่องของกองทุนน้ำมัน เชื้อเพลิงปรับตัวไปในทิศทางที่ดีขึ้น ทั้งนี้ คาดว่าหากสถานการณ์ราคาน้ำมันยังคงมีแนวโน้มลดลงอีก ก็คาดว่าจะมีการพิจารณาความเหมาะสมในการปรับราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลต่อไป โดยปัจจุบันประมาณการฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงวันที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2566 ติดลบอยู่ที่ 113,436 ล้านบาท</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/diesel-2/">กบน. เห็นชอบการปรับลดราคาดีเซล 50 สตางค์ ครั้งแรกรอบ 7 เดือน ที่ลิตรละ 34.50 บาท มีผลตั้งแต่วันที่ 15 ก.พ. 66 เป็นต้นไป</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/diesel-2/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กกพ. จับมือ กทม. ลงนามบันทึกความเข้าใจร่วมกัน ติดตั้ง “โซลาร์เซลล์” ให้โรงพยาบาลในสังกัดสำนักการแพทย์ กทม.</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/mou-5/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/mou-5/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 31 Jan 2023 09:51:50 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[BMA Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[MOU]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[โซลาร์เซลล์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=25284</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) และกรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้จัดให้มีพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MoU) ระหว่างสำนักงาน กกพ. โดยมี คมกฤช ตันตระวาณิชย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน และสำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร โดย เลิศลักษณ์ ลีลาเรืองแสง ผู้อำนวยการสำนักการแพทย์ ซึ่งมี นรินทร์ โอภามุรธาวงศ์ กรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) พร้อมด้วย รศ.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และ รศ.วิศณุ&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/mou-5/">กกพ. จับมือ กทม. ลงนามบันทึกความเข้าใจร่วมกัน ติดตั้ง “โซลาร์เซลล์” ให้โรงพยาบาลในสังกัดสำนักการแพทย์ กทม.</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-medium wp-image-25285 aligncenter" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/Mou_1-300x170.webp" alt="" width="300" height="170" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/Mou_1-300x170.webp 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/Mou_1-1024x579.webp 1024w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/Mou_1-768x434.webp 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/Mou_1-150x85.webp 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/Mou_1-500x283.webp 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/Mou_1.webp 1400w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></p>
<p><span id="more-25284"></span></p>
<p><strong>สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) และกรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้จัดให้มีพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MoU) ระหว่างสำนักงาน กกพ. โดยมี คมกฤช ตันตระวาณิชย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน และสำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร โดย เลิศลักษณ์ ลีลาเรืองแสง ผู้อำนวยการสำนักการแพทย์ ซึ่งมี นรินทร์ โอภามุรธาวงศ์ กรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) พร้อมด้วย รศ.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และ รศ.วิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเป็นสักขีพยาน ในพิธีลงนามฯ</strong><br />
<img loading="lazy" decoding="async" class="size-medium wp-image-25286 aligncenter" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/Mou_2-300x200.jpg" alt="" width="300" height="200" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/Mou_2-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/Mou_2-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/Mou_2-500x333.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/Mou_2.jpg 696w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /><br />
โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างความร่วมมือระหว่าง สำนักงาน กกพ. และกรุงเทพมหานครในการส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนให้กับโรงพยาบาล ในสังกัดสำนัก การแพทย์ กรุงเทพมหานคร เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้าให้กับโรงพยาบาล โดยในระยะที่ 1 สำนักงาน กกพ. ได้สนับสนุนการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ให้กับโรงพยาบาลในสังกัดกรุงเทพมหานคร จํานวน 10 โรงพยาบาล ขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 2,795 เมกะวัตต์ ซึ่งสามารถลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก ตามนโยบายคาร์บอนคุมได้ กทม. ปลอดคาร์บอน (Bangkok Metropolitan Administration: BMA Net Zero) ได้กว่า 2,200 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี และคาดว่าจะลดภาระค่าไฟฟ้าให้กับโรงพยาบาลในสังกัด กรุงเทพมหานครได้ปีละ 14 ล้านบาท</p>
<p><strong>รศ.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร</strong> กล่าวว่า กรุงเทพมหานครเล็งเห็นถึง ความสำคัญจากผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต่อประชาชน ในปี พ.ศ. 2561 กรุงเทพมหานคร ได้มีการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงถึง 43.71 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี จากกิจกรรมต่างๆ ได้แก่ การใช้พลังงานในอาคาร ภาคขนส่งและภาคอุตสาหกรรม การจัดการขยะและบำบัดน้ำเสีย เป็นต้น ซึ่งโรงพยาบาลเป็นหนึ่งในประเภทอาคารที่มีการใช้พลังงานไฟฟ้าสูง และใช้ไฟฟ้าต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อการบริการด้านสาธารณสุขให้กับประชาชน การดำเนินงานร่วมกันในครั้งนี้จะสนับสนุนการขับเคลื่อน กรุงเทพมหานครไปสู่เมืองคาร์บอนต่ำ ลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก ลดความเสี่ยง ต้นทุน และความเสียหาย จากภัยพิบัติธรรมชาติ และสอดคล้องกับแผนแม่บทกรุงเทพมหานครว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ. 2564 – 2573 โดยมีเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกให้ได้ไม่น้อยกว่า 19 % และได้กำหนดวิสัยทัศน์ ที่จะมุ่งไปสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ในปี 2593</p>
<p><strong>นรินทร์ โอภามุรธาวงศ์ กรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.)</strong> กล่าวว่า ในช่วงปี พ.ศ. 2565 ที่ผ่าน มานับเป็นช่วงเวลาการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานที่สำคัญในการดำเนินการตามแผนที่นำทางการลดก๊าซเรือนกระจก ของประเทศเพื่อบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี พ.ศ. 2593 และเป้าหมายปล่อยก๊าซเรือน กระจกสุทธิเป็นศูนย์ ภายในปี พ.ศ. 2608 ซึ่งประเทศไทยจะต้องเตรียมการรองรับ การปรับตัว รวมถึงมาตรการ ระหว่างประเทศที่อาจส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ การส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียน เป็นมาตรการหนึ่งตามแผนพัฒนาการผลิตพลังงานไฟฟ้าของประเทศไทย ซึ่งกำหนดเป้าหมายการผลิตไฟฟ้าจาก พลังงานแสงอาทิตย์จำนวน 8,740 เมกะวัตต์ ในปี พ.ศ. 2580 ดังนั้น ความร่วมมือระหว่างสำนักงาน กกพ. และ กรุงเทพมหานคร ในการส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน</p>
<p>&nbsp;</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/mou-5/">กกพ. จับมือ กทม. ลงนามบันทึกความเข้าใจร่วมกัน ติดตั้ง “โซลาร์เซลล์” ให้โรงพยาบาลในสังกัดสำนักการแพทย์ กทม.</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/mou-5/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>SCGP ปี 2565 ทำรายได้ 1.46 แสนล้าน เติบโตร้อยละ 18 กางแผนปี 66 เน้นลงทุนธุรกิจศักยภาพสูง เพิ่มนวัตกรรมและโซลูชันบรรจุภัณฑ์ครบวงจร รับเศรษฐกิจฟื้นตัว</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/scgp-2/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/scgp-2/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 26 Jan 2023 02:46:07 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[SCGP]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจภูมิภาค]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=25229</guid>

					<description><![CDATA[<p>SCGP เผยการดำเนินงานปี 2565 มีรายได้จากการขาย 146,068 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 18 จากการควบรวมกิจการกับพันธมิตรชั้นนำศักยภาพสูง (M&#38;P) การขยายกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่อง ส่วนกำไรลดลงจากผลกระทบด้านปริมาณขายลดลงและราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้น มองภาพรวมอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ปีพ.ศ. 2566 มีแนวโน้มดีขึ้นหลังจีนเปิดประเทศ ชู 5 กลยุทธ์สร้างธุรกิจแข็งแกร่งรับเศรษฐกิจฟื้นตัว ได้แก่ การขยายธุรกิจบรรจุภัณฑ์และธุรกิจที่เกี่ยวข้องที่มีโอกาสเติบโตสูง การพัฒนานวัตกรรมและโซลูชันบรรจุภัณฑ์ครบวงจร การเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานทั้งห่วงโซ่อุปทาน การวางแผนบริหารจัดการเชิงรุก และการชับเคลื่อนธุรกิจด้วย ESG 4 Plus ตั้งเป้าหมายรายได้เติบโตต่อเนื่องที่ 160,000 ล้านบาท&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/scgp-2/">SCGP ปี 2565 ทำรายได้ 1.46 แสนล้าน เติบโตร้อยละ 18 กางแผนปี 66 เน้นลงทุนธุรกิจศักยภาพสูง เพิ่มนวัตกรรมและโซลูชันบรรจุภัณฑ์ครบวงจร รับเศรษฐกิจฟื้นตัว</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25236" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/SCGP_2-300x300.jpeg" alt="" width="600" height="600" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/SCGP_2-300x300.jpeg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/SCGP_2-150x150.jpeg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/SCGP_2-768x768.jpeg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/SCGP_2-50x50.jpeg 50w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/SCGP_2-500x500.jpeg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/SCGP_2.jpeg 850w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>SCGP เผยการดำเนินงานปี 2565 มีรายได้จากการขาย 146,068 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 18 จากการควบรวมกิจการกับพันธมิตรชั้นนำศักยภาพสูง (M&amp;P) การขยายกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่อง ส่วนกำไรลดลงจากผลกระทบด้านปริมาณขายลดลงและราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้น มองภาพรวมอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ปีพ.ศ. 2566 มีแนวโน้มดีขึ้นหลังจีนเปิดประเทศ ชู 5 กลยุทธ์สร้างธุรกิจแข็งแกร่งรับเศรษฐกิจฟื้นตัว ได้แก่ การขยายธุรกิจบรรจุภัณฑ์และธุรกิจที่เกี่ยวข้องที่มีโอกาสเติบโตสูง การพัฒนานวัตกรรมและโซลูชันบรรจุภัณฑ์ครบวงจร การเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานทั้งห่วงโซ่อุปทาน การวางแผนบริหารจัดการเชิงรุก และการชับเคลื่อนธุรกิจด้วย ESG 4 Plus ตั้งเป้าหมายรายได้เติบโตต่อเนื่องที่ 160,000 ล้านบาท</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25239" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/SCGP_วิชาญ-1-300x169.jpeg" alt="" width="600" height="337" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/SCGP_วิชาญ-1-300x169.jpeg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/SCGP_วิชาญ-1-768x432.jpeg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/SCGP_วิชาญ-1-150x84.jpeg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/SCGP_วิชาญ-1-500x281.jpeg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/SCGP_วิชาญ-1.jpeg 850w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><strong>วิชาญ จิตร์ภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทเอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาซน)</strong> หรือ <strong>SCGP</strong> เปิดเผยถึงการดำเนินงานปีพ.ศ. 2565 ที่ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องท่ามกลางความท้าทายจากปัจจัยต่างๆ โดยมีรายได้จากการขาย 164,068 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 18 จากปีก่อน ผลจากการวางกลยุทธ์ขยายกำลังการผลิตและการควบรวมกิจการกับพันมิตร (M&amp;P) การรับรู้รายได้เต็มปีจากการรวมผลประกอบการของบริษัทที่ M&amp;P ได้แก่ Duy Tan, Intan Group และ Deltalab การรับรู้รายได้จาก Peute และ Jordan และการปรับราคาสินค้าให้สอดคล้องกับต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น ส่วน EBITDA เท่ากับ 19,402 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 8 จากปีก่อน และมีกำไรสำหรับปี 5,801 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 30 จากปีก่อน จากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น รวมถึงการลดลงของปริมาณการขายและอุปสงค์กระดาษบรรจุภัณฑ์ทั่วโลกจากสถานการณ์เศรษฐกิจ และในภูมิภาคจากการล็อกดาวน์ของประเทศจีน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25237" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/SCGP_3-300x300.jpeg" alt="" width="600" height="600" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/SCGP_3-300x300.jpeg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/SCGP_3-150x150.jpeg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/SCGP_3-768x768.jpeg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/SCGP_3-50x50.jpeg 50w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/SCGP_3-500x500.jpeg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/SCGP_3.jpeg 850w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>ขณะที่ไตรมาสที่ 4 ของปี 2565 SCGP มีรายได้จากการขาย 33,509 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 5 มี EBITDA อยู่ที่ 3,554 บาท ลดลงร้อยละ 34 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และกำไรสำหรับงวด 450 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 79 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากความต้องการและราคาขายบรรจุภัณฑ์ในภูมิภาคปรับตัวลดลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งราคาขายกระดาษบรรจุภัณฑ์ในประเทศอินโดนีเซียและประเทศเวียดนาม อย่างไรก็ตาม ความต้องการสินค้าในกลุ่มบรรจุภัณฑ์เพื่อการอุปโภคบริโภคของประเทศในภูมิภาคอาเซียน ทั้งบรรจุภัณฑ์กระดาษและบรรจุภัณฑ์พอลิเมอร์ เช่น บรรจุกัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม ยังเติบโตจากไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจากการทยอยเปิดประเทศ</p>
<p>SCGP ได้กำหนดแผนเงินลงทุนไว้ 100,000 ล้านบาท ภายใน 5 ปี (2564-2568) เพื่อบรรลุเป้าหมายรายได้ 200,000 ล้านบาท ในปีพ.ศ. 2568 โดยในปี 2564-2565 SCGP ใช้เงินลงทุนรวมประมาณ 37,000 ล้านบาท ในการลงทุนและขยายกำลังการผลิตในธุรกิจที่มีศักยภาพและมีโอกาสเติบโต ทำให้ SCGP สามารถสร้างรายได้และผลตอบแทนที่สูงท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย สะท้อนถึงโมเดลธุรกิจและทิศทางการดำเนินธุรกิจของ SCGP ที่มีประสิทธิภาพและเหมาะสม สามารถสร้างการเติบโตที่แข็งแกร่งให้ SCGP ได้อย่างชัดเจน</p>
<p>ทั้งนี้ คณะกรรมการบริษัทมีมติให้เสนอที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นเพื่ออนุมัติการจ่ายเงินปันผลสำหรับผลการดำเนินงานของปีพ.ศ. 2565 ในอัตราหุ้นละ 0.60 บาท โดยปริษัทได้จ่ายเป็นเงินปันผลงวดระหว่างกาลไปแล้วในอัตราหุ้นละ 0.25 บาท เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2565 และจะจ่ายเงินปันผลงวดสุดท้ายในอัตราคุ้นละ 0.35 บาท ในวันที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2566 ตามรายชื่อ ณ วันกำหนด รายชื่อผู้มีสิทธิรับเงินปันผลในวันที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2566 โดยจะขึ้นเครื่องหมาย XD หรือวันที่ไม่มีสิทธิรับเงินปันผลในวันที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2566</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25235" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/SCGP_1-300x300.jpeg" alt="" width="600" height="600" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/SCGP_1-300x300.jpeg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/SCGP_1-150x150.jpeg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/SCGP_1-768x768.jpeg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/SCGP_1-50x50.jpeg 50w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/SCGP_1-500x500.jpeg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/SCGP_1.jpeg 850w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><strong>วิชาญ</strong> กล่าวว่า ภาพรวมอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ไตรมาสแรกของปี พ.ศ. 2566 มีแนวโน้มที่ดีขึ้น เนื่องจากจะได้รับปัจจัยบวชจากการที่จีนเริ่มเปิดประเทศ โดยเฉพาะภูมิภาคอาเซียนที่จะได้รับประโยชน์จากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว การนำเข้าและส่งออก ตลอดจนห่วงโซ่การผลิตในอุตสาหกรรมต่างๆ ที่กลับสู่ภาวะปกติ สงผลดีต่อภาพรวมเศรษฐกิจและการจับจ่ายใช้สอยสินค้าต่างๆ ซึ่งจะทำให้เกิดความต้องการใช้บรรจุภัณฑ์เพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันยังคงมีความท้าทายจากเศรษฐกิจทั่วโลกที่ผันผวนอย่างต่อเนื่อง แรงกดดันด้านเงินเอซึ่งอยู่ในระดับสูง และการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ย รวมถึงความสามารถในการใช้จ่ายของผู้บริโภคลดลงในหลายภูมิภาค เช่น กลุ่มสหภาพยุโรปและประเทศในทวีปอเมริกาเหนือ ซึ่งเป็นฐานลูกค้าใหญ่ของภาคธุรกิจอาเชียน</p>
<p>SCGP ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเตรียมพร้อมรองรับความต้องการบรรจุภัณฑ์ที่มีแนวโน้มสูงขึ้นจากการฟื้นตัวเศรษฐกิจ รวมถึงเร่งดำเนินธุรกิจเพื่อสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งเป้ารายได้ปีนี้ที่ 160.000 ล้านบาทด้วย 5 กลยุทธ์หลัก ได้แก่</p>
<ol>
<li>สร้างการเติบโตจากการ M&amp;P และการขยายธุรกิจบรรจุภัณฑ์และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง และมองโอกาสขยายสู่ธุรกิจอื่นๆ ที่มีศักยภาพสูง โดยมุ่งเน้นกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค กลุ่มสินค้าเพื่อสุขภาพ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร วัสดุอุปกรณ์ทางการแพทย์ และผสานความร่วมมือทางธุรกิจระหว่างบริษัทย่อย (Synergy) ด้วยการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เทคโนโลยี การขยายฐานลูกค้าและจัดหาวัตถุดิบ เพื่อยกระดับขีดความสามารถการดำเนินงาน โดยตั้งงบประมาณการลงทุนในปีนี้ที่ 18,000 ล้านบาท</li>
<li>การพัฒนานวัตกรรมและโชลูชันด้านบรรจุภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง และร่วมมือกับลูกค้าในการพัฒนานวัตกรรมและโชลูชันบรรจุภัณฑ์ที่เพิ่มคุณคำและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค ด้วยงบประมาณและค่าใช้จ่ายเพื่อการวิจัยและพัฒนา 800 ล้านบาท</li>
<li>การยกระดับประสิทธิภาพในการดำเนินงานของห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain integration) การดำเนินงานเพื่อมุ่งสู่ความเป็นเลิศ (Operational Excellence) ด้วยการนำระบบอัตโนมัติ (Automation) มาใช้วิเคราะห์ คาดการณ์ และเพิ่มประสิทธิภาพของการผลิตและผลิตผล การใช้ Data Analytics เพื่อสร้างความแข็งแกร่งด้านข้อมูลทั้งห่วงโซ่อุปทาน (End-to-End)</li>
<li>การวางแผนบริหารจัดการเชิงรุกเพื่อรับมือกับความไม่แน่นอน การวางแผนบริหารความเสี่ยงในช่วงที่ภาวะดอกเบี้ยยังเป็นขาขึ้น การบริหารจัดการเงินสด และงบประมาณการลงทุน (CAPEX) อีกทั้งยังมีการกระจายฐานลูกค้าหลากหลายประเทศและกลุ่มอุตสาหกรรม การมองหาตลาดใหม่แถบตะวันออกกลาง เอเชียใต้ และแอฟริกาใต้</li>
<li>ขับเคลื่อนด้วยแนวคิด ESG 4 Plus โดยมีเป้าหมายและแผนปฏิบัติการที่ชัดเจนที่จะเพิ่มสัดส่วนบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และสามารถรีไซเคิลหรือย่อยสลายได้ทั้งหมดร้อยละ 100 จากปริมาณบรรจุภัณฑ์ทั้งหมดในปี พ.ศ. 2568 พร้อมทั้งการดำเนินการตามแผนเพื่อที่จะก้าวไปสู่เป้าหมายในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ในปี พ.ศ. 2593</li>
</ol>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/scgp-2/">SCGP ปี 2565 ทำรายได้ 1.46 แสนล้าน เติบโตร้อยละ 18 กางแผนปี 66 เน้นลงทุนธุรกิจศักยภาพสูง เพิ่มนวัตกรรมและโซลูชันบรรจุภัณฑ์ครบวงจร รับเศรษฐกิจฟื้นตัว</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/scgp-2/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
