<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Energy Saving | Green Network</title>
	<atom:link href="https://www.greennetworkthailand.com/category/energy-saving/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Wed, 02 Mar 2022 03:47:48 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.8.5</generator>

<image>
	<url>https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/green-network-50x50.png</url>
	<title>Energy Saving | Green Network</title>
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ศูนย์ความเป็นเลิศด้านนวัตกรรมแบตเตอรี่ล้ำสมัย ผลิตจากวัตถุดิบภายในประเทศ ลดพึ่งพาจากต่างประเทศ</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%95%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%88/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%95%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%88/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 05 May 2020 03:42:50 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Energy Saving]]></category>
		<category><![CDATA[EV]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงกลาโหม]]></category>
		<category><![CDATA[การพัฒนาแบตเตอรี่]]></category>
		<category><![CDATA[งานวิจัยนวัตกรรมแบตเตอรี่]]></category>
		<category><![CDATA[จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[วัตกรรมแบตเตอรี่]]></category>
		<category><![CDATA[สวทช.]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[แบตเตอรี่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=13261</guid>

					<description><![CDATA[<p>แนวโน้มการพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆ ที่เป็นไปอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็น ทางด้านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ รถยนต์ไฟฟ้า ไปจนถึงระบบผลิตไฟฟ้าขนาดใหญ่ ล้วนต้องการเทคโนโลยีการกักเก็บพลังงานที่มีประสิทธิภาพสูง และมีอายุ การใช้งานอย่างยาวนาน แบตเตอรี่เป็นเทคโนโลยีการกักเก็บพลังงานประเภทหนึ่งที่เป็นที่นิยมใช้อย่างแพร่หลายทั่วโลก ซึ่งในปัจจุบันส่วนใหญ่จะเป็น เทคโนโลยีที่อยู่บนฐานของวัสดุประเภทลิเธียม ซึ่งเป็นวัตถุดิบที่มีอยู่จำกัดและต้องนำเข้าจากต่างประเทศ และเพื่อลดการนำเข้าจากต่างประเทศ จึงนำมาซึ่งการลงนามความร่วมมือโครงการจัดตั้งและดำเนินการ “ศูนย์ความเป็นเลิศ ด้านนวัตกรรมแบตเตอรี่ล้ำสมัย ที่ผลิตจากวัตถุดิบภายในประเทศเพื่อความ มั่นคง” โดยมี รศ. นพ.สรนิต ศิลธรรม ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานในการลงนาม พร้อมด้วย พล.อ.นภนต์&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%95%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%88/">ศูนย์ความเป็นเลิศด้านนวัตกรรมแบตเตอรี่ล้ำสมัย ผลิตจากวัตถุดิบภายในประเทศ ลดพึ่งพาจากต่างประเทศ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>แนวโน้มการพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆ ที่เป็นไปอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็น ทางด้านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ รถยนต์ไฟฟ้า ไปจนถึงระบบผลิตไฟฟ้าขนาดใหญ่ ล้วนต้องการเทคโนโลยีการกักเก็บพลังงานที่มีประสิทธิภาพสูง และมีอายุ การใช้งานอย่างยาวนาน แบตเตอรี่เป็นเทคโนโลยีการกักเก็บพลังงานประเภทหนึ่งที่เป็นที่นิยมใช้อย่างแพร่หลายทั่วโลก ซึ่งในปัจจุบันส่วนใหญ่จะเป็น เทคโนโลยีที่อยู่บนฐานของวัสดุประเภทลิเธียม ซึ่งเป็นวัตถุดิบที่มีอยู่จำกัดและต้องนำเข้าจากต่างประเทศ และเพื่อลดการนำเข้าจากต่างประเทศ จึงนำมาซึ่งการลงนามความร่วมมือโครงการจัดตั้งและดำเนินการ “ศูนย์ความเป็นเลิศ ด้านนวัตกรรมแบตเตอรี่ล้ำสมัย ที่ผลิตจากวัตถุดิบภายในประเทศเพื่อความ มั่นคง” โดยมี รศ. นพ.สรนิต ศิลธรรม ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานในการลงนาม พร้อมด้วย พล.อ.นภนต์ สร้างสมวงษ์ รองปลัดกระทรวงกลาโหม พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ ผู้แทนเจ้ากรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกลาโหม กระทรวงกลาโหม <span style="color: #6cb742;">ศ. ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์</span> อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ <span style="color: #6cb742;">ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล</span> ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)</strong><span id="more-13261"></span></p>
<p>การจัดตั้ง<strong>ศูนย์ความเป็นเลิศด้านวัตกรรมแบตเตอรี่ล้ำสมัย</strong> ที่ผลิตจากวัตถุดิบภายในประเทศไทยเพื่อความมั่นคง มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นศูนย์กลาง ในเครือข่ายงานวิจัยนวัตกรรมแบตเตอรี่ร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน ซึ่งจะส่งผลให้การดำเนินงานด้านการวิจัยและพัฒนา วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้สามารถสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งเน้นการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรม เป็นกลไกสำคัญในการพัฒนา ประเทศ โดยเฉพาะการสนับสนุนอุตสาหกรรมความมั่นคงของประเทศให้สามารถ ผลิตได้เองเพื่อลดการพึ่งพาจากต่างประเทศ และสามารถพัฒนาต่อยอดเป็นอุตสาหกรรมส่งออกได้ต่อไป</p>
<p style="text-align: center;"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-13264 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/05/battery-technology-02.jpg" alt="นวัตกรรมแบตเตอรี่ล้ำสมัย" width="600" height="591" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/05/battery-technology-02.jpg 600w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/05/battery-technology-02-300x296.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/05/battery-technology-02-50x50.jpg 50w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/05/battery-technology-02-150x148.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/05/battery-technology-02-500x493.jpg 500w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>สำหรับศูนย์ดังกล่าวนี้จะเป็นหน่วยงานหลักในการวิจัยนวัตกรรม แบตเตอรี่ที่ผลิตจากวัตถุดิบภายในประเทศที่มีความปลอดภัยสูง ไม่เกิดการระเบิด ด้วยความเชี่ยวชาญของบุคลากรของทั้ง 3 หน่วยงาน ประกอบด้วย กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สำนักงานพัฒนา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และกรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกลาโหม กระทรวงกลาโหม เพื่อร่วมกัน ทำงานวิจัยและพัฒนาทางด้านนวัตกรรมแบตเตอรี่กักเก็บพลังงานไฟฟ้า อีกทั้งการสร้างองค์ความรู้พื้นฐานและเชิงประยุกต์แบบสหสาขาวิชา (Multidisciplinary Basic/Applied Research) พร้อมผลักดันองค์ความรู้ เทคโนโลยี และผลงานวิจัยสู่ผู้ใช้ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมด้านนวัตกรรมแบตเตอรี่ที่ผลิตจากวัตถุดิบภายในประเทศ</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-13263 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/05/battery-technology-03.jpg" alt="นวัตกรรมแบตเตอรี่ล้ำสมัย" width="800" height="474" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/05/battery-technology-03.jpg 800w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/05/battery-technology-03-300x178.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/05/battery-technology-03-768x455.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/05/battery-technology-03-150x89.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/05/battery-technology-03-500x296.jpg 500w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<p><strong>ทั้งนี้ จะมุ่งไปที่การบูรณาการองค์ความรู้ระหว่างหน่วยงานและร่วมกัน พัฒนาแบตเตอรี่ประเภทใหม่ แต่มีกระบวนการผลิตที่ใกล้เคียงกับการผลิต แบตเตอรี่ชนิดไอออนลิเธียมเดิม เพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมสามารถนำเทคโนโลยี ที่พัฒนาขึ้นไปต่อยอดการผลิตในเชิงพาณิชย์ได้โดยง่าย ขณะเดียวกัน ยังสามารถ ใช้วัตถุดิบที่มีอยู่ในประเทศไทยได้ ซึ่งการลงนามครั้งนี้จะสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐด้านวิทยาศาสตร์และการวิจัย ภาคการศึกษา และภาคความมั่นคงภายในประเทศ ที่จะร่วมกันพัฒนาเทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์ และสามารถนำไปใช้พัฒนาประเทศในมิติต่างๆ ทางด้านระบบกักเก็บพลังงานเพื่อความมั่นคงของประเทศต่อไป</strong></p>
<hr />
<p>Source: นิตยสาร Green Network ฉบับที่ 98 มีนาคม-เมษายน 2563 คอลัมน์ ENERGY Saving โดย กองบรรณาธิการ</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%95%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%88/">ศูนย์ความเป็นเลิศด้านนวัตกรรมแบตเตอรี่ล้ำสมัย ผลิตจากวัตถุดิบภายในประเทศ ลดพึ่งพาจากต่างประเทศ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%95%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%88/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ความก้าวหน้าการพัฒนาระบบโครงข่ายสมาร์ทกริดของประเทศไทย ยกระดับให้เป็นฮับด้านไฟฟ้าอาเซียน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%97%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%94-2/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%97%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%94-2/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 29 Apr 2020 07:23:24 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Energy Saving]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[การพัฒนาระบบ Smart grid]]></category>
		<category><![CDATA[การไฟฟ้านครหลวง]]></category>
		<category><![CDATA[การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค]]></category>
		<category><![CDATA[ดวงตา ทองสกุล]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบโครงข่ายสมาร์ทกริด]]></category>
		<category><![CDATA[วัชระ กรรณิการ์]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[อนิรุทธิ์ ธนกรมนตรี]]></category>
		<category><![CDATA[แผนแม่บทการพัฒนาระบบโครงข่ายสมาร์ทกริดของประเทศไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=13248</guid>

					<description><![CDATA[<p>แผนแม่บทการพัฒนาระบบโครงข่ายสมาร์ทกริดของประเทศไทย ระยะ 20 ปี ตั้งแต่ พ.ศ. 2558-2579 โดยแบ่งเป็นแผนระยะสั้น ระยะปานกลาง และระยะยาว ซึ่งแผนระยะสั้น พ.ศ. 2560-2564 จะเป็นช่วงของการค้นคว้าทดลองทำโครงการต่างๆ ซึ่งต้องพัฒนาไปพร้อมกับการสร้างองค์ความรู้ภาคประชาชน ส่วนระยะปานกลาง พ.ศ. 2565-2574 เป็นช่วงที่นำสิ่งที่วิจัยทดลองในระยะสั้นส่งไปสู่ประชาชน และระยะยาว พ.ศ. 2575-2579 เป็นความพร้อมปฏิบัติได้จริง ซึ่งหน่วยงานที่ขับเคลื่อน คือ สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กระทรวงพลังงาน สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน หรือ&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%97%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%94-2/">ความก้าวหน้าการพัฒนาระบบโครงข่ายสมาร์ทกริดของประเทศไทย ยกระดับให้เป็นฮับด้านไฟฟ้าอาเซียน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>แผนแม่บทการพัฒนาระบบโครงข่ายสมาร์ทกริดของประเทศไทย ระยะ 20 ปี ตั้งแต่ พ.ศ. 2558-2579 โดยแบ่งเป็นแผนระยะสั้น ระยะปานกลาง และระยะยาว ซึ่งแผนระยะสั้น พ.ศ. 2560-2564 จะเป็นช่วงของการค้นคว้าทดลองทำโครงการต่างๆ ซึ่งต้องพัฒนาไปพร้อมกับการสร้างองค์ความรู้ภาคประชาชน ส่วนระยะปานกลาง พ.ศ. 2565-2574 เป็นช่วงที่นำสิ่งที่วิจัยทดลองในระยะสั้นส่งไปสู่ประชาชน และระยะยาว พ.ศ. 2575-2579 เป็นความพร้อมปฏิบัติได้จริง ซึ่งหน่วยงานที่ขับเคลื่อน คือ สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กระทรวงพลังงาน</strong><span id="more-13248"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-13251 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/04/smart-grid-2558-2579.jpg" alt="แผนแม่บทการพัฒนาระบบโครงข่ายสมาร์ทกริดของประเทศไทย" width="838" height="355" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/04/smart-grid-2558-2579.jpg 838w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/04/smart-grid-2558-2579-300x127.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/04/smart-grid-2558-2579-768x325.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/04/smart-grid-2558-2579-150x64.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/04/smart-grid-2558-2579-500x212.jpg 500w" sizes="(max-width: 838px) 100vw, 838px" /></p>
<p><strong>สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน</strong> หรือ <strong>สนพ.</strong> นำโดย <span style="color: #6cb742;"><strong>วัชระ กรรณิการ์</strong></span> <strong>โฆษก กระทรวงพลังงาน</strong> พร้อมด้วย <span style="color: #6cb742;"><strong>อนิรุทธิ์ ธนกรมนตรี</strong></span> <strong>โฆษก สนพ.</strong> และในฐานะผู้อำนวยการ กองนโยบายปิโตรเลียม สนพ. และ <span style="color: #6cb742;"><strong>ดร.ดวงตา ทองสกุล</strong></span> <strong>ผู้ช่วยโฆษก สนพ.</strong> ได้สรุป ความก้าวหน้าของแผนขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านสมาร์ทกริดของประเทศไทย ระยะสั้น 4 ปี (พ.ศ. 2560-2564) เป็นระยะที่ 2 ซึ่งการพัฒนาโครงการต่างๆ โดย 3 การไฟฟ้า ประกอบด้วย การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ซึ่งมีความคืบหน้า ดังนี้</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>1. การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)</strong></span> ได้เตรียมการด้านบทบาท รักษาความมั่นคงในระบบไฟฟ้าให้สามารถรองรับพลังงานหมุนเวียนในอนาคต โดย<strong> ปรับปรุงโรงไฟฟ้าและระบบส่งให้มีความทันสมัยมากขึ้น (Grid Moderization)</strong> ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการพยากรณ์พลังงานหมุนเวียน Big Data รวมถึงโรงไฟฟ้าที่มีความ ยืดหยุ่นมากขึ้น และ<strong>จัดทำแผนพัฒนา Grid Connectivity</strong> เพื่อเสริมสร้างความ แข็งแกร่งให้กับระบบส่ง รองรับการส่งถ่ายไฟฟ้าในภูมิภาค มุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางไฟฟ้า ของอาเซียน เตรียมพร้อมการเปลี่ยนผ่านการพัฒนาระบบผลิตไฟฟ้าจากฟอสซิล ไปเป็นพลังงานหมุนเวียนในรูปแบบไฮบริด สุดท้ายนำไปสู่เรื่องโรงไฟฟ้าชุมชน สร้างรายได้ให้กับเศรษฐกิจฐานราก โดย กฟผ.ได้จัดตั้ง<strong>ศูนย์การเรียนรู้ด้านพลังงาน EGAT Energy Excellence Center</strong> ให้ความรู้ด้านพลังงานหมุนเวียน จุดเริ่มต้นแห่งการเกิด สมาร์ทกริด จะเป็นพื้นที่ที่ใช้พลังงานเลี้ยงตัวเองได้ การติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ มีระบบ กักเก็บพลังงาน ให้ความรู้เรื่องระบบไฮโดรเจน พลังงานขยะ เพื่อนำไปผลิตไฟฟ้า ทั้งนี้ เพื่อให้ศูนย์ฯ ไม่ต้องใช้ไฟจากกริด และเพื่อให้เกิดสังคมสีเขียวอย่างยั่งยืน</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>2. การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.)</strong></span> มีความคืบหน้า <strong>โครงการนำร่องระบบบริหารจัดการพลังงานในอาคารที่ทำการไฟฟ้านครหลวง</strong> ซึ่งเชื่อมต่อกับระบบสมาร์ทกริด ซึ่งแล้วเสร็จเรียบร้อย <strong>โครงการนำร่องการตอบสนองด้านโหลดและกลไกราคา ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล (DR : LAMS)</strong> เพื่อให้ผู้ใช้ไฟฟ้ามีส่วนร่วม ต่อการบริหารจัดการพลังงานของประเทศอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดความคุ้มค่า คาดว่าจะแล้วเสร็จ ภายในปี 2565 ส่วนโครงการนำร่องระบบไมโครกริดของ กฟน. เพื่อศึกษาระบบไมโครกริดและเป็นอาคารตัวอย่างในการเรียนรู้ระบบ Facility Microgrid ของ กฟน. เป็นการรองรับระบบไมโครกริดและการขยายตัวของพลังงานทางเลือกในเขตพื้นที่บริการ บริหารจัดการ และควบคุมไมโครกริดในเขตพื้นที่บริการได้แบบ Real-time ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2564 นอกจากนี้ยังมีโครงการนำร่อง อื่นๆ อยู่ระหว่างดำเนินการ เช่น Smart Metro Grid Project เพื่อใช้งานเทคโนโลยีระบบสมาร์ทมิเตอร์ก่อนใช้ทั่วพื้นที่ กฟน. เป็นต้น</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>3. การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.)</strong></span> เริ่มดำเนินการโครงการนำร่องด้านการ ตอบสนองโหลดและระบบบริหารจัดการพลังงาน อาทิ <strong>โครงการพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะในพื้นที่เมืองพัทยา</strong> โดยมีการเปลี่ยนมิเตอร์เก่าให้เป็นสมาร์ทมิเตอร์ทั้งหมดเป็นตัวเลข 116,308 เครื่อง ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในปีนี้ สำหรับ <strong>โครงการด้านระบบไมโครกริดและระบบกักเก็บพลังงาน</strong> ซึ่งได้มีการทำโครงการในพื้นที่ที่ห่างไกลจากสายส่งและมีปัจจัยเรื่องความปลอดภัยอย่างพื้นที่อำเภอเบตง จังหวัดยะลา และพื้นที่ในอำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน โดย กฟภ.ได้ร่วมกับ กฟผ. ทำโครงการนำร่องระบบไมโครกริด โดยสร้างระบบไฟฟ้าที่แยกอิสระไม่ต้องพึ่งสายส่งหลัก และมีระบบกักเก็บพลังงานไว้ใช้ในพื้นที่ตนเอง ส่วน <strong>โครงการวิจัย EV Station</strong> ปัจจุบัน อยู่ระหว่างการทดลองใช้งาน ซึ่งมีแอพพลิเคชั่นเพื่อใช้ในการบริหารจัดการการชาร์จ โดยมีสถานีทั้งหมด 11 แห่ง เช่น อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา และจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งคาดว่าจะเปิดใช้งานประมาณเดือนเมษายน 2563 นี้ และ <strong>โครงการวิจัย Power Pack</strong> คือการศึกษาระบบกักเก็บพลังงานที่จะติดตั้งในบ้าน หากในอนาคตผู้ผลิตมีการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป ทั้งนี้ในงาน วิจัยได้จัดทำต้นแบบระบบกักเก็บพลังงาน (ESS) ขนาด 5 กิโลวัตต์-ชั่วโมง ซึ่งก็เป็น อีกทางเลือกที่จะนำไปใช้แก้ปัญหาในพื้นที่ห่างไกลในพื้นที่ที่มีการติดตั้งโซลาร์อยู่แล้ว และอาจจะเป็นธุรกิจใหม่ของ กฟภ.ในการให้บริการกับผู้ใช้ไฟฟ้าในอนาคต</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-13250 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/04/smart-grid-2558-2579-news.jpg" alt="สรุป ความก้าวหน้าของแผนขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านสมาร์ทกริดของประเทศไทย ระยะสั้น 4 ปี (พ.ศ. 2560-2564)" width="519" height="227" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/04/smart-grid-2558-2579-news.jpg 519w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/04/smart-grid-2558-2579-news-300x131.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/04/smart-grid-2558-2579-news-150x66.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/04/smart-grid-2558-2579-news-500x219.jpg 500w" sizes="(max-width: 519px) 100vw, 519px" /></p>
<p>ทั้งนี้ <strong>แผนแม่บทการพัฒนาระบบโครงข่ายสมาร์ทกริด </strong>มีเป้าหมาย คือ ยกระดับ ความสามารถของระบบไฟฟ้า (Smart System) ทำให้ระบบไฟฟ้ามั่นคงและมีประสิทธิภาพ ลดความต้องการโรงไฟฟ้าสำรอง จำนวนการเกิดไฟฟ้าดับ และการสูญเสียจากการ ส่งและจำหน่ายไฟฟ้า รวมทั้งช่วยยกระดับคุณภาพบริการที่มีต่อผู้ใช้ไฟฟ้า (Smart Life) ส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพผ่านการมีส่วนร่วมของผู้ใช้ไฟฟ้าที่ใช้เทคโนโลยีระบบโครงข่ายสมาร์ทกริดเข้ามาช่วยบริหารจัดการความต้องการใช้พลังงานในรูปแบบ Smart Appliances, EV, EMS/DR/DSM, Smart Billing และการยกระดับโครงสร้างระบบไฟฟ้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Green Society) ส่งเสริมให้มีการผลิตพลังงานไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนให้มากขึ้น โดยที่ระบบไฟฟ้า ยังสามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพดังเดิมหรือมากขึ้น สร้างสังคมสีเขียวและ คาร์บอนต่ำ พัฒนาระบบไมโครกริด เพื่อการพัฒนาพลังงานอย่างยั่งยืนในชุมชน</p>
<hr />
<p>Source: นิตยสาร Green Network ฉบับที่ 98 มีนาคม-เมษายน 2563 คอลัมน์ ENERGY Saving โดย กองบรรณาธิการ</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%97%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%94-2/">ความก้าวหน้าการพัฒนาระบบโครงข่ายสมาร์ทกริดของประเทศไทย ยกระดับให้เป็นฮับด้านไฟฟ้าอาเซียน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%97%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%94-2/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ระบบการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมของ เดลต้า อีเลคโทรนิคส์</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2-delta/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2-delta/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 27 Dec 2019 02:22:12 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Energy Saving]]></category>
		<category><![CDATA[DELTA]]></category>
		<category><![CDATA[EV]]></category>
		<category><![CDATA[การชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[นิสสัน ลีฟ]]></category>
		<category><![CDATA[ยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องชาร์จ EV]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[เดลต้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=11644</guid>

					<description><![CDATA[<p>นับเป็นการส่งสัญญาณที่ดีสำหรับแนวทางการส่งเสริมใช้พลังงานไฟฟ้าและส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย เพราะจะทำให้ทิศทางการอนุรักษ์พลังงานในอนาคตช่วยสร้างรากฐานให้สังคมยั่งยืนและมีสุขภาพที่ดีขึ้น บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ในฐานะเป็นผู้ให้บริการหลักเครื่องชาร์จยานยนต์ไฟฟ้า ได้นำโซลูชั่นเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ให้แก่นิสสัน เพื่อใช้ทดสอบการขับให้กับรถนิสสัน ลีฟ จำนวน 10 คัน ที่ได้รับการชาร์จแบตเตอรี่เต็มเพื่อขับขึ้นสู่ยอดเขาอินทนนท์ และกลับมาชาร์จไฟเพียงครั้งเดียวตอนจอดข้ามคืนด้วย Delta AC Mini Plus ซึ่งประกอบไปด้วย เครื่องชาร์จ รุ่น AC Mini Plus และรุ่น&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2-delta/">ระบบการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมของ เดลต้า อีเลคโทรนิคส์</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>นับเป็นการส่งสัญญาณที่ดีสำหรับแนวทางการส่งเสริมใช้พลังงานไฟฟ้าและส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย เพราะจะทำให้ทิศทางการอนุรักษ์พลังงานในอนาคตช่วยสร้างรากฐานให้สังคมยั่งยืนและมีสุขภาพที่ดีขึ้น</strong><span id="more-11644"></span></p>
<p><strong>บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)</strong> ในฐานะเป็นผู้ให้บริการหลักเครื่องชาร์จยานยนต์ไฟฟ้า ได้นำโซลูชั่นเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ให้แก่นิสสัน เพื่อใช้ทดสอบการขับให้กับรถนิสสัน ลีฟ จำนวน 10 คัน ที่ได้รับการชาร์จแบตเตอรี่เต็มเพื่อขับขึ้นสู่ยอดเขาอินทนนท์ และกลับมาชาร์จไฟเพียงครั้งเดียวตอนจอดข้ามคืนด้วย Delta AC Mini Plus ซึ่งประกอบไปด้วย เครื่องชาร์จ รุ่น AC Mini Plus และรุ่น DC Wallbox สำหรับเครื่องชาร์จรุ่น DC Wallbox เป็นเครื่องชาร์จแบบเร็ว โดยให้กำลังไฟขนาด 25kW พร้อมหัวชาร์จคู่ ทั้งยังให้ประสิทธิภาพการใช้พลังงานสูงสุดถึง 94% และเป็นเครื่องชาร์จที่มีขนาดเล็กแต่มีความแข็งแรงทนทาน เหมาะสำหรับธุรกิจขนส่งกับยานพาหนะที่ใช้งานเชิงพาณิชย์ ส่วนเครื่องชาร์จรุ่น AC Mini Plus เป็นเครื่องชาร์จโดยให้กำลังไฟขนาด 7.36kW ติดตั้งง่าย เหมาะสำหรับการชาร์จที่บ้านและที่ทำงาน</p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/12/delta-ev-charger.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-11646 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/12/delta-ev-charger.jpg" alt="เครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าของเดลต้า รุ่น AC" width="680" height="538" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/12/delta-ev-charger.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/12/delta-ev-charger-300x237.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/12/delta-ev-charger-150x119.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/12/delta-ev-charger-500x396.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></a></p>
<p>โซลูชั่น<strong>เครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า</strong>ของเดลต้า รุ่น AC ได้ทำการชาร์จไฟ นิสสัน ลีฟ จนเต็มความจุของแบตเตอรี่ เพื่อให้ผู้ทดลองขับใช้ขับขี่ขึ้นสู่ยอดเขาอินทนนท์ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในประเทศไทย ที่ระดับความสูง 2,565 เมตรจากระดับน้ำทะเล และในระหว่างกลับ แบตเตอรี่ของนิสสัน ลีฟ สามารถนำพลังงานกลับมาใช้ใหม่ผ่าน Regenerative Breaking และกลับถึงจุดเริ่มต้นด้วยแบตเตอรี่ที่เหลืออยู่มากมาย</p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/12/nissan-leaf-ev.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-11647 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/12/nissan-leaf-ev.jpg" alt="รถยนต์ไฟฟ้า นิสสัน ลีฟ" width="680" height="660" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/12/nissan-leaf-ev.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/12/nissan-leaf-ev-300x291.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/12/nissan-leaf-ev-50x50.jpg 50w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/12/nissan-leaf-ev-150x146.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/12/nissan-leaf-ev-500x485.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></a></p>
<p><strong>ด้วยประเทศไทยเป็นผู้นำ ในภูมิภาคอาเซียนในการพัฒนายานยนต์ไฟฟ้า และนโยบายความต้องการแก้ไขปัญหาต่างๆ เช่น ความกังวลของผู้ขับขี่ในเรื่องระยะทางและการชาร์จไฟในประเทศ จึงนับว่าเป็นการดีที่เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ ผู้นำระดับโลกด้านรถยนต์ไฟฟ้าสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับการชาร์จที่มีความปลอดภัยและเครือข่ายการชาร์จแบบเร็วทั่วประเทศ ในฐานะผู้ให้บริการโซลูชั่นที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเพื่อการอนุรักษ์พลังงานทั้งในปัจจุบันและอนาคต</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2-delta/">ระบบการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมของ เดลต้า อีเลคโทรนิคส์</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2-delta/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>BASIS โชว์แนวคิดนวัตกรรมสิ่งแวดล้อม และมุ่งพัฒนาศักยภาพการศึกษาด้วยหลักสูตรที่แตกต่าง</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/basis-%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a1/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/basis-%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a1/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 25 Sep 2019 16:10:53 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Energy Saving]]></category>
		<category><![CDATA[BASIS]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มทองสิมา]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรมสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[ประหยัดพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[เบซิส อินเตอร์เนชั่นแนล เอ็ดดูเคชั่น โฮลดิ้ง]]></category>
		<category><![CDATA[เพ็ญศิริ ทองสิมา]]></category>
		<category><![CDATA[แนวคิดนวัตกรรมสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนเบซิส]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=9375</guid>

					<description><![CDATA[<p>เครือข่ายโรงเรียนหลักสูตรเบซิส (BASIS Curriculum Schools Network) ซึ่งเป็นเครือข่ายโรงเรียนชั้นนำจากประเทศสหรัฐอเมริกา ที่สร้างชื่อเสียงมากกว่า 20 ปี เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2562 ที่ผ่านมา โรงเรียนนานาชาติเบซิส กรุงเทพฯ ได้ทำการเปิดภาคการศึกษาแรกเป็นที่เรียบร้อย โดยมีการนำหลักสูตรการศึกษาระดับโลกมาสู่ประเทศไทย มุ่งหวังพัฒนาเยาวชนพร้อมยกระดับมาตรฐานการศึกษาให้ก้าวไกลสู่สากล และยังมีการใช้นวัตกรรมในการรักษาสิ่งแวดล้อม ไม่ทำให้ชุมชนรอบข้างเกิดความเดือนร้อน ภายในอาคารการเรียนการสอนมีการใช้ระบบประหยัดพลังงานและระบบที่มีความปลอดภัย นางสาวเพ็ญศิริ ทองสิมา กรรมการผู้จัดการ บริษัท อาร์ทูดีวัน จำกัด กล่าวว่า กลุ่มทองสิมา&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/basis-%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a1/">BASIS โชว์แนวคิดนวัตกรรมสิ่งแวดล้อม และมุ่งพัฒนาศักยภาพการศึกษาด้วยหลักสูตรที่แตกต่าง</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เครือข่ายโรงเรียนหลักสูตรเบซิส (BASIS Curriculum Schools Network) ซึ่งเป็นเครือข่ายโรงเรียนชั้นนำจากประเทศสหรัฐอเมริกา ที่สร้างชื่อเสียงมากกว่า 20 ปี เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2562 ที่ผ่านมา โรงเรียนนานาชาติเบซิส กรุงเทพฯ ได้ทำการเปิดภาคการศึกษาแรกเป็นที่เรียบร้อย โดยมีการนำหลักสูตรการศึกษาระดับโลกมาสู่ประเทศไทย มุ่งหวังพัฒนาเยาวชนพร้อมยกระดับมาตรฐานการศึกษาให้ก้าวไกลสู่สากล และยังมีการใช้นวัตกรรมในการรักษาสิ่งแวดล้อม<span id="more-9375"></span> ไม่ทำให้ชุมชนรอบข้างเกิดความเดือนร้อน ภายในอาคารการเรียนการสอนมีการใช้ระบบประหยัดพลังงานและระบบที่มีความปลอดภัย</strong></p>
<figure id="attachment_9377" aria-describedby="caption-attachment-9377" style="width: 420px" class="wp-caption aligncenter"><a href="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/09/BASIS-02.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-9377 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/09/BASIS-02.jpg" alt="เพ็ญศิริ ทองสิมา" width="420" height="637" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/09/BASIS-02.jpg 420w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/09/BASIS-02-198x300.jpg 198w" sizes="(max-width: 420px) 100vw, 420px" /></a><figcaption id="caption-attachment-9377" class="wp-caption-text">นางสาวเพ็ญศิริ ทองสิมา</figcaption></figure>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นางสาวเพ็ญศิริ ทองสิมา</strong></span> <strong>กรรมการผู้จัดการ บริษัท อาร์ทูดีวัน จำกัด</strong> กล่าวว่า <strong>กลุ่มทองสิมา</strong> ได้ร่วมกับ <strong>เบซิส อินเตอร์เนชั่นแนล เอ็ดดูเคชั่น โฮลดิ้ง</strong> ที่มีความมาตรฐานการศึกษาระดับโลก และทั้งนี้ยังได้ให้ความสำคัญเกี่ยวกับในเรื่องของนวัตกรรมสิ่งแวดล้อม</p>
<p>“ในส่วนของเรื่องแนวคิดนวัตกรรมสิ่งแวดล้อมนั้น เราได้มีการออกแบบให้สอดคล้องกับการเรียนการสอน เราได้ทำการสอบถามกับอาจารย์แต่ละวิชาว่าอยากได้ห้องการเรียนการสอนแบบไหน เพื่อที่จะทำให้เด็กได้รับความรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนในเรื่องของภายในตัวอาคารเราได้ใช้ระบบเปิด – ปิดไฟอัตโนมัติ ซึ่งในส่วนตรงนี้จะเป็นในการดูแลในเรื่องความปลอดภัยและการประหยัดพลังงาน และอากาศภายในอาคารเรียนเรามีการใช้ระบบ Pre Cool Fresh Air จะเป็นระบบที่กรอง PM2.5 ได้ 90% ก่อนที่จะส่งอากาศขึ้นสู่ตัวกรองที่จะกระจายไปตามห้องต่างๆ การที่เรานำระบบนี้มาใช้นั้นเพราะเราให้ความสำคัญกับสุขภาพของเด็กนักเรียนและคุณครูผู้สอนเพื่อมีอาการที่บริสุทธิ์ในอาคารอยู่ตลอดเวลา และเรายังมีในส่วนของสระว่ายน้ำทางโรงเรียนนานาชาติเบซิส ได้มีการใช้ระบบความร้อนที่เกิดจากระบบแอร์มาทำให้น้ำในสระนั้นอุ่น นี้ก็เป็นการประหยัดพลังงานและเป็นการใช้พลังงานอย่างเกิดประโยชน์”</p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/09/BASIS-03.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-9378 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/09/BASIS-03.jpg" alt="BASIS โชว์แนวคิดนวัตกรรมสิ่งแวดล้อม และมุ่งพัฒนาศักยภาพการศึกษาด้วยหลักสูตรที่แตกต่าง" width="900" height="675" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/09/BASIS-03.jpg 900w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/09/BASIS-03-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/09/BASIS-03-768x576.jpg 768w" sizes="(max-width: 900px) 100vw, 900px" /></a></p>
<p>ทั้งนี้ทางโรงเรียนเบซิสมีการรับผิดชอบต่อชุมชนในส่วนของการปล่อยน้ำเสียทิ้งลงคลอง จะมีการทำให้น้ำนั้นมีมาตรฐานที่สะอาดก่อนจะทิ้งลงสู่คลอง ซึ่งในส่วนตรงนี้ก็ไม่ทำความเดือนร้อนให้กับชุมชน</p>
<p><strong>และยังเชื่อว่าวิทยาเขตของประเทศไทยนั้นมีความสมบูรณ์แบบที่สุด เพราะได้นำเอาหลักสูตรที่เข้มข้นครบทุกด้าน รวมถึงยังมีนวัตกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อให้นักเรียนและคุณครูสามารถใช้พื้นที่ในการเรียนรู้ได้ประโยชน์สูงสุด เพื่อเป็นการปลูกจิตสำนึกเรื่องสิ่งแวดล้อมให้กับนักเรียนตั้งแต่เยาว์วัย ซึ่งจะช่วยให้กลายเป็นบุคคลที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมในอนาคต สำหรับผู้ปกครองที่สนใจหลักสูตรของโรงเรียนสามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ www.basisinternationalbkk.com</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/basis-%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a1/">BASIS โชว์แนวคิดนวัตกรรมสิ่งแวดล้อม และมุ่งพัฒนาศักยภาพการศึกษาด้วยหลักสูตรที่แตกต่าง</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/basis-%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a1/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>3 การไฟฟ้า เดินหน้ามาตรการนำร่อง EERS ตั้งเป้าประหยัดไฟฟ้าในปี 62 กว่า 20 ล้านหน่วย</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/3-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2-eers-%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b8%a2%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/3-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2-eers-%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b8%a2%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 13 May 2019 10:30:29 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Energy Saving]]></category>
		<category><![CDATA[EERS]]></category>
		<category><![CDATA[กฎชยุตม์ บริบูรณ์จตุพร]]></category>
		<category><![CDATA[การประหยัดไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[มาตรการ EERS]]></category>
		<category><![CDATA[มาตรฐานอนุรักษ์พลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ลดการใช้ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[วีรวัจน์ บัวทอง]]></category>
		<category><![CDATA[ศรัณย์พงศ์ อาชว์สุนทร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=6720</guid>

					<description><![CDATA[<p>3 การไฟฟ้า ผนึกกำลังเดินหน้านำร่องมาตรการบังคับใช้เกณฑ์มาตรฐานอนุรักษ์พลังงานสำหรับผู้ผลิตและจำหน่ายพลังงาน หรือมาตรการ EERS พร้อมจัดประชุมเชิงปฏิบัติการกับพันธมิตรและผู้เข้าร่วมโครงการฯ ตั้งเป้าสามารถประหยัดไฟฟ้าในปี 2562 ได้กว่า 20 ล้านหน่วย วันนี้ (13 พฤษภาคม 2562) นายวีรวัจน์ บัวทอง รองผู้ว่าการแผนและพัฒนาองค์กร การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) นายศรัณย์พงศ์ อาชว์สุนทร รองผู้ว่าการวางแผนและพัฒนาระบบไฟฟ้า การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) และนายกฎชยุตม์ บริบูรณ์จตุพร รองผู้ว่าการประจำสำนักผู้ว่าการ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/3-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2-eers-%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b8%a2%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2/">3 การไฟฟ้า เดินหน้ามาตรการนำร่อง EERS ตั้งเป้าประหยัดไฟฟ้าในปี 62 กว่า 20 ล้านหน่วย</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>3 การไฟฟ้า ผนึกกำลังเดินหน้านำร่องมาตรการบังคับใช้เกณฑ์มาตรฐานอนุรักษ์พลังงานสำหรับผู้ผลิตและจำหน่ายพลังงาน หรือมาตรการ EERS พร้อมจัดประชุมเชิงปฏิบัติการกับพันธมิตรและผู้เข้าร่วมโครงการฯ ตั้งเป้าสามารถประหยัดไฟฟ้าในปี 2562 ได้กว่า 20 ล้านหน่วย</strong><span id="more-6720"></span></p>
<p>วันนี้ (13 พฤษภาคม 2562) <span style="color: #6cb742;"><strong>นายวีรวัจน์ บัวทอง</strong></span> <strong>รองผู้ว่าการแผนและพัฒนาองค์กร การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.)</strong> <span style="color: #6cb742;"><strong>นายศรัณย์พงศ์ อาชว์สุนทร</strong></span> <strong>รองผู้ว่าการวางแผนและพัฒนาระบบไฟฟ้า การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA)</strong> และ<span style="color: #6cb742;"><strong>นายกฎชยุตม์ บริบูรณ์จตุพร</strong></span> <strong>รองผู้ว่าการประจำสำนักผู้ว่าการ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)</strong> ร่วมเป็นประธานในงานแถลงข่าวและการประชุมเชิงปฏิบัติการโครงการนำร่อง EERS โดยได้รับเกียรติจากผู้บริหารหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้เข้าร่วมโครงการ เข้าร่วมงาน ณ ห้องริชมอนด์บอลรูม โรงแรมริชมอนด์</p>
<p><a href="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/05/EERS-02.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-6725 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/05/EERS-02.jpg" alt="3 การไฟฟ้า เดินหน้ามาตรการนำร่อง EERS" width="900" height="600" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/05/EERS-02.jpg 900w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/05/EERS-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/05/EERS-02-768x512.jpg 768w" sizes="(max-width: 900px) 100vw, 900px" /></a></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายวีรวัจน์ บัวทอง</strong></span> <strong>รองผู้ว่าการ กฟน.</strong> กล่าวว่า การดำเนินงานโครงการนำร่องมาตรการ EERS มีเป้าหมายเพื่อนำร่องศึกษาถึงผลการลดการใช้ไฟฟ้า ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน ปัญหาอุปสรรค และศักยภาพของภาคการใช้ไฟฟ้าต่างๆ จากการลงพื้นที่จริง โดย ในปี 2562 กฟน. มีโครงการด้านการอนุรักษ์พลังงานทั้งหมด 3 โครงการ ประกอบด้วย โครงการ กฟน. ล้างแอร์ลดโลกร้อน เป็นโครงการที่ กฟน. ให้บริการล้างเครื่องปรับอากาศแก่ผู้ใช้ไฟฟ้าเป็นประจำทุกปีในอัตราค่าบริการพิเศษเพียง 300 บาท จำนวนจำกัดที่ 25,000 เครื่อง เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้ใช้ไฟฟ้าตระหนักถึงการเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องปรับอากาศ และประหยัดพลังงาน ลดค่าไฟฟ้าร่วมรักษาสิ่งแวดล้อม และช่วยลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ โครงการส่งเสริมการประหยัดไฟฟ้าด้วยหลอด LED ซึ่งนำร่องในกลุ่มอาคาร/โรงงานขนาดกลางและขนาดเล็ก โดย กฟน. จะสนับสนุนผลประหยัดให้หน่วยละ 1 บาท รวมทั้งโครงการจำนวน 1 ล้านบาท เริ่มรับสมัครตั้งแต่วันที่ 9 เมษายน &#8211; 15 พฤษภาคม 2562 หรือจนกว่าเงินสนับสนุนจะหมด ซึ่งผู้ที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดหรือดาวน์โหลดใบสมัครผ่านทางเว็บไซต์ กฟน. และโครงการส่งเสริมการปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงานในอาคาร (MEA Energy Saving Building) หรือโครงการประกวดอาคารประหยัดพลังงาน เพื่อให้ความรู้และคำแนะนำด้านการอนุรักษ์พลังงาน สำหรับอาคารที่ได้รับรางวัลจะได้รับเครื่องหมายแสดงประสิทธิภาพการใช้พลังงานในอาคารและเงินรางวัลโดยคาดว่าจะเปิดรับสมัครผู้สนใจเข้าร่วมโครงการได้ในปลายปี 2562</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายศรัณย์พงศ์ อาชว์สุนทร</strong></span> <strong>รองผู้ว่าการ PEA</strong> กล่าวว่า ในส่วนของ PEA ได้ดำเนินงานเพื่อรองรับมาตรการ EERS ในช่วงโครงการนำร่องฯ ปี 2562 ผ่าน 2 กิจกรรมหลัก ประกอบด้วย โครงการส่งเสริมอนุรักษ์พลังงานในภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม ภาคอาคารธุรกิจ และครัวเรือน ให้คำแนะนำในการเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานไฟฟ้าในรูปแบบธุรกิจ ESCO โดยการปรับเปลี่ยนอุปกรณ์ อาทิ โครงการบริหารจัดการเพื่อการประหยัดพลังงานในมหาวิทยาลัยรามคำแหง โครงการภายใต้ความร่วมมือกับสถาบันเพื่อพัฒนาที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในสำนักงานใหญ่การประปาส่วนภูมิภาค และการจัดงานสัมมนาในรูปแบบ ESCO Matching หรือประชุมสัมมนาผู้ใช้ไฟรายใหญ่ เพื่อแนะนำโครงการ EERS และเป็นสื่อกลางให้กับลูกค้า กับผู้ประกอบการธุรกิจ ESCO โดย PEA จะเข้าไปดำเนินการตรวจวัด และวิเคราะห์ประเมินผลการประหยัด เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าที่สนใจดำเนินมาตรการอนุรักษ์พลังงาน ซึ่งจะจัดครั้งแรกในวันที่ 3 มิถุนายนนี้</p>
<p><a href="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/05/EERS-03.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-6726 size-full aligncenter" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/05/EERS-03.jpg" alt="3 การไฟฟ้า เดินหน้ามาตรการนำร่อง EERS" width="900" height="600" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/05/EERS-03.jpg 900w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/05/EERS-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/05/EERS-03-768x512.jpg 768w" sizes="(max-width: 900px) 100vw, 900px" /></a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ด้าน <span style="color: #6cb742;"><strong>นายกฎชยุตม์ บริบูรณ์จตุพร</strong></span> <strong>รองผู้ว่าการ กฟผ.</strong> กล่าวว่า กฟผ. ได้บูรณาการงานการจัดการด้านการใช้ไฟฟ้ามาเป็นแนวทางและแผนงานโครงการนำร่องในปี 2562 อย่างมีประสิทธิภาพ ประกอบด้วย โครงการที่ปรึกษาพลังงาน เข้าให้คำปรึกษา ตรวจวัดการใช้พลังงานก่อนและหลังปรับปรุง รวมถึงเป็นที่ปรึกษาในรูปแบบ ESCO และเชิญชวนลูกค้าทั้งภาครัฐ ภาคธุรกิจ ภาคอุตสาหกรรม ทั้งรายใหญ่และรายเล็ก (SME) เข้าร่วมโครงการ โครงการบ้านและอาคารเบอร์ 5 ดำเนินการนำร่องร่วมกับการเคหะแห่งชาติ ซึ่งจะมีแผนงานเปิดตัวบ้านเบอร์ 5 แห่งแรก ณ โครงการเคหะชุมชนบ่อวิน จังหวัดชลบุรี ในกลางเดือนมิถุนายนนี้ โครงการส่งเสริมประสิทธิภาพพลังงานในสถานศึกษา ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำรวจและตรวจวัดการใช้พลังงานของโรงเรียน ให้คำปรึกษาการจัดการพลังงาน จัดกิจกรรมให้ความรู้ จัดทำรายงานผลการประหยัดพลังงาน โครงการโรงแรมประหยัดพลังงาน ร่วมกับกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับมาตรการลดการใช้พลังงาน และวิเคราะห์ปริมาณการใช้ไฟฟ้าต่อจำนวนแขก เพื่อหาปริมาณการใช้ไฟฟ้าที่ประหยัดได้ของแต่ละโรงแรม โครงการส่งเสริมการใช้สารทำความเย็นที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (RAC NAMA) ดำเนินการออกแบบตู้แช่ เพื่อใช้งาน Natural Refrigerant โครงการเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานภาคการเกษตร นำร่องเปลี่ยนหลอดประหยัดพลังงานที่ดอยอินทนนท์ โครงการฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 Ranking หรือเบอร์ 5 ติดดาว จัดทำมาตรฐานการประหยัดพลังงานที่สูงกว่าเดิม และแบ่งระดับเกณฑ์ประสิทธิภาพฉลากเบอร์ 5 ให้สะท้อนผลการประหยัดพลังงานที่ละเอียดมากขึ้น และโครงการเสื้อผ้าเบอร์ 5 ส่งเสริมการติดฉลากเบอร์ 5 กับเสื้อผ้าเบอร์ 5</p>
<p><a href="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/05/EERS-01.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-6724 size-full aligncenter" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/05/EERS-01.jpg" alt="3 การไฟฟ้า เดินหน้ามาตรการนำร่อง EERS" width="900" height="600" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/05/EERS-01.jpg 900w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/05/EERS-01-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/05/EERS-01-768x512.jpg 768w" sizes="(max-width: 900px) 100vw, 900px" /></a></p>
<p><strong>สำหรับมาตรการ EERS เป็นหนึ่งในกลยุทธ์ของแผนอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ. 2558 &#8211; 2579 (Energy Efficiency Plan : EEP 2015) ซึ่งเป็นมาตรการบังคับใช้เกณฑ์มาตรฐานอนุรักษ์พลังงานสำหรับผู้ผลิตและผู้จำหน่ายพลังงาน (Energy Efficiency Resources Standards : EERS) โดยกำหนดให้ 3 การไฟฟ้า ดำเนินโครงการนำร่องในช่วงปี 2561 – 2565 เพื่อศึกษาถึงผลการลดการใช้ไฟฟ้า ก่อนนำมากำหนดแนวทางเป็นการดำเนินงานมาตรการภาคบังคับในปี 2566 &#8211; 2579 อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป โดยแบ่งมาตรการดำเนินงานที่เหมาะสม 3 ประเภท ประกอบด้วย มาตรการให้คำปรึกษา ดำเนินงานในลักษณะที่ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานไฟฟ้าในกลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้าที่มีศักยภาพทุกภาคส่วน มาตรการใช้แรงจูงใจทางการเงิน สนับสนุนการเงินแก่กลุ่มเป้าหมายที่มีความต้องการปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และมาตรการลักษณะภาพรวม (Mass) ส่งเสริมการประหยัดพลังงานในภาพรวม ทั้งนี้ คาดการณ์ว่าจะสามารถลดการใช้ไฟฟ้าในช่วงโครงการนำร่องนี้ รวม 206 ล้านหน่วย</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/3-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2-eers-%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b8%a2%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2/">3 การไฟฟ้า เดินหน้ามาตรการนำร่อง EERS ตั้งเป้าประหยัดไฟฟ้าในปี 62 กว่า 20 ล้านหน่วย</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/3-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2-eers-%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b8%a2%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>โครงการ Go Green in the City 2019</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3-go-green-in-the-city-2019/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3-go-green-in-the-city-2019/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 30 Apr 2019 03:39:24 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Energy Saving]]></category>
		<category><![CDATA[Go Green]]></category>
		<category><![CDATA[Go Green in the City]]></category>
		<category><![CDATA[ชไนเดอร์ อิเล็คทริค]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=6555</guid>

					<description><![CDATA[<p>โครงการ Go Green in the City 2019 เป็นโครงการการแข่งขันระดับโลกประจำปีสำหรับนักศึกษา เพื่อหาแนวคิดที่ชัดเจน และนวัตกรรมโซลูชั่น สำหรับเมืองที่มีความอัจฉริยะมากขึ้น ให้ประสิทธิภาพด้านพลังงานมากขึ้น และยั่งยืนมากขึ้น ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีที่ 9 ในปีนี้ โดยนักศึกษาที่ผ่านเข้ารอบสุดท้ายด้วยแนวคิดที่ชัดเจนที่สุด จะได้รับเชิญเข้าร่วมงาน Global Innovation Summit Barcelona 2019 ซึ่งเป็นมหกรรมงานแสดงนวัตกรรมระดับโลกของชไนเดอร์ อิเล็คทริค ในปี พ.ศ. 2561 ที่ผ่านมา มีนวัตกรรุ่นใหม่เข้าร่วมการแข่งขันมากกว่า&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3-go-green-in-the-city-2019/">โครงการ Go Green in the City 2019</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>โครงการ Go Green in the City 2019 เป็นโครงการการแข่งขันระดับโลกประจำปีสำหรับนักศึกษา เพื่อหาแนวคิดที่ชัดเจน และนวัตกรรมโซลูชั่น สำหรับเมืองที่มีความอัจฉริยะมากขึ้น ให้ประสิทธิภาพด้านพลังงานมากขึ้น และยั่งยืนมากขึ้น ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีที่ 9 ในปีนี้ โดยนักศึกษาที่ผ่านเข้ารอบสุดท้ายด้วยแนวคิดที่ชัดเจนที่สุด จะได้รับเชิญเข้าร่วมงาน Global Innovation Summit Barcelona 2019 ซึ่งเป็นมหกรรมงานแสดงนวัตกรรมระดับโลกของชไนเดอร์ อิเล็คทริค</strong><span id="more-6555"></span></p>
<p><a href="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/04/GoGreen2019THailand.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-6556 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/04/GoGreen2019THailand.jpg" alt="โครงการ Go Green in the City 2019" width="900" height="473" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/04/GoGreen2019THailand.jpg 900w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/04/GoGreen2019THailand-300x158.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/04/GoGreen2019THailand-768x404.jpg 768w" sizes="(max-width: 900px) 100vw, 900px" /></a></p>
<p>ในปี พ.ศ. 2561 ที่ผ่านมา มีนวัตกรรุ่นใหม่เข้าร่วมการแข่งขันมากกว่า 24,000 ราย จากกว่า 3,000 มหาวิทยาลัย ใน 163 ประเทศ ทั้งนี้ มีนักศึกษาผู้หญิงเข้าร่วมคิดเป็น 58% ของทั้งหมด นับเป็นการแข่งขันที่มีเดิมพันค่อนข้างสูง เพราะนอกจากผู้แข่งขันจะได้มีโอกาสในการสร้างปรากฏการณ์แห่งพลังในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลแล้ว ยังมีโอกาสชนะรางวัล และได้เดินทางไปร่วมงานระดับอินเตอร์เนชั่นแนล คืองาน <strong>Global Innovation Summit 2019</strong> ซึ่งเป็นงานแสดงนวัตกรรมระดับโลกของชไนเดอร์ อิเล็คทริค ที่จัดขึ้นเป็นเวลา 2 วัน ระหว่างวันที่ 2-3 ตุลาคม พ.ศ. 2562 ณ กรุงบาเซโลนา ประเทศสเปน</p>
<p>ภายในงานนี้จะมีเหล่าบรรดาผู้เชี่ยวชาญของ<strong>ชไนเดอร์ อิเล็คทริค</strong> และผู้นำทางความคิดในอุตสาหกรรม จะมารวมตัวกันพร้อมร่วมแบ่งปันมุมมองเชิงลึกและแนวคิดที่ชัดเจน ทั้งในเรื่องของความท้าทายและโอกาสในการสร้างขุมพลังเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล นอกจากนี้นักศึกษาจะมีโอกาสในการทำความรู้จัก พร้อมรับฟังคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม และท้ายที่สุดคือการได้เข้าทำงานกับชไนเดอร์ อิเล็คทริค</p>
<h2>ผนวกการพัฒนาอย่างยั่งยืน และการทำงานร่วมกับเทคโนโลยี</h2>
<p>ในปี พ.ศ. 2562 นี้ การแข่งขันมีโจทย์ที่ดึงดูดใจผู้แข่งขันมากขึ้น โดยนักศึกษาสามารถเลือกนำเสนอความคิดที่ชัดเจนในหัวข้อใดหัวข้อหนึ่ง จาก 4 หัวข้อที่กำหนด ได้แก่ “อาคารแห่งอนาคต” “โรงงานแห่งอนาคต” “โครงข่ายไฟฟ้าแห่งอนาคต” และ “ความยั่งยืนและการเข้าถึงพลังงาน”</p>
<p>ความท้าทายได้ถูกเชื่อมโยงกับกลยุทธ์ทางธุรกิจที่ยั่งยืนจาก<strong>ชไนเดอร์ อิเล็คทริค</strong> และสะท้อนถึงคำมั่นสัญญาของบริษัทที่มีต่อเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ หรือ UN’s Sustainable Development Goals (SDG) ซึ่งเป็นการเชิญชวนนักศึกษาร่วมแบ่งปันแนวคิดเพื่อพลิกโฉมอนาคต และเผยให้เห็นถึงประสิทธิภาพของการพัฒนาอย่างยั่งยืนมากขึ้น ทั้งในแง่ของการเชื่อมโยงของผลกระทบทางสังคมและสภาพแวดล้อม กับเทคโนโลยีและโลกธุรกิจ</p>
<figure id="attachment_6557" aria-describedby="caption-attachment-6557" style="width: 300px" class="wp-caption alignright"><a href="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/04/olivier-blum-pic.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-6557 size-medium" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/04/olivier-blum-pic-300x300.jpg" alt="โครงการ Go Green in the City 2019" width="300" height="300" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/04/olivier-blum-pic-300x300.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/04/olivier-blum-pic-150x150.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/04/olivier-blum-pic.jpg 490w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></a><figcaption id="caption-attachment-6557" class="wp-caption-text">โอลิเวียร์ บลูม</figcaption></figure>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>โอลิเวียร์ บลูม</strong></span> <strong>ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคล ชไนเดอร์ อิเล็คทริค</strong> ให้ความเห็นว่า</p>
<p>“คนรุ่นใหม่ในปัจจุบันต้องเผชิญกับความท้าทายในการสร้างอนาคตที่สดใสสำหรับตนเอง การทำให้โลกอนาคตมีความยั่งยืน จะเป็นไปได้ก็ต่อเมื่อได้รับพลังการขับเคลื่อนของคนรุ่นใหม่ และการช่วยให้คนรุ่นใหม่เหล่านี้กลายมาเป็นแรงผลักดันด้านนวัตกรรม ทำให้ผมรู้สึกภูมิใจว่า <strong>Go Green in the City</strong> จะกลายมาเป็นพื้นที่สำหรับนักศึกษาในการพัฒนาแนวคิดของตนเพื่อวันพรุ่งนี้ที่ดีกว่า”</p>
<h2>การเดินทางของการเรียนรู้อย่างไม่หยุดยั้งสำหรับนักศึกษา</h2>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">เซอวิรีโว ชีสาดซา</span></strong> และ <span style="color: #6cb742;"><strong>ทาริโร ซินเธียร์ มัทซินดิควา</strong></span> จากสถาบันน้ำและวิทยาศาสตร์พลังงาน มหาวิทยาลัยแพนแอฟริกัน ประเทศแอลจีเรีย ได้เล่าถึงความตื่นเต้นของพวกเขาจากการเป็นผู้ชนะเลิศในโครงการระดับโลก Go Green in the City 2018</p>
<p>“การเดินทางของการแข่งขัน <strong>Go Green in the City 2018</strong> ของฉัน นับเป็นประสบการณ์ที่น่าอัศจรรย์อย่างยิ่ง ทั้งหมดเริ่มต้นจากประกายความคิดเพียงจุดเล็กๆ แต่ได้รับการช่วยเหลือจากทีมพี่เลี้ยงจากชไนเดอร์ อิเล็คทริค จนกลายเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ และชัดเจนยิ่งขึ้น เพื่อต่อสู้กับความหิวโหยบนโลก” ทาริโร ซินเธียร์ มัทซินดิควา กล่าว</p>
<p>“ตลอดการแข่งขัน เราได้ทำความรู้จักกับผู้เชี่ยวชาญของชไนเดอร์ อิเล็คทริค หลายท่าน และได้มีโอกาสเรียนรู้เกี่ยวกับอุปสรรคที่เป็นความท้าทายต่อการพัฒนาความยั่งยืนบนโลกใบนี้” เซอวิรีโว ชีสาดซา กล่าวเสริม</p>
<p><strong>ผู้ส่งผลงานข้าแข่งขันต้องจัดตั้งทีม โดยแต่ละทีมต้องประกอบด้วยนักศึกษา 2 คน ที่กำลังศึกษาสาขาวิชาบริหารธุรกิจ วิศวกรรม ฟิสิกส์ วิทยาการคอมพิวเตอร์ คณิตศาสตร์ และวิทยาลัยเทคโนโลยีต่างๆ โดยแต่ละกลุ่มต้องมาจากประเทศหรือภูมิภาคเดียวกันในช่วงเวลาการแข่งขัน ซึ่งแต่ละทีมต้องมีสมาชิกเป็นผู้หญิงอย่างน้อย 1 คน เพื่อให้สอดคล้องตามนโยบายของชไนเดอร์ อิเล็คทริค ในเรื่อง Schneider Electric’s Policy of Promoting Diversity and Inclusion ซึ่งเป็นการสนับสนุนความเสมอภาคทางเพศและความหลากหลายในเอกภาพ โดยหมดเขตการส่งโครงงานในวันที่ 25 พฤษภาคม 2562 นี้</strong></p>
<hr />
<p>Source: นิตยสาร Green Network ฉบับที่ 92 มีนาคม-เมษายน 2562 คอลัมน์ ENERGY Saving โดย กองบรรณาธิการ</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3-go-green-in-the-city-2019/">โครงการ Go Green in the City 2019</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3-go-green-in-the-city-2019/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>นวัตกรรมพลังงานแสงอาทิตย์แบบครบวงจร&#8230;เพื่อก้าวสู่การเป็นสมาร์ทแคมปัส</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a2%e0%b9%8c-banpu/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a2%e0%b9%8c-banpu/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 04 Apr 2019 06:46:04 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Energy Saving]]></category>
		<category><![CDATA[ทยา ทีปสุวรรณ]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรมพลังงานแสงอาทิตย์]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานแสงอาทิตย์]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบผลิตไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[สมฤดี ชัยมงคล]]></category>
		<category><![CDATA[สมาร์ทแคมปัส]]></category>
		<category><![CDATA[สมาร์ทโซลูชั่น]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนนานาชาติรักบี้]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=10343</guid>

					<description><![CDATA[<p>โรงเรียนนานาชาติรักบี้ ประเทศไทย โรงเรียน ที่เน้นพัฒนาการศึกษาแบบองค์รวม ภายใต้แนวคิดสมาร์ทแคมปัส ได้พยายามปลูกฝังให้นักเรียนคำนึงถึง การรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ เพื่อบริหารทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด ให้เกิด ประโยชน์มากที่สุด และเพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว ผู้บริหารโรงเรียนได้มีแนวคิดในการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์และสมาร์ทโซลูชั่น ด้วยเทคโนโลยีสะอาดและทันสมัยแบบครบวงจรไปจนถึงการบำรุงรักษา โดยได้มอบหมายให้บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) เข้ามาติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้า จากพลังงานแสงอาทิตย์ รวมทั้งสมาร์ทโซลูชั่นใน โรงเรียนเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของโรงเรียน สู่การเป็นสมาร์ทแคมปัสนั่นเอง ทยา ทีปสุวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารโรงเรียนนานาชาติรักบี้ ประเทศไทย กล่าวว่า “โรงเรียนนานาชาติรักบี้ ประเทศไทย&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a2%e0%b9%8c-banpu/">นวัตกรรมพลังงานแสงอาทิตย์แบบครบวงจร…เพื่อก้าวสู่การเป็นสมาร์ทแคมปัส</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>โรงเรียนนานาชาติรักบี้ ประเทศไทย โรงเรียน ที่เน้นพัฒนาการศึกษาแบบองค์รวม ภายใต้แนวคิดสมาร์ทแคมปัส ได้พยายามปลูกฝังให้นักเรียนคำนึงถึง การรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ เพื่อบริหารทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด ให้เกิด ประโยชน์มากที่สุด และเพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว ผู้บริหารโรงเรียนได้มีแนวคิดในการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์และสมาร์ทโซลูชั่น ด้วยเทคโนโลยีสะอาดและทันสมัยแบบครบวงจรไปจนถึงการบำรุงรักษา โดยได้มอบหมายให้บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) เข้ามาติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้า จากพลังงานแสงอาทิตย์ รวมทั้งสมาร์ทโซลูชั่นใน โรงเรียนเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของโรงเรียน สู่การเป็นสมาร์ทแคมปัสนั่นเอง</strong></p>
<p><span id="more-10343"></span></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ทยา ทีปสุวรรณ</strong></span> <strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหารโรงเรียนนานาชาติรักบี้ ประเทศไทย</strong> กล่าวว่า “โรงเรียนนานาชาติรักบี้ ประเทศไทย เป็นโรงเรียนที่เน้นพัฒนาการศึกษาแบบองค์รวม ภายใต้แนวคิด สมาร์ทแคมปัส โดยปลูกฝังให้นักเรียนคำนึงถึงการรักษ์ สิ่งแวดล้อม รวมไปถึงการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้เพื่อบริหารทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดประโยชน์มากที่สุด ซึ่งการที่ทางบ้านปูได้เข้ามาติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ รวมทั้งสมาร์ทซิตี้ โซลูชั่นให้นั้น นอกจากจะช่วยให้โรงเรียนสามารถ เดินหน้าพัฒนาเป็นสมาร์ทแคมปัสอย่างยั่งยืนได้ เร็วยิ่งขึ้น ที่สำคัญยังส่งเสริมให้นักเรียนได้เรียนรู้ถึง ประโยชน์ของการใช้พลังงานสะอาดผ่านประสบการณ์ จริง และคุ้นชินกับการนำเอาเทคโนโลยีมาส่งเสริมการประหยัดพลังงานในชีวิตประจำวัน พร้อมยังกระตุ้นให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ในการสร้างนวัตกรรมพลังงานในหมู่คนรุ่นใหม่อีกด้วย”</p>
<figure id="attachment_10345" aria-describedby="caption-attachment-10345" style="width: 360px" class="wp-caption alignright"><a href="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/04/somrudee-banpu.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-10345 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/04/somrudee-banpu.jpg" alt="สมฤดี ชัยมงคล" width="360" height="570" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/04/somrudee-banpu.jpg 360w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/04/somrudee-banpu-189x300.jpg 189w" sizes="(max-width: 360px) 100vw, 360px" /></a><figcaption id="caption-attachment-10345" class="wp-caption-text">สมฤดี ชัยมงคล</figcaption></figure>
<p><strong>บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน)</strong> ผู้นำธุรกิจพลังงานแบบครบวงจรแห่งเอเชียแปซิฟิก ให้บริการด้านสมาร์ทซิตี้โซลูชั่นให้แก่โรงเรียนนานาชาติรักบี้ ประเทศไทย ครอบคลุมตั้งแต่การสำรวจพื้นที่ การออกแบบระบบ การเข้าติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์และสมาร์ทโซลูชั่น ด้วยเทคโนโลยีสะอาดและทันสมัยแบบครบวงจรไปจนถึงการบำรุงรักษา เพื่อมอบพลังงานสะอาดและสมาร์ทโซลูชั่นที่มีประสิทธิภาพ ตอบโจทย์ความต้องการของโรงเรียนสู่การเป็นสมาร์ทแคมปัส</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>สมฤดี ชัยมงคล</strong></span> <strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน)</strong> กล่าวว่า “เพื่อสานต่อกลยุทธ์ Greener &amp; Smarter ของกลุ่มบ้านปูอย่างต่อเนื่อง กลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีด้านพลังงานของบ้านปูมุ่งมั่นคัดสรรนวัตกรรมและให้บริการ พลังงานสะอาดในราคาที่เหมาะสม มีความเสถียร และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อนำเสนอสมาร์ทซิตี้โซลูชั่นที่ดีที่สุดมาตอบโจทย์ความ ต้องการของลูกค้าที่หลากหลายเพื่อให้คนไทยใน ทุกภาคส่วนได้มีส่วนร่วมในการสนับสนุนการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นสมาร์ทซิตี้ในรูปแบบเฉพาะของประเทศไทยที่ยั่งยืน ประกอบด้วย นวัตกรรมพลังงานแสงอาทิตย์ระบบไมโครกริด ระบบกักเก็บพลังงาน (Energy Storage System: ESS) ระบบการบริหารจัดการพลังงาน (Energy Management System : EMS) รถยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicle) และสถานี ประจุไฟฟ้าสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า เป็นต้น เพื่อให้มั่นใจ ได้ว่าประเทศไทยจะมีพลังงานสะอาดใช้อย่างยั่งยืน ด้วยประสบการณ์และความชำนาญในการ ให้บริการด้านพลังงานแบบครบวงจร จากหลายประเทศ บ้านปูจึงมั่นใจว่าการติดตั้งระบบไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และโซลูชั่นเทคโนโลยีด้านพลังงานอื่นๆ ให้กับโรงเรียนนานาชาติรักบี้ฯ จะช่วยส่งเสริมให้โรงเรียนเป็นหนึ่ง ในต้นแบบสมาร์ทแคมปัสที่มีการใช้งานพลังงานอย่างชาญฉลาด และส่งเสริม การเรียนของเด็กยุคใหม่ผ่านเทคโนโลยีและนวัตกรรม”</p>
<h3>เฟสแรกบ้านปูติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้า จากพลังงานแสงอาทิตย์รองรับระบบไมโครกริด</h3>
<p>คาดว่าภายใน 1 ปี โรงเรียนนานาชาติรักบี้ฯ จะสามารถลดปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ในอากาศได้กว่า 740 ตัน เทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้มากกว่า 43,000 ต้นต่อปี เท่ากับเป็นการลดการใช้น้ำได้กว่า 1.5 ล้านลิตรต่อปี สามารถประหยัดไฟฟ้าได้ปีละประมาณ 4.3 ล้านบาท ซึ่งนอกจากจะติดตั้งระบบไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่หลังคาของโรงเรียนและบริเวณลานจอดรถแล้ว ยังมีการนำเทคโนโลยีด้านพลังงานอื่นๆ เช่น โซลาร์คีออส (Solar Kiosk) ระบบออนและ ออฟกริด ที่ใช้ได้ทั้งไฟบ้านและพลังงานแสงอาทิตย์ และโซลาร์แชร์ (Solar Chair) ที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ได้แบบ 100% ตั้งอยู่บริเวณจุดรับรองผู้ปกครองและแขกของโรงเรียน เพื่อให้สามารถชาร์จโทรศัพท์มือถือ หรือใช้งานอุปกรณ์ไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ได้ รวมถึงการอำนวยความสะดวกแก่อาจารย์ในการเดินทางภายในโรงเรียนด้วยรถพลังงานไฟฟ้า (EV) คือ สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า และรถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้า</p>
<p><strong>ทั้งนี้ บ้านปูมีแผนจะพัฒนาและนำเสนอสมาร์ทซิตี้โซลูชั่นอื่นๆ ให้กับโรงเรียนนานาชาติรักบี้ฯ เพื่อให้เป็นไปตามความต้องการของนักเรียนและครู เพิ่มเติม เพื่อส่งเสริมแนวคิดสมาร์ทแคมปัสของโรงเรียน และช่วยบริหารจัดการ การใช้พลังงานภายในโรงเรียนให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ซึ่งถือเป็นหนึ่งในก้าว สำคัญในการผลักดันประเทศไทยไปสู่การเป็นสมาร์ทซิตี้ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น</strong></p>
<hr />
<p>Source: นิตยสาร Green Network ฉบับที่ 92 มีนาคม-เมษายน 2562 คอลัมน์ ENERGY Saving โดย กองบรรณาธิการ</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a2%e0%b9%8c-banpu/">นวัตกรรมพลังงานแสงอาทิตย์แบบครบวงจร…เพื่อก้าวสู่การเป็นสมาร์ทแคมปัส</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a2%e0%b9%8c-banpu/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>บ้านอนุรักษ์พลังงาน ทางเลือกใหม่ของคนอยากมีบ้านอยู่อาศัยแบบประหยัดพลังงาน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b9%8c%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b9%8c%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 16 Jan 2019 08:00:17 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Energy Saving]]></category>
		<category><![CDATA[กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านจัดสรรอนุรักษ์พลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านอนุรักษ์พลังงาน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://greennetworkthailand.com/?p=4207</guid>

					<description><![CDATA[<p>ท่ามกลางสภาวะโลกร้อนและการขาดแคลนพลังงานอันเป็นปัญหาสำคัญที่ทั่วโลกต่างเผชิญอยู่อย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ การประหยัดพลังงานและการมองหาพลังงานทดแทนหรือการใช้พลังงานสะอาด เป็นสิ่งที่จะช่วยรักษาโลกของเราให้มีสภาวะดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ นี่จึงเป็นภารกิจเร่งด่วนที่ทุกคนต่างต้องตระหนักให้ความสำคัญ ซึ่งบ้านเรือนที่อยู่อาศัยของทุกคน นับเป็นจุดเริ่มต้นแห่งความใส่ใจในเรื่องพลังงาน กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน ได้ให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์พลังงานในบ้านอยู่อาศัย ที่ถือเป็นสิ่งพื้นฐานในการดำรงชีวิตของประชาชน และดำเนินการส่งเสริมให้บ้านอยู่อาศัยสามารถประหยัดพลังงานอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งหวังให้ผู้ประกอบการมีความรู้ความเข้าใจ และสามารถนำแนวคิดดังกล่าวไปประยุกต์ใช้ในการสร้างบ้านประหยัดพลังงานสู่ผู้บริโภค จึงได้ริเริ่มจัดการประกวดบ้านจัดสรรอนุรักษ์พลังงานดีเด่นขึ้นครั้งแรกในปี 2548 และจัดการประกวดต่อเนื่องมาในปี 2550, 2551, 2557, 2559, 2560 ตามลำดับ จากผลสำเร็จในภาพรวมของโครงการตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงปัจจุบันมีผู้ส่งผลงานเข้าประกวดทั้งหมดรวมทั้งสิ้น 455 ผลงาน และมีผู้รับรางวัลรวมถึง 87 รางวัล สามารถกระตุ้นให้ผู้ประกอบการด้านอสังหาริมทรัพย์เข้ามามีส่วนร่วมเกินกว่า 98 ราย&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b9%8c%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99/">บ้านอนุรักษ์พลังงาน ทางเลือกใหม่ของคนอยากมีบ้านอยู่อาศัยแบบประหยัดพลังงาน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ท่ามกลางสภาวะโลกร้อนและการขาดแคลนพลังงานอันเป็นปัญหาสำคัญที่ทั่วโลกต่างเผชิญอยู่อย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ การประหยัดพลังงานและการมองหาพลังงานทดแทนหรือการใช้พลังงานสะอาด เป็นสิ่งที่จะช่วยรักษาโลกของเราให้มีสภาวะดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ นี่จึงเป็นภารกิจเร่งด่วนที่ทุกคนต่างต้องตระหนักให้ความสำคัญ ซึ่งบ้านเรือนที่อยู่อาศัยของทุกคน นับเป็นจุดเริ่มต้นแห่งความใส่ใจในเรื่องพลังงาน</strong><span id="more-4207"></span></p>
<p><span style="color: #000080;"><strong>กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน</strong></span> ได้ให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์พลังงานในบ้านอยู่อาศัย ที่ถือเป็นสิ่งพื้นฐานในการดำรงชีวิตของประชาชน และดำเนินการส่งเสริมให้บ้านอยู่อาศัยสามารถประหยัดพลังงานอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งหวังให้ผู้ประกอบการมีความรู้ความเข้าใจ และสามารถนำแนวคิดดังกล่าวไปประยุกต์ใช้ในการสร้างบ้านประหยัดพลังงานสู่ผู้บริโภค จึงได้ริเริ่มจัดการประกวดบ้านจัดสรรอนุรักษ์พลังงานดีเด่นขึ้นครั้งแรกในปี 2548 และจัดการประกวดต่อเนื่องมาในปี 2550, 2551, 2557, 2559, 2560 ตามลำดับ</p>
<p>จากผลสำเร็จในภาพรวมของโครงการตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงปัจจุบันมีผู้ส่งผลงานเข้าประกวดทั้งหมดรวมทั้งสิ้น 455 ผลงาน และมีผู้รับรางวัลรวมถึง 87 รางวัล สามารถกระตุ้นให้ผู้ประกอบการด้านอสังหาริมทรัพย์เข้ามามีส่วนร่วมเกินกว่า 98 ราย โดยการประกวดในช่วงปีแรกมุ่งเน้นประเภทแบบบ้านเป็นหลัก</p>
<p>ต่อมาในปี 2551 เป็นต้นมา ได้เพิ่มการประกวดประเภทโครงการบ้านจัดสรรโดยมีหลักเกณฑ์การตัดสินที่พิจารณา ทั้งในเรื่องการออกแบบทางวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม รวมถึงการจัดการสภาพแวดล้อมซึ่งล้วนมีผลต่อการประหยัดพลังงานทั้งสิ้น ความสำเร็จและผลตอบรับจากการประกวดที่ผ่านมาช่วยส่งเสริม และกระตุ้นให้ผู้ประกอบการบ้านจัดสรรและธุรกิจรับสร้างบ้านเห็นความสำคัญ ในการออกแบบบ้านประหยัดพลังงานเพิ่มมากขึ้นโดยลำดับ เห็นได้จากโครงการบ้านจัดสรรต่างๆ ได้เริ่มมีการสร้างจุดขายเรื่องบ้านประหยัดพลังงานมากขึ้น และมีการเผยแพร่ความรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับวิธีในการเลือกซื้อบ้านไปพร้อมกันด้วย</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/01/Energysaving3.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-4210 size-full" src="http://greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/01/Energysaving3.jpg" alt="การประกวดบ้านจัดสรรอนุรักษ์พลังงานดีเด่นในปี 2561" width="768" height="512" data-id="4210" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/01/Energysaving3.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/01/Energysaving3-300x200.jpg 300w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></a></p>
<p>สำหรับ<strong>การประกวดบ้านจัดสรรอนุรักษ์พลังงานดีเด่นในปี 2561</strong> นี้ ได้มีผู้ส่งผลงานเข้าประกวดทั้งสิ้นจำนวน 120 ผลงาน แบ่งเป็นประเภทบ้านเดี่ยวและทาวน์เฮาส์ จำนวน 100 แบบ และประเภทโครงการจัดสรร จำนวน 20 โครงการ ผลการตัดสินมีผู้ได้รับรางวัลทั้งสิ้น 25 รางวัล ประกอบด้วยรางวัลประเภทบ้าน 22 รางวัลและรางวัลประเภทโครงการจัดสรร 3 รางวัล โดยในการพิจารณาตัดสินได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงานต่างๆ</p>
<p>ซึ่งเมื่อไม่นานมานี้ กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) ก็ได้จัดให้มีการมอบโล่รางวัลเกียรติยศให้กับผู้ได้รับรางวัล จำนวน 25 รางวัล จากการประกวดบ้านจัดสรรอนุรักษ์พลังงานดีเด่น ปี 2561 โดย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ศิริ จิระพงษ์พันธ์ เป็นประธาน ณ ห้อง MAYFAIR BALLROOM A ชั้น 11 THE BERKELEY HOTEL PRATUNAM</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/01/Energysaving4.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-4211 size-full" src="http://greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/01/Energysaving4.jpg" alt="ศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน" width="768" height="512" data-id="4211" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/01/Energysaving4.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/01/Energysaving4-300x200.jpg 300w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></a></p>
<p><span style="color: #000080;"><strong>ศิริ จิระพงษ์พันธ์</strong></span> <strong>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน</strong> กล่าวว่า ปัจจุบันมีการเติบโตในภาคที่อยู่อาศัยอย่างต่อเนื่อง และมีสัดส่วนการใช้พลังงานประมาณร้อยละ 15 ของการใช้พลังงานของประเทศ ซึ่งหากกล่าวในเรื่องของพลังงานแล้ว ถือเป็นหน้าที่ของกระทรวงพลังงานในการจัดหาและส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ การใช้พลังงานในบ้านอยู่อาศัยนั้น เกิดจากองค์ประกอบหลายส่วนไม่ว่าจะเป็นการใช้อุปกรณ์อำนวยความสะดวกต่างๆ การปรับสภาพแวดล้อมที่ดีในการอยู่อาศัย เช่น การใช้เครื่องปรับอากาศ โดยเฉพาะประเทศไทยที่อยู่ในภูมิอากาศเขตร้อนชื้น จึงต้องคำนึงถึงวิธีการทำให้บ้านเย็นสบาย ซึ่งคนส่วนใหญ่มักจะคิดถึงการติดตั้งเครื่องปรับอากาศเป็นอันดับแรก ทำให้บ้านต้องใช้พลังงานมากโดยเฉพาะพลังงานไฟฟ้าและกลายเป็นภาระค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนด้วย แต่โดยแท้จริงแล้ว การสร้างบ้านให้อยู่สบายสามารถทำได้โดยไม่ต้องพึ่งพาระบบปรับอากาศมากเกินไป โดยเริ่มตั้งแต่การออกแบบบ้านที่ถูกต้อง การจัดวางตำแหน่งและทิศทางให้เหมาะสมกับภูมิอากาศและสภาพแวดล้อม มีการใช้ประโยชน์จากลมและแสงธรรมชาติ การเลือกใช้วัสดุที่ช่วยประหยัดพลังงาน เช่น ฉนวนกันความร้อน สิ่งเหล่านี้นำไปสู่แนวคิดเรื่องบ้านประหยัดพลังงาน ซึ่งเป็นบ้านที่มีความน่าอยู่และลดการใช้พลังงานลงด้วย เพราะบ้านประหยัดพลังงานจะสามารถลดการใช้พลังงานลงได้ถึง 20% ขึ้นไป และสามารถคืนทุนได้ภายใน 3-5 ปี</p>
<p>“กระทรวงพลังงานเองมีความมุ่งมั่นที่จะดำเนินการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ในบ้านอยู่อาศัยอย่างต่อเนื่อง และส่งเสริมกิจกรรมเรื่องบ้านให้มีความหลากหลาย ซึ่งภายหลังจากการมอบรางวัลบ้านจัดสรรอนุรักษ์พลังงานดีเด่นในวันนี้แล้ว จะได้มีการประชาสัมพันธ์เผยแพร่ผลงานของท่านทั้งหลายให้ประชาชนได้ทราบในวงกว้างต่อไป” ศิริกล่าว</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/01/Energysaving5.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-4212 size-full" src="http://greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/01/Energysaving5.jpg" alt="บ้านจัดสรรอนุรักษ์พลังงาน" width="900" height="600" data-id="4212" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/01/Energysaving5.jpg 900w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/01/Energysaving5-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/01/Energysaving5-768x512.jpg 768w" sizes="(max-width: 900px) 100vw, 900px" /></a></p>
<table style="border: 5px solid #6cb742;" width="100%">
<tbody>
<tr valign="middle">
<td style="vertical-align: middle; padding: 10px;">
<h3><span style="color: #6cb742;">การออกแบบบ้านประหยัดพลังงาน</span></h3>
<p>บ้านประหยัดพลังงาน เป็นอีกแนวทางหนึ่งในการช่วยอนุรักษ์ สภาพแวดล้อมทางธรรมชาติเป็นการใช้ประโยชน์จากพลังงานที่มีอยู่อย่างจำกัด และเป็นพลังงานที่ไม่สามารถทดแทนกันได้อยางคุ้มค่า โดยที่ยังตอบสนองความต้องการ และค่านิยมของยุคปัจจุบันได้อย่างสมบูรณ์ โดยมุ่งเน้นการศึกษาวิเคราะห์แนวความคิดในการประยุกต์ใช้สภาพแวดล้อม ของภูมิอากาศแบบร้อนขึ้นมาช่วยผสมผสานกับเทคโนโลยียุคใหม่ และองค์ประกอบอื่นที่เกี่ยวข้อง แล้วนำมาสร้างเป็นสถาปัตยกรรมที่เหมาะสมกับเขตร้อนชื้นของประเทศไทยเรา ด้วยกรรมวิธีที่ทำให้สามารถประยัดพลังงานได้มากกว่าบ้านทั่วไปหลายเท่า โดยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและราคาไม่แพงไปกว่าบ้านที่มีคุณภาพใกล้เคียงกัน</p>
<h3><span style="color: #6cb742;">แนวความคิดในการออกแบบบ้านประหยัดพลังงาน</span></h3>
<p>1. การเลือกใช้ตัวแปรที่เกี่ยวข้องกับที่ตั้งอาคาร คือการใช้ตัวแปรต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับที่ตั้งอาคารเพื่อทำให้สภาพแวดล้อมของบ้านเย็นลงกว่าเดิม</p>
<p>2. การเลือกที่ตั้งและทิศทางของอาคาร คือการสร้างสรรค์สภาพแวดล้อมให้เย็นเพื่อลดความแตกต่างระหว่างอุณหภูมิภายในและภายนอก ซึ่งก็คือให้ตัวบ้านสามารถสกัดกั้นความร้อนจากภายนอกได้มากที่สุด ซึ่งรวมถึงการออกแบบช่องเปิดและการควบคุมการรั่วซึมของอากาศ</p>
<p>3. การพิจารณาออกแบบและเลือกระบบเปลือกอาคาร คือการเลือกระบบผนังที่สามารถป้องกันความร้อนและความชื้นได้ดี เพราะวัสดุแต่ละชนิดที่ใช้เมื่อนำมาวิเคราะห์แล้วจะพบว่ามีความแตกต่างกันมาก</p>
<p>4. การพิจารณาเลือกระบบที่มาใช้ภายในอาคาร คือการเลือกสรรวัสดุที่มีค่ากักเก็บความร้อนและความชื้นน้อย เช่น วัสดุผิวมัน วัสดุที่มีน้ำหนักเบา ไป พร้อมกับการเลือกใช้เครื่องเรือนเท่าที่จำเป็นและเลือกใช้ชนิดที่มีน้ำหนักเบาและไม่ดูดความชื้นด้านอุปกรณ์ควรใช้ที่มีประสิทธภาพสูงและใช้พลังงานน้อย</p>
<p>5. อาคารที่พึงปรารถนา โดยตัวบ้านที่ออกแบบตามแนวคิดข้างต้นก็ยังไม่สามารถควบคุมสภาวะแวดล้อมภายในได้อย่างสมบูรณ์ ซึ่งอาจหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ต้องใช้เครื่องปรับอากาศ แต่การออกแบบบ้านตามแนวคิดดังกล่าวก็จะใช้เครื่องปรับอากาศเพียงเล็กน้อยเท่านั้น</p>
<h3><span style="color: #6cb742;">ประโยชน์ของการออกแบบบ้านประหยัดพลังงาน</span></h3>
<p>&#8211; ลดภาระของระบบปรับอากาศภายในบ้าน<br />
&#8211; ส่งเสริมให้มีการอนุรักษ์และใช้พลังงานอย่างคุ้มค่า เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด<br />
&#8211; สามารถควบคุมสภาพแวดล้อมให้อยู่ในเขตสบายตามความต้องการ ก่อให้เกิดคุณภาพชีวิตที่ดีต่อผู้อยู่อาศัย</td>
</tr>
</tbody>
</table>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b9%8c%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99/">บ้านอนุรักษ์พลังงาน ทางเลือกใหม่ของคนอยากมีบ้านอยู่อาศัยแบบประหยัดพลังงาน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b9%8c%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Factory 4.0 สนับสนุนเทคโนโลยีดิจิตอล ตั้งเป้าลดการใช้พลังงาน 1,000 ล้านบาท ภายใน 5 ปี</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/factory-4-0-%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b9%82%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b8%b5%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%88/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/factory-4-0-%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b9%82%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b8%b5%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%88/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 25 Dec 2018 06:17:43 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Energy Saving]]></category>
		<category><![CDATA[Factory 4.0]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงอุตสาหกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[การอนุรักษ์พลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ความรู้ด้านพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ลดการใช้พลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[โรงงานอุตสาหกรรมประหยัดพลังงาน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://greennetworkthailand.com/?p=3580</guid>

					<description><![CDATA[<p>กระทรวงอุตสาหกรรมและกระทรวงพลังงานเผยผลสำเร็จ 7 โครงการหนุนการอนุรักษ์พลังงานในโรงงานอุตสาหกรรมประหยัดพลังงานได้กว่า 193 ล้านบาท/ปี เสริมความรู้ด้านพลังงานวิศวกรเพิ่มความเชี่ยวชาญตรวจสอบระบบไอน้ำให้ได้มาตรฐาน พร้อมขยายผลเพิ่มประสิทธิภาพยกระดับโรงงาน SMEs สู่ Factory 4.0 ตั้งเป้าลดการใช้พลังงาน 1,000 ล้านบาทภายใน 5 ปี ดร.สมชายหาญหิรัญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม  กล่าวว่าความร่วมมือระหว่าง กรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) กับ กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) ถือเป็นตัวอย่างที่ดีในการบูรณาการทำงานร่วมกันของหน่วยงานรัฐ ที่มีบทบาทหน้าที่สอดรับกันที่จะเป็นส่วนสำคัญในการเพิ่มพลังในการขับเคลื่อนงานของภาครัฐ กระทรวงอุตสาหกรรมเชื่อว่าการสร้างความเข้มแข็งให้กับภาคอุตสาหกรรมในแนวทาง Factory 4.0 และ&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/factory-4-0-%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b9%82%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b8%b5%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%88/">Factory 4.0 สนับสนุนเทคโนโลยีดิจิตอล ตั้งเป้าลดการใช้พลังงาน 1,000 ล้านบาท ภายใน 5 ปี</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><b>กระทรวงอุตสาหกรรมและกระทรวงพลังงานเผยผลสำเร็จ 7 โครงการหนุนการอนุรักษ์พลังงานในโรงงานอุตสาหกรรมประหยัดพลังงานได้กว่า 193 ล้านบาท/ปี เสริมความรู้ด้านพลังงานวิศวกรเพิ่มความเชี่ยวชาญตรวจสอบระบบไอน้ำให้ได้มาตรฐาน พร้อมขยายผลเพิ่มประสิทธิภาพยกระดับโรงงาน SMEs สู่ Factory 4.0 ตั้งเป้าลดการใช้พลังงาน 1,000 ล้านบาทภายใน 5 ปี</b><span id="more-3580"></span></p>
<p><a href="http://greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2018/12/41017.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-3583 size-large" src="http://greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2018/12/41017-1024x683.jpg" alt="" width="640" height="427" data-id="3583" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2018/12/41017-1024x683.jpg 1024w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2018/12/41017-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2018/12/41017-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2018/12/41017.jpg 1567w" sizes="(max-width: 640px) 100vw, 640px" /></a></p>
<p><b>ดร.สมชายหาญหิรัญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม </b><span style="font-weight: 400;"> กล่าวว่าความร่วมมือระหว่าง กรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) กับ กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) ถือเป็นตัวอย่างที่ดีในการบูรณาการทำงานร่วมกันของหน่วยงานรัฐ ที่มีบทบาทหน้าที่สอดรับกันที่จะเป็นส่วนสำคัญในการเพิ่มพลังในการขับเคลื่อนงานของภาครัฐ กระทรวงอุตสาหกรรมเชื่อว่าการสร้างความเข้มแข็งให้กับภาคอุตสาหกรรมในแนวทาง Factory 4.0 และ Energy 4.0 ของกระทรวงพลังงาน จะสามารถนำพาให้อุตสาหกรรมไทยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจและก่อให้เกิดการเติบโตอย่างสมดุล</span></p>
<p><b>โดยการขับเคลื่อนตามกรอบแนวทาง 4 แนวทาง ประกอบด้วย</b></p>
<ol>
<li><span style="font-weight: 400;"> การเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานด้านความร้อนโดยมุ่งเน้นไปยังหม้อน้ำหรือ Boiler ที่เป็นเครื่องจักรหลักและเป็นต้นกำลังของกระบวนการผลิตในโรงงาน ซึ่งปัจจุบันในภาคอุตสาหกรรมมีหม้อน้ำกว่า 15,000 เครื่อง และมีการใช้พลังงานมากถึงร้อยละ 30 ของการใช้พลังงานในภาคอุตสาหกรรม อีกทั้งยังมีผลกระทบโดยตรงทั้งในแง่ ความปลอดภัย สิ่งแวดล้อม และพลังงาน</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;"> การขับเคลื่อน Factory 4.0 และเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในภาคอุตสาหกรรมโดยมุ่งเน้นการส่งเสริมสนับสนุนโรงงานติดตั้งใช้งานระบบตรวจติดตามอัตโนมัติ (smart monitoring) ระบบควบคุมอัตโนมัติ (smart control) ระบบการวิเคราะห์และการพยากรณ์ข้อมูล (data analytic and prediction) เพื่อทำให้อุปกรณ์เครื่องจักร และกระบวนการผลิตมีความแม่นยำ มีเสถียรภาพทำให้เกิดความปลอดภัยและเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานมากขึ้น</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;"> สร้างระบบมาตรฐานการจัดการเพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน (Energy optimization)มุ่งเน้นการสร้างมาตรฐาน หลักเกณฑ์ </span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">การตรวจวัด การประเมินระบบและอุปกรณ์เครื่องจักรหลักที่มีผลกระทบด้านความปลอดภัยและพลังงานสูงเพื่อเป็นเครื่องมือของโรงงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และวิศวกร รวมถึงเจ้าหน้าที่ภาครัฐในการกำกับดูแล</span></p>
<ol start="4">
<li><span style="font-weight: 400;"> การลดผลกระทบจากการส่งเสริมพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน โดยมุ่งเน้นการจัดการอย่างเป็นระบบ และการใช้หลักการเศรษฐกิจหมุนเวียน (circular economy) จัดการกับอุปกรณ์ วัสดุที่ไม่ใช้แล้วจากการประหยัดพลังงานและพลังงานทดแทนที่อาจส่งผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม เช่น solar cell และ lithium battery เป็นต้น</span></li>
</ol>
<p><b>นายทองชัย  ชวลิตพิเชฐ อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม</b><span style="font-weight: 400;">  เผยผลสำเร็จของการดำเนินโครงการเพื่อผลักดัน Factory 4.0 และ</span><span style="font-weight: 400;">เพิ่มประสิทธิภาพพลังงานให้กับโรงงาน โดยในปีงบประมาณ 2561 ได้ดำเนินงานทั้งสิ้น 7 โครงการ ภายใต้การสนับสนุนจากเงินกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน และบูรณาการทำงานร่วมกับ พพ. โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจำนวนทั้งสิ้น 97,527,290บาท </span><span style="font-weight: 400;">(เก้าสิบเจ็ดล้านห้าแสนสองหมื่นเจ็ดพันสองร้อยเก้าสิบบาทถ้วน) โดยแบ่งเป็นแนวทางโครงการเพื่อใช้ในการขับเคลื่อน ดังนี้</span></p>
<ol>
<li><b> แนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานด้านความร้อน</b></li>
</ol>
<ul>
<li><span style="font-weight: 400;">การขยายผลการเพิ่มประสิทธิภาพหม้อน้ำโดยวิศวกรด้านหม้อน้ำหรือวิศวกรพลังงาน </span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">ผลลัพธ์ที่ได้จากโครงการ</span><span style="font-weight: 400;">วิศวกรหม้อน้ำและวิศวกรพลังงานมีความรู้ความเข้าใจในเกณฑ์มาตรฐานและขั้นตอนในการตรวจทดสอบหม้อน้ำด้านประสิทธิภาพพลังงานและด้านความปลอดภัย138 คน จำนวนหม้อน้ำได้มีการตรวจวัดเชิงลึก 62 เครื่อง จาก 50 โรงงาน และนำสู่การขยายผลการใช้เกณฑ์มาตรฐานและขั้นตอนการตรวจประเมินประสิทธิภาพระบบไอน้ำไปสู่วงกว้าง </span><span style="font-weight: 400;">เกิดผลประหยัดพลังงาน</span><span style="font-weight: 400;">12,117 toe/ปี ลดการปล่อยก๊าซ CO</span><span style="font-weight: 400;">2</span><span style="font-weight: 400;">รวม 83,188 ton CO</span><span style="font-weight: 400;">2</span><span style="font-weight: 400;">/ปี และคิดเป็นเงิน71,854,246บาท/ปี</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">การเพิ่มประสิทธิภาพระบบไอน้ำสำหรับโรงไฟฟ้าชีวมวล </span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">ผลลัพธ์ที่ได้จากโครงการ</span><span style="font-weight: 400;">บุคลากรประจำโรงไฟฟ้าชีวมวลขนาดเล็กมากมีความรู้ความเข้าใจในเกณฑ์มาตรฐานและขั้นตอนในการตรวจทดสอบหม้อน้ำด้านประสิทธิภาพพลังงานและด้านความปลอดภัย133 คน จาก 10 โรงงาน และมีการจัดทำคู่มือการเพิ่มประสิทธิภาพโรงไฟฟ้าชีวมวลขนาดเล็กมาก </span><span style="font-weight: 400;">เกิดผลประหยัดพลังงาน</span><span style="font-weight: 400;"> 16,059 toe/ปี ลดการปล่อยก๊าซ CO</span><span style="font-weight: 400;">2</span><span style="font-weight: 400;">รวม 123,978 ton CO</span><span style="font-weight: 400;">2</span><span style="font-weight: 400;">/ปี และคิดเป็นเงิน63,635,847 บาท/ปี </span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;"><i><span style="font-weight: 400;">การยกระดับประสิทธิภาพพลังงานหม้อต้มที่ใช้ของเหลวเป็นสื่อนำความร้อนในภาคอุตสาหกรรม </span></i></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">ผลลัพธ์ที่ได้จากโครงการ</span><span style="font-weight: 400;">  บุคลากรที่เกี่ยวข้องได้รับการพัฒนาองค์ความรู้เกี่ยวกับการเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานและความปลอดภัย จำนวน 105 คน จาก 40 โรงงาน  และมีการจัดทำคู่มือสำหรับการขยายผลเพื่อปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานโดยการปรับแต่งการเผาไหม้ </span><span style="font-weight: 400;">เกิดผลประหยัดพลังงาน</span><span style="font-weight: 400;">   2,641 toe/ปี ลดการปล่อยก๊าซ CO</span><span style="font-weight: 400;">2</span><span style="font-weight: 400;">รวม 10,750 ton CO</span><span style="font-weight: 400;">2</span><span style="font-weight: 400;">/ปี และคิดเป็นเงิน 19,536,423 บาท/ปี</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;"><i><span style="font-weight: 400;">การพัฒนาประสิทธิภาพเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพหม้อน้ำสำหรับโรงงานขนาดกลางและขนาดย่อม </span><span style="font-weight: 400;">ผลลัพธ์ที่ได้จากโครงการ</span><span style="font-weight: 400;">พัฒนาหลักสูตรและการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการให้ผู้อบรมสามารถเลือกใช้งาน ปรับแต่ง บำรุงรักษาควบคุมและดำเนินการอนุรักษ์พลังงานในระบบการใช้พลังงานหลักด้านระบบหม้อน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ 300 คน จาก 54 โรงงาน </span></i></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">เกิดผลประหยัดพลังงาน</span><span style="font-weight: 400;">4,334 toe/ปี ลดการปล่อยก๊าซ CO</span><span style="font-weight: 400;">2</span><span style="font-weight: 400;">รวม 37,706 ton CO</span><span style="font-weight: 400;">2</span><span style="font-weight: 400;">/ปี และคิดเป็นเงิน20,864,527บาท/ปี</span></p>
<ol start="2">
<li><b> แนวทางการขับเคลื่อน Factory 4.0 และเทคโนโลยีดิจิทัล</b></li>
</ol>
<ul>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">การเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานความร้อนในโรงงานอุตสาหกรรมตามแนวทาง Factory 4.0ผ่านการใช้ระบบ Smart Boiler Monitoring System พร้อมสาธิตการติดตั้ง Economizer และ Air preheater โดยนำร่องในโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มต้นแบบ จำนวน</span>1 แห่ง บุคลากรที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มได้รับรู้และได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยี371 คน</li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">เกิดผลประหยัดพลังงาน</span><span style="font-weight: 400;">1,699 toe/ปี ลดการปล่อยก๊าซ CO</span><span style="font-weight: 400;">2</span><span style="font-weight: 400;">รวม 11,122 ton CO</span><span style="font-weight: 400;">2</span><span style="font-weight: 400;">/ปี และคิดเป็นเงิน4,747,404 บาท/ปี</span></p>
<ol start="3">
<li><b> แนวทางการสร้างระบบมาตรฐานการจัดการเพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน </b></li>
</ol>
<ul>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">การใช้กลไกการรับรองอุตสาหกรรมสีเขียว (Green Industry) </span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">ผลลัพธ์ที่ได้จากโครงการ</span><span style="font-weight: 400;">มีตัวแทนโรงงานอุตสาหกรรมเข้ามาร่วมในการแสดงข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมสีเขียว จำนวนกว่า 1,135 คน  โดยแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมมีผลลัพธ์ที่ได้ คือ 1) การใช้ระบบสารสนเทศเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการการขอรับรองอุตสาหกรรมสีเขียว  2) การกำหนดหลักปฏิบัติของการขอรับรองอุตสาหกรรมสีเขียวที่เหมาะสม 3) การกำหนดสิทธิประโยชน์ที่จูงใจ และ 4) ผลของการเข้าให้คำปรึกษาในการดำเนินมาตรการด้านพลังงาน สิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย จำนวน 21 แห่ง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เกิดผลประหยัดพลังงาน</span><span style="font-weight: 400;">316 toe/ปี ลดการปล่อยก๊าซ CO</span><span style="font-weight: 400;">2</span><span style="font-weight: 400;">รวม 1,852 ton CO</span><span style="font-weight: 400;">2</span><span style="font-weight: 400;">/ปี และคิดเป็นเงิน12,665,170บาท/ปี</span></p>
<ul>
<li><span style="font-weight: 400;">มาตรฐานประสิทธิภาพพลังงานของโรงงานอุตสาหกรรม (Factory Energy Code) </span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">ผลลัพธ์ที่ได้จากโครงการ</span><span style="font-weight: 400;">ได้ (ร่าง) มาตรฐานประสิทธิภาพพลังงานของโรงงานอุตสาหกรรม (Factory Energy Code, FEC) ของเครื่องจักร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">8 กลุ่ม ประกอบด้วย หม้อน้ำและหม้อต้มน้ำร้อน ระบบปรับอากาศ มอเตอร์ เครื่องอัดอากาศ ระบบส่งจ่ายอากาศอัด ฉนวนหุ้มระบบส่งจ่ายไอน้ำ ระบบส่งจ่ายไอน้ำ และ ระบบส่งจ่ายน้ำ</span><span style="font-weight: 400;">สรุปศักยภาพผลประหยัดพลังงาน</span><span style="font-weight: 400;">  จากการตรวจวัดในอุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพต่ำกว่าเกณฑ์กำหนดอยู่ 22.16% และผลการดำเนินการแนะนำมาตรการประหยัดพลังงานจำนวนมาตรการที่เกิดขึ้น 39 มาตรการแบ่งเป็นมาตรการด้านไฟฟ้าจำนวน 33 มาตรการ และมาตรด้านความร้อนจำนวน 6 มาตรการ ศักยภาพในการอนุรักษ์พลังงานรวมทั้งสิ้น 1,486.09 toe/ปี คิดเป็นเงินที่ประหยัดได้ 26,821,85.89 บาท/ปี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ตามเป้าหมายของความร่วมมือฯ ในการดำเนินงาน 5 ปี ที่ตั้งเป้าเกิดผลประหยัดไม่น้อยกว่า 100 ktoeหรือประหยัดเงินได้ </span><span style="font-weight: 400;">1,000 ล้านบาท และจากผลการดำเนินการในปี 2561 เป็นที่น่าเชื่อมั่นว่าความร่วมมือระหว่าง กรอ.  และ พพ. จะผลักดันในเกิดความสำเร็จได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้”นายทองชัยฯ กล่าว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การสัมมนาเผยแพร่ผลสำเร็จของโครงการความร่วมมือระหว่าง กรอ. กับ พพ. ในการขับเคลื่อน และเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานในภาคอุตสาหกรรมภายใต้กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ปีงบประมาณ 2561 จัดขึ้นเมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2561 ณ ห้องมิราเคิลแกรนด์บอลรูม ชั้น 4  โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพฯได้รับเกียรติจาก ดร.สมชาย หาญหิรัญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานเปิดงานสัมมนาและปาฐกถาพิเศษ โดยมีนายประพนธ์ วงษ์ท่าเรือ ผู้ตรวจราชการกระทรวงพลังงาน นายยงยุทธจันทรโรทัย อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน และนายทองชัย  ชวลิตพิเชฐ อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม ร่วมการบรรยายพิเศษ</span></p>
<p><a href="http://greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2018/12/41010.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-3581 size-large" src="http://greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2018/12/41010-1024x683.jpg" alt="" width="640" height="427" data-id="3581" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2018/12/41010-1024x683.jpg 1024w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2018/12/41010-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2018/12/41010-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2018/12/41010.jpg 1567w" sizes="(max-width: 640px) 100vw, 640px" /></a></p>
<p><a href="http://greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2018/12/41032.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-3584 size-large" src="http://greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2018/12/41032-1024x683.jpg" alt="" width="640" height="427" data-id="3584" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2018/12/41032-1024x683.jpg 1024w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2018/12/41032-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2018/12/41032-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2018/12/41032.jpg 1567w" sizes="(max-width: 640px) 100vw, 640px" /></a></p>
<p><b>หมายเหตุ</b><span style="font-weight: 400;">: ผลการดำเนินงานทั้ง 7 โครงการ เกิดผลการประหยัดพลังงานรวมทุกโครงการ ดังนี้</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">ประหยัดพลังงาน (ไฟฟ้าและเชื้อเพลิง)</span> <span style="font-weight: 400;">37,166</span> <span style="font-weight: 400;">ตันเทียบเท่าน้ำมันดิบ/ปี</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์รวม  </span> <span style="font-weight: 400;">268,596  </span> <span style="font-weight: 400;">ตันคาร์บอนไดออกไซต์เทียบเท่า/ปี</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">คิดเป็นเงินที่ประหยัดได้รวม</span> <span style="font-weight: 400;">193,303,617</span> <span style="font-weight: 400;">บาท/ปี</span></li>
</ul>
<hr />
<p>Source: นิตยสาร Green Network ฉบับที่ 91 มกราคม-กุมภาพันธ์ 2562 คอลัมน์ ENERGY Saving โดย Mr.Save</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/factory-4-0-%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b9%82%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b8%b5%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%88/">Factory 4.0 สนับสนุนเทคโนโลยีดิจิตอล ตั้งเป้าลดการใช้พลังงาน 1,000 ล้านบาท ภายใน 5 ปี</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/factory-4-0-%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b9%82%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b8%b5%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%88/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>โครงการนำร่อง T77 ต้นแบบชุมชนพลังงานสีเขียวอัจฉริยะ</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%99%e0%b8%b3%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87-t77-%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%8a%e0%b8%b8-2/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%99%e0%b8%b3%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87-t77-%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%8a%e0%b8%b8-2/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 17 Oct 2018 09:31:30 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Energy Saving]]></category>
		<category><![CDATA[การติดตั้งโซลาร์รูฟท็อฟบนหลังคาบ้าน]]></category>
		<category><![CDATA[การติดตั้งโซลาเซลส์]]></category>
		<category><![CDATA[การแลกเปลี่ยนซื้อขายไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[บัณฑิต สะเพียรชัย]]></category>
		<category><![CDATA[บีซีพีจี]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์]]></category>
		<category><![CDATA[อุทัย อุทัยแสงสุข]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยีบล็อกเชน]]></category>
		<category><![CDATA[แสนสิริ]]></category>
		<category><![CDATA[โซลาร์รูฟท็อป]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://greennetworkthailand.com/?p=1812</guid>

					<description><![CDATA[<p>เป็นเรื่องราวที่ผลักดันกันมานานในประเทศไทย สำหรับเรื่องของการติดตั้งโซลาร์เซลล์ เพื่อผลิตไฟฟ้าใช้เอง รวมไปถึงการแลกเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าระหว่างผู้ที่ผลิตเหลือใช้ และผลิตไม่พอใช้ ซึ่งล่าสุดบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แนวหน้าของไทย อย่าง แสนสิริ ก็ได้เริ่มบุกเบิกโครงการดังกล่าวอย่างเป็นรูปธรรมแล้ว โดยจับมือกับ บีซีพีจี ผู้นำในธุรกิจพลังงานหมุนเวียนในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เริ่มใช้ระบบแลกเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้ารูปแบบใหม่แบบเพียร์ทูเพียร์ (Peer-to-Peer) ด้วยการทำธุรกรรมโดยใช้เทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain) ในโครงการที่พักอาศัยที่ใหญ่ที่สุดในโลกและเป็นครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยนำร่องระบบแลกเปลี่ยนพลังงานที่โครงการทาวน์สุขุมวิท 77 หรือ T77 ก่อนจะเริ่มมีการซื้อขายอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา นับเป็นการประสานความร่วมมือระหว่างพันธมิตรระดับกลยุทธ์ในการผสานความเชี่ยวชาญข้ามอุตสาหกรรมของภาคเอกชนในระดับมหภาค ระหว่างผู้นำในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และพลังงานทดแทนของไทย ภายใต้ยุทธศาสตร์การบริหารจัดการพลังงานเพื่ออนาคต (Energy management for the&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%99%e0%b8%b3%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87-t77-%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%8a%e0%b8%b8-2/">โครงการนำร่อง T77 ต้นแบบชุมชนพลังงานสีเขียวอัจฉริยะ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เป็นเรื่องราวที่ผลักดันกันมานานในประเทศไทย สำหรับเรื่องของการติดตั้งโซลาร์เซลล์ เพื่อผลิตไฟฟ้าใช้เอง รวมไปถึงการแลกเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าระหว่างผู้ที่ผลิตเหลือใช้ และผลิตไม่พอใช้ ซึ่งล่าสุดบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แนวหน้าของไทย อย่าง แสนสิริ ก็ได้เริ่มบุกเบิกโครงการดังกล่าวอย่างเป็นรูปธรรมแล้ว โดยจับมือกับ บีซีพีจี ผู้นำในธุรกิจพลังงานหมุนเวียนในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เริ่มใช้ระบบแลกเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้ารูปแบบใหม่แบบเพียร์ทูเพียร์ (Peer-to-Peer) ด้วยการทำธุรกรรมโดยใช้เทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain) ในโครงการที่พักอาศัยที่ใหญ่ที่สุดในโลกและเป็นครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยนำร่องระบบแลกเปลี่ยนพลังงานที่โครงการทาวน์สุขุมวิท 77 หรือ T77 ก่อนจะเริ่มมีการซื้อขายอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา</strong></p>
<p><span id="more-1812"></span><br />
นับเป็นการประสานความร่วมมือระหว่างพันธมิตรระดับกลยุทธ์ในการผสานความเชี่ยวชาญข้ามอุตสาหกรรมของภาคเอกชนในระดับมหภาค ระหว่างผู้นำในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และพลังงานทดแทนของไทย ภายใต้ยุทธศาสตร์การบริหารจัดการพลังงานเพื่ออนาคต (Energy management for the future) ด้วยการสร้างปรากฏการณ์เปลี่ยน Consumer เป็น “Prosumer” ยุคแห่งการผลิตโดยผู้บริโภคซึ่งคนไทยสามารถเป็นทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภคพลังงานสะอาดจากพลังงานไฟฟ้าทดแทน อีกทั้งยังสามารถขายพลังงานส่วนเกินที่ผลิตได้ให้กับสมาชิกในชุมชน พร้อมมุ่งเดินหน้าสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของการพัฒนาแนวทางการอยู่อาศัยอย่างยั่งยืน (Green Sustainable Living) รวมทั้งการความยั่งยืนในการใช้พลังงานทดแทนในประเทศไทยไปอีกขั้น คาดว่าจะสามารถลดต้นทุนค่าไฟฟ้าและลดการส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการลดคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าการปลูกป่าถึง 400 ไร่ ตามแนวคิด Low Cost-Low Carbon ด้วยกำลังการผลิตพลังงานสะอาดถึง 20% ของปริมาณไฟฟ้าที่ใช้ทั้งหมดในโครงการ T77 ซึ่งคาดว่าไฟฟ้าสะอาดทุกหน่วยที่ผลิตได้จะช่วยประหยัดค่าไฟต่อหน่วยให้ลูกบ้านแสนสิริได้ถึง 15% พร้อมเผยแผนการระยะยาวในการนำไปใช้ในโครงการอสังหาริมทรัพย์ของแสนสิริกว่า 20 โครงการภายในปี ค.ศ. 2018 ภายใต้แผน พัฒนาชุมชนพลังงานสีเขียวอัจฉริยะ (Smart Green Energy Community)</p>
<p><strong><span style="color: #000080;">อุทัย อุทัยแสงสุข</span></strong> <strong>ประธานผู้บริหารสายงานปฏิบัติการบริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)</strong> กล่าวว่า “แสนสิริมุ่งมั่นและให้ความสำคัญกับการสร้างชุมชนที่พักอาศัยอย่างยั่งยืนภายใต้แนวทางที่ชาญฉลาด เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และประหยัดพลังงาน (Green Sustainable Living) ด้วยการแสวงหาเทคโนโลยีเพื่อสิ่งแวดล้อมใหม่ๆ อย่างไม่หยุดยั้ง ซึ่งถือได้ว่าเป็นวาระสำคัญในการดำเนินธุรกิจของแสนสิริมาอย่างยาวนาน โดยหนึ่งในเป้าหมายของแสนสิริคือการนำพลังงานทดแทนมาใช้ในทุกโครงการ ภายใต้ยุทธศาสตร์การบริหารจัดการพลังงานเพื่ออนาคต (Energy management for the future) ประกอบกับในปัจจุบันเทคโนโลยีการผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคากำลังได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย เราจึงได้ริเริ่มนำระบบการผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ไปติดตั้งในหลายๆ โครงการที่กำลังก่อสร้างอยู่</p>
<p>การจับมือกับบีซีพีจีในฐานะพันธมิตรระดับกลยุทธ์ (Strategic partnership) ในครั้งนี้ นับเป็นการผลักดันวาระ Green Sustainable Living ของแสนสิริให้ก้าวล้ำไปอีกระดับ ด้วยการวางระบบพลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์แบบเพียร์ทูเพียร์ (Peer-to-Peer) โดยใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนในที่พักอาศัย ที่เราคัดสรรระบบที่เหมาะสำหรับแต่ละคอนโดมิเนียมและบ้านเดี่ยวกว่า 20 โครงการ โดยนับเป็นครั้งแรกของอีกขั้นในการพัฒนานวัตกรรมด้านพลังงานสำหรับโครงการที่พักอาศัยทั้งในประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นการแลกเปลี่ยนพลังงานผ่านระบบบล็อกเชนที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งการปฏิวัติระบบการจัดจำหน่ายพลังงานในครั้งนี้จะช่วยสร้างประสบการณ์ในการพักอาศัยที่มีความยั่งยืนให้กับลูกบ้านของแสนสิริ โดยมีไฮไลท์สำคัญคือการที่ลูกบ้านจะได้เป็นผู้ผลิตและผู้บริโภคในเวลาเดียวกันในฐานะ Prosumer เป็นครั้งแรก ทำให้เราสามารถสร้างระบบการแลกเปลี่ยนใหม่ในตลาดพลังงานที่ก้าวข้ามข้อจำกัดเดิมๆ โดยประโยชน์ที่จะเกิดอย่างชัดเจนแก่ลูกบ้านแสนสิริที่อาศัยในโครงการที่มีการวางระบบนี้คือ สามารถประหยัดค่าไฟฟ้า โดยไฟฟ้าสะอาดทุกหน่วยที่ผลิตได้จะช่วยประหยัดค่าไฟต่อหน่วยได้ถึง 15% และยังสร้างความภูมิใจให้ลูกบ้านจากการมีส่วนร่วมในดูแลสิ่งแวดล้อมโดยการลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์จากกำลังการผลิตพลังงานสะอาดถึง 20% ของปริมาณกระแสไฟฟ้าที่ใช้ทั้งหมดในโครงการ T77 ช่วยลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 530 ตันต่อปีโดยประมาณ หรือเท่ากับการปลูกป่าจำนวน 400 ไร่”</p>
<p><strong>บีซีพีจี</strong>และ<strong>แสนสิริ</strong>ได้ติดตั้งระบบแลกเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ผ่านเทคโนโลยีบล็อกเชนแล้วที่โครงการทาวน์สุขุมวิท 77 (Town Sukhumvit 77) หรือ ที 77 (T77) ซึ่งเป็นโครงการเมกะโปรเจ็กต์ (Mega Project) ของแสนสิริที่ประกอบด้วยที่พักอาศัยหลากหลายรูปแบบและไลฟ์สไตล์ฮับที่สมบูรณ์แบบบนพื้นที่กว่า 50 ไร่ในใจกลางสุขุมวิท 77 และเริ่มมีการซื้อขายอย่างเป็นทางการในเดือนกันยายน โดยระบบพลังงานเซลล์แสงอาทิตย์บนหลังคามีกำลังการผลิตติดตั้ง 635 กิโลวัตต์ แบ่งสัดส่วนการใช้เป็น 54 กิโลวัตต์ สำหรับฮาบิโตะมอลล์ (Habito Mall) ซึ่งเป็นไลฟ์สไตล์คอมมูนิตี้มอลล์ภายในโครงการ 413 กิโลวัตต์สำหรับโรงเรียนนานาชาติบางกอกเพรพ (Bangkok Prep International School) และ 168 กิโลวัตต์ สำหรับพาร์ค คอร์ท คอนโดมิเนียม (Park Court Condominium) รวมถึงโรงพยาบาลฟันที่เข้าร่วมเป็นสมาชิกในการแลกเปลี่ยนพลังงานภายในโครงการ นอกจากนั้น ยังติดตั้งระบบนี้ในโรงงานผลิตแผ่นคอนกรีตสำเร็จรูปของแสนสิริด้วยกำลังการผลิตกระแสไฟฟ้า 150 กิโลวัตต์ โดยภายในปี 2564 แสนสิริมีแผนที่ติดตั้งระบบแลกเปลี่ยนซื้อขายพลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ผ่านอินเทอร์เน็ตในโครงการใหม่ๆ กว่า 31 โครงการ และมีกำลังการผลิตกระแสไฟฟ้ารวม 2 เมกะวัตต์</p>
<p><span style="color: #000080;"><strong>บัณฑิต สะเพียรชัย</strong></span> <strong>กรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน)</strong> กล่าวว่า “ในฐานะผู้นำในธุรกิจพลังงานหมุนเวียนในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก บีซีพีจีมุ่งมั่นสร้างอนาคตที่ยั่งยืนทางพลังงานร่วมกับพันธมิตรต่างๆ โดยนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ชาญฉลาดมาใช้ในการบริหารจัดการไฟฟ้าให้มีประสิทธิภาพสูงสุดเริ่มต้นจากโครงการนำร่องแลกเปลี่ยนซื้อขายไฟฟ้าทางอินเทอร์เน็ตที่โครงการที 77 (T77) ร่วมกับแสนสิริ และพาวเวอร์ เล็ดเจอร์ ผู้บุกเบิกแพลตฟอร์มการแลกเปลี่ยนพลังงานทดแทนระดับโลกจากออสเตรเลีย ซึ่งเราเริ่มซื้อขายจริงในเดือนกันยายนหลังจากช่วงนำร่อง ถือเป็นก้าวแรกของเราในโครงการที่พักอาศัยของประเทศไทย และเป็นการเปิดใช้แพลตฟอร์มแลกเปลี่ยน-ซื้อขายพลังงานในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ส่งผลให้ลูกบ้านแสนสิริกลายเป็นทั้งผู้บริโภคและผู้ผลิตไฟฟ้าหรือ Prosumer สามารถซื้อขายกระแสไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดที่เหลือใช้ผ่านอินเทอร์เน็ตให้แก่ผู้ร่วมโครงการ โดยจะช่วยประหยัดค่าไฟได้ประมาณ 15% ของค่าไฟฟ้าในปัจจุบัน”</p>
<p>ข้อดีของการนำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาใช้ คือช่วยให้เกิดการแลกเปลี่ยน-ซื้อขายพลังงานไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานสะอาดแบบเรียลไทม์ผ่านเครือข่ายแบบเพียร์ทูเพียร์ (Peer-to-Peer) ผ่านแพลตฟอร์มที่มีความปลอดภัย รวดเร็ว โปร่งใส และปราศจากข้อผิดพลาดในการทำธุรกรรมโดยไม่ต้องมีคนกลาง ด้วยราคาที่ถูกลงและช่วยลดมลภาวะด้วยการใช้พลังงานสะอาด ตามแนวคิด Low Cost, Low Carbon ในโครงการนำร่องที่ T77 นี้ มีผู้ร่วมโครงการ 4 อาคาร โดยมีระบบกักเก็บพลังงานหรือแบตเตอรี่ภายในโครงการ และการเชื่อมโยงกับสายส่งของการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ซึ่งแต่ละรายมีพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้า (Load Profile) และศักยภาพในการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ที่แตกต่างกัน</p>
<p>โดยในเบื้องต้น ไฟฟ้าที่ผลิตได้จาก<strong>โซลาร์รูฟท็อป</strong>ในแต่ละอาคาร จะนำไปใช้ภายในอาคาร เพื่อให้แต่ละอาคารสามารถใช้ไฟฟ้าในต้นทุนที่ต่ำกว่าไฟฟ้าที่เคยซื้ออยู่ ในกรณีที่มีไฟฟ้าส่วนเกินจากการผลิตใช้ภายในอาคาร แต่ละอาคารสามารถนำไฟฟ้านั้นแลกเปลี่ยนกันภายในแพลตฟอร์ม โดยภายในหนึ่งเสี้ยววินาทีนั้น สามารถเกิดสถานการณ์การใช้และการผลิตไฟฟ้าได้หลายรูปแบบ ทั้งอาคารก็จะผลิตได้เกินความต้องการ หรืออาคารที่ผลิตได้ไม่เพียงพอกับความต้องการ สำหรับในกรณีที่ไฟฟ้าที่ผลิตได้มีมากกว่าความต้องการที่ใช้เอง ระบบก็จะนำไฟส่วนเกินขายให้ผู้ใช้รายอื่นด้วยระบบ P2P หากยังมีเหลืออีกก็จะขายให้ระบบกักเก็บพลังงาน (Energy Storage) เพื่อเก็บไว้ขายในเวลาอื่นๆ และหากระบบกักเก็บเต็ม ไฟฟ้าก็จะถูกส่งขายเข้าระบบของ กฟน. ทั้งนี้ ในกรณีที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงกว่าที่สามารถผลิตได้ ระบบก็จะทำการซื้อจากระบบ P2P จากระบบกักเก็บพลังงาน และจาก กฟน. ตามลำดับ</p>
<p>การดำเนินการทั้งหมดนี้ เกิดขึ้นได้โดยเทคโนโลยีบล็อกเชนที่นำมาใช้เพื่อประมวลผลถึงความเหมาะสมในการกำหนดผู้ซื้อและผู้ขายในความถี่ระดับเสี้ยววินาทีโดยสามารถใช้แอพพลิเคชั่นของบีซีพีจี ได้ทั้งบนคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือ “โครงการนำร่องแลกเปลี่ยนซื้อขายไฟฟ้าที่ T77 นี้ ถือเป็นหนึ่งในโครงการขนาดใหญ่ที่สุดของโลกทั้งยังเป็นโครงการอันดับแรกๆ ของโลกอีกด้วย ในเบื้องต้นคาดว่าโครงการนำร่องนี้จะสามารถผลิตไฟฟ้าให้กับ Community นี้ได้ถึงร้อยละ 20 ของความต้องการใช้ไฟฟ้าโดยรวม ซึ่งนอกจากจะเป็นการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดได้ด้วยตนเอง และสามารถแลกเปลี่ยนซื้อขายได้ด้วยระบบ P2P แล้ว การติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปยังเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับแต่ละอาคารหรือแต่ละบ้าน เพิ่มโอกาสในการจัดหาสินเชื่ออีกด้วย” บัณฑิต กล่าวเพิ่มเติม</p>
<p><span style="color: #000080;"><strong>เดวิด มาร์ติน</strong></span> <strong>กรรมการผู้จัดการและหนึ่งในผู้ก่อตั้งพาวเวอร์ เล็ดเจอร์</strong> ผู้พัฒนาเทคโนโลยีการแลกเปลี่ยนและซื้อขายพลังงานไฟฟ้าในระบบบล็อกเชนเสริมว่า “วิสัยทัศน์ของเราคือการนำเอาอำนาจในการบริหารจัดการด้านพลังงานมาสู่มือผู้บริโภคทั่วโลก (Democratization of Energy) โดยที่ยังคงไว้ซึ่งคุณค่าของเครือข่ายการกระจายพลังงานที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน เรามุ่งมั่นที่จะปฏิรูปอุตสาหกรรมพลังงานโดยนำเอาเทคโนโลยีมาใช้เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคสามารถประหยัดค่าไฟฟ้า จำหน่ายพลังงานเหลือใช้ในราคาที่ดี และใช้พลังงานที่สะอาดมากขึ้น การนำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาใช้ในระบบการแลกเปลี่ยนและซื้อขายพลังงาน จะช่วยสร้างแพลตฟอร์มการแลกเปลี่ยนและซื้อขายแบบอัตโนมัติสำหรับทั้งอาคารที่พักอาศัยและอาคารเพื่อการพาณิชย์ในการขายพลังงานที่เหลือใช้ให้กับลูกค้าที่สามารถเลือกได้ในราคาที่พอใจ การร่วมมือกับแสนสิริและบีซีพีจีนับเป็นก้าวแรกของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ส่งเสริมให้เกิดการรวมพลังกันระหว่างผู้บริโภค ชุมชน และผู้ผลิตพลังงานเพื่อร่วมกันสร้างอนาคตที่ยั่งยืนทางด้านพลังงาน”</p>
<p>สำหรับการแลกเปลี่ยน-ซื้อขายไฟฟ้าระหว่างอาคารนั้นทุกฝ่ายสามารถเป็นได้ทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย ผ่านการตกลงกันไว้ล่วงหน้าด้วย Smart Contract โดยผู้ที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าจะซื้อไฟฟ้าจากผู้ที่ผลิตได้เหลือใช้ด้วยราคาที่ต่ำที่สุด ส่วนผู้ที่ผลิตได้เกินจากความต้องการก็จะขายให้กับผู้ซื้อที่ให้ราคาสูงที่สุด ทั้งนี้ ในการทำธุรกรรมจะใช้ Sparkz Token ซึ่งเปรียบเสมือนกับคูปองในศูนย์อาหาร และเป็นเพียงสัญลักษณ์ในการแลกเปลี่ยนไฟซื้อขายในระบบเท่านั้น ไม่เกี่ยวข้องกับกระบวนการ Cryptocurrency และไม่มีผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนใดๆนับเป็นอีกหนึ่งข้อได้เปรียบของแพลตฟอร์มของเราที่สามารถแยกระดับการเข้าถึงและการแลกเปลี่ยนเป็น 2 ขั้นตอน คือระหว่างผู้บริโภคกับบีซีพีจี และระหว่างบีซีพีจีกับพาวเวอร์ เล็ดเจอร์เพื่อปิดความเสี่ยงต่อผู้บริโภคในเรื่อง Cryptocurrency</p>
<p>“ความสำเร็จที่ผ่านมาของเราในระบบ P2P Energy Trading มีตัวอย่างเช่น การร่วมมือกับกับเวสเทิร์นพาวเวอร์และมหาวิทยาลัยเคอร์ตินในออสเตรเลีย และการร่วมมือกับมหาวิทยาลัยนอร์ธเวสเทิร์นในชิคาโก สหรัฐอเมริกา ซึ่งเรามั่นใจว่าแพลตฟอร์มนี้จะประสบความสำเร็จอย่างดีในประเทศไทยเช่นกัน” เดวิด กล่าวเสริม</p>
<p>“เป้าหมายที่สำคัญที่สุดของแสนสิริในการนำเทคโนโลยีระดับโลกในด้านนวัตกรรมพลังงานสะอาดเพื่อการประหยัดพลังงานมานำร่องทดลองใช้ครั้งนี้ไม่ใช่การมุ่งหวังถึงรายได้จากการขายไฟฟ้า แต่เรามุ่งเน้นการสร้างประสบการณ์ในการพักอาศัยที่เหนือชั้นและสร้างชุมชนที่พักอาศัยที่มีความยั่งยืนในประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นอกจากนี้ เรามุ่งหวังให้เป็นกรณีศึกษาถึงความสำเร็จในการใช้ระบบแลกเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าในโครงการที่พักอาศัยหรือภายในชุมชนในระดับมหภาค ที่จะช่วยสนับสนุนการเดินหน้าประเทศไทยสู่ประชาธิปไตยทางพลังงานอย่างเช่นความสำเร็จที่เกิดขึ้นแล้วในหลายๆ ประเทศ รวมทั้งการมีส่วนร่วม<br />
ในการช่วยลดภาระของภาครัฐในการลงทุนสร้างโรงผลิตไฟฟ้าขนาดใหญ่ เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้น แสนสิริยังคงมุ่งมั่นที่จะสรรหาพันธมิตรเพื่อร่วมกันพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อสิ่งแวดล้อมและนวัตกรรมด้านอสังหาริมทรัพย์เพื่อเดินหน้าสู่การพัฒนาแนวทางการอยู่อาศัยอย่างยั่งยืนต่อไป” อุทัย กล่าวปิดท้าย</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%99%e0%b8%b3%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87-t77-%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%8a%e0%b8%b8-2/">โครงการนำร่อง T77 ต้นแบบชุมชนพลังงานสีเขียวอัจฉริยะ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%99%e0%b8%b3%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87-t77-%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%8a%e0%b8%b8-2/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>3 การไฟฟ้า ผนึกกำลัง เปิดตัว มาตรการ อนุรักษ์พลังงาน สำหรับผู้ผลิต และจำหน่าย</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/3-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2-%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87-%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/3-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2-%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87-%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 14 Aug 2018 09:17:39 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Energy Saving]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://greennetworkthailand.com/?p=1437</guid>

					<description><![CDATA[<p>การไฟฟ้านครหลวง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ร่วมเปิดตัวการดำเนินมาตรการอนุรักษ์พลังงานสำหรับผู้ผลิตและจำหน่ายพลังงาน (Energy Efficiency Resources Standards: EERS) ตามกลยุทธ์ในแผนอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ. 2558-2579 (Energy Efficiency Plan: EEP 2015) เพื่อศึกษาถึงผลการลดการใช้ไฟฟ้า ก่อนนำมากำหนดเป็นแนวทางการดำเนินงานมาตรการภาคบังคับใน พ.ศ. 2566-2579 ตั้งเป้าการประหยัดไฟฟ้าในช่วงนำร่อง 5 ปี ได้ถึง 206 ล้านหน่วย &#160; &#160; &#160;&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/3-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2-%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87-%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94/">3 การไฟฟ้า ผนึกกำลัง เปิดตัว มาตรการ อนุรักษ์พลังงาน สำหรับผู้ผลิต และจำหน่าย</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>การไฟฟ้านครหลวง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ร่วมเปิดตัวการดำเนินมาตรการอนุรักษ์พลังงานสำหรับผู้ผลิตและจำหน่ายพลังงาน (Energy Efficiency Resources Standards: EERS) ตามกลยุทธ์ในแผนอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ. 2558-2579 (Energy Efficiency Plan: EEP 2015) เพื่อศึกษาถึงผลการลดการใช้ไฟฟ้า ก่อนนำมากำหนดเป็นแนวทางการดำเนินงานมาตรการภาคบังคับใน พ.ศ. 2566-2579 ตั้งเป้าการประหยัดไฟฟ้าในช่วงนำร่อง 5 ปี ได้ถึง 206 ล้านหน่วย</p>
<p><span id="more-1437"></span></p>
<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ปัจจุบันประเทศไทยใช้พลังงานเป็นจำนวนมาก ตามจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้น จากการคาดการณ์สภาวะเศรษฐกิจใน พ.ศ. 2561 โดยสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) พบว่า GDP จะขยายตัว 4.2-4.7% ซึ่งสะท้อนถึงภาพรวมของการใช้พลังงานที่เติบโตตามไปด้วย น้ำมันดิบต้องนำเข้า 74% ก๊าซธรรมชาติจะหมดไปในอีก 15 ปี พลังงานถ่านหินจะหมดไปในอีก 60 ปี ดังนั้นเพื่อรองรับสภาวการณ์ดังกล่าว กระทรวงพลังงานได้กำหนดแผนการอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ. 2558-2579 ตั้งเป้าหมายในการอนุรักษ์พลังงาน ในภาพรวมของประเทศ จำนวน 89,672 ล้านหน่วย โดยกำหนดให้มีมาตรการบังคับใช้เกณฑ์มาตรฐานการอนุรักษ์พลังงานสำหรับผู้ผลิตและผู้จำหน่าย หรือ EERS เป็นหนึ่งในแนวทางเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานไฟฟ้าให้กับผู้ใช้ไฟฟ้า ซึ่งนับเป็นแนวคิดใหม่สำหรับประเทศไทย</p>
<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; จากการศึกษาพบว่า มาตรการ EERS เป็นมาตรการที่เกี่ยวข้องกับหลายฝ่าย ในส่วนผู้กำกับดูแล ได้แก่ สำนักนโยบายและแผนพลังงาน สำนักงานคณะกรรมการกำกับ<br />
กิจการพลังงาน สำนักงานนโยบายรัฐวิสาหกิจ ในส่วนผู้ให้บริการไฟฟ้า ทั้งการไฟฟ้านครหลวง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และผู้ใช้บริการไฟฟ้าในภาคอาคาร อุตสาหกรรมขนาดใหญ่ จนถึงบ้านเรือนที่อยู่อาศัย และเพื่อเป็นการดำเนินการวางแผนมาตรการ EERS ที่จะเพิ่มมาตรการบังคับใน พ.ศ. 2561 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 3 การไฟฟ้าจึงได้ดำเนินโครงการนำร่อง สาธิต ตามมาตรการ EERS ในช่วง พ.ศ. 2561-2565</p>
<p><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ธรรมยศ ศรีช่วย ปลัดกระทรวงพลังงาน</strong> กล่าวว่า กระทรวงพลังงานมีแผนบูรณาการยกระดับและพัฒนาการใช้พลังงานให้มีประสิทธิภาพและมีคุณค่ามากขึ้น โดยผสมผสานการใช้พลังงานสะอาดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยได้นำมาตรการ EERS ซึ่งเป็นมาตรการใหม่ของประเทศไทยที่กำหนดไว้ในแผนพลังงานของคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) โดยมอบหมายให้ 3 การไฟฟ้าไปดำเนินการต่อเพราะเป็นผู้รับผิดชอบโดยตรง นับเป็นมาตรการสำคัญที่จะช่วยให้แผนอนุรักษ์พลังงานของประเทศ บรรลุเป้าหมายอย่างมีประสิทธิผล โดยนำองค์ความรู้การจัดการด้านการใช้ไฟฟ้าของแต่ละหน่วยงานมาพัฒนาและต่อยอดให้กับผู้ใช้บริการไฟฟ้าในทุกภาคส่วนอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นรูปธรรม ตั้งเป้าว่าภายในปี 2579 ต้องลดการใช้พลังงานทุกรูปแบบให้ได้ 30% จากการใช้พลังงานทั้งหมด ส่วนพลังงานไฟฟ้า คาดว่าอีก 20 ปีข้างหน้าจะมีการใช้ไฟฟ้าประมาณ 360,000 ล้านหน่วยต่อปี ปัจจุบันมีการใช้เกือบ 200,000 ล้านหน่วยต่อปี อนาคตตั้งเป้าว่าจะต้องลดการใช้พลังงานไฟฟ้าลงให้ได้ 50,000 ล้านหน่วย</p>
<p><a href="http://greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2018/08/57341.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-1438 size-large" src="http://greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2018/08/57341-1024x682.jpg" alt="" width="640" height="426" data-id="1438" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2018/08/57341-1024x682.jpg 1024w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2018/08/57341-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2018/08/57341-768x511.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2018/08/57341.jpg 1568w" sizes="(max-width: 640px) 100vw, 640px" /></a></p>
<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; สำหรับมาตรการ EERS เป็นกลยุทธ์ในแผนอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ. 2558-2579 (EEP 2015) โดยกำหนดให้ 3 การไฟฟ้า ดำเนินโครงการนำร่องเพื่อศึกษาถึงผลการลดการใช้ไฟฟ้า ก่อนนำมากำหนดเป็นแนวทางการดำเนินงานมาตรการภาคบังคับ พ.ศ. 2566-2579 อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป ทั้งนี้ แบ่งมาตรการดำเนินงานเป็น 3 ประเภท ได้แก่ <strong>มาตรการให้คำปรึกษา</strong> โดยให้คำแนะนำเกี่ยวกับการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานไฟฟ้าในกลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้าที่มีศักยภาพทุกภาคส่วน <strong>มาตรการใช้แรงจูงใจทางการเงิน</strong> สนับสนุนการเงินแก่กลุ่มเป้าหมายที่มีความต้องการปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และ <strong>มาตรการลักษณะภาพรวม(Mass)</strong> เพื่อส่งเสริมการประหยัดพลังงานในภาพรวม เช่น การจัดการพลังงานในรูปแบบ ESCO Matching การจัดทำมาตรฐานประหยัดพลังงานที่สูงกว่ามาตรฐานฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 รวมถึงจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมให้เกิดการอนุรักษ์พลังงาน</p>
<p><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ชัยยงค์ พัวพงศกร ผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.)</strong> กล่าวว่า นอกจากดำเนินภารกิจหลักในการจำหน่ายไฟฟ้าให้เพียงพอต่อความต้องการด้วยความมั่นคงและเชื่อถือได้แล้ว กฟน.ยังสนับสนุนการใช้ไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพผ่านโครงการต่างๆ มาโดยตลอด เช่น โครงการ กฟน.ล้างแอร์ลดโลกร้อน, โครงการ Energy Mind Award, โครงการส่งเสริมการปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงานในอาคาร (MEA Energy Saving Building) รวมไปถึงโครงการให้บริการด้านธุรกิจพลังงานแก่ภาครัฐและเอกชน ซึ่งนับเป็นความสำเร็จร่วมกันของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องอย่างแท้จริง สำหรับการดำเนินมาตรการ EERS ในช่วงโครงการนำร่อง<br />
พ.ศ. 2561-2565 กฟน.กำหนดแนวทางเพื่อรองรับมาตรการ EERS ได้แก่ การให้คำปรึกษา ตรวจวัดการใช้พลังงาน นำเสนอแนวทางการประหยัดพลังงาน และให้การสนับสนุนทางด้านการเงินแก่กลุ่มเป้าหมายที่มีความต้องการปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ตลอดจนดำเนินโครงการ Energy Alert โดยพัฒนาแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟนให้สามารถแจ้งเตือนข้อมูลการใช้ไฟฟ้าได้แบบตามเวลาจริง (Real-time) ทำให้ผู้ใช้ไฟฟ้าตรวจสอบสถิติการใช้ไฟฟ้าย้อนหลังและตระหนักถึงการใช้ไฟฟ้าของตนเองได้</p>
<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; <strong>เสริมสกุล คล้ายแก้ว ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.)</strong> กล่าวว่า กฟภ.<br />
จำหน่ายไฟฟ้ากว่า 74 จังหวัด มีลูกค้า 19.6 ล้านคน ในปีนี้คาดว่าจะสูงถึง 20 ล้านคน<br />
เนื่องจาก กฟภ.ให้ความสำคัญต่อการอนุรักษ์พลังงานมาอย่างต่อเนื่อง และพร้อมสนับสนุนนโยบายของภาครัฐ เพื่อให้ผู้ใช้ไฟฟ้าทุกภาคส่วนได้ใช้พลังงานไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งมีแนวทางส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ได้แก่ การสร้างความตระหนักรู้ในการใช้พลังงาน การปรับปรุงกระบวนการและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้า การเลือกใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพสูง รวมถึงการจัดการพลังงานในรูปแบบการอนุรักษ์พลังงาน (ESCO) โดยมีการสำรวจ ตรวจสอบ วิเคราะห์ และประเมินศักยภาพการใช้พลังงานไฟฟ้า พร้อมทั้งดำเนินการจัดหาและติดตั้งอุปกรณ์ประหยัดพลังงาน เพื่อให้เกิดการอนุรักษ์พลังงานอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านโครงการต่างๆ เช่น <strong>โครงการบริหารจัดการเพื่อการประหยัดพลังงานในอาคารภาครัฐ</strong> : กฟภ. ดำเนินการสำรวจ ตรวจวัด กำหนดมาตรฐานการอนุรักษ์พลังงาน พร้อมทั้งจัดหาและติดตั้งอุปกรณ์ประหยัดพลังงานให้แก่หน่วยงานภาครัฐที่เข้าร่วมโครงการไม่น้อยกว่า 13 หน่วยงาน อาทิ มหาวิทยาลัย โรงพยาบาล สามารถลดการใช้พลังงานไฟฟ้าลงได้ประมาณ 25.65 GWh ต่อปี, <strong>โครงการให้บริการที่ปรึกษาด้านการจัดการพลังงานสำหรับลูกค้าภาครัฐและเอกชน</strong> : กฟภ. ให้บริการเป็นที่ปรึกษาด้านจัดการพลังงานแล้วไม่น้อยกว่า 50 ราย ด้วยมาตรการปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพในระบบไฟฟ้าแสงสว่าง ระบบปรับอากาศ รวมถึงระบบอัดอากาศ สามารถลดการใช้พลังงานไฟฟ้าได้ไม่น้อยกว่า 20 GWh และ<strong>การจัดสัมมนาเพื่อเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ด้านการอนุรักษ์พลังงาน</strong> : มุ่งเน้นกิจกรรมในลักษณะ ESCO Matching สร้างความเชื่อมั่นให้เจ้าของกิจการหรือผู้บริหารของหน่วยงานต่างๆ ในการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ซึ่งมีเป้าหมายลดการใช้พลังงานได้จริง สำหรับในระยะแรกไม่น้อยกว่าปีละ 10 ล้านหน่วย</p>
<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; <strong>วิบูลย์ ฤกษ์ศิระทัย ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิต (กฟผ.)</strong> กล่าวว่า กฟผ.มีมาตรการอนุรักษ์พลังงานอย่างต่อเนื่อง มีการจัดการด้านการใช้ไฟฟ้า (Demand Side Management: DSM) มาตั้งแต่ปี 2536 และยังมีกลยุทธ์ 3 อ. ประกอบด้วย <strong>อุปกรณ์ประหยัดพลังงาน อาคารประหยัดพลังงาน</strong> และ <strong>อุปนิสัยลดใช้พลังงาน</strong> เพื่อส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนใช้ไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพ ตอบสนองนโยบายของภาครัฐ ซึ่งที่ผ่านมาสามารถลดพลังงานไฟฟ้าได้ 27,120 ล้านหน่วย และลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่บรรยากาศลงกว่า 15.4 ล้านตัน สำหรับมาตรการ EERS กฟผ. ได้นำงาน DSM มาพัฒนาต่อยอดเป็นโครงการนำร่อง ประกอบด้วย งานที่ปรึกษาในรูปแบบ ESCO และตรวจวัดการใช้พลังงานให้กับผู้ประกอบการภาคธุรกิจ ภาคอุตสาหกรรม โครงการสนับสนุนการปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในโรงเรียนและภาคครัวเรือนด้วยการเปลี่ยนหลอด LED และเปลี่ยนเครื่องปรับอากาศ และโครงการฉลากประหยัดไฟฟ้าประสิทธิภาพสูง โดยจัดทำมาตรฐานการประหยัดพลังงานที่สูงกว่าเดิม และแบ่งเกณฑ์ประสิทธิภาพฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 ให้สะท้อนผลการประหยัดพลังงานที่ละเอียดมากขึ้น โดยกำหนดใช้งานฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 รูปแบบใหม่ขึ้นในวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2562</p>
<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ทั้งนี้ คาดว่าภายหลังจากการดำเนินโครงการนำร่องในมาตรการ EERS จะสามารถลดการใช้ไฟฟ้าได้กว่า 206 ล้านหน่วย รวมถึงผลสำเร็จที่เกิดขึ้นพัฒนาไปสู่เกณฑ์มาตรฐานการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานต่อไป</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/3-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2-%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87-%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94/">3 การไฟฟ้า ผนึกกำลัง เปิดตัว มาตรการ อนุรักษ์พลังงาน สำหรับผู้ผลิต และจำหน่าย</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/3-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2-%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87-%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ออกแบบอาคารอย่างไร ให้สำนึกเรื่องพลังงาน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%a3-%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%aa/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%a3-%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%aa/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 21 Jun 2018 07:54:07 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Energy Saving]]></category>
		<category><![CDATA[การประหยัดพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[การอนุรักษ์พลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[การออกแบบอาคารประหยัดพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ฉนวนกันความร้อน]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบปรับอากาศประหยัดพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบไฟฟ้าแสงสว่างประหยัดพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ลดการใช้พลังงานในอาคาร]]></category>
		<category><![CDATA[หลอด LED]]></category>
		<category><![CDATA[ออกแบบอาคารประหยัดพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[อาคารต้นแบบประหยัดพลังงานแบบมิกซ์ยูส]]></category>
		<category><![CDATA[อาคารประหยัดพลังงาน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://greennetworkthailand.com/?p=1088</guid>

					<description><![CDATA[<p>จากการวิเคราะห์ การใช้พลังงานภายในอาคารพบว่า ระบบปรับอากาศมีสัดส่วนการใช้พลังงาน 65% ระบบไฟฟ้าแสงสว่าง 25% และอื่นๆ 10% ดังนั้นการประหยัดพลังงานในอาคาร ส่วนใหญ่จึงมุ่งเน้นไปที่การลดใช้พลังงานในการดำเนินกิจกรรมในอาคาร และการออกแบบระบบปรับอากาศรวมไปถึงระบบไฟฟ้าแสงสว่างให้มีประสิทธิภาพสูง แต่อย่างไรก็ตาม หากตัวอาคารเองไม่มีประสิทธิภาพในการป้องกันความร้อนแล้วนั้น การประหยัดพลังงานก็ไม่สามารถบรรลุเป้าหมายได้อย่างยั่งยืน ในทางกลับกัน ถ้าตัวอาคารเองมีการออกแบบโดยคำนึงถึงการสำนึกเรื่องพลังงาน (Energy Conscious Design) แต่ระบบปรับอากาศและระบบไฟฟ้าแสงสว่างมีประสิทธิภาพต่ำและไม่สอดคล้องกับการดำเนินกิจกรรมในอาคารตามที่ออกแบบไว้แล้วนั้น อาคารก็ไม่สามารถใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพเช่นกัน ด้วยเหตุนี้การทำงานร่วมกันระหว่างผู้ออกแบบทั้งสถาปนิกและวิศวกรจึงสำคัญมากต่อการออกแบบอาคารให้ประหยัดพลังงาน โดยควรเริ่มต้นออกแบบอาคารให้ได้รับความร้อนน้อยที่สุด และเลือกระบบให้สอดคล้องกับการใช้งานและมีประสิทธิภาพสูง ปัจจัยภายนอกต่อการออกแบบอาคารเพื่อการอนุรักษ์พลังงาน ทิศทางแสงแดด ควรออกแบบให้ด้านแคบของอาคารหันไปทางทิศตะวันออก-ทิศตะวันตก เพื่อให้ด้านที่มีพื้นที่ผนังน้อย รับความร้อนจากรังสีอาทิตย์ โดยเฉพาะในช่วงบ่ายที่มีแสงแดดร้อนจัด&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%a3-%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%aa/">ออกแบบอาคารอย่างไร ให้สำนึกเรื่องพลังงาน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>จากการวิเคราะห์ การใช้พลังงานภายในอาคารพบว่า ระบบปรับอากาศมีสัดส่วนการใช้พลังงาน 65% ระบบไฟฟ้าแสงสว่าง 25% และอื่นๆ 10% ดังนั้นการประหยัดพลังงานในอาคาร ส่วนใหญ่จึงมุ่งเน้นไปที่การลดใช้พลังงานในการดำเนินกิจกรรมในอาคาร และการออกแบบระบบปรับอากาศรวมไปถึงระบบไฟฟ้าแสงสว่างให้มีประสิทธิภาพสูง แต่อย่างไรก็ตาม หากตัวอาคารเองไม่มีประสิทธิภาพในการป้องกันความร้อนแล้วนั้น การประหยัดพลังงานก็ไม่สามารถบรรลุเป้าหมายได้อย่างยั่งยืน</strong></p>
<p><span id="more-1088"></span></p>
<p>ในทางกลับกัน ถ้าตัวอาคารเองมีการออกแบบโดยคำนึงถึง<strong>การสำนึกเรื่องพลังงาน</strong> (<strong>Energy Conscious Design</strong>) แต่ระบบปรับอากาศและระบบไฟฟ้าแสงสว่างมีประสิทธิภาพต่ำและไม่สอดคล้องกับการดำเนินกิจกรรมในอาคารตามที่ออกแบบไว้แล้วนั้น อาคารก็ไม่สามารถใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพเช่นกัน ด้วยเหตุนี้การทำงานร่วมกันระหว่างผู้ออกแบบทั้งสถาปนิกและวิศวกรจึงสำคัญมากต่อการออกแบบอาคารให้ประหยัดพลังงาน โดยควรเริ่มต้นออกแบบอาคารให้ได้รับความร้อนน้อยที่สุด และเลือกระบบให้สอดคล้องกับการใช้งานและมีประสิทธิภาพสูง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-1095" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2018/06/7.png" alt="ทิศทางแสงสว่าง กับการเลือกใชวัสดุ เพื่อออกแบบอาคารประหยัดพลังงาน" width="650" height="436" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2018/06/7.png 782w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2018/06/7-300x201.png 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2018/06/7-768x515.png 768w" sizes="(max-width: 650px) 100vw, 650px" /></p>
<h3><strong>ปัจจัยภายนอกต่อการออกแบบอาคารเพื่อการอนุรักษ์พลังงาน</strong></h3>
<p><strong>ทิศทางแสงแดด</strong> ควรออกแบบให้ด้านแคบของอาคารหันไปทางทิศตะวันออก-ทิศตะวันตก เพื่อให้ด้านที่มีพื้นที่ผนังน้อย รับความร้อนจากรังสีอาทิตย์ โดยเฉพาะในช่วงบ่ายที่มีแสงแดดร้อนจัด ส่งผลให้ความร้อนเข้าสู่อาคารลดลง และลดการสิ้นเปลืองค่าไฟฟ้าของระบบปรับอากาศ</p>
<p><strong>พืชพันธุ์ธรรมชาติ</strong> การปลูกต้นไม้ขนาดใหญ่ที่มีทรงแผ่กว้างและพุ่มใบโปร่งบริเวณรอบๆ อาคารเพื่อให้ร่มเงา ช่วยลดความร้อนที่เกิดจากรังสีโดยตรงจากดวงอาทิตย์ หรือการปลูกไม้พุ่มและการสร้างบ่อน้ำ เพื่อสร้างความเย็นให้กับสภาพแวดล้อม หรือการปลูกหญ้าและพืชคลุมดินเพื่อป้องกันความร้อน</p>
<p><strong>สภาพภูมิประเทศ</strong> การออกแบบอาคารให้สามารถ<strong>ประหยัดพลังงาน</strong>ได้เต็มที่ มีปัจจัยที่จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องนำมาพิจารณา คือ สภาพภูมิประเทศที่อาคารจะสร้างขึ้นเหนือพื้นที่นั้น การปรับสภาพภูมิอากาศให้เหมาะกับการก่อสร้างอาคาร สามารถทำได้หลายวิธีด้วยกัน เช่น การปรับพื้นดินให้ลาดเอียงไปทางทิศเหนือเพื่อให้รับแสงแดดน้อยลง หรือการสร้างบ่อน้ำขนาดใหญ่เพื่อให้ลมพัดผ่านสร้างความเย็นให้กับสภาพแวดล้อม เป็นต้น</p>
<p><strong>สภาพภูมิอากาศ</strong> การสร้างอาคารควรคำนึงถึงสภาพภูมิอากาศของท้องถิ่นนั้นๆ เนื่องจากการสร้างอาคารที่เหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศ ไม่ว่าจะเป็นเขตร้อนหรือเขตหนาวจะช่วยลดการใช้พลังงานได้ เช่น การใช้ประโยชน์จากลมประจำถิ่น ด้วยการวางตัวอาคารและช่องเปิดให้ขวางทิศทางลม สำหรับประเทศไทยมีลมประจำถิ่น ได้แก่ ลมฤดูร้อนพัดจากทางทิศใต้ หรือตะวันตกเฉียงใต้ และลมฤดูหนาวพัดจากทางทิศเหนือหรือตะวันออกเฉียงเหนือ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-1091 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2018/06/3-1.png" alt="การออกแบบอาคารประหยัดพลังงาน" width="780" height="434" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2018/06/3-1.png 780w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2018/06/3-1-300x167.png 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2018/06/3-1-768x427.png 768w" sizes="(max-width: 780px) 100vw, 780px" /></p>
<h3><strong>ปัจจัยภายในต่อการออกแบบอาคาร เพื่อการอนุรักษ์พลังงาน</strong></h3>
<p><strong>ผนังทึบ</strong> เป็นส่วนสำคัญในการช่วยให้อาคารมีประสิทธิภาพใน<strong>การประหยัดพลังงาน</strong> เนื่องจากพลังงานส่วนใหญ่ในอาคารใช้เพื่อควบคุมอุณหภูมิในอาคารให้เหมาะสม กับกิจกรรมต่างๆ ของผู้ใช้อาคาร การเลือกใช้ผนังทึบที่เหมาะสมจะเป็นส่วนสำคัญในการลดภาระการใช้พลังงานสำหรับระบบปรับอากาศภายในตัวอาคารลงได้</p>
<p>แนวทางการออกแบบผนังทึบ เพิ่มความสามารถการต้านทานความร้อนให้สูง (R-value) หรือค่าสัมประสิทธิ์การถ่ายเทความร้อนรวมให้ค่า (U-value) ด้วยการติดตั้งฉนวนกันความร้อนที่ผนังด้านนอกหรือใช้ผนัง 2 ชั้นที่มีช่องว่างอากาศระหว่างชั้นเพื่อกันความร้อนจากภายนอก รวมทั้งสีของผนังทึบภายนอกควรเป็นสีโทนอ่อน เช่น ขาว สีโทนอ่อนมีคุณสมบัติดูดกลืนรังสีแสงอาทิตย์น้อยกว่าสีโทนเข้ม แต่ถ้าจำเป็นใช้สีโทนเข้มไม่ควรใช้ในตำแหน่งที่โดนแสงอาทิตย์มาก หรือต้องมีการติดตั้งฉนวนกันความร้อนด้านหลังบริเวณที่ใช้สีเข้ม</p>
<p><strong>ผนังโปร่งแสง</strong> หรือกระจกเป็นส่วนประกอบหนึ่งของอาคาร ที่ส่งผลต่อการใช้พลังงานในอาคาร เนื่องจากเป็นส่วนที่รับความร้อน และถ่ายเทความร้อนจากพลังงานแสงอาทิตย์เข้าสู่ในอาคารได้มากกว่าผนังทึบ 5-10 เท่า การเลือกชนิดกระจกและเทคนิคการติดตั้ง จึงเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยลดการใช้พลังงานในอาคารได้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-1094 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2018/06/6.png" alt="ออกแบบอาคารประหยัดพลังงาน" width="613" height="551" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2018/06/6.png 613w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2018/06/6-300x270.png 300w" sizes="(max-width: 613px) 100vw, 613px" /></p>
<p><strong>คุณสมบัติของกระจกที่เหมาะสม</strong></p>
<ul>
<li><strong>Visible Transmittance (VT)</strong> ค่าการส่องผ่านของแสงไม่ควรน้อยกว่า 20% เพื่อสามารถนำแสงธรรมชาติมาใช้ประโยชน์ในอาคารได้</li>
<li><strong>U-value</strong> ค่าสัมประสิทธิ์การถ่ายเทความร้อนที่เกิดจากการถ่ายเทความร้อนจากภายนอกเข้าสู่ภายในอาคาร เช่น กระจกเขียวตัดแสง กระจก Low-E เป็นต้น</li>
<li><strong>Solar Heat Gain Coefficient (SHGC)</strong> คือผลรวมของรังสีแสงอาทิตย์ที่ส่งผ่านกระจกกับส่วนของรังสีที่ถูดูดซับอยู่ภายในกระจก ซึ่งควรมีค่าน้อย เพื่อป้องกันรังสีแสงอาทิตย์ และเพื่อความสบายตาของผู้ใช้อาคาร การถ่ายเทความร้อนจากภายนอกเข้าสู่ภายในอาคาร เช่น กระจกเขียว ตัดแสงกระจก Low-E เป็นต้น</li>
</ul>
<p><strong>หลังคา</strong> อาคารควรมีการติดตั้งฉนวนกันความร้อน เพื่อทำให้ตัวอาคารมีประสิทธิภาพในการประหยัดพลังงานได้ดีขึ้น เช่น ฉนวนใยแก้ว ฉนวนโพลียูรีเทนยิปซัมบอร์ด แผ่นสะท้อนความร้อน อะลูมิเนียมฟอยล์ เป็นต้น</p>
<p><strong>อุปกรณ์บังแดดภายนอก</strong> มีประสิทธิภาพภายใน การลดปริมาณความร้อนเข้าสู่ภายในอาคารดีกว่าแบบภายใน ดังนั้นการออกแบบช่องเปิดของอาคาร ต้องมีอุปกรณ์บังแดดภายนอกติดตั้งด้วยเสมอ สำหรับการออกแบบอุปกรณ์บังแดดภายนอกอาคารที่ดี ควรคำนึงหลายปัจจัยประกอบกัน เช่น การวางทิศทางตัวอาคาร ขนาดช่องเปิด และช่องว่างระหว่างอุปกรณ์บังแดดกับผนังอาคาร</p>
<figure id="attachment_1092" aria-describedby="caption-attachment-1092" style="width: 782px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-1092 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2018/06/4-1.png" alt="การใช้หลอด LED เพื่อการประหยัดพลังงานในอาคาร" width="782" height="520" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2018/06/4-1.png 782w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2018/06/4-1-300x199.png 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2018/06/4-1-768x511.png 768w" sizes="(max-width: 782px) 100vw, 782px" /><figcaption id="caption-attachment-1092" class="wp-caption-text">การเลือกใช้หลอดไฟประสิทธิภาพสูง LED ช่วยประหยัดพลังงาน</figcaption></figure>
<p><strong>ระบบไฟฟ้าแสงสว่าง</strong> การลดการใช้ไฟฟ้าจากแสงประดิษฐ์หรือหลอดไฟต่างๆ ให้น้อยลง แต่ความสว่างต้องเพียงพอกับการใช้งาน เพราะหากการประหยัดแสงสว่างแล้วทำให้ประสิทธิภาพของผู้ใช้งานอาคารลดลง เช่นนั้นแล้วก็ถือว่าไม่ใช่การประหยัดค่าใช้จ่ายสุทธิที่แท้จริง แนวทางการออกแบบ เช่น การเลือกใช้หลอดไฟที่มีประสิทธิภาพสูงหรือหลอดไฟ LED การใช้ประโยชน์จากแสงธรรมชาติในเวลากลางวัน ด้วยเทคนิคการติดตั้งแยกสวิตช์เปิด-ปิดดวงโคมสำหรับพื้นที่ตามแนวกรอบอาคาร</p>
<figure id="attachment_1093" aria-describedby="caption-attachment-1093" style="width: 784px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-1093 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2018/06/5.png" alt="เลือกเครื่องปรับอากาศ แบบประหยัดพลังงาน" width="784" height="330" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2018/06/5.png 784w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2018/06/5-300x126.png 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2018/06/5-768x323.png 768w" sizes="(max-width: 784px) 100vw, 784px" /><figcaption id="caption-attachment-1093" class="wp-caption-text">ประหยัดไฟ ประหยัดเงิน ด้วยแอร์ รุ่นประหยัดไฟเบอร์ 5</figcaption></figure>
<p><strong>ระบบปรับอากาศ</strong> การใช้เครื่องปรับอากาศต้องคำนึงถึงปัจจัยต่างๆ เช่น เลือกเครื่องปรับอากาศที่มีกำลังทำความเย็นเหมาะสมกับภาระการทำความเย็น และมีประสิทธิภาพสูงหรือเป็นรุ่นประหยัดไฟเบอร์ 5 เป็นต้น</p>
<h3><strong>แนวทางการออกแบบอาคารต้นแบบประหยัดพลังงาน</strong></h3>
<p>โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและพัฒนาต้นแบบ<strong>อาคารประหยัดพลังงาน</strong>สำหรับภาครัฐ โดยการคัดเลือกอาคารของภาครัฐ 4 ประเภท จำนวน 5 แบบ ได้แก่ อาคารสถานศึกษา อาคารชุมนุมคน อาคารสำนักงานขนาดใหญ่ อาคารสำนักงานทั่วไป และอาคารสถานพยาบาล มาวิเคราะห์การใช้พลังงาน และพัฒนาให้เป็น<strong>อาคารต้นแบบประหยัดพลังงาน</strong> ปัจจัยที่พิจารณาในการออกแบบอาคาร ได้เน้นไปที่ 3 ปัจจัยหลัก ประกอบด้วย การเลือกใช้วัสดุก่อผนังทึบและผนังโปร่งแสง การเลือกใช้วัสดุหลังคาและการติดตั้งฉนวนกันความร้อน และการเลือกใช้หลอดไฟประสิทธิภาพสูง LED</p>
<table style="border: 5px solid #6cb742;" width="100%">
<tbody>
<tr valign="middle">
<td style="vertical-align: middle; padding: 10px;"><strong>เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง ซึ่งคุณอาจสนใจ</strong></p>
<ul>
<li><a title="อาคารเขียว เมกะเทรนด์เปลี่ยนโลก" href="https://www.greennetworkthailand.com/อาคารเขียว-เมกะเทรนด์เป/">อาคารเขียว เมกะเทรนด์เปลี่ยนโลก</a></li>
<li><a title="เมกะเทรนด์ อาคารเขียวกับอนาคตมาตรฐานอาคารสมัยใหม่ทั่วโลก" href="https://www.greennetworkthailand.com/mega-trend-green-building/">เมกะเทรนด์ “อาคารเขียว” กับอนาคตมาตรฐานอาคารสมัยใหม่ทั่วโลก</a></li>
<li><a title="อาคารธนพิพัฒน์ อาคารประหยัดพลังงานใส่ใจสิ่งแวดล้อม รางวัล Energy Efficiency Award" href="https://www.greennetworkthailand.com/อาคารธนพิพัฒน์-green-building/">“อาคารธนพิพัฒน์” อาคารประหยัดพลังงานใส่ใจสิ่งแวดล้อม รางวัล Energy Efficiency Award</a></li>
<li><a title="เซ็นทรัลฯ นครราชสีมา ต้นแบบอาคารประหยัดพลังงาน ภาคอีสาน" href="https://www.greennetworkthailand.com/central-plaza-อาคารประหยัดพลังงาน/">เซ็นทรัลฯ นครราชสีมา ต้นแบบอาคารประหยัดพลังงาน ภาคอีสาน</a></li>
<li><a title="SCG Health Center อาคารเขียวอนุรักษ์พลังงาน ติดตั้งระบบผลิตพลังงานหมุนเวียนจากแสงอาทิตย์" href="https://www.greennetworkthailand.com/scg-health-center-อาคารเขียว/">SCG Health Center อาคารเขียวอนุรักษ์พลังงาน ติดตั้งระบบผลิตพลังงานหมุนเวียนจากแสงอาทิตย์</a></li>
<li><a title="อาคารเขียวไทยที่ใช่ ตามเกณฑ์มาตรฐาน TREES" href="https://www.greennetworkthailand.com/trees-building-standard/">อาคารเขียวไทยที่ใช่ ตามเกณฑ์มาตรฐาน TREES</a></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<hr />
<p>ข้อมูลจาก : คู่มือเผยแพร่อาคารต้นแบบประหยัดพลังงานภาครัฐ</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%a3-%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%aa/">ออกแบบอาคารอย่างไร ให้สำนึกเรื่องพลังงาน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%a3-%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%aa/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
