<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Green Industry | Green Network</title>
	<atom:link href="https://www.greennetworkthailand.com/category/green-industry/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Wed, 27 May 2026 06:55:46 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.0</generator>

<image>
	<url>https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/green-network-50x50.png</url>
	<title>Green Industry | Green Network</title>
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>TCMA &#8211; จุฬาฯ ผนึกกำลังพันธมิตรไทย–แคนาดาร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ วางรากฐานอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำสู่ Net Zero 2050</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/tcma-mou-on-mccu-w-cu/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 27 May 2026 06:55:46 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Industry]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero 2050]]></category>
		<category><![CDATA[TCMA]]></category>
		<category><![CDATA[จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย]]></category>
		<category><![CDATA[สมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=44282</guid>

					<description><![CDATA[<p>สมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย (TCMA) ลงนามบันทึกความเข้าใจร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เดินหน้าความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ด้านองค์ความรู้ เทคโนโลยี และการพัฒนากำลังคน โดยการสนับสนุนจากพันธมิตรระหว่างประเทศ เพื่อพัฒนาและทดลองเทคโนโลยีดักจับคาร์บอนในพื้นที่สระบุรีแซนด์บ็อกซ์ ก่อนต่อยอดสู่การใช้งานในระดับอุตสาหกรรมและการพัฒนาเชิงนโยบาย นับเป็นก้าวสำคัญในการวางรากฐานระบบนิเวศอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำของประเทศ และสนับสนุนเป้าหมาย Net Zero 2050 สุรชัย นิ่มละออ นายกสมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย (TCMA) กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนบทบาทเชิงรุกของภาคอุตสาหกรรม ในการขับเคลื่อน Climate Commitment ผ่านกลไก Public–Private Partnership (PPP) ที่เชื่อมโยงภาคอุตสาหกรรม ภาควิชาการ ภาครัฐ&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/tcma-mou-on-mccu-w-cu/">TCMA – จุฬาฯ ผนึกกำลังพันธมิตรไทย–แคนาดาร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ วางรากฐานอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำสู่ Net Zero 2050</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>สมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย (TCMA) ลงนามบันทึกความเข้าใจร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เดินหน้าความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ด้านองค์ความรู้ เทคโนโลยี และการพัฒนากำลังคน โดยการสนับสนุนจากพันธมิตรระหว่างประเทศ เพื่อพัฒนาและทดลองเทคโนโลยีดักจับคาร์บอนในพื้นที่</strong><strong>สระบุรีแซนด์บ็อกซ์ ก่อนต่อยอดสู่การใช้งานในระดับอุตสาหกรรมและการพัฒนาเชิงนโยบาย นับเป็นก้าวสำคัญในการวางรากฐานระบบนิเวศอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำของประเทศ และสนับสนุนเป้าหมาย Net Zero 2050</strong></p>
<p><span id="more-44282"></span></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>สุรชัย นิ่มละออ</strong></span> <strong>นายกสมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย (TCMA)</strong> กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนบทบาทเชิงรุกของภาคอุตสาหกรรม ในการขับเคลื่อน Climate Commitment ผ่านกลไก Public–Private Partnership (PPP) ที่เชื่อมโยงภาคอุตสาหกรรม ภาควิชาการ ภาครัฐ และพันธมิตรระหว่างประเทศ ได้แก่ ECCC, UNIDO และ GCCA เพื่อผลักดันการเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ ตามแนวทาง Thailand 2050 Net Zero Cement and Concrete Roadmap</p>
<p>“ความร่วมมือกับจุฬาฯ เป็นการยกระดับสู่แพลตฟอร์มระยะยาว ตั้งแต่การพัฒนาองค์ความรู้<br />
การเตรียมบุคลากร ไปจนถึงการทดลองเทคโนโลยีในระดับนำร่อง โดยต่อยอดผ่านผู้เชี่ยวชาญแคนาดา และการทดสอบจริงในสระบุรีแซนด์บ็อกซ์ ซึ่งจะเป็นพื้นที่เรียนรู้เพื่อพัฒนาแนวทางที่ขยายผลได้ในระดับอุตสาหกรรม” <strong>สุรชัย </strong>กล่าว</p>
<p>ด้าน<span style="color: #6cb742;"><strong>ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ ภูริวัชร</strong></span> <strong>อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย</strong> กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยในฐานะ Strategic Knowledge Partner ที่เชื่อมโยงองค์ความรู้สู่การใช้งานจริง พร้อมพัฒนา “Green Talent” รองรับการเปลี่ยนผ่านของภาคอุตสาหกรรม</p>
<p>“จุฬาฯ มุ่งให้ความร่วมมือนี้เป็นกลไกเชิงยุทธศาสตร์ในการเสริมสร้างฐานองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีคาร์บอนต่ำ ควบคู่การพัฒนากำลังคน เพื่อยกระดับขีดความสามารถให้สอดคล้องกับทิศทางการเปลี่ยนผ่าน และสนับสนุนเศรษฐกิจสีเขียวในระยะยาว” <strong>ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ</strong> กล่าว</p>
<figure id="attachment_44284" aria-describedby="caption-attachment-44284" style="width: 602px" class="wp-caption aligncenter"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="size-full wp-image-44284" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/tcma-mou-on-mccu-w-cu-02.jpg" alt=" ปิง กิดนิกร" width="602" height="401" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/tcma-mou-on-mccu-w-cu-02.jpg 602w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/tcma-mou-on-mccu-w-cu-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/tcma-mou-on-mccu-w-cu-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/tcma-mou-on-mccu-w-cu-02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 602px) 100vw, 602px" /><figcaption id="caption-attachment-44284" class="wp-caption-text">ปิง กิดนิกร  (ที่ 3จากซ้าย) เอกอัครราชทูตแคนาดาประจำประเทศไทย</figcaption></figure>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">ปิง กิดนิกร</span> เอกอัครราชทูตแคนาดาประจำประเทศไทย</strong> กล่าวว่า แคนาดายินดีสนับสนุนความร่วมมือครั้งนี้ ซึ่งสะท้อนความร่วมมือด้านสภาพภูมิอากาศในระดับนานาชาติ และความสัมพันธ์อันยาวนานกว่า 65 ปีระหว่างสองประเทศ</p>
<p>“ความร่วมมือนี้ครอบคลุมการถ่ายทอดองค์ความรู้ เทคโนโลยี และประสบการณ์ด้านการลดก๊าซเรือนกระจก โดยเฉพาะการสนับสนุนผู้เชี่ยวชาญและการพัฒนาบุคลากร เพื่อเชื่อมโยงสู่การทดลองและใช้งานจริงในภาคอุตสาหกรรม โดยเทคโนโลยีดักจับคาร์บอนจะเป็นสะพานเชื่อมระหว่างนวัตกรรมและการใช้งาน เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ” <strong>เอกอัครราชทูตปิง</strong> กล่าว</p>
<figure id="attachment_44285" aria-describedby="caption-attachment-44285" style="width: 602px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" class="size-full wp-image-44285" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/tcma-mou-on-mccu-w-cu-03.jpg" alt="ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช" width="602" height="401" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/tcma-mou-on-mccu-w-cu-03.jpg 602w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/tcma-mou-on-mccu-w-cu-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/tcma-mou-on-mccu-w-cu-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/tcma-mou-on-mccu-w-cu-03-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 602px) 100vw, 602px" /><figcaption id="caption-attachment-44285" class="wp-caption-text">ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช  (กลาง) อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม</figcaption></figure>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช</span> อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม</strong> กล่าวว่า อุตสาหกรรมปูนซีเมนต์เป็นภาคส่วนสำคัญต่อการลดก๊าซเรือนกระจก เพื่อมุ่งสู่ Net Zero 2050 ควบคู่กับการเสริมสร้าง Climate Resilience</p>
<p>“ความร่วมมือนี้เป็นกลไกเชิงนโยบายในการเชื่อมโครงการสู่ระดับประเทศ โดยใช้สระบุรีแซนด์บ็อกซ์เป็นฐานทดลองและพัฒนา เพื่อให้ผลลัพธ์สามารถต่อยอดสู่การกำหนดนโยบายและขยายผลได้อย่างมีประสิทธิภาพ” <strong>ดร.พิรุณ</strong> กล่าว</p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">ธีรทัศน์ อิศรางกูร ณ อยุธยา</span> รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม</strong> กล่าวว่า ความร่วมมือนี้สอดคล้องกับนโยบาย “One MIND อุตสาหกรรมหนึ่งเดียว” ที่บูรณาการการกำกับดูแลควบคู่การส่งเสริมอุตสาหกรรมสีเขียว</p>
<p>“กรมฯ พร้อมสนับสนุนให้ความร่วมมือนี้พัฒนาเป็นต้นแบบที่ขยายผลได้ในระดับอุตสาหกรรม เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ” <strong>ธีรทัศน์</strong> กล่าว</p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">ดร.ชนะ ภูมี</span> นายกกิตติมศักดิ์ TCMA และประธานสภาผู้ผลิตปูนซีเมนต์แห่งอาเซียน (AFCM) </strong>กล่าวว่า ความร่วมมือนี้เป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับประเทศไทยสู่ “ต้นแบบของภูมิภาค” ด้านการลดคาร์บอนในภาคอุตสาหกรรม</p>
<p>“การบูรณาการความร่วมมือผ่าน PPP ที่เชื่อมโยงทุกภาคส่วน เข้ากับการพัฒนาเทคโนโลยี องค์ความรู้ และกำลังคน ตั้งแต่นโยบายถึงการทดลองจริง จะเป็นรากฐานของ Low-Carbon Industrial Ecosystem และยกระดับสู่ต้นแบบเชิงระบบที่สามารถขยายผลได้” <strong>ดร.ชนะ</strong> กล่าว</p>
<p>ความร่วมมือนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาระบบนิเวศอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำของไทยโดยเชื่อมโยงองค์ความรู้ เทคโนโลยี นวัตกรรม กำลังคน และนโยบาย เข้าสู่การใช้งานจริงและการต่อยอดเชิงพาณิชย์ เพื่อเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ เสริมสร้าง Climate Resilience และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในบริบทเศรษฐกิจโลกที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนมากยิ่งขึ้น</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/tcma-mou-on-mccu-w-cu/">TCMA – จุฬาฯ ผนึกกำลังพันธมิตรไทย–แคนาดาร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ วางรากฐานอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำสู่ Net Zero 2050</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>มิตซูบิชิ เคมิคอล ปักธงประเทศไทยฐานนวัตกรรมวัสดุสีเขียว เดินหน้าขับเคลื่อน KAITEKI Vision 35 พร้อมลงทุนขยายสายการผลิตรับอุตสาหกรรมอนาคต</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/mitsubishi-chemical-thailand/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 28 Jan 2026 06:22:11 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Industry]]></category>
		<category><![CDATA[Highlight Stories]]></category>
		<category><![CDATA[KAITEKI Vision 35]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มมิตซูบิชิ เคมิคอล]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรมวัสดุสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[มิตซูบิชิ เคมิคอล]]></category>
		<category><![CDATA[มิตซูบิชิ เคมิคอล (ประเทศไทย)]]></category>
		<category><![CDATA[เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=43047</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท มิตซูบิชิ เคมิคอล (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศเดินหน้ายุทธศาสตร์ยกระดับประเทศไทยสู่ศูนย์กลางด้านนวัตกรรมวัสดุขั้นสูงของกลุ่มมิตซูบิชิ เคมิคอลในภูมิภาคเอเชีย–แปซิฟิก ภายใต้กรอบกลยุทธ์ระยะยาว KAITEKI Vision 35 ซึ่งมุ่งผสานเทคโนโลยี นวัตกรรม และความยั่งยืน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมในระยะยาว นายโอนีล รีมีเดียส กรรมการผู้จัดการ บริษัท มิตซูบิชิ เคมิคอล (ประเทศไทย) จำกัด และผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชีย–แปซิฟิก กลุ่มธุรกิจ Performance Polymers กล่าวว่า บริษัทกำลังขับเคลื่อนการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา ควบคู่กับการขยายกำลังการผลิตในประเทศไทย&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/mitsubishi-chemical-thailand/">มิตซูบิชิ เคมิคอล ปักธงประเทศไทยฐานนวัตกรรมวัสดุสีเขียว เดินหน้าขับเคลื่อน KAITEKI Vision 35 พร้อมลงทุนขยายสายการผลิตรับอุตสาหกรรมอนาคต</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท มิตซูบิชิ เคมิคอล (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศเดินหน้ายุทธศาสตร์ยกระดับประเทศไทยสู่ศูนย์กลางด้านนวัตกรรมวัสดุขั้นสูงของกลุ่มมิตซูบิชิ เคมิคอลในภูมิภาคเอเชีย–แปซิฟิก ภายใต้กรอบกลยุทธ์ระยะยาว KAITEKI Vision 35 ซึ่งมุ่งผสานเทคโนโลยี นวัตกรรม และความยั่งยืน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมในระยะยาว</strong></p>
<p><span id="more-43047"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-43049" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/ONeil-Remedios-01.jpg" alt="โอนีล รีมีเดียส" width="350" height="526" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/ONeil-Remedios-01.jpg 426w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/ONeil-Remedios-01-200x300.jpg 200w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/ONeil-Remedios-01-150x225.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/ONeil-Remedios-01-333x500.jpg 333w" sizes="(max-width: 350px) 100vw, 350px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายโอนีล รีมีเดียส</strong></span> <strong>กรรมการผู้จัดการ บริษัท มิตซูบิชิ เคมิคอล (ประเทศไทย) จำกัด และผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชีย–แปซิฟิก กลุ่มธุรกิจ Performance Polymers</strong> กล่าวว่า บริษัทกำลังขับเคลื่อนการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา ควบคู่กับการขยายกำลังการผลิตในประเทศไทย เพื่อรองรับความต้องการของตลาดในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต</p>
<p>ภายใต้กลยุทธ์ <strong>KAITEKI Vision 35</strong> <strong>กลุ่มมิตซูบิชิ เคมิคอล</strong> มุ่งพัฒนานวัตกรรมใน 5 กลุ่มอุตสาหกรรมหลัก ได้แก่ เคมีภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม กลุ่มการคมนารคม โทรคมนาคม บรรจุภัณฑ์อาหาร และเทคโนโลยีทางการแพทย์ใหม่ ๆ โดยประเทศไทยถูกกำหนดให้เป็นหนึ่งในฐานสำคัญในการพัฒนาโซลูชั่นเหล่านี้</p>
<p>สำหรับประเทศไทย บริษัทฯ มองว่ากลุ่มการคมนาคม และบรรจุภัณฑ์อาหารมีศักยภาพการเติบโตสูง จากสถานะของประเทศในฐานะศูนย์กลางการผลิตยานยนต์และอุตสาหกรรมอาหารของภูมิภาค ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ยังเห็นโอกาสในการยกระดับเทคโนโลยีบรรจุภัณฑ์อาหารในเอเชีย–แปซิฟิก ผ่านการผสานองค์ความรู้จากเครือข่ายทั่วโลกของกลุ่มมิตซูบิชิ เคมิคอล เพื่อพัฒนาโซลูชันที่ช่วยลดการสูญเสียอาหาร ยืดอายุการจัดเก็บ และสนับสนุนความมั่นคงทางอาหารในระยะยาว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-43053 alignright" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/ONeil-Remedios-02.jpg" alt="โอนีล รีมีเดียส" width="256" height="385" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/ONeil-Remedios-02.jpg 426w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/ONeil-Remedios-02-200x300.jpg 200w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/ONeil-Remedios-02-150x225.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/ONeil-Remedios-02-333x500.jpg 333w" sizes="(max-width: 256px) 100vw, 256px" /></p>
<p>“ประเทศไทยเป็นทั้งฐานการผลิตยานยนต์หลักของภูมิภาค และเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมอาหารของโลก เราจึงมุ่งพัฒนาวัสดุขั้นสูงเพื่อรองรับการเติบโตของทั้งสองอุตสาหกรรม ภายใต้กลยุทธ์ <strong>KAITEKI Vision 35</strong> ที่ให้ความสำคัญกับนวัตกรรมและความยั่งยืน” <strong>นายโอนีล</strong>กล่าว</p>
<p>เพื่อรองรับยุทธศาสตร์ดังกล่าว บริษัทฯ เตรียมขยายสายการผลิตเม็ดพลาสติกคอมพาวด์ที่โรงงานชลบุรี ด้วยการเพิ่มไลน์การผลิตใหม่ ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จและเริ่มดำเนินการในช่วงต้นปี 2569 ส่งผลให้กำลังการผลิตเพิ่มขึ้นราว 20–25% โดยกว่า 70% จะเป็นวัสดุสมรรถนะสูงที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จากแนวโน้มกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้นทั่วโลก โดยเฉพาะในยุโรป ซึ่งครอบคลุมตลอดห่วงโซ่อุปทานตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ และกำหนดให้ผลิตภัณฑ์ต้องปลอดสารตะกั่วและปรอท บริษัทฯ จึงเร่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมยกระดับกระบวนการผลิตให้สอดรับกับมาตรฐานสากล โดยพัฒนาร่วมกันกับทีมวิศวกรไทยและญี่ปุ่น รวมถึงผลิตภัณฑ์ PVC แบบไม่ใช้สารตะกั่วที่ได้รับรางวัลนวัตกรรมดีเด่นในกลุ่มมิตซูบิชิ เคมิคอล</p>
<p><strong>นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังเดินหน้าประยุกต์ใช้ระบบอัตโนมัติ เทคโนโลยีดิจิทัล และพลังงานหมุนเวียน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และสนับสนุนเป้าหมายด้านความยั่งยืนในระยะยาวของกลุ่ม</strong></p>
<h3>Contact：</h3>
<p><strong>Mitsubishi Chemical Corporation</strong></p>
<p>Media Relations Group, Corporate Communications Department</p>
<p>Phone: +81-3-6748-7140</p>
<p><strong>Mitsubishi Chemical (Thailand) Co., Ltd.</strong></p>
<p>Chayanan Boonyaperm, APAC Communications Head</p>
<p>Email: <a href="mailto:Chayanan.boonyaperm.ma@mcgc.com">Chayanan.boonyaperm.ma@mcgc.com</a></p>
<p>Phone: +66 65 146 4669</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/mitsubishi-chemical-thailand/">มิตซูบิชิ เคมิคอล ปักธงประเทศไทยฐานนวัตกรรมวัสดุสีเขียว เดินหน้าขับเคลื่อน KAITEKI Vision 35 พร้อมลงทุนขยายสายการผลิตรับอุตสาหกรรมอนาคต</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อุตฯ ปูนซีเมนต์ ผนึกพลังขับเคลื่อนสระบุรีแซนด์บ็อกซ์ สู่ต้นแบบเมืองอุตสาหกรรมคาร์บอนกินได้</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/tcma-saraburi-sandbox/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 28 Jan 2026 02:47:55 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Industry]]></category>
		<category><![CDATA[net zero]]></category>
		<category><![CDATA[การพัฒนาเมืองคาร์บอนต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[ลดก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[สระบุรีแซนด์บ็อกซ์]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย]]></category>
		<category><![CDATA[เมืองคาร์บอนต่ำ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=43034</guid>

					<description><![CDATA[<p>“สระบุรีแซนด์บ็อกซ์” กำลังก้าวสู่ อีกหนึ่งสเต็ปสำคัญของการพัฒนาเมืองคาร์บอนต่ำ จากโครงการต้นแบบเชิงนโยบาย สู่กลไกเศรษฐกิจที่จับต้องได้ ภายใต้แนวคิด “สระบุรีแซนด์บ็อกซ์ กินได้” ซึ่งเชื่อมการลดก๊าซเรือนกระจกเข้ากับรายได้ การจ้างงาน และการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากในระดับพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม หลังจากวางรากฐานเมืองคาร์บอนต่ำผ่านความร่วมมือแบบ Public–Private–People Partnership (PPP) มาตั้งแต่ปี 2566 สู่เป้าหมาย Net Zero ของประเทศไทยภายในปี 2593 อย่างเป็นรูปธรรม ก้าวใหม่ของสระบุรีแซนด์บ็อกซ์ ดร.ชนะ ภูมี นายกสมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย (TCMA) เปิดเผยว่า จากการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/tcma-saraburi-sandbox/">อุตฯ ปูนซีเมนต์ ผนึกพลังขับเคลื่อนสระบุรีแซนด์บ็อกซ์ สู่ต้นแบบเมืองอุตสาหกรรมคาร์บอนกินได้</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>“สระบุรีแซนด์บ็อกซ์” กำลังก้าวสู่ อีกหนึ่งสเต็ปสำคัญของการพัฒนาเมืองคาร์บอนต่ำ จากโครงการต้นแบบเชิงนโยบาย สู่กลไกเศรษฐกิจที่จับต้องได้ ภายใต้แนวคิด “สระบุรีแซนด์บ็อกซ์ กินได้” ซึ่งเชื่อมการลดก๊าซเรือนกระจกเข้ากับรายได้ การจ้างงาน และการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากในระดับพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม หลังจากวางรากฐานเมืองคาร์บอนต่ำผ่านความร่วมมือแบบ Public–Private–People Partnership (PPP) มาตั้งแต่ปี 2566 สู่เป้าหมาย Net Zero ของประเทศไทยภายในปี 2593 อย่างเป็นรูปธรรม</strong></p>
<p><span id="more-43034"></span></p>
<h3><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43036" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/tcma-saraburi-sandbox-02.jpg" alt="สระบุรีแซนด์บ็อกซ์" width="740" height="494" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/tcma-saraburi-sandbox-02.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/tcma-saraburi-sandbox-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/tcma-saraburi-sandbox-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/tcma-saraburi-sandbox-02-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></h3>
<h3>ก้าวใหม่ของสระบุรีแซนด์บ็อกซ์</h3>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ดร.ชนะ ภูมี</strong></span> <strong>นายกสมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย (TCMA)</strong> เปิดเผยว่า จากการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ปีนี้สระบุรีแซนด์บ็อกซ์ก้าวสู่หมุดหมายสำคัญ จากเมืองต้นแบบคาร์บอนต่ำ สู่บทบาทใหม่ในฐานะ “ตลาดคาร์บอนที่กินได้” กลไกเศรษฐกิจที่เปิดโอกาสให้การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสามารถแปลงเป็นคาร์บอนเครดิต สร้างรายได้ให้กับชุมชน ภาคอุตสาหกรรม และประเทศ ไม่ใช่เพียงมาตรการด้านสิ่งแวดล้อม แต่เป็นเครื่องมือขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก</p>
<h3>รู้จักแนวคิด Net Zero “กินได้”</h3>
<p><strong>ดร.ชนะ</strong> อธิบายว่า แนวคิด Net Zero “กินได้” คือการทำให้การลดคาร์บอนสร้างมูลค่าได้จริง ทั้งในรูปของรายได้ การจ้างงาน และการยกระดับเศรษฐกิจท้องถิ่น ผ่านกลไกตลาดคาร์บอน โดยมองการลดก๊าซเรือนกระจกไม่ใช่ข้อจำกัดของการเติบโต แต่เป็นโอกาสใหม่ในการพัฒนา ซึ่งแนวทางดังกล่าวครอบคลุมทั้งมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม และสามารถขยายผลเป็นต้นแบบระดับประเทศได้</p>
<p>ภายใต้กรอบดังกล่าว สระบุรีแซนด์บ็อกซ์ได้ขับเคลื่อนโครงการในหลายมิติ ตั้งแต่การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด การพัฒนาอุตสาหกรรมสีเขียว การจัดการของเสียให้เกิดมูลค่า การส่งเสริมเกษตรคาร์บอนต่ำ ไปจนถึงการเพิ่มพื้นที่สีเขียวในจังหวัด ส่งผลให้เกิดประโยชน์เชิงพื้นที่อย่างชัดเจน ทั้งการลดคาร์บอนควบคู่กับการสร้างงาน การเพิ่มรายได้ชุมชน การยกระดับคุณภาพสิ่งแวดล้อม และการพัฒนาอุตสาหกรรมให้สามารถอยู่ร่วมกับชุมชนและทรัพยากรธรรมชาติได้อย่างสมดุล</p>
<p>“การพัฒนาตลาดคาร์บอนในระดับพื้นที่จะช่วยเชื่อมโยงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเข้ากับห่วงโซ่เศรษฐกิจจริง ทำให้ชุมชนและผู้ประกอบการมีส่วนร่วมและได้รับประโยชน์โดยตรง เมื่อการลดคาร์บอนกลายเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจ ทุกภาคส่วนจะมีแรงจูงใจในการขับเคลื่อน Net Zero อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน” <strong>ดร.ชนะ</strong> กล่าว</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43037" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/tcma-saraburi-sandbox-03.jpg" alt="ดร.ชนะ ภูมี" width="740" height="494" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/tcma-saraburi-sandbox-03.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/tcma-saraburi-sandbox-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/tcma-saraburi-sandbox-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/tcma-saraburi-sandbox-03-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<h3>จากโครงการนำร่องสู่กลไกหลัก ยกระดับสระบุรีสู่จังหวัด Net Zero</h3>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>บัญชา เชาวรินทร์</strong></span> <strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี</strong> กล่าวว่า ความสำเร็จของสระบุรีแซนด์บ็อกซ์เกิดจากการบูรณาพัฒน์ความร่วมมืออย่างยั่งยืนจากทุกภาคส่วน เพื่อมุ่งสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับประชาชน ภายใต้หลักการ “คนสระบุรีไม่ทอดทิ้งกัน” ประกอบสร้างเป็นวิธีคิดและวิธีทำงานใหม่ของจังหวัด ที่เปิดพื้นที่ให้ภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม และภาคประชาชน มีส่วนร่วมในการออกแบบและขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองคาร์บอนต่ำไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อสร้างการพัฒนาที่สมดุลและยั่งยืน</p>
<p>ทั้งนี้ การขับเคลื่อน Net Zero ในระดับพื้นที่ต้องดำเนินควบคู่กับการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยจังหวัดมุ่งเชื่อมโยงการดูแลสิ่งแวดล้อมเข้ากับการสร้างรายได้ การจ้างงาน และการพัฒนาชุมชน เพื่อให้ประชาชนเห็นประโยชน์ที่เกิดขึ้นจริง และมีส่วนร่วมอย่างแท้จริงในกระบวนการเปลี่ยนผ่าน</p>
<p>“ในระยะต่อไป จังหวัดสระบุรีจะยกระดับสระบุรีแซนด์บ็อกซ์จากโครงการนำร่อง สู่กลไกหลักของการพัฒนาเชิงพื้นที่ในระยะยาว ผ่านการสร้างระบบนิเวศเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างครบวงจร ตั้งแต่การบริหารจัดการทรัพยากร การจัดการขยะและอาหารส่วนเกิน การพัฒนาโครงการคาร์บอนเครดิต ไปจนถึงการผลักดันสระบุรีสู่การเป็นจังหวัด Net Zero ที่สามารถขยายผลได้ในระดับประเทศ” <strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี</strong> กล่าว</p>
<h3>เปลี่ยนสินค้าทุนเป็นทุนเศรษฐกิจ โมเดลพัฒนาไทยยุคใหม่</h3>
<p><strong>ดร.ชนะ</strong> กล่าวอีกว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องหันกลับมาใช้ “ทุนภายในประเทศ” เป็นฐานการเติบโตใหม่ ท่ามกลางข้อจำกัดด้านงบประมาณและแรงกดดันจากการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และอุตสาหกรรม แนวคิด Sandbox จึงตั้งอยู่บนหลัก “คน–งาน–เงิน” (People–Work–Finance) เพื่อรับมือแรงกดดันพร้อมกันทั้งด้านตลาด ซัพพลายเชน เทคโนโลยี และการเงิน</p>
<p>หัวใจของโมเดลคือการเปลี่ยน “สินค้าทุน” ให้กลายเป็นทุนเศรษฐกิจของประเทศ ผ่านการใช้ทรัพยากรภายใน เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ วัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร และขยะชุมชน มาเป็นพลังงานหรือเชื้อเพลิงทดแทน ลดการพึ่งพาการนำเข้า สร้างเศรษฐกิจหมุนเวียน และกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น โดยกรณีอุตสาหกรรมซีเมนต์สะท้อนชัดถึงการลดต้นทุนระยะยาว ควบคู่กับการลดภาระงบประมาณด้านการจัดการขยะของภาครัฐ</p>
<h3>เรียน–ทำงาน–มีรายได้ กลไกสร้างคนของสระบุรีแซนด์บ็อกซ์</h3>
<p>อีกหนึ่งกลไกสำคัญคือการพัฒนาทุนมนุษย์ ผ่านการเชื่อมโยงอาชีวศึกษาและภาคอุตสาหกรรมในระดับพื้นที่ เพื่อสร้างแรงงานคุณภาพที่ “เรียนไปด้วย ทำงานไปด้วย มีรายได้ไปด้วย” ขณะเดียวกัน โมเดลสระบุรีแซนด์บ็อกซ์ยังสร้างความเชื่อมั่นให้แหล่งทุนระหว่างประเทศ และถูกวางเป้าให้เป็นต้นแบบขยายผลสู่จังหวัดอื่น เพื่อยกระดับ GDP ประเทศ ผ่านอุตสาหกรรมฐานรากและการเติบโตอย่างยั่งยืน</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43038" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/tcma-saraburi-sandbox-04.jpg" alt="สระบุรีแซนด์บ็อกซ์" width="740" height="494" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/tcma-saraburi-sandbox-04.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/tcma-saraburi-sandbox-04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/tcma-saraburi-sandbox-04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/tcma-saraburi-sandbox-04-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>“<strong>สระบุรีแซนด์บ็อกซ์ กินได้</strong>” จึงเป็นเสมือนภาพสะท้อนของความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างจังหวัดสระบุรี ภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม และภาคประชาสังคม ในการผสานการพัฒนาพื้นที่เข้ากับนโยบาย Net Zero และกลไกเศรษฐกิจในระดับพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม การขับเคลื่อนเมืองคาร์บอนต่ำผ่านกลไกที่จับต้องได้ ทำให้การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกไม่เพียงตอบโจทย์ด้านสิ่งแวดล้อม หากยังสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และเสริมสร้างขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ ผ่านโมเดลนี้ที่เป็นทั้งต้นแบบการพัฒนาระดับพื้นที่ และเป็นตัวชี้ทิศทางใหม่ของการพัฒนาไทย ที่ทำให้เป้าหมาย Net Zero กลายเป็นโอกาสที่ “กินได้” และเติบโตได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/tcma-saraburi-sandbox/">อุตฯ ปูนซีเมนต์ ผนึกพลังขับเคลื่อนสระบุรีแซนด์บ็อกซ์ สู่ต้นแบบเมืองอุตสาหกรรมคาร์บอนกินได้</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>SCX Corporation ผนึกกำลัง “Vasticity Assets” เปิดตัว “Smart Solar Energy Solutions” ยกระดับ Green Industrial Property</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/smart-solar-energy-solutions/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 17 Dec 2025 07:01:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Industry]]></category>
		<category><![CDATA[Green Industrial Property]]></category>
		<category><![CDATA[SCX Corporation]]></category>
		<category><![CDATA[Smart Solar Energy Solutions]]></category>
		<category><![CDATA[Solar Rooftop]]></category>
		<category><![CDATA[Vasticity Assets]]></category>
		<category><![CDATA[โซลาร์เซล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=42421</guid>

					<description><![CDATA[<p>SCX Corporation บริษัทในเครือ SC Asset เดินหน้าขยายพอร์ต Engine 2 ต่อยอดธุรกิจโลจิสติกส์และพลังงานสะอาด ภายใต้แนวคิด “The Way Forward” ยกระดับศักยภาพสู่การพัฒนา Green Industrial Property ทั้งเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน และสร้างรายได้ประจำ เปิดตัวโซลูชัน “Smart Solar Energy Solutions” เดินเครื่องติดตั้งโซลาร์เซลล์รวมกว่า 100,000 ตร.ม.ในคลังสินค้า SCX Logistics ทุกแห่ง ลดต้นทุนผู้เช่า เพิ่มรายได้ธุรกิจ ลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน สนับสนุนไทยสู่&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/smart-solar-energy-solutions/">SCX Corporation ผนึกกำลัง “Vasticity Assets” เปิดตัว “Smart Solar Energy Solutions” ยกระดับ Green Industrial Property</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>SCX Corporation </strong>บริษัทในเครือ <strong>SC Asset </strong>เดินหน้าขยายพอร์ต <strong>Engine 2 </strong>ต่อยอดธุรกิจโลจิสติกส์และพลังงานสะอาด ภายใต้แนวคิด “<strong>The Way Forward” </strong>ยกระดับศักยภาพสู่การพัฒนา <strong>Green Industrial Property </strong>ทั้งเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน และสร้างรายได้ประจำ เปิดตัวโซลูชัน “<strong>Smart Solar Energy Solutions” </strong>เดินเครื่องติดตั้งโซลาร์เซลล์รวมกว่า <strong>100,000 </strong>ตร<strong>.</strong>ม<strong>.</strong>ในคลังสินค้า <strong>SCX Logistics </strong>ทุกแห่ง ลดต้นทุนผู้เช่า เพิ่มรายได้ธุรกิจ ลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน สนับสนุนไทยสู่ <strong>Net Zero  </strong>เริ่มนำร่องแห่งแรก <strong>SCX Logistics </strong>บางนา กม.20</p>
<p><span id="more-42421"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42423" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/Smart-Solar-Energy-Solutions-02.jpg" alt="รชฎ นันทขว้าง" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/Smart-Solar-Energy-Solutions-02.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/Smart-Solar-Energy-Solutions-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/Smart-Solar-Energy-Solutions-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/Smart-Solar-Energy-Solutions-02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>รชฎ นันทขว้าง</strong></span> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซีเอ็กซ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด หรือ <strong>SCX Corporation </strong>เปิดเผยว่า บริษัทฯ เตรียมเดินหน้าต่อยอดธุรกิจที่สร้างรายได้ประจำ หรือ Engine 2 ของเครือเอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น (SC Asset) ภายใต้วิสัยทัศน์ The Way Forward พัฒนาโมเดลธุรกิจใหม่ นำโซลูชันการให้บริการพลังงานแสงอาทิตย์ เข้ามาเสริมแกร่งคลังสินค้า เพื่อให้เกิด “Smart Solar Energy Solutions” สร้าง Green Industrial Property ที่ช่วยลูกค้าลดต้นทุนพลังงาน พร้อมทั้งสอดคล้องกับมาตรฐานด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมสมัยใหม่</p>
<p>“ลูกค้าโลจิสติกส์ยุคนี้ไม่ได้มองหาเพียงคลังสินค้าและโรงงานอีกต่อไป แต่ต้องการโครงการที่ช่วยให้ธุรกิจเดินหน้าอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งในด้านโครงสร้างพื้นฐาน ระบบอำนวยความสะดวก และต้นทุนพลังงานที่สามารถบริหารจัดการได้ โดยเฉพาะความต้องการพลังงานสีเขียวที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง การพัฒนาโซลูชั่น Solar Smart Warehouse จึงเป็นการวางยุทธศาสตร์ด้านพลังงานให้คลังสินค้าของ SCX Corporation เติบโตไปพร้อมกับมาตรฐาน ESG ของลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ” รชฎ กล่าว</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42424" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/Smart-Solar-Energy-Solutions-03.jpg" alt="Smart Solar Energy Solutions" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/Smart-Solar-Energy-Solutions-03.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/Smart-Solar-Energy-Solutions-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/Smart-Solar-Energy-Solutions-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/Smart-Solar-Energy-Solutions-03-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>สำหรับโซลูชัน Smart Solar Energy Solutions จะดำเนินการติดตั้ง Solar Rooftopในโครงการ SCX Logistics ทุกแห่ง คิดเป็นพื้นที่รวมกว่า 100,000 ตร.ม. สามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าได้มากกว่า 20 เมกะวัตต์ชั่วโมง (MWh) หรือเทียบเท่าการผลิตไฟฟ้า 29,200,000 กิโลวัตต์ชั่วโมง​(kWh) ต่อปี รวมถึงการติดตั้งระบบที่เกี่ยวข้อง คาดว่าจะช่วยลดต้นทุนค่าใช้จ่ายด้านพลังงานได้ประมาณ 20-30% ขณะเดียวกัน ยังช่วยลดก๊าซเรือนกระจกได้ประมาณ 14,600 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (tCO2e) ต่อปี หรือเทียบเท่าการปลูกต้นไม้ 1.62 ล้านต้น<a href="https://mail.google.com/mail/u/0/#m_-575108539502484726_x_x__ftn1"><sup>[1]</sup></a></p>
<p>รชฎ กล่าวว่า โซลูชัน Smart Solar Energy Solutions จะช่วยให้การดำเนินธุรกิจของ SCX Corporation เป็นไปอย่างยั่งยืน ผ่านการสร้างคุณค่าใน 3 มิติ ได้แก่ 1.People ช่วยให้ผู้เช่าอาคารเข้าถึงพลังงานสะอาดโดยไม่ต้องลงทุนเอง ลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน และตอบโจทย์มาตรฐาน ESG ของบริษัทข้ามชาติที่ต้องการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 2.Planet ช่วยลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ สนับสนุนทิศทางประเทศที่เลื่อนเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) เร็วขึ้น เป็นปี 2050 พร้อมทั้งเสริมเป้าหมาย Green Logistics และ Green Industry ของกระทรวงพลังงาน และกระทรวงอุตสาหกรรม และ 3.Profit ช่วยสร้างรายได้ใหม่ให้แก่บริษัทฯ จากการขายพลังงานแสงอาทิตย์ภายใต้ Power Purchase Agreement (PPA) คิดเป็นประมาณ 10-15% จากรายได้ค่าเช่าอาคาร พร้อมทั้งตอกย้ำภาพของบริษัทฯ ในฐานะผู้พัฒนาโครงการ Green Industrial Property ของไทย โดยบริษัทฯ ได้ร่วมมือกับ Vasticity Assets ในฐานะ Strategic Partner ที่มีประสบการณ์ด้านพลังงานสะอาดและเทคโนโลยี ESCO (Energy Service Company) มานานกว่า 10 ปี ให้เข้ามาช่วยดูแลการดำเนินงานให้เป็นไปตามเป้าหมาย</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42425" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/Smart-Solar-Energy-Solutions-04.jpg" alt="ธนวัฒน์ วงศ์นภาจันทร์" width="750" height="560" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/Smart-Solar-Energy-Solutions-04.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/Smart-Solar-Energy-Solutions-04-300x224.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/Smart-Solar-Energy-Solutions-04-150x112.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/Smart-Solar-Energy-Solutions-04-500x373.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>ด้าน<span style="color: #6cb742;"><strong>ธนวัฒน์ วงศ์นภาจันทร์</strong></span> กรรมการผู้จัดการ บริษัท วาสทิซิตี้ แอสเซท จำกัด หรือ <strong>Vasticity Assets </strong>กล่าวว่า บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการพัฒนาพลังงานสะอาดมาอย่างต่อเนื่อง แม้ปัจจุบันพลังงานแสงอาทิตย์อาจยังถูกมองว่าเป็น “ทางเลือก” แต่บริษัทมองเห็นชัดเจนว่า พลังงานแสงอาทิตย์จะกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของระบบพลังงานในอนาคต ความร่วมมือกับ SCX ซึ่งมีวิสัยทัศน์ตรงกันในการผลักดัน Smart Solar Energy Solutions สู่ภาคธุรกิจการผลิตและโลจิสติกส์ จะช่วยวางรากฐานด้านพลังงานที่ยั่งยืน และตอบโจทย์ผู้เช่าได้อย่างแท้จริง ต่อยอดสู่การสร้าง Green Ecosystem ที่แข็งแรงขึ้น พร้อมช่วยสนับสนุนความยั่งยืนทั้งเชิงเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมให้กับประเทศ</p>
<p>Vasticity Assets จะเข้ามาช่วยเสริมแกร่งกระบวนการด้านวิศวกรรม การติดตั้ง รวมถึงระบบบริหารจัดการพลังงานแบบครบวงจร เพื่อให้ระบบสามารถผลิตไฟฟ้าได้ตามเป้าหมายและรองรับการขยายขนาดการใช้งานไปยังทุกอาคารของ SCX Logistics ในอนาคต เบื้องต้น มีแผนติดตั้ง Solar Rooftop ในโครงการนำร่องแห่งแรกที่ SCX Logistics บางนา กม.20 เฟสแรก ประมาณ 20,000 ตร.ม.ในปี 2026 ก่อนจะขยายการติดตั้งทั้งโครงการภายในปี 2027 และจะไปยังโครงการของ SCX Logistics ทุกแห่งต่อไป คาดว่าจะติดตั้งจนครบทุกแห่ง ภายในปี 2028</p>
<hr />
<p><a href="https://mail.google.com/mail/u/0/#m_-575108539502484726_x_x__ftnref1"><sup>[1]</sup></a><sup> </sup>อ้างอิงการดูดซับ 9 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์ต่อต้นไม้เศรษฐกิจต่อปี</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/smart-solar-energy-solutions/">SCX Corporation ผนึกกำลัง “Vasticity Assets” เปิดตัว “Smart Solar Energy Solutions” ยกระดับ Green Industrial Property</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผนึกกำลังภาครัฐ–เอกชน ลงนามผลักดันบรรจุภัณฑ์ยั่งยืนผ่าน ‘Aluminium Loop Model’ หนุนหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน ลดปล่อยคาร์บอนฯ มุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/aluminium-loop-model/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 02 Oct 2025 06:28:57 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Industry]]></category>
		<category><![CDATA[Aluminium Loop]]></category>
		<category><![CDATA[Aluminium Loop Model]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการบรรจุภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[บรรจุภัณฑ์ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[บรรจุภัณฑ์เครื่องดื่มอลูมิเนียม]]></category>
		<category><![CDATA[รรจุภัณฑ์อลูมิเนียม]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบรีไซเคิลวงจรปิด]]></category>
		<category><![CDATA[ลดคาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจหมุนเวียน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=41212</guid>

					<description><![CDATA[<p>กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยหน่วยงานภาครัฐ และกลุ่มผู้ประกอบการอุตสาหกรรมการผลิตและการจัดการกระป๋องอลูมิเนียมตลอดห่วงโซ่อุปทาน (Aluminium Can Supply Chain) ร่วมลงนามประกาศเจตนารมณ์ความร่วมมือ เพื่อขับเคลื่อนการจัดการบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่มอย่างยั่งยืน โดยใช้ “Aluminium Loop” เป็นต้นแบบการรีไซเคิลวงจรปิด (Closed Loop Recycling) ที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ พร้อมสนับสนุนข้อมูลภาคอุตสาหกรรมการผลิตบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่มอลูมิเนียม รองรับมาตรการปรับคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดนของประเทศไทย (TH-CBAM) มุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero 2050 ของประเทศ ดร.ชญานันท์ ภักดีจิตต์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ความร่วมมือครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญในการสร้างระบบหมุนเวียนบรรจุภัณฑ์อย่างครบวงจร&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/aluminium-loop-model/">กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผนึกกำลังภาครัฐ–เอกชน ลงนามผลักดันบรรจุภัณฑ์ยั่งยืนผ่าน ‘Aluminium Loop Model’ หนุนหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน ลดปล่อยคาร์บอนฯ มุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยหน่วยงานภาครัฐ และกลุ่มผู้ประกอบการอุตสาหกรรมการผลิตและการจัดการกระป๋องอลูมิเนียมตลอดห่วงโซ่อุปทาน (Aluminium Can Supply Chain) ร่วมลงนามประกาศเจตนารมณ์ความร่วมมือ เพื่อขับเคลื่อนการจัดการบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่มอย่างยั่งยืน โดยใช้ “Aluminium Loop” เป็นต้นแบบการรีไซเคิลวงจรปิด (Closed Loop Recycling) ที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ พร้อมสนับสนุนข้อมูลภาคอุตสาหกรรมการผลิตบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่มอลูมิเนียม รองรับมาตรการปรับคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดนของประเทศไทย (TH-CBAM) มุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero 2050 ของประเทศ</strong></p>
<p><span id="more-41212"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41216" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Thailand-MOU-on-ERP-Climate-Action-Ceremony-01.jpg" alt="ดร.ชญานันท์ ภักดีจิตต์" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Thailand-MOU-on-ERP-Climate-Action-Ceremony-01.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Thailand-MOU-on-ERP-Climate-Action-Ceremony-01-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Thailand-MOU-on-ERP-Climate-Action-Ceremony-01-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Thailand-MOU-on-ERP-Climate-Action-Ceremony-01-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ดร.ชญานันท์ ภักดีจิตต์</strong></span> <strong>ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม</strong> เปิดเผยว่า ความร่วมมือครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญในการสร้างระบบหมุนเวียนบรรจุภัณฑ์อย่างครบวงจร เชื่อมโยงตั้งแต่การผลิต การบริโภค การคัดแยกเก็บกลับ ไปจนถึงการนำเข้าสู่ระบบการรีไซเคิล โดยมีเป้าหมายชัดเจนในการลดปริมาณขยะตกค้าง และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคอุตสาหกรรม โดยมูลนิธิ 3R จะเป็นผู้ประสานงานความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และภาควิชาการ รวมถึงองค์กรด้านสิ่งแวดล้อมและสื่อสาธารณะ เพื่อร่วมกันผลักดันการศึกษา การพัฒนา และบริหารจัดการบรรจุภัณฑ์แบบครบวงจรสอดคล้องตามหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เป็นการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคอุตสาหกรรมตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ</p>
<p>สำหรับภาครัฐและบทบาทในการดำเนินการ อาทิ กรมควบคุมมลพิษ เร่งผลักดันกฎหมายการจัดการบรรจุภัณฑ์ยั่งยืน ซึ่งเป็นไปตามหลักการขยายความรับผิดชอบของผู้ผลิต (Extended Producer Responsibility: EPR) และแผนปฏิบัติการจัดการขยะของประเทศ กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม สนับสนุนการ บูรณาการฐานข้อมูลก๊าซเรือนกระจก ผลักดันมาตรการคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดนของประเทศไทย (TH-CBAM) กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ร่วมติดตามผลกระทบต่อชายฝั่งทะเลและสนับสนุนมาตรฐานทะเลสะอาด และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ทำงานร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างครอบคลุมมากขึ้น เพื่อสนับสนุนการคัดแยกบรรจุภัณฑ์ออกจากขยะมูลฝอยอย่างมีประสิทธิภาพ และนำแนวทางหรือนโยบายไปปฏิบัติจริงในพื้นที่</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41217" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Thailand-MOU-on-ERP-Climate-Action-Ceremony-02.jpg" alt="ดร.ชญานันท์ ภักดีจิตต์" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Thailand-MOU-on-ERP-Climate-Action-Ceremony-02.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Thailand-MOU-on-ERP-Climate-Action-Ceremony-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Thailand-MOU-on-ERP-Climate-Action-Ceremony-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Thailand-MOU-on-ERP-Climate-Action-Ceremony-02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>ขณะที่ภาคเอกชนจะทำหน้าที่ในการพัฒนาระบบการจัดการและจัดทำฐานข้อมูลการจัดการบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่มอลูมิเนียมที่ครอบคลุมตลอดทั้งวงจร ตั้งแต่การผลิต การบริโภค การคัดแยก การเก็บกลับ และการรีไซเคิล เพื่อให้สามารถกำหนดกรอบและแนวทางการบริหารจัดการข้อมูลที่สอดคล้องกับการพัฒนาระบบบริหารจัดการองค์กรรับผิดชอบจัดการบรรจุภัณฑ์ (PRO: Producer Responsibility Organization) และการประเมินค่าบริการ (EPR Fee) ที่เป็นธรรม ผ่านกลไกแบบจำลองการรีไซเคิลบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่มอลูมิเนียมวงจรปิด (Closed Loop Recycling) ของ Aluminium Loop ซึ่งเกิดขึ้นจากกลุ่มผู้ประกอบการอุตสาหกรรมการผลิตและจัดการกระป๋องอลูมิเนียมตลอดห่วงโซ่คุณค่า (Aluminium Can Supply Chain) ได้แก่ บริษัท ไทยเบเวอร์เรจแคน จำกัด ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่มอลูมิเนียม บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ รีไซเคิล จำกัด ผู้เก็บรวบรวมบรรจุภัณฑ์ใช้แล้ว บริษัท แองโกล เอเซีย เทรดดิ้ง จำกัด ผู้รีไซเคิลบรรจุภัณฑ์อลูมิเนียม และ บริษัท ยูเอซีเจ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตแผ่นอลูมิเนียม โดยมีผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเครื่องดื่มชั้นนำเข้าร่วม อาทิ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) บริษัท ไทยน้ำทิพย์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท ที.ซี.ฟาร์มาซูติคอล อุตสาหกรรม จำกัด เป็นต้น</p>
<p>นอกจากนี้ ยังได้รับความร่วมมือจากภาควิชาการ โดย สถาบันวิจัยสิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้คำแนะนำเกี่ยวกับวิธีการคำนวณค่าบริหารจัดการบรรจุภัณฑ์ (EPR Fee) เพื่อสะท้อนถึงต้นทุนการจัดการขยะ รองรับการพัฒนาสู่ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และบริษัท วีกรีน เคยู จำกัด จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จะสนับสนุนข้อมูลเชิงวิชาการเกี่ยวกับแนวทางการพัฒนาระบบฐานข้อมูลบัญชีรายการสิ่งแวดล้อมของบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่มอลูมิเนียมและอุตสาหกรรมอลูมิเนียม ให้เป็นต้นแบบในการกำหนดเกณฑ์และบริหารจัดการ TH-CBAM ตามมาตรฐานสากล โดยใช้ Aluminium Loop เป็นแบบจำลอง</p>
<p>“เราเชื่อว่า Aluminium Loop เป็นทั้งนวัตกรรมด้านการรีไซเคิลบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่มอลูมิเนียมแบบวงจรปิด ทั้งยังเป็นเครื่องมือการผลักดันการบริหารจัดการบรรจุภัณฑ์ตามหลักการ EPR และรองรับร่างพระราชบัญญัติการจัดการบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืนในอนาคต ซึ่งการลงนามความร่วมมือครั้งนี้ของภาครัฐและเอกชน จะผลักดันให้เกิดผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรม” <strong>ดร.ชญานันท์</strong> กล่าว</p>
<p>ทั้งนี้ ประกาศเจตนารมณ์ความร่วมมือจะมีผลบังคับใช้เป็นเวลา 5 ปี (พ.ศ. 2568 – 2572) โดยทุกฝ่ายจะจัดตั้งคณะกรรมการและคณะทำงานเพื่อกำหนดแผนปฏิบัติงานรายปี พร้อมกำหนดเป้าหมายชัดเจน โดยจะมีการทบทวนผลการดำเนินงานทุก 2 ปี เพื่อปรับปรุงและยกระดับให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป สำหรับความร่วมมือดังกล่าวนี้ จะช่วยยกระดับการจัดการบรรจุภัณฑ์ของประเทศไทยให้ก้าวสู่มาตรฐานสากล ช่วยลดปริมาณขยะตกค้าง ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และสนับสนุนหลักเศรษฐกิจหมุนเวียนที่เข้มแข็ง อีกทั้งยังเป็นการสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ และภาคประชาสังคม เพื่อเป้าหมาย Net Zero ของประเทศไทย</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41218" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Thailand-MOU-on-ERP-Climate-Action-Ceremony-03.jpg" alt="นางกิติยา แสนทวีสุข" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Thailand-MOU-on-ERP-Climate-Action-Ceremony-03.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Thailand-MOU-on-ERP-Climate-Action-Ceremony-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Thailand-MOU-on-ERP-Climate-Action-Ceremony-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Thailand-MOU-on-ERP-Climate-Action-Ceremony-03-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นางกิติยา แสนทวีสุข</strong></span> <strong>ผู้ช่วยรองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยเบเวอร์เรจแคน จำกัด</strong> เปิดเผยว่า ในนามตัวแทนกลุ่มอุตสาหกรรมอลูมิเนียม ความร่วมมือในครั้งนี้นับเป็นการสร้างระบบรีไซเคิลที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืนให้เกิดขึ้นในประเทศไทย ช่วยยกระดับความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทยในตลาดโลก เนื่องจากมาตรการด้านสิ่งแวดล้อม อาทิ TH-CBAM และมาตรฐานการลดก๊าซเรือนกระจกของสหภาพยุโรป กำลังเป็นเงื่อนไขสำคัญของการค้าโลกในอนาคต ซึ่งถือเป็นการเร่งให้เกิดการพัฒนาระบบ Closed Loop Recycling ในระดับประเทศอย่างเต็มประสิทธิผล โดยจะทำให้อุตสาหกรรมสามารถใช้อลูมิเนียมรีไซเคิลกลับเข้าสู่การผลิตบรรจุภัณฑ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดการพึ่งพาทรัพยากรใหม่ และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างสูงสุด เรามุ่งมั่นผลักดันวงการบรรจุภัณฑ์ให้ก้าวสู่การเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืนตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ ซึ่ง Aluminium Loop ได้ก่อตั้งขึ้นในปี 2564 จากการผลักดันของภาครัฐและความร่วมมือของภาคเอกชนในห่วงโซ่คุณค่าของบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่มอลูมิเนียม โดยเราเป็นผู้ริเริ่มสร้างระบบรีไซเคิลบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่มอลูมิเนียมแบบวงจรปิดแห่งแรกในประเทศไทย ซึ่งนับเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศในเอเชียที่มีโครงสร้างพื้นฐานครบวงจร สิ่งที่ทำให้ระบบของ Aluminium Loop แตกต่างจากระบบรีไซเคิลทั่วไป คือ ระบบที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ (Transparency &amp; Traceability) โดยจะติดตามข้อมูลตั้งแต่จำนวนกระป๋องที่ผลิตออกสู่ตลาด ไปจนถึงจำนวนที่ถูกเก็บกลับมารีไซเคิลได้จริงในปริมาณเทียบเท่าโดยน้ำหนัก</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41219" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Thailand-MOU-on-ERP-Climate-Action-Ceremony-04.jpg" alt="เครื่องดื่มเข้าร่วมระบบรีไซเคิลแบบวงจร" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Thailand-MOU-on-ERP-Climate-Action-Ceremony-04.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Thailand-MOU-on-ERP-Climate-Action-Ceremony-04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Thailand-MOU-on-ERP-Climate-Action-Ceremony-04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Thailand-MOU-on-ERP-Climate-Action-Ceremony-04-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>ปัจจุบันมีแบรนด์เครื่องดื่มเข้าร่วมระบบรีไซเคิลแบบวงจรปิดนี้มากกว่า 100 แบรนด์ และสามารถเก็บกลับบรรจุภัณฑ์อลูมิเนียมใช้แล้วเข้าสู่ระบบได้มากกว่า 1,500 ล้านใบ ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากกว่า 130 ล้านกิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ขณะที่เป้าหมายความร่วมมือครั้งนี้ได้วางแนวทางหลักไว้ 3 ด้าน ได้แก่ การพัฒนาฐานข้อมูลและระบบบริหารจัดการ โดยจะจัดทำฐานข้อมูลบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่มอลูมิเนียมตลอดวงจร ตั้งแต่การผลิต การบริโภค การเก็บกลับ การรีไซเคิล ไปจนถึงการจัดทำระบบบัญชีก๊าซเรือนกระจกที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล เพื่อรองรับมาตรการ TH-CBAM และนโยบายการลดก๊าซเรือนกระจกของไทย รวมถึงการใช้ระบบรีไซเคิลวงจรปิดของ Aluminium Loop ซึ่งสอดคล้องกับร่างกฎหมายด้านการจัดการบรรจุภัณฑ์และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อเป็นต้นแบบให้กับอุตสาหกรรมอื่นๆ ส่งเสริมการสร้างมาตรฐานใหม่ของการจัดการบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืน และสุดท้ายคือ การจัดการขยะในพื้นที่จัดการยาก ด้วยการนำหลักเศรษฐศาสตร์พฤติกรรม (Behavioral Economics) มาประยุกต์ใช้เพื่อกระตุ้นพฤติกรรมผู้บริโภคให้เกิดการเปลี่ยนแปลง เร่งพัฒนาระบบการจัดการขยะบนพื้นที่ชายฝั่งทะเล สนับสนุนมาตรฐาน “ทะเลสะอาด” และสร้างจิตสำนึกของประชาชนให้พร้อมปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลง ความร่วมมือนี้จึงไม่เพียงเป็นกลไกในการจัดการบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืน แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของการผนึกกำลังทุกภาคส่วน เพื่อยกระดับมาตรฐานสิ่งแวดล้อม ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทยในตลาดโลก ตอกย้ำเส้นทางที่ประเทศไทยจะก้าวไปสู่เป้าหมาย Net Zero ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/aluminium-loop-model/">กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผนึกกำลังภาครัฐ–เอกชน ลงนามผลักดันบรรจุภัณฑ์ยั่งยืนผ่าน ‘Aluminium Loop Model’ หนุนหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน ลดปล่อยคาร์บอนฯ มุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อินทรีคอนกรีต ผสานพลังอมตะ มุ่งสู่การก่อสร้างยั่งยืน ด้วยนวัตกรรมคอนกรีตคาร์บอนต่ำ</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/insee-concrete-x-amata/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/insee-concrete-x-amata/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 19 May 2025 06:22:26 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Industry]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Construction]]></category>
		<category><![CDATA[ก่อสร้างยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[คอนกรีตคาร์บอนต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[ปูนซีเมนต์นครหลวง]]></category>
		<category><![CDATA[วัตกรรมปูนซีเมนต์]]></category>
		<category><![CDATA[อินทรีคอนกรีต]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=39176</guid>

					<description><![CDATA[<p>อินทรีคอนกรีต ภายใต้กลุ่มบริษัทปูนซีเมนต์นครหลวง ตอกย้ำเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ รุกกลยุทธ์ Sustainable Construction ผ่านนวัตกรรมคอนกรีตคาร์บอนต่ำ เดินหน้าผนึกกำลังพันธมิตรทางธุรกิจ ผลักดันกลุ่มธุรกิจอสังหาฯ และก่อสร้าง ขับเคลื่อนธุรกิจสู่นวัตกรรมปูนซีเมนต์และคอนกรีตคาร์บอนต่ำ ยกระดับมาตรฐานสู่ความยั่งยืน นายมนตรี นิธิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธุรกิจปูนซีเมนต์ของประเทศไทย บริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน) หรือ ปูนอินทรี กล่าวถึงความมุ่งมั่นในการเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยสู่เป้าหมาย ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ที่ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำของกระบวนการก่อสร้าง โดยการนำนวัตกรรมปูนซีเมนต์คาร์บอนต่ำ มาใช้เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ และยกระดับมาตรฐานของอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว สอดคล้องกับเป้าหมายการทำงานด้านความยั่งยืนของกลุ่มบริษัทฯ&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/insee-concrete-x-amata/">อินทรีคอนกรีต ผสานพลังอมตะ มุ่งสู่การก่อสร้างยั่งยืน ด้วยนวัตกรรมคอนกรีตคาร์บอนต่ำ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>อินทรีคอนกรีต ภายใต้กลุ่มบริษัทปูนซีเมนต์นครหลวง ตอกย้ำเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ รุกกลยุทธ์ Sustainable Construction ผ่านนวัตกรรมคอนกรีตคาร์บอนต่ำ เดินหน้าผนึกกำลังพันธมิตรทางธุรกิจ ผลักดันกลุ่มธุรกิจอสังหาฯ และก่อสร้าง ขับเคลื่อนธุรกิจสู่นวัตกรรมปูนซีเมนต์และคอนกรีตคาร์บอนต่ำ ยกระดับมาตรฐานสู่ความยั่งยืน</strong></p>
<p><span id="more-39176"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39179" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/insee-concrete-x-amata-01.jpg" alt="อินทรีคอนกรีต ผสานพลังอมตะ มุ่งสู่การก่อสร้างยั่งยืน ด้วยนวัตกรรมคอนกรีตคาร์บอนต่ำ" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/insee-concrete-x-amata-01.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/insee-concrete-x-amata-01-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/insee-concrete-x-amata-01-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/insee-concrete-x-amata-01-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายมนตรี นิธิกุล</strong></span> <strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธุรกิจปูนซีเมนต์ของประเทศไทย บริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน)</strong> หรือ <strong>ปูนอินทรี</strong> กล่าวถึงความมุ่งมั่นในการเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยสู่เป้าหมาย ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ที่ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำของกระบวนการก่อสร้าง โดยการนำนวัตกรรมปูนซีเมนต์คาร์บอนต่ำ มาใช้เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ และยกระดับมาตรฐานของอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว สอดคล้องกับเป้าหมายการทำงานด้านความยั่งยืนของกลุ่มบริษัทฯ ปี 2573</p>
<p>“บริษัทฯ ตระหนักดีถึงความสำคัญของการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การใช้ทรัพยากรธรรมชาติ รวมถึงการใช้พลังงานที่มีอยู่อย่างมีประสิทธิภาพ และด้วยการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศทั่วโลกเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เราเร่งพัฒนา คิดค้น วิจัย สร้างสรรค์นวัตกรรมและผลิตภัณฑ์คอนกรีตคาร์บอนต่ำเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป”</p>
<p><strong>ปูนซีเมนต์นครหลวง</strong> ยังคงเดินหน้าผนึกกำลังพันธมิตรทางธุรกิจ ผลักดันกลุ่มธุรกิจอสังหาฯ และก่อสร้าง ยกระดับมาตรฐานสู่ความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุด อินทรีคอนกรีตภายใต้กลุ่มบริษัทปูนซีเมนต์นครหลวง ได้ลงนามข้อตกลงความร่วมมือกับอมตะ โดยมีเป้าหมายร่วมกันที่จะพัฒนาธุรกิจสู่ความยั่งยืน ภายใต้แนวคิด “เปลี่ยน&#8230;เพื่อโลกน่าอยู่” ถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างความตระหนักรู้และผลักดันให้ภาคธุรกิจมีส่วนร่วมในการลดคาร์บอน เพื่ออนาคตที่ดีกว่าและสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน ซึ่งจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลง การสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย โดยทั้งสองบริษัทจะร่วมมือเพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงสู่สังคมคาร์บอนต่ำอย่างเป็นรูปธรรม ที่จะเป็นต้นแบบการพัฒนาอุตสาหกรรมการก่อสร้างให้กับภาคอุตสาหกรรมอื่นๆ เพื่อร่วมลดปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ซึ่งทางอินทรีคอนกรีตและอมตะ เชื่อมั่นว่าการพัฒนาอย่างยั่งยืนจะเป็นกุญแจสำคัญสู่การพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมสีเขียว และสร้างอนาคตสังคมคาร์บอนต่ำที่ดีให้กับประเทศไทย</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายวิวัฒน์ กรมดิษฐ์</strong></span> <strong>ประธานเจ้าหน้าที่เทคนิควิศวกรรมและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยของอมตะ</strong> กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้ไม่เพียงแค่เป็นการใช้ผลิตภัณฑ์คอนกรีตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังมีการติดตามและประเมินผลกระทบของวัสดุก่อสร้างที่ใช้ในอุตสาหกรรม พร้อมจัดกิจกรรมรณรงค์ให้ทุกภาคส่วนตระหนักถึงความสำคัญของการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก กลุ่มอมตะมีความมุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนและสร้างศักยภาพให้ประเทศไทยก้าวสู่การพัฒนาเศรษฐกิจที่ยั่งยืน เพราะเราเชื่อว่าการเลือกใช้วัสดุก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมที่สามารถลดปัญหาภาวะโลกร้อนได้ โดยการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีด้านวัสดุการก่อสร้างที่ทันสมัย เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมก่อสร้างของไทยให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล ควบคู่ไปกับศึกษาผลกระทบของการใช้ผลิตภัณฑ์ด้านการก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างละเอียด ทั้งในด้านประสิทธิภาพของวัสดุ และความคงทนของการใช้งาน เพื่อการปรับปรุงมาตรฐานของอุตสาหกรรมการก่อสร้าง ให้สอดรับกับแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืน”</p>
<p>ด้าน <strong><span style="color: #6cb742;">นายเครก สจ๊วต บิ๊กคลีย์</span> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท นครหลวงคอนกรีต จำกัด</strong> กล่าวว่า อินทรีคอนกรีต ตระหนักถึงความสำคัญของสิ่งแวดล้อมในทุกขั้นตอนของการดำเนินธุรกิจจึงเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งผลิตภัณฑ์ &#8220;อินทรีเพชร Easy Flow&#8221; ปูนซีเมนต์ไฮดรอลิกประสิทธิภาพสูง ออกแบบเพื่อใช้สำหรับงานคอนกรีตทุกประเภท ทั้งการใช้งานคอนกรีตผสมเสร็จทั่วไป รวมถึงงานโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ที่ต้องการกำลังอัดสูงและความทนทานสูง เช่น สะพาน ถนน และอุโมงค์ ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการผลิตเฉลี่ยปีละ 107,000 ตันคาร์บอน เทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้กว่า 11 ล้านต้น (*source from website &#8211; SCCO team, please confirm)</p>
<p>โดย<strong>อินทรีคอนกรีต</strong> ได้รับรองอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายรับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ TGO (Thailand Greenhouse Gas Management Organization) ในฐานะที่เป็นองค์กรที่มีส่วนช่วยสนับสนุนให้เกิดโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภายในประเทศเพื่อต่อสู้กับปัญหาภาวะโลกร้อน สำหรับผลิตภัณฑ์ของอินทรีคอนกรีตที่ผ่านการรับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์ ประกอบด้วย 14 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ คอนกรีตผสมเสร็จขนาดกำลังอัดตั้งแต่ 180-800 KSC.</p>
<p>“ปูนซีเมนต์นครหลวงให้ความสำคัญกับการสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจ หน่วยงานภาครัฐ และองค์กรต่าง ๆ เพื่อร่วมกันพัฒนาแนวทางและนวัตกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เราเชื่อว่าการทำงานร่วมกันจะช่วยขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน ส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียน และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่ออนาคตที่ดีขึ้นของสังคมและอุตสาหกรรม ซึ่งความร่วมมือระหว่าง นครหลวงคอนกรีตและกลุ่มอมตะ จึงเป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนของการผลักดันอุตสาหกรรมไทยเพื่อความยั่งยืน” <strong>นายมนตรี</strong> กล่าวปิดท้าย</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/insee-concrete-x-amata/">อินทรีคอนกรีต ผสานพลังอมตะ มุ่งสู่การก่อสร้างยั่งยืน ด้วยนวัตกรรมคอนกรีตคาร์บอนต่ำ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/insee-concrete-x-amata/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Guardian Glass เผยฉลากข้อมูลสิ่งแวดล้อม (EPD) สำหรับกระจกแผ่นเรียบในไทยและเอเชียแปซิฟิกได้ตามมาตรฐานความยั่งยืนระดับสากล</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/guardian-glass-epd/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/guardian-glass-epd/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 25 Apr 2025 08:24:16 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Industry]]></category>
		<category><![CDATA[EPD]]></category>
		<category><![CDATA[Guardian Glass]]></category>
		<category><![CDATA[กระจกแผ่นเรียบ]]></category>
		<category><![CDATA[ฉลาก EPDs]]></category>
		<category><![CDATA[ฉลากข้อมูลสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=38941</guid>

					<description><![CDATA[<p>การ์เดียน กลาส  (Guardian Glass) เผยฉลากข้อมูลสิ่งแวดล้อมของผลิตภัณฑ์ หรือ Environmental Product Declarations (EPDs) สำหรับผลิตภัณฑ์กระจกแผ่นเรียบ ซึ่งครอบคลุมกลุ่มผลิตภัณฑ์กระจกโฟลตใส กระจกโฟลตสีตัดแสง กระจกลามิเนต และกระจกเคลือบผิวแบบเปียก (กระจกเงา) ทั้งที่ผลิตในประเทศไทยและที่ผลิตในต่างประเทศ ฉลาก EPDs ใหม่นี้ ผ่านการตรวจสอบและรับรองมาตรฐานจากหน่วยงานภายนอกระดับโลกอย่าง (UL) ในการประเมินผลิตภัณฑ์และกระบวนการผลิต เพื่อให้มั่นใจว่ารายงานด้านผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่ระบุใน EPDs เป็นไปตามมาตรฐานด้านความยั่งยืนระดับสากล ซึ่งครอบคลุมผลิตภัณฑ์ดังต่อไปนี้ กระจกโฟลต Guardian&#x2122; Clear&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/guardian-glass-epd/">Guardian Glass เผยฉลากข้อมูลสิ่งแวดล้อม (EPD) สำหรับกระจกแผ่นเรียบในไทยและเอเชียแปซิฟิกได้ตามมาตรฐานความยั่งยืนระดับสากล</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>การ์เดียน กลาส</strong>  <strong>(Guardian Glass) </strong>เผยฉลากข้อมูลสิ่งแวดล้อมของผลิตภัณฑ์ หรือ Environmental Product Declarations (EPDs) สำหรับผลิตภัณฑ์กระจกแผ่นเรียบ ซึ่งครอบคลุมกลุ่มผลิตภัณฑ์กระจกโฟลตใส กระจกโฟลตสีตัดแสง กระจกลามิเนต และกระจกเคลือบผิวแบบเปียก (กระจกเงา) ทั้งที่ผลิตในประเทศไทยและที่ผลิตในต่างประเทศ</p>
<p><span id="more-38941"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38943" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/guardian-glass-epd-02.jpg" alt="กระจกแผ่นเรียบ" width="719" height="499" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/guardian-glass-epd-02.jpg 719w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/guardian-glass-epd-02-300x208.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/guardian-glass-epd-02-150x104.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/guardian-glass-epd-02-500x347.jpg 500w" sizes="(max-width: 719px) 100vw, 719px" /></p>
<p><strong>ฉลาก EPDs</strong> ใหม่นี้ ผ่านการตรวจสอบและรับรองมาตรฐานจากหน่วยงานภายนอกระดับโลกอย่าง (UL) ในการประเมินผลิตภัณฑ์และกระบวนการผลิต เพื่อให้มั่นใจว่ารายงานด้านผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่ระบุใน EPDs เป็นไปตามมาตรฐานด้านความยั่งยืนระดับสากล ซึ่งครอบคลุมผลิตภัณฑ์ดังต่อไปนี้</p>
<ul>
<li>กระจกโฟลต Guardian&#x2122; Clear</li>
<li>กระจกโฟลต Guardian&#x2122; Light Green</li>
<li>กระจกโฟลต Guardian&#x2122; Solar Management Glass</li>
<li>กลุ่มผลิตภัณฑ์กระจกลามิเนต Guardian LamiGlass&#x2122;</li>
<li>กระจกเงา Guardian UltraMirror&#x2122;</li>
<li>กระจกเงา Guardian UltraMirror&#x2122; Plus</li>
<li>กระจกเงา Guardian UltraMirror&#x2122; Life</li>
<li>กระจกรถยนต์ Guardian&#x2122; Clear</li>
<li>กระจกรถยนต์ Guardian&#x2122; Light Green</li>
<li>กระจกรถยนต์ Guardian&#x2122; Solar Management Glass</li>
</ul>
<p>ซึ่งกระจกรถยนต์เหล่านี้เป็นไปตามกฎรายการวัสดุสำหรับผลิตภัณฑ์ยานยนต์ (Automotive Product Category Rules หรือ PCRs) ซึ่งเป็นแนวทางการประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของชิ้นส่วนยานยนต์และวัสดุที่ใช้ผลิตรถยนต์ อาทิ กระจกสำหรับยานยนต์ ตัวถังรถยนต์ แบตเตอรี่ และระบบพลังงาน อะไหล่และวัสดุอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมยานยนต์</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38944" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/guardian-glass-epd-03.jpg" alt="ฉลากข้อมูลสิ่งแวดล้อมของผลิตภัณฑ์ EPDs สำหรับผลิตภัณฑ์กระจกแผ่นเรียบ" width="721" height="479" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/guardian-glass-epd-03.jpg 721w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/guardian-glass-epd-03-300x199.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/guardian-glass-epd-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/guardian-glass-epd-03-500x332.jpg 500w" sizes="(max-width: 721px) 100vw, 721px" /></p>
<p><strong>ฉลาก EPDs</strong> สำหรับกระจกโฟลตที่ใช้ในงานสถาปัตยกรรมและการออกแบบภายในเป็นไปตามแนวทางในการประเมินผลิตภัณฑ์ “Cradle-to-Gate (A1-A3)” ที่การประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่ A1 – Raw Material Supply (การจัดหาวัตถุดิบ) A2 – Transport (การขนส่งวัตถุดิบ) จนถึง A3 – Manufacturing (กระบวนการผลิตเสร็จสิ้นและออกจากโรงงาน) ซึ่งดำเนินการตามมาตรฐาน ISO 21930 และกฎรายการวัสดุสำหรับผลิตภัณฑ์ในแถบอเมริกาเหนือ (North American PCRs) โดยมีค่าคาร์บอนที่มาจากวัสดุก่อสร้าง(Embodied Carbon)อยู่ที่ 9.97 กิโลกรัม CO₂e/ตร.ม. สำหรับกระจกหนา 4 มม.*</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38945" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/guardian-glass-epd-04.jpg" alt="ฉลาก EPDs สำหรับกระจกโฟลต" width="720" height="478" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/guardian-glass-epd-04.jpg 720w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/guardian-glass-epd-04-300x199.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/guardian-glass-epd-04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/guardian-glass-epd-04-500x332.jpg 500w" sizes="(max-width: 720px) 100vw, 720px" /></p>
<p>สำหรับฉลากข้อมูลสิ่งแวดล้อมของผลิตภัณฑ์ของกระจกรถยนต์เป็นไปตามแนวทางในการประเมินผลิตภัณฑ์ “Cradle-to-Gate with Options (A1-A4, C1-C4)” ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่กระบวนการผลิตจนถึงการออกจากโรงงาน (A1-A3) การขนส่งไปยังลูกค้า (A4) จากประเทศไทยไปยังออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ รวมถึงกระบวนการรื้อถอนและกำจัดผลิตภัณฑ์หลังสิ้นสุดอายุการใช้งาน (C1-C4) โดยพัฒนาให้สอดคล้องกับมาตรฐานผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของผลิตภัณฑ์ในอุตสาหกรรมยานยนต์และการขนส่งสากล (Automotive &amp; Transport UN PCRs) ที่กำหนดค่าคาร์บอนที่มาจากวัสดุก่อสร้างรวมของกระจกยานยนต์หนา 4 มม. อยู่ที่ 12.3 กิโลกรัม CO₂e/ตร.ม. ซึ่งแบ่งเป็นค่าคาร์บอนที่มาจากวัสดุก่อสร้างจากกระบวนการ A1-A3 ที่ 10.02 กิโลกรัม CO₂e/ตร.ม. และผลกระทบจากการขนส่ง (A4) ไปยังออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ เท่ากับ 2.16 กิโลกรัม CO₂e/ตร.ม.</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38947" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/guardian-glass-epd-05.jpg" alt="ฉลากข้อมูลสิ่งแวดล้อมของผลิตภัณฑ์ของกระจกรถยนต์" width="480" height="720" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/guardian-glass-epd-05.jpg 480w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/guardian-glass-epd-05-200x300.jpg 200w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/guardian-glass-epd-05-150x225.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/guardian-glass-epd-05-333x500.jpg 333w" sizes="(max-width: 480px) 100vw, 480px" /></p>
<p>นอกจากนี้ Guardian Glass ได้เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ในเครื่องมือ Performance Calculator ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถคำนวณค่าคาร์บอนที่มาจากวัสดุก่อสร้าง(Embodied Carbon) สำหรับการเลือกใช้กระจกในรูปแบบต่าง ๆ โดยเครื่องมือนี้เป็นส่วนหนึ่งของ Glass Analytics ที่จะช่วยจำลองคุณสมบัติทางความร้อน การส่องแสงของพื้นผิวกระจก รวมถึงชั้นเคลือบผิวกระจก สำหรับฟีเจอร์ใหม่ของ Performance Calculator สามารถประมาณการค่าคาร์บอนที่มาจากวัสดุก่อสร้างของกระจกในรูปแบบต่าง ๆ ได้อย่างแม่นยำ ครอบคลุมผลิตภัณฑ์ กระจกโฟลต (Float Glass) กระจกเคลือบ Sputter-Coated Glass และกระจกลามิเนต (Laminated Glass) ที่ผลิตโดย Guardian Glass ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก อเมริกาเหนือ อเมริกาใต้ ยุโรป แอฟริกา ตะวันออกกลาง และอินเดีย</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38948" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/guardian-glass-epd-06.jpg" alt="Sascha Klengel" width="720" height="540" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/guardian-glass-epd-06.jpg 720w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/guardian-glass-epd-06-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/guardian-glass-epd-06-150x113.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/guardian-glass-epd-06-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 720px) 100vw, 720px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">Sascha Klengel</span> </strong><strong>หัวหน้าฝ่ายขาย </strong><strong>Guardian Glass </strong><strong>ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก</strong> กล่าวว่า เรารู้สึกยินดีที่ได้ยกระดับฉลากข้อมูลสิ่งแวดล้อมของผลิตภัณฑ์ฉบับใหม่ ที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นต่อเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อม ภายใต้กรอบแนวทางความยั่งยืนของบริษัทฯ ผ่านการให้ข้อมูลอย่างเปิดเผยเกี่ยวกับค่าคาร์บอนที่มาจากวัสดุก่อสร้างของผลิตภัณฑ์กระจกของเรา ที่จะช่วยเพิ่มความเข้าใจและช่วยให้พาร์ทเนอร์ของเราเข้าถึงข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อม เพิ่มการตัดสินใจเลือกใช้กระจกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลกระทบเชิงบวก (Positive Impact) ต่อสมรรถนะของรถยนต์ การออกแบบเปลือกอาคาร (Facade) และการออกแบบภายใน โดย EPDs ฉบับใหม่ของเราจะส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมการก่อสร้างและยานยนต์</p>
<p>* ค่าศักยภาพในการทำให้เกิดภาวะโลกร้อน (Global Warming Potential &#8211; GWP) ในระยะ A1-A3 รวมถึงผลกระทบจากการสกัดและแปรรูปวัตถุดิบที่ใช้ในกระบวนการผลิต การขนส่งวัตถุดิบไปยังสถานที่ผลิต และกระบวนการผลิตผลิตภัณฑ์ คำนี้มักถูกเรียกว่า “คาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์” (Product Carbon Footprint) หรือ “คาร์บอนที่มาจากวัสดุก่อสร้าง” (Embodied Carbon)</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/guardian-glass-epd/">Guardian Glass เผยฉลากข้อมูลสิ่งแวดล้อม (EPD) สำหรับกระจกแผ่นเรียบในไทยและเอเชียแปซิฟิกได้ตามมาตรฐานความยั่งยืนระดับสากล</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/guardian-glass-epd/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>นายก TCMA รับหน้าที่ประธานสภาผู้ผลิตซีเมนต์แห่งอาเซียน ผนึกความร่วมมือเร่งพัฒนาโรดแมปอาเซียนซีเมนต์ มุ่งสู่การลดคาร์บอน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/tcma-afcm/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/tcma-afcm/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 05 Mar 2025 08:39:41 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Industry]]></category>
		<category><![CDATA[AFCM]]></category>
		<category><![CDATA[TCMA]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ชนะ ภูมี]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ผลิตปูนซีเมนต์]]></category>
		<category><![CDATA[ลดคาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[สมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=38202</guid>

					<description><![CDATA[<p>จับตาบทบาทใหม่ “ดร.ชนะ ภูมี” นายกสมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย (TCMA) รับตำแหน่ง ‘ประธานสภาผู้ผลิตปูนซีเมนต์แห่งอาเซียน’ (ASEAN Federation of Cement Manufacturers: AFCM) ปี 2568 &#8211; 2570 มุ่งผนึกกำลัง 8 ประเทศสมาชิกผู้ผลิตปูนซีเมนต์ภูมิภาคอาเซียน ร่วมขับเคลื่อนอาเซียนซีเมนต์อย่างมีพลวัต เร่งเครื่องเดินหน้าพัฒนา AFCM Decarbonization Roadmap พร้อมเชื่อมโยงอาเซียนและองค์กรระดับโลกสนับสนุนเป้าหมายลดคาร์บอน ดร.ชนะ ภูมี นายกสมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย (TCMA)&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/tcma-afcm/">นายก TCMA รับหน้าที่ประธานสภาผู้ผลิตซีเมนต์แห่งอาเซียน ผนึกความร่วมมือเร่งพัฒนาโรดแมปอาเซียนซีเมนต์ มุ่งสู่การลดคาร์บอน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>จับตาบทบาทใหม่ “ดร.ชนะ ภูมี” นายกสมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย (TCMA) รับตำแหน่ง ‘ประธานสภาผู้ผลิตปูนซีเมนต์แห่งอาเซียน’ (ASEAN Federation of Cement Manufacturers: AFCM) ปี 2568 &#8211; 2570 มุ่งผนึกกำลัง 8 ประเทศสมาชิกผู้ผลิตปูนซีเมนต์ภูมิภาคอาเซียน ร่วมขับเคลื่อนอาเซียนซีเมนต์อย่างมีพลวัต เร่งเครื่องเดินหน้าพัฒนา AFCM Decarbonization Roadmap พร้อมเชื่อมโยงอาเซียนและองค์กรระดับโลกสนับสนุนเป้าหมายลดคาร์บอน</strong></p>
<p><span id="more-38202"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38204" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/tcma-afcm-02.jpg" alt="ดร.ชนะ ภูมี" width="740" height="492" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/tcma-afcm-02.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/tcma-afcm-02-300x199.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/tcma-afcm-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/tcma-afcm-02-500x332.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ดร.ชนะ ภูมี</strong></span> <strong>นายกสมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย (TCMA)</strong> เปิดเผยที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ในวาระเข้ารับตำแหน่งประธานสภาผู้ผลิตปูนซีเมนต์แห่งอาเซียน (ASEAN Federation of Cement Manufacturers: AFCM) ระหว่างปี 2568 &#8211; 2570 ภายหลังการประชุมสภาผู้ผลิตปูนซีเมนต์แห่งอาเซียน ลงมติอย่างเป็นเอกฉันท์ให้ทำหน้าที่</p>
<p>จากความมุ่งมั่นและผลดำเนินงานอย่างต่อเนื่องตลอดหลายปีที่ผ่านมาของ TCMA ในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ของไทยมุ่งสู่การปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ ในปี 2593 ตามแนวทาง Thailand 2050 Net Zero Cement and Concrete Roadmap ได้รับการสนับสนุนและยอมรับจากทุกภาคส่วน รวมถึงผู้ผลิตปูนซีเมนต์ในภูมิภาคอาเซียน ให้เป็นต้นแบบดำเนินงาน ทั้งด้านการผนึกกำลังระหว่างผู้ผลิตปูนซีเมนต์ในประเทศด้วยกันเอง ความสำเร็จเรื่องปูนซีเมนต์คาร์บอนต่ำ-ปูนซีเมนต์ไฮดรอลิก การพัฒนานวัตกรรมความร่วมมือดำเนินงานเชิงพื้นที่ ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน (Public-Private-People Partnership: PPP)-สระบุรีแซนด์บ็อกซ์ ต้นแบบเมืองคาร์บอนต่ำ ตลอดจนการเชื่อมโยงความร่วมมือกับองค์กรระดับโลก มาสนับสนุนสร้างความก้าวหน้าดำเนินงาน</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38206" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/tcma-afcm-04.jpg" alt="ประเทศสมาชิก AFCM" width="740" height="472" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/tcma-afcm-04.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/tcma-afcm-04-300x191.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/tcma-afcm-04-150x96.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/tcma-afcm-04-500x319.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>“ขอบคุณทั้ง 8 ประเทศสมาชิก AFCM ที่ให้ความเชื่อมั่นและไว้วางใจ ลงมติเป็นเอกฉันท์ให้ประเทศไทย โดยนายก TCMA ทำหน้าที่ประธานสภาผู้ผลิตปูนซีเมนต์แห่งอาเซียน การทำงานจะมีนายมนตรี นิธิกุล ทำหน้าที่เลขาธิการ AFCM และ TCMA เป็นสำนักงานเลขาธิการ AFCM ประสานความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับทุกประเทศสมาชิก ร่วมกันขับเคลื่อนอาเซียนซีเมนต์มุ่งสู่การลดคาร์บอน โดยการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากสมาชิก TCMA ซึ่งเป็นผู้ผลิตปูนซีเมนต์ของไทย”</p>
<h3>วาง 4 กลยุทธ์นำ AFCM มุ่งสู่การลดคาร์บอน</h3>
<p><strong>ดร.ชนะ</strong> กล่าวถึงทิศทางการทำงานในบทบาทประธานอาเซียนซีเมนต์ ซึ่งต้องประสานความร่วมมือของผู้ผลิตซีเมนต์ใน 8 ประเทศสมาชิก ผ่านสมาคมผู้ผลิตปูนซีเมนต์ในแต่ละประเทศ ได้แก่ 1) บรูไน โดย Heidelberg Materials Butra Sdn Bhd 2) อินโดนีเซีย โดย Indonesia Cement Association 3) มาเลเซีย โดย The Cement and Concrete Association of Malaysia 4) ฟิลิปปินส์ โดย Cement Manufacturers’ Association of the Philippines 5) สิงคโปร์ โดย Cement and Concrete Association of Singapore 6) เวียดนาม โดย Vietnam National Cement Association 7) ไทย โดยสมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย (TCMA) และ 8) กัมพูชา โดย Cambodian Cement Manufacturing Association ที่เข้าเป็นสมาชิกใหม่ปีนี้</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38205" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/tcma-afcm-03.jpg" alt="สมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย (TCMA)" width="740" height="555" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/tcma-afcm-03.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/tcma-afcm-03-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/tcma-afcm-03-150x113.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/tcma-afcm-03-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>การทำงานในระยะ 2 ปีข้างหน้า ในฐานะประธานสภาผู้ผลิตปูนซีเมนต์แห่งอาเซียน วาง 4 กลยุทธ์ สู่เป้าหมายนำอาเซียนซีเมนต์มุ่งสู่การลดคาร์บอน ขับเคลื่อนตามบริบทนโยบาย แนวทาง และความพร้อมของแต่ละประเทศ</p>
<ol>
<li>เร่งเดินหน้าพัฒนา AFCM Decarbonization Roadmap เพื่อแต่ละประเทศสมาชิกได้นำไปใช้เป็นกรอบแนวทางขับเคลื่อนอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์มุ่งสู่การลดคาร์บอน ร่วมกับภาครัฐ</li>
<li>ผนึกความร่วมมือทุกสมาชิกร่วมขับเคลื่อนอาเซียนซีเมนต์อย่างมีพลวัต โดยนำศักยภาพของแต่ละประเทศ มาร่วมกันขับเคลื่อนอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ในอาเซียนให้ไปทิศทางเดียวกัน และสอดคล้องกับทิศทางของโลก</li>
<li>กระชับความร่วมมืออาเซียนภาครัฐ การทำงานในรูปแบบ Public-Private-People Partnership (PPP) เป็นแนวทางสำคัญต่อการสร้างความก้าวหน้าดำเนินงาน</li>
<li>เชื่อมโยงองค์กรระดับโลกสนับสนุนอาเซียนซีเมนต์ลดคาร์บอน อาทิ Global Cement and Concrete Association (GCCA), United Nations Industrial Development Organization (UNIDO), องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ), World Economic Forum เป็นต้น ครอบคลุมด้านการถ่ายทอดความรู้ เทคโนโลยี นวัตกรรม และแสวงหาแหล่งทุนมาดำเนินโครงการสำคัญในภูมิภาค</li>
</ol>
<p><strong>ดร.ชนะ</strong> กล่าวย้ำว่า การเข้ารับตำแหน่งประธาน AFCM ในครั้งนี้ เป็นบทบาทสำคัญของไทย ที่จะประสานความร่วมมืออุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ในภูมิภาคอาเซียนให้ขับเคลื่อนไปในเป้าหมายเดียวกันในการมุ่งสู่การลดคาร์บอน ผ่าน AFCM Decarbonization Roadmap ที่จะร่วมกันจัดทำขึ้น โดยการขับเคลื่อนนี้ต้องอาศัยการสนับสนุน/ ความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งนโยบาย มาตรการ กลไกดำเนินงาน และการลงมือทำ การสร้างความร่วมมือจากผู้ผลิตปูนซีเมนต์ชั้นนำในแต่ประเทศสมาชิก AFCM กับองค์กรต่างๆ เชื่อมโยงไปกับโมเดลระดับโลกแบบบูรณาการ เพื่อส่งผลให้เกิดการขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรม สร้างความสามารถในการแข่งขันแก่อุตสาหกรรมในระยะยาวได้</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/tcma-afcm/">นายก TCMA รับหน้าที่ประธานสภาผู้ผลิตซีเมนต์แห่งอาเซียน ผนึกความร่วมมือเร่งพัฒนาโรดแมปอาเซียนซีเมนต์ มุ่งสู่การลดคาร์บอน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/tcma-afcm/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>TCMA ชง 3 ข้อเสนอถึงภาครัฐ เดินหน้าขับเคลื่อนเป้าหมายลดคาร์บอน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/tcma-thailand-2050-net-zero-cement-and-concrete-roadmap/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/tcma-thailand-2050-net-zero-cement-and-concrete-roadmap/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 26 Feb 2025 08:19:27 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Industry]]></category>
		<category><![CDATA[TCMA]]></category>
		<category><![CDATA[ลดก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[ลดคาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[สมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=38099</guid>

					<description><![CDATA[<p>‘ดร.ชนะ ภูมี’ นายกสมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย (TCMA) นำคณะผู้บริหาร เข้าพบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม รายงานความก้าวหน้าลดคาร์บอน ชงขอแรงหนุน 3 เรื่อง ยกระดับ มอก. 2594 ปูนซีเมนต์ไฮดรอลิกเป็นมาตรฐานบังคับ ทำเหมืองในเขตพื้นที่รอยต่อประทานบัตรตามมาตรา 60 สนับสนุนทำเหมืองแหล่งวัตถุดิบ Calcined Clay ช่วยยกระดับภาคอุตสาหกรรมสู่การผลิตอย่างยั่งยืน เพิ่มความสามารถการแข่งขันในเวทีโลก และพาไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำ ดร.ชนะ ภูมี นายกสมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย (TCMA) เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมปูนซีเมนต์เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมพื้นฐานสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ คิดเป็น&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/tcma-thailand-2050-net-zero-cement-and-concrete-roadmap/">TCMA ชง 3 ข้อเสนอถึงภาครัฐ เดินหน้าขับเคลื่อนเป้าหมายลดคาร์บอน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>‘ดร.ชนะ ภูมี’ นายกสมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย (TCMA) นำคณะผู้บริหาร เข้าพบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม รายงานความก้าวหน้าลดคาร์บอน ชงขอแรงหนุน 3 เรื่อง ยกระดับ มอก. 2594 ปูนซีเมนต์ไฮดรอลิกเป็นมาตรฐานบังคับ ทำเหมืองในเขตพื้นที่รอยต่อประทานบัตรตามมาตรา 60 สนับสนุนทำเหมืองแหล่งวัตถุดิบ Calcined Clay ช่วยยกระดับภาคอุตสาหกรรมสู่การผลิตอย่างยั่งยืน เพิ่มความสามารถการแข่งขันในเวทีโลก และพาไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำ</strong></p>
<p><span id="more-38099"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38100" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/Chana-Phumi.jpg" alt="ดร.ชนะ ภูมี" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/Chana-Phumi.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/Chana-Phumi-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/Chana-Phumi-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/Chana-Phumi-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ดร.ชนะ ภูมี</strong> </span><strong>นายกสมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย (TCMA)</strong> เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมปูนซีเมนต์เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมพื้นฐานสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ คิดเป็น 7.7% ของจีดีพี (GDP) และอยู่ระหว่างการขับเคลื่อนนำอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์สู่การปลดปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ ในปี 2593 ตามแนวทาง Thailand 2050 Net Zero Cement and Concrete Roadmap และสนับสนุนเป้าหมาย Thailand NDC Roadmap ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38103" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/TCMA-02-2568_02.jpg" alt="TCMA ชง 3 ข้อเสนอถึงภาครัฐ เดินหน้าขับเคลื่อนเป้าหมายลดคาร์บอน" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/TCMA-02-2568_02.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/TCMA-02-2568_02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/TCMA-02-2568_02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/TCMA-02-2568_02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>ในโอกาส นำคณะผู้บริหารของ TCMA เข้าพบหารือ <span style="color: #6cb742;"><strong>นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์</strong></span> รั<strong>ฐมนตรีว่าการ-กระทรวงอุตสาหกรรม</strong> พร้อมด้วย <span style="color: #6cb742;"><strong>ดร.ณัฐพล รังสิตพล</strong></span> <strong>ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม</strong> <span style="color: #6cb742;"><strong>นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี</strong></span> <strong>ประธานคณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม</strong> และคณะ</p>
<p><strong>TCMA</strong> ได้รายงานความก้าวหน้าลดก๊าซเรือนกระจกร่วมกับกระทรวงอุตสาหกรรม 1) การปรับเปลี่ยนการผลิตไปสู่ปูนซีเมนต์คาร์บอนต่ำ มาตรฐาน มอก. 2594 และส่งเสริมการใช้งานทุกโครงการก่อสร้างทั่วประเทศ ทำให้ช่วงปี 2566-2567 ลดคาร์บอนได้กว่า 1 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์ 2) การยกระดับทำเหมืองสู่ Smart and Green Mining และการใช้พื้นที่ขุมเหมืองเก่าเป็นแหล่งน้ำสำหรับชุมชน 3) การใช้ประโยชน์อุตสาหกรรมปูนซีเมนต์กำจัดกากอุตสาหกรรม Co-Processing in Cement Kilns ภายใต้แนวคิดการปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ (Zero Emission Concept) รวมไปถึง 4) ความก้าวหน้าโครงการสระบุรีแซนด์บ็อกซ์ ต้นแบบเมืองคาร์บอนต่ำ นำโดยผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี ตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 5 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์ ในปี 2570 และเป็นกลุ่มคลัสเตอร์อุตสาหกรรมแรกของไทยที่เข้าร่วมโครงการ Transitioning Industrial Clusters ของ World Economic Forum</p>
<p>การลดคาร์บอนเป็นเรื่องสำคัญของภาคอุตสาหกรรม ที่เป็นปัจจัยสนับสนุนความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และสร้างโอกาสการเข้าถึงนวัตกรรมสมัยใหม่ที่จะสร้างความยั่งยืนของอุตสาหกรรม</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38102" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/TCMA-02-2568_01.jpg" alt="อุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย" width="740" height="350" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/TCMA-02-2568_01.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/TCMA-02-2568_01-300x142.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/TCMA-02-2568_01-150x71.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/TCMA-02-2568_01-500x236.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><strong>TCMA</strong> ได้เสนอการสนับสนุนจากกระทรวงอุตสาหกรรม ใน 3 เรื่อง</p>
<ol>
<li>การกำหนดมาตรฐานผลิตภัณฑ์ปูนซีเมนต์ไฮดรอลิก มอก. 2594 เป็นมาตรฐานบังคับ เพื่อยกระดับมาตรฐานสินค้า พัฒนากระบวนการผลิตสินค้าที่ลดการปล่อยคาร์บอน นำไปสู่การแก้ไขปัญหาภาวะโลกร้อนร่วมกัน</li>
<li>การทำเหมืองในเขตพื้นที่รอยต่อประทานบัตร ตามมาตรา 60 ของพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560 เพื่อประโยชน์การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าตามนโยบายภาครัฐ</li>
<li>การส่งเสริมแหล่งวัตถุดิบ Calcined Clay สำหรับปูนซีเมนต์คาร์บอนต่ำ เพื่อภาคอุตสาหกรรมมีส่วนสนับสนุนเป้าหมายลดก๊าซเรือนกระจก ในสาขา IPPU</li>
</ol>
<p>“TCMA ขอขอบคุณกระทรวงอุตสาหกรรม และหน่วยงานในสังกัด ที่สนับสนุนอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ลดคาร์บอน ตามแนวทาง Thailand 2050 Net Zero Cement &amp; Concrete Roadmap ส่งผลให้มีความก้าวหน้าดำเนินงานมาเป็นลำดับ สำหรับ 3 ข้อเสนอนั้น ท่าน รมว. อุตสาหกรรมรับไปพิจารณาหาแนวทาง โดยกระทรวงอุตสาหกรรมยินดีให้การสนับสนุน และพร้อมร่วมมือกับ TCMA ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีเขียวของประเทศไทยให้เป็นรูปธรรม” <strong>ดร.ชนะ</strong> กล่าว</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/tcma-thailand-2050-net-zero-cement-and-concrete-roadmap/">TCMA ชง 3 ข้อเสนอถึงภาครัฐ เดินหน้าขับเคลื่อนเป้าหมายลดคาร์บอน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/tcma-thailand-2050-net-zero-cement-and-concrete-roadmap/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“เอกนัฏ” เสริมแกร่งอุตสาหกรรมฮาลาลผสาน 8 หน่วยงาน 22 สินเชื่อ SMEs ดันผู้ประกอบการ Green Productivity ทุ่มวงเงินกู้สูง10 ลบ.</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/halal-industry-smes-green-productivity/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/halal-industry-smes-green-productivity/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 26 Dec 2024 02:42:09 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Industry]]></category>
		<category><![CDATA[Green Productivity]]></category>
		<category><![CDATA[SMEs]]></category>
		<category><![CDATA[สินเชื่อ SMEs]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมฮาลาล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=37319</guid>

					<description><![CDATA[<p>อุตสาหกรรมฮาลาล สนับสนุนแหล่งเงินทุนผ่านผสาน 8 หน่วยงาน 22 สินเชื่อ ประกอบด้วย สำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลาง และขนาดย่อมแห่งประเทศไทย ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม สำนักงานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย และศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกันต่อยอดการขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมฮาลาล เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่แก่ผู้ประกอบการต่อไป ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีศักยภาพในการผลิตอาหารและการบริการที่มีคุณภาพ มีความปลอดภัย และมีรสชาติตามความต้องการของผู้บริโภค โดยเฉพาะในตลาดมุสลิมที่มีประชากรจำนวนมากและมีแนวโน้มการบริโภคที่สูงขึ้น จึงมีความจำเป็นที่ผู้ประกอบการไทยจะต้องปรับปรุงและพัฒนาสินค้าและบริการให้ได้มาตรฐาน ผ่านกระบวนการตรวจการรับรองฮาลาล รวมทั้งการบริการที่ต้องมีกระบวนการผลิตตลอดห่วงโซ่อุปทานถูกต้องตามหลักศาสนาอิสลาม&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/halal-industry-smes-green-productivity/">“เอกนัฏ” เสริมแกร่งอุตสาหกรรมฮาลาลผสาน 8 หน่วยงาน 22 สินเชื่อ SMEs ดันผู้ประกอบการ Green Productivity ทุ่มวงเงินกู้สูง10 ลบ.</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>อุตสาหกรรมฮาลาล สนับสนุนแหล่งเงินทุนผ่านผสาน 8 หน่วยงาน 22 สินเชื่อ ประกอบด้วย สำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลาง และขนาดย่อมแห่งประเทศไทย ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม สำนักงานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย และศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกันต่อยอดการขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมฮาลาล เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่แก่ผู้ประกอบการต่อไป</strong></p>
<p><span id="more-37319"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-37321" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/halal-industry-smes-green-productivity-02.jpg" alt="ดร.ณัฐพล รังสิตพล" width="744" height="496" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/halal-industry-smes-green-productivity-02.jpg 744w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/halal-industry-smes-green-productivity-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/halal-industry-smes-green-productivity-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/halal-industry-smes-green-productivity-02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 744px) 100vw, 744px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">ดร.ณัฐพล รังสิตพล</span> ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม</strong> กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีศักยภาพในการผลิตอาหารและการบริการที่มีคุณภาพ มีความปลอดภัย และมีรสชาติตามความต้องการของผู้บริโภค โดยเฉพาะในตลาดมุสลิมที่มีประชากรจำนวนมากและมีแนวโน้มการบริโภคที่สูงขึ้น จึงมีความจำเป็นที่ผู้ประกอบการไทยจะต้องปรับปรุงและพัฒนาสินค้าและบริการให้ได้มาตรฐาน ผ่านกระบวนการตรวจการรับรองฮาลาล รวมทั้งการบริการที่ต้องมีกระบวนการผลิตตลอดห่วงโซ่อุปทานถูกต้องตามหลักศาสนาอิสลาม และสามารถส่งออกไป      ยังต่างประเทศได้ ดังนั้น กระทรวงอุตสาหกรรม ตามนโยบาย “ปฏิรูปอุตสาหกรรมสู่เศรษฐกิจยุคใหม่ ทันสมัย สะอาด สะดวก โปร่งใส” ของนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม จึงได้สนับสนุนเงินทุนเพื่อต่อยอดการขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมฮาลาลตามมติคณะกรรมการอุตสาหกรรมฮาลาลแห่งชาติ (กอฮช.) ครั้งที่ 1/2567 เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้แก่ผู้ประกอบการ ผ่านกิจกรรม &#8220;เรียนแล้ว รับรองได้ ลงทุนง่าย ขายส่งออกเป็น&#8221; ภายใต้แนวคิด สานพลังแหล่งเงินทุน อันเป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริมอุตสาหกรรมฮาลาลของประเทศให้มีศักยภาพ สามารถเติบโต และแข่งขันสู่สากลได้อยางยั่งยืน</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-37322" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/halal-industry-smes-green-productivity-03.jpg" alt="พงศ์พล ยอดเมืองเจริญ" width="744" height="498" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/halal-industry-smes-green-productivity-03.jpg 744w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/halal-industry-smes-green-productivity-03-300x201.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/halal-industry-smes-green-productivity-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/halal-industry-smes-green-productivity-03-500x335.jpg 500w" sizes="(max-width: 744px) 100vw, 744px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">พงศ์พล ยอดเมืองเจริญ</span> เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และโฆษกกระทรวงอุตสาหกรรม </strong>กล่าวว่า สำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ได้สนับสนุนแหล่งเงินทุนเพื่อต่อยอดการขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมฮาลาลผ่านกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ ได้แก่ สินเชื่อเพื่อเพิ่มขีดความสามารถธุรกิจ (เสือติดปีก) วงเงิน 1,200 ล้านบาท และ สินเชื่อเพื่อเสริมสภาพคล่องทางธุรกิจ (คงกระพัน) วงเงิน 700 ล้านบาท และจะมีโครงการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมฮาลาลวงเงิน 7  ล้านบาท ซึ่งประกอบด้วยกิจกรรมสำคัญ เช่น กิจกรรมการส่งเสริมองค์ความรู้ด้านการตลาด การส่งออก และการประชาสัมพันธ์ กิจกรรมการวินิจฉัยและให้คำปรึกษาแนะนำเชิงลึกสถานประกอบการในด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ และการขอรับรองมาตรฐานฮาลาล</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-37323" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/halal-industry-smes-green-productivity-04.jpg" alt="ณัฏฐิญา เนตยสุภา" width="744" height="495" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/halal-industry-smes-green-productivity-04.jpg 744w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/halal-industry-smes-green-productivity-04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/halal-industry-smes-green-productivity-04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/halal-industry-smes-green-productivity-04-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 744px) 100vw, 744px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">ณัฏฐิญา เนตยสุภา</span> อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม </strong>กล่าวว่ากรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม (DIPROM) ได้สนับสนุนแหล่งเงินทุนเพื่อต่อยอดการขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมฮาลาลผ่านการปรับปรุงและพัฒนาสินค้าและบริการให้ได้มาตรฐาน เชื่อมโยงเครือข่ายแหล่งเงินทุน เสริมแกร่งด้วยหน่วยงานส่งเสริมความรู้ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพผู้ประกอบการ SMEs ฮาลาลไทยทั่วประเทศให้เติบโตในตลาดสากลอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ ดีพร้อม มีแหล่งเงินทุนสนับสนุนแหล่งเงินทุนเพื่อต่อยอดการพัฒนาอุตสาหกรรมฮาลาล ได้แก่ เงินทุนหมุนเวียนเพื่อการส่งเสริมอาชีพอุตสาหกรรมในครอบครัวและหัตถกรรมไทย (DIPROM Pay) ประกอบด้วยวงเงินกู้ระยะสั้น สำหรับหมุนเวียนในธุรกิจ วงเงินสูงสุดไม่เกิน 2 ล้านบาท  และวงเงินกู้ระยะยาวสำหรับลงทุนในสินทรัพย์ถาวร วงเงินสูงสุดไม่เกิน 5 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีสินเชื่อเพื่อลงทุนหรือขยายธุรกิจ DIPROM Pay for BCG วงเงินสูงสุดไม่เกิน 5 ล้านบาท ให้กับผู้ประกอบการที่ผ่านการพัฒนาและยกระดับอุตสาหกรรมด้านฮาลาลโดยดีพร้อม ซึ่งจะได้รับสิทธิประโยชน์ปลอดเงินต้นเป็นระยะเวลา 12 งวด หรือ 1 ปี</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-37324" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/halal-industry-smes-green-productivity-05.jpg" alt="ดรัสวันต์ ชูวงษ์" width="744" height="498" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/halal-industry-smes-green-productivity-05.jpg 744w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/halal-industry-smes-green-productivity-05-300x201.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/halal-industry-smes-green-productivity-05-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/halal-industry-smes-green-productivity-05-500x335.jpg 500w" sizes="(max-width: 744px) 100vw, 744px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">ดรัสวันต์ ชูวงษ์</span> ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย</strong><strong>  (</strong><strong>EXIM BANK) กล่าวว่า </strong>EXIM BANK พร้อมสนับสนุนและขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การค้าและการลงทุนระหว่างประเทศเพื่อประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศ รวมถึงอุตสาหกรรมฮาลาล ซึ่งไทยมีขีดความสามารถในการแข่งขันอย่างมากในเวทีโลก ผ่านนวัตกรรมทางการเงิน ทั้งสินเชื่อและเครื่องมือบริหารความเสี่ยงทางการค้าและการลงทุน โดย EXIM BANK สานพลังกับหน่วยงานพันธมิตรทั้งภาครัฐและภาคเอกชนเพื่อใช้ความรู้ความเชี่ยวชาญสร้างนักรบเศรษฐกิจไทยที่มีความพร้อมทั้งด้านความรู้ เครือข่ายธุรกิจ และเงินทุนที่จะเริ่มต้นหรือขยายธุรกิจใน Supply Chain การส่งออกสินค้าอาหารโลก แคมเปญพิเศษเพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ 2568 ของ EXIM BANK สำหรับผู้ส่งออกสินค้าฮาลาล ประกอบด้วย 1. โปรแกรมสินเชื่อเงินทุน Halal อุ่นใจ เพื่อเสริมสภาพคล่องสำหรับใช้หมุนเวียนในกิจการหรือลงทุนเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต วงเงินอนุมัติสูงสุด 200 ล้านบาท อัตราพิเศษเริ่มต้นเพียง 3.25% ระยะเวลาผ่อนชำระสูงสุดถึง 10 ปี ผู้ประกอบการที่ได้รับการรับรองมาตรฐานฮาลาลแล้วหรือมีรายได้จากการส่งออกไปยังกลุ่มประเทศภายใต้องค์การความร่วมมืออิสลาม (The Organization of Islamic Cooperation: OIC) ซึ่งประกอบด้วย</p>
<p>สมาชิก 57 ประเทศ สามารถขอรับอัตราพิเศษเพิ่มเติมเหลือเพียง 2.99% สำหรับ 6 เดือนแรก และ 2. โปรแกรมประกัน Halal สบายใจ ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถขยายตลาดได้อย่างมั่นใจ โดยไม่ต้องกังวลว่าจะไม่ได้รับชำระเงินค่าสินค้าจากผู้ซื้อในต่างประเทศ วงเงินรับประกันสูงสุด 2 ล้านบาทต่อกรมธรรม์ อัตราความคุ้มครอง 70% ของมูลค่าความเสียหาย สิทธิพิเศษสำหรับผู้เข้าร่วมโครงการ สามารถเลือกรับความคุ้มครองผู้ซื้อ 1 ราย (วงเงินคุ้มครอง 300,000 บาท) หรือส่วนลดค่าประเมินความเสี่ยงผู้ซื้อมูลค่า 2,000 บาท และรับเพิ่มเป็น 2 ราย หรือเลือกรับส่วนลดค่าประเมินความเสี่ยงผู้ซื้อเพิ่มเป็น 4,000 บาทสำหรับผู้ประกอบการที่ได้รับการรับรองมาตรฐานฮาลาลหรือมีรายได้จากการส่งออกไปยังกลุ่มประเทศ OIC</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-37325" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/halal-industry-smes-green-productivity-06.jpg" alt="พิชิต มิทราวงศ์" width="744" height="558" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/halal-industry-smes-green-productivity-06.jpg 744w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/halal-industry-smes-green-productivity-06-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/halal-industry-smes-green-productivity-06-150x113.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/halal-industry-smes-green-productivity-06-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 744px) 100vw, 744px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">พิชิต มิทราวงศ์</span> กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ </strong><strong>SME D Bank  </strong>กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้ ธนาคารได้จัดเตรียมบริการ “ด้านการเงินควบคู่ด้านการพัฒนา” ไว้สนับสนุนยกระดับสร้างมาตรฐานต่อยอดผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยสู่อุตสาหกรรมฮาลาล คว้าโอกาสประสบความสำเร็จจากตลาดที่มีมูลค่ามหาศาล และมีแนวโน้มเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ สำหรับด้าน “การเงิน” ผ่านผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่ครอบคลุมทุกความต้องการ  เช่น สินเชื่อ Smile Biz ธุรกิจฮาลาลยิ้มได้ ช่วยเสริมสภาพคล่อง  อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 6.4%ต่อปี วงเงินกู้สูงสุด 5 ล้านบาท ผ่อนนานสูงสุด 7 ปี  , สินเชื่อ SME Green Productivity For SMEs Halal สนับสนุนก้าวสู่อุตสาหกรรมสีเขียว อัตราดอกเบี้ย 3% ต่อปี คงที่ตลอด 3 ปีแรก วงเงินกู้สูงสุด 10 ล้านบาท ผ่อนนานสูงสุด 10 ปี , สินเชื่อ BCG Economy For SMEs Halal ลงทุน ปรับปรุง ขยายธุรกิจเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 4.65% ต่อปี  วงเงินกู้สูงสุด 50 ล้านบาท ผ่อนนานสูงสุด 15 ปี และสินเชื่อ Refinance Plus For SMEs Halal ช่วยลดต้นทุน   อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 2.99% ต่อปี  วงเงินกู้สูงสุด 50 ล้านบาท ผ่อนนานสูงสุด 15 ปี เป็นต้น  ควบคู่กับด้าน “การพัฒนา” ผ่านแพลตฟอร์ม DX by SME D Bank (dx.smebank.co.th) ที่สะดวกสบาย ช่วยเสริมแกร่งธุรกิจครบวงจรตลอด 24 ชม. ทุกที่ ทุกเวลา และที่สำคัญ สำหรับในโครงการนี้ ธนาคารจัดเตรียมแคมเปญพิเศษเพื่อเป็นของขวัญในเทศกาลปีใหม่ 2568   ด้วยการมอบโปรโมชั่น 3 ต่อ ให้แก่ผู้ประกอบการที่ยังไม่เคยมีวงเงินสินเชื่อกับธนาคาร ได้แก่ ต่อที่ 1) เมื่อยื่นขอสินเชื่อ ตั้งแต่ 1 ล้านบาทขึ้นไป เอกสารครบตั้งแต่ 2 ม.ค.- 28 ก.พ. 2568 และได้รับอนุมัติภายใน 31 มี.ค. 2568 จะได้ลดค่าธรรมเนียมวิเคราะห์โครงการ สูงสุดล้านละ  5,000 บาท  ต่อที่ 2) รับ 500 Point นำไปใช้ประโยชน์ในแพลตฟอร์ม DX by SME D Bank และต่อที่ 3)  นำ Point มาแลกรับเครื่องมือต่อยอดธุรกิจต่าง ๆ จาก SME D Bank ฟรี เช่น ค่าอบรม Premium Couser และระบบริหารธุรกิจ ERP เป็นต้น สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ฝ่ายส่งเสริมการตลาด โทร.02-265-4598, 4961, 4064 หรือ Call Center 13</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-37326" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/halal-industry-smes-green-productivity-07.jpg" alt="ดร.ทวีลาภ ฤทธาภิรมย์" width="744" height="496" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/halal-industry-smes-green-productivity-07.jpg 744w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/halal-industry-smes-green-productivity-07-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/halal-industry-smes-green-productivity-07-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/halal-industry-smes-green-productivity-07-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 744px) 100vw, 744px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">ดร.ทวีลาภ ฤทธาภิรมย์</span> กรรมการและผู้จัดการธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์)</strong> กล่าวว่า ความร่วมมือกับกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมครั้งนี้ ไอแบงก์ได้จัดแพ็กเกจสินเชื่อให้แก่ผู้ประกอบการที่ต้องการเริ่มต้นและต่อยอดให้แก่ธุรกิจฮาลาลตลอดห่วงโซ่อุปทาน เพื่อสร้างความพร้อมผ่านสินเชื่อเพื่อเสริมสภาพคล่อง หรือเป็นเงินทุนสำหรับขยายธุรกิจ ตลอดจนสินเชื่อเพื่อนำเข้าเครื่องจักรหรือวัตถุดิบ และส่งออกสินค้าฮาลาลไปนานาประเทศ ด้วยอัตรากำไรเริ่มต้น 2 ปีแรกเพียง 3.50% ต่อปี กรณีผู้ประกอบการไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันหรือหลักประกันไม่เพียงพอก็สามารถขอสินเชื่อกับไอแบงก์ได้ กรณีผลิตภัณฑ์ของผู้ประกอบการมีเครื่องหมายฮาลาลไอแบงก์มอบส่วนลดอัตรากำไรเพิ่มให้ กรณีไม่มีเครื่องหมายฮาลาลไอแบงก์สามารถสนับสนุนให้ผู้ประกอบการสามารถขอเครื่องหมายฮาลาลได้โดยการอำนวยความสะดวกส่งต่อให้แก่หน่วยงานพันธมิตรได้แก่คณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย และคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดทั่วประเทศที่มีอำนาจหน้าที่ในการออกเครื่องหมายรับรองฮาลาลได้ รวมถึงการต่อยอดผู้ประกอบการสู่การส่งออกที่ไอแบงก์มีความร่วมมือกับ EXIM ตั้งแต่ปี 2566 และมีผู้ประกอบการเข้าร่วมโครงการมากกว่า 500 ราย ซึ่งมีมูลค่าการให้สินเชื่อและการรับประกันการส่งออกสูงกว่า 2,000 ล้านบาท  นอกจากนี้ไอแบงก์ยังสามารถเชื่อมโยงผู้ประกอบการฮาลาลเข้าร่วมเป็นสมาชิกสมาคมการค้านักธุรกิจไทยมุสลิม (TMTA) หรือ สมาชิกสถาบันนักธุรกิจมุสลิม Muslim Business Matching (MBM) เพื่อเปิดโอกาสสร้างสายสัมพันธ์กับกลุ่มนักธุรกิจมุสลิมในประเทศไทยและทั่วโลกด้วย ดังนั้น นอกจากไอแบงก์จะมีความมุ่งมั่นในการเป็นส่วนหนึ่งของการสนับสนุนห่วงโซ่ของธุรกิจฮาลาลหรือ Halal Supply Chain แล้ว               ยังมีความพร้อมที่จะเป็นหนึ่งในองค์กรที่ร่วมผลักดันการขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมฮาลาลไทยสู่ฮาลาลโลกได้</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-37327" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/halal-industry-smes-green-productivity-08.jpg" alt="กิตติพงษ์ บุรณศิริ" width="744" height="496" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/halal-industry-smes-green-productivity-08.jpg 744w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/halal-industry-smes-green-productivity-08-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/halal-industry-smes-green-productivity-08-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/halal-industry-smes-green-productivity-08-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 744px) 100vw, 744px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">กิตติพงษ์ บุรณศิริ</span> รองผู้จัดการทั่วไป สายงานกลยุทธ์และผลิตภัณฑ์ (บสย.)</strong> กล่าวว่า บสย. เป็นรัฐวิสาหกิจภายใต้การกำกับของกระทรวงการคลังทำหน้าที่ค้ำประกันสินเชื่อให้กับผู้ประกอบการ SMEs ที่มีศักยภาพแต่หลักประกันไม่เพียงพอ ได้ขานรับนโยบายขับเคลื่อนอุตสาหกรรมฮาลาล ด้วยโครงการ</p>
<p>ค้ำประกันสินเชื่อ PGS ระยะที่ 11 SMEs ยั่งยืน ในวงเงินรวม 50,000 ล้านบาท โดยมีผลิตภัณฑ์สำคัญ เช่น</p>
<p>1) Smart Green อนาคตที่ยั่งยืน กับแหล่งเงินทุนที่ SMEs เข้าถึงได้ เหมาะสำหรับธุรกิจ BCG หรือ ESG ธุรกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม วงเงินค้ำประกันสูงสุด 1 &#8211; 40 ล้านบาทต่อราย ค่าธรรมเนียมต่อปี 1.5%</p>
<p>ฟรีค่าธรรมเนียม 4 ปีแรก และ 2) SMEs Ignite Biz เฉพาะ SMEs ประเภทนิติบุคคลที่ต้องการเงินลงทุนหมุนเวียนในกลุ่มการท่องเที่ยว การแพทย์และสุขภาพ ขนส่ง ยานยนต์แห่งอนาคต การบิน การเงิน เศรษฐกิจดิจิทัล และธุรกิจอาหาร โดยยื่นคำขอให้ค้ำประกันขั้นต่ำครั้งละไม่น้อยกว่า 0.2 ล้านบาท สูงสุดไม่เกิน 10 ล้านบาทต่อราย ค่าธรรมเนียมต่อปี 1.5% ฟรีค่าธรรมเนียม 3 ปีแรก เป็นต้น</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-37328" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/halal-industry-smes-green-productivity-09.jpg" alt="พล.ต.ต. สุรินทร์ ปาลาเร่" width="744" height="496" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/halal-industry-smes-green-productivity-09.jpg 744w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/halal-industry-smes-green-productivity-09-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/halal-industry-smes-green-productivity-09-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/halal-industry-smes-green-productivity-09-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 744px) 100vw, 744px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">พล.ต.ต. สุรินทร์ ปาลาเร่</span> เลขาธิการคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย(สกอท.)</strong> กล่าวว่า สกอท. เป็นองค์กรศาสนาอิสลามที่มีฐานะเป็นนิติบุคคล ที่ไม่ได้แสวงหากำไร เป็นผู้ให้การรับรองฮาลาลและอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายรับรองฮาลาล ขานรับนโยบายขับเคลื่อนอุตสาหกรรมฮาลาล โดยส่งเสริมให้ภาคอุตสาหกรรมให้มีการขอใบรับรองผลิตภัณฑ์อาหารฮาลาลแก่สินค้าและบริการ เพื่อผลิตสินค้าและบริการฮาลาลที่สะอาดปลอดภัยตามหลักการศาสนาอิสลามและเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าและบริการฮาลาลรวมทั้งเพื่อสนองตอบความต้องการตลาดที่ต้องการสินค้าและบริการฮาลาลได้</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-37329" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/halal-industry-smes-green-productivity-10.jpg" alt="รศ.ดร.วินัย ดะห์ลัน" width="744" height="495" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/halal-industry-smes-green-productivity-10.jpg 744w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/halal-industry-smes-green-productivity-10-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/halal-industry-smes-green-productivity-10-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/halal-industry-smes-green-productivity-10-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 744px) 100vw, 744px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">รศ.ดร.วินัย ดะห์ลัน</span> ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ศวฮ.จฬ.)</strong> กล่าวว่า ศวฮ.จฬ. ให้บริการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแก่สังคม ประกอบด้วย งานบริการทางห้องปฏิบัติการนิติวิทยาศาสตร์ฮาลาล งานวิจัยและนวัตกรรม งานบริการวิชาการ/หลักสูตร งานบริการหน่วยงานภายนอก ขานรับนโยบายขับเคลื่อนอุตสาหกรรมฮาลาล โดยส่งเสริมให้การพัฒนางานบริการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีฮาลาล การใช้วิทย์เทคฮาลาลและการพัฒนาฮาลาลบล็อกเชน งานบริการทางห้องปฏิบัติการนิติวิทยาศาสตร์ฮาลาล งานวิจัยและนวัตกรรม การให้คำปรึกษาด้านการบ่มเพาะวิสาหกิจฮาลาล การพัฒนานวัตกรรม งานบริการชำระล้างนญิสทุกชนิดด้วยน้ำยาคอลลอยด์ดิน HALKLEAN งานพัฒนา Halal Blockchain แก่ภาคอุตสาหกรรม งานพัฒนาแอปพลิเคชันร้านอาหารและการท่องเที่ยว Halal Route งานบริการฐานข้อมูลสารเคมีวัตถุดิบฮาลาลตามระบบ H numbers เพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันฮาลาลของประเทศไทย</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/halal-industry-smes-green-productivity/">“เอกนัฏ” เสริมแกร่งอุตสาหกรรมฮาลาลผสาน 8 หน่วยงาน 22 สินเชื่อ SMEs ดันผู้ประกอบการ Green Productivity ทุ่มวงเงินกู้สูง10 ลบ.</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/halal-industry-smes-green-productivity/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กรอ.มอบรางวัลอุตสาหกรรมสีเขียว ปี 2024 กว่า 300 ราย เดินหน้าสู่ความสำเร็จที่ยั่งยืน ควบคู่การดูแลชุมชนและสิ่งแวดล้อม</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/green-industry-award-2024/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/green-industry-award-2024/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 25 Sep 2024 07:35:11 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Industry]]></category>
		<category><![CDATA[รางวัลอุตสาหกรรมสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมสีเขียว]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=35886</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรมโรงงานอุตสาหกรรม จัดพิธีมอบรางวัลอุตสาหกรรมสีเขียว ประจำปีงบประมาณ 2567 “ก้าวสู่ความสำเร็จที่ยั่งยืน..คู่ไปกับการดูแลชุมชนและสิ่งแวดล้อม..ด้วยอุตสาหกรรมสีเขียว” เพื่อส่งเสริมและพัฒนาสถานประกอบการสู่อุตสาหกรรมสีเขียว เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศส่งผลกระทบโดยตรงต่อประเทศไทยในเรื่องของภัยน้ำท่วม และภัยแล้ง ซึ่งส่งผลเสียต่อผลผลิตในภาคเกษตรกรรม ตลอดจนภาคอุตสาหกรรมของประเทศ กระทรวงอุตสาหกรรมจึงมุ่งมั่นพัฒนาและยกระดับความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรม เพื่อให้เกิดการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยทั้งระบบ โดยการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน กฎระเบียบ และทักษะคุณภาพแรงงานให้สอดคล้องกับบริบทในปัจจุบัน ควบคู่ไปกับความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม จึงได้กำหนดนโยบายมุ่งเน้นการปฏิรูป 3 ด้าน ได้แก่ การปฏิรูปที่ 1) การจัดการกาก สารพิษ ที่ทำร้ายชีวิตประชาชน 2)&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/green-industry-award-2024/">กรอ.มอบรางวัลอุตสาหกรรมสีเขียว ปี 2024 กว่า 300 ราย เดินหน้าสู่ความสำเร็จที่ยั่งยืน ควบคู่การดูแลชุมชนและสิ่งแวดล้อม</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กรมโรงงานอุตสาหกรรม จัดพิธีมอบรางวัลอุตสาหกรรมสีเขียว ประจำปีงบประมาณ 2567 “ก้าวสู่ความสำเร็จที่ยั่งยืน..คู่ไปกับการดูแลชุมชนและสิ่งแวดล้อม..ด้วยอุตสาหกรรมสีเขียว” เพื่อส่งเสริมและพัฒนาสถานประกอบการสู่อุตสาหกรรมสีเขียว</strong></p>
<p><span id="more-35886"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-35888" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/green-industry-award-2024-02.jpg" alt="เอกนัฏ พร้อมพันธุ์" width="750" height="495" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/green-industry-award-2024-02.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/green-industry-award-2024-02-300x198.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/green-industry-award-2024-02-150x99.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/green-industry-award-2024-02-500x330.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">เอกนัฏ พร้อมพันธุ์</span> รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม</strong> เปิดเผยว่า การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศส่งผลกระทบโดยตรงต่อประเทศไทยในเรื่องของภัยน้ำท่วม และภัยแล้ง ซึ่งส่งผลเสียต่อผลผลิตในภาคเกษตรกรรม ตลอดจนภาคอุตสาหกรรมของประเทศ กระทรวงอุตสาหกรรมจึงมุ่งมั่นพัฒนาและยกระดับความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรม เพื่อให้เกิดการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยทั้งระบบ โดยการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน กฎระเบียบ และทักษะคุณภาพแรงงานให้สอดคล้องกับบริบทในปัจจุบัน ควบคู่ไปกับความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม จึงได้กำหนดนโยบายมุ่งเน้นการปฏิรูป 3 ด้าน ได้แก่ การปฏิรูปที่ 1) การจัดการกาก สารพิษ ที่ทำร้ายชีวิตประชาชน 2) Save อุตสาหกรรมไทย และ 3) การสร้างอุตสาหกรรมเศรษฐกิจใหม่ โดยจะดำเนินการใน 3 แนวทาง คือ 1) การสร้างความร่วมมือ พันธมิตรห่วงโซ่อุตสาหกรรมที่สมบูรณ์แบบ 2) การจัดตั้งกองทุนเพื่อการปฏิรูประบบอุตสาหกรรม และ 3) การปรับกฎหมายและภารกิจเข้าสู่ภาครัฐดิจิทัล สร้าง Ease of  สร้าง Ease of Doing Business</p>
<p>การส่งเสริมภาคอุตสาหกรรม เพื่อมุ่งสู่อุตสาหกรรมสีเขียวนับเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานให้บรรลุตามนโยบายของกระทรวงอุตสาหกรรม โดยได้ปรับปรุงหลักเกณฑ์อุตสาหกรรมสีเขียวใหม่ โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาธุรกิจอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืนคู่ชุมชน ส่งเสริมและยกระดับสถานประกอบการให้ดำเนินธุรกิจอุตสาหกรรมเป็นไปตามเป้าหมายการลดผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม โดยการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ สนับสนุนการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน ตามแนวคิด BCG (Bio -Circular &#8211; Green Economy)  เพื่อการขับเคลื่อนสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) และการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) ที่ตอบโจทย์ประเทศไทยและประชาคมโลก มีความรับผิดชอบต่อสังคมควบคู่กับการกระจายรายได้สู่ชุมชน ตลอดจนแข่งขันได้ในระดับสากล</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-35889" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/green-industry-award-2024-03.jpg" alt="ณัฐพล รังสิตพล" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/green-industry-award-2024-03.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/green-industry-award-2024-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/green-industry-award-2024-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/green-industry-award-2024-03-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">ณัฐพล รังสิตพล</span> ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม </strong>กล่าวว่า กระทรวงอุตสาหกรรมดำเนินการส่งเสริมและพัฒนาสถานประกอบการสู่อุตสาหกรรมสีเขียว โดยมุ่งเน้นการสร้างความตระหนักให้บุคลากรในทุกระดับมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการพัฒนาอย่างยั่งยืน เผยแพร่องค์ความรู้ แนวคิด และประสบการณ์จากองค์กรที่ประสบความสำเร็จ เพื่อให้เป็นตัวอย่างที่ดีและแนวทางในการปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมแก่สถานประกอบการผ่านสื่อต่างๆ รวมทั้งการสร้างและพัฒนาผู้เชี่ยวชาญ ผู้ตรวจประเมิน และการให้บริการช่วยเหลือแก่สถานประกอบการให้สามารถพัฒนาไปสู่การเป็นอุตสาหกรรมสีเขียว ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายหลักของรัฐบาลในการพัฒนาเศรษฐกิจและพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทยให้สามารถปรับตัวและตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีหรือแนวโน้มการค้าโลก รวมถึงการส่งเสริมและพัฒนาความสามารถของผู้ประกอบการใหม่ และสร้างสภาวะแวดล้อมที่เอื้อต่อการดำเนินงานของผู้ประกอบการ</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-35890" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/green-industry-award-2024-04.jpg" alt="รางวัลอุตสาหกรรมสีเขียว" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/green-industry-award-2024-04.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/green-industry-award-2024-04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/green-industry-award-2024-04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/green-industry-award-2024-04-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>สำหรับพิธีมอบรางวัลอุตสาหกรรมสีเขียวในครั้งนี้ จัดขึ้นเป็นปีที่ 6 โดยปีนี้ได้มอบรางวัลให้แก่สถานประกอบการที่ได้รับการรับรองอุตสาหกรรมสีเขียว ระดับที่ 4 และระดับที่ 5 ในปี พ.ศ. 2566-2567 จำนวน 325 ราย ประกอบด้วย อุตสาหกรรมสีเขียว ระดับที่ 5 เครือข่ายสีเขียว (Green Network) จำนวน 36 ราย และอุตสาหกรรมสีเขียว ระดับที่ 4 วัฒนธรรมสีเขียว (Green Culture) จำนวน 289 ราย เพื่อเพิ่มโอกาสและส่งเสริมสถานประกอบการในการให้ความสำคัญกับการพัฒนาอุตสาหกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มีความปลอดภัยในการประกอบกิจการ มีความรับผิดชอบต่อสังคม นำไปสู่การอยู่ร่วมกันระหว่างโรงงานอุตสาหกรรม สังคม และชุมชนที่อยู่โดยรอบอย่างยั่งยืน</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-35891" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/green-industry-award-2024-05.jpg" alt="อุตสาหกรรมที่ได้รับรางวัลอุตสาหกรรมสีเขียว ระดับที่ 4 วัฒนธรรมสีเขียว (Green Culture)" width="750" height="562" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/green-industry-award-2024-05.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/green-industry-award-2024-05-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/green-industry-award-2024-05-150x112.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/green-industry-award-2024-05-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>อุตสาหกรรมที่ได้รับรางวัลอุตสาหกรรมสีเขียว ระดับที่ 4 วัฒนธรรมสีเขียว (Green Culture) อาทิ กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย จากโรงงานทั้ง 13 แห่ง และรางวัลอุตสาหกรรมสีเขียว ระดับที่ 5 เครือข่ายสีเขียว (Green Network) อาทิ บริษัท ปูนซีเมนต์ ประเทศไทย , บริษัท แคนนอน และบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)   โดยสิทธิประโยชน์สำหรับโรงงานที่ได้รับการรับรองอุตสาหกรรมสีเขียว ตั้งแต่ระดับ 2 ขึ้นไป จะสามารถใช้โลโก้ GI บนผลิตภัณฑ์ ได้รับการส่งเสริมการลงทุน ได้รับโอกาสทางการตลาด ตลอดจนการสนับสนุนให้เข้าถึงแหล่งเงินทุน</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-35892" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/green-industry-award-2024-06.jpg" alt="อุตสาหกรรมที่ได้รับรางวัลอุตสาหกรรมสีเขียว ระดับที่ 4 วัฒนธรรมสีเขียว (Green Culture)" width="750" height="562" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/green-industry-award-2024-06.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/green-industry-award-2024-06-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/green-industry-award-2024-06-150x112.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/green-industry-award-2024-06-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>ปัจจุบัน (ข้อมูล ณ วันที่ 20 กันยายน 2567) มีสถานประกอบการที่ได้รับการรับรองอุตสาหกรรมสีเขียวจำนวน 57,663 ใบรับรอง แบ่งเป็น 5 ระดับ ได้แก่</p>
<p>1)ระดับที่ 1 ความมุ่งมั่นสีเขียว (Green Commitment) จำนวน 50,591 ใบรับรอง<br />
2)ระดับที่ 2 ปฏิบัติการสีเขียว (Green Activity) จำนวน 3,112 ใบรับรอง<br />
3)ระดับที่ 3 ระบบสีเขียว (Green System) จำนวน 3,455 ใบรับรอง<br />
4)ระดับที่ 4 วัฒนธรรมสีเขียว (Green Culture) จำนวน 429 ใบรับรอง<br />
5)ระดับที่ 5 เครือข่ายสีเขียว (Green Network) จำนวน 76 ใบรับรอง</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/green-industry-award-2024/">กรอ.มอบรางวัลอุตสาหกรรมสีเขียว ปี 2024 กว่า 300 ราย เดินหน้าสู่ความสำเร็จที่ยั่งยืน ควบคู่การดูแลชุมชนและสิ่งแวดล้อม</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/green-industry-award-2024/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ปูนซีเมนต์นครหลวง ผนึก พฤกษา นำปูนซีเมนต์ลดโลกร้อน – คอนกรีตคาร์บอนต่ำใช้ในโครงการ ร่วมลดคาร์บอน – ยกระดับการก่อสร้างสีเขียวอย่างยั่งยืน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/pruksa-insee-easy-flow/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/pruksa-insee-easy-flow/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 19 Jun 2024 07:52:43 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Industry]]></category>
		<category><![CDATA[การก่อสร้างสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[คอนกรีตคาร์บอนต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[ที่อยู่อาศัยรักษ์โลก]]></category>
		<category><![CDATA[ปูนซีเมนต์นครหลวง]]></category>
		<category><![CDATA[ปูนซีเมนต์ลดโลกร้อน]]></category>
		<category><![CDATA[ปูนซีเมนต์อินทรีเพชร Easy Flow]]></category>
		<category><![CDATA[ปูนไฮดรอลิกลดโลกร้อน]]></category>
		<category><![CDATA[พฤกษา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=34359</guid>

					<description><![CDATA[<p>สองบริษัทชั้นนำในวงการอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้างไทย “ปูนซีเมนต์นครหลวง” ผนึก “พฤกษา” ตอกย้ำความเป็นผู้นำขับเคลื่อนธุรกิจใส่ใจสิ่งแวดล้อม นำ “ปูนซีเมนต์อินทรีเพชร Easy Flow” กลุ่มผลิตภัณฑ์ปูนซีเมนต์ไฮดรอลิก หรือปูนซีเมนต์ลดโลกร้อน พร้อมคอนกรีตคาร์บอนต่้ำมาใช้ในโครงการพฤกษาแนวราบกว่า 300 โครงการ  ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้เกือบ 5 ล้านตัน สร้างที่อยู่อาศัยรักษ์โลก ยกระดับสู่การก่อสร้างสีเขียวอย่างยั่งยืน อุเทน โลหชิตพิทักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า พฤกษามีวิสัยทัศน์ที่มุ่งสู่ผู้นําในการสร้างสรรค์คุณภาพชีวิตการอยู่อาศัยอย่างสมบูรณ์แบบ เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/pruksa-insee-easy-flow/">ปูนซีเมนต์นครหลวง ผนึก พฤกษา นำปูนซีเมนต์ลดโลกร้อน – คอนกรีตคาร์บอนต่ำใช้ในโครงการ ร่วมลดคาร์บอน – ยกระดับการก่อสร้างสีเขียวอย่างยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>สองบริษัทชั้นนำในวงการอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้างไทย <strong>“ปูนซีเมนต์นครหลวง”</strong> ผนึก <strong>“พฤกษา” </strong>ตอกย้ำความเป็นผู้นำขับเคลื่อนธุรกิจใส่ใจสิ่งแวดล้อม นำ “ปูนซีเมนต์อินทรีเพชร Easy Flow” กลุ่มผลิตภัณฑ์ปูนซีเมนต์ไฮดรอลิก หรือปูนซีเมนต์ลดโลกร้อน พร้อมคอนกรีตคาร์บอนต่้ำมาใช้ในโครงการพฤกษาแนวราบกว่า 300 โครงการ  ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้เกือบ 5 ล้านตัน สร้างที่อยู่อาศัยรักษ์โลก ยกระดับสู่การก่อสร้างสีเขียวอย่างยั่งยืน</p>
<p><span id="more-34359"></span></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">อุเทน โลหชิตพิทักษ์</span> ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน)</strong> กล่าวว่า พฤกษามีวิสัยทัศน์ที่มุ่งสู่ผู้นําในการสร้างสรรค์คุณภาพชีวิตการอยู่อาศัยอย่างสมบูรณ์แบบ เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิด “ใส่ใจเพื่อทั้งชีวิต&#8230;.อยู่ดี มีสุข” โดยประกาศเป้าหมายที่จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกร้อยละ 30 ภายในปี 2573 และมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนในปี 2593 ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของประเทศไทยและนานาประเทศ</p>
<p>จากวิสัยทัศน์ดังกล่าว <strong>พฤกษา </strong>ได้ร่วมเป็นพันธมิตรกับ <strong>ปูนอินทรี</strong> มาตั้งแต่ปี 2562 โดย<strong>เ</strong>ลือกใช้ปูนซีเมนต์อินทรีเพชร Easy Flow ซึ่งเป็นปูนซีเมนต์ลดโลกร้อน ที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศ นำร่องในโครงการพฤกษาแนวราบ ปัจจุบันมีการใช้ ปูนซีเมนต์อินทรีเพชร Easy Flow ในโครงการแนวราบ ประมาณ 327 โครงการ ซึ่งสามารถลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกได้เกือบ 5 ล้านตัน เทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้ทดแทนถึงกว่า 524,483 ต้น</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-34361" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Pruksa-Insee-Easy-Flow-02.jpg" alt="ปูนซีเมนต์นครหลวง ผนึก พฤกษา นำปูนซีเมนต์ลดโลกร้อน – คอนกรีตคาร์บอนต่ำใช้ในโครงการ" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Pruksa-Insee-Easy-Flow-02.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Pruksa-Insee-Easy-Flow-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Pruksa-Insee-Easy-Flow-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Pruksa-Insee-Easy-Flow-02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p><strong>อุเทน</strong> กล่าวว่า บ้านพฤกษา ยังให้ความสำคัญกับ ดีไซน์บ้านที่ช่วยลดความร้อน และ ใช้นวัตกรรมที่ช่วยประหยัดพลังงาน อาทิ โซล่าเซลล์ ระบบระบายอากาศ เลือกใช้ Facade  นวัตกรรมกรองอากาศ ช่วยลดฝุ่น PM2.5และลดการใช้พลังงาน รองรับ EV Charger และมีบริการจากแอปพลิเคชัน MyHaus ซึ่งเป็นนวัตกรรมระบบบ้านอัจฉริยะที่ช่วยควบคุม IoT (Internet of Things)  และความปลอดภัยในบ้าน เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายให้ผู้อยู่อาศัยได้ด้วย</p>
<p>“นอกจากการก่อสร้างโครงการโดยเลือกใช้ปูนรักษ์โลกจากปูนซีเมนต์อินทรีเพชร Easy Flow พฤกษานับเป็น<strong>ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายแรกที่ใช้คาร์บอนเคียว ซึ่งเป็นเทคโนโลยีสีเขียวในการผลิตแผ่นพรีคาสท์คาร์บอนต่ำ</strong>ในการสร้างบ้าน โดยนำคาร์บอนไดออกไซด์ที่เป็นตัวการสำคัญในการทำลายชั้นบรรยากาศมาฉีดกักเก็บเข้าไปในขั้นตอนการผสมคอนกรีต จึงช่วยลดการปล่อยคาร์บอนและก๊าซเรือนกระจกอื่น ๆ ขณะเดียวกันยังสามารถลดปริมาณการใช้ซีเมนต์ลงร้อยละ 5 แต่ยังคงประสิทธิภาพความแข็งแกร่งได้ตามมาตรฐาน ปัจจุบันพฤกษามีโรงงานผลิตแผ่นพรีคาสท์คาร์บอนต่ำ 6 แห่งจากโรงงานทั้งหมด 9 แห่ง  เมื่อเร็ว ๆ นี้ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก ได้ประกาศรับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์ให้กับ อินโน พรีคาสท์ โดยได้รับฉลากลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ Carbon Footprint Reduction (CFR) หรือฉลากลดโลกร้อน ซึ่งถือเป็นพรีคาสท์รายแรกและรายเดียวของอุตสาหกรรมในประเทศไทยที่ได้การรับรอง อีกทั้งยังมีวัสดุก่อสร้างอื่น ๆ ด้วยเช่นกันที่ได้รับฉลากคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ Carbon Footprint of Product (CFP)”  <strong>อุเทน</strong> กล่าว</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-34362" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Pruksa-Insee-Easy-Flow-03.jpg" alt="มนตรี นิธิกุล" width="750" height="468" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Pruksa-Insee-Easy-Flow-03.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Pruksa-Insee-Easy-Flow-03-300x187.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Pruksa-Insee-Easy-Flow-03-150x94.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Pruksa-Insee-Easy-Flow-03-500x312.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">มนตรี นิธิกุล</span> ประธานเจ้าหน้าที่บริหารธุรกิจปูนซีเมนต์ของประเทศไทย บริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน) </strong>กล่าวว่า บริษัทฯ เป็นหนึ่งในผู้นำตลาดปูนซีเมนต์ของประเทศไทย ซึ่งให้ความสำคัญกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์และสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อให้ได้สินค้าที่มีคุณภาพสูงสุด และสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ยังเป็นผู้ผลิตปูนซีเมนต์และคอนกรีตผสมเสร็จ ที่มีเป้าหมายการทำงานด้านความอย่างยั่งยืน ที่มุ่งเป้าชัดเจนในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศจากผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ</p>
<p>ปูนซีเมนต์นครหลวงให้ความสำคัญในเรื่องสิ่งแวดล้อมโดยนโยบายหลักของทั้งกลุ่ม มุ่งสู่ Net Zero  ประกอบด้วย 1.  สภาพภูมิอากาศและพลังงาน 2. Bio Diversity เรื่องของน้ำ มุ่งเน้นการใช้น้ำอย่างประหยัด ใช้เท่าที่จำเป็น โดยใช้น้ำผิวดิน ( Surface)   ไม่ใช้น้ำใต้ดิน 3. การนำกลับมาใช้ใหม่ หรือเหมืองร่วมสามารถประหยัดทรัพยากรของประเทศ    ใช้ขยะชุมชนร่วมกับขยะอุตสาหกรรมแทนที่การใช้ถ่านหิน  ทั้งนี้ปูนซีเมนต์นครหลวง ตั้งเป้าในปี 2030 ลดคาร์บอน 25%  และลดการใช้ปูนเม็ดที่ทำลายสิ่งแวดล้อมและอากาศเหลือ 65  %  ใช้พลังงานทดแทนจากขยะอุตสาหกรรมให้ได้ 40%  พร้อมนำความร้อนกลับมาใช้ใหม่และโซลาร์เซลล์ในโรงงาน</p>
<p>โดยปูนซีเมนต์อินทรีเพชร Easy Flow เป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่จะช่วยขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ด้านความยั่งยืนขององค์กร เนื่องจากเป็นปูนซีเมนต์ไฮดรอลิกประเภท GU ตามมาตรฐาน มอก. 2594-2556 ที่ได้รับการรับรองจากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) มีค่าคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกน้อยกว่าปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ทั่วไปมากกว่า 50 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์ต่อหนึ่งตันซีเมนต์ จึงสามารถนำไปคำนวณเรตติ้งสำหรับการจัดอันดับอาคารสีเขียวได้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ</p>
<p>ปูนซีเมนต์นครหลวงนับเป็นผู้ผลิตปูนซีเมนต์ไทยรายแรกของไทยที่ได้รับฉลากสิ่งแวดล้อม Environmental Producer Declaration  (EPD) ในกลุ่มปูนซีเมนต์  จาก The International  EPD System  และ<em>ได้รับ</em>ผลการประเมิน<em>หุ้นยั่งยืน SET</em> ESG Ratings 2566 <em>จาก</em>ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในระดับ “<em>AA</em>”  ติดต่อกันเป็นระยะเวลา 8 ปี</p>
<p>“นอกจากเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมแล้ว ปูนซีเมนต์อินทรีเพชร Easy Flow ยังมีคุณสมบัติเด่นอีกหลายด้าน<br />
อาทิ ช่วยเพิ่มความไหลลื่นให้กับคอนกรีตได้ดี เทเข้าแบบได้ง่าย เพิ่มความสะดวกในการทำงาน รับกำลังอัดได้สูง ใช้ได้ในงานก่อสร้างโครงสร้างทั่วไป โครงสร้างขนาดใหญ่ ไปจนถึงผลิตภัณฑ์คอนกรีตหล่อสำเร็จ นอกจากนี้ ยังช่วยลดโอกาสการเกิดรอยแตกร้าวที่ผิวคอนกรีต เนื่องจากการหดตัวจากเนื้อคอนกรีตที่ละเอียดและไหลตัวได้ดี ปูนซีเมนต์อินทรีเพชร Easy Flow จึงตอบโจทย์โครงการของพฤกษา และสร้างความมั่นใจให้กับลูกบ้านของพฤกษาด้วย”  <strong>มนตรี</strong> กล่าว</p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">เครก  สจ๊วต  บิ๊กคลีย์</span>  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท  นครหลวงคอนกรีต จำกัด </strong>กล่าวว่า  ส่วนผสมในคอนกรีต มีผลทำให้ปริมาณคาร์บอนลดลงตามไปด้วย  ปูนซีเมนต์นครหลวงจึงคัดสรรวัตถุดิบประเภทหิน และทรายที่มีคุณภาพสูง พร้อมทั้งอยู่ในระหว่างการศึกษาการใช้หินฝุ่น ซึ่งหากสามารถคัดเกรดได้อย่างเหมาะสม ตามกระบวนการ Genuine Manufactured Sand (GMS)  จะสามารถใช้ทดแทนทรายธรรมชาติที่กำลังเหลือน้อยลงได้ รวมทั้งปรับปรุงกระบวนการผลิตให้ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด</p>
<p>สำหรับเส้นทางการดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรสิ่งแวดล้อมปูนซีเมนต์นครหลวง เริ่มตั้งแต่ปี 2548 ในปี 2562-2567  ปูนซีเมนต์นครหลวงได้ผลิตปูนไฮดรอลิกลดโลกร้อน 131,120 ตัน  ช่วยลดคาร์บอนไดออกไซด์ 4,982,585 ตันคาร์บอน เทียบเท่าการปลูกต้นไม้ 524,483 ต้น</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-34363" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Pruksa-Insee-Easy-Flow-04.jpg" alt="ปูนซีเมนต์นครหลวง" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Pruksa-Insee-Easy-Flow-04.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Pruksa-Insee-Easy-Flow-04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Pruksa-Insee-Easy-Flow-04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Pruksa-Insee-Easy-Flow-04-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/pruksa-insee-easy-flow/">ปูนซีเมนต์นครหลวง ผนึก พฤกษา นำปูนซีเมนต์ลดโลกร้อน – คอนกรีตคาร์บอนต่ำใช้ในโครงการ ร่วมลดคาร์บอน – ยกระดับการก่อสร้างสีเขียวอย่างยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/pruksa-insee-easy-flow/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
