<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Green Scoop | Green Network</title>
	<atom:link href="https://www.greennetworkthailand.com/category/green-scoop/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Tue, 31 Mar 2026 09:06:54 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.8.5</generator>

<image>
	<url>https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/green-network-50x50.png</url>
	<title>Green Scoop | Green Network</title>
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ไขความลับหน้าร้อนช่วงเมษา ค่าดัชนีความร้อน (Heat Index) ที่ไม่ใช่อุณหภูมิสูงถึง60 องศา” แนะ 7 วิธีรับมือก่อนเสี่ยงฮีทสโตรก</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/heat-index/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 31 Mar 2026 08:37:55 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Scoop]]></category>
		<category><![CDATA[Heat Index]]></category>
		<category><![CDATA[Heat Stroke]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าดัชนีความร้อน]]></category>
		<category><![CDATA[อาการฮีทสโตรก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=43638</guid>

					<description><![CDATA[<p>หลายคนอาจเคยตั้งคำถามว่าทำไมอุณหภูมิ  “38 องศา แต่ทำไมรู้สึกเหมือน 60?” ท่ามกลางกระแสข่าวที่ระบุว่า “ดัชนีความร้อนในช่วงต้นเดือนเมษายน 2569 อาจพุ่งสูงถึง 60 องศาเซลเซียส” ตัวเลขที่ฟังดูเกินจริง จนทำให้หลายคนเข้าใจว่าอุณหภูมิของอากาศกำลังแตะระดับอันตรายอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แต่ในความเป็นจริง ตัวเลข “60 องศา” ที่ถูกพูดถึงนั้น ไม่ใช่อุณหภูมิของอากาศที่วัดได้ด้วยเครื่องมือ หากเป็นค่าที่เรียกว่า “ดัชนีความร้อน” หรือ Heat Index ซึ่งสะท้อน “อุณหภูมิที่ร่างกายมนุษย์รู้สึก” ภายใต้เงื่อนไขของอุณหภูมิอากาศและความชื้นสัมพัทธ์ที่ทำงานร่วมกัน Heat Index ตัวชี้วัดความเสี่ยงที่มากกว่าอุณหภูมิ&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/heat-index/">ไขความลับหน้าร้อนช่วงเมษา ค่าดัชนีความร้อน (Heat Index) ที่ไม่ใช่อุณหภูมิสูงถึง60 องศา” แนะ 7 วิธีรับมือก่อนเสี่ยงฮีทสโตรก</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>หลายคนอาจเคยตั้งคำถามว่าทำไมอุณหภูมิ  “38 องศา แต่ทำไมรู้สึกเหมือน 60?” ท่ามกลางกระแสข่าวที่ระบุว่า “ดัชนีความร้อนในช่วงต้นเดือนเมษายน 2569 อาจพุ่งสูงถึง 60 องศาเซลเซียส” ตัวเลขที่ฟังดูเกินจริง จนทำให้หลายคนเข้าใจว่าอุณหภูมิของอากาศกำลังแตะระดับอันตรายอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน</strong></p>
<p><span id="more-43638"></span></p>
<p>แต่ในความเป็นจริง ตัวเลข “60 องศา” ที่ถูกพูดถึงนั้น ไม่ใช่อุณหภูมิของอากาศที่วัดได้ด้วยเครื่องมือ หากเป็นค่าที่เรียกว่า “ดัชนีความร้อน” หรือ Heat Index ซึ่งสะท้อน “อุณหภูมิที่ร่างกายมนุษย์รู้สึก” ภายใต้เงื่อนไขของอุณหภูมิอากาศและความชื้นสัมพัทธ์ที่ทำงานร่วมกัน</p>
<h3>Heat Index ตัวชี้วัดความเสี่ยงที่มากกว่าอุณหภูมิ</h3>
<p>เพราะการรับรู้ว่าร้อนหรือเย็น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวเลขอุณหภูมิเพียงอย่างเดียว หากแต่เป็นกระบวนการที่สมองตีความจากสัญญาณของประสาทสัมผัส เมื่อร่างกายพยายามระบายความร้อนผ่านเหงื่อ แต่ความชื้นในอากาศกลับสูงจนทำให้เหงื่อระเหยได้ยาก ความร้อนจึงสะสมอยู่ในร่างกายมากขึ้น ส่งผลให้เรารู้สึกร้อน “เกินกว่าความเป็นจริง” ที่เครื่องวัดอุณหภูมิแสดงไว้</p>
<p><strong>ข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยา กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือกระทรวงดีอี</strong> ยืนยันว่า กระแสข่าวเรื่องดัชนีความร้อนแตะ 60 องศาเซลเซียสนั้นเป็น “ข่าวจริง” โดยชี้ว่า “Heat Index เป็นตัวชี้วัดที่สะท้อนความเสี่ยงต่อสุขภาพได้ดีกว่าอุณหภูมิทั่วไป ยิ่งความชื้นสูงเท่าไร ร่างกายก็ยิ่งรู้สึกร้อน อึดอัด และเสี่ยงต่อภาวะอันตรายจากความร้อนมากขึ้นเท่านั้น ส่งผลให้ตัวเลขที่ดูเหมือนเป็นเพียง “ความรู้สึก” อาจเป็นสัญญาณเตือนที่จริงจังต่อสุขภาพของผู้คน โดยเฉพาะในสภาพอากาศแบบร้อนชื้นอย่างประเทศไทย</p>
<p style="text-align: center;"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43643" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/Moltian.jpg" alt="นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์" width="780" height="520" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/Moltian.jpg 780w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/Moltian-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/Moltian-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/Moltian-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/Moltian-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 780px) 100vw, 780px" /></p>
<h3>เปิดสถิติผู้ป่วย Heat Stroke ในไทยปี 2568</h3>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์</span> อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข</strong> เปิดเผยว่า ในปี 2568 พบผู้ป่วยโรคที่เกี่ยวข้องกับความร้อน 182 ราย โดยส่วนใหญ่เป็นเพศชาย 59.3% พบมากในวัยทำงานอายุระหว่าง 15-34 ปี จำนวน 78 ราย และผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป จำนวน 29 ราย โดยเป็นผู้ที่ทำงานกลางแจ้งกว่า 53.3% โดยผู้ป่วยส่วนใหญ่มีภาวะเพลียแดดมากที่สุด 62 ราย รองลงมาคือเป็นลมแดดจากความร้อนถึง 26 ราย และโรคลมร้อน (Heat Stroke) พบถึง 17 ราย ของผู้ป่วยทั้งหมด ทั้งนี้ ผู้เสียชีวิตจาก Heat Stroke ส่วนใหญ่มักมีโรคประจำตัวร่วมด้วย 24% เช่น โรคความดันโลหิตสูง และเบาหวาน รวมถึงมีพฤติกรรมเสี่ยงจากการดื่มสุรา โดยกว่า 67% พบว่าเป็นการเสียชีวิตกลางแจ้ง พบมากสุดในเดือนเมษายนถึง 57% ซึ่งเป็นเดือนที่มีอุณหภูมิสูงถึง 41 องศาเซลเซียส</p>
<h3>ร้อนระดับไหน เริ่มอันตรายถึงชีวิต?</h3>
<p>คำตอบอาจไม่ใช่ตัวเลขอุณหภูมิที่เราคุ้นเคย แต่คือ “จุดที่ร่างกายไม่สามารถระบายความร้อนได้อีกต่อไป” ซึ่งภาวะที่อันตรายที่สุดจากอากาศร้อนคือ “โรคลมร้อน” หรือ Heat Stroke ซึ่งมักเกิดขึ้นเมื่อร่างกายเผชิญกับความร้อนสะสมในระดับสูง โดยเฉพาะเมื่ออุณหภูมิแกนกลางร่างกายสูงเกิน 40 องศาเซลเซียส ไม่ว่าจะมาจากอุณหภูมิอากาศที่สูงจัด หรือดัชนีความร้อน (Heat Index) ที่พุ่งขึ้นจากความชื้นในอากาศร่วมด้วย</p>
<p>“ในภาวะปกติ ร่างกายมนุษย์จะระบายความร้อนผ่านการขับเหงื่อ แต่เมื่อความชื้นสูง เหงื่อจะระเหยได้ยาก กลไกระบายความร้อนจึง “ล้มเหลว” ส่งผลให้อุณหภูมิในร่างกายเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จนกระทบต่อระบบสำคัญ โดยเฉพาะสมอง หัวใจ และระบบไหลเวียนโลหิต”</p>
<h3>สัญญาณเตือน “ฮีทสโตรก” ภัยร้อนที่เริ่มจากอาการเล็กน้อย</h3>
<p>สัญญาณเตือนของฮีทสโตรก ไม่ได้มีแค่ “ร้อน” แต่คือความผิดปกติของทั้งร่างกาย ได้แก่ ตัวร้อนจัด ผิวหนังแดงและแห้ง (ไม่มีเหงื่อ) เวียนศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน ใจสั่น อ่อนเพลียอย่างรุนแรง ไปจนถึงอาการทางระบบประสาท เช่น พูดจาสับสน ชัก หรือหมดสติ ซึ่งถือเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์</p>
<p>สิ่งที่น่ากังวลคือ หลายคนมักมองข้ามสัญญาณเริ่มต้น เช่น หน้ามืด เหนื่อยผิดปกติ หรือปวดศีรษะ โดยคิดว่าเป็นเพียงอาการจากอากาศร้อนทั่วไป ทั้งที่อาจเป็น “ระยะก่อนลมร้อน” (Heat Exhaustion) ซึ่งหากไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม อาจลุกลามไปสู่ Heat Stroke ได้ในเวลาไม่นาน</p>
<h3>ขั้นตอนปฐมพยาบาลเบื้องต้น เมื่อพบผู้มีอาการฮีทสโตรก</h3>
<p><strong>นายแพทย์มณเฑียร </strong>กล่าวว่า ในสถานการณ์ที่พบผู้มีอาการเข้าข่าย ควรรีบนำตัวเข้าสู่ที่ร่มหรือที่เย็น คลายเสื้อผ้า ใช้น้ำเย็นประคบตามร่างกาย และรีบนำส่งโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด หรือโทรแจ้งสายด่วนฉุกเฉิน 1669 เพราะทุกนาทีมีความสำคัญต่อการลดความเสียหายของอวัยวะภายใน</p>
<p>สำหรับวิธีการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ขั้นตอนแรกควรให้ผู้ป่วยนอนราบ คลายเสื้อผ้าให้หลวม ใช้ผ้าชุบน้ำเย็นเช็ดตามตัว ซอกคอ รักแร้ และศีรษะ พร้อมใช้พัดลมเป่าระบายความร้อน แต่หากผู้ป่วยหมดสติ ให้จับนอนตะแคงเพื่อป้องกันไม่ให้โคนลิ้นอุดตันทางเดินหายใจ และรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลทันที</p>
<h3>7 วิธีรับมือความร้อนจากดัชนีที่เพิ่มสูงขึ้น</h3>
<p>ในช่วงเดือนเมษายน 2569 นี้ ค่าดัชนีความร้อนที่สูงมากขึ้น จะส่งผลกระทบต่อประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง (ผู้สูงอายุ เด็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้ป่วยเรื้อรัง คนทำงานกลางแจ้ง ผู้ที่มีภาวะอ้วน ผู้ป่วยจิตเวช รวมถึง ผู้ป่วยพิษสุราเรื้อรัง) จึงควรดูแลสุขภาพและป้องกันอันตรายจากความร้อนอย่างสม่ำเสมอ ดังนี้</p>
<ol>
<li>ติดตามข่าวพยากรณ์อากาศ และค่าดัชนีความร้อน หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งในช่วงที่อากาศร้อนจัด โดยเฉพาะช่วง 13.00-16.00 น.</li>
<li>ดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อย 6-8 แก้วต่อวัน โดยไม่ต้องรอให้กระหายน้ำ</li>
<li>งดดื่มแอลกอฮอล์ เครื่องดื่มที่มีปริมาณน้ำตาลสูง เช่น น้ำหวาน น้ำอัดลม เป็นต้น</li>
<li>สวมเสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี สวมหมวก และใช้ร่มกันแดด</li>
<li>ผู้รับประทานยาบางชนิด เช่น ยาลดความดันโลหิต ยาแก้คัดจมูก ยาขับปัสสาวะ ยารักษาจิตเวช ควรสังเกตอาการตนเอง เพราะยาอาจมีผลต่อการควบคุมอุณหภูมิของร่างกาย</li>
<li>ผู้ที่ทำงานหรือออกกำลังกายกลางแจ้ง ควรทำกิจกรรมเป็นกลุ่ม เพื่อช่วยสังเกตอาการผิดปกติ</li>
<li>ผู้สูงอายุควรดื่มน้ำบ่อย ๆ พักผ่อนให้เพียงพอ อยู่ในสถานที่ที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก เลี่ยงการอยู่กลางแจ้งในช่วงที่อากาศร้อนจัด</li>
</ol>
<hr />
<p>ที่มา : กรมอุตุนิยมวิทยา, กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/heat-index/">ไขความลับหน้าร้อนช่วงเมษา ค่าดัชนีความร้อน (Heat Index) ที่ไม่ใช่อุณหภูมิสูงถึง60 องศา” แนะ 7 วิธีรับมือก่อนเสี่ยงฮีทสโตรก</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Double A ชูนิยามใหม่อุตฯ กระดาษไทย ดัน ‘ต้นกระดาษ’ สู่พืชเศรษฐกิจแห่งอนาคต ส่งออกกว่า 130 ประเทศทั่วโลก</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/double-a-contract-farming/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 27 Mar 2026 01:41:16 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Scoop]]></category>
		<category><![CDATA[Double A]]></category>
		<category><![CDATA[ยูคาลิปตัส]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมกระดาษ]]></category>
		<category><![CDATA[เกษตรพันธสัญญา]]></category>
		<category><![CDATA[ไม้ปลูก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=43571</guid>

					<description><![CDATA[<p>อุตสาหกรรมกระดาษไทยกำลังอยู่ในจุดเปลี่ยนสำคัญ จากภาพจำเดิมที่ผูกโยงกับการตัดไม้ทำลายป่า สู่การพัฒนาโมเดลใหม่ที่วางตำแหน่ง “ไม้ปลูก” ให้กลายเป็นพืชเศรษฐกิจทางเลือกที่สร้างสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดย Double A เป็นหนึ่งในผู้เล่นหลักที่ผลักดันการเปลี่ยนผ่านนี้อย่างเป็นรูปธรรม หัวใจสำคัญของโมเดลดังกล่าวเริ่มต้นตั้งแต่ “ต้นน้ำ” ผ่านการส่งเสริมเกษตรกรให้ปลูกยูคาลิปตัสในรูปแบบเกษตรพันธสัญญา (Contract Farming) ซึ่งช่วยสร้างรายได้เสริมจากพื้นที่ว่างหรือพื้นที่ที่ไม่เหมาะกับพืชหลัก เช่น ข้าวหรือพืชไร่ทั่วไป โมเดลนี้ไม่ได้มุ่งเพียงเพิ่มผลผลิตวัตถุดิบ แต่ยังสร้างความมั่นคงทางรายได้ให้เกษตรกรในระยะยาว และลดแรงกดดันต่อทรัพยากรป่าไม้ธรรมชาติ พัฒนา ‘ไม้ปลูก’ สู่ต้นกระดาษ วางรากฐานคุณภาพตั้งแต่ต้นน้ำ จตุพร ดำเนินชาญวนิชย์ กรรมการบริหาร บริษัท&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/double-a-contract-farming/">Double A ชูนิยามใหม่อุตฯ กระดาษไทย ดัน ‘ต้นกระดาษ’ สู่พืชเศรษฐกิจแห่งอนาคต ส่งออกกว่า 130 ประเทศทั่วโลก</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>อุตสาหกรรมกระดาษไทยกำลังอยู่ในจุดเปลี่ยนสำคัญ จากภาพจำเดิมที่ผูกโยงกับการตัดไม้ทำลายป่า สู่การพัฒนาโมเดลใหม่ที่วางตำแหน่ง “ไม้ปลูก” ให้กลายเป็นพืชเศรษฐกิจทางเลือกที่สร้างสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดย Double A เป็นหนึ่งในผู้เล่นหลักที่ผลักดันการเปลี่ยนผ่านนี้อย่างเป็นรูปธรรม</strong></p>
<p><span id="more-43571"></span></p>
<p>หัวใจสำคัญของโมเดลดังกล่าวเริ่มต้นตั้งแต่ “ต้นน้ำ” ผ่านการส่งเสริมเกษตรกรให้ปลูกยูคาลิปตัสในรูปแบบเกษตรพันธสัญญา (Contract Farming) ซึ่งช่วยสร้างรายได้เสริมจากพื้นที่ว่างหรือพื้นที่ที่ไม่เหมาะกับพืชหลัก เช่น ข้าวหรือพืชไร่ทั่วไป โมเดลนี้ไม่ได้มุ่งเพียงเพิ่มผลผลิตวัตถุดิบ แต่ยังสร้างความมั่นคงทางรายได้ให้เกษตรกรในระยะยาว และลดแรงกดดันต่อทรัพยากรป่าไม้ธรรมชาติ</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43573" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/double-a-contract-farming-02.jpg" alt="จตุพร ดำเนินชาญวนิชย์" width="720" height="480" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/double-a-contract-farming-02.jpg 720w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/double-a-contract-farming-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/double-a-contract-farming-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/double-a-contract-farming-02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 720px) 100vw, 720px" /></p>
<h3>พัฒนา ‘ไม้ปลูก’ สู่ต้นกระดาษ วางรากฐานคุณภาพตั้งแต่ต้นน้ำ</h3>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>จตุพร ดำเนินชาญวนิชย์</strong></span> <strong>กรรมการบริหาร บริษัท ดั๊บเบิ้ล เอ (1991) จำกัด (มหาชน)</strong> เปิดเผยว่า บริษัทฯ ใช้แนวทาง “ไม้ปลูก” (Planted Forest) แทนการใช้ไม้จากป่าธรรมชาติอย่างสิ้นเชิง พร้อมลงทุนด้านวิจัยและพัฒนา (R&amp;D) อย่างต่อเนื่อง เพื่อปรับปรุงสายพันธุ์ยูคาลิปตัสให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ในไทย โดยต่อยอดจากสายพันธุ์ต้นแบบจากออสเตรเลีย ฟินแลนด์ และกลุ่มประเทศสแกนดิเนเวีย ปัจจุบันมีการพัฒนาสายพันธุ์มากกว่า 2,500 สายพันธุ์ จนเกิดเป็น “ต้นกระดาษ” (Purpose-Grown Paper-Tree) ที่สามารถเติบโตได้ภายใน 5–7 ปี และให้เส้นใยที่มีความหนาแน่นและสม่ำเสมอสูง</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43574" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/double-a-contract-farming-03.jpg" alt="Double A" width="720" height="480" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/double-a-contract-farming-03.jpg 720w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/double-a-contract-farming-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/double-a-contract-farming-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/double-a-contract-farming-03-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 720px) 100vw, 720px" /></p>
<h3>Integrated Mill หัวใจควบคุมคุณภาพโรงงานกระดาษ</h3>
<p>จากต้นน้ำ โมเดลธุรกิจถูกออกแบบให้เชื่อมโยงสู่ “กลางน้ำและปลายน้ำ” ผ่านการดำเนินงานแบบครบวงจร (Integrated Value Chain) ซึ่งทำให้บริษัทฯ สามารถควบคุมคุณภาพได้ในทุกขั้นตอน ตั้งแต่วัตถุดิบไปจนถึงผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป แนวคิดนี้ถูกถ่ายทอดลงสู่การพัฒนาโรงงานในรูปแบบ Integrated Mill ภายในสวนอุตสาหกรรม 304 จังหวัดปราจีนบุรี บนพื้นที่กว่า 650 ไร่ โดยภายในประกอบด้วยโรงงานผลิตเยื่อกระดาษ 2 โรง กำลังการผลิตรวม 590,000 ตันต่อปี และโรงงานผลิตกระดาษ 4 โรง กำลังการผลิตรวม 745,000 ตันต่อปี</p>
<p>“ความยั่งยืนสำหรับเรา ไม่ใช่สิ่งที่แยกออกจากธุรกิจ แต่เป็นวิธีคิดตั้งแต่ต้นน้ำที่ทำให้การเติบโตเกิดขึ้นอย่างสมดุล ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม คุณภาพของ Double A ไม่ได้เริ่มที่เครื่องจักร แต่เริ่มตั้งแต่วัตถุดิบ และถูกส่งต่อผ่านทั้งระบบการผลิต” จตุพร กล่าว</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43575" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/double-a-contract-farming-04.jpg" alt="Double A" width="720" height="480" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/double-a-contract-farming-04.jpg 720w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/double-a-contract-farming-04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/double-a-contract-farming-04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/double-a-contract-farming-04-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 720px) 100vw, 720px" /></p>
<h3>โมเดลหลักของ Double A “ไม่มีของเสีย มีแต่ทรัพยากร”</h3>
<p>จตุพร กล่าวว่า จุดเด่นสำคัญของระบบนี้คือการ “เชื่อมกระบวนการเข้าด้วยกันโดยตรง” เช่น การส่งเยื่อกระดาษในรูปแบบ “เยื่อเปียก” ผ่านท่อไปยังโรงกระดาษทันที โดยไม่ต้องผ่านขั้นตอนการอบแห้งและนำกลับมาใช้งานใหม่แบบโรงงานทั่วไป วิธีนี้ช่วยลดการใช้พลังงานลง และเพิ่มประสิทธิภาพของทั้งระบบ</p>
<p>ทั้งนี้ โมเดลดังกล่าวยังได้รับการต่อยอดไปสู่ Circular Economy อย่างเต็มรูปแบบ โดยยึดหลัก “ไม่มีของเสีย มีแต่ทรัพยากรที่ยังไม่ถูกใช้” ทุกส่วนของต้นไม้ถูกนำมาใช้ประโยชน์ ลำต้นใช้ผลิตเยื่อกระดาษ ขณะที่เปลือกไม้ กิ่ง ใบ และเศษไม้ ถูกนำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงชีวมวลในโรงไฟฟ้า ส่วนของเหลวจากกระบวนการผลิต เช่น ลิกนินและน้ำยางไม้ ถูกนำกลับมาใช้เป็นพลังงาน ขณะที่สารเคมีและน้ำในระบบสามารถรีไซเคิลกลับมาใช้ใหม่ได้มากกว่า 90%</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43576" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/double-a-contract-farming-05.jpg" alt="Double A" width="720" height="480" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/double-a-contract-farming-05.jpg 720w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/double-a-contract-farming-05-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/double-a-contract-farming-05-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/double-a-contract-farming-05-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 720px) 100vw, 720px" /></p>
<h3>กักเก็บ หมุนเวียน และต่อยอด พัฒนาโครงสร้างพลังงานสะอาด</h3>
<p>ขณะที่ระบบการจัดการน้ำก็ถือเป็นอีกองค์ประกอบที่สำคัญ โดยบริษัทฯ มีอ่างเก็บน้ำขนาดประมาณ 1,200 ไร่ ความจุราว 35 ล้านลูกบาศก์เมตร สำหรับกักเก็บน้ำฝนในฤดูน้ำหลาก เพื่อนำมาใช้ในกระบวนการผลิต และผ่านการบำบัดก่อนหมุนเวียนกลับไปใช้ในแปลงเพาะชำต้นกระดาษ สร้างระบบปิดที่ลดการใช้ทรัพยากรจากภายนอก พร้อมขยายแนวทางความยั่งยืนไปสู่ภาคพลังงานและโลจิสติกส์ ผ่านการลงทุนในพลังงานสะอาด ทั้งโครงการโซลาร์ฟาร์มลอยน้ำที่มีกำลังการผลิตรวมกว่า 157 เมกะวัตต์ รวมถึงการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนอ่างเก็บน้ำ (Floating Solar) ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พื้นที่ และลดการระเหยของน้ำ</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43577" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/double-a-contract-farming-06.jpg" alt="Double A" width="720" height="480" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/double-a-contract-farming-06.jpg 720w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/double-a-contract-farming-06-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/double-a-contract-farming-06-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/double-a-contract-farming-06-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 720px) 100vw, 720px" /></p>
<h3>ยกระดับโลจิสติกส์คาร์บอนต่ำ ด้วย EV Truck ตั้งเป้าลด CO₂ ถึง 25%</h3>
<p>ในด้านโลจิสติกส์ บริษัทนำรถบรรทุกไฟฟ้า (EV Truck) มาใช้แล้วมากกว่า 200 คัน โดยใช้ไฟฟ้าที่ผลิตได้เองจากพลังงานหมุนเวียน ส่งผลให้สามารถลดต้นทุนพลังงานและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยกระดาษ 1 รีม สามารถช่วยดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ได้ประมาณ 12.5 กิโลกรัม พร้อมตั้งเป้าลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ลง 25% ภายในปี 2030 (เทียบกับฐานปี 2021) ซึ่งปัจจุบันทำได้เกินเป้าหมายแล้ว และยังเดินหน้าสู่ Carbon Neutral ในปี 2040 และ Net Zero ภายในปี 2050</p>
<p>อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญของการเปลี่ยนผ่านสู่ EV อยู่ที่โครงสร้างพื้นฐานด้านสถานีชาร์จ บริษัทจึงลงทุนพัฒนาเครือข่ายสถานีชาร์จด้วยตนเอง โดยเริ่มจากศูนย์กลางการดำเนินงานและขยายออกไปตามเส้นทางโลจิสติกส์ ปัจจุบันมีการติดตั้งสถานีชาร์จแล้ว 9 สถานี และมีแผนขยายเพิ่มเติม รวมถึงการเปิดให้พันธมิตรในพื้นที่ใกล้เคียงสามารถใช้งานร่วมกัน เพื่อเร่งการเปลี่ยนผ่านในระดับอุตสาหกรรม</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43578" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/double-a-contract-farming-07.jpg" alt="Double A" width="720" height="480" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/double-a-contract-farming-07.jpg 720w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/double-a-contract-farming-07-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/double-a-contract-farming-07-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/double-a-contract-farming-07-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 720px) 100vw, 720px" /></p>
<h3>กระดาษคือปลายทาง ต่อจิ๊กซอว์ธุรกิจ beyond paper</h3>
<p>สามารถ ประจวบสุข รองกรรมการผู้จัดการใหญ่กลุ่มโรงงาน กล่าวว่า สำหรับ Double A “กระดาษ” เป็นเพียงปลายทางของกระบวนการทั้งหมด โดยคุณภาพเริ่มต้นตั้งแต่วัตถุดิบ เส้นใยจากต้นกระดาษมีความหนาแน่นสูงถึง 30 ล้านเส้นใยต่อกรัม ทำให้ได้กระดาษที่มีความเรียบและรองรับงานพิมพ์ที่ต้องการความแม่นยำสูง ปัจจุบันบริษัทฯ ส่งออกไปกว่า 130 ประเทศทั่วโลก และวางตำแหน่งสินค้าในตลาดระดับพรีเมียม</p>
<p>แม้ว่าปัจจุบันแนวโน้มการใช้กระดาษในหลายประเทศจะลดลงตามการเติบโตของดิจิทัล แต่ยังมีอีกหลายประเทศที่ยังต้องพึ่งพากระดาษในชีวิตประจำวัน บริษัทฯ จึงปรับกลยุทธ์โดยเพิ่มสัดส่วนการส่งออกเป็น 80% และจำหน่ายในประเทศ 20% เพื่อกระจายความเสี่ยง</p>
<p>“ในระยะยาว บริษัทฯ มองโอกาสในการต่อยอดเยื่อกระดาษไปสู่ผลิตภัณฑ์ใหม่ เช่น บรรจุภัณฑ์ และเส้นใยสำหรับสิ่งทอ ซึ่งจะช่วยขยายขอบเขตของธุรกิจให้มากกว่ากระดาษแบบดั้งเดิม” <strong>สามารถ</strong> กล่าว</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/double-a-contract-farming/">Double A ชูนิยามใหม่อุตฯ กระดาษไทย ดัน ‘ต้นกระดาษ’ สู่พืชเศรษฐกิจแห่งอนาคต ส่งออกกว่า 130 ประเทศทั่วโลก</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>NEXTOPIA ชวนเดินทะลุมิติ เปิดประตูสู่การเรียนรู้และทดลองโลกอนาคต</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/nextopia-siam-paragon/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 13 Jan 2026 03:29:21 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Scoop]]></category>
		<category><![CDATA[NEXTOPIA]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ประหยัดพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[สยามพารากอน]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=42817</guid>

					<description><![CDATA[<p>เปิดประสบการณ์ใหม่ เดินทะลุมิติสู่โลกอนาคตที่ NEXTOPIA ณ สยามพารากอน ชั้น 5 เปิดมุมมองใหม่ของการใช้ชีวิตผ่านวิสัยทัศน์ของ รศ.ดร. สิงห์ อินทรชูโต ที่ปรึกษาออกแบบโครงการ Chief of NEXTOPIA ที่นี่คือพื้นที่ที่ต้องมา เพราะไม่ใช่แค่ให้ชม แต่ให้ลงมือสัมผัสจริง เห็นภาพชัดว่าเทคโนโลยี ความยั่งยืน และไลฟ์สไตล์สามารถเชื่อมโยงกันได้อย่างไร และกลับไปพร้อมไอเดียใหม่ ๆ ที่นำไปต่อยอดได้ทั้งชีวิตและธุรกิจในอนาคตอย่างยั่งยืน รศ.ดร.สิงห์ อินทรชูโต Chief of NEXTOPIA ที่ปรึกษาออกแบบโครงการ&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/nextopia-siam-paragon/">NEXTOPIA ชวนเดินทะลุมิติ เปิดประตูสู่การเรียนรู้และทดลองโลกอนาคต</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เปิดประสบการณ์ใหม่ เดินทะลุมิติสู่โลกอนาคตที่ NEXTOPIA ณ สยามพารากอน ชั้น 5 เปิดมุมมองใหม่ของการใช้ชีวิตผ่านวิสัยทัศน์ของ รศ.ดร. สิงห์ อินทรชูโต ที่ปรึกษาออกแบบโครงการ Chief of NEXTOPIA ที่นี่คือพื้นที่ที่ต้องมา เพราะไม่ใช่แค่ให้ชม แต่ให้ลงมือสัมผัสจริง เห็นภาพชัดว่าเทคโนโลยี ความยั่งยืน และไลฟ์สไตล์สามารถเชื่อมโยงกันได้อย่างไร และกลับไปพร้อมไอเดียใหม่ ๆ ที่นำไปต่อยอดได้ทั้งชีวิตและธุรกิจในอนาคตอย่างยั่งยืน</strong></p>
<p><span id="more-42817"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42819" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/nextopia-01.jpg" alt="รศ.ดร.สิงห์ อินทรชูโต" width="800" height="600" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/nextopia-01.jpg 800w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/nextopia-01-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/nextopia-01-768x576.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/nextopia-01-150x113.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/nextopia-01-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">รศ.ดร.สิงห์ อินทรชูโต</span> Chief of NEXTOPIA ที่ปรึกษาออกแบบโครงการ </strong>เปิดเผยวิสัยทัศน์ในการพัฒนา “<strong>NEXTOPIA</strong>” ว่า แนวคิดเริ่มต้นมาจากคำถามสำคัญต่อบทบาทของห้างสรรพสินค้าในโลกอนาคต โดยเฉพาะ “The World” ในฐานะศูนย์การค้าอย่างสยามพารากอน ว่าจะสามารถขับเคลื่อนโลกให้ดีขึ้นได้อย่างไร</p>
<p><strong>รศ.ดร.สิงห์</strong> ระบุว่า โลกอนาคตไม่ใช่ภาพที่สวยหรูอย่างที่หลายคนคาดหวัง เนื่องจากปัจจุบัน เรากำลังเผชิญปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ทวีความรุนแรง และทรัพยากรธรรมชาติที่ลดลง</p>
<p>จากโจทย์ดังกล่าว ผู้บริหารจึงตั้งคำถามร่วมกันว่า “Next Step” หรือก้าวต่อไปของโลกควรเป็นอย่างไร ในมุมมองของห้างสรรพสินค้า และจุดแข็งที่แท้จริงของพื้นที่ลักษณะนี้คืออะไร แม้คำตอบจะไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะการสร้างโลกใหม่ที่ผสานทั้งเทคโนโลยี AI ความยั่งยืน และนวัตกรรมต่าง ๆ เข้าด้วยกัน ยังเป็นเรื่องที่ไกลตัวและต้องใช้งบประมาณมหาศาล</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42820" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/nextopia-02.jpg" alt="NEXTOPIA" width="800" height="600" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/nextopia-02.jpg 800w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/nextopia-02-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/nextopia-02-768x576.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/nextopia-02-150x113.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/nextopia-02-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<p>นั่นจึงเป็นที่มาของการถือกำเนิด “<strong>NEXTOPIA</strong>” พื้นที่ที่เกิดจากความร่วมมือของหลากหลายองค์กร เพื่อร่วมกันคิด ร่วมกันทดลองว่า ปัจจุบันเรามีแนวคิด เทคโนโลยี และแนวทางการวางแผนอะไรบ้าง ที่สามารถนำมาประกอบร่างเป็นภาพของโลกอนาคตได้จริง</p>
<p>สำหรับ การพัฒนา <strong>NEXTOPIA</strong> ใช้เวลายาวนานกว่าการพัฒนาห้างสรรพสินค้าทั่วไปอย่างมาก เนื่องจากระหว่างกระบวนการคิดและออกแบบ มีเทคโนโลยีใหม่ ๆ เกิดขึ้นตลอดเวลา ทำให้ต้องมีการทบทวน ปรับเปลี่ยน และย้อนกลับมาคิดใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ซึ่งต่างจากบางโครงการที่ผูกติดกับ TOR ซึ่งเมื่อเดินหน้าไปแล้วไม่สามารถปรับแก้ได้ ส่งผลให้เกิดความล้าสมัยในระยะยาว</p>
<p><strong>“NEXTOPIA</strong> ไม่ควรเป็นแบบนั้น ทุกช่วงเวลาต้องทันสมัย และเปิดรับการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ” พร้อมชี้ว่า โครงการนี้ถูกออกแบบให้เป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ด้านความยั่งยืน (Sustainability) ที่ไม่สิ้นสุด เพราะเทคโนโลยีและองค์ความรู้ใหม่ ๆ จะเกิดขึ้นตลอดเวลา</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42821" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/nextopia-03.jpg" alt="NEXTOPIA" width="800" height="600" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/nextopia-03.jpg 800w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/nextopia-03-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/nextopia-03-768x576.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/nextopia-03-150x113.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/nextopia-03-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>

<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/nextopia-04.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="800" height="600" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/nextopia-04.jpg" class="attachment-large size-large" alt="NEXTOPIA" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/nextopia-04.jpg 800w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/nextopia-04-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/nextopia-04-768x576.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/nextopia-04-150x113.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/nextopia-04-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/nextopia-05.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="800" height="600" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/nextopia-05.jpg" class="attachment-large size-large" alt="NEXTOPIA" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/nextopia-05.jpg 800w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/nextopia-05-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/nextopia-05-768x576.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/nextopia-05-150x113.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/nextopia-05-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></a>

<p>ทั้งนี้ <strong>NEXTOPIA</strong> ไม่ได้จบลงเพียงวันที่เปิดตัว หากใครมีไอเดียใหม่ สามารถนำเสนอและเข้ามาร่วมสร้างได้อย่างต่อเนื่อง โดยตลอดระยะเวลากว่า 1 เดือนหลังเปิดให้บริการ มีผู้ให้ความสนใจเข้ามาเยี่ยมชมเฉลี่ยวันละ 12,000–13,000 คน นั้นคือภาพสะท้อนให้เห็นว่ามีคนจำนวนมากที่ให้ความสำคัญและใส่ใจประเด็นสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง</p>
<p>ในเชิงการออกแบบ รศ.ดร.สิงห์ฯ ยังได้ชูแนวคิดไปถึงรายละเอียดการมาเยือน “<strong>NEXTOPIA</strong>” ตั้งแต่ช่วงก้าวออกจากลิฟต์ ว่าควรเปิดพื้นที่อย่างไร แทนที่จะเป็นพื้นที่กว้างโล่ง กลับเลือกออกแบบเป็นทางเดินแคบ ๆ เพื่อสร้างอารมณ์และความรู้สึกเหมือนเรากำลังเดินผ่านประตูสู่โลกอีกมิติหนึ่ง ไปสู่อนาคตที่เหนือจินตนาการ</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42824" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/nextopia-06.jpg" alt="NEXTOPIA" width="800" height="450" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/nextopia-06.jpg 800w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/nextopia-06-300x169.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/nextopia-06-768x432.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/nextopia-06-150x84.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/nextopia-06-500x281.jpg 500w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>

<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/nextopia-11.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="150" height="150" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/nextopia-11-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail size-thumbnail" alt="NEXTOPIA" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/nextopia-09.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="150" height="150" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/nextopia-09-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail size-thumbnail" alt="NEXTOPIA" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/nextopia-08.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="150" height="150" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/nextopia-08-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail size-thumbnail" alt="NEXTOPIA" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/nextopia-07.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="150" height="150" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/nextopia-07-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail size-thumbnail" alt="NEXTOPIA" /></a>

<p>สำหรับ <strong>NEXTOPIA</strong> พื้นที่แห่งการเรียนรู้และทดลองโลกอนาคต เปิดประสบการณ์รูปแบบใหม่ที่ผสานนวัตกรรม เทคโนโลยี และความยั่งยืนเข้าไว้ด้วยกันอย่างสร้างสรรค์ ผู้เข้าชมจะได้สัมผัสกิจกรรมหลากหลายที่ชวนตั้งคำถามกับโลกใบเดิม พร้อมค้นหาคำตอบว่า “เราจะมีชีวิตที่ดีขึ้นได้อย่างไร โดยไม่ทำร้ายโลก”</p>
<p>หนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือ The Globe พื้นที่ที่เปิดโอกาสให้โลกได้เล่าเรื่องของตัวเองแบบเรียลไทม์ ผ่านข้อมูลดาวเทียมล่าสุดจาก NASA และ GISTDA ถ่ายทอดภาพสถานการณ์โลกและการเปลี่ยนแปลงด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเข้าใจง่าย ลึกซึ้ง และทันเหตุการณ์ ภายใต้ความร่วมมือของ <strong>NEXTOPIA</strong> และ Plan B Media</p>
<p>ถัดมาคือ Talk to Our World กิจกรรมที่ชวนทุกคนร่วม “พูดถึงโลกที่ดีกว่า” ในมุมมองของตัวเอง ผ่านการบันทึกเสียงและสนทนากับระบบปัญญาประดิษฐ์จาก Microsoft Azure โดยเสียงของผู้ร่วมกิจกรรมจะถูกนำไปรวมเป็น “พลังเสียงแห่งอนาคต” สะท้อนความคิดและความหวังของผู้คนต่อโลกใบนี้</p>
<p>อีกหนึ่งจุดเด่นคือ The Kinetic Floor พื้นอัจฉริยะฝีมือคนไทย ที่เปลี่ยนทุกการเคลื่อนไหว ไม่ว่าจะเป็นการเดิน วิ่ง หรือกระโดด ให้กลายเป็นพลังงานไฟฟ้า นับเป็นครั้งแรกในประเทศไทย จากความร่วมมือของ Bangkok Cable, NEXTOPIA และสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง</p>
<p>ผู้เข้าชมยังจะได้สัมผัสความเย็นสบายอย่างยั่งยืนกับ The Cooling Waterfall นวัตกรรมน้ำตกประหยัดพลังงาน ความสูงกว่า 16 เมตร เชื่อมต่อพื้นที่ 3 ชั้นใจกลาง <strong>NEXTOPIA</strong> ด้วยระบบ Radiant Cooling ที่คงอุณหภูมิน้ำไว้ที่ 15 องศาเซลเซียส สร้างสภาวะเย็นสบายโดยใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p>ด้านอาหารและการเกษตร นำเสนอผ่าน The Vertical Farm ฟาร์มผักแนวตั้งใจกลางเมือง ครั้งแรกในไทยที่เปิดโอกาสให้ผู้มาเยือนได้ร่วมปลูก เก็บ และลิ้มรสผักที่ปลูกเอง เชื่อมโยงแนวคิดอาหารยั่งยืนเข้ากับวิถีชีวิตเมืองอย่างเป็นรูปธรรม</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42829" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/nextopia-12.jpg" alt="NEXTOPIA" width="800" height="450" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/nextopia-12.jpg 800w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/nextopia-12-300x169.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/nextopia-12-768x432.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/nextopia-12-150x84.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/nextopia-12-500x281.jpg 500w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<p>นอกจากนี้ <strong>NEXTOPIA</strong> ยังซ่อน “โครงสร้างพื้นฐานเพื่อความยั่งยืน” ไว้ทั่วทั้งอาคาร ไม่ว่าจะเป็นพลังงานสะอาดจากแผงโซลาร์เซลล์ ระบบอากาศบริสุทธิ์ระดับห้องปลอดเชื้อ เทคโนโลยีพื้นเย็นแบบ Radiant Cooling สีปลอดสารพิษ วัสดุอัปไซเคิล งานศิลปะจากขยะทะเล ไปจนถึงแสงธรรมชาติจากเพดานโปร่งแสงที่ช่วยลดการใช้พลังงาน</p>
<p>ในมิติไลฟ์สไตล์ <strong>NEXTOPIA</strong> ยังนำเสนอการกิน การช้อป และการใช้ชีวิตอย่างมีความหมาย คัดสรรอาหารที่สนับสนุนวัตถุดิบท้องถิ่น สร้างรายได้อย่างยั่งยืนให้เกษตรกร พร้อมพื้นที่ช้อปปิ้งสินค้ารักษ์โลกจากแบรนด์ไทยและนานาชาติ ที่เปลี่ยนทุกการจับจ่ายให้กลายเป็นการลงมือทำเพื่อโลก</p>
<p>ทั้งหมดนี้ทำให้ <strong>NEXTOPIA</strong> คือ “<strong>พื้นที่มีชีวิต</strong>” ที่ชวนให้ผู้คนมองเห็นอนาคตใกล้ตัวกว่าที่คิด และเริ่มต้นเปลี่ยนโลกได้ตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินเข้าไป</p>
<p><strong>พบกับ NEXTOPIA ได้ที่ สยามพารากอน ชั้น 5</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/nextopia-siam-paragon/">NEXTOPIA ชวนเดินทะลุมิติ เปิดประตูสู่การเรียนรู้และทดลองโลกอนาคต</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>จับตาฝุ่น PM2.5 โจทย์ใหญ่ระดับประเทศที่ไม่ได้รับการแก้ไข เมื่อ กม.อากาศสะอาดหยุดเดิน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/pm2-5-clean-air-act/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 06 Jan 2026 07:51:23 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Scoop]]></category>
		<category><![CDATA[PM2.5]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหา PM2.5]]></category>
		<category><![CDATA[ฝุ่น PM2.5]]></category>
		<category><![CDATA[พระราชบัญญัติอากาศสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[ร่างกฎหมายอากาศสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[วิกฤตฝุ่น PM2.5]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=42656</guid>

					<description><![CDATA[<p>การจัดการปัญหาอากาศสะอาดของประเทศไทยไม่ได้ติดขัดเพียงข้อจำกัดด้านเทคนิคหรือความรู้ทางวิทยาศาสตร์ หากแต่สะท้อนความเปราะบางเชิงโครงสร้างของระบบนโยบายทั้งประเทศ เมื่อร่างกฎหมายอากาศสะอาดต้องหยุดชะงักลงจากการยุบสภาเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2568 ส่งผลให้กระบวนการนิติบัญญัติและการขับเคลื่อนเชิงนโยบายต้องหยุดลงโดยอัตโนมัติ ทิ้งช่องว่างสำคัญไว้ท่ามกลางวิกฤตฝุ่น PM2.5 ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างต่อเนื่อง สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนโจทย์ใหญ่ของประเทศไทยที่การแก้ปัญหาสาธารณะเชิงระบบยังผูกโยงอยู่กับความไม่ต่อเนื่องทางการเมือง มากกว่าการยืนอยู่บนกลไกระยะยาวที่สามารถคุ้มครองสิทธิด้านอากาศสะอาดของประชาชน 20 ปีฝุ่น PM2.5 กับทางตันนโยบาย พงศ์ภรณ์ อนุสกุลโรจน์ กรรมการสภาลมหายใจกรุงเทพฯ กล่าวในการประชุมวิชาการเครือข่ายส่งเสริมการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืนแห่งประเทศไทยประจำปี 2568 ว่า ประเทศไทยได้เข้าสู่ฤดูฝุ่น PM2.5 อย่างเป็นทางการอีกครั้ง โดยข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขระบุว่า ในปี 2566&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/pm2-5-clean-air-act/">จับตาฝุ่น PM2.5 โจทย์ใหญ่ระดับประเทศที่ไม่ได้รับการแก้ไข เมื่อ กม.อากาศสะอาดหยุดเดิน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>การจัดการปัญหาอากาศสะอาดของประเทศไทยไม่ได้ติดขัดเพียงข้อจำกัดด้านเทคนิคหรือความรู้ทางวิทยาศาสตร์ หากแต่สะท้อนความเปราะบางเชิงโครงสร้างของระบบนโยบายทั้งประเทศ เมื่อร่างกฎหมายอากาศสะอาดต้องหยุดชะงักลงจากการยุบสภาเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2568 ส่งผลให้กระบวนการนิติบัญญัติและการขับเคลื่อนเชิงนโยบายต้องหยุดลงโดยอัตโนมัติ ทิ้งช่องว่างสำคัญไว้ท่ามกลางวิกฤตฝุ่น PM2.5 ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างต่อเนื่อง สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนโจทย์ใหญ่ของประเทศไทยที่การแก้ปัญหาสาธารณะเชิงระบบยังผูกโยงอยู่กับความไม่ต่อเนื่องทางการเมือง มากกว่าการยืนอยู่บนกลไกระยะยาวที่สามารถคุ้มครองสิทธิด้านอากาศสะอาดของประชาชน</strong></p>
<p><span id="more-42656"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42658" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/pm2-5-clean-air-act-02.jpg" alt="พงศ์ภรณ์ อนุสกุลโรจน์" width="750" height="562" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/pm2-5-clean-air-act-02.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/pm2-5-clean-air-act-02-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/pm2-5-clean-air-act-02-150x112.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/pm2-5-clean-air-act-02-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<h3>20 ปีฝุ่น PM2.5 กับทางตันนโยบาย</h3>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">พงศ์ภรณ์ อนุสกุลโรจน์</span> กรรมการสภาลมหายใจกรุงเทพฯ </strong>กล่าวในการประชุมวิชาการเครือข่ายส่งเสริมการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืนแห่งประเทศไทยประจำปี 2568 ว่า ประเทศไทยได้เข้าสู่ฤดูฝุ่น PM2.5 อย่างเป็นทางการอีกครั้ง โดยข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขระบุว่า ในปี 2566 มีประชาชนเข้ารับการรักษาที่เกี่ยวข้องกับผลกระทบจากฝุ่น PM2.5 มากกว่า 10 ล้านคน แม้ในเชิงการแพทย์จะยังไม่สามารถระบุได้อย่างชัดเจนว่าการเจ็บป่วยทั้งหมดมีสาเหตุโดยตรงจาก PM2.5 แต่ข้อมูลเชิงระบาดวิทยาสะท้อนแนวโน้มชัดว่ามลพิษทางอากาศเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อสุขภาพของประชาชนในวงกว้าง</p>
<p>ขณะเดียวกัน สถานการณ์คุณภาพอากาศของประเทศยังอยู่ในระดับน่ากังวล โดยตลอดทั้งปี 2567  ประเทศไทยมีเพียงประมาณ 43 วันเท่านั้นที่คุณภาพอากาศอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานระดับสีเขียว ส่วนวันที่เหลือประชาชนต้องใช้ชีวิตภายใต้สภาพอากาศที่มีความเสี่ยงต่อสุขภาพในระดับต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง สะท้อนว่าปัญหาฝุ่นไม่ได้เป็นเพียงวิกฤตตามฤดูกาล แต่เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่ฝังรากลึกและยืดเยื้อมานานกว่า 20 ปี โดยยังไม่สามารถคลี่คลายได้อย่างเป็นรูปธรรม</p>
<h3>ต้นตอชัด แต่กลไกยังไม่ทำงาน</h3>
<p>ปัญหา PM2.5 เป็นปัญหาที่มีความซับซ้อนสูง เชื่อมโยงหลายมิติ ตั้งแต่ระบบนิเวศ สุขภาพ เศรษฐกิจ การท่องเที่ยว พลังงาน คมนาคม เกษตรกรรม สิ่งแวดล้อม ไปจนถึงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โดยแหล่งกำเนิดฝุ่นในประเทศไทยสามารถจำแนกได้อย่างน้อย 6 ภาคหลัก ได้แก่ ภาคคมนาคมและการจราจร โดยเฉพาะรถดีเซลเก่าและควันดำ ความหนาแน่นของการจราจรในเขตเมืองใหญ่ การเผาในภาคการเกษตร รวมถึงกิจกรรมการผลิตในภาคอุตสาหกรรม ซึ่งล้วนเป็นต้นตอสำคัญของ PM2.5 ที่ทุกฝ่ายรับรู้ร่วมกัน</p>
<p>แม้จะรู้ถึงต้นกำเนิดของปัญหาอย่างชัดเจน แต่สิ่งที่ทำให้การแก้ไขไม่ประสบความสำเร็จ คือช่องว่างเชิงโครงสร้าง 3 ประการ ได้แก่ <strong>ประการแรก</strong> การขาดการบูรณาการอย่างแท้จริงระหว่างหน่วยงานรัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ซึ่งเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงมานานตั้งแต่ราวปี 2544 แต่จนถึงปัจจุบันยังไม่สามารถทำให้เกิดการทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ <strong> ประการที่ 2</strong> คือการนำองค์ความรู้ งานวิจัย และข้อมูลทางวิทยาศาสตร์จำนวนมากไปใช้ประโยชน์จริงในระดับนโยบายและการปฏิบัติยังมีสัดส่วนต่ำมาก และ<strong>ประการที่ 3</strong> คือการสร้างความตระหนักรู้ในสังคมที่ยังไม่ครอบคลุม โดยเฉพาะในระดับประชาชน ซึ่งยังคงมีภาพของการชี้นิ้วโทษกันระหว่างรัฐ เอกชน และประชาชนเอง</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42659" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/pm2-5-clean-air-act-03.jpg" alt="ปัญหา PM2.5" width="750" height="499" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/pm2-5-clean-air-act-03.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/pm2-5-clean-air-act-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/pm2-5-clean-air-act-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/pm2-5-clean-air-act-03-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<h3>3 แกนแก้ฝุ่น สู่ความร่วมมือทั้งระบบ</h3>
<p>สภาลมหายใจกรุงเทพฯ มองว่าปัญหา PM2.5 เป็น “ปัญหาเชิงระบบ” ที่ทุกภาคส่วนมีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่ใช่ปัญหาของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง จึงเสนอให้เปลี่ยนจากการกล่าวโทษ ไปสู่การสร้างเวทีความร่วมมือเพื่ออากาศสะอาด โดยมีแกนหลักในการขับเคลื่อน 3 ด้าน ได้แก่ <strong>ด้านแรก</strong> “วิทยาศาสตร์และข้อมูล” ซึ่งประเทศไทยมีข้อมูล เครื่องมือ และนักวิจัยจำนวนมาก ทั้งระบบพยากรณ์คุณภาพอากาศ การเตือนภัย และข้อมูลจากภาพถ่ายดาวเทียมในการติดตามจุดความร้อนและไฟป่า แต่โจทย์สำคัญคือการแปลงข้อมูลเหล่านี้ให้ประชาชนเข้าใจง่าย เข้าถึงได้ และนำไปใช้ตัดสินใจในชีวิตประจำวันได้จริง</p>
<p><strong>ด้านที่ 2</strong> คือ “นโยบายและธรรมาภิบาล” ซึ่งจำเป็นต้องมีกติกาที่ชัดเจน โปร่งใส และเอื้อต่อความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน โดยเฉพาะการจัดการปัญหาข้ามพื้นที่ ข้ามจังหวัด และข้ามพรมแดน รวมถึงการผลักดันกฎหมายอากาศสะอาดให้สามารถนำไปใช้ได้จริง ไม่ใช่เพียงอยู่ในระดับร่างหรือเชิงนโยบาย</p>
<p>ขณะที่<strong>ด้านที่ 3 </strong> คือ “นวัตกรรมและเทคโนโลยี” ตั้งแต่ระบบตรวจวัดคุณภาพอากาศ เทคโนโลยีการขนส่งสาธารณะและยานยนต์ไฟฟ้า เกษตรกรรมสะอาด การจัดการเศษซากทางการเกษตร ไปจนถึงเครื่องมือทางเศรษฐศาสตร์ เช่น คาร์บอนเครดิต ที่สามารถนำมาใช้เป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหาในระยะยาว</p>
<h3>วางรากฐานอากาศสะอาด เพื่ออนาคตประเทศ</h3>
<p>ในระยะต่อไป สภาลมหายใจกรุงเทพฯ จะลงพื้นที่เพื่อค้นหาสาเหตุเชิงรากเหง้าของปัญหา PM2.5 อย่างจริงจัง ทั้งในมิติเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม พร้อมเสริมพลังให้กับชุมชนท้องถิ่นและคนรุ่นใหม่ ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญในการร่วมคิด ร่วมออกแบบ และร่วมขับเคลื่อนการแก้ปัญหาอย่างต่อเนื่อง เพราะผลกระทบจากมลพิษทางอากาศไม่ใช่ภาระของคนรุ่นปัจจุบันเท่านั้น แต่เป็นความเสี่ยงด้านสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ลูกหลานจะต้องเผชิญต่อไปอีก 30–40 ปีข้างหน้า</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/pm2-5-clean-air-act/">จับตาฝุ่น PM2.5 โจทย์ใหญ่ระดับประเทศที่ไม่ได้รับการแก้ไข เมื่อ กม.อากาศสะอาดหยุดเดิน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>นักวิชาการชี้ไทยมีศักยภาพด้านเศรษฐกิจหมุนเวียนพลาสติก ชู ‘EPR- PPP Plastics’ ขับเคลื่อนสู่เป้าหมาย</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/epr-ppp-plastics/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 22 Oct 2025 09:52:45 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Scoop]]></category>
		<category><![CDATA[EPR]]></category>
		<category><![CDATA[PPP Plastics]]></category>
		<category><![CDATA[การรีไซเคิลพลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะพลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจหมุนเวียนพลาสติก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=41536</guid>

					<description><![CDATA[<p>ท่ามกลางปัญหาขยะพลาสติก มลพิษสิ่งแวดล้อม และไมโครพลาสติกที่เริ่มส่งผลกระทบ แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ได้กลายเป็นหนึ่งในคำตอบสำคัญของโลกในการลดการใช้ทรัพยากรและจัดการของเสียอย่างยั่งยืน ประเทศไทยในฐานะผู้ผลิตพลาสติกรายสำคัญ กำลังเดินหน้าบนเส้นทางนี้ไปถึงไหน? รศ.ดร.สัญญา สิริวิทยาปกรณ์ จากภาควิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้สะท้อนมุมมองที่น่าสนใจ ตั้งแต่ “ศักยภาพ”ของไทย ไปจนถึง“โจทย์ใหญ่”ที่ต้องเร่งปลดล็อค เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน ชี้ไทยมีศักยภาพ แต่ต้องเร่งสปีดขึ้น 2 – 4 เท่า รศ.ดร.สัญญา ชี้ว่า ประเทศไทยมีศักยภาพสูงในการสร้างระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนพลาสติกอย่างครบวงจร เนื่องจากมีพื้นฐานอุตสาหกรรมพลาสติกที่แข็งแกร่งและครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/epr-ppp-plastics/">นักวิชาการชี้ไทยมีศักยภาพด้านเศรษฐกิจหมุนเวียนพลาสติก ชู ‘EPR- PPP Plastics’ ขับเคลื่อนสู่เป้าหมาย</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ท่ามกลางปัญหาขยะพลาสติก มลพิษสิ่งแวดล้อม และไมโครพลาสติกที่เริ่มส่งผลกระทบ แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ได้กลายเป็นหนึ่งในคำตอบสำคัญของโลกในการลดการใช้ทรัพยากรและจัดการของเสียอย่างยั่งยืน ประเทศไทยในฐานะผู้ผลิตพลาสติกรายสำคัญ กำลังเดินหน้าบนเส้นทางนี้ไปถึงไหน?</strong></p>
<p><span id="more-41536"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41538" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/EPR-PPP-Plastics-02.jpg" alt="รศ.ดร.สัญญา สิริวิทยาปกรณ์" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/EPR-PPP-Plastics-02.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/EPR-PPP-Plastics-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/EPR-PPP-Plastics-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/EPR-PPP-Plastics-02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>รศ.ดร.สัญญา สิริวิทยาปกรณ์</strong></span> <strong>จากภาควิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์</strong> ได้สะท้อนมุมมองที่น่าสนใจ ตั้งแต่ “ศักยภาพ”ของไทย ไปจนถึง“โจทย์ใหญ่”ที่ต้องเร่งปลดล็อค เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน</p>
<h3>ชี้ไทยมีศักยภาพ แต่ต้องเร่งสปีดขึ้น 2 – 4 เท่า</h3>
<p>รศ.ดร.สัญญา ชี้ว่า ประเทศไทยมีศักยภาพสูงในการสร้างระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนพลาสติกอย่างครบวงจร เนื่องจากมีพื้นฐานอุตสาหกรรมพลาสติกที่แข็งแกร่งและครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ จนถึงปลายน้ำ อีกทั้งยังมีกรณีศึกษาโครงการเศรษฐกิจหมุนเวียนพลาสติกขนาดเล็กในระดับชุมชนที่สามารถนำพลาสติกใช้แล้วกลับมาผลิตใหม่และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ แต่เมื่อมองในภาพใหญ่กลับพบความท้าทาย</p>
<p>​“ข้อมูลงานวิจัยชี้ว่า การขยายตัวของโครงการเหล่านี้ยังล่าช้ากว่าเป้าหมายระดับชาติตามแผนโรดแมปการจัดการขยะพลาสติกที่ตั้งเป้าไว้ว่าภายในปี พ.ศ. 2573 (ค.ศ. 2030) ประเทศไทยควรมีระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนพลาสติกที่สามารถดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและครบวงจร</p>
<p>​หากจะก้าวให้ทันตามเป้าหมายดังกล่าว นับจากนี้ไทยต้องเร่งการดำเนินการหลายด้านให้เร็วขึ้น 2 &#8211; 4 เท่า ไม่ว่าจะเป็นการยุติการใช้พลาสติกบางประเภทในกลุ่มพลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้ง (Single-use Plastic), การเพิ่มอัตรารีไซเคิลพลาสติกให้ได้ 50-70%, การขยายขนาดของตลาดเศรษฐกิจหมุนเวียน รวมถึงผลักดันการนำหลักการ EPR หรือ Extended Producer Responsibility มาปรับใช้ในอุตสาหกรรมอย่างจริงจัง เพื่อให้ผู้ผลิตมีส่วนรับผิดชอบต่อผลิตภัณฑ์พลาสติกของตนตลอดวงจรชีวิต ” รศ.ดร.สัญญา กล่าว</p>
<h3>โจทย์ใหญ่ยังขาดโครงสร้างพื้นฐาน ระบบที่ทำให้ทุกอย่างหมุนเวียนได้จริง</h3>
<p>หนึ่งในอุปสรรคสำคัญคือ การขาด &#8220;โครงสร้างพื้นฐาน&#8221; ที่จะรองรับระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนในระดับประเทศ</p>
<p><strong>รศ.ดร.สัญญา ฉายภาพ</strong>ให้เห็นว่า แม้ประเทศไทยจะมีตัวอย่างโครงการเศรษฐกิจหมุนเวียนพลาสติกขนาดเล็กในระดับชุมชน แต่เมื่อต้องการขยายสู่ระดับที่ใหญ่ขึ้นในระดับอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ กลับยังขาดการเชื่อมโยงที่เป็นระบบ</p>
<p>“เรายังขาดโครงสร้างพื้นฐานรองรับในระดับประเทศขาดระบบติดตามผลิตภัณฑ์พลาสติกตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทางหลังการบริโภคพลาสติกส่วนใหญ่จะหลุดออกจากระบบ ไม่สามารถติดตามและรวบรวมกลับมาใช้ใหม่ได้ ทำให้ไม่เกิดวงจรเศรษฐกิจหมุนเวียนที่ต้องมีกิจกรรมในห่วงโซ่อุปทาน เช่น การขนส่ง การจัดเก็บ ฯลฯ ที่ต้องเชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ” รศ.ดร.สัญญา กล่าว</p>
<p>อีกจุดอ่อนสำคัญ คือ ข้อมูลเศรษฐกิจที่ไม่ชัดเจน “ทุกวันนี้เรายังไม่มีตัวเลขมูลค่าทางเศรษฐกิจที่ครอบคลุมกิจกรรมหมุนเวียนทั้งหมด รวมถึงข้อมูลการลดการใช้วัตถุดิบตั้งต้นจากปิโตรเลียม ซึ่งถือเป็นเป้าหมายสำคัญของเศรษฐกิจหมุนเวียน ปัจจุบันข้อมูลเหล่านี้ยังไม่ปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจน</p>
<p>แม้แต่ข้อมูลตัวเลข&#8221;ปริมาณการรีไซเคิลพลาสติก&#8221; ในประเทศไทย ก็ยังมีความแตกต่างกันอยู่มาก บางรายงานระบุว่า มีอัตราการรีไซเคิลอยู่ที่ประมาณ 20% ในขณะที่บางข้อมูลอาจจะต่ำกว่านั้น ซึ่งตัวเลขนี้เป็นเพียงการวัดปริมาณวัตถุดิบที่ถูกนำกลับมาใช้ใหม่เท่านั้น ยังไม่ได้สะท้อนถึงมูลค่าทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจริง</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41540" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/EPR-PPP-Plastics-04.jpg" alt="ขยะพลาสติก" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/EPR-PPP-Plastics-04.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/EPR-PPP-Plastics-04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/EPR-PPP-Plastics-04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/EPR-PPP-Plastics-04-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<h3>เศรษฐกิจหมุนเวียน ครบวงจรกว่ารีไซเคิล</h3>
<p>นอกจากนี้ อีกอุปสรรคที่สำคัญไม่แพ้กัน คือความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนต่อแนวคิด &#8220;เศรษฐกิจหมุนเวียน&#8221; ที่เน้นแค่การรีไซเคิล โดยไม่พิจารณาระบบทั้งหมด จนนำไปสู่ปัญหาการนำเข้าขยะพลาสติกจากต่างประเทศเพื่อมารีไซเคิลในไทย โดยใช้คำว่าเศรษฐกิจหมุนเวียนมาเป็นใบเบิกทาง</p>
<p>​“ถามว่ามูลค่าทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นอยู่ตรงไหน? คนนำเข้ามาอาจมีรายได้จากการรับจ้างกำจัดขยะ หรือได้วัตถุดิบราคาถูกมาใช้ต่อ แต่ในความเป็นจริง เราตามไม่ได้เลยว่า ขยะเหล่านั้นถูกเอาไปทำอะไรบ้าง กำจัดถูกวิธีไหม และที่สำคัญคือ วัตถุดิบเหล่านี้มาจากประเทศอื่น ซึ่งไม่ตอบเป้าหมายของการลดการใช้ทรัพยากรในประเทศ และเสี่ยงที่จะเกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมซ้ำเติม” <strong>รศ.ดร.สัญญา</strong> กล่าว</p>
<p>​พร้อมกันนี้ได้ย้ำว่า “แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนเกิดขึ้นเพื่อตอบโจทย์ว่า เราจะยังคงสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ โดยใช้ทรัพยากรซ้ำ ลดการใช้ทรัพยากรใหม่ และจัดการของเสียให้กลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจอีกครั้ง ดังนั้น เศรษฐกิจหมุนเวียนที่แท้จริงจึงไม่ได้หยุดอยู่แค่ขั้นตอนการรีไซเคิล แต่ต้องครอบคลุมทั้งระบบ ตั้งแต่การออกแบบ การผลิต การขนส่ง การรวบรวม การบำบัดมลพิษ ไปจนถึงการสร้างตลาดสำหรับผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการหมุนเวียน”</p>
<p>อีกหนึ่งประเด็นที่ <strong>รศ.ดร.สัญญา</strong> ชี้ให้เห็นคือ ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับวัสดุทางเลือกอย่าง “พลาสติกที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ” (Biodegradable Plastic) หลายคนเข้าใจว่าสามารถทิ้งที่ไหนก็ได้ ซึ่งไม่จริง เพราะพลาสติกกลุ่มนี้ ไม่สามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ แต่ถูกออกแบบมาให้ย่อยสลายได้ในสภาวะจำเพาะ เช่น ต้องผ่านกระบวนการหมัก หรืออยู่ในสภาวะที่มีแสง หรืออุณหภูมิที่เหมาะสม ดังนั้น ถ้าทิ้งโดยไม่คัดแยก หรือจัดการไม่เหมาะสม ก็สามารถกลายเป็นไมโครพลาสติก ซ้ำเติมปัญหาสิ่งแวดล้อมและก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจกได้เช่นกัน</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41539" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/EPR-PPP-Plastics-03.jpg" alt="ขยะพลาสติก" width="740" height="494" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/EPR-PPP-Plastics-03.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/EPR-PPP-Plastics-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/EPR-PPP-Plastics-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/EPR-PPP-Plastics-03-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>การแยกขยะในครัวเรือนและพฤติกรรมผู้บริโภคจึงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ต้องส่งเสริม โดยปัญหาการคัดแยกขยะ ไม่ได้เกิดจากความไม่เชื่อมั่นว่าพลาสติกที่แยกไปจะถูกนำไปรีไซเคิลหรือไม่ แต่สิ่งที่เป็นปัจจัยสำคัญจริง ๆ คือ ความสับสนของผู้บริโภคว่าต้องแยกอย่างไร เพราะผลิตภัณฑ์มีความหลากหลายสูง และขาดแรงจูงใจชัดเจน ตัวอย่างเช่น ในยุโรปมีระบบค่ามัดจำคืนเมื่อคืนขวด จึงเกิดแรงจูงใจที่เป็นรูปธรรมในระดับผู้บริโภค</p>
<h3>จับตา EPR และ PPP Plastic กลไกสำคัญในการขับเคลื่อน</h3>
<p>ท่ามกลางโจทย์ความท้าทายที่เผชิญ รศ.ดร.สัญญา มองว่า การจะผลักดันเศรษฐกิจหมุนเวียนให้เกิดขึ้นจริงในระดับประเทศ ต้องอาศัยการลงทุนทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยี รวมถึงต้องมีกิจกรรมที่เกี่ยวข้องครบวงจร ตั้งแต่การออกแบบผลิตภัณฑ์ การผลิต การจัดเก็บ การบำบัดมลพิษ ไปจนถึงการสร้างตลาดเข้ามารองรับ ทั้งหมดนี้ต้องดำเนินไปด้วยกัน เพื่อให้เกิดเป็นวงจรเศรษฐกิจหมุนเวียนที่สมบูรณ์</p>
<p>หนึ่งในกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนพลาสติกในระดับประเทศ คือ หลักการ EPR (Extended Producer Responsibility) หรือการขยายความรับผิดชอบของผู้ผลิตให้ครอบคลุมตลอดวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์ ซึ่งอยู่ระหว่างเตรียมบังคับใช้ในปี 2570 โดย EPR จะเป็นเครื่องมือสำคัญที่สร้างทั้ง &#8216;ภาคบังคับ&#8217; และ &#8216;ภาคสมัครใจ&#8217; ให้เกิดขึ้นพร้อมกัน ทำให้เกิดแรงจูงใจเชิงระบบ และเอื้อให้เกิดความร่วมมือในระดับใหญ่</p>
<p>นอกจากนี้ การเชื่อมโยงเป้าหมายเศรษฐกิจหมุนเวียนเข้ากับวาระระดับโลกอย่าง &#8220;การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ&#8221; (Climate Action) จะเป็นอีกแรงจูงใจที่สำคัญ ซึ่งประเทศไทยกำลังเดินหน้าสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) โดยกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับ Climate Change จะเป็นกลไกที่ทำให้ผู้ประกอบการที่นำพลาสติกกลับเข้าสู่ระบบได้รับ &#8220;พลาสติกเครดิต&#8221; ซึ่งจะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและแรงจูงใจโดยธรรมชาติ</p>
<p>ขณะที่ความพยายามในการเชื่อมโยงภาคส่วนต่างๆ ผ่านกลไกความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคธุรกิจ และภาคประชาสังคม ซึ่งเริ่มมีการจัดตั้งสมาคม PPP Plastics เพื่อผลักดันการจัดการขยะพลาสติกอย่างยั่งยืน ถือเป็นทิศทางที่ดีและเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อน อย่างไรก็ตาม แม้จะมีเจ้าภาพร่วมในลักษณะนี้แล้ว แต่การจะขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนให้เกิดขึ้นได้จริงในระดับประเทศ ยังจำเป็นต้องอาศัยการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยีที่เชื่อมโยงกันทั้งระบบ เพื่อผลักดันให้เกิดผลในระดับที่ใหญ่และครอบคลุมยิ่งขึ้น</p>
<p>“สำหรับการขับเคลื่อนในระดับประเทศ กลไกที่สำคัญมากคือ EPR ที่สร้างทั้ง &#8216;ภาคบังคับ&#8217; และ &#8216;ภาคสมัครใจ&#8217; ให้เกิดขึ้นพร้อมกัน ซึ่งตอนนี้เราพร้อมแล้ว ถ้าจะเร่งเรื่องนี้ก็สามารถทำได้ เพราะมีการดำเนินงานมาระยะหนึ่งแล้ว เพียงแต่ต้องเติมแรงจูงใจ เป้าหมาย และการบังคับใช้อย่างจริงจัง และแน่นอนว่า พฤติกรรมของผู้บริโภคก็ยังเป็นหัวใจที่สำคัญ เพราะทุกคนคือผู้บริโภค ถ้าเข้าใจและให้ความร่วมมือ ก็จะทำให้การเปลี่ยนผ่านนี้เร็วขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ” รศ.ดร.สัญญา กล่าวย้ำ</p>
<p>อุตสาหกรรมพลาสติกไทยกำลังอยู่ในจุดเปลี่ยนสำคัญ การเดินหน้าสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนต้องอาศัยพลังร่วมจากทุกภาคส่วน ทั้งผู้ผลิต ผู้บริโภค ภาครัฐ และภาคประชาสังคม เพื่อผลักดันให้การเปลี่ยนผ่านอย่างเป็นระบบและยั่งยืน ..ไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่คือความจำเป็นเร่งด่วน ก่อนที่วิกฤตมลพิษพลาสติกจะส่งผลกระทบเกินเยียวยา</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/epr-ppp-plastics/">นักวิชาการชี้ไทยมีศักยภาพด้านเศรษฐกิจหมุนเวียนพลาสติก ชู ‘EPR- PPP Plastics’ ขับเคลื่อนสู่เป้าหมาย</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>นักกำหนดอาหาร ชวนคนไทยตั้งเป้าเลิกสร้าง Food Waste ในปี 2025 ชี้แค่กินให้พออิ่ม คิดดี ๆ ก่อนซื้อ ได้ทั้งสุขภาพ-ช่วยโลกยั่งยืน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/food-waste-management-2025/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/food-waste-management-2025/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 18 Dec 2024 08:42:06 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Scoop]]></category>
		<category><![CDATA[Food Waste]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[สาวธารินี จันทร์คง]]></category>
		<category><![CDATA[โรงพยาบาลวิมุต]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=37195</guid>

					<description><![CDATA[<p>เคยเป็นกันไหม ซื้อของเข้าบ้านทุกอาทิตย์ สั่งอาหารอร่อย ๆ มาเผื่อไว้กินพรุ่งนี้ แต่สุดท้าย ของดี ๆ กลับต้องไปลงเอยในถังขยะ นี่คงเป็นปัญหาที่หลายคนรู้สึกผิดอยู่ในใจไม่น้อย เพราะนอกจากจะเป็นการผลาญเงินโดยไม่จำเป็นแล้ว ยังเป็นการสร้างขยะอาหาร (Food Waste) จำนวนมหาศาล ซึ่งปัจจุบัน Food Waste ถือเป็นวิกฤตอาหารที่กำลังทวีความรุนแรงในสังคมไทย วันนี้ นางสาวธารินี จันทร์คง นักกำหนดอาหารวิชาชีพ โรงพยาบาลวิมุต จะมาชวนคนไทยลด-ละ-เลิกพฤติกรรมสร้าง Food Waste พร้อมตั้งปณิธานที่จะเปลี่ยนตนเองเป็นคนใหม่ที่กินอาหารอย่างพอดี ใส่ใจสุขภาพ และดูแลโลกไปพร้อมกันในปีใหม่นี้&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/food-waste-management-2025/">นักกำหนดอาหาร ชวนคนไทยตั้งเป้าเลิกสร้าง Food Waste ในปี 2025 ชี้แค่กินให้พออิ่ม คิดดี ๆ ก่อนซื้อ ได้ทั้งสุขภาพ-ช่วยโลกยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เคยเป็นกันไหม ซื้อของเข้าบ้านทุกอาทิตย์ สั่งอาหารอร่อย ๆ มาเผื่อไว้กินพรุ่งนี้ แต่สุดท้าย ของดี ๆ กลับต้องไปลงเอยในถังขยะ นี่คงเป็นปัญหาที่หลายคนรู้สึกผิดอยู่ในใจไม่น้อย เพราะนอกจากจะเป็นการผลาญเงินโดยไม่จำเป็นแล้ว ยังเป็นการสร้างขยะอาหาร (Food Waste) จำนวนมหาศาล ซึ่งปัจจุบัน Food Waste ถือเป็นวิกฤตอาหารที่กำลังทวีความรุนแรงในสังคมไทย วันนี้ <span style="color: #6cb742;">นางสาวธารินี จันทร์คง</span> นักกำหนดอาหารวิชาชีพ โรงพยาบาลวิมุต จะมาชวนคนไทยลด-ละ-เลิกพฤติกรรมสร้าง Food Waste พร้อมตั้งปณิธานที่จะเปลี่ยนตนเองเป็นคนใหม่ที่กินอาหารอย่างพอดี ใส่ใจสุขภาพ และดูแลโลกไปพร้อมกันในปีใหม่นี้</strong></p>
<p><span id="more-37195"></span></p>
<figure id="attachment_37198" aria-describedby="caption-attachment-37198" style="width: 740px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-37198" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/Food-Waste-2025-03.jpg" alt="ธารินี จันทร์คง" width="740" height="494" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/Food-Waste-2025-03.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/Food-Waste-2025-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/Food-Waste-2025-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/Food-Waste-2025-03-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /><figcaption id="caption-attachment-37198" class="wp-caption-text">ธารินี จันทร์คง นักกำหนดอาหารวิชาชีพ โรงพยาบาลวิมุต</figcaption></figure>
<h3>คนไทยทิ้งอาหารติดอันดับสองในอาเซียน</h3>
<p>รายงานล่าสุดจาก <strong>Food Waste Index 2024</strong> ของโครงการสิ่งแวดล้อมสหประชาชาติ (UNEP) เปิดเผยตัวเลขที่น่าตกใจ โดยรายงานว่าคนไทยสร้างขยะอาหารเฉลี่ยถึง 86 กิโลกรัมต่อคนต่อปี หรือคิดเป็นประมาณวันละ 240 กรัม ซึ่งมากเป็นอันดับ 2 ของอาเซียน และสูงกว่าค่าเฉลี่ยของโลกที่ 79 กิโลกรัมต่อคนต่อปี โดยปัจจุบัน องค์การสหประชาชาติ ได้กำหนดเป้าหมายให้ทุกประเทศลดปริมาณขยะอาหารลง 50% ภายในปี 2030</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-37199" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/Food-Waste-2025-04.jpg" alt="Food Waste" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/Food-Waste-2025-04.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/Food-Waste-2025-04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/Food-Waste-2025-04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/Food-Waste-2025-04-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<h3>แก้ปัญหา Food Waste ต้องเริ่มที่ “ผู้บริโภค”</h3>
<p>นางสาวธารินี จันทร์คง เผยว่าในห่วงโซ่อาหารทั้งหมด ผู้บริโภคคือผู้สร้างขยะอาหารมากที่สุด &#8220;ขยะอาหารเกิดจากทั้งในครัวเรือนและการกินอาหารนอกบ้าน ซึ่งพฤติกรรมที่พบบ่อยคือ การกินอาหารไม่หมดจาน การตักอาหารหรือสั่งอาหารมากเกินไปตอนหิว และการเตรียมอาหารเกินพอดีเวลามีแขกหรืองานเลี้ยง นอกจากนี้ การซื้อวัตถุดิบมากักตุนโดยไม่มีการวางแผนการใช้ที่ดี ก็ทำให้อาหารเน่าเสียและกลายเป็นขยะในที่สุด&#8221;</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-37200" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/Food-Waste-2025-05.jpg" alt="ขยะอาหาร" width="740" height="416" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/Food-Waste-2025-05.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/Food-Waste-2025-05-300x169.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/Food-Waste-2025-05-150x84.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/Food-Waste-2025-05-500x281.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<h3>โภชนาการตามวัย กินอย่างไรให้พอดี-ไม่เกิดขยะอาหาร</h3>
<p>การรับประทานอาหารให้เหมาะสมกับวัยไม่ใช่แค่เรื่องสุขภาพ แต่ยังช่วยลดการทิ้งอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย โดยสารอาหารหลักที่จำเป็น คืออาหารที่ให้พลังงานแก่ร่างกาย ได้แก่ คาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมัน ส่วนสารอาหารรอง ได้แก่ วิตามินและเกลือแร่ มีบทบาทสำคัญในการช่วยให้ร่างกายทำงานเป็นปกติ โดยนักกำหนดอาหารวิชาชีพ รพ. วิมุต อธิบายว่า “แต่ละช่วงวัยมีความต้องการสารอาหารที่แตกต่างกัน สำหรับเด็กวัยเรียน ควรได้รับอาหารในสัดส่วนที่เหมาะสมเพื่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการที่ดี โดยแนะนำข้าว-แป้ง 6-8 ทัพพี, ผัก 4 ทัพพี, ผลไม้ 3 ส่วน, เนื้อสัตว์ 6 ช้อนกินข้าว และนม 2-3 แก้วต่อวัน ส่วนวัยทำงานควรได้รับพลังงาน 1,600-2,400 กิโลแคลอรี ต่อวัน แบ่งเป็นข้าว-แป้ง 8-12 ทัพพี, ผัก 6 ทัพพี, ผลไม้ 4-6 ส่วน, เนื้อสัตว์ 6-12 ช้อนกินข้าว และนม 1 แก้ว โดยควบคุมน้ำตาล น้ำมัน ไม่เกินวันละ 6 ช้อนชา และเกลือไม่เกินวันละ 1 ช้อนชา ส่วนผู้สูงอายุ ควรเลือกอาหารที่ย่อยง่าย เน้นข้าวไม่ขัดสี เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน โดยเฉพาะปลาและไข่ รวมถึงผักใบเขียวที่มีแมกนีเซียมสูง ดื่มน้ำ 6-8 แก้วต่อวัน และควรได้รับพลังงาน 1,400-1,800 กิโลแคลอรี ตามระดับกิจกรรมที่ทำในแต่ละวัน</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-37197" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/Food-Waste-2025-02.jpg" alt="การเลือกกินอย่างเหมาะสมและพอดี" width="680" height="680" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/Food-Waste-2025-02.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/Food-Waste-2025-02-300x300.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/Food-Waste-2025-02-150x150.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/Food-Waste-2025-02-500x500.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<h3>วางแผนการกิน เรื่องง่ายๆ ที่ได้สุขภาพ-ช่วยโลก</h3>
<p>การเลือกกินอย่างเหมาะสมและพอดี จะเป็นส่วนสำคัญในการช่วยลดขยะอาหารได้ โดยเริ่มต้นจากการปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น การวางแผนการเลือกซื้ออาหารและดูวันหมดอายุก่อนซื้อ ไม่ตุนอาหารมากเกินจำเป็น หากเราซื้อวัตถุดิบมากักตุนไว้นานและมากเกินไปจนกินไม่ทัน สุดท้ายวัตถุดิบเหล่านั้นก็หมดอายุและต้องทิ้งจนกลายเป็นขยะอาหาร และควรกินอาหารให้หมดจาน โดยเริ่มตั้งแต่ควบคุมปริมาณอาหาร อย่าตักมามากเกินไป หรือสั่งอาหารเกินที่จะกินไหว นอกจากนี้ การกินอย่างยั่งยืน (Sustainable Food) ก็ยังช่วยดูแลสิ่งแวดล้อมได้อีกทาง เช่น เปลี่ยนมาทานอาหารที่เน้นพืชหรือ Plant-based ประมาณ 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ เนื่องจากการผลิตเนื้อสัตว์และเนื้อสัตว์แปรรูปมีต้นทุนด้านสิ่งแวดล้อมสูง ทั้งการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการใช้ทรัพยากรในการเลี้ยงสัตว์</p>
<p>&#8220;แม้การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้อาจดูเหมือนยาก แต่เราสามารถเริ่มจากสิ่งง่าย ๆ เช่น กินให้หมดจาน ซื้ออาหารแต่พอดี และเลือกอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย&#8221; นางสาวธารินี จันทร์คง กล่าว และเสริมว่า “1 ใน 3 ของอาหารที่เรากินอยู่ทุกวันถูกทิ้งเสียไปโดยไม่จำเป็น หากทุกคนร่วมกันตระหนักในเรื่องนี้และหันมาเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ เราก็จะได้มีสุขภาพที่ดีและช่วยโลกลดขยะไปในตัวด้วย&#8221;</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/food-waste-management-2025/">นักกำหนดอาหาร ชวนคนไทยตั้งเป้าเลิกสร้าง Food Waste ในปี 2025 ชี้แค่กินให้พออิ่ม คิดดี ๆ ก่อนซื้อ ได้ทั้งสุขภาพ-ช่วยโลกยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/food-waste-management-2025/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>O’right แบรนด์จากไต้หวัน มุ่งใส่ใจความยั่งยืน ขึ้นแท่นแบรนด์ความงามแรกของโลกที่ได้ Zero Carbon</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/oright-zero-carbon/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/oright-zero-carbon/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 25 Jun 2024 03:06:05 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Scoop]]></category>
		<category><![CDATA[O’right]]></category>
		<category><![CDATA[Steven Ko]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Carbon]]></category>
		<category><![CDATA[ผลิตภัณฑ์ความงาม]]></category>
		<category><![CDATA[ผลิตภัณฑ์รักษ์โลก]]></category>
		<category><![CDATA[ลดก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์]]></category>
		<category><![CDATA[เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[ไต้หวัน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=34440</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปัจจุบัน สถานการณ์โลกร้อนได้ก้าวเข้าสู่สภาวะโลกเดือดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งสภาวะนี้ได้นำไปสู่การเกิดเหตุการณ์อันเป็นผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และการดำรงชีวิตของมนุษย์มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด รวมถึงรายงานกว่าหลายพันฉบับจากนักวิทยาศาสตร์ ล้วนชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า ขณะนี้มนุษยชาติกำลังเผชิญกับสภาพอากาศสุดขั้วและทำลายสถิติมากมายในประวัติศาสตร์ของเรา และภัยพิบัติทางธรรมชาตินี้ผลักดันให้หลายประเทศทั่วโลกเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบมากมาย เพื่อลดแรงกระแทกของผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต แรงกระเพื่อมที่สำคัญเหล่านี้ทำให้ประชาชนทั่วโลกตระหนักถึงความสำคัญของการเริ่มหันมาใส่ใจสิ่งแวดล้อมมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งตั้งแต่ปี 2020 หลังจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทุกคนใส่ใจกับค่านิยม ESG หรือค่านิยมด้านความยั่งยืน และได้ปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนสังคมให้เข้าสู่การเป็น ‘Zero Carbon’ หรือการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์หรือก๊าซเรือนกระจกสุทธิให้เป็นศูนย์ โดยไม่เพียงแต่ภาคประชาชนเท่านั้นที่ต้องเริ่มปรับ แต่รวมไปถึงภาครัฐบาลและภาคธุรกิจด้วย ซึ่งหลายภาคส่วนเองก็ได้เริ่มลงมือปฏิบัติกันมานานแล้ว โดยหนึ่งในแบรนด์ที่ได้ปรับให้ผลิตภัณฑ์เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในทุกกระบวนการผลิตและส่วนประกอบ คือ ‘O’right’ แบรนด์ผลิตภัณฑ์ความงามจากไต้หวัน O’right เป็นแบรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมและความงามจากไต้หวันที่ก่อตั้งขึ้นในปี 2002&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/oright-zero-carbon/">O’right แบรนด์จากไต้หวัน มุ่งใส่ใจความยั่งยืน ขึ้นแท่นแบรนด์ความงามแรกของโลกที่ได้ Zero Carbon</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ปัจจุบัน สถานการณ์โลกร้อนได้ก้าวเข้าสู่สภาวะโลกเดือดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งสภาวะนี้ได้นำไปสู่การเกิดเหตุการณ์อันเป็นผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และการดำรงชีวิตของมนุษย์มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด รวมถึงรายงานกว่าหลายพันฉบับจากนักวิทยาศาสตร์ ล้วนชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า ขณะนี้มนุษยชาติกำลังเผชิญกับสภาพอากาศสุดขั้วและทำลายสถิติมากมายในประวัติศาสตร์ของเรา และภัยพิบัติทางธรรมชาตินี้ผลักดันให้หลายประเทศทั่วโลกเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบมากมาย เพื่อลดแรงกระแทกของผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต</strong></p>
<p><span id="more-34440"></span></p>
<p>แรงกระเพื่อมที่สำคัญเหล่านี้ทำให้ประชาชนทั่วโลกตระหนักถึงความสำคัญของการเริ่มหันมาใส่ใจสิ่งแวดล้อมมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งตั้งแต่ปี 2020 หลังจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทุกคนใส่ใจกับค่านิยม ESG หรือค่านิยมด้านความยั่งยืน และได้ปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนสังคมให้เข้าสู่การเป็น ‘<strong>Zero Carbon</strong>’ หรือการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์หรือก๊าซเรือนกระจกสุทธิให้เป็นศูนย์ โดยไม่เพียงแต่ภาคประชาชนเท่านั้นที่ต้องเริ่มปรับ แต่รวมไปถึงภาครัฐบาลและภาคธุรกิจด้วย ซึ่งหลายภาคส่วนเองก็ได้เริ่มลงมือปฏิบัติกันมานานแล้ว โดยหนึ่งในแบรนด์ที่ได้ปรับให้ผลิตภัณฑ์เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในทุกกระบวนการผลิตและส่วนประกอบ คือ ‘<strong>O’right</strong>’ แบรนด์ผลิตภัณฑ์ความงามจากไต้หวัน</p>
<p><strong>O’right </strong>เป็นแบรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมและความงามจากไต้หวันที่ก่อตั้งขึ้นในปี 2002 ก่อตั้งโดย ‘<strong>Steven Ko</strong>’ ผู้มีความตั้งใจเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ของใช้ในชีวิตประจำวันให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เพื่อมุ่งสู่การลดลดปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ในอากาศ เพื่อเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ที่โลกกำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบัน</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-34452" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Origh-Zero-Carbon-02.jpg" alt="Steven Ko" width="750" height="562" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Origh-Zero-Carbon-02.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Origh-Zero-Carbon-02-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Origh-Zero-Carbon-02-150x112.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Origh-Zero-Carbon-02-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>“All brands will go green just a matter of time” <strong>Steven Ko </strong>กล่าวไว้เมื่อปี 2006 ด้วยความตั้งใจที่จะสร้างผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมอย่าง O’right ให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่ดีต่อสุขภาพของผู้คน และดีต่อสุขภาพของโลก ด้วยการผลิตแชมพูที่ปราศจากสารเคมี โดยปณิธานนี้สะท้อนผ่านโลโก้ของแบรนด์ ที่ตัว ‘O’ มีสีเขียว ที่แสดงถึงความมุ่งมั่นในการสร้างผลิตภัณฑ์ให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และคำว่า ‘right’ สื่อถึงการอุทิศตนในการทำสิ่งที่ถูกต้องเพื่อโลก และเมื่ออ่านพร้อมกันจะทำให้ได้ 2 ความหมาย คือ ‘All Right’ และ ‘Zero Right’ ซึ่งเป็นการเน้นย้ำอีกทางหนึ่งว่าแบรนด์จะก้าวขึ้นสู่การเป็น Zero Carbon</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-34453" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Origh-Zero-Carbon-03.jpg" alt="O’right ได้รับการรับรองว่าเป็นแบรนด์ความงามแบรนด์แรกที่เป็น Zero Carbon" width="750" height="562" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Origh-Zero-Carbon-03.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Origh-Zero-Carbon-03-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Origh-Zero-Carbon-03-150x112.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Origh-Zero-Carbon-03-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>ในปี 2011 <strong>O’right</strong> ได้รับการรับรองว่าเป็นแบรนด์ความงามแบรนด์แรกที่เป็น <strong>Zero Carbon</strong> โดย SGS (General Society of Surveillance) ซึ่งเป็นบริษัทที่ให้บริการทดสอบคุณภาพและประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ โดยเทียบกับมาตรฐานด้านสุขอนามัย ความปลอดภัย และข้อบังคับต่าง ๆ ตามข้อกำหนดจากรัฐบาล รวมถึงการได้รับเชิญเข้าร่วมงาน UN 2021 World Biodiversity Summit (COP15) และได้รับการประกาศให้เป็นพันธมิตรอย่างเป็นทางการสำหรับการประชุมสุดยอด UN 2021 World Climate Summit (COP26) และการบรรลุมาตรฐานคาร์บอนเป็นศูนย์สำหรับผลิตภัณฑ์ 9 รายการในปีถัด ๆ มา ในเวลาต่อมา</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-34454" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Origh-Zero-Carbon-04.jpg" alt="แนวคิดของ O’right" width="750" height="562" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Origh-Zero-Carbon-04.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Origh-Zero-Carbon-04-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Origh-Zero-Carbon-04-150x112.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Origh-Zero-Carbon-04-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>แนวคิดของ <strong>O’right</strong> นอกจากจะเป็นผลิตภัณฑ์รักษ์โลกแล้ว ยังใช้วัตถุดิบออแกนิคและวีแกนทั้งหมด ปราศจากกลูเตนซึ่งเป็นสารก่อภูมิแพ้ทั่วไป และไม่ได้มาจากพืช GMO หรือสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมด้วย โดยจุดเริ่มต้นมาจากสโลแกนแรกของแบรนด์ “เราคือผู้ผลิตแชมพู” ซึ่งหากมองให้แง่การทำธุรกิจ คนส่วนใหญ่อาจจะมองเพียงต้นทุนและกำไร แต่สำหรับ <strong>O’right</strong> ไม่หยุดเพียงเท่านี้ ด้วยความต้องการที่จะสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่าสู่สังคมและสิ่งแวดล้อม ทำให้ทิศทางการทำธุรกิจหันมาใส่ใจความยั่งยืนมากขึ้น</p>
<p>เมื่อพูดถึงการขายสินค้า มักจะมีพรีเซ็นเตอร์เป็นตัวแทนภาพลักษณ์ของแบรนด์ แต่เนื่องด้วยทรัพยากรที่จำกัดของแบรนด์ <strong>O’right</strong> จึงเลือกที่จะลงทุนไปกับการวิจัยและการออกแบบผลิตภัณฑ์ เพื่อปรับส่วนผสมให้ใช้สารสกัดจากธรรมชาติม โดยส่วนใหญ่สีของแชมพู เรามักจะเห็นว่าเนื้อของแชมพูมีสีที่เหมือนกับกลิ่นของแชมพู เช่น แชมพูกลิ่นลาเวนเดอร์มีสีม่วง แชมพูกลิ่นสตรอว์เบอร์รี่มีสีชมพู แชมพูกลิ่นพีชมีสีพีช ซึ่งสีเหล่านี้เป็นสีสังเคราะห์ทั้งสิ้น เพราะในความจริงแล้วส่วนผสมจากสารที่สกัดจากธรรมชาติมักจะไม่มีสี</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-34455" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Origh-Zero-Carbon-05.jpg" alt="O’right ผลิตภัณฑ์รักษ์โลก" width="750" height="562" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Origh-Zero-Carbon-05.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Origh-Zero-Carbon-05-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Origh-Zero-Carbon-05-150x112.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Origh-Zero-Carbon-05-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>อีกทั้ง กว่า 90% ของการปล่อยคาร์บอนในกระบวนการผลิตแชมพู มาจากการใช้ของผู้บริโภค โดยมาจากการที่ผู้บริโภคต้องใช้น้ำในการล้างผมและล้างแชมพูออกจากผม และลูกค้าส่วนใหญ่มักจะใช้น้ำอุ่นในการสระผม</p>
<p>ดังนั้นตามจุดประสงค์คือต้องการยุติการพึ่งพาทรัพยากรปิโตรเคมี จึงได้ปรับสูตรส่วนผสมของแชมพูเพื่อความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อมและเพื่อสุขภาพของลูกค้า เพื่อประหยัดน้ำประหยัดไฟมากขึ้น และให้ผู้บริโภคสระผมได้ง่ายมากขึ้น และได้ร่วมกับ 5 องค์กรวิจัยในไต้หวัน เพื่อค้นหาสูตรที่ผสมผสานส่วนผสมจากพืชในธรรมชาติเข้ากับเทคโนโลยีที่เป็นกรรมสิทธิ์เฉพาะสำหรับผลิตภัณฑ์ความงามของ <strong>O’right</strong> ที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัยที่สุด โดยไม่ทดสอบผลิตภัณฑ์กับสัตว์ เพื่อสร้างความมั่นใจให้ทุกคนว่าผลิตภัณฑ์จะมีความอ่อนโยนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และเมื่อปี 2018 ที่ผ่านมา <strong>O’right</strong> ได้เปิดเผยส่วนผสมในผลิตภัณฑ์แต่ละอย่างจนครบถ้วน จนได้รับการรับรองจาก USDA (United States Department of Agriculture) ว่าช่วยลดการใช้ปิโตรเลียมโดยเพิ่มการใช้ทรัพยากรหมุนเวียน และลดปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์เพิ่มเติมที่ปล่อยสู่ชั้นบรรยากาศได้จริง</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-34456" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Origh-Zero-Carbon-06.jpg" alt="O’right Caffeine Botanical Scalp Revitalizer" width="750" height="562" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Origh-Zero-Carbon-06.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Origh-Zero-Carbon-06-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Origh-Zero-Carbon-06-150x112.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Origh-Zero-Carbon-06-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>อีกทั้งยังให้การสนับสนุนเกษตรกรท้องถิ่นผ่านการรับซื้อผลผลิตที่เหลือทิ้งอย่าง แกลบเมล็ดกาแฟ มาผลิตให้เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ “O’right Caffeine Botanical Scalp Revitalizer” ผลิตภัณฑ์ดูแลหนังศีรษะ ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นแบรนด์ที่ทั้งใส่ใจโลก ใส่ใจผู้บริโภค และยังใส่ใจเกษตรกรอีกด้วย</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-34457" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Origh-Zero-Carbon-07.jpg" alt="O’right ผลิตภัณฑ์รักษ์โลก" width="750" height="562" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Origh-Zero-Carbon-07.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Origh-Zero-Carbon-07-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Origh-Zero-Carbon-07-150x112.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Origh-Zero-Carbon-07-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>นอกจากผลผลิตจากกาแฟอย่างเซรั่มหนังศีรษะแล้ว ส่วนประกอบจากเมล็ดกาแฟยังถูกนำไปผลิตเป็นบรรจุภัณฑ์แชมพูของแบรนด์  โดยนำไปผสมกับวัสดุที่ผลิตจากเศษผัก ผลไม้ ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ได้เป็นพลาสติก PCR (Post-consumer Recycled) ทุกชิ้น และออกแบบอย่างมีเอกลักษณ์ โดยขวดพลาสติกชนิดนี้สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้หลังการบริโภค และย่อยสลายได้ 100% ตามธรรมชาติ เมื่อถูกฝังลงดินเป็นระยะเวลา 1 ปี และขวดของผลิตภัณฑ์อื่นยังได้ถูกผลิตขึ้นจากการรีไซเคิลขวดพลาสติก โดยสร้างเม็ดเหล่านี้ขึ้นมาใหม่ และนำไปผลิตเป็นขวดบรรจุภัณฑ์ต่อไป</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-34458" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Origh-Zero-Carbon-08.jpg" alt="O’right" width="750" height="562" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Origh-Zero-Carbon-08.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Origh-Zero-Carbon-08-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Origh-Zero-Carbon-08-150x112.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Origh-Zero-Carbon-08-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>“แชมพูจึงไม่เพียงแต่ทำความสะอาดเส้นผมเท่านั้น แต่ยังทำความสะอาดหัวใจและจิตใจอีกด้วย” <strong>Steven Ko </strong>กล่าว</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-34459" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Origh-Zero-Carbon-09.jpg" alt="O’right" width="750" height="562" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Origh-Zero-Carbon-09.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Origh-Zero-Carbon-09-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Origh-Zero-Carbon-09-150x112.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Origh-Zero-Carbon-09-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>โดย <strong>Steven Ko </strong>ยังได้เล่าถึงผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพอย่างยาสีฟันเพิ่มเติมว่า <strong>O’right</strong> ได้คิดค้นยาสีฟันออแกนิค โดยมีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นให้บริษัทยาสีฟันอื่น ๆ ลดการใส่สารเคมีในยาสีฟันและเป้าหมายที่สองคือเรียกร้องให้รัฐบาลเพิ่มการควบคุมส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ยาสีฟัน เนื่องจากในปัจจุบันมากกว่า 90% ของยาสีฟันในโลกมีสารกันบูดที่มีความเสี่ยงสูงที่จะก่อให้เกิดมะเร็ง</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-34460" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Origh-Zero-Carbon-10.jpg" alt="O’right" width="750" height="562" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Origh-Zero-Carbon-10.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Origh-Zero-Carbon-10-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Origh-Zero-Carbon-10-150x112.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Origh-Zero-Carbon-10-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>ความตั้งใจของ <strong>O’right</strong> กว่าหลายสิบปีที่ต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนความยั่งยืนให้แก่ชีวิตของผู้บริโภคและแก่โลก โดยได้สร้างอาคารและโรงงานเพื่อความยั่งยืน จนได้รับการรับรองจากรัฐบาลแห่งแรกในไต้หวันให้เป็นโรงงานเครื่องสำอางสีเขียว ซึ่งไม่ใช่แค่อาคารเท่านั้น แต่ยังรวมถึงกระบวนการผลิตทั้งหมดด้วย ด้วยแผงโซลาร์เซลล์และกังหันลมที่ผลิตเอง และอีก 80% ที่ซื้อจากเครื่องกำเนิดไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน ทำให้บรรลุการใช้พลังงานหมุนเวียน 100% และโรงงานของ <strong>O’right</strong> มีการปล่อยน้ำเสียเป็นศูนย์ ซึ่งหมายความว่าน้ำเสียที่ผ่านการแปรรูปทั้งหมดนั้นถูกนำไปใช้ในการเลี้ยงต้นไม้สีเขียวด้านนอกอาคารที่ถูกปลูกไว้จำนวนมากด้วยระบบชลประทานน้ำเสียบริสุทธิ์ และ <strong>O’right</strong> ยังติดตั้งแท่นชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าให้พนักงานได้ใช้ฟรี เพื่อเป็นการกระตุ้นในพนักงานหันมาใช้รถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้นอีกด้วย</p>
<p><strong>ปัจจุบัน O’right ยังคงมุ่งมั่นคิดค้นและผลิตสินค้าเพื่อผู้บริโภคและเพื่อโลกใบนี้อย่างสม่ำเสมอ และเพื่อให้ผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ได้ทำหน้าที่สื่อสารให้ผู้บริโภคได้เข้าใจถึงปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อเกิดความตระหนักรู้ให้ผู้บริโภคได้หันมาใส่ใจและให้ความร่วมมือในการรักษาสิ่งแวดล้อมมากขึ้นต่อไปในอนาคต</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/oright-zero-carbon/">O’right แบรนด์จากไต้หวัน มุ่งใส่ใจความยั่งยืน ขึ้นแท่นแบรนด์ความงามแรกของโลกที่ได้ Zero Carbon</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/oright-zero-carbon/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ซินเจนทา จับมือภาครัฐ-เอกชน เดินหน้า “โครงการรักษ์ผึ้ง” สร้างความยั่งยืนด้านการเกษตร-สิ่งแวดล้อม</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/bee-love-school-camp/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/bee-love-school-camp/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 22 Feb 2024 07:22:37 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Scoop]]></category>
		<category><![CDATA[BEE LOVE PROJECT]]></category>
		<category><![CDATA[Bee Love School Camp]]></category>
		<category><![CDATA[กรมส่งเสริมการเกษตร]]></category>
		<category><![CDATA[กิจกรรมค่ายเยาวชนรักษ์ผึ้ง]]></category>
		<category><![CDATA[ซินเจนทา]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการรักษ์ผึ้ง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=32376</guid>

					<description><![CDATA[<p>ซินเจนทา ประเทศไทย  ร่วมกับ กรมส่งเสริมการเกษตร ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตรจังหวัดจันทบุรี ศูนย์ประสานงานผู้เลี้ยงผึ้งและชาวสวนไม้ผล อ.สอยดาว และโรงเรียนเครือข่ายในจังหวัดจันทบุรี จัดกิจกรรมค่ายเยาวชนรักษ์ผึ้ง “Bee Love School Camp” ถ่ายทอดความรู้เรื่องความสำคัญและบทบาทของแมลงผสมเกสรต่อระบบนิเวศให้กับนักเรียน เกษตรกรและชุมชน รวมไปถึงประเด็นการใช้สารเคมีอย่างถูกต้องเพื่อสร้างความยั่งยืนต่อสิ่งแวดล้อม และระบบนิเวศ วรรณภร วัฒนาเกษมสัตย์ ผู้อำนวยการฝ่ายความยั่งยืนทางธุรกิจ บริษัท ซินเจนทา ครอป โปรเทคชั่น จำกัด ผู้นำด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทางการเกษตร เปิดเผยว่า โครงการรักษ์ผึ้ง หรือ BEE&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/bee-love-school-camp/">ซินเจนทา จับมือภาครัฐ-เอกชน เดินหน้า “โครงการรักษ์ผึ้ง” สร้างความยั่งยืนด้านการเกษตร-สิ่งแวดล้อม</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ซินเจนทา ประเทศไทย  ร่วมกับ </strong><strong>กรมส่งเสริมการเกษตร </strong><strong>ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตรจังหวัดจันทบุรี ศูนย์ประสานงานผู้เลี้ยงผึ้งและชาวสวนไม้ผล อ.สอยดาว และโรงเรียนเครือข่ายในจังหวัดจันทบุรี จัดกิจกรรมค่ายเยาวชนรักษ์ผึ้ง</strong> <strong>“Bee Love School Camp” </strong><strong>ถ่ายทอดความรู้เรื่องความสำคัญและบทบาทของแมลงผสมเกสรต่อระบบนิเวศให้กับนักเรียน เกษตรกรและชุมชน รวมไปถึงประเด็นการใช้สารเคมีอย่างถูกต้องเพื่อสร้างความยั่งยืนต่อสิ่งแวดล้อม และระบบนิเวศ</strong></p>
<p><span id="more-32376"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-32391" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/Bee-Love-School-Camp-02.jpg" alt="วรรณภร วัฒนาเกษมสัตย์" width="720" height="480" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/Bee-Love-School-Camp-02.jpg 720w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/Bee-Love-School-Camp-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/Bee-Love-School-Camp-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/Bee-Love-School-Camp-02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 720px) 100vw, 720px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">วรรณภร วัฒนาเกษมสัตย์</span> ผู้อำนวยการฝ่ายความยั่งยืนทางธุรกิจ บริษัท ซินเจนทา ครอป โปรเทคชั่น จำกัด </strong>ผู้นำด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทางการเกษตร เปิดเผยว่า โครงการรักษ์ผึ้ง หรือ BEE LOVE PROJECT เป็นโครงการอันเกิดจากความมุ่งมั่นของบริษัท ซินเจนทา เพื่อเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการเลี้ยงผึ้งที่ถูกต้องและปลอดภัยให้แก่ชาวสวนผลไม้และผู้เลี้ยงผึ้ง รวมถึงชุมชน และเยาวชนให้มีความเข้าใจที่ถูกต้องในการรักษาสมดุลของระบบนิเวศ บริษัทฯ มีความมุ่งมั่นที่จะสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน เกษตรกร ชุมชน และภาคการศึกษา ให้ร่วมกันดูแลและรักษาสิ่งแวดล้อม เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดและนำไปสู่การอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืน</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-32392" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/Bee-Love-School-Camp-03.jpg" alt="นริศร์ คงสมบุญ" width="720" height="480" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/Bee-Love-School-Camp-03.jpg 720w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/Bee-Love-School-Camp-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/Bee-Love-School-Camp-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/Bee-Love-School-Camp-03-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 720px) 100vw, 720px" /></p>
<p>ด้าน<strong><span style="color: #6cb742;">นริศร์ คงสมบุญ</span> ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตรจันทบุรี </strong>กล่าวว่า เกษตรกรบางพื้นที่อาจยังไม่ทราบถึงการใช้สารเคมีอย่างถูกต้องเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อระบบนิเวศ การที่เราร่วมมือกับหน่วยงานเอกชนในการทำโครงการรักษ์ผึ้ง (BEE LOVE PROJECT) ถือเป็นโครงการที่ช่วยให้ความรู้ความเข้าใจกับกลุ่มเกษตรกร ผู้เลี้ยงผึ้ง และชุมชน ได้เห็นถึงความสำคัญของผึ้งและแมลงมากยิ่งขึ้น หากทุกภาคเล็งเห็นถึงความสำคัญในเรื่องนี้ ก็จะสามารถช่วยรักษาระบบนิเวศ และสิ่งแวดล้อมให้มีความยั่งยืนต่อไปได้</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-32393" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/Bee-Love-School-Camp-04.jpg" alt="อาลัย จิตตเจริญ" width="720" height="480" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/Bee-Love-School-Camp-04.jpg 720w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/Bee-Love-School-Camp-04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/Bee-Love-School-Camp-04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/Bee-Love-School-Camp-04-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 720px) 100vw, 720px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">อาลัย จิตตเจริญ</span> เกษตรกรชาวสวนผลไม้ อำเภอมะขาม จังหวัดจันทบุรี</strong> กล่าวว่า  ช่วงแรกใช้สารเคมีมาตลอดไม่ได้มีความรู้เรื่องผึ้งเลย ประกอบกับอากาศที่เปลี่ยนแปลงทำให้ผึ้งหายไปจำนวนมาก หลังจากได้เข้ามาอบรมที่ศูนย์ผึ้งได้รู้จักโครงการรักษ์ผึ้ง ทำให้ได้ความรู้ ความเข้าใจ และเห็นถึงความสำคัญของผึ้ง และแมลงมากขึ้น  จึงคิดว่าเกษตรกรที่ใช้สารเคมีและต้องการเลี้ยงผึ้งควบคู่ไปด้วยก็สามารถเรียนรู้วิธีปฏิบัติ ไม่ให้สารเคมีที่เราใช้กระทบต่อผึ้งและแมลงซึ่งเป็นตัวช่วยผสมเกสรที่เพิ่มผลผลิตของพืชผลในไร่ของเรา</p>
<p>นอกจากนี้ ซินเจนทา ประเทศไทย ยังมุ่งมั่นส่งเสริมการทำเกษตรตามหลักการ IPM (Integrate Pest Management) หรือการจัดการศัตรูพืชแบบผสมผสาน และมาตรฐาน GAP (Good Agricultural Practice) หรือการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีในการผลิตพืชมาโดยตลอด เพื่อให้ได้ผลผลิตที่ดี มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน ปลอดภัยทั้งต่อผู้ผลิตและผู้บริโภค ซึ่งช่วยให้ผึ้งมีความปลอดภัยและสามารถขยายพันธุ์ได้อย่างต่อเนื่อง ทำให้ระบบนิเวศน์มีความสมดุล เกษตรกรและผึ้งสามารถอยู่ร่วมกันได้แบบพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน เพราะนอกจากผึ้งจะช่วยเกษตรกรในการผสมเกสรพืชที่ปลูกแล้ว ผลผลิตที่ได้จากผึ้งยังเป็นอาชีพที่สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรอีกด้วย</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-32394" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/Bee-Love-School-Camp-05.jpg" alt="โครงการรักษ์ผึ้ง" width="720" height="480" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/Bee-Love-School-Camp-05.jpg 720w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/Bee-Love-School-Camp-05-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/Bee-Love-School-Camp-05-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/Bee-Love-School-Camp-05-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 720px) 100vw, 720px" /></p>
<p>ในปีนี้โครงการรักษ์ผึ้ง (BEE LOVE PROJECT) ได้จัดกิจกรรมถ่ายทอดความรู้สู่ชุมชน และโรงเรียนเครือข่าย ผ่านทางค่ายเยาวชนรักษ์ผึ้ง “BEE LOVE SCHOOL CAMP”<strong>  </strong>เมื่อเร็วๆ นี้  ณ ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตรจังหวัดจันทบุรี (ศูนย์ผึ้งจันทบุรี) มีการจัดนิทรรศการเพื่อถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับผึ้งและแมลงผสมเกสร สร้างพื้นที่แหล่งอาหารผึ้งและแมลงผสมเกสร  รวมถึงร่วมกับเครือข่ายจัดทำหลักสูตรการเรียนรู้ ทำกิจกรรมเรื่องระบบนิเวศของผึ้งและแมลงผสมเกสรที่เหมาะสมสำหรับเด็กในระดับประถมศึกษา และ มัธยมศึกษา งานดังกล่าวมีกลุ่มเกษตรกรชาวสวนผลไม้ ผู้เลี้ยงผึ้ง และเยาวชน จำนวนกว่า 200 คน เข้าร่วมงาน</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-32396" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/Bee-Love-School-Camp-07.jpg" alt="โครงการรักษ์ผึ้ง" width="720" height="480" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/Bee-Love-School-Camp-07.jpg 720w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/Bee-Love-School-Camp-07-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/Bee-Love-School-Camp-07-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/Bee-Love-School-Camp-07-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 720px) 100vw, 720px" /></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-32395" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/Bee-Love-School-Camp-06.jpg" alt="โครงการรักษ์ผึ้ง" width="720" height="461" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/Bee-Love-School-Camp-06.jpg 720w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/Bee-Love-School-Camp-06-300x192.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/Bee-Love-School-Camp-06-150x96.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/Bee-Love-School-Camp-06-500x320.jpg 500w" sizes="(max-width: 720px) 100vw, 720px" /></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/bee-love-school-camp/">ซินเจนทา จับมือภาครัฐ-เอกชน เดินหน้า “โครงการรักษ์ผึ้ง” สร้างความยั่งยืนด้านการเกษตร-สิ่งแวดล้อม</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/bee-love-school-camp/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Dow ร่วมกับ กทม. ชูต้นแบบชุมชนเกาะกลางจัดการขยะครบวงจร แจกฟรีคู่มือถอดบทเรียน เตรียมขยายผลสู่ชุมชนอื่น</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/dow-bangkok-tipmse/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/dow-bangkok-tipmse/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 14 Mar 2023 01:50:06 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Scoop]]></category>
		<category><![CDATA[Dow]]></category>
		<category><![CDATA[TIPMSE]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพมหานคร]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[คัดแยกขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[คัดแยกขยะพลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[คัดแยกขยะอันตราย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=25824</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ :  กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย (Dow) ร่วมกับกรุงเทพมหานคร (กทม.) TIPMSE ชุมชนเกาะกลาง เขตคลองเตย และพันธมิตรในโครงการฯ จัดสัมมนาและเยี่ยมชม “โครงการต้นแบบชุมชนจัดการขยะอย่างครบวงจรชุมชนเกาะกลาง” เพื่อเป็นแนวทางการขยายผลไปยังเขตอื่น ๆ ของ กทม. พร้อมออกคู่มือพ็อคเก็ตบุ๊คและหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-Book) แนะวิธีจัดการขยะชุมชนเมืองแบบยั่งยืนที่ทำได้จริง กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย บริษัทชั้นนำระดับโลกด้านวัสดุศาสตร์ (Materials Science) ได้ร่วมกับสำนักงานเขตคลองเตย และกรุงเทพมหานคร ผู้บริหารเขต&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/dow-bangkok-tipmse/">Dow ร่วมกับ กทม. ชูต้นแบบชุมชนเกาะกลางจัดการขยะครบวงจร แจกฟรีคู่มือถอดบทเรียน เตรียมขยายผลสู่ชุมชนอื่น</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กรุงเทพฯ : </strong> <strong>กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย (Dow)</strong> ร่วมกับ<strong>กรุงเทพมหานคร (กทม.) TIPMSE ชุมชนเกาะกลาง เขตคลองเตย และพันธมิตรในโครงการฯ</strong> จัดสัมมนาและเยี่ยมชม <strong>“โครงการต้นแบบชุมชนจัดการขยะอย่างครบวงจรชุมชนเกาะกลาง”</strong> เพื่อเป็นแนวทางการขยายผลไปยังเขตอื่น ๆ ของ กทม. พร้อมออกคู่มือพ็อคเก็ตบุ๊คและหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-Book) แนะวิธีจัดการขยะชุมชนเมืองแบบยั่งยืนที่ทำได้จริง<span id="more-25824"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-25837" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/DOW-Bangkok-02.jpg" alt="สัมมนา “เกาะกลาง: ชุมชนแยกขยะสร้างประโยชน์”" width="780" height="439" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/DOW-Bangkok-02.jpg 780w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/DOW-Bangkok-02-300x169.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/DOW-Bangkok-02-768x432.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/DOW-Bangkok-02-150x84.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/DOW-Bangkok-02-500x281.jpg 500w" sizes="(max-width: 780px) 100vw, 780px" /></p>
<p>กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย บริษัทชั้นนำระดับโลกด้านวัสดุศาสตร์ (Materials Science) ได้ร่วมกับสำนักงานเขตคลองเตย และกรุงเทพมหานคร ผู้บริหารเขต รวมถึงองค์กรภาครัฐและเอกชน ที่มีส่วนร่วมส่งเสริมการพัฒนาชุมชนเกาะกลาง เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร ให้เป็นศูนย์เรียนรู้ต้นแบบการจัดการขยะครบวงจรในพื้นที่คลองเตย ได้จัดสัมมนา “<strong>เกาะกลาง: ชุมชนแยกขยะสร้างประโยชน์</strong>” เพื่อขยายและส่งเสริมการจัดการขยะไปยังพื้นที่เขตอื่น ๆ ของ กทม.</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-25838" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/DOW-Bangkok-03.jpg" alt="" width="780" height="520" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/DOW-Bangkok-03.jpg 780w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/DOW-Bangkok-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/DOW-Bangkok-03-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/DOW-Bangkok-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/DOW-Bangkok-03-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 780px) 100vw, 780px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">สุพจน์ เกตุโตประการ</span> ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจ กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย</strong> กล่าวว่า กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย ส่งเสริมแนวความคิด ชุมชนแยกขยะสร้างประโยชน์ โดยที่ครอบครัวตัวอย่างของชุมชนเกาะกลางที่เข้าร่วมโครงการนี้ และได้ปฏิบัติตามแนวทางการแยกขยะสามารถแสดงผลให้เห็นว่า ปริมาณขยะในครัวเรือนตัวอย่างลดลงได้มากกว่า 50% หรือมากถึง 4.9 ตันต่อปี ในปีที่ผ่านมาแม้จะอยู่ในช่วงการระบาดของโควิด-19 ตัวเลขนี้เกิดขึ้นได้เพราะคนในชุมชนเข้าใจถึงคุณค่าของทรัพยากรประเภทต่าง ๆ สามารถนำขยะซึ่งคนทั่วไปมองว่าหมดประโยชน์แล้วกลับมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ที่สร้างมูลค่า รายได้ และลดค่าใช้จ่ายภายในชุมชนได้มากถึง 107,400 บาทต่อปี จากตัวเลขนี้ถ้าทุกครัวเรือนร่วมมือกันในการแยกและสร้างประโยชน์ให้แก่ขยะ มูลค่าเพิ่มที่สร้างได้จากขยะยิ่งจะเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ แนวคิดและวิธีการสร้างมูลค่าเพิ่มเหล่านี้ได้ถูกบรรจุไว้ในหนังสือถอดบทเรียนการจัดการขยะครบวงจร “เกาะกลาง: ชุมชนแยกขยะสร้างประโยชน์” ซึ่งมีหลายวิธีการสร้างประโยชน์จากขยะที่ผู้อ่านสามารถเริ่มต้นทำได้เองที่บ้าน เพื่อเปลี่ยนขยะเป็นผลิตภัณฑ์ใช้ในชีวิตประจำวันที่ใช้ประโยชน์ได้</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-25839" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/DOW-Bangkok-04.jpg" alt="" width="780" height="520" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/DOW-Bangkok-04.jpg 780w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/DOW-Bangkok-04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/DOW-Bangkok-04-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/DOW-Bangkok-04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/DOW-Bangkok-04-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 780px) 100vw, 780px" /></p>
<p>“Dow ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมสนับสนุนชุมชนเกาะกลางในการเป็นต้นแบบ รวมทั้งการผลิตหนังสือถอดบทเรียนเล่มนี้เพื่อแจกจ่ายให้สาธารณชน” <strong>สุพจน์ </strong>กล่าว</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-25840" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/DOW-Bangkok-05.jpg" alt=" จุดคัดแยกขยะพลาสติก" width="780" height="518" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/DOW-Bangkok-05.jpg 780w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/DOW-Bangkok-05-300x199.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/DOW-Bangkok-05-768x510.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/DOW-Bangkok-05-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/DOW-Bangkok-05-500x332.jpg 500w" sizes="(max-width: 780px) 100vw, 780px" /></p>
<p>สำหรับ <strong>“ศูนย์เรียนรู้ต้นแบบการจัดการขยะครบวงจร เกาะกลาง: ชุมชนแยกขยะได้ประโยชน์</strong>” ตั้งอยู่ในชุมชนเกาะกลางซึ่งมีอายุกว่า 100 ปี ตั้งอยู่ริมคลองพระโขนงใจกลางกรุงที่ได้รับเลือกให้เป็นชุมชนต้นแบบในการจัดการขยะอย่างครบวงจรในปี 2563 โดย Dow ร่วมกับสำนักงานเขตคลองเตย และสถาบันการจัดการบรรจุภัณฑ์และรีไซเคิลเพื่อสิ่งแวดล้อม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หรือ TIPMSE ได้ริเริ่มและดำเนินการระบบการจัดการขยะแยกตามประเภทโดยให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการออกแบบบริหารจัดการในชุมชน</p>
<p>ชาวชุมชนเกาะกลางมีจำนวน 56 ครัวเรือน มีประชากรทั้งสิ้น 230 คน อาศัยอยู่ในพื้นที่ขนาดเพียงแค่ 3 ไร่ เดิมทีภาพของชุมชนถูกมองว่าเป็นชุมชนหลังคาติดกันที่เสื่อมโทรม และเป็นผู้ทิ้งขยะลงสู่แม่น้ำลำคลอง แต่ด้วยความตั้งใจจริงของสมาชิกในชุมชนตลอดระยะเวลาโครงการ ภาพลักษณ์ดังกล่าวได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เกาะกลางปรับปรุงพื้นที่ใช้สอยจนมีทัศนียภาพที่สวยงาม มีจุดแยกขยะอย่างเป็นระบบ สามารถนำผลิตภัณฑ์จากขยะ อาทิ ก๊าซชีวภาพไปประกอบอาหารในชุมชนได้ถึง 720 ชั่วโมง ประหยัดค่าพลังงานได้ราว 9,600 บาทต่อปี ซึ่งเป็นเพียงตัวอย่างบางส่วนของกิจกรรมการสร้างมูลค่าขยะของชุมชนเท่านั้น ยังมีการนำของขยะด้อยค่าอีกหลายประเภทไปพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ ซึ่งสร้างประโยชน์ให้แก่ชุมชนทั้งในแง่การจัดการขยะ ความสะอาด การได้ประโยชน์ใช้สอยจากผลิตภัณฑ์ สร้างรายได้เพิ่ม และประหยัดค่าใช้จ่าย อีกทั้งยังสร้างจิตสำนึกการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า จนสามารถเป็นศูนย์การเรียนรู้ให้กับชุมชนอื่น ๆ เพื่อนำแนวคิดการใช้ประโยชน์จากขยะนี้ไปปรับใช้ให้สอดรับกับพื้นที่ของตนเอง</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-25841" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/DOW-Bangkok-06.jpg" alt="" width="780" height="520" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/DOW-Bangkok-06.jpg 780w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/DOW-Bangkok-06-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/DOW-Bangkok-06-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/DOW-Bangkok-06-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/DOW-Bangkok-06-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 780px) 100vw, 780px" /></p>
<p>“เราได้ร่วมกับชุมชนในการเปลี่ยนแปลงแนวคิดขยะ สร้างความเข้าใจว่าขยะนั้นแท้จริงแล้วคือทรัพยากรที่มีคุณค่าถ้าเราใช้ เก็บ รีไซเคิล และพัฒนาเพิ่มมูลค่าได้อย่างเหมาะสมโดยนำหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) มาเป็นแนวทางในการดำเนินงานคือ 1) สามารถแยกประเภทของขยะ และส่งต่อวัสดุรีไซเคิลประเภทต่าง ๆ เข้าสู่กระบวนการได้อย่างถูกต้อง 2) เพิ่มรายได้ให้แก่ชุมชนจากการส่งต่อขยะพลาสติกประเภทต่าง ๆ ไปยังผู้รับซื้อวัสดุรีไซเคิล ทำให้พลาสติกเกือบทุกประเภทได้เข้าสู่กระบวนการนำกลับมาใช้อย่างเต็มประสิทธิภาพอีกครั้ง โดยในระยะเวลาเพียง 1 ปี ชุมชนเล็ก ๆ กลับสามารถนำส่งวัสดุรีไซเคิลเข้าสู่ระบบได้ถึง 7.09 ตัน ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ยอดเยี่ยมในการจัดการขยะพลาสติกที่เป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าให้เข้าสู่ระบบการบริหารจัดการได้อย่างเหมาะสม และ 3) ทางโครงการได้สรุปแนวคิดและวิธีการต่าง ๆ เพื่อความสะดวกสำหรับส่งต่อให้แก่ชุมชนอื่นที่ต้องการจะจัดการขยะอย่างครบวงจรในลักษณะเดียวกันนี้ได้ นี่เป็นเพียงความสำเร็จจากการดำเนินงานเพียงไม่กี่ปีในชุมชนเล็ก ๆ แห่งเดียว หากทุกฝ่ายช่วยกันขับเคลื่อนและขยายผลไปยังชุมชนอื่น ๆ ย่อมเกิดผลสัมฤทธิ์ในวงกว้าง เพียงแค่พวกเราช่วยกันดำเนินงานตามหนังสือคู่มือ” <strong>สุพจน์ </strong>กล่าวเสริม</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-25842" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/DOW-Bangkok-07.jpg" alt="สาธิตทำกระถางจากฝาขวดพลาสติก" width="780" height="520" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/DOW-Bangkok-07.jpg 780w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/DOW-Bangkok-07-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/DOW-Bangkok-07-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/DOW-Bangkok-07-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/DOW-Bangkok-07-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 780px) 100vw, 780px" /></p>
<p>ด้าน<strong><span style="color: #6cb742;">จักกพันธุ์ ผิวงาม</span> รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร </strong>กล่าวว่า การผนึกกำลังกันระหว่าง กทม. Dow และชุมชน ถือเป็นอีกความร่วมมืออันแข็งแกร่งที่ส่งผลให้เกิดความสำเร็จในการจัดการขยะที่เป็นหนึ่งในนโยบายหลักของกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะการให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมเพื่อการคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง ภายใต้การรณรงค์ <strong>“ไม่เทรวม”</strong> ของ กทม. ซึ่งต้องการจะกระตุ้นให้เกิดจิตสำนึกการคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทางในระดับครัวเรือน  ส่งผลให้การจัดการขยะของกรุงเทพมหานครมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเจ้าหน้าที่ในการแยกขยะแห้งที่ไม่ปนเปื้อน ลดภาระการล้างขยะ สามารถนำขยะเปียกไปพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่าได้ง่ายขึ้น ขยะแต่ละประเภทถูกจัดการได้อย่างเหมาะสมตามชนิด ลดขยะที่ยังมีมูลค่าสู่หลุมฝังกลบซึ่งมีพื้นที่จำกัด ซึ่งจะส่งผลดีต่อกาจัดการพื้นที่และสิ่งแวดล้อมของกรุงเทพมหานครในอนาคต</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-25843" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/DOW-Bangkok-08.jpg" alt="" width="780" height="520" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/DOW-Bangkok-08.jpg 780w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/DOW-Bangkok-08-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/DOW-Bangkok-08-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/DOW-Bangkok-08-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/DOW-Bangkok-08-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 780px) 100vw, 780px" /></p>
<p>“ขยะหลายประเภทสามารถสร้างมูลค่าเพิ่ม เพียงแค่นำกลับมาเข้าสู่ระบบ จะสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ ซึ่งเป็นการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุด เห็นว่าโครงการนี้เป็นประโยชน์ อีกทั้งสำนักงานเขตต่าง ๆ สามารถนำไปปรับใช้ได้ คู่มือที่จัดทำใช้เป็นแนวทางเบื้องต้นในยกระดับการพัฒนาชุมชน เกิดแนวทางการทำงานและความร่วมมือแบบใหม่ ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง รวมถึงการแปรรูปขยะ เพื่อทำผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ได้ ทำให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่น่าอยู่มากยิ่งขึ้น เทียบเคียงได้กับเมืองหลวงระดับโลกอื่น ๆ” <strong>จักกพันธุ์ </strong>กล่าวทิ้งท้าย</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/dow-bangkok-tipmse/">Dow ร่วมกับ กทม. ชูต้นแบบชุมชนเกาะกลางจัดการขยะครบวงจร แจกฟรีคู่มือถอดบทเรียน เตรียมขยายผลสู่ชุมชนอื่น</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/dow-bangkok-tipmse/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“อพท” พาชมวิถี “บ้านถ้ำเสือ” ชุมชนท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำต้นแบบ BCG ชูไฮไลท์กิจกรรมเพิ่มผืนป่าแหล่งเรียนรู้ ”ธนาคารต้นไม้” สู่ความยั่งยืน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/baan-tham-sua-community-bcg/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/baan-tham-sua-community-bcg/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 06 Sep 2022 02:36:32 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Scoop]]></category>
		<category><![CDATA[Green Travel]]></category>
		<category><![CDATA[BCG Model]]></category>
		<category><![CDATA[กิจกรรมท่องเที่ยวเชิงนิเวศ]]></category>
		<category><![CDATA[ชุมชนท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[ชุมชนบ้านถ้ำเสือ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=23427</guid>

					<description><![CDATA[<p>อพท. ชุมชนบ้านถ้ำเสือ จังหวัดเพชรบุรี ชูต้นแบบความสำเร็จ “ชุมชนท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ” ต้นแม่น้ำเพชรบุรี ที่ใช้หลักบริหารจัดการการท่องเที่ยว ตามแนวทาง BCG Model ชวนนักท่องเที่ยวสัมผัสกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงนิเวศกลางผืนป่า ที่ใช้ฐานทรัพยากรธรรมชาติ สู่การพัฒนาเส้นทางการท่องเที่ยวโดยชุมชนอย่างยั่งยืน นาวาอากาศเอก อธิคุณ คงมี ผู้อำนวยการองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน หรือ อพท. เปิดเผยว่า จากความสำเร็จของแผนขับเคลื่อนการผลักดันเพื่อการท่องเที่ยว ที่ อพท. เข้าไปยกระดับชุมชน ที่มีการต่อยอด สร้างคุณค่าจากทุนวัฒนธรรม วิถีชีวิต ภูมิปัญญาท้องถิ่น และทุนทางธรรมชาติ เกิดการพัฒนาศักยภาพผ่านกิจกรรมท่องเที่ยวอย่างสร้างสรรค์&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/baan-tham-sua-community-bcg/">“อพท” พาชมวิถี “บ้านถ้ำเสือ” ชุมชนท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำต้นแบบ BCG ชูไฮไลท์กิจกรรมเพิ่มผืนป่าแหล่งเรียนรู้ ”ธนาคารต้นไม้” สู่ความยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>อพท. ชุมชนบ้านถ้ำเสือ จังหวัดเพชรบุรี ชูต้นแบบความสำเร็จ “ชุมชนท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ” ต้นแม่น้ำเพชรบุรี ที่ใช้หลักบริหารจัดการการท่องเที่ยว ตามแนวทาง BCG Model ชวนนักท่องเที่ยวสัมผัสกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงนิเวศกลางผืนป่า ที่ใช้ฐานทรัพยากรธรรมชาติ สู่การพัฒนาเส้นทางการท่องเที่ยวโดยชุมชนอย่างยั่งยืน</strong><span id="more-23427"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-23434" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/Baan-Tham-Sua-Community-P01.jpg" alt="นาวาอากาศเอก อธิคุณ คงมี" width="556" height="600" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/Baan-Tham-Sua-Community-P01.jpg 556w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/Baan-Tham-Sua-Community-P01-278x300.jpg 278w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/Baan-Tham-Sua-Community-P01-150x162.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/Baan-Tham-Sua-Community-P01-463x500.jpg 463w" sizes="(max-width: 556px) 100vw, 556px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นาวาอากาศเอก อธิคุณ คงมี</strong></span> <strong>ผู้อำนวยการองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน</strong> หรือ <strong>อพท.</strong> เปิดเผยว่า จากความสำเร็จของแผนขับเคลื่อนการผลักดันเพื่อการท่องเที่ยว ที่ อพท. เข้าไปยกระดับชุมชน ที่มีการต่อยอด สร้างคุณค่าจากทุนวัฒนธรรม วิถีชีวิต ภูมิปัญญาท้องถิ่น และทุนทางธรรมชาติ เกิดการพัฒนาศักยภาพผ่านกิจกรรมท่องเที่ยวอย่างสร้างสรรค์ โดย “ชุมชนบ้านถ้ำเสือ อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี” เป็นหนึ่งในพื้นที่เป้าหมาย ที่ชุมชนมีความเข้มแข็ง มีการพัฒนารูปแบบการท่องเที่ยวโดยชุมชน (CBT Thailand) ซึ่งเป็นมาตรฐานที่สำคัญ ที่จะเป็นต้นแบบ และพัฒนาไปสู่การเป็นแหล่งท่องเที่ยว ตามเกณฑ์การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลก (Global Sustainable Tourism Criteria หรือ GSTC)</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-23429" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/Baan-Tham-Sua-Community-01.jpg" alt="ชุมชนบ้านถ้ำเสือ" width="450" height="800" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/Baan-Tham-Sua-Community-01.jpg 450w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/Baan-Tham-Sua-Community-01-169x300.jpg 169w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/Baan-Tham-Sua-Community-01-150x267.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/Baan-Tham-Sua-Community-01-281x500.jpg 281w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p>โดยชุมชนบ้านถ้ำเสือและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวและกิจกรรมการท่องเที่ยว ให้มีการปลดปล่อยคาร์บอนอย่างสมดุล หรือ &#8220;Carbon Neutral Community-Based Tourism&#8221; ที่จะผลักดันการท่องเที่ยวอย่างสร้างสรรค์ให้เกิดประโยชน์ สอดคล้องกับนโยบายการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยภายใต้แนวคิด BCG Model (Bio-Circular-Green Economy Model) ของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนบนพื้นฐานการมีส่วนร่วม (Co-Creation) และการเป็นเจ้าของร่วมกัน Co – Own ของชุมชนบ้านถ้ำเสืออย่างต่อเนื่อง</p>
<p>ทั้งนี้อพท.และภาคีเครือข่ายได้ร่วมกันพัฒนากิจกรรมการท่องเที่ยว ด้วยการเข้าไปถ่ายทอดองค์ความรู้ความเข้าใจ เพื่อพัฒนาเป็น”ชุมชนท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ” การพัฒนาเส้นทางการท่องเที่ยวอย่างครบวงจร พร้อมลงมือทำให้เกิดผลอย่างแท้จริง ภายใต้กิจกรรม “ดิน น้ำ ป่า จากภูผา สู่มหานที” นับเป็นต้นแบบของพื้นที่ภาคตะวันตก ที่ชุมชนได้มีส่วนร่วมการออกแบบพัฒนาเส้นทางการท่องเที่ยวและกิจกรรม โดยที่ชุมชนทุกภาคส่วนในพื้นที่ได้รับประโยชน์จากรายได้เสริมที่มาจากการให้บริการนักท่องเที่ยว</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-23430" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/Baan-Tham-Sua-Community-02.jpg" alt="ชุมชนบ้านถ้ำเสือ" width="450" height="800" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/Baan-Tham-Sua-Community-02.jpg 450w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/Baan-Tham-Sua-Community-02-169x300.jpg 169w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/Baan-Tham-Sua-Community-02-150x267.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/Baan-Tham-Sua-Community-02-281x500.jpg 281w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p>ชุมชนบ้านถ้ำเสือ เป็นชุมชนริมแม่น้ำเพชรบุรี ที่มีความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ มีจุดเด่นเรื่องการท่องเที่ยวและการพัฒนาด้านสิ่งแวดล้อม ได้รับการยกระดับเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการเกษตรอินทรีย์ การสร้างเครือข่ายอนุรักษ์ด้านสิ่งแวดล้อมที่มุ่งสู่การใช้ประโยชน์ผืนป่าเพื่อการกักเก็บคาร์บอน เป็นส่วนหนึ่งการเดินหน้าสู่เข้าสู่สังคม Net Zero ที่หน่วยงานภาครัฐและเอกชน ต้องตระหนักและให้ความสำคัญด้านการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม ให้มีความยั่งยืน</p>
<p><strong>นาวาอากาศเอก อธิคุณ</strong> กล่าวว่า สำหรับ 4 กิจกรรมหลักในเส้นทางการท่องเที่ยว ที่พร้อมให้บริการนักท่องเที่ยว เริ่มต้น จากการเรียนรู้แหล่งสะสมพันธ์ุไม้ในรูปแบบ “ธนาคารต้นไม้” ซึ่งจะเป็นแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญ ในการถ่ายทอดองค์ความรู้การอนุรักษ์ต้นไม้ที่มีคุณค่า และมีมูลค่า ทั้งในด้านการดำรงชีวิต และการดูแลสิ่งแวดล้อม เพื่อคนในชุมชน และนักท่องเที่ยวได้สัมผัส ความสำคัญของต้นไม้ได้อย่างแท้จริง ซึ่งปัจจุบันชุมชนสามารถยกระดับการปลูกไม้เศรษฐกิจ เช่น ไม้สัก ไม้ประดู่ ตะเคียนทอง ที่จะมีมูลค่าเป็นหลักประกันในการกู้เงิน และยังเป็นมรดกส่งต่อให้ลูกหลานได้ ปัจจุบันชุมชนบ้านถ้ำเสือมีต้นไม้ที่ลงทะเบียนอยู่กับธนาคารมากกว่า 20,000 ต้น และเจ้าของต้นไม้จะได้รับดอกเบี้ย จากต้นไม้ของตนเองด้วยซึ่งได้รับผลตอบแทนแตกต่างตามแต่ละชนิดของต้นไม้</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-23431" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/Baan-Tham-Sua-Community-03.jpg" alt="" width="650" height="433" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/Baan-Tham-Sua-Community-03.jpg 650w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/Baan-Tham-Sua-Community-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/Baan-Tham-Sua-Community-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/Baan-Tham-Sua-Community-03-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 650px) 100vw, 650px" /></p>
<p>จากนั้นสามารถสัมผัสวิธีการทำอาหารสูตรบ้านถ้ำเสื้อ ที่เปิดให้บริการนักท่องเที่ยว โดยใช้วัตถุดิบในท้องถิ่น พัฒนาสู่เมนูของคาว และของหวาน ในการ “แปรรูปขนม ท้องม้วนสูตรเพชรบุรี เจ้าแรกที่ใช้ตาลตโนด” ถือเป็นการนำวิถีท้องถิ่น ผสมผสานภูมิปัญญาของชุมชน มานำเสนอผ่านกิจกรรมให้นักท่องเที่ยวได้ลงมือทำทองม้วนแสนหอมหวาน จากตาลโตนด เป็นไม้พื้นถิ่นที่สร้างชื่อเสียงของจังหวัด ในการทำขนมหวานให้กับเมืองเพชร จนได้รับการยกย่องขึ้นทะเบียนเป็นเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ด้านอาหารของ องค์การเพื่อการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก พร้อมนำสู่กิจกรรมด้านการถนอมอาหาร โดยนำไข่เป็ดที่ชาวบ้านเพาะเลี้ยงสร้างมูลค่าเพิ่ม ด้วยการนำภูมิปัญญาจากพืชมาสร้างคุณค่าของไข่เป็ด ให้มีรสชาติที่เป็นจุดเด่นและแตกต่างไม่เหมือนใคร เป็น”ไข่เค็มอัญชัน”</p>
<figure id="attachment_23432" aria-describedby="caption-attachment-23432" style="width: 650px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-23432" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/Baan-Tham-Sua-Community-05.jpg" alt="วิธีการทำไข่เค็มอัญชัน" width="650" height="433" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/Baan-Tham-Sua-Community-05.jpg 650w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/Baan-Tham-Sua-Community-05-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/Baan-Tham-Sua-Community-05-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/Baan-Tham-Sua-Community-05-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 650px) 100vw, 650px" /><figcaption id="caption-attachment-23432" class="wp-caption-text">วิธีการทำไข่เค็มอัญชัน</figcaption></figure>
<p>ส่วนกิจกรรมที่พลาดไม่ได้ ที่นักท่องเที่ยวได้ร่วมอนุรักษ์ฟื้นฟูผืนป่า ด้วยการ “ปั้นเมล็ดพันธุ์ เป็นกระสุนยิงด้วยหนังสติ๊ก เพื่อใช้สำหรับการยิงไปยังพื้นที่ป่า” เพื่อเพิ่มจำนวนต้นไม้ และความชุ่มชื้นให้กับผืนป่า ซึ่งเป็นแหล่งเรียนรู้ชนิดพันธุ์พืชท้องถิ่นที่มีคุณค่า ให้กับชุมชนและสัตว์ป่า ขณะเดียวกันนักท่องเที่ยวยังสามารถสัมผัสกิจกรรมล่องแพยาง ไปกับสายน้ำเพชรบุรี ซึ่งได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว เพราะเป็นสายน้ำที่มีความแตกต่าง จากแม่น้ำสายอื่นที่ไหลลงปากอ่าวทางทิศเหนือ ถือได้ว่า แม่น้ำเพชรบุรี เป็นแม่น้ำสำคัญทางเศรษฐกิจของเพชรบุรี</p>
<figure id="attachment_23433" aria-describedby="caption-attachment-23433" style="width: 650px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-23433" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/Baan-Tham-Sua-Community-06.jpg" alt="" width="650" height="433" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/Baan-Tham-Sua-Community-06.jpg 650w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/Baan-Tham-Sua-Community-06-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/Baan-Tham-Sua-Community-06-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/Baan-Tham-Sua-Community-06-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 650px) 100vw, 650px" /><figcaption id="caption-attachment-23433" class="wp-caption-text">ใช้หนังสติ๊ก ยิงกระสุนเมล็ดพันธุ์ ไปยังพื้นที่ป่า</figcaption></figure>
<p>จากการได้พัฒนาเป็น ”ชุมชนท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ” ยังได้ขยายผลโดยการถ่ายทอดองค์ความรู้การให้บริการท่องเที่ยวเพื่อลดปัญหาสิ่งแวดล้อม ตามแนวทาง BCG Model ตั้งแต่เรื่องการคัดแยกขยะ ทำบ่อดักไขมัน แนวทางการลดใช้พลังงาน โดยเน้นใช้พลังงานสะอาดจากพลังงานแสงอาทิตย์ ให้บริการในที่พัก พร้อมรณรงค์ให้ความรู้กับนักท่องเที่ยว ในการคัดแยกขยะ เป็นต้น</p>
<p>“ต้นไม้ที่คนในชุมชนบ้านถ้ำเสือช่วยกันดูแลรักษายังนำพาชุมชนเข้าสู่โครงการคาร์บอนเครดิต ส่งผลให้ชุมชนได้รับเงินอุดหนุนจากภาครัฐ และที่มากกว่านั้น ชุมชนได้รับความมั่นคงด้านพลังงาน ความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัย และความมั่นคงด้านอาหาร สำหรับลูกหลานในอนาคต ความมั่นคงเหล่านี้ ช่วยสร้างความมั่นใจให้กับชุมชนและกล้าที่จะก้าวต่อไป ใช้ความมั่งคงดังกล่าวเป็นภูมิคุ้มกันรองรับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดการการท่องเที่ยวโดยชุมชนที่ใช้ทรัพยากรธรรมชาติของชุมชนเป็นฐานในการพัฒนาไปสู่ความยั่งยืน” <strong>นาวาอากาศเอก อธิคุณ</strong> กล่าว</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-23435" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/Baan-Tham-Sua-Community-P02.jpg" alt="" width="650" height="433" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/Baan-Tham-Sua-Community-P02.jpg 650w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/Baan-Tham-Sua-Community-P02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/Baan-Tham-Sua-Community-P02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/Baan-Tham-Sua-Community-P02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 650px) 100vw, 650px" /></p>
<p>ด้าน <span style="color: #6cb742;"><strong>สุเทพ พิมพ์ศิริ</strong></span> <strong>ประธานคณะกรรมการธนาคารต้นไม้บ้านถ้ำเสือ</strong> กล่าวว่า จากความสำเร็จในการทำโครงการ “ธนาคารต้นไม้” ทำให้ชุมชนบ้านถ้ำเสือกลายเป็นชุมชนต้นแบบของ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เป็นศูนย์เรียนรู้ และเป็นโรงเรียนธนาคารต้นไม้ มีการเข้ามาศึกษาดูงานจากชุมชน โรงเรียน สถานศึกษาต่างๆ บริษัท ห้างร้าน ตั้งแต่ ปี 2554 ซึ่งที่ผ่านมาได้รางวัลกินรี เป็นรางวัลกินรีแรกของ จ.เพชรบุรี และของไทยในด้านธนาคารต้นไม้ ล่าสุดได้รับรางวัลระดับประเทศ ในด้านการท่องเที่ยวชนบทยอดเยี่ยม และผ่านมาตรฐานการท่องเที่ยวโดยชุมชน หรือ CBT Thailand Standard นอกจากนี้ยังเป็นชุมชนแรกในประเทศไทย ที่มีการทำเรื่องการปลูกต้นไม้และการคำนวณคาร์บอนเครดิตอย่างครบวงจร</p>
<p>“ด้วยต้นทุนทางทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ ชุมชนได้ออกแบบกิจกรรมเส้นทางการท่องเที่ยวชุมชนเชิงอนุรักษ์ที่สอดคล้องกับบริบทในพื้นที่ เช่น เรียนรู้ความเป็นมาของ “ธนาคารต้นไม้” ที่สามารถใช้เป็นเงินออม และเป็นหลักประกันให้กับสถาบันการเงินได้ การทำไข่เค็มดินสอพองใบเตยและดอกอัญชัน ที่จะได้เนื้อไข่ขาวที่ละเอียดไม่หยาบ ไม่เค็มจนเกินไป และได้ไข่แดงที่หอมมัน สูตรเฉพาะของชุมชนบ้านถ้ำเสือ กิจกรรมเสือคลุกดิน หรือการปั้นกระสุนพันธุ์ไม้เพื่อนำมายิงด้วยหนังสติ๊ก คืนป่าสร้างปอดให้กับชุมชน การล่องแพยางในแม่น้ำเพชรบุรี ไฮไลท์ของบ้านถ้ำเสือคือการทำทองม้วนกรอบ หอม มัน อร่อย เป็นสินค้าส่งออกของหมู่บ้านที่ขึ้นชื่อของชุมชน” <strong>สุเทพ</strong> กล่าว</p>
<p><strong>นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมการทำปุ๋ยเบญจคุณ การทำน้ำกลั่นสมุนไพรไล่แมลงจากสมุนไพรท้องถิ่น การเผาถ่านคุณภาพสูงด้วยเตาอิวาเตะ และกิจกรรมชมสวนผลไม้ผสมผสานไร้สารเคมี โดยในชุมชนแห่งนี้ยังมีต้นยางนาอายุกว่า 100 ปี ที่ยังคงยืนต้น ให้นักท่องเที่ยวสายธรรมชาติเข้าไปสัมผัส การพัฒนาพื้นที่บริการลานกางเต็นท์ของชุมชนให้เป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการพักแรมในพื้นที่ธรรมชาติอีกด้วย</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/baan-tham-sua-community-bcg/">“อพท” พาชมวิถี “บ้านถ้ำเสือ” ชุมชนท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำต้นแบบ BCG ชูไฮไลท์กิจกรรมเพิ่มผืนป่าแหล่งเรียนรู้ ”ธนาคารต้นไม้” สู่ความยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/baan-tham-sua-community-bcg/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>มจธ. ส่งเสริม SAFETist Farm สร้างต้นแบบเศรษฐกิจสีเขียวจากฐานเกษตรกรรมริมคลองบางมด</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/safetist-farm-10/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/safetist-farm-10/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 17 May 2022 08:14:08 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Scoop]]></category>
		<category><![CDATA[SAFETist Farm]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=22176</guid>

					<description><![CDATA[<p>จากข้อมูลของกรุงเทพมหานคร ระบุว่า ในพื้นที่สีเขียวจำนวน 3,064 ไร่ ของเขตทุ่งครุนั้น เป็น“พื้นที่เกษตรกรรม” เพียง 400 กว่าไร่ ขณะที่อีกกว่า 60 เปอร์เซ็นต์ เป็น “พื้นที่ว่างเปล่า” ซึ่งในอดีตส่วนใหญ่เป็นพื้นที่เกษตรกรรม แต่ถูกทิ้งร้างหลังเหตุการณ์น้ำท่วมกรุงเทพฯ เมื่อปี 2554 เพราะสภาพดินมีความเค็มจนไม่สามารถทำสวนผลไม้ได้เหมือนเดิม ดังนั้น การทำให้เกษตรกรทุ่งครุที่เหลืออยู่ สามารถมีรายได้จากการเพาะปลูก รวมถึงรายได้จากกิจกรรมอื่นๆ ที่เกิดจากฐานทุนทรัพยากรของตนเองอย่างเพียงพอและพอเพียง จึงเป็นแนวทางที่ต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน เพื่อช่วยรักษาพื้นที่สีเขียวของเขตทุ่งครุให้คงอยู่ต่อไป ด้วยเหตุนี้ ดร.กัญจนีย์ พุทธิเมธี&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/safetist-farm-10/">มจธ. ส่งเสริม SAFETist Farm สร้างต้นแบบเศรษฐกิจสีเขียวจากฐานเกษตรกรรมริมคลองบางมด</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>จากข้อมูลของกรุงเทพมหานคร ระบุว่า ในพื้นที่สีเขียวจำนวน 3,064 ไร่ ของเขตทุ่งครุนั้น เป็น“พื้นที่เกษตรกรรม” เพียง 400 กว่าไร่ ขณะที่อีกกว่า 60 เปอร์เซ็นต์ เป็น “พื้นที่ว่างเปล่า” ซึ่งในอดีตส่วนใหญ่เป็นพื้นที่เกษตรกรรม แต่ถูกทิ้งร้างหลังเหตุการณ์น้ำท่วมกรุงเทพฯ เมื่อปี 2554 เพราะสภาพดินมีความเค็มจนไม่สามารถทำสวนผลไม้ได้เหมือนเดิม</strong></p>
<p><span id="more-22176"></span></p>
<p>ดังนั้น การทำให้เกษตรกรทุ่งครุที่เหลืออยู่ สามารถมีรายได้จากการเพาะปลูก รวมถึงรายได้จากกิจกรรมอื่นๆ ที่เกิดจากฐานทุนทรัพยากรของตนเองอย่างเพียงพอและพอเพียง จึงเป็นแนวทางที่ต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน เพื่อช่วยรักษาพื้นที่สีเขียวของเขตทุ่งครุให้คงอยู่ต่อไป</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-22185" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/05/SAFETist-Farm-1-300x225.jpg" alt="" width="600" height="450" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/05/SAFETist-Farm-1-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/05/SAFETist-Farm-1-768x576.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/05/SAFETist-Farm-1-150x113.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/05/SAFETist-Farm-1-500x375.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/05/SAFETist-Farm-1.jpg 850w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>ด้วยเหตุนี้ <strong>ดร.กัญจนีย์ พุทธิเมธี</strong> อาจารย์ประจำคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) และทีมวิจัย ภายใต้โครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบชุมชนริมคลองฝั่งธนบุรีด้วยเครือข่ายคลังสมองของพื้นที่และแผนผังภูมินิเวศเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียวอย่างยั่งยืน (โครงการ Green Thonburi) โดยการสนับสนุนของหน่วยบริหารและจัดการทุนวิจัยและนวัตกรรมด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) จึงต้องการที่จะสร้างต้นแบบของ“โมเดลเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy)” ให้เกิดขึ้นในพื้นที่ชุมชนริมคลองบางมด เขตทุ่งครุ ที่สามารถสร้างธุรกิจจากฐานทุนด้านการเกษตรที่เลี้ยงตัวเองได้ พร้อมทั้งเป็นผู้ผลิต “อาหารปลอดภัย” และเป็น “อาหารของคนเมือง” ให้กับคนในพื้นที่โดยรอบไปพร้อมกัน</p>
<figure id="attachment_22184" aria-describedby="caption-attachment-22184" style="width: 600px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-22184" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/05/SAFETist-Farm-2-300x201.jpg" alt="" width="600" height="402" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/05/SAFETist-Farm-2-300x201.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/05/SAFETist-Farm-2-768x514.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/05/SAFETist-Farm-2-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/05/SAFETist-Farm-2-500x335.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/05/SAFETist-Farm-2.jpg 850w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /><figcaption id="caption-attachment-22184" class="wp-caption-text">ดร.กัญจนีย์ พุทธิเมธี อาจารย์ประจำคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ มจธ. นักวิจัย โครงการ Green Thonburi</figcaption></figure>
<p>โดย<strong>ดร.กัญจนีย์ และทีมวิจัยของ มจธ. ภายใต้โครงการ Green Thonburi</strong> ได้เข้าไปสนับสนุน “เซฟติสท์ ฟาร์ม (SAFETist Farm)” ซึ่งเกิดจากความฝันและความมุ่งมั่นของกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงพื้นที่กว่า 2 ไร่เศษริมคลองบางมด จากที่เคยปลูกส้มแล้วถูกทิ้งร้าง ให้กลายเป็นแหล่งผลิตอาหารที่ปลอดภัยสำหรับคนในกลุ่มเมื่อสองปีก่อน ในรูปแบบของกิจกรรม “ครอบครัวตะกร้าผัก”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-22183" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/05/SAFETist-Farm-3-300x300.jpg" alt="" width="600" height="600" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/05/SAFETist-Farm-3-300x300.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/05/SAFETist-Farm-3-150x150.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/05/SAFETist-Farm-3-768x768.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/05/SAFETist-Farm-3-50x50.jpg 50w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/05/SAFETist-Farm-3-500x500.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/05/SAFETist-Farm-3.jpg 850w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>“เราต้องการนำเศรษฐกิจสีเขียวกลับคืนสู่ชุมชนเกษตรทุ่งครุและชุมชนริมคลองบางมดอีกครั้ง อาจยังไม่ใช่ในรูปแบบเดิมที่เป็นสวนส้ม แต่เป็นการนำรูปแบบหลายอย่างเข้ามารวมกัน ทั้งเรื่องของการเกษตร การท่องเที่ยว และอื่นๆ เพื่อสร้างโมเดลเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ที่จะส่งผลดี ทั้งกับชุมชนและสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน” <strong>ดร.กัญจนีย์</strong> กล่าว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-22182" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/05/SAFETist-Farm-4-300x200.jpg" alt="" width="600" height="400" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/05/SAFETist-Farm-4-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/05/SAFETist-Farm-4-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/05/SAFETist-Farm-4-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/05/SAFETist-Farm-4-500x334.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/05/SAFETist-Farm-4.jpg 850w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><strong>วิไลวรรณ ประทุมวงศ์ หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง SAFETist Farm</strong> กล่าวว่า จากการทำงานด้านพัฒนาสังคมในพื้นที่คลองบางมด มากว่า 10 ปี ตนเองและเพื่อนๆ ต้องการมีพื้นที่สำหรับผลิตอาหารที่ปลอดภัยไว้รับประทานเอง จึงมาเช่าสวนส้มบางมดร้างแปลงนี้แล้วพัฒนาเป็นฟาร์มกสิกรรมขึ้นเมื่อปี 2563 โดยนำความรู้ต่างๆ มาช่วยกันพลิกฟื้นสภาพพื้นที่ที่เป็นดินเค็ม ให้เป็นแปลงเกษตรปลอดสาร จนสามารถปลูกผักปลอดภัยไร้สารเคมีนำมาแบ่งปันให้กับสมาชิกภายในกลุ่มไว้รับประทานกันได้ เมื่อโครงการ Green Thonburi เลือกฟาร์มแห่งนี้เป็นต้นแบบของเศรษฐกิจสีเขียวในพื้นที่ทุ่งครุ จึงใช้ความรู้ที่ได้จากการปลูกเพื่อบริโภคมาต่อยอดเป็นการสร้างรายได้ ภายใต้ชื่อ “ครอบครัวตะกร้าผัก”</p>
<figure id="attachment_22181" aria-describedby="caption-attachment-22181" style="width: 600px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-22181" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/05/SAFETist-Farm-5-300x200.jpg" alt="" width="600" height="400" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/05/SAFETist-Farm-5-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/05/SAFETist-Farm-5-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/05/SAFETist-Farm-5-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/05/SAFETist-Farm-5-500x334.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/05/SAFETist-Farm-5.jpg 850w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /><figcaption id="caption-attachment-22181" class="wp-caption-text">ชุดตระกร้าผัก</figcaption></figure>
<p>“จากการทำโครงการมาตั้งแต่เดือนกันยายน 2564 ที่ผ่านมา โดยนำผักและผลิตผลที่เก็บได้ในฟาร์มมาจัดเป็นชุดตะกร้าผักสด และจัดส่งถึงบ้านครอบครัวที่สมัครเป็นสมาชิกครอบครัวตะกร้าผักโดยตรงโดยไม่ต้องผ่านคนกลางสัปดาห์ละหนึ่งครั้ง ปัจจุบันเรามีสมาชิกครอบครัวตะกร้าผัก 30 กว่าราย ทำให้ฟาร์มมีรายได้เพียงพอจะดูแลสมาชิกที่อยู่ประจำในฟาร์มได้แล้วก้าวต่อไปก็คือการขยายสมาชิกเป็น 100 ครอบครัว ในสิ้นปีนี้ พร้อมกับเชิญชวนคนในชุมชนและพี่น้องเกษตรกรในพื้นที่ ที่สนใจจะปลูกผักขาย ได้เข้ามาเรียนรู้แลกเปลี่ยนเทคนิคการปลูกผักในพื้นที่ดินเค็มและน้ำกร่อย เพื่อขยายเครือข่ายปลูกผักให้มีผลผลิตที่หลากหลายและเพียงพอตลอดปี” <strong>วิไลวรรณ</strong> กล่าว</p>
<figure id="attachment_22180" aria-describedby="caption-attachment-22180" style="width: 600px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-22180" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/05/SAFETist-Farm-6-300x169.jpg" alt="" width="600" height="337" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/05/SAFETist-Farm-6-300x169.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/05/SAFETist-Farm-6-768x432.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/05/SAFETist-Farm-6-150x84.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/05/SAFETist-Farm-6-500x281.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/05/SAFETist-Farm-6.jpg 850w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /><figcaption id="caption-attachment-22180" class="wp-caption-text">ข้อมูลการดำเนินการธุรกิจของ SAFETist Farm (ที่มา เซฟติสท์ ฟาร์ม)</figcaption></figure>
<p>นอกจากการใช้ฐานทรัพยากรมาสร้างรายได้จากการจำหน่ายผลผลิต ที่ปัจจุบันมีทั้งผัก ไข่ไก่ ไข่เป็ด สมุนไพร รวมถึงผลิตภัณฑ์แปรรูปต่างๆ เช่น สบู่ น้ำยาล้างจาน ฯลฯ แล้ว SAFETist Farm ยังใช้สถานที่แห่งนี้เป็นแหล่งเรียนรู้นิเวศวิถีริมคลอง และเป็นสถานที่ฝึกอบรมให้ความรู้กับคนในชุมชนและเกษตรกรที่สนใจ หนึ่งในนั้นคือ ชุมชนใต้สะพาน ประชาอุทิศ 76 เขตทุ่งครุ ซึ่งเป็นชุมชนที่มีรายได้ต่อครัวเรือน 3,000 &#8211; 6,500 บาทต่อเดือน คนในชุมชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพคัดแยกขยะ ขายของเก่า และรับจ้างทั่วไป โดยใช้ชื่อ“โครงการพัฒนาอาชีพสร้างแหล่งอาหารปลอดภัยอย่างยั่งยืน” จัดโดยศูนย์อาสาสร้างสุข ในนามสยามอารยะ ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) โดยทีมงาน SAFETist Farm ต้องการนำความรู้ด้านการเกษตรจากฟาร์ม มาถ่ายทอดให้คนในชุมชน และเกิดการปฏิบัติได้จริง เพื่อเป็นรายได้เสริมของแต่ละครอบครัว ผ่านกิจกรรมอบรมที่มีให้เลือก 3 อาชีพ คือ “อาชีพเลี้ยงไส้เดือน” “อาชีพเพาะต้นอ่อน” และ “อาชีพปลูกผักกระถาง”</p>
<figure id="attachment_22179" aria-describedby="caption-attachment-22179" style="width: 600px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-22179" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/05/SAFETist-Farm-7-300x225.jpg" alt="" width="600" height="450" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/05/SAFETist-Farm-7-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/05/SAFETist-Farm-7-768x576.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/05/SAFETist-Farm-7-150x113.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/05/SAFETist-Farm-7-500x375.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/05/SAFETist-Farm-7.jpg 850w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /><figcaption id="caption-attachment-22179" class="wp-caption-text">อบรมการเลี้ยงไส้เดือน</figcaption></figure>
<p><strong>อรอุมา สาดีน ผู้จัดการ SAFETist Farm</strong> กล่าวว่า นอกจากคนในชุมชนที่เข้าร่วมกิจกรรมจะได้เทคนิคและวิธีการ รวมถึงวัตถุดิบและอุปกรณ์ที่สามารถนำไปทำได้จริงที่บ้านของตนเองแล้ว จะมีการ ‘ประกันการรับซื้อ’ ผลผลิตในช่วงแรก เช่น รับซื้อยอดทานตะวันอ่อนในราคาขีดละ 15 บาท (150 บาท/ก.ก.) รับซื้อมูลไส้เดือนกิโลกรัมละ 10 บาท ซึ่งเป็นแรงจูงใจแรก ที่ทำให้คนในชุมชนเกิดความสนใจ และมีการอบรมไปแล้วกว่า 50 คน</p>
<figure id="attachment_22178" aria-describedby="caption-attachment-22178" style="width: 600px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-22178" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/05/SAFETist-Farm-8-300x224.jpg" alt="" width="600" height="449" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/05/SAFETist-Farm-8-300x224.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/05/SAFETist-Farm-8-768x575.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/05/SAFETist-Farm-8-150x112.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/05/SAFETist-Farm-8-500x374.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/05/SAFETist-Farm-8.jpg 850w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /><figcaption id="caption-attachment-22178" class="wp-caption-text">ต้นอ่อนทานตะวันของชุมชน พร้อมตัดขาย</figcaption></figure>
<p>ด้าน<strong>สิริวัฒน์ สุทธิวรากร ผู้จัดการศูนย์อาสาสร้างสุข และผู้รับผิดชอบโครงการอบรมอาชีพให้กับชุมชนใต้สะพาน</strong> กล่าวว่า การที่คนในชุมชนนี้มีอาชีพแบบหาเช้ากินค่ำ มีรายได้แบบวันต่อวัน ทำให้ขาดทักษะและไม่เห็นความสำคัญของการวางแผนเรื่องรายได้ ซึ่งการรวมกลุ่มทำงานดังกล่าว จะเป็นพลังเสริมในชุมชนให้เกิดอาชีพเสริมอย่างจริงจัง ทั้งการเลี้ยงไส้เดือน การปลูกทานตะวันหรือผักไมโครกรีนอื่นๆ ซึ่งการลงมือทำอย่างต่อเนื่อง จะทำให้เขาได้เรียนรู้ทักษะต่างๆ เช่น การวางแผนการเลี้ยงและวางแผนการขาย สามารถต่อยอดไปสู่การวางแผนชีวิตในระยะยาวต่อไป</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-22177" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/05/SAFETist-Farm-9-300x300.jpg" alt="" width="600" height="600" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/05/SAFETist-Farm-9-300x300.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/05/SAFETist-Farm-9-150x150.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/05/SAFETist-Farm-9-768x768.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/05/SAFETist-Farm-9-50x50.jpg 50w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/05/SAFETist-Farm-9-500x500.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/05/SAFETist-Farm-9.jpg 850w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><strong>ดร.กัญจนีย์</strong> กล่าวเสริมว่า เมื่อชุมชนมีรายได้ที่เหมาะสมและเพียงพอจากฐานทุนทรัพยากรที่มีอยู่ทั้งในผืนดินและคูคลองของเขา ก็จะเกิดการช่วยกันรักษาพื้นที่นี้ไว้ ซึ่งการสร้างโมเดลเศรษฐกิจสีเขียวของชุมชนริมคลอง ทั้งชุมชนคลองบางมดแห่งนี้กับชุมชนคลองบางประทุนที่ดำเนินการโดย มจธ. รวมถึง ชุมชนตลาดพลู และชุมชนพูนบำเพ็ญ ที่ดำเนินการโดยสถาบันอาศรมศิลป์ และมหาวิทยาลัยสยาม เป็นส่วนหนึ่งในความพยายามของงานวิจัยภายใต้โครงการ Green Thonburi ที่ต้องการจัดทำ “แผนผังการพัฒนาพื้นที่บนฐานเศรษฐกิจสีเขียว” ที่สอดล้องกับศักยภาพและความต้องการของชุมชน ที่ทีมงานจาก 3 สถาบันการศึกษา รวมถึงสถาบันสิ่งแวดล้อมไทยในฐานะหัวหน้าโครงการ ต่างเห็นร่วมกันว่าการสร้างเศรษฐกิจสีเขียวในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จำเป็นต้องได้รับการบูรณาการความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาควิชาการ และภาคเอกชน เพื่อร่วมสนับสนุนชุมชนในการพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น (Local Economy) ซึ่งสร้างความยั่งยืนให้กับทั้งชุมชน สิ่งแวดล้อมโดยรอบและเมืองในภาพรวม</p>
<p>นอกจากการดำเนินการขับเคลื่อนในระดับชุมชนหรือในระดับพื้นที่แล้ว โครงการ Green Thonburi และภาคีเครือข่าย ยังจัดทำ ข้อเสนอนโยบายให้กับผู้บริหารของกรุงเทพมหานคร ซึ่งนอกเหนือจาก การพัฒนาพื้นที่บนฐานเศรษฐกิจสีเขียวแล้ว ยังมีอีก 2 ประเด็นหลักคือ “การจัดการทรัพยากรน้ำเพื่อการเกษตร” และ “นโยบายการพัฒนาพื้นที่และแนวทางการใช้ประโยชน์ที่ดิน”</p>
<p>“การจัดการทรัพยากรน้ำเพื่อการเกษตร ถือเป็นความสำคัญเร่งด่วนที่ควรเร่งดำเนินการ เพราะสำนักการระบายน้ำ กทม. มีหน้าที่ครอบคลุมการดูแลคูคลอง เป็นหลัก แต่ยังไม่มีหน่วยงานรับผิดชอบการเกษตร ที่จะมาดูแลคุณภาพ ปริมาณ และความต่อเนื่องของสายน้ำที่จะสนับสนุนเศรษฐกิจสีเขียวในเมืองเพื่อสามารถคงไว้ซึ่งความยั่งยืนทางเศรษฐกิจของภาคเกษตร ความมั่นคงทางอาหาร รวมถึงการเพิ่มพื้นที่สีเขียว ยังเชื่อมโยงกับการพัฒนาการท่องเที่ยวท้องถิ่น (Local Tourism) สร้างผลกระทบในหลากมิติทั้งต่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม” ขณะที่ข้อเสนอเกี่ยวกับ “นโยบายการพัฒนาพื้นที่และแนวทางการใช้ประโยชน์ที่ดิน” จะเน้นให้เกิดความสอดคล้องกับการอนุรักษ์และสนับสนุนเศรษฐกิจสีเขียวของชุมชน ผ่านมาตรการต่างๆ อาทิ ระยะถอยร่นจากแนวคลอง การสร้างกำแพงริมคลองเปิดโล่ง และระบบบำบัดน้ำเสียที่มีประสิทธิภาพของโครงการพัฒนาและอสังหาริมทรัพย์ต่างๆ ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่จำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนจากทั้งภาครัฐและเอกชน ” <strong>ดร.กัญจนีย์</strong> กล่าว</p>
<p><strong>ทั้งหมดนี้ คือการตอบโจทย์ของโครงการ Green Thonburi ที่ต้องการให้โมเดลเศรษฐกิจสีเขียว ของ SAFETist Farm เป็นต้นแบบของธุรกิจสีเขียวที่นอกจากสามารถสร้างรายได้เลี้ยงตัวเองได้แล้ว ยังเป็นตัวอย่างของการใช้เศรษฐกิจสีเขียวมาเป็นแนวทางขับเคลื่อนการรักษาพื้นที่สีเขียว และเป็นแนวทางที่ช่วยให้เกิดการใช้ประโยชน์จากพื้นที่รกร้างด้วยปัญหาดินเค็มในเขตทุ่งครุและพื้นที่ใกล้เคียง ให้กลับมาเป็นพื้นที่เกษตรกรรมที่มีประโยชน์</strong></p>
<p>&nbsp;</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/safetist-farm-10/">มจธ. ส่งเสริม SAFETist Farm สร้างต้นแบบเศรษฐกิจสีเขียวจากฐานเกษตรกรรมริมคลองบางมด</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/safetist-farm-10/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ภาคธุรกิจ แนะใช้ &#8216;ไบโอพลาสติก&#8217; แก้วิกฤตโลกร้อนมากขึ้น</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%93%e0%b8%91%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%9a%e0%b9%82%e0%b8%ad%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%81/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%93%e0%b8%91%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%9a%e0%b9%82%e0%b8%ad%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%81/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 05 Oct 2021 04:39:47 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Scoop]]></category>
		<category><![CDATA[Bio-Eco]]></category>
		<category><![CDATA[Bioplastic]]></category>
		<category><![CDATA[TBIA]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการขยะพลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[การใช้พลาสติกในประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ผลิตภัณฑ์ไบโอพลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[พลาสติกชีวภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[แบนพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง]]></category>
		<category><![CDATA[ไบโอพลาสติก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=19086</guid>

					<description><![CDATA[<p>ภาวะโลกร้อนทำให้ทั่วโลกต่างตื่นตัว ในการเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหากันมากขึ้น และหนึ่งในเทรนด์ที่หลายประเทศกำลังเดินหน้าคือ การแบนพลาสติกชนิดใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้งหรือ Single -used plastic ที่มีแนวโน้มการใช้สูงขึ้นต่อเนื่องและที่สำคัญได้สร้างปัญหาขยะในทะเลจำนวนมหาศาลทำลายระบบนิเวศที่ชัดเจนขึ้นและไทยเองก็ประสบปัญหาเช่นเดียวกัน ทำให้ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกประกาศเลิกใช้หรือแบน Single -used plastic ทั้งประเทศในเอเชีย ยุโรป และสหรัฐฯ โดยเฉพาะประเทศจีน ที่ประกาศเลิกใช้ใน 5 เมืองหลักใน ปี พ.ศ.2564 และจะบังคับใช้ ทั่วประเทศในอีก 3 ปีข้างหน้า วิบูลย์ พึงประเสริฐ นายกสมาคมอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพไทย&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%93%e0%b8%91%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%9a%e0%b9%82%e0%b8%ad%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%81/">ภาคธุรกิจ แนะใช้ ‘ไบโอพลาสติก’ แก้วิกฤตโลกร้อนมากขึ้น</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ภาวะโลกร้อนทำให้ทั่วโลกต่างตื่นตัว ในการเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหากันมากขึ้น และหนึ่งในเทรนด์ที่หลายประเทศกำลังเดินหน้าคือ การแบนพลาสติกชนิดใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้งหรือ Single -used plastic ที่มีแนวโน้มการใช้สูงขึ้นต่อเนื่องและที่สำคัญได้สร้างปัญหาขยะในทะเลจำนวนมหาศาลทำลายระบบนิเวศที่ชัดเจนขึ้นและไทยเองก็ประสบปัญหาเช่นเดียวกัน ทำให้ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกประกาศเลิกใช้หรือแบน Single -used plastic ทั้งประเทศในเอเชีย ยุโรป และสหรัฐฯ โดยเฉพาะประเทศจีน ที่ประกาศเลิกใช้ใน 5 เมืองหลักใน ปี พ.ศ.2564 และจะบังคับใช้ ทั่วประเทศในอีก 3 ปีข้างหน้า</strong><span id="more-19086"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-19092" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/TBIA-P01.jpg" alt="วิบูลย์ พึงประเสริฐ" width="450" height="600" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/TBIA-P01.jpg 450w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/TBIA-P01-225x300.jpg 225w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/TBIA-P01-150x200.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/TBIA-P01-375x500.jpg 375w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>วิบูลย์ พึงประเสริฐ</strong></span> <strong>นายกสมาคมอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพไทย (TBIA)</strong> กล่าวว่า ท่ามกลางวิกฤต COVID-19 การใช้พลาสติกในประเทศไทย แบบครั้งเดียวทิ้งกลับมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นและซ้ำเติมระบบบริหารจัดการขยะที่เป็นปัญหาอยู่ปัจจุบันมากขึ้นขณะที่แผนปฏิบัติการด้านการจัดการขยะพลาสติก 20 ปี (พ.ศ.2561-2573) ของไทยกำหนดเป้าหมายระยะแรกปี พ.ศ.2562 ในการแบนพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง 3 ชนิด ได้แก่ 1.พลาสติกหุ้มฝาขวดน้ำ (Cap Seal) 2.ไมโครบีด (Microbead) หรือ เม็ดพลาสติก ที่อยู่ในเครื่องสำอางช่วยขัดหน้า 3.ผลิตภัณฑ์ที่ผสมสารอ็อกโซ่ (Oxo) คือพลาสติกที่ใส่สารให้แตกตัว</p>
<p>ปี พ.ศ.2565 ไทยจะต้องเลิกใช้หรือแบนพลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้งเพิ่มอีก 4 ชนิด ประกอบด้วย 1. ถุงหูหิ้วขนาดหนาน้อยกว่า 36 ไมครอน 2. หลอด 3.กล่องโฟมบรรจุอาหาร และ 4.แก้วพลาสติกแบบบาง เพื่อลดปริมาณขยะพลาสติกลงซึ่งก็จะทำให้ไทยในปี พ.ศ.2565 มีการบังคับให้เลิกใช้พลาสติกเพิ่มเติมรวมเป็น 7 ชนิด ซึ่งเป็นไปตามเทรนด์โลกที่ขณะนี้มีหลายประเทศทั่วโลกได้บังคับห้ามใช้พลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้งแม้ว่าช่วง COVID-19 จะแผ่วไปบ้างแต่ล่าสุดจีนก็ประกาศห้ามใช้พลาสติกครั้งเดียวทิ้งใน 5 เมืองใหญ่ในปี พ.ศ.2564 นี้</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-19095" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/Bioplastic-04.jpg" alt="ผลิตภัณฑ์ไบโอพลาสติก" width="449" height="600" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/Bioplastic-04.jpg 449w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/Bioplastic-04-225x300.jpg 225w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/Bioplastic-04-150x200.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/Bioplastic-04-374x500.jpg 374w" sizes="(max-width: 449px) 100vw, 449px" /></p>
<p>การแบนพลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้งถูกทดแทนการใช้โดย<strong>พลาสติกชีวภาพ</strong> (<strong>Bioplastic</strong>) และทั่วโลกมีการใช้ที่เพิ่มขึ้นเช่นเดียวกับไทยเพราะพลาสติกชีวภาพตอบโจทย์รักษ์โลกที่สามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ และไทยเองเป็นผู้ผลิตเม็ดพลาสติกชีวภาพรายใหญ่อันดับ 2 ของโลกรองจากสหรัฐอเมริกาที่มีกำลังผลิต 2-3 แสนตัน/ปี ส่วนไทยมีกำลังผลิต1 แสนตัน/ปีและจะเพิ่มจากโรงงานเนเจอร์เวิร์กอีกราว 7.5หมื่นตัน/ปี มีโรงงานขึ้นรูปผลิตภัณฑ์หลายราย ซึ่งพร้อมผลิตเพื่อรองรับดีมานด์ที่จะเพิ่มขึ้น ในอนาคตได้อย่างมีศักยภาพ แต่ยอมรับว่าการใช้อาจจะยังไม่แพร่หลายนักเนื่องจากราคาพลาสติกชีวภาพสูงกว่าราคาพลาสติกทั่วไปถึง 3-5 เท่าและเป็นไปได้ยากที่ราคาไบโอพลาสติกจะมีราคาที่ถูกหรือใกล้เคียงกับพลาสติกทั่วไปเพราะนั่นต้องให้ราคาน้ำมันดิบขึ้นไปสู่ระดับ 150-200 เหรียญต่อบาร์เรล เนื่องจากราคาวัตถุดิบที่ใช้ผลิตไบโอพลาสติก คือน้ำตาลและแป้ง มีต้นทุนสูงกว่าราคาน้ำมันมาก</p>
<p><strong>สำหรับสถานการณ์พลาสติกชีวภาพของไทย</strong>โตเฉลี่ยปีละ 15% ส่วนอนาคตอีก 5 ปีข้างหน้าอยู่ที่นโยบายรัฐ โดยเห็นว่าหากจะส่งเสริมการใช้พลาสติกชีวภาพเพิ่มขึ้นเพื่อให้แผนแผนปฏิบัติการด้านการจัดการขยะพลาสติก 20 ปีบรรลุเป้าหมายจำเป็นต้อง สร้างแรงจูงใจการใช้ผ่านมาตรการทางภาษี</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>วรินทร อยู่วิมลชัย</strong></span> <strong>กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไบโอ-อีโค จำกัด (Bio-Eco)</strong> <strong>ผู้นำด้านบรรจุภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อมอย่างครบวรจร</strong> กล่าวว่า มี 5 กลุ่มธุรกิจ ในประเทศ ที่หันมาใช้<strong>ผลิตภัณฑ์ไบโอพลาสติก</strong>มากขึ้น ทั้งในกลุ่มธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร สถาบันการศึกษา โรงพยาบาล และกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ที่ต่างใส่ใจและมีนโยบายในการนำ<strong>ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม</strong>มาใช้ในธุรกิจซึ่งรวมถึงการใช้ช้อน ส้อม แก้วน้ำ กล่องกระดาษ หลอดที่ผลิตจาก<strong>ไบโอพลาสติก</strong>เพื่อทดแทนการใช้ผลิตภัณฑ์พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง และยังขยายไปยังผู้ประกอบการรายเล็ก เช่น ร้านอาหาร และเครื่องดื่ม ร้านกาแฟ ที่ปัจจุบันเจ้าของธุรกิจส่วนใหญ่เป็นคนรุ่นใหม่ ที่สนใจในเรื่องราวของการดูแลและตระหนักสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เพราะยังเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อแบรนด์ในสายตาของผู้บริโภคอีกด้วย</p>

<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/Bioplastic-03.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="449" height="600" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/Bioplastic-03.jpg" class="attachment-large size-large" alt="ผลิตภัณฑ์ไบโอพลาสติก" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/Bioplastic-03.jpg 449w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/Bioplastic-03-225x300.jpg 225w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/Bioplastic-03-150x200.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/Bioplastic-03-374x500.jpg 374w" sizes="(max-width: 449px) 100vw, 449px" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/Bioplastic-02.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="450" height="600" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/Bioplastic-02.jpg" class="attachment-large size-large" alt="ผลิตภัณฑ์ไบโอพลาสติก" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/Bioplastic-02.jpg 450w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/Bioplastic-02-225x300.jpg 225w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/Bioplastic-02-150x200.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/Bioplastic-02-375x500.jpg 375w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/Bioplastic-01.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="449" height="600" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/Bioplastic-01.jpg" class="attachment-large size-large" alt="ผลิตภัณฑ์ไบโอพลาสติก" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/Bioplastic-01.jpg 449w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/Bioplastic-01-225x300.jpg 225w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/Bioplastic-01-150x200.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/Bioplastic-01-374x500.jpg 374w" sizes="(max-width: 449px) 100vw, 449px" /></a>

<p>สำหรับปัญหาการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์รักษ์โลกนั้นผู้ใช้ต้องทำความรู้จัก ‘<strong>พลาสติกชีวภาพ</strong>’ กันก่อน ว่าเป็น”ไบโอแท้” หรือ”ไบโอเทียม” โดยไบโอพลาสติกแท้ เป็นพลาสติกที่สามารถย่อยสลายได้ทางชีวภาพ (compostable) ซึ่งใช้วัตถุดิบที่ผลิตจากพืชทางการเกษตร ทั้งอ้อย มันสำปะหลัง มาผลิตพลาสติก แทนการใช้ปิโตรเลียมที่เป็นทรัพยากรที่มีวันหมด ส่วนไบโอเทียม พลาสติกที่มีการเติมสารเติมแต่งจำพวกโลหะหนักลงไปในพลาสติกทั่วไป (PE, PP, PET, PVC) เพื่อให้พลาสติกแตกตัวเป็นชิ้นเล็ก ๆ ได้เร็วขึ้น ในสภาวะที่มีแสงแดด ความร้อน หรือความชื้น ซึ่งไม่มีการย่อยสลายทางธรรมชาติ เรียกว่า Oxo-degradable Plastic หรือระยะหลัง มักแฝงตัวโฆษณาว่า Biodegradable, Degradable โดยไม่มีมาตรฐานที่น่าเชื่อถือรับรอง โดยผู้บริโภคสามารถเลือกใช้ไบโอแท้ได้โดยการตรวจสอบผลิตภัณฑ์เบื้องต้น ได้ด้วยการ ดูสัญลักษณ์หรือเครื่องหมายมาตรฐานการรับรอง ที่พิมพ์อยู่ ที่ตัวผลิตภัณฑ์ ดังนี้ 1. GC Compostable 2. ASTM D6400 3. EN 13432 4. ISO 17088 และ 5. มอก. 17088-2555</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%93%e0%b8%91%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%9a%e0%b9%82%e0%b8%ad%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%81/">ภาคธุรกิจ แนะใช้ ‘ไบโอพลาสติก’ แก้วิกฤตโลกร้อนมากขึ้น</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%93%e0%b8%91%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%9a%e0%b9%82%e0%b8%ad%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%81/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
