<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>News Update | Green Network</title>
	<atom:link href="https://www.greennetworkthailand.com/category/news-activities/news-update/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Wed, 08 Apr 2026 01:52:06 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.8.5</generator>

<image>
	<url>https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/green-network-50x50.png</url>
	<title>News Update | Green Network</title>
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>“เอกนัฏ” ลดค่ากลั่น 2 บาท ปรับโครงสร้างน้ำมันดีเซลใหม่ ผ่านมติ กบง. ครั้งแรกในประวัติศาสตร์</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/eppo-update-diesel-042026/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 08 Apr 2026 01:49:40 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[B20]]></category>
		<category><![CDATA[B7]]></category>
		<category><![CDATA[ควบคุมราคาน้ำมัน]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าการกลั่นน้ำมัน]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมันดีเซล]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมันเชื้อเพลิง]]></category>
		<category><![CDATA[บี20]]></category>
		<category><![CDATA[บี7]]></category>
		<category><![CDATA[ปรับโครงสร้างน้ำมันดีเซล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=43720</guid>

					<description><![CDATA[<p>7 เมษายน 2569 &#8211; นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน แถลงข่าวผลการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ว่าเนื่องจากผลการศึกษาของคณะกรรมการศึกษาความเหมาะสมในการกำหนดต้นทุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิง (คตร.) พบว่า ในเดือนมีนาคม 2569 ค่าการกลั่นพุ่งสูงขึ้นมากและต่อเนื่องถึงเดือนเมษายน ซึ่งถือว่าปรับสูงขึ้นผิดปกติ กบง. จึงอาศัยอำนาจตามพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) แก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516 ซึ่งเป็นกฎหมายที่ให้อำนาจนายกรัฐมนตรี และ กบง. ในการควบคุมราคาน้ำมัน ค่าการกลั่น และการจัดจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อแก้ไขวิกฤตพลังงานและป้องกันการขาดแคลนในประเทศ ที่ประชุม&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/eppo-update-diesel-042026/">“เอกนัฏ” ลดค่ากลั่น 2 บาท ปรับโครงสร้างน้ำมันดีเซลใหม่ ผ่านมติ กบง. ครั้งแรกในประวัติศาสตร์</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>7 เมษายน 2569 &#8211; <strong><span style="color: #6cb742;">นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์</span> รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน แถลงข่าวผลการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ว่าเนื่องจากผลการศึกษาของคณะกรรมการศึกษาความเหมาะสมในการกำหนดต้นทุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิง (คตร.) พบว่า ในเดือนมีนาคม 2569 ค่าการกลั่นพุ่งสูงขึ้นมากและต่อเนื่องถึงเดือนเมษายน ซึ่งถือว่าปรับสูงขึ้นผิดปกติ กบง. จึงอาศัยอำนาจตามพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) แก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516 ซึ่งเป็นกฎหมายที่ให้อำนาจนายกรัฐมนตรี และ กบง. ในการควบคุมราคาน้ำมัน ค่าการกลั่น และการจัดจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อแก้ไขวิกฤตพลังงานและป้องกันการขาดแคลนในประเทศ</strong></p>
<p><span id="more-43720"></span></p>
<p>ที่ประชุม กบง. จึงมีมติให้ลดราคาหน้าโรงกลั่นสำหรับน้ำมันดีเซล บี7 และ บี20 ลง 2 บาทต่อลิตรเป็นครั้งแรก โดยยังใช้สูตรอ้างอิงราคาตลาดกลางสิงคโปร์ แต่เป็นแบบสิงคโปร์ดิสเคาท์ คือราคาอ้างอิงสิงคโปร์แต่มีการหักลบผลประโยชน์ส่วนเกินลงมา 2 บาทต่อลิตร จากเดิมที่จะอ้างอิงราคาสิงคโปร์ทั้งร้อยเปอร์เซ็นต์ ทั้งนี้ เนื่องจากเป็นสถานการณ์วิกฤต ราคาดีเซลสำเร็จรูปสิงคโปร์ปรับตัวสูงขึ้นมากเกินกว่าปกติ และเพิ่มขึ้นสูงกว่าการปรับตัวของราคาน้ำมันดิบมาก โดยเบื้องต้นราคาหน้าโรงกลั่นจะลดลง 2 บาทต่อลิตร และจะมีการพิจารณาทบทวนทุกสัปดาห์ตามสถานการณ์และการรายงานตัวเลขจริงของโรงกลั่น</p>
<p>ทั้งนี้ หลังออกประกาศในราชกิจจานุเบกษา จะมีการประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) เพื่อพิจารณาว่าจะสามารถราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลต่อไปอย่างไร หากส่งผ่านได้ทั้งร้อยเปอร์เซ็นต์ จะทำให้ราคาหน้าปั๊มลดลงได้ราว 2.14 บาทต่อลิตร อย่างไรก็ตาม กบน. อาจพิจารณาจูงใจให้ส่วนลดกับ บี20 สูงกว่าเพื่อเป็นการเป็นการสนับสนุนเชื้อเพลิงชีวภาพ</p>
<p><strong>นายเอกนัฏ</strong>กล่าวว่า “กบง. ใช้อำนาจที่มีลดราคาหน้าโรงกลั่น ซึ่งเรื่องนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แต่เราอยู่ในภาวะวิกฤตขาดแคลนน้ำมัน ต้องพูดตรงไปตรงมา ไม่อยากให้เกิดขาดแคลน แต่เรายังโชคดีที่มีโรงกลั่นสามารถนำน้ำมันดิบมากลั่นใช้ในประเทศได้ และเราเตรียมรับมือกับสถานการณ์ที่แย่ที่สุดไว้ โดยพยายามออกมาตรการทุกอย่างเรื่องประหยัด ส่วนการตรึงราคาจะทำแบบมีวินัย และเพิ่มกลไกการลดราคาหน้าโรงกลั่นเข้ามาช่วยลดภาระกลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง รวมถึงจะช่วยป้องปรามการเก็งกำไรจากการอ้างอิงราคาสิงคโปร์เพียงอย่างเดียวด้วย”</p>
<p>“วันนี้เราต้องลดการพึ่งพาทั้งน้ำมันดิบ ทั้งก๊าซ นโยบายรัฐบาลสนับสนุนเชื้อเพลิงชีวภาพที่คนไทยผลิตได้เอง ขณะนี้อยู่ระหว่างประสานสถานีติดตั้งหัวจ่ายดีเซล บี20 ให้รถบรรทุก ภายใน 20 เมษายนนี้จะมีปริมาณหัวจ่ายเพียงพอต่อความต้องการในถนนสายหลักของประเทศ” <strong>นายเอกนัฏ</strong>กล่าวทิ้งท้าย.</p>
<hr />
<p>ที่มา: สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน กระทรวงพลังงาน</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/eppo-update-diesel-042026/">“เอกนัฏ” ลดค่ากลั่น 2 บาท ปรับโครงสร้างน้ำมันดีเซลใหม่ ผ่านมติ กบง. ครั้งแรกในประวัติศาสตร์</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ไทยผนึกอินเดียเปิดตลาดส่งออกวัสดุก่อสร้าง-เฟอร์นิเจอร์ ฉลากเขียวและฉลากสิ่งแวดล้อม สร้างโอกาสใหม่ให้ผู้ประกอบการไทย</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/tei-cii-gbc-mra/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 09 Jan 2026 07:44:28 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[TEI]]></category>
		<category><![CDATA[ฉลากสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[ฉลากเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[วัสดุก่อสร้าง]]></category>
		<category><![CDATA[เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[เฟอร์นิเจอร์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=42789</guid>

					<description><![CDATA[<p>สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) เดินหน้าผลักดันสินค้าและบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของไทยสู่ตลาดอินเดียร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ ผ่านการลงนามความตกลงการยอมรับร่วม (Mutual Recognition Agreement: MRA) ระหว่าง Confederation of Indian Industry’s Sohrabji Godrej Green Business Centre (CII–GBC) และสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (Thailand Environment Institute: TEI) โดยมี Mr. K. S. Venkatagiri Executive&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/tei-cii-gbc-mra/">ไทยผนึกอินเดียเปิดตลาดส่งออกวัสดุก่อสร้าง-เฟอร์นิเจอร์ ฉลากเขียวและฉลากสิ่งแวดล้อม สร้างโอกาสใหม่ให้ผู้ประกอบการไทย</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) เดินหน้าผลักดันสินค้าและบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของไทยสู่ตลาดอินเดียร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ ผ่านการลงนามความตกลงการยอมรับร่วม (Mutual Recognition Agreement: MRA) ระหว่าง Confederation of Indian Industry’s Sohrabji Godrej Green Business Centre (CII–GBC) และสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (Thailand Environment Institute: TEI) โดยมี Mr. K. S. Venkatagiri Executive Director of CII–GBC และ ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย เป็นผู้ลงนาม ภายใต้นโยบาย SDG Together สร้างความร่วมมือไทย–อินเดียในห่วงโซ่อุปทานภาคการก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ ผลักดันการยอมรับมาตรฐานสินค้าฉลากเขียวระหว่างกัน โดยมี ศุภจี สุธรรมพันธ์ุ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นสักขีพยาน</strong></p>
<p><span id="more-42789"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42793" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/tei-cii-gbc-mra-04.jpg" alt="ไทยผนึกอินเดียเปิดตลาดส่งออกวัสดุก่อสร้าง-เฟอร์นิเจอร์ ฉลากเขียวและฉลากสิ่งแวดล้อม สร้างโอกาสใหม่ให้ผู้ประกอบการไทย" width="740" height="555" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/tei-cii-gbc-mra-04.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/tei-cii-gbc-mra-04-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/tei-cii-gbc-mra-04-150x113.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/tei-cii-gbc-mra-04-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>การเยือนนครมุมไบ สาธารณรัฐอินเดีย ระหว่างวันที่ 8–9 มกราคม 2569 นำโดย ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ วุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ นางสาวกิริฎา เภาพิจิตร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ สุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) และคณะผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ ร่วมด้วยสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย โดย ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย และผู้ประกอบการจากสภาอุตสาหกรรมและสภาหอการค้ากว่า 50 คน 230 คู่ธุรกิจถือเป็นก้าวสำคัญในการเชื่อมโยงผู้ผลิตไทย ผู้ผลิตอินเดียกับผู้ใช้งานวัสดุในภาคก่อสร้างและการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของอินเดีย ผ่านความร่วมมือกับองค์กรธุรกิจชั้นนำ ได้แก่ สมาคมอสังหาริมทรัพย์ของอินเดีย (The Confederation of Real Estate Developers&#8217; Associations of India: CREDAI) สมาคมรับเหมาก่อสร้าง (Builders Association of India: BAI) รวมทั้งอุตสาหกรรมและการค้าอื่นที่มีศักยภาพ ได้แก่ ด้านสุขภาพ การท่องเที่ยว อิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42792" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/tei-cii-gbc-mra-03.jpg" alt="ศุภจี สุธรรมพันธุ์ และ ดร.วิจารย์ สิมาฉายา" width="740" height="530" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/tei-cii-gbc-mra-03.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/tei-cii-gbc-mra-03-300x215.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/tei-cii-gbc-mra-03-150x107.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/tei-cii-gbc-mra-03-500x358.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ศุภจี สุธรรมพันธ์ุ</strong></span> <strong>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์</strong> กล่าวว่า ประเด็นด้านความยั่งยืนและสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องที่ไม่อาจมองข้าม และไม่ใช่เพียงทางเลือก แต่เป็นสิ่งจำเป็นที่ทุกภาคส่วนต้องให้ความสำคัญ ที่แสดงความรับผิดชอบตลอดห่วงโช่อุปทาน การขับเคลื่อนความร่วมมือด้าน “สีเขียว” ซึ่งเป็นจุดโฟกัสสำคัญ เพื่อให้สามารถจัดสรรทรัพยากร ความพยายาม และการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม ตลอดเกิดการจับคู่ธุรกิจที่เกี่ยวข้องหลายรายการ</p>
<p>ด้าน <span style="color: #6cb742;"><strong>ดร.วิจารย์ สิมาฉายา</strong></span> <strong>ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย</strong> กล่าวว่า การร่วมมือกับ CII ภายใต้โครงการ SDG Together Program จะเป็นกลไกสำคัญในการผลักดันการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และเทคโนโลยีด้านสิ่งแวดล้อม รวมถึงการสร้างมาตรฐานและแนวทางการยอมรับร่วมกันในด้านฉลากสิ่งแวดล้อม ที่ได้เคยมีความร่วมมือกันมาก่อน ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยและอินเดียในตลาดต่างประเทศสู่เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน”<br />
ความร่วมมือครั้งนี้มุ่งเน้นการผลักดันการผลิตและการจัดซื้อสินค้าและบริการที่ได้รับการรับรองฉลากเขียวและฉลากสิ่งแวดล้อมของไทย ให้ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดอินเดียที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในโครงการ Green Building Initiative ที่อินเดียให้ความสำคัญ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของไทยในการผลักดันสินค้าและบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล พร้อมสร้างโอกาสใหม่ให้กับผู้ประกอบการไทยในการขยายตลาดสู่ภูมิภาคที่มีศักยภาพสูงอย่างอินเดีย</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42794" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/tei-cii-gbc-mra-05.jpg" alt="ไทยผนึกอินเดียเปิดตลาดส่งออกวัสดุก่อสร้าง-เฟอร์นิเจอร์ ฉลากเขียวและฉลากสิ่งแวดล้อม สร้างโอกาสใหม่ให้ผู้ประกอบการไทย" width="740" height="471" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/tei-cii-gbc-mra-05.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/tei-cii-gbc-mra-05-300x191.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/tei-cii-gbc-mra-05-150x95.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/tei-cii-gbc-mra-05-500x318.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>

<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/tei-cii-gbc-mra-08.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="150" height="150" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/tei-cii-gbc-mra-08-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail size-thumbnail" alt="ไทยผนึกอินเดียเปิดตลาดส่งออกวัสดุก่อสร้าง-เฟอร์นิเจอร์ ฉลากเขียวและฉลากสิ่งแวดล้อม สร้างโอกาสใหม่ให้ผู้ประกอบการไทย" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/tei-cii-gbc-mra-07.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="150" height="150" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/tei-cii-gbc-mra-07-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail size-thumbnail" alt="ไทยผนึกอินเดียเปิดตลาดส่งออกวัสดุก่อสร้าง-เฟอร์นิเจอร์ ฉลากเขียวและฉลากสิ่งแวดล้อม สร้างโอกาสใหม่ให้ผู้ประกอบการไทย" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/tei-cii-gbc-mra-06.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="150" height="150" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/tei-cii-gbc-mra-06-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail size-thumbnail" alt="ไทยผนึกอินเดียเปิดตลาดส่งออกวัสดุก่อสร้าง-เฟอร์นิเจอร์ ฉลากเขียวและฉลากสิ่งแวดล้อม สร้างโอกาสใหม่ให้ผู้ประกอบการไทย" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/tei-cii-gbc-mra-02.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="150" height="150" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/tei-cii-gbc-mra-02-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail size-thumbnail" alt="ไทยผนึกอินเดียเปิดตลาดส่งออกวัสดุก่อสร้าง-เฟอร์นิเจอร์ ฉลากเขียวและฉลากสิ่งแวดล้อม สร้างโอกาสใหม่ให้ผู้ประกอบการไทย" /></a>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/tei-cii-gbc-mra/">ไทยผนึกอินเดียเปิดตลาดส่งออกวัสดุก่อสร้าง-เฟอร์นิเจอร์ ฉลากเขียวและฉลากสิ่งแวดล้อม สร้างโอกาสใหม่ให้ผู้ประกอบการไทย</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ส.อ.ท. คาดเศรษฐกิจไทยปีม้าเปราะบาง เสนอเร่งปรับโครงสร้างประเทศผ่านกรอบ CRS (Competitiveness &#8211; Resilience &#8211; Sustainability )</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/fti-thai-economic-outlook-2026/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 05 Jan 2026 09:01:44 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[CRS]]></category>
		<category><![CDATA[สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=42630</guid>

					<description><![CDATA[<p>สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมไทย ปี 2569 ว่ายังคงเผชิญแรงกดดันรอบด้านจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ นโยบายการค้าและสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้น รวมถึงข้อจำกัดเชิงโครงสร้างภายในประเทศที่สะสมมาอย่างยาวนาน เปรียบเสมือนการเผชิญกับพายุเศรษฐกิจหรือ “Perfect Storm” ที่ท้าทายขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมไทยอย่างมีนัยสำคัญ เกรียงไกร เธียรนุกุล ประธาน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2569 มีแนวโน้มขยายตัวเพียง 1.6–2.0% ชะลอลงจากปี 2568 ที่คาดว่าจะเติบโตราว&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/fti-thai-economic-outlook-2026/">ส.อ.ท. คาดเศรษฐกิจไทยปีม้าเปราะบาง เสนอเร่งปรับโครงสร้างประเทศผ่านกรอบ CRS (Competitiveness – Resilience – Sustainability )</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมไทย ปี </strong><strong>2569 </strong><strong>ว่ายังคงเผชิญแรงกดดันรอบด้านจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ นโยบายการค้าและสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้น รวมถึงข้อจำกัดเชิงโครงสร้างภายในประเทศที่สะสมมาอย่างยาวนาน เปรียบเสมือนการเผชิญกับพายุเศรษฐกิจหรือ “Perfect Storm”</strong> <strong>ที่ท้าทายขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมไทยอย่างมีนัยสำคัญ</strong></p>
<p><span id="more-42630"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42632" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/Kriengkrai-Thiennukul-FTI-e1767603596550.jpg" alt="เกรียงไกร เธียรนุกุล" width="427" height="640" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">เกรียงไกร เธียรนุกุล</span> ประธาน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)</strong> เปิดเผยว่า คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2569 มีแนวโน้มขยายตัวเพียง 1.6–2.0% ชะลอลงจากปี 2568 ที่คาดว่าจะเติบโตราว 2.% สะท้อนแรงกดดันต่อภาคการผลิต การจ้างงาน และกำลังซื้อในประเทศ โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมการผลิต ซึ่งดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) ยังไม่สอดคล้องกับการขยายตัวของการส่งออก</p>
<p>ปัจจัยสำคัญมาจากปัญหาการลักลอบนำเข้าสินค้า การสวมสิทธิถิ่นกำเนิดสินค้า (Transshipment) และการไหลบ่าของสินค้าราคาถูกจากต่างประเทศ ส่งผลให้ผู้ผลิตไทยสูญเสียความสามารถในการแข่งขัน และต้องปรับลดกำลังการผลิตหรือปรับเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจ ทั้งนี้ ข้อมูลจากสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรมพบว่า หลายอุตสาหกรรมมีอัตราการใช้กำลังการผลิตต่ำกว่า 60% ต่ำกว่าระดับปกติที่ควรอยู่ที่ 70–80% สะท้อนความเปราะบางของภาคการผลิตไทยในภาพรวม</p>
<p>ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการ SMEs ยังคงเผชิญแรงกดดันด้านต้นทุน ทั้งพลังงาน วัตถุดิบ ค่าแรง และต้นทุนทางการเงิน ประกอบกับภาระหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง ส่งผลให้กำลังซื้อฟื้นตัวได้อย่างจำกัด และรายได้ของ SMEs ฟื้นตัวช้ากว่าธุรกิจขนาดใหญ่</p>
<p>ด้านภาคการส่งออก กกร. คาดว่าในปี 2569 อาจหดตัวในช่วง -1.5 ถึง -0.5% จากผลกระทบของสงครามการค้า ความไม่แน่นอนด้านนโยบายเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าหลัก มาตรการกีดกันทางการค้าและสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้น รวมถึงความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา ซึ่งอาจส่งผลให้ไทยสูญเสียมูลค่าการค้าชายแดนกว่า 140,000 ล้านบาท</p>
<p>นอกจากนี้ โครงสร้างการส่งออกของไทยที่ยังพึ่งพาสินค้ามูลค่าเพิ่มต่ำ ค่าเงินบาทที่มีแนวโน้มแข็งค่าและผันผวน รวมถึงมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมของประเทศคู่ค้า อาทิ มาตรการปรับคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน  (CBAM) และกฎระเบียบว่าด้วยการตัดไม้ทำลายป่า (EUDR) ล้วนเพิ่มภาระต้นทุนให้กับภาคธุรกิจ โดยเฉพาะ SMEs ที่มีข้อจำกัดด้านเงินทุน เทคโนโลยี และบุคลากร</p>
<p>อย่างไรก็ตาม ปี 2569 ยังมีสัญญาณบวกจาก การลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น ดิจิทัล ยานยนต์ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ อาหารแปรรูป และพลังงานสะอาด สะท้อนจากยอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2568 ที่มีมูลค่ารวมกว่า 1.3 ล้านล้านบาท จากกว่า 2,600 โครงการ โดยเป็นเงินลงทุนจากต่างประเทศกว่า 9.8 แสนล้านบาท แสดงถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อศักยภาพประเทศไทย</p>
<p><strong>เกรียงไกร </strong>กล่าวว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องเร่ง ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจภายใต้แนวคิด “Reinvent Thailand” โดยมุ่งยกระดับภาคการผลิตจากการรับจ้างผลิต (OEM) ไปสู่อุตสาหกรรมที่สร้างมูลค่าเพิ่มสูง ควบคู่กับการส่งเสริมเทคโนโลยี นวัตกรรม ระบบอัตโนมัติ และพลังงานสะอาด เพื่อเพิ่มผลิตภาพแรงงาน ลดต้นทุนในระยะยาว และเสริมความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทย ในเชิงนโยบาย ภาครัฐควรเร่งใช้มาตรการสนับสนุนการวิจัยและพัฒนา (R&amp;D)  การถ่ายทอดเทคโนโลยี การพัฒนา SMEs การจัดซื้อจัดจ้างสินค้า Made in Thailand (MiT) ให้ได้อย่างน้อย 30% ของงบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ตลอดจนบังคับใช้มาตรการทางการค้าอย่างเข้มงวด เพื่อปกป้องผู้ประกอบการไทยจากการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม</p>
<p>พร้อมกันนี้ ควรเร่งปฏิรูปกฎระเบียบและระบบราชการ (Regulatory Reform) ปราบปรามคอร์รัปชันอย่างเป็นรูปธรรม ผลักดัน BCG Model และอุตสาหกรรมชีวภาพเป้าหมาย 8 กลุ่ม ได้แก่ พลาสติกชีวภาพ (Bioplastics), เชื้อเพลิงชีวภาพ (Biofuel), เคมีชีวภาพ (Biochemical), ชีวเภสัชกรรม (Bio-Pharma), อาหารฟังก์ชันและอาหารใหม่ (Functional Food และ Novel Foods), เส้นใยชีวภาพ (Biofabrics), เครื่องสำอาง (Cosmetics) และปุ๋ยชีวภาพ (Biofertilizer) ซึ่งเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมที่สามารถต่อยอดจากฐานทรัพยากรชีวภาพของประเทศได้อย่างมีศักยภาพ รวมถึงเร่งเจรจา FTA กระจายตลาดส่งออก พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม โลจิสติกส์ พลังงาน และยกระดับการบริหารจัดการน้ำให้เป็นวาระแห่งชาติ</p>
<p>นอกจากนี้ การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ถือเป็นหัวใจสำคัญ โดยต้องเร่ง Upskill–Reskill–New Skill ให้สอดคล้องกับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต โดยเฉพาะทักษะด้าน STEM ผ่านความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม และภาคการศึกษา</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42631" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/fti-thai-economic-outlook-2026-02.jpg" alt="แนวโน้มเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมไทย ปี 2569" width="750" height="750" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/fti-thai-economic-outlook-2026-02.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/fti-thai-economic-outlook-2026-02-300x300.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/fti-thai-economic-outlook-2026-02-150x150.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/fti-thai-economic-outlook-2026-02-500x500.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>ปี 2569 จึงเป็นทั้งปีแห่งความท้าทายและโอกาส ที่ประเทศไทยต้องเร่งสร้างความเข้มแข็งภายใต้กรอบ CRS ได้แก่ 1) Competitiveness การเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน (Competitiveness) ผ่านนวัตกรรม เทคโนโลยี มาตรฐานสากล และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ 2) Resilience การสร้างความยืดหยุ่นและความสามารถในการฟื้นตัว ด้วยการกระจายความเสี่ยงของห่วงโซ่อุปทาน การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ และกลไกรองรับความผันผวน 3) Sustainability การขับเคลื่อนสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนตามแนวคิด ESG เศรษฐกิจหมุนเวียน พลังงานสะอาด และการมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ในปี 2050 พร้อมผนึกกำลังทุกภาคส่วนภายใต้แนวคิด “ONE Thailand” เพื่อเปลี่ยนแรงกดดันจากความเปลี่ยนแปลงของโลก ให้เป็นโอกาสในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขัน และสร้างการเติบโตที่มั่นคง ยั่งยืน ให้กับเศรษฐกิจไทยในระยะยาว</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/fti-thai-economic-outlook-2026/">ส.อ.ท. คาดเศรษฐกิจไทยปีม้าเปราะบาง เสนอเร่งปรับโครงสร้างประเทศผ่านกรอบ CRS (Competitiveness – Resilience – Sustainability )</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>รมว.อุตสาหกรรม ชวนร่วมงาน Asia EnwastExpo 2026 เผยเร่งตรวจจับโรงงานทิ้งกากของเสีย-สารพิษ</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/asia-enwastexpo-2026-pr/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 05 Jan 2026 07:00:45 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[Asia EnwastExpo 2026]]></category>
		<category><![CDATA[Smart Factory]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงอุตสาหกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการของเสีย]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการสิ่งแวดล้อมและของเสีย]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[โรงงานอุตสาหกรรม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=42618</guid>

					<description><![CDATA[<p>ธนกร วังบุญคงชนะ ปลื้มผลงาน “ชุดเต็มเหนี่ยว” ปิดโรงงานเถื่อน-ทิ้งกากของเสีย กว่า 20 โรงแล้ว ลั่น กระทรวงอุตสาหกรรมเอาจริง ประชาชนแจ้งเบาะแสได้ทั้งที่สายด่วน 1564  และแอปฯ ”แจ้งอุต” เผยนโยบายหลักมุ่งสู่อุตสาหกรรมสีเขียว- Smart Factory  ชวนร่วมงานแสดงสินค้าและสัมมนาด้านสิ่งแวดล้อม และการจัดการของเสีย 2569 ( Asia EnwastExpo 2026 ) ภายใต้แนวคิด &#8220;เสริมพลังอนาคตสีเขียวของเอเชีย&#8221; นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/asia-enwastexpo-2026-pr/">รมว.อุตสาหกรรม ชวนร่วมงาน Asia EnwastExpo 2026 เผยเร่งตรวจจับโรงงานทิ้งกากของเสีย-สารพิษ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ธนกร วังบุญคงชนะ ปลื้มผลงาน “ชุดเต็มเหนี่ยว” ปิดโรงงานเถื่อน-ทิ้งกากของเสีย กว่า 20 โรงแล้ว ลั่น กระทรวงอุตสาหกรรมเอาจริง ประชาชนแจ้งเบาะแสได้ทั้งที่สายด่วน 1564  และแอปฯ ”แจ้งอุต” เผยนโยบายหลักมุ่งสู่อุตสาหกรรมสีเขียว- Smart Factory  ชวนร่วมงานแสดงสินค้าและสัมมนาด้านสิ่งแวดล้อม และการจัดการของเสีย 2569 ( Asia EnwastExpo 2026 ) ภายใต้แนวคิด &#8220;เสริมพลังอนาคตสีเขียวของเอเชีย&#8221;</strong></p>
<p><span id="more-42618"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42620" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/asia-enwastexpo-2026-pr-02.jpg" alt="ธนกร วังบุญคงชนะ" width="740" height="492" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/asia-enwastexpo-2026-pr-02.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/asia-enwastexpo-2026-pr-02-300x199.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/asia-enwastexpo-2026-pr-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/asia-enwastexpo-2026-pr-02-500x332.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายธนกร วังบุญคงชนะ</strong></span> <strong>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม</strong> เปิดเผยว่า กระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมกับ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) และพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน จัดงานแสดงสินค้าและสัมมนาด้านสิ่งแวดล้อม และการจัดการของเสีย 2569 ( Asia EnwastExpo 2026 ) ภายใต้แนวคิด &#8220;เสริมพลังอนาคตสีเขียวของเอเชีย&#8221; (Empowering Asia’s Green Future)   ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี อาคาร 5-6 ระหว่าง วันที่ 4-6 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งสอดรับกับนโยบายหลักของกระทรวงอุตสาหกรรมที่มุ่งมั่นในการจัดการของเสียในภาคอุตสาหกรรมอย่างจริงจัง เพื่อไปสู่อุตสาหกรรมสีเขียว</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42623" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/asia-enwastexpo-2026-pr-05.jpg" alt="ชุดเต็มเหนี่ยว" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/asia-enwastexpo-2026-pr-05.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/asia-enwastexpo-2026-pr-05-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/asia-enwastexpo-2026-pr-05-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/asia-enwastexpo-2026-pr-05-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><strong>นายธนกร</strong> กล่าวว่า ที่ผ่านมาปัญหาการทิ้งกากของเสียจากโรงงานอุตสาหกรรม ส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนเป็นอย่างมาก กระทรวงอุตสาหกรรมจึงต้องเข้าไปดูแลเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการกำจัดของเสียและสารพิษต่างๆ ซึ่งสิ่งเหล่านี้สามารถปนเปื้อนในดิน น้ำและอากาศได้ ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน จึงต้องวางมาตรการเข้มงวดในการดูแลการกำจัดของเสียให้ถูกต้องตามกระบวนการ กรณีเกิดปัญหานี้ขึ้นก็ต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด ซึ่งถือเป็นนโยบายของกระทรวงฯ ในยุคนี้ โดยกรมโรงงานอุตสาหกรรมมีระบบบริหารจัดการกากอุตสาหกรรมแบบครบวงจร(E-Fully Manifest)   อันเป็นระบบที่ตรวจสอบติดตาม นอกจากนั้นแล้วกระทรวงฯยังมีสายด่วน 1564  และแอปพลิเคชั่น”แจ้งอุต”ที่พี่น้องประชาชนสามารถแจ้งได้เลย เมื่อเจอโรงงานหรือผู้ใดแอบทิ้งกากอุตสาหกรรมหรือสารพิษใดๆ โดยทางกระทรวงฯจะดำเนินการตรวจสอบอย่างเข้มข้น ขณะเดียวกันนโยบายหลักของตนในเรื่องนี้คือ จัดตั้งเจ้าหน้าที่“ชุดเต็มเหนี่ยว” ซึ่งเป็นชุดที่มีหน้าที่ในการปราบปรามจับกุมโรงงานอุตสาหกรรมที่มีปัญหาทิ้งกากของเสียไม่ถูกต้องและโรงงานเถื่อน โดยเจ้าหน้าที่ชุดนี้จะลงพื้นที่แล้วดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนจับกุม</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42622" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/asia-enwastexpo-2026-pr-04.jpg" alt="ชุดเต็มเหนี่ยว" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/asia-enwastexpo-2026-pr-04.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/asia-enwastexpo-2026-pr-04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/asia-enwastexpo-2026-pr-04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/asia-enwastexpo-2026-pr-04-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><strong>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม</strong> กล่าวอีกว่า นโยบายสำคัญของกระทรวงฯ คือการเป็นอุตสาหกรรมสีเขียว ซึ่งนอกจากจะจัดการเรื่องกากของเสียโดยใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดแล้ว  ทางกระทรวงฯ ยังส่งเสริมให้โรงงานลดการใช้พลังงาน ลดผลิตของเสีย และลดคาร์บอน เพื่อเข้าสู่อุตสาหกรรมสีเขียว และการเป็น”Smart Factory” รวมไปถึงการส่งเสริมเรื่องรีไซเคิล เพื่อนำของเหลือทิ้งเหล่านี้กลับมาใช้ใหม่  เพราะสามารถเปลี่ยนเป็นทรัพยากรที่ดีได้ เนื่องจากมีเครื่องจักรมีเทคโนโลยีอยู่ ในเรื่องดังกล่าวนี้ มองว่ากระทรวงฯทำงานเดินหน้าไปด้วยดี</p>
<p>นอกจากนั้น กระทรวงฯก็ยังมีแนวทางฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหากากของเสีย  โดยมีแผนการดำเนินงาน 2 ระยะ เริ่มจากแผนระยะสั้น 1-3 ปี จะมีการประเมินพื้นที่ แล้วจัดงบประมาณสนับสนุนในการกำจัดกากขยะ เช่นขุดลอกดินและน้ำปนเปื้อนต่างๆ ส่วนแผนระยะยาว 3-10 ปี จะใช้เทคโนโลยีตรวจสอบวิเคราะห์เชิงลึกถึงสิ่งปนเปื้อน จากนั้นมีการฟื้นฟูดินตามหลักวิชาการ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42621" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/asia-enwastexpo-2026-pr-03.jpg" alt="Asia EnwastExpo 2026" width="740" height="555" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/asia-enwastexpo-2026-pr-03.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/asia-enwastexpo-2026-pr-03-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/asia-enwastexpo-2026-pr-03-150x113.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/asia-enwastexpo-2026-pr-03-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><strong>นายธนกร</strong> กล่าวอีกว่า  อยากเชิญชวนผู้ประกอบการ นักธุรกิจ และประชาชนทั่วไป ให้มาเยี่ยมชมงาน “Asia EnwastExpo 2026” ซึ่งมีจุดมุ่งหมายสำคัญในการเป็นเวทีระดับภูมิภาคสำหรับการเผยแพร่ความรู้และเทคโนโลยีล้ำสมัยด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมและของเสีย งานนี้รวบรวมองค์กรชั้นนำทั้งจากประเทศไทยและต่างประเทศกว่า 200 แห่ง เพื่อแสดงศักยภาพของผู้ประกอบการผ่านการนำเสนอสินค้า เทคโนโลยี และนวัตกรรมสิ่งแวดล้อมที่ทันสมัย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการผลักดันในเรื่องเศรษฐกิจหมุนเวียน และเป็นการกระตุ้นในเรื่องของอุตสาหกรรมสีเขียวด้วย ในแง่มุมของการพัฒนาความยั่งยืน กิจกรรมนี้ยังเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ระหว่างผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน และภาคประชาสังคม เพื่อสร้างความตระหนักรู้และสนับสนุนการพัฒนานโยบายที่ตอบโจทย์ความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมอย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p>งาน “<strong>Asia EnwastExpo 2026</strong>” ที่จะจัดในวันที่ 4-6 กุมภาพันธ์ 2569 ณ อาคาร 5–6 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็คเมืองทองธานี ยังประกอบด้วยโปรแกรมจับคู่เจรจาธุรกิจที่มุ่งเน้นการเชื่อมโยงผู้ประกอบการกับคู่ค้าคุณภาพ เพื่อยกระดับมาตรฐานธุรกิจและเสริมศักยภาพการแข่งขันในตลาด อีกทั้งกิจกรรมสัมมนาที่เน้นการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในการจัดการสิ่งแวดล้อมแบบองค์รวม 360 องศา เหมาะสมสำหรับประชาชนทั่วไป เจ้าของกิจการ โรงงานอุตสาหกรรม และหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน</p>
<p>ผู้สนใจเข้าชมงานลงทะเบียนล่วงหน้าฟรี: <a href="https://enwastexpo.com/th/visitor-registration/" target="_blank" rel="noopener">https://enwastexpo.com/th/visitor-registration/</a></p>
<p>ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Website: www.enwastexpo.com หรือ Facebook: https://www.facebook.com/EnwastExpo หรือ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Line : @enwastexpo หรือโทรสอบถามได้ที่กลุ่มอุตสาหกรรมการจัดการเพื่อสิ่งแวดล้อม ส.อ.ท.คุณฐิติพร (แคท) โทร: 084-166-9229 / คุณภาวิณี (เมย์) โทร 063-223-4014</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/asia-enwastexpo-2026-pr/">รมว.อุตสาหกรรม ชวนร่วมงาน Asia EnwastExpo 2026 เผยเร่งตรวจจับโรงงานทิ้งกากของเสีย-สารพิษ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“พลังงาน” ยัน ซื้อไฟฟ้าพลังงานสะอาด ถูกต้องตามกฎหมาย ช่วยลดนำเข้า LNG พร้อมเร่งทำ PDP 2025 มดันโรงไฟฟ้าโซลาร์ฟาร์มชุมชน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/energy-update-112025/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 24 Nov 2025 04:06:42 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[รับซื้อไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[โรงไฟฟ้าโซลาร์ฟาร์มชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[ไฟฟ้าพลังงานสะอาด]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=42010</guid>

					<description><![CDATA[<p>“พลังงาน” ยัน การรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด ดำเนินการถูกต้องตามกฎหมาย ช่วยลดการนำเข้า LNG เตรียมเร่งจัดทำ PDP 2025 พร้อมดันโรงไฟฟ้าโซลาร์ฟาร์มชุมชน ตอบโจทย์ Net Zero มั่นใจไม่กระทบค่าไฟฟ้าในภาพรวม “กระทรวงพลังงาน” ยัน การรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด 2,100 MW ดำเนินการถูกต้องตามกฎหมาย ช่วยลดการนำเข้า LNG ขณะนี้อยู่ระหว่างเร่งจัดทำ PDP 2025 เพื่อเพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าสะอาดให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน สำหรับโรงไฟฟ้าโซลาร์ฟาร์มชุมชน ตามนโยบาย Quick Big Win&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/energy-update-112025/">“พลังงาน” ยัน ซื้อไฟฟ้าพลังงานสะอาด ถูกต้องตามกฎหมาย ช่วยลดนำเข้า LNG พร้อมเร่งทำ PDP 2025 มดันโรงไฟฟ้าโซลาร์ฟาร์มชุมชน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>“พลังงาน” ยัน การรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด ดำเนินการถูกต้องตามกฎหมาย ช่วยลดการนำเข้า LNG เตรียมเร่งจัดทำ PDP 2025 พร้อมดันโรงไฟฟ้าโซลาร์ฟาร์มชุมชน ตอบโจทย์ Net Zero มั่นใจไม่กระทบค่าไฟฟ้าในภาพรวม</strong></p>
<p><span id="more-42010"></span></p>
<p>“<strong>กระทรวงพลังงาน</strong>” ยัน การรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด 2,100 MW ดำเนินการถูกต้องตามกฎหมาย ช่วยลดการนำเข้า LNG ขณะนี้อยู่ระหว่างเร่งจัดทำ PDP 2025 เพื่อเพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าสะอาดให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน สำหรับโรงไฟฟ้าโซลาร์ฟาร์มชุมชน ตามนโยบาย Quick Big Win คาดว่าจะรับซื้อไฟประมาณ 2.16 &#8211; 2.20 บาทต่อหน่วย ทั้งหมดจะช่วยลดการปล่อยคาร์บอนมุ่งเป้า Net Zero 2050 มั่นใจไม่กระทบค่าไฟฟ้าในภาพรวม</p>
<p>วันนี้ (24 พฤศจิกายน 2568) <span style="color: #6cb742;"><strong>นายวีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู</strong></span> <strong>รองปลัดกระทรวงพลังงาน</strong> ในฐานะโฆษกกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า จากความกังวลเกี่ยวกับการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด จำนวน 2,100 MW นั้น กระทรวงพลังงานขอยืนยันว่า การรับซื้อไฟฟ้าเป็นไปตามมติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) และคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ได้ดำเนินการถูกต้องตามกฎหมาย รวมทั้งได้มีการตั้งคณะทำงานตรวจสอบกระบวนการพิจารณา โดยมี สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาและกรมบัญชีกลางซึ่งผลการตรวจสอบพบว่าดำเนินการถูกต้องตามกฎหมาย</p>
<p>ส่วนการเปรียบเทียบราคารับซื้อไฟฟ้าของภาคเอกชนนั้น การพิจารณาจะต้องรวมถึงการซื้อหรือ  เช่าที่ดิน และต้องมีการเดินสายส่งเชื่อมต่อเข้าไปด้วย นอกจากนี้ ดอกเบี้ยและต้นทุนต่างๆ ของเอกชนจะสูงกว่าของ กฟผ. ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจอยู่เล็กน้อย ทั้งนี้ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้คำนวณอัตราค่าไฟฟ้า หากต้องดำเนินการลักษณะเดียวกับภาคเอกชนแล้ว อัตราค่าไฟฟ้าจะอยู่ประมาณ 2.19 บาทต่อหน่วยสำหรับโรงไฟฟ้าโซลาร์ฟาร์ม และ 4.37 บาทต่อหน่วยสำหรับโรงไฟฟ้าพลังงานลม นอกจากนั้น กพช. ได้มีมติ ให้ กกพ. และ กฟผ. ขอความร่วมมือให้เอกชนลดราคาขายไฟฟ้า ซึ่งคาดว่าจะได้รับความร่วมมือจากเอกชนทุกราย ทั้งนี้ กระทรวงพลังงาน มีแผนที่จะให้ กฟผ. สร้างโซลาร์ลอยน้ำเพิ่มเติมอีกกว่า 2,600 MW และ มีโอกาสที่จะขยายเพิ่มเติม ขึ้นอยู่กับแผน PDP ที่กำลังจัดทำอยู่</p>
<p>สำหรับโครงการโรงไฟฟ้าโซลาร์ฟาร์มชุมชน จำนวน 1,500 MW ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบาย Quick Big Win ของรัฐบาลนั้น มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน นอกจากนั้น สามารถลดค่าไฟให้ชุมชนในพื้นที่ได้ 40 &#8211; 80 สตางค์ต่อหน่วย โดยคาดว่าจะมีอัตรารับซื้อค่าไฟ ประมาณ 2.16 &#8211; 2.20 บาทต่อหน่วย และโครงการดังกล่าวยังสามารถสร้างเม็ดเงินลงทุนให้กับประเทศกว่า 30,000 ล้านบาท   ทั้งนี้ โครงการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด และ โรงไฟฟ้าโซลาร์ฟาร์มชุมชน จะช่วยลดการนำเข้า LNG ได้ประมาณ 7.2 แสนตันต่อปี คิดเป็นมูลค่าประมาณ 16,000 ล้านบาทต่อปี และสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก หรือ GHG Emission ได้ประมาณ 2.2 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี ทำให้ประเทศสามารถดำเนินการได้ตามเป้าหมาย Net Zero 2050</p>
<p>“กระทรวงพลังงาน ขอยืนยันว่า การรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด เป็นไปตามมติ กพช. และการดำเนินการของ กกพ. ได้ผ่านการตรวจสอบโดยสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาและกรมบัญชีกลางแล้ว ว่าดำเนินการถูกต้องตามกฎหมาย ส่วนการเปรียบเทียบราคารับซื้อไฟฟ้าของภาคเอกชนจะต้องพิจารณา   การซื้อหรือเช่าที่ดิน การเดินสายส่งเชื่อมต่อ ดอกเบี้ยและต้นทุนต่างๆ เข้าไปด้วย ซึ่งจะสูงกว่า กฟผ. เล็กน้อย นอกจากนี้  กกพ. และ กฟผ. อยู่ระหว่างการขอความร่วมมือให้เอกชนลดราคาขายไฟฟ้า คาดว่า  จะได้รับความร่วมมือจากเอกชนทุกราย นอกจากนี้ กระทรวงพลังงาน มีแผนที่จะให้ กฟผ. สร้างโซลาร์ลอยน้ำเพิ่มเติมอีกกว่า 2,600 MW และมีโอกาสที่จะเพิ่มตามแผน PDP และในส่วนของโครงการไฟฟ้าโซลาร์ฟาร์มชุมชน 1,500 MW คาดว่าจะมีอัตรารับซื้อไฟประมาณ 2.16 &#8211; 2.20 บาทต่อหน่วย และสามารถลดค่าไฟให้ชุมชนในพื้นที่ได้ 40 &#8211; 80 สตางค์ โดยโรงไฟฟ้าโซลาร์ฟาร์มชุมชน เป็นส่วนหนึ่งของนโยบาย Quick Big Win ประชาชนในพื้นที่จะได้รับประโยชน์จากการขายไฟ ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งในพื้นที่และ   ในภาพรวมของประเทศ ซึ่งทั้ง 2 โครงการ จะช่วยทำให้ประเทศสามารถดำเนินการลดการนำเข้า LNG และยังลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ด้วย และเป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมาย Net Zero 2050 และ     ขอยืนยันว่า กระทรวงพลังงานจะเร่งจัดทำแผน PDP 2025 ให้เร็วที่สุด เพื่อให้สัดส่วนการผลิตไฟฟ้าอยู่     ในระดับที่เหมาะสมกับสถานการณ์และมีราคาที่เหมาะสม” <strong>นายวีรพัฒน์</strong> กล่าว</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/energy-update-112025/">“พลังงาน” ยัน ซื้อไฟฟ้าพลังงานสะอาด ถูกต้องตามกฎหมาย ช่วยลดนำเข้า LNG พร้อมเร่งทำ PDP 2025 มดันโรงไฟฟ้าโซลาร์ฟาร์มชุมชน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สกนช. เผย “กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง” ปี’68 ฟื้นตัวต่อ คาดมีฐานะเป็นบวกภายในสิ้นปี</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/offo-11-2025/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 07 Nov 2025 01:47:35 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง]]></category>
		<category><![CDATA[ทิศทางราคาน้ำมันเชื้อเพลิง]]></category>
		<category><![CDATA[สถานการณ์ราคาน้ำมันเชื้อเพลิง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=41738</guid>

					<description><![CDATA[<p>พรชัย จิรกุลไพศาล ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.) กล่าวว่า ผลการดำเนินการของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในปีงบประมาณ 2568  (1 ตุลาคม 2567 – 30 กันยายน 2568) สะท้อนความสำเร็จของการบริหารจัดการกองทุนน้ำมันฯ ภายใต้นโยบายของรัฐบาล และกระทรวงพลังงานที่มุ่ง “ลดค่าใช้จ่ายพลังงาน เพิ่มรายได้ประชาชน และสร้างเสถียรภาพด้านราคาพลังงาน” สำหรับสถานการณ์ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในปี 2568 เป็นปีที่ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงผันผวนค่อนข้างมาก แต่โดยรวมราคายังอยู่ในระดับไม่ได้สูงมากนัก ราคาน้ำมัน ณ วันที่ 30 ตุลาคม 2568 ราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยอยู่ที่&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/offo-11-2025/">สกนช. เผย “กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง” ปี’68 ฟื้นตัวต่อ คาดมีฐานะเป็นบวกภายในสิ้นปี</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong><span style="color: #6cb742;">พรชัย จิรกุลไพศาล</span> ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน</strong><strong> สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง </strong><strong>(</strong><strong>สกนช</strong><strong>.)</strong> กล่าวว่า ผลการดำเนินการของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในปีงบประมาณ 2568  (1 ตุลาคม 2567 – 30 กันยายน 2568) สะท้อนความสำเร็จของการบริหารจัดการกองทุนน้ำมันฯ ภายใต้นโยบายของรัฐบาล และกระทรวงพลังงานที่มุ่ง “ลดค่าใช้จ่ายพลังงาน เพิ่มรายได้ประชาชน และสร้างเสถียรภาพด้านราคาพลังงาน”</p>
<p><span id="more-41738"></span></p>
<p>สำหรับสถานการณ์ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในปี 2568 เป็นปีที่ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงผันผวนค่อนข้างมาก แต่โดยรวมราคายังอยู่ในระดับไม่ได้สูงมากนัก ราคาน้ำมัน ณ วันที่ 30 ตุลาคม 2568 ราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยอยู่ที่ 70.60 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล น้ำมันดีเซลเฉลี่ยอยู่ที่ 87.73 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล น้ำมันเบนซินเฉลี่ยอยู่ที่ 80.98เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล และก๊าซ LPG เฉลี่ยอยู่ที่ 548.68 เหรียญสหรัฐฯ /ตัน คาดว่าเมื่อถึงสิ้นปีราคาจะไม่ต่างจากปัจจุบันมากเท่าไร และเมื่อเปรียบเทียบกับปี 2567 ที่ผ่านมา ถือว่าราคาลดลง โดยราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยอยู่ที่ 79.57 เหรียญสหรัฐฯ น้ำมันดีเซลเฉลี่ยอยู่ที่ 96.19 เหรียญสหรัฐฯ น้ำมันเบนซินเฉลี่ยอยู่ที่ 92.94 เหรียญสหรัฐฯ เและก๊าซ LPG เฉลี่ยอยู่ที่ 599.83 เหรียญสหรัฐฯ /ตัน</p>
<p>ด้านเหตุการณ์สำคัญ และปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อความผันผวนของราคาน้ำมันเชื้อเพลิงตลอดปี 2568 ที่ผ่านมา ได้แก่ ปัญหาเศรษฐกิจโลกที่ยังชะลอตัว การเพิ่มกำลังการผลิตของกลุ่ม OPEC+  และความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์โดยเฉพาะกรณี “อิสราเอล-อิหร่าน” ตลอดจนความขัดแย้งของ ”รัสเซีย-ยูเครน” ที่ยังไม่สงบ ซึ่งหากไม่มีความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ คาดว่าสถานการณ์ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงโดยรวมตลอดทั้งปี 2568 ถือว่ายังคงไม่สูงมากนัก</p>
<p>สำหรับทิศทางราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในปี 2569 คาดว่าจะทรงตัวอยู่ในระดับต่ำกว่าปี 2568 โดยราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยอยู่ที่ 60-70 เหรียเหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล น้ำมันดีเซลเฉลี่ยอยู่ที่ 75-85 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล น้ำมันเบนซินเฉลี่ยอยู่ที่ 70-80 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล และก๊าซ LPG เฉลี่ยอยู่ที่ 460-500 เหรียญสหรัฐฯ /ตัน</p>
<p><strong>พรชัย</strong> กล่าวถึงผลการดำเนินงานที่สำคัญของสำนักงานกองทุนน้ำมันฯ ในช่วงปี 2568 ดังนี้</p>
<p><strong>1.ปรับลดราคาน้ำมันดีเซล และเบนซิน </strong>ในช่วงปลายเดือนมีนาคม และต้นเดือนเมษายน ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ กองทุนน้ำมันฯ ได้ลดการจัดเก็บเงินในกลุ่มน้ำมันดีเซล และเบนซิน 2 ครั้ง ๆ ละ 0.50 บาท ส่งผลให้ราคาขายปลีกลดลง 1 บาทต่อลิตร เพื่อสนับสนุนนโยบายภาครัฐในการลดภาระค่าครองชีพให้ประชาชน และกระตุ้นการท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ นอกจากนี้เพื่อช่วยเหลือค่าครองชีพให้กับประชาชนตามนโยบาย Quick Big Win ได้มีการลดการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯ และขอความร่วมมือกับผู้ค้าเพื่อลดราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลลดลง 1 บาทต่อลิตร และเบนซินลดลง 0.80 บาทต่อลิตร</p>
<ol start="2">
<li><strong> ตรึงราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลในช่วงสงครามระหว่าง “อิสราเอล-อิหร่าน” </strong>จากเหตุการณ์ความตึงเครียดระหว่างอิสราเอล-อิหร่าน หรือ “สงคราม 12 วัน” กบน.มีมติปรับลดการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯ ในกลุ่มน้ำมันเบนซิน และดีเซล รวม 5 ครั้งใน 1 สัปดาห์ กลุ่มน้ำมันดีเซลจากเดิมจัดเก็บอยู่ที่ 2.40 บาท/ลิตร เป็นการเข้าช่วยชดเชยอยู่ที่ 0.65 บาท/ลิตร ทำให้ราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลยังคงไม่เกิน 32 บาท/ลิตร</li>
<li><strong> ปรับลดอัตราการจัดเก็บเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อรองรับการปรับขึ้นภาษีสรรพสามิต </strong>กองทุนน้ำมันฯ ได้ปรับอัตราเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อรองรับการปรับขึ้นอัตราภาษีสรรพสามิตของน้ำมันเบนซิน และน้ำมันดีเซล เพื่อไม่ให้ประชาชนได้รับผลกระทบจากราคาขายปลีก โดยดำเนินการแบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่ ส่วนที่ 1 ปรับลดอัตราเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเท่ากับอัตราภาษีสรรพสามิต และภาษีเพื่อราชการส่วนท้องถิ่น ตามมติคณะรัฐมนตรี และส่วนที่ 2 พิจารณาค่าการตลาดที่เหมาะสม เพื่อคงเสถียรภาพราคาหน้าปั๊ม</li>
<li><strong> ตรึงราคาขายปลีกก๊าซ LPG ไม่เกิน 423 บาท/ถังขนาด 15 กิโลกรัม </strong>กองทุนน้ำมันฯ คงราคาขายปลีก LPG ไว้ที่ 423 บาท/ถังขนาด 15 กิโลกรัม ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2566 ต่อเนื่องถึงปัจจุบัน โดยล่าสุดการประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) มีมติถึง 2 ครั้ง เพื่อขยายระยะเวลาตรึงราคาออกไปถึงสิ้นเดือนพฤศจิกายน 2568 เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพให้กับประชาชน</li>
</ol>
<p>“ปี 2568 ถือเป็นจุดเปลี่ยนของกองทุนน้ำมันฯ ฐานะการเงินฟื้นตัวชัดเจน และดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนประสิทธิภาพการบริหารจัดการ และความมุ่งมั่นในการรักษาเสถียรภาพราคาพลังงานให้กับประชาชน ซึ่งในปี 2568 นี้ หากราคาน้ำมันตลาดโลกยังทรงตัวในระดับปัจจุบัน คาดว่ากองทุนน้ำมันฯ จะมีฐานะเป็นบวกได้ภายในสิ้นปี และเชื่อมั่นว่าจะสามารถชำระหนี้เงินกู้ธนาคารทั้งหมดได้ตามระยะเวลาที่กำหนดภายในปี 2572 อย่างแน่นอน หรืออาจจะเร็วกว่าที่กำหนดหากราคาน้ำมันในตลาดโลกไม่ผันผวนมากจนเกินไป” <strong>พรชัย </strong>กล่าว</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/offo-11-2025/">สกนช. เผย “กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง” ปี’68 ฟื้นตัวต่อ คาดมีฐานะเป็นบวกภายในสิ้นปี</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กระทรวงพลังงาน เร่งเดินหน้าโครงการ Floating Solar ของ กฟผ.</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/energy-egat-floating-solar/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 27 Oct 2025 02:29:31 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[Floating Solar]]></category>
		<category><![CDATA[การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[เขื่อนศรีนครินทร์]]></category>
		<category><![CDATA[โรงไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=41605</guid>

					<description><![CDATA[<p>รมว.พลังงาน ลงตรวจเยี่ยมเขื่อนศรีนครินทร์ ดูพื้นที่ติดตั้งโครงการ Floating Solar 1 ใน 3 เขื่อนหลักของ กฟผ. เร่งรัดให้เดินหน้าตามแผน วานนี้ (25 ตุลาคม 2568) นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ลงพื้นที่เยี่ยมชมโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทุ่นลอยน้ำ (Floating Solar) เขื่อนและโรงไฟฟ้าของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ณ เขื่อนศรีนครินทร์ จ.กาญจนบุรี โดยมี ดร.ประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/energy-egat-floating-solar/">กระทรวงพลังงาน เร่งเดินหน้าโครงการ Floating Solar ของ กฟผ.</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>รมว.พลังงาน ลงตรวจเยี่ยมเขื่อนศรีนครินทร์ ดูพื้นที่ติดตั้งโครงการ </strong><strong>Floating Solar 1 ใน 3 เขื่อนหลักของ กฟผ. เร่งรัดให้เดินหน้าตามแผน</strong></p>
<p>วานนี้ (25 ตุลาคม 2568) <span style="color: #6cb742;"><strong>นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์</strong></span> <strong>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน</strong> ลงพื้นที่เยี่ยมชมโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทุ่นลอยน้ำ (Floating Solar) เขื่อนและโรงไฟฟ้าของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ณ เขื่อนศรีนครินทร์ จ.กาญจนบุรี โดยมี <span style="color: #6cb742;"><strong>ดร.ประเสริฐ สินสุขประเสริฐ</strong></span> <strong>ปลัดกระทรวงพลังงาน</strong> <span style="color: #6cb742;"><strong>นางพรรณวิภา ปิยัมปุตระ</strong></span> <strong>รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี</strong> <span style="color: #6cb742;"><strong>นายนรินทร์ เผ่าวณิช</strong></span> <strong>รองผู้ว่าการประจำสำนักผู้ว่าการ รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการ กฟผ.</strong> และคณะผู้บริหารให้การต้อนรับ</p>
<p><span id="more-41605"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41610" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/energy-egat-floating-solar-04.jpg" alt="กระทรวงพลังงาน เร่งเดินหน้าโครงการ Floating Solar ของ กฟผ." width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/energy-egat-floating-solar-04.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/energy-egat-floating-solar-04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/energy-egat-floating-solar-04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/energy-egat-floating-solar-04-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทุ่นลอยน้ำ (Floating Solar) ทั้ง 3 เขื่อนของ กฟผ. ได้แก่ เขื่อนภูมิพล จ.ตาก เขื่อนศรีนครินทร์ และเขื่อนวชิราลงกรณ จ.กาญจนบุรี กำลังผลิตรวม 1,638 เมกะวัตต์ เพื่อตอบโจทย์เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิ หรือ Net Zero ในปี 2050 ของประเทศไทย โดยจะสามารถลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์รวม 20.56 ล้านตัน ตลอดระยะเวลา 25 ปี ซึ่งขณะนี้ระยะที่ 1 ทั้ง 3 โครงการอยู่ระหว่างนำเสนอ ครม. อนุมัติโครงการ</p>
<p>สำหรับ<strong>เขื่อนศรีนครินทร์</strong> มีแผนดำเนินโครงการ 4 ระยะ กำลังผลิตรวม 770 เมกะวัตต์ โดยระยะที่ 1 มีกำลังผลิต 140 เมกะวัตต์ ครอบคลุมพื้นที่ผิวน้ำประมาณ 1,020 ไร่ ใช้แผงเซลล์แสงอาทิตย์ชนิด Double Glass Monocrystalline Silicon PV กำลังผลิตไม่น้อยกว่า 650 วัตต์/แผง กำหนดจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ในปี 2570 ระยะที่ 2 กำลังผลิต 50 เมกะวัตต์ ระยะที่ 3 กำลังผลิต 280 เมกะวัตต์ และระยะที่ 4 กำลังผลิต 300 เมกะวัตต์</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41607" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/energy-egat-floating-solar-01.jpg" alt="กระทรวงพลังงาน เร่งเดินหน้าโครงการ Floating Solar ของ กฟผ." width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/energy-egat-floating-solar-01.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/energy-egat-floating-solar-01-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/energy-egat-floating-solar-01-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/energy-egat-floating-solar-01-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>นอกจากนี้ ยังมีโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทุ่นลอยน้ำ (Floating Solar) ในอีก 2 เขื่อนหลักของ กฟผ. ประกอบด้วย <strong>เขื่อนภูมิพล</strong> กำลังผลิต 778 เมกะวัตต์ แบ่งเป็น ระยะที่ 1 กำลังผลิต 158 เมกะวัตต์ ระยะที่ 2 300 เมกะวัตต์ และระยะที่ 3 320 เมกะวัตต์ และ<strong>เขื่อนวชิราลงกรณ</strong> กำลังผลิต 90 เมกะวัตต์ แบ่งเป็นระยะที่ 1 กำลังผลิต 50 เมกะวัตต์ และระยะที่ 2 กำลังผลิต 40 เมกะวัตต์</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41609" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/energy-egat-floating-solar-03.jpg" alt="กระทรวงพลังงาน เร่งเดินหน้าโครงการ Floating Solar ของ กฟผ." width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/energy-egat-floating-solar-03.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/energy-egat-floating-solar-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/energy-egat-floating-solar-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/energy-egat-floating-solar-03-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>ทั้งนี้ แผน PDP2018 rev. 1 กำหนดให้ กฟผ. เป็นผู้ดำเนินโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทุ่นลอยน้ำ (Floating Solar) กำลังผลิตรวม 2,725 เมกะวัตต์ ภายในปี 2573 ถือเป็นส่วนสำคัญในการเดินหน้าสู่เป้าหมาย Net Zero เป็นการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ด้วยการวางแผงโซลาร์เซลล์บนพื้นที่ผิวน้ำในเขื่อนของ กฟผ. และใช้อุปกรณ์หลักร่วมกับโรงไฟฟ้าพลังน้ำที่มีอยู่เดิม ช่วยลดต้นทุนการผลิต ทำให้ค่าไฟฟ้ามีราคาต้นทุนที่เหมาะสม เป็นมิตรต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังลดการพึ่งพาการนำเข้าเชื้อเพลิงจากต่างประเทศซึ่งมีราคาสูงและผันผวน ช่วยสร้างความมั่นคงให้ระบบพลังงานไฟฟ้าของประเทศ โดยมีผลสำเร็จของโครงการโซลาร์เซลล์ลอยน้ำเขื่อนสิรินธร จ.อุบลราชธานี และเขื่อนอุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น ที่ดำเนินการไปแล้วและเห็นผลสำเร็จตามเป้าหมาย จึงมีการขยายผลไปยังเขื่อนต่างๆ ของ กฟผ. ที่มีศักยภาพ</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41608" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/energy-egat-floating-solar-02.jpg" alt="กระทรวงพลังงาน เร่งเดินหน้าโครงการ Floating Solar ของ กฟผ." width="740" height="417" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/energy-egat-floating-solar-02.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/energy-egat-floating-solar-02-300x169.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/energy-egat-floating-solar-02-150x85.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/energy-egat-floating-solar-02-500x282.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/energy-egat-floating-solar/">กระทรวงพลังงาน เร่งเดินหน้าโครงการ Floating Solar ของ กฟผ.</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>พลังงาน เดินหน้าชงโครงการ “Quick Big Win” เข้า ครม. สร้างเม็ดเงินลงทุนกว่า 5 หมื่นล้านบาท เร่งขับเคลื่อน 4 โครงการยักษ์ ลดภาระค่าใช้จ่ายประชาชน กระตุ้นเศรษฐกิจ</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/quick-big-win-energy-update-102025-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 22 Oct 2025 07:29:21 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[Quick Big Win]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงพลังงาน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=41531</guid>

					<description><![CDATA[<p>กระทรวงพลังงาน เร่งเครื่องมาตรการ &#8221; Quick Big Win&#8221; นำร่อง 4 โครงการสำคัญ ภายใต้นโยบาย &#8220;กระตุ้นสั้น ได้ผลยาว กระจายตัว&#8221; โดยมีเป้าหมายหลักในการลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับประชาชนและกระตุ้นเม็ดเงินลงทุนทางเศรษฐกิจรวมกว่า 5 หมื่นล้านบาท ด้วยการผลักดันพลังงานสะอาดเข้าสู่ระบบอย่างรวดเร็วและเป็นรูปธรรม นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจ ครั้งที่ 2/2568 เมื่อวันจันทร์ที่ 20 ตุลาคม 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาลว่ากระทรวงพลังงานเป็นหนึ่งในกระทรวงที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้ประเทศจะเร่งดำเนินมาตรการโซลาร์เพื่อประชาชนใน 4 โครงการสำคัญ&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/quick-big-win-energy-update-102025-2/">พลังงาน เดินหน้าชงโครงการ “Quick Big Win” เข้า ครม. สร้างเม็ดเงินลงทุนกว่า 5 หมื่นล้านบาท เร่งขับเคลื่อน 4 โครงการยักษ์ ลดภาระค่าใช้จ่ายประชาชน กระตุ้นเศรษฐกิจ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กระทรวงพลังงาน เร่งเครื่องมาตรการ &#8221; </strong><strong>Quick Big Win&#8221; นำร่อง 4 โครงการสำคัญ ภายใต้นโยบาย &#8220;กระตุ้นสั้น ได้ผลยาว กระจายตัว&#8221; โดยมีเป้าหมายหลักในการลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับประชาชนและกระตุ้นเม็ดเงินลงทุนทางเศรษฐกิจรวมกว่า 5 หมื่นล้านบาท ด้วยการผลักดันพลังงานสะอาดเข้าสู่ระบบอย่างรวดเร็วและเป็นรูปธรรม</strong></p>
<p><span id="more-41531"></span></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์</span> รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน</strong> กล่าวภายหลัง<strong>การประชุมคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจ ครั้งที่ 2/2568</strong> เมื่อวันจันทร์ที่ 20 ตุลาคม 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาลว่ากระทรวงพลังงานเป็นหนึ่งในกระทรวงที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้ประเทศจะ<strong>เร่งดำเนินมาตรการโซลาร์เพื่อประชาชนใน 4 โครงการสำคัญ</strong> ที่สามารถเริ่มทำได้ภายในพฤศจิกายนนี้ ประกอบด้วย <strong>1) โครงการโซลาร์ฟาร์มชุมชน</strong> เป้าหมายรวม 1,500 เมกะวัตต์ โดยให้เอกชนเป็นผู้ลงทุนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจสูงถึง 30,000 ล้านบาท สร้างงานกว่า 1,700 ตำแหน่ง และขายไฟฟ้าให้ชุมชนใกล้เคียงผ่านการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคด้วยราคาส่วนลดประมาณ 80 สตางค์ต่อหน่วย อีกทั้งยังช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO<sub>2</sub>) ได้เกือบ 1 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์ต่อปี <strong>2) โครงการโซลาร์สูบน้ำเพื่อการเกษตร</strong> เพื่อช่วยให้เกษตรกรมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เตรียมดำเนินการทั้งหมด 1,200 ระบบ ใช้เม็ดเงินลงทุนกว่า 12,000 ล้านบาท ทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น 5,800 บาทต่อไร่ต่อปี <strong>3) โครงการส่งเสริมการติดตั้งโซลาร์บนหลังคาในบ้านอยู่อาศัยด้วยมาตรการทางภาษี</strong> โดยประชาชนสามารถนำค่าใช้จ่ายมาลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคลได้ไม่เกิน 2 แสนบาท คาดว่าจะเกิดเม็ดลงทุนกว่า 10,800 ล้านบาท เกิดการจ้างงานกว่า 450 ตำแหน่ง ลดการปล่อย CO<sub>2</sub> ได้ 280,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ต่อปี <strong>4) โครงการส่งเสริมการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์</strong> <strong>สำหรับหน่วยงานของรัฐ</strong> คาดว่าภาครัฐจะสามารถใช้ไฟฟ้าที่ผลิตจากพลังงานแสงอาทิตย์ในพื้นที่ของตนเองได้ และอัตราค่าไฟฟ้าจะลดลง จะทำให้สามารถลดภาระงบประมาณค่าสาธารณูปโภค (ค่าไฟฟ้า) ได้กว่า 9,000 ล้านบาทต่อปี</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41534" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/quick-big-win-energy-update-102025-02.jpg" alt="กระทรวงพลังงาน" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/quick-big-win-energy-update-102025-02.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/quick-big-win-energy-update-102025-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/quick-big-win-energy-update-102025-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/quick-big-win-energy-update-102025-02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><strong>“นี่คือช่วงเวลาสำคัญที่นโยบายพลังงานต้องตอบโจทย์ ต้องสามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว และเหมาะกับสถานการณ์ในปัจจุบัน ทั้งการลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานให้กับประชาชน ผ่าน 4 โครงการสำคัญที่เริ่มดำเนินการเห็นผลได้ทันที ตามนโยบาย </strong><strong>Quick Big Win ที่จะมีเม็ดเงินลงทุนกว่า 5 หมื่นล้านบาท รวมทั้งที่ประชุมฯ ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสนับสนุน ปลดล็อค และเร่งพิจารณาโครงการ จึงเป็นการตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการเร่งสร้างเสถียรภาพทางพลังงาน ทำให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางพลังงานสะอาดในภูมิภาค ไปพร้อมกับความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของประชาชน” นายอรรถพล กล่าว</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/quick-big-win-energy-update-102025-2/">พลังงาน เดินหน้าชงโครงการ “Quick Big Win” เข้า ครม. สร้างเม็ดเงินลงทุนกว่า 5 หมื่นล้านบาท เร่งขับเคลื่อน 4 โครงการยักษ์ ลดภาระค่าใช้จ่ายประชาชน กระตุ้นเศรษฐกิจ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ครม. มีมติเห็นชอบแต่งตั้ง “นายนรินทร์ เผ่าวณิช” เป็นผู้ว่าการ กฟผ. คนที่ 17</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/narin-paowanit-as-the-new-governor-of-egat/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 22 Oct 2025 03:46:44 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[นรินทร์ เผ่าวณิช]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ว่าการ กฟผ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=41516</guid>

					<description><![CDATA[<p>คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบแต่งตั้ง นายนรินทร์ เผ่าวณิช รองผู้ว่าการประจำสำนักผู้ว่าการ ดำรงตำแหน่งผู้ว่าการ กฟผ. คนที่ 17 วันนี้ (21 ตุลาคม 2568) ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบแต่งตั้งนายนรินทร์ เผ่าวณิช รองผู้ว่าการประจำสำนักผู้ว่าการ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ดำรงตำแหน่งผู้ว่าการ กฟผ. แทนนายเทพรัตน์ เทพพิทักษ์ ผู้ว่าการ กฟผ. ซึ่งครบวาระการดำรงตำแหน่งเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2568 โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ลงนามในสัญญาจ้างเป็นต้นไป นายนรินทร์ เผ่าวณิช&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/narin-paowanit-as-the-new-governor-of-egat/">ครม. มีมติเห็นชอบแต่งตั้ง “นายนรินทร์ เผ่าวณิช” เป็นผู้ว่าการ กฟผ. คนที่ 17</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบแต่งตั้ง <span style="color: #6cb742;">นายนรินทร์ เผ่าวณิช</span> รองผู้ว่าการประจำสำนักผู้ว่าการ ดำรงตำแหน่งผู้ว่าการ กฟผ. คนที่ </strong><strong>17</strong></p>
<p>วันนี้ (21 ตุลาคม 2568) ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบแต่งตั้ง<strong>นายนรินทร์ เผ่าวณิช</strong> รองผู้ว่าการประจำสำนักผู้ว่าการ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ดำรงตำแหน่งผู้ว่าการ กฟผ. แทนนายเทพรัตน์ เทพพิทักษ์ ผู้ว่าการ กฟผ. ซึ่งครบวาระการดำรงตำแหน่งเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2568 โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ลงนามในสัญญาจ้างเป็นต้นไป</p>
<p><span id="more-41516"></span></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายนรินทร์ เผ่าวณิช</strong></span> <strong>ผู้ว่าการ กฟผ. คนที่ 17</strong> เกิดเมื่อวันที่ 2 เมษายน 2517 ปัจจุบันอายุ 51 ปี จบการศึกษาระดับปริญญาตรี จากคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมโยธา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปริญญาโทและปริญญาเอก จากคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมโยธา Georgia Institute of Technology สหรัฐอเมริกา อีกทั้งยังผ่านการอบรมในหลักสูตรสำคัญ อาทิ หลักสูตร Director Certification Program (DCP) สมาคมส่งเสริม สถาบันกรรมการบริษัทไทย หลักสูตร EES Europe Batteries and Energy Storage Systems  Exhibition &amp; Conference สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี เป็นต้น</p>
<p>ด้านประวัติการทำงาน ปี 2564 &#8211; 2565 ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้ว่าการวิศวกรรมและก่อสร้างโรงไฟฟ้า ปี 2565 &#8211; 2567 ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้ว่าการบริหารเชื้อเพลิง ปี 2567 &#8211; 2568 ดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าการเชื้อเพลิง 31 กรกฎาคม 2568 &#8211; 15 ตุลาคม 2568 ดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าการเชื้อเพลิง รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการ กฟผ. และ 16 ตุลาคม 2568 &#8211; ปัจจุบัน ดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าการประจำสำนักผู้ว่าการ รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการ กฟผ.</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/narin-paowanit-as-the-new-governor-of-egat/">ครม. มีมติเห็นชอบแต่งตั้ง “นายนรินทร์ เผ่าวณิช” เป็นผู้ว่าการ กฟผ. คนที่ 17</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“อรรถพล” เดินหน้านโยบาย Quick Big Win “ทำจริง-เห็นผลจริง” สั่งลดราคาดีเซลลง 50 สตางค์/ลิตร และเบนซินลง 30 สตางค์/ลิตร เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพประชาชน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/quick-big-win/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 20 Oct 2025 04:24:37 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[นโยบาย Quick Big Win]]></category>
		<category><![CDATA[ลดราคาดีเซล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=41487</guid>

					<description><![CDATA[<p>(วันที่ 20 ตุลาคม 2568) นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) เปิดเผยว่า กบน.ได้พิจารณาสถานการณ์ราคาน้ำมันตลาดโลก และให้ความสำคัญกับการดูแลภาระค่าครองชีพให้แก่ประชาชน จึงสั่งการให้มีการประชุม กบน. ในวันนี้ เพื่อปรับลดราคาน้ำมันน้ำมันดีเซลลง 50 สตางค์ต่อลิตร และน้ำมันเบนซินลง 30 สตางค์ต่อลิตร โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 21 ตุลาคม 2568 หรือพรุ่งนี้ทันที จากข้อมูลล่าสุด ราคาน้ำมันดิบดูไบ ปรับลดลงมาอยู่ที่ 61.32&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/quick-big-win/">“อรรถพล” เดินหน้านโยบาย Quick Big Win “ทำจริง-เห็นผลจริง” สั่งลดราคาดีเซลลง 50 สตางค์/ลิตร และเบนซินลง 30 สตางค์/ลิตร เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพประชาชน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>(วันที่ 20 ตุลาคม 2568) <strong><span style="color: #6cb742;">นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์</span> รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน</strong><strong> ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.)</strong> เปิดเผยว่า กบน.ได้พิจารณาสถานการณ์ราคาน้ำมันตลาดโลก และให้ความสำคัญกับการดูแลภาระค่าครองชีพให้แก่ประชาชน จึงสั่งการให้มีการประชุม กบน. ในวันนี้ เพื่อปรับลดราคาน้ำมันน้ำมันดีเซลลง 50 สตางค์ต่อลิตร และน้ำมันเบนซินลง 30 สตางค์ต่อลิตร โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 21 ตุลาคม 2568 หรือพรุ่งนี้ทันที</p>
<p><span id="more-41487"></span></p>
<p>จากข้อมูลล่าสุด ราคาน้ำมันดิบดูไบ ปรับลดลงมาอยู่ที่ 61.32 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันดีเซล ลดลงมาอยู่ที่ 82.32 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล และน้ำมันเบนซินอยู่ที่ 77.59 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล โดยปัจจัยสำคัญมาจากการลดความเสี่ยงจากการโจมตีโครงข่ายโรงกลั่นน้ำมันของรัสเซียโดยยูเครน การผ่อนคลายแรงกดดันทางการทูตต่อประเทศที่ต้องการซื้อน้ำมันจากรัสเซีย ซึ่งอาจเร่งให้ราคาน้ำมันเคลื่อนไหวเข้าสู่กรณีการคาดการณ์ในเชิงลบ นอกจากนี้สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) คาดการณ์ว่าอุปทานน้ำมันโลกอาจล้นตลาดหลังกลุ่ม OPEC+ เดินหน้าเพิ่มกำลังการผลิตต่อเนื่อง และแนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ส่งผลให้อุปสงค์การใช้พลังงานทั่วโลกลดลง</p>
<p><strong>นายอรรถพล</strong> กล่าวว่า “การปรับลดราคาน้ำมันในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานตามนโยบาย Quick Big Win ที่ให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง มุ่งสร้างผลลัพธ์เชิงรูปธรรมอย่างชัดเจน และรวดเร็ว เพื่อดูแลค่าครองชีพให้แก่ประชาชน และขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้เดินหน้าอย่างมั่นคง เนื่องจากพลังงานเป็นเรื่องใกล้ตัวที่ส่งผลโดยตรงต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน ซึ่งการลดราคาดีเซลดังกล่าว นับเป็นการปรับลดต่อเนื่องจากเมื่อต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา (3 ต.ค.) โดยลดราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลลง 50 สตางค์/ลิตร จาก 31.44 บาท/ลิตร เป็น 30.94 บาท/ลิตร นอกจากนี้ยังมีการปรับลดราคาขายปลีกน้ำมันเบนซินลงทุกชนิด 30 สตางค์/ลิตร เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์โดยตรงจากการบริหารจัดการราคาพลังงานอย่างทันท่วงที ภายใต้หลักการทำงาน “เปิดเผย-โปร่งใส-ตรวจสอบได้”  ของ กบน. และสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.) โดยมีรายละเอียดในตาราง ดังนี้</p>
<table border="1" align="center">
<thead>
<tr>
<td rowspan="2" width="141"><strong>ชนิดของน้ำมันเชื้อเพลิง</strong></td>
<td colspan="3" width="265"><strong>อัตราเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (บาท)</strong></p>
<p><strong> </strong></td>
<td colspan="3" width="255"><strong>รายรับต่อวัน (ล้านบาท)</strong></td>
</tr>
<tr>
<td width="85"><strong>เดิม</strong></td>
<td width="85"><strong>ใหม่</strong></td>
<td width="95"><strong>ผลต่าง</strong></td>
<td width="76"><strong>เดิม</strong></td>
<td width="85"><strong>ใหม่</strong></td>
<td width="94"><strong>ผลต่าง</strong></td>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td width="141">น้ำมันเบนซิน</td>
<td width="85">9.60</td>
<td width="85">9.30</td>
<td width="95">(0.30)</td>
<td width="76">3.36</td>
<td width="85">3.26</td>
<td width="94">(0.1)</td>
</tr>
<tr>
<td width="141">น้ำมันแก๊สโซฮอล 95</td>
<td width="85">3.00</td>
<td width="85">2.70</td>
<td width="95">(0.30)</td>
<td width="76">60.78</td>
<td width="85">54.70</td>
<td width="94">(6.08)</td>
</tr>
<tr>
<td width="141">น้ำมันแก๊สโซฮอล 91</td>
<td width="85">3.00</td>
<td width="85">2.70</td>
<td width="95">(0.30)</td>
<td width="76">19.02</td>
<td width="85">17.12</td>
<td width="94">(1.9)</td>
</tr>
<tr>
<td width="141">น้ำมันแก๊สโซฮอล อี20</td>
<td width="85">1.90</td>
<td width="85">1.60</td>
<td width="95">(0.30)</td>
<td width="76">9.44</td>
<td width="85">7.95</td>
<td width="94">(1.49)</td>
</tr>
<tr>
<td width="141">น้ำมันแก๊สโซฮอล อี85</td>
<td width="85">3.60</td>
<td width="85">2.70</td>
<td width="95">(0.90)</td>
<td width="76">0.19</td>
<td width="85">0.14</td>
<td width="94">(0.05)</td>
</tr>
<tr>
<td width="141">น้ำมันดีเซลหมุนเร็วธรรมดา</td>
<td width="85">1.00</td>
<td width="85">1.00</td>
<td width="95">&#8211;</td>
<td width="76">60.22</td>
<td width="85">60.22</td>
<td width="94">&#8211;</td>
</tr>
<tr>
<td width="141">น้ำมันดีเซลหมุนเร็วธรรมดา พรีเมี่ยม</td>
<td width="85">2.50</td>
<td width="85">2.50</td>
<td width="95">&#8211;</td>
<td width="76">1.48</td>
<td width="85">148</td>
<td width="94">&#8211;</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p>นอกจากนี้ นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ขอยืนยันว่าการเดินหน้านโยบาย Quick Big Win ภายใต้ภารกิจ 4 เดือน จะสร้างผลลัพธ์ให้ชัดเจนในทุกมิติ ทั้งการลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน การบริหารจัดการราคาพลังงานอย่างโปร่งใส และการสร้างความมั่นคงทางพลังงานของประเทศอย่างยั่งยืน</p>
<p>สำหรับประมาณการฐานะกองทุนน้ำมันฯ ณ วันที่ 19 ตุลาคม 2568 ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยกองทุนน้ำมันฯ ติดลบอยู่ที่ 14,754 ล้านบาท แบ่งเป็น บัญชีน้ำมันบวกอยู่ที่ 26,910 ล้านบาท และบัญชี LPG ติดลบอยู่ที่ 41,664 ล้านบาท ส่วนการปรับลดอัตราเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันฯ ประเภทน้ำมันเบนซินในครั้งนี้ จะทำให้รายรับของน้ำมันเบนซินลดลงเหลือประมาณวันละ 83.17 ล้านบาท จากเดิมที่มีรายรับประมาณวันละ 92.79 ล้านบาท ขณะที่รายรับจากกลุ่มน้ำมันดีเซลยังคงไม่เปลี่ยนแปลง อยู่ที่ประมาณวันละ 61.70 ล้านบาทเท่าเดิม</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/quick-big-win/">“อรรถพล” เดินหน้านโยบาย Quick Big Win “ทำจริง-เห็นผลจริง” สั่งลดราคาดีเซลลง 50 สตางค์/ลิตร และเบนซินลง 30 สตางค์/ลิตร เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพประชาชน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ครม. เห็นชอบ 2 เรื่องเร่งด่วน เชื่อมโยงไฟฟ้า 4 ประเทศอาเซียน จับมือพันธมิตรลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/asean-power-grid/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 15 Oct 2025 03:28:27 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[ซื้อขายไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[โครงข่ายสายส่งไฟฟ้าอาเซียน]]></category>
		<category><![CDATA[ไฟฟ้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=41432</guid>

					<description><![CDATA[<p>คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบร่างถ้อยแถลงร่วมสำหรับโครงการบูรณาการด้านไฟฟ้าระหว่าง สปป.ลาว ไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์ ฉบับที่ 6 และแถลงการณ์ร่วมสำหรับการประชุมระดับรัฐมนตรีกลุ่มพันธมิตรเอเชียเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ (เอเซค) ครั้งที่ 3 ตามที่ “พลังงาน” เสนอ เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2568 นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า ถ้อยแถลงร่วมสำหรับโครงการบูรณาการด้านไฟฟ้าระหว่าง สปป.ลาว ไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์ ฉบับที่ 6 เป็นการแสดงเจตนารมณ์ร่วมกันของรัฐมนตรีพลังงานทั้ง&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/asean-power-grid/">ครม. เห็นชอบ 2 เรื่องเร่งด่วน เชื่อมโยงไฟฟ้า 4 ประเทศอาเซียน จับมือพันธมิตรลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบร่างถ้อยแถลงร่วมสำหรับโครงการบูรณาการ</strong><strong>ด้านไฟฟ้าระหว่าง สปป.ลาว ไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์ ฉบับที่ </strong><strong>6 และแถลงการณ์ร่วมสำหรับการประชุมระดับรัฐมนตรีกลุ่มพันธมิตรเอเชียเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ (เอเซค) ครั้งที่ 3 ตามที่ “พลังงาน” เสนอ</strong><span id="more-41432"></span></p>
<p><strong>เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2568 <span style="color: #6cb742;">นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์</span> รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า ถ้อยแถลงร่วมสำหรับโครงการบูรณาการด้านไฟฟ้าระหว่าง สปป.ลาว ไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์ ฉบับที่ 6</strong> เป็นการแสดงเจตนารมณ์ร่วมกันของรัฐมนตรีพลังงานทั้ง 4 ประเทศ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาการซื้อขายไฟฟ้าข้ามพรมแดนแบบพหุภาคีในภูมิภาคอาเซียน ถือเป็นรากฐานสำคัญของการเชื่อมโยงโครงข่ายสายส่งไฟฟ้าอาเซียน (ASEAN Power Grid: APG) สร้างความยืดหยุ่นของระบบโครงข่ายไฟฟ้า ช่วยเร่งการเปลี่ยนผ่านทางพลังงานของอาเซียนผ่านการลงทุนและส่งเสริมศักยภาพพลังงานหมุนเวียน โครงการระยะแรก สปป.ลาว ได้ขายไฟฟ้าไปยังสิงคโปร์ ผ่านสายส่งของไทยและมาเลเซีย ปริมาณสูงสุดที่ 100 เมกะวัตต์ และในระยะที่ 2 มาเลเซียจะขายไฟฟ้าเพิ่มเติมให้กับสิงคโปร์ ซึ่งจะเพิ่มปริมาณการซื้อขายไฟฟ้าเป็น 200 เมกะวัตต์ โครงการนี้เป็นประโยชน์ต่อประเทศไทยในการสร้างรายได้จากค่าธรรมเนียมการผ่านสายส่งไฟฟ้า (Wheeling Charge) และเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานไฟฟ้าในระยะยาว ทั้งนี้ การรับรองร่างถ้อยแถลงร่วมฯ มีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 16 ตุลาคม 2568 ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ สหพันธรัฐมาเลเซีย ในระหว่างการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านพลังงาน ครั้งที่ 43</p>
<p>ในส่วน<strong>ร่างแถลงการณ์ร่วมสำหรับการประชุมระดับรัฐมนตรีกลุ่มพันธมิตรเอเชียเพื่อการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ </strong>(Asia Zero Emission Community : AZEC) <strong>หรือ เอเซค ครั้งที่ </strong><strong>3</strong> เป็นการยืนยันความมุ่งมั่นร่วมกันของประเทศพันธมิตร 11 ประเทศ (ออสเตรเลีย บรูไน กัมพูชา  อินโดนีเซีย สปป. ลาว มาเลเซีย เมียนมา ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย และเวียดนาม) ในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศเพื่อบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน ภายใต้แนวคิด <strong>“เป้าหมายเดียว หลากหลายแนวทาง”</strong> โดยมุ่งเน้นการหารือเพื่อแสวงหาแนวทางการลดก๊าซเรือนกระจกในภาคส่วนที่ลดได้ยาก ผ่านการพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานสะอาด รวมถึงสนับสนุนการพัฒนาตลาดคาร์บอนและการติดตามการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดห่วงโซ่อุปทาน และเป็นประโยชน์ต่อประเทศไทยในการเข้าถึงนวัตกรรมด้านการเงินสีเขียวและกลไกความช่วยเหลือด้านการเงินและความเชี่ยวชาญจากประเทศญี่ปุ่นและประเทศพันธมิตรเอเซค</p>
<p><strong>“ทั้ง 2 กิจกรรมที่จะเกิดขึ้นนี้ แสดงให้เห็นว่า ประเทศไทย โดยกระทรวงพลังงาน ให้ความสำคัญทั้งด้านความมั่นคงทางพลังงาน การสร้างรายได้ให้กับประเทศ รวมทั้งการใส่ใจสิ่งแวดล้อมผ่านเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ นับว่าเป็นเรื่องที่ดีที่นานาประเทศในภูมิภาคให้ความสำคัญและมีเป้าหมายที่จะดำเนินการร่วมกัน ซึ่งผลประโยชน์ที่เกิดขึ้น นอกจากประเทศไทยจะได้รับนวัตกรรมและรายได้จากทั้ง 2 กิจกรรมแล้ว ยังเป็นการสร้างพันธมิตรอันดีระหว่างประเทศในภูมิภาคอีกด้วย” นายอรรถพล กล่าว</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/asean-power-grid/">ครม. เห็นชอบ 2 เรื่องเร่งด่วน เชื่อมโยงไฟฟ้า 4 ประเทศอาเซียน จับมือพันธมิตรลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>”อรรถพล” เร่งเครื่อง “Quick Big Win” เต็มสูบ มุ่งลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานให้ประชาชน กระตุ้นเศรษฐกิจ ลดการปล่อยคาร์บอนฯ</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/energy-quick-big-win/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 08 Oct 2025 07:59:59 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[Quick Big Win]]></category>
		<category><![CDATA[กระตุ้นเศรษฐกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์]]></category>
		<category><![CDATA[ลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์]]></category>
		<category><![CDATA[โซลาร์เซลล์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=41321</guid>

					<description><![CDATA[<p>”อรรถพล” เร่งเครื่อง “Quick Big Win” เต็มสูบ มุ่งลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานให้ประชาชนเป็นลำดับแรก หวังกระตุ้นเศรษฐกิจกว่า 700,000 ล้านบาท เกิดการจ้างงาน 16,000 อัตรา ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์กว่า 10 ล้านตันต่อปี “อรรถพล” แถลงนโยบายพลังงาน เร่งเครื่อง “Quick Big Win” เต็มกำลัง วางกรอบเป้าหมายชัด ลดค่าใช้จ่ายพลังงานให้ประชาชน สร้างความมั่นคงพลังงานผ่านการเร่งจัดทำแผน PDP ฉบับใหม่ ผลักดันเศรษฐกิจตั้งแต่ระดับรากหญ้ายันภาคอุตสาหกรรม ติดตั้งโซลาร์เซลล์ได้ลดหย่อนภาษี&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/energy-quick-big-win/">”อรรถพล” เร่งเครื่อง “Quick Big Win” เต็มสูบ มุ่งลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานให้ประชาชน กระตุ้นเศรษฐกิจ ลดการปล่อยคาร์บอนฯ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><em>”อรรถพล” เร่งเครื่อง “Quick Big Win” เต็มสูบ มุ่งลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานให้ประชาชนเป็นลำดับแรก หวังกระตุ้นเศรษฐกิจกว่า 700,000 ล้านบาท เกิดการจ้างงาน 16,000 อัตรา ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์กว่า 10 ล้านตันต่อปี</em></p>
<p><strong>“อรรถพล” แถลงนโยบายพลังงาน เร่งเครื่อง “</strong><strong>Quick Big Win” เต็มกำลัง วางกรอบเป้าหมายชัด ลดค่าใช้จ่ายพลังงานให้ประชาชน สร้างความมั่นคงพลังงานผ่านการเร่งจัดทำแผน PDP ฉบับใหม่ ผลักดันเศรษฐกิจตั้งแต่ระดับรากหญ้ายันภาคอุตสาหกรรม ติดตั้งโซลาร์เซลล์ได้ลดหย่อนภาษี เดินหน้าให้ไทยก้าวสู่สังคมคาร์บอนต่ำ</strong></p>
<p><span id="more-41321"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41323" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/energy-quick-big-win-02.jpg" alt="นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/energy-quick-big-win-02.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/energy-quick-big-win-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/energy-quick-big-win-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/energy-quick-big-win-02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>(วันที่ 8 ตุลาคม 2568) <strong><span style="color: #6cb742;">นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์</span> รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน</strong> พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูง เปิดกระทรวงพลังงานแถลงนโยบายสำคัญที่ต้องเร่งผลักดันให้สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล ทั้งด้านเศรษฐกิจ   การส่งเสริมการลงทุน การผลักดันสังคมคาร์บอนต่ำ และการส่งเสริมบทบาทภาคเอกชนในการลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ซึ่งในส่วนของกระทรวงพลังงาน ได้ผลักดันโครงการ “Quick Big Win” ด้านพลังงาน</p>
<p><strong>การสร้างรายได้ ลดรายจ่ายด้านพลังงานภาคประชาชน</strong> นำโดยโครงการโซลาร์ภาคประชาชน เร่งขับเคลื่อน “<strong>โครงการโซลาร์สูบน้ำเพื่อการเกษตร</strong>” กว่า 1,200 ระบบ ครอบคลุมพื้นที่กว่า 7 แสนไร่ทั่วประเทศ คาดว่าจะเกิดเม็ดเงินผ่านการลงทุนกว่า 12,500 ล้านบาท ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนได้ 87.5 เมกะวัตต์ และสามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ 0.6 ล้านตันต่อปี “<strong>โครงการโซลาร์ฟาร์มชุมชน</strong>” เป้าหมายกำลังการผลิต 1,500 เมกะวัตต์ คาดว่าจะสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการลงทุนได้กว่า 30,000 ล้านบาท เกิดการจ้างงานกว่า 1,600 ตำแหน่ง และยังสามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 0.8 ล้านตันต่อปี โดยจะสามารถประกาศรับซื้อไฟฟ้าได้ภายในเดือนพฤศจิกายนที่จะถึงนี้ ส่วนเป้าหมาย “<strong>การลดหย่อนภาษีสำหรับผู้ติดตั้งโซลาร์เซลล์”</strong> คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วม 90,000 ครัวเรือน กระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการลงทุน ได้กว่า 20,250 ล้านบาท ลดการใช้ไฟฟ้าได้ 585 ล้านหน่วยต่อปี และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ 2.8 แสนตันต่อปี นอกจากนั้น ยังมีการเร่งอนุมัติ “<strong>การผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์ลอยน้ำใน 3 เขื่อนหลัก</strong><strong>ของ กฟผ.”</strong> (เขื่อนภูมิพล เขื่อนวชิราลงกรณ และเขื่อนศรีนครินทร์) ซึ่งมีต้นทุนต่ำ กำลังการผลิตรวม 1,638 เมกะวัตต์เกิดการลงทุนกว่า 53,000 ล้านบาท และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้กว่า 0.8 ล้านตันต่อปี</p>
<p><strong>การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบพลังงานรองรับภาคอุตสาหกรรม</strong> ได้เร่งดำเนินการ “<strong>โครงการสัญญาซื้อขายไฟฟ้าสะอาดตรง”</strong> หรือ Direct PPA 2,000 เมกะวัตต์ คาดว่าจะเสนอ กบง. ได้ภายในเดือนพฤศจิกายน 2568 เกิดเม็ดเงินลงทุนกระตุ้นเศรษฐกิจกว่า 65,000 ล้านบาท ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ รองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต นอกจากนั้น ยังมี “<strong>การพัฒนาระบบไฟฟ้ารองรับอุตสาหกรรมเขตภาคตะวันออก (EEC)”</strong> คาดว่าจะมีความต้องการใช้ไฟฟ้ากว่า 800 เมกะวัตต์ รองรับธุรกิจ Data Center 16 ราย รวมทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในภาคอุตสาหกรรมผ่านการปรับเปลี่ยนเครื่องจักร วัสดุอุปกรณ์เพื่อการอนุรักษ์ผ่านกลไกกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน</p>
<p><strong>การสร้างความยั่งยืนระยะยาวรองรับ</strong><strong> Net Zero 2050 </strong>ผ่านโครงการต่างๆ ข้างต้น รวมทั้งการเร่งจัดทำแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้า หรือ แผน PDP ที่จะมีการทบทวนรายละเอียดให้การผลิตไฟฟ้าตอบโจทย์กับเป้าหมาย Net Zero 2050 ผ่านการเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดในการผลิตไฟฟ้าให้มากขึ้น นอกจากนั้น ยังมีการเริ่มโครงการพัฒนาการดักจับและกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CCS) โดยคาดว่าจะสามารถเริ่มกักเก็บก๊าซคาร์บอนฯ ได้ภายในปี 2577 และระหว่างปี 2577 ถึงปี 2607 (30 ปี) จะสามารถกักเก็บก๊าซคาร์บอนฯ ได้ 6.4 ล้านตันต่อปี</p>

<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/energy-quick-big-win-03.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="300" height="200" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/energy-quick-big-win-03-300x200.jpg" class="attachment-medium size-medium" alt="”อรรถพล” เร่งเครื่อง “Quick Big Win” เต็มสูบ มุ่งลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานให้ประชาชน กระตุ้นเศรษฐกิจ ลดการปล่อยคาร์บอนฯ" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/energy-quick-big-win-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/energy-quick-big-win-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/energy-quick-big-win-03-500x333.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/energy-quick-big-win-03.jpg 740w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/energy-quick-big-win-04.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="300" height="200" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/energy-quick-big-win-04-300x200.jpg" class="attachment-medium size-medium" alt="”อรรถพล” เร่งเครื่อง “Quick Big Win” เต็มสูบ มุ่งลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานให้ประชาชน กระตุ้นเศรษฐกิจ ลดการปล่อยคาร์บอนฯ" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/energy-quick-big-win-04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/energy-quick-big-win-04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/energy-quick-big-win-04-500x333.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/energy-quick-big-win-04.jpg 740w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/energy-quick-big-win-05.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="300" height="200" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/energy-quick-big-win-05-300x200.jpg" class="attachment-medium size-medium" alt="”อรรถพล” เร่งเครื่อง “Quick Big Win” เต็มสูบ มุ่งลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานให้ประชาชน กระตุ้นเศรษฐกิจ ลดการปล่อยคาร์บอนฯ" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/energy-quick-big-win-05-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/energy-quick-big-win-05-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/energy-quick-big-win-05-500x333.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/energy-quick-big-win-05.jpg 740w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></a>

<p>“ต้องขอขอบคุณสื่อมวลชนและประชาชนทุกท่านที่ให้ความสนใจ โดยเฉพาะเรื่องของพลังงาน ซึ่งเป็นเรื่องใกล้ตัวและส่งผลต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน ผมในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานได้วางกรอบการทำงาน “Quick Big Win” ไว้อย่างชัดเจน เนื่องจากมีระยะเวลาในการทำงานที่ค่อนข้างจำกัด เป้าหมายความสำเร็จจึงต้องมีความชัดเจน โดยในด้านการลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานให้ประชาชน ผมให้ความสำคัญเป็นลำดับแรกๆ ซึ่งกระทรวงพลังงานก็เพิ่งได้มีการตรึงค่าก๊าซหุงต้มและลดราคาน้ำมันไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้วในอนาคตก็จะมีเป้าหมายในการลดค่าไฟ ซึ่งต้องหารือกับหลายหน่วยงาน ส่วนการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ แผนงานที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น ทั้งโครงการโซลาร์รูปแบบต่างๆ จะช่วยสร้างความมั่นคงด้านพลังงานให้กับประเทศ ประชาชนสามารถพึ่งพาตนเองได้ กฟผ. ก็สามารถผลิตไฟฟ้าได้ในราคาต้นทุนที่ถูกลง การส่งเสริมความแข็งแกร่งด้านการผลิตในพื้นที่เศรษฐกิจ EEC รวมทั้งยังให้ความสำคัญกับการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม จากทุกโครงการที่นำเสนอข้างต้น สามารถช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ เกิดมูลค่าการลงทุนสูงถึง 700,000 ล้านบาท เกิดการจ้างงานกว่า 16,000 ตำแหน่ง และช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้กว่า 10 ล้านตันต่อปี” <strong>นายอรรถพล</strong> กล่าว</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/energy-quick-big-win/">”อรรถพล” เร่งเครื่อง “Quick Big Win” เต็มสูบ มุ่งลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานให้ประชาชน กระตุ้นเศรษฐกิจ ลดการปล่อยคาร์บอนฯ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
