<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Green Network</title>
	<atom:link href="https://www.greennetworkthailand.com/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Wed, 16 Sep 2026 06:33:52 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.0.4</generator>

<image>
	<url>https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/green-network-50x50.png</url>
	<title>Green Network</title>
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>เชฟรอนจัดแสดงนิทรรศการในงาน Gastech 2026 พร้อมต้อนรับคณะผู้บริหารจากกระทรวงพลังงาน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/chevron-gastech-2026/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 16 Sep 2026 06:33:52 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Gastech 2026]]></category>
		<category><![CDATA[LNG]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซธรรมชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[เชฟรอน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=46169</guid>

					<description><![CDATA[<p>เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พร้อมด้วย ดร. ประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน และคณะผู้บริหารจากกระทรวงพลังงาน ให้เกียรติเยี่ยมชมนิทรรศการของเชฟรอนในงาน Gastech 2026 โดยมีผู้บริหารของเชฟรอนให้การต้อนรับ นำโดย ฮาเวียร์ ลา โรซ่า ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มแหล่งผลิตพื้นฐานและประเทศตลาดเกิดใหม่ (Base Assets and Emerging Countries) และ ชาทิตย์ ห้วยหงษ์ทอง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/chevron-gastech-2026/">เชฟรอนจัดแสดงนิทรรศการในงาน Gastech 2026 พร้อมต้อนรับคณะผู้บริหารจากกระทรวงพลังงาน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พร้อมด้วย ดร. ประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน และคณะผู้บริหารจากกระทรวงพลังงาน ให้เกียรติเยี่ยมชมนิทรรศการของเชฟรอนในงาน Gastech 2026 โดยมีผู้บริหารของเชฟรอนให้การต้อนรับ นำโดย ฮาเวียร์ ลา โรซ่า ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มแหล่งผลิตพื้นฐานและประเทศตลาดเกิดใหม่ (Base Assets and Emerging Countries) และ ชาทิตย์ ห้วยหงษ์ทอง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด</strong></p>
<p><span id="more-46169"></span></p>
<p>งาน Gastech ถือเป็นเวทีสำคัญที่รวบรวมผู้แทนจากภาคพลังงานทั่วโลก เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองและสร้างความร่วมมือ การเข้าร่วมงานของเชฟรอนสะท้อนบทบาทของก๊าซธรรมชาติและก๊าซธรรมชาติเหลว (Liquefied Natural Gas: LNG) ในการสนับสนุนความมั่นคงทางพลังงาน โดยพอร์ตโฟลิโอก๊าซธรรมชาติและ LNG ของเชฟรอนทั่วโลกครอบคลุมขีดความสามารถด้านการผลิต การขนส่ง และการจัดหาพลังงาน ซึ่งช่วยให้บริษัทสามารถตอบสนองต่อสภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลงได้</p>
<p>ตลอดกว่า 6 ทศวรรษที่ผ่านมา เชฟรอนได้มีส่วนสนับสนุนความมั่นคงทางพลังงานและการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทย โดยในการเยี่ยมชมครั้งนี้ คณะผู้บริหารกระทรวงพลังงานได้แลกเปลี่ยนมุมมองกับผู้บริหารเชฟรอนเกี่ยวกับอนาคตพลังงานของประเทศไทยและการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานอีกด้วย</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/chevron-gastech-2026/">เชฟรอนจัดแสดงนิทรรศการในงาน Gastech 2026 พร้อมต้อนรับคณะผู้บริหารจากกระทรวงพลังงาน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>บ้านปู เน็กซ์ หนุนผู้ผลิตไทยลดคาร์บอน ด้วยบริการที่ปรึกษา Net Zero</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/banpu-next-net-zero-consultation/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 16 Sep 2026 03:30:37 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<category><![CDATA[บริการที่ปรึกษา Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านปู เน็กซ์]]></category>
		<category><![CDATA[ลดคาร์บอน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=46164</guid>

					<description><![CDATA[<p>บ้านปู เน็กซ์ ผู้ให้บริการ Net Zero Solutions ชั้นนำในเอเชียแปซิฟิก เดินหน้าขยายบริการที่ปรึกษาด้าน Net Zero (Net Zero Consultation) ส่งเสริมกลุ่มอุตสาหกรรมการผลิตและส่งออกของประเทศไทยให้สามารถจัดการคาร์บอนฟุตพริ้นท์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และรับมือกฎระเบียบด้านความยั่งยืนและข้อบังคับจากคู่ค้าระดับสากลที่เข้มข้นขึ้น พร้อมนำเสนอโซลูชันลดการปล่อยคาร์บอนครบวงจร เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการไทยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และเติบโตได้อย่างยั่งยืนในตลาดโลก ปัจจุบันผู้ผลิตและส่งออกไทยกำลังเผชิญแรงกดดันจากกฎระเบียบหลายด้าน ทั้งมาตรการเก็บภาษีคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดนของสหภาพยุโรป* (Carbon Border Adjustment Mechanism: CBAM)1 และภาษีคาร์บอน2 (Carbon Tax) ในหลายประเทศ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการผลิต&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/banpu-next-net-zero-consultation/">บ้านปู เน็กซ์ หนุนผู้ผลิตไทยลดคาร์บอน ด้วยบริการที่ปรึกษา Net Zero</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บ้านปู เน็กซ์ ผู้ให้บริการ Net Zero Solutions ชั้นนำในเอเชียแปซิฟิก เดินหน้าขยายบริการที่ปรึกษาด้าน Net Zero (Net Zero Consultation) ส่งเสริมกลุ่มอุตสาหกรรมการผลิตและส่งออกของประเทศไทยให้สามารถจัดการคาร์บอนฟุตพริ้นท์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และรับมือกฎระเบียบด้านความยั่งยืนและข้อบังคับจากคู่ค้าระดับสากลที่เข้มข้นขึ้น พร้อมนำเสนอโซลูชันลดการปล่อยคาร์บอนครบวงจร เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการไทยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และเติบโตได้อย่างยั่งยืนในตลาดโลก</strong></p>
<p><span id="more-46164"></span></p>
<p>ปัจจุบันผู้ผลิตและส่งออกไทยกำลังเผชิญแรงกดดันจากกฎระเบียบหลายด้าน ทั้งมาตรการเก็บภาษีคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดนของสหภาพยุโรป* (Carbon Border Adjustment Mechanism: CBAM)<sup>1</sup> และภาษีคาร์บอน<sup>2</sup> (Carbon Tax) ในหลายประเทศ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการผลิต</p>
<p>นอกจากนี้ ยังมีกฎระเบียบการออกแบบผลิตภัณฑ์เพื่อความยั่งยืนของสหภาพยุโรป<sup>3</sup> (ESPR) ที่กำหนดให้สินค้าใน EU ต้องจัดทำ Digital Product Passport (DPP) เพื่อเผยแพร่ข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมตลอดวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ รวมไปถึงนโยบายของคู่ค้าสากล ที่ให้ผู้ผลิตและส่งออกต้องเปิดเผยข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดห่วงโซ่อุปทาน โดยการลดคาร์บอนเป็นปัจจัยสำคัญที่สร้างโอกาสทางการค้าในตลาดส่งออก ขณะที่ในประเทศไทยก็มีนโยบายจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่ส่งเสริมให้บริษัทจดทะเบียนเปิดเผยข้อมูล ESG<sup>4</sup> ตามมาตรฐานรายงานความยั่งยืนสากล และเข้ารับการประเมินหุ้นยั่งยืน (SET ESG Ratings) เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนเลือกลงทุนในบริษัทที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม รับผิดชอบต่อสังคม และบริหารงานตามหลักบรรษัทภิบาล</p>
<p>เพื่อสนับสนุนให้ทุกอุตสาหกรรม โดยเฉพาะภาคการผลิตเพื่อส่งออกพร้อมสำหรับความท้าทายดังกล่าว บ้านปู เน็กซ์ นำเสนอบริการที่ปรึกษาด้าน Net Zero แบบครบวงจร ครอบคลุมตั้งแต่การประเมินและจัดทำรายงานคาร์บอนฟุตพริ้นท์องค์กร (Carbon Footprint for Organization: CFO) และคาร์บอนฟุตพริ้นท์ผลิตภัณฑ์ (Carbon Footprint for Product: CFP) ครอบคลุม Scope 1-3 บริการขึ้นทะเบียนคาร์บอนเครดิต การติดตามและบริหารจัดการคาร์บอนผ่านดิจิทัลแพลตฟอร์ม การเสนอแนวทางลดการปล่อยคาร์บอน ไปจนถึงการจัดทำรายงานความยั่งยืนตามกรอบมาตรฐานสากล รวมถึงการวางแผนองค์กรสู่เป้าหมาย Net Zero ซึ่งแนวทางจัดการเหล่านี้ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถลดต้นทุนจากมาตรการภาษีคาร์บอนได้ในระยะยาว เสริมความน่าเชื่อถือกับคู่ค้าต่างประเทศ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-46166 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/Mr.-Smittipon-Srethapramote_Banpu-NEXT-CEO.jpg" alt="สมิทธิพร เศรษฐปราโมทย์" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/Mr.-Smittipon-Srethapramote_Banpu-NEXT-CEO.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/Mr.-Smittipon-Srethapramote_Banpu-NEXT-CEO-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/Mr.-Smittipon-Srethapramote_Banpu-NEXT-CEO-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/Mr.-Smittipon-Srethapramote_Banpu-NEXT-CEO-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>สมิทธิพร เศรษฐปราโมทย์</strong></span> <strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู เน็กซ์ จำกัด</strong> กล่าวว่า กฎระเบียบด้านคาร์บอนและมาตรฐานความยั่งยืนระดับสากลกำลังเปลี่ยนทิศทางการดำเนินธุรกิจของภาคการผลิตเพื่อส่งออกและอีกหลายอุตสาหกรรมทั่วโลก สะท้อนผ่านการปรับตัวของภาคส่วนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสถาบันการศึกษาที่มุ่งสู่การรับรอง UI Green Metric<sup>5</sup> กลุ่มอสังหาริมทรัพย์และอาคารพาณิชย์ที่ต้องการมาตรฐาน LEED<sup>6</sup> หรือ TREES<sup>7</sup> กลุ่มนิคมอุตสาหกรรมที่พัฒนาสู่เมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ<sup>8</sup> (Eco Industrial Town) ตามแนวทางของกรมโรงงานอุตสาหกรรม ทั้งหมดนี้ต้องอาศัยโซลูชันการจัดการคาร์บอนและความยั่งยืนอย่างเป็นระบบ บ้านปู เน็กซ์ ในฐานะพันธมิตรระยะยาวด้าน Net Zero มุ่งสนับสนุนทุกธุรกิจและอุตสาหกรรมไทย ด้วยความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ด้านเทคโนโลยีพลังงานสะอาด และการวางกลยุทธ์ Net Zero เราพร้อมส่งมอบโซลูชันครบวงจรที่ช่วยลดการปล่อยคาร์บอนในทุก Scope ลดต้นทุนระยะยาว และเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการเติบโตในตลาดโลกได้อย่างแข็งแกร่ง</p>
<p>ปัจจุบัน <strong>บ้านปู เน็กซ์</strong> ได้ให้บริการที่ปรึกษาด้าน Net Zero แก่ลูกค้าหลากหลายอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง อาทิ กลุ่มอุตสาหกรรมการผลิตและส่งออก สถาบันการศึกษา และธุรกิจบริการภาคพื้นท่าอากาศยาน สะท้อนถึงศักยภาพของบริษัทในการออกแบบโซลูชันที่เหมาะสมและตอบโจทย์ทุกความต้องการของแต่ละธุรกิจ พร้อมเป็นกำลังสำคัญในการผลักดันอุตสาหกรรมไทยสู่คาร์บอนต่ำ</p>
<p>หมายเหตุ<br />
*มาตรการเก็บภาษีคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดนของสหภาพยุโรป (Carbon Border Adjustment Mechanism: CBAM) คือการกำหนดให้ผู้นำเข้าสินค้าที่ปล่อยคาร์บอนสูงเข้าสู่สหภาพยุุโรป (EU) รับภาระต้นทุนคาร์บอนเทียบเท่าสินค้าที่ผลิตใน EU เพื่อป้องกันการรั่วไหลของคาร์บอน (Carbon Leakage) ซึ่งเกิดจากการย้ายฐานการผลิตสินค้าที่ปล่อยคาร์บอนสูงไปยังประเทศที่มีกฎหมายการปล่อยก๊าซฯ ไม่เข้มงวด แล้วจึงนำสินค้ากลับเข้ามาขายใน EU ขณะเดียวกันก็เป็นการกระตุ้นประเทศคู่ค้าให้ปรับกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม</p>
<hr />
<p>อ้างอิง</p>
<p>1 กรมศุลกากร: <a href="https://www.customs.go.th/cont_strc_simple_with_date.php?current_id=14232b32404e505f4c464a4e464b4b" target="_blank" rel="noopener">คู่มือเตรียมความพร้อมให้ผู้ประกอบการต่อการบังคบใช้มาตรการ EU CBAM</a> และ สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์: <a href="https://mocplan.ops.moc.go.th/th/content/category/detail/id/5360/iid/105849" target="_blank" rel="noopener">มาตรการว่าด้วยการเก็บภาษีคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน (Carbon Border Adjustment Mechanism: CBAM)</a></p>
<p>2 สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย: <a href="https://fti.or.th/Articles/details?id=51" target="_blank" rel="noopener">รู้จักภาษีคาร์บอน (Carbon TAX)</a></p>
<p>3 สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงบรัสเซลส์: <a href="https://brussels.thaiembassy.org/th/content/%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87-digital-product-passport-dpp-%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%83%E0%B8%95%E0%B9%89-es?cate=69834ed4d432552c5b215f13">Digital Product Passport (DPP) ภายใต้ ESPR และผลกระทบต่อภาคธุรกิจ</a></p>
<p>4 SET Sustainability: <a href="https://setsustainability.com/page/disclosure" target="_blank" rel="noopener">การเปิดเผยข้อมูลและรายงานด้านความยั่งยืน Sustainability Disclosure and Reporting</a></p>
<p>5 UI Green Metric: <a href="https://uigreenmetric.com/about/who-we-are" target="_blank" rel="noopener">The Global Benchmark for Institutional Sustainability and Environmental Leadership</a></p>
<p>6 U.S. Green Building Council: <a href="https://www.usgbc.org/leed" target="_blank" rel="noopener">LEED Rating System</a></p>
<p>7 Thai Green Building Institute: <a href="https://tgbi.or.th/about/" target="_blank" rel="noopener">สถาบันอาคารเขียวไทย</a></p>
<p>8 การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย: <a href="https://eco.ieat.go.th/th/eco-development-concept" target="_blank" rel="noopener">แนวคิดการพัฒนาของเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ</a></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/banpu-next-net-zero-consultation/">บ้านปู เน็กซ์ หนุนผู้ผลิตไทยลดคาร์บอน ด้วยบริการที่ปรึกษา Net Zero</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ยูโอบี ประเทศไทย รับรางวัล Best Sustainable Bank 2026 จาก FinanceAsia</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/uob-best-sustainable-bank/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 15 Sep 2026 07:17:53 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Best Sustainable Bank 2026]]></category>
		<category><![CDATA[FinanceAsia Awards 2026]]></category>
		<category><![CDATA[UOB]]></category>
		<category><![CDATA[ยูโอบี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=46159</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ, 15 กันยายน 2569 &#8211; ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย ได้รับรางวัล Best Sustainable Bank (International) 2026 จากเวที FinanceAsia Awards 2026 สะท้อนความโดดเด่นในการสนับสนุนภาคธุรกิจและผู้บริโภคให้สามารถก้าวผ่านการเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืน ด้วยโซลูชันทางการเงินเพื่อความยั่งยืน การเสริมสร้างศักยภาพให้แก่ลูกค้า และแนวทางการดำเนินธุรกิจธนาคารอย่างมีความรับผิดชอบ ในปี 2568 ยูโอบี ประเทศไทย มียอดสินเชื่อเพื่อความยั่งยืนสะสมรวมกว่า 74.6 พันล้านบาท ขณะที่ร้อยละ 48.6&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/uob-best-sustainable-bank/">ยูโอบี ประเทศไทย รับรางวัล Best Sustainable Bank 2026 จาก FinanceAsia</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ, 15 กันยายน 2569 &#8211; <strong>ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย ได้รับรางวัล Best Sustainable Bank (International) 2026 จากเวที FinanceAsia Awards 2026 สะท้อนความโดดเด่นในการสนับสนุนภาคธุรกิจและผู้บริโภคให้สามารถก้าวผ่านการเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืน ด้วยโซลูชันทางการเงินเพื่อความยั่งยืน การเสริมสร้างศักยภาพให้แก่ลูกค้า และแนวทางการดำเนินธุรกิจธนาคารอย่างมีความรับผิดชอบ</strong></p>
<p><span id="more-46159"></span></p>
<p>ในปี 2568 ยูโอบี ประเทศไทย มียอดสินเชื่อเพื่อความยั่งยืนสะสมรวมกว่า 74.6 พันล้านบาท ขณะที่ร้อยละ 48.6 ของสินเชื่อธุรกิจใหม่ที่ได้รับอนุมัติ เป็นสินเชื่อสีเขียว (Green Financing) หรือสินเชื่อที่เชื่อมโยงกับเป้าหมายด้านความยั่งยืน (Sustainability-linked Financing) สะท้อนให้เห็นว่าปัจจัยด้านความยั่งยืนได้กลายเป็นส่วนสำคัญของการตัดสินใจด้านการเงินในภาคธุรกิจมากขึ้น</p>
<p>รางวัลดังกล่าวตอกย้ำความมุ่งมั่นของยูโอบี ประเทศไทย ในการช่วยให้ลูกค้าเปลี่ยนเป้าหมายด้านความยั่งยืนให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม ผ่านการสนับสนุนการปรับเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจ การเสริมสร้างความสามารถในการรับมือกับความท้าทาย และการส่งเสริมการเติบโตอย่างยั่งยืนในทุกภาคส่วนของเศรษฐกิจ</p>
<p>FinanceAsia ระบุว่า รางวัลนี้มอบให้แก่ยูโอบี ประเทศไทย เพื่อยกย่องบทบาทในการผลักดันการเงินเพื่อความยั่งยืน ตลอดจนการสนับสนุนลูกค้าบนเส้นทางสู่ความยั่งยืนผ่านนวัตกรรมทางการเงินและความร่วมมือกับพันธมิตรในระบบนิเวศทางธุรกิจ</p>
<p>นายริชาร์ด มาโลนี่ย์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย กล่าวว่า “วันนี้ ความยั่งยืนไม่ใช่เพียงเป้าหมายระยะยาว แต่เป็นโจทย์ทางธุรกิจที่มีผลต่อการเข้าถึงเงินทุน ต้นทุนการดำเนินงาน ห่วงโซ่อุปทาน และความสามารถในการแข่งขันขององค์กร บทบาทของเราคือการช่วยให้ลูกค้าสามารถเปลี่ยนผ่านได้อย่างเป็นรูปธรรมและสอดคล้องกับความเป็นจริงทางธุรกิจ ผ่านโซลูชันทางการเงิน ความเชี่ยวชาญในแต่ละอุตสาหกรรม และเครือข่ายพันธมิตรที่เหมาะสม รางวัลนี้สะท้อนความคืบหน้าที่เกิดจากการลงมือทำร่วมกันของลูกค้าและธนาคาร พร้อมยืนยันความมุ่งมั่นของเราในการสนับสนุนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนในระยะยาว”</p>
<h3>ขับเคลื่อนความยั่งยืนควบคู่การเติบโตของธุรกิจ</h3>
<p>ยูโอบี ประเทศไทย สนับสนุนให้ภาคธุรกิจผสานแนวคิดด้านความยั่งยืนเข้ากับกลยุทธ์การเติบโต ผ่านกรอบการเงินเพื่อความยั่งยืนและโซลูชันที่ออกแบบให้สอดคล้องกับความต้องการเฉพาะของแต่ละอุตสาหกรรม เพื่อสนับสนุนการลงทุนด้านพลังงานหมุนเวียน โครงสร้างพื้นฐานที่ยั่งยืน และการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก</p>
<p>ในปี 2568 ธนาคารมีบทบาทในการสนับสนุนธุรกรรมสำคัญหลายรายการ อาทิ การสนับสนุนทางการเงินแก่ Levanta Renewables สำหรับการเข้าซื้อโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ 34 โครงการทั่วประเทศไทย ซึ่งมีกำลังการผลิตรวม 230 เมกะวัตต์ และการสนับสนุนการพัฒนาโครงการศูนย์ข้อมูล (Data Center) ที่ยั่งยืนขนาด 25.6 เมกะวัตต์ของ GSA Data Center ในจังหวัดสมุทรปราการ</p>
<h3>เสริมศักยภาพ SMEs เพื่อการเปลี่ยนผ่านด้านความยั่งยืน</h3>
<p>ยูโอบี ประเทศไทย ตระหนักถึงบทบาทสำคัญของธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ซึ่งเป็นกลไกหลักของเศรษฐกิจไทย จึงได้พัฒนาโครงการต่างๆ เพื่อสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนของ SME อาทิ Sustainability Innovation Programme, UOB Sustainability Compass, Womenpreneur Programme และ AI Ready Programme</p>
<p>โครงการเหล่านี้มุ่งช่วยให้ SME เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เสริมสร้างความพร้อมในการรับมือกับความเปลี่ยนแปลง และเปิดโอกาสสู่การเติบโตในอนาคต ปัจจุบันมี SME มากกว่า 600 ราย เข้าร่วมโครงการ Sustainability Innovation Programme และกว่า 1,800 ราย ใช้งาน UOB Sustainability Compass เพื่อพัฒนาแนวทางด้านความยั่งยืนของธุรกิจ</p>
<h3>ส่งเสริมทางเลือกที่ยั่งยืนสำหรับผู้บริโภค</h3>
<p>นอกจากการสนับสนุนภาคธุรกิจแล้ว ยูโอบี ประเทศไทย ยังนำเสนอโซลูชันทางการเงินและการลงทุนที่ช่วยให้ลูกค้าบุคคลสามารถมีส่วนร่วมในการเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืนได้เช่นกัน</p>
<p>ในปี 2568 ยอดขายผลิตภัณฑ์การลงทุนที่มุ่งเน้นปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) มีมูลค่ามากกว่า 2.4 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่าเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า นอกจากนี้ ธนาคารยังให้บริการสินเชื่อเพื่อสนับสนุนการอยู่อาศัยอย่างประหยัดพลังงาน ไม่ว่าจะเป็นการติดตั้งโซลาร์รูฟ ระบบชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV Charger) และการปรับปรุงที่อยู่อาศัยเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน</p>
<p>ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย ได้รับรางวัล Best Sustainable Bank (International) 2026 จากเวที FinanceAsia Awards 2026<br />
สะท้อนความโดดเด่นในการสนับสนุนภาคธุรกิจและผู้บริโภค</p>
<figure id="attachment_46161" aria-describedby="caption-attachment-46161" style="width: 720px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" class="size-full wp-image-46161" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/uob-best-sustainable-bank-02.jpg" alt="ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย ได้รับรางวัล Best Sustainable Bank (International) 2026" width="720" height="480" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/uob-best-sustainable-bank-02.jpg 720w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/uob-best-sustainable-bank-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/uob-best-sustainable-bank-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/uob-best-sustainable-bank-02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 720px) 100vw, 720px" /><figcaption id="caption-attachment-46161" class="wp-caption-text">ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย ได้รับรางวัล Best Sustainable Bank (International) 2026 จากเวที FinanceAsia Awards 2026<br />สะท้อนความโดดเด่นในการสนับสนุนภาคธุรกิจและผู้บริโภค</figcaption></figure>
<p><strong>FinanceAsia</strong> กล่าวว่า “ยูโอบีแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอย่างโดดเด่นด้านการเงินเพื่อความยั่งยืนในประเทศไทยตลอดปี 2568 โดยสามารถสร้างผลงานได้เหนือกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ ขณะที่สัดส่วนการอนุมัติสินเชื่อเพื่อความยั่งยืนใหม่อยู่ที่ร้อยละ 48.6 นอกจากนี้ ยูโอบียังสนับสนุนผู้ประกอบการ SME ผ่านโครงการด้านความยั่งยืน การส่งเสริมผู้ประกอบการสตรี และการเตรียมความพร้อมด้าน AI พร้อมขยายโซลูชันด้านการลงทุนอย่างยั่งยืนและสินเชื่อสีเขียวอย่างต่อเนื่อง”</p>
<hr />
<p>ภาพที่ 1 : (จากขวา) นายริชาร์ด มาโลนี่ย์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ และนายเชา วง ยวน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายความยั่งยืน ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย รับรางวัล Best Sustainable Bank 2026 จาก FinanceAsia</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/uob-best-sustainable-bank/">ยูโอบี ประเทศไทย รับรางวัล Best Sustainable Bank 2026 จาก FinanceAsia</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>GCNT Expo 2026 สรุป “Thailand Shift” จากการพัฒนาคน สิ่งแวดล้อม  พลังงาน ธุรกิจ ถึงความร่วมมือระดับโลก เปลี่ยน “SHOCK” สู่การลงมือทำ</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/gcnt-expo-2026-thailand-shift/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 14 Sep 2026 08:07:52 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Seminar & Exhibitions]]></category>
		<category><![CDATA[GCNT EXPO 2026]]></category>
		<category><![CDATA[การพัฒนาคน]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี พลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=46150</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ — ปิดฉากลงแล้วสำหรับ GCNT Expo 2026: From SHOCK to SHIFT – Thailand’s Sustainable Transition in a Fractured World หรือ “จากวิกฤตโลก สู่ธุรกิจที่เติบโตอย่างยั่งยืน” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 2 – 4 กันยายน 2569 ณ True Digital&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/gcnt-expo-2026-thailand-shift/">GCNT Expo 2026 สรุป “Thailand Shift” จากการพัฒนาคน สิ่งแวดล้อม  พลังงาน ธุรกิจ ถึงความร่วมมือระดับโลก เปลี่ยน “SHOCK” สู่การลงมือทำ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-4842" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/GCNTExpo2026_Opening.jpg" alt="GCNT Expo 2026" width="800" height="533" /></p>
<p><strong>กรุงเทพฯ — </strong>ปิดฉากลงแล้วสำหรับ <strong>GCNT Expo 2026: From SHOCK to SHIFT – Thailand’s Sustainable Transition in a Fractured World</strong> หรือ “จากวิกฤตโลก สู่ธุรกิจที่เติบโตอย่างยั่งยืน” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 2 – 4 กันยายน 2569 ณ True Digital Park – West กรุงเทพฯ โดยตลอด 3 วัน มีผู้เข้าร่วมงานมากกว่า 9,000 คน จาก 47 องค์กร พร้อมผู้บรรยายกว่า 123 คน ผ่าน 36 เวทีหลัก และ 29 เวิร์กช็อป รวม 65 เวทีการเรียนรู้และแลกเปลี่ยนความคิดเห็น สะท้อนความสนใจของทุกภาคส่วนต่อโจทย์การเปลี่ยนผ่านที่กำลังเกิดขึ้นพร้อมกัน ทั้งด้านเศรษฐกิจ เทคโนโลยี พลังงาน สิ่งแวดล้อม และการพัฒนาคน</p>
<p><span id="more-46150"></span></p>
<p>GCNT Expo 2026 เปิดพื้นที่ให้ผู้นำจากภาครัฐ ภาคธุรกิจ สหประชาชาติ ภาคการเงิน ภาควิชาการ ภาคประชาสังคม และคนรุ่นใหม่ ร่วมกันตั้งคำถามว่า <strong>“เมื่อโลกไม่เหมือนเดิม ประเทศไทยจะเปลี่ยนอย่างไร</strong><strong>?” </strong>และตลอด 3 วัน คำตอบจากหลากหลายเวทีชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า การเปลี่ยนผ่านของประเทศไทยไม่สามารถเกิดขึ้นจากภาคส่วนใดเพียงลำพัง แต่ต้องเกิดขึ้นพร้อมกันทั้งเรื่องคน เศรษฐกิจ พลังงาน ธรรมชาติ เทคโนโลยี และความร่วมมือ</p>
<h3>Thailand Shift: การเปลี่ยนผ่านเริ่มต้นที่ “คน”</h3>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-4846" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/gcnt-expo-2026-p05.jpg" alt="ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์" width="800" height="533" /></p>
<p>หนึ่งในประเด็นสำคัญจากเวที GCNT Expo 2026 คือการยกระดับทุนมนุษย์ (Human Capital) ให้เป็นรากฐานของการเปลี่ยนผ่านประเทศไทย โดย <strong><span style="color: #6cb742;">ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์</span> รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม</strong> นำเสนอวิสัยทัศน์ <strong>“</strong><strong>Thailand Squared”</strong> ซึ่งมุ่งเปลี่ยนประเทศไทยจาก <strong>Survival Mode สู่ Transformation Mode</strong> ด้วยการสร้างความยืดหยุ่นและความสามารถในการปรับตัวของประเทศ</p>
<p>แนวคิดดังกล่าวครอบคลุมการเปลี่ยนผ่านใน 5 ด้านสำคัญ ตั้งแต่การปรับภาคเกษตรสู่ เศรษฐกิจสุขภาพ (Wellness Economy) การพัฒนาอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง เช่น หุ่นยนต์ (Robotics) การสร้าง ระบบพลังงานอัจฉริยะ (Smart Energy) การพัฒนาบริการที่ยั่งยืน โดยเฉพาะ การท่องเที่ยวเชิงการแพทย์และสุขภาวะ (Medical and Wellness Tourism) ไปจนถึงการขับเคลื่อน การสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อธรรมชาติ (Nature Positive) และความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity) ควบคู่กับเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero)</p>
<p>อีกโจทย์สำคัญคือการสร้างระบบการศึกษาที่ไม่ได้มุ่งเพียงการถ่ายทอด “ความรู้ (Knowledge)” แต่ต้องสร้าง “กระบวนการเรียนรู้ (Process of Learning)” เพื่อให้คนสามารถเรียนรู้ ปรับตัว และพัฒนาทักษะใหม่ได้ตลอดชีวิต ทั้งการคิดวิเคราะห์อย่างมีวิจารณญาณ (Critical Thinking) จริยธรรม (Ethics) และทักษะมนุษย์ (Human Skills) โดยมีทักษะดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ การเงิน และการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) เป็นโครงสร้างพื้นฐานสนับสนุนการสร้าง ความมั่งคั่งร่วมกัน (Shared Prosperity)</p>
<p>ขณะเดียวกัน <strong>เสียงจากสภาเด็กและเยาวชนกรุงเทพมหานครสะท้อนว่า</strong> การศึกษา ความเหลื่อมล้ำ และสิทธิเด็ก เป็นโจทย์เร่งด่วนที่เชื่อมโยงกัน และการออกแบบทางออกเพื่ออนาคตไม่ควรเกิดขึ้นโดยปราศจากเสียงของคนรุ่นใหม่ โดยได้เสนอให้ผู้ใหญ่ปรับบทบาทจากการทำงาน “เพื่อ” เยาวชน มาเป็นการทำงาน “ร่วมกับ” เยาวชน ผ่านการรับฟัง การเปิดพื้นที่ให้เยาวชนเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบทางออก และการลงทุนในศักยภาพของคนรุ่นใหม่</p>
<p>ข้อเสนอสำคัญ คือการเปิดโอกาสให้เยาวชนมีส่วนร่วมในการออกแบบ นโยบายและหลักสูตรการศึกษา เพื่อให้</p>
<p>การตัดสินใจตอบโจทย์คนที่จะต้องใช้ชีวิตอยู่กับผลของการตัดสินใจเหล่านั้นในระยะยาว โดยสะท้อนหลักคิดว่า ความยั่งยืนจะเกิดขึ้นได้อย่างแท้จริงเมื่อคนทุกวัยมีสิทธิร่วมกำหนดทิศทางของสังคม โดยไม่ถูกจำกัดด้วยกรอบอายุหรือความเชื่อว่าเยาวชนยังไม่พร้อมที่จะลงมือทำ</p>
<h3>Energy Transition: จากการพึ่งพา สู่ความมั่นคงและการมีส่วนร่วม</h3>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46153" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/gcnt-expo-2026-02-1.jpg" alt="นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/gcnt-expo-2026-02-1.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/gcnt-expo-2026-02-1-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/gcnt-expo-2026-02-1-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/gcnt-expo-2026-02-1-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>อีกหนึ่งโจทย์สำคัญคือ การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน (Energy Transition) ซึ่ง <strong><span style="color: #6cb742;">นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์</span> รัฐมนตรีว่า การกระทรวงพลังงาน</strong> ชี้ว่า การเปลี่ยนผ่านพลังงานไม่ได้เป็นเพียงประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม แต่เชื่อมโยงโดยตรงกับการดำรงชีวิต เศรษฐกิจ สังคม การเมือง และภูมิรัฐศาสตร์ของประเทศ ท่ามกลางความท้าทายจากการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบสูงถึงประมาณ 90% และก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) จากต่างประเทศ รัฐบาลจึงมุ่งสร้างความสามารถในการพึ่งพาตนเอง โดยเน้นการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนและหลัก <strong>“ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง”</strong></p>
<p>แนวทางสำคัญคือการเปลี่ยนจาก “บ่อน้ำมันใต้ดิน” ในต่างประเทศ สู่ “บ่อน้ำมันบนดิน” ด้วยการนำผลผลิตทางการเกษตร เช่น อ้อย มันสำปะหลัง และปาล์มน้ำมัน มาพัฒนาเป็นเชื้อเพลิงชีวภาพ เพื่อสร้างมูลค่าและรายได้กลับสู่เกษตรกร ขณะเดียวกันผลักดัน พลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Rooftop) เพื่อเปลี่ยนประชาชนจาก “ผู้ใช้ไฟฟ้า” สู่ “เจ้าของโรงไฟฟ้า”</p>
<p>พร้อมเดินหน้าปรับโครงสร้างระบบไฟฟ้าผ่าน แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP) ฉบับใหม่ที่ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดมากกว่า 60% สะท้อนเป้าหมายของการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานที่ต้องสร้างทั้ง ความมั่นคงความสามารถในการแข่งขัน และโอกาสทางเศรษฐกิจที่ทั่วถึง</p>
<h3>Business Shift: จากคำมั่นสู่การลงมือทำและสร้างผลลัพธ์</h3>
<p>สำหรับภาคธุรกิจ เวที GCNT Expo 2026 สะท้อนว่า ความยั่งยืน (Sustainability) กำลังเปลี่ยนจากเรื่องของ</p>
<p>“ความรับผิดชอบ” ไปสู่ส่วนหนึ่งของ กลยุทธ์ธุรกิจ (Business Strategy) และความสามารถในการแข่งขัน</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46154" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/gcnt-expo-2026-03-1.jpg" alt="นายศุภชัย เจียรวนนท์" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/gcnt-expo-2026-03-1.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/gcnt-expo-2026-03-1-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/gcnt-expo-2026-03-1-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/gcnt-expo-2026-03-1-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">นายศุภชัย เจียรวนนท์</span> นายกสมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทย (</strong><strong>GCNT) และรองประธานอาวุโส บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด</strong> ชี้ว่า ท่ามกลางความผันผวนจากภูมิรัฐศาสตร์ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เทคโนโลยี และกติกาการค้าใหม่ ประเทศไทยจำเป็นต้องเปลี่ยน “Shock” ให้เป็นแรงผลักดันสู่การลงมือทำ โดยเฉพาะการทำให้เงินลงทุนสามารถสร้างทั้งผลตอบแทน ความยั่งยืน และความเท่าเทียมไปพร้อมกัน</p>
<p>ขณะที่เวที 7 CEO และผู้บริหารระดับสูงจาก True  CPF  UOB  BJC  SCG  CP Axtra Thai bev สะท้อนภาพจากภาคธุรกิจว่า การเปลี่ยนผ่านด้านความยั่งยืนต้องเข้าไปอยู่ในแกนของธุรกิจ ตั้งแต่ การลงทุน นวัตกรรม เทคโนโลยี ห่วงโซ่อุปทาน ไปจนถึงการบริหารคน เพื่อให้ธุรกิจสามารถเติบโตและสร้างผลกระทบเชิงบวกไปพร้อมกัน</p>
<p><strong>สำหรับผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (</strong><strong>SMEs)</strong> การเปลี่ยนแปลงของกติกาและมาตรฐานสากลเป็นอีกโจทย์สำคัญ โดยเฉพาะการเตรียมประเทศไทยเข้าสู่ OECD จะทำให้มาตรฐานการดำเนินธุรกิจอย่างมี</p>
<p>ความรับผิดชอบ (Responsible Business Conduct: RBC) มีความสำคัญมากขึ้น โดยเฉพาะด้านแรงงาน สิ่งแวดล้อม การต่อต้านการทุจริต และห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งจะส่งผลต่อ SMEs ในฐานะส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานด้วย</p>
<p>ขณะเดียวกันมาตรฐาน OECD ยังเป็นโอกาสสร้าง <strong>สนามแข่งขันที่เท่าเทียมและเป็นธรรม</strong> ลดความเสียเปรียบ  ทางการค้า และกระตุ้นให้ SMEs พัฒนาศักยภาพและสร้างนวัตกรรม โดยภาครัฐและภาคส่วนต่างๆ มีบทบาทสำคัญในการช่วยให้ผู้ประกอบการ เข้าใจและเข้าถึงมาตรฐานใหม่ เพื่อให้ธุรกิจไทยสามารถแข่งขันและเติบโตได้อย่างยั่งยืน</p>
<p>โจทย์สำคัญจึงไม่ใช่เพียงการทำงานภายในองค์กร แต่คือการลดการทำงานแบบแยกส่วน (Silos) และสร้าง</p>
<p>ความร่วมมือ (Partnership) ระหว่างภาครัฐ ภาคธุรกิจ ภาคการศึกษา นักวิจัย ชุมชน และผู้ประกอบการรายเล็ก เพื่อให้ SMEs เกษตรกร และแรงงาน สามารถเข้าถึงทักษะ เงินทุน เทคโนโลยี และโอกาสใหม่ ๆ ได้อย่างทั่วถึง</p>
<h3>Global Perspective: พลังของภาคเอกชนไทยในเวทีโลก</h3>
<p>ในมุมมองของสหประชาชาติ ภาคเอกชนคือพลังสำคัญของการเปลี่ยนผ่านสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ไม่เพียงเพราะโลกต้องการพลังของภาคเอกชน แต่ประเทศไทยเองก็ต้องการพลังดังกล่าวเพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง ขณะเดียวกัน โลกก็ต้องการประเทศไทย และศักยภาพของภาคธุรกิจไทยในการร่วมสร้างทางออกต่อความท้าทายระดับโลก</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-4845" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/gcnt-expo-2026-p01.jpg" alt="นางมิเกลล่า ฟิลแบรย์-สตอเรย์" width="800" height="533" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">นางมิเกลล่า ฟิลแบรย์-สตอเรย์</span> ผู้แทนเลขาธิการสหประชาชาติประจำประเทศไทย</strong> ย้ำถึงความสำคัญของ คำมั่นและการลงมือทำของภาคธุรกิจ พร้อมชื่นชมบทบาทของสมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทย (GCNT) ในฐานะหนึ่งในเครือข่าย Global Compact ที่เข้มแข็งของโลก สะท้อนว่า ประเทศไทยไม่ได้เป็นเพียงผู้รับมือกับการเปลี่ยนแปลง แต่สามารถเป็นส่วนหนึ่งของพลังที่ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงในระดับโลก</p>
<h3>จาก GCNT Expo สู่เวทีเศรษฐกิจโลก</h3>
<p>GCNT Expo 2026 ยังได้รับเลือกเป็นหนึ่งใน กิจกรรมคู่ขนานอย่างเป็นทางการ (Affiliated Program) ของการประชุม IMF–World Bank Annual Meetings 2026 ซึ่งประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพระหว่างวันที่ 12–18 ตุลาคม 2569</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-4841" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/GCNT-side-stage_SMEs.jpg" alt="GCNT Expo 2026" width="800" height="533" /></p>
<p>การเชื่อมโยงดังกล่าวสะท้อนว่า ประเด็นที่ถูกพูดถึงใน GCNT Expo ตั้งแต่ ทุนมนุษย์ (Human Capital) การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน (Energy Transition) การสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อธรรมชาติ (Nature Positive) เทคโนโลยี การลงทุน และการเติบโตอย่างทั่วถึง (Inclusive Growth) ไม่ได้เป็นเพียงวาระด้านความยั่งยืนของภาคธุรกิจ แต่กำลังเชื่อมโยงเข้ากับโจทย์เศรษฐกิจ การเงิน การสร้างงาน และความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระดับโลก</p>
<p>แนวคิดของการประชุม IMF–World Bank ปีนี้ภายใต้กรอบ “Thailand’s New Horizons: Empowering People, Building Resilience” ซึ่งให้ความสำคัญกับคุณภาพของคน ความยืดหยุ่นของเศรษฐกิจ และความร่วมมือระหว่างประเทศ จึงสอดคล้องกับบทสนทนาที่เกิดขึ้นตลอด 3 วันของ GCNT Expo</p>
<h3>FROM SHOCK TO SHIFT — SHIFT TOGETHER</h3>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-4847" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/gcnt-expo-2026-P06.jpg" alt="GCNT Expo 2026" width="800" height="533" /></p>
<p>ตลอด 3 วันของ GCNT Expo 2026 เสียงจากแต่ละภาคส่วนอาจมีจุดเน้นแตกต่างกัน ตั้งแต่ คน สิ่งแวดล้อม พลังงาน ธุรกิจ เทคโนโลยี การศึกษา เยาวชน และผู้ประกอบการ แต่มีจุดร่วมเดียวกัน คือประเทศไทยไม่สามารถรับมือกับโลกที่เปลี่ยนแปลงด้วยวิธีคิดแบบเดิมเพียงลำพัง</p>
<p>GCNT Expo 2026 อาจปิดฉากลง แต่การเปลี่ยนผ่านไม่ได้จบลงพร้อมกับงาน จาก <strong>SHOCK สู่ SHIFT</strong> คือ การเปลี่ยนวิธีคิดให้กลายเป็นการลงมือทำ ตั้งแต่การพัฒนาคน เปิดพื้นที่ให้เยาวชนมีส่วนร่วม สนับสนุน SMEs และแรงงาน ไปจนถึงการปรับธุรกิจ พลังงาน และเศรษฐกิจไทยให้พร้อมรับโลกที่เปลี่ยนแปลง</p>
<p>ผู้สนใจสามารถร่วมต่อยอดบทสนทนาและเรียนรู้จาก GCNT Expo 2026 พร้อมเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความยั่งยืนให้เกิดขึ้นจริงได้ที่เว็บไซต์ GCNT <a href="http://www.expo.globalcompact-th.com" target="_blank" rel="noopener">www.expo.globalcompact-th.com</a></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/gcnt-expo-2026-thailand-shift/">GCNT Expo 2026 สรุป “Thailand Shift” จากการพัฒนาคน สิ่งแวดล้อม  พลังงาน ธุรกิจ ถึงความร่วมมือระดับโลก เปลี่ยน “SHOCK” สู่การลงมือทำ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กรมศิลปากรพัฒนาแหล่งเรือโบราณพนมสุรินทร์ สู่แหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์ ต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมแก่สาธารณชนอย่างยั่งยืน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/fine-arts-pr-news-092026/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 14 Sep 2026 04:26:32 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[กรมศิลปากร]]></category>
		<category><![CDATA[เรือโบราณพนมสุรินทร์]]></category>
		<category><![CDATA[แหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=46140</guid>

					<description><![CDATA[<p>พนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้สำนักศิลปากรที่ 1 ราชบุรี จัดสัมมนาทางวิชาการ เรื่อง “ความก้าวหน้าการดำเนินงานแหล่งเรือโบราณพนมสุรินทร์” ซึ่งตั้งอยู่ในตำบลพันท้ายนรสิงห์ อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร เพื่อเผยแพร่ความรู้ ผลการศึกษา และความคืบหน้าการดำเนินงานในการขับเคลื่อนพัฒนาแหล่งเรือโบราณพนมสุรินทร์ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านโบราณคดีพื้นที่ชุ่มน้ำและประวัติศาสตร์การพาณิชยนาวีข้ามสมุทรของภูมิภาค ตลอดจนส่งเสริมและสนับสนุนจังหวัดสมุทรสาครในการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่สำคัญของจังหวัดต่อไป กรมศิลปากรได้เริ่มดำเนินการสำรวจและขุดค้นทางโบราณคดีแหล่งเรือโบราณพนมสุรินทร์ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2556 ภายหลังพบซากเรือโบราณในพื้นที่บ่อเลี้ยงกุ้ง หมู่ที่ 6 ตำบลพันท้ายนรสิงห์ ซึ่งเป็นที่ดินของนายพนมและนางสุรินทร์ ศรีงามดี การค้นพบครั้งนี้นับได้ว่าเป็นการค้นพบทางโบราณคดีครั้งสำคัญทั้งในระดับชาติและระดับนานาชาติ ด้วยซากเรือจมดังกล่าวอยู่ในพื้นที่ชุ่มน้ำไม่ห่างจากชายฝั่งทะเลมากนัก ทำให้วัตถุหลักฐานต่าง&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/fine-arts-pr-news-092026/">กรมศิลปากรพัฒนาแหล่งเรือโบราณพนมสุรินทร์ สู่แหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์ ต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมแก่สาธารณชนอย่างยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46142" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/fine-arts-pr-news-092026-01.jpg" alt="แหล่งเรือโบราณพนมสุรินทร์" width="384" height="576" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/fine-arts-pr-news-092026-01.jpg 384w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/fine-arts-pr-news-092026-01-200x300.jpg 200w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/fine-arts-pr-news-092026-01-150x225.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/fine-arts-pr-news-092026-01-333x500.jpg 333w" sizes="(max-width: 384px) 100vw, 384px" /></p>
<p><strong>พนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร</strong> เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้สำนักศิลปากรที่ 1 ราชบุรี จัดสัมมนาทางวิชาการ เรื่อง<strong> “ความก้าวหน้าการดำเนินงานแหล่งเรือโบราณพนมสุรินทร์</strong>” ซึ่งตั้งอยู่ในตำบลพันท้ายนรสิงห์ อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร เพื่อเผยแพร่ความรู้ ผลการศึกษา และความคืบหน้าการดำเนินงานในการขับเคลื่อนพัฒนาแหล่งเรือโบราณพนมสุรินทร์ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านโบราณคดีพื้นที่ชุ่มน้ำและประวัติศาสตร์การพาณิชยนาวีข้ามสมุทรของภูมิภาค ตลอดจนส่งเสริมและสนับสนุนจังหวัดสมุทรสาครในการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่สำคัญของจังหวัดต่อไป</p>
<p><span id="more-46140"></span></p>
<figure id="attachment_46143" aria-describedby="caption-attachment-46143" style="width: 576px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-46143" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/fine-arts-pr-news-092026-02.jpg" alt="พนมบุตร จันทรโชติ" width="576" height="384" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/fine-arts-pr-news-092026-02.jpg 576w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/fine-arts-pr-news-092026-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/fine-arts-pr-news-092026-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/fine-arts-pr-news-092026-02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 576px) 100vw, 576px" /><figcaption id="caption-attachment-46143" class="wp-caption-text">พนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร</figcaption></figure>
<p>กรมศิลปากรได้เริ่มดำเนินการสำรวจและขุดค้นทางโบราณคดีแหล่งเรือโบราณพนมสุรินทร์ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2556 ภายหลังพบซากเรือโบราณในพื้นที่บ่อเลี้ยงกุ้ง หมู่ที่ 6 ตำบลพันท้ายนรสิงห์ ซึ่งเป็นที่ดินของนายพนมและนางสุรินทร์ ศรีงามดี การค้นพบครั้งนี้นับได้ว่าเป็นการค้นพบทางโบราณคดีครั้งสำคัญทั้งในระดับชาติและระดับนานาชาติ ด้วยซากเรือจมดังกล่าวอยู่ในพื้นที่ชุ่มน้ำไม่ห่างจากชายฝั่งทะเลมากนัก ทำให้วัตถุหลักฐานต่าง ๆ ได้รับการสงวนรักษาเป็นอย่างดีจากตะกอนโคลนที่ไหลมาทับถม มีสภาพค่อนข้างสมบูรณ์ ไม่เสื่อมสลายไปแม้ผ่านกาลเวลามากกว่า 1,000 ปี</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46144" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/fine-arts-pr-news-092026-03.jpg" alt="การศึกษาทางโบราณคดี" width="576" height="432" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/fine-arts-pr-news-092026-03.jpg 576w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/fine-arts-pr-news-092026-03-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/fine-arts-pr-news-092026-03-150x113.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/fine-arts-pr-news-092026-03-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 576px) 100vw, 576px" /></p>
<p>ผลการศึกษาทางโบราณคดีร่วมกันของกองโบราณคดีใต้น้ำและสำนักศิลปากรที่ 1 ราชบุรี พบว่าเรือโบราณพนมสุรินทร์เป็นเรือที่ต่อขึ้นด้วยเทคนิคการผูกเย็บไม้เปลือกเรือเข้าด้วยกัน (Sewn-plank technique) ซึ่งเป็นการต่อเรือที่นิยมกันอย่างแพร่หลายในตะวันออกกลางแถบทะเลอาหรับ การกำหนดอายุด้วยวิธีวิทยาศาสตร์จากเชือก เมล็ดพืช และไม้เปลือกเรือ ระบุอายุราว 1,200–1,300 ปีมาแล้ว หรือพุทธศตวรรษที่ 13–14 ร่วมสมัยกับวัฒนธรรมทวารวดีในช่วงต้นประวัติศาสตร์ภาคกลางของประเทศไทย แหล่งเรือโบราณพนมสุรินทร์จึงเป็นหลักฐานสำคัญเชิงประจักษ์ที่แสดงให้เห็นว่ามีการค้าขายทางเรือกับแหล่งวัฒนธรรมที่อยู่ห่างไกลออกไป เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้เกิดพัฒนาการทางสังคมจากช่วงก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลายเข้าสู่สมัยแรกเริ่มประวัติศาสตร์ในพื้นที่ภาคกลางของประเทศไทย โดยเรือโบราณพนมสุรินทร์น่าจะมีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญกับเมืองโบราณทวารวดีนครปฐมที่อยู่ใกล้เคียง</p>
<p>“จากการวิเคราะห์ไม้เรือส่วนต่าง ๆ พบว่าเป็นไม้สัก ไม้ตาล ไม้เคี่ยม ไม้เต็ง ไม้ตะเคียนราก ซึ่งมีถิ่นกำเนิดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จึงสันนิษฐานในเบื้องต้นว่า เรือลำนี้อาจต่อขึ้นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรือมีการซ่อมแซมครั้งใหญ่ในบริเวณดังกล่าว โดยใช้วิธีการและเทคนิคการต่อเรือแบบที่นิยมกันในแถบทะเลอาหรับ” <strong> อธิบดีกรมศิลปากร </strong>กล่าว</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46145" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/fine-arts-pr-news-092026-04.jpg" alt="การศึกษาทางโบราณคดี" width="576" height="408" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/fine-arts-pr-news-092026-04.jpg 576w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/fine-arts-pr-news-092026-04-300x213.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/fine-arts-pr-news-092026-04-150x106.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/fine-arts-pr-news-092026-04-500x354.jpg 500w" sizes="(max-width: 576px) 100vw, 576px" /></p>
<p>นอกจากความสำคัญของตัวเรือแล้ว ภายในเรือและบริเวณโดยรอบยังได้พบวัตถุหลักฐานจำนวนมาก ทั้งที่เป็นสินค้า อาหาร และเครื่องมือเครื่องใช้ของชาวเรือ เช่น ภาชนะดินเผาที่มีแหล่งผลิตในตะวันออกกลางอย่างไหทรงตอปิโด ที่มีคราบน้ำมันดินอยู่ภายใน หม้อมีสันแบบอินเดียและพบมากในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เครื่องเคลือบจากแหล่งผลิตในประเทศจีน ที่สำคัญคือ ได้พบจารึกอักษรเปอร์เซียและอักษรจีนบนผิวของภาชนะดินเผาและได้มีการอ่านแปลแล้ว อีกทั้งยังได้พบเมล็ดพืชนานาชนิด</p>
<p>ทั้งที่มีแหล่งกำเนิดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อินเดีย และตะวันออกกลาง รวมถึงกระดูกปลา กระดูกสัตว์บก กระดูกสัตว์ปีก เขา และงาสัตว์ ที่สำคัญได้พบประติมากรรมรูปบุคคลคล้ายนักบวชนั่งชันเข่าขนาดเล็กที่สลักจากเขาหรืองาสัตว์ สันนิษฐานว่าน่าจะเป็นรูปเคารพที่ชาวเรือนำติดตัวมาด้วย สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อของคนเรือในช่วงเวลาดังกล่าว</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46146" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/fine-arts-pr-news-092026-05.jpg" alt="กรมศิลปากร" width="339" height="480" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/fine-arts-pr-news-092026-05.jpg 339w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/fine-arts-pr-news-092026-05-212x300.jpg 212w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/fine-arts-pr-news-092026-05-150x212.jpg 150w" sizes="(max-width: 339px) 100vw, 339px" /></p>
<p>สำหรับปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 กรมศิลปากรได้จัดสรรงบประมาณอย่างต่อเนื่องให้สำนักศิลปากรที่ 1 ราชบุรี ดำเนินการศึกษาวิเคราะห์โบราณวัตถุที่ค้นพบ ขณะที่กลุ่มวิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์ สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จะอนุรักษ์โบราณวัตถุจากพื้นที่ชุ่มน้ำตามหลักวิชาการ รวมถึงซ่อมแซมบ่อเดิมซึ่งใช้แช่ไม้ทับกระดูกงูและเสากระโดงเรือ เพื่อให้ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46147" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/fine-arts-pr-news-092026-06.jpg" alt="โบราณวัตถุ" width="576" height="407" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/fine-arts-pr-news-092026-06.jpg 576w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/fine-arts-pr-news-092026-06-300x212.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/fine-arts-pr-news-092026-06-150x106.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/fine-arts-pr-news-092026-06-500x353.jpg 500w" sizes="(max-width: 576px) 100vw, 576px" /></p>
<p>ส่วนระยะที่ 2 กรมศิลปากรได้มอบหมายสำนักสถาปัตยกรรมออกแบบบ่ออนุรักษ์แห่งใหม่ เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมถึง เพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการอนุรักษ์ และรองรับการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ขณะที่แผนระยะยาวจะดำเนินการขุดค้นพื้นที่ตัวเรือส่วนที่เหลือทางทิศตะวันตก รวมถึงอนุรักษ์เรือที่ยังจมอยู่ในน้ำตามหลักวิชาการ ตลอดจนจัดสร้างอาคารจัดแสดงโบราณวัตถุที่ผ่านการอนุรักษ์ เพื่อเปิดให้ประชาชนเข้าชมอย่างเป็นทางการในอนาคต</p>
<p>“เรือโบราณพนมสุรินทร์และวัตถุหลักฐานหลายพันชิ้นที่พบ มีคุณค่าสูงยิ่งในทางวิชาการโบราณคดี และเป็นมรดกทางวัฒนธรรมล้ำค่าของสังคมไทยและของนานาชาติ จึงเป็นความท้าทายในการศึกษาทางวิชาการ การอนุรักษ์ และการบริหารจัดการแหล่ง เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อสาธารณชนและสังคมในหลากหลายมิติต่อไป อีกทั้งยังเป็นแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์และสามารถพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว ซึ่งจะเป็นการต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมสำคัญให้เกิดประโยชน์แก่สาธารณชนอย่างยั่งยืน” <strong>พนมบุตร</strong> กล่าว</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/fine-arts-pr-news-092026/">กรมศิลปากรพัฒนาแหล่งเรือโบราณพนมสุรินทร์ สู่แหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์ ต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมแก่สาธารณชนอย่างยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ต้อนรับคณะผู้บริหารระดับสูงจากกระทรวงพลังงาน-กฟผ. ร่วมแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์อนาคตระบบพลังงานไทยที่ฝรั่งเศส</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/se-ieee-pes-thailand-technical-study-visit/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 14 Sep 2026 04:17:23 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[IEEE PES Thailand Technical Study Visit]]></category>
		<category><![CDATA[กฟผ]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ชไนเดอร์ อิเล็คทริค]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=46135</guid>

					<description><![CDATA[<p>ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ประเทศไทย (Schneider Electric) นำโดย มงคล ตั้งศิริวิช ประธาน ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ดูแลกลุ่มคลัสเตอร์ ประเทศไทย ลาว และเมียนมา ร่วมให้การต้อนรับคณะผู้บริหารระดับสูงด้านพลังงานของประเทศไทย ในโอกาส เข้าร่วมกิจกรรม IEEE PES Thailand Technical Study Visit ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา สำหรับคณะผู้บริหารที่เข้าร่วมการศึกษาดูงานในครั้งนี้ นำโดย&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/se-ieee-pes-thailand-technical-study-visit/">ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ต้อนรับคณะผู้บริหารระดับสูงจากกระทรวงพลังงาน-กฟผ. ร่วมแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์อนาคตระบบพลังงานไทยที่ฝรั่งเศส</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ประเทศไทย (Schneider Electric) นำโดย มงคล ตั้งศิริวิช ประธาน ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ดูแลกลุ่มคลัสเตอร์ ประเทศไทย ลาว และเมียนมา ร่วมให้การต้อนรับคณะผู้บริหารระดับสูงด้านพลังงานของประเทศไทย ในโอกาส เข้าร่วมกิจกรรม IEEE PES Thailand Technical Study Visit ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา</strong></p>
<p><span id="more-46135"></span></p>
<p>สำหรับคณะผู้บริหารที่เข้าร่วมการศึกษาดูงานในครั้งนี้ นำโดย ดร.ประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน และประธานคณะกรรมการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) พร้อมด้วย ดร.นรินทร์ เภาวนิช ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และ ณอคุณ สิทธิพงศ์ อดีตปลัดกระทรวงพลังงาน และประธานที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46137" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/se-ieee-pes-thailand-technical-study-visit-02.jpg" alt="ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ต้อนรับคณะผู้บริหารระดับสูงจากกระทรวงพลังงาน-กฟผ. ร่วมแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์อนาคตระบบพลังงานไทยที่ฝรั่งเศส" width="740" height="555" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/se-ieee-pes-thailand-technical-study-visit-02.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/se-ieee-pes-thailand-technical-study-visit-02-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/se-ieee-pes-thailand-technical-study-visit-02-150x113.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/se-ieee-pes-thailand-technical-study-visit-02-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>การเยือนครั้งนี้นับเป็นโอกาสอันทรงคุณค่าในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และมุมมองเชิงกลยุทธ์ เพื่อร่วมกันกำหนดทิศทางของระบบพลังงาน ให้สามารถรองรับความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปในยุคดิจิทัล โดยมีประเด็นหารือและศึกษาดูงานครอบคลุมด้านต่างๆ ได้แก่ Smart Grid &amp; Digital Transformation การพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการบริหารจัดการพลังงาน เพื่อยกระดับประสิทธิภาพและความยืดหยุ่นของระบบส่ง และ AI &amp; Data Center Infrastructure บทบาทที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) และศูนย์ข้อมูล (Data Center) ซึ่งกำลังกลายเป็นปัจจัยสำคัญต่อรูปแบบการใช้และการจัดการพลังงานในอนาคต</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46138" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/se-ieee-pes-thailand-technical-study-visit-03.jpg" alt="ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ต้อนรับคณะผู้บริหารระดับสูงจากกระทรวงพลังงาน-กฟผ. ร่วมแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์อนาคตระบบพลังงานไทยที่ฝรั่งเศส" width="740" height="557" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/se-ieee-pes-thailand-technical-study-visit-03.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/se-ieee-pes-thailand-technical-study-visit-03-300x226.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/se-ieee-pes-thailand-technical-study-visit-03-150x113.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/se-ieee-pes-thailand-technical-study-visit-03-500x376.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>ตลอดระยะเวลา 2 วัน คณะผู้บริหารได้เข้าร่วมการหารือระดับผู้บริหาร ณ สำนักงานใหญ่ ชไนเดอร์ อิเล็คทริค กรุงปารีส พร้อมร่วมแลกเปลี่ยนความรู้กับตัวแทนจากองค์กรสาธารณูปโภค และผู้ให้บริการระบบส่งไฟฟ้าชั้นนำจากนานาประเทศ ตลอดจนการเข้าร่วมงาน CIGRE 2026 เวทีประชุมวิชาการระดับโลก เพื่อร่วมกันสำรวจแนวทางยกระดับระบบพลังงานให้มีความมั่นคง (Secure) ยืดหยุ่น (Resilient) และยั่งยืน (Sustainable) พร้อมรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัล</p>
<p>ชไนเดอร์ อิเล็คทริค มุ่งมั่นในการเป็นพันธมิตรด้านเทคโนโลยีพลังงานที่ช่วยขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านอย่างมีประสิทธิภาพ และขอขอบคุณกระทรวงพลังงาน, กฟผ., IEEE PES Thailand รวมถึงผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกท่าน สำหรับความเป็นผู้นำ วิสัยทัศน์ และความร่วมมืออันดีในการขับเคลื่อนอนาคตพลังงานที่ยั่งยืนของประเทศไทยและภูมิภาค</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/se-ieee-pes-thailand-technical-study-visit/">ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ต้อนรับคณะผู้บริหารระดับสูงจากกระทรวงพลังงาน-กฟผ. ร่วมแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์อนาคตระบบพลังงานไทยที่ฝรั่งเศส</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>TCMA รับรางวัลสมาคมการค้ายอดเยี่ยม ปี 2569 ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยสู่ Net Zero 2050</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/tcma-tap-award-2026/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 14 Sep 2026 03:38:02 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero 2050]]></category>
		<category><![CDATA[TCMA]]></category>
		<category><![CDATA[วัสดุก่อสร้างคาร์บอนต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[สมาคมการค้ายอดเยี่ยม]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจสีเขียว]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=46129</guid>

					<description><![CDATA[<p>สมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย (TCMA) รับรางวัล “สมาคมการค้ายอดเยี่ยม” ประจำปี 2569 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 จากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ สะท้อนการดำเนินงานที่มีกรอบชัดเจน การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์อย่างต่อเนื่อง และสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมต่ออุตสาหกรรมและเศรษฐกิจไทย สุรชัย นิ่มละออ นายกสมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย (TCMA) เปิดเผยว่า รางวัลดังกล่าวเป็นมากกว่ารางวัลเชิดชูเกียรติ แต่สะท้อนถึง “พลังของการทำงานร่วมกัน” และการบริหารองค์กรที่มุ่งสร้างผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริง โดย TCMA ทำหน้าที่เป็นกลไกเชื่อมโยงภาคอุตสาหกรรม ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ และพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศ เพื่อร่วมกันยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/tcma-tap-award-2026/">TCMA รับรางวัลสมาคมการค้ายอดเยี่ยม ปี 2569 ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยสู่ Net Zero 2050</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>สมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย (TCMA) รับรางวัล “สมาคมการค้ายอดเยี่ยม” ประจำปี 2569 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 จากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ สะท้อนการดำเนินงานที่มีกรอบชัดเจน การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์อย่างต่อเนื่อง และสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมต่ออุตสาหกรรมและเศรษฐกิจไทย</strong></p>
<p><span id="more-46129"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46131" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/tcma-tap-award-2026-02.jpg" alt="สุรชัย นิ่มละออ" width="576" height="384" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/tcma-tap-award-2026-02.jpg 576w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/tcma-tap-award-2026-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/tcma-tap-award-2026-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/tcma-tap-award-2026-02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 576px) 100vw, 576px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>สุรชัย นิ่มละออ</strong></span> <strong>นายกสมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย (TCMA)</strong> เปิดเผยว่า รางวัลดังกล่าวเป็นมากกว่ารางวัลเชิดชูเกียรติ แต่สะท้อนถึง “พลังของการทำงานร่วมกัน” และการบริหารองค์กรที่มุ่งสร้างผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริง โดย TCMA ทำหน้าที่เป็นกลไกเชื่อมโยงภาคอุตสาหกรรม ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ และพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศ เพื่อร่วมกันยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และพร้อมรับความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่มีผลต่อทิศทางเศรษฐกิจและการค้าโลก</p>
<p>ตลอดปี 2568 TCMA เดินหน้าขับเคลื่อนตามกรอบ Thailand 2050 Net Zero Cement and Concrete Roadmap โดยมีผลการดำเนินงานที่สำคัญ อาทิ การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากปูนซีเมนต์ไฮดรอลิกได้มากกว่า 800,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ต่อปี และได้รับการสนับสนุนเงินทุนสีเขียวจากต่างประเทศ เพื่อเร่งการเปลี่ยนผ่านของภาคปูนซีเมนต์และคอนกรีตสู่การผลิตคาร์บอนต่ำ ภายใต้โครงการ “Decarbonization of Cement and Concrete Sectors in Thailand” ทั้งด้านเทคโนโลยี มาตรฐาน และการเพิ่มศักยภาพของผู้ประกอบการ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการเตรียมความพร้อมของไทยต่อทิศทางการค้าและการลงทุนที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น</p>
<p>ขณะเดียวกัน TCMA ร่วมขับเคลื่อน “สระบุรีแซนด์บ็อกซ์” ให้เป็นพื้นที่ต้นแบบการเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมที่เชื่อมโยงนโยบาย เทคโนโลยี การลงทุน และการดำเนินงานจริง โดยได้รับคัดเลือกเข้าร่วมโครงการ Transitioning Industrial Clusters Initiative ของ World Economic Forum เป็นคลัสเตอร์อุตสาหกรรมแรกของไทย ลำดับที่ 3 ของอาเซียน และลำดับที่ 21 ของโลก พร้อมขยายความร่วมมือในระดับภูมิภาคผ่านการริเริ่มจัดทำ 2035 AFCM Decarbonization Roadmap เพื่อสนับสนุนทิศทางการลดคาร์บอนของอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ในภูมิภาคอาเซียน</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46132" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/tcma-tap-award-2026-03.jpg" alt="TCMA" width="576" height="384" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/tcma-tap-award-2026-03.jpg 576w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/tcma-tap-award-2026-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/tcma-tap-award-2026-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/tcma-tap-award-2026-03-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 576px) 100vw, 576px" /></p>
<p>“การดำเนินงานดังกล่าวสะท้อนแนวคิดของ TCMA ที่ว่า การเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำและเศรษฐกิจสีเขียวไม่ได้เป็นเพียงเรื่องสิ่งแวดล้อม แต่เป็นส่วนหนึ่งของความสามารถในการแข่งขันและบริบทใหม่ของการค้า การพัฒนาสินค้าวัสดุก่อสร้างคาร์บอนต่ำ เช่น ปูนซีเมนต์ไฮดรอลิก ควบคู่กับการพัฒนามาตรฐานและระบบการรับรอง จะช่วยเพิ่มความพร้อมของผู้ประกอบการไทยต่อมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมทางการค้าระหว่างประเทศ ขณะที่การผลักดันการจัดซื้อจัดจ้างสีเขียว (Green Public Procurement) จะช่วยสร้างความต้องการสินค้าคาร์บอนต่ำ และเชื่อมโยงไปสู่เศรษฐกิจ การค้า และการลงทุนสีเขียวในอนาคต” <strong>สุรชัย</strong> กล่าว</p>
<p>แนวทางการทำงานของ TCMA มุ่งเชื่อมโยง นโยบาย เทคโนโลยี การลงทุน และโอกาสทางเศรษฐกิจ โดยอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อเปลี่ยนความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมให้เป็นโอกาสในการพัฒนาภาคการผลิตการค้า และการลงทุน พร้อมทำหน้าที่เป็น Strategic Platform เชื่อมโยงความร่วมมือในระดับอุตสาหกรรม ประเทศ และนานาชาติ ให้เกิดการขับเคลื่อนจากเป้าหมายสู่การปฏิบัติและผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม</p>
<p>การดำเนินงานดังกล่าวแสดงให้เห็นบทบาทของ TCMA ในมิติที่กว้างกว่าการเป็นตัวแทนของภาคอุตสาหกรรม โดยเป็นกลไกที่เชื่อมโยงความร่วมมือและสร้างคุณค่าร่วมให้เกิดขึ้นทั้งต่อสมาชิก อุตสาหกรรม และเศรษฐกิจไทย ซึ่งสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของรางวัล “สมาคมการค้ายอดเยี่ยม” ที่มุ่งเชิดชูสมาคมการค้าที่มีการบริหารจัดการได้มาตรฐานและมีส่วนในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย โดยประเมินตามหลัก Balanced Scorecard การได้รับรางวัลต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 จึงสะท้อนถึงการดำเนินงานที่มีระบบและมุ่งสร้างผลลัพธ์ที่มีคุณค่าต่อทั้งอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจไทย</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46133" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/tcma-tap-award-2026-04.jpg" alt="TCMA" width="576" height="384" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/tcma-tap-award-2026-04.jpg 576w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/tcma-tap-award-2026-04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/tcma-tap-award-2026-04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/tcma-tap-award-2026-04-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 576px) 100vw, 576px" /></p>
<p> “สิ่งสำคัญของการทำงานในวันนี้ คือการสร้างพื้นที่ให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วม และเปลี่ยนเป้าหมายร่วมให้เกิดการลงมือทำจริง เพราะการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมไม่สามารถเกิดขึ้นได้จากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเพียงลำพัง พลังของความร่วมมือจะทำให้เป้าหมายสามารถเปลี่ยนเป็นการปฏิบัติและผลลัพธ์ที่สร้างคุณค่าได้ทั้งต่ออุตสาหกรรม การค้า เศรษฐกิจ และประเทศ” TCMA พร้อมเดินหน้าสานต่อพลังความร่วมมือ เชื่อมโยงทุกภาคส่วน และต่อยอดผลลัพธ์จากการดำเนินงานในวันนี้ เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทยอย่างต่อเนื่อง สู่ -The NEXT Chapter to Net Zero 2050”  <strong>สุรชัย </strong>กล่าวทิ้งท้าย</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/tcma-tap-award-2026/">TCMA รับรางวัลสมาคมการค้ายอดเยี่ยม ปี 2569 ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยสู่ Net Zero 2050</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เดลต้า ประเทศไทย ติดอันดับดัชนี FTSE4Good เป็นครั้งที่ 8 ยกระดับการดำเนินงานด้าน ESG เสริมแกร่งให้ธุรกิจ</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/delta-ftse4good-esg/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 14 Sep 2026 03:30:12 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[ดัชนี FTSE4Good]]></category>
		<category><![CDATA[เดลต้า ประเทศไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=46126</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ : บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ผู้นำระดับโลกด้านการจัดการพลังงานและนวัตกรรมโซลูชันสีเขียวอัจฉริยะ ได้รับคัดเลือกให้อยู่ในดัชนี FTSE4Good Index Series อีกครั้ง นับเป็นความสำเร็จครั้งที่ 8 ที่บริษัทฯ ติดอันดับดัชนีชี้วัดด้านความยั่งยืนระดับโลก ซึ่ง FTSE4Good Index Series จัดทำขึ้นโดย FTSE Russell ผู้จัดทำดัชนีและข้อมูลระดับสากล เพื่อประเมินผลการดำเนินงานขององค์กรที่มีแนวปฏิบัติที่โดดเด่นในด้าน ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และหลักธรรมาภิบาล&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/delta-ftse4good-esg/">เดลต้า ประเทศไทย ติดอันดับดัชนี FTSE4Good เป็นครั้งที่ 8 ยกระดับการดำเนินงานด้าน ESG เสริมแกร่งให้ธุรกิจ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ : <strong>บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ผู้นำระดับโลกด้านการจัดการพลังงานและนวัตกรรมโซลูชันสีเขียวอัจฉริยะ ได้รับคัดเลือกให้อยู่ในดัชนี FTSE4Good Index Series อีกครั้ง นับเป็นความสำเร็จครั้งที่ 8 ที่บริษัทฯ ติดอันดับดัชนีชี้วัดด้านความยั่งยืนระดับโลก ซึ่ง FTSE4Good Index Series จัดทำขึ้นโดย FTSE Russell ผู้จัดทำดัชนีและข้อมูลระดับสากล เพื่อประเมินผลการดำเนินงานขององค์กรที่มีแนวปฏิบัติที่โดดเด่นในด้าน ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และหลักธรรมาภิบาล หรือ ESG</strong></p>
<p><span id="more-46126"></span></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>เคเค ชง</strong></span> <strong>หัวหน้าฝ่ายพัฒนาความยั่งยืน บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย)</strong> กล่าวว่า รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับคัดเลือกให้อยู่ในดัชนี FTSE4Good Index Series เป็นครั้งที่ 8 โดยสำหรับเดลต้าแล้ว เราเชื่อว่าความเป็นผู้นำด้าน ESG ไม่ได้วัดกันที่จำนวนเป้าหมายที่บริษัทตั้งเอาไว้ แต่วัดจากความสม่ำเสมอในการเปลี่ยนเป้าหมายเหล่านั้นให้กลายเป็นความก้าวหน้าที่วัดผลได้จริง ตัวอย่างเช่น เดลต้าได้เดินหน้าเพิ่มสัดส่วนการใช้ไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในการดำเนินงาน รวมถึงร่วมมือกับพันธมิตรคู่ค้าเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ตลอดจนยกระดับแนวปฏิบัติทางธุรกิจที่มีความรับผิดชอบและโปร่งใส ซึ่งช่วยสร้างคุณค่าในระยะยาวให้แก่พนักงานและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของเรา</p>
<p>“เมื่อธุรกิจเติบโตและมีการดำเนินงานที่ซับซ้อนมากขึ้น การเป็นผู้นำด้าน ESG จึงยิ่งต้องมองไปให้ไกลกว่าขอบเขตการดำเนินงานภายในองค์กร และมุ่งเน้นการประสานความร่วมมือกับภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับทั้งองค์กรและประเทศไทย” เคเค กล่าว</p>
<p>กลุ่มดัชนี FTSE4Good เป็นเครื่องมือที่ได้รับการนำไปใช้อย่างแพร่หลายโดยกลุ่มนักลงทุนและผู้เชี่ยวชาญในตลาดทุนเพื่อเป็นเกณฑ์ในการพัฒนาและประเมินกองทุน รวมถึงจัดตั้งกองทุนที่เน้นการลงทุนอย่างรับผิดชอบต่อสังคม โดย FTSE Russell จะประเมินบริษัทจากผลการดำเนินงานในหลากหลายด้าน อาทิ ด้านบรรษัทภิบาล สุขภาพและความปลอดภัยของพนักงาน การต่อต้านการทุจริต และรับมือกับปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ดังนั้นบริษัทที่ได้รับคัดเลือกให้ติดอันดับในกลุ่มดัชนี FTSE4Good จะต้องผ่านเกณฑ์ด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาลตามที่กำหนด</p>
<p>ภายใต้พันธกิจ RE100 บริษัทตั้งเป้าหมายที่จะใช้ไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน 100% ในการดำเนินงานทั่วโลกภายในปี 2573 โดย ณ ปี 2568 เดลต้า ประเทศไทย รวมถึงบริษัทในเครือ มีสัดส่วนการใช้ไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนรวมกันได้เกือบ 70% ของการดำเนินงานทั้งหมด และในปี 2569 บริษัทยังได้รับการประเมินให้อยู่ในระดับ A จากการจัดอันดับการมีส่วนร่วมของซัพพลายเออร์ประจำปี 2568 โดย CDP เป็นครั้งที่ 3 ซึ่งเป็นผลมาจากความมุ่งมั่นในการทำงานร่วมกับซัพพลายเออร์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และเพิ่มการใช้วัสดุรีไซเคิลที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน ในมิติด้านการสร้างคุณค่าให้แก่สังคม เดลต้าได้สนับสนุนห้องปฏิบัติการระบบอัตโนมัติและพาวเวอร์อิเล็กทรอนิกส์ ให้แก่มหาวิทยาลัยชั้นนำ 7 แห่งในประเทศไทย เพื่อร่วมพัฒนาบุคลากรสายวิศวกรรมที่พร้อมตอบโจทย์ความต้องการในอนาคตของประเทศ</p>
<p>การกำกับดูแลกิจการที่เข้มแข็งยังคงเป็นหนึ่งในรากฐานสำคัญของแนวทางด้าน ESG ของเดลต้า ประเทศไทย โดยบริษัทได้รับการประเมินในระดับ 5 ดาว “ดีเลิศ” ในรายงานการประเมินด้านบรรษัทภิบาลของบริษัทจดทะเบียนไทย ประจำปี 2568 (Corporate Governance Report of Thai Listed Companies หรือ CGR) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 10 นอกจากนี้ เดลต้า ประเทศไทย ยังได้รับคัดเลือกเข้าสู่ดัชนี Dow Jones Best-in-Class Indices 2026 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 และได้รับการจัดให้อยู่ใน S&amp;P Global Sustainability Yearbook 2026 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 11</p>
<p>ตลอดระยะเวลาเกือบ 4 ทศวรรษของการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย เดลต้ายังคงมุ่งมั่นนำเสนอนวัตกรรมและโซลูชันที่สะอาดและใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาของประเทศ ควบคู่กับการสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนให้แก่ลูกค้า พันธมิตร พนักงาน และชุมชน การได้รับคัดเลือกเข้าสู่ดัชนี FTSE4Good Index Series ในครั้งนี้ จึงเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนให้เดลต้าเดินหน้ายกระดับผลการดำเนินงานด้าน ESG พร้อมเปลี่ยนความมุ่งมั่นให้เป็นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม และสร้างคุณค่าในระยะยาวให้แก่ทั้งภาคธุรกิจและสังคมต่อไป</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/delta-ftse4good-esg/">เดลต้า ประเทศไทย ติดอันดับดัชนี FTSE4Good เป็นครั้งที่ 8 ยกระดับการดำเนินงานด้าน ESG เสริมแกร่งให้ธุรกิจ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ส.อ.ท. เสนอ 5 แนวทางสำคัญต่อ PDP2026 เดินหน้าเปลี่ยนผ่านพลังงานอย่างสมดุล พร้อมรักษาขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/fti-pdp2026/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 14 Sep 2026 03:26:44 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[PDP2026]]></category>
		<category><![CDATA[กำลังผลิตไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=46121</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ  : พิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) พร้อมคณะผู้บริหาร ได้เข้าพบเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และคณะผู้บริหาร เพื่อส่งมอบข้อเสนอแนะ (ร่าง) แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 2569–2593หรือ PDP2026 โดยส.อ.ท. ได้เสนอ 5 แนวทางสำคัญต่อการจัดทำแผน PDP2026 โดยชี้ว่าการวางโครงสร้างพลังงานไทยในระยะยาวต้องสร้างสมดุลระหว่าง ความมั่นคงทางพลังงาน (Energy Security) ต้นทุนพลังงานที่แข่งขันได้ (Affordability) ความยั่งยืน (Sustainability)&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/fti-pdp2026/">ส.อ.ท. เสนอ 5 แนวทางสำคัญต่อ PDP2026 เดินหน้าเปลี่ยนผ่านพลังงานอย่างสมดุล พร้อมรักษาขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ  : <strong>พิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) พร้อมคณะผู้บริหาร ได้เข้าพบเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และคณะผู้บริหาร เพื่อส่งมอบข้อเสนอแนะ (ร่าง) แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 2569–2593หรือ PDP2026</strong></p>
<p><span id="more-46121"></span></p>
<p>โดยส.อ.ท. ได้เสนอ 5 แนวทางสำคัญต่อการจัดทำแผน PDP2026 โดยชี้ว่าการวางโครงสร้างพลังงานไทยในระยะยาวต้องสร้างสมดุลระหว่าง ความมั่นคงทางพลังงาน (Energy Security) ต้นทุนพลังงานที่แข่งขันได้ (Affordability) ความยั่งยืน (Sustainability) และที่สำคัญคือ การรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ พร้อมเสนอให้ใช้ศักยภาพพลังงานในประเทศอย่างเต็มที่ บริหารต้นทุนระบบไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพ เปิดทางให้ภาคอุตสาหกรรมเข้าถึงพลังงานสะอาด รักษาความมั่นคงของพื้นที่อุตสาหกรรม และเตรียมโครงข่ายและกติกาให้พร้อมรองรับเทคโนโลยีพลังงานแห่งอนาคต</p>
<p>ด้านมงคล เฮงโรจนโสภณ ประธานสถาบันพลังงานเพื่ออุตสาหกรรม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า การจัดทำ PDP2026 ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญในการกำหนดทิศทางและวางโครงสร้างพลังงานไฟฟ้าของไทยในระยะยาวถึง 25 ปี ท่ามกลางการเพิ่มขึ้นของพลังงานหมุนเวียน ความต้องการใช้ไฟฟ้ารูปแบบใหม่ ตลอดจนแรงกดดันจากตลาดโลกในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก</p>
<p>ส.อ.ท. สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาด แต่เห็นว่า PDP2026 ต้องตอบโจทย์มากกว่าการเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาด โดยต้องคำนึงถึงความมั่นคงของระบบ ต้นทุนพลังงานที่แข่งขันได้ การลดก๊าซเรือนกระจก และความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ควบคู่กัน โดยมีข้อเสนอสำคัญ 5 ประเด็น ดังนี้</p>
<ol>
<li>เพิ่มความมั่นคง ด้วยศักยภาพพลังงานที่ประเทศไทยมีประเทศไทยยังพึ่งพาพลังงานนำเข้าในระดับสูง ส.อ.ท. จึงเห็นว่า PDP2026 ควรเป็นกลไกสำคัญในการเพิ่มความมั่นคงทางพลังงาน โดยให้ความสำคัญการพึ่งพาพลังงานภายในประเทศ ทั้งการพัฒนาแหล่งก๊าซธรรมชาติในประเทศและภูมิภาค เพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพา LNG นำเข้า<br />
ขณะเดียวกันควรยกระดับชีวมวล (Biomass) และพลังงานชีวภาพ ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดแข็งของประเทศไทย โดยพัฒนาประสิทธิภาพตลอด Supply Chain ตั้งแต่การรวบรวมวัตถุดิบ การขนส่ง และการจัดเก็บ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการนำมาใช้ผลิตพลังงาน ลดการนำเข้าพลังงาน และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกลับสู่ภาคเกษตรและชุมชน</li>
<li>บริหารต้นทุนระบบไฟฟ้า ให้ค่าไฟไทยแข่งขันได้    การเพิ่มขึ้นของพลังงานสะอาด ระบบกักเก็บพลังงาน Battery Energy Storage System (BESS) และการลงทุนในสมาร์ทกริด จะส่งผลต่อโครงสร้างต้นทุนระบบไฟฟ้าในอนาคต ส.อ.ท. เห็นว่า การประเมินทางเลือกด้านเทคโนโลยีผลิตไฟฟ้าไม่ควรพิจารณาเฉพาะต้นทุนการผลิตไฟฟ้าต่อหน่วย ณ หน้าโรงไฟฟ้า หรือ LCOE (Levelized Cost of Electricity) เท่านั้น แต่ต้องพิจารณาต้นทุนที่เกิดขึ้นต่อระบบโดยรวม เช่น ต้นทุนระบบกักเก็บพลังงาน การขยายและปรับปรุงระบบส่ง อุปกรณ์รักษาแรงดันและเสถียรภาพ ระบบสำรอง รวมถึงบริการระบบไฟฟ้าที่จำเป็นต่อการรองรับสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนที่เพิ่มขึ้นดังนั้น ควรมองภาพรวมการลงทุนของระบบและประเมิน คุณค่าที่แต่ละเทคโนโลยีมอบให้แก่ระบบ (System Value) เพื่อหลีกเลี่ยงการเลือกทางเลือกที่ดูมีต้นทุนต่ำในระดับโรงไฟฟ้า แต่กลับสร้างต้นทุนเพิ่มเติมให้กับระบบและส่งผลต่อค่าไฟฟ้าในระยะยาว</li>
<li>เปิดทางภาคอุตสาหกรรมเข้าถึงพลังงานสะอาด เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน  ในปัจจุบันพลังงานสะอาดกำลังกลายเป็นเงื่อนไขสำคัญต่อการค้าและการลงทุน ภาคอุตสาหกรรมจึงจำเป็นต้องสามารถเข้าถึงพลังงานสะอาดได้จริง ในราคาที่สามารถแข่งขันได้&#8221;ส.อ.ท. เสนอให้การเปิด Direct PPA ให้กับอุตสาหกรรมที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) มาแล้วนั้น มีการเร่งกำหนดหลักเกณฑ์ Third Party Access (TPA) และ Wheeling Charge ที่มีความโปร่งใส เป็นธรรม และสะท้อนต้นทุนการใช้โครงข่ายอย่างเหมาะสม   พร้อมกันนี้ควรเปิดโอกาสให้การผลิตไฟฟ้าใช้เอง และ Independent Power Supply (IPS) เข้ามามีบทบาทมากขึ้น เพื่อเปิดทางให้เงินลงทุนจากภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาพลังงานสะอาด เพิ่มการแข่งขันและทางเลือกให้แก่ผู้ใช้ไฟฟ้า และช่วยให้ภาคอุตสาหกรรมสามารถเข้าถึงพลังงานสะอาดได้อย่างทั่วถึง&#8221;  มงคล กล่าว</li>
<li>จัดสรรต้นทุนของความต้องการใช้ไฟฟ้าใหม่ (New Demand) และกำลังผลิตใหม่ (New Supply) อย่างเป็นธรรมโดยไม่ผลักภาระต้นทุนให้ผู้ใช้ไฟเดิม  การเข้ามาของ New Demand ขนาดใหญ่ เช่น Data Center ถือเป็นโอกาสสำคัญในการดึงดูดการลงทุนและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเศรษฐกิจไทย แต่ในอีกด้านหนึ่ง ความต้องการใช้ไฟฟ้ารูปแบบใหม่อาจทำให้ระบบจำเป็นต้องลงทุนเพิ่มเติม ทั้งด้านกำลังผลิต ระบบส่ง ระบบจำหน่าย และโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง</li>
</ol>
<p>ส.อ.ท. จึงเสนอให้นำหลัก Causer Pays มาใช้ โดยต้นทุนส่วนเพิ่มที่เกิดขึ้นจาก New Demand ควรถูกจัดสรรให้กับผู้ที่เป็นผู้ก่อให้เกิดต้นทุนอย่างเหมาะสม เพื่อป้องกันการเกิดอุดหนุนข้ามกลุ่ม (Cross Subsidy) และไม่ให้ภาระจากการลงทุนใหม่ถูกส่งผ่านไปยังผู้ใช้ไฟฟ้าเดิม</p>
<p>ขณะเดียวกัน กำลังผลิตใหม่ที่ทำให้ระบบต้องลงทุนเพิ่มเติมเพื่อรองรับความผันผวนหรือข้อจำกัดทางเทคนิค ก็ควรสะท้อนต้นทุนดังกล่าวไว้ในโครงสร้างตลาดและค่าบริการอย่างโปร่งใส โดยใช้หลักเกณฑ์เดียวกันกับทุกเทคโนโลยี เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและการแข่งขันอย่างเท่าเทียม</p>
<p>จัดทำ PDP ให้เป็นแผนที่ยืดหยุ่นและปรับตัวได้ (Robust &amp; Adaptive Plan    เนื่องจาก PDP2026 เป็นแผนระยะยาวถึง 25 ปี หรือระหว่างปี 2569–2593 ขณะที่เทคโนโลยี ต้นทุนพลังงาน และความต้องการใช้ไฟฟ้าสามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว ส.อ.ท. จึงเสนอให้ PDP2026 เป็นแผนที่ยืดหยุ่นและสามารถปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์ได้ ไม่ผูกการลงทุนระยะยาวไว้กับสมมติฐานเพียงชุดเดียว เพื่อลดความเสี่ยงจากการลงทุนเกินความจำเป็น</p>
<p>โดยควรจัดลำดับความสำคัญของการลงทุนออกเป็น โครงการที่สำคัญและเร่งด่วน โครงการที่คุ้มค่าและควรดำเนินการ และโครงการที่มีเงื่อนไขก่อนดำเนินการ พร้อมกำหนดจุดตัดสินใจก่อนดำเนินการลงทุน เช่น ความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เกิดขึ้นจริง การลงทุน Data Center ต้นทุน BESS ความพร้อมของ Carbon Capture and Storage (CCS) และ Small Modular Reactor (SMR) รวมถึงราคาก๊าซธรรมชาติและ LNG  นอกจากนี้ ควรมีการทบทวนแผนเป็นระยะและเปิดเผยผลต่อสาธารณะ เพื่อให้การลงทุนในระบบไฟฟ้าสามารถปรับตามสถานการณ์จริง และป้องกันไม่ให้ต้นทุนจากสมมติฐานที่คลาดเคลื่อนในวันนี้กลายเป็นภาระค่าไฟของประชาชนและภาคอุตสาหกรรมในอนาคต</p>
<p>นอกเหนือจากข้อเสนอทั้ง 5 ประเด็น ส.อ.ท. ยังเสนอให้มีมาตรการสนับสนุนดำเนินการควบคู่กัน เพื่อเตรียมระบบไฟฟ้าของไทยให้พร้อมรองรับการเปลี่ยนผ่าน โดยเร่งลงทุนและเตรียมความพร้อมด้าน Smart Grid, Smart Meter, Demand Response และ Distributed Energy Resources (DER) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความยืดหยุ่นของระบบ</p>
<p>พร้อมกันนี้ควรกำหนด Small Power Producer (SPP) Cogeneration Transition Framework ที่ประเมินคุณค่าของทั้งไฟฟ้า ไอน้ำ และความมั่นคงของพื้นที่อุตสาหกรรมอย่างรอบด้าน รวมถึงจัดทำ Roadmap รองรับเทคโนโลยี BESS, CCS และ SMR ทั้งในด้านกฎหมาย มาตรฐาน ความปลอดภัย และความคุ้มค่าก่อนตัดสินใจลงทุน</p>
<p>ขณะเดียวกันควรพัฒนากลไกตลาดที่ให้คุณค่ากับ บริการระบบไฟฟ้าตามสมรรถนะจริงและเป็นกลางทางเทคโนโลยี เพื่อให้ระบบไฟฟ้าไทยสามารถรองรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานได้อย่างมั่นคง มีประสิทธิภาพ และมีต้นทุนที่เหมาะสม</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/fti-pdp2026/">ส.อ.ท. เสนอ 5 แนวทางสำคัญต่อ PDP2026 เดินหน้าเปลี่ยนผ่านพลังงานอย่างสมดุล พร้อมรักษาขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ฮาตาริ จับมือ แสนสิริ เปิดแคมเปญ “บ้านนี้มีแฟนใหม่” ชวนลูกบ้านส่งต่อพัดลมเก่าสู่คุณค่าใหม่ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกแล้ว 14.4 ตันคาร์บอนไดออกไซด์</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/mkt_hatari-x-sansiri/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 11 Sep 2026 07:33:02 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[พัดลมเก่า]]></category>
		<category><![CDATA[ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[ฮาตาริ]]></category>
		<category><![CDATA[แสนสิริ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=46112</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท ฮาตาริ อิเลคทริค จำกัด ผู้นำอุตสาหกรรมผลิตพัดลมของประเทศไทย ร่วมกับ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เปิดตัวแคมเปญ “บ้านนี้มีแฟนใหม่” ต่อยอดแพลตฟอร์ม Fan It Forward สู่ชุมชนที่อยู่อาศัย ชวนลูกบ้านแสนสิริส่งต่อพัดลมเก่าที่ไม่ใช้งานแล้วเข้าสู่กระบวนการคัดแยกและรีไซเคิลอย่างรับผิดชอบ พร้อมสร้างการเรียนรู้เรื่องเศรษฐกิจหมุนเวียนผ่านกิจกรรมภายในชุมชน ตั้งแต่จุดรับพัดลมเก่า พื้นที่เรียนรู้กระบวนการรีไซเคิล ไปจนถึงเวิร์กช็อปที่นำพลาสติกรีไซเคิลจากพัดลมกลับมาสร้างคุณค่าในรูปแบบใหม่ แคมเปญ “บ้านนี้มีแฟนใหม่” ต่อยอดความสำเร็จจากโครงการ Fan It Forward ที่ฮาตาริดำเนินมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2568&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/mkt_hatari-x-sansiri/">ฮาตาริ จับมือ แสนสิริ เปิดแคมเปญ “บ้านนี้มีแฟนใหม่” ชวนลูกบ้านส่งต่อพัดลมเก่าสู่คุณค่าใหม่ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกแล้ว 14.4 ตันคาร์บอนไดออกไซด์</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท ฮาตาริ อิเลคทริค จำกัด</strong> ผู้นำอุตสาหกรรมผลิตพัดลมของประเทศไทย ร่วมกับ <strong>บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) </strong>เปิดตัว<strong>แคมเปญ “บ้านนี้มีแฟนใหม่”</strong> ต่อยอดแพลตฟอร์ม Fan It Forward สู่ชุมชนที่อยู่อาศัย ชวนลูกบ้านแสนสิริส่งต่อพัดลมเก่าที่ไม่ใช้งานแล้วเข้าสู่กระบวนการคัดแยกและรีไซเคิลอย่างรับผิดชอบ พร้อมสร้างการเรียนรู้เรื่องเศรษฐกิจหมุนเวียนผ่านกิจกรรมภายในชุมชน ตั้งแต่จุดรับพัดลมเก่า พื้นที่เรียนรู้กระบวนการรีไซเคิล ไปจนถึงเวิร์กช็อปที่นำพลาสติกรีไซเคิลจากพัดลมกลับมาสร้างคุณค่าในรูปแบบใหม่</p>
<p><span id="more-46112"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46114" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/mkt_hatari-x-sansiri-02.jpg" alt="บ้านนี้มีแฟนใหม่" width="576" height="384" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/mkt_hatari-x-sansiri-02.jpg 576w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/mkt_hatari-x-sansiri-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/mkt_hatari-x-sansiri-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/mkt_hatari-x-sansiri-02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 576px) 100vw, 576px" /></p>
<p><strong>แคมเปญ “บ้านนี้มีแฟนใหม่”</strong> ต่อยอดความสำเร็จจาก<strong>โครงการ Fan It Forward</strong> ที่ฮาตาริดำเนินมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2568 ซึ่งมุ่งส่งเสริมให้ผู้บริโภคตระหนักถึงการจัดการพัดลมเก่าอย่างเหมาะสม และช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยนับตั้งแต่เปิดตัวโครงการ Fan It Forward ฮาตาริได้รับพัดลมเก่ารวมจำนวน 628 เครื่อง คิดเป็นน้ำหนักวัสดุประมาณ 6.3 ตันที่ได้รับการจัดการแทนการนำไปฝังกลบ และมีส่วนช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกโดยประมาณ 14.4 ตันคาร์บอนไดออกไซด์</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46115" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/mkt_hatari-x-sansiri-03.jpg" alt="บ้านนี้มีแฟนใหม่" width="576" height="384" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/mkt_hatari-x-sansiri-03.jpg 576w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/mkt_hatari-x-sansiri-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/mkt_hatari-x-sansiri-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/mkt_hatari-x-sansiri-03-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 576px) 100vw, 576px" /></p>
<p>ฮาตาริจึงเดินหน้าขยายผลโครงการให้เข้าถึงผู้บริโภคมากขึ้น ผ่านแคมเปญ “บ้านนี้มีแฟนใหม่” ที่ร่วมมือกับแสนสิริจัดงานเปิดตัวความร่วมมืออย่างเป็นทางการในวันที่ 10 กันยายน 2569 ณ ศูนย์การค้าฮาบิโตะ มอลล์ และจัดเป็นนิทรรศการต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 12 กันยายน 2596 ภายในงานจะมีการจัด โซนให้ความรู้ Recycle Journey โซนเวิร์กช็อป DIY พวงกุญแจพลาสติกรีไซเคิล Old Fan to New Charms และโซนเกม Tangram Challenge จากตัวต่อที่ทำมาจากพลาสติกรีไซเคิล ก่อนต่อยอดกิจกรรมไปยังโครงการต่างๆ ของแสนสิริอย่างต่อเนื่องจนถึงสิ้นปี 2569 เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของลูกบ้านในการจัดการพัดลมเก่าและเรียนรู้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนผ่านกิจกรรมรูปแบบต่าง ๆ</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46116" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/mkt_hatari-x-sansiri-04.jpg" alt="บ้านนี้มีแฟนใหม่" width="576" height="384" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/mkt_hatari-x-sansiri-04.jpg 576w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/mkt_hatari-x-sansiri-04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/mkt_hatari-x-sansiri-04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/mkt_hatari-x-sansiri-04-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 576px) 100vw, 576px" /></p>
<p>ในช่วงเปิดตัวแคมเปญ ฮาตาริและแสนสิริจะร่วมจัดกิจกรรมเพื่อสร้างการมีส่วนร่วมและความเข้าใจด้านการจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืนให้แก่ลูกบ้าน ตลอดช่วงเฟสแรกของแคมเปญ  ทุก ๆ การส่งมอบพัดลมเก่า 10 เครื่องที่ลูกบ้านนำมาส่งมอบพร้อมซื้อพัดลมใหม่ภายใต้แคมเปญ ฮาตาริจะบริจาคพัดลมใหม่ 1 เครื่องให้แก่พนักงานในไซต์ก่อสร้างแสนสิริ เพื่อสนับสนุนความเป็นอยู่ที่ดีและสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่เย็นสบายยิ่งขึ้น นอกจากนี้ฮาตาริได้มอบ<strong>สิทธิพิเศษสำหรับลูกบ้านแสนสิริ </strong>ยกระดับความคุ้มค่าและความสะดวกสบายให้กับทุกชีวิตในครอบครัว ด้วยการซื้อสินค้าฮาตาริราคาพิเศษ รวมถึง Move-in Package สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ผ่านแอปพลิเคชัน KUHU</p>
<p><strong>ชัญญา พานิชตระกูล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการสายงานขายและการตลาด บริษัท ฮาตาริ อิเลคทริค จำกัด</strong>  กล่าว ความร่วมมือกับแสนสิริในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการขยายผลโครงการ Fan It Forward ให้เข้าถึงชุมชนที่อยู่อาศัยมากขึ้น โดยต่อยอดแนวคิดการจัดการพัดลมเก่าอย่างรับผิดชอบผ่านแคมเปญ ‘บ้านนี้มีแฟนใหม่’ แคมเปญนี้ตั้งเป้ารวบรวมพัดลมเก่า 1,000 เครื่องจากการเดินสายกิจกรรมตลอดปี 2569 ซึ่งคาดว่าจะช่วยลดปริมาณขยะที่ต้องนำไปฝังกลบได้ราว 3-5 ตัน และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ประมาณ 5,000 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์ ขณะเดียวกันยังเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการสร้างการมีส่วนร่วมของผู้บริโภคในการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างยั่งย</p>
<p>ด้าน<strong>อุทัย อุทัยแสงสุข กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) </strong>กล่าวว่า แคมเปญ ‘บ้านนี้มีแฟนใหม่’ สะท้อนความตั้งใจของแสนสิริในการส่งเสริมการบริโภคอย่างรับผิดชอบและการแยกขยะอย่างถูกวิธีของลูกบ้านแสนสิริที่เริ่มต้นจากจุดที่ใกล้ตัวที่สุดคือ ‘บ้าน’  เพื่อช่วยลดขยะอิเล็กทรอนิกส์ ลดผลกระทบจากการฝังกลบ และสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในชุมชน เรามีความยินดีที่ได้ร่วมต่อยอดโครงการ Fan It Forward ของฮาตาริสู่ชุมชนที่อยู่อาศัย พร้อมเปิดโอกาสให้ลูกบ้านได้มีส่วนร่วมในการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ภายในโครงการของแสนสิริ ควบคู่ไปกับการส่งต่อประโยชน์ให้แก่พนักงานในไซต์ก่อสร้างแสนสิริผ่านโครงการบริจาคพัดลมใหม่ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงคุณค่าของความร่วมมือที่ส่งผลดีต่อทั้งชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน</p>
<p><strong>วิทยา พานิชตระกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮาตาริ อิเลคทริค จำกัด</strong> กล่าวว่า ตลอด 35 ปีที่ผ่านมา ฮาตาริเติบโตเคียงข้างคนไทยมาอย่างต่อเนื่อง และเราเชื่อว่าการเติบโตอย่างยั่งยืนของธุรกิจต้องเกิดขึ้นควบคู่ไปกับความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ความร่วมมือกับแสนสิริในแคมเปญ ‘บ้านนี้มีแฟนใหม่’ จึงเป็นอีกหนึ่งก้าวในการนำแนวคิด Circular Economy มาสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการจัดการผลิตภัณฑ์หลังหมดอายุการใช้งานอย่างเหมาะสม และการนำทรัพยากรกลับเข้าสู่กระบวนการสร้างคุณค่าใหม่</p>
<p>“เราเชื่อว่าความยั่งยืนไม่สามารถเกิดขึ้นได้จากองค์กรใดองค์กรหนึ่ง แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากภาคธุรกิจ พันธมิตร และผู้บริโภค ฮาตาริจึงหวังว่าความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยสร้างความตระหนักและเป็นจุดเริ่มต้นของพฤติกรรมที่ดีในการจัดการเครื่องใช้ไฟฟ้าหลังการใช้งาน พร้อมเดินหน้าสร้างคุณค่าร่วมให้กับสังคมไทยอย่างต่อเนื่อง” <strong>วิทยา กล่าว</strong></p>
<hr />
<p>หมายเหตุ &#8211; ภาพแรก จากซ้าย ชัญญา พานิชตระกูล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานขายและการตลาด  วิทยา พานิชตระกูล กรรมการผู้จัดการ ฮาตาริ อิเลคทริค อุทัย อุทัยแสงสุข กรรมการผู้จัดการใหญ่ และประเสริฐ ตระการวชิรหัตถ์ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อส่วนโครงการ บมจ.แสนสิริ</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/mkt_hatari-x-sansiri/">ฮาตาริ จับมือ แสนสิริ เปิดแคมเปญ “บ้านนี้มีแฟนใหม่” ชวนลูกบ้านส่งต่อพัดลมเก่าสู่คุณค่าใหม่ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกแล้ว 14.4 ตันคาร์บอนไดออกไซด์</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ฮุนไดเปิดตัว “Hyundai new STARIA Hybrid” 11 ที่นั่งครั้งแรกในไทย สร้างมาตรฐานใหม่ให้ตลาด MPV ไทย ประหยัดน้ำมันสูงสุด 17.2 กม./ลิตร</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/hyundai-new-staria-hybrid-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 11 Sep 2026 06:14:24 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Hyundai new STARIA Hybrid]]></category>
		<category><![CDATA[ฮุนได]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=46104</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ : บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด สร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญด้วยการเปิดตัว The new STARIA Hybrid ชูจุดเด่นในฐานะ MPV 11 ที่นั่ง ครั้งแรก และหนึ่งเดียวในตลาดไทย ที่มาพร้อมระบบขับเคลื่อน Hybrid ต่อยอดจุดแข็งของ STARIA ทั้งด้านพื้นที่ใช้สอย ความสะดวกสบาย และความอเนกประสงค์ ด้วยขุมพลัง Turbo Hybrid ที่ให้ทั้งสมรรถนะและประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิง ห้องโดยสาร และเบาะที่นั่งพรีเมียม ดีไซน์ใหม่ เพิ่มความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้นสำหรับผู้โดยสารแถวที่ 2 และ 3&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/hyundai-new-staria-hybrid-2/">ฮุนไดเปิดตัว “Hyundai new STARIA Hybrid” 11 ที่นั่งครั้งแรกในไทย สร้างมาตรฐานใหม่ให้ตลาด MPV ไทย ประหยัดน้ำมันสูงสุด 17.2 กม./ลิตร</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ : <strong>บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด</strong> สร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญด้วยการเปิดตัว <strong>The new STARIA Hybrid</strong> ชูจุดเด่นในฐานะ <strong>MPV 11 ที่นั่ง ครั้งแรก และหนึ่งเดียวในตลาดไทย </strong>ที่มาพร้อมระบบขับเคลื่อน Hybrid ต่อยอดจุดแข็งของ STARIA ทั้งด้านพื้นที่ใช้สอย ความสะดวกสบาย และความอเนกประสงค์ ด้วยขุมพลัง Turbo Hybrid ที่ให้ทั้งสมรรถนะและประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิง ห้องโดยสาร และเบาะที่นั่งพรีเมียม ดีไซน์ใหม่ เพิ่มความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้นสำหรับผู้โดยสารแถวที่ 2 และ 3 รองรับตั้งแต่การเดินทางของครอบครัว การเดินทางระยะไกล ไปจนถึงการใช้งานภาคธุรกิจ พร้อมเสริมความมั่นใจด้วย Hyundai SmartSense เทคโนโลยีช่วยขับขี่และความปลอดภัยอัจฉริยะมากถึง 15 ระบบ  สะท้อนกลยุทธ์ของฮุนไดในการยกระดับทางเลือกในตลาด MPV ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ผสานพื้นที่ สมรรถนะ ประสิทธิภาพ และความอเนกประสงค์ไว้ในรถคันเดียว</p>
<p><span id="more-46104"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46106" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/Hyundai-new-STARIA-Hybrid-02.jpg" alt="เจ กิว จอง" width="576" height="384" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/Hyundai-new-STARIA-Hybrid-02.jpg 576w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/Hyundai-new-STARIA-Hybrid-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/Hyundai-new-STARIA-Hybrid-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/Hyundai-new-STARIA-Hybrid-02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 576px) 100vw, 576px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">เจ กิว จอง</span> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด</strong> กล่าวว่า ตลอดระยะเวลากว่า 30 ปี ฮุนไดได้สร้างฐานลูกค้าและความเชื่อมั่นในตลาดรถยนต์ MPV ของประเทศไทยผ่าน Hyundai H-1 ซึ่งได้รับการยอมรับจากทั้งกลุ่มครอบครัวและผู้ประกอบการ ด้วยจุดเด่นด้านพื้นที่ ความอเนกประสงค์ และความสะดวกสบาย สิ่งที่เราได้เรียนรู้จาก H-1 คือ ลูกค้าชาวไทยให้ความสำคัญกับรถที่ใช้งานได้จริง และตอบโจทย์ชีวิตในหลายรูปแบบ ซึ่งเราได้นำความเข้าใจนี้มาต่อยอดสู่ STARIA พร้อมให้ความสำคัญกับการรับฟังเสียงของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านความสะดวกสบาย ประสิทธิภาพการใช้พลังงาน เทคโนโลยี และความสามารถในการรองรับรูปแบบการใช้งานที่หลากหลายมากขึ้น</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46107" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/Hyundai-new-STARIA-Hybrid-03.jpg" alt="Hyundai new STARIA Hybrid" width="576" height="384" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/Hyundai-new-STARIA-Hybrid-03.jpg 576w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/Hyundai-new-STARIA-Hybrid-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/Hyundai-new-STARIA-Hybrid-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/Hyundai-new-STARIA-Hybrid-03-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 576px) 100vw, 576px" /></p>
<p>“The new STARIA Hybrid จึงเป็นอีกก้าวสำคัญในการต่อยอดความแข็งแกร่งของฮุนไดในตลาด MPV ด้วยการนำจุดเด่นของ STARIA Diesel ที่ลูกค้าคุ้นเคย ทั้งห้องโดยสารกว้างขวาง 11 ที่นั่ง บนตัวถังยาว 5,253 มม. กว้าง 1,997 มม. สูง 1,990 มม. และระยะฐานล้อยาว 3,273 มม. มอบความสะดวกสบาย และความอเนกประสงค์ ด้วยเบาะที่นั่ง Premium Comfort Seat และพนักพิงศีรษะดีไซน์ใหม่ สำหรับผู้โดยสารแถวที่ 2 และ 3  ตอบโจทย์ทั้งการเดินทางของครอบครัวขนาดใหญ่ สมาชิกหลายเจเนอเรชัน การเดินทางเป็นกลุ่ม ไปจนถึงการใช้งานเพื่อธุรกิจ พร้อมเพิ่มความสะดวกในการใช้งานจริงด้วย Smart Power Sliding Door ประตูสไลด์ไฟฟ้าทั้งสองด้าน ที่ช่วยให้การขึ้น-ลงรถง่ายขึ้น และ Smart Power Tailgate จัดการสัมภาระทำได้สะดวก ผสานกับระบบขับเคลื่อน Hybrid ที่ให้ทั้งสมรรถนะแรง แต่ประหยัดน้ำมัน พร้อมเทคโนโลยี Hyundai Bluelink แอปพลิเคชันสั่งงานรถแค่ปลายนิ้ว และเทคโนโลยีช่วยขับขี่ และความปลอดภัยอัจฉริยะ Hyundai SmartSense เพื่อให้ลูกค้าไม่ต้องเลือกระหว่างรถที่รองรับสมาชิกได้ครบ รถที่ขับสบาย หรือรถที่ช่วยเพิ่มความคุ้มค่าในการใช้งาน</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46108" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/Hyundai-new-STARIA-Hybrid-04.jpg" alt="Hyundai new STARIA Hybrid" width="576" height="384" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/Hyundai-new-STARIA-Hybrid-04.jpg 576w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/Hyundai-new-STARIA-Hybrid-04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/Hyundai-new-STARIA-Hybrid-04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/Hyundai-new-STARIA-Hybrid-04-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 576px) 100vw, 576px" /></p>
<p>The new STARIA Hybrid ยกระดับสมรรถนะของรถ MPV ขนาดใหญ่ ด้วยระบบขับเคลื่อน<strong> </strong><strong>Turbo Hybrid</strong><strong> </strong><strong>ที่ผสาน</strong>เครื่องยนต์เบนซิน 1.6 ลิตร T-GDI Turbo กำลังสูงสุด 178 แรงม้า เข้ากับมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงสุด 72 แรงม้า และแบตเตอรี่ไฮบริดขนาด 1.49 kWh ให้กำลังรวมสูงสุด<strong> </strong><strong>242 </strong><strong>แรงม้า</strong> <strong>ที่</strong><strong> 5,600 </strong><strong>รอบต่อนาที</strong> <strong>และแรงบิดสูงสุด</strong><strong> 367 </strong><strong>นิวตัน</strong><strong>&#8211;</strong><strong>เมตร</strong> <strong>ตั้งแต่</strong><strong> 1,000–4,100 </strong><strong>รอบต่อนาที</strong> ส่งกำลังสู่ล้อหน้า โดยแรงบิดที่มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่รอบต่ำ ช่วยให้รถออกตัวและเร่งแซงได้อย่างมั่นใจ พร้อมรองรับการเดินทางที่มีทั้งผู้โดยสารและสัมภาระจำนวนมากได้อย่างเหมาะสม เติมเต็มความคล่องตัวและความนุ่มนวลที่ต้องการจากรถสำหรับทั้งครอบครัวและการใช้งานทางธุรกิจ</p>
<p>นอกจากสมรรถนะที่ตอบโจทย์รถ MPV ขนาดใหญ่แล้ว ระบบ Hybrid ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ด้วยอัตราความสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงสูงสุด <strong>17.2 </strong><strong>กิโลเมตรต่อลิตร</strong><strong><sup>(1)</sup></strong> <strong>ตามมาตรฐาน</strong><strong> NEDC<sup>(1)</sup></strong> ช่วยให้ทุกการเดินทางไปได้ไกลขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมช่วงล่างด้านหน้าแบบ MacPherson Strut และด้านหลังแบบ Multi-link ที่ให้สมดุลระหว่างความมั่นคงและความสบายในการโดยสาร พวงมาลัยเพาเวอร์ไฟฟ้า และดิสก์เบรกพร้อมช่องระบายความร้อนทั้งด้านหน้าและด้านหลัง เสริมความมั่นใจในการควบคุม พร้อมรองรับตั้งแต่การใช้งานในเมืองไปจนถึงการเดินทางระยะไกลในทุกภารกิจ</p>
<p>ด้านเทคโนโลยี The new STARIA Hybrid มาพร้อมหน้าจอสัมผัส Infotainment ขนาด 12.3 นิ้ว รองรับ Wireless Apple CarPlay และ Android Auto พร้อม Hyundai Bluelink สำหรับเชื่อมต่อและควบคุมรถผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ตโฟน เสริมความสะดวกด้วยช่องชาร์จ USB Type-C จำนวน 7 จุด ที่กระจายภายในห้องโดยสาร พร้อม Surround View Monitor กล้องมองภาพรอบทิศทาง และเซนเซอร์กะระยะด้านหน้า ด้านข้าง และด้านหลัง ช่วยเพิ่มความมั่นใจเมื่อต้องควบคุมรถในพื้นที่จำกัด ขณะที่อุปกรณ์ด้านความสะดวกและความบันเทิง เช่น Wireless Charger และระบบเครื่องเสียงพรีเมียม BOSE พร้อมลำโพง 12 ตำแหน่ง ช่วยยกระดับบรรยากาศภายในห้องโดยสารให้พร้อมสำหรับทั้งการเดินทางในชีวิตประจำวันและทริประยะไกล</p>
<p>นอกจากนี้ The new STARIA Hybrid ยังมาพร้อม e-Motion Drive เทคโนโลยีที่ประสานการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้าและ ECU เพื่อยกระดับความนุ่มนวลในการโดยสาร ความแม่นยำในการควบคุม และเสถียรภาพของตัวรถ ผ่านระบบ e-Ride ที่ช่วยลดการสั่นและการโยนตัว, e-Handling ที่ช่วยเพิ่มความแม่นยำขณะเข้าโค้ง, e-EHA ที่เสริมการควบคุมในจังหวะหักหลบ และ e-Traction ที่ช่วยเพิ่มการยึดเกาะและรักษาเสถียรภาพของรถ ให้การขับขี่คล่องตัว มั่นคง และมั่นใจยิ่งขึ้นในหลากหลายสถานการณ์</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46109" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/Hyundai-new-STARIA-Hybrid-05.jpg" alt="The new STARIA Hybrid" width="576" height="384" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/Hyundai-new-STARIA-Hybrid-05.jpg 576w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/Hyundai-new-STARIA-Hybrid-05-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/Hyundai-new-STARIA-Hybrid-05-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/Hyundai-new-STARIA-Hybrid-05-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 576px) 100vw, 576px" /></p>
<p>The new STARIA Hybrid ยังมาพร้อม Hyundai SmartSense เทคโนโลยีช่วยขับขี่และความปลอดภัยอัจฉริยะมากถึง 15 ระบบ ที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้ขับขี่และผู้โดยสารในหลากหลายสถานการณ์ ตั้งแต่การใช้งานในเมือง การเดินทางระยะไกล การควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง ไปจนถึงการเปลี่ยนเลนและการถอยรถ โดยมีระบบสำคัญ อาทิ Smart Cruise Control with Stop &amp; Go (SCC) ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผันพร้อมฟังก์ชัน Stop &amp; Go, Forward Collision-Avoidance Assist (FCA) ระบบเตือนและช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ, Forward Collision-Avoidance Assist with Junction Turning (FCA-JT) ระบบช่วยลดความเสี่ยงขณะเลี้ยวผ่านทางแยก รวมถึง Lane Keeping Assist (LKA) และ Lane Following Assist (LFA) ที่ช่วยสนับสนุนการควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางอย่างเหมาะสม</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46110" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/Hyundai-new-STARIA-Hybrid06.jpg" alt="วัลลภ เฉลิมวงศาเวช" width="576" height="384" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/Hyundai-new-STARIA-Hybrid06.jpg 576w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/Hyundai-new-STARIA-Hybrid06-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/Hyundai-new-STARIA-Hybrid06-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/Hyundai-new-STARIA-Hybrid06-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 576px) 100vw, 576px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">วัลลภ เฉลิมวงศาเวช</span> กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด</strong> กล่าวว่า การเปิดตัว The new STARIA Hybrid เริ่มมาจากความเข้าใจลูกค้าที่ต้องการรถที่พร้อมรองรับการใช้งานหลากหลายรูปแบบ เพื่อบรรลุภารกิจที่สำคัญในแต่ละวัน โดยเป็นกลุ่มเป้าหมายที่มีครอบครัวใหญ่ มีสมาชิกหลากหลายเจเนอเรชัน และสามารถขับเคลื่อนความสุขของสมาชิกทุกคนในครอบครัวไปพร้อม ๆ กันได้ในรถคันเดียว สำหรับรถ MPV ขนาดใหญ่ 11 ที่นั่ง ที่ต้องรองรับทั้งผู้โดยสารและสัมภาระ</p>
<p>“วันนี้ ทางฮุนได จึงนำเสนอทางเลือกใหม่ ด้วยขุมพลัง Turbo Hybrid ช่วยให้การออกตัวและการเร่งแซงมีการตอบสนองที่มั่นใจ ขณะเดียวกันยังให้ความนุ่มนวลเมื่อขับขี่ในเมือง และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพเมื่อเดินทางระยะไกล จึงเหมาะทั้งกับการใช้งานของครอบครัวและธุรกิจ เราต้องการให้ Hyundai new STARIA Hybrid เป็นครั้งแรก และหนึ่งเดียวในไทยของรถไฮบริด 11 ที่นั่ง ที่ตอบโจทย์ครอบครัวที่มีสมาชิกหลายเจเนอเรชัน และไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย ที่สามารถใช้ได้ในทุก ๆ วัน ไม่ว่าภารกิจนั้นจะเป็นการเดินทางระยะสั้น การเดินทางพร้อมสมาชิกเต็มคัน หรือการใช้งานต่อเนื่องตลอดทั้งวัน” <strong>วัลลภ </strong>กล่าว</p>
<p>“จุดสำคัญของ The new STARIA Hybrid คือการทำให้ลูกค้าไม่ต้องเลือกระหว่างความอเนกประสงค์กับประสิทธิภาพ รถคันนี้ให้กำลังสูงสุด 242 แรงม้า และแรงบิด 367 นิวตัน-เมตร ขณะเดียวกันยังให้อัตราความสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงสูงสุด 17.2 กิโลเมตรต่อลิตร<sup>(1)</sup> พร้อมยกระดับภาพลักษณ์ให้ทันสมัยและพรีเมียมยิ่งขึ้นด้วย ดีไซน์ภายนอกใหม่ โดดเด่นด้วยกระจังหน้าและกันชนหน้าโฉมใหม่ พร้อมไฟท้าย Parametric Pixel LED เมื่อรวมกับ Hyundai SmartSense 15 ระบบ พื้นที่ห้องโดยสารขนาดใหญ่ ภายในเบาะที่นั่ง Premium Comfort Seat และพนักพิงศีรษะดีไซน์ใหม่ ให้มีความสบายยิ่งขึ้น และอุปกรณ์ที่ออกแบบมาเพื่อความสะดวกของผู้โดยสาร  มีให้เลือก 2 รุ่น ได้แก่ Hyundai new STARIA Hybrid รุ่น Modern และ Hyundai new STARIA Hybrid รุ่น Premium พร้อมสีภายนอก Creamy White และ Abyss Black Pearl รวมถึงสีใหม่ Galaxy Maroon Pearl เฉพาะรุ่น Premium จับคู่กับห้องโดยสารสี Obsidian Black เพื่อเติมเต็มทางเลือกให้เหมาะกับรูปแบบการใช้งานและสไตล์ของลูกค้าแต่ละกลุ่ม</p>
<p>เราเชื่อว่า The new STARIA Hybrid มีความพร้อมที่จะเป็นรถหลัก สำหรับทั้งครอบครัวและธุรกิจ และรองรับทุกภารกิจได้อย่างแท้จริง” <strong>วัลลภ </strong>กล่าว</p>
<hr />
<p>หมายเหตุ:</p>
<ol>
<li>อัตราความสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงในเมืองสูงสุด 17.2 กม./ลิตร ตามมาตรฐาน NEDC ตามและเงื่อนไขการทดสอบที่กำหนด</li>
</ol>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/hyundai-new-staria-hybrid-2/">ฮุนไดเปิดตัว “Hyundai new STARIA Hybrid” 11 ที่นั่งครั้งแรกในไทย สร้างมาตรฐานใหม่ให้ตลาด MPV ไทย ประหยัดน้ำมันสูงสุด 17.2 กม./ลิตร</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ไบเทคเดินหน้าความมุ่งมั่นด้านความยั่งยืน ผลักดันการจัดงานอีเวนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ผ่านโปรแกรม ‘BeyondGreen Rewards’</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/bitec-beyondgreen-rewards/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 10 Sep 2026 09:18:30 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[BITEC]]></category>
		<category><![CDATA[BITEC BeyondGreen Rewards]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=46097</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ, 10 กันยายน 2569 – ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค ในเครือภิรัชบุรีกรุ๊ป  เปิดตัวโปรแกรม BITEC BeyondGreen Rewards อย่างเป็นทางการ นับเป็นครั้งแรกในประเทศไทยที่มีการเปิดตัวโปรแกรมสะสมรางวัลด้านความยั่งยืนที่มาพร้อมสิทธิประโยชน์สำหรับผู้จัดงาน เพื่อสนับสนุนให้ผู้จัดงานนำแนวทางปฏิบัติด้านความยั่งยืนมาใช้ในการจัดงาน ด้วยการเปลี่ยนการทำเพื่อสิ่งแวดล้อมให้เป็นมูลค่าทางธุรกิจที่วัดผลได้จริง พร้อมกระตุ้นความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเพื่อยกระดับการจัดงานให้มีความยั่งยืนมากขึ้น และขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านเชิงฟื้นฟู ตลอดจนการเติบโตในอนาคตของอุตสาหกรรมไมซ์ (MICE) นางสาวจารุภา ยินดีเหมาะ ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายบริหารสถานที่และบริการ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค กล่าวว่า “ที่ไบเทค เราเชื่อว่าความยั่งยืนคือความรับผิดชอบร่วมกัน โปรแกรม BeyondGreen Rewards สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเราในการสนับสนุนผู้จัดงานให้สามารถบริหารจัดการงานอีเวนต์อย่างยั่งยืนได้ในรูปแบบที่ปฏิบัติได้จริง วัดผลได้ และสร้างผลตอบแทนที่เป็นรูปธรรม เราจะเดินหน้ามอบสิทธิประโยชน์ที่ตอบโจทย์ทั้งระบบนิเวศของอุตสาหกรรม&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/bitec-beyondgreen-rewards/">ไบเทคเดินหน้าความมุ่งมั่นด้านความยั่งยืน ผลักดันการจัดงานอีเวนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ผ่านโปรแกรม ‘BeyondGreen Rewards’</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กรุงเทพฯ</strong><strong>, 10 กันยายน 2569</strong> – <strong>ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค</strong><strong> ในเครือภิรัชบุรีกรุ๊ป</strong>  เปิดตัวโปรแกรม <strong>BITEC BeyondGreen Rewards</strong> อย่างเป็นทางการ นับเป็นครั้งแรกในประเทศไทยที่มีการเปิดตัวโปรแกรมสะสมรางวัลด้านความยั่งยืนที่มาพร้อมสิทธิประโยชน์สำหรับผู้จัดงาน เพื่อสนับสนุนให้ผู้จัดงานนำแนวทางปฏิบัติด้านความยั่งยืนมาใช้ในการจัดงาน ด้วยการเปลี่ยนการทำเพื่อสิ่งแวดล้อมให้เป็นมูลค่าทางธุรกิจที่วัดผลได้จริง พร้อมกระตุ้นความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเพื่อยกระดับการจัดงานให้มีความยั่งยืนมากขึ้น และขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านเชิงฟื้นฟู ตลอดจนการเติบโตในอนาคตของอุตสาหกรรมไมซ์ (MICE)</p>
<p><span id="more-46097"></span></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">นางสาวจารุภา ยินดีเหมาะ</span> ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายบริหารสถานที่และบริการ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค</strong> กล่าวว่า “ที่ไบเทค เราเชื่อว่าความยั่งยืนคือความรับผิดชอบร่วมกัน โปรแกรม <strong>BeyondGreen Rewards</strong> สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเราในการสนับสนุนผู้จัดงานให้สามารถบริหารจัดการงานอีเวนต์อย่างยั่งยืนได้ในรูปแบบที่ปฏิบัติได้จริง วัดผลได้ และสร้างผลตอบแทนที่เป็นรูปธรรม เราจะเดินหน้ามอบสิทธิประโยชน์ที่ตอบโจทย์ทั้งระบบนิเวศของอุตสาหกรรม เพราะเราต้องการเติบโตไปพร้อมกับทุกภาคส่วน หวังว่าโปรแกรมนี้จะช่วยส่งเสริมความร่วมมือในอุตสาหกรรมได้ดียิ่งขึ้น เปิดโอกาสให้ผู้จัดงานนำแนวทางด้านความยั่งยืนไปปรับใช้ได้มากขึ้น ควบคู่ไปกับการสร้างคุณค่าระยะยาวให้ธุรกิจ ชุมชน และสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน”</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46100" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/bitec-beyondgreen-rewards-01.jpeg" alt="BITEC BeyondGreen Rewards" width="600" height="600" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/bitec-beyondgreen-rewards-01.jpeg 600w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/bitec-beyondgreen-rewards-01-300x300.jpeg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/bitec-beyondgreen-rewards-01-150x150.jpeg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/bitec-beyondgreen-rewards-01-500x500.jpeg 500w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>

<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/bitec-beyondgreen-rewards-02.jpeg'><img loading="lazy" decoding="async" width="150" height="150" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/bitec-beyondgreen-rewards-02-150x150.jpeg" class="attachment-thumbnail size-thumbnail" alt="BITEC BeyondGreen Rewards" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/bitec-beyondgreen-rewards-02-150x150.jpeg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/bitec-beyondgreen-rewards-02-300x300.jpeg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/bitec-beyondgreen-rewards-02-500x500.jpeg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/bitec-beyondgreen-rewards-02.jpeg 600w" sizes="(max-width: 150px) 100vw, 150px" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/78D70547305110245874DD896C14E195EB203990.jpeg'><img loading="lazy" decoding="async" width="150" height="150" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/78D70547305110245874DD896C14E195EB203990-150x150.jpeg" class="attachment-thumbnail size-thumbnail" alt="BITEC BeyondGreen Rewards" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/78D70547305110245874DD896C14E195EB203990-150x150.jpeg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/78D70547305110245874DD896C14E195EB203990-300x300.jpeg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/78D70547305110245874DD896C14E195EB203990-500x500.jpeg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/78D70547305110245874DD896C14E195EB203990.jpeg 600w" sizes="(max-width: 150px) 100vw, 150px" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/bitec-beyondgreen-rewards-03.jpeg'><img loading="lazy" decoding="async" width="150" height="150" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/bitec-beyondgreen-rewards-03-150x150.jpeg" class="attachment-thumbnail size-thumbnail" alt="BITEC BeyondGreen Rewards" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/bitec-beyondgreen-rewards-03-150x150.jpeg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/bitec-beyondgreen-rewards-03-300x300.jpeg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/bitec-beyondgreen-rewards-03-500x500.jpeg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/bitec-beyondgreen-rewards-03.jpeg 600w" sizes="(max-width: 150px) 100vw, 150px" /></a>

<p>เมื่อความยั่งยืนกลายเป็นปัจจัยที่มีความสำคัญมากขึ้นในการเลือกสถานที่จัดงาน ไบเทคจึงมุ่งมั่นสนับสนุนผู้จัดงานให้สามารถผสานแนวทางปฏิบัติด้านความยั่งยืนเข้ากับทุกขั้นตอนของการจัดงาน โดยโปรแกรม BeyondGreen Rewards ช่วยวางกรอบการดำเนินงานที่เข้าถึงได้ง่ายและนำไปปฏิบัติได้จริง เปลี่ยนจากความตั้งใจด้านความยั่งยืนไปสู่การลงมือปฏิบัติที่สามารถวัดผลได้อย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ โปรแกรมยังช่วยสนับสนุนผู้จัดงานในการดำเนินงานเพื่อขอรับการรับรอง Carbon Neutral Event ซึ่งสอดคล้องกับวาระด้านความยั่งยืนของสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ TCEB รวมถึงกรอบมาตรฐานด้านความยั่งยืนอื่น ๆ ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล</p>
<p>ภายใต้โปรแกรมนี้ ผู้จัดงานสามารถสะสมแต้ม Green Points ได้จากการนำแนวทางปฏิบัติด้านความยั่งยืนที่ผ่านการรับรองอย่างน้อย 1 ข้อจากทั้งหมด 19 ข้อ มาประยุกต์ใช้ตลอดกระบวนการวางแผนและจัดงาน ครอบคลุมหลากหลายด้าน เช่น ประสิทธิภาพการใช้พลังงาน การอนุรักษ์น้ำ การจัดการขยะ และคุณภาพอากาศ โดยสามารถนำแต้มมาแลกรับสิทธิประโยชน์ด้านสถานที่ บริการสำหรับการจัดงาน และโอกาสทางการตลาดหลากหลายรูปแบบ นอกจากนี้ ผู้จัดงานยังสามารถสะสมแต้ม Green Points ได้อย่างได้ต่อเนื่องทุกครั้งจากการจัดงาน โดยแต้มที่สะสมจะนำไปคำนวนเพื่อจัดระดับชั้นการเป็นสมาชิก โดยประกอบด้วยสามระดับชั้น ได้แก่ Green Partner, Eco Innovator และ Sustainability Champion เพื่อปลดล็อกสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมควบคู่ไปกับการเดินหน้าสร้างความยั่งยืน</p>
<p>BeyondGreen Rewards ทำหน้าที่เป็นทั้งรากฐานความร่วมมือและกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนให้ผู้จัดงานยกระดับความมุ่งมั่นด้านความยั่งยืนให้ก้าวไปอีกขั้น พร้อมสร้างคุณค่าร่วมคืนสู่ชุมชน เพื่อส่งเสริมระบบนิเวศด้านการจัดงานที่ยั่งยืนอย่างครบวงจร แนวทางด้านความยั่งยืนเชิงฟื้นฟูนี้ถือเป็นหนึ่งในเสาหลักสำคัญของกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนของไบเทค ซึ่งไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงการสร้างคุณค่าในระยะยาวให้แก่ชุมชนและอุตสาหกรรมโดยรวม</p>
<p>ไบเทคยินดีต้อนรับและสนับสนุนให้ผู้จัดงานและพันธมิตรเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรม BeyondGreen Rewards ซึ่งพร้อมให้บริการแล้วในวันนี้ เพื่อร่วมกันสร้างสรรค์งานอีเวนต์ที่ยั่งยืนมากยิ่งขึ้น ด้วยสิทธิประโยชน์ที่นำไปใช้ได้จริงและความมุ่งมั่นด้านความยั่งยืนที่ทุกฝ่ายมีร่วมกัน ไบเทคหวังเป็นอย่างยิ่งว่าโปรแกรมนี้จะช่วยผลักดันให้เกิดการนำแนวทางปฏิบัติด้านความยั่งยืนไปใช้ในวงกว้างทั่วทั้งอุตสาหกรรมไมซ์ พร้อมสร้างคุณค่าระยะยาวให้แก่ธุรกิจ ชุมชน และสิ่งแวดล้อม สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโปรแกรม BeyondGreen Rewards ได้ที่ <a href="https://www.bitec.co.th/bitec-launches-bitec-beyond-green-rewards-redefining-sustainable-events-where-responsibility-meets-real-value" target="_blank" rel="noopener">https://www.bitec.co.th/bitec-launches-bitec-beyond-green-rewards-redefining-sustainable-events-where-responsibility-meets-real-value</a></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/bitec-beyondgreen-rewards/">ไบเทคเดินหน้าความมุ่งมั่นด้านความยั่งยืน ผลักดันการจัดงานอีเวนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ผ่านโปรแกรม ‘BeyondGreen Rewards’</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
