<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Green Network</title>
	<atom:link href="https://www.greennetworkthailand.com/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Wed, 17 Jun 2026 08:30:12 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.0</generator>

<image>
	<url>https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/green-network-50x50.png</url>
	<title>Green Network</title>
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>เปิดงานสุดยิ่งใหญ่! “Manufacturing Expo 2026” ปักหมุดไบเทครวมพลนักอุตสากรรมโลก โชว์นวัตกรรมจัดการพลังงาน &#8211; บริหารต้นทุนอัจฉริยะ &#8211; อัปสเกลผลผลิต</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/manufacturing-expo-2026/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 17 Jun 2026 08:27:21 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News & Activities]]></category>
		<category><![CDATA[Seminar & Exhibitions]]></category>
		<category><![CDATA[Manufacturing Expo 2026]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบอัตโนมัติ]]></category>
		<category><![CDATA[หุ่นยนต์]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมการผลิต]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องจักร]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=44654</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ (17 มิถุนายน 2569) – อาร์เอ็กซ์ ไบเทค เดินหน้าเปิด “Manufacturing Expo 2026” สุดยิ่งใหญ่ ชวนนักอุตสาหกรรมทุกแขนงเข้าชมงาน พร้อมชมนวัตกรรมเครื่องจักรรุ่นใหม่ ที่จะช่วยเพิ่มกำไร-ประหยัดพลังงาน-เพิ่มผลผลิต กว่า 2,000 แบรนด์ จาก 30 ประเทศ 29 พาวิลเลียนนานาชาติ 17 – 20 มิถุนายน นี้ จัดเต็มทุกฮอลล์ของ ไบเทค&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/manufacturing-expo-2026/">เปิดงานสุดยิ่งใหญ่! “Manufacturing Expo 2026” ปักหมุดไบเทครวมพลนักอุตสากรรมโลก โชว์นวัตกรรมจัดการพลังงาน – บริหารต้นทุนอัจฉริยะ – อัปสเกลผลผลิต</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ (17 มิถุนายน 2569) –<strong> อาร์เอ็กซ์ ไบเทค เดินหน้าเปิด “Manufacturing Expo 2026” สุดยิ่งใหญ่ ชวนนักอุตสาหกรรมทุกแขนงเข้าชมงาน พร้อมชมนวัตกรรมเครื่องจักรรุ่นใหม่ ที่จะช่วยเพิ่มกำไร-ประหยัดพลังงาน-เพิ่มผลผลิต กว่า 2,000 แบรนด์ จาก 30 ประเทศ 29 พาวิลเลียนนานาชาติ 17 – 20 มิถุนายน นี้ จัดเต็มทุกฮอลล์ของ ไบเทค บางนา</strong><span id="more-44654"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-3699" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/manufacturing-expo-2026-03.jpg" alt="นายวราวุธ ศิลปอาชา" width="800" height="533" /></p>
<p>พิธีเปิดงานได้รับเกียรติจาก<strong><span style="color: #6cb742;"> นายวราวุธ ศิลปอาชา</span> รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานในพิธี</strong> พร้อมกล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “ขับเคลื่อนมูลค่าใหม่ สู่อุตสาหกรรมไทยแห่งอนาคต” ว่าทางกระทรวงอุตสาหกรรมย้ำนโยบาย “ONE MIND” ในการเป็นผู้สนับสนุนเพื่อสร้างเวทีการแข่งขันที่เป็นธรรม ควบคู่กับการพาผู้ประกอบการไทยปรับตัวรับกติกาโลกใหม่เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ปัจจุบันประเทศไทยเป็นฐานการผลิตอันดับ 1 ของอาเซียน อันดับ 5 ของเอเชีย และอันดับ 11 ของโลก ความท้าทายของการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีสู่ยานยนต์ไฟฟ้าและพลังงานไฮโดรเจนในอนาคต มุ่งเน้นการปฏิรูปนิยามของยานยนต์ให้เป็นอุปกรณ์อัจฉริยะควบคู่กับความปลอดภัยสูงสุด พร้อมผลักดันแนวคิด ESG และเศรษฐกิจหมุนเวียนในการบริหารจัดการแบตเตอรี่และชิ้นส่วนหมดอายุการใช้งานอย่างยั่งยืน</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-3702" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/manufacturing-expo-2026-06.jpg" alt="นางวราภรณ์ ธรรมจรีย์" width="800" height="533" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">นางวราภรณ์ ธรรมจรีย์</span> กรรมการผู้จัดการ บริษัท อาร์เอ็กซ์ ไบเทค</strong> <strong>(ประเทศไทย) จำกัด</strong> กล่าวว่าในโลกที่การแข่งขันวัดกันที่ความเร็วและการสร้างมูลค่าใหม่ ประเทศไทยพร้อมก้าวสู่ศูนย์กลางอุตสาหกรรมแห่งอนาคตของอาเซียนด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี งาน Manufacturing Expo 2026 ในปีนี้ จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Innovations that Define All Industries นวัตกรรมที่สร้างนิยามใหม่ให้ทุกการผลิต” เพื่อเป็นเวทีระดับโลกที่รวบรวมเครื่องจักร เทคโนโลยี และโซลูชันกว่า 2,000 แบรนด์ จาก 30 ประเทศ และ 29 พาวิลเลียนนานาชาติ บนพื้นที่กว่า 45,000 ตารางเมตรของไบเทค ครอบคลุม 7 งานแสดงเฉพาะทาง ตั้งแต่พลาสติก แม่พิมพ์ ชิ้นส่วนยานยนต์ หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ อิเล็กทรอนิกส์ การเคลือบพื้นผิว ไปจนถึงการบริหารจัดการโรงงานและอาคาร ไฮไลต์ปีนี้คือการนำ AMTS Pavillion จากจีนมาสู่ไทยเป็นครั้งแรกเพื่อโชว์เทคโนโลยียานยนต์ยุคใหม่ และการจัดงาน Automotive Summit 2026 ร่วมกับสถาบันยานยนต์ ภายใต้แนวคิด “Smart Mobility – Smarter is Future ยานยนต์อัจฉริยะขับเคลื่อนสู่โลกอนาคต” พร้อมด้วยเวทีสัมมนากว่า 90 หัวข้อจากผู้เชี่ยวชาญ 137 ท่าน 43 สถาบัน เพื่อเปิดมุมมองใหม่และเชื่อมโยงพันธมิตรจากกว่า 80 ประเทศทั่วโลก มุ่งสร้างธุรกิจแห่งอนาคตให้เติบโตอย่างยั่งยืน</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-3700" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/manufacturing-expo-2026-04.jpg" alt="ดร.เกรียงศักดิ์ วงศ์พร้อมรัตน์" width="800" height="533" /></p>
<p>ด้าน<strong><span style="color: #6cb742;">ดร.เกรียงศักดิ์ วงศ์พร้อมรัตน์</span> ผู้อำนวยการสถาบันยานยนต์</strong> กล่าวเสริมว่า ทางสถาบันฯ ถ่ายทอดแนวคิดและมุมมองใหม่ ๆ ของทิศทางอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ ที่ไม่ได้มีแต่เรื่องของ EV แต่ยังมีเรื่องเทคโนโลยีอัจฉริยะที่เข้ามาสู่เรื่องของยานยนต์ ที่จำเป็นต้องรู้เพื่อเตรียมพร้อมของการพัฒนาอุตสาหกรรมเพื่อก้าวไปสู่ซัพพลายเชนสมัยใหม่ รวมถึงการสร้าง ecosystem เพื่อรองรับระบบอัจฉริยะ ผ่านการสัมมนา Automotive Summit 2026 ใน 4 มิติ คือ Smarter is Safer ยิ่งฉลาด ยิ่งปลอดภัย, Smarter is Pleasure ยิ่งฉลาด ยิ่งสบาย, Smarter is Saver ยิ่งฉลาด ยิ่งประหยัด และ Smarter is Greener ยิ่งฉลาด ยิ่งรักษ์โลก และจะเสริมให้ Automotive Summit 2026 ไม่ได้เป็นเพียงแค่สุดยอดเวทีสัมมนาทางวิชาการ แต่จะเป็นอีกพลังแห่งการเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม ภาคการศึกษา และผู้ประกอบการ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยสู่อนาคตแห่ง Smart Mobility อย่างยั่งยืน</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-3701" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/manufacturing-expo-2026-05.jpg" alt="Manufacturing Expo 2026" width="800" height="533" /></p>

<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/manufacturing-expo-2026-07.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="150" height="150" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/manufacturing-expo-2026-07-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail size-thumbnail" alt="Manufacturing Expo 2026" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/manufacturing-expo-2026-08.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="150" height="150" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/manufacturing-expo-2026-08-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail size-thumbnail" alt="Manufacturing Expo 2026" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/manufacturing-expo-2026-09.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="150" height="150" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/manufacturing-expo-2026-09-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail size-thumbnail" alt="Manufacturing Expo 2026" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/manufacturing-expo-2026-10.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="150" height="150" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/manufacturing-expo-2026-10-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail size-thumbnail" alt="Manufacturing Expo 2026" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/manufacturing-expo-2026-02.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="150" height="150" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/manufacturing-expo-2026-02-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail size-thumbnail" alt="Manufacturing Expo 2026" /></a>

<p>พบกับช่วงเวลาของการร่วมออกแบบอนาคตอุตสาหกรรมไทยและอาเซียนผ่านการแลกเปลี่ยนความคิด การสร้างพันธมิตร และการต่อยอดโอกาสทางธุรกิจ ที่พร้อมจะมอบแนวคิดใหม่ แรงบันดาลใจใหม่ และโอกาสใหม่ เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับธุรกิจและยกระดับอุตสาหกรรมไทยไปสู่อนาคตที่เราภาคภูมิใจร่วมกัน ได้ที่งาน <strong>Manufacturing Expo 2026</strong> ซึ่งจะมีไปจนถึงวันที่ 20 มิถุนายน 2569 เวลา 10.00-18.00 น. ณ ฮอลล์ 98 – 104 ไบเทค บางนา มีค่าเข้าชมงาน 500 บาท แต่สามารถร่วมสนุกกับกิจกรรมบริเวณด้านหน้าฮอลล์ 98 ฝั่งสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส เพื่อรับรหัสเข้าชมงานฟรี สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 0 2686 7222 หรืออีเมล <a href="mailto:contactcenter@rxbitec.com">contactcenter@rxbitec.com</a></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/manufacturing-expo-2026/">เปิดงานสุดยิ่งใหญ่! “Manufacturing Expo 2026” ปักหมุดไบเทครวมพลนักอุตสากรรมโลก โชว์นวัตกรรมจัดการพลังงาน – บริหารต้นทุนอัจฉริยะ – อัปสเกลผลผลิต</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>แสนสิริ ปักหมุดมาตรฐาน ‘Thailand Taxonomy’ นำร่อง Green Loan 4 พันล้านบาท ปลดล็อกทุนสู่ Net Zero 2050</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/sansiri-green-up-2026/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 17 Jun 2026 03:50:41 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<category><![CDATA[Green Loan]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero 2050]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[แสนสิริ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=44644</guid>

					<description><![CDATA[<p>พลวัตของโลกที่ความยั่งยืนได้เปลี่ยนสถานะจาก &#8220;ทางเลือก&#8221; สู่ &#8220;รากฐานใหม่&#8221; ของขีดความสามารถในการแข่งขัน บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ได้ประกาศปฐมบทแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญผ่านฟอรัมใหญ่แห่งปี “GREEN UP 2026: Towards a Regenerative Future” เพื่อส่งสัญญาณถึงจุดเปลี่ยนจาก &#8220;ความตั้งใจ&#8221; สู่ &#8220;การลงมือทำจริง&#8221; ที่มีมาตรฐานความโปร่งใสระดับสากลเป็นตัวกำกับ โดยเฉพาะในสภาวะที่ประเทศไทยถูกจัดอยู่ใน 20 อันดับแรกของโลกที่มีความเสี่ยงสูงสุดจากดัชนีความเสี่ยงด้านภูมิอากาศ (Climate Risk Index) ซึ่งหากไร้การขยับตัวอย่างเป็นรูปธรรม อาจส่งผลให้&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/sansiri-green-up-2026/">แสนสิริ ปักหมุดมาตรฐาน ‘Thailand Taxonomy’ นำร่อง Green Loan 4 พันล้านบาท ปลดล็อกทุนสู่ Net Zero 2050</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>พลวัตของโลกที่ความยั่งยืนได้เปลี่ยนสถานะจาก &#8220;ทางเลือก&#8221; สู่ &#8220;รากฐานใหม่&#8221; ของขีดความสามารถในการแข่งขัน <strong>บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)</strong> ได้ประกาศปฐมบทแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญผ่านฟอรัมใหญ่แห่งปี <strong>“GREEN UP 2026: Towards a Regenerative Future”</strong> เพื่อส่งสัญญาณถึงจุดเปลี่ยนจาก &#8220;ความตั้งใจ&#8221; สู่ &#8220;การลงมือทำจริง&#8221; ที่มีมาตรฐานความโปร่งใสระดับสากลเป็นตัวกำกับ โดยเฉพาะในสภาวะที่ประเทศไทยถูกจัดอยู่ใน 20 อันดับแรกของโลกที่มีความเสี่ยงสูงสุดจากดัชนีความเสี่ยงด้านภูมิอากาศ (Climate Risk Index) ซึ่งหากไร้การขยับตัวอย่างเป็นรูปธรรม อาจส่งผลให้ GDP ของประเทศลดลงถึง 40% ภายในปี พ.ศ. 2591</p>
<h3>กลยุทธ์ ‘3 Green Framework’ ตัวเร่งสำคัญสู่ Green Finance</h3>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44646" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/sansiri-green-up-2026-02.jpg" alt="อุทัย อุทัยแสงสุข" width="600" height="400" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/sansiri-green-up-2026-02.jpg 600w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/sansiri-green-up-2026-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/sansiri-green-up-2026-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/sansiri-green-up-2026-02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">อุทัย อุทัยแสงสุข</span> กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)</strong> เปิดเผยว่า แสนสิริได้ดำเนินนโยบายด้านความยั่งยืนมาอย่างต่อเนื่อง โดยฝังแนวคิดดังกล่าวลงไปในกระบวนการคิดและการออกแบบ (Sansiri Sustainable Design) มายาวนานก่อนที่เกณฑ์ภาครัฐจะประกาศใช้ ผ่านการขับเคลื่อนกลยุทธ์ <strong>3 Green Framework</strong> (Green Procurement, Green Construction, Green Architecture &amp; Design) ตลอด Supply Chain ร่วมกับคู่ค้ากว่า 4,000 ราย โดยเริ่มสร้างความแข็งแกร่งตั้งแต่รากฐานห่วงโซ่อุปทาน  พร้อมกันนี้ได้นำกรอบ Thailand Taxonomy มาใช้เป็นเกณฑ์มาตรฐานในการจำแนกกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ เมื่อเกณฑ์มาตรฐาน Thailand Taxonomy ระยะที่ 2 ประกาศขยายขอบเขตมาครอบคลุมภาคอาคารและการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ มาตรฐานใหม่นี้จึงเข้ามาทำหน้าที่เป็น ‘ตัวเร่ง’ และ ‘ตัวรับรอง’ สิ่งที่แสนสิริขับเคลื่อนอยู่แล้วให้มีมาตรฐานระดับสากลและวัดผลได้เชิงประจักษ์</p>
<p>ทั้งนี้ แสนสิริถือเป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายแรกที่นำค่า <strong>Emission Intensity</strong> (ความเข้มข้นของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อตารางเมตร) มาใช้เป็นดัชนีชี้วัดความสำเร็จ ซึ่งได้รับการรับรองโดย Bureau Veritas (บูโร เวอริทัส) องค์กรตรวจสอบมาตรฐานระดับสากล ดัชนีดังกล่าวช่วยสร้างความเชื่อมั่นขั้นสูงสุดให้นักลงทุนและสถาบันการเงินระดับโลก ซึ่งแสนสิริทำค่า Energy Intensity ได้ที่ 59.16 กิโลกรัมต่อตารางเมตรต่อปี ผ่านเกณฑ์มาตรฐานของภาครัฐที่กำหนดไว้ที่ 80 เรียบร้อยแล้ว</p>
<h3>นำร่อง Green Loan 4,000 ล้านบาท</h3>
<p>นอกจากนี้ แสนสิริยังได้รับความสนับสนุนด้าน Green Finance จากธนาคารกสิกรไทย ซึ่งปัจจุบันมีโครงการที่ได้รับการสนับสนุนรวมแล้ว 6 โครงการ โดยสามารถเข้าถึงแหล่งทุน จัดหาเงินกู้สีเขียว (Green Loan) และออกหุ้นกู้สีเขียว (Green Bond) ได้ก่อนในอุตสาหกรรม ส่งผลให้การบริหารกระแสเงินสดมีประสิทธิภาพสูงสุด สะท้อนจากความสำเร็จที่เกิดขึ้นจริง เช่น การเป็นรายแรกที่ได้รับอนุมัติวงเงิน Green Loan มูลค่า 4,000 ล้านบาท และการออก Green Bond รายแรกในกลุ่มที่อยู่อาศัย เพื่อระดมทุนไปพัฒนาโครงการคาร์บอนต่ำโดยเฉพาะ รวมถึงการพัฒนา Sansiri Sustainable Home Prototype ในปี 2568 ที่ผ่านมา</p>
<p>“แสนสิริตั้งเป้าบรรลุ Net Zero ภายในปี พ.ศ. 2593 โดยผลการดำเนินงานที่ผ่านมาสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้แล้ว 14% และตั้งเป้าหมายระยะกลางที่จะลดให้ได้ 20% ภายในปี พ.ศ. 2573” ส่วนบนของฟอร์ม<strong> อุทัย </strong>กล่าว ส่วนล่างของฟอร์ม</p>
<h3>SET เดินหน้าสร้างโครงสร้างพื้นฐานข้อมูลคาร์บอน เลี่ยง Climate Risk</h3>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44647" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/sansiri-green-up-2026-03.jpg" alt="อัสสเดช คงสิริ" width="600" height="400" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/sansiri-green-up-2026-03.jpg 600w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/sansiri-green-up-2026-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/sansiri-green-up-2026-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/sansiri-green-up-2026-03-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">อัสสเดช คงสิริ</span> กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)</strong> กล่าวว่า ในปัจจุบันค่านิยมของตลาดทุนโลกได้ให้ความสำคัญกับประเด็นด้านความยั่งยืน (Sustainability) และ ESG อย่างเต็มตัว โดยแรงกดดันจากนักลงทุนสถาบันทั่วโลกส่งผลให้บริษัทจดทะเบียนต้องปรับตัวจากการมุ่งเน้นกำไรระยะสั้น ไปสู่การสร้างมูลค่าในระยะยาวที่มีกรอบเวลาการลงทุน ตั้งแต่ 5-8 ปี จนถึง 20-30 ปี  จากข้อมูลระบุว่านักลงทุนสถาบันต่างประเทศมีข้อกำหนดที่เข้มงวด โดยจะไม่เข้าลงทุนในบริษัทที่ไม่มีแผนงานหรือมาตรฐาน ESG ที่เหมาะสม ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อราคาหุ้นและความสามารถในการระดมทุน ขณะที่ในประเทศไทย รัฐบาลได้สนับสนุนผ่านกองทุน Thai ESG ที่มอบสิทธิประโยชน์ทางภาษี ส่งผลให้มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (AUM) ของกองทุนประเภทนี้เติบโตอย่างก้าวกระโดดในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา</p>
<p>อย่างไรก็ตาม แม้ประเทศไทยจะปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพียง 0.69% ของปริมาณการปล่อยทั้งโลก แต่กลับเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับผลกระทบสูงสุด ซึ่งถูกจัดอยู่ใน 20 อันดับแรก (Top 20) ของโลกในด้านความเสี่ยงจากดัชนีความเสี่ยงด้านภูมิอากาศ (Climate Risk Index) หากไม่มีการดำเนินมาตรการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม ภายในปี พ.ศ. 2591 GDP ของไทยอาจลดลงถึง 40% โดยตัวเลขการเติบโตอาจติดลบถึง 4% เนื่องจากภัยพิบัติทางธรรมชาติที่ส่งผลต่อระดับน้ำทะเลในกรุงเทพฯ ภาคการท่องเที่ยว และภาคเกษตรกรรม</p>
<p>ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยจึงวางบทบาทเป็นศูนย์กลางความรู้และโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูล ซึ่งได้พัฒนาเครื่องมืออย่าง SET Carbon Calculator ร่วมกับภาคธนาคารเพื่อช่วยให้ห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) สามารถวัดผลได้อย่างถูกต้องและน่าเชื่อถือ นอกจากนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังได้ตั้งเป้าหมาย Net Zero ขององค์กรเองซึ่งได้รับการรับรองจาก SBTi ในยุโรป เพื่อนำองค์ความรู้มาส่งต่อให้แก่บริษัทจดทะเบียน</p>
<h3>ความยั่งยืน ≠ CSR</h3>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44648" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/sansiri-green-up-2026-04.jpg" alt="ขัตติยา อินทรวิชัย" width="600" height="400" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/sansiri-green-up-2026-04.jpg 600w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/sansiri-green-up-2026-04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/sansiri-green-up-2026-04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/sansiri-green-up-2026-04-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">ขัตติยา อินทรวิชัย</span> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย (KBank) ร</strong>ะบุถึงบทบาทของภาคการเงินในการหนุนธุรกิจสีเขียวว่า ปัจจุบันแนวคิดเรื่องความยั่งยืน และ ESG ได้เปลี่ยนผ่านจากกิจกรรมเพื่อสังคมไปสู่การเป็น &#8220;ระเบียบโลกใหม่&#8221; ที่สร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน ภาคธุรกิจที่สามารถปรับตัวตามกติกาใหม่นี้ได้สำเร็จ จะเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงสินเชื่อและบริการทางการเงิน ตลอดจนสร้างการเติบโตในระยะยาวได้อย่างมั่นคง</p>
<p>โดยตลาดตราสารหนี้เพื่อความยั่งยืนที่มีมูลค่าระดมทุนกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ และนักลงทุนสถาบันระดับโลกอย่าง BlackRock และ Goldman Sachs ต่างเร่งขยายการลงทุนใน Sustainable Finance อย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในผลตอบแทนระยะยาวจากบริษัทที่มีแผนงานด้านสิ่งแวดล้อมที่ชัดเจน</p>
<h3>Transition Enabler ดัน Green Finance หนุนธุรกิจไทยสู่ Net Zero</h3>
<p>สำหรับประเทศไทย คาดการณ์มูลค่าตลาดที่เกี่ยวข้องในปี 2025 อยู่ที่ประมาณ 280,000 ล้านบาท โดยสถาบันการเงินได้ปรับบทบาทสู่การเป็น &#8220;Transition Enabler&#8221; เพื่อสนับสนุนธุรกิจผ่านกระบวนการ 4 ขั้นตอน ตั้งแต่การสร้างความตระหนักรู้ไปจนถึงการเข้าถึงแหล่งทุน ซึ่งการพิจารณาสินเชื่อจะอ้างอิงตามมาตรฐาน Thailand Taxonomy เพื่อป้องกันการฟอกเขียวและสนับสนุนกลุ่มธุรกิจที่กำลังเปลี่ยนผ่าน (Less Brown) ผ่านนวัตกรรมทางการเงิน อาทิ สินเชื่อที่เชื่อมโยงกับเป้าหมายความยั่งยืน (Sustainability-linked Loan) ที่มีการลดอัตราดอกเบี้ยตามตัวชี้วัดประสิทธิภาพ (SPT) และหุ้นกู้พ่วงคาร์บอนเครดิต เพื่อร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2050</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/sansiri-green-up-2026/">แสนสิริ ปักหมุดมาตรฐาน ‘Thailand Taxonomy’ นำร่อง Green Loan 4 พันล้านบาท ปลดล็อกทุนสู่ Net Zero 2050</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>UNDP จับมือกรุงไทย ปลดล็อกการลงทุนเพื่อโซลูชันด้านสภาพภูมิอากาศและ ความหลากหลายทางชีวภาพที่ขับเคลื่อนโดยชุมชน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/ktb-undp-sgp-2026/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 16 Jun 2026 09:18:08 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Report]]></category>
		<category><![CDATA[SGP]]></category>
		<category><![CDATA[UNDP]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ความหลากหลายทางชีวภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[สภาพภูมิอากาศ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=44637</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ ประเทศไทย : โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) และธนาคารกรุงไทย (KTB) ร่วมกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดตัวความร่วมมือครั้งใหม่เพื่อสนับสนุนโซลูชันที่ขับเคลื่อนโดยชุมชนในการเสริมสร้างความสามารถในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ อนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ และขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืนในประเทศไทย การเปิดตัวความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นการเริ่มต้นการดำเนินงานระยะที่ 8 ของแผนงานการให้ทุนขนาดเล็ก (Small Grants Programme: SGP) ในประเทศไทย ภายใต้กองทุนสิ่งแวดล้อมโลก (Global Environment Facility: GEF) ซึ่งตลอดระยะเวลากว่า 30 ปีที่ผ่านมา ได้สนับสนุนชุมชนแล้ว 492 แห่ง&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/ktb-undp-sgp-2026/">UNDP จับมือกรุงไทย ปลดล็อกการลงทุนเพื่อโซลูชันด้านสภาพภูมิอากาศและ ความหลากหลายทางชีวภาพที่ขับเคลื่อนโดยชุมชน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ ประเทศไทย :<strong> โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) และธนาคารกรุงไทย (KTB) </strong>ร่วมกับ<strong>กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม</strong> เปิดตัวความร่วมมือครั้งใหม่เพื่อสนับสนุนโซลูชันที่ขับเคลื่อนโดยชุมชนในการเสริมสร้างความสามารถในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ อนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ และขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืนในประเทศไทย</p>
<p><span id="more-44637"></span></p>
<p>การเปิดตัวความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นการเริ่มต้นการดำเนินงานระยะที่ 8 ของแผนงานการให้ทุนขนาดเล็ก (Small Grants Programme: SGP) ในประเทศไทย ภายใต้กองทุนสิ่งแวดล้อมโลก (Global Environment Facility: GEF) ซึ่งตลอดระยะเวลากว่า 30 ปีที่ผ่านมา ได้สนับสนุนชุมชนแล้ว 492 แห่ง ผ่านการให้ทุน การถ่ายทอดองค์ความรู้ การเสริมสร้างศักยภาพ และการเชื่อมโยงโอกาสทางการตลาด</p>
<p>อย่างไรก็ตาม ระยะที่ 8 นี้นับเป็นครั้งแรกที่ SGP ได้รับการสนับสนุนเพิ่มเติมจากภาคการเงินและภาคเอกชนในประเทศไทย โดย UNDP และธนาคารกรุงไทยจะร่วมกันพัฒนารูปแบบความร่วมมือด้านการลงทุนที่ก้าวข้ามการให้ทุนแบบดั้งเดิม</p>
<p>แผนงานการให้ทุนขนาดเล็กระยะนี้จะมุ่งสนับสนุนการดำเนินงานใน 4 พื้นที่ภูมิทัศน์และภูมิทัศน์ทางทะเลสำคัญ ได้แก่ ชายฝั่งอันดามันตอนล่าง เทือกเขาเพชรบูรณ์ ลุ่มน้ำยวม–สาละวิน และจังหวัดเพชรบุรี ซึ่งล้วนเป็นพื้นที่ที่สะท้อนถึงความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศที่ทำให้ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูงที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้</p>
<p>ข้อมูลจากโครงการ Biodiversity Finance Initiative (BIOFIN) ของ UNDP ระบุว่า มูลค่าทางเศรษฐกิจมากกว่า 70% ของประเทศไทยพึ่งพาธรรมชาติโดยตรง ประเทศไทยเป็นที่อยู่อาศัยของความหลากหลายทางชีวภาพเกือบ 10% ของโลก รวมถึงพืชกว่า 15,000 ชนิด ความมั่งคั่งทางธรรมชาติเหล่านี้เป็นรากฐานสำคัญของการดำรงชีวิต ช่วยเสริมสร้างความสามารถในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สนับสนุนความมั่นคงทางอาหาร และเป็นปัจจัยสำคัญต่อภาคเศรษฐกิจหลัก เช่น เกษตรกรรม ป่าไม้ และการท่องเที่ยว ซึ่งรวมกันคิดเป็นเกือบ 30% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP)</p>
<p>อย่างไรก็ตาม การลงทุนเพื่อธรรมชาติยังคงไม่เพียงพอ โดยประเทศไทยยังมีช่องว่างด้านการเงินเพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศประมาณ 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี ความร่วมมือระหว่าง UNDP และธนาคารกรุงไทย ซึ่งมุ่งสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนผ่านโซลูชันที่ขับเคลื่อนโดยชุมชน จึงเป็นส่วนสำคัญในการช่วยลดช่องว่างดังกล่าว</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44639" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/ktb-undp-sgp-2026-02.jpg" alt="ประเสริฐ ศิรินภาพร" width="600" height="400" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/ktb-undp-sgp-2026-02.jpg 600w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/ktb-undp-sgp-2026-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/ktb-undp-sgp-2026-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/ktb-undp-sgp-2026-02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ประเสริฐ ศิรินภาพร</strong></span>  <strong>รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม </strong>กล่าวว่า ประเทศไทยจะสามารถบรรลุเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศและความหลากหลายทางชีวภาพได้ก็ต่อเมื่อการดำเนินนโยบายระดับชาติสามารถเชื่อมโยงสู่การปฏิบัติในพื้นที่ได้อย่างแท้จริง ชุมชนคือพันธมิตรสำคัญในการปกป้องระบบนิเวศ ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ และเสริมสร้างความสามารถในการรับมือกับความเปลี่ยนแปลง การลงทุนในผู้นำท้องถิ่น นวัตกรรม และการมีส่วนร่วมของประชาชน จะช่วยเปลี่ยนแผนงานระดับชาติให้เป็นผลลัพธ์ที่จับต้องได้สำหรับผู้คน ธรรมชาติ และคนรุ่นต่อไป</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44640" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/ktb-undp-sgp-2026-03.jpg" alt="นีฟ คอลิเออร์-สมิธ" width="600" height="400" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/ktb-undp-sgp-2026-03.jpg 600w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/ktb-undp-sgp-2026-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/ktb-undp-sgp-2026-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/ktb-undp-sgp-2026-03-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>ด้าน<span style="color: #6cb742;"><strong>นีฟ คอลิเออร์-สมิธ</strong></span> <strong>ผู้แทนโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติประจำประเทศไทย </strong>กล่าวว่า บทต่อไปของการพัฒนาประเทศไทยจะขึ้นอยู่กับความสามารถในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการปกป้องธรรมชาติ ควบคู่ไปกับการสร้างการเติบโตที่ครอบคลุมและยั่งยืน ซึ่งไม่สามารถเกิดขึ้นได้ด้วยงบประมาณภาครัฐเพียงอย่างเดียว ความร่วมมือกับธนาคารกรุงไทยครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าภาครัฐ ภาคการเงิน และภาคเอกชนสามารถทำงานร่วมกันเพื่อปลดล็อกรูปแบบการลงทุนใหม่ ๆ ในโซลูชันและนวัตกรรมที่ขับเคลื่อนโดยชุมชน ซึ่งช่วยปกป้องธรรมชาติ เสริมสร้างรายได้ และเพิ่มความสามารถในการรับมือกับความเปลี่ยนแปลงได้อย่างไร แผนงานการให้ทุนขนาดเล็กของ UNDP-GEF เป็นแพลตฟอร์มที่ช่วยให้ภาคการเงินและภาคเอกชนสามารถกลับมาลงทุนในชุมชนทั่วประเทศไทยได้ง่ายขึ้น และเราขอเชิญชวนพันธมิตรอื่น ๆ เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามนี้</p>
<p>ความร่วมมือครั้งใหม่นี้ต่อยอดจากความร่วมมืออันแข็งแกร่งระหว่าง UNDP และธนาคารกรุงไทยในการพัฒนากลไกทางการเงินเพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และสนับสนุนโซลูชันที่ขับเคลื่อนโดยชุมชนซึ่งช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ธรรมชาติ</p>
<p>ความร่วมมือดังกล่าวจะผสานประสบการณ์ของ UNDP ในการสนับสนุนการพัฒนาที่ขับเคลื่อนโดยชุมชน เข้ากับบทบาทของธนาคารกรุงไทยในฐานะพันธมิตรด้านความยั่งยืนเชิงกลยุทธ์ (Strategic Sustainability Partner) เพื่อเชื่อมโยงชุมชนกับแหล่งเงินทุน องค์ความรู้ เทคโนโลยี เครือข่ายความร่วมมือ และโอกาสทางการตลาด ช่วยให้ชุมชนสามารถต่อยอดทรัพยากรธรรมชาติ ภูมิปัญญาท้องถิ่น และอัตลักษณ์ของตนให้กลายเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน สร้างรายได้ ยกระดับคุณภาพชีวิต และสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อผู้คนและโลกในระยะยาว</p>
<p>หนึ่งในตัวอย่างความสำเร็จคือชุมชนบ้านโคกไคร จังหวัดพังงา ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากแผนงานการให้ทุนขนาดเล็กในการต่อยอดทรัพยากรธรรมชาติและภูมิปัญญาท้องถิ่น สู่การพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงนิเวศและผลิตภัณฑ์ชุมชน สร้างรายได้และโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ให้กับคนในพื้นที่ โดยคาดว่าโครงการดังกล่าวจะสร้างผลตอบแทนทางสังคมจากการลงทุน (Social Return on Investment: SROI) สูงถึง 2.46 เท่าภายในปี 2573 สะท้อนให้เห็นว่าการลงทุนในโซลูชันที่ขับเคลื่อนโดยชุมชนสามารถสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมต่อผู้คน ชุมชน และสิ่งแวดล้อมได้อย่างแท้จริง</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44641" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/ktb-undp-sgp-2026-04.jpg" alt="กฤษณ์ ฉมาภิสิษฐ" width="600" height="400" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/ktb-undp-sgp-2026-04.jpg 600w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/ktb-undp-sgp-2026-04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/ktb-undp-sgp-2026-04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/ktb-undp-sgp-2026-04-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>กฤษณ์ ฉมาภิสิษฐ</strong></span> <strong>ผู้บริหารสายงานสื่อสารและภาพลักษณ์องค์กร ธนาคารกรุงไทย </strong>กล่าวว่า ธนาคารกรุงไทยเชื่อว่าความยั่งยืนที่แท้จริงเริ่มต้นจากชุมชนที่เข้มแข็ง เพราะชุมชนคือผู้ดูแลทรัพยากรธรรมชาติ และเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ เมื่อชุมชนได้รับโอกาส การสนับสนุน และเครือข่ายความร่วมมือที่เหมาะสม พวกเขาสามารถสร้างคุณค่าที่ยั่งยืนได้ทั้งในมิติทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ความร่วมมือภายใต้แผนงานการให้ทุนขนาดเล็กระยะที่ 8 ครั้งนี้ จึงไม่ได้เป็นเพียงการสนับสนุนด้านการเงิน แต่เป็นการร่วมสร้าง ‘ระบบนิเวศเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน’ ที่จะช่วยเสริมพลังให้ชุมชนเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง และสามารถขยายผลสู่พื้นที่อื่นทั่วประเทศ”</p>
<p>ภายในงานเปิดตัวความร่วมมือ ผู้แทนจากชุมชนบ้านโคกไคร จังหวัดพังงา และเครือข่ายสตรีและครอบครัวเพื่อการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในลุ่มน้ำพุงตอนบน จังหวัดเลย ได้ร่วมแบ่งปันประสบการณ์ว่าการสนับสนุนจาก SGP ช่วยต่อยอดความคิดริเริ่มในชุมชนให้เกิดผลลัพธ์ที่ยั่งยืนต่อผู้คนและโลกได้อย่างไร เรื่องราวเหล่านี้สะท้อนศักยภาพของโซลูชันที่ขับเคลื่อนโดยชุมชน และโอกาสในการขยายผลรูปแบบความสำเร็จสู่พื้นที่อื่นภายใต้การดำเนินงานระยะใหม่ของแผนงาน</p>
<p>แผนงานการให้ทุนขนาดเล็ก (SGP) เป็นหนึ่งในโครงการด้านสิ่งแวดล้อมที่ขับเคลื่อนโดยชุมชนและดำเนินงานมาอย่างยาวนานที่สุดในโลก ภายใต้การดำเนินงานของ UNDP โดยตลอดระยะเวลากว่า 30 ปีที่ผ่านมา ได้สนับสนุนโครงการที่ขับเคลื่อนโดยชุมชนมากกว่า 30,000 โครงการในกว่า 130 ประเทศทั่วโลก สะท้อนให้เห็นว่าการลงมือปฏิบัติในระดับท้องถิ่นสามารถสร้างผลประโยชน์ด้านสิ่งแวดล้อมในระดับโลก ควบคู่ไปกับการยกระดับคุณภาพชีวิตและเสริมสร้างความสามารถในการรับมือกับความเปลี่ยนแปลง</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/ktb-undp-sgp-2026/">UNDP จับมือกรุงไทย ปลดล็อกการลงทุนเพื่อโซลูชันด้านสภาพภูมิอากาศและ ความหลากหลายทางชีวภาพที่ขับเคลื่อนโดยชุมชน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>SENA Solar จับมือ Huawei ยกระดับ Green Lifestyle Ecosystem พร้อมต่อยอดโซลูชันครบวงจร</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/sena-solar-x-huawei/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 16 Jun 2026 07:23:44 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<category><![CDATA[Green Lifestyle Ecosystem]]></category>
		<category><![CDATA[Huawei]]></category>
		<category><![CDATA[SENA Solar]]></category>
		<category><![CDATA[ที่อยู่อาศัย]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยีพลังงาน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=44633</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในวันที่ต้นทุนพลังงานกลายเป็นภาระสำคัญของทั้งครัวเรือนและภาคธุรกิจ โซลาร์เซลล์จึงไม่ได้เป็นเพียงพลังงานทางเลือก แต่เป็นเครื่องมือช่วยลดค่าใช้จ่ายในระยะยาวและสร้างความมั่นคงด้านพลังงานในอนาคต ขณะเดียวกัน การเลือกผู้ให้บริการที่มีความเชี่ยวชาญและความมั่นคงเพียงพอที่จะดูแลระบบได้ตลอดอายุการใช้งาน ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่เจ้าของบ้านและภาคธุรกิจให้ความสำคัญ กลุ่มบริษัทเสนา โดย บริษัท เสนา โซลาร์ เอนเนอร์ยี่ จำกัด (SENA Solar Energy) ผู้บุกเบิกธุรกิจโซลาร์ของประเทศไทยที่มีประสบการณ์ด้านพลังงานสะอาดมากกว่า 17 ปี มุ่งมั่นพัฒนาและคัดสรรเทคโนโลยีที่ดีที่สุดเพื่อส่งมอบโซลูชัน พลังงานที่ตอบโจทย์ทั้งภาคที่อยู่อาศัยและภาคธุรกิจ ในการลดต้นทุนพลังงานและก้าวสู่การใช้พลังงานสะอาดอย่างยั่งยืน ล่าสุดจับมือกับ Huawei Digital Power ผู้นำเทคโนโลยีพลังงานระดับโลก เพื่อนำโซลูชันพลังงานสะอาดที่มีประสิทธิภาพสูง ปลอดภัย และเชื่อถือได้&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/sena-solar-x-huawei/">SENA Solar จับมือ Huawei ยกระดับ Green Lifestyle Ecosystem พร้อมต่อยอดโซลูชันครบวงจร</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ในวันที่ต้นทุนพลังงานกลายเป็นภาระสำคัญของทั้งครัวเรือนและภาคธุรกิจ โซลาร์เซลล์จึงไม่ได้เป็นเพียงพลังงานทางเลือก แต่เป็นเครื่องมือช่วยลดค่าใช้จ่ายในระยะยาวและสร้างความมั่นคงด้านพลังงานในอนาคต ขณะเดียวกัน การเลือกผู้ให้บริการที่มีความเชี่ยวชาญและความมั่นคงเพียงพอที่จะดูแลระบบได้ตลอดอายุการใช้งาน ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่เจ้าของบ้านและภาคธุรกิจให้ความสำคัญ</strong></p>
<p><span id="more-44633"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44634" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/SENA-Solar-Partners-with-Huawei-2.jpg" alt="SENA Solar จับมือ Huawei ยกระดับ Green Lifestyle Ecosystem พร้อมต่อยอดโซลูชันครบวงจร" width="850" height="566" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/SENA-Solar-Partners-with-Huawei-2.jpg 850w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/SENA-Solar-Partners-with-Huawei-2-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/SENA-Solar-Partners-with-Huawei-2-768x511.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/SENA-Solar-Partners-with-Huawei-2-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/SENA-Solar-Partners-with-Huawei-2-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 850px) 100vw, 850px" /></p>
<p><strong>กลุ่มบริษัทเสนา โดย บริษัท เสนา โซลาร์ เอนเนอร์ยี่ จำกัด</strong> (SENA Solar Energy) ผู้บุกเบิกธุรกิจโซลาร์ของประเทศไทยที่มีประสบการณ์ด้านพลังงานสะอาดมากกว่า 17 ปี มุ่งมั่นพัฒนาและคัดสรรเทคโนโลยีที่ดีที่สุดเพื่อส่งมอบโซลูชัน พลังงานที่ตอบโจทย์ทั้งภาคที่อยู่อาศัยและภาคธุรกิจ ในการลดต้นทุนพลังงานและก้าวสู่การใช้พลังงานสะอาดอย่างยั่งยืน ล่าสุดจับมือกับ Huawei Digital Power ผู้นำเทคโนโลยีพลังงานระดับโลก เพื่อนำโซลูชันพลังงานสะอาดที่มีประสิทธิภาพสูง ปลอดภัย และเชื่อถือได้ มาต่อยอดการพัฒนา Green Lifestyle Ecosystem ที่เชื่อมบ้าน พลังงาน และการเดินทาง</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์</strong></span> <strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เสนา กรีน เอนเนอร์ยี่ จำกัด</strong> กล่าวว่า จากประสบการณ์กว่า 45 ปีด้านการพัฒนาที่อยู่อาศัยของกลุ่มเสนากับความเชี่ยวชาญด้านพลังงานสะอาดกว่า 17 ปี เราเชื่อว่าการติดตั้งโซลาร์เซลล์ที่ดี ไม่ใช่เพียงการเลือกอุปกรณ์ที่ดีที่สุด แต่ต้องออกแบบระบบพลังงานให้เหมาะกับโครงสร้าง ความปลอดภัย และการใช้ชีวิตของลูกค้า ทีมวิศวกรของเราดูแลใส่ใจทุกขั้นตอน ตั้งแต่การสำรวจพื้นที่ วิเคราะห์โครงสร้าง ออกแบบ ติดตั้ง ไปจนถึงบริการหลังการขาย เพื่อให้ระบบทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และคุ้มค่าในระยะยาว ทั้งนี้โซลาร์เซลล์ไม่ใช่เพียงทางเลือกในการลดค่าไฟ แต่เป็นการลงทุนระยะยาวที่ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญและความน่าเชื่อถือ ซึ่งเป็นเหตุผลที่ลูกค้าทั้งในภาคที่อยู่อาศัย รวมถึงลูกค้าองค์กรและภาคธุรกิจ ไว้วางใจให้ SENA Solar Energy ดูแลด้านพลังงานมาอย่างต่อเนื่อง เพราะเราไม่ได้เป็นเพียงผู้เชี่ยวชาญเรื่องโซลาร์ แต่เป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องบ้านที่เข้าใจพลังงานด้วย”</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>แจ็ค เจิ้ง</strong></span> <strong>กรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจพลังงานดิจิทัล (Digital Power) บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด</strong> กล่าวว่า Huawei Digital Power มุ่งมั่นผลักดันการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดผ่านเทคโนโลยีพลังงานที่มีมาตรฐานระดับโลก ความร่วมมือกับ SENA Solar Energy ในครั้งนี้ เป็นอีกก้าวสำคัญในการขยายตลาดโซลาร์และโซลูชันระบบกักเก็บพลังงาน (Energy Storage System: ESS) จากภายในโครงการที่อยู่อาศัย สู่ลูกค้าทั่วไป เพื่อให้ทุกครัวเรือนได้เข้าถึงโซลูชัน Huawei FusionSolar ที่มีประสิทธิภาพสูง ปลอดภัย เชื่อถือได้ และสามารถบริหารจัดการพลังงานได้อย่างชาญฉลาด”</p>
<p>ปัจจุบัน<strong> SENA Solar Energy</strong> ให้บริการแบบ One-Stop Service ตั้งแต่การสำรวจ ออกแบบ ติดตั้ง ไปจนถึงดูแลหลังการขาย โดยนำมาตรฐานการดูแลลูกค้าแบบ Developer มาต่อยอดสู่ธุรกิจพลังงาน พร้อมคัดสรรเทคโนโลยีและอุปกรณ์ที่ได้มาตรฐานจากพันธมิตรชั้นนำระดับโลก เช่น Huawei เพื่อยกระดับประสิทธิภาพ ความปลอดภัย และความน่าเชื่อถือของระบบโซลาร์เซลล์ เพราะโซลาร์เซลล์ไม่ใช่แค่การติดตั้งครั้งเดียว แต่เป็นการลงทุนระยะยาว ลูกค้าจึงต้องการทั้งเทคโนโลยีที่มีคุณภาพและผู้ให้บริการที่มีความมั่นคง พร้อมดูแลระบบอย่างต่อเนื่องตลอดอายุการใช้งาน โดย SENA Solar Energy มีบริการตรวจสอบและบำรุงรักษาระบบ (O&amp;M) ปีละ 2 ครั้ง รับประกันงานติดตั้ง 2 ปี พร้อมทีม Service และ Customer Care ที่ดูแลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่าระบบจะทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและมีผู้เชี่ยวชาญคอยดูแลในระยะยาว</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/sena-solar-x-huawei/">SENA Solar จับมือ Huawei ยกระดับ Green Lifestyle Ecosystem พร้อมต่อยอดโซลูชันครบวงจร</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ผนึก พพ. และ TESTA ดัน ASEW 2026 เป็นเวทีความร่วมมือพลังงานระดับภูมิภาค ขับเคลื่อนนวัตกรรมพลังงานสะอาดของเอเชีย</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/asew-2026-pr/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 16 Jun 2026 04:55:32 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[ASEW 2026]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานทดแทน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=44621</guid>

					<description><![CDATA[<p>ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานทั่วโลก เอเชียกำลังก้าวสู่ช่วงสำคัญของการพัฒนาพลังงานสะอาด เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงาน ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และรองรับเทคโนโลยีแห่งอนาคต ส่งผลให้ความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม และองค์กรระดับนานาชาติ มีบทบาทสำคัญต่อการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านดังกล่าว งาน ASIA Sustainable Energy Week 2026 (ASEW) เป็นแพลตฟอร์มพลังงานยั่งยืนชั้นนำของภูมิภาค ภายใต้แนวคิด “ขับเคลื่อนนวัตกรรมพลังงานยั่งยืนผ่านความร่วมมือระดับภูมิภาค” พร้อมเชื่อมโยงผู้กำหนดนโยบาย นักลงทุน ผู้พัฒนาเทคโนโลยี และผู้นำอุตสาหกรรมจากทั่วโลก เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือและต่อยอดโอกาสด้านพลังงานแห่งอนาคต นางสาวนันธิกา ทังสุพานิช อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) เปิดเผยว่า ประเทศไทยกำลังเดินหน้าขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/asew-2026-pr/">อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ผนึก พพ. และ TESTA ดัน ASEW 2026 เป็นเวทีความร่วมมือพลังงานระดับภูมิภาค ขับเคลื่อนนวัตกรรมพลังงานสะอาดของเอเชีย</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานทั่วโลก เอเชียกำลังก้าวสู่ช่วงสำคัญของการพัฒนาพลังงานสะอาด เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงาน ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และรองรับเทคโนโลยีแห่งอนาคต ส่งผลให้ความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม และองค์กรระดับนานาชาติ มีบทบาทสำคัญต่อการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านดังกล่าว งาน ASIA Sustainable Energy Week 2026 (ASEW) เป็นแพลตฟอร์มพลังงานยั่งยืนชั้นนำของภูมิภาค ภายใต้แนวคิด “ขับเคลื่อนนวัตกรรมพลังงานยั่งยืนผ่านความร่วมมือระดับภูมิภาค” พร้อมเชื่อมโยงผู้กำหนดนโยบาย นักลงทุน ผู้พัฒนาเทคโนโลยี และผู้นำอุตสาหกรรมจากทั่วโลก เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือและต่อยอดโอกาสด้านพลังงานแห่งอนาคต</strong></p>
<p><span id="more-44621"></span><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-3678" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/asew-2026-pr-02.jpeg" alt="นันธิกา ทังสุพานิช" width="800" height="640" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">นางสาวนันธิกา ทังสุพานิช</span> อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) เปิดเผยว่า </strong>ประเทศไทยกำลังเดินหน้าขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน (Energy Transition) เพื่อรองรับการเติบโต ทางเศรษฐกิจ การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี และความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมในอนาคต โดยมุ่งส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียนและพลังงานสะอาดให้มีบทบาทเพิ่มขึ้นในระบบพลังงานของประเทศ เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ สอดคล้องกับทิศทาง การพัฒนาประเทศที่ให้ความสำคัญกับการเติบโตทางเศรษฐกิจควบคู่กับความยั่งยืนด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม</p>
<p>ทั้งนี้ แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (Power Development Plan: PDP) และแผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก (Alternative Energy Development Plan: AEDP) ถือเป็นกลไกสำคัญ ในการกำหนดทิศทางการพัฒนาโครงสร้างพลังงานของประเทศในระยะยาว โดยมุ่งเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียน สร้างความหลากหลายของแหล่งพลังงาน และยกระดับความมั่นคงด้านพลังงาน เพื่อรองรับ ความต้องการใช้พลังงานที่เพิ่มขึ้นของทุกภาคส่วน</p>
<p><strong>อธิบดี พพ.</strong> กล่าวเพิ่มเติมว่า พลังงานแสงอาทิตย์เป็นหนึ่งในพลังงานหมุนเวียนที่ประเทศไทยมีศักยภาพสูง พพ. จึงได้พัฒนาแผนที่ศักยภาพพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Radiation Map) ของประเทศไทย เพื่อเป็นฐานข้อมูลสำคัญในการประเมินศักยภาพและวางแผนการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ในแต่ละพื้นที่ ช่วยให้ภาคประชาชน ภาคธุรกิจ และนักลงทุนสามารถตัดสินใจลงทุนได้อย่างแม่นยำและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น</p>
<p>นอกจากนี้ พพ. ยังเดินหน้าผลักดันมาตรการส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดอย่างต่อเนื่อง อาทิ มาตรการลดหย่อนภาษีเพื่อสนับสนุนการติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์ และการส่งเสริมการผลิตและการใช้เชื้อเพลิง อากาศยานยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel: SAF) ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยีพลังงานแห่งอนาคตที่มีบทบาทสำคัญต่อการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และการขยายการใช้พลังงานสะอาดสู่ภาคการบินและภาคอุตสาหกรรม</p>

<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/asew-2026-pr-05.jpeg'><img loading="lazy" decoding="async" width="850" height="567" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/asew-2026-pr-05.jpeg" class="attachment-large size-large" alt="ASEW 2026" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/asew-2026-pr-05.jpeg 850w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/asew-2026-pr-05-300x200.jpeg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/asew-2026-pr-05-768x512.jpeg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/asew-2026-pr-05-150x100.jpeg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/asew-2026-pr-05-500x334.jpeg 500w" sizes="(max-width: 850px) 100vw, 850px" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/asew-2026-pr-06.jpeg'><img loading="lazy" decoding="async" width="850" height="567" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/asew-2026-pr-06.jpeg" class="attachment-large size-large" alt="ASEW 2026" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/asew-2026-pr-06.jpeg 850w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/asew-2026-pr-06-300x200.jpeg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/asew-2026-pr-06-768x512.jpeg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/asew-2026-pr-06-150x100.jpeg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/asew-2026-pr-06-500x334.jpeg 500w" sizes="(max-width: 850px) 100vw, 850px" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/asew-2026-pr-07.jpeg'><img loading="lazy" decoding="async" width="850" height="567" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/asew-2026-pr-07.jpeg" class="attachment-large size-large" alt="ASEW 2026" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/asew-2026-pr-07.jpeg 850w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/asew-2026-pr-07-300x200.jpeg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/asew-2026-pr-07-768x512.jpeg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/asew-2026-pr-07-150x100.jpeg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/asew-2026-pr-07-500x334.jpeg 500w" sizes="(max-width: 850px) 100vw, 850px" /></a>

<p>สำหรับการเข้าร่วมงาน ASIA Sustainable Energy Week (ASEW) 2026 ในครั้งนี้ พพ. ได้นำเสนอ องค์ความรู้และนวัตกรรมด้านพลังงานสะอาดผ่านบูธนิทรรศการ โดยจัดแสดงการประยุกต์ใช้ข้อมูลความเข้มรังสีอาทิตย์เพื่อประเมินศักยภาพการผลิตไฟฟ้าจากระบบโซลาร์เซลล์ (Solar PV) ในแต่ละพื้นที่ พร้อมเผยแพร่ข้อมูลและองค์ความรู้เกี่ยวกับเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) และร่วมจัดเสวนาในหัวข้อ “การพยากรณ์พลังงานแสงอาทิตย์” เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เทคโนโลยี และประสบการณ์กับผู้เชี่ยวชาญ นักลงทุน และผู้ประกอบการจากทั้งในและต่างประเทศ</p>
<p><strong>“พพ. มุ่งมั่นขับเคลื่อนนโยบายด้านพลังงานของประเทศผ่านการส่งเสริมพลังงานหมุนเวียน เทคโนโลยีพลังงานสะอาด และนวัตกรรมด้านพลังงาน เพื่อสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน เพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน อันจะเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศอย่างสมดุลและยั่งยืนในอนาคต” นางสาวนันธิกา กล่าว</strong></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-3679" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/asew-2026-pr-03.jpeg" alt="ดร.พิมพา ลิ้มทองกุล" width="800" height="533" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">ดร.พิมพา ลิ้มทองกุล</span> นายกสมาคมเทคโนโลยีระบบกักเก็บพลังงานไทย (</strong><strong>TESTA)</strong> กล่าวว่า เทคโนโลยีระบบกักเก็บพลังงาน (Energy Storage) เป็นหัวใจสำคัญของระบบพลังงานยุคใหม่ เนื่องจากช่วยเสริมเสถียรภาพและความยืดหยุ่นของระบบไฟฟ้า รองรับการขยายตัวของพลังงานหมุนเวียน และสนับสนุนเป้าหมายการลดการปล่อยคาร์บอนในระยะยาว ในปีนี้ TESTA จะร่วมผลักดันประเทศไทยสู่<strong>ศูนย์กลางการพัฒนาระบบนิเวศแบตเตอรี่ของภูมิภาคอาเซียน</strong> ผ่านเวทีสัมมนาภายในงาน ASEW ที่ครอบคลุมประเด็นสำคัญตลอดห่วงโซ่อุตสาหกรรม ตั้งแต่การพัฒนาเทคโนโลยีแบตเตอรี่รุ่นใหม่ วัตถุดิบและซัพพลายเชน การผลิต การใช้งานในภาคพลังงานและยานยนต์ไฟฟ้า ไปจนถึงการรีไซเคิลและเศรษฐกิจหมุนเวียนของแบตเตอรี่ พร้อมเปิดเวทีให้ผู้เชี่ยวชาญ ผู้นำอุตสาหกรรม และผู้กำหนดนโยบายจากหลายประเทศร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและสร้างความร่วมมือระดับภูมิภาค</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-3680" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/asew-2026-pr-04.jpeg" alt="สรรชาย นุ่มบุญนำ" width="800" height="449" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">นายสรรชาย นุ่มบุญนำ</span> ผู้จัดการทั่วไป อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย </strong>กล่าวว่า งาน ASIA Sustainable Energy Week 2026 ไม่ได้เป็นเพียงงานแสดงสินค้า แต่เป็นแพลตฟอร์มด้านพลังงานสะอาดแบบครบวงจร ที่เชื่อมโยงนโยบาย เทคโนโลยี การลงทุน และโอกาสทางธุรกิจเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อสนับสนุนการพัฒนาระบบนิเวศพลังงานของภูมิภาคอย่างยั่งยืน ผ่านความร่วมมือของทุกภาคส่วน ซึ่งสะท้อนศักยภาพของประเทศไทยในการก้าวขึ้นเป็น ศูนย์กลางนวัตกรรมพลังงานยั่งยืนของเอเชีย ภายในงานจะรวบรวมเทคโนโลยีและโซลูชันด้านพลังงานจาก 1,500 แบรนด์ชั้นนำทั่วโลก อาทิ ATESS, DELTA, DEYE, HAIER ENERGY, HITACHI ENERGY, HUAWEI และอีกมากมาย บนพื้นที่กว่า 27,000 ตารางเมตร พร้อมพาวิลเลียนนานาชาติที่นำเสนอเทคโนโลยีด้าน พลังงานหมุนเวียน การจัดการพลังงาน และระบบกักเก็บพลังงาน รวมถึงการประชุมและสัมมนาจาก ผู้เชี่ยวชาญกว่า 200 คนจากทั่วโลก ร่วมแบ่งปัน ความรู้ เทรนด์ เทคโนโลยี และแนวโน้มตลาดพลังงาน นอกจากนี้ยังมีโซนไฮไลต์ที่สะท้อนทิศทางอุตสาหกรรมพลังงานแห่งอนาคต โดยปีนี้คาดว่าจะมีผู้เข้าชมงานมากกว่า 32,000 คนจากทั่วโลก โดยจัดร่วมกับงาน MobilityTech Asia – Bangkok (MTAB) งานแสดงเทคโนโลยีด้านการขนส่งแห่งอนาคตและยานยนต์อัจฉริยะ เพื่อเชื่อมโยงอุตสาหกรรมพลังงานและยานยนต์แห่งอนาคตเข้าด้วยกัน</p>
<p><strong>ASEW 2026 เป็น “เวทีแห่งโอกาส” ที่จะเชื่อมโยงพันธมิตร เทคโนโลยี และการลงทุน เพื่อขับเคลื่อนอนาคตพลังงานของเอเชีย ผ่านความร่วมมือระดับภูมิภาคอย่างแท้จริง จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1–3 กรกฎาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพฯ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ </strong><a href="http://www.asew-expo.com" target="_blank" rel="noopener"><strong>www.asew-expo.com</strong></a></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/asew-2026-pr/">อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ผนึก พพ. และ TESTA ดัน ASEW 2026 เป็นเวทีความร่วมมือพลังงานระดับภูมิภาค ขับเคลื่อนนวัตกรรมพลังงานสะอาดของเอเชีย</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>นวัตกรรม ‘คอร์นกรีตมวลเบา’ จากซังข้าวโพด คว้ารางวัลนวัตกรรมใหม่จากเวที Agri Plus Award 2026</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/corn-cob-lightweight-concrete-agri-plus-award-2026-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 15 Jun 2026 08:31:52 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Technology & Innovation]]></category>
		<category><![CDATA[Agri Plus Award 2026]]></category>
		<category><![CDATA[คอร์นกรีตมวลเบา]]></category>
		<category><![CDATA[ซังข้าวโพด]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=44614</guid>

					<description><![CDATA[<p>ซังข้าวโพด มะแขว่น ไปจนถึงพืชสมุนไพรไทย วัตถุดิบทางการเกษตรที่เคยถูกมองเป็นเพียงสินค้าโภคภัณฑ์กำลังถูกยกระดับสู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงด้วยพลังของนวัตกรรม สะท้อนผ่านเวที Agri Plus Award 2026  ซึ่งกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ จัดขึ้นเพื่อค้นหาสุดยอดสินค้าเกษตรนวัตกรรมของประเทศ โดยมีผู้สมัครกว่า 264 ราย ก่อนคัดเลือกเหลือ 30 ผลงานสุดท้าย เพื่อชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ภายใต้แนวคิด “Thailand’s Agri Inno Wave” ตอกย้ำบทบาทของวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และความคิดสร้างสรรค์ในการขับเคลื่อนสินค้าเกษตรไทยสู่ตลาดโลกและเศรษฐกิจมูลค่าสูง บรรจงจิตต์&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/corn-cob-lightweight-concrete-agri-plus-award-2026-2/">นวัตกรรม ‘คอร์นกรีตมวลเบา’ จากซังข้าวโพด คว้ารางวัลนวัตกรรมใหม่จากเวที Agri Plus Award 2026</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ซังข้าวโพด มะแขว่น ไปจนถึงพืชสมุนไพรไทย วัตถุดิบทางการเกษตรที่เคยถูกมองเป็นเพียงสินค้าโภคภัณฑ์กำลังถูกยกระดับสู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงด้วยพลังของนวัตกรรม สะท้อนผ่านเวที<strong> Agri Plus Award </strong><strong>2026 </strong> ซึ่ง<strong>กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ </strong>จัดขึ้นเพื่อค้นหาสุดยอดสินค้าเกษตรนวัตกรรมของประเทศ โดยมีผู้สมัครกว่า 264 ราย ก่อนคัดเลือกเหลือ 30 ผลงานสุดท้าย เพื่อชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ภายใต้แนวคิด<strong> “Thailand’s Agri Inno Wave” </strong>ตอกย้ำบทบาทของวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และความคิดสร้างสรรค์ในการขับเคลื่อนสินค้าเกษตรไทยสู่ตลาดโลกและเศรษฐกิจมูลค่าสูง</p>
<p><span id="more-44614"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44616" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/corn-cob-lightweight-concrete-agri-plus-award-2026-02.jpg" alt="บรรจงจิตต์ อังศุสิงห์" width="600" height="400" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/corn-cob-lightweight-concrete-agri-plus-award-2026-02.jpg 600w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/corn-cob-lightweight-concrete-agri-plus-award-2026-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/corn-cob-lightweight-concrete-agri-plus-award-2026-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/corn-cob-lightweight-concrete-agri-plus-award-2026-02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">บรรจงจิตต์ อังศุสิงห์</span> ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์</strong>  กล่าวว่า เวที Agri Plus Award คือเครื่องยืนยันคุณภาพของผู้ประกอบการไทยในสายตาตลาดโลก วันนี้ผู้บริโภคทั่วโลกต้องการสินค้าเกษตรที่มากกว่าวัตถุดิบ ซึ่งคือผลิตภัณฑ์ที่ผสานองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ความคิดสร้างสรรค์ และผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ไทยมีพร้อมทั้งวัตถุดิบที่หลากหลายและนวัตกรรมที่จะเปลี่ยนสินค้าเกษตรจากโภคภัณฑ์ขั้นต้นสู่ผลิตภัณฑ์พรีเมียมที่แข่งขันได้ในเวทีโลกอย่างยั่งยืน</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44617" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/corn-cob-lightweight-concrete-agri-plus-award-2026-03.jpg" alt="เวที Agri Plus Award 2026" width="600" height="400" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/corn-cob-lightweight-concrete-agri-plus-award-2026-03.jpg 600w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/corn-cob-lightweight-concrete-agri-plus-award-2026-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/corn-cob-lightweight-concrete-agri-plus-award-2026-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/corn-cob-lightweight-concrete-agri-plus-award-2026-03-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังมุ่งยกระดับให้ผู้ประกอบการมีความร่วมมือกับคู่ค้าต่างประเทศเพื่อก้าวสู่การเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Partner) ผ่านกระบวนการพัฒนาและสร้างสรรค์ร่วมกัน (Co-creation) ที่บูรณาการงานวิจัย เทคโนโลยี และองค์ความรู้ระดับสากลเข้ากับวัตถุดิบทางการเกษตรของไทย พร้อมส่งเสริมให้ผู้ประกอบการเพิ่มการใช้วัตถุดิบทางการเกษตรในประเทศ (Local Content) เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของห่วงโซ่การผลิต และผลักดัน ให้ผู้ประกอบการเข้าเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานโลก (Global Supply Chain) อย่างมั่นคง</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44618" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/corn-cob-lightweight-concrete-agri-plus-award-2026-04.jpg" alt="คอร์นกรีตมวลเบาจากซังข้าวโพด" width="600" height="314" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/corn-cob-lightweight-concrete-agri-plus-award-2026-04.jpg 600w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/corn-cob-lightweight-concrete-agri-plus-award-2026-04-300x157.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/corn-cob-lightweight-concrete-agri-plus-award-2026-04-150x79.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/corn-cob-lightweight-concrete-agri-plus-award-2026-04-500x262.jpg 500w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><strong>“คอร์นกรีตมวลเบาจากซังข้าวโพด”</strong> ซึ่งคว้ารางวัลชนะเลิศ กลุ่มผลิตภัณฑ์หรือบริการเกษตรนวัตกรรมใหม่ (Rising Star) ถือเป็นหนึ่งในนวัตกรรมใหม่ที่น่าจับตามอง โดย <strong>ศ</strong><strong>.ดร</strong><strong>.ประชุม คำพุฒ หัวหน้าหน่วยวิจัยวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี</strong> กล่าวว่า แนวคิดการพัฒนาคอร์นกรีตมวลเบาเกิดขึ้นจากการมองเห็นศักยภาพของซังข้าวโพด ซึ่งโดยทั่วไปมักถูกทิ้งเป็นของเสียทางการเกษตรหรือจำหน่ายในราคาต่ำเพื่อนำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงชีวมวล จึงนำวัสดุเหลือใช้ดังกล่าวมาต่อยอดเป็นวัสดุก่อสร้างมูลค่าสูง โดยใช้วัตถุดิบจากสหกรณ์การเกษตรในจังหวัดชัยภูมิและลพบุรี ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเศษเหลือทางการเกษตรและสร้างรายได้กลับสู่ชุมชนต้นทาง</p>
<p>จุดเด่นของคอร์นกรีตมวลเบาอยู่ที่การเป็นวัสดุน้ำหนักเบาซึ่งมีสมรรถนะเทียบเท่าหรือสูงกว่าอิฐมวลเบา (AAC) โดยสามารถพัฒนาสูตรให้มีน้ำหนักเบาจนลอยน้ำได้ ขณะเดียวกันยังมีคุณสมบัติเป็นฉนวนกันความร้อนที่ดี ช่วยลดการถ่ายเทความร้อนเข้าสู่อาคาร ซึ่งสอดคล้องกับความต้องการของอาคารในเขตร้อนอย่างประเทศไทยที่ต้องเผชิญอุณหภูมิสูงเกือบตลอดทั้งปี และมีความจำเป็นต้องลดการใช้พลังงานจากระบบปรับอากาศ</p>
<p>นอกจากนี้ คอร์นกรีตมวลเบายังจัดอยู่ในกลุ่มวัสดุ Negative Carbon หรือวัสดุที่มีค่าคาร์บอนสุทธิเป็นลบ เนื่องจากกระบวนการผลิตไม่ใช้ปูนซีเมนต์พอร์ตแลนด์ซึ่งเป็นหนึ่งในแหล่งปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สำคัญของโลก แต่เลือกใช้ไฮเดรตไลม์หรือปูนขาวเป็นวัสดุประสานหลัก ส่งผลให้กระบวนการแข็งตัวของวัสดุเกิดจากการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากบรรยากาศเข้าสู่เนื้อวัสดุอย่างต่อเนื่อง ทำให้วัสดุมีความแข็งแรงเพิ่มขึ้นตามระยะเวลาการใช้งาน แตกต่างจากคอนกรีตทั่วไปที่กระบวนการเซตตัวจะเสร็จสมบูรณ์ภายในระยะเวลาประมาณ 1 เดือน</p>
<p><strong>ศ</strong><strong>.ดร</strong><strong>.ประชุม </strong>กล่าวต่อว่า คอร์นกรีตมวลเบาจากซังข้าวโพดได้ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ข้อจำกัดด้านต้นทุนของ “เฮมพ์ครีต” (Hempcrete) หรือวัสดุก่อสร้างจากแกนกัญชงที่ได้รับความนิยมในยุโรป โดยสามารถลดต้นทุนวัตถุดิบลงเหลือประมาณ 20 บาทต่อกิโลกรัม จากเดิมที่แกนกัญชงมีราคาสูงราว 30 บาทต่อกิโลกรัม ทำให้มีโอกาสขยายการใช้งานเชิงพาณิชย์ได้มากขึ้นในบริบทของประเทศไทยและประเทศกำลังพัฒนา</p>
<p>กลไกดังกล่าวมีลักษณะคล้ายกับการก่อตัวของหินปูนหรือโครงสร้างก่อสร้างในอดีตที่ใช้ปูนขาวเป็นวัสดุหลัก ส่งผลให้วัสดุสามารถพัฒนาความแข็งแรงได้อย่างต่อเนื่องในระยะยาว พร้อมทั้งกักเก็บคาร์บอนภายในเนื้อวัสดุไปตลอดอายุการใช้งาน จึงมีศักยภาพในการเป็นหนึ่งในวัสดุก่อสร้างทางเลือกสำหรับการพัฒนาอาคารคาร์บอนต่ำในอนาคต</p>
<p>ปัจจุบันนวัตกรรมดังกล่าวเริ่มเข้าสู่การทดลองใช้งานจริงร่วมกับภาคธุรกิจ ทั้งในรูปแบบบล็อกก่อสร้าง บล็อกช่องลม และการหล่อผนังในที่ (Cast-in-place) ขณะที่ตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะโครงการปรับปรุงและฟื้นฟูอาคารที่ให้ความสำคัญกับมาตรฐานความยั่งยืนและการลดคาร์บอน กำลังให้ความสนใจกับวัสดุประเภทนี้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนโอกาสของนวัตกรรมไทยในการก้าวสู่ตลาดวัสดุก่อสร้างสีเขียวที่กำลังเติบโตทั่วโลก</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/corn-cob-lightweight-concrete-agri-plus-award-2026-2/">นวัตกรรม ‘คอร์นกรีตมวลเบา’ จากซังข้าวโพด คว้ารางวัลนวัตกรรมใหม่จากเวที Agri Plus Award 2026</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>AVEVA สนับสนุนไทยเปลี่ยนผ่านโครงข่ายไฟฟ้าแบบใหม่สู่ Smart Grid 2.0</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/aveva-smart-grid-2-0/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 15 Jun 2026 07:45:06 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Highlight Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Interview]]></category>
		<category><![CDATA[AVEVA]]></category>
		<category><![CDATA[Smart Grid 2.0]]></category>
		<category><![CDATA[ซอฟต์แวร์]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมพลังงาน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=44607</guid>

					<description><![CDATA[<p>AVEVA บริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านซอฟต์แวร์อุตสาหกรรมชั้นนำของโลก มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนให้องค์กรต่างๆ สามารถขับเคลื่อนธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ สร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน และมุ่งสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน ปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของ Schneider Electric ล่าสุด AVEVA กำลังมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมพัฒนาการโครงข่ายไฟฟ้าของไทย ผ่านยุทธศาสตร์ Smart Grid 2.0 เพื่อสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน รองรับเศรษฐกิจดิจิทัล พร้อมขับเคลื่อนพลังงานของไทยสู่ความมั่นคงและยั่งยืน Ann Moore ผู้ดำรงตำแหน่ง Industry Principal ด้าน Power and Utilities แห่ง AVEVA&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/aveva-smart-grid-2-0/">AVEVA สนับสนุนไทยเปลี่ยนผ่านโครงข่ายไฟฟ้าแบบใหม่สู่ Smart Grid 2.0</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>AVEVA</strong> บริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านซอฟต์แวร์อุตสาหกรรมชั้นนำของโลก มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนให้องค์กรต่างๆ สามารถขับเคลื่อนธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ สร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน และมุ่งสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน ปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของ Schneider Electric ล่าสุด AVEVA กำลังมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมพัฒนาการโครงข่ายไฟฟ้าของไทย ผ่านยุทธศาสตร์ Smart Grid 2.0 เพื่อสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน รองรับเศรษฐกิจดิจิทัล พร้อมขับเคลื่อนพลังงานของไทยสู่ความมั่นคงและยั่งยืน</p>
<p><span id="more-44607"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44609" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/aveva-smart-grid-2-0-02.jpg" alt="Ann Moore" width="600" height="450" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/aveva-smart-grid-2-0-02.jpg 600w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/aveva-smart-grid-2-0-02-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/aveva-smart-grid-2-0-02-150x113.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/aveva-smart-grid-2-0-02-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">Ann Moore</span> ผู้ดำรงตำแหน่ง Industry Principal ด้าน Power and Utilities แห่ง AVEVA </strong>มีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมพลังงานและสาธารณูปโภคมากกว่า 20 ปี และเสริมว่าด้วยความเชี่ยวชาญกว่า 60 ปีของ AVEVA ในเรื่อง Engineering Designs และ Construction ได้ให้สัมภาษณ์พิเศษว่า AVEVA มีโซลูชันครบทุก Lifecycle ของอุตสาหกรรม ที่สามารถช่วยงานได้ทุกอุตสาหกรรมอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะอุตสาหกรรมพลังงานและสาธารณูปโภค</p>
<p><strong>Ann Moore </strong>ได้ให้ทัศนะเชิงลึกว่า ในอุตสาหกรรมพลังงานและสาธารณูปโภค มีข้อมูล (Data) เป็นรากฐานสำคัญ ยิ่งอุตสาหกรรมนี้เติบโตอย่างรวดเร็วมาก ข้อมูลยิ่งเติบโตขึ้นเรื่อยๆ เป็นปริมาณมหาศาล ห่วงโซ่มูลค่าของข้อมูลครอบคลุมตั้งแต่การผลิต ระบบสายส่งไฟฟ้าแรงดันสูงไปยังสถานีย่อยและการจ่ายไฟฟ้าไปยังผู้บริโภคเมื่อ 15-20 ปีที่แล้วจะพูดถึง Data Mining, Smart Metering และ SCADA เพื่อดูแลระบบส่งไฟฟ้ารูปแบบเก่า เป็นการส่งกำลังไฟฟ้าทางเดียวจากโรงไฟฟ้าหลักขนาดใหญ่ไปยังผู้บริโภค การสื่อสารข้อมูลเป็นแบบรวมศูนย์ทางเดียว แต่ปัจจุบันนี้ โครงข่ายไฟฟ้าของไทยมีความซับซ้อนในการบริหารจัดการระบบไฟฟ้ามากขึ้น การเติบโตทรัพยากรพลังงานแบบกระจายศูนย์ (Distributed Energy Resources) ตัวอย่างเช่น โซลาร์บนหลังคา (Solar Rooftop ) หรือการชาร์จแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่บ้าน ทำให้ผู้บริโภคไม่ได้แค่ใช้พลังงานอย่างเดียว แต่เป็นทั้งผู้ผลิตพลังงานและเป็นผู้บริโภคด้วย  ก่อเกิดการสื่อสารข้อมูลแบบสองทางหรือหลายทางมากยิ่งขึ้น จึงมีปริมาณข้อมูลจำนวนมากยิ่งขึ้นไปอีก การเก็บข้อมูลแบบไซโล (Silos) หรือข้อมูลแบบแยกส่วนกลายเป็นอุปสรรค หน่วยงานจึงต้องการแนวทางที่เป็นองค์รวม และจำเป็นต้องมีการมองเห็นข้อมูลแบบบูรณาการครบวงจร (Visibility) และเข้าถึงข้อมูลได้ โดยมีเซ็นเซอร์อัจฉริยะจำนวนมากที่ราคาไม่แพง สามารถส่งคืนข้อมูลได้ทั้งหมดจาก Internet of Things (IoT) จากอุปกรณ์ภาคสนามเพื่อนำข้อมูลนั้นมาใช้ในการตัดสินใจ</p>
<p>อย่างไรก็ตาม การเก็บข้อมูลอย่างเดียวนั้นไม่พอ หน่วยงานจะต้องบูรณาการข้อมูลเพื่อทำการตัดสินใจโดยใช้ข้อมูลเป็นหลัก Solution AVEVA เข้ามาตอบโจทย์ในเรื่องนี้  โดยเป็น Data Platform ที่บูรณาการแบบครบวงจร ในการดำเนินงานด้านการส่งไฟฟ้าหรือแม้แต่การผลิตสามารถใช้แพลตฟอร์มของ AVEVA เพื่อปรับปรุงความน่าเชื่อถือ (Reliability) และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปฏิบัติการแบบเรียลไทม์ ทำให้ระบบการดำเนินงานเป็นอัจฉริยะ (Operational Intelligence)</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44610" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/aveva-smart-grid-2-0-03.jpg" alt="AVEVA" width="600" height="337" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/aveva-smart-grid-2-0-03.jpg 600w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/aveva-smart-grid-2-0-03-300x169.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/aveva-smart-grid-2-0-03-150x84.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/aveva-smart-grid-2-0-03-500x281.jpg 500w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>AVEVA มีโซลูชันสำหรับการบริหารจัดการประสิทธิภาพของสินทรัพย์ (Asset Performance Management) เนื่องจากการผลิตไฟฟ้า โรงไฟฟ้า หรือการส่งและจำหน่ายนั้นมีสินทรัพย์จำนวนมาก ซึ่งอุปกรณ์เหล่านั้นมีราคาแพงมาก และคงไม่ต้องการให้ไฟฟ้าดับโดยไม่ได้วางแผนไว้ AVEVA จะตรวจสอบสภาพสินทรัพย์ทั้งหมดและระยะเวลาใช้ในการใช้งานของอุปกรณ์ พร้อมจัดลำดับความสำคัญของตารางการบำรุงรักษาได้  ซึ่งสามารถช่วยปกป้องสินทรัพย์และยืดอายุการใช้งานได้</p>
<p>ด้านวิศวกรรม AVEVA มีระบบ 3 มิติ (3D) ทั้งการออกแบบวิศวกรรมและการวาดภาพ ดังนั้นจึงมีภาพจำลองเสมือนจริงแบบ 3 มิติของสินทรัพย์ทางกายภาพ สิ่งที่เป็นที่นิยมมากขณะนี้คือ แบบจำลองเสมือนจริงของโรงงาน (Digital Twin) ที่ไม่ใช่แค่การทำให้สินทรัพย์เป็นดิจิทัล แต่ยังสร้างภาพจำลองเสมือนของสินทรัพย์จริงขึ้นมาด้วย ซึ่งมีข้อมูลแบบเรียลไทม์และข้อมูลย้อนหลัง และยังมีแบบจำลองความเชื่อมโยงอีกด้วย</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44611" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/aveva-smart-grid-2-0-04.jpg" alt="AVEVA" width="600" height="338" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/aveva-smart-grid-2-0-04.jpg 600w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/aveva-smart-grid-2-0-04-300x169.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/aveva-smart-grid-2-0-04-150x85.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/aveva-smart-grid-2-0-04-500x282.jpg 500w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>นอกจากนั้นโซลูชันของ AVEVA ยังเป็นระบบ Hybrid คือรูปแบบการทำงานของซอฟต์แวร์อุตสาหกรรมที่ผสานการทำงานระหว่างระบบภายในองค์กร (On-Premises/Edge) กับระบบคลาวด์ (Cloud) เข้าด้วยกันอย่างราบรื่น ช่วยให้องค์กรสามารถจัดเก็บ ประมวลผล และดูข้อมูลแบบเรียลไทม์ได้จากทุกที่โดยไม่ต้องละทิ้งระบบเดิมที่มีอยู่ และเป็นคลาวด์เนทีฟ (Cloud Native) ซึ่งช่วยเปิดโอกาสและส่งเสริมให้เกิดเทคโนโลยีล้ำสมัยต่างๆ เช่น เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ทั้งหมดในการคาดการณ์และพยากรณ์สิ่งที่จะเกิดขึ้น โดยคลาวด์เนทีฟจะสร้างระบบนิเวศพลังงาน (Energy Ecosystem) ซึ่งจะมีการแบ่งปันและแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกันบนคลาวด์ ทำให้โซลูชันของ AVEVA ประสบความสำเร็จและเป็นที่รู้จักเป็นอย่างมาก</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44612" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/aveva-smart-grid-2-0-05.jpg" alt="AVEVA" width="600" height="337" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/aveva-smart-grid-2-0-05.jpg 600w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/aveva-smart-grid-2-0-05-300x169.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/aveva-smart-grid-2-0-05-150x84.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/aveva-smart-grid-2-0-05-500x281.jpg 500w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>AVEVA ยังมีโซลูชันไปไกลกว่า Data-Driven โดยเป็น AI-Driven Analysis ที่เรียกว่า Industrial AI Assistant คือเครื่องมือปัญญาประดิษฐ์เชิงรู้สร้าง (Generative AI) สำหรับภาคอุตสาหกรรม ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถค้นหาข้อมูล ถาม-ตอบปัญหาทางเทคนิค หรือสรุปข้อมูลการทำงานด้วยการพิมพ์หรือพูดภาษาธรรมชาติ ผ่านแชทอินเทอร์เฟซ โดยไม่ต้องตั้งค่าชุดคำสั่งหรือแดชบอร์ดที่ซับซ้อน</p>
<p>อีกหนึ่งความท้าทาย คือ ความปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cybersecurity) AVEVA มีโซลูชันที่ตอบโจทย์เรื่องนี้ โดยสามารถตรวจสอบโครงสร้างพื้นฐานได้ เช่น การตรวจจับการบุกรุก สินทรัพย์ในระบบไฟฟ้า เช่น เซิร์ฟเวอร์ ไฟร์วอลล์ หรือระบบไอทีที่จะต้องตรวจสอบและส่งสัญญาณเตือนเมื่อมีความผิดปกติ ซึ่งเป็นการตรวจสอบสินทรัพย์เชิงรุก นอกจากความปลอดภัยทางไซเบอร์แล้ว ความปลอดภัยทางกายภาพก็เป็นเรื่องที่สำคัญ อย่างเช่น ในสหรัฐอเมริกา เคยมีเหตุการณ์สถานีไฟฟ้าถูกบุกรุก ทำให้ไฟดับไปทั้งชุมชน พลังงานจึงเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่มีความสำคัญอย่างยิ่งยวดที่จะต้องปกป้อง</p>
<p>“โซลูชันของ AVEVA สามารถตรวจสอบได้ ถ้ามีคนพยายามแฮกหรืออะไรก็ตาม จะตรวจจับได้เหมือนกับอุปกรณ์ของคุณ ถ้าอุณหภูมิน้ำมันสูงเกินไป หรือความดันสูงเกินไป องค์กรที่ใช้งานจะได้รับการแจ้งเตือนทันที ทุกอย่างคือเรื่องของข้อมูลและการนำข้อมูลมาใช้ตัดสินใจ” Ann <strong>Moore</strong> กล่าว</p>
<p><strong>Ann Moore</strong> กล่าวว่า AVEVA มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาระบบไฟฟ้าของไทยให้แก่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (EGAT) และ บีกริม เพาเวอร์ (B.Grimm Power) ซึ่งเป็นคู่ค้ามายาวนาน โดย AVEVA ได้ติดตั้งระบบจัดเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลอุตสาหกรรม (AVEVA PI System) ซึ่งเป็น Data Platform ระดับอุตสาหกรรม ทำหน้าที่รวบรวม จัดเก็บ ประมวลผล และแสดงผลข้อมูลจากเซ็นเซอร์ เครื่องจักร และระบบควบคุมในโรงงาน เพื่อนำไปวิเคราะห์และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต เป็นหัวใจสำคัญในการทำ Data Analytics ให้แก่ทั้งสองหน่วยงาน เนื่องจากทั้งสองหน่วยงานมีข้อมูลสินทรัพย์ การดำเนินงาน และการบำรุงรักษามาก  อีกทั้งยังมีแหล่งเชื้อเพลิงที่หลากหลาย ทั้งถ่านหิน ก๊าซธรรมชาติ และพลังงานหมุนเวียน จึงต้องบูรณาการข้อมูลเข้าด้วยกัน นอกจากนี้ ทั้งสองหน่วยงานกำลังสร้างระบบพลังงานแบบกระจายศูนย์มากขึ้นอย่างต่อเนื่อง  โดยใช้แพลตฟอร์มข้อมูลที่เป็นหนึ่งเดียวที่บูรณาการไว้แล้ว ทำให้ลูกค้าซึ่งใช้ AVEVA PI System ประสบความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจเป็นอย่างมาก</p>
<p>สำหรับโครงการ Smart Grid 2.0 ของไทย ระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ ที่ผสานเทคโนโลยีดิจิทัล เข้ากับโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน มุ่งเน้นการรองรับพลังงานหมุนเวียน (เช่น พลังงานแสงอาทิตย์และลม) และรองรับการใช้งานยานยนต์ไฟฟ้า (EV) อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อให้ผู้บริโภคเปลี่ยนสถานะจาก &#8220;ผู้ใช้&#8221; มาเป็น &#8220;ผู้ผลิตและขายไฟฟ้า&#8221; (Prosumer) ได้ <strong>Ann Moore </strong>ให้มุมมองที่น่าสนใจว่าโครงการ Smart Grid 2.0 คือการทำให้เป็นดิจิทัลทั้งหมด เนื่องจากภูมิทัศน์ของพลังงานกำลังเปลี่ยนไป มีความเคลื่อนไหวและซับซ้อนมากขึ้น  ขณะนี้มีระบบที่เรียกว่า Behind the Meter (BTM)  ที่เกิดขึ้นในบ้าน มีการใช้พลังงานไฟฟ้าจำนวนมาก ทั้งแอร์ ตู้เย็น คอมพิวเตอร์  และยังมีโซลาร์บนหลังคาที่ผลิตไฟเองด้วย ทำให้ระบบ BTM มีความซับซ้อนมากขึ้น</p>
<p>การจะบริหารจัดการดูแลระบบ Smart Grid 2.0 ที่ซับซ้อนต้องมีระบบ Data Platform อย่าง AVEVA ที่ช่วยรวบรวมข้อมูลปริมาณมหาศาลแบบเรียลไทม์ บูรณาการให้เป็นหนึ่งเดียว รวมข้อมูลที่กระจัดกระจาย (Data Silos) จากหลายระบบให้เป็นระเบียบ มองเห็นสินทรัพย์ในระบบไฟฟ้าทั้งหมดเป็นภาพจำลองเสมือน ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อทำนายเวลาที่เครื่องจักรหรือสินทรัพย์ใดมีปัญหา ช่วยลดดาวน์ไทม์ และประหยัดพลังงาน และรองรับการทำงานแบบ Hybrid ทำงานร่วมกันได้ทั้งบนเซิร์ฟเวอร์ (Edge) และระบบคลาวด์ (Cloud) มีความปลอดภัยทางไซเบอร์ขั้นสูง และเป็นทั้ง Data-Driven และ AI-Driven Analysis</p>
<p><strong>Ann Moore</strong> กล่าวถึงโครงการ Smart Grid 2.0 จะช่วยผลักดันการเติบโตของเศรษฐกิจไทยยุคดิจิทัล ที่กำลังมุ่งเน้นส่งเสริมการลงทุนตั้งดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) และส่งเสริมให้ประชาชนใช้ AI โดยที่ปัญหาสำคัญของดาต้าเซ็นเตอร์คือการส่งกำลังไฟฟ้าไปที่ดาต้าเซ็นเตอร์ได้อย่างไรให้เพียงพอ เนื่องจากดาต้าเซ็นเตอร์หนึ่งแห่งสิ้นเปลืองไฟฟ้ามหาศาล โครงสร้างพื้นฐานที่เก่าแล้วจึงจำเป็นต้องได้รับการปรับปรุงให้ทันสมัย  ซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญทำให้มีการปรับปรุงโครงข่ายไฟฟ้าให้ทันสมัย แทนที่จะสร้างใหม่ทั้งหมด โดยเพิ่มประสิทธิภาพให้ดีขึ้น เช่น การเพิ่มความจุของสายส่งเพื่อแก้ปัญหาความแออัด  ใช้พลังงานหมุนเวียนแบบกระจายตัวและแบตเตอรี่กักเก็บพลังงาน ซึ่งช่วยแก้ปัญหาโครงสร้างพื้นฐานที่เก่าได้</p>
<p>โครงการ Smart Grid 2.0 ยังเข้ามาช่วยแก้ปัญหาในเรื่องความยืดหยุ่น (Resilience) และความเชื่อถือได้ (Reliability) ของการจ่ายพลังงานไฟฟ้าจากสภาพอากาศที่รุนแรงด้วย เช่น พายุไต้ฝุ่นในสหรัฐอเมริกา มีไฟป่าจากสภาพอากาศที่แห้งจัด แม้แต่แคนาดาหรือชายฝั่งตะวันออกที่เคยชื้นก็ยังมีไฟป่า ซึ่งเป็นสิ่งที่คนทั้งโลกต้องเจอและเป็นเรื่องที่ท้าทายมาก จึงต้องการการพยากรณ์ที่ดีขึ้นโดยใช้ AI มาช่วยสร้างแบบจำลอง และวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อทำนายภัยพิบัติเหล่านี้</p>
<p>อีกประเด็นที่มีความสำคัญ คือ ความสามารถในการจ่ายได้ของประชาชน  คือทำอย่างไรให้ไฟฟ้ามีราคาที่จ่ายได้สำหรับทุกคน และต้องมีความเท่าเทียมกันด้วย ในสหรัฐอเมริกา ให้ความสำคัญกับคำนี้มาก  เมื่อมีนโยบายจากรัฐ ผู้กำกับดูแล (Regulator) รัฐวิสาหกิจไฟฟ้า ผู้ผลิตไฟ และผู้ลงทุนอย่างไมโครซอฟท์ (Microsoft) หรือ กูเกิล (Google) ให้มีการสร้างดาต้าเซ็นเตอร์และสนับสนุนการใช้ AI ทั้งรัฐบาลและภาคธุรกิจเอกชนจะต้องสร้างระบบนิเวศร่วมกัน เพื่อปรับปรุงพื้นที่อื่นๆ ให้มีไฟฟ้าที่เสถียรต่อเนื่อง สม่ำเสมอตลอด 24 ชั่วโมงและมีความยืดหยุ่น  หากไฟดับแล้วต้องกู้กลับมาให้ได้อย่างรวดเร็ว และสุดท้ายคือเรื่องความยั่งยืน (Sustainability) เพื่อความมั่นคงด้านพลังงาน</p>
<p>ในมุมมองของความยั่งยืน <strong>Ann Moore</strong> มีการพูดถึงการลดการปล่อยคาร์บอนและลดมลพิษ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น การสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินมีมลพิษ หรือการใช้ก๊าซธรรมชาติที่มีราคาแพง แม้กระทั่งการที่ทุกประเทศต่างแข่งขันกันใช้ AI เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจ ขณะที่ AI ใช้ไฟมหาศาล ดังนั้นในระยะยาวจะต้องรักษาสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ ความยั่งยืน ความน่าเชื่อถือ และราคาที่ประชาชนจ่ายได้ ซึ่งในเรื่องนี้ เทคโนโลยีจะเข้ามามีบทบาทสำคัญและเชื่อว่าเทคโนโลยีและโซลูชันของ AVEVA ซึ่งเป็น Data Platform ช่วยตอบโจทย์ได้อย่างแน่นอน</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/aveva-smart-grid-2-0/">AVEVA สนับสนุนไทยเปลี่ยนผ่านโครงข่ายไฟฟ้าแบบใหม่สู่ Smart Grid 2.0</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>บ้านปูแชร์มุมมองการเตรียมความพร้อมบุคลากรยุค AI ในงาน Transform Talent 2026 Thailand</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/banpu-ai-transform-talent-2026-thailand/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 15 Jun 2026 03:08:18 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[AI]]></category>
		<category><![CDATA[BANPU]]></category>
		<category><![CDATA[Transform Talent 2026 Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านปู]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=44578</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อเร็ว ๆ นี้ นาย Sundaram Iyer &#8211; Head of Banpu Academy บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ได้ร่วมแชร์แนวทางของบ้านปูในการเตรียมความพร้อมบุคลากรทุกระดับ ตั้งแต่พนักงานระดับปฏิบัติการไปจนถึงผู้บริหารระดับสูง ให้สามารถนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาประยุกต์ใช้ในการทำงานได้อย่างมั่นใจและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด ในงาน Transform Talent 2026 Thailand ซึ่งจัดโดย Human Resources Online นาย&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/banpu-ai-transform-talent-2026-thailand/">บ้านปูแชร์มุมมองการเตรียมความพร้อมบุคลากรยุค AI ในงาน Transform Talent 2026 Thailand</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อเร็ว ๆ นี้ <strong>นาย </strong><strong><span style="color: #6cb742;">Sundaram Iyer</span> &#8211; </strong><strong>Head of Banpu Academy </strong><strong>บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน)</strong> ได้ร่วมแชร์แนวทางของบ้านปูในการเตรียมความพร้อมบุคลากรทุกระดับ ตั้งแต่พนักงานระดับปฏิบัติการไปจนถึงผู้บริหารระดับสูง ให้สามารถนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาประยุกต์ใช้ในการทำงานได้อย่างมั่นใจและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด</p>
<p><span id="more-44578"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44580" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/banpu-ai-transform-talent-2026-thailand-02-e1781492633358.jpeg" alt="Sundaram Iyer" width="465" height="620" /></p>
<p>ในงาน Transform Talent 2026 Thailand ซึ่งจัดโดย Human Resources Online นาย Sundaram ได้ร่วมบรรยายภายใต้หัวข้อ “From Anxiety to Agility: Accelerating Workforce Readiness by Reducing the AI Adoption Gap” โดยให้มุมมองเกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมบุคลากรให้สามารถก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี AI และนำมาประยุกต์ใช้ในการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยบ้านปูมอง AI เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยเสริมศักยภาพของบุคลากร ยกระดับการตัดสินใจ เพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินธุรกิจ และช่วยให้องค์กรสามารถปรับตัวและรับมือกับการเปลี่ยนแปลงได้ดียิ่งขึ้น พร้อมเน้นย้ำว่าการสร้างความพร้อมด้าน AI ในองค์กรไม่ได้เกิดจากการพัฒนาทักษะด้านเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องสร้างความมั่นใจในการใช้งาน ควบคู่ไปกับการส่งเสริมวัฒนธรรมแห่งการเรียนรู้ การคิดวิเคราะห์ และการเปิดรับการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง</p>
<p>ภายในงาน <strong>นาย Sundaram</strong> ยังเล่าถึงแนวทางที่บริษัทใช้เพื่อลดความกังวลในการเอา AI มาประยุกต์ใช้ผ่านการกำหนดทิศทางที่ชัดเจน การส่งเสริมการนำ AI ไปประยุกต์ใช้จริงในการทำงาน (Use Case) การพัฒนาโปรแกรมการเรียนรู้ด้าน AI ให้กับพนักงานทุกระดับและทุกสายงาน ตลอดจนการสนับสนุนให้พนักงานสามารถนำ AI มาผสานกับการทำงานของตนเองและต่อยอดสู่การสร้างคุณค่าทางธุรกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม สิ่งเหล่านี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบ้านปูในการพัฒนาศักยภาพบุคลากรให้ถึงพร้อม และขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านองค์กรสู่การเป็นบริษัทพลังงานระดับโลกที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี ควบคู่ไปกับการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ</p>
<p>ติดตามข้อมูลข่าวสารของบ้านปูได้ที่ <a href="http://www.banpu.com" target="_blank" rel="noopener">www.banpu.com</a> หรือ <a href="http://www.facebook.com/Banpuofficialth" target="_blank" rel="noopener">www.facebook.com/Banpuofficialth</a></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/banpu-ai-transform-talent-2026-thailand/">บ้านปูแชร์มุมมองการเตรียมความพร้อมบุคลากรยุค AI ในงาน Transform Talent 2026 Thailand</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี สานต่อพันธกิจด้านสังคม เปิดโครงการ &#8220;พอร์ตดีมีที่เรียน ปี4”</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/blcp-esg/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 12 Jun 2026 08:20:47 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[พอร์ตดีมีที่เรียน ปี4]]></category>
		<category><![CDATA[โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=44568</guid>

					<description><![CDATA[<p>โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี สานต่อพันธกิจด้านสังคม เปิดโครงการ &#8220;พอร์ตดีมีที่เรียน ปี4” ขยายความร่วมมือ 13 โรงเรียนทั่วระยอง ติดอาวุธทางปัญญาด้วยนวัตกรรมแนะแนวเชิงลึก เพิ่มโอกาสสอบเข้ามหาวิทยาลัยแก่เยาวชนกว่า 7,000 คน โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี ตอกย้ำแนวคิด ESG ในมิติด้านสังคม เดินหน้าโครงการ &#8220;พอร์ตดีมีที่เรียน ปี4” พร้อมขยายความร่วมมือกับ 13 โรงเรียนทั่วจังหวัดระยอง ติดอาวุธทางปัญญาแก่เยาวชนกว่า 7,000 คน  เพิ่มโอกาสการสอบเข้าระดับมหาวิทยาลัยผ่านระบบ TCAS รอบที่ 1 ด้วยนวัตกรรมแนะแนวเชิงลึก 3-Year&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/blcp-esg/">โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี สานต่อพันธกิจด้านสังคม เปิดโครงการ “พอร์ตดีมีที่เรียน ปี4”</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><strong>โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี สานต่อพันธกิจด้านสังคม เปิดโครงการ &#8220;พอร์ตดีมีที่เรียน ปี</strong><strong>4” ขยายความร่วมมือ 13 โรงเรียนทั่วระยอง ติดอาวุธทางปัญญาด้วยนวัตกรรมแนะแนวเชิงลึก </strong><strong>เพิ่มโอกาสสอบเข้ามหาวิทยาลัยแก่เยาวชนกว่า </strong><strong>7,000 คน</strong><span id="more-44568"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44570" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/blcp-esg-02.jpg" alt="โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี สานต่อพันธกิจด้านสังคม เปิดโครงการ &quot;พอร์ตดีมีที่เรียน ปี4”" width="850" height="567" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/blcp-esg-02.jpg 850w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/blcp-esg-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/blcp-esg-02-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/blcp-esg-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/blcp-esg-02-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 850px) 100vw, 850px" /></p>
<p><strong>โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี ตอกย้ำแนวคิด </strong><strong>ESG ในมิติด้านสังคม เดินหน้าโครงการ &#8220;พอร์ตดีมีที่เรียน ปี4” พร้อมขยายความร่วมมือกับ 13 โรงเรียนทั่วจังหวัดระยอง ติดอาวุธทางปัญญาแก่เยาวชนกว่า 7,000 คน  เพิ่มโอกาสการสอบเข้าระดับมหาวิทยาลัยผ่านระบบ TCAS รอบที่ 1 ด้วยนวัตกรรมแนะแนวเชิงลึก 3-Year Strategic Roadmap จากผู้เชี่ยวชาญ พร้อมประยุกต์ใช้ AI และระบบใหม่ ‘TCASFolio’ เปลี่ยนแฟ้มสะสมงานเป็นเครื่องมือวางแผนอนาคต และสร้างทรัพยากรมนุษย์ทักษะสูงในพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษอย่างยั่งยืน</strong></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44573" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/blcp-esg-05.jpg" alt="โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี สานต่อพันธกิจด้านสังคม เปิดโครงการ &quot;พอร์ตดีมีที่เรียน ปี4”" width="850" height="567" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/blcp-esg-05.jpg 850w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/blcp-esg-05-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/blcp-esg-05-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/blcp-esg-05-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/blcp-esg-05-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 850px) 100vw, 850px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">นายอดิศร วังมูล</span> ผู้อำนวยการสายงานการเงินและบริหารองค์กร บริษัท บีแอลซีพี เพาเวอร์ จำกัด</strong> (BLCP) เผยถึงการดำเนินโครงการเพื่อส่งเสริมพัฒนาคนและเยาวชนว่า เป็นหนึ่งในพันธกิจที่โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ด้วยความเชื่อว่า “การศึกษา คือ หัวใจของการพัฒนาศักยภาพมนุษย์และเป็นรากฐานการพัฒนาที่ยั่งยืน” การเติบโตของภาคธุรกิจต้องคู่ไปกับสังคม ชุมชนและประชาชน ซึ่งเยาวชนเป็นกำลังหลักที่ขับเคลื่อนอนาคต การลงทุนด้านการศึกษาจึงคุ้มค่าและให้ผลลัพธ์ระยะยาว โดยพื้นที่จังหวัดระยองเป็นหัวใจของเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ที่ต้องการแรงงานทักษะสูงจำนวนมาก แต่เยาวชนจำนวนไม่น้อยอาจยังไม่เห็นถึงโอกาสหรือศักยภาพของตนเอง โครงการด้านการศึกษาของโรงไฟฟ้าบีแอลซีพี จึงเสมือนเป็น ‘สะพานเชื่อมโอกาสจากห้องเรียนสู่อนาคต’ ช่วยเสริมทักษะการใช้ชีวิต  (Soft Skills) ทั้งด้านความฉลาดทางอารมณ์ การรู้จักปรับตัว การมีทัศนคติที่ดีต่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต และต้องมีจิตสำนึกรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม</p>
<p>ดังนั้น โครงการพอร์ตดีมีที่เรียน ที่ดำเนินการมากว่า 3 ปี ด้วยการสนับสนุนของโรงไฟฟ้าบีแอลซีพี ได้ช่วยให้เยาวชนในพื้นที่ได้เรียนรู้การจัดทำแฟ้มสะสมผลงาน หรือ Portfolio ที่ไม่ใช่แค่การรวบรวมผลงาน แต่เป็นกระบวนการที่ช่วยค้นหาตัวตน ค้นพบจุดแข็ง ได้เรียนรู้การนำเสนอศักยภาพของตนเองอย่างมีเป้าหมายและยังเป็นเครื่องมือที่ทำให้มหาวิทยาลัยรู้จักตัวตน ความสามารถและผลงานของนักเรียนผ่านระบบการคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัย (TCAS) รอบที่ 1 ซึ่งหากการติวสอบคือ การเติม &#8220;ความรู้&#8221; พอร์ตดีมีที่เรียนก็คือ การเติม &#8220;โอกาส&#8221; ให้เด็กแสดงความฝัน ความสามารถออกมาได้เต็มศักยภาพ โดยโครงการ &#8220;พอร์ตดีมีที่เรียน ปี4” ประจำปี 2569 นั้น ได้ปรับปรุงและพัฒนาเนื้อหาให้ทันต่อสถานการณ์ โดยวาง Roadmap การจัดอบรม และ Workshop อย่างเป็นระบบในลักษณะ 3-Year Strategic Roadmap แบ่งเป็น</p>
<p><strong>ระดับมัธยมศึกษาปีที่ </strong><strong>4</strong> เป็นการอัปเดตระบบ TCAS ล่าสุด ปรับแนวคิดกระบวนการจัดเก็บผลงานอย่างเป็นระบบ เรียนรู้วิธีใช้ระบบใหม่ ‘TCASFolio’ ควบคู่กับระบบของมหาวิทยาลัย ผ่านกิจกรรม Self-Discovery Workshop และวางกลยุทธ์ทำพอร์ตตลอดช่วงมัธยมปลาย</p>
<p><strong>ระดับมัธยมศึกษาปีที่ </strong><strong>5</strong> เน้นการวิเคราะห์แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของระบบ TCAS (2568-2570) วางกลยุทธ์การสะสมเกียรติบัตรและกิจกรรมที่ตรงจุด เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนขึ้น ม.6</p>
<p><strong>ระดับมัธยมศึกษาปีที่ </strong><strong>6</strong> เป็นการเจาะลึก Portfolio Design ทบทวนระบบ TCASFolio ฝึกฝนการเขียนเรียงความแนะนำตนเอง (Statement of Purpose: SOP) ด้วยเทคนิค Storytelling การนำ AIมาช่วยในการทำพอร์ตและเขียน SOP และเทคนิคการสอบสัมภาษณ์</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44571" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/blcp-esg-03.jpg" alt="โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี สานต่อพันธกิจด้านสังคม เปิดโครงการ &quot;พอร์ตดีมีที่เรียน ปี4”" width="850" height="567" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/blcp-esg-03.jpg 850w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/blcp-esg-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/blcp-esg-03-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/blcp-esg-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/blcp-esg-03-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 850px) 100vw, 850px" /></p>
<p>นอกจากนั้น ยังมี Workshop พิเศษสำหรับนักเรียนที่ผ่านการคัดเลือกใน 5 เส้นทางสายอาชีพ ได้แก่ ค่ายวิศวกร ที่เปิดโอกาสให้เยาวชนได้เรียนรู้การทำงานจริงในสถานที่จริง จากวิศวกรของโรงไฟฟ้าบีแอลซีพี ค่ายธุรกิจ ค่ายสัตวแพทย์ ค่ายการสื่อสาร ค่ายเส้นทางสายการแพทย์และสาธารณสุข และห้องเรียนเตรียมวิศวกรเฉพาะทาง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44572" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/blcp-esg-04.jpg" alt="โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี สานต่อพันธกิจด้านสังคม เปิดโครงการ &quot;พอร์ตดีมีที่เรียน ปี4”" width="850" height="567" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/blcp-esg-04.jpg 850w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/blcp-esg-04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/blcp-esg-04-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/blcp-esg-04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/blcp-esg-04-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 850px) 100vw, 850px" /></p>
<p>ตลอด 3 ปี ของโครงการฯ มีเยาวชนเข้าร่วมสะสมกว่า 10,000 คน ช่วยสร้างความมั่นใจให้แก่เยาวชนและมีเยาวชนที่สอบติดรอบที่ 1 ได้ถึง 700 คน ดังนั้นในปีนี้จึงมีการขยายความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายทางการศึกษา และ 12 โรงเรียนพันธมิตรทั่วจังหวัดระยอง ทำให้มีนักเรียนระดับมัธยมปลายเข้าร่วมโครงการฯ กว่า 7,000 คน</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44575" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/blcp-esg-07.jpg" alt="โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี สานต่อพันธกิจด้านสังคม เปิดโครงการ &quot;พอร์ตดีมีที่เรียน ปี4”" width="850" height="567" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/blcp-esg-07.jpg 850w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/blcp-esg-07-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/blcp-esg-07-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/blcp-esg-07-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/blcp-esg-07-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 850px) 100vw, 850px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">นายจตุพันธ์ รุจิรานุกูล</span> รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา มัธยมศึกษาชลบุรี ระยอง</strong> ได้สะท้อนภาพความท้าทายของระบบการศึกษาในพื้นที่ EEC ว่า จังหวัดระยองเป็นพื้นที่ที่มีโอกาสสูงจากการเติบโตทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม แต่เด็กในระบบการศึกษาก็เผชิญความท้าทายในการตัดสินอนาคต หลายคนมีศักยภาพ มีผลงาน แต่ยังขาดเครื่องมือและผู้แนะนำในการสื่อสารศักยภาพออกมาอย่างเป็นระบบ โครงการพอร์ตดีมีที่เรียน เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของความร่วมมือระหว่างภาคการศึกษาและภาคเอกชนในการพัฒนาทุนมนุษย์ การวางแผนการทำPortfolio อย่างเป็นระบบ เก็บผลงานและประสบการณ์ตั้งแต่ชั้น ม.4 ไม่ใช่เพิ่งมาทำปลายทางตอน ม.6 ทำให้เยาวชนมีโอกาสในการศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษามากขึ้น โครงการนี้จึงไม่ใช่เพียงกิจกรรมระยะสั้น แต่เป็นกลไกที่ช่วยสร้างและเตรียมกำลังคนคุณภาพในระยะยาวให้กับจังหวัดระยองและประเทศอย่างแท้จริง</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44574" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/blcp-esg-06.jpg" alt="โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี สานต่อพันธกิจด้านสังคม เปิดโครงการ &quot;พอร์ตดีมีที่เรียน ปี4”" width="850" height="567" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/blcp-esg-06.jpg 850w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/blcp-esg-06-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/blcp-esg-06-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/blcp-esg-06-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/blcp-esg-06-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 850px) 100vw, 850px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">นางสุมาลี สุขสาร</span> ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดป่าประดู่</strong> หนึ่งในโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการพอร์ตดีมีที่เรียน กล่าวว่า รู้สึกยินดีและขอบคุณสำหรับการมอบโอกาสให้กับเด็กๆ อย่างต่อเนื่องมาตลอด 4 ปี โรงเรียนวัดป่าประดู่ ปัจจุบันมีนักเรียนทั้งหมด 2,888 คน เป็นนักเรียนมัธยมปลาย 1,092 คน และเฉพาะระดับชั้น ม.6 ประมาณ 340 คน ซึ่งสถิติ 2-3 ปีที่ผ่านมา เด็ก ม.6 สามารถศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาและปวส. ได้สูงถึง 98% โครงการฯ นี้ ช่วยแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำด้านทรัพยากรการศึกษาคอร์สกวดวิชา หรือโอกาสในการทำกิจกรรมสะสมผลงานในหน่วยงานหรือองค์กรที่มีอยู่อย่างจำกัด การทำกิจกรรมหรือติวนอกสถานที่ล้วนมีค่าใช้จ่ายแฝง เช่น ค่าเดินทางไปสอบสัมภาษณ์และค่าที่พัก ทำให้บางครอบครัวเสียโอกาส การจัดอบรมอย่างต่อเนื่องในโรงเรียนยังช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้กับรุ่นน้อง เมื่อเห็นรุ่นพี่ทำได้จริงและมาแชร์ประสบการณ์ จะเกิดการตื่นตัว ปรับเปลี่ยนแนวคิดจากคำว่า ‘อยากเรียน’ เป็น ‘รู้ว่าจะต้องทำอะไรเพื่อไปให้ถึง’ เกิดเป็นวัฒนธรรมสร้างสรรค์และแสวงหาโอกาสให้กับตนเอง”</p>
<p><strong>นายอดิศร</strong> กล่าวทิ้งท้ายถึงความตั้งใจในการขับเคลื่อนสังคมของโรงไฟฟ้าบีแอลซีพี ว่า ความสำเร็จของโครงการเพื่อเยาวชนไม่ใช่เพียงแค่ตัวเลขที่สอบติดมหาวิทยาลัยในวันนี้ แต่เป้าหมายสูงสุดคือ การได้เห็นนักเรียนเรียนจบ มีอาชีพ มีการงานที่ดีและส่งต่อองค์ความรู้ที่ได้รับด้วยการกลับมาพัฒนาบ้านเกิด เมื่อเยาวชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี ครอบครัวและชุมชนในท้องถิ่นก็เข้มแข็ง นี่คือกระบวนการสร้าง Ecosystem ของสังคมที่เติบโตอย่างเกื้อหนุนและยั่งยืนตามหลักการ ESG อย่างแท้จริง</p>
<p>โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี (BLCP) “มุ่งพัฒนาพลังงานที่มั่นคง เพื่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน” ผู้สนใจค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ <a href="https://www.blcp.co.th/web/index" target="_blank" rel="noopener">https://www.blcp.co.th/web/index</a> หรือ Facebook : โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี &#8211; BLCP Power Limited</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/blcp-esg/">โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี สานต่อพันธกิจด้านสังคม เปิดโครงการ “พอร์ตดีมีที่เรียน ปี4”</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>HKTDC ยกระดับอาคารเก่าสู่อาคารสีเขียว ตั้งเป้าศูนย์กลางบริการ ESG ชั้นนำเอเชีย </title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/hktdc-green-building-esg/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 12 Jun 2026 08:06:25 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Report]]></category>
		<category><![CDATA[HKTDC]]></category>
		<category><![CDATA[ประหยัดพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ปรับปรุงอาคารเก่า]]></category>
		<category><![CDATA[ลดต้นทุน]]></category>
		<category><![CDATA[อาคารสีเขียว]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=44560</guid>

					<description><![CDATA[<p>องค์การสภาพัฒนาการค้าฮ่องกง (HKTDC) เผยรายงานวิจัยล่าสุดยืนยันบทบาทที่เพิ่มมากขึ้นของฮ่องกงในฐานะประตูบริการสิ่งแวดล้อมและมาตรฐานสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล หรือ ESG ชั้นนำแห่งเอเชีย พร้อมเปิดโอกาสการค้าและการลงทุนใหม่ๆ ให้กับผู้ประกอบการทั่วภูมิภาค โดยหนึ่งในตัวอย่างความสำเร็จที่โดดเด่นคือการปรับปรุงอาคารเก่าให้กลายเป็นอาคารสีเขียวที่ช่วยประหยัดพลังงานและลดต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ  เวียน เฉิง ผู้อำนวยการประจำประเทศไทยและเอชียใต้ องค์การสภาพัฒนนาการค้าฮ่องกง กล่าวว่า ตัวอย่างในฮ่องกง มีกรณีศึกษาที่ดีมากมายเกี่ยวกับการปรับปรุงอาคารเก่าให้กลายเป็นอาคารสีเขียว เนื่องจากโครงการลักษณะนี้สามารถช่วยประหยัดพลังงานได้ถึงประมาณ 40–50% และยังช่วยลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานและบำรุงรักษาอาคารได้อีกด้วย” จากรายงานก่อนหน้านี้ พบว่าปัจจุบันฮ่องกงมีอาคารสีเขียวประมาณ 5,000 แห่ง ซึ่งประสิทธิภาพและผลลัพธ์ในการลดปริมาณคาร์บอนเทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้ประมาณ 60 ล้านต้น นับเป็นตัวอย่างที่ยอดเยี่ยมของการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อส่งเสริมความยั่งยืน ทั้งในด้านอาคารสีเขียวและโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/hktdc-green-building-esg/">HKTDC ยกระดับอาคารเก่าสู่อาคารสีเขียว ตั้งเป้าศูนย์กลางบริการ ESG ชั้นนำเอเชีย </a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>องค์การสภาพัฒนาการค้าฮ่องกง (HKTDC) เผยรายงานวิจัยล่าสุดยืนยันบทบาทที่เพิ่มมากขึ้นของฮ่องกงในฐานะประตูบริการสิ่งแวดล้อมและมาตรฐานสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล หรือ ESG ชั้นนำแห่งเอเชีย พร้อมเปิดโอกาสการค้าและการลงทุนใหม่ๆ ให้กับผู้ประกอบการทั่วภูมิภาค โดยหนึ่งในตัวอย่างความสำเร็จที่โดดเด่นคือการปรับปรุงอาคารเก่าให้กลายเป็นอาคารสีเขียวที่ช่วยประหยัดพลังงานและลดต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ </strong></p>
<p><span id="more-44560"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44564" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/hktdc-green-building-esg-05.jpg" alt="HKTDC ยกระดับอาคารเก่าสู่อาคารสีเขียว ตั้งเป้าศูนย์กลางบริการ ESG ชั้นนำเอเชีย " width="850" height="405" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/hktdc-green-building-esg-05.jpg 850w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/hktdc-green-building-esg-05-300x143.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/hktdc-green-building-esg-05-768x366.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/hktdc-green-building-esg-05-150x71.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/hktdc-green-building-esg-05-500x238.jpg 500w" sizes="(max-width: 850px) 100vw, 850px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">เวียน เฉิง</span> ผู้อำนวยการประจำประเทศไทยและเอชียใต้ องค์การสภาพัฒนนาการค้าฮ่องกง </strong>กล่าวว่า ตัวอย่างในฮ่องกง มีกรณีศึกษาที่ดีมากมายเกี่ยวกับการปรับปรุงอาคารเก่าให้กลายเป็นอาคารสีเขียว เนื่องจากโครงการลักษณะนี้สามารถช่วยประหยัดพลังงานได้ถึงประมาณ 40–50% และยังช่วยลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานและบำรุงรักษาอาคารได้อีกด้วย”</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44565" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/hktdc-green-building-esg-06.jpg" alt="HKTDC ยกระดับอาคารเก่าสู่อาคารสีเขียว ตั้งเป้าศูนย์กลางบริการ ESG ชั้นนำเอเชีย " width="850" height="429" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/hktdc-green-building-esg-06.jpg 850w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/hktdc-green-building-esg-06-300x151.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/hktdc-green-building-esg-06-768x388.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/hktdc-green-building-esg-06-150x76.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/hktdc-green-building-esg-06-500x252.jpg 500w" sizes="(max-width: 850px) 100vw, 850px" /></p>
<p>จากรายงานก่อนหน้านี้ พบว่าปัจจุบันฮ่องกงมีอาคารสีเขียวประมาณ 5,000 แห่ง ซึ่งประสิทธิภาพและผลลัพธ์ในการลดปริมาณคาร์บอนเทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้ประมาณ 60 ล้านต้น นับเป็นตัวอย่างที่ยอดเยี่ยมของการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อส่งเสริมความยั่งยืน ทั้งในด้านอาคารสีเขียวและโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44566" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/hktdc-green-building-esg-07.jpg" alt="HKTDC ยกระดับอาคารเก่าสู่อาคารสีเขียว ตั้งเป้าศูนย์กลางบริการ ESG ชั้นนำเอเชีย " width="850" height="430" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/hktdc-green-building-esg-07.jpg 850w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/hktdc-green-building-esg-07-300x152.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/hktdc-green-building-esg-07-768x389.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/hktdc-green-building-esg-07-150x76.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/hktdc-green-building-esg-07-500x253.jpg 500w" sizes="(max-width: 850px) 100vw, 850px" /></p>
<p><strong>เวียนกล่าวต่อว่า </strong>ผลสำรวจดัชนี ESG ปี 2568 ที่จัดทำโดย HKTDC จากผู้ตอบแบบสอบถามกว่า 1,500 ราย พบว่าคะแนนรวมอยู่ที่ 64.2 คะแนน สูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่ 50 คะแนนอย่างชัดเจน โดยแบ่งเป็นด้านธรรมาภิบาล 64.2 คะแนน ด้านสังคม 65.0 คะแนน และด้านสิ่งแวดล้อม 63.7 คะแนน อีกทั้งยังพบว่า 90% ของธุรกิจทั่วไปได้นำหลักการ ESG มาประกอบการตัดสินใจทางธุรกิจ โดย 29% ได้เริ่มซื้อขายสินค้าและบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมแล้ว และถึง 64% ของผู้ซื้อยินดีจ่ายเงินเพิ่มอย่างน้อย 10% เพื่อสินค้าที่มีมาตรฐานสีเขียว</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44563" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/hktdc-green-building-esg-04.jpg" alt="HKTDC ยกระดับอาคารเก่าสู่อาคารสีเขียว ตั้งเป้าศูนย์กลางบริการ ESG ชั้นนำเอเชีย " width="850" height="361" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/hktdc-green-building-esg-04.jpg 850w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/hktdc-green-building-esg-04-300x127.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/hktdc-green-building-esg-04-768x326.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/hktdc-green-building-esg-04-150x64.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/hktdc-green-building-esg-04-500x212.jpg 500w" sizes="(max-width: 850px) 100vw, 850px" /></p>
<p>ทั้งนี้ในช่วงปี 2569–2570 จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญด้านการปฏิบัติตามมาตรฐาน โดยมีการนำมาตรฐานการรายงานความยั่งยืนของยุโรปและคณะกรรมการมาตรฐานความยั่งยืนสากลมาใช้ ทำให้การอ้างว่าสินค้าเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมต้องมีหลักฐานยืนยันชัดเจน เช่น การประเมินวัฏจักรชีวิตสินค้า การตรวจสอบที่น่าเชื่อถือ และเอกสารประกอบครบถ้วน</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44562" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/hktdc-green-building-esg-03.jpg" alt="HKTDC ยกระดับอาคารเก่าสู่อาคารสีเขียว ตั้งเป้าศูนย์กลางบริการ ESG ชั้นนำเอเชีย " width="850" height="479" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/hktdc-green-building-esg-03.jpg 850w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/hktdc-green-building-esg-03-300x169.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/hktdc-green-building-esg-03-768x433.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/hktdc-green-building-esg-03-150x85.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/hktdc-green-building-esg-03-500x282.jpg 500w" sizes="(max-width: 850px) 100vw, 850px" /></p>
<p>อย่างไรก็ตามฮ่องกงได้รับการยอมรับจากองค์กรต่างๆ ถึง 90% ว่ามีข้อได้เปรียบเฉพาะตัว ได้แก่ ประสบการณ์ยาวนานด้านบริการสิ่งแวดล้อม ระบบรับรองมาตรฐานที่สอดคล้องกับตลาดยุโรปและอเมริกา และทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างธุรกิจในเขตอ่าวกวางตุ้ง-ฮ่องกง-มาเก๊า กับตลาดอาเซียน โดยให้บริการครบวงจร ตั้งแต่การเงินสีเขียว การรายงาน ESG การประเมินความเสี่ยง ไปจนถึงการวางแผนกลยุทธ์ความยั่งยืน</p>
<p>Contact Information :  Email : <a href="mailto:bangkok.office@hktdc.org">bangkok.office@hktdc.org</a>  <a href="http://www.hktdc.com" target="_blank" rel="noopener">www.hktdc.com</a></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/hktdc-green-building-esg/">HKTDC ยกระดับอาคารเก่าสู่อาคารสีเขียว ตั้งเป้าศูนย์กลางบริการ ESG ชั้นนำเอเชีย </a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กรมการท่องเที่ยว นำผู้ประกอบการธุรกิจด้านการท่องเที่ยวและกลุ่มวิสาหกิจท่องเที่ยวชุมชน จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ “Low Carbon Tourism: A Greener Future” การท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ สู่อนาคตสีเขียว</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/low-carbon-tourism-a-greener-future/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 12 Jun 2026 07:48:22 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มวิสาหกิจท่องเที่ยวชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[การท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจการท่องเที่ยว]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=44555</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายจาตุรนต์ ภักดีวานิช อธิบดีกรมการท่องเที่ยว มอบหมายให้ นายวีรพัฒน์ ชินพันธ์ ผู้อำนวยการกองพัฒนาบริการท่องเที่ยว เป็นประธานเปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการ “Low Carbon Tourism: A Greener Future” การท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำสู่อนาคตสีเขียว ครั้งที่ 4 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11 -12 มิถุนายน 2569 โดยมี ผู้ประกอบการธุรกิจการท่องเที่ยว วิสาหกิจท่องเที่ยวชุมชน หน่วยงานด้านการท่องเที่ยวต่างๆ และสถาบันการศึกษา จากจังหวัดกระบี่และพื้นที่ใกล้เคียง เข้าร่วม กว่า&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/low-carbon-tourism-a-greener-future/">กรมการท่องเที่ยว นำผู้ประกอบการธุรกิจด้านการท่องเที่ยวและกลุ่มวิสาหกิจท่องเที่ยวชุมชน จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ “Low Carbon Tourism: A Greener Future” การท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ สู่อนาคตสีเขียว</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong><span style="color: #6cb742;">นายจาตุรนต์ ภักดีวานิช</span> อธิบดีกรมการท่องเที่ยว มอบหมายให้ นายวีรพัฒน์ ชินพันธ์ ผู้อำนวยการกองพัฒนาบริการท่องเที่ยว เป็นประธานเปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการ “Low Carbon Tourism: A Greener Future” การท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำสู่อนาคตสีเขียว ครั้งที่ 4 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11 -12 มิถุนายน 2569 โดยมี ผู้ประกอบการธุรกิจการท่องเที่ยว วิสาหกิจท่องเที่ยวชุมชน หน่วยงานด้านการท่องเที่ยวต่างๆ และสถาบันการศึกษา จากจังหวัดกระบี่และพื้นที่ใกล้เคียง เข้าร่วม กว่า 50 หน่วยงาน ซึ่งจัดขึ้นที่ โรงแรมดีวาน่า พลาซ่า กระบี่ อ่าวนาง จังหวัดกระบี่</strong></p>
<p><span id="more-44555"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-44557" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/low-carbon-tourism-a-greener-future-02.jpg" alt="อบรมเชิงปฏิบัติการ “Low Carbon Tourism: A Greener Future”" width="680" height="680" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/low-carbon-tourism-a-greener-future-02.jpg 850w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/low-carbon-tourism-a-greener-future-02-300x300.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/low-carbon-tourism-a-greener-future-02-150x150.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/low-carbon-tourism-a-greener-future-02-768x768.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/low-carbon-tourism-a-greener-future-02-500x500.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p>การอบรมจัดขึ้นทั้งสิ้น 4 พื้นที่ มีผู้เข้าร่วมอบรมรวมกว่า 327 ราย มีการบรรยายให้ความรู้แนวทางการส่งเสริมการท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ และชี้แจงหลักเกณฑ์คุณภาพการท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Tourism) อาทิ การส่งเสริมการท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว การคำนวณและประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ และการออกแบบบริการและการสื่อสารด้านการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการและชุมชนท้องถิ่น ให้สามารถพัฒนาการท่องเที่ยวตามหลักเกณฑ์คุณภาพการท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำสู่อนาคตสีเขียว ที่คำนึงการท่องเที่ยวเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ดี พร้อมสร้างความตระหนักด้านการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน และร่วมกันขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยสู่อนาคตสีเขียว นอกจากนี้ ยังเปิดรับสมัครผู้ประกอบการและชุมชน เพื่อเข้ารับคำปรึกษาลงพื้นที่ประเมิน และพัฒนาสู่การเป็นเส้นทางท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำต้นแบบในอนาคต เพื่อนำไปสู่เป้าหมายเดียวกันทั่วประเทศให้ภาคอุตสาหกรรมท่องเที่ยวสีเขียวเกิดความยั่งยืนเป็นรูปธรรม</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-44558" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/low-carbon-tourism-a-greener-future-03.jpg" alt="อบรมเชิงปฏิบัติการ “Low Carbon Tourism: A Greener Future”" width="680" height="680" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/low-carbon-tourism-a-greener-future-03.jpg 850w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/low-carbon-tourism-a-greener-future-03-300x300.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/low-carbon-tourism-a-greener-future-03-150x150.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/low-carbon-tourism-a-greener-future-03-768x768.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/low-carbon-tourism-a-greener-future-03-500x500.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p>&nbsp;</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/low-carbon-tourism-a-greener-future/">กรมการท่องเที่ยว นำผู้ประกอบการธุรกิจด้านการท่องเที่ยวและกลุ่มวิสาหกิจท่องเที่ยวชุมชน จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ “Low Carbon Tourism: A Greener Future” การท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ สู่อนาคตสีเขียว</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กสิกรไทยเปิดเวที EARTH JUMP 2026 เร่งธุรกิจไทยสู่ Net Zero</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/earth-jump-2026/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 12 Jun 2026 07:36:45 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Seminar & Exhibitions]]></category>
		<category><![CDATA[Earth Jump 2026]]></category>
		<category><![CDATA[net zero]]></category>
		<category><![CDATA[กสิกรไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[เงินทุน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=44549</guid>

					<description><![CDATA[<p>EARTH JUMP 2026 ก้าวสู่การเป็นเวทีฟอรัมสำคัญที่เชื่อมโลกนโยบายเข้ากับโลกธุรกิจจริง โดยปีนี้ธนาคารกสิกรไทย ร่วมกับพันธมิตรระดับโลก จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 4 ภายใต้แนวคิด “A Bridge To Empowered Actions”  ตอกย้ำการเป็นพื้นที่ที่เชื่อมโยงนโยบาย เงินทุน เทคโนโลยี และแนวทางปฏิบัติจริง เพื่อช่วยให้ภาคธุรกิจสามารถเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำได้อย่างเป็นรูปธรรม ภายในงานปีนี้มีนักธุรกิจและผู้ประกอบการ SME กว่า 2,000 พร้อมเวทีเสวนาจากวิทยากรชั้นนำกว่า 60 คน บน 2 เวทีหลัก ควบคู่กับการนำเสนอ&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/earth-jump-2026/">กสิกรไทยเปิดเวที EARTH JUMP 2026 เร่งธุรกิจไทยสู่ Net Zero</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>EARTH JUMP 2026</strong> ก้าวสู่การเป็นเวทีฟอรัมสำคัญที่เชื่อมโลกนโยบายเข้ากับโลกธุรกิจจริง โดยปีนี้<strong>ธนาคารกสิกรไทย </strong>ร่วมกับพันธมิตรระดับโลก จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 4 ภายใต้แนวคิด <strong>“</strong><strong>A Bridge To Empowered Actions” </strong> ตอกย้ำการเป็นพื้นที่ที่เชื่อมโยงนโยบาย เงินทุน เทคโนโลยี และแนวทางปฏิบัติจริง เพื่อช่วยให้ภาคธุรกิจสามารถเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำได้อย่างเป็นรูปธรรม</p>
<p><span id="more-44549"></span></p>
<p>ภายในงานปีนี้มีนักธุรกิจและผู้ประกอบการ SME กว่า 2,000 พร้อมเวทีเสวนาจากวิทยากรชั้นนำกว่า 60 คน บน 2 เวทีหลัก ควบคู่กับการนำเสนอ K-Climate Solutions ซึ่งรวบรวมเครื่องมือและบริการสนับสนุนธุรกิจตั้งแต่การประเมินความพร้อมด้าน ESG การคำนวณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ไปจนถึงการให้คำปรึกษาโดยผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงการเปิดตัว “สินเชื่อ SME ยิ่งกรีน ยิ่งได้” ที่เชื่อมโยงผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนเข้ากับสิทธิประโยชน์ทางการเงินโดยตรง</p>
<h3>ความยั่งยืน คือ ใบอนุญาตสู่การทำธุรกิจ</h3>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44552" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/earth-jump-2026-02.jpg" alt="ขัตติยา อินทรวิชัย" width="600" height="400" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/earth-jump-2026-02.jpg 600w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/earth-jump-2026-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/earth-jump-2026-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/earth-jump-2026-02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">ขัตติยา อินทรวิชัย</span> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย </strong>เปิดเผยว่า ท่ามกลางความผันผวนทางเศรษฐกิจและกติกาใหม่ของโลกธุรกิจ ความยั่งยืนไม่ได้เป็นเพียง “ทางเลือก” หรือ “แต้มต่อ” อีกต่อไป แต่กลายเป็น “ใบอนุญาตในการทำธุรกิจ” ที่จะกำหนดความสามารถในการแข่งขันในอนาคต โดยองค์กรไทยจำเป็นต้องมองข้ามการเอาตัวรอดระยะสั้น และสร้างความแข็งแกร่งเพื่อการเติบโตในระยะยาวควบคู่กันไป เพราะโลกกำลังเปลี่ยนผ่านสู่มาตรฐานใหม่ที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมและการลดการปล่อยคาร์บอนมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง</p>
<h3>4 สะพานเชื่อมธุรกิจสีเขียว</h3>
<p>การขับเคลื่อนธุรกิจสู่ความยั่งยืนต้องอาศัย 4 คุณลักษณะสำคัญ ได้แก่ การเปลี่ยนมุมมองจากการอยู่รอดระยะสั้นสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน การมองความท้าทายเป็นโอกาส การสร้างการเปลี่ยนผ่านร่วมกันตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทานตั้งแต่ธุรกิจขนาดใหญ่ไปจนถึง SME และการเปลี่ยนจากคำมั่นสัญญาไปสู่การลงมือทำอย่างจริงจัง โดยกสิกรไทยพร้อมสนับสนุนลูกค้าด้วยเงินทุน ความรู้ เครื่องมือ และโซลูชันต่าง ๆ เพื่อช่วยให้ภาคธุรกิจสามารถปรับตัวและเดินหน้าสู่เป้าหมาย Net Zero ได้อย่างเป็นรูปธรรม</p>
<p>อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจสีเขียวไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการลงทุนขนาดใหญ่เสมอไป แต่สามารถเริ่มได้จากการทบทวน “ความสูญเปล่า” ภายในองค์กร ไม่ว่าจะเป็นสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน กระบวนการทำงานที่ซ้ำซ้อน การผลิตเกินความต้องการของตลาด หรือการจัดเก็บสต็อกที่ไม่จำเป็น เพราะการลดของเสียเหล่านี้ไม่เพียงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและลดต้นทุน แต่ยังลดการใช้พลังงานและการปล่อยคาร์บอนได้โดยอัตโนมัติ ส่งผลให้ธุรกิจมีความสามารถในการแข่งขันและสร้างกำไรได้มากขึ้น</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44553" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/earth-jump-2026-03.jpg" alt="กสิกรไทยเปิดเวที EARTH JUMP 2026 เร่งธุรกิจไทยสู่ Net Zero" width="600" height="400" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/earth-jump-2026-03.jpg 600w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/earth-jump-2026-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/earth-jump-2026-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/earth-jump-2026-03-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h3>‘เงินทุน-นวัตกรรม’ สองฟันเฟืองสำคัญ บรรลุ Net Zero</h3>
<p><strong>ขัตติยา </strong>กล่าวว่า ในฐานะสถาบันการเงิน กสิกรไทยตั้งเป้าหมายให้พอร์ตสินเชื่อทั้งหมดของธนาคารบรรลุ Net Zero ภายในปี 2050 สอดคล้องกับเป้าหมายของประเทศไทย โดยยอมรับว่าช่วงแรกของการเปลี่ยนผ่าน การลดการปล่อยคาร์บอนอาจเกิดขึ้นได้ไม่มากนัก เนื่องจากข้อจำกัดด้านเทคโนโลยี ความพร้อมของผู้ประกอบการ และบริบทของประเทศ แต่ปัจจุบันเทคโนโลยีและระบบนิเวศทางธุรกิจเริ่มมีความพร้อมมากขึ้น ทำให้การลดการปล่อยคาร์บอนสามารถเกิดขึ้นได้รวดเร็วกว่าเดิม สะท้อนว่าการเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืนไม่ใช่เรื่องของการรอความพร้อมสมบูรณ์ แต่เป็นเรื่องของการเริ่มลงมือทำภายใต้ข้อจำกัดที่มีอยู่ และค่อย ๆ ขยายผลอย่างต่อเนื่อง</p>
<p>“การบรรลุเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมจำเป็นต้องอาศัยทั้งเทคโนโลยีและเงินทุนควบคู่กัน โดยเฉพาะการสนับสนุนด้าน Green Finance จากทุกภาคส่วน ไม่ใช่เฉพาะสถาบันการเงินเท่านั้น เนื่องจากเทคโนโลยีสีเขียวจำนวนมากยังอยู่ในช่วงพัฒนาและมีความเสี่ยงสูง แต่หากได้รับการสนับสนุนอย่างเหมาะสม ก็จะเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยเร่งการเปลี่ยนผ่านของภาคธุรกิจไทยไปสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำในระยะยาว” <strong>ขัตติยา </strong>กล่าวทิ้งท้าย</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/earth-jump-2026/">กสิกรไทยเปิดเวที EARTH JUMP 2026 เร่งธุรกิจไทยสู่ Net Zero</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
