<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Green Network</title>
	<atom:link href="https://www.greennetworkthailand.com/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Thu, 30 Apr 2026 09:15:18 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.8.5</generator>

<image>
	<url>https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/green-network-50x50.png</url>
	<title>Green Network</title>
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>เอ็น.ซี.เฮ้าส์ซิ่ง เปิดตัวบ้านยุคใหม่เพื่อสุขภาพดี  “XELLS Home System” เทคโนโลยี Smart Home &#038; IoT ควบคุมอากาศสะอาด ลดฝุ่น PM2.5 ยกระดับคุณภาพชีวิตการอยู่อาศัย</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/xells-home-system/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 30 Apr 2026 09:15:18 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Smart Home & IoT]]></category>
		<category><![CDATA[XELLS Living System]]></category>
		<category><![CDATA[ลดฝุ่น PM2.5]]></category>
		<category><![CDATA[เอ็น.ซี.เฮ้าส์ซิ่ง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=43999</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท เอ็น.ซี.เฮ้าส์ซิ่ง จำกัด (มหาชน) หนึ่งในผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ แนวราบ และ แนวสูง ได้รับ ISO รายแรกของไทย ชี้ เทรนด์บ้านสุขภาพ มาแรง พร้อมรองรับระบบบ้านอัจฉริยะที่ออกแบบเพื่อ “สุขภาพของผู้อยู่อาศัย” ผสานเทคโนโลยี Smart Home ตอบโจทย์ Health &#38; Well-being ที่ผู้บริโภคยุคใหม่ให้ความสำคัญสูงสุด นายสมนึก ตันฑเทอดธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็น.ซี.เฮ้าส์ซิ่ง จำกัด&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/xells-home-system/">เอ็น.ซี.เฮ้าส์ซิ่ง เปิดตัวบ้านยุคใหม่เพื่อสุขภาพดี  “XELLS Home System” เทคโนโลยี Smart Home & IoT ควบคุมอากาศสะอาด ลดฝุ่น PM2.5 ยกระดับคุณภาพชีวิตการอยู่อาศัย</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท เอ็น.ซี.เฮ้าส์ซิ่ง จำกัด (มหาชน) หนึ่งในผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ แนวราบ และ แนวสูง ได้รับ ISO รายแรกของไทย ชี้ เทรนด์บ้านสุขภาพ มาแรง พร้อมรองรับระบบบ้านอัจฉริยะที่ออกแบบเพื่อ “สุขภาพของผู้อยู่อาศัย” ผสานเทคโนโลยี Smart Home ตอบโจทย์ Health &amp; Well-being ที่ผู้บริโภคยุคใหม่ให้ความสำคัญสูงสุด</strong></p>
<p><span id="more-43999"></span></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายสมนึก ตันฑเทอดธรรม</strong></span> <strong>กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็น.ซี.เฮ้าส์ซิ่ง จำกัด (มหาชน)</strong> กล่าวถึง เอ็น.ซี พร้อมเดินเกมรุกนวัตกรรมที่อยู่อาศัย ไตรมาส2 เปิดตัว “XELLS Living System” ระบบบ้านอัจฉริยะที่ออกแบบเพื่อ “สุขภาพของผู้อยู่อาศัยเป็นศูนย์กลาง” ผสานเทคโนโลยี Smart Home &amp; IoT เข้ากับระบบจัดการคุณภาพอากาศภายในบ้าน ลดฝุ่น PM2.5 เติมอากาศสะอาด และควบคุมสภาพแวดล้อมภายในบ้านแบบเรียลไทม์ แนวคิด ระบบ บ้าน XELLS ไม่ใช่เป็นแค่เพียงระบบสมาร์ทโฮมทั่วไป แต่คือ “Living System” ที่ทำให้บ้านสามารถดูแลผู้อยู่อาศัยได้ตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งด้านอากาศ อุณหภูมิ ความชื้น การไหลเวียนอากาศ แสงสว่าง และความปลอดภัย โดยเชื่อมต่อทุกอุปกรณ์ผ่าน IoT ให้บ้าน “คิดและจัดการสภาวะในบ้าน” ได้อัตโนมัติ สร้างสมดุลที่เหมาะสมต่อสุขภาพในทุกช่วงเวลา เสมือน บ้านที่หายใจได้ เพื่อทุกครอบครัว ที่อยากมีสุขภาพดีระยะยาว</p>
<p style="text-align: center;"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44001" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/xells-home-system-02.jpg" alt="บ้าน XELLS Living System" width="749" height="579" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/xells-home-system-02.jpg 749w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/xells-home-system-02-300x232.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/xells-home-system-02-150x116.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/xells-home-system-02-500x387.jpg 500w" sizes="(max-width: 749px) 100vw, 749px" /></p>
<p><strong>บ้าน XELLS Living System</strong> โดดเด่นด้วยระบบเติมอากาศสะอาด (Fresh Air Ventilation) ควบคู่ระบบกรองอากาศประสิทธิภาพสูง ช่วยลดปริมาณฝุ่น PM2.5 เชื้อโรค และสารก่อภูมิแพ้ภายในบ้าน พร้อมควบคุมแรงดันอากาศให้เหมาะสม ทำให้อากาศภายในบ้านหมุนเวียนตลอดเวลา ลดความอับชื้น และลดความเสี่ยงต่อโรคทางเดินหายใจ ระบบยังสามารถตรวจวัดคุณภาพอากาศแบบเรียลไทม์ และสั่งการอัตโนมัติผ่าน Smart Home Platform เมื่อค่าฝุ่นหรือ CO₂ สูงเกินมาตรฐาน บ้านจะจัดการเปิด–ปิดระบบระบายอากาศให้เหมาะสมทันที XELLS เชื่อมโยงอุปกรณ์ไฟฟ้า แสงสว่าง เครื่องปรับอากาศ และระบบความปลอดภัย ให้ทำงานสอดประสานกันเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะกับการอยู่อาศัยในแต่ละช่วงเวลา เช่น โหมดการนอนหลับ โหมดทำงาน โหมดพักผ่อน ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพการพักผ่อนและสุขภาพในระยะยาว ผู้อยู่อาศัยสามารถควบคุมทุกอย่างผ่านสมาร์ทโฟน และดูข้อมูลคุณภาพอากาศภายในบ้านได้ตลอดเวลา เพื่อให้ภายในบ้านมีสภาพที่สบาย พร้อมช่วย ลดการใช้พลังงาน เป็นบ้านที่ช่วยประหยัดค่าไฟ ลดการใช้พลังงานในบ้านได้ถึง 31%* โดยไม่ลดทอนความสบาย ทำให้ค่าไฟลดลง พบความพิเศษ ระบบบ้าน Xells บ้านภาวะอยู่สบาย ช่วยดูแลสุขภาพ และประหยัดพลังงาน ลดค่าใช้จ่ายค่าไฟระยะยาว กับ 3 โครงการพิเศษภายใต้²แบรนด์ นีโอลา 1. บ้านฟ้ากรีนเนอรี่ นีโอลา รังสิต-คลอง 2 ฟังก์ชั่นอิสระ หนึ่งเดียวบนถนนเลียบคลองสอง บ้านแฝดสไตล์บ้านเดี่ยว พื้นที่ดิน 42 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย 140 ตารางเมตร ฟังกชั่น 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 1 ห้องเอนกประสงค์ 2 ที่จอดรถ ราคาพิเศษ 3.89 ล้านบาท 2. บ้านฟ้ากรีนเนอรี่ นีโอลา วงแหวน-ลำลูกกา คลอง 7 บ้านแฝดทรงอิสระ พื้นที่ดินเริ่มต้น 42 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย 133.5 ตารางเมตร ฟังกชั่น 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ ราคาพิเศษ 3.79 ล้านบาท 3. เอ็นซี นีโอลา วงแหวน-ลำลูกกา พบบ้านแฝด พื้นที่ดิน เริ่มต้น 40 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 140 ตารางเมตร ฟังกชั่น 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 1 ห้องเอนกประสงค์ 2 ที่จอดรถ ราคาพิเศษ 4.29 ล้านบาท</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44002" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/xells-home-system-03.png" alt="บ้าน XELLS Living System" width="910" height="607" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/xells-home-system-03.png 910w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/xells-home-system-03-300x200.png 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/xells-home-system-03-768x512.png 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/xells-home-system-03-150x100.png 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/xells-home-system-03-500x334.png 500w" sizes="(max-width: 910px) 100vw, 910px" /></p>
<p><strong>นายสมนึก</strong> กล่าวต่อว่า ระบบบ้าน Xells สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาที่อยู่อาศัยของเอ็น.ซี.เฮ้าส์ซิ่ง ที่มุ่งสู่แนวคิด Longevity Living หรือการอยู่อาศัยที่ส่งเสริมสุขภาพและอายุยืน บ้านจึงไม่ใช่เพียงที่พักอาศัย แต่เป็น “ผู้ช่วยดูแลสุขภาพ” ของทุกคนในครอบครัว โดยเฉพาะ ที่สำคัญ เด็ก, ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิแพ้ ช่วยให้มีสุขภาพที่ดีขึ้น เอ็น.ซี ได้ส่งมอบคุณค่า (Value Innovation) ให้กับ ผู้อยู่อาศัย พร้อมตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่มองหาคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าในระยะยาว</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/xells-home-system/">เอ็น.ซี.เฮ้าส์ซิ่ง เปิดตัวบ้านยุคใหม่เพื่อสุขภาพดี  “XELLS Home System” เทคโนโลยี Smart Home & IoT ควบคุมอากาศสะอาด ลดฝุ่น PM2.5 ยกระดับคุณภาพชีวิตการอยู่อาศัย</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ภาคอุตสาหกรรมไทยเร่งปรับตัวรับ Supply Chain Shift ชูเทคโนโลยี-วัสดุ-นวัตกรรม ขับเคลื่อน “Cost-Effective Platform” ใน INTERMACH &#038; Plastics &#038; Rubber Thailand 2026</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/intermach-plastics-rubber-thailand-2026/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 30 Apr 2026 02:56:05 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[INTERMACH 2026]]></category>
		<category><![CDATA[Plastics & Rubber Thailand 2026]]></category>
		<category><![CDATA[Supply Chain]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบการผลิต]]></category>
		<category><![CDATA[วัสดุ]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องจักรอุตสาหกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=43981</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรุงเทพมหานคร – ภาคอุตสาหกรรมการผลิตไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของห่วงโซ่อุปทานโลก (Supply Chain Shift) และแรงกดดันด้านต้นทุน รวมถึงข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มข้นขึ้น โดยผู้บริหารจาก 3 องค์กรหลักได้ร่วมสะท้อนมุมมอง ผ่านเวที Executive Interviewเพื่อชี้ทิศทางอุตสาหกรรมและโอกาสของผู้ประกอบการไทย ภายใต้บริบทดังกล่าว งาน INTERMACH 2026 ซึ่งเป็นเวทีแสดงเทคโนโลยีเครื่องจักรอุตสาหกรรมและระบบการผลิตระดับนานาชาติของอาเซียน จะจัดขึ้นร่วมกับงาน Plastics &#38; Rubber Thailand 2026 งานแสดงนวัตกรรมด้านวัสดุ พลาสติก และยางแห่งอนาคต ที่มุ่งเน้นการพัฒนาอย่างยั่งยืน&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/intermach-plastics-rubber-thailand-2026/">ภาคอุตสาหกรรมไทยเร่งปรับตัวรับ Supply Chain Shift ชูเทคโนโลยี-วัสดุ-นวัตกรรม ขับเคลื่อน “Cost-Effective Platform” ใน INTERMACH & Plastics & Rubber Thailand 2026</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กรุงเทพมหานคร – ภาคอุตสาหกรรมการผลิตไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของห่วงโซ่อุปทานโลก (</strong><strong>Supply Chain Shift) </strong><strong>และแรงกดดันด้านต้นทุน รวมถึงข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มข้นขึ้น โดยผู้บริหารจาก </strong><strong>3</strong><strong> องค์กรหลักได้ร่วมสะท้อนมุมมอง ผ่านเวที </strong><strong>Executive Interview</strong><strong>เพื่อชี้ทิศทางอุตสาหกรรมและโอกาสของผู้ประกอบการไทย</strong></p>
<p><span id="more-43981"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-2887" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/intermach-plastics-rubber-thailand-2026-10.jpg" alt="INTERMACH &amp; Plastics &amp; Rubber Thailand 2026" width="800" height="534" /></p>
<p>ภายใต้บริบทดังกล่าว งาน <strong>INTERMACH 2026</strong> ซึ่งเป็นเวทีแสดงเทคโนโลยีเครื่องจักรอุตสาหกรรมและระบบการผลิตระดับนานาชาติของอาเซียน จะจัดขึ้นร่วมกับงาน Plastics &amp; Rubber Thailand 2026 งานแสดงนวัตกรรมด้านวัสดุ พลาสติก และยางแห่งอนาคต ที่มุ่งเน้นการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Innovation) ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค กรุงเทพฯ โดยทั้งสองงานมีบทบาทสำคัญในการเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยง “เทคโนโลยีการผลิต + วัสดุ + ซัพพลายเชน” เข้าด้วยกันอย่างครบวงจร</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-2879" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/intermach-plastics-rubber-thailand-2026-02.jpg" alt="INTERMACH &amp; Plastics &amp; Rubber Thailand 2026" width="800" height="533" /></p>
<p>ข้อมูลอุตสาหกรรมล่าสุดชี้ว่า ภาคการผลิตในเอเชียยังคงเป็นศูนย์กลางสำคัญของเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะอุตสาหกรรมพลาสติกและยางที่เป็นหนึ่งในฐานการผลิตหลักของหลายอุตสาหกรรมปลายน้ำ ตั้งแต่ยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ ไปจนถึงบรรจุภัณฑ์ ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการทั่วภูมิภาคกำลังเร่งลงทุนในเทคโนโลยีใหม่ ทั้ง AI, Automation และ Smart Manufacturing ควบคู่ไปกับการพัฒนาวัสดุทางเลือก วัสดุน้ำหนักเบา และวัสดุรีไซเคิล เพื่อรับมือกับความไม่แน่นอนและยกระดับประสิทธิภาพการผลิต</p>
<p>ในปี 2026 แนวโน้มสำคัญของอุตสาหกรรมการผลิตในอาเซียนคือการเปลี่ยนผ่านสู่ “โรงงานอัจฉริยะ” ที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและระบบอัตโนมัติ ควบคู่กับการพัฒนา “วัสดุอัจฉริยะ (Advanced Materials)” ที่ตอบโจทย์ทั้งด้านประสิทธิภาพและความยั่งยืน ตั้งแต่การใช้ AI ในการควบคุมคุณภาพ การบำรุงรักษาเชิงคาดการณ์ ไปจนถึงการใช้ Digital Twin และระบบวิเคราะห์ข้อมูลแบบเรียลไทม์ รวมถึงนวัตกรรมด้านพลาสติกและยางที่ช่วยลดของเสีย ลดต้นทุน และเพิ่มความยืดหยุ่นในการผลิตได้อย่างเป็นรูปธรรม</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-2883" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/intermach-plastics-rubber-thailand-2026-06.jpg" alt="คุณกุลโชค โพธิ์พัฒนชัย" width="800" height="534" /></p>
<p><strong><span style="color: #1b2f9f;">คุณกุลโชค โพธิ์พัฒนชัย</span> นายกสมาคมผู้ประกอบการระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ไทย</strong><strong> (</strong><strong>TARA) </strong><strong>กล่าวว่า </strong>“วันนี้ผู้ผลิตไม่ได้แข่งขันกันที่ ‘กำลังการผลิต’ เพียงอย่างเดียวแต่แข่งขันกันที่ ‘ความแม่นยำ ความเร็ว และความสามารถในการควบคุมต้นทุน’</p>
<p>เทคโนโลยีอย่าง Automation, Robotics และ Smart Manufacturing จึงไม่ใช่แค่เครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพ แต่เป็น ‘โครงสร้างพื้นฐานใหม่ของการผลิต’ ที่ช่วยลดต้นทุนต่อหน่วย เพิ่ม Productivity และลดความผิดพลาดได้อย่างเป็นรูปธรรม</p>
<p>ขณะเดียวกัน การใช้ระบบดิจิทัลและข้อมูลทำให้ผู้ประกอบการสามารถตัดสินใจได้เร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบสำคัญในตลาดที่มีการแข่งขันสูง และงาน INTERMACH 2026 คือเวทีที่ผู้ประกอบการจะได้เห็นโซลูชันจริง ทดลองจริงและเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับธุรกิจของตนเองได้อย่างมั่นใจ”</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-2884" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/intermach-plastics-rubber-thailand-2026-07.jpg" alt="คุณวิโรจน์ ศิริธนาศาสตร์" width="800" height="534" /></p>
<p><strong>ด้าน<span style="color: #1b2f9f;">คุณวิโรจน์ ศิริธนาศาสตร์</span> นายกสมาคมอุตสาหกรรมแม่พิมพ์ไทย กล่าวว่า </strong>“อุตสาหกรรมกำลังก้าวไปสู่การผลิตชิ้นส่วนที่มีความซับซ้อนมากขึ้น น้ำหนักเบา และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้นอย่างชัดเจน เทคโนโลยีแม่พิมพ์จึงต้องพัฒนาไปสู่ Smart Mold ที่สามารถเก็บข้อมูล วิเคราะห์ และปรับปรุงกระบวนการผลิตแบบเรียลไทม์ เพื่อให้ได้คุณภาพที่สม่ำเสมอและลดความสูญเสียในทุกขั้นตอน</p>
<p>สิ่งสำคัญคือ เทคโนโลยีแม่พิมพ์ขั้นสูงสามารถช่วยให้ผู้ผลิตใช้วัสดุรีไซเคิลหรือวัสดุทางเลือกได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่เพิ่มภาระด้านเวลาในการผลิต(Cycle Time) หรือทำให้ต้นทุนสูงขึ้น ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า Sustainability และ Cost Efficiency ไม่ใช่สิ่งที่ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่สามารถเดินไปพร้อมกันได้ หากมีเทคโนโลยีและการออกแบบกระบวนการที่เหมาะสม”</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-2882 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/intermach-plastics-rubber-thailand-2026-05.jpg" alt="เมธาวัจน์ เศรษฐจินดาเจริญ" width="800" height="534" /></p>
<p><strong>คุณ<span style="color: #1b2f9f;">เมธาวัจน์ เศรษฐจินดาเจริญ</span> รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหารโครงการ อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย กล่าวว่า </strong>“INTERMACH และ Plastics &amp; Rubber Thailand 2026 ถูกออกแบบภายใต้แนวคิด Cost-Effective Platform โดยเรามองว่าในสถานการณ์ปัจจุบัน ผู้ประกอบการไม่ได้ต้องการเพียงแค่การเห็นเทคโนโลยีใหม่ แต่ต้องการโซลูชันที่สามารถนำไปใช้ได้จริงและสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจได้อย่างชัดเจน</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43982" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/intermach-plastics-rubber-thailand-2026-01.jpg" alt="INTERMACH &amp; Plastics &amp; Rubber Thailand 2026" width="800" height="532" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/intermach-plastics-rubber-thailand-2026-01.jpg 800w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/intermach-plastics-rubber-thailand-2026-01-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/intermach-plastics-rubber-thailand-2026-01-768x511.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/intermach-plastics-rubber-thailand-2026-01-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/intermach-plastics-rubber-thailand-2026-01-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<p>งานนี้ จึงเป็นมากกว่าพื้นที่แสดงเทคโนโลยี แต่คือ ecosystem อุตสาหกรรมที่ครบวงจรอย่างแท้จริง ที่รวบรวมทั้งเทคโนโลยีการผลิต นวัตกรรมวัสดุ และผู้เชี่ยวชาญที่มีองค์ความรู้ ไว้ในที่เดียว</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-2886" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/intermach-plastics-rubber-thailand-2026-09.jpg" alt="INTERMACH &amp; Plastics &amp; Rubber Thailand 2026" width="800" height="534" /></p>
<p>ในด้านการแสดงเทคโนโลยี INTERMACH 2026 นำเสนอเครื่องจักรและโซลูชันการผลิตชั้นนำจากกว่า 2,000 แบรนด์ทั่วโลก ขณะที่ Plastics &amp; Rubber Thailand 2026 รวบรวมนวัตกรรมวัสดุและกระบวนการผลิตด้านพลาสติกและยางที่ตอบโจทย์อุตสาหกรรมยุคใหม่ครบครัน นอกจากนี้ ทั้งสองงานยังเป็นเวทีที่องค์กรและหน่วยงานชั้นนำมาร่วมผลักดันอย่างคับคั่ง ทั้งสมาคมภาคอุตสาหกรรม หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน ผ่านการประชุมสัมมนาเชิงลึกกว่า 50 หัวข้อ ครอบคลุมตั้งแต่ทิศทาง Smart Manufacturing, Sustainability, Supply Chain Transformation ไปจนถึงการจัดงานร่วมกับงาน SUBCON Thailand, Future Mobility Thailand และ Tyrexpo Asia Bangkok &amp; AutoMROtive 2026 ซึ่งทั้งหมดนี้ไม่มีค่าใช้จ่าย</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-2881" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/intermach-plastics-rubber-thailand-2026-04.jpg" alt="INTERMACH &amp; Plastics &amp; Rubber Thailand 2026" width="800" height="534" /></p>
<p>สิ่งเหล่านี้ทำให้งานนี้เป็น &#8216;แพลตฟอร์มที่ช่วยให้ผู้ประกอบการตัดสินใจได้เร็วขึ้น&#8217; ไม่ว่าจะเป็นการลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน หรือการสร้างเครือข่ายธุรกิจใหม่ๆ ภายใต้ระบบนิเวศอุตสาหกรรมที่ครบวงจร&#8221; <strong>ในวันที่เทคโนโลยีและข้อมูลกลายเป็นหัวใจของการผลิต ผู้ประกอบการที่สามารถเข้าถึงและตัดสินใจได้เร็ว ย่อมได้เปรียบในเกมการแข่งขันระดับโลก</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-2885" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/intermach-plastics-rubber-thailand-2026-08.jpg" alt="INTERMACH &amp; Plastics &amp; Rubber Thailand 2026" width="800" height="534" /></p>
<p><strong>งาน INTERMACH และ Plastics &amp; Rubber Thailand 2026 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 13–16 พฤษภาคม 2569 ณ ไบเทค บางนา โดยเป็นเวทีสำคัญที่รวบรวมเทคโนโลยีการผลิต นวัตกรรมวัสดุ และโอกาสทางธุรกิจไว้ในที่เดียว เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถปรับตัวสู่อนาคตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน</strong></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43992" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/intermach-plastics-rubber-thailand-2026-11.jpg" alt="INTERMACH &amp; Plastics &amp; Rubber Thailand 2026" width="800" height="533" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/intermach-plastics-rubber-thailand-2026-11.jpg 800w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/intermach-plastics-rubber-thailand-2026-11-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/intermach-plastics-rubber-thailand-2026-11-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/intermach-plastics-rubber-thailand-2026-11-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/intermach-plastics-rubber-thailand-2026-11-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/intermach-plastics-rubber-thailand-2026/">ภาคอุตสาหกรรมไทยเร่งปรับตัวรับ Supply Chain Shift ชูเทคโนโลยี-วัสดุ-นวัตกรรม ขับเคลื่อน “Cost-Effective Platform” ใน INTERMACH & Plastics & Rubber Thailand 2026</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>โรงกำจัดขยะหนองแขม เร่งเปลี่ยนขยะเป็นพลังงาน ผลิตไฟฟ้าได้ 35 MW เตรียมทดสอบระบบ 1 พ.ค.นี้</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/the-nong-khaem-waste-to-energy-plant/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 29 Apr 2026 09:52:52 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Factory]]></category>
		<category><![CDATA[Green Focus]]></category>
		<category><![CDATA[Highlight Stories]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[บ่อรับขยะมูลฝอยระบบปิด]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[เปลี่ยนขยะเป็นพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[โรงกำจัดขยะหนองแขม]]></category>
		<category><![CDATA[โรงไฟฟ้าขยะหนองแขม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=43974</guid>

					<description><![CDATA[<p>การจัดการขยะของกรุงเทพมหานคร ซึ่งมีปริมาณขยะเกิดขึ้นวันละหลายพันตัน โครงการโรงกำจัดขยะมูลฝอยเพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้าทั้ง 3 แห่ง ได้กลายเป็นกลไกสำคัญในการเปลี่ยน “ภาระ” ให้เป็น “พลังงาน” อย่างเป็นรูปธรรม ประกอบด้วย โรงกำจัดขยะอ่อนนุชที่รองรับขยะได้มากกว่า 1,000 ตันต่อวัน (สูงสุด 1,600 ตันต่อวัน) และผลิตไฟฟ้าได้ 35 เมกะวัตต์ โรงกำจัดขยะหนองแขม 1 รองรับขยะกว่า 500 ตันต่อวัน ผลิตไฟฟ้าได้ 9.8 เมกะวัตต์ และโรงกำจัดขยะหนองแขม 2&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/the-nong-khaem-waste-to-energy-plant/">โรงกำจัดขยะหนองแขม เร่งเปลี่ยนขยะเป็นพลังงาน ผลิตไฟฟ้าได้ 35 MW เตรียมทดสอบระบบ 1 พ.ค.นี้</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>การจัดการขยะของกรุงเทพมหานคร ซึ่งมีปริมาณขยะเกิดขึ้นวันละหลายพันตัน โครงการโรงกำจัดขยะมูลฝอยเพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้าทั้ง 3 แห่ง ได้กลายเป็นกลไกสำคัญในการเปลี่ยน “ภาระ” ให้เป็น “พลังงาน” อย่างเป็นรูปธรรม ประกอบด้วย โรงกำจัดขยะอ่อนนุชที่รองรับขยะได้มากกว่า 1,000 ตันต่อวัน (สูงสุด 1,600 ตันต่อวัน) และผลิตไฟฟ้าได้ 35 เมกะวัตต์ โรงกำจัดขยะหนองแขม 1 รองรับขยะกว่า 500 ตันต่อวัน ผลิตไฟฟ้าได้ 9.8 เมกะวัตต์ และโรงกำจัดขยะหนองแขม 2 รองรับขยะมากกว่า 1,000 ตันต่อวัน (สูงสุด 1,600 ตันต่อวัน) ผลิตไฟฟ้าได้ 35 เมกะวัตต์</strong></p>
<p><span id="more-43974"></span></p>
<p>เมื่อรวมทั้ง 3 โครงการเข้าด้วยกัน ทำให้กรุงเทพมหานครมีกำลังการกำจัดขยะรวมประมาณ 3,700 ตันต่อวัน คิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 35% ของขยะทั้งหมดในเมือง และมีแนวโน้มขยับเข้าใกล้ 40% จากปริมาณขยะที่ลดลงเหลือราว 9,000 ตันต่อวันตามภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ภาพรวมดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของเทคโนโลยีการแปรรูปขยะเป็นพลังงาน ที่ไม่เพียงช่วยลดภาระด้านสิ่งแวดล้อม แต่ยังเป็นหนึ่งในคำตอบของการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืนในอนาคตของมหานครแห่งนี้</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43976" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/the-nong-khaem-waste-to-energy-plant-02.jpg" alt="เหอ หนิง" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/the-nong-khaem-waste-to-energy-plant-02.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/the-nong-khaem-waste-to-energy-plant-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/the-nong-khaem-waste-to-energy-plant-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/the-nong-khaem-waste-to-energy-plant-02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">เหอ หนิง</span> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีแอนด์จี เอ็นไวรอนเมนทอล โปรเท็คชั่น (ประเทศไทย) จำกัด </strong>เปิดเผยความคืบหน้าโครงการกำจัดมูลฝอยเพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้า ณ ศูนย์กำจัดมูลฝอยหนองแขม ว่า ปัจจุบันการก่อสร้างมีความคืบหน้าประมาณ 91% และเตรียมเปิดรับขยะเพื่อทดสอบระบบในวันที่ 1 พฤษภาคม 2569 โดยโครงการดังกล่าวสามารถรองรับขยะได้ไม่น้อยกว่า 1,000 ตันต่อวัน และสูงสุดถึง 1,600 ตันต่อวัน พร้อมกำลังการผลิตไฟฟ้าประมาณ 35 เมกะวัตต์</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43977" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/the-nong-khaem-waste-to-energy-plant-03.jpg" alt="โครงการกำจัดมูลฝอยเพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้า ณ ศูนย์กำจัดมูลฝอยหนองแขม" width="750" height="501" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/the-nong-khaem-waste-to-energy-plant-03.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/the-nong-khaem-waste-to-energy-plant-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/the-nong-khaem-waste-to-energy-plant-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/the-nong-khaem-waste-to-energy-plant-03-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<h3>ชูเทคโนโลยีครบวงจร ควบคุมผลกระทบสิ่งแวดล้อม</h3>
<p>ด้านเทคโนโลยี โครงการใช้ระบบเตาเผาแบบตะกรับ (Stoker Type) ที่ควบคุมอุณหภูมิการเผาไหม้ที่ 850–1,100 องศาเซลเซียส โดยนำความร้อนที่ได้ไปผลิตไอน้ำแรงดันสูงเพื่อขับเคลื่อนกังหันไอน้ำและผลิตกระแสไฟฟ้า ขยะจะถูกนำมาเก็บพักในอาคารระบบปิดเป็นเวลา 3–5 วันเพื่อลดความชื้น ก่อนเข้าสู่กระบวนการเผาไหม้ ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการกำจัดและการผลิตพลังงาน</p>
<p>โครงการยังให้ความสำคัญกับการควบคุมผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม โดยออกแบบบ่อพักขยะเป็นระบบปิด (Closed System) รองรับขยะได้ถึงประมาณ 24,000 ตัน และใช้ระบบแรงดันลบ (Negative Pressure System) เพื่อป้องกันการรั่วไหลของกลิ่น โดยอากาศภายในจะถูกดูดเข้าสู่เตาเผาและกำจัดไปพร้อมกระบวนการเผาไหม้ นอกจากนี้ ยังติดตั้งเทคโนโลยี E-nose หรือจมูกอิเล็กทรอนิกส์ ร่วมกับระบบเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI)  เพื่อตรวจจับ วิเคราะห์ และควบคุมกลิ่นอย่างแม่นยำแบบเรียลไทม์</p>
<p>ขณะเดียวกัน โครงการยังติดตั้งระบบตรวจวัดระดับเสียงแบบเรียลไทม์ตลอด 24 ชั่วโมง หากระดับเสียงเกินมาตรฐานจะมีการแจ้งเตือนทันที เพื่อให้สามารถแก้ไขได้อย่างรวดเร็ว ลดผลกระทบต่อชุมชนโดยรอบ และยกระดับการดำเนินงานให้เป็นไปตามมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมในระดับสากล</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43978" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/the-nong-khaem-waste-to-energy-plant-04.jpg" alt="โครงการกำจัดมูลฝอยเพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้า ณ ศูนย์กำจัดมูลฝอยหนองแขม" width="750" height="501" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/the-nong-khaem-waste-to-energy-plant-04.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/the-nong-khaem-waste-to-energy-plant-04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/the-nong-khaem-waste-to-energy-plant-04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/the-nong-khaem-waste-to-energy-plant-04-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<h3>ดันขยะเป็นพลังงานทางเลือก ลดต้นทุนระบบเมือง</h3>
<p><strong>เหอ หนิง กล่าวว่า </strong>ขยะเป็นทรัพยากรที่เกิดขึ้นทุกวันตามการเติบโตของประชากรในกรุงเทพมหานคร ซึ่งมีมากกว่า 10 ล้านคนที่ผลิตขยะในช่วงกลางวัน  ทำให้มีขยะรวมหลายพันตันต่อวัน การนำขยะมาใช้ผลิตพลังงานจึงเป็นทางเลือกด้านพลังงานสีเขียวที่เหมาะสมและหลีกเลี่ยงไม่ได้ ขณะเดียวกันยังช่วยลดภาระการฝังกลบและการขนส่งขยะไปยังพื้นที่ปลายทาง เช่น นครปฐมและฉะเชิงเทรา ซึ่งมีต้นทุนเพิ่มสูงขึ้นตามราคาน้ำมันที่ปรับตัวเกือบเท่าตัว</p>
<h3>เสนอปรับขั้นตอนการพิจารณาให้เอื้อต่อการลงทุน</h3>
<p>อย่างไรก็ตาม อุปสรรคสำคัญอยู่ที่โครงสร้างการกำกับดูแลของภาครัฐที่ยังขาดเอกภาพ เนื่องจากเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน ทั้งด้านการจัดการขยะ การผลิตไฟฟ้า และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ส่งผลให้ขั้นตอนการอนุมัติและพัฒนาโครงการใช้เวลานาน ขณะที่ภาคเอกชนมีความพร้อมทั้งด้านเทคโนโลยี มาตรฐานสิ่งแวดล้อม และการอยู่ร่วมกับชุมชน แต่ต้องการเห็นการปรับปรุงกระบวนการอนุญาตให้มีความชัดเจน รวดเร็ว และเอื้อต่อการลงทุนมากขึ้น</p>
<p>นอกจากนี้ ยังสะท้อนต้นทุนโครงการที่เพิ่มขึ้นจากปัจจัยหน้างาน เช่น การก่อสร้างระบบสายส่งไฟฟ้าเอง การวางโครงสร้างใต้ดินในพื้นที่กรุงเทพฯ รวมถึงข้อจำกัดด้านทรัพยากรน้ำ ซึ่งล้วนส่งผลให้งบลงทุนขยับจากราว 5,000 ล้านบาท เป็นกว่า 6,000 ล้านบาทต่อโครงการ แม้เผชิญข้อจำกัดดังกล่าว โครงการยังสามารถดำเนินงานได้เร็วกว่ากำหนดในสัญญา สะท้อนถึงความพร้อมและศักยภาพในการดำเนินโครงการที่มีประสิทธิภาพ</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/the-nong-khaem-waste-to-energy-plant/">โรงกำจัดขยะหนองแขม เร่งเปลี่ยนขยะเป็นพลังงาน ผลิตไฟฟ้าได้ 35 MW เตรียมทดสอบระบบ 1 พ.ค.นี้</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>SENA ทรานส์ฟอร์มจาก Developer สู่ Green Lifestyle Platform พัฒนา “SENA Green Auto” เชื่อมบ้าน–รถ–พลังงานในที่เดียว</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/sena-green-auto/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 29 Apr 2026 09:11:57 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<category><![CDATA[Green Lifestyle Platform]]></category>
		<category><![CDATA[SENA]]></category>
		<category><![CDATA[SENA Green Auto]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=43969</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ SENA เดินหน้าสู่ธุรกิจ “New S-Curve” ทรานส์ฟอร์มจากผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ สู่ “Green Lifestyle Platform” โดย “SENA Green Auto” เป็นกลไกในการขับเคลื่อน Ecosystem ขององค์กร ในฐานะทั้งดีลเลอร์รถยนต์ไฟฟ้าและ EV Platform แบบ Multi-brand ที่ไม่ยึดติดกับแบรนด์ใดแบรนด์หนึ่ง พร้อมเชื่อม 3 ธุรกิจหลัก&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/sena-green-auto/">SENA ทรานส์ฟอร์มจาก Developer สู่ Green Lifestyle Platform พัฒนา “SENA Green Auto” เชื่อมบ้าน–รถ–พลังงานในที่เดียว</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ SENA </strong>เดินหน้าสู่ธุรกิจ “New S-Curve” ทรานส์ฟอร์มจากผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ สู่ <strong>“Green Lifestyle Platform”</strong> โดย “SENA Green Auto” เป็นกลไกในการขับเคลื่อน Ecosystem ขององค์กร ในฐานะทั้งดีลเลอร์รถยนต์ไฟฟ้าและ EV Platform แบบ Multi-brand ที่ไม่ยึดติดกับแบรนด์ใดแบรนด์หนึ่ง พร้อมเชื่อม 3 ธุรกิจหลัก ได้แก่ บ้าน (Home) โซลาร์ (Solar) และรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ให้ทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมยกระดับ “บ้านในอนาคต” ให้เป็น Energy Hub ที่สามารถผลิต ใช้ และบริหารพลังงานได้เอง ช่วยลดค่าใช้จ่ายในระยะยาว และรองรับการใช้ชีวิตอย่างยั่งยืน รวมถึงการเชื่อม “บ้าน การเดินทาง พลังงาน และการเงิน” เข้าไว้ในระบบเดียว ทำให้ Green Lifestyle เป็นสิ่งที่เข้าถึงได้จริง</p>
<p><span id="more-43969"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43971" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/sena-green-auto-02.jpg" alt="ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์" width="750" height="499" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/sena-green-auto-02.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/sena-green-auto-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/sena-green-auto-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/sena-green-auto-02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์</span> กรรมการผู้จัดการ บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) และ </strong><strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เสนา กรีน เอนเนอร์ยี่ จำกัด</strong> กล่าวว่า SENA Green Auto ไม่ได้เป็นแค่ดีลเลอร์ แต่เป็นแพลตฟอร์มที่เชื่อม ‘รถ พลังงาน และการเงิน’ เข้าไว้ด้วยกัน ทำให้ลูกค้าสามารถใช้ไฟจาก Solar ชาร์จรถ EV ได้เอง ลดค่าไฟและค่าน้ำมันในระยะยาว   โดยSENA พัฒนา Ecosystem ในรูปแบบ “The One Platform” สำหรับลูกบ้าน SENA ที่สามารถเชื่อม บ้าน รถ EV โซลาร์ และโซลูชันทางการเงินเข้าไว้ในระบบเดียว โดยมี “เงินสดใจดี” เป็นกลไกด้านการเงิน และ “SenX” เป็นจิ๊กซอสำคัญในการเชื่อมบริการ การอยู่อาศัย และการบริหารพลังงานเข้าด้วยกัน ทำให้ลูกบ้านสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายรายเดือน และบริหารต้นทุนพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว</p>
<p>ขณะเดียวกัน SENA ยังขยายสู่ “The Open Platform” สำหรับลูกค้าทั่วไป ที่สามารถเข้าถึงโซลูชัน บ้านทั่วไป รถ EV โซลาร์ และการเงินได้ แม้ไม่ได้เป็นลูกบ้าน SENA โดยมี “เงินสดใจดี” เป็นตัวช่วยหลักในการออกแบบทางเลือกทางการเงินที่เหมาะสม เปิดโอกาสให้ผู้บริโภคสามารถเริ่มต้น Green Lifestyle ได้ง่ายขึ้น และเข้าถึงการบริหารพลังงานในชีวิตประจำวันได้จริง</p>
<p>“วันนี้พลังงานไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป แต่เป็นต้นทุนหลักของการใช้ชีวิต ทั้งค่าไฟที่ปรับตัวสูงขึ้น ค่าน้ำมันที่ผันผวน ขณะที่หลายคนยังรู้สึกว่า EV เข้าถึงยาก และโซลาร์เซลล์เป็นเรื่องยุ่งยาก จริง ๆ แล้วปัญหาไม่ใช่แค่เรื่อง ‘รถ’ หรือ ‘พลังงาน’ แต่คือ ‘ระบบชีวิตที่ยังไม่เชื่อมกัน’  SENA จึงพัฒนาSENA Green Auto ให้เป็นแพลตฟอร์มที่เชื่อม ‘รถ พลังงาน และการเงิน’ เข้าไว้ด้วยกัน  เพื่อลดค่าไฟและค่าน้ำมันในระยะยาว ”  <strong>ผศ.ดร.เกษรา </strong>กล่าว</p>
<p>สำหรับ3 แกนธุรกิจช่วยขับเคลื่อน SENA Ecosystem เชื่อม “การอยู่อาศัย พลังงาน และการเดินทาง” เข้าด้วยกันอย่างครบวงจร  ประกอบด้วย</p>
<ol>
<li><strong>ธุรกิจที่อยู่อาศัย ด้วยโซลูชันที่ครอบคลุมทุกความต้องการ</strong></li>
</ol>
<p>SENA มุ่งพัฒนาโครงการในกลุ่ม Affordable ซึ่งเป็นความต้องการจริงของตลาด โดยเฉพาะกลุ่มที่มีข้อจำกัดด้านรายได้และสินเชื่อ พร้อมออกแบบโซลูชันเพื่อลดอุปสรรคในการมีบ้าน ผ่านทางเลือกที่หลากหลาย ควบคู่กับ “เงินสดใจดี” ผู้ให้บริการสินเชื่อ Non-Bank ที่ช่วยวางแผนทางการเงิน เพิ่มโอกาสในการเป็นเจ้าของบ้านได้จริง และในช่วงไตรมาส 2 นี้ จะเปิดตัว โซลูชัน “รถแลกบ้าน” ที่เปิดโอกาสให้ลูกค้านำรถยนต์มาเป็นส่วนหนึ่งในการเพิ่มโอกาสเข้าถึงที่อยู่อาศัย ปรับโครงสร้างภาระทางการเงินให้เหมาะสมกับชีวิตมากขึ้น</p>
<ol start="2">
<li><strong>ธุรกิจพลังงานโซลาร์</strong> <strong>“SENA Solar Energy” </strong></li>
</ol>
<p>SENA Solar Energy พัฒนาธุรกิจพลังงานต่อเนื่องมากว่า 15 ปี ให้บริการครอบคลุมทั้งลูกค้าองค์กร (B2B) และรายย่อย (B2C) ด้วยโซลูชัน Solar + Battery + EV-Ready ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถผลิตและใช้ไฟฟ้าได้เอง ลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานในระยะยาว พร้อมรองรับความผันผวนของต้นทุนพลังงานในอนาคต</p>
<p>บริษัทฯ ให้บริการแบบครบวงจร ตั้งแต่การออกแบบติดตั้ง ไปจนถึงการดูแลระบบ (O&amp;M) พร้อมการรับประกันคุณภาพ และสิทธิประโยชน์ทางภาษีสูงสุด 200,000 บาท โดยพลังงานจาก Solar ถูกออกแบบให้เชื่อมต่อกับทั้ง “การอยู่อาศัย” และ “การเดินทาง” ได้อย่างเป็นระบบ</p>
<p>ปัจจุบัน SENA มียอดติดตั้ง Solar Rooftop แล้วมากกว่า 1,500 หลังคาเรือน คิดเป็นกำลังการผลิตรวมกว่า 100 เมกะวัตต์ สะท้อนศักยภาพในการต่อยอดธุรกิจพลังงานสู่การพัฒนา Ecosystem ที่เชื่อมโยงการใช้ชีวิตได้อย่างเป็นรูปธรรม</p>
<ol start="3">
<li><strong>ธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้า “SENA Green Automotive”</strong></li>
</ol>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43972" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/sena-green-auto-03.jpg" alt="SENA Green Auto" width="745" height="495" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/sena-green-auto-03.jpg 745w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/sena-green-auto-03-300x199.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/sena-green-auto-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/sena-green-auto-03-500x332.jpg 500w" sizes="(max-width: 745px) 100vw, 745px" /></p>
<p>SENA Green Auto ทำหน้าที่เป็น EV Platform แบบ Multi-brand และผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้า โดยคัดสรรรุ่นที่ตอบโจทย์แต่ละกลุ่มลูกค้าอย่างเหมาะสม ปัจจุบันมี 3 แบรนด์หลัก ได้แก่ OMODA &amp; JAECOO, LEAPMOTOR และ DEEPAL พร้อมศูนย์บริการและบริการหลังการขายครบวงจร ครอบคลุมการตรวจเช็คและดูแลแบตเตอรี่ EV แบบครบระบบ ผ่านศูนย์บริการมาตรฐาน ที่ตั้งอยู่บนถนนอ่อนนุช–สุขุมวิท 75</p>
<p>พร้อมกันนี้ได้นำเสนอ EV Total Solution ที่ลูกค้าสามารถซื้อรถ ติดตั้ง Solar และวางแผนการเงินได้ในที่เดียว รวมถึงสามารถใช้ไฟจาก Solar ชาร์จรถ EV ได้เอง ช่วยลดค่าไฟและค่าเชื้อเพลิง ทำให้ลดค่าใช้จ่ายได้ในระยะยาวรวมถึงโซลูชันทางการเงิน เช่น Trade-in รถเดิม หรือใช้ Home Financing เพื่อช่วยลดภาระทางการเงิน ทำให้การเริ่มต้นใช้ EV เป็นเรื่องง่ายขึ้น</p>
<p>โดย SENA Green Auto สร้างความแตกต่างผ่าน 3 แกนหลัก ได้แก่  <strong>1.Easy</strong> – จบทุกเรื่องในที่เดียว ทั้งรถ Solar และการเงิน <strong>2.Trusted</strong> – มาตรฐาน SENA พร้อมบริการหลังการขายครบวงจร  และ <strong>3.Smart Finance</strong> – โซลูชันการเงินที่ช่วยให้เข้าถึง EV ได้ง่ายขึ้น สะท้อนแนวคิด <strong>“Infinite Clean Energy Loop”</strong> ที่ทำให้บ้านสามารถผลิตไฟ ใช้ในบ้าน และต่อยอดไปสู่การชาร์จรถ EV ได้จริง</p>
<p>“บริษัทฯ มองว่า “วิกฤตพลังงาน” ไม่ใช่เพียงสถานการณ์ระยะสั้น แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่ส่งผลต่อค่าครองชีพในระยะยาว พลังงานไม่ใช่แค่ต้นทุน แต่คือ ตัวกำหนดคุณภาพชีวิต ในอนาคต ด้วยประสบการณ์ด้านพลังงานกว่า 15 ปี และการพัฒนา Ecosystem ที่เชื่อม บ้าน พลังงาน และการเดินทาง เข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ SENA จึงก้าวสู่การเป็น Green Lifestyle Platform อย่างเต็มตัว พร้อมวางรากฐานสู่การเป็น “ผู้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของการใช้ชีวิต (Lifestyle Infrastructure)” ที่ช่วยให้ผู้บริโภคควบคุมค่าใช้จ่าย และใช้ชีวิตอย่างยั่งยืนได้จริงในระยะยาว ตามวิสัยทัศน์องค์กร  “Lifelong Trusted Partner”  <strong>ผศ.ดร.เกษรา </strong>กล่าวสรุป</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/sena-green-auto/">SENA ทรานส์ฟอร์มจาก Developer สู่ Green Lifestyle Platform พัฒนา “SENA Green Auto” เชื่อมบ้าน–รถ–พลังงานในที่เดียว</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>CKPower คว้า 2 รางวัลจากเวที Thailand-Japan Decarbonization Award 2026 สะท้อนศักยภาพด้านนวัตกรรมการจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/ckpower-thailand-japan-decarbonization-award-2026/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 29 Apr 2026 06:00:16 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[CKPower]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand-Japan Decarbonization Award 2026]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรมการจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=43958</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ 29 เม.ย. 2569 –  เมื่อเร็ว ๆ นี้ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKPower (ชื่อย่อหลักทรัพย์: CKP) หนึ่งในผู้นำในการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคและมีคาร์บอนฟุตพรินต์ที่ต่ำที่สุดรายหนึ่ง คว้า 2 รางวัล จากเวที Thailand-Japan Decarbonization Award (TJDA) 2026 ได้แก่ Golden Award ผ่านโครงการจัดการของเสียและน้ำเสียในกระบวนการผลิตพลังงาน&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/ckpower-thailand-japan-decarbonization-award-2026/">CKPower คว้า 2 รางวัลจากเวที Thailand-Japan Decarbonization Award 2026 สะท้อนศักยภาพด้านนวัตกรรมการจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ 29 เม.ย. 2569 –  <strong>เมื่อเร็ว ๆ นี้ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKPower (ชื่อย่อหลักทรัพย์: CKP) หนึ่งในผู้นำในการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคและมีคาร์บอนฟุตพรินต์ที่ต่ำที่สุดรายหนึ่ง คว้า 2 รางวัล จากเวที Thailand-Japan Decarbonization Award (TJDA) 2026 ได้แก่ Golden Award ผ่านโครงการจัดการของเสียและน้ำเสียในกระบวนการผลิตพลังงาน ของโรงไฟฟ้าบางปะอิน โคเจนเนอเรชั่น และ Silver Award ผ่านโครงการ Waste to Value หิ่งห้อยเพื่อการอนุรักษ์ ปกป้อง และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ของโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี ซึ่งรางวัลนี้จัดขึ้นโดย สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี (ไทย-ญี่ปุ่น) หรือ ส.ส.ท. ที่มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมและเชิดชูองค์กรที่มีความโดดเด่นในการพัฒนาและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นรูปธรรม ในการนี้ นางสาวตวงพร บุณยะสาระนันท์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานการสื่อสารและการบริหารความยั่งยืนองค์กร และนายอนุวัตร์ สาสะกุลผู้จัดการแผนกเดินเครื่อง เป็นผู้แทนบริษัทเข้ารับรางวัลเกียรติยศจาก ศาสตราจารย์ ดร. ศุภชัย ปทุมนากุล  ปลัดกระทรวง กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ณ ห้องแกรนด์ฮอลล์ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพฯ</strong></p>
<p><span id="more-43958"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43962" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/ckpower-thailand-japan-decarbonization-award-2026-04.jpg" alt="ธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/ckpower-thailand-japan-decarbonization-award-2026-04.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/ckpower-thailand-japan-decarbonization-award-2026-04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/ckpower-thailand-japan-decarbonization-award-2026-04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/ckpower-thailand-japan-decarbonization-award-2026-04-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์</strong></span> <strong>กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน)</strong> กล่าวว่า CKPower มุ่งยกระดับกระบวนการผลิตไฟฟ้าในระยะยาวผ่านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เหมาะสม ในการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม การจัดการพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ  ควบคู่กับการพัฒนาองค์ความรู้และศักยภาพของบุคลากร โดยให้ความสำคัญกับการสร้าง ‘นวัตกร’ และการส่งเสริมวัฒนธรรมนวัตกรรมภายในองค์กร เพื่อเปิดโอกาสให้พนักงานมีส่วนร่วมในการคิดค้นและต่อยอดแนวทางการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งไม่เพียงช่วยยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานและการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า แต่ยังสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน พร้อมทั้งเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน และสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนให้แก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในระยะยาว</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43963" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/ckpower-thailand-japan-decarbonization-award-2026-05.jpg" alt="CKPower คว้า 2 รางวัลจากเวที Thailand-Japan Decarbonization Award 2026" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/ckpower-thailand-japan-decarbonization-award-2026-05.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/ckpower-thailand-japan-decarbonization-award-2026-05-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/ckpower-thailand-japan-decarbonization-award-2026-05-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/ckpower-thailand-japan-decarbonization-award-2026-05-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>

<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/ckpower-thailand-japan-decarbonization-award-2026-02.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="300" height="200" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/ckpower-thailand-japan-decarbonization-award-2026-02-300x200.jpg" class="attachment-medium size-medium" alt="CKPower คว้า 2 รางวัลจากเวที Thailand-Japan Decarbonization Award 2026" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/ckpower-thailand-japan-decarbonization-award-2026-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/ckpower-thailand-japan-decarbonization-award-2026-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/ckpower-thailand-japan-decarbonization-award-2026-02-500x333.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/ckpower-thailand-japan-decarbonization-award-2026-02.jpg 740w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/ckpower-thailand-japan-decarbonization-award-2026-03.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="300" height="200" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/ckpower-thailand-japan-decarbonization-award-2026-03-300x200.jpg" class="attachment-medium size-medium" alt="CKPower คว้า 2 รางวัลจากเวที Thailand-Japan Decarbonization Award 2026" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/ckpower-thailand-japan-decarbonization-award-2026-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/ckpower-thailand-japan-decarbonization-award-2026-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/ckpower-thailand-japan-decarbonization-award-2026-03-500x333.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/ckpower-thailand-japan-decarbonization-award-2026-03.jpg 740w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></a>

<p>สำหรับ 2 โครงการที่ได้รับรางวัลจากเวที TJDA มีดังนี้</p>
<p><strong>1. โครงการจัดการของเสียและน้ำเสียในกระบวนการผลิตพลังงาน</strong> จากโรงไฟฟ้าบางปะอิน โคเจนเนอเรชั่น เป็นแนวทางการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในกระบวนการผลิตไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมุ่งเน้นการการจัดการระบบการใช้น้ำมันหล่อลื่นเพื่อลดของเสีย และการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำในระบบหล่อเย็น (Cooling Tower) ผ่านการปรับค่าควบคุมทางเคมีเพื่อให้สามารถหมุนเวียนน้ำกลับมาใช้ซ้ำได้มากขึ้น โครงการดังกล่าวสามารถลดการใช้น้ำกว่า 743 ล้านลิตร ประหยัดต้นทุนได้กว่า 5 ล้านบาท ทั้งนี้ยังลดการใช้น้ำมันหล่อลื่นกว่า 28,000 ลิตร ซึ่งลดค่าใช้จ่ายได้กว่า 2.6 ล้านบาท ที่สำคัญยังลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกกว่า 95,000 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า สำหรับแผนระยะยาวจะต่อยอดสู่ระบบสาธารณูปโภคเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดของเสียต่อไป</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43964" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/ckpower-thailand-japan-decarbonization-award-2026-06.jpg" alt="CKPower" width="740" height="556" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/ckpower-thailand-japan-decarbonization-award-2026-06.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/ckpower-thailand-japan-decarbonization-award-2026-06-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/ckpower-thailand-japan-decarbonization-award-2026-06-150x113.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/ckpower-thailand-japan-decarbonization-award-2026-06-500x376.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><strong>2. โครงการ </strong><strong>Waste to Value หิ่งห้อยเพื่อการอนุรักษ์ ปกป้อง และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม </strong>จากโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี เปลี่ยนขยะอินทรีย์จากเศษอาหารในโรงไฟฟ้า เป็นวัสดุปรับปรุงคุณภาพดินและต่อยอดส่งเสริมการทำเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปกับสร้างความรู้ด้านสิ่งแวดล้อมแก่เยาวชนและสมาชิกในชุมชน สามารถช่วยลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์จากการเผาขยะได้กว่า 3,840 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า สามารถผลิตวัสดุปรับปรุงดินได้ถึง 2,665 กิโลกรัม/ปี โดยสามารถนำไปแจกจ่ายให้กับชุมชนรอบโรงไฟฟ้า ช่วยลดค่าใช้จ่ายค่าปุ๋ยของชุมชนได้กว่า 72,900 บาท/ปี สำหรับแผนต่อจากนี้มุ่งขยายเครือข่ายความร่วมมือท้องถิ่น เพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรมชุมชนที่ช่วยรักษาสมดุลสิ่งแวดล้อม สนับสนุนการทำเกษตรปลอดสารพิษ ตอกย้ำบทบาทภาคเอกชนในการสร้างคุณค่าสู่สังคม</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43965" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/ckpower-thailand-japan-decarbonization-award-2026-07.jpg" alt="CKPower" width="740" height="494" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/ckpower-thailand-japan-decarbonization-award-2026-07.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/ckpower-thailand-japan-decarbonization-award-2026-07-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/ckpower-thailand-japan-decarbonization-award-2026-07-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/ckpower-thailand-japan-decarbonization-award-2026-07-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>&#8220;การคว้า 2 รางวัลดังกล่าว สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของ CKPower ที่ได้ดำเนินการจริงและมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ สอดคล้องกับเกณฑ์การพิจารณาของเวที TJDA 2026  ผ่านการพัฒนาและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและองค์ความรู้เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ทั้งนี้ยังส่งเสริมการมีส่วนร่วมของพนักงาน ในการสร้างการตระหนักรู้ด้านอนุรักษ์พลังงานและการดูแลสิ่งแวดล้อมตลอดห่วงโซ่คุณค่าของธุรกิจ เพื่อเดินหน้าสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2593&#8221; นายธนวัฒน์ กล่าวเสริม</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/ckpower-thailand-japan-decarbonization-award-2026/">CKPower คว้า 2 รางวัลจากเวที Thailand-Japan Decarbonization Award 2026 สะท้อนศักยภาพด้านนวัตกรรมการจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เปิดฉากอย่างเป็นทางการ “สถาปนิก’69” มหกรรมแสดงเทคโนโลยีผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง พร้อมนิทรรศการงานสถาปัตยกรรมที่ทรงอิทธิพลและใหญ่ที่สุดในอาเซียน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/architect-expo-2026/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 29 Apr 2026 04:04:38 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News & Activities]]></category>
		<category><![CDATA[Seminar & Exhibitions]]></category>
		<category><![CDATA[งานสถาปนิก’69]]></category>
		<category><![CDATA[งานสถาปัตยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[นิทรรศการ]]></category>
		<category><![CDATA[ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=43942</guid>

					<description><![CDATA[<p>ขานรับกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกอย่างรวดเร็วจากปัจจัยรอบด้าน สมาคมสถาปนิกสยามฯ ร่วมกับ บริษัท ทีทีเอฟ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด จัดงานสถาปนิก’69 ภายใต้แนวคิด “สติมา : ปัญญา : พร้อม(ท์) &#124; SATI : WISDOM : PROMPT” เน้นวางรากฐานภูมิปัญญาใหม่ บนความเปลี่ยนแปลงของโลกแห่งการทำงานและชีวิตที่ต้องปรับตัว ในขณะที่เทคโนโลยี AI เข้ามามีบทบาท ผ่านการจัดแสดงนิทรรศการและกิจกรรมพิเศษมากมาย อีกทั้งดึงผู้ประกอบการแบรนด์ชั้นนำทั้งไทยและต่างประเทศร่วม 1,000 ราย ร่วมจัดแสดงนวัตกรรมผลิตภัณฑ์เพื่อการออกแบบ&#8211;ก่อสร้างครบวงจรบนพื้นที่รวม&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/architect-expo-2026/">เปิดฉากอย่างเป็นทางการ “สถาปนิก’69” มหกรรมแสดงเทคโนโลยีผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง พร้อมนิทรรศการงานสถาปัตยกรรมที่ทรงอิทธิพลและใหญ่ที่สุดในอาเซียน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ขานรับกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกอย่างรวดเร็วจากปัจจัยรอบด้าน สมาคมสถาปนิกสยามฯ ร่วมกับ บริษัท ทีทีเอฟ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด จัดงานสถาปนิก</strong><strong>’69 </strong><strong>ภายใต้แนวคิด </strong><strong>“</strong><strong>สติมา </strong><strong>: </strong><strong>ปัญญา </strong><strong>: </strong><strong>พร้อม</strong><strong>(</strong><strong>ท์</strong><strong>) | SATI : WISDOM : PROMPT” </strong><strong>เน้นวางรากฐานภูมิปัญญาใหม่ บนความเปลี่ยนแปลงของโลกแห่งการทำงานและชีวิตที่ต้องปรับตัว ในขณะที่เทคโนโลยี </strong><strong>AI </strong><strong>เข้ามามีบทบาท ผ่านการจัดแสดงนิทรรศการและกิจกรรมพิเศษมากมาย อีกทั้งดึงผู้ปร</strong><strong>ะกอบการแบรนด์</strong><strong>ชั้นนำทั้งไทยและต่างประเทศร่วม </strong><strong>1,000 </strong><strong>ราย ร่วมจัดแสดงนวัตกรรมผลิตภัณฑ์เพื่อการออกแบบ</strong><strong>&#8211;</strong><strong>ก่อสร้าง</strong><strong>ครบวงจรบนพื้นที่รวม </strong><strong>7</strong><strong>5</strong><strong>,</strong><strong>00</strong><strong>0</strong><strong> ตร.ม.</strong><strong> คาดมีผู้เข้าชมงานกว่า </strong><strong>3</strong><strong> แสนคน ตลอด </strong><strong>6</strong><strong> วันของการจัดงานระหว่างวันที่ </strong><strong>2</strong><strong>8 เมษายน </strong><strong>– </strong><strong>3 พฤษภาคม </strong><strong>256</strong><strong>9 ณ ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี</strong></p>
<p><span id="more-43942"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-2850" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/architect-expo-2026-07.jpg" alt="นายอเส สุขยางค์" width="800" height="533" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">นายอเส สุขยางค์</span> นายกสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ </strong>กล่าวระหว่างพิธีเปิดงานสถาปนิก’69 อย่างเป็นทางการว่า ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาวงการวิชาชีพต่างต้องเผชิญกับปัจจัยรบกวน (Disruptions) ทั้งสงคราม โรคระบาด และเศรษฐกิจที่ทำให้การจ้างงานยากขึ้น จนมาถึงการเข้ามาของ <strong>AI</strong> ที่สร้างความกังวลเรื่องการถูกแย่งงาน ซึ่งกระทบไปในหลากหลายสาขาอาชีพ จึงเกิดการปรับตัวต่อเนื่อง โดยสรุปคือ ตั้งสติรับมือ AI: ปรับตัวจากภูมิปัญญาดั้งเดิม สู่ความพร้อมในโลกยุคใหม่ ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกอย่างรวดเร็วจากปัจจัยรอบด้าน การจัดงานสถาปนิก’69 ครั้งนี้จึงจะเป็นพื้นที่ให้คนในวิชาชีพมาช่วยกันค้นหาว่า จุดสมดุลระหว่างมนุษย์และเทคโนโลยีคืออะไร เพื่อความยั่งยืนในอนาคต</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-2848" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/architect-expo-2026-05.jpg" alt="สถาปนิก’69" width="800" height="535" /></p>
<p>สถาปนิก’69 ถือเป็นมหกรรมงานแสดงเทคโนโลยีผลิตภัณฑ์ก่อสร้างที่ใหญ่ที่สุดและแสดงนิทรรศการงานสถาปัตยกรรมที่ทรงอิทธิพลที่สุดในอาเซียน โดยปีนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 28 เมษายน – 3 พฤษภาคม 2569 ณ อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี ภายใต้แนวคิด “สติมา : ปัญญา : พร้อม(ท์) | SATI : WISDOM : PROMPT” ซึ่งเน้นการวางรากฐานภูมิปัญญาใหม่ บนความเปลี่ยนแปลงของโลกแห่งการทำงานและชีวิตที่ต้องปรับตัว ในขณะที่เทคโนโลยี AI เข้ามามีบทบาท และจะเป็นเวทียกระดับงานสถาปัตยกรรมไทยสู่สายตานานาชาติที่ครบวงจรและสมบูรณ์แบบที่สุด ด้วยพื้นที่จัดแสดงทั้งหมด 75,000 ตร.ม. โดยแบ่ง 70,000 ตร.ม. เป็นพื้นที่สำหรับให้ผู้แสดงสินค้าผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีเพื่อการออกแบบและก่อสร้าง ซึ่งรวมผู้ผลิตผู้ประกอบการแบรนด์ชั้นนำของไทยและต่างประเทศร่วม 1,000 บริษัท</p>
<p>พื้นที่อีกราว 5,500 ตร.ม. เป็นพื้นที่จัดแสดงนิทรรศการและกิจกรรมของสมาคมฯ โดยรวบรวมผลงานจาก 4 องค์กรวิชาชีพสถาปัตยกรรม ได้แก่ สมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์, สมาคมมัณฑนากรแห่งประเทศไทย, สมาคมภูมิสถาปนิกประเทศไทย, สมาคมสถาปนิกผังเมืองไทย รวมถึงบริษัทสถาปนิก สมาชิกสมาคมฯ กว่า 120 บริษัท และสถาบันการศึกษาจากทั่วประเทศกว่า 40 แห่ง ร่วมจัดแสดงนิทรรศการอย่างยิ่งใหญ่ ทั้งนี้ คาดว่าจากความน่าสนใจของการจัดแสดงนิทรรศการ กิจกรรมเสวนาให้ความรู้ และการนำเสนอสินค้าบริการเพื่องานก่อสร้างที่ครบวงจร งานสถาปนิก’69 จะได้ผลตอบรับที่ดีมีผู้เข้าร่วมงานจากทั้งไทยและต่างประเทศตลอด 6 วันของการจัดงานรวมกว่า 325,000 คน</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-2845" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/architect-expo-2026-02.jpg" alt="นายจาตุรนต์ กิ่งมิ่งแฮ" width="800" height="533" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">นายจาตุรนต์ กิ่งมิ่งแฮ</span> ประธานจัดงานสถาปนิก</strong><strong>’69 </strong>กล่าวเสริมว่า สถาปนิก’69 จะไม่ใช่แค่การจัดแสดงนิทรรศการแล้วจบไป แต่คือการวางหมุดหมายสำคัญ (Milestone) เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและส่งต่อองค์ความรู้ที่จะขับเคลื่อนวิชาชีพและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในระยะยาว เพื่อพิสูจน์ให้เวทีโลกเห็นว่า สถาปัตยกรรมไทยมีศักยภาพในการปรับตัวและเติบโตอย่างมั่นคง ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของโลกเทคโนโลยีที่รวดเร็ว อีกทั้งมุ่งมั่นที่จะเป็นงานแสดงสินค้านวัตกรรมเพื่อการก่อสร้าง ออกแบบสถาปัตยกรรม ซึ่งเป็นที่ภาคภูมิใจงานสถาปนิกประเทศไทยเป็นงานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียน ต่อยอดผลักดันวงการวิชาชีพให้เป็นที่ยอมรับในสากลและก้าวสู่จุดหมายเป็น The Most Influential Architecture Exhibition in ASEAN หรืองานแสดงนิทรรศการสถาปัตยกรรมที่ทรงอิทธิพลที่สุดในอาเซียน</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-2849" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/architect-expo-2026-06.jpg" alt="สถาปนิก’69" width="800" height="533" /></p>
<p>สำหรับนิทรรศการไฮไลต์และกิจกรรมภายในงานสถาปนิก’69 แบ่งออกเป็น 5 ส่วนหลัก ได้แก่ 1. THEME EXHIBITION ส่วนนิทรรศการหลัก 2. FORUM ส่วนของงานสัมมนา 3. THE FOUNDATION ส่วนนิทรรศการงานวิชาการ 4. INTELLIGENCE &amp; COLLABORATION PLATFORM ส่วนนิทรรศการสุดยอดผลงานและความร่วมมือทางวิชาชีพ 5. ACTIVITIES AND SERVICES ส่วนงานพื้นที่กิจกรรมและบริการ ที่สำคัญและน่าสนใจมาก ๆ ยกตัวอย่าง THAI INTELLIGENCE จัดแสดงนิทรรศการที่แสดงถึงธีมการจัดงานเป็นหลัก ต่อมานิทรรศการ ASA ALL MEMBER &#8211; Thailand Only: สะท้อนสถาปัตยกรรมกับบริบทไทยไทย และ ASA EMERGING YOUNG ARCHITECTS IN THE AGE OF NEW DISRUPTIONS นิทรรศการแสดงผลงานของสถาปนิกคลื่นลูกใหม่ในยุคแห่งความเปลี่ยนแปลง เป็นต้น</p>
<p>ส่วนกิจกรรมสัมมนา หรือ FORUM แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ 1.สัมมนาระดับนานาชาติ ASA INTERNATIONAL FORUM งานสัมมนาทางสถาปัตยกรรมที่รวบรวม Keynote Speakers ระดับนานาชาติ มาร่วมนําเสนอและแลกเปลี่ยนแนวคิดที่สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่าง “WISDOM” (ปัญญามนุษย์) และ “NEW INTELLIGENCE” (ปัญญาใหม่) ผ่านมุมมองและประสบการณ์ของสถาปนิกผู้มีชื่อเสียง ในหลากหลายหัวข้อน่าสนใจ และการสัมมนากลุ่มวิชาชีพ ASA INSPIRATION LAB รวบรวมนักออกแบบ สถาปนิก นักคิด และผู้เชี่ยวชาญระดับแนวหน้าจากทั้งประเทศไทยและนานาชาติ มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์ แนวคิด และการทดลองใหม่ ๆ ที่กําลังขับเคลื่อนอนาคตของงานออกแบบ</p>
<p><strong>ประธานจัดงานสถาปนิก</strong><strong>’69 </strong>กล่าวอีกหนึ่งโซนน่าสนใจต้องยกให้นิทรรศการสมาคมวิชาชีพ ซึ่งประกอบด้วย นิทรรศการสมาคมมัณฑนากรแห่งประเทศไทย (TIDA) นิทรรศการสมาคมภูมิสถาปนิกประเทศไทย (TALA) ที่มาในหัวข้อ “TALA : ภูมิปัญญาไทย และปัญญาประดิษฐ์” นิทรรศการสมาคมสถาปนิกผังเมืองไทย (TUDA) และนิทรรศการสมาคมสถาปนิกภูมิภาค และยังมีส่วนกิจกรรมบริการตัวอย่างเช่น ไตรภาคี (ASA / ACT/ CDAST) พื้นที่กลางนำเสนอรูปแบบสนับสนุนการร่วมมือกันระหว่างสามสถาบัน โดยสมาคมสถาปนิกสยามฯ ได้รับการสนับสนุนจากสภาสถาปนิก และ สภาคณบดีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์แห่งประเทศไทย พร้อมกันนี้ยังมีคลินิกเตรียมสถาปัตย์ โดยสภาคณบดีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์แห่งประเทศไทย (CDAST) ปิดท้ายด้วยกิจกรรมพิเศษ อาทิ ASA CLUB / ASA BOOK SHOP / ASA KIDS CLUB<strong> : </strong>KITBLOX &amp; FAMILY CORNER KITBLOX / ASA NIGHT AWARDS CELEBRATION และ ASA DAY HEY พื้นที่ให้สมาชิกได้พบปะและทำกิจกรรมร่วมกัน</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-2847" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/architect-expo-2026-04.jpg" alt="สถาปนิก’69" width="800" height="535" /></p>
<p>มาถึงกิจกรรมย่อย ๆ ในงานซึ่งน่าสนใจ ยกตัวอย่าง Exclusive Talk หัวข้อ ศิลปะ กับพื้นที่สถาปัตยกรรม และเมือง โดยคุณโลเล ทวีศักดิ์ ศรีทองดี และคุณวุฒิกร คงคา วันที่ 28 เมษายน 2569 เวลา 18:00 &#8211; 19:00 น. ที่ ASA CLUB ตามด้วย SPECAL EVENTS อย่าง HERBIE the Autonomous Plant Meet &amp; Greet เตรียมพบกับ HERBIE ต้นไม้ที่เคลื่อนที่ได้ด้วยตัวเองเมื่อต้องการน้ำและแสง และครั้งนี้ HERBIE จะสื่อสารกับเราเป็นภาษาไทยด้วย มาทักทาย HERBIE และพูดคุยกับผู้สร้าง Cecilia MoSze Tham และ Mark Bünger จาก Futurity Systems ในวันที่ 2 พฤษภาคม 2569 เวลา 12:00 &#8211; 13:00 น. ณ เวทีกลางพื้นที่นิทรรศการหลักภายในอาคารชาเลนเจอร์ อีกหนึ่ง SPECAL EVENTS เชิญชม collaboration สุดพิเศษจากคุณโลเล ทวีศักดิ์ ศรีทองดี การสร้างสรรค์ผลงานศิลปะแบบสด ๆ ได้ที่ ASA SHOP ในวันที่ 28 เมษายน 2569 เวลา 11:30 &#8211; 12:30 น. อย่างไรก็ตาม นิทรรศการและกิจกรรมที่น่าสนใจยังมีอีกมากมาย พร้อมกันนี้จึงอยากเชิญชวนทุกคนมาชมงานสถาปนิก’69 และร่วมกิจกรรมต่าง ๆ รับความรู้และประสบการณ์ รวมถึงความประทับใจบนพื้นที่จัดงานจริง ตั้งแต่เวลา 10:00 – 20:00 น. ตลอดทั้ง 6 วันของการจัดงานครั้งนี้</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-2846" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/architect-expo-2026-03.jpg" alt="นายศุภแมน มรรคา" width="800" height="533" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">นายศุภแมน มรรคา</span> รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ทีทีเอฟ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด</strong> ผู้จัดงานสถาปนิก’69 เปิดเผยว่า งานในปีนี้ยังคงได้รับการตอบรับที่ดีอย่างต่อเนื่องจากผู้ประกอบการ แม้จะอยู่ท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจที่มีความท้าทาย โดยปีนี้มีผู้แสดงสินค้าตอบรับเข้าร่วมจำนวน 913 บริษัท คิดเป็นสัดส่วนผู้แสดงสินค้าจากต่างประเทศ 10% โดยทวีปหลักมาจากเอเชียถึง 99.5% และอีก 0.5% มาจากยุโรป อาทิ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย สิงคโปร์ มาเลเซีย เวียดนาม ไต้หวัน อิตาลี โรมาเนีย และโครเอเชีย สะท้อนถึงการขยายตัวของเครือข่ายธุรกิจและการแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีในอุตสาหกรรมก่อสร้างอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าตลอด 6 วันจัดแสดงจะสามารถกระตุ้นยอดหมุนเวียนเศรษฐกิจในอุตสาหกรรมออกแบบ-ก่อสร้างได้ถึง 22,000 ล้านบาท</p>
<p>ขณะเดียวกัน ข้อมูลการลงทะเบียนชมงานล่วงหน้าสะท้อนศักยภาพของงานในฐานะแพลตฟอร์มระดับภูมิภาค โดยส่วนใหญ่เป็นผู้เข้าชมภายในประเทศคิดเป็น 95% และมีผู้เข้าชมจากต่างประเทศ 5% ซึ่งในจำนวนนี้เป็นผู้เข้าชมจากประเทศในทวีปเอเชียสูงถึง 78.34% ตามมาด้วยทวีปยุโรป 12.03% และทวีปอเมริกา 5.08% ตามลำดับ โดยคาดว่าตลอดระยะเวลา 6 วันของการจัดงาน จะมีผู้เข้าชมรวมกว่า 325,000 คน และกว่า 70% เป็นกลุ่ม Professional Visitors ได้แก่ สถาปนิก นักออกแบบ วิศวกร ผู้รับเหมา นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และตัวแทนจำหน่ายวัสดุก่อสร้าง ซึ่งเป็นกลุ่มผู้มีอำนาจตัดสินใจซื้อในอุตสาหกรรม</p>
<p>นายศุภแมน กล่าวว่า “ด้วยจำนวนผู้แสดงสินค้าร่วม 1,000 ราย และสัดส่วนผู้เข้าชมที่เป็น Professional Visitors ถึง 70% สะท้อนว่างานสถาปนิก’69 ไม่ใช่เพียงงานแสดงสินค้า แต่เป็นแพลตฟอร์มสร้างโอกาสทางธุรกิจที่คาดว่าจะก่อให้เกิดมูลค่าการเจรจาซื้อขายกว่า 22,000 ล้านบาท และมีบทบาทสำคัญต่อการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมออกแบบ-ก่อสร้างในภูมิภาค”</p>
<p>สำหรับไฮไลต์สำคัญของปีนี้ ได้แก่ <strong>Thematic Pavilion</strong> ซึ่งจัดขึ้นมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ถึง 8 พื้นที่ จากความร่วมมือระหว่างแบรนด์วัสดุก่อสร้างและสตูดิโอออกแบบชั้นนำ ได้แก่ WATSADUNIYOM x HAA Studio, VANACHAI x Studio Tofu, TODA x Supermachine Studio, PANEL PLUS x ACa Architects, HAFELE x Jenchieh Hung + Kulthida Songkittipakdee / HAS design and research, SCG x SaTa Na, BRT INTERTECH x Context Studio, ALUFRAME x Unknown Surface Studio พร้อมเปิดตัวรางวัล Thematic Pavilion Designer Choice Award เป็นครั้งแรก เพื่อยกระดับมาตรฐานการออกแบบและการมีส่วนร่วมของวงการ ขณะเดียวกันยังมี <strong>Palette of Materials Pavilion</strong> พื้นที่ไฮไลต์ใหม่ที่นำเสนอวัสดุในรูปแบบ Mood Board เสมือน “แผนที่แรงบันดาลใจ” ที่รวบรวมวัสดุกว่า 800 ชิ้น จากผลงานของดีไซเนอร์กว่า 40 สตูดิโอ เพื่อสร้างสรรค์พื้นที่ที่เชื่อมโยงผู้ผลิตวัสดุก่อสร้างและนักออกแบบเข้าด้วยกัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-2851" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/architect-expo-2026-08.jpg" alt="สถาปนิก’69" width="800" height="533" /></p>
<p>นอกจากนี้ ภายในงานยังมีเวทีประกวดนวัตกรรมและผลิตภัณฑ์จากผู้แสดงสินค้าทั้งในและต่างประเทศที่นำมาเปิดตัวเป็นครั้งแรกจำนวนมาก อาทิ “Hafele Lighting Solution” ครั้งแรกกับนวัตกรรมแสงสว่างจาก Hafele กระเบื้องคอลเลกชันพิเศษจาก WDC, “Ds Milano” ลามิเนต ENF รายแรกในไทยจาก Decosource เป็นต้น สะท้อนให้เห็นว่างานสถาปนิกเป็นแพลทฟอร์มที่รวบรวมนวัตกรรมและเทคโนโลยีด้านผลิตภัณฑ์ก่อสร้างที่ล้ำสมัยอย่างแท้จริง</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-2852" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/architect-expo-2026-09.jpg" alt="สถาปนิก’69" width="800" height="533" /></p>
<p><strong>งานสถาปนิก’69</strong> ภายใต้แนวคิด “สติมา : ปัญญา : พร้อม(ท์) | SATI : WISDOM : PROMPT” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 28 เมษายน – 3 พฤษภาคม 2569 เวลา 10:00 – 20:00 น. ณ ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1 – 3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี เดินทางสะดวกด้วย MRT สายสีชมพู สถานีอิมแพ็ค เมืองทองธานี (MT01) เชื่อมสู่ชาเลนเจอร์  ฮอลล์ ผ่านประตู Sky Entrance หรือใช้บริการ Minivan Service รับ-ส่งฟรีจาก BTS หมอชิต (ทางออก 2) / MRT สวนจตุจักร (ทางออก 4) และ MRT พระราม 9 (ทางออก 1) ตั้งแต่เวลา 09:30 – 20:30 น. ติดตามข่าวสารและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ <a href="http://www.ArchitectExpo.com" target="_blank" rel="noopener">www.ArchitectExpo.com</a> และ Facebook Page : งานสถาปนิก : ASA Architect Expo</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/architect-expo-2026/">เปิดฉากอย่างเป็นทางการ “สถาปนิก’69” มหกรรมแสดงเทคโนโลยีผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง พร้อมนิทรรศการงานสถาปัตยกรรมที่ทรงอิทธิพลและใหญ่ที่สุดในอาเซียน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Green Transformation ทางรอดเศรษฐกิจไทย: เปิดวิสัยทัศน์ ‘ยศชนัน’  ปรับระบบ อว. ดันนวัตกรรมสีเขียวสู้ตลาดโลก</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/green-transformation/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 28 Apr 2026 07:58:52 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Report]]></category>
		<category><![CDATA[BCG]]></category>
		<category><![CDATA[CBAM]]></category>
		<category><![CDATA[Green Transformation]]></category>
		<category><![CDATA[net zero]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรมสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[ศ. ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจสีเขียว]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=43915</guid>

					<description><![CDATA[<p>(เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2569) ศ. ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) บรรยายพิเศษในหัวข้อ “Powering Thailand’s Green Economy with Science and Innovation” ในการสัมมนาหัวข้อ เปลี่ยนวิถีชีวิตพลิกเกมเศรษฐกิจด้วย Net Zero ภายในงานประชุมวิชาการประจำปี สวทช. (NAC2026) โดยระบุว่า ในวันที่เศรษฐกิจไทยถูกกดดันด้วยค่าครองชีพและต้นทุนพลังงานที่พุ่งสูง&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/green-transformation/">Green Transformation ทางรอดเศรษฐกิจไทย: เปิดวิสัยทัศน์ ‘ยศชนัน’  ปรับระบบ อว. ดันนวัตกรรมสีเขียวสู้ตลาดโลก</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>(เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2569) <strong><span style="color: #6cb742;">ศ. ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์</span> รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) บรรยายพิเศษในหัวข้อ “Powering Thailand’s Green Economy with Science and Innovation” ในการสัมมนาหัวข้อ เปลี่ยนวิถีชีวิตพลิกเกมเศรษฐกิจด้วย Net Zero ภายในงานประชุมวิชาการประจำปี สวทช. (NAC2026) โดยระบุว่า ในวันที่เศรษฐกิจไทยถูกกดดันด้วยค่าครองชีพและต้นทุนพลังงานที่พุ่งสูง คำถามที่ถูกตั้งขึ้นเสมอคือในเมื่อเงินทองยังไม่มี เราจะเอางบประมาณที่ไหนไปทำเรื่องเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) ดังนั้นหากประเทศไทยไม่เริ่มต้นการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว (Green Transformation) เราจะไม่สามารถเป็นเศรษฐกิจสีเขียวอย่างเต็มรูปแบบได้ และเรื่องนี้คือกลไกหลักที่จะดึงงบประมาณมาแก้ปัญหาประเทศได้จริง</strong></p>
<p><span id="more-43915"></span></p>
<ul>
<li><strong>สานต่อโมเดล </strong><strong>BCG สู่เศรษฐกิจเพื่อสุขภาวะ (Wellness Economy)</strong></li>
</ul>
<p>ศ. ดร.ยศชนัน ประกาศจุดยืนว่า รัฐบาลจะเดินหน้าโมเดลเศรษฐกิจ BCG ต่อไปโดยไม่ทิ้งรากฐานเดิม แต่จะนำมาเป็นเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจเพื่อสุขภาวะ (Wellness Economy) ตั้งแต่อากาศสะอาด อาหารปลอดภัย และเครื่องมือแพทย์ การทำธุรกิจคาร์บอนต่ำต้องตรวจสอบลึกถึงห่วงโซ่มูลค่า นวัตกรรมต้องตอบโจทย์ได้ว่ากระบวนการผลิตไปจนถึงระบบโลจิสติกส์มีการเอาเปรียบแรงงานหรือสร้างความไม่เท่าเทียมให้ใครหรือไม่ โดย รมว.อว. ระบุว่า <em>&#8220;แม้การผลิตจะได้ผลดี แต่ต้องพิจารณาว่ากระบวนการดังกล่าวมีการเอารัดเอาเปรียบผู้ใดหรือไม่ ผู้ปฏิบัติงานได้รับค่าตอบแทนที่เท่าเทียมหรือไม่ เพราะแนวคิดคาร์บอนต่ำนั้นครอบคลุมถึงคุณค่าตลอดทั้งห่วงโซ่มูลค่า&#8221;</em></p>
<ul>
<li><strong>ขับเคลื่อน </strong><strong>2 เครื่องยนต์เศรษฐกิจเพื่อปากท้อง</strong></li>
</ul>
<p>อว. วางทิศทางเศรษฐกิจไทยผ่าน 2 เครื่องยนต์หลัก เครื่องยนต์แรก คือ การอัปเกรดอุตสาหกรรมเดิมที่ไทยมีฐานอยู่แล้ว ทั้งภาคเกษตรผ่านการทำเกษตรแม่นยำ (Precision Agriculture) ภาคอุตสาหกรรม และภาคบริการ เพื่อเพิ่มผลิตภาพและลดต้นทุน ส่วนเครื่องยนต์ที่สองคือการสร้างอุตสาหกรรมใหม่ ผ่านเทคโนโลยีขั้นแนวหน้า (Frontier Industries) เช่น อุตสาหกรรมอวกาศ ยานยนต์ไฟฟ้า (EV)</p>
<ul>
<li><strong>Net Zero คือความมั่นคงของชาติ (National Security)</strong></li>
</ul>
<p>กติกาการค้าโลกกำลังเปลี่ยนไป คาร์บอนกลายเป็นกำแพงภาษีผ่านนโยบายมาตรการปรับราคาคาร์บอนก่อนเข้าพรมแดน (CBAM) หากผู้ประกอบการไทยไม่ปรับตัวจะสูญเสียโอกาสทางเศรษฐกิจทันที การเปลี่ยนผ่านเรื่องนี้จึงมีความสำคัญเทียบเท่ากับความมั่นคงของชาติ (National Security) การลงทุนเทคโนโลยีสีเขียวคือการป้องกันความเสี่ยง หากปล่อยให้คาร์บอนเพิ่มขึ้น ความเสียหายจะทวีคูณไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด <strong>ศ. ดร.ยศชนัน</strong> อธิบายว่า <em>“เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (</em><em>Net Zero) คือ จุดเดียวที่จะหยุดยั้งการทวีคูณของความเสียหายได้ เพราะหากไม่สามารถลดผลกระทบให้เป็นศูนย์ได้ ท้ายที่สุดประเทศก็จะไม่อาจอยู่รอดได้&#8221;</em></p>
<ul>
<li><strong>ฉีกตำราวิจัยเดิม โลกวิกฤตไม่มีเวลาให้รอ</strong></li>
</ul>
<p>กระบวนการวิจัยที่เริ่มจากการศึกษา ค่อย ๆ วิจัย พัฒนานวัตกรรม แล้วนำไปหาตลาด เป็นสิ่งที่ช้าเกินไปสำหรับโลกปัจจุบัน <strong>ศ. ดร.ยศชนัน</strong> ชี้ว่า ปัญหาเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) เป็นเรื่องที่รอไม่ได้ การพัฒนานวัตกรรมยุคใหม่จึงต้องใช้กลยุทธ์ Backcasting คือ การตั้งเป้าหมายของประเทศในปี ค.ศ. 2030 ไว้ก่อน แล้วถอยกลับมาวางแผนเพื่อแก้ปัญหานักวิจัยที่มักเริ่มต้นทำงานจากความถนัดของตนเองเพียงอย่างเดียว โดยระบุว่า<em> &#8220;เมื่อใช้งบประมาณจากภาษีของประชาชน ก็จำเป็นต้องพิจารณาว่าประชาชนกำลังเดือดร้อนในเรื่องใดเป็นหลัก การจัดสรรงบประมาณจะต้องมุ่งเน้นเพื่อแก้ไขความเดือดร้อนที่แท้จริง&#8221;</em></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43918" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/Green-Transformation-03.jpg" alt="ศ. ดร.ยศชนัน" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/Green-Transformation-03.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/Green-Transformation-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/Green-Transformation-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/Green-Transformation-03-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<h3>วางบทบาท อว. และพลังการทูตวิทยาศาสตร์</h3>
<p><strong>ศ. ดร.ยศชนัน</strong> กำหนดหมุดหมายสำคัญให้แก่บุคลากรสายวิทยาศาสตร์ โดยระบุว่า ในสภาวะที่ประเทศเผชิญวิกฤต นักวิจัยและวิศวกรต้องทำหน้าที่เป็นคลังสมอง (Think Tank) เพื่อยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นประเทศที่มีรายได้สูง พร้อมย้ำว่า <em>“ทุกคนอาจจะรู้สึกว่าเพ้อฝัน แต่ไม่ทำไม่ได้ เพราะนี่คือสิ่งที่เราเรียนมาเพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศด้วยกัน”</em></p>
<p>โดย กระทรวง อว. กำหนดบทบาทองค์กรไว้ 3 มิติ <strong>มิติแรก</strong>คือการเป็นผู้สร้างระบบนิเวศ (Ecosystem Builder) ที่กระตุ้นให้คนอยากทำงาน <strong>มิติที่สอง</strong>คือการเป็นผู้บูรณาการระบบ (System Integrator) รวบรวมทุกภาคส่วนเข้าด้วยกัน และ<strong>มิติสุดท้าย</strong>คือการเป็นตัวเร่งการขยายผล (Accelerator) สนับสนุนให้นักนวัตกรออกไประดมทุนต่างประเทศหากตลาดไทยยังไม่พร้อม นอกจากนี้ยังชูนโยบายวิทยาศาสตร์แบบเปิด (Open Science) และการทูตวิทยาศาสตร์ (Science Diplomacy) ซึ่ง <strong>ศ. ดร.ยศชนัน</strong> ได้หารือร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศมาแล้ว เพื่อใช้แกะรอยจากสิทธิบัตร (Patent) และต่อยอดนวัตกรรม</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43917" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/Green-Transformation-02.jpg" alt="ศ. ดร.ยศชนัน" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/Green-Transformation-02.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/Green-Transformation-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/Green-Transformation-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/Green-Transformation-02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<h3>ยืนบนไหล่ยักษ์ เลิกเสียท่าขายไอพีราคาถูก</h3>
<p><strong>ศ. ดร.ยศชนัน</strong> ยกบทเรียนจากการเสียท่าในอดีตที่เคยขายทรัพย์สินทางปัญญา หรือ IP ไปในราคาเพียง 5 ล้านบาท ทั้งที่มูลค่าจริงอาจสูงถึง 50 ล้านบาท พร้อมเน้นย้ำให้นักวิจัยกำหนดแผนทางออกให้ชัดเจน โดยยกตัวอย่างการวิจัยและพัฒนายาซึ่งมีความท้าทายและต้องใช้ทุนมหาศาลหลักพันล้านบาท ผู้วิจัยอาจไม่สามารถผลักดันจนจบกระบวนการได้ด้วยตนเอง จึงอาจจำเป็นต้องพิจารณาหยุดและขายเทคโนโลยีตั้งแต่ระยะแรกเพื่อบริหารความเสี่ยง ทั้งนี้วิธีที่ต้องเปลี่ยน คือ การทำตีพิมพ์แบบพุ่งเป้า เล็งวารสารระดับโลกเพื่อให้กลุ่มทุนยักษ์ใหญ่เป็นฝ่ายวิ่งเข้าหา เลิกรอให้คนมาอ้างอิงบทความวิจัยเพียงอย่างเดียว และต้องระวังนายทุนที่เข้ามากว้านซื้อเทคโนโลยีไปดองทิ้งไว้เพื่อตัดคู่แข่ง</p>
<p>โดย รัฐตรีการกระทรวง อว. เตรียมผลักดัน สวทช. ให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานร่วม (Shared Infrastructure) ของทุกคน เพื่อเปิดพื้นที่ให้นักวิจัยสามารถเข้ามาทำงานวิจัยขั้นแนวหน้า (Frontier Research) วิทยาศาสตร์พื้นฐาน (Basic Science) และสร้างนวัตกรรมที่เกิดประโยชน์จริง โดยมีเป้าหมายเพื่อลดความเสี่ยงของนักวิจัยให้ได้มากที่สุด ในส่วนของงบประมาณรัฐในโครงการ ววน. จะเข้าไปสมทบทุนเฉพาะจุดที่มีความเสี่ยงสูงและเป็นวิทยาการใหม่ที่โลกยังไม่มี เพื่อให้นักนวัตกรไทยสร้างทรัพย์สินทางปัญญาของตัวเองโดยไม่ต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่จากศูนย์ แต่ใช้ ‘การยืนบนไหล่ยักษ์’ ต่อยอดความสำเร็จจากทั่วโลก</p>
<p>&#8220;วันนี้ถ้าท่านยืนบนไหล่ยักษ์ แล้วใช้มือของท่านเองสร้างสรรค์ผลงาน โดยเรียนรู้จากคนที่เขาลองผิดลองถูกมาแล้ว ประเทศจะไปข้างหน้าได้เร็วมาก เราเสียเวลากันไม่ได้อีกแล้ว&#8221; <strong>ศ. ดร.ยศชนัน</strong> กล่าว</p>
<h3>กางตัวเลขเป้าหมาย 2030 พร้อมเป็นกองหน้าชนปัญหา</h3>
<p>กระทรวง อว. กำหนดเป้าหมายผลลัพธ์ภายในปี 2030 ไว้อย่างชัดเจน 4 ด้าน ได้แก่ (1) การดันผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) จากเศรษฐกิจสีเขียวให้เพิ่มขึ้น 3 เปอร์เซ็นต์ (2) เตรียมความพร้อมกำลังคน 20 ล้านคนให้พร้อมรับมือการเปลี่ยนแปลงของโลก (Future Ready) (3) ลดความเสี่ยงด้านคาร์บอนลง 30 เปอร์เซ็นต์ และ (4) สร้างนวัตกรรม 5,000 ชิ้น ที่ขายทำกำไรได้จริง รมว.อว. ให้คำมั่นต่อนักวิจัยในการทำหน้าที่รับความเสี่ยงแทนว่า <em>&#8220;ผมพร้อมเป็นผู้สนับสนุนอยู่เบื้องหลัง หากมีแรงปะทะหรือผลกระทบใดเกิดขึ้น ผมพร้อมจะเป็นผู้รับความเสี่ยงแทน ขอให้นักวิจัยทุกท่านทำหน้าที่เป็นกองหน้าและเดินหน้าขับเคลื่อนงานได้อย่างเต็มกำลัง&#8221; ศ. ดร.ยศชนัน กล่าวทิ้งท้าย</em></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/green-transformation/">Green Transformation ทางรอดเศรษฐกิจไทย: เปิดวิสัยทัศน์ ‘ยศชนัน’  ปรับระบบ อว. ดันนวัตกรรมสีเขียวสู้ตลาดโลก</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>งานสัมมนาเชิงวิชาการ เรื่อง &#8220;อาคารที่มุ่งสู่ Green Building&#8221;</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/greenbuilding/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 28 Apr 2026 06:00:47 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Highlight Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Seminar & Exhibitions]]></category>
		<category><![CDATA[Green Building]]></category>
		<category><![CDATA[IEEE PES-Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[Nova Expo 2026]]></category>
		<category><![CDATA[การปรับปรุงอาการ]]></category>
		<category><![CDATA[สัมมนา]]></category>
		<category><![CDATA[อาคารประหยัดพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[อาคารเขียว]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=43699</guid>

					<description><![CDATA[<p>ขอเชิญเข้าร่วมงานสัมมนาเชิงวิชาการ เรื่อง &#8220;อาคารที่มุ่งสู่ Green Building&#8221; เป็นแนวทางสำคัญในภาวะที่โลกประสบปัญหาวิกฤตด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม ซึ่งอาคารใหม่และอาคารเก่า มีวิธีปรับปรุงสู่อาคารเขียว (Green Building) แนวคิดการออกแบบ เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง และประสบการณ์ โดยมีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 5 มิถุนายน 2569 ตั้งแต่เวลา 8.30 &#8211; 16.30 น ณ ห้อง MR224 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมนานาชาติกรุงเทพ (BITEC) ✍ลงทะเบียนออนไลน์ ⬇️ดาวน์โหลดเอกสาร หัวข้อสัมมนาที่น่าสนใจ&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/greenbuilding/">งานสัมมนาเชิงวิชาการ เรื่อง “อาคารที่มุ่งสู่ Green Building”</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ขอเชิญเข้าร่วมงานสัมมนาเชิงวิชาการ เรื่อง &#8220;อาคารที่มุ่งสู่ Green Building&#8221; เป็นแนวทางสำคัญในภาวะที่โลกประสบปัญหาวิกฤตด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม ซึ่งอาคารใหม่และอาคารเก่า มีวิธีปรับปรุงสู่อาคารเขียว (Green Building) แนวคิดการออกแบบ เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง และประสบการณ์ โดยมีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 5 มิถุนายน 2569 ตั้งแต่เวลา 8.30 &#8211; 16.30 น ณ ห้อง MR224 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมนานาชาติกรุงเทพ (BITEC)</strong></p>
<p><span id="more-43699"></span></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://drive.google.com/file/d/12GUyoSXUgpWkgp7hlavSkEglb9fh1T8s/view" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-43904 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/IEEE-PES-Green-Building-05062026.png" alt="สัมมนาเรื่อง อาคารที่มุ่งสู่ Green Building" width="552" height="780" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/IEEE-PES-Green-Building-05062026.png 552w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/IEEE-PES-Green-Building-05062026-212x300.png 212w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/IEEE-PES-Green-Building-05062026-150x212.png 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/IEEE-PES-Green-Building-05062026-354x500.png 354w" sizes="(max-width: 552px) 100vw, 552px" /></a></p>
<p style="text-align: center;">
<div class="custom-btn-group"><a class="custom-btn btn-green-dark" href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSdMUSnbjOsauhEErKcIpjNh3aWnI_yaVId7OLVq3zQGRHvQ0A/viewform" target="_blank"><br />
<strong>✍</strong>ลงทะเบียนออนไลน์<br />
</a><br />
<a class="custom-btn btn-green-light" href="https://drive.google.com/file/d/12GUyoSXUgpWkgp7hlavSkEglb9fh1T8s/view" target="_blank"><br />
<strong>⬇️</strong>ดาวน์โหลดเอกสาร<br />
</a></div>
</p>
<h3>หัวข้อสัมมนาที่น่าสนใจ</h3>
<ul>
<li>Green Building สิ่งที่โลกต้องการในภาวะวิกฤตพลังงานและสิ่งแวดล้อม</li>
<li>สารพันปัญหาอาคาร….แก้ไขได้ ประสบการณ์จริงในการแก้ปํญหาอาคาร</li>
<li>Building Upgrade Technology</li>
<li>Green Loan…ส่วนสนับสนุนสำคัญที่ทำให้โลกเขียวได้จริง การบริหารอาคารอย่างมืออาชีพ</li>
<li>ประสบการณ์ Green Building และการบริหารในต่างประเทศ</li>
<li>ชมเทคโนโลยีใช้งานจริง The Nova Expo 2026</li>
</ul>
<h3>สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม</h3>
<p><strong>บริษัท เทคโนโลยี มีเดีย จำกัด</strong><br />
โทร. 0-2354-5333 ext. 500, 503 หรือ 08-3096-6055<br />
อีเมล์ seminar@greennetworkseminar.com</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/greenbuilding/">งานสัมมนาเชิงวิชาการ เรื่อง “อาคารที่มุ่งสู่ Green Building”</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ชไนเดอร์ อิเล็คทริค แนะดาต้าเซ็นเตอร์ เตรียมรับมือข้อบังคับใช้สารทำความเย็นค่า GWP ต่ำ ลดภาวะโลกร้อน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/se-low-gwp-refrigerants-aer-coming/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 27 Apr 2026 09:31:38 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Technology]]></category>
		<category><![CDATA[GWP]]></category>
		<category><![CDATA[ชไนเดอร์ อิเล็คทริค]]></category>
		<category><![CDATA[ดาตาเซนเตอร์]]></category>
		<category><![CDATA[สารทำความเย็น]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=43911</guid>

					<description><![CDATA[<p>ชไนเดอร์ อิเล็คทริค (Schneider Electric) ผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีพลังงาน แนะอุตสาหกรรมดาต้าเซ็นเตอร์ เตรียมรับมือข้อบังคับใช้สารทำความเย็นค่า GWP ต่ำ เพื่อลดภาวะโลกร้อน ผ่านการควบคุมและลดปริมาณการใช้สาร HFCs และมลพิษอื่นลงอย่างเป็นรูปธรรม กฎข้อบังคับของสำนักงานปกป้องสิ่งแวดล้อมแห่งสหรัฐอเมริกา (U.S. Environmental Protection Agency’s regulation states) หรือ EPA ที่กำลังจะมีผลบังคับใช้นั้นระบุว่า อุปกรณ์ ใหม่สำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ จะต้องใช้สารทำความเย็นที่มีค่าศักยภาพในการทำให้เกิดโลกร้อน (Global Warming Potential) หรือ&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/se-low-gwp-refrigerants-aer-coming/">ชไนเดอร์ อิเล็คทริค แนะดาต้าเซ็นเตอร์ เตรียมรับมือข้อบังคับใช้สารทำความเย็นค่า GWP ต่ำ ลดภาวะโลกร้อน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ชไนเดอร์ อิเล็คทริค (</strong><a href="https://www.se.com/th/th/" target="_blank" rel="noopener"><strong>Schneider Electric</strong></a><strong>) ผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีพลังงาน แนะอุตสาหกรรมดาต้าเซ็นเตอร์ เตรียมรับมือข้อบังคับใช้สารทำความเย็นค่า GWP ต่ำ เพื่อลดภาวะโลกร้อน ผ่านการควบคุมและลดปริมาณการใช้สาร HFCs และมลพิษอื่นลงอย่างเป็นรูปธรรม</strong></p>
<p><span id="more-43911"></span></p>
<p>กฎข้อบังคับของสำนักงานปกป้องสิ่งแวดล้อมแห่งสหรัฐอเมริกา (U.S. Environmental Protection Agency’s regulation states) หรือ EPA ที่กำลังจะมีผลบังคับใช้นั้นระบุว่า อุปกรณ์ ใหม่สำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ จะต้องใช้สารทำความเย็นที่มีค่าศักยภาพในการทำให้เกิดโลกร้อน (Global Warming Potential) หรือ GWP ต่ำกว่า 700 โดยจะเริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2027</p>
<p>ทั้งนี้ค่า GWP คือ ดัชนีวัดความอันตรายของสารที่มีต่อสภาพภูมิอากาศ ตัวเลขยิ่งต่ำยิ่งส่งผลเสียต่อสิ่งแวดล้อมน้อยลง ซึ่งสารทำความเย็นที่ใช้ในเครื่องปรับอากาศในดาต้าเซ็นเตอร์ส่วนใหญ่ในปัจจุบัน เช่น R-410A และ R-407C มีค่า GWP สูงเกินขีดจำกัดค่อนข้างมาก แม้ว่าการติดตั้งเดิมจะยังคงใช้งานและบำรุงรักษาต่อไปได้ แต่อุปกรณ์ใหม่ที่ติดตั้งหลังจากนี้จะต้องเปลี่ยนไปใช้สารทำความเย็นชนิดใหม่ที่มีค่า GWP ต่ำเท่านั้น</p>
<h3>ทำไมกฎหมายฉบับนี้ถึงมีความสำคัญ</h3>
<p>กฎหมายที่เป็นหัวใจสำคัญของการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบด้านสารทำความเย็นคือ พระราชบัญญัติการผลิตและนวัตกรรมแห่งอเมริกา (American Innovation Manufacturing Act หรือ AIM Act) โดยรายละเอียดขั้นสุดท้ายที่มีผลกระทบต่อดาดต้าเซ็นเตอร์ได้รับการสรุปออกมาเมื่อช่วงปลายปี 2024 โดยเป้าหมายของกฎหมายฉบับนี้คือการลดภาวะโลกร้อน ผ่านการควบคุมและลดปริมาณการใช้สาร HFCs (Hydrofluorocarbons) รวมถึงมลพิษอื่นๆ ลงอย่างเป็นรูปธรรม</p>
<p>สิ่งสำคัญที่ต้องตระหนักคือ ในปัจจุบันอุตสาหกรรมดาต้าเซ็นเตอร์ยังคงพึ่งพาสารทำความเย็นที่มีค่าการปล่อยมลพิษสูงเกินกว่าขีดจำกัดที่ EPA กำหนดซึ่งกำลังจะเริ่มบังคับใช้ในเร็วๆ นี้</p>
<h3>การเปลี่ยนสารทำความเย็นครั้งนี้สำคัญอย่างไรกับดาต้าเซ็นเตอร์</h3>
<p>ย้อนนึกไปถึงปี 2010 เมื่อตอนที่ EPA สั่งแบนการผลิตอุปกรณ์ที่ใช้สารทำความเย็น R-22 หลังจากนั้นอีก 10 ปีต่อมา การผลิตและการนำเข้า R-22 ในสหรัฐอเมริกาก็สิ้นสุดลงอย่างถาวรและในปัจจุบันผู้ดูแลโครงสร้างพื้นฐานดาต้าเซ็นเตอร์จะสามารถเข้าถึง R-22 ได้เมื่อเป็นสารที่นำกลับมาบำบัดใหม่จากระบบรุ่นเก่าเท่านั้น</p>
<p>ในอดีตอุตสาหกรรมสามารถผ่านช่วงการเปลี่ยนผ่านนี้ไปได้ไม่ยากนัก เพราะระบบทำความเย็นเดิมสามารถปรับเปลี่ยนให้รองรับสารทำความเย็นตัวใหม่ R-407C ที่สอดคล้องตามข้อกำหนดได้ง่าย แต่การเปลี่ยนผ่านสารทำความเย็นในครั้งนี้มีความซับซ้อนกว่าเดิม</p>
<h3>ผลกระทบดาต้าเซ็นเตอร์จากกฎข้อบังคับใช้ค่า GWP ต่ำ</h3>
<p><strong>ข้อกำหนดด้านขนาดห้อง (ขีดจำกัดปริมาณสารทำความเย็นต่อปริมาตร)</strong> ในอดีตการพิจารณาจะมุ่งเน้นไปที่การทำให้ชุดระบายความร้อนมีขนาดพอดีกับห้องและมีทิศทางลมที่ดีเท่านั้น แต่ในปัจจุบันต้องคำนึงถึง &#8220;ขนาดโดยรวมของห้อง&#8221; ด้วยเช่นกัน มาตรฐานใหม่ที่ได้รับการปรับปรุงได้กำหนด &#8220;ขนาดห้องขั้นต่ำ&#8221; สำหรับเครื่องปรับอากาศ โดยคำนวณจากปริมาณสารทำความเย็นที่บรรจุอยู่ภายในเครื่อง ทั้งนี้เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดส่วนผสมของอากาศที่อันตราย หากเกิดการรั่วไหลของสารทำความเย็น จึงเป็นเหตุผลว่า ทำไมขนาดของห้องจึงกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องนำมาพิจารณาตั้งแต่ขั้นตอนการวางแผน</p>
<p><strong>ระบบระบายอากาศในห้อง</strong> แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดคือการสร้างพื้นที่สำหรับอุปกรณ์ไอทีให้มิดชิดและมีเกราะป้องกันไอความชื้นที่ดี ปัจจุบันหากห้องนั้นมีขนาดห้องไม่ตรงตามเกณฑ์ขั้นต่ำที่กำหนดของการบรรจุสารทำความเย็น จำเป็นต้องติดตั้งระบบระบายอากาศเพิ่มเติม ซึ่งหน่วยทำความเย็นของชไนเดอร์ อิเล็คทริคได้รวมระบบตรวจจับการรั่วไหลตั้งแต่ระยะเริ่มต้นและตรรกะการตอบสนองที่สามารถใช้เพื่อสั่งการระบบระบายอากาศของห้องได้ทันที ช่วยลดความซับซ้อนและค่าใช้จ่ายในการติดตั้ง</p>
<h3><strong>ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ก้าวหน้าไปอีกขั้น</strong></h3>
<p>ชไนเดอร์ อิเล็คทริคเล็งเห็นแนวโน้มของข้อกำหนดทางกฎหมายที่กำลังจะเกิดขึ้นเหล่านี้ จึงได้ดำเนินการเตรียมความพร้อมล่วงหน้า โดยปรับโฉมการออกแบบและเริ่มใช้งานระบบทำความเย็นที่ใช้สารทำความเย็นค่า GWP ต่ำ ในดาต้าเซ็นเตอร์ตั้งแต่ปี 2023 ในอเมริกาเหนือ และได้ขยายการใช้งานยูนิตเพิ่มเติมในยุโรปช่วงปี 2024 เป็นต้นมา</p>
<p>แนวทางการทำงานเชิงรุกของชไนเดอร์ อิเล็คทริคในการตรวจสอบประสิทธิภาพของระบบใหม่ในโลกแห่งความเป็นจริง ช่วยให้สามารถนำเสนอโซลูชันค่า GWP ต่ำที่แข็งแกร่งให้กับลูกค้าได้อย่างมั่นใจ แม้ระบบเหล่านี้จะเป็นเรื่องใหม่สำหรับหลายคน แต่ สำหรับชไนเดอร์ อิเล็คทริคเทคโนโลยีนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่</p>
<p>สำหรับคุณสมบัติโดดเด่นในกลุ่มผลิตภัณฑ์ของชไนเดอร์ อิเล็คทริคที่ใช้สารทำความเย็นค่า GWP ต่ำ ได้แก่</p>
<ul>
<li>ระบบตรวจจับสารทำความเย็นในตัว พร้อมสัญญาณแจ้งเตือนด้วยเสียงและภาพ</li>
<li>ระบบปิดการทำงานของคอมเพรสเซอร์โดยอัตโนมัติเมื่อตรวจพบการรั่วไหล</li>
<li>การทำงานของพัดลมเพื่อเจือจางความเข้มข้นของสารทำความเย็น พร้อมตัวเลือกในการสั่งเปิดระบบระบายอากาศห้อง</li>
<li>ประสิทธิภาพการตรวจจับสารทำความเย็นที่ผ่านการทดสอบมาตรฐาน ULที่มีความเชื่อถือได้สูง</li>
</ul>
<p>ชไนเดอร์ อิเล็คทริคไม่ได้เพิ่งเริ่มต้นรับมือกับผลกระทบของกฎข้อบังคับค่า GWP ต่ำ ในอุปกรณ์ทำความเย็นสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ แม้ว่าจะยังพอมีเวลาในการเตรียมตัว แต่ขอแนะนำอย่างยิ่งให้ผู้ที่ดูแลอุปกรณ์ทำความเย็น เริ่มพิจารณาวางแผนปฏิบัติการตั้งแต่ตอนนี้</p>
<h3>อะไรคือผลกระทบในเชิงปฏิบัติ</h3>
<p>การเตรียมองค์กรให้พร้อมสำหรับการเปลี่ยนผ่านที่ราบรื่นสามารถเริ่มทำได้ทันที โดยการปรับเปลี่ยนลำดับขั้นตอนการทำงานในปัจจุบันเพียงเล็กน้อย และพิจารณาขั้นตอนเหล่านี้เพื่อเตรียมธุรกิจให้พร้อมรับมือกับข้อกําหนดการใช้สารทำความเย็น GWP ต่ำ ในวันที่ 1 มกราคม 2027</p>
<ul>
<li>เลือกผู้ให้บริการโซลูชันดาต้าเซ็นเตอร์ที่มีประสบการณ์จริงที่พิสูจน์แล้วในการติดตั้งและใช้งานเทคโนโลยีที่ใช้สารทำความเย็นค่า GWP ต่ำ ได้สำเร็จ</li>
<li>ตรวจสอบแผนการดำเนินโครงการต่างๆ ในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 เป็นต้นไป จะต้องใช้สารทำความเย็นที่ถูกต้องตามข้อกำหนดเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการติดขัดหรือการหยุดชะงักในนาทีสุดท้าย</li>
<li>ให้ความรู้แก่ทีมงาน อบรมทีมงานเกี่ยวกับสารทำความเย็นชนิดใหม่และวิธีการตอบสนองหากเกิดเหตุรั่วไหล</li>
</ul>
<p><strong>ชไนเดอร์ อิเล็คทริค</strong> จะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่รองรับมาตรฐานค่า GWP ต่ำตัวแรกในเดือนเมษายน 2026 และจะทยอยเปิดตัวรุ่นอื่นๆ ตามมา</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/se-low-gwp-refrigerants-aer-coming/">ชไนเดอร์ อิเล็คทริค แนะดาต้าเซ็นเตอร์ เตรียมรับมือข้อบังคับใช้สารทำความเย็นค่า GWP ต่ำ ลดภาวะโลกร้อน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>บีไอจีมั่นใจผลิตก๊าซคาร์บอนต่ำรองรับวิกฤต พร้อมยกระดับจากผู้จำหน่ายก๊าซ สู่พาร์ทเนอร์ลดคาร์บอนภาคอุตสาหกรรมไทย</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/big-low-carbon-net-zero/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 27 Apr 2026 06:26:16 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซคาร์บอนต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซอุตสาหกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[บีไอจี]]></category>
		<category><![CDATA[ลดคาร์บอน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=43892</guid>

					<description><![CDATA[<p>อรลา เจริญลาภ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บางกอกอินดัสเทรียลแก๊ส จำกัด (บีไอจี) เผยแผนขับเคลื่อนธุรกิจในช่วง 3–5 ปีข้างหน้า ท่ามกลางความผันผวนของพลังงานโลกและสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ โดยยืนยันว่าบีไอจีไม่ได้มองบทบาทของตนเองเป็นเพียงผู้จำหน่ายก๊าซอุตสาหกรรมอีกต่อไป แต่กำลังก้าวสู่การเป็นผู้พัฒนาและขับเคลื่อนโครงสร้างพื้นฐานคาร์บอนต่ำของประเทศ เพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมไทยให้สามารถแข่งขันและเติบโตได้อย่างยั่งยืนและมีความมั่นคงด้านพลังงาน (Energy Security) ในระยะยาว และมั่นใจว่าบีไอจีจะสามารถส่งมอบผลิตภัณฑ์ก๊าซอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำได้อย่างต่อเนื่องในช่วงเวลาวิกฤต ยกระดับสู่ Low-Carbon Industrial Gas &#38; Energy Solution Provider อรลา เจริญลาภ กรรมการผู้จัดการ บริษัท&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/big-low-carbon-net-zero/">บีไอจีมั่นใจผลิตก๊าซคาร์บอนต่ำรองรับวิกฤต พร้อมยกระดับจากผู้จำหน่ายก๊าซ สู่พาร์ทเนอร์ลดคาร์บอนภาคอุตสาหกรรมไทย</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>อรลา เจริญลาภ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บางกอกอินดัสเทรียลแก๊ส จำกัด (บีไอจี) เผยแผนขับเคลื่อนธุรกิจในช่วง </strong><strong>3–5 </strong><strong>ปีข้างหน้า ท่ามกลางความผันผวนของพลังงานโลกและสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ โดยยืนยันว่าบีไอจีไม่ได้มองบทบาทของตนเองเป็นเพียงผู้จำหน่ายก๊าซอุตสาหกรรมอีกต่อไป แต่กำลังก้าวสู่การเป็นผู้พัฒนาและขับเคลื่อนโครงสร้างพื้นฐานคาร์บอนต่ำของประเทศ</strong> <strong>เพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมไทยให้สามารถแข่งขันและเติบโตได้อย่างยั่งยืนและมีความมั่นคงด้านพลังงาน </strong><strong>(</strong><strong>E</strong><strong>nergy Security) </strong><strong>ในระยะยาว และมั่นใจว่าบีไอจีจะสามารถส่งมอบผลิตภัณฑ์ก๊าซอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำได้อย่างต่อเนื่องในช่วงเวลาวิกฤต</strong></p>
<p><span id="more-43892"></span></p>
<h3>ยกระดับสู่ Low-Carbon Industrial Gas &amp; Energy Solution Provider</h3>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">อรลา เจริญลาภ</span> กรรมการผู้จัดการ บริษัท บางกอกอินดัสเทรียลแก๊ส จำกัด (บีไอจี) </strong>กล่าวว่า บีไอจีวางยุทธศาสตร์ระยะกลางถึงยาว ในการขยายการลงทุนด้านก๊าซอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ ควบคู่กับการนำเทคโนโลยีและโซลูชันจากก๊าซอุตสาหกรรมมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระดับกระบวนการผลิต เช่น การใช้ออกซิเจนคาร์บอนต่ำเพื่อช่วยให้กระบวนการเผาไหม้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดการใช้เชื้อเพลิงหลักและลดการปล่อยคาร์บอน โดยมีการใช้งานจริงแล้วในอุตสาหกรรมโรงกระดาษและอุตสาหกรรมเหล็ก</p>
<p>“ความผันผวนของราคาพลังงาน โดยเฉพาะจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง เป็นความท้าทายระดับโลก แต่สำหรับบีไอจี เรามองว่านี่คือบทพิสูจน์ของความจำเป็นในการวางระบบพลังงานที่ยืดหยุ่นและยั่งยืนในระยะยาว อุตสาหกรรมไทยต้องมองเรื่องประสิทธิภาพพลังงาน เทคโนโลยี และการลดคาร์บอน เป็นส่วนหนึ่งของความสามารถในการแข่งขัน” <strong>อรลา </strong>กล่าว</p>
<h3>Global Synergy จาก Air Products เสริมศักยภาพการแข่งขัน</h3>
<p>การเป็นส่วนหนึ่งของ Air Products ผู้นำระดับโลกด้านก๊าซอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีไฮโดรเจน ช่วยยกระดับบีไอจีจากผู้เล่นในประเทศสู่การเป็น <strong>ผู้ขับเคลื่อนการลดคาร์บอนในภาคอุตสาหกรรม (</strong><strong>Industrial Decarbonization Enabler)</strong> โดยสามารถนำองค์ความรู้ เทคโนโลยี และประสบการณ์จากอุตสาหกรรมที่ใช้พลังงานเข้มข้นทั่วโลก เช่น เคมี ปิโตรเคมี เหล็ก ซีเมนต์ และพลังงาน มาประยุกต์ใช้กับบริบทของอุตสาหกรรมไทยอย่างเป็นรูปธรรม</p>
<p>บีไอจีได้นำเทคโนโลยีด้าน  Air Separation และ Hydrogen Production ที่มีประสิทธิภาพพลังงานสูง รวมถึงโซลูชันก๊าซคาร์บอนต่ำ มาช่วยให้ลูกค้าลดการปล่อยคาร์บอนได้จริงในระดับการผลิต ไม่ใช่เพียงการชดเชยคาร์บอนในภายหลัง</p>
<p>“เราไม่ได้แข่งขันกันแค่ที่ผลิตภัณฑ์หรือราคา แต่แข่งขันกันที่โซลูชันและผลลัพธ์ที่ลูกค้าได้รับ บีไอจีทำงานร่วมกับลูกค้าในฐานะพาร์ตเนอร์ด้านการลดคาร์บอน เพื่อช่วยให้อุตสาหกรรมไทยพร้อมรองรับมาตรฐาน ESG และกฎระเบียบคาร์บอนที่เข้มข้นขึ้นทั่วโลก” <strong>อรลา </strong>กล่าว</p>
<h3>MAP2 โครงสร้างพื้นฐานสำคัญก๊าซอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำของประเทศ</h3>
<p>หนึ่งในโครงการยุทธศาสตร์ที่สะท้อนการลงทุนเชิงโครงสร้างพื้นฐาน คือ <strong>โครงการโรงแยกอากาศจากการใช้ประโยชน์ความเย็นจาก LNG แห่งที่ 2 (MAP2) </strong>ซึ่งบีไอจีร่วมลงทุนกับ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เพื่อต่อยอดการผลิตก๊าซอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ โดยนำความเย็นที่เหลือจากกระบวนการแปรสภาพ LNG (Cold Energy Utilization) มาใช้ในการแยกอากาศ ช่วยลดการใช้พลังงานไฟฟ้า ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพิ่มเสถียรภาพในการผลิตก๊าซภายในประเทศ และเสริมความมั่นคงด้านพลังงานให้กับภาคอุตสาหกรรมไทยในระยะยาว</p>
<p>โรงแยกอากาศแห่งแรกที่ระยองเริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2564 และสามารถช่วยลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 100,000 ตันต่อปี โดยโรงแยกอากาศ MAP2 มีกำหนดแล้วเสร็จในปี 2571 เพิ่มกำลังการผลิตก๊าซอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำกว่า 450,000 ตันต่อปี เพื่อรองรับอุตสาหกรรมสำคัญ เช่น ปิโตรเคมี โลหะ ยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ และอาหาร</p>
<p>“นี่คือการลดคาร์บอนตั้งแต่ระดับโครงสร้างพื้นฐาน ไม่ใช่เพียงการชดเชยในภายหลัง และเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทยในเวทีโลก” <strong>อรลา </strong>กล่าว</p>
<h3>เดินหน้า Hydrogen Economy ด้วยความร่วมมือแบบ Ecosystem</h3>
<p>บีไอจียังคงเดินหน้าส่งเสริมการใช้ไฮโดรเจนอย่างต่อเนื่องทั้งในภาคขนส่งและพลังงาน โดยมองว่าวิกฤตพลังงานโลกเป็นโอกาสในการเร่งพัฒนาพลังงานทางเลือกที่สะอาดและมั่นคง บีไอจีร่วมมือกับ PTT Group และ Toyota ร่วมก่อตั้งสมาคมไฮโดรเจน ประเทศไทย ในการพัฒนาเศรษฐกิจไฮโดรเจนในลักษณะ Ecosystem ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ พร้อมทำงานร่วมกับภาครัฐเพื่อสนับสนุนนโยบายและมาตรฐานด้านพลังงานไฮโดรเจน</p>
<p>นอกจากนี้ บีไอจียังศึกษาความเป็นไปได้ในการนำไฮโดรเจนไปใช้ร่วมกับการผลิตไฟฟ้า เพื่อเสริมความมั่นคงทางพลังงานของประเทศในอนาคต</p>
<h3>ความยั่งยืนคือแหล่งเติบโตทางธุรกิจ</h3>
<p>บีไอจีมองการลดคาร์บอนไม่ใช่ต้นทุน แต่เป็นแหล่งสร้างผลตอบแทนระยะยาว ผ่านการเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานและการพัฒนาโซลูชันก๊าซอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ บีไอจีตั้งเป้าหมายมุ่งสู่ Net Zero ภายในปี ค.ศ.2050</p>
<p>“แม้เทคโนโลยีคาร์บอนต่ำจะมีต้นทุนสูงกว่าในระยะสั้น แต่การลงทุนวันนี้คือการประกันความสามารถในการแข่งขันและความอยู่รอดของอุตสาหกรรมไทยในอีก 20–30 ปีข้างหน้า บีไอจีไม่ได้มุ่งแค่การขายก๊าซ แต่ต้องการเป็นพาร์ตเนอร์ที่ช่วยให้อุตสาหกรรมไทยเติบโตได้อย่างมั่นคงในโลกคาร์บอนต่ำ” <strong>อรลา </strong>กล่าว</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/big-low-carbon-net-zero/">บีไอจีมั่นใจผลิตก๊าซคาร์บอนต่ำรองรับวิกฤต พร้อมยกระดับจากผู้จำหน่ายก๊าซ สู่พาร์ทเนอร์ลดคาร์บอนภาคอุตสาหกรรมไทย</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>นักวิจัย มจธ. แนะเคล็ดลับ ใช้แอร์ประหยัดพลังงานฉบับประชาชน ทางรอดสู้วิกฤตค่าไฟแพง</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/energy-saving-air-conditioner/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 27 Apr 2026 04:54:32 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Focus]]></category>
		<category><![CDATA[การเลือกซื้อเครื่องปรับอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[การใช้เครื่องปรับอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[ประหยัดพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องปรับอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[แอร์]]></category>
		<category><![CDATA[แอร์ประหยัดพลังงาน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=43887</guid>

					<description><![CDATA[<p>ท่ามกลางสภาพอากาศร้อนจัดที่ปกคลุมหลายพื้นที่ของไทยในช่วงนี้ ทำให้หลายครัวเรือนต้องเปิดพัดลมและเครื่องปรับอากาศกันหนักขึ้น ในขณะที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ได้มีมติกำหนดปรับค่าไฟฟ้างวดเดือนพฤษภาคม &#8211; สิงหาคม 2569 เพิ่มขึ้นอยู่ที่ 3.95 บาทต่อหน่วย ทำให้ภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานของครัวเรือนไทยมีแนวโน้มสูงขึ้น คำถามที่ตามมาคือเราจะใช้ชีวิตอย่างไรให้เย็นสบายโดยที่บิลค่าไฟไม่พุ่งจนน่าตกใจ รศ.ดร.วันชัย อัศวภูษิตกุล อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) กล่าวว่า ในสถานการณ์เช่นนี้ทางออกไม่ได้อยู่ที่การฝืนทนร้อนจนคุณภาพชีวิตแย่ลง แต่คือการทำความเข้าใจหลักฟิสิกส์ของการถ่ายเทความร้อนและปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวันเพียงเล็กน้อยเพื่อหาจุดสมดุลระหว่างความสบายกับการใช้เงินอย่างคุ้มค่าที่สุด ดร.วันชัย อธิบายว่า ในทางฟิสิกส์นั้น &#8220;ความเย็น&#8221; ไม่มีอยู่จริง มีเพียงการที่ร่างกายสูญเสียความร้อนออกไปเท่านั้น ซึ่งเป็นหลักการถ่ายเทความร้อน ที่ความร้อนจะไหลไปสู่ที่ที่มีอุณหภูมิต่ำกว่าเสมอ&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/energy-saving-air-conditioner/">นักวิจัย มจธ. แนะเคล็ดลับ ใช้แอร์ประหยัดพลังงานฉบับประชาชน ทางรอดสู้วิกฤตค่าไฟแพง</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ท่ามกลางสภาพอากาศร้อนจัดที่ปกคลุมหลายพื้นที่ของไทยในช่วงนี้ ทำให้หลายครัวเรือนต้องเปิดพัดลมและเครื่องปรับอากาศกันหนักขึ้น ในขณะที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ได้มีมติกำหนดปรับค่าไฟฟ้างวดเดือนพฤษภาคม &#8211; สิงหาคม 2569 เพิ่มขึ้นอยู่ที่ 3.95 บาทต่อหน่วย ทำให้ภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานของครัวเรือนไทยมีแนวโน้มสูงขึ้น คำถามที่ตามมาคือเราจะใช้ชีวิตอย่างไรให้เย็นสบายโดยที่บิลค่าไฟไม่พุ่งจนน่าตกใจ</strong></p>
<p><span id="more-43887"></span></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">รศ.ดร.วันชัย อัศวภูษิตกุล </span>อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) </strong>กล่าวว่า ในสถานการณ์เช่นนี้ทางออกไม่ได้อยู่ที่การฝืนทนร้อนจนคุณภาพชีวิตแย่ลง แต่คือการทำความเข้าใจหลักฟิสิกส์ของการถ่ายเทความร้อนและปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวันเพียงเล็กน้อยเพื่อหาจุดสมดุลระหว่างความสบายกับการใช้เงินอย่างคุ้มค่าที่สุด</p>
<p><strong>ดร.วันชัย </strong>อธิบายว่า ในทางฟิสิกส์นั้น &#8220;ความเย็น&#8221; ไม่มีอยู่จริง มีเพียงการที่ร่างกายสูญเสียความร้อนออกไปเท่านั้น ซึ่งเป็น<strong>หลักการถ่ายเทความร้อน ที่ความร้อนจะไหลไปสู่ที่ที่มีอุณหภูมิต่ำกว่าเสมอ</strong> โดยปกติร่างกายคนเราจะมีอุณหภูมิประมาณ 36-37 องศาเซลเซียส หากอากาศรอบตัวต่ำกว่านี้เราจะรู้สึกสบายตัว แต่เมื่อใดที่อากาศภายนอกร้อนจัดเกินกว่าอุณหภูมิร่างกาย ร่างกายจะระบายความร้อนได้ยากขึ้นจนเกิดอาการอึดอัดและหัวใจเต้นเร็ว หรือหายใจแรงขึ้น หรือมีเหงื่อออก เพื่อช่วยระบายความร้อนออกจากร่างกาย</p>
<p>“หลักการนี้ใช้อธิบายการทำงานของเครื่องปรับอากาศหรือแอร์ได้ เพราะ<strong>แอร์ไม่ได้สร้างความเย็นขึ้นมาใหม่ </strong>แต่ทำหน้าที่ดูดซับพลังงานความร้อนจากในห้องไปทิ้งไว้ข้างนอก ยิ่งเราตั้งอุณหภูมิต่ำมากเท่าไหร่ แอร์ก็ยิ่งต้องทำงานหนักเพื่อซับความร้อนออกไปมากขึ้นเท่านั้น และยิ่งใช้พลังงานมากขึ้น เคล็ดลับสำคัญที่ทำได้ทันทีคือการตั้งอุณหภูมิแอร์<strong>ให้ต่ำกว่าอุณหภูมิร่างกายประมาณ 10 องศาเซลเซียส หรือประมาณ 25 &#8211; 26 องศาเซลเซียส</strong> ซึ่งเป็นจุดที่ร่างกายคนส่วนใหญ่รู้สึกสบายและประหยัดพลังงาน ยิ่งตั้งอุณหภูมิแอร์สูงขึ้นก็ยิ่งประหยัดพลังงานมากขึ้น ดังนั้นเราอาจตั้งอุณหภูมิแอร์ให้สูงกว่านี้ได้เช่น <strong>27 &#8211; 29 องศาเซลเซียส ให้เหมาะกับกิจกรรมที่ทำแต่เรายังรู้สึกสบาย</strong> และที่สำคัญหากรู้สึกร้อนเมื่อเริ่มเปิดเครื่อง ไม่ควรใจร้อนกดลดอุณหภูมิลงไปต่ำมากเพราะจะทำให้เครื่องทำงานเหวี่ยงไปมาจนกินไฟ แต่ควรใช้วิธีเพิ่มความแรงพัดลมแอร์และกระจายลมแอร์ให้ทั่วถึง เพื่อให้ลมช่วยพาความร้อนออกจากผิวหนังได้เร็วขึ้น ซึ่งประหยัดกว่าการเร่งการทำงานของตัวเครื่องแอร์โดยลดอุณหภูมิลงไปต่ำมาก” <strong>ดร.วันชัย </strong>กล่าว</p>
<p>อีกหนึ่งวิธีสำคัญที่ช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าได้ คือการเลือกซื้อเครื่องปรับอากาศให้เหมาะกับการใช้งาน โดยควรดู 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ <strong>ขนาดเครื่อง (BTU/hr) ให้เหมาะกับพื้นที่ห้อง เทคโนโลยีของเครื่องปรับอากาศ และค่าประสิทธิภาพพลังงาน</strong> โดยเลือกขนาดเครื่องให้เหมาะกับพื้นที่ เพราะหากแอร์มีขนาดเล็กเกินไป เครื่องจะต้องทำงานหนักและนานกว่าจะลดอุณหภูมิได้ตามต้องการ ส่งผลให้กินไฟมากขึ้น ขณะที่แอร์ขนาดใหญ่เกินความจำเป็นก็อาจสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ</p>
<p>อย่างไรก็ตาม การเลือกขนาดแอร์ต้องคำนวณปัจจัยร่วมด้วย เช่น ทิศทางแดด ความสูงของเพดาน จำนวนคนในห้อง สภาพแวดล้อม และลักษณะกิจกรรมที่เกิดขึ้นภายในห้อง ด้านเทคโนโลยี แอร์ระบบอินเวอร์เตอร์ (Inverter) จะปรับรอบการทำงานตามภาระความร้อนของห้องได้อย่างต่อเนื่อง จึงใช้พลังงานได้มีประสิทธิภาพกว่าระบบปกติแบบ Fixed Speed ที่ทำงานด้วยการตัด-ต่อ จึงมีแนวโน้มกินไฟมากกว่าเมื่อใช้งานในระยะยาว</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43889" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/energy-saving-air-conditioner-02.jpg" alt="เครื่องปรับอากาศ" width="750" height="409" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/energy-saving-air-conditioner-02.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/energy-saving-air-conditioner-02-300x164.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/energy-saving-air-conditioner-02-150x82.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/energy-saving-air-conditioner-02-500x273.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p><strong>“การเลือกซื้อเครื่องปรับอากาศ ไม่ควรดูแค่ฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 เท่านั้น แต่ควรดูที่ค่า SEER</strong> <strong>(Seasonal Energy Efficiency Ratio : อัตราส่วนประสิทธิภาพพลังงานตามฤดูกาล)</strong> ด้วย ซึ่ง<strong>ค่า SEER ยิ่งมีค่าสูงยิ่งสะท้อนถึงความคุ้มค่าในการใช้ไฟฟ้า</strong> ตัวอย่างเช่น เมื่อเปรียบเทียบแอร์ขนาด 12,000 BTU/hr เท่ากัน เราพบว่าเครื่องแบบ Fix Speed ฉลากเบอร์ 5 ระดับ 1 ดาว ที่มีค่า SEER 13.82 BTU/W-hr มีค่าไฟเฉลี่ยต่อปี 12,677 บาทต่อปี ขณะที่เครื่อง Inverter ฉลากเบอร์ 5 ระดับ 1 ดาว ค่า SEER 18 BTU/W-hr มีค่าไฟลดลงเหลือ 9,733 บาทต่อปี รุ่น 2 ดาว ค่า SEER 20 BTU/W-hr มีค่าไฟ 8,734 บาทต่อปี และรุ่น 3 ดาว ค่า SEER 23 BTU/W-hr มีค่าไฟเพียง 7,617 บาทต่อปี ข้อมูลนี้ชี้ชัดเลยว่า แม้จะเป็นแอร์ขนาดเท่ากัน แต่หากเลือกเทคโนโลยีและค่าประสิทธิภาพพลังงานที่ดีกว่า ก็สามารถช่วยประหยัดค่าไฟได้หลายพันบาทต่อปี ดังนั้น การซื้อแอร์จึงไม่ควรมองแค่ราคาตอนซื้อ แต่ต้องมองถึงค่าใช้จ่ายระยะยาวควบคู่กันไปด้วย ส่วนใครที่ยังไม่มีแผนจะซื้อเครื่องใหม่ การหมั่นล้างทำความสะอาดแผ่นกรองฝุ่น หรือล้างแอร์ทุก 6 เดือน ก็เป็นวิธีที่ช่วยรักษาประสิทธิภาพของแอร์และยืดอายุการใช้งานเครื่องได้เป็นอย่างดี” <strong>ดร.วันชัย </strong>กล่าว</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43890" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/energy-saving-air-conditioner-03.jpg" alt="การใช้เครื่องปรับอากาศ" width="750" height="562" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/energy-saving-air-conditioner-03.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/energy-saving-air-conditioner-03-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/energy-saving-air-conditioner-03-150x112.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/energy-saving-air-conditioner-03-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>นอกจากการใช้เครื่องปรับอากาศอย่างมีประสิทธิภาพแล้ว  การประหยัดพลังงานควรครอบคลุมไปถึงการใช้รถยนต์ในชีวิตประจำวันด้วย โดยหลักง่าย ๆ ที่นำไปใช้ได้ทันทีคือ ขับให้เหมือนการทำงานของแอร์แบบอินเวอร์เตอร์ คือเน้น<strong>การขับขี่ให้ “นิ่ง” และ “สม่ำเสมอ” ในความเร็วประมาณ 80 &#8211; 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง</strong> ซึ่งเป็นช่วงที่เครื่องยนต์ทำงานได้มีประสิทธิภาพจะประหยัดน้ำมันได้ดีกว่าการขับด้วยความเร็วสูง หรือขับแบบกระชากที่เปลี่ยนความเร็วสูงขึ้นและลดลงอย่างรวดเร็ว ที่สิ้นเปลืองพลังงานมาก</p>
<p>“เคล็ดลับทั้งหมดนี้ชี้ให้เห็นว่า การมีคุณภาพชีวิตที่ดีท่ามกลางวิกฤตพลังงานไม่ใช่เรื่องไกลตัว หากเราเริ่มจากการเข้าใจพฤติกรรมของตัวเอง ปรับวิธีใช้พลังงานให้เหมาะกับสถานการณ์ และเลือกใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสม ใช้ให้เป็นและใช้ให้ถูก เราก็อยู่อย่างสบายได้โดยไม่ต้องเปลืองเงินในกระเป๋าเกินจำเป็น” <strong>ดร.วันชัย</strong> กล่าวทิ้งท้าย</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/energy-saving-air-conditioner/">นักวิจัย มจธ. แนะเคล็ดลับ ใช้แอร์ประหยัดพลังงานฉบับประชาชน ทางรอดสู้วิกฤตค่าไฟแพง</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เชฟรอนคว้า 4 รางวัลด้านความยั่งยืนจากเวที Annual Global CSR &#038; ESG Summit And Awards ครั้งที่ 18</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/chevron-annual-global-csr-esg-summit-and-awards/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 27 Apr 2026 03:40:01 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Annual Global CSR & ESG Summit And Awards]]></category>
		<category><![CDATA[รางวัลด้านความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[เชฟรอน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=43881</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด คว้า 4 รางวัล จากเวที Annual Global CSR &#38; ESG Summit And Awards ครั้งที่ 18 หนึ่งในรางวัลทรงเกียรติของเอเชียที่ยกย่ององค์กรซึ่งมีความเป็นเลิศด้านความยั่งยืนและธรรมาภิบาล โดยมี ชาทิตย์ ห้วยหงษ์ทอง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด และ พรสุรีย์ กอนันทา รองประธานกรรมการบริหาร ฝ่ายกิจการองค์กร&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/chevron-annual-global-csr-esg-summit-and-awards/">เชฟรอนคว้า 4 รางวัลด้านความยั่งยืนจากเวที Annual Global CSR & ESG Summit And Awards ครั้งที่ 18</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด คว้า 4 รางวัล จากเวที Annual Global CSR &amp; ESG Summit And Awards ครั้งที่ 18 หนึ่งในรางวัลทรงเกียรติของเอเชียที่ยกย่ององค์กรซึ่งมีความเป็นเลิศด้านความยั่งยืนและธรรมาภิบาล โดยมี ชาทิตย์ ห้วยหงษ์ทอง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด และ พรสุรีย์ กอนันทา รองประธานกรรมการบริหาร ฝ่ายกิจการองค์กร เป็นผู้รับมอบรางวัลในสาขาสำคัญ 4 รางวัล ซึ่งเป็นระดับ Platinum 2 รางวัล ในสาขา Best CEO และ CSR &amp; ESG Leadership Award ระดับ Gold 1 รางวัล ในสาขา Best Community Programme Award และระดับ Silver 1 รางวัล ในสาขา Best Environmental Excellence Award โดยได้รับมอบจาก แมทเธียส เกลเบอร์ ผู้ร่วมก่อตั้ง ESG Innovation Hub ณ โรงแรมพูลแมน กรุงเทพฯ จี ซึ่งรางวัลดังกล่าวสะท้อนการยอมรับในระดับภูมิภาคต่อวิสัยทัศน์การบริหารของเชฟรอน ในฐานะบริษัทพลังงานที่สร้างสมดุลระหว่างการเติบโตทางธุรกิจ สิ่งแวดล้อม สังคม โดยงานดังกล่าวจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “AI, Energy &amp; Transition: Resetting ESG in a New Economy” พร้อมรวมผู้นำองค์กรจากทั่วภูมิภาคร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองด้านนวัตกรรมพลังงาน เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม เพื่อเตรียมพร้อมสู่อนาคต</strong></p>
<p><span id="more-43881"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43884" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/chevron-annual-global-csr-esg-summit-and-awards-02.jpg" alt="ชาทิตย์ ห้วยหงษ์ทอง" width="740" height="494" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/chevron-annual-global-csr-esg-summit-and-awards-02.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/chevron-annual-global-csr-esg-summit-and-awards-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/chevron-annual-global-csr-esg-summit-and-awards-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/chevron-annual-global-csr-esg-summit-and-awards-02-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ชาทิตย์ ห้วยหงษ์ทอง</strong></span> <strong>ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด</strong> กล่าวว่า ตลอดเวลากว่า 60 ปี ในประเทศไทย เชฟรอนมุ่งปกป้องสิ่งแวดล้อม เสริมสร้างศักยภาพของผู้คน และขับเคลื่อนผลลัพธ์อย่างถูกต้องตามหลักจริยธรรมในทุกขั้นตอนของการดำเนินงาน เพื่อส่งมอบพลังงานที่สะอาดขึ้น ปลอดภัย และเชื่อถือได้ให้กับประเทศไทย โดยการได้รับรางวัลจากเวที Global CSR &amp; ESG Awards เป็นเครื่องยืนยันถึงแนวทางที่เรายึดมั่น และเป็นแรงผลักดันให้เรายกระดับมาตรฐานการดำเนินงานให้สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมพลังงานไทยสู่อนาคตที่มั่นคงยิ่งขึ้นทุกมิติในอนาคต</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43885" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/chevron-annual-global-csr-esg-summit-and-awards-03.jpg" alt="Annual Global CSR &amp; ESG Summit And Awards ครั้งที่ 18" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/chevron-annual-global-csr-esg-summit-and-awards-03.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/chevron-annual-global-csr-esg-summit-and-awards-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/chevron-annual-global-csr-esg-summit-and-awards-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/chevron-annual-global-csr-esg-summit-and-awards-03-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>ความสำเร็จจากเวที Annual Global CSR &amp; ESG Summit And Awards ครั้งที่ 18 สอดคล้องกับความมุ่งมั่นของเชฟรอนในการขับเคลื่อนธุรกิจภายใต้หลัก ESG โดยด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) บริษัทฯ สามารถลดความเข้มข้นของการปล่อยคาร์บอนลงได้ 18% เมื่อเทียบจากปี 2565 พร้อมต่อยอดความเป็นเลิศด้านนวัตกรรมผ่านการนำเทคโนโลยีใหม่มาใช้สร้างมาตรฐานให้กับอุตสาหกรรม เช่น โครงการนำส่วนบนของแท่นหลุมผลิตกลับมาใช้ประโยชน์ และโครงการนำร่องจัดวางขาแท่นหลุมผลิตเป็นปะการังเทียม ในมิติด้านสังคม (Social) เชฟรอนได้รับการยอมรับอย่างต่อเนื่องจากทั้งชุมชนและองค์กรภายนอก จากโครงการเพื่อสังคมของบริษัทฯ ที่ครอบคลุมกว่า 50 โครงการต่อปีใน 17 จังหวัด รวมถึงด้านธรรมาภิบาล (Governance) เชฟรอนยังคงรักษามาตรฐานสูงสุดด้านจริยธรรมที่สอดคล้องกับหลักวิถีทางของเชฟรอน (The Chevron Way) โดยเชฟรอนยังคงเดินหน้าเป็นหนึ่งในพลังที่ช่วยขับเคลื่อนอุตสาหกรรมพลังงานของประเทศอย่างยั่งยืนต่อไป</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/chevron-annual-global-csr-esg-summit-and-awards/">เชฟรอนคว้า 4 รางวัลด้านความยั่งยืนจากเวที Annual Global CSR & ESG Summit And Awards ครั้งที่ 18</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
