“SEED Symposium 2020” เพื่อผู้ประกอบการเศรษฐกิจสีเขียว


SEED งานประชุมเชิงวิชาการ “SEED Symposium 2020” ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลเยอรมันในการส่งเสริมธุรกิจเพื่อเศรษฐกิจสีเขียว ให้บรรลุเป้าหมายของการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยมี ดร.อเล็กซานเดอร์ เราโบลด์ ที่ปรึกษาทูต ฝ่ายเศรษฐกิจและการค้า กล่าวเปิดการประชุม โดย ดร.เลวิส อาเคนจิ ผู้อำนวยการบริหาร SEED กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ ความก้าวหน้าของผู้ประกอบการด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมเพื่อเศรษฐกิจสีเขียวและการพัฒนาในอาเซียน

นอกจากการประชุมแลกเปลี่ยนความเห็นร่วมกันแล้วยังมีผู้ประกอบการรุ่นใหม่นำผลิตภัณฑ์ที่ได้รับรางวัลมาร่วมจัดแสดงด้วย รวมทั้งผู้ประกอบการไทยที่ได้รับรางวัล “SEED Award” ด้วย อาทิ การสร้างผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 100% จากผลิตภัณฑ์กระดาษจากฟางข้าวโดยชุมชนท้องถิ่น จากผู้ประกอบการที่สมัครเข้าแข่งขันจำนวน 906 ราย ใน 9 ประเทศ โดยมีผู้เข้าแข่งขันแบ่งเป็นผู้ประกอบการด้านเกษตร คิดเป็นร้อยละ 43% รองลงมา ผู้ประกอบการด้านอุตสาหกรรมรีไซเคิล คิดเป็นร้อยละ 21% ผู้ประกอบการด้านพลังงาน คิดเป็นร้อยละ 16% และผู้ประกอบการอื่นๆ คิดเป็นร้อยละ 20% พร้อมผลักดันให้เข้าสู่การเป็นผู้ประกอบการเศรษฐกิจสีเขียว

SEED ก่อตั้งขึ้นในปี 2545 ในฐานะโครงการความร่วมมือระดับโลกสำหรับการดำเนินการเกี่ยวกับการพัฒนาที่ยั่งยืน SEED นำเสนอโปรแกรมการพัฒนาธุรกิจ (ตั้งแต่การบ่มเพาะจนถึงระยะเติบโต) ที่ให้การสนับสนุนธุรกิจขนาดเล็กและขนาดย่อมที่ต้องการเติบโตโดยใช้กลไกตลาดในการเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมที่สร้างผลกระทบที่ดีต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมในบริบทเศรษฐกิจสีเขียว ในขณะเดียวกัน SEED ได้ดำเนินกิจกรรมการสร้างระบบนิเวศเพื่อระดมความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนภาครัฐและสังคมควบคู่ไปกับโครงการสนับสนุนที่มีต่อผู้ประกอบกิจการโดยตรง ทั้งนี้ เพื่อร่วมกันกำหนดนโยบายเป้าหมายและกลไกทางการเงินที่จะช่วยให้ผู้ประกอบการเหล่านี้ประสบความสำเร็จในฐานะผู้นำในการขับเคลื่อนนวัตกรรม การพัฒนาที่ยั่งยืนและเศรษฐกิจสีเขียวโดยรวม

ดร.เลวิส อาเคนจิ
ดร.เลวิส อาเคนจิ

ดร.เลวิส อาเคนจิ ผู้อำนวยการบริหาร SEED กล่าวว่า SEED ได้ส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาของผู้ประกอบการด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม ในการขับเคลื่อนวาระการพัฒนาที่ยั่งยืนในภูมิภาคอาเซียน เพื่อโดยสนับสนุนผู้ประกอบการและนวัตกรรมใหม่ ๆ ในการแก้ไขปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม พร้อมผลักดันให้เข้าสู่การดำเนินธุรกิจแบบเศรษฐกิจสีเขียว โดยในปี 2019 มีผู้ประกอบการสมัครเข้าร่วมโครงการ 906 ราย จาก 9 ประเทศ จากประเทศในทวีปแอฟฟริกา จำนวน 690 ราย และภูมิภาคเอเชีย จำนวน 216 ราย ซึ่งในจำนวนนี้มีผู้สมัครจากประเทศไทย จำนวน 38 ราย แบ่งเป็นผู้ประกอบการด้านเกษตร คิดเป็นร้อยละ 43% รองลงมา ผู้ประกอบการด้านอุตสาหกรรมรีไซเคิล คิดเป็นร้อยละ 21% ผู้ประกอบการด้านพลังงาน คิดเป็นร้อยละ 16% และผู้ประกอบการอื่นๆ คิดเป็นร้อยละ 20% ตามลำดับ

“ ในปีที่ผ่านมา ผู้ประกอบการเศรษฐกิจสีเขียวมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยมาตรการนโยบายของรัฐบาลที่กำหนดเป้าหมายให้มีการสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพธุรกิจบริการ การเข้าถึงแหล่งเงินทุน ตลอดจนสภาวะตลาดที่เอื้ออำนวย ทำให้องค์กรขนาดเล็กที่กำลังเติบโตสามารถมีส่วนร่วมในการเป็นผู้ประกอบการพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียวเพิ่มมากขึ้น โดยการประชุมครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความพยายามของภาครัฐ อาทิ สถาบันวิจัยเศรษฐกิจป๋วย อึ๊งภากรณ์ ธนาคารแห่งประเทศ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร และสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย ซึ่งได้นำเสนอโครงการพัฒนาเชิงบูรณาการที่หลากหลาย การเชื่อมโยงกับเทคโนโลยี และความร่วมมือกับกิจการขนาดเล็ก หรือ Tech Startup เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาภาคเกษตรและชุมชน” ดร.เลวิส กล่าว

จารุวรรณ คำเมือง
จารุวรรณ คำเมือง

ด้าน จารุวรรณ คำเมือง ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ หจก.ฟางไทย แฟตอรี่ ผู้รับรางวัลชนะเลิศบรรจุภัณฑ์ทำจากกระดาษฟางข้าวโดยชุมชนท้องถิ่น กล่าวว่า หลังจากที่เข้าร่วมโครงการกับ SEED ในการให้คำปรึกษาด้านแผนธุรกิจ การติดตามพัฒนาการและขยายผลการดำเนินการ ทำให้สามารถเข้าใจเกี่ยวกับหลักการดำเนินธุรกิจ กลยุทธ์ในการขยายตลาด เพื่อนำมาปรับใช้ให้เข้าธุรกิจของตนมากขึ้น

“เนื่องจากเกษตรกรในชุมชนหลังจากเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้ว มักจะใช้วิธีการเผาฟางข้าว ซึ่งก่อปัญหาการปล่อยควันและก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์ เพื่อเปลี่นจากของเสียเป็นโอกาส เธอจึงตัดสินใจที่จะทำกระดาษย่อยสลายได้ 100% จากฟางข้าว อีกทั้งยังเป็นการสร้างรายได้ให้กับเกษตรกร จึงกำเนิดเป็นบรรจุภัณฑ์ทำจากกระดาษฟางข้าว นำฟางข้าสที่เหลือจากการเก็บเกี่ยวผลผลิตมาแปรรูปเป็นกระดาษ กล่อง บรรจุภัณฑ์ ซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาดในปัจจุบัน โดยทางฟางไทยหวังว่าจะได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุนและมีส่วนร่วมในธุรกิจรักษาสิ่งแวดล้อมในครั้งนี้” จารุวรรณ กล่าวเพิ่มเติม

SEED ได้เห็นความสำคัญของรางวัล “SEED Award” เพราะมีกระบวนการทำงานร่วมกันแบบเป็นหุ้นส่วน เพื่อนำเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาแบบมุ่งเน้นอนาคต เราเชื่อมั่นว่าธุรกิจที่ชนะรางวัลจะสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อชุมชนด้วยวิธีแก้ปัญหาที่สามารถปรับใช้ได้จริง และสามารถต่อยอดเพื่อแก้ไขปัญหาระดับโลกต่อไป

รางวัล SEED Low Carbon Awards ประจำปี 2562 มีผู้ประกอบการที่ได้รับรางวัลมาจากประเทศกานา อินเดีย อินโดนีเซีย แอฟริกาใต้ ไทยและยูกานดา ได้รับการสนับสนุนโดยกระทรวงสิ่งแวดล้อม การอนุรักษ์ธรรมชาติและความปลอดภัยนิวเคลียร์ของเยอรมัน (BMU) ภายใต้กรอบ International Climate Initiative (IKI) รางวัล SEED Africa Awards ประจำปี 2562 ในประเทศมาลาวี แซมเบีย ซิมบับเว และรางวัล SEED South Africa Climate Adaptation ประจำปี 2562 ในแอฟริกาใต้ ได้รับการสนับสนุนโดย Government of Flanders