<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>กรมชลประทาน | Green Network</title>
	<atom:link href="https://www.greennetworkthailand.com/tag/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b8%a5%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Tue, 27 Feb 2024 07:30:49 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.8.5</generator>

<image>
	<url>https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/green-network-50x50.png</url>
	<title>กรมชลประทาน | Green Network</title>
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>อีสท์ วอเตอร์ เดินหน้าภารกิจเพื่อชุมชนและสังคม ร่วมมือกรมชลประทานเพื่อเกษตรกรในพื้นที่</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/eastwater-csr-eec/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/eastwater-csr-eec/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 27 Feb 2024 07:30:49 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[CSR]]></category>
		<category><![CDATA[EEC]]></category>
		<category><![CDATA[กรมชลประทาน]]></category>
		<category><![CDATA[การบริหารจัดการนํ้า]]></category>
		<category><![CDATA[พื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก]]></category>
		<category><![CDATA[อีสท์ วอเตอร์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=32441</guid>

					<description><![CDATA[<p>อีสท์ วอเตอร์ สานต่อภารกิจเพื่อชุมชนและสังคม จับมือร่วมกับกรมชลประทานเดินหน้าภารกิจเพื่อเกษตรกรในพื้นที่มีน้ำใช้อย่างต่อเนื่องไม่ขาดแคลน นำไปสู่ความร่วมมือกันพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนและสิ่งแวดล้อม พร้อมให้ความสำคัญกับทุกภาคส่วนตั้งแต่ ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ กำหนดนโยบายพัฒนาคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมเพื่อสร้างความยั่งยืนส่งเสริมให้ชุมชน ตลอดจนผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย มีคุณภาพชีวิตที่ดีและเติบโตอย่างยั่งยืน ด้วยประสบการณ์การบริหารจัดการนํ้าในภาคตะวันออกมายาวนานกว่า 3 ทศวรรษของ บริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน) หรือ อีสท์ วอเตอร์ ได้กำหนดนโยบายพัฒนาคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมเพื่อสร้างความยั่งยืนส่งเสริมให้ชุมชน ตลอดจนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่อบริษัท มีคุณภาพชีวิตที่ดี และเติบโตอย่างยั่งยืนไปพร้อมกัน มีช่องทางการมีส่วนร่วมกับชุมชนที่หลากหลาย เพื่อสร้างการ เข้าใจ เข้าถึง&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/eastwater-csr-eec/">อีสท์ วอเตอร์ เดินหน้าภารกิจเพื่อชุมชนและสังคม ร่วมมือกรมชลประทานเพื่อเกษตรกรในพื้นที่</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>อีสท์ วอเตอร์ สานต่อภารกิจเพื่อชุมชนและสังคม จับมือร่วมกับกรมชลประทานเดินหน้าภารกิจเพื่อเกษตรกรในพื้นที่มีน้ำใช้อย่างต่อเนื่องไม่ขาดแคลน นำไปสู่ความร่วมมือกันพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนและสิ่งแวดล้อม พร้อมให้ความสำคัญกับทุกภาคส่วนตั้งแต่ ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ กำหนดนโยบายพัฒนาคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมเพื่อสร้างความยั่งยืนส่งเสริมให้ชุมชน ตลอดจนผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย มีคุณภาพชีวิตที่ดีและเติบโตอย่างยั่งยืน</strong></p>
<p><span id="more-32441"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-32442" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/eastwater-csr-eec-01.jpg" alt="อีสท์ วอเตอร์" width="850" height="567" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/eastwater-csr-eec-01.jpg 850w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/eastwater-csr-eec-01-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/eastwater-csr-eec-01-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/eastwater-csr-eec-01-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/eastwater-csr-eec-01-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 850px) 100vw, 850px" /></p>
<p>ด้วยประสบการณ์การบริหารจัดการนํ้าในภาคตะวันออกมายาวนานกว่า 3 ทศวรรษของ บริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน) หรือ อีสท์ วอเตอร์ ได้กำหนดนโยบายพัฒนาคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมเพื่อสร้างความยั่งยืนส่งเสริมให้ชุมชน ตลอดจนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่อบริษัท มีคุณภาพชีวิตที่ดี และเติบโตอย่างยั่งยืนไปพร้อมกัน มีช่องทางการมีส่วนร่วมกับชุมชนที่หลากหลาย เพื่อสร้างการ เข้าใจ เข้าถึง นำไปสู่ความร่วมมือกันพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนและสิ่งแวดล้อม</p>
<p>ในปัจจุบัน อีสท์ วอเตอร์ยังคงดำเนินงานบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ภาคตะวันออก โดยเฉพาะพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) โดยปฏิบัติงานร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ เช่น กรมชลประทานสำนักงานชลประทานที่ 9 โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาประแสร์ เป็นต้น ทั้งการดำเนินการสูบจ่ายน้ำให้กับผู้ใช้น้ำทุกภาคส่วนตามแผนที่มีร่วมกัน การวางแผนแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำ การสนับสนุนและจัดให้มี CSR กับผู้ใช้น้ำภาคส่วนต่างๆ</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-32444 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/eastwater-csr-eec-03.jpg" alt="อีสท์ วอเตอร์" width="850" height="567" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/eastwater-csr-eec-03.jpg 850w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/eastwater-csr-eec-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/eastwater-csr-eec-03-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/eastwater-csr-eec-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/eastwater-csr-eec-03-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 850px) 100vw, 850px" /></p>
<p>จากกรณีเกิดเพลิงไหม้สถานีสูบน้ำฝั่งขวาในโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาประแสร์ กรมชลประทาน ทำให้ไม่สามารถเดินระบบส่งน้ำให้กับเกษตรกรในพื้นที่ชลประทานประแสร์ได้ อีสท์ วอเตอร์ จึงมีการจัดสรรงบประมาณด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม เพื่อสนับสนุนดำเนินงานปรับปรุงระบบท่อส่งน้ำฝั่งขวาที่เกิดเพลิงไหม้ ซึ่งมีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการสูบน้ำให้กับกลุ่มเกษตรกร หากไม่สามารถส่งน้ำให้เกษตรกรได้ จะส่งผลเสียหายต่อพืชผลทางการเกษตร เนื่องจากพื้นที่ลุ่มน้ำประแสร์เป็นแหล่งปลูกทุเรียนและผลไม้ต่างๆ เพื่อการส่งออกในและต่างประเทศ และถือเป็นความช่วยเหลือกับกรมชลประทาน เพื่อส่งต่อไปยังกลุ่มผู้ใช้น้ำและเกษตรกรในพื้นที่</p>
<p>อีสท์ วอเตอร์ ดำเนินโครงการส่งเสริมสาธารณูปโภคด้านน้ำและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เป็น 1 ในโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตของอีสท์ วอเตอร์ ที่ดูแลชุมชนตั้งแต่ พื้นที่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ สำหรับพื้นที่ต้นน้ำ มุ่งเน้นบริเวณโดยรอบอ่างเก็บน้ำ แหล่งน้ำดิบ รวมถึงผืนป่าต้นน้ำที่เป็นเขตป่ารอยต่อ 5 จังหวัดภาคตะวันออก ซึ่งถือเป็นพื้นที่สำคัญที่เปรียบเสมือนหัวใจหลักที่ขับเคลื่อนธุรกิจขององค์กร</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-32445" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/eastwater-csr-eec-04.jpg" alt="อีสท์ วอเตอร์" width="850" height="562" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/eastwater-csr-eec-04.jpg 850w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/eastwater-csr-eec-04-300x198.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/eastwater-csr-eec-04-768x508.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/eastwater-csr-eec-04-150x99.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/eastwater-csr-eec-04-500x331.jpg 500w" sizes="(max-width: 850px) 100vw, 850px" /></p>
<p>ในส่วนของพื้นที่กลางน้ำ ได้ให้ความสำคัญพื้นที่โดยรอบบริเวณตามแนวท่อน้ำดิบของอีสท์ วอเตอร์ มุ่งหวังให้ชุมชนมีน้ำที่สะอาด มีคุณภาพที่ดี เพียงพอต่อการอุปโภคบริโภค และใช้ในภาคเกษตรกรรมอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม ผ่านการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคด้านน้ำให้กับชุมชน สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพในการบริหารจัดการน้ำของอีสท์ วอเตอร์ ที่รับผิดชอบต่อสังคม ในส่วนพื้นที่ปลายน้ำ คือ การมองเห็นปัญหาของน้ำที่ผ่านการใช้จากกิจกรรมต่างๆ และอาจปล่อยลงสู่แม่น้ำลำคลอง ซึ่งหากไม่จัดการให้ดี จะกลายเป็นปัญหามลพิษทางน้ำ ส่งผลต่อคุณภาพน้ำของแหล่งน้ำต่างๆ รวมถึงคุณภาพชีวิตของชุมชนในอนาคต</p>
<p>ทั้งหมดนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการดำเนินงานของอีสท์วอเตอร์ ที่เข้าใจและให้ความสำคัญต่อแนวคิดความยั่งยืน เพื่อให้ทุกสังคมและชุมชน สามารถพัฒนาและอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขในปัจจุบัน พร้อมวางรากฐานสู่อนาคต ให้ลูกหลานได้เติบโตในระบบนิเวศที่ดีอย่างแท้จริง เป็นสิ่งที่อีสท์ วอเตอร์ ยึดมั่นมาตลอด 30 ปี</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/eastwater-csr-eec/">อีสท์ วอเตอร์ เดินหน้าภารกิจเพื่อชุมชนและสังคม ร่วมมือกรมชลประทานเพื่อเกษตรกรในพื้นที่</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/eastwater-csr-eec/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>นายกฯ ประชุมหารือการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ EEC วางแผนบริหารจัดการน้ำช่วงปลายฤดูฝน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/thaigov-water-eec-update-102566-2/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/thaigov-water-eec-update-102566-2/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 03 Oct 2023 08:21:59 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[กรมชลประทาน]]></category>
		<category><![CDATA[การบริหารจัดการน้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[พื้นที่ EEC]]></category>
		<category><![CDATA[อ่างเก็บน้ำ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=30242</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายกฯ ประชุมหารือการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ EEC วางแผนบริหารจัดการน้ำช่วงปลายฤดูฝน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านการลงทุนจากภาคเอกชน มอบกรมชลประทานทำแผนการผันน้ำเข้าพื้นที่อ่างเก็บน้ำ ตั้งเป้าวางแนวทางแก้ไขปัญหาระยะสั้น-กลาง-ยาว 2 ตุลาคม 2566 &#8211; นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานการประชุมหารือการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ EEC เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านการลงทุนจากภาคเอกชน ร่วมกับ ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และผู้บริหารหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมทรัพยากรน้ำ&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/thaigov-water-eec-update-102566-2/">นายกฯ ประชุมหารือการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ EEC วางแผนบริหารจัดการน้ำช่วงปลายฤดูฝน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>นายกฯ ประชุมหารือการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ EEC วางแผนบริหารจัดการน้ำช่วงปลายฤดูฝน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านการลงทุนจากภาคเอกชน มอบกรมชลประทานทำแผนการผันน้ำเข้าพื้นที่อ่างเก็บน้ำ ตั้งเป้าวางแนวทางแก้ไขปัญหาระยะสั้น-กลาง-ยาว</strong><span id="more-30242"></span></p>
<p>2 ตุลาคม 2566 &#8211; <span style="color: #6cb742;"><strong>นายเศรษฐา ทวีสิน</strong></span> <strong>นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง</strong> เป็นประธานการประชุมหารือการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ EEC เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านการลงทุนจากภาคเอกชน ร่วมกับ ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และผู้บริหารหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมทรัพยากรน้ำ และกรมทรัพยากรน้ำบาดาล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เข้าร่วมการประชุม ณ ห้องประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กระทรวงการคลัง</p>
<p><strong>นายกรัฐมนตรี</strong>เปิดเผยภายหลังการหารือว่า สิ่งหนึ่งที่นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญมากเป็นอันดับต้น ๆ คือเรื่องของน้ำ เพราะถือเป็นปัจจัยสำคัญในภาคการเกษตรและภาคอุตสาหกรรม ประเด็นที่พูดคุยวันนี้ เป็นการวางแผนการบริหารจัดการน้ำในช่วงปลายฤดูฝน เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ประกอบการในภาคการผลิตว่า ประเทศไทยจะมีน้ำใช้ตลอดช่วงฤดูแล้งที่จะมาถึง และต้องดูแลเกษตรกรให้ไม่ได้รับผลกระทบด้วย</p>
<p>นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้กรมชลประทาน ทำแผนการผันน้ำเข้าพื้นที่อ่างเก็บน้ำมานำเสนอในวันจันทร์หน้า (9 ตุลาคม 2566) พร้อมกับเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามารับฟังและให้ความเห็น ซึ่งนายกรัฐมนตรีตั้งเป้าว่ารัฐบาลจะวางแนวทางการแก้ไขปัญหา ทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว โดยนายกรัฐมนตรีจะเป็นเจ้าภาพของคณะทำงานชุดนี้ เพื่อให้การทำงานระหว่างกระทรวงทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p>“สิ่งที่ท่านนายกฯ พยายามทำก็เพื่อสร้างความมั่นคงให้แก่โครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำสำหรับพื้นที่ EEC ซึ่งถือเป็นพื้นฐานที่สำคัญอย่างยิ่งยวดสำหรับทุก ๆ กิจกรรมทางเศรษฐกิจในพื้นที่ภาคตะวันออก รากฐานอันมั่นคงเรื่องน้ำนี้จะนำมาซึ่งความเชื่อมั่นของเงินทุนจากทั้งบริษัทใหญ่ ๆ ระดับโลกจนถึงบริษัทขนาดกลางที่จะตัดสินใจเข้ามาลงทุนในประเทศไทย” <strong>โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี</strong> กล่าว</p>
<hr />
<p>ที่มา: สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/thaigov-water-eec-update-102566-2/">นายกฯ ประชุมหารือการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ EEC วางแผนบริหารจัดการน้ำช่วงปลายฤดูฝน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/thaigov-water-eec-update-102566-2/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>THAICID จัดงานสัปดาห์เครือข่าย THAICID-NWIKS 2023 พร้อมแสดงนวัตกรรมองค์ความรู้จาก 25 หน่วยงาน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/thaicid/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/thaicid/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rachanon M.]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 22 Jun 2023 03:34:25 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[BCG Model]]></category>
		<category><![CDATA[SMART]]></category>
		<category><![CDATA[THAICID]]></category>
		<category><![CDATA[THAICID-NWIKS 2023]]></category>
		<category><![CDATA[กรมชลประทาน]]></category>
		<category><![CDATA[การระบายน้ำแห่งประเทศไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=27680</guid>

					<description><![CDATA[<p>THAICID จัดงานสัปดาห์เครือข่าย THAICID-NWIKS 2023 พร้อมแสดงนวัตกรรมและองค์ความรู้จากเครือข่ายกว่า 25 หน่วยงาน ตลอดทั้ง 5 วัน ระหว่างวันที่ 3 &#8211; 7 กรกฎาคม 2566 คณะกรรมการด้านการชลประทานและการระบายน้ำแห่งประเทศไทย หรือ THAICID จัดแถลงข่าว การจัดงานสัปดาห์เครือข่าย THAICID-NWIKS 2023 เพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้อย่างบูรณาการ ประจำปี 2566 พร้อมจัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับเทคโนโลยี นวัตกรรมและองค์ความรู้ จากเครือข่ายกว่า 25&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/thaicid/">THAICID จัดงานสัปดาห์เครือข่าย THAICID-NWIKS 2023 พร้อมแสดงนวัตกรรมองค์ความรู้จาก 25 หน่วยงาน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>THAICID จัดงานสัปดาห์เครือข่าย THAICID-NWIKS 2023 พร้อมแสดงนวัตกรรมและองค์ความรู้จากเครือข่ายกว่า 25 หน่วยงาน ตลอดทั้ง 5 วัน ระหว่างวันที่ 3 &#8211; 7 กรกฎาคม 2566</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27683" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/thaicid-01.jpg" alt="THAICID-NWIKS 2023" width="750" height="487" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/thaicid-01.jpg 910w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/thaicid-01-300x195.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/thaicid-01-768x499.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/thaicid-01-150x97.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/thaicid-01-500x325.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>คณะกรรมการด้านการชลประทานและการระบายน้ำแห่งประเทศไทย หรือ THAICID จัดแถลงข่าว การจัดงานสัปดาห์เครือข่าย THAICID-NWIKS 2023 เพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้อย่างบูรณาการ ประจำปี 2566 พร้อมจัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับเทคโนโลยี นวัตกรรมและองค์ความรู้ จากเครือข่ายกว่า 25 หน่วยงาน ตลอดทั้ง 5 วัน โดยมี ดร.วัชระ เสือดี ผู้ทรงคุณวุฒิด้านวิศวกรรมชลประทาน (ด้านบำรุงรักษา) รองประธานคณะกรรมการ THAICID นายชัยวัฒน์ ปรีชาวิทย์ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ THAICID<br />
นายเดช เล็กวิชัย รองอธิบดีฝ่ายบริหาร กรมชลประทาน</p>
<p>นายสุรชาติ มาลาศรี รองเลขาธิการ THAICID นายสาธิต มณีผาย ประธานคณะทำงานด้านวิชาการ THAICID นายชัยยะ พึ่งโพธิ์สภ เลขาธิการสมาคมศิษย์เก่าวิศวกรรมชลประทาน ในพระบรมราชูปถัมภ์ พร้อมด้วยคณะกรรมการ THAICID และเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ร่วมการแถลงข่าว</p>
<p>ดร.วัชระ เสือดี ผู้ทรงคุณวุฒิด้านวิศวกรรมชลประทาน (ด้านบำรุงรักษา) ในฐานะรองประธานคณะกรรมการด้านการชลประทานและการระบายน้ำแห่งประเทศไทย (THAICID) เปิดเผยว่า คณะกรรมการด้านการชลประทานและการระบายน้ำแห่งประเทศไทย (THAICID) ร่วมกับ กรมชลประทาน สมาคมศิษย์เก่าวิศวกรรมชลประทาน ในพระบรมราชูปถัมภ์ เครือข่ายสถาบันการศึกษา หน่วยงานราชการและเอกชน กำหนดจัดงานสัปดาห์เครือข่าย THAICID-NWIKS 2023 (The THAICID Network Week for Integrated Knowledge Sharing 2023) เพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้อย่างบูรณาการ ประจำปี 2566 ในระหว่างวันที่ 3 – 7 กรกฎาคม 2566 ณ สถาบันพัฒนาการชลประทาน กรมชลประทาน อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี</p>
<p>การจัดประชุมวิชาการในรูปแบบสัปดาห์เครือข่าย THAICID-NWIKS 2023 นี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่งานวิชาการ ด้านการชลประทานและการระบายน้ำ รวมถึงแลกเปลี่ยนเรียนรู้นวัตกรรมและเทคโนโลยีอย่างบูรณาการ ระหว่างสมาชิกเครือข่าย นำเสนอภายใต้หัวข้อหลัก คือ “การขับเคลื่อนงานชลประทานและการระบายน้ำแบบ SMART สนับสนุนกลไกการพัฒนาเศรษฐกิจ เพื่อความยั่งยืน (BCG Model) และเป้าหมายการบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน (SMART Irrigation and Drainage Management complying with Thailand BCG and Carbon Neutrality)”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27684" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/thaicid-03.jpg" alt="THAICID-NWIKS 2023" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/thaicid-03.jpg 910w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/thaicid-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/thaicid-03-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/thaicid-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/thaicid-03-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p><strong>โดยสาระสำคัญของการแลกเปลี่ยนเรียนรู้อย่างบูรณาการตลอดทั้ง 5 วัน ประกอบด้วย</strong><br />
1. การประชุมวิชาการ 16th THAICID National Symposium 2023 จัดโดย คณะทำงานด้านวิชาการ THAICID ในวันที่ 3 กรกฎาคม 2566 จะได้พบกับนักวิชาการทั้งในและต่างประเทศนำเสนอบทความคุณภาพรวมกว่า 30 บทความ<br />
2. การเสวนาวิชาการหัวข้อ “การขับเคลื่อนงานชลประทานผ่านกลไกการพัฒนาเศรษฐกิจเพื่อความยั่งยืน (BCG Model)” จัดโดย สมาคมศิษย์เก่าวิศวกรรมชลประทาน ในพระบรมราชูปถัมภ์ ในวันที่ 4 กรกฎาคม 2566 จะได้พบกับผู้ขับเคลื่อน BCG ภาคเกษตรและการนำไปปฏิบัติได้จริง<br />
3. การเสวนาหัวข้อ “อนาคตชาวนากับการทำนาแบบใช้น้ำน้อย Chapter 4” จัดโดย คณะอนุกรรมการด้านน้ำและระบบนิเวศในนาข้าว (INWEPF-Thailand) ในวันที่ 5 กรกฎาคม 2566 จะได้พบกับการปลูกข้าวแบบรักษ์โลกและช่วยเก็บกักคาร์บอนลดโลกร้อนที่ปฏิบัติได้จริง<br />
4. การอบรมเชิงปฏิบัติการ หลักสูตร “ดงตาล Software Days” จัดโดย สถาบันพัฒนาการชลประทาน ร่วมกับ สำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา และสำนักสำรวจด้านวิศวกรรมและธรณีวิทยา กรมชลประทาน ในวันที่<br />
6. วันที่ 7 กรกฎาคม 2566 จะได้ลองลงมือเล่น Software ใหม่ ๆ และชมการสาธิตเทคโนโลยี IoT ที่น่าสนใจจากผู้เชี่ยวชาญโดยตรง<br />
5. จัดแสดงนิทรรศการ เกี่ยวกับเทคโนโลยี นวัตกรรมและองค์ความรู้ โดยเป็นผลงานจากกรมชลประทาน เครือข่ายสถาบันการศึกษา หน่วยงานราชการและเอกชนที่สนับสนุนกลไกการพัฒนาเศรษฐกิจเพื่อความยั่งยืน (BCG Model) และเป้าหมายการบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน รวมทั้งการสาธิตการใช้เครื่องมือและสิ่งประดิษฐ์กลางแจ้ง เช่น โดรนเพื่อการสำรวจภูมิประเทศ Bathymetry Survey และวัดอัตราการไหล โดย RiverRay ADCP อุปกรณ์ตรวจวัดและควบคุมจากระยะไกล อุปกรณ์ IoT จาก 25 หน่วยงาน ระหว่างวันที่ 3 &#8211; 7 กรกฎาคม 2566</p>
<p>“ทั้งนี้ สัปดาห์เครือข่าย THAICID-NWIKS 2023 จึงเป็นการเปิดพื้นที่รวมเครือข่ายคลังสมองด้านการชลประทานและการระบายน้ำตั้งแต่ระดับนโยบายสู่ระดับปฏิบัติบนพื้นฐานของหลักวิชาการโดยมีผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเข้ามามีส่วนร่วม เป็นกลไกแก้โจทย์ท้าทายของประเทศให้ไปสู่เป้าหมายการขับเคลื่อนงานชลประทานและการระบายน้ำแบบ SMART สนับสนุนกลไกการพัฒนาเศรษฐกิจเพื่อความยั่งยืน (BCG Model) และเป้าหมายการบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอนได้” รองประธานคณะกรรมการ THAICID กล่าวในที่สุด</p>
<p>จึงขอเชิญชวน องค์กรเครือข่าย สถาบันการศึกษา หน่วยงานราชการ และเอกชน ตลอดจนผู้ที่สนใจ เข้าร่วมกิจกรรมภายในงาน ได้ที่สถาบันพัฒนาการชลประทาน กรมชลประทาน อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี หรือรับชมการถ่ายทอดสดผ่านทางเว็บไซต์ <a href="https://thaicid.rid.go.th/2023/dist/index.php">thaicid.rid.go.th/2023</a> ในระหว่างวันที่ 3 – 7 กรกฎาคม 2566</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/thaicid/">THAICID จัดงานสัปดาห์เครือข่าย THAICID-NWIKS 2023 พร้อมแสดงนวัตกรรมองค์ความรู้จาก 25 หน่วยงาน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/thaicid/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กรมชลประทานครบรอบ 120 ปี มุ่งขับเคลื่อนสู่องค์กรอัจฉริยะ สร้างความมั่นคงทางน้ำ</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/royal-irrigation-department-3/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/royal-irrigation-department-3/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 14 Jun 2022 07:04:30 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[Royal Irrigation Department]]></category>
		<category><![CDATA[กรมชลประทาน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=22458</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรมชลประทาน ฉลองครบรอบ 120 ปีโชว์ศักยภาพขับเคลื่อนสู่เป้าหมายองค์กรอัจฉริยะ มุ่งสร้างความมั่นคงด้านน้ำ แสดงผลงานและนวัตกรรมงานชลประทานผ่านนิทรรศการยิ่งใหญ่ นำเทคโนโลยีเสมือนจริง โชว์ความมหัศจรรย์แห่งสายน้ำเพื่อชีวิต (The Miracle of Water for Life) ที่เรียกได้ว่าเหนือความคาดหมาย พร้อมจัดกิจกรรมงานวันคล้ายวันสถาปนากรมชลประทาน ‘120 ปี กรมชลประทาน 6 รัชกาล งานของแผ่นดิน’ ทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 13-15 มิถุนายน 2565 โดยได้รับเกียรติจาก ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/royal-irrigation-department-3/">กรมชลประทานครบรอบ 120 ปี มุ่งขับเคลื่อนสู่องค์กรอัจฉริยะ สร้างความมั่นคงทางน้ำ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กรมชลประทาน ฉลองครบรอบ 120 ปีโชว์ศักยภาพขับเคลื่อนสู่เป้าหมายองค์กรอัจฉริยะ มุ่งสร้างความมั่นคงด้านน้ำ แสดงผลงานและนวัตกรรมงานชลประทานผ่านนิทรรศการยิ่งใหญ่ นำเทคโนโลยีเสมือนจริง โชว์ความมหัศจรรย์แห่งสายน้ำเพื่อชีวิต (The Miracle of Water for Life) ที่เรียกได้ว่าเหนือความคาดหมาย พร้อมจัดกิจกรรมงานวันคล้ายวันสถาปนากรมชลประทาน ‘120 ปี กรมชลประทาน 6 รัชกาล งานของแผ่นดิน’ ทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 13-15 มิถุนายน 2565 โดยได้รับเกียรติจาก ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีเปิดงาน พร้อมรับชมนิทรรศการทั้งในรูปแบบออฟไลน์และออนไลน์</strong></p>
<p><span id="more-22458"></span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-22462" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/06/1655188476308-300x200.jpg" alt="" width="600" height="400" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/06/1655188476308-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/06/1655188476308-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/06/1655188476308-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/06/1655188476308-500x334.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/06/1655188476308.jpg 850w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><strong>ประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน</strong> เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลา 120 ปี แห่งการกำเนิดและวิวัฒนาการงานชลประทานในประเทศไทย นับแต่สมัยรัชกาลที่ 5 ผู้ก่อตั้งกรมคลอง เปลี่ยนเป็นกรมทดน้ำในรัชกาลที่ 6 และเป็นกรมชลประทานในรัชกาลที่ 7 การพัฒนางานชลประทานในประเทศไทยได้พัฒนาอย่างต่อเนื่องมาจนถึงรัชกาลที่ 9 ที่งานด้านการชลประทานได้รับการพัฒนาอย่างกว้างขวางครอบคลุมทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ พระองค์ทรงมีพระราชดำริให้กรมชลประทานพิจารณาศึกษาและก่อสร้าง โครงการชลประทานประเภทและขนาดต่าง ๆ ตามความเหมาะสมของสภาพภูมิประเทศ และภูมิสังคม รวมทั้งการบริหารจัดการน้ำเพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชนในการอุปโภคบริโภค การเกษตร และกิจกรรมอื่นๆ มีโครงการชลประทานอันเนื่องมาจากพระราชดำริในทุกพื้นที่มากกว่า 2,000 โครงการ</p>
<p>“ตลอดระยะเวลา 120 ปีที่ผ่านมา กรมชลประทาน ได้พัฒนาแหล่งน้ำเพื่อสนับสนุนการใช้น้ำในทุกภาคส่วนกระจายอยู่ในภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศ รวม 21,463 แห่ง คิดเป็นปริมาณน้ำรวมประมาณ 83,101 ล้านลูกบาศก์เมตร พัฒนาพื้นที่ชลประทานไปแล้วกว่า 35.04 ล้านไร่ โดยมีเป้าหมายในการเพิ่มพื้นที่ชลประทานให้ได้กว่า 51.08 ล้านไร่ เพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนได้ประมาณ 94,961 ล้านลูกบาศก์เมตร ในปี 2580 หวังสร้างความมั่นคงด้านน้ำให้กับประเทศไทยให้มากยิ่งขึ้น” <strong>ประพิศ</strong> กล่าว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-22459" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/06/1655188470210-300x200.jpg" alt="" width="600" height="400" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/06/1655188470210-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/06/1655188470210-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/06/1655188470210-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/06/1655188470210-500x334.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/06/1655188470210.jpg 850w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>ในโอกาสครบรอบ 120 ปี กรมชลประทาน ได้จัดงาน “120 ปี กรมชลประทาน 6 รัชกาล งานของแผ่นดิน” ระหว่างวันที่ 13 &#8211; 15 มิถุนายน 2565 โดยจัดแสดงนิทรรศการผลงานชลประทานทั้งในรูปแบบออฟไลน์และออนไลน์ ประกอบด้วยการจัดนิทรรศการ On Ground รวม 76 จังหวัดทั่วประเทศ มีนิทรรศการด้านการชลประทาน กิจกรรมเสวนาและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกับเครือข่ายชลประทานทุกภูมิภาครวม 67 หัวข้อ โดยวิทยากรระดับจังหวัด อาทิ ผู้ว่าราชการจังหวัด และเกษตรกรกลุ่มผู้ใช้น้ำ เป็นต้น รวมถึงกิจกรรม “รักษ์น้ำ ปลูกป่า” ร่วมกันปลูกต้นไม้เพิ่มพื้นที่สีเขียวทั่วประเทศ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกรมป่าไม้ จำนวน 22,930 ต้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-22461" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/06/1655188473788-300x200.jpg" alt="" width="600" height="400" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/06/1655188473788-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/06/1655188473788-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/06/1655188473788-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/06/1655188473788-500x334.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/06/1655188473788.jpg 850w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>สำหรับพื้นที่ส่วนกลาง จัดเวทีเสวนาโดยวิทยากรมากประสบการณ์จากสายงานต่าง ๆ แจกกล้าไม้ อาทิ ยางนา สัก พะยุง รวม 3,350 ต้น ให้ผู้ลงทะเบียนร่วมงาน และมีร้านจำหน่ายผลผลิตและสินค้าแปรรูปจากเกษตรกรในพื้นที่ชลประทานอีกด้วย</p>
<p><strong>นอกจากนี้ กรมชลประทานจัดนิทรรศการเสมือนจริงต่อเนื่องเป็นปีที่สาม โดยครั้งนี้จะได้สัมผัสเรื่องราวความมหัศจรรย์แห่งสายน้ำเพื่อชีวิต “The miracle of water for life” ในรูปแบบนิทรรศการเสมือนจริง </strong><strong>3 มิติ การเดินทางของสายน้ำตลอด 120 ปี ผู้เข้าชมจะได้รับความสนุกและตื่นเต้นไปกับการสร้างตัวละครอวาตารเพื่อเยี่ยมชมนิทรรศการ “พลังแห่งชลประทาน ความเป็นหนึ่งเพื่อทุกคน (One for All)” กับผลงานของ 38 หน่วยงานในสังกัด และกิจกรรมพร้อมลุ้นรับของรางวัลมากมายตลอดการจัดงาน</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/royal-irrigation-department-3/">กรมชลประทานครบรอบ 120 ปี มุ่งขับเคลื่อนสู่องค์กรอัจฉริยะ สร้างความมั่นคงทางน้ำ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/royal-irrigation-department-3/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กรมชลประทาน ลงพื้นที่รับฟังข้อมูลเชิงลึกเกษตรกร &#8211; อีสท์วอเตอร์ เดินหน้าจัดทำ EHIA พัฒนา “อ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด” ทุกมิติ</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/ehia-2/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/ehia-2/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 22 Apr 2022 04:44:02 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Report]]></category>
		<category><![CDATA[กรมชลประทาน]]></category>
		<category><![CDATA[อีสท์วอเตอร์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=21832</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรมชลประทาน ลงพื้นที่พบปะกลุ่มเกษตรกรชาวสวนทุเรียน ยางพารา และบริษัทจัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน) หรืออีสท์ วอเตอร์ ร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึก ติดตามการรับรู้ข้อมูลข่าวสารและความเข้าใจภายใต้กระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนในการพัฒนาอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด จังหวัดจันทบุรี เพื่อสรุปความเห็น จัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (Environmental Health Impact Assessment :EHIA) ฉบับสมบูรณ์ทุกมิติเพื่อเสนอต่อคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในการก่อสร้างโครงการอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด จังหวัดจันทบุรี สร้างความมั่นคงด้านการบริหารจัดน้ำทุกภาคส่วน ทั้งการอุปโภคและบริโภคใน ภาคการเกษตร ภาคอุตสาหกรรมและประชาชนในพื้นที่ พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจภาคตะวันออกอย่างยั่งยืนต่อไป กรมชลประทานลงพื้นที่รับฟังข้อมูลเชิงลึกเกษตรกร-อีสท์วอเตอร์ เพื่อจัดทำ EHIA พัฒนา&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/ehia-2/">กรมชลประทาน ลงพื้นที่รับฟังข้อมูลเชิงลึกเกษตรกร – อีสท์วอเตอร์ เดินหน้าจัดทำ EHIA พัฒนา “อ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด” ทุกมิติ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กรมชลประทาน ลงพื้นที่พบปะกลุ่มเกษตรกรชาวสวนทุเรียน ยางพารา และบริษัทจัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน) หรืออีสท์ วอเตอร์ ร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึก ติดตามการรับรู้ข้อมูลข่าวสารและความเข้าใจภายใต้กระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนในการพัฒนาอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด จังหวัดจันทบุรี เพื่อสรุปความเห็น จัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (Environmental Health Impact Assessment :EHIA) ฉบับสมบูรณ์ทุกมิติเพื่อเสนอต่อคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในการก่อสร้างโครงการอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด จังหวัดจันทบุรี สร้างความมั่นคงด้านการบริหารจัดน้ำทุกภาคส่วน ทั้งการอุปโภคและบริโภคใน ภาคการเกษตร ภาคอุตสาหกรรมและประชาชนในพื้นที่ พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจภาคตะวันออกอย่างยั่งยืนต่อไป</strong></p>
<p><span id="more-21832"></span></p>
<p><strong>กรมชลประทานลงพื้นที่รับฟังข้อมูลเชิงลึกเกษตรกร-อีสท์วอเตอร์ </strong><br />
<strong>เพื่อจัดทำ EHIA พัฒนา “อ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด” ทุกมิติ</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21839" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/04/EHIA1-242x300.jpg" alt="" width="500" height="619" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/04/EHIA1-242x300.jpg 242w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/04/EHIA1-827x1024.jpg 827w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/04/EHIA1-768x951.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/04/EHIA1-150x186.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/04/EHIA1-404x500.jpg 404w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/04/EHIA1.jpg 850w" sizes="(max-width: 500px) 100vw, 500px" /></p>
<p><strong>เฉลิมเกียรติ คงวิเชียรวัฒน์ รองอธิบดีฝ่ายวิชาการ กรมชลประทาน</strong> กล่าวว่า โครงการอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด เป็นโครงการที่เพิ่มพื้นที่ระบบชลประทานเพื่อสนับสนุนภาคเกษตรที่ได้รับประโยชน์ครอบคลุม 3 อำเภอ คือ อำเภอท่าใหม่ อำเภอนายายอาม และ อำเภอแก่งหางแมว ซึ่งจะสร้างประโยชน์ต่อการใช้น้ำให้กับทุกภาคส่วน ทั้งด้านการเกษตร ที่นา สวนผลไม้ ที่ครอบคลุมในพื้นที่การเกษตร 87,700 ไร่ ใน 3 อำเภอ ดังกล่าว โดยได้นำคณะผู้บริหาร และสื่อมวลชนลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้า ร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึก ติดตามการรับรู้ข้อมูลข่าวสารและความเข้าใจภายใต้กระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนในการพัฒนาอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด จังหวัดจันทบุรี และบริษัทจัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน) หรือ อีสท์ วอเตอร์ จังหวัดระยอง เพื่อร่วมรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ จากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในแผนวางระบบท่อส่งน้ำเพื่อชลประทานในภาคการเกษตร โดยเฉพาะในกลุ่มเกษตรกรสวนผลไม้ทุเรียน และยางพารา รวมถึงผู้ให้บริการส่งน้ำภาคอุตสาหกรรม ควบคู่ไปกับการศึกษาระบบการบริหารจัดการน้ำภาคตะวันออก ภายในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง ที่จะรองรับการขยายตัวของการลงทุนในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ด้วยโครงข่ายระบบท่อส่งน้ำ ที่มั่นใจว่าจะสามารถป้อนน้ำให้เพียงพอ พร้อมกับเพิ่มกับน้ำต้นทุนสำรองไว้ใช้ในภาคส่วนต่างๆ อย่างสมดุล โดยข้อมูลความคิดเห็นที่ได้จะนำเสนอต่อคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมต่อไป</p>
<p><strong>เพิ่มกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนในวงกว้างมากขึ้น </strong><br />
<strong>สร้างความเชื่อมั่นในโครงการอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21838" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/04/EHIA2-294x300.jpg" alt="" width="500" height="509" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/04/EHIA2-294x300.jpg 294w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/04/EHIA2-768x782.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/04/EHIA2-50x50.jpg 50w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/04/EHIA2-150x153.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/04/EHIA2-491x500.jpg 491w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/04/EHIA2.jpg 850w" sizes="(max-width: 500px) 100vw, 500px" /><br />
สำหรับเป้าหมายการดำเนินโครงการฯในครั้งนี้ เป็นไปตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่เปิดโอกาสให้เพิ่มกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนในวงกว้างมากขึ้น เพื่อยกระดับความเข้าใจและความเชื่อมั่นให้กับชุมชนในเชิงลึกของการพัฒนาโครงการพัฒนาอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด เพื่อนำไปสู่การปรับปรุงแผนการพัฒนาโครงการที่สามารถสร้างประโยชน์ในทุกภาคส่วนครบถ้วนทุกมิติ โดยได้มีการติดตามข้อมูลปริมาณความต้องการใช้น้ำในส่วนของภาคประกอบการในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จากบริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน) หรืออีสท์ วอเตอร์ เพื่อรวบรวมข้อมูลของความต้องการใช้น้ำให้สอดรับกับความต้องการใช้จริงในปัจจุบันและในระยะยาว เนื่องจากการพัฒนาโครงการอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด จะเป็นหนึ่งในโครงข่ายเชื่อมโยงระบบส่งน้ำของพื้นที่ภาคตะวันออก ที่มีแผนการส่งน้ำส่วนเกินสนับสนุน เพื่อเพิ่มน้ำต้นทุนในพื้นที่ EEC ในช่วงฤดูมรสุมและผันน้ำไปใช้ในฤดูแล้งแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำในพื้นที่ได้อย่างมีนัยยะสำคัญ สามารถลดผลกระทบความเสียหายจากอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่เกษตร ได้ประมาณ 5,575 ไร่ ที่อาจจะสร้างความเสียหายให้กับประชาชน และภาคเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อให้เกิดการพัฒนาทั้งระบบ เศรษฐกิจ สังคม การดูแลสิ่งแวดล้อม และฟื้นฟูระบบนิเวศของป่าไม้ และสัตว์ป่า ได้อย่างครบถ้วนทุกมิติ</p>
<p><strong>แผนพัฒนาลุ่มน้ำคลองวังโตนด</strong><br />
<strong>ก่อสร้างอ่างเก็บน้ำ 4 แห่ง ความจุรวมกัน 308.56 ลบ.ม.</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21837" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/04/EHIA3-300x199.jpg" alt="" width="600" height="399" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/04/EHIA3-300x199.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/04/EHIA3-768x510.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/04/EHIA3-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/04/EHIA3-500x332.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/04/EHIA3.jpg 850w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><strong>เฉลิมเกียรติ</strong> กล่าวถึงแผนพัฒนาลุ่มน้ำคลองวังโตนดที่กรมชลประทานดำเนินการว่า มีการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำทั้งหมด 4 แห่ง ประกอบด้วย 1.อ่างเก็บน้ำคลองประแกด ความจุ 60.25 60.26 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งก่อสร้างเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้วในขณะนี้ 2.อ่างเก็บน้ำคลองหางแมว ความจุ 80.70 ล้านลูกบาศก์เมตร 3. อ่างเก็บน้ำคลองพะวาใหญ่ ความจุ 68.10 ล้านลูกบาศก์เมตร ขณะนี้อยู่ระหว่างก่อสร้าง และ 4. อ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด ความจุ 99.5 ล้านลูกบาศก์เมตรปัจจุบันอยู่ระหว่างการขอใช้พื้นที่จากกรมป่าไม้ และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ซึ่งเมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จทั้ง 4 แห่ง มีความจุรวมกัน 308.56 ล้านลูกบาศก์เมตร สามารถส่งน้ำให้พื้นที่รับประโยชน์ทั้งสิ้น 267,800 ไร่ รองรับความต้องการน้ำเพื่อผลิตน้ำประปาได้ปีละ 45 ล้านลูกบาศก์เมตร รวมถึงการจัดสรรน้ำเพื่อสนับสนุนน้ำส่วนเกินป้อนไปยังอ่างเก็บน้ำในพื้นที่ EEC เพื่อสนับสนุนพื้นที่เพาะปลูกสวนผลไม้ ภาคอุตสาหกรรมในเขตจังหวัดระยอง และจังหวัดชลบุรี</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21836" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/04/EHIA4-300x199.jpg" alt="" width="600" height="399" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/04/EHIA4-300x199.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/04/EHIA4-768x510.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/04/EHIA4-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/04/EHIA4-500x332.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/04/EHIA4.jpg 850w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>ในส่วนของความต้องการใช้น้ำเพื่อการเกษตร ในกลุ่มผลไม้ 5 ชนิดที่สร้างรายได้แก่เกษตรกรในจังหวัดจันทบุรีได้แก่ ทุเรียน มังคุด เงาะ ลองกอง และลำไย ซึ่งผลไม้ดังกล่าวนี้ ล้วนต้องใช้น้ำในปริมาณมากด้วยเหตุนี้ จึงต้องมีการบริหารจัดการน้ำในการเกษตรที่มีประสิทธิภาพ เช่น ทุเรียน ใช้น้ำวันละ 320-500 ลิตรต่อต้นต่อวัน มังคุด ใช้น้ำวันละ 1,100-1,600 ลิตรต่อต้นต่อวัน เงาะ ใช้น้ำวันละ 180- 320 ลิตรต่อต้นต่อวัน ลองกอง ใช้น้ำวันละ 20 ลิตรต่อต้นต่อวัน และลำไย ใช้น้ำวันละ 4,400 – 6,600 ลิตรต่อต้นต่อวัน</p>
<p><strong>เน้นการจัดการน้ำลุ่มน้ำสาขาแม่น้ำวังโตนด </strong><br />
<strong>เพื่อประโยชน์แก่ทุกๆ ภาคส่วนในพื้นที่</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21835" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/04/EHIA5-200x300.jpg" alt="" width="500" height="752" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/04/EHIA5-200x300.jpg 200w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/04/EHIA5-681x1024.jpg 681w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/04/EHIA5-768x1155.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/04/EHIA5-150x226.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/04/EHIA5-333x500.jpg 333w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/04/EHIA5.jpg 850w" sizes="(max-width: 500px) 100vw, 500px" /></p>
<p><strong>ผู้ช่วยศาสตราจารย์เจริญ ปิยารมย์ ประธานกรรมการลุ่มน้ำสาขาแม่น้ำวังโตนด และเจ้าของสวนปิยารมย์</strong> กล่าวว่า การจัดการน้ำลุ่มน้ำสาขาแม่น้ำวังโตนดเพื่อประโยชน์แก่ทุกๆ ภาคส่วนในพื้นที่ให้มีประสิทธิภาพนั้น ต้องมองเชิงลึกเข้าถึงทุกๆ ปัญหาการใช้น้ำแล้วนำไปหาทางแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ ไม่ว่าจะเป็นการใช้น้ำในภาคเกษรกรรม อุตสาหกรรมและประชาชนในพื้นที่ใช้อุปโภคและบริโภคที่นับวันปริมาณการใช้น้ำจะเพิ่มมากขึ้น แต่แหล่งน้ำกลับมีปริมาณรองรับน้ำได้เท่าเดิม ซึ่งทุกภาคส่วนต้องร่วมกันแก้ไขปัญหารับฟังปัญหารอบด้านทุกๆ มิติทั้งข้อดีข้อเสียข้อเรียกร้องจากทุกๆ ภาคส่วนแล้วนำไปปรับหาแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบไม่ใช่แค่ 3 อำเภอในพื้นที่เท่านั้น แต่ต้องขยายสู่ 3+1 จังหวัด คือ 3 จังหวัดเดิมในพื้นที่ EEC ประกอบด้วย ระยอง ชลบุรี ฉะเชิงเทรา และรวมจังหวัดจันทบุรีเพิ่มเข้าไปอีกจังหวัดหนึ่งด้วย หากโครงการสร้างอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนดก่อสร้างแล้วเสร็จ จะช่วยสนับสนุนและสร้างความมั่นคงทางน้ำให้แก่เกษตรกร ภาคอุตสาหกรรมและประชาชนในพื้นที่ภาคตะวันออก</p>
<p><strong>อีสท์วอเตอร์มั่นใจอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด</strong><br />
<strong>ช่วยให้การบริหารจัดการน้ำมีประสิทธิภาพมากขึ้น</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21834" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/04/EHIA6-300x274.jpg" alt="" width="600" height="548" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/04/EHIA6-300x274.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/04/EHIA6-768x701.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/04/EHIA6-150x137.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/04/EHIA6-500x456.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/04/EHIA6.jpg 850w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /><br />
<strong>ศุภทรรศ สาพิมาน ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการและบริการลูกค้า บริษัทจัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน) หรือ อีสท์ วอเตอร์</strong> กล่าวว่า ในฐานะผู้ให้บริการจัดส่งน้ำดิบเข้าสู่ระบบ การผลิตของโรงงาน และสาธารณูปโภคในพื้นที่อุตสาหกรรมมาบตาพุด โดยการบริหารจัดการระบบขนส่งน้ำดิบผ่านท่อส่งน้ำขนาดใหญ่ให้แก่ภาคอุตสาหกรรม และเพื่อการอุปโภคบริโภคในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ซึ่งบริษัทฯ จะทำการบริหารจัดการน้ำจากอ่างเก็บน้ำของกรมชลประทานเป็นหลักประมาณ 90% โดยใช้น้ำที่อ่างเก็บน้ำประแสร์ ดอกกลาย และหนองปลาไหล ในภาพรวมมีปริมาณน้ำในอ่าง 70-80%</p>
<p>ที่ผ่านมาบริษัทฯ ได้เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำ โดยการวางโครงข่ายผันน้ำผ่านท่อส่งน้ำดิบจากแหล่งน้ำดิบ (อ่างเก็บน้ำหลักใน 3 จังหวัด) มาป้อนภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่ EEC ซึ่งได้ดำเนินการแล้วเสร็จในหลายโครงการ เช่น โครงการเพิ่มประสิทธิภาพระบบผันน้ำแม่น้ำบางปะกง-อ่างเก็บน้ำบางพระ จังหวัดชลบุรี โครงการเพิ่มประสิทธิภาพและปริมาณการจ่ายน้ำท่อส่งน้ำหนองปลาไหล-หนองค้อ จังหวัดชลบุรี โครงการสระทับมา จังหวัดระยอง และโครงการก่อสร้างระบบท่อส่งน้ำดิบอ่างเก็บน้ำคลองหลวง จังหวัดชลบุรี โครงการปรับปรุงเครือข่ายอ่างเก็บน้ำคลองใหญ่-หนองปลาไหล จังหวัดระยอง และโครงการปรับปรุงคลองพานทองเพื่อผันน้ำไปยังอ่างเก็บน้ำบางพระ จังหวัดชลบุรี</p>
<p>นอกจากนี้ ยังมีโครงการที่ต้องขับเคลื่อนในระยะต่อไป ซึ่งเป็นโครงการที่สำคัญสำหรับการบริหารจัดการน้ำของภาคตะวันออกทั้งระบบ ได้แก่ โครงการเครือข่ายอ่างประแสร์-หนองค้อ-บางพระ จังหวัดชลบุรี โครงการเครือข่ายน้ำอ่างคลองโพล้-อ่างประแสร์ และโครงการเครือข่ายคลองวังโตนด-อ่างประแสร์ จังหวัดระยอง</p>
<p>“หากโครงการสร้างอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนดก่อสร้างแล้วเสร็จ จะช่วยให้การบริหารจัดการน้ำจะมีประสิทธิภาพมากขึ้นกว่าในอดีต เพราะปัจจุบันมีปัจจัยเสี่ยงในเรื่องอุทุกภัยและภัยแล้งมากขึ้น”<strong> ศุภทรรศ</strong> กล่าว</p>
<p><strong>นิคมฯ มาบตาพุดหนุนสร้างอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด</strong><br />
<strong>เชื่อเกิดประโยชน์ต่อทุกภาคส่วนในพื้นที่ และ EEC</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21833" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/04/EHIA7-300x209.jpg" alt="" width="600" height="418" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/04/EHIA7-300x209.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/04/EHIA7-768x535.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/04/EHIA7-150x104.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/04/EHIA7-500x348.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/04/EHIA7.jpg 850w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><strong>ธวัชศักดิ์ เกิดมณี ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักงานนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด</strong> กล่าวว่า การจัดสร้างอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด ถือเป็นแนวทางแก้ปัญหาการบริหารจัดการน้ำที่กรมชลประทาน เกษตรกรในพื้นที่ ภาคอุตสาหกรรม รวมทั้งนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ซึ่งมีส่วนใช้น้ำในพื้นที่ต้องการให้มีการก่อสร้างอย่างเป็นรูปธรรมแล้วเสร็จตามเจตนารมณ์ของภาครัฐที่ต้องการแก้ปัญหาน้ำทั้งช่วงฤดูฝนและฤดูแล้งให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อทุกๆ ภาคส่วนในพื้นที่ รวมทั้งประชากรแฝงที่จะเข้ามาท่องเที่ยว ทำกิจกรรมต่างๆ อีกทั้งยังรองรับการใช้น้ำในพื้นที่ EEC ในอนาคตด้วย</p>
<p>&nbsp;</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/ehia-2/">กรมชลประทาน ลงพื้นที่รับฟังข้อมูลเชิงลึกเกษตรกร – อีสท์วอเตอร์ เดินหน้าจัดทำ EHIA พัฒนา “อ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด” ทุกมิติ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/ehia-2/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กรมชลฯ ลงพื้นที่ลุ่มน้ำวังโตนด เปิดให้ชุมชนมีส่วนร่วมบริหารจัดการน้ำภาคตะวันออก หวังตอบโจทย์ความต้องการใช้น้ำทุกภาคส่วน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/royal-irrigation-department-2/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/royal-irrigation-department-2/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 03 Mar 2022 06:57:01 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Report]]></category>
		<category><![CDATA[กรมชลประทาน]]></category>
		<category><![CDATA[ลุ่มน้ำวังโตนด]]></category>
		<category><![CDATA[อ่างเก็บน้ำ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=21425</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรมชลประทาน นำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่อ่างเก็บน้ำประแสร์ จ.ระยอง เพื่อรับฟังแนวทางการบริหารจัดการน้ำภาคตะวันออก เพิ่มศักยภาพอ่างเก็บน้ำ เพื่อเป็นต้นแบบการบริหารจัดน้ำครบวงจรภาคตะวันออก พร้อมเชื่อมโยงโครงข่ายผันน้ำส่วนเกินจากแหล่งน้ำ อ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด จ.จันทบุรี เพิ่มศักยภาพน้ำต้นทุน เสริมความมั่นคงระบบน้ำพื้นที่เศรษฐกิจของประเทศ ดึงภาคประชาชนมีส่วนร่วมพัฒนา ให้สอดรับกับความต้องการใช้ของทุกภาคส่วนในภาคตะวันออก กรมชลฯ ลงพื้นที่ร่วมประชุม และรับฟังการบริหารจัดการน้ำภาคตะวันออก เมื่อเร็วๆ นี้ เฉลิมเกียรติ คงวิเชียรวัฒน์ รองอธิบดีฝ่ายวิชาการ กรมชลประทาน นำคณะผู้บริหารและสื่อมวลชน ลงพื้นที่ร่วมประชุมและรับฟังการบริหารจัดการน้ำภาคตะวันออก (วังโตนด-ประแสร์-หนองปลาไหล-บางพระ) เพื่อศึกษาและสำรวจระบบการบริหารจัดการน้ำของอ่างเก็บน้ำประแสร์ จ.ระยอง และโครงข่ายผันน้ำ ในพื้นที่หัวงานของสถานีสูบน้ำบ้านวังประดู่ จ.จันทบุรี&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/royal-irrigation-department-2/">กรมชลฯ ลงพื้นที่ลุ่มน้ำวังโตนด เปิดให้ชุมชนมีส่วนร่วมบริหารจัดการน้ำภาคตะวันออก หวังตอบโจทย์ความต้องการใช้น้ำทุกภาคส่วน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กรมชลประทาน นำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่อ่างเก็บน้ำประแสร์ จ.ระยอง เพื่อรับฟังแนวทางการบริหารจัดการน้ำภาคตะวันออก เพิ่มศักยภาพอ่างเก็บน้ำ เพื่อเป็นต้นแบบการบริหารจัดน้ำครบวงจรภาคตะวันออก พร้อมเชื่อมโยงโครงข่ายผันน้ำส่วนเกินจากแหล่งน้ำ อ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด จ.จันทบุรี เพิ่มศักยภาพน้ำต้นทุน เสริมความมั่นคงระบบน้ำพื้นที่เศรษฐกิจของประเทศ ดึงภาคประชาชนมีส่วนร่วมพัฒนา ให้สอดรับกับความต้องการใช้ของทุกภาคส่วนในภาคตะวันออก</strong></p>
<p><span id="more-21425"></span></p>
<p><strong>กรมชลฯ ลงพื้นที่ร่วมประชุม</strong><br />
<strong>และรับฟังการบริหารจัดการน้ำภาคตะวันออก</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21437" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/03/Royal-Irrigation-Department2-300x200.jpg" alt="" width="600" height="400" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/03/Royal-Irrigation-Department2-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/03/Royal-Irrigation-Department2-768x511.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/03/Royal-Irrigation-Department2-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/03/Royal-Irrigation-Department2-500x333.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/03/Royal-Irrigation-Department2.jpg 850w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /><br />
เมื่อเร็วๆ นี้ <strong>เฉลิมเกียรติ คงวิเชียรวัฒน์ รองอธิบดีฝ่ายวิชาการ กรมชลประทาน</strong> นำคณะผู้บริหารและสื่อมวลชน ลงพื้นที่ร่วมประชุมและรับฟังการบริหารจัดการน้ำภาคตะวันออก (วังโตนด-ประแสร์-หนองปลาไหล-บางพระ) เพื่อศึกษาและสำรวจระบบการบริหารจัดการน้ำของอ่างเก็บน้ำประแสร์ จ.ระยอง และโครงข่ายผันน้ำ ในพื้นที่หัวงานของสถานีสูบน้ำบ้านวังประดู่ จ.จันทบุรี โดยมี <strong>เกรียงศักดิ์ พุ่มนาค ผู้อำนวยการส่วนบริหารจัดการน้ำและบำรุงรักษาสำนักงานชลประทานที่ 9</strong> และคณะทีมที่ปรึกษา รายงานความคืบหน้าการพัฒนาโครงการผันน้ำจากพื้นที่ จ.จันทบุรี ไปยังแหล่งเก็บกักน้ำ จ.ระยอง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21436" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/03/Royal-Irrigation-Department3-300x200.jpg" alt="" width="600" height="400" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/03/Royal-Irrigation-Department3-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/03/Royal-Irrigation-Department3-768x511.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/03/Royal-Irrigation-Department3-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/03/Royal-Irrigation-Department3-500x333.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/03/Royal-Irrigation-Department3.jpg 850w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>สำหรับการพัฒนาโครงการผันน้ำจากพื้นที่ จ.จันทบุรี ไปยังแหล่งเก็บกักน้ำ จ.ระยอง เพื่อเสริมความมั่นคงในการบริหารจัดการน้ำต้นทุน ของภาคตะวันออก เนื่องจากอ่างเก็บน้ำประแสร์จะเป็นศูนย์กลางของการผันน้ำ เพื่อป้อนไปยังอ่างเก็บน้ำต่างๆ ได้แก่ ดอกกราย หนองปลาไหล คลองใหญ่ เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภาคตะวันออก ที่จะมีการขยายตัวที่เกิดจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ทั้งใน การลงทุน การท่องเที่ยว และภาคเกษตรรวมถึงการขยายตัวของจำนวนประชากรที่มีความต้องการใช้น้ำเพื่ออุปโภคและบริโภคเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง</p>
<p>เมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จจะทำให้อ่างเก็บน้ำทั้ง 4 แห่ง มีความจุรวมกัน 308.56 ล้าน ลบ.ม. สามารถส่งน้ำให้พื้นที่รับประโยชน์ทั้งสิ้น 267,800 ไร่ รองรับความต้องการน้ำเพื่อผลิตน้ำประปาได้อีกปีละ 45 ล้าน ลบ.ม. และผันน้ำส่วนเกินไปยังอ่างเก็บน้ำประแสร์ได้ถึงปีละประมาณ 70 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งนอกจากจะเป็นเสริมแหล่งน้ำต้นทุนแล้ว ยังสนับสนุนพื้นที่เพาะปลูกสวนผลไม้ใน จ.ระยอง และแหล่งน้ำดิบสำรองที่สำคัญสำหรับอุตสาหกรรมในเขต จ.ระยอง และ จ.ชลบุรี</p>
<p><strong>กรมชลฯ วางแผนบริหารจัดการน้ำจากจันทบุรีไประยอง</strong><br />
<strong>ผ่านอ่างเก็บน้ำที่พัฒนาขึ้น 4 แห่ง</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21435" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/03/Royal-Irrigation-Department-300x200.jpg" alt="" width="600" height="400" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/03/Royal-Irrigation-Department-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/03/Royal-Irrigation-Department-768x511.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/03/Royal-Irrigation-Department-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/03/Royal-Irrigation-Department-500x333.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/03/Royal-Irrigation-Department.jpg 850w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><strong>เกรียงศักดิ์ พุ่มนาค ผู้อำนวยการส่วนบริหารจัดการน้ำและบำรุงรักษาสำนักงานชลประทานที่ 9</strong> กล่าวถึงความคืบหน้าแผนการบริหารจัดการน้ำเพื่อการผันน้ำจากพื้นที่ จ.จันทบุรี ไปสู่อ่างเก็บน้ำประแสร์ จ.ระยองว่า สามารถดำเนินการโดยผันน้ำส่วนเกิน จากอ่างเก็บน้ำที่กรมชลประทานมีแผนพัฒนาขึ้น 4 แห่ง ประกอบด้วย อ่างเก็บน้ำคลองประแกด ซึ่งเป็นอ่างแห่งแรกที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ มีความจุ 60.25 60.26 ล้าน ลบ.ม. โดยกักเก็บน้ำได้ประมาณ 3 ปีแล้วและมีโครงการอยู่ระหว่างก่อสร้างอ่างเก็บน้ำ 2 แห่ง ประกอบด้วย อ่างเก็บน้ำคลองหางแมว ความจุ 80.70 ล้าน ลบ.ม. และ อ่างเก็บน้ำคลองพะวาใหญ่ ความจุ 68.10 ล้าน ลบ.ม. คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปีพ.ศ.2566</p>
<p>ส่วนโครงการ <strong>อ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด</strong> เป็นอ่างเก็บน้ำที่ 4 มีความจุ 99.5 ล้านลบ.ม. อยู่ระหว่างการขอใช้พื้นที่จากกรมป่าไม้ และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จจะทำให้อ่างเก็บน้ำทั้ง 4 แห่ง มีความจุรวมกัน 308.56 ล้าน ลบ.ม. สามารถส่งน้ำให้พื้นที่รับประโยชน์ทั้งสิ้น 267,800 ไร่ รองรับความต้องการน้ำเพื่อผลิตน้ำประปาได้อีกปีละ 45 ล้าน ลบ.ม. และผันน้ำส่วนเกินไปยังอ่างเก็บน้ำประแสร์ได้ถึงปีละประมาณ 70 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งนอกจากจะเป็นเสริมแหล่งน้ำต้นทุนแล้ว ยังสนับสนุนพื้นที่เพาะปลูกสวนผลไม้ใน จ.ระยอง และแหล่งน้ำดิบสำรองที่สำคัญสำหรับอุตสาหกรรมในเขต จ.ระยอง และ จ.ชลบุรี</p>
<p><strong>โครงการฯ แล้วเสร็จ จะมีปริมาณน้ำเพียงพอ </strong><br />
<strong>รองรับความต้องการใช้น้ำในพื้นที่ภาคตะวันออก</strong></p>
<p><strong>เกรียงศักดิ์</strong> กล่าวว่า หลังจากการพัฒนาโครงการฯ แล้วเสร็จ ทำให้มีขีดความสามารถในการกักเก็บน้ำ ทั้งระบบ ที่ไหลจากเทือกเขา ใน อ.แก่งหางแมว ไหลผ่าน อ.นายายอาม และ ประตูระบายน้ำวังโตนด ที่มีพื้นที่ลุ่มน้ำประมาณ 1,839.1 ตร.กม.และยังมีปริมาณน้ำที่ไหลลงทะเลมากกว่าปีละ 1,000 ล้าน ลบ. ทำให้มีปริมาณน้ำเพียงพอในการกักเก็บเพื่อใช้ในการอุปโภคบริโภค ในจ.จันทบุรี รวมถึงการผันน้ำไปยังจ.ระยอง</p>
<p>“โครงการดังกล่าวมีการวางระบบท่อผันน้ำพร้อมอาคารประกอบจากคลองวังโตนด จ.จันทบุรี ไปยังอ่างเก็บน้ำประแสร์ จ.ระยอง โดยตั้งสถานีสูบน้ำพร้อมเครื่องสูบน้ำ อยู่บริเวณคลองวังโตนด บ้านวังประดู่ ต.สามพี่น้อง อ.แก่งหางแมว ใช้เครื่องสูบน้ำชนิด Horizontal Split Case สามารถสูบน้ำได้ รวม 5 ลบ.ม./วินาที จำนวน 9 เครื่อง พร้อมโครงข่ายระบบท่อส่งน้ำ โดยวางแนวท่อส่งน้ำขนาด 1.80 ม. ขนานไปตามทางถนน รวมความยาวทั้งสิ้น 45.7 กม. เพื่อป้อนน้ำเข้าสู่อ่างเก็บน้ำประแสร์ รองรับความต้องการใช้น้ำในพื้นที่ภาคตะวันออก” <strong>เกรียงศักดิ์</strong> กล่าว</p>
<p><strong>อ่างเก็บน้ำประแสร์ ต้นแบบการบริหารจัดการน้ำแบบครบวงจร </strong><br />
<strong>แก้ปัญหาขาดแคลนน้ำในจ.ระยอง</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21434" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/03/Royal-Irrigation-Department5-300x200.jpg" alt="" width="600" height="400" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/03/Royal-Irrigation-Department5-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/03/Royal-Irrigation-Department5-768x511.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/03/Royal-Irrigation-Department5-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/03/Royal-Irrigation-Department5-500x333.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/03/Royal-Irrigation-Department5.jpg 850w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><strong>เฉลิมเกียรติ</strong> กล่าวว่า พื้นที่ลุ่มน้ำภาคตะวันออกมีความสำคัญ ถึงแม้ว่าจะมีน้ำต้นทุน แต่กรมชลประทานจะต้องบริหารจัดการน้ำไม่ให้ขาดแคลนและประสบปัญหาดังเช่นในปีพ.ศ.2548 เนื่องจากปัจจุบันมีการใช้น้ำมากขึ้นทั้งด้านการเกษตร โดยปลูกผลไม้ เช่น ทุเรียน มังคุด และเงาะ เป็นต้น อีกทั้งยังมีความจำเป็นในการดูแลภาคอุตสาหกรรมให้ใช้น้ำในการผลิต ทั้งนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จึงต้องมีการเตรียมการให้สอดคล้องกัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21433" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/03/Royal-Irrigation-Department6-300x146.jpg" alt="" width="600" height="292" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/03/Royal-Irrigation-Department6-300x146.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/03/Royal-Irrigation-Department6-768x373.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/03/Royal-Irrigation-Department6-150x73.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/03/Royal-Irrigation-Department6-500x243.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/03/Royal-Irrigation-Department6.jpg 850w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><strong>อ่างเก็บน้ำประแสร์</strong> จ.ระยอง มีความจุ 295 ล้านลบ.ม. ถือเป็นอ่างเก็บน้ำที่มีศักยภาพและ เป็นต้นแบบการบริหารจัดการน้ำแบบครบวงจร โดยสร้างการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการพัฒนาโครงการ เพื่อให้สอดรับความต้องการใช้น้ำของทุกภาคส่วน รวมถึงการจัดแหล่งน้ำต้นทุนเพิ่ม เพื่อสร้างความมั่นคงให้เพียงพอ และแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำที่เคยเกิดขึ้นในอดีตเมื่อปี พ.ศ.2548 ซึ่งถือเป็นปัจจัยเสี่ยงที่เกิดขึ้น โดยสามารถถอดบทเรียนมาวางแผนการพัฒนาได้ทั้งระบบ</p>
<p>จากสภาพภูมิศาสตร์และภูมิอากาศ จ.ระยอง พบว่าจะมีปริมาณน้ำฝนที่น้อยในช่วงฤดูฝน เมื่อเทียบ จ.จันทบุรี-ตราด กรมชลประทานจึงได้ดำเนินการตามมติของคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2552 ซึ่งมีมติให้ดำเนินโครงการผันน้ำจากพื้นที่ จ.จันทบุรี ป้อนน้ำเข้าอ่างเก็บน้ำประแสร์ จ.ระยอง เพื่อรองรับกิจกรรมการใช้น้ำในภาคต่าง ๆ ทั้งอุปโภค บริโภค การเกษตร อุตสาหกรรม รวมทั้งพื้นที่ EEC และการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นการบริหารจัดน้ำโดยผันน้ำส่วนเกินมาสนับสนุนการสร้างน้ำต้นทุนให้เพิ่มขึ้นในจ.ระยอง</p>
<p><strong>กรมชลฯ ลงพื้นที่พบปะชาวบ้านลุ่มน้ำวังโตนด</strong><br />
<strong>สร้างการมีส่วนร่วมโครงการอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด</strong><br />
<strong>เฉลิมเกียรติ</strong> กล่าวว่า อ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด จากเดิมที่มีพื้นที่ทั้งหมด รวมทั้งหัวงานและถนน 12,000 ไร่ กรมชลประทานได้ปรับลดขนาดพื้นที่เหลือ 11,000ไร่ เท่ากับว่าลดลง 1,000 ไร่ โดยใช้พื้นที่หัวงานและถนนเพียง 1,632 ไร่จากเดิม 1,850 ไร่ สามารถลดพื้นที่น้ำท่วมได้ 1,750 ไร่ ปัจจุบันโครงการฯ ผ่านขั้นตอน EIA แล้ว แต่ยังต้องพิจารณาเพิ่มอีก 2-3 ประเด็น คือ ทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งทางคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมต้องการให้คนในชุมชนมีส่วนร่วม กรมชลประทาน จึงจัดกิจกรรมในครั้งนี้เพื่อพบปะพูดคุยทั้งสองฝ่าย (Two Way Communication) ทั้งชาวบ้านวังโตนด ประแสร์ อีสท์ วอเตอร์ ประปาส่วนภูมิภาค ระยอง ชลบุรี เพื่อจัดทำรายงาน EHIA ฉบับสมบูรณ์ จากนั้นจะชี้แจงต่อคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอีกประมาณ 2-3 ครั้ง หากไม่ทันในปีนี้ ก็จะยื่นขอต่อในปีพ.ศ.2566 คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างในปีพ.ศ.2567 ด้วยงบประมาณราว 6,400 -6,500 ล้านบาท</p>
<figure id="attachment_21432" aria-describedby="caption-attachment-21432" style="width: 600px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-21432" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/03/Royal-Irrigation-Department7-300x200.jpg" alt="" width="600" height="400" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/03/Royal-Irrigation-Department7-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/03/Royal-Irrigation-Department7-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/03/Royal-Irrigation-Department7-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/03/Royal-Irrigation-Department7-500x334.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/03/Royal-Irrigation-Department7.jpg 850w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /><figcaption id="caption-attachment-21432" class="wp-caption-text">พื้นที่หัวงานของสถานีสูบน้ำบ้านวังประดู่ จ.จันทบุรี</figcaption></figure>
<p>“ผมบอกพี่น้องชาวลุ่มน้ำวังโตนดว่า การก่อสร้างโครงการอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด กระทบพื้นที่ 11,000 ไร่ ทางกรมชลประทาน จะปลูกป่าให้ 2 เท่า รวมทั้งสร้างฝายเล็กๆ เพื่อให้เป็นแหล่งน้ำสำหรับสัตว์ป่า เช่น ช้าง เป็นต้น”<strong> เฉลิมเกียรติ</strong> กล่าว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21431" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/03/Royal-Irrigation-Department8-300x146.jpg" alt="" width="600" height="292" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/03/Royal-Irrigation-Department8-300x146.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/03/Royal-Irrigation-Department8-768x373.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/03/Royal-Irrigation-Department8-150x73.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/03/Royal-Irrigation-Department8-500x243.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/03/Royal-Irrigation-Department8.jpg 850w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><strong>เผยปี’63 กลุ่มลุ่มน้ำวังโตนด จ.จันทบุรี </strong><br />
<strong>ผันน้ำ 10 ล้านคิว ช่วย EEC รอดวิกฤตภัยแล้ง</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21430" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/03/Royal-Irrigation-Department9-300x200.jpg" alt="" width="600" height="400" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/03/Royal-Irrigation-Department9-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/03/Royal-Irrigation-Department9-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/03/Royal-Irrigation-Department9-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/03/Royal-Irrigation-Department9-500x334.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/03/Royal-Irrigation-Department9.jpg 850w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><strong>วุฒิชัย นรสิงห์ ผู้อำนวยการโครงการกรมชลประทาน จ.จันทบุรี</strong> กล่าวว่า ในปีพ.ศ.2563 กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่าฝนจะล่าช้าประมาณเดือนมิถุนายน ทำให้พื้นที่ EEC อ่างเก็บน้ำประแสร์ จ.ระยองขาดแคลนน้ำ ทางกลุ่มลุ่มน้ำวังโตนด จึงดำเนินการผันน้ำ ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม ถึง 25 มีนาคม 2563 ทั้งหมด 10 ล้านลบ.ม. จากสถานีสูบน้ำบ้านวังประดู่ จ.จันทบุรี ระยะทาง 46 ก.ม.ไปยัง EEC จ.ระยอง ทำให้ EEC รอดพ้นจากภัยแล้ง</p>
<p><strong>อ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด</strong><br />
<strong>ช่วยเพิ่มความมั่นคงทางน้ำในภาคตะวันออก</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21429" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/03/Royal-Irrigation-Department10-300x200.jpg" alt="" width="600" height="400" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/03/Royal-Irrigation-Department10-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/03/Royal-Irrigation-Department10-768x511.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/03/Royal-Irrigation-Department10-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/03/Royal-Irrigation-Department10-500x333.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/03/Royal-Irrigation-Department10.jpg 850w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><strong>ผศ.เจริญ ปิยารมย์ ประธานคณะทำงานลุ่มน้ำวังโตนด จ.จันทบุรี</strong> กล่าวว่า ขณะนี้ “น้ำ” เป็นเรื่องระดับมหภาค การที่กรมชลประทานก่อสร้างอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด เราชาวลุ่มน้ำวังโตนดได้รับประโยชน์โดยตรง ทั้งนี้โครงการลุ่มน้ำวังโตนดเกี่ยวพันกับความแห้งแล้งของจังหวัดระยอง หลายคนพยายามมองแยกส่วน แต่เราอยู่ด้วยกันทั้งจันทบุรี ระยอง ชลบุรี ฉะเชิงเทรา มีการพัฒนาชัดเจน จึงสนับสนุนให้มีการสร้างอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด และควรสร้างให้เต็มศักยภาพ เพราะแสดงถึงความมั่นคงทางน้ำ</p>
<p>“การบริหารจัดการน้ำ เป็นการพึ่งพากัน จากเหตุการณ์ภัยแล้งในปีพ.ศ.2563 มีการผันน้ำ 10 ล้าน ลบ.ม. เพื่อช่วยพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เป็นผลสำเร็จ ซึ่งโครงข่ายการบริหารจัดการน้ำช่วยให้เกิดความมั่นคงทางน้ำ ส่วนอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนดช่วยความมั่นคงทางน้ำในภาคตะวันออก เราตระหนักในเรื่องนี้ จึงพยายามช่วยผลักดันให้การสร้างอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนดประสบความสำเร็จ” <strong>อาจารย์เจริญ</strong> กล่าว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21428" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/03/Royal-Irrigation-Department11-300x146.jpg" alt="" width="600" height="292" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/03/Royal-Irrigation-Department11-300x146.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/03/Royal-Irrigation-Department11-768x373.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/03/Royal-Irrigation-Department11-150x73.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/03/Royal-Irrigation-Department11-500x243.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/03/Royal-Irrigation-Department11.jpg 850w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>ด้านตัวแทนเกษตรกรจากลุ่มน้ำวังโตนด แสดงความคิดเห็นว่า พื้นที่อำเภอแก่งหางแมว จ.จันทบุรี ถือเป็นแหล่งผลิตทุเรียนขนาดใหญ่ที่สุดในโลก โดยผลิตปีละประมาณ 700 ล้านตัน สร้างรายได้ให้ประเทศปีละแสนล้านบาท การสร้างอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด ซึ่งใช้งบประมาณราวหมื่นล้านบาท นับว่าคุ้มค่ากับรายได้จากทุเรียนปีละแสนล้านบาท จึงเห็นด้วยกับการสร้างอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด</p>
<p><strong>ทั้งนี้ หากอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนดได้รับไฟเขียวให้ก่อสร้าง ทางกรมชลประทานมีแผนพัฒนาเพื่อรองรับพื้นที่ EEC 10 ปี หนึ่งในแผนนั้น คือ โครงการสร้างผันน้ำจากอ่างเก็บน้ำประแสร์ – หนองค้อ -บางพระ จ.ชลบุรี เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำให้อ่างเก็บน้ำบางพระ จ.ชลบุรี ปีละประมาณ 80 ล้านลบ.ม. เพื่อผลิตน้ำประปา อุตสาหกรรม และการท่องเที่ยวในพื้นที่เศรษฐกิจ จ.ชลบุรี</strong></p>
<p>&nbsp;</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/royal-irrigation-department-2/">กรมชลฯ ลงพื้นที่ลุ่มน้ำวังโตนด เปิดให้ชุมชนมีส่วนร่วมบริหารจัดการน้ำภาคตะวันออก หวังตอบโจทย์ความต้องการใช้น้ำทุกภาคส่วน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/royal-irrigation-department-2/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เปิดค่ายชุมชนสัมพันธ์ ร่วมพัฒนาอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด จ.จันทบุรี แลกเปลี่ยนเรียนรู้การมีส่วนร่วมแผนยกระดับแหล่งน้ำฟื้นเศรษฐกิจชุมชน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%ad%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%87%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3-%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%82%e0%b8%95%e0%b8%99%e0%b8%94/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%ad%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%87%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3-%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%82%e0%b8%95%e0%b8%99%e0%b8%94/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 10 Dec 2021 08:52:24 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[กรมชลประทาน]]></category>
		<category><![CDATA[กิจกรรมเข้าค่ายชุมชนสัมพันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[อ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=20174</guid>

					<description><![CDATA[<p>องค์กรภาครัฐ ภาคประชาชน ร่วมกิจกรรมเข้าค่ายชุมชนสัมพันธ์ เพื่อระดมความคิดเห็นต่อแนวทางการพัฒนาอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด สู่แหล่งน้ำที่มีศักยภาพในพื้นที่ ลดปัญหาน้ำต้นทุนขาดแคลน สร้างมูลค่าภาคเกษตร สร้างรายได้เศรษฐกิจชุมชน สร้างแหล่งที่อยู่ของสัตว์ป่า และพันธุ์พืช ฟื้นฟูระบบนิเวศภาคตะวันออก นายเฉลิมเกียรติ คงวิเชียรวัฒน์ รองอธิบดีฝ่ายวิชาการกรมชลประทาน เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆนี้ ได้ร่วมกับภาคีเครือข่ายหน่วยงานรัฐ และ ชุมชน อาทิ หน่วยราชการในพื้นที่ องค์กรเอกชนด้านการคุ้มครองสิ่งแวดล้อม องค์การพัฒนาเอกชน สถาบันการศึกษา นักวิชาการอิสระ ผู้จัดทำรายงานและประชาชนทั่วไป จัด “กิจกรรมเข้าค่ายชุมชนสัมพันธ์” เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%ad%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%87%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3-%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%82%e0%b8%95%e0%b8%99%e0%b8%94/">เปิดค่ายชุมชนสัมพันธ์ ร่วมพัฒนาอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด จ.จันทบุรี แลกเปลี่ยนเรียนรู้การมีส่วนร่วมแผนยกระดับแหล่งน้ำฟื้นเศรษฐกิจชุมชน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>องค์กรภาครัฐ ภาคประชาชน ร่วมกิจกรรมเข้าค่ายชุมชนสัมพันธ์ เพื่อระดมความคิดเห็นต่อแนวทางการพัฒนาอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด สู่แหล่งน้ำที่มีศักยภาพในพื้นที่ ลดปัญหาน้ำต้นทุนขาดแคลน สร้างมูลค่าภาคเกษตร สร้างรายได้เศรษฐกิจชุมชน สร้างแหล่งที่อยู่ของสัตว์ป่า และพันธุ์พืช ฟื้นฟูระบบนิเวศภาคตะวันออก</strong><span id="more-20174"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-20176 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/12/RID-News-10-12-2021_02.jpg" alt="นายเฉลิมเกียรติ คงวิเชียรวัฒน์" width="600" height="380" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/12/RID-News-10-12-2021_02.jpg 600w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/12/RID-News-10-12-2021_02-300x190.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/12/RID-News-10-12-2021_02-150x95.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/12/RID-News-10-12-2021_02-500x317.jpg 500w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายเฉลิมเกียรติ คงวิเชียรวัฒน์</strong></span> <strong>รองอธิบดีฝ่ายวิชาการกรมชลประทาน</strong> เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆนี้ ได้ร่วมกับภาคีเครือข่ายหน่วยงานรัฐ และ ชุมชน อาทิ หน่วยราชการในพื้นที่ องค์กรเอกชนด้านการคุ้มครองสิ่งแวดล้อม องค์การพัฒนาเอกชน สถาบันการศึกษา นักวิชาการอิสระ ผู้จัดทำรายงานและประชาชนทั่วไป จัด “กิจกรรมเข้าค่ายชุมชนสัมพันธ์” เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ และการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนในการพัฒนาโครงการอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด จ.จันทบุรี ให้เกิดประโยชน์สุงสุด ในการจัดหาแหล่งน้ำต้นทุน เพื่อให้สามารถบริหารจัดการน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในการกักเก็บน้ำเพื่อสำรองรองน้ำไว้ใช้ ในช่วงฤดูแล้ง และเพียงพอต่อความต้องการใช้น้ำของประชาชนในพื้นที่ ทั้งด้านอุปโภคบริโภค ภาคเกษตร และการป้องกันอุทุกภัย รวมทั้งแนวทางการดูแลและฟื้นฟูผืนป่า สัตว์ป่าและพันธุ์พืช เพื่อให้ระบบนิเวศกลับมาสมบูรณ์อีกครั้งครอบคลุมทั้งพื้นที่ภาคตะวันออก</p>
<p>ทั้งนี้ประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทางการเกษตร โดยเฉพาะพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ ไม่ว่าจะเป็นผลไม้ตามฤดูกาล ยางพารา ล้วนแล้วแต่มีความต้องการใช้น้ำอย่างต่อเนื่อง ซึ่งความก้าวหน้าของการดำเนินโครงการจัดการแหล่งน้ำของกรมชลประทาน จำเป็นต้องสร้างความรู้เข้าใจร่วมกันในการพัฒนาเป็นแหล่งน้ำที่สำคัญในพื้นที่ภาคตะวันออก โดยผ่านการนำเสนอควาบคืบหน้าของแผนการพัฒนาโครงการฯ ในวงกว้างเพื่อสร้างความรู้และความเข้าใจที่ถูกต้อง ควบคู่ไปกับการส่งเสริมและสนับสนุนการมีส่วนร่วมของชุมชน ภาคีเครือข่าย และผู้เกี่ยวข้องกับโครงการ เพื่อนำมาสู่ความเชื่อมั่นในแนวทางการพัฒนาโครงการที่ต้องมีการวางแผนร่วมกัน นำไปสู่ความร่วมมือต่อไปในปัจจุบัน และอนาคต เพื่อร่วมยกระดับคุณภาพชีวิต การขับเคลื่อนเศรษฐกิจ รวมถึงการดูแลด้านสิ่งแวดล้อมของจังหวัดให้เกิดความยั่งยืน</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-20177" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/12/RID-News-10-12-2021_03.jpg" alt="กิจกรรมเข้าค่ายชุมชนสัมพันธ์" width="600" height="400" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/12/RID-News-10-12-2021_03.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/12/RID-News-10-12-2021_03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/12/RID-News-10-12-2021_03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/12/RID-News-10-12-2021_03-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ มีผู้เข้าร่วมจากพื้นที่ อ.หางแมว, อ.นายายอาม, อ.ท่าใหม่ และ อ.เขาคิชฌกูฎ ซึ่งประกอบด้วย 7 กลุ่มคือ 1. กลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย 3 กลุ่ม คือ กลุ่มผู้ได้รับผลกระทบที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกิน, กลุ่มผู้ได้รับผลประโยชน์ และกลุ่มผู้อ่อนไหว, 2. กลุ่มหน่วยงานราชการในพื้นที่, 3. องค์กรเอกชนด้านการคุ้มครองสิ่งแวดล้อม องค์การพัฒนาเอกชน สถาบันการศึกษาและนักวิชาการอิสระ, 4. ผู้จัดทำรายงาน, 5. ผู้พิจารณารายงาน, 6. รวมถึงสื่อมวลชน และ 7. ประชาชนทั่วไป</p>
<p><strong>อย่างไรก็ตาม นอกจากการมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่างๆในการพัฒนาโครงการ ยังเป็นกิจกรรมที่สร้างความสัมพันธ์ที่ดี ที่จะสามารถแสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่อโครงการฯ ระหว่างหน่วยงานภาครัฐและ ภาคประชาชน และยังสามารถสะท้อนถึงบริบทของชุมชน ความเป็นอยู่ การดำรงชีพ การประกอบอาชีพที่สำคัญในพื้นที่ นำไปสู่การแลกเปลี่ยนเรียนรู้วัฒนธรรมชุมชนท้องถิ่น ที่ยังคงรักษาต่อไปได้โดยอาศัยทรัพยากรน้ำที่มีคุณค่าที่จะร่วมยกระดับคุณภาพชีวิตและสามารถนำไปพัฒนาและต่อยอดในการส่งเสริมอาชีพ และสร้างรายได้ที่เพิ่มขึ้นในอนาคต</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%ad%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%87%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3-%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%82%e0%b8%95%e0%b8%99%e0%b8%94/">เปิดค่ายชุมชนสัมพันธ์ ร่วมพัฒนาอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด จ.จันทบุรี แลกเปลี่ยนเรียนรู้การมีส่วนร่วมแผนยกระดับแหล่งน้ำฟื้นเศรษฐกิจชุมชน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%ad%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%87%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3-%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%82%e0%b8%95%e0%b8%99%e0%b8%94/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กรมชลฯ ศึกษา IEE โครงการอ่างเก็บน้ำลำไตรมาศ จ.พังงา เพิ่มแหล่งน้ำใน 3 ตำบลบนพื้นที่ 6,350 ไร่ คาดก่อสร้างในปี’66</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b8%a5%e0%b8%af-3/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b8%a5%e0%b8%af-3/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 12 Nov 2021 10:07:36 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Report]]></category>
		<category><![CDATA[กรมชลประทาน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=19716</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรมชลประทาน เดินหน้าศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น หรือ IEE โครงการอ่างเก็บน้ำลำไตรมาศ จังหวัดพังงา หลังพบโครงการบางส่วนอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นชุมชน ผู้มีส่วนได้เสียอย่างต่อเนื่อง เพื่อรวบรวมข้อมูลและแนวทางแก้ปัญหาสู่แผนพัฒนาโครงการฯ ความจุ 6 ล้านลบ.ม. เพื่อแก้ไขปัญหาขาดแคลนน้ำในฤดูแล้ง และบรรเทาความเสียหายจากอุทกภัย เพิ่มศักยภาพแหล่งน้ำต้นทุน เพื่อการเกษตร และอุปโภค-บริโภคตลอดทั้งปี มีพื้นที่ได้รับประโยชน์รวม 6,350 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ชลประทาน 3 ตำบล ของอำเภอทับปุด ประกอบด้วย ตำบลทับปุด ตำบลบางเหรียง และตำบลโคกเจริญ คาดจัดทำ&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b8%a5%e0%b8%af-3/">กรมชลฯ ศึกษา IEE โครงการอ่างเก็บน้ำลำไตรมาศ จ.พังงา เพิ่มแหล่งน้ำใน 3 ตำบลบนพื้นที่ 6,350 ไร่ คาดก่อสร้างในปี’66</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กรมชลประทาน เดินหน้าศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น หรือ IEE โครงการอ่างเก็บน้ำลำไตรมาศ จังหวัดพังงา หลังพบโครงการบางส่วนอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นชุมชน ผู้มีส่วนได้เสียอย่างต่อเนื่อง เพื่อรวบรวมข้อมูลและแนวทางแก้ปัญหาสู่แผนพัฒนาโครงการฯ ความจุ 6 ล้านลบ.ม. เพื่อแก้ไขปัญหาขาดแคลนน้ำในฤดูแล้ง และบรรเทาความเสียหายจากอุทกภัย เพิ่มศักยภาพแหล่งน้ำต้นทุน เพื่อการเกษตร และอุปโภค-บริโภคตลอดทั้งปี มีพื้นที่ได้รับประโยชน์รวม 6,350 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ชลประทาน 3 ตำบล ของอำเภอทับปุด ประกอบด้วย ตำบลทับปุด ตำบลบางเหรียง และตำบลโคกเจริญ คาดจัดทำ IEE แล้วเสร็จมกราคม 2565 เริ่มก่อสร้างในปีพ.ศ.2566</strong></p>
<p><span id="more-19716"></span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-19721" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/IEE2-300x146.jpg" alt="" width="600" height="292" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/IEE2-300x146.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/IEE2-768x373.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/IEE2-150x73.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/IEE2-500x243.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/IEE2.jpg 850w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>เมื่อเร็วๆ นี้ เฉลิมเกียรติ คงวิเชียรวัฒน์ รองอธิบดีฝ่ายวิชาการ กรมชลประทาน ได้นำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่โครงการบริเวณฝายลำไตรมาศ ที่ตั้งหัวงานอ่างเก็บน้ำ และพื้นที่รับประโยชน์ของโครงการอ่างเก็บน้ำลำไตรมาศ โดยมีปริญญา สัคคะนายก ผู้อำนวยการสำนักชลประทานที่ 15 ทีมบริษัทที่ปรึกษา ส่วนราชการและผู้นำชุมชน ประกอบด้วยกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และรองประธานบริหารจัดการน้ำลำไตรมาศ รวมทั้งผู้มีส่วนได้เสียเข้าร่วมงาน เพื่อรับฟังความก้าวหน้าของโครงการฯ</p>
<p><strong>กรมชลฯ ศึกษา IEE สอดคล้องกับแนวทางของสผ.</strong><br />
<strong>พร้อมรวบรวมความเห็นประชาชนจัดทำรายงาน IEE</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-19723" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/iee-9-300x200.jpg" alt="" width="600" height="400" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/iee-9-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/iee-9-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/iee-9-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/iee-9-500x334.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/iee-9.jpg 850w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><strong>เฉลิมเกียรติ</strong> กล่าวว่า โครงการอ่างเก็บน้ำลำไตรมาศมีการดำเนินงานสำรวจและออกแบบรายละเอียดโครงการฯ แล้วเสร็จในปีพ.ศ.2553 แต่จากการตรวจสอบข้อมูลแผนที่ พบว่า เนื่องจากพื้นที่โครงการบางส่วนอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าเทือกเขาสูง ทางกรมชลประทานจึงได้ดำเนินโครงการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้นอ่างเก็บน้ำลำไตรมาศ ตำบลบางเหรียง อำเภอทับปุด จังหวัดพังงา ให้เป็นไปตามข้อกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง และเป็นไปตามแนวทางของสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) เพื่อรวบรวมข้อมูล รับฟังความคิดเห็นจากประชาชนในพื้นที่ เพื่อนำไปประกอบในการจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น (Initial Environmental Examination : IEE) ในระหว่างการศึกษากรมชลประทานได้ดำเนินการขออนุญาตกรมป่าไม้ เพื่อเข้าไปทำการศึกษาหรือวิจัยทางวิชาการในเขตป่าสงวนแห่งชาติของกรมป่าไม้ และกรมป่าไม้ได้พิจารณาอนุญาตเมื่อวันที่ 8 เมษายน 2564 ที่ผ่านมา</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-19720" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/IEE4-300x200.jpg" alt="" width="600" height="400" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/IEE4-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/IEE4-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/IEE4-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/IEE4-500x334.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/IEE4.jpg 850w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>หากโครงการดังกล่าวแล้วเสร็จ มีส่วนสำคัญในการแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำในฤดูแล้ง และบรรเทาความเสียหายจากอุทกภัย ซึ่งเป็นแหล่งน้ำต้นทุนที่สำคัญให้กับประชาชนในการใช้อุปโภค-บริโภค และเพาะปลูกสำหรับพื้นที่เกษตรกรรมได้ตลอดทั้งปี มีส่วนช่วยการส่งเสริมรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนที่อยู่ในเขตพื้นที่โครงการและบริเวณใกล้เคียงให้ดีขึ้น รวมถึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นแลนด์มาร์กสำคัญของจังหวัดพังงาในอนาคต</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-19719" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/IEE5-300x146.jpg" alt="" width="600" height="292" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/IEE5-300x146.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/IEE5-768x373.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/IEE5-150x73.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/IEE5-500x243.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/IEE5.jpg 850w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><strong>อ่างเก็บน้ำลำไตรมาศ มีพื้นที่ราว 570 ไร่</strong><br />
<strong>ความจุสูงสุดกว่า 6 ล้าน ลบ.ม.</strong><br />
โครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำลำไตรมาศ มีพื้นที่โครงการประมาณ 570 ไร่ ตั้งอยู่ในพื้นที่ ตำบลบางเหรียง อำเภอทับปุด จังหวัดพังงา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพและเหมาะสมทางด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม มีการออกแบบเป็นเขื่อนเก็บกักน้ำ ชนิดเขื่อนดิน ประกอบด้วยเขื่อนหลักและเขื่อนปิดเขาต่ำ โดยเขื่อนหลักมีสันเขื่อนกว้าง 9 เมตร ยาว 407 เมตร สูง 37 เมตร และเขื่อนปิดช่องเขาต่ำ มีสันเขื่อนกว้าง 9 เมตร ยาว 142 เมตร สูง 27 เมตร มีความจุอ่างเก็บน้ำระดับต่ำสุด 5.73 ล้าน ลบ.ม. และระดับสูงสุด 6.11 ล้าน ลบ.ม. โครงการฯ จะส่งน้ำผ่านอาคารท่อระบายน้ำลงลำน้ำเดิม เข้าสู่ระบบส่งน้ำเดิมที่ประกอบไปด้วย ฝายลำไตรมาศ และคลองส่งน้ำ 2 สาย คือ คลองส่งน้ำสายใหญ่ฝั่งซ้าย และ คลองส่งน้ำสาย 1 ซ้าย-สายใหญ่ฝั่งซ้าย รวมทั้งมีการวางท่อส่งน้ำชลประทานเพิ่มเติมบริเวณตำบลทับปุด ความยาวประมาณ 2.4 ก.ม. พร้อมทั้งติดตั้งเครื่องสูบน้ำบริเวณหนองกก หมู่ 4 บ้านลุ่มเกรียบ ตำบลทับปุด เพื่อรองรับพื้นที่รับประโยชน์ใหม่</p>
<p><strong>มีพื้นที่รับประโยชน์ 6,350 ไร่ </strong><br />
<strong>ส่งน้ำให้พื้นที่ชลประทานฤดูฝน 5,200 ไร่ &#8211; ฤดูแล้ง 1,500 ไร่</strong><br />
นอกจากนี้ ยังวางท่อส่งน้ำอุปโภคใหม่ไปยังพื้นที่ตำบลบางเหรียง ระยะทางความยาว 2.9 ก.ม. พร้อมทั้งติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพิ่มแรงดัน จำนวน 2 แห่ง ที่บริเวณท้ายอ่างเก็บน้ำลำไตรมาศ และบริเวณแยกทางเข้าวัดบางเหรียง เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำเพื่ออุปโภคบริโภคของชาวบ้านตำบลบางเหรียง 500 ครัวเรือน</p>
<p>หากดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จ จะทำให้มีพื้นที่รับประโยชน์ประมาณ 6,350 ไร่ โดยส่งน้ำให้พื้นที่ชลประทานฤดูฝน 5,200 ไร่ และฤดูแล้งประมาณ 1,500 ไร่ ครอบคลุมในพื้นที่ ตำบลโคกเจริญ ตำบลทับปุด อำเภอทับปุด โดยประชาชนในพื้นที่ชลประทานสามารถทำเกษตรทั้งในฤดูฝนและฤดูแล้งได้ตลอดทั้งปี และสามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบในการเพาะปลูกพืชเพิ่มเติม นอกเหนือจากปาล์มและยางพารา ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจหลักของพื้นที่ โดยในอนาคตสามารถปลูกพืชชนิดอื่นเพิ่มขึ้น ประกอบด้วย ทุเรียน กาแฟ ฟ้าทะลายโจร รวมทั้งสนับสนุนน้ำด้านการอุปโภค-บริโภค ครอบคลุม ตำบลบางเหรียง อำเภอทับปุด ได้ประมาณ 50,000 ลบ.ม.ต่อปี</p>
<p><strong>โครงการฯ เริ่มก่อสร้างในปี’66</strong><br />
<strong>ใช้ระยะเวลาก่อสร้าง 3 ปี</strong><br />
เฉลิมเกียรติ กล่าวว่า กรมชลประทานสำรวจรังวัดแบบก่อสร้าง 70-80% ในปีพ.ศ.2564 กรมชลประทานจะมาเปิดงานก่อน จากนั้นในปีพ.ศ.2565 จะจัดหาเครื่องมือ อุปกรณ์ โดยทำถนนและทำบ้านพักเจ้าหน้าที่ ส่วนในปีพ.ศ.2566 เริ่มก่อสร้าง จากนั้นในปีพ.ศ.2567 จะเห็นภาพชัดเจน โครงการดังกล่าวคาดว่าใช้ระยะเวลาก่อสร้าง 3 ปี ในปีพ.ศ.2570 นำน้ำในอ่างเก็บน้ำเชื่อมกับคลองส่งน้ำของกรมชลประทาน บนพื้นที่ 6,350 ไร่ และวางท่อต่อให้ประชาชนในตำบลบางเหรียงได้นำน้ำไปใช้ ทั้งนี้ขอฝากให้กลุ่มผู้บริหารจัดการน้ำใช้น้ำของอ่างเก็บน้ำลำไตรมาศช่วยกันพัฒนาและจัดการน้ำให้เกิดความยุติธรรม เข้มแข็ง เพื่อจะได้ไม่เกิดปัญหาต่อกัน และเป็นการยกระดับกลุ่มให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น</p>
<p><strong>ผู้ได้รับผลกระทบ 60 ราย พื้นที่ทำกิน 78 แปลง</strong><br />
<strong>ล้วนเห็นความสำคัญของโครงการฯ</strong></p>
<p>โครงการดังกล่าวใช้งบประมาณค่าก่อสร้างไม่รวมค่าชดเชยที่ดินและทรัพย์สิน ประมาณ 480 ล้านบาท ทั้งนี้มีผู้ได้รับผลกระทบจากการพัฒนาโครงการ จำนวน 60 ราย เป็นแปลงพื้นที่ทำกิน 78 แปลง และชาวบ้านในพื้นที่ที่ได้รับกระทบเห็นความสำคัญในการพัฒนาอ่างเก็บน้ำ เพื่อกักเก็บน้ำไว้ในใช้ฤดูแล้ง ล้วนเห็นด้วยกับโครงการฯ</p>
<p>“โชคดีที่พี่น้องตำบลทับปุด บางเหรียง และมีผู้นำกลุ่มใช้น้ำที่เข้มแข็ง รวมทั้งผู้นำส่วนราชการ เช่น นายอำเภอ สร้างความรู้ความเข้าใจให้ประชาชน มีพี่น้องที่อยู่ในพื้นที่ที่ก่อสร้างอ่างเก็บน้ำ และมีการวางท่อผ่านบ้านชาวบ้าน โดยพี่น้องมีความเข้าใจและให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี”<strong> เฉลิมเกียรติ</strong> กล่าว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-19718" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/IEE6-300x200.jpg" alt="" width="600" height="400" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/IEE6-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/IEE6-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/IEE6-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/IEE6-500x334.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/IEE6.jpg 850w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><strong>อ่างเก็บน้ำช่วยให้ชาวบ้านปลูกทุเรียน กาแฟ พืชสมุนไพรได้</strong><br />
<strong>พร้อมเสนอให้กรมชลฯ เร่งสำรวจผลอาสิน</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-19717" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/IEE7-e1636711532748-146x300.jpg" alt="" width="300" height="617" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/IEE7-e1636711532748-146x300.jpg 146w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/IEE7-e1636711532748-150x309.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/IEE7-e1636711532748-243x500.jpg 243w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/IEE7-e1636711532748.jpg 413w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></p>
<p><strong>วิสุทธิ์ ทองเจิม กำนันตำบลบางเหรียง</strong> กล่าวว่า โครงการอ่างเก็บน้ำลำไตรมาศ ทางกรมชลประทานได้เดินท่อไปยังหมู่ 1,2,3 และ4 ส่วนหมู่ 5 อยู่บนพื้นที่สูง ซึ่งมีชาวบ้านตำบลบางเหรียงที่ได้รับประโยชน์ 500 ครัวเรือน ทั้งนี้ชาวบ้านส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทางการเกษตร โดยปลูกสวนปาล์มและยางพาราเป็นหลัก</p>
<p><strong>มานะ สงวนพันธ์ ผู้ใหญ่บ้านตำบลทับปุด และประธานชมรมผู้ใหญ่บ้านทับปุด</strong> กล่าวว่า โครงการอ่างเก็บน้ำลำไตรมาศ เริ่มขึ้นตั้งแต่ปีพ.ศ.2536 โดยโครงการดังกล่าว นับเป็นโครงการขนาดใหญ่ในจังหวัดพังงา การมีอ่างเก็บน้ำดังกล่าวแทนที่ชาวบ้านจะปลูกแต่พืชเชิงเดี่ยว เช่น ปาล์ม ยางพารา เมื่อมีน้ำใช้ในการเกษตรสามารถปลูกทุเรียน กาแฟ โกโก้ รวมทั้งพืชสมุนไพร โดยส่วนตัวมั่นใจว่าโครงการนี้เกิดขึ้นอย่างแน่นอน พร้อมกันนี้อยากเสนอให้กรมชลประทานเร่งสำรวจผลอาสิน ทั้งที่มีโฉนดหรือไม่มีโฉนด</p>
<p><strong>ชาวบ้านในพื้นที่ต้องการถนนใช้สัญจรไปมา</strong><br />
<strong>กรมชลฯ เตรียมแผนสร้างถนนรองรับ</strong></p>
<p>ไพโรจน์ ชัยชนะ รองประธานกลุ่มบริหารจัดการน้ำลำไตรมาศ ในฐานะผู้มีส่วนได้เสีย กล่าวว่า ในฐานะผู้มีส่วนได้เสีย มีข้อกังวลว่าประชาชนที่มีสวนอยู่เหนือเขื่อนจะสามารถลำเลียงสินค้าเกษตรได้อย่างไร เนื่องจากยังไม่ได้รับความแน่ชัดของโครงการก่อสร้างถนนรอบอ่างเก็บน้ำ อีกทั้งในช่วงสถานการณ์ COVID-19 มีคนในพื้นที่ว่างงานและได้ลงทะเบียนกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจำนวนมาก จึงอยากเสนอให้นำแรงงานที่ตกงานและใช้เครื่องจักรในพื้นที่ ในส่วนของการปรับปรุงภูมิทัศน์ตำบลบางเหรียงให้เป็นแลนด์มาร์ค เสนอให้พิจารณาถึงผู้มีส่วนได้เสียที่จะได้รับประโยชน์ สามารถนำสินค้ามาวางจำหน่ายได้ เพื่อเพิ่มรายได้ให้คนในพื้นที่</p>
<p>สอดคล้องกับ อารี ณ นคร ชาวบ้านในพื้นที่ซึ่งมีส่วนได้เสีย ได้ฝากถึงกรมชลประทานให้มีการเวนคืนและย้ายผลอาสินให้แล้วเสร็จก่อนการสร้างอ่างเก็บน้ำลำไตรมาศ พร้อมทั้งเสนอแนะให้มีโครงการถนนรอบอ่างเก็บน้ำเพื่อให้ชาวบ้านได้สัญจรไปมาได้</p>
<p>ในเรื่องนี้ เฉลิมเกียรติ ชี้แจงว่า การก่อสร้างอ่างเก็บน้ำ อาจทำให้ประชาชนในพื้นที่บางส่วนไม่สามารถสัญจรไปมาได้ กรมชลประทานมีแนวคิดที่สร้างถนนทดแทนเชื่อมอ่างเก็บน้ำ เพื่อความสะดวกในการเดินทาง รวมทั้งนำพันธุ์ปลาน้ำจืดมาปล่อยในอ่างเก็บน้ำ เพื่อให้ชาวบ้านที่ทำประมงน้ำจืด สามารถจับปลาไปบริโภคได้พร้อมทั้งปรับภูมิทัศน์อ่างเก็บน้ำ เพื่อพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวในอนาคต</p>
<p><strong>กรมชลฯ จัดประชุมรับฟังความคิดเห็นประชาชนในพื้นที่ </strong><br />
<strong>แก้ไขปัญหาขาดแคลนน้ำฤดูแล้ง &#8211; ป้องกันอุทกภัยได้อย่างยั่งยืน</strong><br />
นอกจากนี้ กรมชลประทานได้เห็นถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วมของประชาชน ได้จัดประชุมรับฟังความคิดเห็น ร่วมกับหน่วยงาน องค์กรที่เกี่ยวข้อง และประชาชนผู้มีส่วนได้เสียอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างการรับรู้ ความเข้าใจ แลกเปลี่ยนและนำข้อมูลที่ได้มาประกอบการวิเคราะห์หาแนวทางแก้ไขปัญหา ที่สามารถสนองตอบความต้องการของประชาชนมากที่สุด และสามารถแก้ไขปัญหาขาดแคลนน้ำในฤดูแล้ง และบรรเทาความเสียหายจากอุทกภัยได้อย่างยั่งยืน สอดคล้องกับบริบทในพื้นที่ โดยจัดปฐมนิเทศโครงการ ครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2563 ณ ศาลาประชาคมเทศบาลบตำบลทับปุด อำเภอทับปุด จังหวัดพังงา มีผู้เข้าร่วมประชุม 139 ราย และจัดประชุมกลุ่มย่อย ในวันที่ 19 ตุลาคม 2563 ณ ผู้เข้าร่วมประชุม 131 ราย ณ ศาลาประชาคมหมู่ที่ 3 บ้านตีนวัด ตำบลโคกเจริญ อำเภอทับปุด จังหวัดพังงา</p>
<p><strong>ภายหลังจากการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น (IEE) แล้วเสร็จ ในเดือนมกราคม 2565 กรมชลประทานจะดำเนินการขอรับสนับสนุนงบประมาณ เพื่อดำเนินการก่อสร้างต่อไป</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b8%a5%e0%b8%af-3/">กรมชลฯ ศึกษา IEE โครงการอ่างเก็บน้ำลำไตรมาศ จ.พังงา เพิ่มแหล่งน้ำใน 3 ตำบลบนพื้นที่ 6,350 ไร่ คาดก่อสร้างในปี’66</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b8%a5%e0%b8%af-3/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กรมชลฯ เร่งศึกษาฯ อาคารบังคับน้ำฯ 2 แห่ง เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำแม่น้ำจันทบุรีแก้ปัญหาภัยแล้งให้เกษตรกร</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b8%a5%e0%b8%af/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b8%a5%e0%b8%af/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 05 Nov 2021 06:47:32 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Report]]></category>
		<category><![CDATA[กรมชลประทาน]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหาภัยแล้ง]]></category>
		<category><![CDATA[แม่น้ำจันทบุรี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=19518</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรมชลประทาน เร่งเดินหน้าโครงการศึกษาความเหมาะสมและประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม “อาคารบังคับน้ำฝายบ้านแตงเม” และ “อาคารบังคับน้ำฝายท่าหลวงบน” ในแม่น้ำจันทบุรีโดยด่วน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำ แก้ปัญหาภัยแล้งและปัญหาน้ำท่วม ในพื้นที่ อำเภอมะขาม และพื้นที่ใกล้เคียง โดยมีพื้นที่ได้รับประโยชน์ มากกว่า 12,380 ไร่ 3 แผนหลักการบริหารจัดการน้ำในแม่น้ำจันทบุรี ช่วยเก็บกักน้ำเพิ่มขึ้น 409 ล้านลบ.ม. จากยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดจันทบุรี การแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำ การบรรเทาอุทกภัย และการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ประกอบกับ ผลการศึกษาศักยภาพการพัฒนาแหล่งน้ำ การผันน้ำ การปรับปรุงอาคารบังคับน้ำในแม่น้ำจันทบุรี และการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ โดยผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับโครงการ&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b8%a5%e0%b8%af/">กรมชลฯ เร่งศึกษาฯ อาคารบังคับน้ำฯ 2 แห่ง เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำแม่น้ำจันทบุรีแก้ปัญหาภัยแล้งให้เกษตรกร</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>กรมชลประทาน เร่งเดินหน้าโครงการศึกษาความเหมาะสมและประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม “อาคารบังคับน้ำฝายบ้านแตงเม” และ “อาคารบังคับน้ำฝายท่าหลวงบน” ในแม่น้ำจันทบุรีโดยด่วน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำ แก้ปัญหาภัยแล้งและปัญหาน้ำท่วม ในพื้นที่ อำเภอมะขาม และพื้นที่ใกล้เคียง โดยมีพื้นที่ได้รับประโยชน์ มากกว่า 12,380 ไร่</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-19537" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/chanthaburi1-300x149.jpg" alt="" width="600" height="299" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/chanthaburi1-300x149.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/chanthaburi1-768x382.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/chanthaburi1-150x75.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/chanthaburi1-500x249.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/chanthaburi1.jpg 850w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span id="more-19518"></span></p>
<p><strong>3 แผนหลักการบริหารจัดการน้ำในแม่น้ำจันทบุรี </strong><br />
<strong>ช่วยเก็บกักน้ำเพิ่มขึ้น 409 ล้านลบ.ม.</strong></p>
<p>จากยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดจันทบุรี การแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำ การบรรเทาอุทกภัย และการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ประกอบกับ ผลการศึกษาศักยภาพการพัฒนาแหล่งน้ำ การผันน้ำ การปรับปรุงอาคารบังคับน้ำในแม่น้ำจันทบุรี และการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ โดยผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับโครงการ นำไปสู่การจัดทำแผนหลักในการพัฒนาและการบริหารจัดการน้ำ ในลุ่มน้ำแม่น้ำจันทบุรี ที่มีความสอดคล้องกันอย่างเป็นระบบทั้งในระดับลุ่มน้ำและระดับท้องถิ่น และมุ่งเน้นให้เป็นไปตามความต้องการและเป็นที่ยอมรับของท้องถิ่นอย่างแท้จริง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-19536" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/chanthaburi2-300x146.jpg" alt="" width="600" height="292" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/chanthaburi2-300x146.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/chanthaburi2-768x373.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/chanthaburi2-150x73.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/chanthaburi2-500x243.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/chanthaburi2.jpg 850w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>โดยแผนหลักในการพัฒนาและการบริหารจัดการน้ำ ในลุ่มน้ำแม่น้ำจันทบุรี ประกอบด้วย <strong>1.การก่อสร้างโครงการอาคารบังคับน้ำ (ฝาย) จำนวน 3 แห่ง</strong> ได้แก่ ฝายบ้านแตงเม ฝายท่าหลวงบน และฝายบ้านปึก (กรมพัฒนาที่ดิน) และปรับปรุงฝายเดิมตามลำน้ำแม่น้ำจันทบุรีอีก 12 ฝาย <strong>2.การพัฒนาโครงการท่อผันน้ำจากลุ่มน้ำคลองวังโตนด 3 แนว</strong> ได้แก่ แนวผันน้ำตอนบน 1) โครงการแนวผันจากอ่างเก็บน้ำคลองหางแมวไปยังอ่างเก็บน้ำศาลทราย 2) แนวผันจากอ่างเก็บน้ำคลองหางแมวและอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนดไปยังอ่างเก็บน้ำศาลทราย และแนวผันน้ำตอนล่าง คือ (3) แนวผันจากคลองวังโตนดไปยังอ่างเก็บน้ำคลองโล่งโค่ง และ<strong>3.การพัฒนาโครงการอ่างเก็บน้ำขนาดกลางและขนาดใหญ่ในพื้นที่ลุ่มน้ำ 17 โครงการ</strong></p>
<p>เมื่อดำเนินการตามแผนหลักโครงการระดับลุ่มน้ำ จะทำให้ในพื้นที่ศึกษาโครงการมีความจุเก็บกักน้ำเพิ่มขึ้นอีก ประมาณ 409 ล้านลบ.ม. สามารถพัฒนาพื้นที่ชลประทานเพิ่มขึ้นได้อีกประมาณ 280,376 ไร่ โดยใช้งบประมาณทั้งสิ้นประมาณ 12,244 ล้านบาท</p>
<p>อย่างไรก็ตาม จากผลการจัดลำดับความสำคัญของโครงการทั้งหมดแล้ว พบว่า โครงการที่มีความสำคัญเร่งด่วนและสามารถดำเนินการได้เป็นลำดับที่ 1 และ 2 คือ โครงการฝายบ้านแตงเม และฝายท่าหลวงบน ตามลำดับ</p>
<p><strong>กรมชลฯ ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้า</strong><br />
<strong>โครงการฝายบ้านแตงเม &#8211; ฝายท่าหลวงบน</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-19534" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/chanthaburi3-173x300.jpg" alt="" width="250" height="434" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/chanthaburi3-173x300.jpg 173w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/chanthaburi3-589x1024.jpg 589w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/chanthaburi3-768x1334.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/chanthaburi3-150x261.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/chanthaburi3-288x500.jpg 288w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/chanthaburi3.jpg 823w" sizes="(max-width: 250px) 100vw, 250px" /></p>
<p><strong>เฉลิมเกียรติ คงวิเชียรวัฒน์ รองอธิบดีฝ่ายวิชาการ กรมชลประทาน</strong> กล่าวภายหลังนำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่ติดตามโครงการอาคารบังคับน้ำฝายบ้านแตงเม และโครงการอาคารบังคับน้ำฝายท่าหลวงบน จังหวัดจันทบุรี ว่า สถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำจันทบุรีตลอดหลายปีที่ผ่าน พบว่า ประชาชนและเกษตรกร มักประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำในช่วงฤดูแล้ง และเกิดอุทกภัยในช่วงฤดูฝน ส่งผลให้ประชาชนที่อาศัยในพื้นที่ลุ่มน้ำส่วนใหญ่ที่ประกอบอาชีพทำสวนผลไม้โดยเฉพาะทุเรียน และมังคุด ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญ ได้รับความเสียหาย</p>
<p><strong>สร้างอาคารบังคับน้ำฝายบ้านแตงเมแทนฝายเดิม </strong><br />
<strong>เก็บกักน้ำได้ 2.53 ล้าน ลบ.ม</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-19532" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/chanthaburi5-300x146.jpg" alt="" width="600" height="292" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/chanthaburi5-300x146.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/chanthaburi5-768x373.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/chanthaburi5-150x73.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/chanthaburi5-500x243.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/chanthaburi5.jpg 850w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /><br />
กรมชลประทานจึงได้ศึกษาวางโครงการฯ เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวพบว่าฝายบ้านแตงเมเป็นฝายคอนกรีตเสริมเหล็กความสูงประมาณ 3.50 เมตร ปัจจุบันไม่สามารถเก็บกักน้ำได้เต็มศักยภาพของลำน้ำ ทำให้ขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตรในช่วงฤดูแล้ง ดังนั้นจึงต้องก่อสร้างอาคารบังคับน้ำและฝายทดน้ำแทนฝายเดิมที่มีอยู่ โดยออกแบบให้เป็นฝายทดน้ำแบบคอนกรีตเสริมเหล็กสูง 3.00 เมตร พร้อมติดตั้งบานระบายแบบบานพับได้ขนาดความกว้าง ประมาณ 45 เมตร ความสูงของบานระบายแบบบานพับ 4.25 เมตร เมื่อโครงการก่อสร้างแล้วเสร็จจะสามารถเพิ่มความจุเก็บกักน้ำได้ประมาณ 2.53 ล้าน ลบ.ม. โดยมีสถานีสูบน้ำตั้งอยู่ที่บ้านวังแซ้ม สามารถสูบน้ำจากแม่น้ำจันทบุรี แล้วส่งน้ำเข้าท่อส่งน้ำโดยตรง เพื่อกระจายน้ำสู่พื้นที่รับประโยชน์ด้วยระบบท่อส่งน้ำรับแรงดัน รวมความยาวท่อส่งน้ำประมาณ 9.91 กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ 4,980 ไร่ ใน 7 หมู่บ้านของตำบลวังแซ้ม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-19531" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/chanthaburi6-300x200.jpg" alt="" width="600" height="400" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/chanthaburi6-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/chanthaburi6-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/chanthaburi6-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/chanthaburi6-500x334.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/chanthaburi6.jpg 850w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><strong>สร้างอาคารบังคับน้ำฝายท่าหลวงบน </strong><br />
<strong>ความจุ 3.38 ล้านลบ.ม.</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-19530" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/chanthaburi7-300x146.jpg" alt="" width="600" height="292" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/chanthaburi7-300x146.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/chanthaburi7-768x373.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/chanthaburi7-150x73.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/chanthaburi7-500x243.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/chanthaburi7.jpg 850w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>ขณะเดียวกันได้ออกแบบก่อสร้าง<strong>อาคารบังคับน้ำฝายท่าหลวงบน</strong> เป็นการก่อสร้างฝายทดน้ำแห่งใหม่ ซึ่งอยู่ทางด้านท้ายน้ำของฝายวังจะอ้าย โดยเป็นฝายทดน้ำแบบคอนกรีตเสริมเหล็กสูง 3 เมตร พร้อมติดตั้งบานระบายแบบพับได้ ขนาดความกว้าง ประมาณ 50 เมตร ความสูงของบาน 4.45 เมตร เมื่อโครงการก่อสร้างแล้วเสร็จจะสามารถเพิ่มความจุเก็บกักน้ำได้ประมาณ 3.38 ล้านลบ.ม. โดยมีสถานีสูบน้ำบ้านท่าหลวงบนตั้งอยู่ที่บ้านท่าหลวงบน และสถานีสูบน้ำบ้านท่าหลวงล่างตั้งอยู่ที่บ้านท่าหลวงล่าง โดยสูบน้ำจากแม่น้ำจันทบุรีส่งน้ำเข้าท่อส่งน้ำโดยตรงเพื่อกระจายน้ำไปสู่พื้นที่รับประโยชน์ทั้งฝั่งซ้ายและฝั่งขวาด้วยระบบท่อส่งน้ำรับแรงดัน รวมความยาวท่อส่งน้ำประมาณ 14.35 กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่รับประโยชน์ประมาณ 7,400 ไร่ ใน 8 หมู่บ้าน ของตำบลท่าหลวง และตำบลมะขาม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-19528 aligncenter" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/chanthaburi8-300x200.jpg" alt="" width="600" height="400" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/chanthaburi8-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/chanthaburi8-768x511.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/chanthaburi8-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/chanthaburi8-500x333.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/chanthaburi8.jpg 850w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-19527" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/chanthaburi9-300x200.jpg" alt="" width="600" height="400" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/chanthaburi9-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/chanthaburi9-768x511.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/chanthaburi9-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/chanthaburi9-500x333.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/chanthaburi9.jpg 850w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>“กรมชลฯ วางแผนก่อสร้างอาคารบังคับน้ำในรูปแบบฝายทดน้ำแบบคอนกรีตเสริมเหล็ก พร้อมติดตั้งบานระบายแบบบานพับได้ เพื่อเพิ่มระดับเก็บกักให้สูงขึ้นจากระดับสันฝายคอนกรีตเสริมเหล็ก ส่วนในช่วงฤดูน้ำหลากสามารถพับตัวบานระบายให้ขนานกับสันฝายคอนกรีตเสริมเหล็ก เพื่อให้สามารถระบายน้ำได้ตามปกติ ซึ่งจะช่วยบริหารจัดการน้ำต้นทุนและเพิ่มระยะทางเก็บกักน้ำให้มีความจุน้ำเพิ่มขึ้น” เฉลิมเกียรติ กล่าว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-19526" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/chanthaburi10-300x146.jpg" alt="" width="600" height="292" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/chanthaburi10-300x146.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/chanthaburi10-768x373.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/chanthaburi10-150x73.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/chanthaburi10-500x243.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/chanthaburi10.jpg 850w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>ทั้งนี้ กรมชลประทานได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วมของประชาชน ได้จัดประชุมรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้เสีย เพื่อสร้างการรับรู้ ความเข้าใจ และนำข้อมูลที่ได้มาประกอบการวิเคราะห์หาแนวทางแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนที่เหมาะสม</p>
<p><strong>สร้างฝายพร้อมช่วยกระจายน้ำให้ชาวบ้านสูบไปใช้ </strong><br />
<strong>สร้างความมั่นคงทางน้ำ</strong><br />
<strong>เฉลิมเกียรติ</strong> กล่าวว่า สวนผลไม้ใช้น้ำ 500 บ้านลบ.ม. ปัจจุบันมีอ่างเก็บน้ำหลายแห่งที่สร้างเสร็จแล้ว เช่น อ่างเก็บน้ำเขื่อนพลวงของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และอ่างเก็บน้ำวังโตนด ซึ่งเก็บกักน้ำได้ 300 ล้านลบม.และฝายบ้านแตงเม ซึ่งเก็บกักน้ำได้ 98 บ้านลบ.ม. ยังขาดน้ำอีก 100 บ้านลบ.ม. ในอนาคตจะมีการสร้างอ่างเก็บน้ำอีก 17 แห่ง ขณะนี้ได้ทำการศึกษาและประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม (EIA) เนื่องจากอยู่ในพื้นที่ป่า</p>
<p>ในส่วนของฝายท่าหลวงบน เป็นฝายแบบลมยาง อายุการใช้ยาวนาน 30 ปี หากสร้างแล้วเสร็จจะเก็บกักน้ำได้ 3-4 ล้านลบม. โดยกรมชลประทานจะช่วยกระจายน้ำ ด้วยการวางท่อเหล็กหรือท่อ TPE ให้เกษตรกรสูบไปใช้ในสวนทุเรียน เงาะและ มังคุด เพื่อสร้างความมั่นคงทางน้ำ ซึ่งจะมีความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจมากกว่าสร้างฝายเพียงอย่างเดียว โดยใช้เงินลงทุนไม่ต่ำกว่า 400-500 ล้านบาท</p>
<p><strong>คาดอาคารบังคับน้ำ 2 แห่งแล้วเสร็จในปี 2570</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-19525" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/chanthaburi11-436x1024.jpg" alt="" width="250" height="587" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/chanthaburi11-436x1024.jpg 436w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/chanthaburi11-128x300.jpg 128w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/chanthaburi11-654x1536.jpg 654w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/chanthaburi11-150x352.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/chanthaburi11-213x500.jpg 213w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/chanthaburi11.jpg 710w" sizes="(max-width: 250px) 100vw, 250px" /><br />
<strong>ปกครอง สุดใจนาค ผู้อำนวยการสำนักงานก่อสร้างชลประทานขนาดใหญ่ที่ 6</strong> รับผิดชอบพื้นที่ชลบุรี ระยอง จันทบุรีและตราด กล่าวว่า การสร้างฝายสามารถสร้างได้ โดยไม่ต้องจัดทำ EIA เนื่องจากไม่กระทบต่อสัตว์และป่าไม้มากมาย สำหรับฝายบ้านแตงเมพร้อมก่อสร้างในปีพ.ศ.2567-2568 ใช้เวลาก่อสร้าง 3 ปี เพราะมีงานระบบด้วยส่วนฝายท่าหลวงบนสำรวจเสร็จในปีพ.ศ.2565 และขออนุมัติงบประมาณจากกรมชลประทาน คาดว่าจะก่อสร้างได้ในปีพ.ศ.2568 ในปีพ.ศ.2570 โครงการน่าจะเสร็จสมบูรณ์แบบ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-19524" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/chanthaburi12-130x300.jpg" alt="" width="250" height="579" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/chanthaburi12-130x300.jpg 130w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/chanthaburi12-442x1024.jpg 442w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/chanthaburi12-663x1536.jpg 663w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/chanthaburi12-150x347.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/chanthaburi12-216x500.jpg 216w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/chanthaburi12.jpg 699w" sizes="(max-width: 250px) 100vw, 250px" /><br />
<strong>วิทวัฒน์ วันทนียกุล ผู้อำนวยการโครงการชลประทานจันทบุรี</strong> กล่าวว่า แม่น้ำจันทบุรีพยายามหาน้ำมากักเก็บในช่วงหน้าแล้ง ซึ่งปกติจะได้น้ำจากอ่างเก็บน้ำเขื่อนพลวง กรมชลประทานจึงดำเนินการก่อสร้างอาคารเก็บกักน้ำ และปรับปรุงฝายบ้านแตงเม และสร้างฝายท่าหลวงบนก่อน เพื่อหาน้ำต้นทุน รวมทั้งพัฒนาระบบกระจายน้ำ และสถานีสูบน้ำ เพื่อให้เกษตรกรมีน้ำใช้ในช่วงฤดูแล้ง</p>
<p>“ในวันที่ 12-13 ตุลาคมที่ผ่านมา แม่น้ำจันทบุรีมีปริมาณน้ำ 820 ล้านลบม./วินาที แต่น้ำไม่ท่วมตัวเมืองจันทบุรี เหมือนในปี พ.ศ.2542 ถึงแม้ว่าฝนจะตก แต่ก็ยังระบายน้ำได้ เพราะโชคดีที่มีคลองภักดีรำไพ โครงการพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชใช้สำหรับแก้ปัญหาอุทกภัยในชุมชนริมแม่น้ำจันทบุรี ทำหน้าที่ระบายน้ำจากแม่น้ำดังกล่าวลงสู่อ่าวไทย ทำให้น้ำไม่ท่วมตัวเมืองจันทบุรี” วิทวัฒน์ กล่าว</p>
<p><strong>อาคารบังคับน้ำฝายท่าหลวงบน </strong><br />
<strong>ช่วยให้การจัดการน้ำเป็นระบบ</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-19523" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/chanthaburi13-160x300.jpg" alt="" width="250" height="469" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/chanthaburi13-160x300.jpg 160w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/chanthaburi13-546x1024.jpg 546w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/chanthaburi13-768x1440.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/chanthaburi13-819x1536.jpg 819w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/chanthaburi13-150x281.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/chanthaburi13-267x500.jpg 267w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/chanthaburi13.jpg 850w" sizes="(max-width: 250px) 100vw, 250px" /></p>
<p><strong>ดิลก บัวเกิด นายกเทศมนตรีตำบลมะขามเมืองใหม่</strong> กล่าวว่า โครงการก่อสร้างอาคารบังคับน้ำฝายท่าหลวงบน ทำให้เห็นถึงความยั่งยืนด้านการจัดการน้ำเป็นระบบ แสดงถึงความมั่นคงทางเศรษฐกิจ เนื่องจากเกษตรกรในพื้นที่มีปัญหาภัยแล้ง ทำให้มั่นคงในอาชีพนอกจากการก่อสร้างอาคารบังคับน้ำแล้ว ยังต้องพิจารณาเรื่องที่เกษตรกร ซึ่งอยู่ห่างไกลจากแม่น้ำจันทบุรีต้องสูบน้ำมาใช้ด้วย</p>
<p><strong>มุมมองผู้นำชุมชนต่อโครงการฝายบ้านท่าหลวงบน</strong><br />
<strong>พร้อมฝากข้อเสนอแนะไปยังกรมชลประทาน</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-19522" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/chanthaburi14-122x300.jpg" alt="" width="250" height="615" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/chanthaburi14-122x300.jpg 122w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/chanthaburi14-416x1024.jpg 416w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/chanthaburi14-150x369.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/chanthaburi14-203x500.jpg 203w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/chanthaburi14.jpg 545w" sizes="(max-width: 250px) 100vw, 250px" /></p>
<p><strong>ศักดิ์ณรงค์ หัสคุณ</strong> กล่าวว่า ความต้องการน้ำเป็นปัจจัยหลักชาวบ้าน หากมีการใช้พลังงานธรรมชาติ เช่น โซลาร์เซลล์ในส่วนของแนวท่อน้ำดิบ ทำให้ดูแลง่าย พร้อมทั้งเสนอให้พัฒนาอ่างน้ำหนองกะเพลิงให้สามารถเก็บกักน้ำได้มากขึ้น ซึ่งจะช่วยลดปัญหาการใช้น้ำ และเกิดความเท่าเทียมกัน หากทำได้จะเกิดประโยชน์ทั้งตำบลมะขาม และตำบลท่าหลวง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-19521 aligncenter" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/chanthaburi15-178x300.jpg" alt="" width="250" height="421" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/chanthaburi15-178x300.jpg 178w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/chanthaburi15-609x1024.jpg 609w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/chanthaburi15-768x1292.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/chanthaburi15-150x252.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/chanthaburi15-297x500.jpg 297w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/chanthaburi15.jpg 850w" sizes="(max-width: 250px) 100vw, 250px" /><br />
<strong>ประธานกลุ่มเกษตรกรผู้ใช้น้ำ ตำบลท่าหลวง</strong> กล่าวเสริมว่า ปัจจุบันพื้นที่ตำบลท่าหลวงมีผู้ใช้น้ำ 130 ราย โดยใช้น้ำจากอ่างเก็บน้ำหนองกะเพลิง พื้นที่ 500 ล้านไร่ ติดตั้งหัวสูบมอเตอร์ที่หนองกะเพลิง ในช่วงหน้าแล้งจะสูบน้ำจากแม่น้ำจันทบุรี โดยเริ่มสูบตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ เพื่อให้มีปริมาณเพียงพอต่อการเพาะปลูกและบริโภค หากสร้างฝายท่าหลวงบน ทำให้เกษตรกรได้รับประโยชน์มีน้ำใช้ในหน้าแล้ง</p>
<p><strong>หากโครงการก่อสร้างอาคารบังคับน้ำแล้วเสร็จทั้ง 2 โครงการ จะมีพื้นที่ได้รับประโยชน์ กว่า12,380ไร่ ประชาชนมีแหล่งเก็บกักน้ำที่มั่นคงเพื่อใช้ในฤดูแล้งอย่างเพียงพอต่อความต้องการทั้งในด้านการอุปโภค-บริโภค ทำการเกษตร และเลี้ยงสัตว์ รวมถึงช่วยลดปัญหาอุทกภัยในเขตพื้นที่ จังหวัดจันทบุรีได้อีกด้วย</strong><strong>นอกจากนี้ยังสามารถยกระดับไปสู่การเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ แหล่งประมงพื้นบ้าน เพื่อสร้างงาน สร้างรายได้สู่ท้องถิ่นอีกทางหนึ่ง เป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชนให้ดีขึ้น</strong></p>
<p>&nbsp;</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b8%a5%e0%b8%af/">กรมชลฯ เร่งศึกษาฯ อาคารบังคับน้ำฯ 2 แห่ง เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำแม่น้ำจันทบุรีแก้ปัญหาภัยแล้งให้เกษตรกร</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b8%a5%e0%b8%af/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กรมชลฯลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชน-เช็คปริมาณน้ำหลังเกิดอุทุกภัยจ.ลพบุรี เตรียมพัฒนาแผนระยะยาวหนุนสร้างคลองระบายน้ำชัยนาท-ป่าสัก</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b8%a5%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b8%a5%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 04 Oct 2021 09:02:57 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[กรมชลประทาน]]></category>
		<category><![CDATA[ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม]]></category>
		<category><![CDATA[ลพบุรี]]></category>
		<category><![CDATA[อุทุกภัย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=19065</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#8220;รองอธิบดีกรมชลประทาน &#8221; ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำจ.ลพบุรีและมอบถุงยังชีพให้ประชาชน ต.พุคา เพื่อบรรเทาเดือดร้อนให้กับชุมชน เร่งศึกษาข้อมูลปริมาณน้ำจากสถานการณ์ อุทุกภัยที่เกิดขึ้น สู่แผนการบริหารจัดการน้ำระยะยาว ในโครงการคลองระบายน้ำหลากชัยนาท-ป่าสัก ตั้งเป้าเพิ่มประสิทธิภาพระบายน้ำในช่วงฤดูน้ำหลาก บรรเทาปัญหาอุทุกภัยลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง เสริมความมั่นคงระบบน้ำป้อนภาคเกษตร ขยายพื้นที่ชลประทาน เฉลิมเกียรติ คงวิเชียรวัฒน์ รองอธิบดีฝ่ายวิชาการ กรมชลประทาน เปิดเผยว่า เมื่อเร็วนี้ ได้ลงพื้นที่ จ.ลพบุรี หนึ่งใน 3 จังหวัด (นครสวรรค์ ลพบุรี และสระบุรี) ที่อยู่พื้นที่พัฒนาโครงการคลองระบายน้ำหลากชัยนาท-ป่าสัก ซึ่งโครงการดังกล่าวมีระยะทาง 88&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b8%a5%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99/">กรมชลฯลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชน-เช็คปริมาณน้ำหลังเกิดอุทุกภัยจ.ลพบุรี เตรียมพัฒนาแผนระยะยาวหนุนสร้างคลองระบายน้ำชัยนาท-ป่าสัก</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>&#8220;รองอธิบดีกรมชลประทาน &#8221; ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำจ.ลพบุรีและมอบถุงยังชีพให้ประชาชน ต.พุคา เพื่อบรรเทาเดือดร้อนให้กับชุมชน เร่งศึกษาข้อมูลปริมาณน้ำจากสถานการณ์ อุทุกภัยที่เกิดขึ้น สู่แผนการบริหารจัดการน้ำระยะยาว ในโครงการคลองระบายน้ำหลากชัยนาท-ป่าสัก ตั้งเป้าเพิ่มประสิทธิภาพระบายน้ำในช่วงฤดูน้ำหลาก บรรเทาปัญหาอุทุกภัยลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง เสริมความมั่นคงระบบน้ำป้อนภาคเกษตร ขยายพื้นที่ชลประทาน</strong></p>
<p><span id="more-19065"></span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-19067" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/LINE_ALBUM_คลองส่งน้ำเริงราง-สระบุรี_๒๑๑๐๐๔_4-300x200.jpg" alt="" width="600" height="400" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/LINE_ALBUM_คลองส่งน้ำเริงราง-สระบุรี_๒๑๑๐๐๔_4-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/LINE_ALBUM_คลองส่งน้ำเริงราง-สระบุรี_๒๑๑๐๐๔_4-768x511.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/LINE_ALBUM_คลองส่งน้ำเริงราง-สระบุรี_๒๑๑๐๐๔_4-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/LINE_ALBUM_คลองส่งน้ำเริงราง-สระบุรี_๒๑๑๐๐๔_4-500x333.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/LINE_ALBUM_คลองส่งน้ำเริงราง-สระบุรี_๒๑๑๐๐๔_4.jpg 850w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><strong>เฉลิมเกียรติ คงวิเชียรวัฒน์ รองอธิบดีฝ่ายวิชาการ กรมชลประทาน</strong> เปิดเผยว่า เมื่อเร็วนี้ ได้ลงพื้นที่ จ.ลพบุรี หนึ่งใน 3 จังหวัด (นครสวรรค์ ลพบุรี และสระบุรี) ที่อยู่พื้นที่พัฒนาโครงการคลองระบายน้ำหลากชัยนาท-ป่าสัก ซึ่งโครงการดังกล่าวมีระยะทาง 88 กิโลเมตร เริ่มอ.ตาคลี จ.นครสวรรค์ สิ้นสุด แม่น้ำป่าสักบริเวณ ต.เริงราง อ.เสาไห้ จ.สระบุรี มีเป้าหมายเพื่อการแก้ไขปัญหาอุทุกภัยลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่างที่ อยู่ใน 9 แผนหลัก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำ โดยเฉพาะช่วงฤดูน้ำหลากของลุ่มน้ำเจ้าพระยา ซึ่งขณะนี้โครงการดังกล่าว อยู่ระหว่างการรวบรวมความคิดเห็นของประชาชน ควบคู่ไปกับการศึกษาออกแบบทางวิชาการโดยเฉพาะ เพื่อนำไปสู่การจัดทำแผนรองรับการพัฒนาโครงการได้อย่างสมบูรณ์</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-19066" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/LINE_ALBUM_คลองส่งน้ำเริงราง-สระบุรี_๒๑๑๐๐๔_17-300x200.jpg" alt="" width="600" height="400" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/LINE_ALBUM_คลองส่งน้ำเริงราง-สระบุรี_๒๑๑๐๐๔_17-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/LINE_ALBUM_คลองส่งน้ำเริงราง-สระบุรี_๒๑๑๐๐๔_17-768x511.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/LINE_ALBUM_คลองส่งน้ำเริงราง-สระบุรี_๒๑๑๐๐๔_17-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/LINE_ALBUM_คลองส่งน้ำเริงราง-สระบุรี_๒๑๑๐๐๔_17-500x333.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/LINE_ALBUM_คลองส่งน้ำเริงราง-สระบุรี_๒๑๑๐๐๔_17.jpg 850w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>“ด้วยสถานการณ์อุทุกภัยที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ในขณะนี้ จ.ลพบุรี เป็นอีกพื้นที่ได้รับผลกระทบจากอุทุกภัยน้ำท่วม ส่งผลต่อปริมาณน้ำที่เอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในหลายแห่ง และหลายจังหวัดในพื้นที่ภาคกลาง กรมชลฯ ได้พยายามเข้าช่วยเหลือในการเร่งระบายน้ำโดยด่วน พร้อมกันนี้ได้มอบสิ่งของ<br />
อุปโภค-บริโภค เพื่อให้ประชาชนไม่สามารถสัญจรออกจากพื้นที่ได้ ประกอบด้วย น้ำดื่ม 45 แพ็ค บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป 8 ลัง นมกล่องพร้อมดื่ม 10 ลัง ไข่ไก่ 30 แผง แก่ประชาชน ต.พุคา อ.บ้านหมี่ จ.ลพบุรี เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้นได้ทันท่วงที” <strong>เฉลิมเกียรติกล่าว</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-19069" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/LINE_ALBUM_มอบของ-บ้านหมี่-ลพบุ_๒๑๑๐๐๔_18-300x200.jpg" alt="" width="600" height="400" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/LINE_ALBUM_มอบของ-บ้านหมี่-ลพบุ_๒๑๑๐๐๔_18-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/LINE_ALBUM_มอบของ-บ้านหมี่-ลพบุ_๒๑๑๐๐๔_18-768x511.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/LINE_ALBUM_มอบของ-บ้านหมี่-ลพบุ_๒๑๑๐๐๔_18-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/LINE_ALBUM_มอบของ-บ้านหมี่-ลพบุ_๒๑๑๐๐๔_18-500x333.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/LINE_ALBUM_มอบของ-บ้านหมี่-ลพบุ_๒๑๑๐๐๔_18.jpg 850w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>ในส่วนแผนการแก้ไขปัญหาหาระยะยาว กรมชลประทาน ได้มีการทำการศึกษา โครงการคลองระบายน้ำหลากชัยนาท-ป่าสัก เพื่อบรรเทาและแก้ไขปัญหาอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดลพบุรี และพื้นที่ใกล้เคียง ขณะนี้ โครงการอยู่ระหว่างการสำรวจและออกแบบในการเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในพื้นที่ท้ายน้ำ เพื่อเร่งระบายน้ำในช่วงฤดูน้ำหลาก ที่จะเพิ่มประสิทธิภาพระบายน้ำได้ถึง 2,800 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยบรรเทาผลกระทบจากอุทุกภัยให้ประชาชนได้มากขึ้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-19068" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/LINE_ALBUM_คลองส่งน้ำเริงราง-สระบุรี_๒๑๑๐๐๔_1-300x200.jpg" alt="" width="600" height="400" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/LINE_ALBUM_คลองส่งน้ำเริงราง-สระบุรี_๒๑๑๐๐๔_1-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/LINE_ALBUM_คลองส่งน้ำเริงราง-สระบุรี_๒๑๑๐๐๔_1-768x511.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/LINE_ALBUM_คลองส่งน้ำเริงราง-สระบุรี_๒๑๑๐๐๔_1-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/LINE_ALBUM_คลองส่งน้ำเริงราง-สระบุรี_๒๑๑๐๐๔_1-500x333.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/LINE_ALBUM_คลองส่งน้ำเริงราง-สระบุรี_๒๑๑๐๐๔_1.jpg 850w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><strong>อย่างไรก็ตาม ความคืบหน้าการพัฒนาโครงการ ได้มีการออกแบบและสำรวจ การจัดทำโครงการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว อยู่ระหว่างการรวบรวมรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน ที่นำไปสู่การแผนพัฒนาโครงการที่สมบูรณ์ ก่อนนำเสนอต่อรัฐบาลเพื่อพิจารณาอนุมัติในการเริ่มก่อสร้างโครงการ ในปี 2566 ซึ่งจะสร้างผลดีต่อประชาชน และเศรษฐกิจในภาพรวม ในการเพิ่มพื้นที่ชลประทานเพื่อการเพาะปลูกผลผลิตทางการเกษตร 868,697 ไร่ รวมถึงยังเป็นแหล่งกักเก็บน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภค</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b8%a5%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99/">กรมชลฯลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชน-เช็คปริมาณน้ำหลังเกิดอุทุกภัยจ.ลพบุรี เตรียมพัฒนาแผนระยะยาวหนุนสร้างคลองระบายน้ำชัยนาท-ป่าสัก</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b8%a5%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>จับตาความคืบหน้าโครงการอ่างเก็บน้ำคลองสีสุกฯ ช่วยชาวสุราษฎร์ แก้ปัญหาขาดแคลนน้ำ – ป้องกันน้ำท่วม</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%ad%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%87%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%81/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%ad%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%87%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%81/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 01 Oct 2021 07:17:18 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Report]]></category>
		<category><![CDATA[กรมชลประทาน]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำท่วม]]></category>
		<category><![CDATA[สุราษฎร์ธานี]]></category>
		<category><![CDATA[อ่างเก็บน้ำคลองสีสุกฯ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=19043</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรมชลประทาน จัดกิจกรรมสื่อสัญจร ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าโครงการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น อ่างเก็บน้ำคลองสีสุก อันเนื่องมาจากกระราชดำริ จังหวัดสุราษฎร์ธานี แก้ปัญหาขาดแคลนน้ำอุปโภค-บริโภค และทำการเกษตรของประชาชนในพื้นที่ตำบลคลองชะอุ่น คาดเริ่มสร้างก่อสร้างในปีพ.ศ.2568 แล้วเสร็จในปีพ.ศ.2568 มีพื้นที่ได้รับประโยชน์ 8,450 ไร่ และประชาชน 1,958 ครัวเรือน ได้ใช้น้ำเพื่อเพิ่มมูลค่าผลผลิตทางการเกษตร รวมทั้งพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวของชุมชนในอนาคต กรมชลประทานติดตามความก้าวหน้าอ่างเก็บน้ำคลองสีสุกฯ เฉลิมเกียรติ คงวิเชียรวัฒน์ รองอธิบดีฝ่ายวิชาการ กรมชลประทาน พร้อมคณะผู้บริหาร จัดกิจกรรมสื่อสัญจรลงพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อติดตามความคืบหน้า โครงการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น อ่างเก็บน้ำคลองสีสุก อันเนื่องมาจากกระราชดำริ จังหวัดสุราษฎร์ธานี&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%ad%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%87%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%81/">จับตาความคืบหน้าโครงการอ่างเก็บน้ำคลองสีสุกฯ ช่วยชาวสุราษฎร์ แก้ปัญหาขาดแคลนน้ำ – ป้องกันน้ำท่วม</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กรมชลประทาน จัดกิจกรรมสื่อสัญจร ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าโครงการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น อ่างเก็บน้ำคลองสีสุก อันเนื่องมาจากกระราชดำริ จังหวัดสุราษฎร์ธานี แก้ปัญหาขาดแคลนน้ำอุปโภค-บริโภค และทำการเกษตรของประชาชนในพื้นที่ตำบลคลองชะอุ่น คาดเริ่มสร้างก่อสร้างในปีพ.ศ.2568 แล้วเสร็จในปีพ.ศ.2568 มีพื้นที่ได้รับประโยชน์ 8,450 ไร่ และประชาชน 1,958 ครัวเรือน ได้ใช้น้ำเพื่อเพิ่มมูลค่าผลผลิตทางการเกษตร รวมทั้งพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวของชุมชนในอนาคต</strong></p>
<p><span id="more-19043"></span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-19044" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/Surat1-300x200.jpg" alt="ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าโครงการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม" width="600" height="400" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/Surat1-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/Surat1-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/Surat1-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/Surat1-500x334.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/Surat1.jpg 850w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<h3>กรมชลประทานติดตามความก้าวหน้าอ่างเก็บน้ำคลองสีสุกฯ</h3>
<p>เฉลิมเกียรติ คงวิเชียรวัฒน์ รองอธิบดีฝ่ายวิชาการ กรมชลประทาน พร้อมคณะผู้บริหาร จัดกิจกรรมสื่อสัญจรลงพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อติดตามความคืบหน้า โครงการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น อ่างเก็บน้ำคลองสีสุก อันเนื่องมาจากกระราชดำริ จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยเปิดโอกาสให้สื่อมวลชน ผู้นำชุมชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รับทราบข้อมูล รวมทั้งพูดคุยกับประชาชนในพื้นที่อย่างใกล้ชิด</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-19045" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/Surat2-300x200.jpg" alt="" width="600" height="400" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/Surat2-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/Surat2-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/Surat2-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/Surat2-500x334.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/Surat2.jpg 850w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>โครงการอ่างเก็บน้ำคลองสีสุกฯ เกิดขึ้นเนื่องจากประชาชนในพื้นที่ตำบลคลองชะอุ่น อำเภอพนม จังหวัดสุราษฎร์ธานี ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำอุปโภค บริโภค และน้ำใช้เพื่อการเกษตรไม่เพียงพอโดยเฉพาะในช่วงที่มีฝนทิ้งช่วงติดต่อกันเป็นเวลานานและในฤดูแล้ง และเพื่อบรรเทาความเสียหายจากน้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วม ผู้นำชุมชนตำบลคลองชะอุ่น จึงได้มีหนังสือขอพระราชทานพระมหากรุณาธิคุณในการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำคลองสีสุก และเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2534 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ รับโครงการอ่างเก็บน้ำคลองสีสุก ไว้เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ</p>
<h3>ศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้นครอบคลุม 4 ด้าน มุ่งเน้นให้ประชาชนมีส่วนร่วม</h3>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-19046" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/Surat3-300x200.jpg" alt="ศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม" width="600" height="400" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/Surat3-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/Surat3-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/Surat3-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/Surat3-500x334.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/Surat3.jpg 850w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">เฉลิมเกียรติ คงวิเชียรวัฒน์</span> รองอธิบดีฝ่ายวิชาการ กรมชลประทาน</strong> กล่าวถึงการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น โครงการอ่างเก็บน้ำคลองสีสุก อันเนื่องมาจากพระราชดำริว่า จะทำการศึกษาครอบคลุมมิติสิ่งแวดล้อม 4 ด้าน ทั้งกายภาพ ชีวภาพ คุณค่าต่อการใช้ประโยชน์ และคุณค่าต่อคุณภาพชีวิต ซึ่งประกอบด้วยการศึกษาสภาพสิ่งแวดล้อมในปัจจุบัน การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม ที่อาจเกิดขึ้นทั้งระยะก่อสร้างและระยะการดำเนินการ รวมทั้งการเสนอมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม และมาตรการติดตามตรวจสอบที่เหมาะสม เพื่อนำไปสู่การออกแบบการก่อสร้างต่อไป</p>
<p>“ โครงการดังกล่าวมีพื้นที่บางส่วนอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าย่านยาว ป่าเขาวง และป่ากระชุม ซึ่งเป็นป่าอนุรักษ์เพิ่มเติม (ป่าโซน ซี) หน่วยงานของรัฐจึงต้องเสนอรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้นให้เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 26 เมษายน 2554 รวมทั้งการจัดทำมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมและมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อม การศึกษาจึงมุ่งเน้นให้ประชาชนและทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมเพื่อให้เกิดการยอมรับ” <strong>เฉลิมเกียรติ</strong> กล่าว</p>
<h3>พัฒนาเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง ความจุเก็บกักสูงสุด 4.56 ล้านคิว</h3>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-19047" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/Surat4-300x146.jpg" alt="ศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม โครงการอ่างเก็บน้ำคลองสีสุกฯ" width="600" height="292" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/Surat4-300x146.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/Surat4-768x373.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/Surat4-150x73.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/Surat4-500x243.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/Surat4.jpg 850w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>โครงการอ่างเก็บน้ำคลองสีสุกฯ พร้อมอาคารประกอบ ระบบชลประทาน ถนนเข้าหัวงาน ถนนทดแทน และถนนรอบอ่างเก็บน้ำ รวมทั้ง ค่าทดแทนที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง และไม้ผลไม้ยืนต้น ใช้งบประมาณก่อสร้างรวมทั้งสิ้น 450.51 ล้านบาท</p>
<p>สำหรับที่ตั้งหัวงานโครงการ ระดับเก็บกัก รูปแบบเขื่อน และระบบส่งน้ำชลประทานที่เหมาะสมของโครงการอ่างเก็บน้ำคลองสีสุกฯ ตั้งอยู่ ณ หมู่ที่ 7 บ้านบางเตย ตำบลคลองชะอุ่น อำเภอพนม จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยออกแบบให้เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง ความจุเก็บกักสูงสุด 4.56 ล้านลูกบาศก์เมตร ความสูงเขื่อนประมาณ 23 เมตร ความยาวเขื่อนประมาณ 160 เมตร พื้นที่เก็บกัก 480 ไร่ และระบบส่งน้ำให้แก่พื้นที่รับประโยชน์โดยระบบท่อส่งน้ำและส่งลงลำน้ำเดิม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-19048" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/Surat5-212x300.jpg" alt="จังหวัดสุราษฎร์ธานี" width="300" height="425" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/Surat5-212x300.jpg 212w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/Surat5-150x212.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/Surat5-353x500.jpg 353w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/Surat5.jpg 625w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></p>
<h3>สรุปความเห็นระดับเก็บกักสูงสุดของอ่างเก็บน้ำตรงกันที่ +78 มร.ทก.</h3>
<p>จากผลการศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมทางด้านวิศวกรรม และผลกระทบสิ่งแวดล้อม รวมถึงจำนวนประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง และไม้ผลไม้ยืนต้นบางส่วน ซึ่งจะถูกน้ำท่วมจากการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำคลองสีสุกฯ พบว่า ระดับเก็บกักของอ่างเก็บน้ำ ที่เหมาะสมที่สุด คือที่ระดับเก็บกักปกติ +77 ม.รทก. และที่ระดับน้ำสูงสุด +78 ม.รทก. โดยมีระดับสันเขื่อนดิน +84 ม.รทก. ซึ่งเป็นพื้นที่น้ำท่วม</p>
<p>“กรมชลประทานและที่ปรึกษา รวมทั้งชาวบ้าน สรุปตัวเลขตรงกันที่ +78 ม.รทก. ใช้ฝายพับได้ มีการออกแบบตามวิศวกรรมชลประทาน เพื่อสำรวจว่าใช้พื้นที่ส่วนใดบ้าง”<strong> เฉลิมเกียรติ</strong> กล่าว</p>
<p>ส่วนระบบท่อส่งน้ำแรงดันโน้มถ่วงและการส่งน้ำลงในลำน้ำเดิม เป็นระบบชลประทานแบบผสมผสาน การออกแบบระบบชลประทานเป็นระบบท่อส่งน้ำเหมือนโครงการอ่างเก็บน้ำบางทรายนวล อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งตั้งอยู่บริเวณใกล้เคียงกัน โดยจะวางท่อตามแนวถนนหรือเส้นทางคมนาคม เพื่อความสะดวกในการบำรุงรักษาและไม่เกิดผลกระทบต่อที่ดิน และทรัพย์สิน มีความยาวของท่อหลัก และท่อสายรอง รวมประมาณ 13.11 กิโลเมตร</p>
<h3>อ่างเก็บน้ำคลองสีสุกฯ สร้างความมั่นคงทางด้านน้ำให้ชาวบ้านในพื้นที่</h3>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-19049" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/Surat6-300x146.jpg" alt="อ่างเก็บน้ำคลองสีสุก ฯ" width="600" height="292" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/Surat6-300x146.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/Surat6-768x373.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/Surat6-150x73.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/Surat6-500x243.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/Surat6.jpg 850w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /><br />
การสร้างอ่างเก็บน้ำคลองสีสุก ฯ ทำให้มีความมั่นคงทางด้านน้ำ มีน้ำต้นทุนเพียงพอสำหรับพื้นที่รับประโยชน์โดยตรงจากอ่างเก็บน้ำ 4,300 ไร่ สามารถบรรเทาปัญหาขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค และการเกษตรในฤดูแล้งได้ นอกจากนี้ ยังได้สร้างฝายตามลำน้ำ 3 แห่ง ได้แก่ ฝายบ้านตาวรรณ์ ฝายบ้านแสนสุข และฝายบ้านถ้ำลอด ตามลำน้ำคลองชะอุ่น อีก 4,150 ไร่ จำนวน 962 ครัวเรือน</p>
<p>เมื่อโครงการพัฒนาเสร็จจะมีพื้นที่รับประโยชน์ที่เพิ่มขึ้น จากอ่างเก็บน้ำคลองสีสุก ทั้งหมด 3 หมู่บ้านในตำบลคลองชะอุ่น ได้แก่ บ้านแสนสุข บ้านบางเตย และบ้านทับคริสต์ รวมพื้นที่ 4,300 ไร่ จำนวน 996 ครัวเรือน และจากฝายในลำน้ำอีก 3 แห่ง ได้แก่ ฝายบ้านตาวรรณ์ ฝายบ้านแสนสุข และฝายถ้ำลอด รวมพื้นที่รับประโยชน์ 4,150 ไร่ และ 962 ครัวเรือน คิดเป็นพื้นที่รับประโยชน์รวม 8,450 ไร่ ประชาชนได้รับประโยชน์รวม 1,958 ครัวเรือน สามารถบรรเทาปัญหาขาดแคลนน้ำในฤดูแล้ง และช่วยบรรเทาความรุนแรงจากภัยน้ำท่วมได้ระดับหนึ่ง ช่วยเพิ่มมูลค่าผลผลิตให้แก่เกษตรกรในพื้นที่โครงการ ได้แก่ ตำบลต้นยวนและตำบลคลองชะอุ่น ทำให้เกิดแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของชุมชน</p>
<h3>สร้างถนนทดแทน 3 เส้นทาง ให้ชาวบ้านสัญจร &#8211; เข้าถึงพื้นที่เกษตรกรรม</h3>
<p>จากสภาพการใช้ประโยชน์ที่ดินในปัจจุบัน พื้นที่หัวงานและอ่างเก็บน้ำของโครงการ และบริเวณโดยรอบ ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่เกษตรกรรมและชุมชน มีโครงข่ายถนนเชื่อมต่อระหว่างหมู่บ้านและเข้าสู่พื้นที่เกษตรกรรม ซึ่งการพัฒนาโครงการอ่างเก็บน้ำคลองสีสุกฯ จะส่งผลกระทบต่อโครงข่ายถนนดังกล่าวข้างต้น ทำให้ไม่สามารถเดินทางติดต่อกันระหว่างชุมชนต่างๆ และการเข้าถึงพื้นที่เกษตรกรรมได้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-19060" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/S__66379782-300x300.jpg" alt="สร้างถนน" width="500" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/S__66379782-300x300.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/S__66379782-150x150.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/S__66379782-768x768.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/S__66379782-50x50.jpg 50w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/S__66379782-500x500.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/S__66379782.jpg 850w" sizes="(max-width: 500px) 100vw, 500px" /></p>
<p>ในการประชุมปรึกษาหารือ ครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2564 ณ ห้องประชุม องค์การบริหารส่วนตำบลต้นยวน ตำบลต้นยวน อำเภอพนม จังหวัดสุราษฎร์ธานี ระหว่างเจ้าหน้าที่กรมชลประทาน บริษัทที่ปรึกษา ผู้นำท้องถิ่นและตัวแทนประชาชนในพื้นที่ที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากโครงการอ่างเก็บน้ำคลองสีสุกฯ ได้เสนอแนะให้ก่อสร้างถนนทดแทนเป็นเส้นทางคมนาคมที่เชื่อมระหว่างตำบล และระหว่างหมู่บ้าน และถนนบริเวณรอบอ่างเก็บน้ำ โดยได้พิจารณาถนนสำหรับโครงการเป็น 3 แนวเส้นทาง ดังนี้ 1) ถนนเข้าหัวงาน เป็นเส้นทางเข้าสู่หัวงานโครงการในระหว่างก่อสร้าง สำหรับเจ้าหน้าที่ใช้ในการเข้า-ออกโครงการ เพื่อดูแลบำรุงรักษาและบริหารอ่างเก็บน้ำ และเป็นเส้นทางในการสัญจรเชื่อมต่อกับถนนทดแทน โดยจะปรับปรุงเส้นทางเดิมที่มีอยู่ในปัจจุบัน ขนาดความกว้าง 9 เมตร ยาว 1.40 กิโลเมตร 2) ถนนทดแทน เส้นทางเดิมที่ผ่านพื้นที่หัวงานและอ่างเก็บน้ำของโครงการ จะถูกน้ำท่วม ทำให้เส้นทางที่เชื่อมต่อกันระหว่างหมู่บ้านในตำบลคลองชะอุ่นและตำบลต้นยวนถูกตัดขาด แม้ว่าจะมีเส้นทางอื่นที่สามารถใช้ได้ แต่ต้องใช้เวลาเดินทางเพิ่มขึ้น เนื่องจากเป็นถนนที่อ้อมเขา จึงต้องก่อสร้างถนนทดแทน เพื่อใช้เป็นเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างหมู่บ้านและตำบล และการเข้าถึงพื้นที่เกษตรกรรม ขนาดความกว้าง 6 เมตร ยาว 2.41 กิโลเมตร และ 3) ถนนรอบอ่างเก็บน้ำ เส้นทางเดิมที่ผ่านพื้นที่หัวงานและอ่างเก็บน้ำของโครงการ จะถูกน้ำท่วมทำให้เกษตรกรรอบอ่างเก็บน้ำไม่สามารถเข้าถึงพื้นที่เกษตรกรรมได้ จึงจำเป็นต้องก่อสร้างถนนสายสั้นและขนาดเล็กตามขอบอ่างเก็บน้ำ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากโครงการ ให้สามารถเข้าถึงพื้นที่เกษตรกรรมได้สะดวกขึ้น ขนาดความกว้าง 6 เมตร ยาว 5.31 กิโลเมตร</p>
<h3>จัดประชาพิจารณ์ร่วมกับท้องถิ่นให้ใช้เส้นทางเดิม พัฒนาเส้นทางที่ชาวบ้านใช้ให้ยั่งยืน</h3>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-19058" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/S__66379779-300x300.jpg" alt="ธงคม รัตนเสถียร" width="500" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/S__66379779-300x300.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/S__66379779-150x150.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/S__66379779-768x768.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/S__66379779-50x50.jpg 50w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/S__66379779-500x500.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/S__66379779.jpg 850w" sizes="(max-width: 500px) 100vw, 500px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">ธงคม รัตนเสถียร</span> รองผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 15</strong> กล่าวถึง แนวทางการลดผลกระทบที่ประชาชนอาจจะไม่ได้รับความสะดวกขณะก่อสร้างว่า ทางกรมชลประทานได้วางแผนดำเนินการเป็นกระบวนการ ในขั้นเริ่มต้นโครงการ มีการประชาพิจารณ์ร่วมกับท้องถิ่นให้สามารถใช้เส้นทางเดิมได้ รวมทั้งพัฒนาเส้นทางที่ชาวบ้านใช้ให้ยั่งยืน</p>
<p>แม้โครงการนี้จะเก็บน้ำได้เพียงบางส่วน บางส่วนต้องปล่อยทิ้งออกไป แต่ได้พิจารณาปริมาณน้ำ โดยใช้เทคโนโลยีโทรมาตรในการพยากรณ์น้ำฝนและน้ำท่า และกำหนดระดับน้ำ มีฝายควบคุม ในช่วงปลายฤดูฝนจะยกกดฝายลง จะเก็บน้ำเพิ่มได้อีก เพื่อทดแทนพื้นที่ที่เกษตรกรได้รับผลกระทบในช่วงแรก ชาวบ้านจะใช้ประโยชน์อย่างไรให้ประหยัด โดยเก็บน้ำได้เพียง 1 ใน 7 ใช้ระบบท่อ และจะใช้ระบบสปริงเกอร์ เพราะในอนาคตพื้นที่แห่งนี้จะนำไปสู่แหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ พืชที่ปลูกเป็นหลัก คือ พืชเศรษฐกิจ ใช้ระบบน้ำหยด ชาวบ้านจะใช้น้ำน้อย สามารถแบ่งปันได้หลายพื้นที่ตรงกลางน้ำ ส่วนปลายน้ำ บริเวณคลองชะอุ่นที่มีปริมาณน้ำหลากไหลมา กรมชลประทานมองว่าถ้ามีการทดน้ำโดยฝายทดน้ำแล้วชาวบ้านสูบไปใช้บริเวณฝายใกล้เคียง ได้แก่ ฝายบ้านตาวรรณ์ ฝายบ้านแสนสุข และฝายถ้ำลอด จะได้กว่า 2,000 ไร่ รวมกับของเดิมอีก 4,300 ไร่</p>
<p>“การบริหารจัดการโครงการนี้ เป็นความท้าทายของกรมชลประทานที่อยู่ในพื้นที่ คือ โครงการชลประทาน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งรับมอบหมายมาจากกรมชลประทาน และสำนักงานกรมชลประทานที่ 15 ในช่วงน้ำหลากก็ใช้ระบบโทรมาตรพยากรณ์น้ำหลาก พอน้ำจะหมด ใช้เครื่องมือนี้เปิดบานเก็บน้ำเพิ่มขึ้น และบริหารจัดการน้ำโดยระบบท่อ ส่วนฝาย 3 แห่งนี้ใช้เครื่องสูบน้ำ เพื่อให้เกิดความสมบูรณ์และความชุ่มชื้น ในส่วนของระบบนิเวศ ได้มีการประสานบูรณาการกับกรมป่าไม้ ในพื้นที่ที่ใช้เป็นพื้นที่อ่างเก็บน้ำให้เกิดเป็นความชุ่มชื้น ส่วนหนึ่งเป็นความชุ่มชื้นบริเวณอ่างเก็บน้ำ ส่วนหนึ่งใช้พื้นที่ป่าไป เราจะชดเชยโดยการปลูกป่า 3 เท่าของพื้นที่ป่าที่ใช้ คิดเป็นจำนวนมากกว่า 900 ไร่ และจะพัฒนาพื้นที่นี้เป็นต้นน้ำลำธาร” ธงคม กล่าว</p>
<h3><strong>ใช้เวลาเจรจา 30 ปี </strong><strong>เน้นก่อสร้างให้คุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์</strong></h3>
<p>เฉลิมเกียรติ กล่าวว่า นับตั้งแต่ปีพ.ศ.2534 ชาวบ้านได้ถวายฎีกาพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ขอให้ก่อสร้างอ่างเก็บน้ำคลองสีสุกฯ วันนี้ (27 ก.ย. 2564) ถือเป็นโครงการที่ประสบความสำเร็จโครงการหนึ่ง ภายใต้การนำของผู้นำชุมชน นายอำเภอ นายกเทศมนตรี กำนัน และผู้ใหญ่บ้าน โดยใช้เวลาเกือบ 30 ปี ในการคุยเจรจาให้เข้าใจกัน ซึ่งโครงการนี้จะต้องสร้างให้คุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์</p>
<p>“ เดิมทีหลายท่านกังวลว่าการสร้างอ่างเก็บน้ำ น้ำจะท่วมวัด โรงเรียน หมู่บ้านจะหายไปหมด แต่ถ้าเราไม่เก็บน้ำไว้ จะเกิดปัญหาทางการเกษตร ในช่วงนี้สภาพภูมิอากาศโลกเปลี่ยนแปลงไป บางทีภาคใต้ฝนไม่ตก สวนทุเรียน และผลไม้ต่างๆ มังคุด ปาล์มน้ำมัน และยางเป็นพืชที่ต้องการน้ำ ทำให้ภาคการเกษตรมีปัญหามาก การมีอ่างเก็บน้ำความจุ 5 ล้านลูกบาศก์เมตร ช่วยประชาชนได้ 4,300 ไร่ ด้านอุทกภัยมีน้ำหลาก เวลามีน้ำป่าแรงมาก ถนนตัดผ่านจะจมน้ำ การสร้างอ่างเก็บน้ำ คือ การชะลอน้ำ สามารถป้องกันอุทกภัยได้อีกทางหนึ่ง” <strong>เฉลิมเกียรติ</strong> กล่าว</p>
<p>ในปีพ.ศ.2565 กรมชลประทานจะเตรียมการก่อสร้าง และออกแบบให้ชัดเจน ในส่วนของฝายบ้านตาวรรณ์มีการออกแบบก่อสร้าง สามารถจะของบประมาณได้ในปีงบประมาณ 2565 จากสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.) คาดว่าปีพ.ศ.2565 จะสามารถสร้างฝายบ้านตาวรรณ์เป็นฝายแรก พื้นที่ 2,000 ไร่ ส่วนในปีพ.ศ.2566 จะเริ่มก่อสร้างได้ โดยจะขอเงินสนับสนุนจากกองทุนกปร. ซึ่งใช้เวลาก่อสร้าง 3 ปี คาดว่าในปีพ.ศ.2568 จะเก็บน้ำได้</p>
<h3>นอ.พนม หารือกรมชลฯ ได้ข้อสรุปตรงกันใน 2 ประเด็นสำคัญ</h3>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-19052" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/Surat9-300x169.jpg" alt="วิจารณ์ จันทวิจิตร" width="600" height="337" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/Surat9-300x169.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/Surat9-768x432.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/Surat9-150x84.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/Surat9-500x281.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/Surat9.jpg 850w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">วิจารณ์ จันทวิจิตร</span> นายอำเภอพนม</strong> กล่าวว่า โครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำคลองสีสุกฯ จัดตั้งขึ้นตั้งแต่ปีพ.ศ.2534 แต่ลากยาวจนถึงปัจจุบัน รวมระยะเวลา 30 ปี ส่วนใหญ่ประชาชนที่นี่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ผลไม้ ทุเรียน และปาล์มน้ำมัน ถ้ามีอ่างเก็บน้ำเพื่อเก็บน้ำไว้ใช้ในการเกษตร สวนปาล์มและทุเรียนจะดีมาก รวมทั้งส่งเสริมการท่องเที่ยว สามารถเดินทางไปเขื่อนรัชชประภา หรือเขื่อนเชี่ยวหลาน ถ้ามาจากภูเก็ต ให้มาทางเขาหลักได้</p>
<p>“ประเด็นที่ฝากถึงกรมชลประทาน คือ ระดับสันเขื่อน ที่คาดการณ์ว่าจะน้ำท่วมถึงระดับไหน ซึ่งได้ข้อสรุปร่วมตรงกันที่ระดับน้ำสูงสุด +78 ม.รทก.และถนนที่ชาวบ้านสัญจรไปมา โดยชาวบ้านต้องการให้สร้างถนนทดแทน เพื่อจะได้สัญจรไปมาระหว่างหมู่บ้านได้ ซึ่งกรมชลประทานยืนยันจะทำตามที่ชาวบ้านร้องขอ” <strong>วิจารณ์</strong> กล่าวย้ำ</p>
<h3><strong>อ่างเก็บน้ำคลองสีสุกฯ ช่วยเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร </strong><strong>พัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวในชุมชน</strong></h3>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-19059" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/S__66379781-300x300.jpg" alt="ไพฑูรณ์ คงเดิม" width="500" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/S__66379781-300x300.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/S__66379781-150x150.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/S__66379781-768x768.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/S__66379781-50x50.jpg 50w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/S__66379781-500x500.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/S__66379781.jpg 850w" sizes="(max-width: 500px) 100vw, 500px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">ไพฑูรณ์ คงเดิม</span> นายกเทศมนตรีตำบลคลองชะอุ่น อำเภอนครพนม</strong> กล่าวว่า โครงการนี้เกิดขึ้นจากความต้องการของประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ หากโครงการก่อสร้างแล้วเสร็จมีการตั้งผู้ใช้น้ำและการบริหารจัดการแล้วคิดว่าไม่มีปัญหา เพราะเกษตรกรที่ปลูกสวนปาล์ม ผลไม้ สามารถสูบน้ำไปใช้ได้ โดยได้ทำการทดสอบปริมาณปาล์มน้ำมันที่อ่างเก็บน้ำบางทรายนวลฯ พบว่าถ้าไม่รดน้ำจะได้ผลผลิต 3 ตันต่อปีต่อไร่ ในช่วงหน้าแล้งผลิตได้ 1 ตันต่อปีต่อไร่ แต่ถ้ามีน้ำจะช่วยเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรได้</p>
<p>ด้านการท่องเที่ยว ที่นี่มีป่าธรรมชาติ โฮมสเตย์ สามารถล่องแพที่นี่แล้วไปเที่ยวต่อที่เขื่อนเชี่ยวหลานได้ และยังเป็นเส้นทางผ่านจากจังหวัดกระบี่ไปยังเขื่อนเชี่ยวหลานได้</p>
<figure id="attachment_19054" aria-describedby="caption-attachment-19054" style="width: 600px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-19054" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/Surat11-300x146.jpg" alt="อ่างเก็บน้ำบางทรายนวลฯ" width="600" height="292" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/Surat11-300x146.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/Surat11-768x373.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/Surat11-150x73.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/Surat11-500x243.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/Surat11.jpg 850w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /><figcaption id="caption-attachment-19054" class="wp-caption-text">อ่างเก็บน้ำบางทรายนวลฯ ให้เกษตรกรใช้น้ำในการเพาะปลูก 100 %</figcaption></figure>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-19055" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/Surat12-300x146.jpg" alt="มนัส จันทร์วิไล" width="600" height="292" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/Surat12-300x146.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/Surat12-768x373.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/Surat12-150x73.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/Surat12-500x243.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/Surat12.jpg 850w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">มนัส จันทร์วิไล</span> ประธานกลุ่มบริหารการใช้น้ำบาดาลบางทรายนวล โครงการอ่างเก็บน้ำบางทรายนวล อันเนื่องมาจากพระราชดำริ</strong> กล่าวว่า อ่างเก็บน้ำบางทรายนวลฯ เป็นโครงการที่เกษตรกรมีส่วนร่วมในการใช้น้ำทั้งหมด 100 % เพื่อใช้ในการเพาะปลูก ทุเรียน ลองกอง และปาล์มน้ำมันที่ใช้น้ำมากที่สุด เป็นเวลากว่า 10 ปี โดยจะเก็บเงินเกษตรกรไร่ละ 50 บาท เพื่อนำไปซื้ออุปกรณ์ซ่อมแซมอ่างเก็บน้ำที่ทรุดโทรมตามกาลเวลา</p>
<p>ความโดดเด่นของอ่างเก็บน้ำบางทรายนวลฯ คือ ให้ชาวบ้านทุกคนมีสระน้ำของตัวเอง โดยเฉลี่ยมีพื้นที่รับน้ำ1,500-1,200 ลูกบาศก์เมตร บนพื้นที่ประมาณ 25-30 ไร่ ปัจจุบันชาวบ้านแบ่งพื้นที่ให้ลูกหลาน เหลือพื้นที่ 10 ไร่</p>
<p><strong>โครงการอ่างเก็บน้ำสีสุก อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จะสำเร็จได้อยู่ที่ความร่วมแรงร่วมใจของหน่วยที่งานที่รับผิดชอบอย่างกรมชลประทาน ที่ปรึกษา ผู้นำชุมชน นายอำเภอ นายกเทศมนตรี กำนัน และผู้ใหญ่บ้าน รวมทั้งชาวบ้านที่จะผลักดันให้โครงการเกิดขึ้นได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยตั้งอยู่บนประโยชน์ของประชาชนในพื้นที่ และความคุ้มค่าในการก่อสร้างตามหลักเศรษฐศาสตร์เป็นสำคัญ</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%ad%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%87%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%81/">จับตาความคืบหน้าโครงการอ่างเก็บน้ำคลองสีสุกฯ ช่วยชาวสุราษฎร์ แก้ปัญหาขาดแคลนน้ำ – ป้องกันน้ำท่วม</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%ad%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%87%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%81/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กรมชลฯ เปิดเวทีรับฟังเสียงชุมชน หนุนสร้าง “อ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด” แก้ปัญหาขาดแคลนน้ำฤดูแล้ง เดินหน้าก่อสร้างตามแผน ปี’66</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%ad%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%87%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%82%e0%b8%95%e0%b8%99%e0%b8%94/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%ad%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%87%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%82%e0%b8%95%e0%b8%99%e0%b8%94/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 20 Sep 2021 09:53:36 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[กรมชลประทาน]]></category>
		<category><![CDATA[อ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด]]></category>
		<category><![CDATA[เวทีรับฟังเสียงชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการพัฒนาอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=18953</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรมชลประทาน เปิดเวทีร่วมระดมความคิดเห็นชุมชน และผู้นำท้องถิ่นในลุ่มน้ำวังโตนด จันทบุรี ขับเคลื่อนโครงการพัฒนาอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด จ.จันทบุรี สะท้อนเสียงประชาชนส่วนใหญ่ หนุนเดินหน้าโครงการตอบโจทย์แก้ปัญหาขาดแคลนน้ำช่วงฤดูแล้ง เพิ่มน้ำต้นทุนสำรองใช้ตอบสนองทั้งการอุปโภค บริโภคเพื่อความมั่นคงระยะยาว พร้อมดูแลทุกภาคส่วนตามระเบียบของกรมชลฯ เล็งจัดสรรงบฯ ดูแล 455 ครัวเรือน รับเงินชดเชยอย่างเป็นธรรม ร่วมฟื้นฟูระบบนิเวศป่า สร้างแหล่งน้ำและอาหาร แก้ปัญหาช้างป่าออกนอกพื้นที่อุทยานฯ เร่งสรุปเสนอ กนช. ครม.เพื่อเดินหน้าก่อสร้างได้ในปีพ.ศ.2566 เฉลิมเกียรติ คงวิเชียรวัฒน์ รองอธิบดีฝ่ายวิชาการกรมชลประทาน เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 9 ก.ย.64 กรมฯได้จัดการประชุมในพื้นที่&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%ad%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%87%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%82%e0%b8%95%e0%b8%99%e0%b8%94/">กรมชลฯ เปิดเวทีรับฟังเสียงชุมชน หนุนสร้าง “อ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด” แก้ปัญหาขาดแคลนน้ำฤดูแล้ง เดินหน้าก่อสร้างตามแผน ปี’66</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กรมชลประทาน เปิดเวทีร่วมระดมความคิดเห็นชุมชน และผู้นำท้องถิ่นในลุ่มน้ำวังโตนด จันทบุรี ขับเคลื่อนโครงการพัฒนาอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด จ.จันทบุรี สะท้อนเสียงประชาชนส่วนใหญ่ หนุนเดินหน้าโครงการตอบโจทย์แก้ปัญหาขาดแคลนน้ำช่วงฤดูแล้ง เพิ่มน้ำต้นทุนสำรองใช้ตอบสนองทั้งการอุปโภค บริโภคเพื่อความมั่นคงระยะยาว พร้อมดูแลทุกภาคส่วนตามระเบียบของกรมชลฯ เล็งจัดสรรงบฯ ดูแล 455 ครัวเรือน รับเงินชดเชยอย่างเป็นธรรม ร่วมฟื้นฟูระบบนิเวศป่า สร้างแหล่งน้ำและอาหาร แก้ปัญหาช้างป่าออกนอกพื้นที่อุทยานฯ เร่งสรุปเสนอ กนช. ครม.เพื่อเดินหน้าก่อสร้างได้ในปีพ.ศ.2566</strong><span id="more-18953"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-18955" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/RID-News-20092021-02.jpg" alt="เฉลิมเกียรติ คงวิเชียรวัฒน์" width="600" height="406" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/RID-News-20092021-02.jpg 600w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/RID-News-20092021-02-300x203.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/RID-News-20092021-02-150x102.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/RID-News-20092021-02-500x338.jpg 500w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>เฉลิมเกียรติ คงวิเชียรวัฒน์</strong></span> <strong>รองอธิบดีฝ่ายวิชาการกรมชลประทาน</strong> เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 9 ก.ย.64 กรมฯได้จัดการประชุมในพื้นที่ และผ่านระบบออนไลน์เสนอผลการพิจารณารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมสำหรับโครงการ กิจการหรือการดำเนินการที่อาจมีผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ คุณภาพสิ่งแวดล้อม สุขภาพ อนามัย คุณภาพชีวิต ของประชาชนในชุมชนอย่างรุนแรง (EHIA) ของโครงการอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด อำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี จากการรับฟังความเห็นของ ชุมชน ผู้นำชุมชน และหน่วยงานในท้องถิ่น ทุกภาคส่วนเห็นความสำคัญต่อการพัฒนาโครงการดังกล่าวที่จะเป็นอ่างเก็บน้ำแห่งที่ 4 ของลุ่มน้ำวังโตนดสามารถเก็บน้ำได้ 99.5 ล้านลูกบาศก์เมตรแก้ไขปัญหาขาดแคลนน้ำช่วงฤดูแล้งให้กับชาวบ้านได้มีน้ำอุปโภคบริโภคอย่างมั่นคงในระยะยาว</p>
<p>“หลังจากที่คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติเห็นชอบ EHIA กรมฯได้เปิดรับฟังความเห็นจากทุกภาคส่วนเพื่อนำไปสรุปและปรับปรุงเพื่อประกอบการพิจารณาของ คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) และเสนอคณะรัฐมนตรีอนุมัติต่อไปตามลำดับ โดยตามแผนงานกรอบระยะเวลาของกรมชลประทานจะเริ่มดำเนินโครงการก่อสร้างในปีพ.ศ.2566” <strong>เฉลิมเกียรติ</strong> กล่าว</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-18956" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/RID-News-20092021-03.jpg" alt="เวทีรับฟังความเห็นชาวบ้าน" width="600" height="406" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/RID-News-20092021-03.jpg 600w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/RID-News-20092021-03-300x203.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/RID-News-20092021-03-150x102.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/RID-News-20092021-03-500x338.jpg 500w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>อย่างไรก็ตามจากเวทีรับฟังความเห็นชาวบ้านบางส่วนยังมีข้อกังวลเกี่ยวกับค่าชดเชยที่ดินและทรัพย์สินในเรื่องนี้ กรมฯ ชี้แจงว่าได้เสนอคณะกรรมการกำหนดราคาค่าทดแทนทรัพย์สินเพื่อการชลประทานที่เกี่ยวข้องอีกครั้ง เตรียมจัดการดูแลค่าชดเชยที่ดินให้กับประชาชน ประมาณ 455 ครัวเรือน ในส่วนของการอนุรักษ์สัตว์ป่าและพันธุ์พืช โดยเฉพาะช้างป่าที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เขตอุทยานแห่งชาติเขาสิบห้าชั้น และเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าขุนซ่อง จังหวัดจันทบุรี ได้ร่วมกับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ในการพัฒนาแหล่งอาหาร และแหล่งน้ำ ให้กับสัตว์ป่าในพื้นที่อุทยานกลับมามีระบบนิเวศที่ดีและมีความอุดมสมบูรณ์มากขึ้น</p>
<p>“ตลอดเวลาที่ผ่านมาเราให้ความสำคัญกับทุกภาคส่วนโดยมีการหารือและแก้ไขปัญหาอย่างใกล้ชิดร่วมกันโดยเฉพาะเรื่องของการประเมินราคาที่ดินเพื่อคำนวณค่าชดเชยที่เน้นความเป็นธรรมให้กับชาวบ้าน และยังได้ประสานไปยัง กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เพื่อดำเนินการจัดทำโครงการบ้านมั่นคงชนบท ให้กับชุมชนที่ได้รับผลกระทบ พร้อม เยียวยาในด้านอื่นๆ เพิ่มเติม ได้แก่ การส่งเสริมอาชีพ และการส่งเสริมการเกษตรอย่างต่อเนื่อง” <strong>เฉลิมเกียรติ</strong> กล่าว</p>
<p>แม้ว่าจังหวัดจันทบุรี จะเป็นพื้นที่ที่มีปริมาณฝนตกมากในแต่ละปีแต่ยังขาดแหล่งกักเก็บน้ำขนาดใหญ่รองรับสำรองไว้ใช้อย่างมั่นคงยังไม่เพียงพอ โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มน้ำคลองวังโตนด ที่มีอ่างเก็บน้ำอยู่เดิมเพียง 3 แห่ง ได้แก่ อ่างเก็บน้ำคลองประแกด อ่างเก็บน้ำพะวาใหญ่ อ่างเก็บน้ำคลองหางแมว โดยอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด จะเป็นแห่งที่ 4 ซึ่งจะช่วยเพิ่มต้นทุนน้ำในพื้นที่ รวมทั้งสิ้น 308.56 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งจะทำให้สามารถส่งน้ำในระบบชลประทาน ครอบคลุมพื้นที่ทั้งสิ้น 267,800 ไร่ โดยอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด มีศักยภาพในการส่งน้ำให้พื้นที่ชลประทานได้ถึง 87,700 ไร่</p>
<p>นอกจากนี้กรมชลฯ ยังได้มีแผนการบริหารจัดการน้ำในอนาคต ที่ช่วยพื้นที่จังหวัดใกล้เคียง โดยเฉพาะในพื้นที่โครงการพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) จะมีการผันน้ำไปช่วยเหลือ ในช่วงฤดูน้ำหลาก เข้าอ่างประแสร์ จังหวัดระยอง และอ่างบางพระ จังหวัดชลบุรี ทั้งนี้ต้องผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการ และภาคประชาชนในพื้นที่เพื่อพิจารณาความเหมาะสมและเห็นชอบร่วมกันในปริมาณที่จัดสรรในพื้นที่อื่น ๆโดยคำนึงถึงความต้องการใช้น้ำในพื้นที่เป็นหลัก</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-18957" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/RID-News-20092021-04.jpg" alt="เดช จินโนรส" width="600" height="406" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/RID-News-20092021-04.jpg 600w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/RID-News-20092021-04-300x203.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/RID-News-20092021-04-150x102.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/RID-News-20092021-04-500x338.jpg 500w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>ด้าน <span style="color: #6cb742;"><strong>เดช จินโนรส</strong></span> <strong>นายกองค์การบริหารส่วนตำบลขุนซ่อง จังหวัดจันทบุรี</strong> กล่าวว่า จังหวัดจันทบุรี เป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพในการผลิตผลไม้ตามฤดูกาลของประเทศ ซึ่งน้ำคือต้นทุนสำคัญของเกษตรกรในการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่ให้มีรายได้เพิ่มขึ้นและมีงานทำตลอดทั้งปี แต่ที่ผ่านมาทุกปีเกษตรกรมักประสบกับปัญหาการขาดแคลนน้ำในช่วงฤดูแล้ง มีน้ำใช้ในภาคเกษตรไม่เพียงพอ ดังนั้นการมีอ่างเก็บน้ำในเขตพื้นที่ลุ่มน้ำคลองวังโตนด จะช่วยให้เกษตรกรสามารถเพาะปลูกพืชชนิดต่างๆมีผลผลิตที่มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น และมีต้นทุนการผลิตที่ลดลงโดยเฉพาะการปลูกทุเรียน และสวนยางพารา</p>
<p>การสร้างอ่างเก็บน้ำดังกล่าว ยังมีส่วนสำคัญในการช่วยฟื้นฟูความอุดมสมบรูณ์ของผืนป่า และเป็นรั้วธรรมชาติในการป้องกันช้างลงมาสู่พื้นที่การเกษตร เพราะที่ผ่านมาช้างที่อาศัยในป่าเสื่อมโทรมได้เข้ามาหากินในพื้นที่ทำการเกษตร เนื่องจากความแห้งแล้ง ทำให้ช้างขาดแหล่งน้ำ จึงขยายอาณาเขตหากิน เพื่ออาศัยแหล่งน้ำที่ชาวบ้านขุดเพื่อการเกษตร และกินพืชผลทางการเกษตร ซึ่งปัจจุบันชุมชน ได้จัดตั้งกลุ่มเคลื่อนที่เร็วในการดูแล และป้องกันช้างเข้าพื้นที่ทำการเกษตรเพื่อผลักดันให้ช้างกลับเข้าสู่ผืนป่า ดังนั้นการมีอ่างเก็บน้ำสามารถจำกัดเส้นทางเดินเข้าพื้นที่ทำกินของเกษตรกรได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p>นอกจากนี้ กรมชลฯ และกรมอุทยานแห่งชาติ ร่วมกันจัดทำแนวทางการเข้าไปดูแลช้างในด้านต่างๆ ทั้งการปลูกป่าทดแทน การสร้างแหล่งน้ำและแหล่งสำรองอาหารสำหรับสัตว์ป่า เช่น กล้วย หน่อไม้ รวมถึงการจัดทำโปร่งเทียม และจัดทำฝายชะลอน้ำ เป็นต้น<br />
พิรุฬห์ เชื้อแขก คณะกรรมการป่ารอยต่อภาคประชาชน และคณะกรรมการลุ่มน้ำคลองวังโตนด กล่าวว่า การทำโครงการอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด ทำให้ผืนป่ากลับมีความชุ่มชื้น และสามารถช่วยเพิ่มแหล่งน้ำใต้ดินในพื้นที่อำเภอหางแมว เนื่องจากที่ผ่านมาชาวบ้านได้มีการขุดเจาะบ่อบาดาลลึก 100 เมตร ไม่พบแหล่งน้ำใต้ดินทำให้ต้องไปซื้อน้ำจากที่อื่นมาใช้เพื่อทำเกษตร ส่วนเรื่องของช้างยอมรับว่าเป็นพื้นที่ที่มีช้างป่าอาศัยอยู่กว่า 100-200 ตัว แต่ช้างกับน้ำก็เป็นของคู่กันเวลาเข้าฤดูแล้งแหล่งน้ำในป่าหมดช้างก็จะมาหาแหล่งน้ำในพื้นราบ เมื่อมีอ่างเก็บน้ำช้างก็จะลงมาแค่ชายขอบของแหล่งน้ำ ทำให้ช้างไม่เข้าไปในพื้นที่ของเกษตรกร และมีการเฝ้าระวังได้มากยิ่งขึ้น ซึ่งมั่นใจว่าหากการสร้างอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด เกิดขึ้นจะช่วยแก้ไขปัญหาและสร้างความอุดมสมบูรณ์ให้กับคนในพื้นที่</p>
<p><strong>สำหรับแผนการดำเนินโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด จะดำเนินการก่อสร้างได้ภายหลังคณะรัฐมนตรีผ่านความเห็นชอบ โดยคาดว่าในปีพ.ศ. 2565 จะเข้าพื้นที่เพื่อสำรวจในการปักหลักเขต และทำรังวัด พร้อมตรวจสอบทรัพย์สินของพื้นที่ และจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างโครงการอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนดได้ในปีพ.ศ.2566-2569 ควบคู่ไปกับการจัดทำระบบกระจายน้ำในปีพ.ศ. 2568 -2571 ซึ่งการจัดทำระบบดังกล่าว ถือเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่จะช่วยเพิ่มศักยภาพในการวางระบบการกระจายน้ำไปยังพื้นที่ตำบลต่างๆ ที่อยู่ปลายน้ำ เช่น ตำบลช้างข้าม ตำบลกระแจะ และตำบลท่าใหม่ ให้มีน้ำใช้สำหรับการอุปโภคและบริโภค รวมถึงการทำการเกษตรที่เพียงพอในทุกช่วงฤดูกาลต่อไป</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%ad%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%87%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%82%e0%b8%95%e0%b8%99%e0%b8%94/">กรมชลฯ เปิดเวทีรับฟังเสียงชุมชน หนุนสร้าง “อ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด” แก้ปัญหาขาดแคลนน้ำฤดูแล้ง เดินหน้าก่อสร้างตามแผน ปี’66</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%ad%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%87%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%82%e0%b8%95%e0%b8%99%e0%b8%94/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
