<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>กรุงไทย | Green Network</title>
	<atom:link href="https://www.greennetworkthailand.com/tag/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Tue, 16 Jun 2026 09:01:06 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.0</generator>

<image>
	<url>https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/green-network-50x50.png</url>
	<title>กรุงไทย | Green Network</title>
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>UNDP จับมือกรุงไทย ปลดล็อกการลงทุนเพื่อโซลูชันด้านสภาพภูมิอากาศและ ความหลากหลายทางชีวภาพที่ขับเคลื่อนโดยชุมชน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/ktb-undp-sgp-2026/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 16 Jun 2026 09:18:08 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Report]]></category>
		<category><![CDATA[SGP]]></category>
		<category><![CDATA[UNDP]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ความหลากหลายทางชีวภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[สภาพภูมิอากาศ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=44637</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ ประเทศไทย : โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) และธนาคารกรุงไทย (KTB) ร่วมกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดตัวความร่วมมือครั้งใหม่เพื่อสนับสนุนโซลูชันที่ขับเคลื่อนโดยชุมชนในการเสริมสร้างความสามารถในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ อนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ และขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืนในประเทศไทย การเปิดตัวความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นการเริ่มต้นการดำเนินงานระยะที่ 8 ของแผนงานการให้ทุนขนาดเล็ก (Small Grants Programme: SGP) ในประเทศไทย ภายใต้กองทุนสิ่งแวดล้อมโลก (Global Environment Facility: GEF) ซึ่งตลอดระยะเวลากว่า 30 ปีที่ผ่านมา ได้สนับสนุนชุมชนแล้ว 492 แห่ง&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/ktb-undp-sgp-2026/">UNDP จับมือกรุงไทย ปลดล็อกการลงทุนเพื่อโซลูชันด้านสภาพภูมิอากาศและ ความหลากหลายทางชีวภาพที่ขับเคลื่อนโดยชุมชน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ ประเทศไทย :<strong> โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) และธนาคารกรุงไทย (KTB) </strong>ร่วมกับ<strong>กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม</strong> เปิดตัวความร่วมมือครั้งใหม่เพื่อสนับสนุนโซลูชันที่ขับเคลื่อนโดยชุมชนในการเสริมสร้างความสามารถในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ อนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ และขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืนในประเทศไทย</p>
<p><span id="more-44637"></span></p>
<p>การเปิดตัวความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นการเริ่มต้นการดำเนินงานระยะที่ 8 ของแผนงานการให้ทุนขนาดเล็ก (Small Grants Programme: SGP) ในประเทศไทย ภายใต้กองทุนสิ่งแวดล้อมโลก (Global Environment Facility: GEF) ซึ่งตลอดระยะเวลากว่า 30 ปีที่ผ่านมา ได้สนับสนุนชุมชนแล้ว 492 แห่ง ผ่านการให้ทุน การถ่ายทอดองค์ความรู้ การเสริมสร้างศักยภาพ และการเชื่อมโยงโอกาสทางการตลาด</p>
<p>อย่างไรก็ตาม ระยะที่ 8 นี้นับเป็นครั้งแรกที่ SGP ได้รับการสนับสนุนเพิ่มเติมจากภาคการเงินและภาคเอกชนในประเทศไทย โดย UNDP และธนาคารกรุงไทยจะร่วมกันพัฒนารูปแบบความร่วมมือด้านการลงทุนที่ก้าวข้ามการให้ทุนแบบดั้งเดิม</p>
<p>แผนงานการให้ทุนขนาดเล็กระยะนี้จะมุ่งสนับสนุนการดำเนินงานใน 4 พื้นที่ภูมิทัศน์และภูมิทัศน์ทางทะเลสำคัญ ได้แก่ ชายฝั่งอันดามันตอนล่าง เทือกเขาเพชรบูรณ์ ลุ่มน้ำยวม–สาละวิน และจังหวัดเพชรบุรี ซึ่งล้วนเป็นพื้นที่ที่สะท้อนถึงความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศที่ทำให้ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูงที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้</p>
<p>ข้อมูลจากโครงการ Biodiversity Finance Initiative (BIOFIN) ของ UNDP ระบุว่า มูลค่าทางเศรษฐกิจมากกว่า 70% ของประเทศไทยพึ่งพาธรรมชาติโดยตรง ประเทศไทยเป็นที่อยู่อาศัยของความหลากหลายทางชีวภาพเกือบ 10% ของโลก รวมถึงพืชกว่า 15,000 ชนิด ความมั่งคั่งทางธรรมชาติเหล่านี้เป็นรากฐานสำคัญของการดำรงชีวิต ช่วยเสริมสร้างความสามารถในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สนับสนุนความมั่นคงทางอาหาร และเป็นปัจจัยสำคัญต่อภาคเศรษฐกิจหลัก เช่น เกษตรกรรม ป่าไม้ และการท่องเที่ยว ซึ่งรวมกันคิดเป็นเกือบ 30% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP)</p>
<p>อย่างไรก็ตาม การลงทุนเพื่อธรรมชาติยังคงไม่เพียงพอ โดยประเทศไทยยังมีช่องว่างด้านการเงินเพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศประมาณ 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี ความร่วมมือระหว่าง UNDP และธนาคารกรุงไทย ซึ่งมุ่งสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนผ่านโซลูชันที่ขับเคลื่อนโดยชุมชน จึงเป็นส่วนสำคัญในการช่วยลดช่องว่างดังกล่าว</p>
<p style="text-align: center;"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44639" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/ktb-undp-sgp-2026-02.jpg" alt="ประเสริฐ ศิรินภาพร" width="600" height="400" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/ktb-undp-sgp-2026-02.jpg 600w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/ktb-undp-sgp-2026-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/ktb-undp-sgp-2026-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/ktb-undp-sgp-2026-02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ประเสริฐ ศิรินภาพร</strong></span>  <strong>รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม </strong>กล่าวว่า ประเทศไทยจะสามารถบรรลุเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศและความหลากหลายทางชีวภาพได้ก็ต่อเมื่อการดำเนินนโยบายระดับชาติสามารถเชื่อมโยงสู่การปฏิบัติในพื้นที่ได้อย่างแท้จริง ชุมชนคือพันธมิตรสำคัญในการปกป้องระบบนิเวศ ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ และเสริมสร้างความสามารถในการรับมือกับความเปลี่ยนแปลง การลงทุนในผู้นำท้องถิ่น นวัตกรรม และการมีส่วนร่วมของประชาชน จะช่วยเปลี่ยนแผนงานระดับชาติให้เป็นผลลัพธ์ที่จับต้องได้สำหรับผู้คน ธรรมชาติ และคนรุ่นต่อไป</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44640" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/ktb-undp-sgp-2026-03.jpg" alt="นีฟ คอลิเออร์-สมิธ" width="600" height="400" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/ktb-undp-sgp-2026-03.jpg 600w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/ktb-undp-sgp-2026-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/ktb-undp-sgp-2026-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/ktb-undp-sgp-2026-03-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>ด้าน<span style="color: #6cb742;"><strong>นีฟ คอลิเออร์-สมิธ</strong></span> <strong>ผู้แทนโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติประจำประเทศไทย </strong>กล่าวว่า บทต่อไปของการพัฒนาประเทศไทยจะขึ้นอยู่กับความสามารถในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการปกป้องธรรมชาติ ควบคู่ไปกับการสร้างการเติบโตที่ครอบคลุมและยั่งยืน ซึ่งไม่สามารถเกิดขึ้นได้ด้วยงบประมาณภาครัฐเพียงอย่างเดียว ความร่วมมือกับธนาคารกรุงไทยครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าภาครัฐ ภาคการเงิน และภาคเอกชนสามารถทำงานร่วมกันเพื่อปลดล็อกรูปแบบการลงทุนใหม่ ๆ ในโซลูชันและนวัตกรรมที่ขับเคลื่อนโดยชุมชน ซึ่งช่วยปกป้องธรรมชาติ เสริมสร้างรายได้ และเพิ่มความสามารถในการรับมือกับความเปลี่ยนแปลงได้อย่างไร แผนงานการให้ทุนขนาดเล็กของ UNDP-GEF เป็นแพลตฟอร์มที่ช่วยให้ภาคการเงินและภาคเอกชนสามารถกลับมาลงทุนในชุมชนทั่วประเทศไทยได้ง่ายขึ้น และเราขอเชิญชวนพันธมิตรอื่น ๆ เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามนี้</p>
<p>ความร่วมมือครั้งใหม่นี้ต่อยอดจากความร่วมมืออันแข็งแกร่งระหว่าง UNDP และธนาคารกรุงไทยในการพัฒนากลไกทางการเงินเพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และสนับสนุนโซลูชันที่ขับเคลื่อนโดยชุมชนซึ่งช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ธรรมชาติ</p>
<p>ความร่วมมือดังกล่าวจะผสานประสบการณ์ของ UNDP ในการสนับสนุนการพัฒนาที่ขับเคลื่อนโดยชุมชน เข้ากับบทบาทของธนาคารกรุงไทยในฐานะพันธมิตรด้านความยั่งยืนเชิงกลยุทธ์ (Strategic Sustainability Partner) เพื่อเชื่อมโยงชุมชนกับแหล่งเงินทุน องค์ความรู้ เทคโนโลยี เครือข่ายความร่วมมือ และโอกาสทางการตลาด ช่วยให้ชุมชนสามารถต่อยอดทรัพยากรธรรมชาติ ภูมิปัญญาท้องถิ่น และอัตลักษณ์ของตนให้กลายเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน สร้างรายได้ ยกระดับคุณภาพชีวิต และสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อผู้คนและโลกในระยะยาว</p>
<p>หนึ่งในตัวอย่างความสำเร็จคือชุมชนบ้านโคกไคร จังหวัดพังงา ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากแผนงานการให้ทุนขนาดเล็กในการต่อยอดทรัพยากรธรรมชาติและภูมิปัญญาท้องถิ่น สู่การพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงนิเวศและผลิตภัณฑ์ชุมชน สร้างรายได้และโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ให้กับคนในพื้นที่ โดยคาดว่าโครงการดังกล่าวจะสร้างผลตอบแทนทางสังคมจากการลงทุน (Social Return on Investment: SROI) สูงถึง 2.46 เท่าภายในปี 2573 สะท้อนให้เห็นว่าการลงทุนในโซลูชันที่ขับเคลื่อนโดยชุมชนสามารถสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมต่อผู้คน ชุมชน และสิ่งแวดล้อมได้อย่างแท้จริง</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44641" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/ktb-undp-sgp-2026-04.jpg" alt="กฤษณ์ ฉมาภิสิษฐ" width="600" height="400" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/ktb-undp-sgp-2026-04.jpg 600w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/ktb-undp-sgp-2026-04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/ktb-undp-sgp-2026-04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/ktb-undp-sgp-2026-04-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>กฤษณ์ ฉมาภิสิษฐ</strong></span> <strong>ผู้บริหารสายงานสื่อสารและภาพลักษณ์องค์กร ธนาคารกรุงไทย </strong>กล่าวว่า ธนาคารกรุงไทยเชื่อว่าความยั่งยืนที่แท้จริงเริ่มต้นจากชุมชนที่เข้มแข็ง เพราะชุมชนคือผู้ดูแลทรัพยากรธรรมชาติ และเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ เมื่อชุมชนได้รับโอกาส การสนับสนุน และเครือข่ายความร่วมมือที่เหมาะสม พวกเขาสามารถสร้างคุณค่าที่ยั่งยืนได้ทั้งในมิติทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ความร่วมมือภายใต้แผนงานการให้ทุนขนาดเล็กระยะที่ 8 ครั้งนี้ จึงไม่ได้เป็นเพียงการสนับสนุนด้านการเงิน แต่เป็นการร่วมสร้าง ‘ระบบนิเวศเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน’ ที่จะช่วยเสริมพลังให้ชุมชนเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง และสามารถขยายผลสู่พื้นที่อื่นทั่วประเทศ”</p>
<p>ภายในงานเปิดตัวความร่วมมือ ผู้แทนจากชุมชนบ้านโคกไคร จังหวัดพังงา และเครือข่ายสตรีและครอบครัวเพื่อการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในลุ่มน้ำพุงตอนบน จังหวัดเลย ได้ร่วมแบ่งปันประสบการณ์ว่าการสนับสนุนจาก SGP ช่วยต่อยอดความคิดริเริ่มในชุมชนให้เกิดผลลัพธ์ที่ยั่งยืนต่อผู้คนและโลกได้อย่างไร เรื่องราวเหล่านี้สะท้อนศักยภาพของโซลูชันที่ขับเคลื่อนโดยชุมชน และโอกาสในการขยายผลรูปแบบความสำเร็จสู่พื้นที่อื่นภายใต้การดำเนินงานระยะใหม่ของแผนงาน</p>
<p>แผนงานการให้ทุนขนาดเล็ก (SGP) เป็นหนึ่งในโครงการด้านสิ่งแวดล้อมที่ขับเคลื่อนโดยชุมชนและดำเนินงานมาอย่างยาวนานที่สุดในโลก ภายใต้การดำเนินงานของ UNDP โดยตลอดระยะเวลากว่า 30 ปีที่ผ่านมา ได้สนับสนุนโครงการที่ขับเคลื่อนโดยชุมชนมากกว่า 30,000 โครงการในกว่า 130 ประเทศทั่วโลก สะท้อนให้เห็นว่าการลงมือปฏิบัติในระดับท้องถิ่นสามารถสร้างผลประโยชน์ด้านสิ่งแวดล้อมในระดับโลก ควบคู่ไปกับการยกระดับคุณภาพชีวิตและเสริมสร้างความสามารถในการรับมือกับความเปลี่ยนแปลง</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/ktb-undp-sgp-2026/">UNDP จับมือกรุงไทย ปลดล็อกการลงทุนเพื่อโซลูชันด้านสภาพภูมิอากาศและ ความหลากหลายทางชีวภาพที่ขับเคลื่อนโดยชุมชน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กลุ่มน้ำตาล เคไอ จับมือ กรุงไทย แก้ปัญหา M 2.5 ผ่าน “สินเชื่อ ESG” สู่องค์กรที่เติบโตยั่งยืน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/ki-sugar-group-krungthai-bank-esg/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/ki-sugar-group-krungthai-bank-esg/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 13 Nov 2024 06:59:55 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงไทย]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มน้ำตาล เคไอ]]></category>
		<category><![CDATA[สินเชื่อ ESG]]></category>
		<category><![CDATA[แก้ปัญหา M 2.5]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=36611</guid>

					<description><![CDATA[<p>“กลุ่มน้ำตาล เคไอ” จับมือ “ธนาคารกรุงไทย” เดินหน้าพัฒนาธุรกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม แก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ในอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทราย ผ่านสินเชื่อเพื่อความยั่งยืน (ESG) เพื่อก้าวสู่องค์กรที่เติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต ประเสริฐ  เสถียรถิระกุล ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มน้ำตาล เคไอ กล่าวว่า อ้อยเป็นพืชที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจของประเทศ เป็นที่น่ายินดียิ่งที่ปัจจุบันรัฐบาลเล็งเห็นความสำคัญให้การสนับสนุนโครงการส่งเสริมสินเชื่อ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตอ้อยอย่างครบวงจร เพื่อลดภาระต้นทุนการผลิต สนับสนุนการตัด “อ้อยสด” แทน “อ้อยเผา” มุ่งมั่นสู่ความยั่งยืน สนับสนุนพลังงานสะอาดไร้มลพิษจากโครงการผลิตไฟฟ้าจากชานอ้อย , การผลิตเอทานอล&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/ki-sugar-group-krungthai-bank-esg/">กลุ่มน้ำตาล เคไอ จับมือ กรุงไทย แก้ปัญหา M 2.5 ผ่าน “สินเชื่อ ESG” สู่องค์กรที่เติบโตยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>“กลุ่มน้ำตาล เคไอ” จับมือ “ธนาคารกรุงไทย” เดินหน้าพัฒนาธุรกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม แก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ในอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทราย ผ่านสินเชื่อเพื่อความยั่งยืน (ESG) เพื่อก้าวสู่องค์กรที่เติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต</strong></p>
<p><span id="more-36611"></span></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">ประเสริฐ  เสถียรถิระกุล</span> ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มน้ำตาล เคไอ</strong> กล่าวว่า อ้อยเป็นพืชที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจของประเทศ เป็นที่น่ายินดียิ่งที่ปัจจุบันรัฐบาลเล็งเห็นความสำคัญให้การสนับสนุนโครงการส่งเสริมสินเชื่อ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตอ้อยอย่างครบวงจร เพื่อลดภาระต้นทุนการผลิต สนับสนุนการตัด “อ้อยสด” แทน “อ้อยเผา” มุ่งมั่นสู่ความยั่งยืน สนับสนุนพลังงานสะอาดไร้มลพิษจากโครงการผลิตไฟฟ้าจากชานอ้อย , การผลิตเอทานอล และการผลิตไบโอก๊าซ ซึ่งต้องใช้วัตถุดิบจากอ้อยเป็นหลัก</p>
<p>ภาคอีสานเป็นพื้นที่เหมาะสมแก่การปลูกอ้อยให้ได้คุณภาพความหวานสูง แต่ยังต้องเพิ่มศักยภาพด้านปัจจัยการผลิต โดยการเพิ่มผลผลิตต่อไร่ การลดต้นทุนการเพาะปลูก การเพิ่มคุณภาพของผลผลิต และการเพิ่มประสิทธิภาพในการเก็บเกี่ยว ตัดอ้อยสดไม่เผาใบ ลดปัญหาฝุ่น PM 2.5 อนุรักษ์ดินและสิ่งแวดล้อม  จึงจะทำให้อาชีพการปลูกอ้อยมีความยั่งยืนมั่นคง สามารถแข่งขันในตลาดอาเซียนและตลาดโลกได้ อีกทั้งยังให้ความสำคัญกับการลด PM 2.5 จากการเก็บเกี่ยวอ้อยเข้าสู่โรงงาน โดยวางแผนร่วมกับสมาคมชาวไร่อ้อย เพื่อลดการเผาอ้อย โดยกลุ่มบริษัทฯ มีเป้าหมายมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี ค.ศ.2045 และมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ภายในปี ค.ศ. 2060 ซึ่งการได้รับการสนับสนุนจากธนาคารกรุงไทยในครั้งนี้ จะเป็นก้าวสำคัญ ที่สนับสนุนให้กลุ่มบริษัทฯ สามารถบรรลุเป้าหมายการดำเนินงานเพื่อความยั่งยืนให้สิ่งแวดล้อมและสังคมได้อย่างเป็นรูปธรรม</p>
<p>ด้าน<strong><span style="color: #6cb742;">สุรธันว์ คงทน</span>  ประธานผู้บริหาร Wholesale Banking ธนาคารกรุงไทย </strong>กล่าวว่า ธนาคารกรุงไทย ในฐานะธนาคารพาณิชย์ชั้นนำของประเทศ ได้มุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงิน เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าในทุกมิติ โดยให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG)  ล่าสุด ธนาคารได้ร่วมกับกลุ่มน้ำตาล เคไอ แก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 ในอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทราย ด้วยการสนับสนุนวงเงินสินเชื่อเพื่อความยั่งยืน (ESG) สำหรับจัดซื้อเครื่องจักรกลการเกษตร อาทิ รถตัดอ้อย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน พร้อมลดฝุ่น PM 2.5 และมลพิษทางอากาศจากการเผาอ้อยในการเก็บเกี่ยว อีกทั้ง ธนาคารได้กำหนดตัวชี้วัดด้านความยั่งยืน (Key Performance Indicator) และเป้าหมายการดำเนินงานด้านความยั่งยืน (Sustainability Performance Targets) เพื่อนำมาเป็นเกณฑ์ประกอบการพิจารณารายปีในการลดต้นทุนของธุรกรรม ซึ่งสอดคล้องกับการสนับสนุนการให้สินเชื่ออย่างมีความรับผิดชอบ (Responsible Lending Guideline) เพื่อขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน</p>
<p>“ความร่วมมือครั้งนี้ ถือเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 จากการเก็บเกี่ยวอ้อยเข้าสู่โรงงาน ซึ่งเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสำคัญอย่างมาก เนื่องจากส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน ภาคการท่องเที่ยว และเศรษฐกิจ พร้อมผลักดันให้อุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายปรับตัวไปสู่ความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมได้อย่างเป็นรูปธรรม ตามนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) โดยธนาคารพร้อมสนับสนุนภาคธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืนควบคู่กับสังคมและสิ่งแวดล้อม บรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ในอนาคต ตอบโจทย์เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (SDGs) ข้อ 13 การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ขับเคลื่อนธุรกิจและเศรษฐกิจประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืน ตามวิสัยทัศน์ “กรุงไทย เคียงข้างไทย สู่ความยั่งยืน” <strong>สุรธันว์  </strong>กล่าว</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/ki-sugar-group-krungthai-bank-esg/">กลุ่มน้ำตาล เคไอ จับมือ กรุงไทย แก้ปัญหา M 2.5 ผ่าน “สินเชื่อ ESG” สู่องค์กรที่เติบโตยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/ki-sugar-group-krungthai-bank-esg/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กรุงไทย เปิดตัว “สาขาเอ็มสเฟียร์” ชูแนวคิดการออกแบบ “Green &#038; Modular” ตอบโจทย์เทรนด์สาขาแห่งอนาคต</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/krungthai-green-modular/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/krungthai-green-modular/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 17 Sep 2024 04:38:59 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[SDGs]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงไทย]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงไทยสาขาเอ็มสเฟียร์]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารกรุงไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=35754</guid>

					<description><![CDATA[<p>สุริพงษ์ ตันติยานนท์ ประธานผู้บริหาร Retail Banking พร้อมด้วย พงษ์สิทธิ์ ชัยฉัตรพรสุข ประธานผู้บริหาร Legal Compliance &#38; Financial Crime ประกายดาว ดำรงพันธ์ ผู้บริหารสายงานเครือข่ายธุรกิจขนาดเล็กและรายย่อย ธนาคารกรุงไทย และ อรธิรา ภาคสุวรรณ์ Senior Vice President Em District ร่วมงานเปิดตัวธนาคารกรุงไทย “สาขาเอ็มสเฟียร์” สาขารูปแบบใหม่ พร้อมสร้างความมั่งคั่งทางการเงินให้กับลูกค้า&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/krungthai-green-modular/">กรุงไทย เปิดตัว “สาขาเอ็มสเฟียร์” ชูแนวคิดการออกแบบ “Green & Modular” ตอบโจทย์เทรนด์สาขาแห่งอนาคต</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>สุริพงษ์ ตันติยานนท์ ประธานผู้บริหาร Retail Banking</strong> พร้อมด้วย <strong>พงษ์สิทธิ์ ชัยฉัตรพรสุข</strong> <strong>ประธานผู้บริหาร Legal Compliance &amp; Financial Crime</strong> <strong>ประกายดาว ดำรงพันธ์ </strong>ผู้<strong>บริหารสายงานเครือข่ายธุรกิจขนาดเล็กและรายย่อย ธนาคารกรุงไทย</strong> และ <strong>อรธิรา ภาคสุวรรณ์</strong> <strong>Senior Vice President Em District</strong> ร่วมงานเปิดตัวธนาคารกรุงไทย <strong>“สาขาเอ็มสเฟียร์”</strong> สาขารูปแบบใหม่ <strong>พร้อมสร้างความมั่งคั่งทางการเงินให้กับลูกค้า </strong>ภายใต้แนวคิด <strong>“Green</strong><strong> &amp; Modular” </strong>ปรับเปลี่ยนเฟอร์นิเจอร์ได้ยืดหยุ่น ช่วยประหยัดพื้นที่และตอบโจทย์การใช้งาน ทำให้ลูกค้าและพนักงานได้ใกล้ชิดกันมากขึ้น และใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม  ตอกย้ำความมุ่งมั่นการดำเนินธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับ สิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล <strong>(</strong>ESG<strong>) </strong>ก้าวสู่ธนาคารเพื่อความยั่งยืน</p>
<p><span id="more-35754"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-35756" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Krungthai-Green-Modular-02.jpg" alt="ธนาคารกรุงไทย สาขาเอ็มสเฟียร์" width="750" height="526" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Krungthai-Green-Modular-02.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Krungthai-Green-Modular-02-300x210.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Krungthai-Green-Modular-02-150x105.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Krungthai-Green-Modular-02-500x351.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p><strong>ธนาคารกรุงไทย สาขาเอ็มสเฟียร์</strong> ตั้งอยู่บริเวณชั้น 2 ของศูนย์การค้าเอ็มสเฟียร์ ถนนสุขุมวิท กรุงเทพฯ โดยใช้วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและมีกระบวนการผลิตที่ไม่ก่อให้เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ สาเหตุหลักของสภาวะโลกร้อน อาทิ เคาน์เตอร์บริการลูกค้า ทำจากวัสดุลามิเนตคุณภาพสูง ลดการปล่อยสารระเหยต่ำ (Low VOCs) มาตรฐานยุโรป กระเบื้องปูพื้นทำจากวัสดุธรรมชาติ ผสมกับวัสดุรีไซเคิล ผนังเก็บเสียง ผลิตจากเส้นใยของวัสดุรีไซเคิลและนำมาขึ้นรูปใหม่ หลอดไฟประหยัดพลังงาน ที่ให้แสงสว่างมากแต่ใช้กำลังไฟฟ้าต่ำ เครื่องปรับอากาศประหยัดพลังงาน มีระบบควบคุมคุณภาพอากาศให้เหมาะสมกับการใช้งาน</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-35757" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Krungthai-Green-Modular-03.jpg" alt="ธนาคารกรุงไทย สาขาเอ็มสเฟียร์" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Krungthai-Green-Modular-03.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Krungthai-Green-Modular-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Krungthai-Green-Modular-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Krungthai-Green-Modular-03-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>ในปีนี้  ธนาคารกรุงไทยมีแผนพัฒนาสาขา Stand Alone จำนวน 10 สาขา เป็นสาขาอนุรักษ์พลังงาน  ผ่านการติดตั้งโซลาร์เซลล์ใช้ในสาขา และเทคโนโลยีประหยัดพลังงาน รวมถึงปรับเปลี่ยนมาใช้รถยนต์ไฟฟ้าพร้อมติดตั้งสถานีชาร์จในสาขา เพื่อลดมลพิษ ซึ่งเป็นการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าเกิดประสิทธิภาพสูงสุดโดยคาดว่าจะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 38.15 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (TonneCO<sub>2</sub>e) และในปี 2568 ธนาคารมีแผนปรับปรุงสาขาอย่างต่อเนื่องจำนวน 40  สาขา โดยยังคงให้ความสำคัญเรื่องสิ่งแวดล้อม คาดว่าจะสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 468.74 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า(TonneCO<sub>2</sub>e) สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (SDGs) ด้านการปฏิบัติการอย่างเร่งด่วนเพื่อต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ตามแนวคิด <strong>“นวัตกรรมสร้างคุณค่าตอบโจทย์ลูกค้า สู่ความยั่งยืน” </strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/krungthai-green-modular/">กรุงไทย เปิดตัว “สาขาเอ็มสเฟียร์” ชูแนวคิดการออกแบบ “Green & Modular” ตอบโจทย์เทรนด์สาขาแห่งอนาคต</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/krungthai-green-modular/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กฟผ. จับมือ กรุงไทย สนับสนุนเงินฝากสีเขียวมาตรฐานสากล ผ่านบัญชีการดำเนินงานหลัก ขับเคลื่อนธุรกิจพลังงานสู่ความยั่งยืน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/egat-krungthai-green-deposits/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/egat-krungthai-green-deposits/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 14 Jun 2024 06:42:24 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[กฟผ]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงไทย]]></category>
		<category><![CDATA[สินเชื่อโครงการเพื่อสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการเงินฝากสีเขียว]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=34306</guid>

					<description><![CDATA[<p>การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จับมือ ธนาคารกรุงไทย ขยายความร่วมมือเงินฝากสีเขียว ภายใต้หลักเกณฑ์ Green Financing Framework นำบัญชีการดำเนินงานหลักของ กฟผ. เข้าร่วมโครงการเงินฝากสีเขียว นับเป็นครั้งแรกของธนาคารพาณิชย์ไทย เพื่อสนับสนุนสินเชื่อในโครงการเพื่อสิ่งแวดล้อมตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรม ESG Financial Solution สนับสนุนเป้าหมายของทั้งสององค์การ ในการพัฒนาสิ่งแวดล้อม พร้อมยกระดับสังคมไทยสู่ความยั่งยืน นายเทพรัตน์ เทพพิทักษ์ ผู้ว่าการ กฟผ. กล่าวว่า กฟผ. ตระหนักถึงความสำคัญและมุ่งมั่นส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืน เร่งยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานมุ่งสู่การเป็นผู้ให้บริการพลังงานสีเขียวอย่างครบวงจรในระดับภูมิภาค โดยร่วมกับธนาคารกรุงไทยสนับสนุนธุรกรรม “เงินฝากสีเขียว”&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/egat-krungthai-green-deposits/">กฟผ. จับมือ กรุงไทย สนับสนุนเงินฝากสีเขียวมาตรฐานสากล ผ่านบัญชีการดำเนินงานหลัก ขับเคลื่อนธุรกิจพลังงานสู่ความยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จับมือ ธนาคารกรุงไทย ขยายความร่วมมือเงินฝากสีเขียว ภายใต้หลักเกณฑ์ Green Financing Framework นำบัญชีการดำเนินงานหลักของ กฟผ. เข้าร่วมโครงการเงินฝากสีเขียว นับเป็นครั้งแรกของธนาคารพาณิชย์ไทย เพื่อสนับสนุนสินเชื่อในโครงการเพื่อสิ่งแวดล้อมตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรม ESG Financial Solution สนับสนุนเป้าหมายของทั้งสององค์การ ในการพัฒนาสิ่งแวดล้อม พร้อมยกระดับสังคมไทยสู่ความยั่งยืน</strong></p>
<p><span id="more-34306"></span></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายเทพรัตน์ เทพพิทักษ์</strong></span> <strong>ผู้ว่าการ กฟผ.</strong> กล่าวว่า กฟผ. ตระหนักถึงความสำคัญและมุ่งมั่นส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืน เร่งยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานมุ่งสู่การเป็นผู้ให้บริการพลังงานสีเขียวอย่างครบวงจรในระดับภูมิภาค โดยร่วมกับธนาคารกรุงไทยสนับสนุนธุรกรรม “เงินฝากสีเขียว” (Green Deposits) ผ่านบัญชีการดำเนินงานหลัก (Main Operating Account) ภายใต้หลักเกณฑ์ Green Financing Framework ที่มีมาตรฐาน เพื่อให้ธนาคารกรุงไทยนำเงินไปสนับสนุนสินเชื่อโครงการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เช่น การสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน การสร้างอาคารเพื่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของ กฟผ. ที่สนับสนุนการใช้พลังงานสะอาดและการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งยังคงยึดมั่นภารกิจรักษาความมั่นคงด้านพลังงานไฟฟ้าของประเทศ ควบคู่กับการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยคำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน สอดคล้องกับแนวคิด “EGAT for ALL” กฟผ. เป็นของทุกคนและทำเพื่อทุกคน</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายผยง ศรีวณิช</strong></span> <strong>กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย</strong> เปิดเผยว่า ธนาคารกรุงไทยมุ่งมั่นพัฒนาบริการทางการเงิน ขับเคลื่อน “นวัตกรรมสร้างคุณค่า ตอบโจทย์ลูกค้า สู่ความยั่งยืน” ทั้งในมิติของการเพิ่มศักยภาพในการทำธุรกิจ และการสร้างผลกระทบเชิงบวกให้กับสังคมและสิ่งแวดล้อม สนับสนุนเป้าหมายการลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emission) ตามแนวทางของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในการส่งเสริมให้ภาคการเงินมีผลิตภัณฑ์ที่ช่วยสนับสนุนเงินทุนให้ภาคธุรกิจเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยธนาคารได้ร่วมมือกับ กฟผ. ผู้นำในการสร้างความมั่นคงด้านพลังงานไฟฟ้าของประเทศไทย ดำเนินโครงการเงินฝากสีเขียวสกุลดอลลาร์สหรัฐสำหรับบัญชีการดำเนินงานหลัก ภายใต้หลักเกณฑ์ Green Financing Framework ของธนาคาร นับเป็นความร่วมมือครั้งสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจพลังงานสนับสนุนภาคเศรษฐกิจเปลี่ยนผ่านเศรษฐกิจไปสู่ความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม ความร่วมมือในครั้งนี้ นับเป็นครั้งแรกของธุรกิจธนาคารพาณิชย์ไทย ที่ได้บริหารจัดการบัญชีดำเนินงานหลักให้กับองค์กรในรูปแบบเงินฝากสีเขียว โดย กฟผ. ใช้บัญชีดำเนินงานหลักสำหรับทำธุรกรรมทางการเงินต่าง ๆ ทั้งการฝาก ถอน โอน ชำระเงิน รวมถึงการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งธนาคารจะนำเงินจากบัญชีการดำเนินงานหลักดังกล่าวของ กฟผ. มาสนับสนุนสินเชื่อสีเขียวของธนาคาร เพื่อสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้น โดยมีข้อตกลงร่วมกันเรื่องเงินฝากขั้นต่ำเพื่อความต่อเนื่องในการสนับสนุนสินเชื่อสีเขียวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางตรง (Scope 1 :Direct Emission) และทางอ้อม (Scope 2 :Indirect Emission) ตอกย้ำเจตนารมณ์อันแน่วแน่ของกรุงไทย และ กฟผ. ในการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม รวมถึงการจัดการบริษัทที่ดี (ESG) ตอบโจทย์เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGs) ของสหประชาชาติ สร้างการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นให้กับประเทศไทย</p>
<p><strong>ทั้งนี้ เงินฝากสีเขียวของธนาคารกรุงไทย อยู่ภายใต้หลักเกณฑ์การจัดหาเงินและการปล่อยสินเชื่อเพื่อโครงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Green Financing Framework) ตามมาตรฐานด้านการเงินเพื่อสิ่งแวดล้อมในระดับสากล เพื่อเป็นแนวปฏิบัติในการออกผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำแบบครบวงจร ซึ่งอยู่ภายใต้กรอบของหลักการให้สินเชื่อสีเขียว (Green Loan Principle) ของ Asia Pacific Loan Market Association (ALPMA) และ Loan Market Association (LMA) และสอดคล้องตามหลักการของตราสารหนี้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมที่กำหนดโดย ICMA (International Capital Market Association) และธนาคารยังได้การรับรอง Green Financing Framework จาก ISS Corporate Solutions (ISS-ESG) เป็นผู้สอบทานภายนอก ตามมาตรฐานด้านการเงินเพื่อสิ่งแวดล้อมระดับสากล นอกจากนี้ หมวดอุตสาหกรรมสีเขียว Renewable Energy และ Clean Transportation ภายใต้ Green Financing Framework ของธนาคารยังสอดคล้องกับมาตรการจัดกลุ่มกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ที่คำนึงถึงความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อม หรือ Thailand Taxonomy</strong></p>
<hr />
<p>ที่มา: การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/egat-krungthai-green-deposits/">กฟผ. จับมือ กรุงไทย สนับสนุนเงินฝากสีเขียวมาตรฐานสากล ผ่านบัญชีการดำเนินงานหลัก ขับเคลื่อนธุรกิจพลังงานสู่ความยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/egat-krungthai-green-deposits/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“กรุงไทย” จับมือ “NatureWorks” ประกาศดีลประวัติศาสตร์ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจชีวภาพตามแนวทาง BCG สนับสนุนเงินลงทุนโครงการก่อสร้างโรงงานผลิตพลาสติกชีวภาพ วงเงิน 12,600 ล้านบาท</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/krungthai-x-natureworks-2/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/krungthai-x-natureworks-2/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 16 May 2024 03:36:25 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<category><![CDATA[BCG]]></category>
		<category><![CDATA[NatureWorks]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงไทย]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจชีวภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[โรงงานผลิตพลาสติกชีวภาพ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=33883</guid>

					<description><![CDATA[<p>“NatureWorks” ผู้ผลิตพลาสติกชีวภาพย่อยสลายได้ประเภทพอลิแลกติกแอซิด ซิด (Polylactic Acid หรือ PLA) ชั้นนําของโลกที่ผลิตจากทรัพยากรหมุนเวียน  และธนาคารกรุงไทย  ร่วมลงนามในสัญญาสนับสนุนเงินลงทุนโครงการก่อสร้างโรงงานผลิตพลาสติกชีวภาพ PLA ภายใต้แบรนด์   “Ingeo&#x2122;&#xfe0f;” แบบครบวงจรแห่งใหม่ในประเทศไทย มูลค่ากว่า 350 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเทียบเท่า 12,600 ล้านบาท นับเป็นหนึ่งในสินเชื่อเงินกู้ที่มีผู้ให้กู้รายเดียว (Bilateral loan) ที่ใหญ่ที่สุดในรอบทศวรรษของวงการธนาคาร สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของทั้งสององค์กร ในการผลักดันเศรษฐกิจชีวภาพตามแนวคิด BCG ขับเคลื่อนเศรษฐกิจสู่ความยั่งยืน นายอิริค ริพเพิล&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/krungthai-x-natureworks-2/">“กรุงไทย” จับมือ “NatureWorks” ประกาศดีลประวัติศาสตร์ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจชีวภาพตามแนวทาง BCG สนับสนุนเงินลงทุนโครงการก่อสร้างโรงงานผลิตพลาสติกชีวภาพ วงเงิน 12,600 ล้านบาท</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>“</strong><strong>NatureWorks</strong>” ผู้ผลิตพลาสติกชีวภาพย่อยสลายได้ประเภทพอลิแลกติกแอซิด ซิด (Polylactic Acid หรือ PLA) ชั้นนําของโลกที่ผลิตจากทรัพยากรหมุนเวียน  และธนาคารกรุงไทย  ร่วมลงนามในสัญญาสนับสนุนเงินลงทุนโครงการก่อสร้างโรงงานผลิตพลาสติกชีวภาพ PLA ภายใต้แบรนด์   “Ingeo&#x2122;&#xfe0f;” แบบครบวงจรแห่งใหม่ในประเทศไทย มูลค่ากว่า 350 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเทียบเท่า 12,600 ล้านบาท นับเป็นหนึ่งในสินเชื่อเงินกู้ที่มีผู้ให้กู้รายเดียว (Bilateral loan) ที่ใหญ่ที่สุดในรอบทศวรรษของวงการธนาคาร สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของทั้งสององค์กร ในการผลักดันเศรษฐกิจชีวภาพตามแนวคิด BCG ขับเคลื่อนเศรษฐกิจสู่ความยั่งยืน</p>
<p><span id="more-33883"></span></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">นายอิริค ริพเพิล</span> (</strong><strong>Mr.</strong><strong>Erik Ripple</strong><strong>)</strong> <strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ </strong><strong>NatureWorks </strong>เปิดเผยว่า การสนับสนุนจากธนาคารกรุงไทยครั้งนี้ เป็นการสนับสนุนกลยุทธ์ของ NatureWorks ในการรักษาความเป็นผู้นำธุรกิจชีวภาพระดับสากล โดยโรงงานแห่งที่ 2 ในประเทศไทยจะเป็นฐานการผลิตเพื่อมุ่งเน้นการตอบสนองความต้องการผลิตภัณฑ์พลาสติกชีวภาพในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และผลักดันไปสู่การขยายตัวอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับเศรษฐกิจชีวภาพและความต้องการผลิตภัณฑ์พลาสติกชีวภาพสำหรับใช้เป็นบรรจุภัณฑ์และเส้นใยทั่วโลก</p>
<p>ทั้งนี้ โรงงานของ NatureWorks แห่งที่ 2 นี้ ตั้งอยู่ที่จังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งเป็นไบโอคอมเพล็กซ์แห่งแรกในประเทศไทยที่ก่อตั้งขึ้นตามแนวทางพัฒนาเศรษฐกิจ BCG ของรัฐบาล เป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพด้านวัตถุดิบทางการเกษตรที่อุดมสมบูรณ์และหาได้ในท้องถิ่น ได้แก่ อ้อย โดย NatureWorks พิจารณาเลือกสถานที่ก่อสร้างโครงการจากปัจจัยด้านทำเลที่ตั้งที่ใกล้กับที่ปลูกอ้อย และมีโครงสร้างพื้นฐานในการแปรรูปอ้อยเป็นน้ำตาลสำหรับใช้ในกระบวนการผลิต ตลอดจนพิจารณาถึงความพร้อมของระบบสาธารณูปโภคในการดำเนินการผลิต</p>
<p><strong>นายสุรธันว์ คงทน ประธานผู้บริหาร </strong><strong>Wholesale Banking </strong><strong>ธนาคารกรุงไทย  </strong>เปิดเผยว่า ธนาคารกรุงไทย ในฐานะธนาคารพาณิชย์ชั้นนำของประเทศ มุ่งมั่นขับเคลื่อน <strong>“นวัตกรรมสร้างคุณค่า ตอบโจทย์ลูกค้า สู่ความยั่งยืน”</strong> เล็งเห็นถึงศักยภาพของ NatureWorks ในการเป็นผู้นำในธุรกิจพลาสติกชีวภาพ ที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ ภายใต้โมเดลเศรษฐกิจสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน (BCG Model หรือ Bio-Circular-Green Economy) ของประเทศไทย และสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรของประเทศ เพื่อสร้างเศรษฐกิจที่ยั่งยืน โดยธนาคารพร้อมให้การสนับสนุน NatureWorks ก่อสร้างโรงงานและใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินกิจการ</p>
<p><strong>“</strong>ประเทศไทยเป็นผู้นำทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลกด้านการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ ซึ่งธนาคารกรุงไทยมีบทบาทร่วมขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ การสนับสนุนเงินลงทุนแก่ NatureWorks ซึ่งเป็นบริษัทผู้นำระดับโลกในการผลิตวัสดุชีวภาพผลิตพลาสติกชีวภาพย่อยสลายได้ประเภทพอลิแลกติกแอซิด ซิด (Polylactic Acid หรือ PLA) จากทรัพยากรหมุนเวียน นับเป็นดีลใหญ่ครั้งประวัติศาสตร์ของธนาคารในการการขับเคลื่อนโมเดล BCG ในประเทศไทย  สอดคล้องกับความมุ่งมั่นของธนาคาร ที่มุ่งเน้นการจัดการการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ และผลักดันกิจกรรมต่างๆ เพื่อมุ่งสู่การพัฒนาเศรษฐกิจแบบสีเขียว สอดคล้องกับการดำเนินงานของธนาคารที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ตอบโจทย์เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGs) ของสหประชาชาติ  ทั้งในด้านการส่งเสริมการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่ต่อเนื่อง ครอบคลุม และยั่งยืน โดยโครงการนี้ช่วยสร้างโอกาสในการเพิ่มมูลค่าให้กับแก่เกษตรกรผู้ปลูกอ้อยที่อยู่ในพื้นที่นครสวรรค์อีกด้วย”</p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">นายณะรงค์ศักดิ์ จิวากานันต์</span> ประธานคณะกรรมการเนเชอร์เวิร์คส์ และซีอีโอ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)</strong> <strong>หรือ </strong><strong>GC </strong>กล่าวว่า การลงทุนครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของ NatureWorks  Cargill และ GC เนื่องจากเป็นการขับเคลื่อนเจตนารมณ์ร่วมกันทุกฝ่ายในการเป็นผู้นำด้านเคมีชีวภาพ และวัสดุชีวภาพที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อรองรับความต้องการของตลาดที่เพิ่มสูงขึ้นทั่วโลกด้วยการสนับสนุนด้านเงินลงทุนในการก่อสร้างโรงงาน PLA แห่งที่ 2 ในประเทศไทย  ทำให้ NatureWorks สามารถรักษาความสามารถในการแข่งขัน และมีความพร้อมในการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ สำหรับผลิตภัณฑ์พลาสติกชีวภาพ และวัสดุชีวภาพขั้นสูง รวมถึงมีกำลังการผลิตที่เพียงพอสำหรับตอบสนองความต้องการของตลาดและลูกค้าทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่มีการเติบโตสูง</p>
<p>โรงงานแห่งใหม่นี้ได้รับการออกแบบให้เป็นโรงงานผลิต PLA แบบครบวงจร ที่ผลิตตั้งแต่กรดแลคติค แลคไทด์ และ PLA ด้วยกำลังการผลิตพลาสติกชีวภาพ ภายใต้แบรนด์  Ingeo&#x2122;&#xfe0f; จำนวน 75,000 ตันต่อปี สามารถผลิต Ingeo&#x2122;&#xfe0f; ได้หลากหลายเกรด เพื่อตอบสนองการเติบโตของตลาดพลาสติกชีวภาพในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกสำหรับการประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น กลุ่มผลิตภัณฑ์เส้นใยสำหรับการพิมพ์ 3 มิติ สิ่งทอประเภท nonwovens แคปซูลกาแฟที่ย่อยสลายได้ ถุงชา บรรจุภัณฑ์ที่มีความยืดหยุ่น(Flexible packaging) และบรรจุภัณฑ์อาหารที่ย่อยสลายเองได้ พลาสติกชีวภาพ Ingeo&#x2122;&#xfe0f; ที่ผลิตในโรงงานแห่งนี้จะผลิตจากอ้อยที่ได้จากไร่การเกษตรในรัศมี 50 กิโลเมตรในพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งความคืบหน้าของโครงการและการก่อสร้างในปัจจุบันได้ดำเนินลุล่วงตามแผน พร้อมดำเนินการผลิตอย่างเต็มรูปแบบภายในปี 2568</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/krungthai-x-natureworks-2/">“กรุงไทย” จับมือ “NatureWorks” ประกาศดีลประวัติศาสตร์ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจชีวภาพตามแนวทาง BCG สนับสนุนเงินลงทุนโครงการก่อสร้างโรงงานผลิตพลาสติกชีวภาพ วงเงิน 12,600 ล้านบาท</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/krungthai-x-natureworks-2/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กรุงไทย แท็กทีม CPP พัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีจัดการก๊าซเรือนกระจก</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/cpp/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/cpp/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rachanon M.]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 25 Aug 2023 06:37:02 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Offset]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Action]]></category>
		<category><![CDATA[CPP]]></category>
		<category><![CDATA[UN]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=29485</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#8220;กรุงไทย&#8221; ผนึก &#8220;CPP&#8221; พัฒนาแพลตฟอร์มจัดการก๊าซเรือนกระจกครบวงจร ตอบโจทย์ความยั่งยืน นายรวินทร์ บุญญานุสาสน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานธุรกิจตลาดเงินตลาดทุน ธนาคารกรุงไทย และ นายสุเมธ ภิญโญสนิท ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โปรดิ๊วส จำกัด (CPP) พร้อมด้วยผู้แทนจากองค์กรพันธมิตร ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลง “โครงการร่วมศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดการก๊าซเรือนกระจก ในรูปแบบแพลตฟอร์มจัดการก๊าซเรือนกระจกครบวงจรเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน” ที่บริษัท ข้าว ซี.พี. จำกัด (โรงงานข้าวนครหลวง) จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 24&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/cpp/">กรุงไทย แท็กทีม CPP พัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีจัดการก๊าซเรือนกระจก</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>&#8220;กรุงไทย&#8221; ผนึก &#8220;CPP&#8221; พัฒนาแพลตฟอร์มจัดการก๊าซเรือนกระจกครบวงจร ตอบโจทย์ความยั่งยืน</strong></p>
<p><span id="more-29485"></span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29486" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/CPP.jpg" alt="Carbon Offset" width="750" height="665" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/CPP.jpg 910w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/CPP-300x266.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/CPP-768x681.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/CPP-150x133.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/CPP-500x443.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>นายรวินทร์ บุญญานุสาสน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานธุรกิจตลาดเงินตลาดทุน ธนาคารกรุงไทย และ นายสุเมธ ภิญโญสนิท ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โปรดิ๊วส จำกัด (CPP) พร้อมด้วยผู้แทนจากองค์กรพันธมิตร ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลง “โครงการร่วมศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดการก๊าซเรือนกระจก ในรูปแบบแพลตฟอร์มจัดการก๊าซเรือนกระจกครบวงจรเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน” ที่บริษัท ข้าว ซี.พี. จำกัด (โรงงานข้าวนครหลวง) จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2566</p>
<p>ธนาคารกรุงไทย ในฐานะธนาคารพาณิชย์ชั้นนำของประเทศ มุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีทางการเงินเพื่อตอบโจทย์คนไทยทุกกลุ่ม และสนับสนุนการแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ เพื่อมุ่งสู่แนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืนร่วมกัน โดยแพลตฟอร์มจัดการก๊าซเรือนกระจกนี้ ธนาคารคาดหวังว่าจะเป็นแพลตฟอร์มที่สามารถตอบโจทย์ธุรกิจ เพื่อสร้างการเติบโตอย่างมีเสถียรภาพ มีต้นทุนที่เหมาะสม และมีกระบวนการบริหารความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพ โดยธนาคารและพันธมิตรจะร่วมกันศึกษาและพัฒนา แนวทางการดำเนินธุรกิจในด้านการจัดการก๊าซเรือนกระจก ส่งเสริมการดำเนินโครงการและกิจกรรมต่างๆ ที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในองค์กรอย่างครบวงจร เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทยและสามารถนำมาใช้ได้จริง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29487" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/CPP-1.jpg" alt="Carbon Offset" width="750" height="671" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/CPP-1.jpg 910w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/CPP-1-300x268.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/CPP-1-768x687.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/CPP-1-150x134.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/CPP-1-500x447.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>นอกจากนี้ มีการเชื่อมโยงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในด้านมาตรฐานการวัดค่าการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการรับรองกิจกรรม ภายใต้การดำเนินการโครงการความร่วมมือครั้งนี้ เพื่อให้เกิดกลไกการชดเชยคาร์บอน (Carbon Offset) ที่ได้รับการยอมรับในระดับประเทศและสากล ตลอดจนศึกษาความเป็นไปได้ในการบริหารจัดการคาร์บอนเครดิตของแต่ละองค์กร เพื่อนำไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ ภายใต้มาตรฐานโครงการการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจ ซึ่งสอดคล้องกับกฎหมายหรือนโยบายที่เกี่ยวข้อง และสนับสนุนให้เป็นไปตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (UN) ในเป้าหมายที่ 13 (Climate Action) เรื่องการปฏิบัติการอย่างเร่งด่วนเพื่อต่อสู้การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและผลกระทบที่เกิดขึ้น</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/cpp/">กรุงไทย แท็กทีม CPP พัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีจัดการก๊าซเรือนกระจก</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/cpp/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
