<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>การขนส่งทางอากาศ | Green Network</title>
	<atom:link href="https://www.greennetworkthailand.com/tag/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%82%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A8/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Tue, 02 Jul 2024 01:15:41 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.8.5</generator>

<image>
	<url>https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/green-network-50x50.png</url>
	<title>การขนส่งทางอากาศ | Green Network</title>
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>เครือสหพัฒน์ จับมือ ดีเอชแอล เอ็กซ์เพรส ลดการปล่อยคาร์บอนขนส่งทางอากาศ ผ่านการใช้เชื้อเพลิงการบินที่ยั่งยืน (SAF)</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/sahapat-x-dhl-express/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/sahapat-x-dhl-express/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 02 Jul 2024 01:15:10 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[การขนส่งทางอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[ดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส]]></category>
		<category><![CDATA[ลดการปล่อยคาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[เครือสหพัฒน์]]></category>
		<category><![CDATA[โลจิสติกส์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=34638</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ  : บริษัทในเครือสหพัฒน์ รวมกว่า 70 บริษัท ร่วมกันขับเคลื่อนองค์กรสู่ความยั่งยืนในด้านโลจิสติกส์ ร่วมมือกับ DHL Express (ดีเอชแอล เอ็กซ์เพรส) ผ่านการใช้โซลูชัน Go Green Plus ที่ลดการปล่อยคาร์บอนจากภาคการขนส่งสินค้าด่วนทางอากาศ โดยเน้นการใช้เชื้อเพลิงการบินที่ยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel &#8211; SAF) ซึ่งมีประสิทธิภาพในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 80% เมื่อเทียบกับน้ำมันเครื่องบินทั่วไป พิภพ โชควัฒนา กรรมการ บริษัท&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/sahapat-x-dhl-express/">เครือสหพัฒน์ จับมือ ดีเอชแอล เอ็กซ์เพรส ลดการปล่อยคาร์บอนขนส่งทางอากาศ ผ่านการใช้เชื้อเพลิงการบินที่ยั่งยืน (SAF)</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ  : <strong>บริษัทในเครือสหพัฒน์ รวมกว่า 70 บริษัท </strong>ร่วมกันขับเคลื่อนองค์กรสู่ความยั่งยืนในด้านโลจิสติกส์ ร่วมมือกับ <strong>DHL Express (ดีเอชแอล เอ็กซ์เพรส) </strong>ผ่านการใช้โซลูชัน Go Green Plus ที่ลดการปล่อยคาร์บอนจากภาคการขนส่งสินค้าด่วนทางอากาศ โดยเน้นการใช้เชื้อเพลิงการบินที่ยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel &#8211; SAF) ซึ่งมีประสิทธิภาพในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 80% เมื่อเทียบกับน้ำมันเครื่องบินทั่วไป</p>
<p><span id="more-34638"></span></p>
<figure id="attachment_34640" aria-describedby="caption-attachment-34640" style="width: 738px" class="wp-caption aligncenter"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="size-full wp-image-34640" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/sahapat-x-dhl-express-02.jpg" alt="พิภพ โชควัฒนา  และเฮอร์เบิต วงศ์ภูษณชัย" width="738" height="415" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/sahapat-x-dhl-express-02.jpg 738w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/sahapat-x-dhl-express-02-300x169.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/sahapat-x-dhl-express-02-150x84.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/sahapat-x-dhl-express-02-500x281.jpg 500w" sizes="(max-width: 738px) 100vw, 738px" /><figcaption id="caption-attachment-34640" class="wp-caption-text">พิภพ โชควัฒนา  และเฮอร์เบิต วงศ์ภูษณชัย</figcaption></figure>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">พิภพ โชควัฒนา</span> กรรมการ บริษัท สหพัฒนาอินเตอร์โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน)</strong> กล่าวว่า เครือสหพัฒน์ และดีเอชแอล เอ็กซ์เพรส มีนโยบายในการดำเนินธุรกิจบนความยั่งยืนไปในทิศทางเดียวกัน โดยเฉพาะในมิติด้านสิ่งแวดล้อม ที่ทั้ง 2 ฝ่ายมุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน และมุ่งดำเนินธุรกิจที่ช่วยลดการปล่อยคาร์บอน ซึ่งเป็นหนึ่งในก๊าซเรือนกระจกที่ทำลายสิ่งแวดล้อม จึงเป็นที่มาของความร่วมมือระหว่างเครือสหพัฒน์ และดีเอชแอล เอ็กซ์เพรส เพื่อร่วมมือกันขับเคลื่อนไปสู่ยุคโลจิสติกส์ที่ยั่งยืน โดยบริษัทในเครือสหพัฒน์มากกว่า 70 บริษัท จะหันมาใช้บริการ Go Green Plus จากดีเอชแอล เอ็กซ์เพรส ในการส่งออก นำเข้าสินค้าด่วนทางอากาศ ทั้งนี้การบริการดังกล่าวมอบโซลูชั่นการลดการปล่อยคาร์บอนใน Scope 3 ผ่านการใช้เชื้อเพลิงการบินที่ยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel &#8211; SAF) ซึ่งผลิตจากน้ำมันใช้แล้ว อาหารเหลือทิ้ง และวัตถุดิบจากแหล่งที่มาที่ยั่งยืน และมีประสิทธิภาพในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 80% เมื่อเทียบกับน้ำมันเครื่องบินทั่วไป</p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">เฮอร์เบิต วงศ์ภูษณชัย</span> กรรมการผู้จัดการ ดีเอชแอล เอ็กซ์เพรส อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย และหัวหน้าภาคพื้นอินโดจีน</strong> กล่าวว่า  ดีเอชแอล เอ็กซ์เพรสยินดีที่เครือสหพัฒน์เชื่อมั่นในบริการของบริษัทฯ และผนึกกำลังกันเพื่อทำให้การขนส่งด่วนทางอากาศมีความยั่งยืนมากยิ่งขึ้น พร้อมเป็นตัวอย่างที่ดีให้บริษัทอื่นๆ ปรับเปลี่ยนมาใช้บริการขนส่งระหว่างประเทศที่ปล่อยคาร์บอนต่ำผ่านการใช้เชื้อเพลิงการบิน ปัจจุบัน ดีเอชแอล เอ็กซ์เพรส เป็นผู้ให้บริการขนส่งด่วนระหว่างประเทศรายแรกและรายเดียวที่นำเสนอนวัตกรรมนี้แก่ลูกค้า และเป็นผู้ให้บริการขนส่งเอกสาร และพัสดุด่วนระหว่างประเทศ แบบโดยเป็นหนึ่งในหน่วยธุรกิจของ ดีเอชแอล กรุ๊ป ที่ให้ความสำคัญในการดำเนินธุรกิจเพื่อความยั่งยืนของสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยมีเป้าหมายที่จะเป็นบริษัทโลจิสติกส์ ที่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2050 มีบริการ Go Green Plus เป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมายนี้การปล่อยคาร์บอนใน Scope 1 คือการปล่อยมลพิษโดยตรงจากกิจกรรมที่บริษัทควบคุมหรือเป็นเจ้าของโดยตรง การปล่อย Scope ที่ 2 เกี่ยวข้องกับการใช้พลังงานที่ซื้อมา ซึ่งรวมถึงไฟฟ้าที่บริษัทซื้อเพื่อให้แสงสว่างแก่สำนักงานหรือไอน้ำที่ใช้ในกระบวนการผลิต</p>
<p>ส่วนการปล่อยใน Scope ที่ 3 นั้นเกี่ยวข้องกับการผลิตและขนส่งซึ่งใช้พลังงานและเชื้อเพลิงการลดคาร์บอนแบบอินเซ็ต (insetting) ผ่านบริการ Go Green Plus จะช่วยลดการปล่อยคาร์บอนทางอ้อมอื่นๆ (Scope 3) ที่เกิดขึ้นในกิจกรรมต่างๆ ของบริษัท รวมถึงการขนส่งปลายน้ำและการกระจายสินค้า การลดคาร์บอนแบบอินเซ็ต (insetting) แตกต่างจากการชดเชยคาร์บอน (offsetting) โดยการลดคาร์บอนแบบอินเซ็ตนั้นได้รับการรับรองภายใต้โครงการกำหนดเป้าหมายที่อ้างอิงหลักวิทยาศาสตร์ (Science Based Target) ว่าเป็นแนวทางที่ออกแบบมา เพื่อลดการปล่อยคาร์บอน ที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการดำเนินการภายในธุรกิจนั้นๆ  บริการ Go Green Plus เป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมายด้านความยั่งยืนของ ดีเอชแอล กรุ๊ป เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2050 โดยช่วยสนับสนุนเป้าหมายระหว่างทางในการใช้ SAF สำหรับการขนส่งทางอากาศให้ได้ 30% ภายในปี 2030</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/sahapat-x-dhl-express/">เครือสหพัฒน์ จับมือ ดีเอชแอล เอ็กซ์เพรส ลดการปล่อยคาร์บอนขนส่งทางอากาศ ผ่านการใช้เชื้อเพลิงการบินที่ยั่งยืน (SAF)</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/sahapat-x-dhl-express/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>การลดคาร์บอน (decarbonization) ในอุตสาหกรรมการบิน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/sustainability-in-aviation-industry/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/sustainability-in-aviation-industry/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 22 Mar 2023 09:48:54 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Article]]></category>
		<category><![CDATA[Highlight Stories]]></category>
		<category><![CDATA[net aviation carbon emissions]]></category>
		<category><![CDATA[การขนส่งทางอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[การลดคาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[การลดคาร์บอนในอุตสาหกรรมการบิน]]></category>
		<category><![CDATA[ลดการปลดปล่อยคาร์บอนการบินสุทธิ]]></category>
		<category><![CDATA[สายการบิน]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมการบิน]]></category>
		<category><![CDATA[เป้าหมายลดการปลดปล่อยคาร์บอนการบินสุทธิ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=26057</guid>

					<description><![CDATA[<p>การขนส่งทางอากาศเป็นหนึ่งในกิจกรรมสำคัญของมนุษย์ที่สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปลดปล่อยแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ออกสู่ชั้นบรรยากาศ ซึ่งมีปริมาณสูงถึงปีละ 915 ตัน (ข้อมูลเมื่อปี 2019) ทั้งนี้องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (International Civil Aviation Organization หรือ ICAO) ได้คาดการณ์ว่าปริมาณ CO2 ที่ถูกปลดปล่อยออกสู่ชั้นบรรยากาศจากการขนส่งทางอากาศในปี 2050 จะเพิ่มขึ้นเป็น 3 เท่า เมื่อเทียบกับปริมาณ CO2 ที่ถูกปลดปล่อยในปี 2015 อันเป็นผลมาจากแนวโน้มการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องของการขนส่งทางอากาศในปัจจุบัน ด้วยเหตุนี้ ICAO&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/sustainability-in-aviation-industry/">การลดคาร์บอน (decarbonization) ในอุตสาหกรรมการบิน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>การขนส่งทางอากาศเป็นหนึ่งในกิจกรรมสำคัญของมนุษย์ที่สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปลดปล่อยแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ (CO<sub>2</sub>) ออกสู่ชั้นบรรยากาศ ซึ่งมีปริมาณสูงถึงปีละ 915 ตัน (ข้อมูลเมื่อปี 2019) ทั้งนี้องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (International Civil Aviation Organization หรือ ICAO) ได้คาดการณ์ว่าปริมาณ CO<sub>2 </sub>ที่ถูกปลดปล่อยออกสู่ชั้นบรรยากาศจากการขนส่งทางอากาศในปี 2050 จะเพิ่มขึ้นเป็น 3 เท่า เมื่อเทียบกับปริมาณ CO<sub>2</sub> ที่ถูกปลดปล่อยในปี 2015 อันเป็นผลมาจากแนวโน้มการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องของการขนส่งทางอากาศในปัจจุบัน ด้วยเหตุนี้ ICAO จึงได้กำหนดแผนการชดเชยและลดคาร์บอนสำหรับการบินระหว่างประเทศ (Carbon Offsetting and Reduction Scheme for International Aviation หรือ CORSIA) โดยมีเป้าหมายเพื่อควบคุมการปลดปล่อยคาร์บอนจากการบินระหว่างประเทศไม่ให้เกินจากระดับที่ปลดปล่อยในปี 2020 นอกจากนี้สมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (International Air Transportation Association หรือ IATA) ได้กำหนดเป้าหมายลดการปลดปล่อยคาร์บอนการบินสุทธิ (net aviation carbon emissions) ให้ได้ร้อยละ 50 จากระดับที่ปลดปล่อยเมื่อปี 2005 ภายในปี 2050 อีกด้วย เพื่อตอบสนองต่อเป้าหมายและข้อกำหนดข้างต้น สายการบินต่าง ๆ ทั่วโลกได้เริ่มปรับเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินงานและบริการให้สอดคล้องกับแนวคิด “ความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม” มากขึ้น ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็น 4 รูปแบบ ดังนี้</strong><span id="more-26057"></span></p>
<ol>
<li><strong><em> การใช้เชื้อเพลิงการบินยั่งยืน (sustainable aviation fuel หรือ SAF)</em></strong> อันหมายถึงเชื้อเพลิงการบินทางเลือกที่ผลิตขึ้นจากทรัพยากรชีวภาพ (biological resources) ซึ่งใช้แล้วไม่หมดไปเมื่อเทียบกับเชื้อเพลิงการบินดั้งเดิมที่ผลิตขึ้นจากฟอสซิล หรือเรียกอีกอย่างว่าเชื้อเพลิงการบินชีวภาพ (bio-jet fuels) ที่เป็นไปตามมาตรฐานและได้รับการรับรองจากสมาคมการทดสอบและวัสดุแห่งอเมริกา (American Society for Testing and Materials หรือ ASTM) การใช้ SAF สามารถลดการปลดปล่อยคาร์บอนได้มากถึงร้อยละ 80 เมื่อเทียบกับการใช้เชื้อเพลิงการบินดั้งเดิม</li>
</ol>
<ul>
<li>หนึ่งในบริษัทผู้ผลิตเครื่องบินรายใหญ่ของโลกอย่างแอร์บัสได้ทดสอบการใช้ SAF มาระยะหนึ่งแล้ว โดยในช่วงแรกเป็นการใช้ SAF แบบผสม (ผสม SAF เข้ากับเชื้อเพลิงการบินดั้งเดิม) ในฝูงบิน BELUGA (เครื่องบินขนส่งชิ้นส่วนเครื่องบินเพื่อนำไปประกอบ) ทั้ง 5 ลำตั้งแต่เดือนธันวาคม 2019 ต่อมาแอร์บัสประสบความสำเร็จในการทดสอบการใช้ SAF 100% (ไม่ได้ผสม SAF เข้ากับเชื้อเพลิงการบินดั้งเดิม) กับเครื่องบินทั้งหมด 4 รุ่น คือ [1] A350 ซึ่งเป็นเครื่องบินโดยสารตระกูลใหม่ล่าสุดของแอร์บัสในเดือนมีนาคม 2021 [2] A319neo ซึ่งเป็นเครื่องบินโดยสารขนาดเล็กที่สุดในตระกูล A320 ที่ได้รับการพัฒนาต่อยอดด้วยการติดตั้งเครื่องยนต์รุ่นใหม่ (new engine option หรือ neo) ในเดือนตุลาคมของปีเดียวกัน [3] A380 ซึ่งเป็นเครื่องบินโดยสารที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกในปี 2022 และ [4] A321neo LR (LR ย่อมาจาก long range) ซึ่งเป็นเครื่องบินโดยสารขนาดใหญ่ที่สุดในตระกูล A320 เมื่อต้นเดือนมีนาคม 2023 ที่ผ่านมา</li>
<li>สายการบิน Emirates ประสบความสำเร็จในการทดสอบการใช้ SAF 100% บนเครื่องบิน BOEING 777-300ER (ER ย่อมาจาก extended range) เมื่อต้นปี 2023 ที่ผ่านมา ซึ่งการทดสอบนี้เป็นส่วนหนึ่งของการตอบสนองต่อเจตนารมณ์ในการขับเคลื่อนประเทศไปสู่ “ความยั่งยืน” ของประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ที่ได้ประกาศให้ปี 2023 เป็นปีแห่งความยั่งยืน</li>
</ul>
<figure id="attachment_26059" aria-describedby="caption-attachment-26059" style="width: 720px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" class="wp-image-26059 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/Sustainability-In-Aviation-Industry-01.jpg" alt="สายการบิน Emirates" width="720" height="480" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/Sustainability-In-Aviation-Industry-01.jpg 720w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/Sustainability-In-Aviation-Industry-01-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/Sustainability-In-Aviation-Industry-01-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/Sustainability-In-Aviation-Industry-01-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 720px) 100vw, 720px" /><figcaption id="caption-attachment-26059" class="wp-caption-text">ที่มาของภาพ: https://www.emirates.com/media-centre/emirates-operates-milestone-demonstration-flight-powered-with-100-sustainable-aviation-fuel</figcaption></figure>
<ul>
<li>17 มิถุนายน 2021 สายการบิน JAPAN AIRLINES ได้สาธิตการใช้ SAF บนเครื่องบิน AIRBUS A350-941 ในเที่ยวบินที่ JL515 ด้วยการผสม SAF กว่า 3,132 ลิตรเข้ากับเชื้อเพลิงการบินดั้งเดิม ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 1 ของเชื้อเพลิงทั้งหมดที่ใช้ในเที่ยวบินนี้ ซึ่งการสาธิตนี้เป็นการใช้ SAF กับเที่ยวบินที่ให้บริการผู้โดยสารจริงไม่ใช่เที่ยวบินทดสอบแต่อย่างใด</li>
</ul>
<ol start="2">
<li><strong><em> การปรับเปลี่ยนโครงสร้างของเครื่องบินเพื่อลดการใช้เชื้อเพลิง</em></strong></li>
</ol>
<ul>
<li>ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา สายการบิน RYANAIR ซึ่งเป็นสายการบินราคาประหยัดของประเทศไอร์แลนด์ ตัดสินใจติดตั้ง Split Scimitar Winglets ซึ่งเป็นปลายปีกรูปแบบใหม่บนเครื่องบิน BOEING 737-800 จำนวนกว่า 400 ลำในฝูงบิน โดยปลายปีกรูปแบบใหม่นี้ช่วยลดแรงต้านที่เกิดขึ้นระหว่างทำการบินได้ อันส่งผลทำให้สายการบินสามารถลดการใช้เชื้อเพลิงลงได้ถึงร้อยละ 5 หรือคิดเป็นการประหยัดเชื้อเพลิงได้สูงถึงปีละ 65 ล้านลิตรและลดการปล่อยคาร์บอนได้มากถึงปีละ 165,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า</li>
</ul>
<figure id="attachment_26060" aria-describedby="caption-attachment-26060" style="width: 720px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" class="wp-image-26060 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/Sustainability-In-Aviation-Industry-02.jpg" alt="สายการบิน RYANAIR" width="720" height="452" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/Sustainability-In-Aviation-Industry-02.jpg 720w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/Sustainability-In-Aviation-Industry-02-300x188.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/Sustainability-In-Aviation-Industry-02-150x94.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/Sustainability-In-Aviation-Industry-02-500x314.jpg 500w" sizes="(max-width: 720px) 100vw, 720px" /><figcaption id="caption-attachment-26060" class="wp-caption-text">ที่มาของภาพ: https://corporate.ryanair.com/news/ryanair-cuts-carbon-emissions-by-165000-tonnes-with-winglet-retrofit</figcaption></figure>
<ul>
<li>สายการบิน SWISS เป็นสายการบินแรกของโลกที่ได้ติดตั้งเทคโนโลยีฟิล์ม AeroSHARK บนพื้นผิวลำตัว (fuselage) และกระเปาะเครื่องยนต์ (engine nacelles) ของเครื่องบิน BOEING 777-300ER ซึ่งฟิล์ม AeroSHARK ช่วยลดแรงเสียดทานบนพื้นผิวของเครื่องบินระหว่างทำการบินได้ ส่งผลทำให้สามารถลดการใช้เชื้อเพลิงได้มากกว่าร้อยละ 1 ของปริมาณเชื้อเพลิงที่ใช้ตามปกติ ซึ่งคิดเป็นการประหยัดเชื้อเพลิงได้สูงถึง 4,800 ตันต่อปี และลดการปลดปล่อย CO<sub>2</sub> ได้มากถึงปีละ 15,200 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า การติดตั้ง AeroSHARK บนเครื่องบิน BOEING 777-300ER ลำแรกได้ดำเนินการเสร็จสิ้น และเครื่องบินลำดังกล่าวได้กลับมาให้บริการอีกครั้งเมื่อ 14 ตุลาคม 2022 เป็นวันแรก ทั้งนี้สายการบิน SWISS ได้วางแผนติดตั้งฟิล์ม AeroSHARK บนเครื่องบิน BOEING 777-300ER ทั้งหมด 12 ลำในฝูงบิน</li>
</ul>
<figure id="attachment_26061" aria-describedby="caption-attachment-26061" style="width: 720px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-26061 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/Sustainability-In-Aviation-Industry-03.png" alt="สายการบิน SWISS" width="720" height="480" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/Sustainability-In-Aviation-Industry-03.png 720w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/Sustainability-In-Aviation-Industry-03-300x200.png 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/Sustainability-In-Aviation-Industry-03-150x100.png 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/Sustainability-In-Aviation-Industry-03-500x333.png 500w" sizes="(max-width: 720px) 100vw, 720px" /><figcaption id="caption-attachment-26061" class="wp-caption-text">ที่มาของภาพ: https://www.swiss.com/magazine/en/inside-swiss/sustainability/aeroshark-how-we-further-reduce-our-carbon-emissions</figcaption></figure>
<ol start="3">
<li><strong><em> การให้บริการด้วยบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม</em></strong></li>
</ol>
<ul>
<li>ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2022 สายการบิน SINGAPORE AIRLINES ได้เริ่มทดลองใช้ภาชนะบรรจุอาหารกระดาษที่ผ่านการรับรองจากองค์กรพิทักษ์ป่าไม้ (Forest Stewardship Council หรือ FSC) สำหรับให้บริการผู้โดยสารในชั้นประหยัด (economy) และชั้นประหยัดบริการพิเศษ (premium economy) ของบางเที่ยวบิน เพื่อลดการใช้ภาชนะพลาสติกใช้แล้วทิ้ง ทั้งนี้สายการบินจะรวบรวมความคิดเห็นของผู้โดยสารต่อภาชนะกระดาษนี้ภายในสิ้นเดือนมีนาคม 2023 เพื่อประกอบการตัดสินใจขยายผลการใช้ภาชนะกระดาษนี้บนทุกเที่ยวบินระยะกลางและระยะไกล เนื่องด้วยการใช้ภาชนะบรรจุอาหารกระดาษนี้กำลังอยู่ในช่วงการทดลองใช้ ทางสายการบินจึงยังไม่ได้สรุปตัวเลขการลดลงของคาร์บอนฟุตพริ้นท์</li>
</ul>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-26062" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/Sustainability-In-Aviation-Industry-04.jpg" alt="" width="720" height="480" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/Sustainability-In-Aviation-Industry-04.jpg 720w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/Sustainability-In-Aviation-Industry-04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/Sustainability-In-Aviation-Industry-04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/Sustainability-In-Aviation-Industry-04-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 720px) 100vw, 720px" /></p>
<ul>
<li>เมื่อปลายเดือนมกราคม 2023 ที่ผ่านมา สายการบิน Alaska ได้ประกาศยกเลิกการใช้แก้วน้ำพลาสติกบนทุกเที่ยวบินเป็นสายการบินแรกของสหรัฐอเมริกา ซึ่งสามารถลดขยะแก้วน้ำพลาสติกได้มากถึงปีละกว่า 55 ล้านใบ นอกจากนี้ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2021 สายการบินได้เริ่มปรับเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ขวดน้ำพลาสติกมาเป็นบรรจุภัณฑ์กล่องกระดาษ โดยบรรจุภัณฑ์กล่องกระดาษนี้ผลิตจากพืชในอัตราส่วนที่มากถึงร้อยละ 92 การใช้บรรจุภัณฑ์กล่องกระดาษนี้สามารถลดขยะขวดน้ำพลาสติกได้มากถึงปีละ 2 ล้านขวด และลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ได้มากถึงร้อยละ 36 เมื่อเทียบกับกระบวนการผลิตบรรจุภัณฑ์ขวดพลาสติกแบบเดิม</li>
</ul>
<figure id="attachment_26063" aria-describedby="caption-attachment-26063" style="width: 720px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-26063 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/Sustainability-In-Aviation-Industry-05.jpg" alt="สายการบิน Alaska" width="720" height="480" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/Sustainability-In-Aviation-Industry-05.jpg 720w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/Sustainability-In-Aviation-Industry-05-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/Sustainability-In-Aviation-Industry-05-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/Sustainability-In-Aviation-Industry-05-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 720px) 100vw, 720px" /><figcaption id="caption-attachment-26063" class="wp-caption-text">ที่มาของภาพ: https://news.alaskaair.com/sustainability/boxed-water</figcaption></figure>
<ol start="4">
<li><strong><em> การปรับเปลี่ยนอุปกรณ์ภาคพื้น (ground equipment)</em></strong></li>
</ol>
<ul>
<li>สายการบิน JAPAN AIRLINES ได้เริ่มใช้ยานพาหนะที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า (electric-powered vehicles) สำหรับงานบริการภาคพื้นในสนามบินหลายแห่งของประเทศญี่ปุ่น เพื่อแทนที่ยานพาหนะแบบเดิมที่ขับเคลื่อนด้วยเชื้อเพลิงฟอสซิล นอกจากนี้ยังมีการใช้เชื้อเพลิงดีเซลทางเลือก เช่น B-30 (ผสมเชื้อเพลิงไบโอดีเซลจากน้ำมันใช้แล้วจากการประกอบอาหารในอัตราส่วนร้อยละ 30 กับเชื้อเพลิงดีเซลปกติ) ที่สนามบินคุมาโมโตะ และ B-100 (เชื้อเพลิงไบโอดีเซลร้อยละ 100) ที่สนามบินนาริตะ เป็นต้น ซึ่งการปรับเปลี่ยนอุปกรณ์ภาคพื้นนี้เป็นส่วนหนึ่งของการบรรลุเป้าหมาย “การปลดปล่อย CO<sub>2</sub> สุทธิเป็นศูนย์” ในปี 2050</li>
</ul>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-26064" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/Sustainability-In-Aviation-Industry-06.jpg" alt="ยานพาหนะที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า" width="720" height="480" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/Sustainability-In-Aviation-Industry-06.jpg 720w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/Sustainability-In-Aviation-Industry-06-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/Sustainability-In-Aviation-Industry-06-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/Sustainability-In-Aviation-Industry-06-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 720px) 100vw, 720px" /></p>
<p>นอกจากนี้ บางสายการบินยังได้ดำเนิน “<strong>โครงการที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืน”</strong> โดยบางกิจกรรมของโครงการอาจทับซ้อนกับรูปแบบการดำเนินงานและกิจกรรมที่ได้กล่าวไปแล้วข้างต้น</p>
<ul>
<li><strong>“โปรแกรม Greenliner”</strong> ของสายการบิน ETIHAD ซึ่งได้เริ่มดำเนินงานมาตั้งแต่ปี 2019 โดยมีเน้นการสร้างความร่วมมือและเครือข่ายพันธมิตรในอุตสาหกรรมการบิน เพื่อร่วมกันดำเนินงานและขับเคลื่อน “ความยั่งยืน” ในอุตสาหกรรมการบินทั้งระบบ ปัจจุบันเครือข่ายพันธมิตรที่เข้าร่วมโปรแกรมนี้มีจำนวนไม่น้อยกว่า 25 หน่วยงาน ซึ่งในจำนวนนี้รวมไปถึงบริษัทผู้ผลิตเครื่องบินรายใหญ่ของโลกอย่างโบอิ้ง และบริษัทผลิตเครื่องยนต์เครื่องบินอย่าง General Electric หรือ GE</li>
</ul>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-26065" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/Sustainability-In-Aviation-Industry-07.jpg" alt="เครื่องบิน BOEING 787-10 DREAMLINER ของสายการบิน ETIHAD ในลวดลายพิเศษ “Greenliner” ซึ่งสายการบินรับมอบเครื่องบินลำนี้เมื่อปลายเดือนมกราคม 2020 โดยเชื้อเพลิงที่ใช้สำหรับเที่ยวบินส่งมอบ (delivery flight) ได้มีการผสม SAF ในอัตราส่วนร้อยละ 30 ของเชื้อเพลิงทั้งหมด" width="720" height="480" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/Sustainability-In-Aviation-Industry-07.jpg 720w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/Sustainability-In-Aviation-Industry-07-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/Sustainability-In-Aviation-Industry-07-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/Sustainability-In-Aviation-Industry-07-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 720px) 100vw, 720px" /></p>
<ul>
<li><strong>“โครงการ </strong><strong>ANA Future Promise”</strong> ของสายการบิน ANA เพื่อบรรลุเป้าหมาย SDGs โดยหนึ่งในหมุดหมายสำคัญคือลดการปลดปล่อยคาร์บอนการบินสุทธิให้เป็นศูนย์ภายในปี 2050 ซึ่งกิจกรรมที่เริ่มดำเนินงานไปแล้ว เช่น การใช้ SAF การใช้ภาชนะบรรจุอาหารที่ทำจากกระดาษเพื่อลดการใช้พลาสติกใช้แล้วทิ้ง การเสิร์ฟอาหารที่ทำมาจากพืช (plant-based food) บนเที่ยวบิน และการปรับเปลี่ยนสื่อสิ่งพิมพ์บนเที่ยวบินให้เป็นรูปแบบดิจิดัลเพื่อลดการใช้กระดาษ เป็นต้น</li>
</ul>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-26066" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/Sustainability-In-Aviation-Industry-08.jpg" alt="เครื่องบิน BOEING 787-9 DREAMLINER ของสายการบิน ANA ในลวดลายพิเศษ “ANA Future Promise” ที่เพิ่งเปิดตัวต่อสาธารณชนเมื่อเดือนตุลาคม 2022 ที่ผ่านมา" width="720" height="480" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/Sustainability-In-Aviation-Industry-08.jpg 720w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/Sustainability-In-Aviation-Industry-08-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/Sustainability-In-Aviation-Industry-08-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/Sustainability-In-Aviation-Industry-08-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 720px) 100vw, 720px" /></p>
<p>ทั้งนี้การดำเนินงานและบริการเหล่านี้สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals หรือ SDGs) โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป้าหมายที่ 7 การเข้าถึงพลังงานสะอาด, 12 การบริโภคและผลิตอย่างมีความรับผิดชอบ, 13 การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และ 14 การอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากมหาสมุทร ทะเล และทรัพยากรทางทะเลอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ยังสอดคล้องกับแนวทางการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทยในปัจจุบันอย่าง BCG (ย่อมาจาก Bio-Circular-Green) Economy</p>
<p>อย่างไรก็ตาม การบรรลุเป้าหมายด้านการลดการปลดปล่อยคาร์บอน (decarbonization) ยังคงเป็นเรื่องท้าทายอย่างยิ่งสำหรับอุตสาหกรรมการบินของประเทศไทย ทำให้อุตสาหกรรมดังกล่าวต้องเร่งปรับตัวเพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับประเด็นสำคัญข้างต้น โดยคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้พัฒนาหลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต (ปริญญาโท) <strong>สหสาขาวิชานวัตวิศวกรรมเพื่อความยั่งยืน (</strong><strong>Innovative Engineering for Sustainability)</strong> ซึ่งเป็นหลักสูตรที่เปิดกว้างสำหรับผู้สนใจศึกษาต่อในด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน นอกจากนี้ยังได้จัดตั้ง <strong>สถาบันคาร์บอนเพื่อความยั่งยืน (</strong><strong>Carbon Institute for Sustainability)</strong> เพื่อให้คำปรึกษาด้านการบริหารจัดการคาร์บอนและความยั่งยืนขององค์กร นำไปสู่การเตรียมความพร้อมในการรับมือกับเรื่องดังกล่าวอีกด้วย</p>
<hr />
<p><strong>บทความโดย:</strong></p>
<ul>
<li>ดร.วุฒิวงศ์ วิมลศักดิ์เจริญ ภาควิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย</li>
<li>ศาสตราจารย์ ดร.พิสุทธิ์ เพียรมนกุล เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน</li>
</ul>
<p><strong>ข้อมูลและรูปภาพบางส่วนที่ได้นำเสนอในบทความนี้รวบรวมมาจากข่าวสารที่ได้เผยแพร่บนเฟซบุ๊กแฟนเพจ Outsider’s Aviation</strong> (https://www.facebook.com/outsidersaviation) ซึ่งนำเสนอข้อมูลข่าวสารด้านการบินที่ “ทุกคน” สามารถเข้าถึงได้ เพื่อให้ “การบิน” เป็นเรื่องใกล้ตัวของทุกคน โดยก่อตั้งเมื่อ 19 กรกฎาคม 2018 จากผู้ที่รักและชื่นชอบการบิน แต่มิได้ทำงานเกี่ยวข้องกับการบินแต่อย่างใด จึงเป็นที่มาของชื่อ “Outsider” หรือคนนอก (วงการบิน) นั่นเอง</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/sustainability-in-aviation-industry/">การลดคาร์บอน (decarbonization) ในอุตสาหกรรมการบิน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/sustainability-in-aviation-industry/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
