<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>การปล่อยก๊าซเรือนกระจก | Green Network</title>
	<atom:link href="https://www.greennetworkthailand.com/tag/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b9%8a%e0%b8%b2%e0%b8%8b%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%88%e0%b8%81/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Fri, 06 Jun 2025 09:47:51 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.8.5</generator>

<image>
	<url>https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/green-network-50x50.png</url>
	<title>การปล่อยก๊าซเรือนกระจก | Green Network</title>
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>บ้านปู เน็กซ์ ชู 4 กลยุทธ์ ตั้งเป้า Net Zero 2040 เดินหน้าธุรกิจสู่ความยั่งยืน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/banpu-next-net-zero-2040/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/banpu-next-net-zero-2040/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 06 Jun 2025 09:35:08 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero 2040]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero Solutions]]></category>
		<category><![CDATA[Net-Zero Emissions]]></category>
		<category><![CDATA[การปล่อยก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านปู เน็กซ์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=39467</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ : บ้านปู เน็กซ์ ผู้ให้บริการ Net Zero Solutions ชั้นนำในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ตั้งเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) ภายในปี 2583 (ค.ศ. 2040) สำหรับการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ผ่านกลยุทธ์และแผนการดำเนินงานที่มุ่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขอบเขตที่ 1 และ 2 ลง 30% ภายในปี 2573 (ค.ศ. 2030) และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทุกขอบเขตลง 50%&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/banpu-next-net-zero-2040/">บ้านปู เน็กซ์ ชู 4 กลยุทธ์ ตั้งเป้า Net Zero 2040 เดินหน้าธุรกิจสู่ความยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ : <strong>บ้านปู เน็กซ์ ผู้ให้บริการ Net Zero Solutions ชั้นนำในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ตั้งเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) ภายในปี 2583 (ค.ศ. 2040) สำหรับการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ผ่านกลยุทธ์และแผนการดำเนินงานที่มุ่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขอบเขตที่ 1 และ 2 ลง 30% ภายในปี 2573 (ค.ศ. 2030) และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทุกขอบเขตลง 50% ภายในปี 2578 (ค.ศ. 2035) การประกาศเป้าหมายของบริษัทฯ สะท้อนความมุ่งมั่นด้านสิ่งแวดล้อม พร้อมร่วมขับเคลื่อนเป้าหมาย Net Zero ของประเทศไทย เพื่อสร้างคุณค่าที่ยั่งยืนให้กับธุรกิจ ชุมชน และผู้มีส่วนได้เสียทั่วทั้งระบบนิเวศในการดำเนินงาน</strong></p>
<p><span id="more-39467"></span></p>
<p>ตามแผนงานสู่ Net Zero บริษัทฯ ได้กำหนดให้ปี 2566 (ค.ศ. 2023) เป็นปีฐาน โดยผ่านการรับรองจากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ TGO เป็นที่เรียบร้อย และตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกประมาณ 6% ต่อปี ซึ่งสอดคล้องกับหลักการและแนวปฏิบัติด้านวิทยาศาสตร์สภาพภูมิอากาศโลก โดยภายในปี 2568 บ้านปู เน็กซ์ จะบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) นับเป็นก้าวสำคัญของการมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ทั้งยังตรวจสอบคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร (Carbon Footprint for Organization: CFO) เป็นประจำทุกปี และยังคงเดินหน้าดำเนินการต่อเนื่องเพื่อสานต่อความมุ่งมั่นด้านความยั่งยืน นอกจากนี้ บ้านปู เน็กซ์ อยู่ในระหว่างการขอการรับรอง Net Zero Pathway จาก TGO ซึ่งเป็นมาตรฐานระดับประเทศที่ส่งเสริมกรอบการดำเนินงานด้านสภาพภูมิอากาศระดับโลก เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับแนวทางการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของบริษัทฯ</p>
<p style="text-align: center;"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39469" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/Mr.-Smittipon_CEO-Banpu-NEXT.jpg" alt="สมิทธิพร เศรษฐปราโมทย์" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/Mr.-Smittipon_CEO-Banpu-NEXT.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/Mr.-Smittipon_CEO-Banpu-NEXT-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/Mr.-Smittipon_CEO-Banpu-NEXT-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/Mr.-Smittipon_CEO-Banpu-NEXT-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>สมิทธิพร เศรษฐปราโมทย์</strong></span> <strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู เน็กซ์ จำกัด</strong> กล่าวว่า เป้าหมาย Net Zero ของเรา ไม่เพียงเป็นความมุ่งมั่นระดับองค์กร แต่เป็นการวางรากฐานการปรับเปลี่ยนการทำงาน รวมถึงโซลูชันที่เรามอบให้ลูกค้า เรากำหนดเป้าหมายที่ชัดเจน วัดผลได้ และดำเนินงานอย่างมีกลยุทธ์ในทุกขอบเขตของการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อสร้างต้นแบบการลดคาร์บอนสำหรับองค์กรของเรา รวมถึงภาคธุรกิจและห่วงโซ่อุปทาน จากความสำเร็จก้าวแรกในปี 2566 เราได้รับการรับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร (CFO) จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ TGO และสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างมีนัยสำคัญจากการบริหารจัดการพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และได้ใช้ International REC Standard (I-REC) เพื่อชดเชยคาร์บอนในขอบเขตที่ 2 ทั้งหมดของบ้านปู เน็กซ์ และบริษัทลูกในประเทศไทย ซึ่งในปี 2567 เรายังได้จัดการชดเชยคาร์บอนผ่านกลไกคาร์บอนเครดิตอีกด้วย โดยในอนาคต เราวางเป้าหมายระยะยาวที่จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในทุกขอบเขตลง 50% ภายในปี 2578 และจะยังคงมุ่งมั่นนำความเชี่ยวชาญ เทคโนโลยี และโซลูชันล้ำสมัยมายกระดับศักยภาพให้พันธมิตรและลูกค้าสามารถบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืน</p>
<p>แผนการดำเนินงานเพื่อบรรลุเป้าหมาย Net Zero ของบ้านปู เน็กซ์ ประกอบด้วย 4 กลยุทธ์หลักที่ครอบคลุมทุกด้านของการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ประกอบด้วย</p>
<ol>
<li><strong>ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในทุกขอบเขต</strong> โดยขอบเขตที่ 1 บ้านปู เน็กซ์ ให้บริการลูกค้าโดยนำโปรแกรมซ่อมบำรุงอัจฉริยะที่ขับเคลื่อนด้วย AI และการวิเคราะห์ข้อมูลมาใช้ยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์และลดการรั่วไหลของสารทำความเย็น พร้อมทั้งทยอยเปลี่ยนรถของบริษัทฯ เป็นรถยนต์ไฟฟ้า ภายในปี 2573 ส่วนขอบเขตที่ 2 บ้านปู เน็กซ์ จัดกิจกรรมลดคาร์บอนในองค์กร เชิญชวนพนักงานให้มีส่วนร่วม และพัฒนาการจัดการพลังงานให้มีประสิทธิภาพ สำหรับขอบเขตที่ 3 บริษัทฯ เลือกใช้ซัพพลายเออร์ที่สามารถส่งมอบอุปกรณ์และบริการที่มีคุณภาพ ประสิทธิภาพสูง ใช้พลังงานต่ำ และดำเนินงานที่สอดคล้องกับหลัก ESG</li>
<li><strong>ขยายพอร์ตโฟลิโอพลังงานสะอาด</strong> ผ่านการนำเสนอโซลูชันพลังงานสะอาดแบบครบวงจร ร่วมกับการใช้ใบรับรองการผลิตพลังงานหมุนเวียน (RECs) ของซัพพลายเออร์และพันธมิตรทางธุรกิจของบ้านปู เน็กซ์ เพื่อช่วยให้ลูกค้าสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และช่วยลดขอบเขตที่ 3 ให้กับบ้านปู เน็กซ์</li>
<li><strong>ดำเนินโครงการดูดกลับคาร์บอน</strong> แสวงหาโอกาสกับภาครัฐและเอกชนจัดทำโครงการปลูกต้นไม้ และศึกษาความเป็นไปได้ในการดูดกลับคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร เพื่อสนับสนุนการรับรองความเป็นกลางทางคาร์บอนโดย TGO</li>
<li><strong>การสนับสนุนทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง</strong> โดยนำเสนอโซลูชัน Net Zero รวมถึงเอกสารรับรองการผลิตพลังงานหมุนเวียน (RECs) และคาร์บอนเครดิต เพื่อช่วยให้ธุรกิจบรรลุเป้าหมายความยั่งยืนควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนสังคมไร้คาร์บอน</li>
</ol>
<p>สำหรับแผนการดำเนินงานในปี 2568 บ้านปู เน็กซ์ ให้ความสำคัญ 3 ด้าน ได้แก่ 1) การปรับโครงสร้างพอร์ตโฟลิโอโดยเน้นการรักษาคุณภาพของสินทรัพย์ 2) การประเมินการลงทุนเชิงกลยุทธ์ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของการดำเนินธุรกิจและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับการให้บริการ Net Zero Solutions และ 3) การนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้มากขึ้นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/banpu-next-net-zero-2040/">บ้านปู เน็กซ์ ชู 4 กลยุทธ์ ตั้งเป้า Net Zero 2040 เดินหน้าธุรกิจสู่ความยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/banpu-next-net-zero-2040/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>พพ.เดินหน้าพัฒนาระเบียบ และกฎหมาย รองรับมาตรการ ESCO สำหรับหน่วยงานภาครัฐ</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/dede-esco/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/dede-esco/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 17 Jan 2024 04:09:36 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[ESCO]]></category>
		<category><![CDATA[net zero]]></category>
		<category><![CDATA[การปล่อยก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[มาตรการ ESCO]]></category>
		<category><![CDATA[ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์]]></category>
		<category><![CDATA[ลดใช้พลังงานไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[หน่วยงานภาครัฐ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=31748</guid>

					<description><![CDATA[<p>พพ. เดินหน้าสนับสนุนมาตรการ ESCO สำหรับหน่วยงานภาครัฐ เต็มสูบ หวังลดใช้พลังงานไฟฟ้ากว่า 1,000 ล้านหน่วย ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 624,414 ตันเทียบเท่าคาร์บอนไดออกไซด์ หนุนประเทศไทยก้าวสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนปี ค.ศ. 2050 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ปี ค.ศ. 2065 นายชำนาญ กายประสิทธิ์ รองอธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) เป็นประธานเปิดแถลงผลการดำเนินงานโครงการพัฒนาระเบียบและกฎหมายเพื่อรองรับมาตรการ ESCO สำหรับหน่วยงานภาครัฐ ได้เปิดเผยว่า ด้วยมติคณะรัฐมนตรีเมื่อปี 2565&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/dede-esco/">พพ.เดินหน้าพัฒนาระเบียบ และกฎหมาย รองรับมาตรการ ESCO สำหรับหน่วยงานภาครัฐ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>พพ. เดินหน้าสนับสนุนมาตรการ ESCO สำหรับหน่วยงานภาครัฐ เต็มสูบ หวังลดใช้พลังงานไฟฟ้ากว่า 1,000 ล้านหน่วย ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 624,414 ตันเทียบเท่าคาร์บอนไดออกไซด์ หนุนประเทศไทยก้าวสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนปี ค.ศ. 2050 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ปี ค.ศ. 2065</strong></p>
<p><span id="more-31748"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-31751" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/dede-esco-02.jpg" alt="นายชำนาญ กายประสิทธิ์" width="680" height="454" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/dede-esco-02.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/dede-esco-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/dede-esco-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/dede-esco-02-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายชำนาญ กายประสิทธิ์</strong></span> <strong>รองอธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.)</strong> เป็นประธานเปิดแถลงผลการดำเนินงานโครงการพัฒนาระเบียบและกฎหมายเพื่อรองรับมาตรการ ESCO สำหรับหน่วยงานภาครัฐ ได้เปิดเผยว่า ด้วยมติคณะรัฐมนตรีเมื่อปี 2565 กำหนดให้หน่วยงานภาครัฐลดการใช้พลังงานลงร้อยละ 20 เพื่อให้เกิดการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และส่งเสริมการใช้พลังงานในภาครัฐอย่างยั่งยืน รวมถึงการสร้างบทบาทให้หน่วยงานภาครัฐเป็นผู้นำด้านประหยัดพลังงานให้ภาคส่วนอื่น ๆ ตระหนักถึงความสำคัญในการใช้พลังงาน และนำความรู้วิธีใช้พลังงานที่ถูกต้องกลับไปถ่ายทอดสู่บุคคลทั่วไป ซึ่งจะช่วยลดอัตราการใช้พลังงานของประเทศได้อย่างมั่นคง โดย พพ. ได้ร่วมกับสำนักงบประมาณ กรมบัญชีกลาง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เริ่มดำเนินโครงการนำร่องการใช้มาตรการบริษัทจัดการพลังงาน Energy Service Company หรือ ESCO สำหรับหน่วยงานภาครัฐ ESCO เป็นธุรกิจที่ให้บริการเกี่ยวกับการพัฒนาโครงการอนุรักษ์พลังงานแบบครบวงจร โดย ESCO จะเป็นผู้รับผิดชอบภารกิจต่าง ๆ แทนอาคารหรือโรงงาน ตั้งแต่การออกแบบโครงการ การขออนุญาตก่อนสร้าง การหาแหล่งเงินทุน การติตดั้ง ตลอดจนการตรวจวัดเพื่อพิสูจน์ผลประหยัด โดยที่ ESCO จะต้องรับประกันผลการประหยัด และรับผิดชอบถ้าผลการประหยัดไม่เป็นไปตามเป้าหมาย</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-31750" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/dede-esco-01.jpg" alt="พพ.เดินหน้าพัฒนาระเบียบ และกฎหมาย รองรับมาตรการ ESCO สำหรับหน่วยงานภาครัฐ" width="680" height="454" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/dede-esco-01.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/dede-esco-01-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/dede-esco-01-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/dede-esco-01-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p><strong>นายชำนาญ</strong> กล่าวว่า การใช้มาตรการ ESCO สำหรับหน่วยงานภาครัฐนั้น อยู่ภายใต้แผนปฏิรูปประเทศด้านพลังงานนำมาใช้กับหน่วยงานราชการ โดยให้กระทรวงพลังงาน สำนักงบประมาณ กรมบัญชีกลาง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กำหนดวิธีการและแนวทางที่สามารถนำมาใช้ปฏิบัติได้จริง ซึ่งได้กำหนดการปฏิรูปด้านการอนุรักษ์พลังงานและการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยจะให้บริการด้านการอนุรักษ์พลังงาน และพลังงานทดแทนแบบครบวงจร ตั้งแต่การให้คำปรึกษา การเสนอโครงการ การวิเคราะห์การใช้พลังงาน การจัดหาหรือสนับสนุนแหล่งเงินทุน ติดตั้งวัสดุอุปกรณ์ การตรวจวัดและพิสูจน์ผลประหยัด โดยการทำสัญญา มีการรับประกันผลประหยัดพลังงานและดูแลรักษาตลอดอายุของสัญญา เมื่อดำเนินการแล้วเสร็จจะมีการโอนกรรมสิทธิ์ในอุปกรณ์ประหยัดพลังงานทั้งหมดเป็นของหน่วยงาน เพื่อขึ้นบัญชีครุภัณฑ์และตั้งงบประมาณในการบำรุงรักษาต่อไป</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-31752" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/dede-esco-03.jpg" alt="" width="680" height="454" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/dede-esco-03.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/dede-esco-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/dede-esco-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/dede-esco-03-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>

<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/dede-esco-08.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="150" height="150" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/dede-esco-08-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail size-thumbnail" alt="พพ.เดินหน้าพัฒนาระเบียบ และกฎหมาย รองรับมาตรการ ESCO สำหรับหน่วยงานภาครัฐ" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/dede-esco-08-150x150.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/dede-esco-08-50x50.jpg 50w" sizes="(max-width: 150px) 100vw, 150px" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/dede-esco-07.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="150" height="150" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/dede-esco-07-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail size-thumbnail" alt="พพ.เดินหน้าพัฒนาระเบียบ และกฎหมาย รองรับมาตรการ ESCO สำหรับหน่วยงานภาครัฐ" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/dede-esco-07-150x150.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/dede-esco-07-50x50.jpg 50w" sizes="(max-width: 150px) 100vw, 150px" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/dede-esco-06.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="150" height="150" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/dede-esco-06-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail size-thumbnail" alt="พพ.เดินหน้าพัฒนาระเบียบ และกฎหมาย รองรับมาตรการ ESCO สำหรับหน่วยงานภาครัฐ" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/dede-esco-06-150x150.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/dede-esco-06-50x50.jpg 50w" sizes="(max-width: 150px) 100vw, 150px" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/dede-esco-05.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="150" height="150" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/dede-esco-05-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail size-thumbnail" alt="พพ.เดินหน้าพัฒนาระเบียบ และกฎหมาย รองรับมาตรการ ESCO สำหรับหน่วยงานภาครัฐ" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/dede-esco-05-150x150.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/dede-esco-05-50x50.jpg 50w" sizes="(max-width: 150px) 100vw, 150px" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/dede-esco-04.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="150" height="150" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/dede-esco-04-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail size-thumbnail" alt="พพ.เดินหน้าพัฒนาระเบียบ และกฎหมาย รองรับมาตรการ ESCO สำหรับหน่วยงานภาครัฐ" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/dede-esco-04-150x150.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/dede-esco-04-50x50.jpg 50w" sizes="(max-width: 150px) 100vw, 150px" /></a>

<p>“พพ. มีความเชื่อมั่นว่า หากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีความรู้ความเข้าใจและสนับสนุนให้มีการนำแนวทางการใช้มาตรการบริษัทจัดการพลังงานสำหรับหน่วยงานภาครัฐไปใช้ได้ในอนาคต จะสามารถช่วยลดการใช้พลังงานในภาคอาคารและบรรลุเป้าหมายตามแผนอนุรักษ์พลังงานของกระทรวงพลังงานได้ โดยคาดว่ามาตรการ ESCO สำหรับหน่วยงานภาครัฐนี้ จะสามารถลดใช้พลังงานคิดเป็นไฟฟ้า 1,058.33 ล้านหน่วย คิดเป็นมูลค่า 5,291.65 ล้านบาท ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 624,414 ตันเทียบเท่าคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่ทำจะให้เป็นประเทศไทยก้าวสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนปี ค.ศ. 2050 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ปี ค.ศ. 2065 อีกด้วย” <strong>นายชำนาญ</strong> กล่าวทิ้งท้าย</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/dede-esco/">พพ.เดินหน้าพัฒนาระเบียบ และกฎหมาย รองรับมาตรการ ESCO สำหรับหน่วยงานภาครัฐ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/dede-esco/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เดอะมอลล์ กรุ๊ป สนับสนุนโครงการ “ปลูกต้นไม้ล้านต้น” ของ กทม. เพิ่มพื้นที่สีเขียว ลดก๊าซเรือนกระจก เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/the-mall-group-go-green/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/the-mall-group-go-green/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 01 Jun 2023 09:28:40 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพมหานคร]]></category>
		<category><![CDATA[การปล่อยก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[ปลูกต้นไม้ล้านต้น]]></category>
		<category><![CDATA[มอบต้นไม้]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[ห้างสรรพสินค้าสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[เดอะมอลล์ กรุ๊ป]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=27139</guid>

					<description><![CDATA[<p>เดอะมอลล์ กรุ๊ป เดินหน้าเจตนารมณ์มุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์  (NET ZERO GHG EMISSIONS) มอบต้นไม้ 100,000 ต้น  สนับสนุนโครงการ “ปลูกต้นไม้ล้านต้น” โดยสำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการเพิ่มพื้นที่สีเขียวและเป็นกำแพงกรองฝุ่นทั่วกรุง  ช่วยลดปัญหา PM 2.5  ลดก๊าซเรือนกระจก และเพิ่มโอโซนให้กับโลก เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก ประจำปี 2566  โดยมี ชัชชาติ สิทธิ​พันธุ์​ ผู้ว่าราชการจังหวัด​กรุงเทพมหานคร​ เป็นผู้รับมอบ ณ อุทยานเบญจสิริ&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/the-mall-group-go-green/">เดอะมอลล์ กรุ๊ป สนับสนุนโครงการ “ปลูกต้นไม้ล้านต้น” ของ กทม. เพิ่มพื้นที่สีเขียว ลดก๊าซเรือนกระจก เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เดอะมอลล์ กรุ๊ป เดินหน้าเจตนารมณ์มุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์  (</strong><strong>NET ZERO GHG EMISSIONS) มอบต้นไม้ 100,000 ต้น  สนับสนุนโครงการ “ปลูกต้นไม้ล้านต้น” โดยสำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการเพิ่มพื้นที่สีเขียวและเป็นกำแพงกรองฝุ่นทั่วกรุง  ช่วยลดปัญหา PM 2.5  ลดก๊าซเรือนกระจก และเพิ่มโอโซนให้กับโลก เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก ประจำปี 2566  โดยมี ชัชชาติ สิทธิ​พันธุ์​ ผู้ว่าราชการจังหวัด​กรุงเทพมหานคร​ เป็นผู้รับมอบ ณ อุทยานเบญจสิริ  พร้อมแจกต้นไม้กรองฝุ่นให้กับประชาชนทั่วไป ทุกวันศุกร์,เสาร์,อาทิตย์ แรกของทุกเดือน ที่ เดอะมอลล์ และเดอะมอลล์ ไลฟ์สโตร์ ทุกสาขา , ดิ เอ็มโพเรียม และ ดิ เอ็มควอเทียร์  ตั้งแต่วันนี้ – 3 ธันวาคม ศกนี้</strong><span id="more-27139"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27141" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/CHP_2369.jpg" alt="เดอะมอลล์ กรุ๊ป สนับสนุนโครงการ “ปลูกต้นไม้ล้านต้น” ของ กทม." width="740" height="494" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/CHP_2369.jpg 910w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/CHP_2369-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/CHP_2369-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/CHP_2369-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/CHP_2369-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><strong>กฤษณา อัมพุช  รองประธานกรรมการ บริษัท  เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด </strong> กล่าวว่า “เดอะมอลล์  กรุ๊ป ในฐานะ  GREEN RETAIL แห่งแรกของประเทศไทย และเป็นองค์กรแห่งความยั่งยืน ภายใต้แนวทาง ESG<strong>  </strong>พร้อมเดินหน้าสนับสนุนโครงการ GREEN BANGKOK 2030 เพิ่มพื้นที่สีเขียวให้คนกรุงฯ  ของกรุงเทพมหานคร  พร้อมร่วมขับเคลื่อนประเทศไทย สู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (CARBON NEUTRALITY) ในปี ค.ศ. 2050  (พ.ศ.2593) และมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ( NET ZERO GHG EMISSIONS ) ภายในปี ค.ศ.2065 (พ.ศ.2608) <strong> </strong>โดย เดอะมอลล์ กรุ๊ป ให้ความสำคัญต่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนมาโดยตลอด</p>
<p><strong>เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก </strong><strong>5 มิถุนายน 2566  </strong>เดอะมอลล์ กรุ๊ป  เดินหน้าทำกิจกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมการลดก๊าซเรือนกระจก ด้วยการส่งมอบต้นไม้จำนวน 100,000  ต้น  <strong>พร้อมทั้งร่วมปลูกต้นไม้เชิงสัญลักษณ์</strong> <strong>“ต้นมหาพรหมราชินี”</strong> ซึ่งเป็นต้นไม้หายากนับเป็นพรรณไม้เฉพาะถิ่น โดยมีการตั้งชื่อเพื่อถวายพระเกียรติแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในวโรกาสที่เจริญพระชนมายุครบ 6 รอบ ในวันที่ 12 สิงหาคม 2547 สำหรับต้นไม้  จำนวน 100,000  ต้น  ที่เดอะมอลล์ กรุ๊ป มอบสนับสนุนโครงการ <strong>“ปลูกต้นไม้ล้านต้น”  </strong>โดย<strong>สำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร  </strong>แบ่งเป็นมอบให้กับกรุงเทพมหานคร  50 เขต  จำนวน 50,000 ต้น  ซึ่งต้นไม้ทั้งหมดเป็นไม้ยืนต้น ได้แก่ ต้นพยุง,ต้นแคนา, ต้นยางนา, ต้นพะยอม, ต้นตะเคียน, ต้นมะฮอกกานี, ต้นอินทนิล  และต้นชมพูพันธ์ทิพย์   และนำต้นไม้กรองฝุ่นแจกให้กับประชาชนทั่วไป ทุกวันศุกร์,เสาร์,อาทิตย์  แรกของทุกเดือน ที่ เดอะมอลล์ และเดอะมอลล์ ไลฟ์สโตร์ ทุกสาขา, ดิ เอ็มโพเรียม, ดิ เอ็มควอเทียร์  และสยามพารากอน จำนวน 50,000 ต้น   ตั้งแต่วันนี้ – 3 ธันวาคม 2566 หรือจนกว่าต้นไม้จะหมด เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการเพิ่มพื้นที่สีเขียวและร่มเงาให้กับกรุงเทพมหานคร  รวมถึงเป็นกำแพงกรองฝุ่นทั่วกรุง  ช่วยลดปัญหา PM 2.5  ลดมลพิษ  และช่วยดูดซับก๊าซคาร์บอนไดอ๊อกไซด์สาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อน เพื่อมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ตามเป้าหมายที่วางไว้”</p>

<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/CHP_2531.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="910" height="607" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/CHP_2531.jpg" class="attachment-large size-large" alt="เดอะมอลล์ กรุ๊ป สนับสนุนโครงการ “ปลูกต้นไม้ล้านต้น” ของ กทม." srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/CHP_2531.jpg 910w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/CHP_2531-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/CHP_2531-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/CHP_2531-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/CHP_2531-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 910px) 100vw, 910px" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/CHP_2446.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="910" height="607" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/CHP_2446.jpg" class="attachment-large size-large" alt="เดอะมอลล์ กรุ๊ป สนับสนุนโครงการ “ปลูกต้นไม้ล้านต้น” ของ กทม." srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/CHP_2446.jpg 910w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/CHP_2446-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/CHP_2446-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/CHP_2446-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/CHP_2446-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 910px) 100vw, 910px" /></a>

<p>นอกจากนี้ เดอะมอลล์ กรุ๊ป ยังคงสานต่อเจตนารมณ์การเป็นห้างสรรพสินค้าสีเขียว เดินหน้า<strong>โครงการ “</strong><strong>THE MALL GROUP GO GREEN : GREEN EVERYDAY”</strong> <strong>จัดกิจกรรม “จัดสวน อวดโซเชียล” </strong>เพียงนำต้นไม้กรองฝุ่นที่ได้รับแจกจาก เดอะมอลล์ กรุ๊ป ไปตกแต่งสวนภายในบ้าน หรือคอนโดมิเนียมให้สวยงาม ถ่ายรูปคู่กับสวนต้นไม้ของคุณ พร้อมถือถุงกระดาษ The Mall Group Go Green และโพสต์รูปผ่านช่องทางเพจ The Mall Thailand  พร้อมติดแฮชแท็ก #จัดสวนอวดโซเซียล #รวมพลังป้องกันฝุ่นPM2.5 #TheMallGroupGoGreen  ตั้งแต่วันที่ 2– 30 มิ.ย. 2566  ลุ้นรับฟรี!! E-Voucher มูลค่า 500 บาท จำนวน 10 รางวัล  ประกาศผลผู้โชคดีที่ได้รับรางวัลภายในเดือนมิถุนายน 2566 ทางเพจ The Mall Thailand  ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการปลูกต้นไม้ล้านต้น เพื่อให้ต้นไม้ดูแลเมือง สร้างความยั่งยืนทางด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมเพิ่มโอโซนให้กับโลกต่อไป</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/the-mall-group-go-green/">เดอะมอลล์ กรุ๊ป สนับสนุนโครงการ “ปลูกต้นไม้ล้านต้น” ของ กทม. เพิ่มพื้นที่สีเขียว ลดก๊าซเรือนกระจก เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/the-mall-group-go-green/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Thai SCP ร่วมจัดงาน APRSCP 2022 เพื่อขับเคลื่อนการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืนและเศรษฐกิจหมุนเวียนในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก สู่เป้าหมาย Net Zero GHG</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/thai-scp-aprscp-2022/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/thai-scp-aprscp-2022/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 23 Nov 2022 03:59:15 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[APRSCP 2022]]></category>
		<category><![CDATA[net zero]]></category>
		<category><![CDATA[Thai SCP]]></category>
		<category><![CDATA[การปล่อยก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[การผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจหมุนเวียน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=24494</guid>

					<description><![CDATA[<p>สมาคมส่งเสริมการผลิตและบริโภคที่ยั่งยืน(ประเทศไทย) หรือ SCP Association (Thailand) ร่วมกับ Asia Pacific Roundtable for Sustainable Consumption and Production (APRSCP) จัดงานประชุมวิชาการนานาชาติ &#8220;16th Asia Pacific Roundtable on Sustainable Consumption and Production: Bridging Net Zero Transition by&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/thai-scp-aprscp-2022/">Thai SCP ร่วมจัดงาน APRSCP 2022 เพื่อขับเคลื่อนการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืนและเศรษฐกิจหมุนเวียนในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก สู่เป้าหมาย Net Zero GHG</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>สมาคมส่งเสริมการผลิตและบริโภคที่ยั่งยืน(ประเทศไทย) หรือ SCP Association (Thailand) ร่วมกับ Asia Pacific Roundtable for Sustainable Consumption and Production (APRSCP) จัดงานประชุมวิชาการนานาชาติ &#8220;16th Asia Pacific Roundtable on Sustainable Consumption and Production: Bridging Net Zero Transition by SCP and Circular Economy&#8221; ระหว่างวันที่ 21-23 พฤศจิกายน 2565 ณ โรงแรมปทุมวันปริ๊นเซส กรุงเทพ เพื่อเป็นเวทีสำหรับการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ องค์ความรู้ บทเรียน การศึกษาวิจัย และการส่งเสริมแนวปฏิบัติที่ดีในการดำเนินงานด้านการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน เศรษฐกิจหมุนเวียน รวมถึงความร่วมมือระหว่างประเทศในด้านการเสริมสร้างศักยภาพ การเข้าถึงเทคโนโลยี นวัตกรรม และแหล่งเงินทุน เพื่อยกระดับความมุ่งมั่นในการลดก๊าซเรือนกระจกและปรับตัวเพื่อเปลี่ยนผ่านให้บรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์หรือ Net Zero GHG Emission ของประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก</strong><span id="more-24494"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-24496" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/11/APRSCP-2022-01.jpg" alt="นายวราวุธ ศิลปอาชา" width="680" height="453" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/11/APRSCP-2022-01.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/11/APRSCP-2022-01-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/11/APRSCP-2022-01-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/11/APRSCP-2022-01-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายวราวุธ ศิลปอาชา</strong></span> <strong>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม</strong> กล่าวภายหลังเปิดงานว่า การผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืนเป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญที่จะทำให้ประเทศไทยก้าวไปสู่การเป็นกลางทางคาร์บอน ในปี ค.ศ.2050 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ในปี ค.ศ. 2065 เพราะภาคอุตสาหกรรมและการผลิตจะปรับเปลี่ยนวิธีการผลิตให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และเพื่อให้บรรลุเป้าหมายภาครัฐจึงได้ออกมาตรการเข้มงวด โดยกำหนดให้ภายในปี ค.ศ.2025 หรือ อีก 3 ปีข้างหน้า ประเทศไทยจะหยุดการนำเข้าเศษพลาสติก แต่จะมีการอนุญาตเฉพาะในส่วนของเศษพลาสติกที่ไม่สามารถหาได้จากภายในประเทศซึ่งจะพิจารณาเป็นกรณีๆไป</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-24497" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/11/APRSCP-2022-02.jpg" alt="" width="680" height="453" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/11/APRSCP-2022-02.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/11/APRSCP-2022-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/11/APRSCP-2022-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/11/APRSCP-2022-02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>มร.สันเจย์ กุมาร์</strong></span> <strong>ประธานเครือข่ายส่งเสริมการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืนแห่งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APRSCP)</strong> กล่าวว่า &#8220;ในโลกปัจจุบันที่กำลังเผชิญภาวะวิกฤตของการมีชีวิตอยู่อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกอยู่บนทางแยกระหว่างโอกาสกับความท้าทายที่จะมีผลกระทบระยะยาวต่อคนรุ่นต่อไปในอนาคต ซึ่งผมมีความเชื่อมั่นว่า ภูมิภาคนี้จะฟื้นตัวดีขึ้นและกลับมาแข็งแกร่งมากขึ้น หลังจากได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 และความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างประเทศ โดยรัฐบาลของประเทศต่าง ๆ ต้องกำหนดเส้นทางการเติบโตทางเศรษฐกิจใหม่ ซึ่งไม่เพียงแต่คำนึงถึงความเท่าเทียมและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเท่านั้น หากยังต้องส่งเสริมการแบ่งปันความเจริญรุ่งเรืองด้วย&#8221;</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-24498" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/11/APRSCP-2022-03.jpg" alt="" width="680" height="453" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/11/APRSCP-2022-03.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/11/APRSCP-2022-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/11/APRSCP-2022-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/11/APRSCP-2022-03-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p>ขณะที่ <span style="color: #6cb742;"><strong>ดร. วิจารย์ สิมาฉายา</strong></span> <strong>ประธานคณะกรรมการการจัดงานและนายกสมาคมและประธานเครือข่ายส่งเสริมการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืนแห่งประเทศไทย (Thai SCP Network)</strong> กล่าวว่า &#8220;การผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน (SCP) ร่วมกับแนวคิดเรื่องเศรษฐกิจหมุนเวียน (CE) เป็นทั้งแนวทางระดับสากล และการดำเนินการเปลี่ยนแปลงอันนำไปสู่การลดก๊าซเรือนกระจก มุ่งสู่เป้าการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ รวมทั้งสังคมคาร์บอนต่ำและการเติบโตอย่างยั่งยืน ดังนั้น ด้วยความตระหนักและการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก จึงถึงเวลาแล้ว ที่จะร่วมกันแก้ไขปัญหาที่คุกคามความยั่งยืนของระบบนิเวศทางธรรมชาติและสิ่งมีชีวิต ด้วยมาตรการต่าง ๆ อาทิ การทบทวนการผลิตและการบริโภค ผ่านนโยบายที่มีประสิทธิภาพ และการดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรม&#8221;</p>
<p><strong>ดร.วิจารย์</strong> กล่าวเพิ่มเติมว่า ประเทศไทยมีความก้าวหน้ามากในการขับเคลื่อนโดยการเชื่อมโยงระหว่างภาครัฐและเอกชน สิ่งที่คาดหวังจากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ภายในงานประชุมวิชาการครั้งนี้ การถอดบทเรียนจากในหลาย ๆ พื้นที่ โดยเครือข่ายของเรามีการทำงานร่วมกันในหลายภาคส่วน อาทิ อุตสาหกรรม การเกษตร ท่องเที่ยว วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมไปถึงการจัดซื้อจัดจ้างสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการจัดซื้อจัดจ้างหลายหน่วยงานโดยเฉพาะภาครัฐซึ่งเป็นผู้บริโภครายใหญ่ เป็นตัวจักรสำคัญในการขับเคลื่อนภาคส่วนอื่นๆ รวมทั้งการให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนโมเดลเศรษฐกิจใหม่ BCG (BIO-Circular-Green Economy) model โดยเรามีเป้าหมายลดการใช้ทรัพยากรลง 1 ใน 4 ขณะเดียวกันก็ให้ได้ผลผลิตที่ใช้ได้นานขึ้น ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ลดของเสีย และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปกับการสร้างรายได้เพิ่มขึ้น โดยรวม คือ การใช้ทรัพยากรน้อยแต่ได้ผลลัพธ์มากนั่นเอง หรือทำน้อยได้มาก โดยใช้วิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมเป็นเครื่องมือ</p>
<p>โดยภายในงานครั้งนี้ มีผู้เชี่ยวชาญ นักวิจัย นักวิชาการ และผู้ที่เกี่ยวข้องจาก องค์กรระหว่างประเทศ ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม เข้าร่วมแบ่งปันความรู้และประสบการณ์มากกว่า 300 คนจากประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (ทั้งในห้องประชุม และผ่านระบบออนไลน์) การประชุม APRSCP ซึ่งจัดต่อเนื่องมา โดยครั้งนี้เป็นครั้งที่ 16 และเป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 25 ปี ที่เริ่มก่อตั้งครั้งแรกในประเทศไทยเมื่อปี ค.ศ. 1997 ด้วย จึงเป็นการประชุมที่สำคัญที่จะตอบสนองต่อความท้าทายของโลกในการมีส่วนร่วมขับเคลื่อนการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืนและเศรษฐกิจหมุนเวียน ให้บรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์</p>
<p><strong>การประชุมวิชาการ 16th APRSCP ครั้งนี้ ทางคณะกรรมการจัดงาน จะได้ทำการชดเชยปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกิดขึ้นทั้งหมด ทำให้ถือได้ว่างานนี้มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ หรือ &#8220;คาร์บอนนิวทรัลอีเว้นท์&#8221; โดยใช้คาร์บอนเครดิต ภายใต้ &#8220;โครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย&#8221; (หรือ T-VER) เพื่อเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม ในการช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาพรวมทั้งของประเทศและของโลกได้</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/thai-scp-aprscp-2022/">Thai SCP ร่วมจัดงาน APRSCP 2022 เพื่อขับเคลื่อนการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืนและเศรษฐกิจหมุนเวียนในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก สู่เป้าหมาย Net Zero GHG</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/thai-scp-aprscp-2022/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>แสนสิริตั้งเป้าปี 2050 เป็นองค์กรที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ ผ่าน 3 กลยุทธ์หลัก</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/siri-net-zero-2050/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/siri-net-zero-2050/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 31 Aug 2022 09:48:05 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[net zero]]></category>
		<category><![CDATA[SIRI]]></category>
		<category><![CDATA[การปล่อยก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[อสังหาริมทรัพย์]]></category>
		<category><![CDATA[แสนสิริ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=23370</guid>

					<description><![CDATA[<p>อุทัย อุทัยแสงสุข ประธานผู้บริหารสายงานปฏิบัติการ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ SIRI เปิดเผยว่าหลังจากประกาศความมุ่งมั่นในการเป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์รายแรกของไทยที่ตั้งเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net-zero) แสนสิริได้เดินหน้าสู่เป้าหมายในทุกรูปแบบเพื่อร่วมแก้ปัญหาเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ซึ่งเป็นเรื่องใกล้ตัวเรามากขึ้นทุกขณะ โดยจากข้อมูลของ Climate Watch Data พบว่าภาพรวมภาคธุรกิจในประเทศไทยที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากที่สุด คือ ภาคพลังงาน ซึ่งมีสัดส่วนมากที่สุดถึง 61.11% รองลงมาคือ ภาคอุตสาหกรรม 16.67% ตามด้วย ภาคการเกษตร 15.96%&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/siri-net-zero-2050/">แสนสิริตั้งเป้าปี 2050 เป็นองค์กรที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ ผ่าน 3 กลยุทธ์หลัก</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong><span style="color: #6cb742;">อุทัย อุทัยแสงสุข</span> ประธานผู้บริหารสายงานปฏิบัติการ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ SIRI</strong> เปิดเผยว่าหลังจากประกาศความมุ่งมั่นในการเป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์รายแรกของไทยที่ตั้งเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net-zero) แสนสิริได้เดินหน้าสู่เป้าหมายในทุกรูปแบบเพื่อร่วมแก้ปัญหาเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ซึ่งเป็นเรื่องใกล้ตัวเรามากขึ้นทุกขณะ โดยจากข้อมูลของ Climate Watch Data พบว่าภาพรวมภาคธุรกิจในประเทศไทยที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากที่สุด คือ ภาคพลังงาน ซึ่งมีสัดส่วนมากที่สุดถึง 61.11% รองลงมาคือ ภาคอุตสาหกรรม 16.67% ตามด้วย ภาคการเกษตร 15.96% และ ภาคป่าไม้และการใช้ประโยชน์ที่ดิน 3.31%<span id="more-23370"></span></p>
<p>แม้ภาคอสังหาริมทรัพย์จะไม่ใช่กลุ่มอุตสาหกรรมที่มีสัดส่วนการปล่อยก๊าซเรือนกระจกโดยตรงในปริมาณสูง แต่ห่วงโซ่คุณค่าของธุรกิจ(Value Chain) ก็เป็นส่วนหนึ่งในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอันเป็นสาเหตุของโลกร้อนเช่นกัน โดยแสนสิริมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกรวมทั้งสิ้น 229,486 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี  ซึ่งมาจากการดำเนินธุรกิจโดยตรงของบริษัทฯ เพียง 4,939.74 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปีหรือคิดเป็น 2.2% ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดเท่านั้น แยกย่อยได้เป็นการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขอบเขตที่ 1 คือ การใช้น้ำมันในการดำเนินงานของแสนสิริ 0.2% และขอบเขตที่ 2 คือ การใช้น้ำมันและพลังงานในการดำเนินธุรกิจของบริษัทที่ 2% ในขณะที่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมที่มาจากห่วงโซ่คุณค่าตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ (Value Chain) อันเป็นขอบเขตที่ 3 ปล่อยก๊าซเรือนกระจกรวมที่ 224,547.24 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปีหรือ 97.8% ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งหมด โดยตัวเลขนี้สามารถแยกย่อยได้เป็นการคาดการณ์การใช้ไฟฟ้าของลูกค้าในอีก 60 ปีถึง 55% การซื้อวัสดุก่อสร้างจากคู่ค้า 29% การขนส่งสินค้าของคู่ค้า 2% และอื่นๆ 14%</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-23372" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/08/Sansiri-Net-zero-in-2050-02.jpg" alt="" width="680" height="444" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/08/Sansiri-Net-zero-in-2050-02.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/08/Sansiri-Net-zero-in-2050-02-300x196.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/08/Sansiri-Net-zero-in-2050-02-150x98.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/08/Sansiri-Net-zero-in-2050-02-500x326.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p><strong>อุทัย </strong>กล่าวว่า แสนสิริมีแผนที่จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากการดำเนินธุรกิจโดยตรงของบริษัทฯ (ขอบเขตที่ 1 และ 2) ให้ได้ 20% ภายในปี 2025 (พ.ศ.2568) และลดก๊าซเรือนกระจกของทั้งขอบเขตที่ 1, 2 และ 3 ให้อยู่ที่ 50% ในปี 2033 (พ.ศ. 2576) โดยมี<strong>เป้าหมายสูงสุดสู่การเป็นองค์กรที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์หรือ Net-Zero ให้ได้ภายในปี 2050 (พ.ศ.2593)</strong> ผ่าน 3 กลยุทธ์ ได้แก่ <strong>กลยุทธ์ที่ 1: ก้าวสู่การเป็นองค์กรคาร์บอนต่ำ</strong> มุ่งประหยัดพลังงานและใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ยกระดับการการใช้นวัตกรรมเพื่อพลังงานสะอาดเป็น 100% ภายในปี 2025 (พ.ศ.2568) ผ่านการขยายแผนการติดตั้ง Solar Roof และ EV Charger ครบ 100% ให้กับบ้านแสนสิริทุกหลังทุกระดับราคา, ติดตั้ง Solar Roof ครบ 100% ในคลับเฮาส์ของทุกโครงการใหม่แสนสิริ, ติดตั้งระบบสูบน้ำและบำบัดน้ำเสียพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Water Treatment Pump) ในพื้นที่ส่วนกลางของทุกโครงการ, เปลี่ยนรถส่วนกลางของบริษัทให้เป็นรถ EV 100% และเปลี่ยนการใช้น้ำมันของเครื่องจักรทุกชนิดมาใช้พลังงานไบโอดีเซล 100%</p>
<p><strong>กลยุทธ์ที่ 2 ออกนโยบายด้านธรรมาภิบาลเพื่อลดคาร์บอนตลอดห่วงโซ่คุณค่า</strong> ภายใต้การดำเนินการ 3G ได้แก่</p>
<p><strong>Green Procurement</strong> เลือกคู่ค้าที่ใส่ใจกระบวนการผลิตที่ยั่งยืน มีแผนลดการใช้พลังงานและน้ำทั้งในการผลิตและการใช้งานระยะยาว ใช้วัสดุในการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมทั้งลดการใช้ทรัพยากรและนำกลับมาใช้ใหม่ (Circular Economy) พร้อมวางเป้าหมายจัดซื้อวัสดุ Low-carbon ที่ได้รับการรับรองจากสถาบันที่เกี่ยวข้อง ในสัดส่วน 30% ของวัสดุที่ผ่านการจัดซื้อโดยแสนสิริ ภายในปี 2025 (พ.ศ.2568)  <strong>Green Architecture &amp; Design </strong>ออกแบบที่อยู่อาศัยเพื่อการใช้ชีวิตที่ยั่งยืน เช่น Cool Living Designed Home นวัตกรรมบ้านเย็นช่วยประหยัดพลังงาน, Zero Waste Design การออกแบบที่ลดการสิ้นเปลืองและลดปริมาณขยะให้มากที่สุด, Universal Design การออกแบบที่ครอบคลุมการใช้งานของผู้อยู่อาศัยทุกวัย รวมทั้งการผสมผสานแนวคิด Well-being ให้ความสำคัญสูงสุดด้านคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้อยู่อาศัย ทั้งความสะอาดปราศจากเชี้อโรค และครอบคลุมไปถึงการมีอากาศบริสุทธ์  และ<strong>Green Construction</strong> การก่อสร้างและพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่มีวัสดุเหลือใช้เป็นศูนย์ ตลอดจนใช้นวัตกรรมในการพัฒนาโครงการอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดเพื่อย่นเวลาในการก่อสร้างให้มากที่สุดและก่อเกิด Waste น้อยที่สุด</p>
<p><strong>กลยุทธ์ที่ 3การลงทุนในนวัตกรรมสีเขียว</strong> โดยลงทุนในบริษัทที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีพลังงานสะอาด และเทคโนโลยีการก่อสร้างที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ด้วยงบประมาณ 500 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันได้ลงทุนไปแล้ว 3 บริษัท คิดเป็นเงินลงทุนประมาณ 120 ล้านบาท</p>
<p>แสนสิริเชื่อมั่นว่าจะสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์ในขอบเขตที่ 1 และ 2 อันเกิดจากการดำเนินธุรกิจโดยตรงของแสนสิริได้อย่างแน่นอนและในระยะเวลาอันไม่ไกลนัก แต่การจะช่วยเรื่องโลกร้อนอันเป็นสัญญาณเตือนภัยของมนุษยชาติได้อย่างยั่งยืนนั้น องค์กรจำเป็นต้องเร่งลดก๊าซเรือนกระจกจากห่วงโซ่คุณค่าตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ (Value Chain)ด้วย โดยแสนสิริวางแผนที่จะจับมือพันธมิตรกว่า 10 ราย ตั้งทีมวิจัยและพัฒนา (Research &amp; Development Team) เพื่อพัฒนา<strong>บ้านที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ (Net-Zero Home) ครั้งแรกของอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ไทยให้ได้ภายในปี 2050 (พ.ศ.2593)</strong> โดยมีบริษัท ชาร์จ แมเนจเม้นท์ จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจเครื่องชาร์จรถพลังงานไฟฟ้าครบวงจร และ บริษัท ไอออน เอนเนอร์ยี่ จำกัด ผู้พัฒนาโซลูชันพลังงานโซลาร์ครบวงจรเป็นหนึ่งในพันธมิตร  มีเป้าหมายระยะสั้นและระยะกลางที่จะพัฒนาบ้านประหยัดพลังงาน (Low-energy Home) ภายในปี 2023 (พ.ศ.2566) และบ้านที่ลดการปล่อยคาร์บอน 30% (Low-carbon Home) ภายในปี 2030 (พ.ศ.2573)</p>
<p>ขณะนี้อยู่ในระหว่างการศึกษาวิจัยเทรนด์แห่งอนาคตและนวัตกรรมเพื่อการอยู่อาศัยอย่างยั่งยืน อาทิ การใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการคำนวณการประหยัดพลังงานของที่อยู่อาศัย, การใช้ไฟเบอร์แทนเหล็กเส้นในการก่อสร้าง, การพัฒนานวัตกรรมการก่อสร้างแบบพรีคาสต์ให้ปล่อยคาร์บอนและของเสียเป็นศูนย์, หลังคาโซล่าร์เซลส์ที่ผลิตไฟฟ้าได้มากขึ้นและมีแบตเตอรี่กักเก็บพลังงานไว้ใช้ในเวลากลางคืน, กระเบื้องลอนมุงหลังคาที่ผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์, การแลกเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ระหว่างครัวเรือน, สวนที่ใช้พลังงานไฟฟ้า 100% และนวัตกรรมของเครื่องชาร์จรถพลังงานไฟฟ้าแห่งอนาคต เป็นต้น</p>
<p>“แสนสิริมุ่งมั่นที่จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในทุกมิติและครอบคลุมมากที่สุด โดยเฉพาะในส่วนภาคครัวเรือนและภาคคู่ค้าที่เป็นเรื่องท้าทายและไม่เคยมีใครทำมาก่อน แต่หากแสนสิริทำได้ ก็จะเป็นการจุดประกายให้องค์กรอื่น ๆ ร่วมมือกันเข้ามาแก้ไขการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากขึ้น  ทั้งนีั้การวางกลยุทธ์ในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคครัวเรือนนั้นไม่ได้สร้างการเปลี่ยนแปลงต่อสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่จะช่วยปรับพฤติกรรมและแนวคิดของผู้อยู่อาศัยให้เข้าใจและใส่ใจสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เมื่อผู้คนในที่อยู่อาศัยอันเป็นหน่วยเล็ก ๆในสังคมร่วมกันปรับพฤติกรรม ก็จะทำให้เกิดการขยายสู่พฤติกรรมการใช้พลังงานในที่ทำงานและสถานที่อื่น ๆตามมา อันจะส่งผลดีต่อสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนและการแก้ปัญหาโลกร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพในที่สุด”  <strong>อุทัย </strong>กล่าวสรุป</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/siri-net-zero-2050/">แสนสิริตั้งเป้าปี 2050 เป็นองค์กรที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ ผ่าน 3 กลยุทธ์หลัก</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/siri-net-zero-2050/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>COP26 กับบทบาทประเทศไทย ในการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/cop26-%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/cop26-%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 19 Nov 2021 04:43:53 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Focus]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Neutrality]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Change]]></category>
		<category><![CDATA[COP26]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero GHG Emission]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[การประชุม COP26]]></category>
		<category><![CDATA[การปล่อยก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[ความเป็นกลางทางคาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนเครดิต]]></category>
		<category><![CDATA[ปฏิญญากลาสโกว์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=19781</guid>

					<description><![CDATA[<p>การประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 26 หรือ COP26 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 31 ตุลาคม &#8211; 12 พฤศจิกายน 2564 ณ เมืองกลาสโกว์ สหราชอาณาจักร การประชุม COP จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2538 มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ประเทศภาคีสมาชิกได้ร่วมกันกำหนดทิศทางการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก และเป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้ผู้นำของประเทศต่าง ๆ เข้าร่วมเพื่อแสดงเจตจำนงหรือความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (COP26) การประชุมรัฐภาคีพิธีสารเกียวโต (CMP16) และการประชุมรัฐภาคีความตกลงปารีส (CMA3)&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/cop26-%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2/">COP26 กับบทบาทประเทศไทย ในการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>การประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 26 หรือ COP26 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 31 ตุลาคม &#8211; 12 พฤศจิกายน 2564 ณ เมืองกลาสโกว์ สหราชอาณาจักร</strong><span id="more-19781"></span></p>
<p>การประชุม COP จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2538 มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ประเทศภาคีสมาชิกได้ร่วมกันกำหนดทิศทางการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก และเป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้ผู้นำของประเทศต่าง ๆ เข้าร่วมเพื่อแสดงเจตจำนงหรือความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-19816" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/COP26.jpg" alt="การประชุม COP26" width="750" height="408" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/COP26.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/COP26-300x163.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/COP26-150x82.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/COP26-500x272.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>การประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (COP26) การประชุมรัฐภาคีพิธีสารเกียวโต (CMP16) และการประชุมรัฐภาคี<a title="ความตกลงปารีส" href="https://www.greennetworkthailand.com/ความตกลงปารีส-paris-agreement/">ความตกลงปารีส</a> (CMA3) มีผู้นำจาก 117 ประเทศได้ร่วมแสดงวิสัยทัศน์การดำเนินการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างเป็นรูปธรรม</p>
<h2>ประเด็นการเจรจาที่สำคัญในการประชุม COP26</h2>
<ul>
<li>การกำหนดกลไกความร่วมมือสำหรับการถ่ายโอนคาร์บอนเครดิตระหว่างประเทศ</li>
<li>การกำหนดกรอบระยะเวลา (Timeframe) ในการดำเนินงานตามเป้ามายการมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด (NDC)</li>
<li>การกำหนดเป้าหมายทางการเงินที่ประเทศพัฒนาแล้วต้องให้การสนับสนุนแก่ประเทศกำลังพัฒนา เพื่อดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ</li>
<li>การกำหนดรูปแบบการจัดทำบัญชีก๊าซเรือนกระจก (GHG Inventory)</li>
<li>การรายงานความก้าวหน้าด้านการดำเนินงานของการมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด</li>
</ul>
<h2>บทบาทประเทศไทยในเวที COP26</h2>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา</strong></span><strong> นายกรัฐมนตรี</strong> ในฐานะหัวหน้าผู้แทนไทยเข้าร่วมการประชุมระดับผู้นำ (World Leaders Summit) ในห้วงการประชุม COP26 เพื่อแสดงเจตจำนงของกระเทศไทยในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกร่วมกับประชาคมโลกตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ภายใต้แผนยุทธศาสตร์ระยะยาวในการพัฒนาการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำ (Long-term Low Greenhouse Gas Emission Development Strategies : LT-LEDS) ของประเทศไทย รวมถึงประกาศเป้าหมาย<a title="ความเป็นกลางทางคาร์บอน" href="https://www.greennetworkthailand.com/ความเป็นกลางทางคาร์บอน/"><strong>ความเป็นกลางทางคาร์บอน</strong></a> (Carbon Neutrality) ภายในปี พ.ศ. 2608 (ค.ศ. 2065) ซึ่งประเทศไทยเป็นประเทศกำลังพัฒนาประเทศแรก ๆ ของโลกที่สามารถดำเนินการดังกล่าว รวมทั้งเป็นประเทศแรกในอาเซียนที่มีกรอบมาตรการในการดำเนินงานที่ชัดเจน</p>
<p>พร้อมกันนี้ <span style="color: #6cb742;"><strong>นายดอน ปรมัตถ์วินัย</strong></span><strong> รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ</strong> และ<span style="color: #6cb742;"><strong>นายวราวุธ ศิลปอาชา</strong></span> <strong>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม</strong>ได้เข้าร่วมพิธีดังกล่าวด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-19817" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/Prayuth-Chan-ocha-COP26.jpg" alt="พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา" width="750" height="431" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/Prayuth-Chan-ocha-COP26.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/Prayuth-Chan-ocha-COP26-300x172.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/Prayuth-Chan-ocha-COP26-150x86.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/Prayuth-Chan-ocha-COP26-500x287.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p><strong>นายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้ารัฐบาลไทย</strong> ได้กล่าวถ้อยแถลงเพื่อยืนยันว่าประเทศไทยให้ความสำคัญสูงสุดแก่การแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และพร้อมที่จะยกระดับการดำเนินงานเพื่อมุ่งสู่การบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน ภายในปี ค.ศ. 2050 และเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ได้ในปี ค.ศ. 2065 หากได้รับการสนับสนุนทางด้านการเงินและเทคโนโลยีอย่างเต็มที่และเท่าเทียม รวมถึงการเสริมสร้างขีดความสามารถจากความร่วมมือระหว่างประเทศและกลไกอื่น ๆ ภายใต้กรอบอนุสัญญาฯ ประเทศไทยจะสามารถยกระดับเป้าหมายการมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด (NDC) เป็นร้อยละ 40 ได้และมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิของไทยเป็นศูนย์ได้ภายในปี ค.ศ. 2050</p>
<p>นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวถึงการนำแนวคิดเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (BCG) มาเป็นยุทธศาสตร์แห่งชาติเพื่อปรับกระบวนทัศน์ในการพัฒนาเศรษฐกิจโดยคำนึงถึงระบบนิเวศ และเน้นย้ำถึงความจำเป็นที่ทุกคนต้องร่วมมือกัน โดยประเทศไทยพร้อมที่จะร่วมมือกับนานาประเทศ เนื่องจากเราไม่มี “แผนสอง” เพื่อเยียวยาสภาพภูมิอากาศ และเราไม่มี “โลกที่สอง” ที่เป็นบ้านของพวกเราได้เหมือนอย่างโลกใบนี้อีกแล้ว</p>
<h2>ปฏิญญาสำคัญ ที่ UK เชิญชวนให้ประเทศต่าง ๆ เข้าร่วมในระหว่างการประชุม COP26</h2>
<p>สหราชอาณาจักร (UK) ในฐานะประธานการประชุม COP26 ได้เชิญชวนประเทศต่าง ๆ พิจารณาเข้าร่วมปฏิญญาสำคัญที่จะมีการรับรองในการประชุมครั้งนี้ ซึ่งประกอบด้วย</p>
<p><strong>Glasgow Leaders&#8217; Declaration on Forests and Land Use</strong></p>
<p><strong>ปฏิญญากลาสโกว์</strong> แสดงความมุ่งมั่นของผู้นำที่จะร่วมกันหยุดยั้งการสูญเสียป่าไม้และความเสื่อมโทรมของที่ดินภายในปี ค.ศ. 2030 เปลี่ยนผ่านสู่การใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างยั่งยืน และหยุดยั้งการสูญเสียพื้นที่ป่าและความเสื่อมโทรมของที่ดิน เพื่อให้สามารถบรรลุเป้าหมายของความตกลงปารีส และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน</p>
<p><strong>Global Coal to Clean Power Transition Statement</strong></p>
<p><strong>ปฏิญญาการเปลี่ยนผ่านพลังงานถ่านหินสู่พลังงานสะอาด</strong> มุ่งสู่การเปลี่ยนการใช้พลังงานจากพลังงานถ่านหินเป็นพลังงานสะอาด โดย 1] เพิ่มปริมาณการใช้พลังงานสะอาดและศักยภาพการใช้พลังงาน 2] ยกระดับเทคโนโลยีและนโยบายภายในปี ค.ศ. 2040 (ภายใน 10 ปีนี้ สำหรับประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่) 3] หยุดการออกใบอนุญาตและโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน และภาครัฐหยุดสนับสนุนโดยตรงต่อโรงไฟฟ้าถ่านหิน</p>
<p><strong>World Leader Summit Statement on the Breakthrough Agenda</strong></p>
<p>แสดงความตั้งใจของประเทศ ที่จะร่วมกันในระดับสากลเพื่อเร่งพัฒนาและนำเทคโนโลยีสะอาดและทางเลือกที่ยั่งยืนไปใช้เพื่อบรรลุเป้าหมายความตกลงปารีส โดยมีราคาที่เหมาะสม เข้าถึงได้ ช่วยกระตุ้นการเติบโตของตลาด การสร้างงาน การพัฒนาทางเศรษฐกิจ เป็นทางเลือกแก่ภาคส่วนที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูง ในช่วงก่อนปี ค.ศ. 2030 (ครอบคลุมการผลิตไฟฟ้า การขนส่งทางถนน เหล็ก และไฮโดรเจน)</p>
<p><strong>COP26 Declaration on Accelerating the Transition to 100% Zero Emission Cars and Vans</strong></p>
<p>ภาครัฐ ภาคธุรกิจ และองค์กรอื่น ๆ ตั้งใจเร่งการเปลี่ยนไปสู่การใช้ยานยนต์ที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ เพื่อมุ่งบรรลุตามเป้าหมายของความตกลงปารีส โดยจะร่วมกันผลักดันให้ทั่วโลกจำหน่ายยานยนต์ที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ภายในปี ค.ศ. 2040 และภายในปี ค.ศ. 2035 สำหรับตลาดที่เป็นผู้นำในเรื่องนี้</p>
<h2>นโยบายและแผนด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย</h2>
<p><strong><span style="text-decoration: underline; color: #6cb742;">แผนระดับ 1</span></strong> ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561-2580)</p>
<p>ยุทธศาสตร์ที่ 5 ด้านการสร้างการเติบโตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม แผนย่อย 3 การเติบโตอย่างยั่งยืนบนสังคมเศรษฐกิจที่เป็นมิตรต่อสภาพภูมิอากาศ</p>
<p>1.ลดการปล่อยก๊าซเรื่อนกระจก<br />
2.การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ<br />
3.การลงทุนที่เป็นมิตรต่อสภาพภูมิอากาศ<br />
4.รับมือต่อโรคอุบัติใหม่/โรคอุบัติซ้ำจาก การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ</p>
<p><strong><span style="text-decoration: underline; color: #6cb742;">แผนระดับ 2</span></strong></p>
<ul>
<li>แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ประเด็นที่ 18 การเติบโตอย่างยั่งยืน แผนย่อย 3 การเติบโตอย่างยั่งยืนบนสังคมเศรษฐกิจที่เป็นมิตรต่อสภาพภูมิอากาศ</li>
<li>แผนการปฏิรูปประเทศ ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
<ul>
<li>เรื่องสิ่งแวดล้อม ประเด็นที่ 3 ผลักดันทุกภาคส่วนให้ร่วมแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ</li>
<li>เรื่องระบบบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติฯ ประเด็นที่ 8 การปฏิรูปกฎหมาย (ร่าง พรบ. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศฯ)</li>
</ul>
</li>
<li>แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
<ul>
<li>ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560-2565) ยุทธศาสตร์ที่ 4 การเติบโตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน เป้าหมายที่ 4 เพิ่มประสิทธิภาพการลดก๊าซเรือนกระจกและขีดความสามารถในการรับตัวฯ</li>
<li>กรอบแผนฯ ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2566-2570) หมุดหมายที่ 10 การพัฒนาเศรษฐกิจหมุนเวียนและสังคมคาร์บอนต่ำ และหมุดหมายที่ 11 การลดความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ</li>
</ul>
</li>
<li>นโยบายและแผนว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ นโยบายความมั่นคงแห่งชาติที่ 11 รักษาความมั่นคงของฐานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม</li>
</ul>
<p><span style="text-decoration: underline; color: #6cb742;"><strong>แผนระดับ 3</strong></span></p>
<ul>
<li>แผนที่นำทางการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ ปี พ.ศ. 2564-2573 ศักยภาพในการลดก๊าซเรือนกระจก 20.8% จากกรณีปกติ ณ ปี 2030</li>
<li>แผนปฏิบัติการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ ปี พ.ศ. 2564-2573 รายสาขา ในสาขาพลังงาน สาขาขนส่ง กระบวนการทางอุตสาหกรรม/น้ำเสียอุตสาหกรรม และการจัดการของเสีย</li>
<li>แผนแม่บทรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ. 2558-2593 ด้านการปรับตัวฯ การลดก๊าซเรือนกระจก และการสร้างขีดความสามารถ</li>
<li>แผนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงภาพภูมิอากาศแห่งชาติ (NAP) ด้านการจัดการน้ำ การเกษตรและความมั่นคงทางอาหาร การท่องเที่ยว สาธารณสุข ทรัพยากรธรรมชาติ และการตั้งถิ่นฐานและความมั่นคงของมนุษย์</li>
</ul>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-19819" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/Carbon-Neutrality.jpg" alt="ความเป็นกลางด้านคาร์บอน (Carbon Neutrality)" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/Carbon-Neutrality.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/Carbon-Neutrality-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/Carbon-Neutrality-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/Carbon-Neutrality-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<h2>มาตรการสำคัญในการดำเนินงานเพื่อมุ่งสู่ความเป็นกลางด้านคาร์บอน (Carbon Neutrality) และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero GHG Emission)</h2>
<p><strong>พลังงานและขนส่ง</strong></p>
<ul>
<li>ปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงาน / ปรับเปลี่ยนเทคโนโลยี เช่น Electric Vehicles (EV), Carbon Capture and Storage (CCS), Carbon Capture Utilization and Storage (CCUS), Bio-Energy with CSS (BECCS)</li>
<li>เพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานทดแทนผลิตไฟฟ้าและความร้อน</li>
<li>เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในภาคไฟฟ้า</li>
<li>พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานรองรับการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีผ่านนโยบาย 4D1E</li>
<li>ใช้พลังงานทดแทนในยานยนต์ (เอทานอลและไบโอดีเซล)</li>
</ul>
<p><strong>กระบวนการทางอุตสาหกรรมและการใช้ผลิตภัณฑ์</strong></p>
<ul>
<li>การใช้วัสดุทดแทนปูนเม็ดในกระบวนการผลิตปูนซีเมนต์ไฮดรอลิกและคอนกรีตผลสมเสร็จ และการใช้เทคโนโลยีในการลดการปล่อย CO₂ ในกระบวนการผลิตปูนซีเมนต์</li>
<li>การจัดการมีเทน (CH4) ในกระบวนการผลิตภาคอุตสาหกรรม</li>
<li>ปรับเปลี่ยนสารทำความเย็นที่มีค่า GWP ต่ำ เช่น สารทำความเย็นธรรมชาติ (Natural Refrigerants)</li>
<li>การจัดการน้ำเสียอุตสาหกรรม โดยเพิ่มการผลิตก๊าซชีวิภาพจากน้ำเสียอุตสาหกรรมด้วยการนำก๊าซมีเทนกลับมาใช้ประโยชน์</li>
</ul>
<p><strong>ของเสีย</strong></p>
<ul>
<li>การจัดการขยะชุมชน เช่น
<ul>
<li>ลดปริมาณขยะ</li>
<li>นำก๊าซจากบ่อฝังกลบขยะมูลฝอย (Landfill Gas) ไปเผาทิ้ง หรือนำไปใช้ประโยชน์</li>
<li>นำขยะอินทรีย์ไปทำปุ๋ยหมัก (Composting)</li>
</ul>
</li>
<li>การจัดการน้ำเสียชุมชน
<ul>
<li>เพิ่มการรวบรวมน้ำเสียเข้าสู่ระบบ</li>
<li>เพิ่มจำนวนระบบบำบัดน้ำเสียรวมของชุมชน</li>
</ul>
</li>
</ul>
<p><strong>การเกษตร</strong></p>
<ul>
<li>จัดการมูลสัตว์ และการหมักในระบบย่อยอาหารของสัตว์</li>
<li>การทำเกษตรแบบยั่งยืน</li>
<li>การปลูกพืชแบบปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำ</li>
</ul>
<p><strong>ป่าไม้และการใช้ประโยชน์ที่ดิน</strong></p>
<ul>
<li>ปลูกป่าและฟื้นฟูป่าธรรมชาติ</li>
<li>ปลูกป่าเศรษฐกิจ</li>
<li>เพิ่มพื้นที่สีเขียวในเขตเมืองและชนบท</li>
<li>ป้องกันการบุกพื้นที่ป่าและการเผาป่า</li>
</ul>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-19820 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/Greenhouse-Gas-Emissions-e1637296766614.jpg" alt="ก๊าซเรือนกระจก" width="750" height="422" /></p>
<h2>บัญชีก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย</h2>
<p>ข้อมูลจากการใช้ระบบฐานข้อมูลสารสนเทศบัญชีก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย (Thailand Greenhouse Gas Emissions Inventory System : TGEIS) คำนวณตามคู่มือ IPCC2006 พบว่า ปี พ.ศ. 2559 ประเทศไทย ปล่อยก๊าซเรือนกระจก (ไม่รวมภาคป่าไม้และการใช้ประโยชน์ที่ดิน) จำนวน 354,357.61 GgCO₂eq และปล่อยสุทธิ (รวมภาคป่าไม้และการใช้ประโยชน์ที่ดิน) จำนวน 263,223.46 GgCO₂eq โดยแบ่งเป็น</p>
<p><strong>การปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคกระบวนการผลิตอุตสาหกรรมและการใช้ผลิตภัณฑ์<br />
</strong>จำนวน 31.531.41 GgCO₂eq</p>
<ul>
<li>กลุ่มผลิตภัณฑ์แร่ 18,968.93 GgCO₂eq</li>
<li>กลุ่มเคมี 11,970.64 GgCO₂eq</li>
<li>กลุ่มอื่น ๆ 591.84 GgCO₂eq</li>
</ul>
<p><strong>การปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคเกษตร</strong><br />
จำนวน 52.158.70 GgCO₂eq</p>
<ul>
<li>กลุ่มปลูกข้าว 26.639.52 GgCO₂eq</li>
<li>การปล่อยก๊าซ N2O ทางตรงจากดินเกษตร 8,42.98 GgCO₂eq</li>
<li>ระบบย่อยอาหารของสัตว์ 8,477.89 GgCO₂eq</li>
<li>อื่น ๆ 8,615.31 GgCO₂eq</li>
</ul>
<p><strong>การปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคของเสีย</strong><br />
จำนวน 16.771.89 GgCO₂eq</p>
<ul>
<li>กลุ่มระบบบำบัดน้ำเสีย 8,310,24 GgCO₂eq</li>
<li>กลุ่มการจัดการขยะ 8.139.72 GgCO₂eq</li>
</ul>
<p><strong>การปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากจากภาคพลังงาน</strong><br />
จำนวน 253.895.61 GgCO₂eq</p>
<ul>
<li>การผลิตไฟฟ้า/ความร้อน 108,238.60 GgCO₂eq</li>
<li>คมนาคมขนส่ง 68,260.17 GgCO₂eq</li>
<li>อุตสาหกรรมก่อสร้าง 49.538.34 GgCO₂eq</li>
<li>การรั่วไหล 10.684.61 GgCO₂eq</li>
<li>อื่นๆ 16.993.90 GgCO₂eq</li>
</ul>
<p>โดยภาคป่าไม้และการใช้ประโยชน์ที่ดิน ช่วยดูดกลับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ -91,134.15 GgCO₂eq แบ่งเป็น จากกลุ่มพื้นที่เพาะปลูกยังคงเป็นพื้นที่เพาะปลูก -73,457 GgCO₂eq และกลุ่มป่าไม้ที่ยังคงเป็นป่าไม้ &#8211; 25,117 GgCO₂eq</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-19821" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/fores.jpg" alt="ป่าไม้" width="750" height="502" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/fores.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/fores-300x201.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/fores-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/fores-500x335.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<h2>การดำเนินงานในภาคป่าไม้และการใช้ประโยชน์ที่ดิน ภายใต้ยุทธศาสตร์ระยะยาวในการพัฒนาแบบปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำของประเทศไทย</h2>
<p>ประเทศไทยวางยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ตั้งเป้าเพิ่มพื้นที่ป่าและพื้นที่สีเขียว โดยแบ่งเป็น 3 ส่วนหลัก คือ พื้นที่ป่าธรรมชาติ 113.23 ล้านไร่ (ร้อยละ 35) พื้นที่ป่าเศรษฐกิจ 48.42 ล้านไร่ (ร้อยละ 15) และพื้นที่สีเขียวในเขตเมืองและชนบท 16.17 ล้านไร่ (ร้อยละ 5)</p>
<p><strong>ปลูกและฟื้นฟูป่าธรรมชาติ</strong></p>
<p>ปัจจุบันประเทศไทยมีพื้นที่ป่าธรรมชาติ 102.04 ล้านไร่ โดยตั้งเป้าเพิ่มพื้นที่ปลูกเพิ่มขึ้น 11.29 ล้านไร่ ภายในปี พ.ศ. 2580 ซึ่งประกอบด้วย ป่าสงวนแห่งชาติ พื้นที่ คทช. (ลุ่มน้ำชั้น 1,2) ป่าชุมชน ป่าไม้ถาวร ป่าชายเลน พื้นที่ ส.ป.ก. ป่าอนุรักษ์ และพื้นที่นิคมสร้างตนเอง/นิคมสหกรณ์ เป็นต้น</p>
<p><strong>ปลูกป่าเศรษฐกิจ</strong></p>
<p>ปัจจุบันประเทศไทยมีพื้นที่ป่าเศรษฐกิจ 32.65 ล้านไร่ ตั้งเป้าปลูกป่าเพิ่ม 15.99 ล้านไร่ ภายในปี พ.ศ. 2580 ในส่วนของพื้นที่ คทช. (ลุ่มน้ำชั้น 3,4,5) สวนป่าของ อ.อ.ป. พื้นที่ ส.ป.ก. ในเขตป่าสงวน พื้นที่ปลูกยางพารา และพื้นที่เอกชน (ที่ดินกรรมสิทธิ์) เป็นต้น</p>
<p><strong>พื้นที่สีเขียวในเขตเมืองและชนบท</strong></p>
<p>ตั้งเป้าเพิ่มพื้นที่สีเขียวในเขตเมืองและชนบท ทุกจังหวัด รวมทั้งประเทศให้ได้ 3 ล้านไร่</p>
<p>ทั้งนี้ นอกจากการเพิ่มจำนวนพื้นที่ป่าตามข้อมูลข้างต้นทั้ง 3 เป้าหมายแล้ว ยังได้กำหนดมาตรการ/เพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันการบุกรุกพื้นที่ป่าและการเผาป่าด้วย ซึ่งศักยภาพการดูดกลับก๊าซเรือนกระจกสุทธิของภาคป่าไม้และการใช้ประโยชน์ที่จำนวนทั้งสิ้น 120 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (MtCO₂eq) ในปี พ.ศ. 2580</p>
<table style="border-left: 10px solid #6cb742; background-color: #ffffff; margin-bottom: 25px;" width="100%">
<tbody>
<tr valign="middle">
<td style="vertical-align: middle; padding: 10px;"><strong>ปฏิญญากลาสโกว์ ผู้นำด้านป่าไม้และการใช้ประโยชน์ที่ดิน</strong><br />
<strong>(Glasgow Leaders&#8217; Declaration on Forests and Land Use)</strong>ในส่วนของการเข้าร่วมปฎิญญากลาสโกว์นั้น เนื่องจาก UK ประสานงานเชิญชวนให้เข้าร่วมปฏิญญาฯ ในเวลากระชั้นชิด ทำให้ไม่สามารถเสนอต่อคณะรัฐมนตรีพิจารณาได้ทัน ประเทศไทยจึงยังไม่สามารถลงนามเข้าร่วมปฏิญญาฯ ได้ในการประชุม COP26อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยพร้อมเข้าร่วมปฏิญญาดังกล่าว เพื่อหยุดตัดไม้ภายในปี ค.ศ. 2030 เนื่องจากสอดคล้องกับเป้าหมายนโยบายป่าไม้แห่งชาติ และแผนยุทธศาสตร์ 20 ปี โดย สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ผส.) ในฐานะ UNFCCC National Focal Point จะเร่งประสานงานหน่วยงานที่รับผิดชอบ รวมถึงต้องวิเคราะห์ข้อดี/ข้อเสีย ตลอดจนประโยชน์ที่ประเทศไทยจะได้รับอย่างรอบคอบ เพื่อพิจารณาการเข้าร่วมปฏิญญาดังกล่าวของประเทศไทย ก่อนเสนอต่อคณะรัฐมนตรีตามขั้นตอนต่อไป</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2>คาร์บอนเครดิต และระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการแบ่งปันคาร์บอนเครดิตจากการปลูกและดูแลป่า</h2>
<h3>คาร์บอนเครดิต คืออะไร</h3>
<p>&#8220;<strong>คาร์บอนเครดิต</strong>&#8221; คือ ตัวเลขปริมาณการลดหรือกักเก็บก๊าซเรือนกระจก ซึ่งได้จากโครงการต่าง ๆ เช่น การปลูกป่าอนุรักษ์ การปลูกป่าเศรษฐกิจ และการเพิ่มพื้นที่สีเขียว การดักจับและกักเก็บก๊าซคาร์บอน (CCS) ฯลฯ ซึ่งสามารถนำคาร์บอนเครดิตที่ได้ไปแลกเปลี่ยนหรือ ซื้อ-ขายได้ โดยต้องมีการเปลี่ยนหน่วยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า</p>
<h2 style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-19822" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/forest-mountain.jpg" alt="ป่าไม้ แหล่งพื้นที่สีเขียว" width="750" height="496" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/forest-mountain.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/forest-mountain-300x198.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/forest-mountain-150x99.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/forest-mountain-500x331.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></h2>
<p>โครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย (T-VER) คือ กลไกลภายในประเทศที่องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) พัฒนาขึ้นเพื่อส่งเสริมให้เกิดการมีส่วนร่วมลดและกักเก็บก๊าซเรือนกระจก โดยโครงการฯ มีระบบขึ้นทะเบียนการตรวจสอบ ยืนยัน และรับรองผลการลดหรือกักเก็บก๊าซเรือนกระจกในรูปแบบบัญชี T-VER Credits ให้แก่ผู้ดำเนินโครงการ หรือผู้ซื้อ-ผู้ขายคาร์บอนเครดิต</p>
<h3>มาตรการส่งเสริมการปลูก รักษาและพื้นฟูป่าเพื่อเพิ่มพื้นที่ดูดกลับก๊าซเรือนกระจก</h3>
<ul>
<li>ระเบียบกรมป่าไม้ว่าด้วยการแบ่งปันคาร์บอนเครดิตจากการปลูก บำรุงอนุรักษ์ และฟื้นฟูป่าในพื้นที่ป่าไม้ พ.ศ. 2564 (ประกาศ ณ วันที่ 10 สิงหาคม 2564)</li>
<li>ระเบียบกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งว่าด้วยการปลูกและบำรุงป่าชายเลนสำหรับองค์กรหรือบุคคลภายนอก พ.ศ. 2564 (ประกาศ ณ วันที่ 22 เมษายน 2564)</li>
</ul>
<p>ภาคเอกชนผู้พัฒนาโครงการปลูกป่าต้องขึ้นทะเบียนกับโครงการ T-VER ด้านป่าไม้และพื้นที่สีเขียวในพื้นที่ของรัฐ โดยผู้พัฒนาโครงการฯ จะได้รับการแบ่งปันปริมาณคาร์บอนเครดิตร้อยละ 90 และหน่วยงานรัฐเจ้าของพื้นที่ ร้อยละ 10 หรือตามตกลง</p>
<table style="border: 5px solid #6cb742; margin-bottom: 20px;" width="100%">
<tbody>
<tr valign="middle">
<td style="vertical-align: middle; padding: 10px;"><strong>เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง ซึ่งคุณอาจสนใจ</strong> <span style="color: #ff0000;">Update!!</span></p>
<ul>
<li><a title="รายงานใหม่จาก IPCC ชี้ สภาพภูมิอากาศเข้าขั้นวิกฤต" href="https://www.greennetworkthailand.com/วิกฤตสภาพภูมิอากาศ/">จุดประเด็นร้อน ! รายงานใหม่จาก IPCC ชี้ สภาพภูมิอากาศเข้าขั้นวิกฤต</a></li>
<li><a title="ปรับกระบวนทัศน์การพัฒนาเพื่อมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนของสังคมไทย" href="https://www.greennetworkthailand.com/ความเป็นกลางทางคาร์บอน/">ปรับกระบวนทัศน์การพัฒนาเพื่อมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนของสังคมไทย</a></li>
<li><a title="การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และภาวะโลกร้อน" href="https://www.greennetworkthailand.com/climate-change-และ-global-warming-คืออะไร/">การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) และภาวะโลกร้อน (Global Warming) ความหมาย สาเหตุ และผลกระทบ</a></li>
<li><a title="14 วิธีเพื่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ช่วยลดโลกร้อน" href="https://www.greennetworkthailand.com/วิธี-ลดโลกร้อน-climate-change/">14 วิธีเพื่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ช่วยลดโลกร้อน แก้ปัญหาระดับโลกได้ด้วยตัวคุณเอง</a></li>
<li><a title="ความตกลงปารีส" href="https://www.greennetworkthailand.com/ความตกลงปารีส-paris-agreement/">“ความตกลงปารีส” (Paris Agreement) ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ</a></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<hr />
<p><strong>รวบรวมข้อมูลจาก:</strong></p>
<p><a href="https://www.onep.go.th/" target="_blank" rel="noopener">สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม</a> (FB <a href="https://www.facebook.com/onep.gov.th/" target="_blank" rel="noopener">@onep.gov.th</a>)<br />
ข้อมูลโดย กองประสานการจัดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และสถาบันพัฒนาบุคลากรด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำนักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/cop26-%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2/">COP26 กับบทบาทประเทศไทย ในการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/cop26-%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ปรับกระบวนทัศน์การพัฒนาเพื่อมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนของสังคมไทย</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%99/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%99/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 11 Aug 2021 04:46:11 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Article]]></category>
		<category><![CDATA[Highlight Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Neutral]]></category>
		<category><![CDATA[การปล่อยก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[การลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์]]></category>
		<category><![CDATA[ความเป็นกลางทางคาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ณัฐวิญญ์ ชวเลิศพรศิยา]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.อริสรา เพียรมนกุล]]></category>
		<category><![CDATA[ภาวินี พงศ์พันธ์พฤทฺธิ์]]></category>
		<category><![CDATA[รัชนัน ชำนาญหมอ]]></category>
		<category><![CDATA[ศ. ดร.พิสุทธิ์ เพียรมนกุล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=18430</guid>

					<description><![CDATA[<p>โดย ศ. ดร.พิสุทธิ์ เพียรมนกุล; ดร.ณัฐวิญญ์ ชวเลิศพรศิยา; ภาวินี พงศ์พันธ์พฤทฺธิ์; รัชนัน ชำนาญหมอ; ดร.อริสรา เพียรมนกุล คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 1. ความเป็นกลางทางคาร์บอน ความเป็นกลางทางคาร์บอน หรือ Carbon Neutral เป็นการดำเนินกิจกรรม โครงการ หรือกิจกรรมขององค์กร หน่วยงาน หรือประเทศ ที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ โดยมีแนวทาง คือ (1) การลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ต้นทาง&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%99/">ปรับกระบวนทัศน์การพัฒนาเพื่อมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนของสังคมไทย</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<table style="border-left: 6px solid #43aa4a; background-color: #fafafa; margin-bottom: 25px;" width="100%">
<tbody>
<tr valign="middle">
<td style="vertical-align: middle; padding-left: 5px;">โดย ศ. ดร.พิสุทธิ์ เพียรมนกุล; ดร.ณัฐวิญญ์ ชวเลิศพรศิยา; ภาวินี พงศ์พันธ์พฤทฺธิ์; รัชนัน ชำนาญหมอ; ดร.อริสรา เพียรมนกุล<br />
คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2>1. ความเป็นกลางทางคาร์บอน</h2>
<p><strong>ความเป็นกลางทางคาร์บอน</strong> หรือ <strong>Carbon Neutral</strong> เป็นการดำเนินกิจกรรม โครงการ หรือกิจกรรมขององค์กร หน่วยงาน หรือประเทศ ที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ โดยมีแนวทาง คือ (1) การลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ต้นทาง เช่น การใช้พลังงานหมุนเวียน (Renewable energy) แทนการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล (Fossil fuel) (2) การชดเชยคาร์บอนเครดิต (Carbon offsets) โดยการลงทุนในโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อสภาพภูมิอากาศ เพื่อชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจก<img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-18379" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/What-it-means-to-be-carbon-neutral.jpg" alt="ความเป็นกลางทางคาร์บอน" width="551" height="276" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/What-it-means-to-be-carbon-neutral.jpg 551w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/What-it-means-to-be-carbon-neutral-300x150.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/What-it-means-to-be-carbon-neutral-150x75.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/What-it-means-to-be-carbon-neutral-500x250.jpg 500w" sizes="(max-width: 551px) 100vw, 551px" />ทั้งนี้ ในการดำเนินการเพื่อมุ่งสู่การเป็น Carbon neutral ต้องมีการรวบรวมข้อมูลซึ่งเป็นปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจก อาทิ การใช้พลังงาน (Energy consumption)  ผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ (Gross Domestic Product; GDP)  การเผาไหม้เชื้อเพลิง  ยานพาหนะ ข้อมูลสถิติประชากร เป็นต้น เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการคำนวณปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยในการจัดทำบัญชีก๊าซเรือนกระจกตามมาตรฐานการจัดทำบัญชีก๊าซเรือนกระจกของอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจะใช้วิธีการคำนวณตามคู่มือการคำนวณของคณะกรรมาธิการระหว่างรัฐบาลด้านสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง (Intergovernmental Panel on Climate Change; IPCC) โดยใช้ข้อมูลของกิจกรรม (Activity data) และค่าการปลดปล่อย (Emission factor) ในการคำนวณ รวมถึงการกำหนดเป้าหมายปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในแต่ละปีที่ต้องการลด เพื่อการวางแผนแนวทางในการชดเชยคาร์บอนหรือลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งจำเป็นต้องมีการคาดการณ์ (Forecast) ปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ในปัจจุบัน การคาดการณ์ปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มีหลายวิธีไม่ว่าจะเป็นการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence; AI)  แบบจำลองการถดถอย (Regression Model) การจำลองสถานการณ์ด้วยคอมพิวเตอร์ (Computer-based simulation) หรือแบบจำลองการเติบโต (Growth model) เป็นต้น ซึ่งผลที่ได้จากการวิเคราะห์แนวโน้มการเกิดก๊าซเรือนกระจกเป็นปัจจัยสำคัญเพื่อประกอบการตัดสินใจการวางนโยบายและแนวทางการดำเนินการที่เป็นไปได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ</p>
<p>ปัจจุบันสถานการณ์การปล่อยก๊าซเรือนกระจกของโลกที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้นในทุกภูมิภาคทั่วโลก โดยประเทศที่มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สูงที่สุดในโลกคือประเทศจีน รองลงมาคือประเทศสหรัฐอเมริกา คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 30.3 และ 13.4 ตามลำดับ ในปี ค.ศ. 2019 ซึ่งทั้งประเทศจีนและสหรัฐอเมริกาได้ออกมาประกาศเป้าหมายเพื่อให้สามารถมุ่งเข้าสู่<strong>ความเป็นกลางทางคาร์บอน</strong>ในปี ค.ศ. 2060 และ 2050 ตามลำดับ</p>
<p>นอกจากนี้ในช่วงระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา หลากหลายประเทศทั่วโลกเริ่มตื่นตัวและพยายามให้ความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก (Climate Change) โดยตั้งเป้าหมายที่มุ่งสู่<strong>ความเป็นกลางทางคาร์บอน</strong>อย่างเป็นรูปธรรมในช่วงที่ผ่านมา จากการเก็บรวบรวมข้อมูลและติดตามการทำงานของประเทศต่าง ๆ โดย Energy &amp; Climate Intelligence Unit พบว่ากว่า 100 ประเทศทั่วโลกได้มีการออกกฎหมายและนโยบายเพื่อบรรลุเป้าหมายในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิลงจนเป็นศูนย์ ซึ่งตัวอย่างของประเทศดังกล่าวสรุปดังตารางที่ 1</p>
<p>เมื่อพิจารณาเปรียบเทียบข้อมูลจากตารางข้างต้นจะสังเกตได้ว่า ประเทศนอร์เวย์ สหภาพยุโรป ชิลี ไอร์แลนด์ สหรัฐอเมริกา และจีน มีสัดส่วนของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคอุตสาหกรรมค่อนข้างสูง เนื่องจากยังมีการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล เช่น น้ำมัน ถ่านหิน และก๊าซธรรมชาติ อยู่เป็นจำนวนมาก ส่งผลให้แนวทางการจัดการเพื่อเดินหน้าสู่<strong>ความเป็นกลางทางคาร์บอน</strong> ในภาคอุตสาหกรรมของแต่ละประเทศมีความคล้ายคลึงกัน ได้แก่ การลดหรือยกเลิกการใช้เชื้อเพลิงจากถ่านหินโดยเปลี่ยนไปใช้พลังงานหมุนเวียน นอกจากนี้ บางประเทศยังออกมาตรการในการเพิ่มภาษีคาร์บอน การกำหนดงบประมาณคาร์บอนเพื่อจำกัดปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่สามารถปล่อยออกสู่สิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังมีการสนับสนุนเทคโนโลยีการดักจับและกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (Carbon Capture and Storage; CCS) และส่งเสริมให้มีการปลูกป่าเพื่อเพิ่มแหล่งสะสมก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ตามธรรมชาติ (Carbon sink) อีกด้วย</p>
<p>ตารางที่ 1 สถานะการดำเนินการ องค์ประกอบของแต่ละภาคส่วน และแนวทางการจัดการของแต่ละประเทศเพื่อบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิ</p>
<p><a href="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/Carbon-Neutral-01.png"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-18439 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/Carbon-Neutral-01.png" alt="แนวทางการจัดการเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของสหภาพยุโรป" width="946" height="406" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/Carbon-Neutral-01.png 946w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/Carbon-Neutral-01-300x129.png 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/Carbon-Neutral-01-768x330.png 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/Carbon-Neutral-01-150x64.png 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/Carbon-Neutral-01-500x215.png 500w" sizes="(max-width: 946px) 100vw, 946px" /></a><a href="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/Carbon-Neutral-02.png"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-18440 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/Carbon-Neutral-02.png" alt="แนวทางการจัดการเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของนอร์เวย์" width="946" height="453" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/Carbon-Neutral-02.png 946w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/Carbon-Neutral-02-300x144.png 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/Carbon-Neutral-02-768x368.png 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/Carbon-Neutral-02-150x72.png 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/Carbon-Neutral-02-500x239.png 500w" sizes="(max-width: 946px) 100vw, 946px" /></a><a href="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/Carbon-Neutral-03.png"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-18441 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/Carbon-Neutral-03.png" alt="แนวทางการจัดการเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของชิลี" width="946" height="359" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/Carbon-Neutral-03.png 946w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/Carbon-Neutral-03-300x114.png 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/Carbon-Neutral-03-768x291.png 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/Carbon-Neutral-03-150x57.png 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/Carbon-Neutral-03-500x190.png 500w" sizes="(max-width: 946px) 100vw, 946px" /></a><a href="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/Carbon-Neutral-04.png"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-18442 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/Carbon-Neutral-04.png" alt="แนวทางการจัดการเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของไอร์แลนด์" width="946" height="358" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/Carbon-Neutral-04.png 946w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/Carbon-Neutral-04-300x114.png 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/Carbon-Neutral-04-768x291.png 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/Carbon-Neutral-04-150x57.png 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/Carbon-Neutral-04-500x189.png 500w" sizes="(max-width: 946px) 100vw, 946px" /></a><a href="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/Carbon-Neutral-05.png"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-18443 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/Carbon-Neutral-05.png" alt="แนวทางการจัดการเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของสหรัฐอเมริกา" width="946" height="451" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/Carbon-Neutral-05.png 946w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/Carbon-Neutral-05-300x143.png 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/Carbon-Neutral-05-768x366.png 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/Carbon-Neutral-05-150x72.png 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/Carbon-Neutral-05-500x238.png 500w" sizes="(max-width: 946px) 100vw, 946px" /></a></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/Carbon-Neutral-06.png"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-18444" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/Carbon-Neutral-06.png" alt="แนวทางการจัดการเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของจีน" width="946" height="359" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/Carbon-Neutral-06.png 946w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/Carbon-Neutral-06-300x114.png 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/Carbon-Neutral-06-768x291.png 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/Carbon-Neutral-06-150x57.png 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/Carbon-Neutral-06-500x190.png 500w" sizes="(max-width: 946px) 100vw, 946px" /></a></p>
<p>นอกจากนี้ ยังพบว่าประเทศนอร์เวย์ ชิลี ไอร์แลนด์ สหรัฐอเมริกา และจีน ตลอดจนสหภาพยุโรป มีแนวทางการจัดการในภาคเกษตรกรรมที่คล้ายคลึงกัน ได้แก่ ลดการเผาวัสดุทางการเกษตรและลดการเผาเพื่อเตรียมพื้นที่ปลูกในฤดูกาลถัดไป สนับสนุนการใช้พลังงานชีวมวล (Biomass)การปรับปรุงการเกษตรเพื่อลดการเกิดก๊าซมีเทนซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากการเลี้ยงปศุสัตว์ โดยจะต้องมีการบริหารจัดการมูลสัตว์ที่เหมาะสม การประยุกต์ใช้หลักความสัมพันธ์ของพลังงานและสิ่งแวดล้อม (Energy-Environment nexus) ในการปรับใช้พลังงานสะอาดในกระบวนการผลิตผลผลิตทางการเกษตร และใช้ยานพาหนะพลังงานสะอาดในการขนส่ง อีกทั้งยังส่งเสริมการจัดการของเสียที่เหมาะสมหลังการใช้งาน โดยมีจุดประสงค์เพื่อส่งเสริมการผลิตและการบริโภคอย่างยั่งยืน (Sustainable Consumption and Production; SCP)</p>
<p>นอกจากนี้ยังมีการส่งเสริมการเกษตรอัจฉริยะ (Smart agriculture) ซึ่งเป็นการเกษตรที่มีการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้เพื่อเสริมให้การบริหารจัดการมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยสามารถควบคุมทุกขั้นตอนด้วยเทคโนโลยีเพื่อทำการตรวจสอบ เก็บข้อมูล วิเคราะห์และแก้ปัญหาการเพาะปลูกได้ทันท่วงที พร้อมทั้งสามารถแสดงผลข้อมูลการเจริญเติบโตและคาดการณ์ผลผลิตได้อย่างแม่นยำ อีกทั้งยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและผลผลิตของการเกษตรกรรมอีกด้วย โดยหากนำแนวทางจัดการทั้งหมดนี้มาปรับใช้ จะส่งผลให้สามารถบรรลุเข้าสู่<strong>ความเป็นกลางทางคาร์บอน</strong>ได้ภายในปีที่กำหนดแนวทางที่ประเทศต่าง ๆ ใช้เพื่อขับเคลื่อนสู่<strong>ความเป็นกลางทางคาร์บอน</strong>ของแต่ละภาคส่วนสามารถสรุปได้ดังตารางที่ 2</p>
<p>สำหรับประเทศไทย เป็นประเทศที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นอันดับที่ 21 ของโลก และเป็นอันดับที่ 2 ของอาเซียน รองจากประเทศอินโดนีเซีย โดยมีสัดส่วนอยู่ที่ 0.9% ของโลก หรือคิดเป็นปริมาณ 331 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าในปี พ.ศ. 2562 เมื่อพิจารณาองค์ประกอบโดยรวมจะประกอบด้วยสัดส่วนของภาคพลังงาน 31.9% การเผาไหม้ในภาคอุตสาหกรรมอื่น 27.7% ภาคการขนส่ง 23.3% ภาคอุตสาหกรรมที่ไม่มีการเผาไหม้ 9.5% และการใช้พลังงานภายในอาคาร 7.6% ทั้งนี้ ภาคส่วนที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกไม่ว่าจะเป็นจากภาคพลังงาน การใช้เชื้อเพลิงในภาคอุตสาหกรรมอื่น ภาคการขนส่ง และการใช้พลังงานภายในอาคาร ล้วนเกิดจากความต้องการใช้พลังงานทั้งสิ้นโดยคิดรวมกันเป็นสัดส่วนถึง 90.5% ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับการบริหารจัดการในภาคพลังงาน ภาคการขนส่ง และภาคอุตสาหกรรม จึงควรมีการจัดตั้งคณะทำงานฯ กระทรวงพลังงานและดำเนินการศึกษาเบื้องต้นเพื่อสนับสนุนการมุ่งสู่สังคม<strong>ความเป็นกลางทางคาร์บอน</strong>ของประเทศไทย โดยจากการรวบรวบข้อมูลที่เกี่ยวข้องแนวทางการจัดการที่เหมาะสมในด้านพลังงานอาทิการลดการใช้พลังงานไฟฟ้า การส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานทดแทนหรือเชื้อเพลิงสะอาด เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ ลดหรือยกเลิกการใช้โรงไฟฟ้าถ่านหินหรือฟอสซิล การจัดการระบบไฟฟ้าแบบสมาร์ทกริด (Smart grid) และเพิ่มประสิทธิภาพในทุกกระบวนการผลิตไฟฟ้า เป็นต้น</p>
<p>ตารางที่ 2 สรุปแนวทางการจัดการเพื่อเดินหน้าสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน<a href="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/Carbon-Neutral-15.png"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-18453" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/Carbon-Neutral-15.png" alt="แนวทางการจัดการเพื่อเดินหน้าสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน" width="981" height="329" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/Carbon-Neutral-15.png 981w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/Carbon-Neutral-15-300x101.png 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/Carbon-Neutral-15-768x258.png 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/Carbon-Neutral-15-150x50.png 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/Carbon-Neutral-15-500x168.png 500w" sizes="(max-width: 981px) 100vw, 981px" /></a></p>
<p>ในส่วนของภาคอุตสาหกรรมซึ่งนับว่าเป็นแหล่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศไทย พบว่ามีการผลักดันให้ใช้พลังงานสะอาดในการเผาไหม้มากขึ้น ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการมีการพัฒนาและปรับปรุงอย่างต่อเนื่องเพื่อเข้าสู่การเป็นอุตสาหกรรมเขียว (Green industry) อีกทั้งยังมีการสร้างกลไกสื่อสารต่อผู้บริโภคและผู้ผลิตให้มีความคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมมากขึ้นด้วยการจัดทำฉลากสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ยังมีการใช้กลไกทางเศรษฐศาสตร์เพื่อส่งเสริมและขับเคลื่อน Carbon neutral ด้วยโครงการ T-VER (Thailand Voluntary Emission Reduction Program) ซึ่งเป็นโครงการที่สนับสนุนให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดย T-VER จะรับรองปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่สามารถลดหรือกักเก็บได้ ซึ่งเรียกว่า คาร์บอนเครดิต (Carbon credit) ที่สามารถนำไปทำการซื้อขายในตลาดคาร์บอนต่อไปได้</p>
<p>สำหรับภาคการขนส่ง พบว่ามีการสนับสนุนการใช้ระบบขนส่งสาธารณะและส่งเสริมให้ใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้ามากขึ้น โดยมีการวางแผนจัดตั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้าให้ครอบคลุมในรัศมี 50-70 กิโลเมตร รวมทั้งส่งเสริมการจัดตั้งศูนย์ทดสอบมาตรฐานแบตเตอรี่และบริหารจัดการซากแบตเตอรี่ที่เกิดขึ้นจากการใช้งาน เพื่อความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังมีการออกนโยบายยกเว้นภาษีสำหรับผู้ผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในประเทศไทยอีกด้วย</p>
<figure id="attachment_18445" aria-describedby="caption-attachment-18445" style="width: 541px" class="wp-caption aligncenter"><a href="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/Carbon-Neutral-07.png"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-18445" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/Carbon-Neutral-07.png" alt="สัดส่วนการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากแต่ละภาคส่วนของประเทศไทย" width="541" height="407" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/Carbon-Neutral-07.png 541w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/Carbon-Neutral-07-300x226.png 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/Carbon-Neutral-07-150x113.png 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/Carbon-Neutral-07-500x376.png 500w" sizes="(max-width: 541px) 100vw, 541px" /></a><figcaption id="caption-attachment-18445" class="wp-caption-text">สัดส่วนการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากแต่ละภาคส่วนของประเทศไทย</figcaption></figure>
<p>ในส่วนของภาคเกษตรกรรม ซึ่งนับว่ามีความสำคัญต่อเศรษฐกิจและสังคมไทยเป็นอย่างมาก พบว่ามีการผลักดันให้ลดการเผาไหม้วัสดุทางการเกษตร (Zero burn) เพื่อลดปัญหามลภาวะทางอากาศ เช่น ฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5)อีกทั้งยังมีการส่งเสริมการเกษตรอัจฉริยะ (Smart agriculture) ควบคู่กับโมเดลเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (Bio-Circular-Green Economy; BCG Economy) ซึ่งเป็นการพัฒนาเศรษฐกิจแบบองค์รวม โดยใช้แนวคิดการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม มายกระดับเกษตรกรรมในประเทศไทยเพื่อนำไปสู่การลดต้นทุนการผลิต เพิ่มประสิทธิภาพและผลผลิต เพิ่มมูลค่าและสร้างความหลากหลายให้แก่ผลิตภัณฑ์ อีกทั้งยังสร้างระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนที่เน้นการแปลงของเสียเป็นแหล่งรายได้ เพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืน</p>
<p>นอกจากนี้ยังมีในส่วนของภาคอุตสาหกรรมที่ไม่มีการเผาไหม้ซึ่งมีสัดส่วน 9.5%ที่เกิดจากการอุปโภคและบริโภคสินค้าในชีวิตประจำวันโดยสามารถประยุกต์ใช้แนวทางในการปรับตัวในชีวิตประจำวัน ทั้งการปลูกฝังการลดการใช้พลาสติกที่ย่อยสลายยากและสร้างจิตสำนึกในการลดการเกิดขยะ โดยมุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุดและให้ความสำคัญกับการจัดการขยะและของเสียที่เกิดขึ้น เพื่อการเติบโตของเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนจากที่กล่าวถึงมาทั้งหมดนี้จะเห็นได้ว่าในปัจจุบันทั้งภาครัฐและภาคเอกชนต่างให้ความร่วมมือและมีความมุ่งมั่นที่จะแสดงความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะส่งผลให้ประเทศไทยมีโอกาสเดินหน้าเข้าสู่สังคมที่ไร้การปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ในอนาคต</p>
<h2>2. กรณีศึกษาการเดินหน้าสู่ Net zero</h2>
<p>ตัวอย่างกรณีศึกษาของประเทศไอร์แลนด์ ในหัวข้อ “Zero carbon energy system pathways for Ireland consistent with Paris agreement” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความเป็นไปได้และผลกระทบจากแนวทางการลดปริมาณคาร์บอนให้สอดคล้องกับ<a title="ความตกลงปารีส" href="https://www.greennetworkthailand.com/ความตกลงปารีส-paris-agreement/">ความตกลงปารีส</a> (Paris Agreement) ของประเทศไอร์แลนด์ งานวิจัยนี้ทำการศึกษาด้วยแบบจำลอง Irish-TIMES energy system และ MACRO-stand-alone (MSA) ซึ่งเป็นแบบจำลองที่ศึกษาด้วยแบบจำลองการถดถอยเชิงเส้น (Linear regressionmodel)และใช้วิธีการคำนวณปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าตามคู่มือของคณะกรรมาธิการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ (Intergovernmental Panel on Climate Change; IPCC) โดยใช้ข้อมูลกิจกรรม (Activity data) และค่าการปลดปล่อย (Emission factor) ในการคำนวณ</p>
<figure id="attachment_18446" aria-describedby="caption-attachment-18446" style="width: 594px" class="wp-caption aligncenter"><a href="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/Carbon-Neutral-08.png"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-18446" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/Carbon-Neutral-08.png" alt="การคาดการณ์การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในแต่ละสถานการณ์ของประเทศไอร์แลนด์" width="594" height="388" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/Carbon-Neutral-08.png 594w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/Carbon-Neutral-08-300x196.png 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/Carbon-Neutral-08-150x98.png 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/Carbon-Neutral-08-500x327.png 500w" sizes="(max-width: 594px) 100vw, 594px" /></a><figcaption id="caption-attachment-18446" class="wp-caption-text">การคาดการณ์การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในแต่ละสถานการณ์ของประเทศไอร์แลนด์</figcaption></figure>
<p>งานวิจัยนี้ได้ทำการจำลองสถานการณ์จำนวน 38 สถานการณ์ ซึ่งในแต่ละสถานการณ์จะทำการปรับเปลี่ยนปริมาณงบประมาณคาร์บอน (Carbon budget) ปริมาณการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และตัวแปรที่อาจส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ได้แก่ ประเภทของเทคโนโลยี แผนบริหารจัดการแบบต่าง ๆ เช่น การดำเนินการทันทีหรือชะลอ และการตอบสนองต่อความต้องการพลังงานที่มีต่อเศรษฐศาสตร์มหภาค เป็นต้น</p>
<figure id="attachment_18447" aria-describedby="caption-attachment-18447" style="width: 583px" class="wp-caption aligncenter"><a href="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/Carbon-Neutral-09.png"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-18447" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/Carbon-Neutral-09.png" alt="การใช้พลังงานและการผลิตพลังงานไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงในแต่ละสถานการณ์" width="583" height="732" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/Carbon-Neutral-09.png 583w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/Carbon-Neutral-09-239x300.png 239w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/Carbon-Neutral-09-150x188.png 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/Carbon-Neutral-09-398x500.png 398w" sizes="(max-width: 583px) 100vw, 583px" /></a><figcaption id="caption-attachment-18447" class="wp-caption-text">การใช้พลังงานและการผลิตพลังงานไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงในแต่ละสถานการณ์</figcaption></figure>
<p>เพื่อบรรลุเป้าหมายของความตกลงปารีสที่จะควบคุมอุณหภูมิโลกให้ร้อนขึ้นไม่เกิน 1.5 องศาเซลเซียส ผลการศึกษาพบว่า หากประเทศไอร์แลนด์กำหนดงบประมาณคาร์บอน (กำหนดปริมาณการปล่อยคาร์บอน) ในปริมาณ 223 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี และสามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ในปริมาณ 3.5–3.9 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี ภายใต้แผนบริหารจัดการแบบทำทันที จะช่วยผลักดันให้ให้ประเทศไอร์แลนด์สามารถบรรลุวัตถุประสงค์การลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกลงจนเป็นศูนย์ได้ภายในปีค.ศ. 2050 ทั้งนี้เมื่อพิจารณาสัดส่วนของการใช้พลังงานพบว่าปัจจัยสำคัญที่ส่งเสริมให้บรรลุเป้าหมาย ได้แก่ ความต้องการใช้พลังงานที่ลดลง การปรับเปลี่ยนไปใช้พลังงานทางเลือกอื่น ๆ เช่น พลังงานน้ำ พลังงานลม และพลังงานเชื้อเพลิงชีวภาพ แทนการใช้น้ำมันและก๊าซธรรมชาติในภาคอุตสาหกรรม ภาคขนส่ง และการผลิตไฟฟ้า</p>
<p>นอกจากนี้ยังพบว่าการกำหนดงบประมาณคาร์บอนสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกออกสู่บรรยากาศได้รวดเร็วกว่าการกำหนดเป้าหมายการลดปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ต่อปี โดยหากดำเนินการด้วยแผนบริหารจัดการแบบทำทันทีจะสามารถลดระยะเวลาในการเข้าสู่เป้าหมาย Net zero ลง อีกทั้งยังช่วยลดต้นทุนในการจัดการก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อีกด้วย ทั้งนี้จะเห็นได้ว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศไอร์แลนด์ยังคงอยู่ได้ ถึงแม้ว่าจะมีความพยายามในการลดก๊าซเรือนกระจกลงอย่างรวดเร็วก็ตาม โดย GDP ในประเทศอาจลดลงเป็นระยะเวลาสั้น ๆ ในช่วงแรก แต่จะส่งผลให้เกิดการพัฒนาทั้งในแง่เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนในระยะยาว</p>
<p>อีกตัวอย่างหนึ่ง คือ กรณีศึกษาของประเทศไทยในหัวข้อ “Assessment of greenhouse gas mitigation pathways for Thailand towards achievement of 2°C and 1.5°C Paris Agreement targets” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินเส้นทางการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทยในช่วงปี ค.ศ. 2010–2050 เพื่อให้บรรลุความตกลงปารีส และนำไปสู่การลดลงของก๊าซเรือนกระจกสุทธิจนเป็นศูนย์</p>
<p>งานวิจัยนี้ทำการศึกษาด้วยแบบจำลองMARKAL ซึ่งเป็นแบบจำลองที่ศึกษาด้วยแบบจำลองการถดถอย (Linear regressionmodel)และใช้วิธีการคำนวณปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าตามคู่มือการคำนวณของ IPCC โดยทำการจำลองสถานการณ์การลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกจำนวน 8 สถานการณ์ เปรียบเทียบกับแนวทางการลดก๊าซเรือนกระจกในปัจจุบัน ซึ่งในแต่ละสถานการณ์จะทำการปรับเปลี่ยน ปริมาณการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เป้าหมายในการลดอุณหภูมิ (1.5 และ 2 องศาเซลเซียส) ประเภทของเทคโนโลยี และตัวแปรในเชิงเศรษฐศาสตร์ ได้แก่ GDP จำนวนประชากร ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากประเภทของเทคโนโลยี และแหล่งพลังงาน เป็นต้น เพื่อวิเคราะห์ถึงผลกระทบของการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในแต่ละสถานการณ์ ที่มีต่อฝ่ายอุปสงค์และอุปทานของประเทศไทย ได้แก่ ภาคพลังงาน ภาคอุตสาหกรรม ภาคการขนส่ง การใช้พลังงานภายในอาคาร และภาคเกษตรกรรม เป็นต้น</p>
<p>ผลการศึกษาพบว่า ประเทศไทยสามารถบรรลุข้อตกลงปารีสที่อุณหภูมิ 1.5 องศาเซลเซียสและเข้าสู่<strong>ความเป็นกลางทางคาร์บอน</strong>ได้ ในปี ค.ศ. 2050 หากสามารถลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในภาคพลังงาน ภาคอุตสาหกรรม ภาคขนส่ง และการใช้พลังงานภายในอาคาร คิดเป็นร้อยละ 90 74.6 57.7 และ 46.3 ตามลำดับ ทั้งนี้ จะต้องอาศัยการปฏิรูปอย่างฉับพลันในทุกภาคส่วนของทั้งฝ่ายอุปสงค์และอุปทาน โดยฝ่ายอุปทานจะต้องมีการปรับเปลี่ยนไปใช้พลังงานเชื้อเพลิงชีวภาพควบคู่กับการดักจับและกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (Bioenergy with carbon capture and storage; BECCS) และผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานหมุนเวียน เช่น พลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์ และพลังงานเชื้อเพลิงชีวภาพ จึงจะมีส่วนช่วยให้สามารถเข้าสู่<strong>ความเป็นกลางทางคาร์บอน</strong>ได้รวดเร็วขึ้น ส่วนภาคอุปสงค์นั้นต้องมีการปรับใช้พลังงานที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นและใช้เทคโนโลยีที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่ำ นอกจากนี้ภาคขนส่งควรมีการปรับเปลี่ยนไปใช้ขนส่งสาธารณะมากขึ้น รวมถึงการใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้าและพลังงานเชื้อเพลิงชีวภาพ</p>
<figure id="attachment_18448" aria-describedby="caption-attachment-18448" style="width: 511px" class="wp-caption aligncenter"><a href="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/Carbon-Neutral-10.png"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-18448" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/Carbon-Neutral-10.png" alt="การคาดการณ์การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในแต่ละสถานการณ์ของประเทศไทย" width="511" height="350" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/Carbon-Neutral-10.png 511w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/Carbon-Neutral-10-300x205.png 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/Carbon-Neutral-10-150x103.png 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/Carbon-Neutral-10-500x342.png 500w" sizes="(max-width: 511px) 100vw, 511px" /></a><figcaption id="caption-attachment-18448" class="wp-caption-text">การคาดการณ์การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในแต่ละสถานการณ์ของประเทศไทย</figcaption></figure>
<p>ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงเพื่อเข้าสู่<strong>ความเป็นกลางทางคาร์บอน</strong>ของประเทศไทยยังคงต้องการการกำหนดนโยบายและแหล่งเงินทุนเพื่อสนับสนุนเทคโนโลยีที่ใช้พลังงานหมุนเวียนและเทคโนโลยีการดักจับและกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ อีกทั้งยังมีความจำเป็นในการค้นหาทางเลือกเพิ่มเติมในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เช่น การคิดภาษีคาร์บอน การซื้อขายแลกเปลี่ยนคาร์บอน การปลูกป่า และการเปลี่ยนแปลงทางสังคม จึงจะส่งผลให้ประเทศไทยสามารถบรรลุเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกสุทธิลงจนเป็นศูนย์ได้อย่างสมบูรณ์</p>
<p>จากทั้งสองกรณีศึกษาข้างต้นจะเห็นได้ว่า ประเทศไอร์แลนด์และประเทศไทยมีความเป็นไปได้ที่จะบรรลุเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกสุทธิลงจนเป็นศูนย์ในปี ค.ศ. 2050 โดยปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อแนวทางการลดก๊าซเรือนกระจกของทั้งสองประเทศ ได้แก่ ความต้องการใช้พลังงานที่ลดลง การปรับเปลี่ยนไปใช้พลังงานทางเลือกอื่นๆเช่น พลังงานน้ำ พลังงานลม พลังงานเชื้อเพลิงชีวภาพ และพลังงานเชื้อเพลิงชีวภาพควบคู่กับการดักจับและกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ แทนการใช้น้ำมันและก๊าซธรรมชาติในภาคอุตสาหกรรม การปรับเปลี่ยนไปใช้การขนส่งสาธารณะมากขึ้น รวมไปถึงการใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้าและพลังงานเชื้อเพลิงชีวภาพ นอกจากนี้ในเชิงการบริหารจัดการควรมีการกำหนดงบประมาณคาร์บอนที่เหมาะสมและทำทันที จึงจะส่งผลให้ประเทศไอร์แลนด์และประเทศไทยสามารถเข้าสู่<strong>ความเป็นกลางทางคาร์บอน</strong>ได้อย่างรวดเร็วและยั่งยืน</p>
<h2>3. ยุทธศาสตร์ชาติและเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนกับความเป็นกลางทางคาร์บอน</h2>
<p>สำหรับประเทศไทยได้มีการตั้งเป้าหมายในการลดก๊าซเรือนกระจกไว้ในยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งกำหนดตัวชี้วัดไว้ 5 ด้าน โดยมีตัวชี้วัดหลักในการตั้งเป้าหมายลดก๊าซเรือนกระจกจากภาคพลังงานและขนส่ง อุตสาหกรรม การใช้ผลิตภัณฑ์และการกำจัดของเสียลงอย่างน้อยร้อยละ 20 จากกรณีปกติ ในปี พ.ศ. 2580 (ค.ศ. 2037)โดยพิจารณาความสัมพันธ์ของพลังงานและสิ่งแวดล้อม (Energy-Environment nexus) ในการจัดการในสาขาพลังงานและขนส่ง กระบวนการอุตสาหกรรมและการใช้ผลิตภัณฑ์ และการจัดการของเสีย เช่น การเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานทดแทนแต่ยังคงต้องรักษาระดับค่าความเข้มของการใช้พลังงาน (Energy Intensity; EI) ของประเทศให้อยู่ในระดับที่สามารถยอมรับได้หรือเพิ่มสูงขึ้น การพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานและการจัดการคมนาคม การปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิตทางอุตสาหกรรมแบบปล่อยคาร์บอนต่ำ ตลอดจนลดการก่อให้เกิดของเสีย</p>
<p>ค่าเป้าหมายดังกล่าวนี้อาจกล่าวได้ว่าเป็นเป้าหมายขั้นต่ำในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย เนื่องจากได้มีมติคณะรัฐมนตรีเห็นชอบต่อข้อเสนอการมีส่วนร่วมของประเทศในการลดก๊าซเรือนกระจกและการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Nationally Determined Contribution; NDC) โดยกำหนดเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกขั้นต่ำที่ร้อยละ 20 และกำหนดเป้าหมายขั้นสูงที่ร้อยละ 25 จากกรณีปกติภายในปี พ.ศ. 2573 (ค.ศ. 2030) รวมถึงการปรับตัว (Adaptation) เพื่อลดความสูญเสียและเสียหายจากภัยธรรมชาติและผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เช่น ภัยพิบัติ โรคอุบัติใหม่ (Emerging diseases)และการมุ่งเป้าสู่การลงทุน (Investment) ที่เป็นมิตรต่อสภาพภูมิอากาศในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐและเอกชน ด้วยการพัฒนามาตรการด้านเศรษฐศาสตร์ การเงิน และการคลัง ในการส่งเสริมและสนับสนุนให้ภาคส่วนที่เกี่ยวข้องสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งการพัฒนาระบบรายงานข้อมูลที่สามารถวัดผล รายงานผล และตรวจสอบพิสูจน์ผลได้ (Measurable, Reportable and Verifiable; MRV) โดยมีการเชื่อมโยงของเครือข่ายข้อมูลในทุกภาคส่วน ซึ่งทิศทางในการกำหนดแนวทางการพัฒนาและเป้าหมายในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทยนี้ สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals; SDGs) เป้าหมายที่ 13 Climate Action ที่กำหนดเป้าประสงค์ในการเตรียมความพร้อมรับเพื่อมือผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในรูปแบบต่างๆ การผลักดันให้แต่ละประเทศกำหนดนโยบายในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการสร้างความตระหนักและความเข้าใจของสังคมเกี่ยวกับผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ<a href="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/Carbon-Neutral-11.png"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-18449" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/Carbon-Neutral-11.png" alt="3. ยุทธศาสตร์ชาติและเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนกับความเป็นกลางทางคาร์บอน" width="623" height="839" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/Carbon-Neutral-11.png 623w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/Carbon-Neutral-11-223x300.png 223w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/Carbon-Neutral-11-150x202.png 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/Carbon-Neutral-11-371x500.png 371w" sizes="(max-width: 623px) 100vw, 623px" /></a></p>
<h2>4. แนวทางการมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนของประเทศไทย</h2>
<p>จากข้อมูลข้างต้นจะเห็นได้ว่าการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทยจะต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วนโดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคพลังงานและภาคขนส่งที่เป็นภาคส่วนที่มีสัดส่วนการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงแต่ก็มีศักยภาพที่จะลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงได้สูงเช่นกัน โดยแนวทางในภาพกว้างเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ได้แก่</p>
<p>1) แนวทางการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคพลังงาน เช่น การใช้เชื้อเพลิงสะอาด การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้า และการเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานทดแทน (Renewable Energy; RE)</p>
<p>2) แนวทางการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคขนส่ง เช่น การปรับมาตรฐานน้ำมันเชื้อเพลิง และการเปลี่ยนไปใช้ยานยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicle; EV)</p>
<p>อย่างไรก็ตาม แนวทางการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกใน 2 ภาคส่วนนี้เป็นการปรับตัวในฝั่งอุปทาน (Supply-side) เพียงอย่างเดียว แต่การที่จะบรรลุเป้าหมายในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกนั้นจะต้องทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในฝั่งอุปสงค์ (Demand-side) ด้วยเช่นกัน ทั้งการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อลดการใช้พลังงานในภาคครัวเรือนหรือในอาคาร รวมถึงการเลือกใช้ยานยนต์ไฟฟ้าหรือพลังงานสะอาด แต่การที่จะบรรลุเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกยังคงต้องการอีก 4กลไกที่สำคัญในการขับเคลื่อนให้อุปสงค์มาพบกับอุปทานที่เปลี่ยนแปลงไปตามแนวทางที่ได้วางไว้ ได้แก่<a href="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/Carbon-Neutral-12.png"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-18450" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/Carbon-Neutral-12.png" alt="แนวทางการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก" width="630" height="427" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/Carbon-Neutral-12.png 630w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/Carbon-Neutral-12-300x203.png 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/Carbon-Neutral-12-150x102.png 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/Carbon-Neutral-12-500x339.png 500w" sizes="(max-width: 630px) 100vw, 630px" /></a></p>
<p><strong>1) กลไกทางการเงิน</strong> หรือเครื่องมือทางเศรษฐศาสตร์ที่จะช่วยผลักดันฝั่งอุปสงค์ เช่น การอุดหนุนด้านราคาเพื่อให้เกิดความต้องการใช้พลังงานสะอาดหรือยานยนต์ไฟฟ้า ตลอดจนการคิดภาษีคาร์บอน (Carbon tax) ในฝั่งผู้ผลิต เพื่อเร่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในฝั่งอุปทาน ซึ่งในที่นี้อาจหมายรวมถึงมาตรฐานพลังงานทางเลือก (Renewable Energy Certificate; REC) ซึ่งเป็นการผลักดันให้เกิดตลาดในการซื้อ-ขายพลังงานสะอาดภายในภาคอุตสาหกรรมด้วย นอกจากกลไกทางการเงินเพื่อการสนับสนุนทั้งฝั่งอุปสงค์และอุปทานแล้ว ยังมีอีกหนึ่งปัจจัยด้านการเงินที่เกี่ยวข้องกับประเด็นการปล่อยก๊าซเรือนกระจก คือ Social cost of carbon<a href="#_ftn1" name="_ftnref1">[1]</a>ซึ่งหมายถึง มูลค่าทางเศรษฐกิจจากความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่บรรยากาศ ที่น่าจะเป็นต้นทุนอีกหนึ่งส่วนที่นำมาใช้ในการออกนโยบายเพื่อสนับสนุนหรือชดเชยแนวทางการลดก๊าซเรือนกระจกอย่างเหมาะสม</p>
<p><strong>2) เทคโนโลยีและนวัตกรรม</strong> ที่รองรับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นภายใต้ความพยายามในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งจะช่วยเติมเต็มระบบนิเวศในการสร้างสังคมคาร์บอนต่ำหรือสังคมที่มี<strong>ความเป็นกลางทางคาร์บอน</strong>ได้ โดยสามารถแบ่งประเภทของนวัตกรรมออกได้เป็น 4 ประเภท ที่จัดอยู่ใน 2 กลุ่มใหญ่ ได้แก่</p>
<ul>
<li style="list-style-type: none;">
<ul>
<li>นวัตกรรมสำหรับฝั่งอุปทาน ได้แก่ กระบวนการ (Process) และโมเดลธุรกิจ (Business model) ใหม่ที่ตอบโจทย์ในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก หรือเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน เช่น กระบวนการดักจับคาร์บอนเพื่อกักเก็บหรือใช้ประโยชน์ ระบบสมาร์ทกริด (Smart grid) และเทคโนโลยีไฮโดรเจน</li>
<li>นวัตกรรมฝั่งอุปสงค์ ได้แก่ การบริการ (Service) และผลิตภัณฑ์ (Product) ที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงในเชิงพฤติกรรมและการเลือกใช้พลังงานสะอาด เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า หรือระบบจัดการพลังงานในอาคาร (Building energy management)</li>
</ul>
</li>
</ul>
<p>นวัตกรรมที่มีความจำเป็นนี้จึงเป็นโอกาสสำหรับผู้ประกอบการทั้งวิสาหกิจขนาดกลางและเล็ก (SMEs) และธุรกิจสตาร์ทอัพ (Start-up) ในการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมทุกรูปแบบที่จำเป็นสำหรับการขับเคลื่อนไปสู่การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก</p>
<p><strong>3) ภาคขนส่ง</strong>โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) กระทรวงคมนาคม ในการวางนโยบายที่ส่งเสริมให้เกิดการเปลี่ยนผ่านไปสู่การขนส่งแบบคาร์บอนต่ำที่ยั่งยืน (Sustainable low-carbon transportation) ตลอดจนระบบสาธารณูปโภคที่จำเป็นที่ช่วยผลักดันไปสู่<strong>ความเป็นกลางทางคาร์บอน</strong>ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า ไปจนถึงการขนส่งในรูปแบบอื่น เช่น การขนส่งผ่านระบบรางที่สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้</p>
<p><strong>4) ภาคอุตสาหกรรม</strong> ที่เกี่ยวข้องทั้งในฝั่งอุปสงค์และอุปทานอาจเกิดการสร้างความร่วมมือระหว่างธุรกิจในลักษณะของกิจการร่วมการค้า (Joint venture) ในภาคอุตสาหกรรม อาทิเช่น รถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (Battery Electric Vehicle; BEV) เครื่องปรับอากาศ  เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ได้รับฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5  การบริหารจัดการอาคาร  ระบบควบคุมอัจฉริยะ (Smart control)เทคโนโลยีการดักจับและกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (Carbon Capture and Storage; CCS)  การดักจับและนำก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์กลับมาใช้ใหม่ (Carbon capture and utilization; CCU)  การขนส่งก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์หรือก๊าซไฮโดรเจนทางท่อ (CO<sub>2</sub>/H<sub>2</sub> pipeline)  ระบบสมาร์ทกริด เป็นต้นเพื่อยกระดับความสามารถและประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจ ให้บรรลุเป้าหมายร่วมกันในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าที่น่าจะเป็นโอกาสในการลงทุนสีเขียว (Green investment) และการฟื้นตัวเศรษฐกิจอย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Green recovery) ของประเทศไทย</p>
<p>กลไกทั้ง 4 ส่วนนี้จำเป็นต้องมีการขับเคลื่อนบนข้อมูลที่มีความถูกต้องและมีความน่าเชื่อถือเพื่อทำให้การตัดสินใจในเชิงการออกแบบนโยบายและการบริหารจัดการเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิให้เป็นไปอย่างเหมาะสมและเกิดผลสัมฤทธิ์สูงสุดโดยเฉพาะอย่างยิ่งการเปลี่ยนแปลงของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่พิจารณาในรูปคาร์บอนฟุตพริ้นท์ (Carbon Footprint; CF) และความเข้มของการใช้พลังงาน (Energy Intensity; EI) ที่เป็นการวัดมูลค่าทางเศรษฐศาสตร์ที่เกิดขึ้นจากการใช้พลังงาน เพื่อให้เกิดการพัฒนาที่มีความสมดุลระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจ การใช้พลังงานเพื่อการยกระดับคุณภาพชีวิต และการลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม</p>
<h2>5. แนวทางการขยายผล (Scale-up) สู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนของประเทศไทย</h2>
<p>นอกจากแนวทางในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคพลังงานและภาคขนส่งแล้ว ยังมีภาคส่วนอื่นที่สามารถมีส่วนร่วมในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาพรวมได้ ยกตัวอย่างเช่นในภาคอุตสาหกรรมที่มีการเผาไหม้เชื้อเพลิง อาจพิจารณาการใช้เชื้อเพลิงสะอาดและพลังงานทดแทน ตลอดจนการเลือกใช้เทคโนโลยีดักจับคาร์บอนเพื่อกักเก็บหรือใช้ประโยชน์ และอีกภาคส่วนหนึ่งที่สำคัญซึ่งมีส่วนในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกก็คือจากสินค้าและอาหารที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งในกระบวนการผลิต การใช้เพื่ออุปโภคบริโภค ไปจนถึงการกำจัดของเสียที่เกิดขึ้น โดยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากพื้นที่อาศัยมีสัดส่วนจากการซื้อสินค้าและอาหารกว่าร้อยละ 40 ดังนั้นการส่งเสริมการผลิตและการบริโภคอย่างยั่งยืน (Sustainable Consumption and Production; SCP) ที่มีการใช้หรือบริโภคผลิตภัณฑ์ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และมีการจัดการของเสียที่เกิดขึ้นอย่างเหมาะสมด้วยแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy; CE) ที่จะช่วยลดทรัพยากรที่ต้องใช้ก็จัดเป็นแนวทางหลักที่สามารถประยุกต์ใช้เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการอุปโภคบริโภคได้</p>
<p>แนวทางทั้งหมดที่ได้กล่าวถึงนั้นเป็นการจัดการเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากแหล่งกำเนิด (Source) แต่หากพิจารณาปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิแล้วนั้น จะพบว่ายังมีอีกส่วนหนึ่งที่ต้องให้ความสำคัญอย่างมาก คือ พื้นที่สีเขียวที่เป็นแหล่งดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (Sink) ทั้งนี้ ในยุทธศาสตร์ชาติ20 ปี ด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเองก็ได้มีการกำหนดเป้าหมายในการเพิ่มพื้นที่สีเขียวของประเทศให้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 55 ซึ่งมีการประมาณการว่าน่าจะช่วยดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ได้ประมาณ 100 ล้านตันต่อปี ยิ่งไปกว่านั้น การจัดการพื้นที่สีเขียวหรือทรัพยากรป่าไม้อย่างเหมาะสมยังช่วยส่งเสริมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศผ่านโมเดลเศรษฐกิจฐานชีวภาพ (Bio Economy) ได้อีกทางหนึ่ง</p>
<p><a href="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/Carbon-Neutral-13.png"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-18451" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/Carbon-Neutral-13.png" alt="การจัดการเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก" width="466" height="265" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/Carbon-Neutral-13.png 466w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/Carbon-Neutral-13-300x171.png 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/Carbon-Neutral-13-150x85.png 150w" sizes="(max-width: 466px) 100vw, 466px" /></a></p>
<p>โดยในส่วนของการบริหารจัดการพื้นที่สีเขียวซึ่งเป็นแหล่งดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ และการติดตามสถานการณ์การปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทยนั้น จะอยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมซึ่งกำกับดูแลทั้งในส่วนของการจัดการทรัพยากรป่าไม้และพื้นที่สีเขียว และยังเป็นหน่วยประสานงานกลางของอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศซึ่งจะเป็นผู้นำเสนอ NDC ของประเทศในเวทีสหประชาชาติตามที่ประเทศไทยได้เข้าร่วมเป็นภาคีในความตกลงปารีส (Paris Agreement) การดำเนินงานของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในทั้ง 2 ด้านนี้จะอยู่ภายใต้แผนจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อม โดยสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นแผนหลักของกระทรวงที่ใช้เป็นกรอบในการดำเนินงานเพื่อการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ เช่น ป่าไม้ ทรัพยากรชายฝั่ง และความหลากหลายทางชีวภาพ และการจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อมของประเทศซึ่งหมายรวมถึงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกด้วยเช่นกันตลอดจนการสร้างการมีส่วนร่วมและการสื่อสารเพื่อสร้างองค์ความรู้ในการจัดการก๊าซเรือนกระจกและแนวทางการปรับตัวเพื่อรับมือผลกระทบให้กับสังคมในทุกภาคส่วนที่เป็นหนึ่งในบทบาทที่สำคัญของกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม จึงเรียกได้ว่ากระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นอีกหนึ่งหน่วยงานที่มีบทบาทสำคัญยิ่งในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพื่อมุ่งสู่การเป็นประเทศที่มี<strong>ความเป็นกลางทางคาร์บอน</strong>ได้ในการจัดการส่วนของการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์(Carbon sink)และภาพรวมในการบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกที่ต้องทำงานร่วมกับหน่วยงานอื่นที่รับผิดชอบในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ต้นทางอย่างใกล้ชิด</p>
<p><a href="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/Carbon-Neutral-14.png"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-18452" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/Carbon-Neutral-14.png" alt="ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี / SDGs" width="609" height="694" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/Carbon-Neutral-14.png 609w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/Carbon-Neutral-14-263x300.png 263w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/Carbon-Neutral-14-150x171.png 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/Carbon-Neutral-14-439x500.png 439w" sizes="(max-width: 609px) 100vw, 609px" /></a></p>
<p>นอกจากการเปลี่ยนแปลงในแต่ละภาคส่วนเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ต้นทางและการเพิ่มการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์แล้ว การพัฒนาเทคโนโลยีการดักจับ การนำใช้ประโยชน์ และการกักเก็บคาร์บอน (Carbon capture, utilization, and storage; CCU/S)ก็เป็นอีกแนวทางหนึ่งที่จำเป็นต้องมีการผลักดันอย่างจริงจัง โดย CCU/S นี้เป็นเทคโนโลยีในการดักจับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากแหล่งกำเนิดหลัก เช่น การผลิตไฟฟ้าในภาคพลังงาน หรือในภาคอุตสาหกรรมโดยเฉพาะการผลิตซีเมนต์และโลหะซึ่งคิดเป็นสัดส่วนกว่าร้อยละ 21 ของการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในภาคอุตสาหกรรม และเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี CCU/S และตั้งเป้าไปสู่<strong>ความเป็นกลางทางคาร์บอน</strong></p>
<p>นอกจาก4 กลไกหลักที่เป็นแนวทางสำคัญในการขับเคลื่อนให้เกิด<strong>ความเป็นกลางทางคาร์บอน</strong>ของประเทศ ทั้งกลไกทางการเงิน เทคโนโลยีและนวัตกรรม และการปรับตัวของภาคขนส่งและอุตสาหกรรมแล้ว ยังมีปัจจัยส่งเสริมที่จะช่วยให้เป้าหมายในการมุ่งสู่ความเป็นกลางของคาร์บอนของประเทศสามารถประสบความสำเร็จอีก3 ด้าน ได้แก่</p>
<p>1) การจัดการความรู้ (Knowledge management) อย่างเป็นระบบเพื่อการถ่ายทอดสู่สาธารณะทั้งในรูปแบบของการประชาสัมพันธ์ (Public Relation; PR)และการสร้างแบรนด์ (Branding) ของการเป็นสังคมไทยที่มุ่งสู่<strong>ความเป็นกลางทางคาร์บอน</strong></p>
<p>2) การจัดการข้อมูล (Data management) เพื่อรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องที่สามารถวัดผล รายงานผล และตรวจสอบพิสูจน์ผลได้อย่างเป็นระบบเพื่อให้เกิดการจัดการก๊าซเรือนกระจกในภาพรวมอย่างมีประสิทธิภาพ ข้อมูลที่ถูกต้องและน่าเชื่อถือนี้มีความจำเป็นอย่างยิ่งในการออกแบบนโยบายหรือมาตรการที่มีประสิทธิภาพของภาครัฐเช่น การดำเนินการจัดทำศูนย์ข้อมูล หรือ Sensor เพื่อตรวจวัดข้อมูลในระบบ Real time</p>
<p>3) การวิจัยและพัฒนา (Research and Development; R&amp;D)ที่อาจนำไปสู่การลงทุนของภาคเอกชนหรือภาครัฐในกิจกรรมที่มีความสำคัญ</p>
<p>ปัจจัยทั้ง 3 ด้านนี้เป็นหลักการเช่นเดียวกับความพยายามในการจัดการปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กทั้งPM2.5 และ PM10ดังตัวอย่างในโครงการ Sensor for All ที่อาศัยทั้งเทคโนโลยีในการตรวจวัด ส่งข้อมูล และการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อแสดงผล การสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับสังคมผ่านช่องทางต่าง ๆ และการวิจัยและพัฒนาจากข้อมูลที่ได้รับ เช่น การพัฒนาระบบคาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นในอนาคต ซึ่งปัจจัยทั้ง 3 ด้านนี้จะช่วยส่งเสริมให้การบริหารจัดการปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กมีประสิทธิภาพสูงขึ้น เช่นเดียวกันกับการมุ่งสู่สังคมที่มี<strong>ความเป็นกลางทางคาร์บอน</strong> การสร้างปัจจัยทุกด้านให้มีความพร้อมจึงเป็นสิ่งที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในการขับเคลื่อนทุกกลไกและสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาเครื่องมือที่จำเป็น ดังนั้น การเตรียมความพร้อมในเชิงโครงสร้างในการจัดตั้งหน่วยงานที่มีความเป็นกลางและน่าเชื่อถือเพื่อการจัดการองค์ความรู้ จัดการข้อมูล และช่วยกำหนดทิศทางการวิจัยและพัฒนาที่จำเป็น จึงน่าจะเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่ควรพิจารณาในการสร้างระบบนิเวศสำหรับการขับเคลื่อน<strong>ความเป็นกลางทางคาร์บอน</strong>ของประเทศ</p>
<p>ฤโดยสรุปแล้ว ในการขับเคลื่อนประเทศไทยเพื่อมุ่งสู่สังคมเป็นกลางทางคาร์บอน จำเป็นต้องมีการสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาดในทุกภาคส่วน มีการพัฒนาประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ยกระดับเศรษฐกิจหมุนเวียนเพื่อก่อให้เกิดความยั่งยืนในภาคอุตสาหกรรม รวมทั้ง การเพิ่มพื้นที่สีเขียวเพื่อดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ดังนั้น แนวทางในการสนับสนุนการดำเนินการดังกล่าวประกอบด้วย</p>
<p>• ภาครัฐควรมีบทบาทนำในการพัฒนาประเทศไปสู่สังคมเป็นกลางทางคาร์บอนเนื่องจาก การดำเนินการตามนโยบายดังกล่าวมีความเชื่อมโยงกับหลายหน่วยงานและภาคส่วน ในหลายระดับทั้งระดับระหว่างประเทศ ระดับภูมิภาค ระดับประเทศ และระดับท้องถิ่น จึงจำเป็นต้องมีกรอบแนวทางและนโยบายที่สอดคล้องกัน นอกจากนี้ ภาครัฐควรมีบทบาทในการสนับสนุนทั้งในเชิงนโยบายการเงิน และการลงทุนสร้างสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน (Infrastructure) เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมเป็นกลางทางคาร์บอน รวมทั้งภาครัฐควรเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับภาคเอกชนและภาคส่วนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ในการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ตลอดจน สร้างเครื่องมือติดตามประเมินผลที่มีตัวชี้วัดและการรวบรวมข้อมูลที่ใช้ในการประเมินผลและจัดการข้อมูล (Data Management) โดยการจัดตั้งศูนย์ข้อมูลหรือ Sensor เพื่อรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องที่สามารถวัดผล รายงานผล และตรวจสอบพิสูจน์ผลได้อย่างเป็นระบบเพื่อให้เกิดการจัดการก๊าซเรือนกระจกในภาพรวมอย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p>• มาตรการทางสังคมเพื่อสนับสนุนกิจกรรม<strong>ความเป็นกลางทางคาร์บอน</strong>การสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการสนับสนุนการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในกระบวนการกำหนดนโยบายเป็นสิ่งสำคัญในการบรรลุเป้าหมายดังกล่าว โดยควรมีการให้ความรู้และประชาสัมพันธ์ข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมรวมทั้งมีการเสริมสร้างศักยภาพผู้ประกอบการ บุคลากรที่เกี่ยวข้อง แรงงาน และนิสิตนักศึกษา เพื่อเตรียมตัวรองรับกับการเปลี่ยนผ่านไปสู่ธุรกิจสีเขียวในอนาคตตลอดจนมีการสร้างแบรนด์ (Branding) ของการเป็นสังคมไทยที่มุ่งสู่<strong>ความเป็นกลางทางคาร์บอน</strong> เพื่อก่อให้เกิดการรับรู้ในวงกว้าง</p>
<p>• มาตรการด้านเทคโนโลยีนวัตกรรมและการเงิน การวิจัยและพัฒนาเกี่ยวกับเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อรองรับสังคมสีเขียวและความท้าทายจากปัญหาการเปลี่ยนแปลงมีส่วนสำคัญยิ่งต่อการสร้างเทคโนโลยีคาร์บอนต่ำ ซึ่งภาครัฐและเอกชนควรมีการสนับสนุนทางการเงินและแรงจูงใจเพื่อกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาและใช้เทคโนโลยีสะอาดเพื่อสร้างความยั่งยืนในประเทศ ตลอดจนพัฒนาเครื่องมือทางการเงินและกลไกตลาด เช่น การสร้างกลไกราคาคาร์บอน (Carbon pricing) การซื้อขายก๊าซเรือนกระจก (Emissions TradingScheme; ETS) และมาตรการอื่น ๆ ที่มีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับบริบทของประเทศ</p>
<p><strong>ในการนี้ จะเห็นได้ว่าการออกแบบนโยบายหรือมาตรการที่มีประสิทธิภาพของภาครัฐ ตลอดจนความร่วมมือและการลงทุนของภาคเอกชนหรือภาครัฐในกิจกรรมที่เกี่ยวข้องรวมทั้งการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจะมีส่วนช่วยให้เกิดความสมดุลระหว่างการขับเคลื่อนเศรษฐกิจกับการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ และบรรลุเป้าหมายในการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศตามที่ได้กำหนดไว้ในยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี หรือใน NDC ของประเทศ และสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน รวมทั้งนำไปสู่การสร้างสังคมเป็นกลางทางคาร์บอนที่ควบคู่ไปกับการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่สมดุลกับการใช้ประโยชน์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับประชาชนได้อย่างยั่งยืน</strong></p>
<hr />
<p><a href="#_ftnref1" name="_ftn1">[1]</a>Social Cost of Carbon(SCC) เป็นการประมาณต้นทุนที่สังคมจะต้องแบกรับจากผลกระทบที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเนื่องมาจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกซึ่งได้มีการประมาณโดยหลายหน่วยงานจึงมีอัตราค่า SCC ที่มีการรายงานไว้กว่า 200 ค่าที่แตกต่างกัน โดยผลการศึกษาที่เป็นที่ยอมรับได้จะอยู่ในช่วง 192–3,133 บาทต่อตันคาร์บอน และมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 483 บาทต่อตันคาร์บอน (ที่มา : กรมสรรพสามิต)</p>
<p><span style="text-decoration: underline;">เอกสารอ้างอิง</span></p>
<ul>
<li>Baiping Chen, Lars Fæste, Rune Jacobsen, Ming Teck Kong, Dylan Lu, and Thomas Palme. (2020). How China Can Achieve Carbon Neutrality by 2060. (Online). Available : https://www.bcg.com/publications/-2020/how-china-can-achieve-carbon-neutrality-by-2060</li>
<li>Bloomberg Green. (2021). Forestry giant Chile needs more trees to zero out emissions. (Online). Available : https://www.bloomberg.com/news/features/2021-03-18/forestry-giant-chile-needs-more-trees-to-zero-out-emissions</li>
<li>Climate action tracker. (2020). Chile. (Online). Available : https://climateactiontracker.org/countries/chile/</li>
<li>Climate action tracker. (2020). China. (Online). Available : https://climateactiontracker.org/countries/china/</li>
<li>Climate action tracker. (2020). Norway. (Online). Available : https://climateactiontracker.org/countries/-norway/</li>
<li>Climate Action Tracker. (2020). Paris Agreement turning point Wave of net zero targets reduces warming estimate to 2.1°C in 2100 All eyes on 2030 targets. (Online). Available : https://climateactiontracker-.org/documents/829/CAT_2020-12-01_Briefing_GlobalUpdate_Paris5Years_Dec2020.pdf</li>
<li>Climate home news. (2019). Which countries have a net zero carbon goal?. (Online). Available : https://www.climatechangenews.com/2019/06/14/countries-net-zero-climate-goal/</li>
<li>Climate works foundation. (2020). China pledged net-zero emissions by 2060. Here’s what it will take to get there. (Online). Available : https://www.climateworks.org/blog/china-pledged-net-zero-emissions-by-2060-heres-what-it-will-take-to-get-there/</li>
<li>Department of the Environment, Climate and Communications. (2021). Climate Action and Low Carbon Development (Amendment) Bill 2021. (Online). Available : https://www.gov.ie/en/publication/984d2-climate-action-and-low-carbon-development-amendment-bill-2020/</li>
<li>Edie newsroom. (2021). US takes step towards 2050 net-zero target with sweeping climate bill. (Online). Available : https://www.edie.net/news/11/US-takes-step-towards-2050-net-zero-target-with-sweeping-climate-bill/</li>
<li>Energy &amp; Climate Intelligent Unit. (2021). Net zero tracker. (Online). Available : https://eciu.net/-netzerotracker</li>
<li>European Alternative Fuels Observatory. Ireland. (Online). Available : https://www.eafo.eu/countries/-ireland/1738/incentives</li>
<li>European commission. (2020). Communication from the commission to the European parliament, the council, the European economic and social committee and the committee of the regions. (Online). Available : https://ec.europa.eu/energy/sites/ener/files/eu_methane_strategy.pdf</li>
<li></li>
<li>European Commission. (2020). Fossil CO2 emissions of all world countries. (Online). Available : https://edgar.jrc.ec.europa.eu/report_2020#emissions_table</li>
<li>European Union. (2019). Going CLIMATE-NEUTRAL by 2050. (Online). Available : https://ec.europa.eu/-clima/sites/clima/files/long_term_strategy_brochure_en.pdf</li>
<li>Evaluation of manure management systems in Europe. (Online). Available : https://core.ac.uk/-download/pdf/46606176.pdf</li>
<li>Gas Networks Ireland. Vision 2050 A Net Zero Carbon Gas Network for Ireland. (Online). Available : https://www.gasnetworks.ie/vision-2050/future-of-gas/GNI_Vision_2050_Report_Final.pdf</li>
<li>Green network. (2020). กระทรวงอุตสาหกรรม เดินหน้าผลักดัน Roadmap พัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า ตั้งเป้าผลิตยานยนต์ไฟฟ้า 30% ในปี 2030. (Online). Available : https://www.greennetworkthailand.com/roadmap-%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B9%8C%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%9F%E0%B9%89%E0%B8%B2/</li>
<li>IEA. (2020). CCUS in Clean Energy Transitions, IEA, Paris https://www.iea.org/reports/ccus-in-clean-energy-transitions</li>
<li>James Glynn, Maurizio Gargiulo, Alessandro Chiodi, Paul Deane, Fionn Rogan &amp; Brian Ó Gallachóir (2019) Zero carbon energy system pathways for Ireland consistent with the Paris Agreement, Climate Policy, 19:1, 30-42, DOI: 10.1080/14693062.2018.1464893</li>
<li>JEFF ST. JOHN. (2021). A State-by-State Model of the US Net-Zero-Carbon Future. (Online). Available : https://www.greentechmedia.com/articles/read/to-zero-carbon-is-preferable-to-reachin</li>
<li>Joe Myers. (2015). What are Europe’s biggest sources of carbon emissions?. (Online). Available : https://www.weforum.org/agenda/2015/11/what-are-europes-biggest-sources-of-carbon-emissions/</li>
<li>Lu, Yuehong&amp; Khan, Zafar &amp; Alvarez-Alvarado, Manuel &amp; Zhang, Yang &amp; Huang, Zhijia&amp; Imran, Muhammad. (2020). A Critical Review of Sustainable Energy Policies for the Promotion of Renewable Energy Sources. Sustainability. 12. 5078. 10.3390/su12125078.</li>
<li>Ministry of Environment. (2016). Chile’s second biennial update report on climate change. (Online). Available : https://mma.gob.cl/wp-content/uploads/2017/04/2016_2BUR_en_CL.pdf</li>
<li>NFU. (2019). Achieving NET ZERO farming’s 2040 goal. (Online). Available : https://www.nfuonline.com/nfu-online/business/regulation/achieving-net-zero-farmings-2040-goal/</li>
<li>SalonyRajbhandari&amp;BunditLimmeechokchai (2021) Assessment of greenhouse gas mitigation pathways for Thailand towards achievement of the 2°C and 1.5°C Paris Agreement targets, Climate Policy, 21:4, 492-513, DOI: 10.1080/14693062.2020.1857218</li>
<li>The White House. (2021). FACT SHEET: President Biden Sets 2030 Greenhouse Gas Pollution Reduction Target Aimed at Creating Good-Paying Union Jobs and Securing U.S. Leadership on Clean Energy Technologies. (Online). Available : https://www.whitehouse.gov/briefing-room/statements-releases/2021/04/22/fact-sheet-president-biden-sets-2030-greenhouse-gas-pollution-reduction-target-aimed-at-creating-good-paying-union-jobs-and-securing-u-s-leadership-on-clean-energy-technologies/</li>
<li>UNFCCC. (2020). Norway’s long-term low-emission strategy for 2050. (Online). Available : https://unfccc.int/sites/default/files/resource/LTS1_Norway_Oct2020.pdf</li>
<li>Union of concerned scientists. (2021). Cooler Smarter: Geek Out on the Data!. (Online). Available : https://www.ucsusa.org/resources/cooler-smarter-geek-out-data</li>
<li>Worldometer. CO2 Emissions. (Online). Available : https://www.worldometers.info/co2-emissions/</li>
<li>Zhorea Garcia. (2020). Electric Car Industry in China Gets Tax Relief and Incentives. (Online). Available : https://www.sjgrand.cn/electric-car-industry-china-tax-relief-incentives/</li>
<li>กรมสรรพสามิต. การจัดการความรู้ (KM) เรื่อง การพัฒนากฎหมายการจัดเก็บภาษีคาร์บอน. (Online). Available : https://www.excise.go.th/cs/groups/public/documents/document/mjaw/mdyx/~edisp/webportal16200061848.pdf</li>
</ul>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%99/">ปรับกระบวนทัศน์การพัฒนาเพื่อมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนของสังคมไทย</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>TBCSD ร่วมกับ TEI จัดงานพิธีมอบใบรับรองประเภทต่างๆ</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/tbcsd-tei-%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b9%83%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%87/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/tbcsd-tei-%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b9%83%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%87/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 02 Oct 2019 04:15:28 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Report]]></category>
		<category><![CDATA[TBCSD]]></category>
		<category><![CDATA[TBCSD Green Meetings]]></category>
		<category><![CDATA[TEI]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[การประชุมสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[การปล่อยก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[การผลิตพลังงานหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[การใช้พลังงานหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[ฉลากลดคาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[ฉลากเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[พิธีมอบใบรับรอง]]></category>
		<category><![CDATA[หลัก 3Rs]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=9624</guid>

					<description><![CDATA[<p>1 ตุลาคม 2562 &#8211; องค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Thailand Business Council for Sustainable Development : TBCSD) ร่วมกับ มูลนิธิสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) จัดงานพิธีมอบใบรับรองที่เกี่ยวข้องกับการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน ได้แก่ ฉลากลดคาร์บอน ฉลากเขียว การใช้หรือผลิตพลังงานหมุนเวียน และการประชุมสีเขียว TBCSD ร่วมกับ TEI ริเริ่มจัดโครงการ TBCSD Green Meetings ขึ้น&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/tbcsd-tei-%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b9%83%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%87/">TBCSD ร่วมกับ TEI จัดงานพิธีมอบใบรับรองประเภทต่างๆ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>1 ตุลาคม 2562 &#8211; องค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Thailand Business Council for Sustainable Development : TBCSD) ร่วมกับ มูลนิธิสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) จัดงานพิธีมอบใบรับรองที่เกี่ยวข้องกับการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน ได้แก่ ฉลากลดคาร์บอน ฉลากเขียว การใช้หรือผลิตพลังงานหมุนเวียน และการประชุมสีเขียว</strong><span id="more-9624"></span></p>
<p><a href="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/TBCSD-TEI.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-9631 size-full alignnone" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/TBCSD-TEI.jpg" alt="TBCSD ร่วมกับ TEI จัดงานพิธีมอบใบรับรองประเภทต่างๆ" width="876" height="235" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/TBCSD-TEI.jpg 876w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/TBCSD-TEI-300x80.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/TBCSD-TEI-768x206.jpg 768w" sizes="(max-width: 876px) 100vw, 876px" /></a></p>
<p><strong>TBCSD</strong> ร่วมกับ <strong>TEI</strong> ริเริ่มจัดโครงการ <strong>TBCSD Green Meetings</strong> ขึ้น เพื่อรณรงค์ให้องค์กรทั้งภาครัฐและภาคเอกชนนำแนวทางการจัดประชุมสีเขียวในองค์กรไปประยุกต์ใช้ เพื่อส่งเสริมให้เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและลดผลกระทบของสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากการจัดงานประชุม/สัมมนา ซึ่งโครงการ TBCSD Green Meetings มีการดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ. 2554 จนถึงปัจจุบัน (ปี 2562) มีองค์กรทั้งภาครัฐและภาคเอกชนที่เข้าร่วมโครงการ Green Meetings แล้วทั้งสิ้น 169 องค์กร ทั้งนี้ จากการตรวจประเมินตามแนวทางการจัดประชุมสีเขียวในองค์กรทั้ง 5 ขั้นตอน ตลอดระยะเวลา 7 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่เริ่มดำเนินโครงการฯ พบว่า องค์กรที่เข้าร่วมได้ให้ความสำคัญและมีการดำเนินการที่สอดคล้องตามแนวทางการจัดประชุมสีเขียวในประเด็นต่างๆ ดังนี้</p>
<p><a href="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/TBCSD-Green-Meetings.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-9630 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/TBCSD-Green-Meetings.jpg" alt="TBCSD Green Meetings" width="640" height="153" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/TBCSD-Green-Meetings.jpg 640w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/TBCSD-Green-Meetings-300x72.jpg 300w" sizes="(max-width: 640px) 100vw, 640px" /></a></p>
<p><strong>ประเด็นที่ 1</strong> <span style="color: #6cb742;"><strong>ด้านการเรียนเชิญและการประชาสัมพันธ์การจัดประชุม (Green Invitation)</strong></span> พบว่า ทุกองค์กรที่เข้าร่วมโครงการฯ มีการสื่อสารประชาสัมพันธ์และการเรียนเชิญประชุมผ่านระบบดิจิตอล (Digital) และเครือข่ายสังคมออนไลน์ (Social Network) ที่มีความทันสมัยและมีประสิทธิภาพ ได้แก่ การสื่อสารผ่านอินเทอร์เน็ต (Internet) เว็บไซต์ (website) ระบบเครือข่ายภายในองค์กร (Intranet) จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (E-mail) เฟซบุ๊ค (Facebook) และกลุ่มไลน์องค์กร (Line Application) เพื่อความสะดวกรวดเร็วและประหยัดทรัพยากร</p>
<p><strong>ประเด็นที่ 2</strong> <span style="color: #6cb742;"><strong>ด้านการจัดเตรียมเอกสาร (Green Document)</strong></span> พบว่า มีการจัดส่งเอกสารการประชุมผ่านทางระบบอีเมล และการใช้ QR Code เพื่อดาวน์โหลดเอกสาร โดยองค์กรที่เข้าร่วมโครงการฯ ส่วนใหญ่เลือกใช้กระดาษและเครื่องถ่ายเอกสารที่ได้รับการรับรองฉลากสิ่งแวดล้อม ได้แก่ <strong>ฉลากเขียว</strong> (Green Label) อันเป็นสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรอง<strong>ฉลากเขียว</strong>จะเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีองค์ประกอบ กระบวนการผลิต การใช้ตลอดจนถึงการทิ้งทำลายที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยกว่าสินค้าประเภทเดียวกันที่ไม่ได้รับการรับรอง เป็นการแสดงออกถึงการให้ความสาคัญต่อการรักษาสิ่งแวดล้อม ตามข้อกำหนดเรื่อง “การจัดซื้อจัดจ้างสีเขียว” (Green Procurement) ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวถือเป็นอีกบทบาทหนึ่งขององค์กรในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม ที่มีส่วนช่วยผลักดันให้เกิดกระบวนการผลิตสินค้าที่มีคุณภาพและเกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมต่ำ อีกทั้งกระตุ้นให้เกิดความตระหนักในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น และยังเป็นการตอบสนองนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างสีเขียวของภาครัฐ อันจะก่อให้เกิดการส่งเสริมการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรมขึ้นได้</p>
<p><strong>ประเด็นที่ 3</strong> <span style="color: #6cb742;"><strong>ด้านการจัดเตรียมสถานที่/อุปกรณ์ (Green Arrangement)</strong></span> พบว่า ทุกองค์กรที่เข้าร่วมโครงการฯ มีการวางแผนการจัดการพลังงาน โดยเลือกใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าแบบประหยัดพลังงานที่มีการรับรองฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 และฉลากประหยัดพลังงาน Energy Star ที่ช่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ช่วยให้ผู้บริโภคประหยัดพลังงานไฟฟ้าและประหยัดค่าใช้จ่าย ซึ่งสินค้าที่มีสัญลักษณ์ Energy Star เป็นสินค้าที่ผ่านการรับรองมาตรฐานการผลิตสินค้าที่ช่วยประหยัดพลังงานได้ถึง 30% โดยวัสดุที่นำมาผลิตสินค้าหลีกเลี่ยงการใช้วัสดุอันตรายหรือใช้ให้น้อยที่สุด ส่งผลให้ช่วยลดโลกร้อนได้อีกทางหนึ่งด้วย และการประชุมทางไกลผ่านระบบ Video Conference เพื่อประหยัดเวลาและลดการสิ้นเปลืองทรัพยากรและพลังงานในการเดินทาง รวมทั้ง การจัดเตรียมถังขยะส่วนกลางอย่างเพียงพอและติดป้ายแสดงสถานะของขยะประเภทต่างๆ อย่างชัดเจน เพื่อให้ง่ายต่อการคัดแยก การกำจัด และการนำกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่อย่างมีประสิทธิภาพและไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม</p>
<p><strong>ประเด็นที่ 4</strong> <span style="color: #6cb742;"><strong>ด้านการจัดเตรียมอาหารและเครื่องดื่ม (Green Catering)</strong></span> พบว่า อาหารที่ใช้ในการจัดเลี้ยงส่วนใหญ่เป็นสินค้าที่มาจากชุมชนท้องถิ่น ถือเป็นการช่วยสนับสนุนชุมชนให้มีรายได้ และเป็นการลดการใช้พลังงานเชื้อเพลิงในการขนส่ง โดยในการจัดประชุมแต่ละครั้งจะจัดเตรียมอาหารให้พอดีกับจำนวนของผู้เข้าร่วมประชุมเพื่อลดการสูญเสียอาหาร (food loss) และลดการเกิดขยะอาหาร (food waste) ในส่วนของภาชนะที่นำมาบรรจุอาหารเป็นภาชนะที่มีความคงทนสามารถนากลับมาใช้ได้ใหม่ หรือใช้วัสดุธรรมชาติที่สามารถย่อยสลายได้และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม แทนการใช้โฟมและพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง (Single-Use Plastic) เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายการดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาขยะพลาสติกและปัญหาขยะอาหารของประเทศเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม</p>
<p>และสุดท้าย<strong>ประเด็นที่ 5</strong> <span style="color: #6cb742;"><strong>ด้านการจัดเตรียมอื่นๆ (Environmental Better)</strong></span> พบว่า มีการรณรงค์ส่งเสริมและมีการดำเนินกิจกรรมด้านต่างๆ เพื่อลดการใช้ทรัพยากรและพลังงาน (รวมถึงพลังงานไฟฟ้าและพลังงานเชื้อเพลิง) และลดปริมาณขยะ/ของเสียไปยังหลุมฝังกลบให้เป็นศูนย์ (Zero Waste) ภายใต้หลักการ <strong>3Rs</strong> ได้แก่ <strong>การลดการใช้ (Reduce)</strong> <strong>การใช้ซ้า (Reuse)</strong> และ<strong>การนำกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ (Recycle)</strong> รวมถึงการนำขยะมาสร้างมูลค่าเพิ่มโดยการสร้างให้เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ (Upcycle) อีกทั้ง มีการติดตามตรวจสอบและประเมินผลการลดก๊าซเรือนกระจกขององค์กร</p>
<p>จากข้อมูลข้างต้น ชี้ให้เห็นว่าองค์กรต่างๆ โดยเฉพาะองค์กรภาคเอกชน มีความพร้อมและมีความพยายามอย่างต่อเนื่องในการดำเนินการด้านต่างๆ ที่เป็นการส่งเสริมการปฏิบัติตามแนวทางการจัดประชุมสีเขียวในองค์กร เพื่อลดผลกระทบทางลบต่อสิ่งแวดล้อม จึงถือว่าเป็นนิมิตหมายที่ดีที่องค์กรภาคเอกชนไทยมาร่วมผนึกกำลัง เพื่อส่งเสริมให้เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ตลอดจนเพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซึ่งนอกจากจะส่งผลดีต่อองค์กร และพนักงานในองค์กรแล้วนั้น ยังก่อประโยชน์ในด้านอื่นๆ ให้แก่ประเทศ อีกด้วย</p>
<h2>ฉลากลดคาร์บอน</h2>
<p>การรับรองการลดหรือหลีกเลียงการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสาหรับผลิตภัณฑ์โดยมูลนิธิสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย หรือเรียกสั้นๆว่า “<strong>ฉลากลดคาร์บอน</strong>” คือ ฉลากที่แสดงถึงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อหน่วยผลิตภัณฑ์หรือบริการ โดยพิจารณาจากการใช้วัตถุดิบ การใช้ไฟฟ้า การใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล ปริมาณและวิธีการจัดการของเสียที่เกิดขึ้นในกระบวนการผลิต นับตั้งแต่เริ่มดำเนินโครงการฯ จนถึงปัจจุบัน (ตุลาคม 2562) มีจานวนผลิตภัณฑ์ที่ขอการรับรองแล้ว 251 ผลิตภัณฑ์ จาก 50 บริษัท โดยมีผลิตภัณฑ์ที่อยู่ในระหว่างอนุญาตให้ใช้ฉลากลดคาร์บอน จานวน 163 ผลิตภัณฑ์ จาก 32 บริษัท โดยแบ่งตามกลุ่มอุตสาหกรรมดังนี้ (ข้อมูล ณ ตุลาคม 2562)</p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/green-meeting-business.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-9629 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/green-meeting-business.jpg" alt="กลุ่มอุตสาหกรรม ที่เข้ารับมอบใบรับรองที่เกี่ยวข้องกับการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน" width="640" height="323" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/green-meeting-business.jpg 640w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/green-meeting-business-300x151.jpg 300w" sizes="(max-width: 640px) 100vw, 640px" /></a></p>
<p>ผลิตภัณฑ์ทั้งหมดที่เข้าร่วมโครงการฯ สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้รวม 5,997 พันตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี</p>
<figure id="attachment_9639" aria-describedby="caption-attachment-9639" style="width: 350px" class="wp-caption alignright"><a href="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/cabon-label.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-9639" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/cabon-label.jpg" alt="ฉลากลดคาร์บอน" width="350" height="419" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/cabon-label.jpg 380w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/cabon-label-251x300.jpg 251w" sizes="(max-width: 350px) 100vw, 350px" /></a><figcaption id="caption-attachment-9639" class="wp-caption-text">ฉลากลดคาร์บอน</figcaption></figure>
<p>นอกจากนี้ <strong>มูลนิธิสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย</strong> ได้เห็นถึงความจำเป็นที่ภาคส่วนต่าง ๆที่เกี่ยวข้องจะต้องร่วมมือกันในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก จึงได้ให้ความสำคัญกับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคพลังงาน เนื่องจากมีสัดส่วนการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูง และเพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนพลังงานในอนาคตจึงได้ดำเนินการให้การรับรองการใช้หรือผลิตพลังงานหมุนเวียนเพื่อยกย่องเชิดชูองค์กรหรือหน่วยงานที่มีการใช้หรือผลิตพลังงานหมุนเวียนอันจะนำไปสู่การเกิดความยั่งยืนด้านพลังงานของประเทศ การรับรองใช้หรือผลิตพลังงานหมุนเวียน แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ “<strong>ฉลากสีทอง</strong>” สาหรับองค์กรที่ผลิตหรือจัดหาพลังงานเพื่อใช้ภายในบริษัท และ“<strong>ฉลากสีเขียว</strong>” สาหรับองค์กรที่มีการผลิตหรือจัดหาพลังงานเพื่อจำหน่าย นับแต่เริ่มดำเนินโครงการฯ จนถึงวันที่ 1 ตุลาคม 2562 มีบริษัทที่ได้รับการรับรองฯแล้ว 7 บริษัทและอยู่ระหว่างอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายรับรองฯ จำนวน 3 บริษัท โดยโครงการที่ได้รับการรับรองฯสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 204,614 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี</p>
<p>จาก<strong>การคาดการณ์การปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย</strong>ในกรณีที่ไม่มีการดำเนินมาตรการลดก๊าซเรือนกระจกใด ๆ ประเทศไทยมีปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพิ่มขึ้นจาก 279,129 พันตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (kt-CO2eq) ในปี พ.ศ.2548 เป็น 554,649 พันตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ในปี พ.ศ. 2573 หรือคิดเป็นอัตราการเพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 2.8 ต่อปี โดยสาขาที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากที่สุดได้แก่ <span style="color: #6cb742;"><strong>สาขาพลังงาน</strong></span> มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพิ่มมากขึ้นสอดคล้องกับความต้องการพลังงานขั้นสุดท้าย โดยปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพิ่มขึ้นจาก 200,392 พันตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ในปี พ.ศ.2548 เป็น 525,649 พันตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ในปี พ.ศ.2573 หรือ คิดเป็นร้อยละ 71.8 และ 76.7 ของปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในปี 2548 และ 2573 ตามลำดับ คิดเป็นอัตราการเพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 3.1 สะท้อนให้เห็นว่าปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากสาขาพลังงาน ในกรณีไม่มีมาตรการ มีแนวโน้มเพิ่มขี้นอย่างต่อเนื่อง</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>สาขากระบวนการอุตสาหกรรมและการใช้ผลิตภัณฑ์</strong></span> มีปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพิ่มขึ้นจาก 19,565 พันตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าในปี พ.ศ. 2548 เป็น 32,360 พันตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ในปี 2573 หรือคิดเป็นร้อยละ 7.0 และ 5.8 ของปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทยในปี พ.ศ. 2548 และ พ.ศ. 2573 ตามลำดับ และคิดเป็นอัตราการเพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 2.0 ต่อปี (ที่มา: แผนที่นำทางการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย ปี พ.ศ. 2564 – 2573)</p>
<p>จากการคาดการณ์ตัวเลขดังกล่าว ทำให้ภาครัฐได้กำหนดมาตรการต่าง ๆ รวมทั้งสิ้น 15 มาตรการ และได้กำหนดแนวทางในการขับเคลื่อนและติดตามประเมินผลการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศปี พ.ศ.2564 – 2573 และหนึ่งในแนวทางที่น่าสนใจคือ การสร้างแรงจูงใจ การให้สิทธิประโยชน์แก่ผู้ประกอบการ โดยอาจเป็นการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีต้นทุน เช่น การยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและภาษีเงินได้นิติบุคคล การลดภาษี การลดอัตราอากร การยกเว้นศุลกากร สาหรับเครื่องจักร/วัสดุและอุปกรณ์สาหรับกระบวนการทางานที่ลดการก๊าซเรือนกระจกได้ หรืออาจเป็นมาตรการที่ไม่ใช่การให้สิทธิประโยชน์ทางภาษี อาทิ การให้รางวัลหรือการประกาศเกียรติคุณ นอกจากนี้ยังได้พูดถึงการใช้เครื่องมือทางเศรษฐศาสตร์เพื่อสนับสนุนการลดก๊าซเรือนกระจก และสร้างแรงจูงใจในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เช่น การจัดเก็บภาษีมลพิษ การเก็บค่าธรรมเนียมการใช้สินค้าที่ก่อมลพิษสูง การจัดเก็บค่าธรรมเนียมผลิตภัณฑ์ ระบบมัดจำ-คืนเงิน (Deposit-Refund System) บรรจุภัณฑ์ต่างๆ โดยเน้นหลัก <strong>3Rs</strong> การจัดเก็บค่าธรรมเนียมฝังกลบขยะ เป็นต้น</p>
<h2>ฉลากเขียว</h2>
<figure id="attachment_9628" aria-describedby="caption-attachment-9628" style="width: 360px" class="wp-caption alignright"><a href="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/green-label-thailand.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-9628" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/green-label-thailand.jpg" alt="ฉลากเขียว" width="360" height="360" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/green-label-thailand.jpg 400w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/green-label-thailand-150x150.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/green-label-thailand-300x300.jpg 300w" sizes="(max-width: 360px) 100vw, 360px" /></a><figcaption id="caption-attachment-9628" class="wp-caption-text">ฉลากเขียว</figcaption></figure>
<p><strong>ฉลากเขียวของประเทศไทย</strong> ริเริ่มขึ้นโดยองค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Thailand Business Council for Sustainable Development, TBCSD) เมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ. 2536 และได้รับความเห็นชอบและความร่วมมือจากกระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม และหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ให้ปฏิบัติออกมาเป็นรูปธรรม</p>
<p><strong>ฉลากเขียว</strong>เป็นหน่วยงานอิสระที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าและบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ที่มีความเป็นกลาง เชื่อถือได้ ตลอดจนดูแลควบคุมคุณภาพทางสิ่งแวดล้อม โดยส่งเสริมให้เกิดความตระหนักและป้องกันมลพิษที่อาจเกิดขึ้นตลอดทั้งวัฎจักรชีวิต อย่างเป็นระบบและโปร่งใส เนื่องจาก <strong>สินค้าสีเขียว</strong> ที่มีจาหน่ายในท้องตลาดในปัจจุบันเกิดจากการประชาสัมพันธ์ของผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่ายโดยอิสระเท่านั้น</p>
<p><strong>ฉลากเขียว</strong> เป็นฉลากที่มอบให้กับผลิตภัณฑ์ที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยกว่า เมื่อเปรียบเทียบกับผลิตภัณฑ์ที่ทำหน้าที่อย่างเดียวกัน โดยที่ผลิตภัณฑ์ยังมีคุณภาพตามมาตรฐานที่กำหนด ซึ่ง<strong>ฉลากเขียว</strong>ที่ติดอยู่กับผลิตภัณฑ์จะเป็นข้อมูลให้ผู้บริโภคทราบว่าผลิตภัณฑ์นั้นเน้นคุณค่าทางสิ่งแวดล้อม วัตถุประสงค์ของ<strong>ฉลากเขียว</strong>มาจากแนวคิดและความต้องการให้ประเทศไทยมีการพัฒนาอย่างยั่งยืนโดยยึดหลักการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศควบคู่ไปกับการป้องกันรักษาสิ่งแวดล้อม การขออนุญาตใช้<strong>ฉลากเขียว</strong>เป็นความสมัครใจของผู้ผลิต ไม่ได้เป็นข้อบังคับนั่นแสดงถึงว่าบริษัทที่ได้รับอนุญาตให้ใช้<strong>เครื่องหมายรับรองฉลากเขียว</strong> มีความตระหนักและใส่ใจเรื่องสิ่งแวดล้อม ซึ่งข้อมูล ณ วันที่ 31 สิงหาคม 2562 มีผลิตภัณฑ์ที่ได้รับสิทธิ์ให้ใช้เครื่องหมายรับรองฉลากเขียวจำนวน 666 รุ่นจาก 34 กลุ่มผลิตภัณฑ์ 96 บริษัท</p>
<p><strong>ฉลากเขียว</strong>เป็นทางเลือกหนึ่ง ที่จะทำให้ผู้ผลิต ผู้บริโภค ได้มีส่วนช่วยกันในการรักษาสิ่งแวดล้อม ปัจจุบัน <strong>ฉลากเขียว</strong>มีเกฑณ์ข้อกำหนดที่สามารถให้การรับรอง ได้จำนวน 125 เกณฑ์ และแต่ละเกณฑ์มีคุณสมบัติ/ลักษณะเด่นของผลิตภัณฑ์ฉลากเขียว ที่แตกต่างกันไป</p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/TBCSD-Meeting-02.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-9648 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/TBCSD-Meeting-02.jpg" alt="TBCSD ร่วมกับ TEI จัดงานพิธีมอบใบรับรองประเภทต่างๆ" width="900" height="598" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/TBCSD-Meeting-02.jpg 900w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/TBCSD-Meeting-02-300x199.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/TBCSD-Meeting-02-768x510.jpg 768w" sizes="(max-width: 900px) 100vw, 900px" /></a></p>
<p><strong>โดยในการมองใบรับรองแต่ละประเภท ในครั้งนี้ ประกอบด้วย</strong></p>
<ol>
<li>ใบรับรอง Green Meetings
<ul>
<li>ใบรับรอง Green Meetings Plus จำนวน 3 หน่วยงาน</li>
<li>ใบรับรอง Green Meetings Plus และ ใบรับรอง Green Meetings จำนวน 18 หน่วยงาน</li>
<li>ใบรับรอง Green Meetings จำนวน 29 หน่วยงาน</li>
</ul>
</li>
<li>ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับฉลากลดคาร์บอนทั้งสิ้น จำนวน 55 ผลิตภัณฑ์</li>
<li>โล่เชิดชูเกียรติ เพื่อแสดงถึงความมุ่งมั่นและมีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่องในการลดหรือหลีกเลี่ยงการปล่อยก๊าซเรือนกระจก จำนวน 2 บริษัท</li>
<li>ใบรับรองการใช้หรือผลิตพลังงานหมุนเวียน จำนวน 2 บริษัท</li>
</ol>
<p>โดยในการมอบรางวัลในครั้งนี้ ธุรกิจก๊าซเอ็นจีวี ปตท. มี 12 สถานีหลัก และ 3 สถานีบริการ ที่ได้รับใบรับรองประเภท Green Meeting รวม 16 รางวัล และ Green Meeting Plus อีก 16 รางวัล จากการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการจัดการประชุม จัดส่งเอกสาร จัดเตรียมอาหาร รวมถึงการใช้พลังงานที่ลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม ซึ่งดำเนินงานตั้งแต่บริเวณอาคารสำนักงาน รวมถึงพื้นที่ปฏิบัติงาน</p>
<p>สนใจดูรายละเอียดเพิ่มเติม และรายชื่อบริษัททั้งหมดที่ได้รับใบรับรองในแต่ละประเภทได้ ที่นี่ <a href="http://bit.ly/2p7QQrn" target="_blank" rel="nofollow noopener noreferrer">http://bit.ly/2p7QQrn</a></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/tbcsd-tei-%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b9%83%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%87/">TBCSD ร่วมกับ TEI จัดงานพิธีมอบใบรับรองประเภทต่างๆ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/tbcsd-tei-%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b9%83%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%87/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
