<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>การผลิตยานยนต์ไฟฟ้า | Green Network</title>
	<atom:link href="https://www.greennetworkthailand.com/tag/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9C%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B9%8C%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%9F%E0%B9%89%E0%B8%B2/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Fri, 27 Aug 2021 03:13:12 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.0</generator>

<image>
	<url>https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/green-network-50x50.png</url>
	<title>การผลิตยานยนต์ไฟฟ้า | Green Network</title>
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ยานยนต์ไฟฟ้าเรื่องใกล้ตัว ZEV กำลังจะมา ICE กำลังจะไป อะไรคือ 30:30</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 20 Aug 2021 06:28:58 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Energy]]></category>
		<category><![CDATA[Highlight Stories]]></category>
		<category><![CDATA[EV]]></category>
		<category><![CDATA[การผลิตยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[พิชัย ถิ่นสันติสุข]]></category>
		<category><![CDATA[ยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[ยานยนต์ไฟฟ้า ZEV]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=18588</guid>

					<description><![CDATA[<p>ยานยนต์ไฟฟ้า วลีสั้นๆ ที่หลายท่านปรามาสว่า “เกิดยาก” อย่างเก่ง Hybrid ก็ยังกล้าๆ กลัวๆ กันเลย &#8230; แต่วันนี้สิ่งที่คนเคยสบประมาท กลายเป็น คลื่นเศรษฐกิจที่มีพันธมิตรเป็น Supply Chain ระดับ BIG ที่พร้อมจะถาโถมเศรษฐกิจทุกประเทศอย่างยากที่จะหลบเลี่ยงได้ ยานยนต์ไฟฟ้าเคลื่อนทัพมาแบบ Platform พร้อมจะทดแทนทั้งตลาด รวมทั้ง Supply Chain ของยานยนต์เดิมทั้งระบบ จึงไม่แปลกที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานต้องออกมาให้นโยบายและทิศทางบ่อยครั้ง และก็ไม่แปลกที่ CEO ของบริษัทค้าน้ำมันอันดับ 1&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2/">ยานยนต์ไฟฟ้าเรื่องใกล้ตัว ZEV กำลังจะมา ICE กำลังจะไป อะไรคือ 30:30</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ยานยนต์ไฟฟ้า วลีสั้นๆ ที่หลายท่านปรามาสว่า “เกิดยาก” อย่างเก่ง Hybrid ก็ยังกล้าๆ กลัวๆ กันเลย &#8230; แต่วันนี้สิ่งที่คนเคยสบประมาท กลายเป็น คลื่นเศรษฐกิจที่มีพันธมิตรเป็น Supply Chain ระดับ BIG ที่พร้อมจะถาโถมเศรษฐกิจทุกประเทศอย่างยากที่จะหลบเลี่ยงได้ ยานยนต์ไฟฟ้าเคลื่อนทัพมาแบบ Platform พร้อมจะทดแทนทั้งตลาด รวมทั้ง Supply Chain ของยานยนต์เดิมทั้งระบบ จึงไม่แปลกที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานต้องออกมาให้นโยบายและทิศทางบ่อยครั้ง และก็ไม่แปลกที่ CEO ของบริษัทค้าน้ำมันอันดับ 1 ของประเทศต้องออกมาเคลื่อนไหว และในขณะที่คนไทยส่วนใหญ่ กำลังสาละวนอยู่กับการแก้ปัญหา COVID-19 สายพันธุ์ใหม่ๆ ไม่ทันจะจบ ก็มีข่าวเชิงนโยบายว่าอีก 9 ปี (ค.ศ. 2030) ไทยจะมียานยนต์ไฟฟ้า ZEV 30% และนี่คือที่มาของคำว่า 30:30</strong><span id="more-18588"></span></p>
<h3>ZEV กำลังมา ICE กำลังจะไป</h3>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ZEV</strong></span> : <strong>Zero Emission Vehicle</strong> หมายถึง รถที่ปลดปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ มี 2 ค่าย ถ้าใช้แบตเตอรี่เราเรียก BEV : Battery Electric Vehicle หากใช้เซลล์เชื้อเพลิงเราเรียกว่า FCEV : Fuel Cell Electric Vehicle (เท่าที่ทราบตามแผน 30:30 รถยนต์ไฟฟ้า ไม่รวมถึง HEV : Hybrid Electric Vehicle และ PHEV : Plug-in Hybrid Electric Vehicle) ส่วนคำว่า <span style="color: #6cb742;"><strong>ICE</strong></span> : <strong>Internal Combustion Engine</strong> ก็คือรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายในที่เราใช้ กันอยู่ เช่น เครื่องยนต์ที่ใช้น้ำมันเบนซินและดีเซล เมื่อเราพอจะจำศัพท์ของชาวรถไฟฟ้ากันได้บ้างแล้ว ขอทำความเข้าใจกันอีกนิดก่อนจะอ่านต่อไปตามแผนพัฒนายานยนต์ไฟฟ้าที่มีคณะกรรมการและคณะอนุกรรมการตั้งขึ้นมามากมาย ไม่ได้หมายรวมถึงรถไฟฟ้าอื่นๆ เช่น รถบรรทุก รถมอเตอร์ไซค์ รถสามล้อ แต่ยานยนต์ในที่นี้หมายถึง รถเก๋งคันงาม ปัจจัยที่ 5 ที่เราใช้อยู่</p>
<p>ดูเหมือนว่าเรากำลังจะเดินออกจากยุคน้ำมันสู่ยุคไฟฟ้า จึงมีคำถามว่า จะทำอย่างไรให้ไฟฟ้าที่เราใช้ชาร์จมาจากเชื้อเพลิงสะอาดหรือเชื้อเพลิงพลังงานหมุนเวียน ดังนั้นจึงมีหลายประเทศได้ตั้งเป้าหมายในการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน 100% หรือ RE100</p>
<h3>การเตรียมความพร้อม</h3>
<p>สำหรับช่วงวิกฤตโรคระบาด COVID-19 ประชาชนตาดำๆ ทั้งหลายก็คงได้แต่แก้ปัญหาให้ตัวเองเพื่อก้าวให้ผ่านวิกฤตนี้ไปให้ได้ โดยกินและใช้เท่าที่จำเป็น แต่สำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับโครงการยานยนต์ไฟฟ้า ก็จำเป็นต้องเตรียมความพร้อมเพื่อให้ทันรถไฟเที่ยวสุดท้าย หากโครงการ 30:30 เดินหน้าเต็มตัวหลัง COVID-19</p>
<p>1. <strong>สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)</strong> ได้พยายามเสนอมาตรการต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านภาษี และมาตรการ ที่ไม่ใช่ภาษี เพื่อจูงใจให้มีการลงทุนผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย จากสถานการณ์ปัจจุบัน โลกของยานยนต์ในประเทศไทยอาจเปลี่ยนมือ จากประเทศญี่ปุ่นไปอยู่ในมือของจีน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเทคโนโลยี ด้านการลงทุน อัตราภาษี ประเทศจีนล้วนได้เปรียบประเทศอื่นๆ</p>
<p>2. <strong>สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT)</strong> ผู้ขับเคลื่อนโครงการนี้มาตั้งแต่ต้นจนเห็นเป็นมรรคเป็นผลอย่างในปัจจุบัน โดยมุ่งส่งเสริม ให้มีการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยให้เป็นรูปธรรมเพื่อก้าวสู่สังคมคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Society)</p>
<p>3. <strong>ภาครัฐ กระทรวงพลังงาน และกระทรวงอุตสาหกรรม</strong> น่าจะเป็น 2 กระทรวงหลักที่มีส่วนส่งเสริมและสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย แต่คงต้องไม่ลืมกระทรวงการคลังที่จะเข้ามา มีบทบาทอย่างมากด้วยเหมือนกัน หากภาครัฐสามารถทำงานร่วมกับ ภาคเอกชนแบบไร้รอยต่อแล้ว เป้าหมาย 30:30 ก็ไม่ใช่เรื่องยาก</p>
<p>4. <strong>ผู้ประกอบการภาคเอกชน</strong> วันนี้อาจกล่าวได้ว่า ไทยมีความพร้อมในการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าได้เองเกือบทั้งคัน ยานยนต์ไฟฟ้า 1 คัน นอกจากต้นทุนตัวถังและซอฟต์แวร์แล้ว แบตเตอรี่จะเป็นต้นทุน ของรถถึง 40% นอกจากนี้ยังมีมอเตอร์ไฟฟ้า ซึ่งเป็นต้นทุนอีกประมาณ 10% หากมีการผลิตจำนวนมากๆ ต้นทุนต่างๆ ก็จะค่อยๆ ลดลง และอาจมีราคาต่ำกว่ารถยนต์แบบสันดาปภายในที่เราใช้กันอยู่ในปัจจุบัน</p>
<table style="border: 5px solid #6cb742; margin-bottom: 15px;" width="100%">
<tbody>
<tr valign="middle">
<td style="vertical-align: middle; padding: 10px; background: #f4fac5;">
<p style="text-align: center;"><strong><a href="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/GPSC-EV.jpg"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-18599" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/GPSC-EV.jpg" alt="ยานยนต์ไฟฟ้า EV บริษัท GPSC " width="680" height="479" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/GPSC-EV.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/GPSC-EV-300x211.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/GPSC-EV-150x106.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/GPSC-EV-500x352.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></a></strong></p>
<p>สำหรับ<strong> <span style="color: #6cb742;">บริษัท GPSC</span></strong>เตรียมเดินหน้าแบบครบวงจร เริ่ม ตั้งแต่การผลิตแบตเตอรี่ Semi-Solid ร่วมกับบริษัทไต้หวัน ผลิตรถยนต์นั่ง และอาจจะก้าวต่อไปยังรถบัส และจักรยานยนต์ไฟฟ้า หลังจากนั้นก็จะเปิดแพลตฟอร์มออนไลน์ใช้กับบริการใน ทุกรูปแบบ และพร้อมจะสร้างสถานีชาร์จพลังงานไฟฟ้าและสถานีสับเปลี่ยนแบตเตอรี่</p>
<p style="text-align: center;"><strong><a href="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/EA-EV.jpg"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-18600" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/EA-EV.jpg" alt="ยานยนต์ไฟฟ้า บริษัท EA" width="680" height="510" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/EA-EV.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/EA-EV-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/EA-EV-150x113.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/EA-EV-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></a></strong></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>บริษัท E@ พลังงานบริสุทธิ์</strong></span> ด้วยวิสัยทัศน์ของผู้นำองค์กร เดินหน้าอย่างเป็นรูปธรรมก่อนใคร เริ่มด้วยการลงทุนสร้างโรงงาน แบตเตอรี่จนใกล้จะเสร็จสมบูรณ์แล้ว และที่สร้างชื่อเสียงจนเป็นที่รู้จักก็คือ Charging Station แบบ Ultra Fast ชาร์จได้ 80% ด้วยเวลาเพียง 15 นาที โดยมีสถานีชาร์จไฟกว่า 1,630 แห่งทั่วประเทศ ส่วนการผลิตยานยนต์ไฟฟ้า E@ คิดนอกกรอบ หลีกเลี่ยงรถยนต์นั่ง (Passenger Car) หันไปเตรียมลงทุนรถบรรทุกหรือรถขนาดอื่นๆ ที่มีอัตราภาษีนำเข้าค่อนข้างสูง โดยเตรียมร่วมลงทุนสร้างโรงงานขนาดใหญ่ด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง</p>
<p><strong>นับเป็นส่วนหนึ่งของผู้ประกอบการไทยที่เป็นเรือธงด้านยานยนต์ไฟฟ้า และเชื่อว่ายังมีผู้ประกอบการรายใหญ่ที่มีความพร้อมในการลงทุนในประเทศไทยอีกหลายราย</strong></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p>5. <strong>มอเตอร์ไฟฟ้าและคอนเวอร์เตอร์</strong> จากบริษัทในกลุ่มสแกนดิเนเวีย ซึ่งประชาชนมีความตื่นตัวเรื่องของยานยนต์ไฟฟ้ามากที่สุดก็ว่าได้ มอเตอร์ไฟฟ้านับว่ามีความสำคัญต่อรถไฟฟ้าทุกชนิด สำหรับ Danfoss ซึ่งมุ่งตลาดบนที่ต้องการคุณภาพสูง ได้เริ่มเข้าทำตลาดในเมืองไทยสามารถใช้งานได้หลากหลาย ตั้งแต่รถบัส รถยนต์ เรือโดยสาร Danfoss พร้อมให้ความร่วมมือในการถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับมหาวิทยาลัยต่างๆ เพื่อเตรียมความพร้อมในการพัฒนาบุคลากรรองรับโครงการยานยนต์ไฟฟ้า 30:30 ของประเทศไทย</p>
<p>6. <strong>มหาวิทยาลัยกับการเตรียมความพร้อมในการพัฒนาบุคลากร รองรับโครงการยานยนต์ไฟฟ้า</strong> ขอขอบคุณกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กระทรวง อว.) ที่มีวิสัยทัศน์และคอยให้ทุนมหาวิทยาลัยต่างๆ ในการพัฒนาบุคลากรและเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง มหาวิทยาลัยในจังหวัดที่มีการเดินทางผ่านมากๆ และหากเป็นเมืองท่องเที่ยว ต่างก็ขยับตัวเตรียมพร้อมในการผลิตบุคลากร และเตรียมเป็นศูนย์ฝึกอบรมเทคโนโลยีใหม่ โดยส่วนใหญ่ก็จะได้รับความร่วมมือจากภาคเอกชน</p>
<p>ขอเริ่มต้นจากภาคเหนือ <span style="color: #6cb742;"><strong>มหาวิทยาลัยเชียงใหม่</strong></span> ได้เพิ่มวิชาด้าน EV เข้าไปในกลุ่มวิชายานยนต์ ส่วน<span style="color: #6cb742;"><strong>มหาวิทยาลัยนเรศวร</strong></span> หลังจากช่วยทำแผน Smart Grid ให้กับ สนพ. (สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน) ไปแล้ว ก็มุ่งไปที่การลดคาร์บอน เน้นย้ำว่าไฟฟ้าที่มาประจุต้อง RE100 เท่านั้น โดยให้ความ สนใจเรื่อง EV Charge และ ESS เป็นพิเศษ</p>
<p>กลับมาที่ภาคอีสาน <span style="color: #6cb742;"><strong>มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน (มทร.อีสาน)</strong></span> ได้ลงนาม MOU กับ <span style="color: #6cb742;"><strong>E@ พลังงานบริสุทธิ์</strong></span> ด้านความร่วมมือ ด้านวิชาการ นอกจากนี้ยังมีอีกหลายมหาวิทยาลัยได้เริ่มเตรียมความพร้อม ด้านยานยนต์ไฟฟ้าแล้ว</p>
<p>มุ่งลงใต้เดินทางผ่านเมืองขนมหวานเพชรบุรี ตื่นตากับ ความพร้อมด้าน EV ของ<span style="color: #6cb742;"><strong>มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี</strong></span> ซึ่งมีทั้งสถานี ชาร์จไฟ และรถ BEV คันหรู มีพร้อมไว้ให้นักศึกษาวิศวกรรมพลังงาน คณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีอุตสาหกรรมได้เรียนรู้ รวมทั้งประชาชนทั่วไป ผู้สนใจ ซึ่งเป็นของขวัญจากสำนักงบประมาณ อาจ จะเป็นเพียงมหาวิทยาลัยเดียวที่ได้รถ BEV เพื่อการวิจัยพัฒนา เดินทางต่อไปยังเมืองท่องเที่ยวดังอย่างหัวหิน <span style="color: #6cb742;"><strong>มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล รัตนโกสินทร์ วิทยาเขตหัวหิน</strong></span> ได้รวบรวมมหาวิทยาลัยโดยรอบเตรียมสร้างเครือข่ายเป็นศูนย์พัฒนาบุคลากร เทคโนโลยี และฝึกอบรม เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับรถ EV ที่จะต้องเดินทางผ่านหัวหินอย่างมากมายในอนาคต</p>
<p>ขอลงสุดทางแค่ <span style="color: #6cb742;"><strong>มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.)</strong></span> คึกคักตอบรับ นโยบายรัฐ จัดเต็มทั้ง 5 วิทยาเขต กำลังรีบตั้งศูนย์ EV Learning and Development Center และเปิดหลักสูตรแบบ Non-Degree หลายระดับ ปูพื้นฐานให้ชุมชนผ่าน Digital Platform สร้างภาคีเครือข่ายสถานศึกษาภาคใต้</p>
<p><a href="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/MiEV.jpg"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-18601" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/MiEV.jpg" alt="รถยนต์ไฟฟ้า EV" width="680" height="388" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/MiEV.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/MiEV-300x171.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/MiEV-150x86.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/MiEV-500x285.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></a></p>
<p><strong>ยานยนต์ไฟฟ้า ZEV จะเข้ามาแทนที่รถสันดาปภายใน ICE ได้ อย่างลงตัวแค่ไหน โดยยังมีภารกิจอีกมากมาย ตลอด Supply Chain ตั้งแต่แบตเตอรี่ สถานีชาร์จไฟ และระบบไฟฟ้า และ Key Success ของเกมนี้น่าจะ อยู่ที่นโยบายของรัฐ&#8230;ประเทศไทยจะเป็นแค่ ผู้รับจ้างผลิต หรือจะเป็นศูนย์กลาง EV &#8230; ชุมชน และผู้มีรายได้น้อยจะได้อะไรจากมหกรรม ครั้งนี้ เวลาเท่านั้นที่ตอบได้</strong></p>
<table style="border-left: 10px solid #6cb742; background-color: #f4fac5; margin-bottom: 25px;" width="100%">
<tbody>
<tr valign="middle">
<td style="vertical-align: middle; padding: 10px;">เป็นที่ทราบกันดีว่า ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตยานยนต์ของโลก การส่งเสริมต่อยอดเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าจึงเป็นโอกาสที่ดีของประเทศไทยในการเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมยานยนต์ใหม่นี้ หากพิจารณาจากข้อมูลของยานยนต์ไฟฟ้าโลก (Global Electric Mobility) ช่วงปี พ.ศ. 2562-พ.ศ. 2563 เห็นได้ชัดเจนว่า จำนวนการจดทะเบียนยานยนต์ไฟฟ้าใหม่ในต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศในแถบยุโรป เช่น นอร์เวย์ ไอซ์แลนด์ และสวีเดน จำนวนยานยนต์จดทะเบียนใหม่เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก ทั้งจากนโยบายการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในแต่ละประเทศที่ช่วยกระตุ้นการซื้อยานยนต์ไฟฟ้าของประชาชน โดยทางองค์การพลังงานระหว่างประเทศ (International Energy Agency : IEA) คาดการณ์การใช้ยานยนต์ไฟฟ้า ในอนาคต ตามที่หลายประเทศประกาศนโยบายไว้ (Stated Policies Scenario) ว่าภายในปี พ.ศ. 2573 (ค.ศ. 2030) จะมีเพิ่มสูงขึ้นมากกว่า 140 ล้านคัน จากปี พ.ศ. 2563 (ค.ศ. 2020) ที่มีจำนวนมากกว่า 10 ล้านคันทั่วโลก</p>
<figure id="attachment_18598" aria-describedby="caption-attachment-18598" style="width: 467px" class="wp-caption aligncenter"><a href="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/P1-MOVE.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-18598" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/P1-MOVE.jpg" alt="รศ. ดร.ยศพงษ์ ลออนวล" width="467" height="540" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/P1-MOVE.jpg 467w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/P1-MOVE-259x300.jpg 259w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/P1-MOVE-150x173.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/P1-MOVE-432x500.jpg 432w" sizes="(max-width: 467px) 100vw, 467px" /></a><figcaption id="caption-attachment-18598" class="wp-caption-text"><span style="color: #6cb742;"><strong>รศ. ดร.ยศพงษ์ ลออนวล</strong></span> ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายพัฒนา ความยั่งยืน และหัวหน้า ศูนย์วิจัย Mobility &amp; Vehicle Technology Research Center (MOVE) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี</figcaption></figure>
<p><strong>การผลักดันมาตรการการผลิตยานยนต์ภายในประเทศเป็นยานยนต์ไร้มลพิษ หรือ Zero Emission Vehicle (ZEV) ในสัดส่วน 30% ภายในปี ค.ศ. 2030 จึงเป็นสิ่งที่เหมาะสมในการกำหนดเป้าหมายและวางแผนเพื่อเตรียมความพร้อมซึ่งจะสามารถนำไปถึงเป้าหมายจริง โดยขณะนี้ยานยนต์ ZEV ในประเทศเป็นยานยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ หรือ Battery Electric Vehicle (BEV) ทั้งหมด ถึงแม้ในปีที่ผ่านมา (ค.ศ. 2020) การจดทะเบียนใหม่เป็นBEV มีจำนวน 2,999 คัน คิดเป็นสัดส่วนน้อยกว่า 1% เทียบกับยานยนต์จดทะเบียนใหม่ทั้งหมด เเต่มีการเติบโตสูงขึ้นมากกว่า 90% เมื่อเทียบกับในปี ค.ศ. 2019 และ การเติบโตที่เพิ่มขึ้นยังสวนทางกับยอดขายยานยนต์ประเภทอื่น มีอัตราการเติบโตถดถอยจากสภาวะเศรษฐกิจและวิกฤตโรคระบาดโควิด-19 ในช่วงเวลาเดียวกัน</strong></p>
<p>ทั้งนี้ ยังต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาควิชาการ ในสังคมที่จะนำไปสู่ เป้าหมายเดียวกัน กล่าวคือ ภาครัฐจะมีบทบาทสำคัญมาก เนื่องจากเป็นผู้กำหนดนโยบาย แก้ไขกฎระเบียบ การกำหนดมาตรการที่กระตุ้นทั้งผู้ซื้อและผู้ผลิตในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศอย่างชัดเจน และภาครัฐสามารถร่วมมือกับภาคส่วนอื่นๆ รวมทั้งการริเริ่มโครงการต่างๆ หรือทำให้เกิดธุรกิจ Start Up ส่วนภาควิชาการจะมีบทบาทสำคัญในการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีและบุคลากรของประเทศ ภาคเอกชนจะมีบทบาทในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่ใช้งานได้จริง โดยมีราคาที่เหมาะสมเพื่อกระตุ้นให้เกิดการใช้งานที่เหมาะสม รวมทั้ง การปรับตัวของผู้ประกอบการไทยที่ต้องเริ่มเเสวงหาโอกาสในอุตสาหกรรมใหม่ที่กำลังเกิดขึ้น โดยจะทำให้ประเทศไทยมีผู้ใช้ยานยนต์ไฟฟ้าเป็นจำนวนมากตาม เป้าหมายที่ตั้งไว้หรือเร็วกว่า เช่นเดียวกับแนวโน้มการใช้ ที่เกิดขึ้นในหลายประเทศในขณะนี้ และสุดท้ายสำคัญที่สุดคือภาคประชาชนนั้นเอง จะต้องร่วมมือกันปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนต่อไป</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<table style="border-right: 10px solid #6cb742; background-color: #f4fac5; margin-bottom: 25px;" width="100%">
<tbody>
<tr valign="middle">
<td style="vertical-align: middle; padding: 10px;"><strong>บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี จำกัด (มหาชน)</strong> หรือ <strong>GPSC</strong> ในฐานะบริษัท Power Flagship ของกลุ่มปตท. มีการขยายการลงทุนด้านนวัตกรรมเพื่อสร้างรายได้ จากธุรกิจใหม่ซึ่งเป็น New S-Curve หนึ่งในนั้นคือ ธุรกิจการผลิตหน่วยกักเก็บพลังงาน หรือแบตเตอรี่ เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจพลังงานและไฟฟ้าในอนาคต โดย GPSC พร้อมสนับสนุนนโยบายภาครัฐในการผลักดันประเทศไปสู่การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิจนเป็นศูนย์ (Net Zero Greenhouse Gas Emission) ซึ่งเป็นผลจากการส่งเสริมอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า และการลดช่องว่างของระบบพลังงานหมุนเวียน (Renewable) อย่างเป็นรูปธรรม</p>
<figure id="attachment_18597" aria-describedby="caption-attachment-18597" style="width: 467px" class="wp-caption aligncenter"><a href="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/P1-GPSC.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-18597" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/P1-GPSC.jpg" alt="รสยา เธียรวรรณ" width="467" height="539" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/P1-GPSC.jpg 467w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/P1-GPSC-260x300.jpg 260w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/P1-GPSC-150x173.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/P1-GPSC-433x500.jpg 433w" sizes="(max-width: 467px) 100vw, 467px" /></a><figcaption id="caption-attachment-18597" class="wp-caption-text"><span style="color: #6cb742;"><strong>รสยา เธียรวรรณ</strong></span> รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ พัฒนาธุรกิจบริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี จำกัด (มหาชน)</figcaption></figure>
<p>เริ่มด้วยการลงทุนในเทคโนโลยีแบตเตอรี่ Semi Solid ลิขสิทธิ์เฉพาะของบริษัท 24M Technologies Inc. (24M) ประเทศสหรัฐอเมริกา และก่อสร้างโรงงาน ผลิตหน่วยกักเก็บพลังงานต้นแบบ กำลังการผลิต 30 เมกะวัตต์ชั่วโมง (MWh) ต่อปี ที่มุ่งสู่การเป็นผู้พัฒนาโซลูชันเพื่อบริหารจัดการด้านพลังงานอย่างครบวงจร (Energy Management Solution Provider) โดยแบตเตอรี่ ที่ผลิตจากโรงงานแห่งนี้ยังสามารถนำมาใช้กับยานยนต์ไฟฟ้าประเภทต่างๆ เช่น E-Bus, E-Tuktuk, Golf Cart ฯลฯ นอกจากนี้ จึงได้มีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ G-Box ระบบกักเก็บพลังงานที่ติดตั้งที่สถานีบริการน้ามัน ปตท. เพื่อรองรับ EV Station ที่คาดว่าจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างมาก ตอบรับเทรนด์รถยนต์ไฟฟ้าในยุคปัจจุบัน ให้พร้อมบริการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าได้อย่างมีเสถียรภาพ รวมทั้งยังสามารถนำไฟฟ้าที่กักเก็บจากระบบ G-Box ไปใช้ในส่วนอื่นๆ ในสถานีบริการ เพื่อลดต้นทุนค่าไฟฟ้าให้กับสถานีบริการได้อีกด้วย</p>
<p>ทั้งนี้ <strong>GPSC</strong> ยังได้ขยายการเติบโตไปยังภูมิภาคเอเชีย ด้วยการเข้าร่วมทุนในบริษัท Anhui Axxiva New Energy Technology Co., Ltd. ซึ่งอยู่ระหว่างก่อสร้าง โรงงานผลิตแบตเตอรี่ในสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยระยะที่ 1 มีกำลังการผลิต 1 กิกะวัตต์ชั่วโมง (GWh) ต่อปี เพื่อรองรับตลาดรถยนต์ไฟฟ้าประเภท Passenger Car คาดว่าจะเริ่มดำเนินการผลิตเชิงพาณิชย์ได้ภายใน ต้นปี พ.ศ. 2565</p>
<p><strong>แนวทางการลงทุนของ GPSC ดังที่กล่าวข้างต้น เป็นไปตามทิศทางที่มุ่งสู่พลังงานสะอาดและความรับผิดชอบ ต่อสิ่งแวดล้อมที่มากยิ่งขึ้นของโลก เพื่อรองรับการเติบโตที่กำลังจะมาถึง และเพื่อให้อุตสาหกรรมนี้ทันกับกระแส การเปลี่ยนแปลงของโลก การกำหนดนโยบายภาครัฐและ มาตรการช่วยเหลือในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสิทธิประโยชน์ ด้านเงินลงทุน ภาษี รวมถึงปัจจัยอื่นๆ ได้แก่ อุปสงค์ ในประเทศ การเปิดเสรีทางการลงทุน โครงสร้างพื้นฐาน กฎระเบียบต่างๆ ของรัฐบาล และความต่อเนื่องของนโยบาย การให้การสนับสนุน จะเป็นการส่งเสริมสภาพแวดล้อม ในการลงทุน และสร้างแรงดึงดูดให้นักลงทุนทั้งในและ ต่างประเทศสนใจในอุตสาหกรรมดังกล่าว อีกทั้งยังเป็น การสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับประเทศไทยอีกด้วย</strong></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<table style="border-left: 10px solid #6cb742; background-color: #f4fac5; margin-bottom: 25px;" width="100%">
<tbody>
<tr valign="middle">
<td style="vertical-align: middle; padding: 10px;">การที่ประเทศไทยจะยังคงเป็นศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าของภูมิภาค (ASEAN BEV Hub) ได้ เราจำเป็น ที่จะต้อง “สร้าง Demand” ให้มีตลาดในประเทศที่ใหญ่พอ เพื่อนักลงทุนจะได้สนใจมาตั้งฐานการผลิตในประเทศของเรา ชิ้นส่วนสำคัญที่เป็นหัวใจของยานยนต์ไฟฟ้าจะต้องถูกผลิตในประเทศให้ได้ ซึ่งก็คือ แบตเตอรี่ มอเตอร์ไฟฟ้า และชิ้นส่วน สำคัญอื่นๆ</p>
<figure id="attachment_18596" aria-describedby="caption-attachment-18596" style="width: 467px" class="wp-caption aligncenter"><a href="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/P1-EA.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-18596" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/P1-EA.jpg" alt="สมโภชน์ อาหุนัย" width="467" height="552" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/P1-EA.jpg 467w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/P1-EA-254x300.jpg 254w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/P1-EA-150x177.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/P1-EA-423x500.jpg 423w" sizes="(max-width: 467px) 100vw, 467px" /></a><figcaption id="caption-attachment-18596" class="wp-caption-text"><span style="color: #6cb742;"><strong>สมโภชน์ อาหุนัย</strong></span> ประธานสถาบันพลังงาน เพื่ออุตสาหกรรม ส.อ.ท.รองประธานสภาอุตสาหกรรม แห่งประเทศไทย</figcaption></figure>
<p><strong>รัฐบาลต้องเร่งส่งเสริม “รถยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์” เช่น รถประจำทาง ขนส่งพาณิชย์ รถหัวลาก รถสิบล้อ รถแท็กซี่ และ “รถราชการ” เพราะรถประเภทนี้เป็นรถที่มีการใช้งานมาก ยิ่งใช้มากยิ่งประหยัดพลังงานมาก และ รถประเภทนี้ต้องใส่แบตเตอรี่ต่อคันเป็นจำนวนมาก จึงสร้าง “Demand” ได้มากพอที่จะดึงดูดผู้ผลิตรายใหญ่มาตั้งฐาน การผลิตในประเทศไทย เพื่อให้เกิด Economy of Scale</strong> ที่จะทำให้ต้นทุนต่อหน่วยต่ำลงและแข่งขันได้ พร้อมทั้งออก นโยบายส่งเสริมที่ครบทั้งระบบ ทั้งด้านผู้ผลิต ระบบไฟฟ้า และสถานีอัดประจุไฟฟ้า จนถึงเงินอุดหนุนและสิทธิพิเศษสำหรับผู้ใช้ยานยนต์ไฟฟ้า หากเราทำได้แบบนี้ ผมเชื่อว่าเราจะคงความเป็น Detroit of ASIA ที่เราภาคภูมิใจไว้ได้ บน New S-Curve ใหม่ที่ไทยแข็งแรงกว่าเดิม</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<table style="border-right: 10px solid #6cb742; background-color: #f4fac5; margin-bottom: 25px;" width="100%">
<tbody>
<tr valign="middle">
<td style="vertical-align: middle; padding: 10px;">คณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ ได้กำหนดเป้าหมายการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าประเภทรถยนต์นั่งและ รถกระบะภายในปี พ.ศ. 2573 ทั้งสิ้น 440,000 คันต่อปี หรือคิดเป็น 50% ของยอดจดทะเบียนต่อปี ส่วนเป้าหมายการผลิตนั้น ได้วางเป้าหมายการผลิตคิดเป็น 30% ของยอดการผลิตรถยนต์ทั้งหมด <strong>ในโอกาสนี้ ทางสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย ได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า และดำเนินงานเพื่อสนับสนุนทั้งมาตรการด้านภาษี และมาตรการที่ไม่ใช่ภาษีต่างๆ รวมถึงการออกกฎระเบียบสำหรับอาคารที่ก่อสร้างใหม่ให้มีพื้นที่ช่องจอดสำหรับ อัดประจุไฟฟ้าเป็นข้อบังคับ และการลดคาร์บอนในภาคการผลิต เพื่อร่วมสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีดังกล่าวนี้</strong></p>
<figure id="attachment_18595" aria-describedby="caption-attachment-18595" style="width: 467px" class="wp-caption aligncenter"><a href="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/P1-BMW.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-18595" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/P1-BMW.jpg" alt="กฤษฎา อุตตโมทย์" width="467" height="565" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/P1-BMW.jpg 467w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/P1-BMW-248x300.jpg 248w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/P1-BMW-150x181.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/P1-BMW-413x500.jpg 413w" sizes="(max-width: 467px) 100vw, 467px" /></a><figcaption id="caption-attachment-18595" class="wp-caption-text"><span style="color: #6cb742;"><strong>กฤษฎา อุตตโมทย์</strong></span> นายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย และผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสาร กิจการองค์กร บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย</figcaption></figure>
<p>ในด้านภาพรวมของเทคโนโลยีนั้น หลากหลายค่ายรถยนต์รวมถึงบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ต่างก็มีความ มุ่งมั่นอันแข็งแกร่งในการพัฒนานวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้า ภายใต้จุดมุ่งหมายในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน ทั้งนี้ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป จะพัฒนายานยนต์ไฟฟ้านำเสนอออกสู่ตลาดมากถึง 25 รุ่นในตลาดโลก ภายในปี พ.ศ. 2566 โดยมากกว่าครึ่งของจำนวนนี้จะเป็นรถยนต์ไฟฟ้าล้วนแบบ BEV เพื่อเป็นการปูทางเข้าสู่สังคมคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Society) ต่อไปในอนาคต</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<table style="border-left: 10px solid #6cb742; background-color: #f4fac5; margin-bottom: 25px;" width="100%">
<tbody>
<tr valign="middle">
<td style="vertical-align: middle; padding: 10px;">
<h3>HAUP Mobility Sharing Platform</h3>
<p>ในสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ที่เกิดขึ้น ในประเทศไทย ทำให้เรามีความจำเป็นต้องเลือกเดินทาง ด้วยรถยนต์ส่วนตัวในชีวิตประจำวัน แทนที่จะเลือก เดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ เพื่อลดความเสี่ยงใน การติดเชื้อไวรัสจากบุคคลอื่นรอบตัวให้ได้มากที่สุด แต่ทว่ามันกลับส่งเสริมให้เกิดปัญหาในเรื่องฝุ่นพิษ PM2.5 ที่เกิดจากท่อไอเสียรถยนต์ โดยเฉพาะในพื้นที่เขตเมืองที่กำลังเผชิญหน้ากับมลพิษทางอากาศมาโดยตลอด</p>
<p><strong>ดังนั้นไม่ว่าเราจะอยู่ในสถานการณ์ปกติหรือ ในสถานการณ์วิกฤตโควิด-19 แพลตฟอร์มของฮ้อป (HAUP) ก็เข้ามามีบทบาทในการช่วยแก้ปัญหาด้านการเดินทางได้อย่างยั่งยืน โดยการผลักดันให้เกิดการใช้งานรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV) อย่างแพร่หลายมากยิ่งขึ้น</strong></p>
<figure id="attachment_18594" aria-describedby="caption-attachment-18594" style="width: 350px" class="wp-caption aligncenter"><a href="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/P1-HAUP.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-18594" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/P1-HAUP.jpg" alt="กฤษฏิ์ วิชัยวัฒนาพาณิชย์" width="350" height="426" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/P1-HAUP.jpg 350w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/P1-HAUP-246x300.jpg 246w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/P1-HAUP-150x183.jpg 150w" sizes="(max-width: 350px) 100vw, 350px" /></a><figcaption id="caption-attachment-18594" class="wp-caption-text"><span style="color: #6cb742;"><strong>กฤษฏิ์ วิชัยวัฒนาพาณิชย์</strong></span> ประธานกรรมการบริหาร และผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท ฮ้อปคาร์ จำกัด</figcaption></figure>
<p>เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจในขณะนี้ เราอาจ ไม่พร้อมที่จะเป็นเจ้าของรถมือหนึ่งสักคัน รวมถึงมองว่า โครงข่ายรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในประเทศไทยอาจยังไม่สะดวกต่อการใช้งานรถยนต์พลังงานไฟฟ้า ทางฮ้อป (HAUP) ซึ่งเป็น Mobility as a Service หรือ Mobility Sharing Platform จึงเข้ามามีส่วนช่วยให้ทุกคนสามารถเข้าถึงรถยนต์พลังงานไฟฟ้าได้ โดยที่ไม่ได้มีความจำเป็น ที่จะต้องซื้อในเวลานี้ แล้วยังเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ที่สนใจเทคโนโลยียานยนต์พลังงานไฟฟ้า โดย ที่ไม่ต้องการมีภาระหนี้สินผูกมัดระยะยาว เพียงเลือก Subscribe กับบริการของฮ้อป (HAUP) ก็สามารถเช่ารายชั่วโมง และปลดล็อกรถผ่านแอปพลิเคชันได้ตลอด 24 ชั่วโมง</p>
<p>นอกเหนือจากบริการที่ครอบคลุมถึง 500 สาขา ทั่วทั้งกรุงเทพฯ และปริมณฑลแล้ว ในช่วงนี้ที่เศรษฐกิจ กำลังซบเซา เรายังเปิดให้บริการอีกส่วนหนึ่งของแพลตฟอร์ม โดยให้บุคคลทั่วไปที่ต้องการหารายได้เสริมสามารถนำรถยนต์ส่วนตัวมาปล่อยเช่าผ่านแพลตฟอร์มแบบ Passive In-Car ด้วยการติดระบบ IoT ที่ช่วยให้ การปล่อยเช่าเป็นแบบไร้สัมผัส (Contactless)</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<hr />
<p>Source: นิตยสาร Green Network ฉบับที่ 106 กรกฎาคม-สิงหาคม 2564 คอลัมน์ Energy โดย พิชัย ถิ่นสันติสุข</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2/">ยานยนต์ไฟฟ้าเรื่องใกล้ตัว ZEV กำลังจะมา ICE กำลังจะไป อะไรคือ 30:30</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ก.พลังงาน ร่วม ก.อุตฯ ประชุมบอร์ดอีวี กำหนดทิศทางการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า เตรียมลดรถยนต์ที่่ใช้เครื่องยนต์สันดาปมุ่งสู่รถยนต์ไฟฟ้า (EV)</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b5-%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b5-%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 25 Mar 2021 04:25:34 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[EV]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงอุตสาหกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[การผลิตยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[ทิศทางยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[นโยบายยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[ยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์]]></category>
		<category><![CDATA[สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[เสริมยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=16674</guid>

					<description><![CDATA[<p>การประชุมคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ (บอรด์ อีวี) กำหนดทิศทางการส่งเสริมยานยนตไฟฟ้า ด้วยการลดการใช้รถยนต์ที่่ใช้เครื่องยนต์สันดาปไปสู่รถยนต์ไฟฟ้า (EV) เพื่อก้าวเข้าสู่สังคมคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Society) และการเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วนที่สำคัญของโลก 24 มีนาคม 2564 &#8211; นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ (บอรด์ อีวี) โดยมี นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุม 109 สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b5-%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2/">ก.พลังงาน ร่วม ก.อุตฯ ประชุมบอร์ดอีวี กำหนดทิศทางการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า เตรียมลดรถยนต์ที่่ใช้เครื่องยนต์สันดาปมุ่งสู่รถยนต์ไฟฟ้า (EV)</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>การประชุมคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ (บอรด์ อีวี) กำหนดทิศทางการส่งเสริมยานยนตไฟฟ้า ด้วยการลดการใช้รถยนต์ที่่ใช้เครื่องยนต์สันดาปไปสู่รถยนต์ไฟฟ้า (EV) เพื่อก้าวเข้าสู่สังคมคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Society) และการเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วนที่สำคัญของโลก</strong></p>
<p><span id="more-16674"></span></p>
<p>24 มีนาคม 2564 &#8211; <strong>นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์</strong> รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ (บอรด์ อีวี) โดยมี <strong>นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ</strong> รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุม 109 สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล เพื่อกำหนดทิศทางการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า ด้วยการลดการใช้รถยนต์ที่่ใชเ้ครื่องยนต์สันดาปไปสู่<strong>รถยนต์ไฟฟ้า</strong> (<strong>EV</strong>) เพื่อก้าวเข้าสู่สังคมคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Society) และการเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วนที่สำคัญของโลก</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-16717" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/03/Supattanapong-Punmeechaow.jpg" alt="นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์" width="680" height="454" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/03/Supattanapong-Punmeechaow.jpg 850w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/03/Supattanapong-Punmeechaow-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/03/Supattanapong-Punmeechaow-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/03/Supattanapong-Punmeechaow-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/03/Supattanapong-Punmeechaow-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์</strong></span> <strong>รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน</strong> เปิดเผยว่า ในปัจจุบันทั่วโลกต่างตระหนักถึงปัญหาผลกระทบจากภาวะโลกร้อนที่เกิดจากการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศ ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดก๊าซเรือนกระจก จึงทำให้หลายประเทศไม่ว่าจะเป็นญี่ปุ่น จีน สหรัฐอเมริกา ประกาศเป้าหมายชัดเจนว่าจะลดการปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์ และงดการใช้รถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายใน ดังนั้น เพื่อให้ทิศทางการดำเนินงานนโยบายด้านพลังงานของไทยสอดคล้องกับกระแสของโลก จึงมีนโยบายลดการใช้รถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปไปสู่การใช้<strong>รถยนต์ไฟฟ้า</strong> (<strong>EV</strong>) ซึ่งเป็นแนวทางหนึ่งในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์</p>
<p>ที่ประชุมได้ร่วมกำหนดแผนยุทธศาสตร์ส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศ เนื่องจากอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ผ่านมาผลิตเครื่องยนต์สันดาปซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ก่อให้เกิดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 จึงได้วางเป้าหมายการส่งเสริมการผลิตและการใช้<strong>รถยนต์ไฟฟ้า</strong> (<strong>EV</strong>) โดยคาดการณ์ว่าในปี 2568 <strong>รถยนต์ไฟฟ้า</strong>จะมีราคาเทียบเท่ากับรถยนต์สันดาป เพื่อก้าวสู่เป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์</p>
<p>ในการดำเนินงานขับเคลื่อนส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วนที่สำคัญของโลก ได้มอบหมายให้กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงพลังงาน และกระทรวงคมนาคม ร่วมกันพิจารณาส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้าประกอบด้วย รถยนต์ จักรยานยนต์ และรถบัสสาธารณะ โดยกระทรวงอุตสาหกรรมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมทั้งในส่วนของอุปทาน (ผู้ผลิต) โดยเฉพาะการเชื่อมโยงผู้ผลิตชิ้นส่วนและอุปกรณ์ที่เกี่ยวเนื่องในยานยนต์ไฟฟ้า รวมถึงผลักดันผู้ประกอบการที่มีศักยภาพ เพื่อเร่งให้เกิดการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยโดยเร็ว โดยมีเป้าหมายการใช้ยานยนต์ไฟฟ้ารวมทุกประเภทในปี 2568 รวมจำนวนทั้งสิ้น 1,055,000 คัน แบ่งเป็นรถยนต์/รถปิกอัพ 402,000 คัน รถจักรยานยนต์ 622,000 คัน และรถบัส/รถบรรทุก 31,000 คัน และในปี 2578 ให้เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนรวม 15,580,000 คัน แบ่งเป็นรถยนต์/รถปิกอัพ 6,400,000 คัน รถจักรยานยนต์ 8,750,000 คัน และรถบัส/รถบรรทุก 430,000 คัน และได้วางเป้าหมายการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศในปี 2568 จะมีจำนวนรวมทั้งสิ้น 1,051,000 คัน แบ่งเป็นรถยนต์/รถปิกอัพ 400,000 คัน รถจักรยานยนต์ 620,000 คัน และรถบัส/รถบรรทุก 31,000 คัน และในปี 2578 ให้เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนรวม 18,413,000 คัน แบ่งเป็นรถยนต์/รถปิกอัพ 8,625,000 คัน รถจักรยานยนต์ 9,330,000 คัน และรถบัส/รถบรรทุก 458,000 คัน</p>
<p>นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้วางนโยบายการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าด้วยมาตรการระยะเร่งด่วนและมาตรการระยะ 1-5 ปี ดังนี้ มาตรการกระตุ้นการใช้รถ EV ระยะเร่งด่วน โดยจะมุ่งส่งเสริมการใช้<strong>รถยนต์ไฟฟ้า</strong>ทั้งประเภทสองล้อ สามล้อ และสี่ล้อไฟฟ้า โดยวางแผนจัดตั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้าสำหรับรถยนต์และรถจักรยานยนต์ รวมทั้งส่งเสริมการจัดตั้งศูนย์ทดสอบมาตรฐานแบตเตอรี่และการบริหารจัดการซากแบตเตอรี่ที่เกิดจากการใช้งานภายในประเทศอย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม</p>
<p>มาตรการกระตุ้นระยะ 1-5 ปี ดำเนินการส่งเสริมการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิต การเตรียมการด้านการบริหารจัดการซากรถยนต์แบตเตอรี่ที่ใช้แล้ว โดยคำนึงถึงความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก ตามมาตรฐานสากล (EcoSystem) เพื่อส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าพลังงานสะอาด พร้อมกันนี้ ที่ประชุมยังได้พิจารณาแต่งตั้งคณะอนุกรรมการภายใต้คณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติขึ้น ได้แก่ 1. คณะอนุกรรมการส่งเสริมอุตสาหกรรมการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วน 2. คณะอนุกรรมการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานและแบตเตอรี่เพื่อรองรับยานยนต์ไฟฟ้า 3. คณะอนุกรรมการประเมินผลกระทบด้านน้ำมันเชื้อเพลิงและก๊าซเรือนกระจกจากการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า และ 4. คณะอนุกรรมการส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อให้การส่งเสริมการผลิตและการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าดำเนินนโยบายไปอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล รวมทั้งเกิดการบูรณาการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทยให้เป็นรูปธรรมและทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี ซึ่งจะเป็นความร่วมมือกันในการเดินหน้านโยบายส่งเสริม<strong>รถยนต์ไฟฟ้า</strong>อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง และนำพาประเทศก้าวสู่การเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วนที่สำคัญของโลก</p>
<p><strong>รองนายกรัฐมนตรี ยังได้กล่าวอีกว่า คณะกรรมการชุดนี้มีความสำคัญต่อประเทศ และอุตสาหกรรมของประเทศเป็นอย่างมาก ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำงานกันอย่างเต็มที่เพื่อให้เกิดนโยบายที่ชัดเจนที่จะทำให้บ้านเมืองเราสวยงามและทันสมัย</strong></p>
<table style="border: 5px solid #6cb742;" width="100%">
<tbody>
<tr valign="middle">
<td style="vertical-align: middle; padding: 10px;"><strong>ข้อมูลที่คุณอาจสนใจ</strong></p>
<ul>
<li style="list-style-type: none;">
<ul>
<li><a title="คาดตลาด EV ในประเทศไทยเติบโตก้าวกระโดดในช่วงปี 2564-2566" href="https://www.greennetworkthailand.com/รถยนต์ไฟฟ้า-ev-ไทย-โต-ปี-2564-2566/">ส.อ.ท. คาดตลาด EV ในประเทศไทยเติบโตก้าวกระโดดในช่วงปี 2564-2566</a></li>
<li><a title="แนะเคล็ดลับการเลือก EV CAR" href="https://www.greennetworkthailand.com/การเลือก-รถยนต์ไฟฟ้า-ev-car/">แนะเคล็ดลับการเลือก EV CAR</a></li>
<li><a title="EV FlashBattery แบตเตอรี่รุ่นใหม่ที่ชาร์จเต็มใน 5 นาที และวิ่งได้ไกลถึง 300 ไมล์" href="https://www.greennetworkthailand.com/storedot-แบตเตอรี่-ev-flashbattery-ชาร์จ-5-นาที/">EV FlashBattery แบตเตอรี่รุ่นใหม่ที่ชาร์จเต็มใน 5 นาที และวิ่งได้ไกลถึง 300 ไมล์</a></li>
<li><a title="ฟอร์ดทุ่ม 1 พันล้านดอลลาร์ พลิกโฉมโรงงานในเยอรมนี เตรียมลุยตลาดรถ EV ยุโรป" href="https://www.greennetworkthailand.com/ฟอร์ด-รถยนต์ไฟฟ้า-ev-ยุโรป/">ฟอร์ดทุ่ม 1 พันล้านดอลลาร์ พลิกโฉมโรงงานในเยอรมนี เตรียมลุยตลาดรถ EV ยุโรป</a></li>
<li><a title="ออสโล เมืองแรกของโลกที่ใช้ ระบบชาร์จไฟฟ้าไร้สายสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า (EV)" href="https://www.greennetworkthailand.com/ระบบชาร์จไฟฟ้าไร้สาย/">ออสโล เมืองแรกของโลกที่ใช้ ระบบชาร์จไฟฟ้าไร้สายสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า (EV)</a></li>
<li><a title="อนาคตใน 2 ทศวรรษหน้า ของแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า" href="https://www.greennetworkthailand.com/แบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า/">อนาคตใน 2 ทศวรรษหน้า ของแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า</a></li>
<li><a title="อังกฤษหนุนพลังงานสะอาด อีก 10 ปี เลิกขายรถใช้น้ำมัน หันใช้รถยนต์ไฟฟ้าแทน" href="https://www.greennetworkthailand.com/อังกฤษ-เลิกรถใช้น้ำมัน/">อังกฤษหนุนพลังงานสะอาด อีก 10 ปี เลิกขายรถใช้น้ำมัน หันใช้รถยนต์ไฟฟ้าแทน</a></li>
</ul>
</li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<hr />
<p>Source: สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล | Twitter EPPO Thailand @EppoThailand</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b5-%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2/">ก.พลังงาน ร่วม ก.อุตฯ ประชุมบอร์ดอีวี กำหนดทิศทางการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า เตรียมลดรถยนต์ที่่ใช้เครื่องยนต์สันดาปมุ่งสู่รถยนต์ไฟฟ้า (EV)</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b5-%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กระทรวงอุตสาหกรรม เดินหน้าผลักดัน Roadmap พัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า ตั้งเป้าผลิตยานยนต์ไฟฟ้า 30% ในปี 2030</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/roadmap-%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/roadmap-%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 26 Oct 2020 08:40:17 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Report]]></category>
		<category><![CDATA[EV]]></category>
		<category><![CDATA[MEA]]></category>
		<category><![CDATA[MG]]></category>
		<category><![CDATA[PEA]]></category>
		<category><![CDATA[การผลิตยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[จาง ไห่โป]]></category>
		<category><![CDATA[พรศักดิ์ อุดมทรัพยากุล]]></category>
		<category><![CDATA[พิสิฐ รังสฤษฎ์วุฒิกุล]]></category>
		<category><![CDATA[ยานยนต์พลังงานไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[ยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[สถานีอัดประจุไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมยานยนต์]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[เสกสรร เสริมพงศ์]]></category>
		<category><![CDATA[โชคดี แก้วแสง]]></category>
		<category><![CDATA[ไกรสร อัญชลีวรพันธุ์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=14734</guid>

					<description><![CDATA[<p>รัฐบาล โดยกระทรวงอุตสาหกรรม ได้กำหนดนโยบาย ที่จะทำให้อุตสาหกรรมยานยนต์ ในประเทศไทยเปลี่ยนผ่านสู่โลกยานยนต์สมัยใหม่ ซึ่งขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าอย่างเร่งด่วน โดยอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่เป็น 1 ใน 5 อุตสาหกรรมเดิมที่มีศักยภาพ (First S-Curve) และมีบทบาทสำคัญ ในการผลักดันเศรษฐกิจของประเทศ โดยในอนาคต และตาม Roadmap ของรัฐบาลได้มีการตั้งเป้าหมาย การผลิตยานยนต์ไฟฟ้าให้ได้ 30% ภายในปี พ.ศ. 2573 ทั้งนี้หากประเทศ ใดมีความพร้อมย่อมที่จะฉกฉวยความได้เปรียบในการเป็นฐานการ ผลิตยานยนต์ไฟฟ้าและการผลิต ชิ้นส่วนยานยนต์ที่สำคัญภายในประเทศได้ ก็จะทำให้มีความสามารถในการแข่งขันในระดับสากลมากยิ่งขึ้น เผยไทยเป็นฐานการผลิตยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/roadmap-%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2/">กระทรวงอุตสาหกรรม เดินหน้าผลักดัน Roadmap พัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า ตั้งเป้าผลิตยานยนต์ไฟฟ้า 30% ในปี 2030</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>รัฐบาล โดยกระทรวงอุตสาหกรรม ได้กำหนดนโยบาย ที่จะทำให้อุตสาหกรรมยานยนต์ ในประเทศไทยเปลี่ยนผ่านสู่โลกยานยนต์สมัยใหม่ ซึ่งขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าอย่างเร่งด่วน โดยอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่เป็น 1 ใน 5 อุตสาหกรรมเดิมที่มีศักยภาพ (First S-Curve) และมีบทบาทสำคัญ ในการผลักดันเศรษฐกิจของประเทศ โดยในอนาคต และตาม Roadmap ของรัฐบาลได้มีการตั้งเป้าหมาย การผลิตยานยนต์ไฟฟ้าให้ได้ 30% ภายในปี พ.ศ. 2573 ทั้งนี้หากประเทศ ใดมีความพร้อมย่อมที่จะฉกฉวยความได้เปรียบในการเป็นฐานการ ผลิตยานยนต์ไฟฟ้าและการผลิต ชิ้นส่วนยานยนต์ที่สำคัญภายในประเทศได้ ก็จะทำให้มีความสามารถในการแข่งขันในระดับสากลมากยิ่งขึ้น</strong><span id="more-14734"></span></p>
<h2>เผยไทยเป็นฐานการผลิตยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ ปี’62 ผลิตและส่งจำหน่ายอันดับ 11 ของโลก</h2>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-14743" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/10/suriya-jungrungreangkit.jpg" alt="สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ" width="480" height="577" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/10/suriya-jungrungreangkit.jpg 480w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/10/suriya-jungrungreangkit-250x300.jpg 250w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/10/suriya-jungrungreangkit-150x180.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/10/suriya-jungrungreangkit-416x500.jpg 416w" sizes="(max-width: 480px) 100vw, 480px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ</strong></span> <strong>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม</strong> กล่าวว่า ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ที่สำคัญ โดยในปี พ.ศ. 2562 ที่ผ่านมา สามารถผลิตและ ส่งออกจำหน่ายอยู่ในอันดับ 11 ของโลก และด้วยการ เปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลก จากยานยนต์แบบดั้งเดิมที่ใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิงในการขับเคลื่อน สู่โลกยานยานต์สมัยใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า ทำให้รัฐบาล ภาคเอกชน ภาคการศึกษา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมมือกันเร่งดำเนินนโยบาย บูรณาการทำงานเพื่อผลักดันให้ประเทศไทย เปลี่ยนผ่านให้สามารถปรับตัวและต่อยอดเทคโนโลยีการผลิตดั้งเดิม เพื่อคงไว้ซึ่งขีดความสามารถในการแข่งขันและก้าวขึ้นสู่ผู้ผลิตยานยนต์ไฟฟ้าในอนาคต โดยกระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งถือเป็นหน่วยงานหลัก202010ในการกำหนดแผนพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ทุกรูปแบบ เพื่อให้ เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ได้ออกข้อกำหนด ระเบียบ และมาตรการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องครอบคลุมทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นมาตรการส่งเสริมการลงทุนเพื่อ สร้างอุปทาน มาตรการกระตุ้นตลาดในประเทศ การเตรียมความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานในการรองรับยานยนต์ไฟฟ้าทุกรูปแบบ การจัดทำ มาตรฐานยานยนต์ไฟฟ้า การผลิตแบตเตอรี่ใช้เองภายในประเทศ การบริหารจัดการแบตเตอรี่ใช้แล้ว การผลิตยานยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วนยานยนต์ไฟฟ้าต้องคำนึงถึงความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมเป็นหลักตามมาตรฐานสากล รวมทั้งมาตรการด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-14742" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/10/New-Generation-of-Automotive.jpg" alt="Roadmap ขับเคลื่อนยานยนต์ไฟฟ้าไทย" width="800" height="254" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/10/New-Generation-of-Automotive.jpg 800w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/10/New-Generation-of-Automotive-300x95.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/10/New-Generation-of-Automotive-768x244.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/10/New-Generation-of-Automotive-150x48.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/10/New-Generation-of-Automotive-500x159.jpg 500w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<h2>แผน Roadmap ขับเคลื่อนยานยนต์ไฟฟ้าไทยตั้งเป้าผลิตยานยนต์ไฟฟ้าให้ได้ 30% ภายในปี’73</h2>
<p>สำหรับแผนการขับเคลื่อนยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทย ตาม Roadmap จากการประชุมคณะกรรมการยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2563 ที่ผ่านมา ได้ตั้งเป้าหมายการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าภายในปี พ.ศ. 2573 ไว้ที่ 30% ของการผลิตรถยนต์ ในไทย แบ่งการทำงานเป็น 3 ระยะ คือ ระยะสั้น ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2563- พ.ศ. 2565 ผลิตรถสำหรับราชการ รถบัสสาธารณะ รถจักรยานยนต์ สาธารณะ และยานยนต์ส่วนบุคคลอื่นๆ จำนวน 60,000-110,000 คัน ระยะกลาง ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2564-พ.ศ. 2568 จะเร่งผลักดัน Eco EV จำนวน 100,000-250,000 คัน และผลักดันสมาร์ท ซิตี้ บัส จำนวน 1,000-3,000 คัน และระยะยาว ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2569-พ.ศ. 2573 จะขยาย จำนวน Eco EV จำนวน 750,000 คัน เพื่อรองรับ Zero Emission และ Sharing Mobility โดยมีเป้าหมายผลิตรถยนต์ไฟฟ้า 30% ของปริมาณการผลิต 2.5 ล้านคัน</p>
<p>ในส่วนของการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานรองรับและการส่งเสริมสถานีอัดประจุไฟฟ้า สุริยะ กล่าวว่า ที่ผ่านมากระทรวงอุตสาหกรรมได้ส่งเสริมความร่วมมือทั้งทางภาครัฐและเอกชนในการติดตั้งสถานี อัดประจุไฟฟ้า โดยกำหนดค่าไฟฟ้าคงที่ไว้ที่ 2.63 บาทต่อหน่วย และติดตั้ง สถานีอัดประจุไฟฟ้าให้ครอบคลุมในรัศมี 50-70 กิโลเมตร เพื่อให้ครอบคลุม การเดินทางในระยะไกลของยานยนต์ไฟฟ้า ให้ประชาชนมีความมั่นใจในการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าว่าจะมีสถานีอัดประจุไฟฟ้าครอบคลุมทั่วประเทศให้มากยิ่งขึ้น</p>
<p>นอกจากนี้ รัฐบาลได้มีแนวคิดที่จะนำร่องใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจก่อน พร้อมทั้งมีการหารือกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (สอท.) ภายใต้มาตรการยานยนต์เก่าแลกยานยนต์ไฟฟ้า โดยให้ผู้บริโภคนำรถยนต์ที่มีอายุมากกว่า 15 ปี มาแลกเปลี่ยนเป็นรถยนต์ ไฟฟ้า เพื่อส่งเสริมตลาดรถยนต์ไฟฟ้าและจัดการซากยานยนต์อย่างเป็น ระบบ พร้อมทั้งจัดตั้งคณะทำงานเข้ามาศึกษาเรื่องการจัดการซากยานยนต์ ในประเทศไทยอย่างจริงจัง เพื่อให้เกิดการจัดการไม่ก่อปัญหาตามมา รองรับการลงทุนการรีไซเคิลซากรถยนต์และแบตเตอรี่ มีการกำหนด กฎเกณฑ์เพื่อให้เกิดการสร้างโรงงานรองรับการตั้งโรงงานกำจัดซาก ยานยนต์ในประเทศ เพื่อนำซากชิ้นส่วนยานยนต์ที่ยังสามารถใช้งานได้เข้าสู่ ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างยั่งยืน และในส่วนของราคายานยนต์ไฟฟ้า จากบริษัทผู้ผลิตในประเทศไทย จะต้องเป็นไปอย่างเหมาะสมตามที่รัฐบาล กำหนด เพื่อไม่ให้ตกเป็นภาระแก่ผู้บริโภค</p>
<h2>BOI พร้อมกระตุ้นการลงทุนในกลุ่มยานยนต์พลังงานไฟฟ้า ขานรับ Roadmap ผลิตยานยนต์ไฟฟ้า</h2>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>โชคดี แก้วแสง</strong></span> <strong>รองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI)</strong> กล่าวว่า ย้อนกลับไปในช่วงเดือนมีนาคม พ.ศ. 2560 ที่กระทรวงอุตสาหกรรมนำเรื่องยานยนต์ไฟฟ้าเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาการลงทุนยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทย จากนั้นถัดมาเพียง 1 เดือน BOI ก็ได้จัดทำแนวทางและแผนการลงทุนด้านยานยนต์ไฟฟ้าตามมาตรฐานสากลออกมาจูงใจให้กับผู้ประกอบการครอบคลุมทุกด้าน เช่น เรื่องการผลิต ความต้องการตลาด การส่งเสริมการลงทุน การสร้างสถานีชาร์จ รถยนต์ใช้ส่วนบุคคล รถยนต์สาธารณะ และชิ้นส่วน สำหรับยานยนต์ไฟฟ้า เป็นต้น</p>
<p>ในระยะแรกที่เราเปิดการส่งเสริมการลงทุนนั้น มีผู้เข้าร่วมไม่มากนัก แม้จะมีการเปิดส่งเสริมการลงทุนทุกประเภท เพราะในขณะนั้นยังขาดข้อมูลและแรงจูงใจในการผลิตยานยนต์ไฟฟ้า อีกทั้งระบบโครงสร้าง พื้นฐานภายในประเทศยังไม่เอื้ออำนวยให้การใช้ยานยนต์ไฟฟ้ามากเท่ากับ ในปัจจุบัน แต่เมื่อกระแสความต้องการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าจากต่างประเทศ เข้ามามากขึ้น ทำให้มีผู้ประกอบการทยอยเข้ามาขอรับการส่งเสริมการ ลงทุนในส่วนของรถยนต์พลังงานเพิ่มขึ้น ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ทั้งหมด 16 บริษัท รวม 26 โครงการ ส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการในภูมิภาคเอเชีย มียอดการผลิตรวมกันกว่า 560,000 คัน โดยมีการขอส่งเสริมการลงทุนในการผลิตรถยนต์ประเภทไฮบริด (HEV) ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) รถพลังงานไฟฟ้า 100% (BEV) และสถานีอัดประจุไฟฟ้า</p>
<p>“สำหรับความท้าทายจากโจทย์ของรัฐบาลในการขับเคลื่อนนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าให้ได้ 30% ภายในปี พ.ศ. 2573 ทำง BOI ได้พยายามเร่งพิจารณาส่งเสริมการลงทุนเพิ่มเติมในส่วนของสามล้อไฟฟ้า และรถจักรยานยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้า เพราะผู้บริโภคมีความต้องการเพิ่มขึ้นตามเทรนด์การใช้งาน นอกจากนี้ จะเปิดรับการส่งเสริมการลงทุนยานยนต์ไฟฟ้าที่ปิดโครงการไปแล้วเพิ่มเติม พร้อมทั้งทำการสำรวจ ทิศทางความต้องการ ความพร้อมของตลาดยานยนต์ โดยดูรายละเอียดเรื่องผู้ผลิตและผู้ใช้งานไฟฟ้าในประเทศและต่างประเทศ หากพบว่ามี ความต้องการและผลตอบรับคุ้มค่า ก็จะเปิดรับการส่งเสริมการลงทุนอีกครั้ง” <strong>โชคดี</strong> กล่าว</p>
<h2>PEA สร้างสถานีอัดประจุไฟฟ้าสำหรับรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 11 แห่ง วางแผนสร้างสถานีครอบคลุมทั่วประเทศทุกๆ 100 กม.</h2>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>เสกสรร เสริมพงศ์</strong></span> <strong>รองผู้ว่าการวางแผนและพัฒนาระบบไฟฟ้า การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA)</strong> กล่าวว่า การไฟฟ้าส่วนภูมิภาครับผิดชอบพื้นที่ครอบคลุม 74 จังหวัดทั่วประเทศ ยกเว้นกรุงเทพมหานคร นนทบุรีและสมุทรปราการ โดยปัจจุบัน PEA มีการสร้างสถานีอัดประจุไฟฟ้าสำหรับรถยนต์พลังงานไฟฟ้าทั้งหมด 11 แห่ง ติดตั้งหัวชาร์จตามมาตรฐาน นานาชาติ 3 แบบ ได้แก่ CHAdeMO, CCS Combo2 และ AC Type2 เพื่อรองรับรถหลากหลายค่าย กระจายอยู่ในพื้นที่รอบๆ กรุงเทพฯ ตาม สถานที่ท่องเที่ยว เช่น พัทยา หัวหิน และอยุธยา เป็นต้น โดยที่พัทยามีการ ตอบรับของผู้ใช้แท็กซี่รุ่นใหม่ ซึ่งเป็นยานยนต์ไฟฟ้าเข้ามาใช้จำนวนมาก เนื่องจากให้บริการฟรี และมีแผนสร้างสถานีอัดประจุไฟฟ้าให้ครอบคลุมทั่วประเทศตามเส้นทางหลักทุกๆ 100 กิโลเมตร ตามแผนในระยะที่ 1 ภายในปี พ.ศ. 2563 จะสร้างเพิ่มให้เสร็จอีก 62 แห่ง 42 จังหวัด เช่น เชียงราย เชียงใหม่ ลำปาง อุดรธานี อุบลราชธานี ขอนแก่น ชลบุรี จันทบุรี ระยอง สุราษฎร์ธานี สงขลา กระบี่ กาญจนบุรี ชัยนาท และสิงห์บุรี เป็นต้น โดยร่วมกับสถานีปั๊มน้ำมันบางจาก จัดสร้างสถานีอัดประจุไฟฟ้า 56 แห่ง และพื้นที่ของ PEA เองอีก 6 แห่ง แต่ด้วยสถานการณ์ COVID-19 ทำให้แผนการดำเนินการล่าช้าออกไปจากเดิมที่จะก่อสร้างเสร็จในไตรมาส 3 ของปี พ.ศ. 2563 ต้องเลื่อนออกไปแล้วเสร็จภายในไตรมาสที่ 2 ของปี พ.ศ. 2564</p>
<p>ในระยะที่ 2 PEA จะดำเนินการก่อสร้างระหว่างปี พ.ศ. 2564- พ.ศ. 2565 อีก 64 แห่ง ซึ่งหากก่อสร้างแล้วเสร็จจะมีสถานีอัดประจุไฟฟ้าทั้งหมด 137 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่ 75 จังหวัด รวมกรุงเทพมหานคร โดยต้นทุนในการสร้างสถานีอัดประจุไฟฟ้ารวมทั้งหมดเฉลี่ย 2.5 ล้านบาท ต่อ 1 แท่นชาร์จ ซึ่งการลงทุนของ PEA ไม่มีกำไร แต่เพื่ออำนวยความสะดวก และเป็นอีกหนึ่งความร่วมมือกับทางภาครัฐตามแผน Roadmap ขับเคลื่อน EV ให้เกิดขึ้นจริง</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-14741" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/10/EV-Technology.jpg" alt="เทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า" width="800" height="464" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/10/EV-Technology.jpg 800w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/10/EV-Technology-300x174.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/10/EV-Technology-768x445.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/10/EV-Technology-150x87.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/10/EV-Technology-500x290.jpg 500w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<h2>ค้นหาสถานีอัดประจุไฟฟ้าผ่าน PEA VOLTA Application</h2>
<p>สำหรับอัตราค่าบริการในการอัดประจุไฟฟ้าแต่ละครั้ง PEA คาดว่าจะเริ่มนำร่องเก็บประมาณในช่วงเดือนกันยายนศกนี้เป็นต้นไป โดยประชาชนผู้ใช้สามารถเข้าใช้งาน โดยค้นหาสถานีอัดประจุไฟฟ้าผ่าน แอปพลิเคชัน PEA VOLTA Application ณ สถานี PEA VOLTA 5 แห่งแรก ได้แก่ PEA VOLTA สำนักงานใหญ่ กรุงเทพฯ เปิดตั้งแต่เวลา 06.00- 20.00 น. PEA VOLTA จังหวัดสมุทรสาคร เปิดตั้งแต่เวลา 06.00-20.00 น. PEA VOLTA เขาย้อย จังหวัดเพชรบุรี เปิดตั้งแต่เวลา 06.00-20.00 น. PEA VOLTA หัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เปิดตั้งแต่เวลา 06.00-20.00 น. และ PEA VOLTA พัทยาใต้ จังหวัดชลบุรี เปิดตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งผู้ใช้ สามารถบริหารจัดการเวลาในการอัดประจุยานยนต์ไฟฟ้าของตนเอง รวมถึงชำระค่าบริการผ่าน PEA VOLTA Application โดยมีอัตราค่าบริการ คือ อัตราค่าบริการอัดประจุไฟฟ้าในการใช้เครื่องอัดประจุไฟฟ้ากระแสตรง (DC Charger) ในช่วง Peak ค่าบริการ 7.5798 บาทต่อหน่วย ในช่วง 202012Off-Peak ค่าบริการ 4.1972 บาทต่อหน่วย และอัตราค่าบริการอัดประจุ ไฟฟ้าในการใช้เครื่องอัดประจุไฟฟ้ากระแสสลับ (AC Charger) ในช่วง Peak ค่าบริการ 7.5798 บาทต่อหน่วย ในช่วง Off-Peak ค่าบริการ 4.1972 บาทต่อหน่วย</p>
<figure id="attachment_14740" aria-describedby="caption-attachment-14740" style="width: 800px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-14740" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/10/MG-EV.jpg" alt="MG ZS EV ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100%" width="800" height="473" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/10/MG-EV.jpg 800w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/10/MG-EV-300x177.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/10/MG-EV-768x454.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/10/MG-EV-150x89.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/10/MG-EV-500x296.jpg 500w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /><figcaption id="caption-attachment-14740" class="wp-caption-text">MG ZS EV ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100%</figcaption></figure>
<h2>MEA เตรียมขยายสถานีอัดประจุไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอีก 118 แห่ง ภายในปี’65 พร้อมพัฒนาแอปฯ ค้นหาสถานีชาร์จไฟฟ้าทั่วประเทศ</h2>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>พรศักดิ์ อุดมทรัพยากุล</strong></span> <strong>ผู้ช่วยผู้ว่าการวางแผนและพัฒนาองค์กร การไฟฟ้านครหลวง (MEA)</strong> กล่าวว่า MEA ให้บริการไฟฟ้าแก่ประชาชน ครอบคลุมพื้นที่ใน 3 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการ ซึ่งพฤติกรรมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าจะแตกต่างจากของ PEA เพราะส่วนใหญ่คนที่ใช้ยานยนต์ไฟฟ้าจะนิยมชาร์จไฟฟ้าจากที่บ้านจนเต็มแล้วนำรถออกมาใช้งาน และมีพื้นที่ของเอกชนหลายๆ ส่วนเริ่มเปิด พื้นที่ให้มีการสร้างสถานีอัดประจุไฟฟ้าบริการ เช่น ในห้างสรรพสินค้า ในพื้นที่โรงแรม เป็นต้น แต่ก็มีโอกาสที่แบตเตอรี่หมดในระหว่างใช้งานได้ MEA จึงได้สร้างสถานีให้บริการอัดประจุไฟฟ้าขึ้น โดยพิจารณาเส้นทางการ ติดตั้งที่มีจำนวนคนใช้ยานยนต์ไฟฟ้าเข้าไปใช้บริการจำนวนมากเป็นหลัก เพื่อประหยัดต้นทุนในการสร้างแต่ละสถานี ความรวดเร็วในการชาร์จต่อครั้ง เพื่ออำนวยความสะดวกต้องใช้เวลาชาร์จไม่เกิน 30 นาทีต่อครั้ง เพื่อให้การกักเก็บพลังงานไฟฟ้าในแบตเตอรี่ได้ประมาณ 80% แล้วนำไป ใช้งานต่อได้ และการชาร์จแต่ละครั้งต้องมีการรักษาแบตเตอรี่ให้ใช้งานต่อเนื่องอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ 10 แห่ง จำนวน 15 แท่นชาร์จ และมีแผนการขยายสถานีอัดประจุไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอีก 118 แห่ง รวมเป็น 128 แห่ง ภายในปี พ.ศ. 2565 พร้อมทั้งพัฒนาแอปพลิเคชันในการค้นหา สถานีชาร์จไฟฟ้าทั้งประเทศ และสามารถจองแท่นชาร์จก่อนเข้ารับบริการได้ ทั้งนี้คาดว่าภายในปี พ.ศ. 2569 จะมียานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยใช้งาน ไม่ต่ำกว่า 1.5 ล้านคัน แบ่งเป็นการใช้งานในพื้นที่ MEA ที่ให้บริการไม่ต่ำกว่า 300,000 คัน และพื้นที่ภูมิภาคอีกประมาณ 1.2 ล้านคัน</p>
<p>สำหรับแผนการส่งเสริมให้ประชาชนปรับการใช้ยานยนต์ดั้งเดิมมาใช้ยานยนต์ไฟฟ้าเพิ่มเติม MEA เตรียมแผนที่จะมอบแท่นชาร์จไฟฟ้าให้ผู้สนใจร่วมกับบริษัทยานยนต์ไฟฟ้าที่เป็นพันธมิตรทุกๆ รายในอนาคต พัฒนาแอปพลิเคชันในการค้นหานำทางสถานีชาร์จไฟฟ้าให้มีความเสถียรแบบเรียลไทม์ในทุกๆ พื้นที่ ศึกษาวิจัยการใช้งานยานยนต์ไฟฟ้า สถานีอัดประจุไฟฟ้า หัวชาร์จเจอร์มีความเหมาะสม ร่วมกับมหาวิทยาลัยเพื่อนำมาปรับการดำเนินการรองรับการใช้งานให้มีประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้นและพร้อมสนองนโยบายภาครัฐ</p>
<h2>สถาบันยานยนต์พร้อมให้บริการทดสอบยานยนต์ไฟฟ้า</h2>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>พิสิฐ รังสฤษฎ์วุฒิกุล</strong></span> <strong>ผู้อำนวยการสถาบันยานยนต์</strong> กล่าวว่า สถาบันยานยนต์เป็นหน่วยงานสนับสนุนการทำงานของกระทรวงอุตสาหกรรม ก่อตั้งมา 22 ปี มีพันธกิจในการศึกษาวิจัยด้านเทคโนโลยียานยนต์ สรุปรายงานเสนอรายงานความคืบหน้าในส่วนการทำงานต่างๆ เผยแพร่แก่ทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชนทั่วไปที่เกี่ยวข้อง การพัฒนา บุคลากรในแวดวงอุตสาหกรรมยานยนต์ ฝึกอบรม ศูนย์ทดสอบเรื่อง ชิ้นส่วนยานยนต์ตามมาตรฐาน มอก. ของไทย และมาตรฐานต่างประเทศ ปัจจุบันมีสถานที่ตั้งอยู่ 3 แห่ง ได้แก่ กล้วยน้ำไท ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางข้อมูล มีแท่นชาร์จไฟฟ้า 1 แท่น ให้บริการประชาชนทั่วไปโดยไม่คิด ค่าใช้จ่าย แต่ต้องอนุญาตเข้าใช้บริการก่อนทุกครั้ง นิคมอุตสาหกรรม บางปู จังหวัดสมุทรปราการ ตัวอาคารได้รับการสนับสนุนจากญี่ปุ่น และ เครื่องมือจาก สมอ. ทำหน้าที่ทดสอบเรื่องมลพิษ EURO4 EURO5 ทดสอบ หมวกกันน็อก กระจกนิรภัย และอื่นๆ และสนามไชยเขต จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นพื้นที่ของกรมป่าไม้ ที่ได้รับอนุเคราะห์ 1,295 ไร่ เพื่อทำหน้าที่ทดสอบ ด้าน EV ทั้งรถยนต์ไฟฟ้าและรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ก่อสร้างแล้วเสร็จพื้นที่สนามไชย 1 พื้นที่ทดสอบยางล้อ ส่วนอื่นๆ เช่น พื้นที่อาคารสำหรับ ทดสอบแบตเตอรี่กำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง ตัวอาคารคาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณพฤศจิกายน พ.ศ. 2563</p>
<p>ส่วนเฟสที่ 2 เป็นการสร้างสนามสำหรับขับทดสอบยานยนต์ไฟฟ้า ทุกระบบ อยู่ระหว่างเร่งการก่อสร้าง มีล่าช้าเนื่องจากสถานการณ์ COVID-19 เพราะในพื้นที่ใกล้เคียงมีการแพร่เชื้อจากสนามมวยก่อนหน้านี้ คาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงไตรมาสแรกของปี พ.ศ. 2564 และในเฟสที่ 3 จะเก็บตกทุกๆ งานให้แล้วเสร็จ รวมทั้งการติดตั้งเครื่องจักรและเครื่องมือ ในส่วนต่างๆ ที่รัฐบาลอนุมัติงบประมาณ จะแล้วเสร็จประมาณไตรมาสแรก ของปี พ.ศ. 2564 สำหรับการเตรียมบุคลากรที่จะเข้ามาทำงานภายใน สนามไชยนั้น สถาบันฯ ได้ลงนามความร่วมมือ (MOU) กับศูนย์ทดสอบ ผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (PTEC) และเตรียมความพร้อมอีกส่วน จากกระทรวงอุตสาหกรรมที่มีพื้นฐานความรู้เรื่องยานยนต์ไฟฟ้ามาร่วม อีกจำนวนหนึ่ง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นภายในศูนย์ทดสอบที่สนามไชย รองรับยานยนต์ไฟฟ้าจากบริษัทต่างๆ ที่จะเข้ามาทดสอบ เช่น ทดสอบ ประสิทธิภาพทั้งคัน การออกแบบใช้วัสดุจากนาโนเทคหรือใช้จากวัสดุ อะไรบ้าง โครงสร้างตัวรถมีความปลอดภัยในระดับขั้นไหน สุขอนามัยภายในตัวรถมีมากน้อยเพียงใด และระบบฟอกอากาศภายในตัวรถจะ ล้ำสมัย สามารถฆ่าเชื้อไวรัสชนิดใดได้บ้าง เป็นต้น ซึ่งศูนย์ทดสอบจะต้อง เซ็ตระบบการทดสอบรองรับความก้าวหน้าของยานยนต์ไฟฟ้าในอนาคตทุกรูปแบบ</p>
<h2>PTEC เตรียมสร้าง Lab Test รถขนาดใหญ่ &#8211; ยานยนต์ไฟฟ้า อัตโนมัติไร้คนขับในอนาคต</h2>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ดร.ไกรสร อัญชลีวรพันธุ์</strong></span> <strong>ผู้อำนวยการศูนย์ทดสอบผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (PTEC) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)</strong> กล่าวว่า PTEC ได้เข้าไปมีบทบาทร่วมกับ สำนักงานมาตรฐานอุตสาหกรรม (สมอ.) กระทรวงอุตสาหกรรม มาอย่าง ยาวนาน โดยเฉพาะในเรื่องการกำหนดมาตรฐานของแบตเตอรี่และ การทดสอบแบตเตอรี่ ซึ่งเป็นมาตรฐานที่สำคัญอย่างยิ่งของยานยนต์ไฟฟ้า เครื่องชาร์จ หัวชาร์จ และมาตรฐานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งมีการสร้างนักวิจัยคนไทยขึ้นมาทำการออกแบบสร้างแบตเตอรี่ เพื่อลดการนำเข้าจากต่างประเทศที่มีราคาแพงใช้เองภายในประเทศ นอกจากนี้ยังมีการทำงานวิจัยอื่นๆ ร่วมกับการสร้าง Lab Test ระบบภายในยานยนต์ไฟฟ้า อย่างครบวงจร เช่น การระบายความร้อนของแบตเตอรี่เพื่อป้องกัน การก่อประกายไฟจนเกิดการลุกไหม้ ทำให้ผู้ใช้ไม่มีความปลอดภัย การสั่นสะเทือนขณะขับขี่ ระบบความปลอดภัยต่างๆ ทดสอบโครงสร้างตัวยานยนต์ในเรื่องน้ำหนักเบา และรูปแบบต่างๆ รวมทั้งการควบคุมเรื่อง ความถี่ของรถที่จะไม่กวนการทำงานของเครื่องยนต์หรือซอฟต์แวร์ที่ติดตั้ง ภายในตัวรถ และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับประสิทธิภาพและคุณภาพการขับขี่บนถนนทุกรูปแบบในประเทศไทย ในอนาคตกำลังดำเนินการสร้าง Lab Test รถขนาดใหญ่ที่ขับเคลื่อนเกิน 4 ล้อ เช่น รถบัส 2 ชั้น พร้อมทั้งสร้าง Lab Test ยานยนต์ไฟฟ้าอัตโนมัติไร้คนขับ</p>
<p>สำหรับความพร้อมของอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทยนั้น มองว่ากำลังเดินหน้าตามแผนดำเนินการที่วางไว้อย่างเป็นระบบ อาจจะล่าช้า ไปบ้างในบางส่วนตามตัวแปรที่ควบคุมได้ยาก เช่น เรื่องสถานการณ์ การแพร่ระบาดของ COVID-19 ทำให้การทำงานหยุดชะงักลง โดยเฉพาะ การก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานรองรับทั้งในส่วนของถนน การวางระบบ โครงข่ายโทรคมนาคม 5G เพื่อให้ยานยนต์ไฟฟ้าใช้ซอฟต์แวร์ที่ติดตั้ง มากับตัวรถ พูดคุยกับโครงสร้างพื้นฐานระหว่างเส้นทางขับขี่ เป็นต้น</p>
<p>อย่างไรก็ตาม ยังมั่นใจในศักยภาพมาตรฐานของฐานการผลิตยานยนต์แบบดั้งเดิมที่เป็นศูนย์การผลิตรถยนต์ที่เข้มแข็งเป็นอันดับที่ 2 ในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งจะช่วยส่งเสริมให้ฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้า ของไทยก้าวกระโดด หากรู้จักปรับใช้นวัตกรรมสมัยใหม่เข้ามาใช้สำหรับ ข้อแนะนำผู้ผลิตยานยนต์ไฟฟ้าทุกๆ บริษัทที่จะเข้ามาทำตลาดในประเทศไทย ควรคำนึงเรื่องความปลอดภัยของแบตเตอรี่เป็นสิ่งแรก และ ควรมีการทำประกันแบตเตอรี่ให้กับผู้บริโภคที่ใช้งานของแต่ละบริษัทจะมี ระยะเวลากี่ปีก็ตามข้อตกลงของแต่ละบริษัท เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและ เป็นอีกแรงจูงใจให้ผู้บริโภคชาวไทยหันมาใช้ยานยนต์ไฟฟ้าเพิ่มเติม</p>
<h2>MG สร้างแท่นชาร์จให้บริการลูกค้าผ่านโชว์รูมศูนย์บริการ MG ทั่วประเทศ 100 แห่ง ในปี’63</h2>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-14738" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/10/MG.jpg" alt="มร.จาง ไห่โป" width="680" height="475" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/10/MG.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/10/MG-300x210.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/10/MG-150x105.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/10/MG-500x349.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>มร.จาง ไห่โป</strong></span> <strong>กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด และบริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด</strong> กล่าวว่า MG มุ่งมั่น ที่จะพัฒนาระบบยานยนต์ทุกรูปแบบตอบสนองตลาดผู้บริโภค โดยเฉพาะในปี พ.ศ. 2562 ที่ผ่านมา MG ได้เปิดตัว MG ZS EV ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% ครั้งแรกในประเทศไทย และได้รับการตอบรับที่ดี ผู้บริโภคชื่นชอบในตัวยานยนต์ที่เปิดตัวและกำลังมีแผนการดำเนินการต่อยอดสร้างยานยนต์ไฟฟ้าตามนิยาม New Generation of Automotive ของ MG ซึ่งให้ความสำคัญกับระบบไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ใหม่ๆ ที่พัฒนาขึ้นมารองรับ ระบบยานยนต์ไร้คนขับ และพลังงานทางเลือก ในรูปแบบต่างๆ ที่สำคัญ จะให้ความสำคัญกับทีมงานวิศวกร ช่างเทคนิค และนักคณิตศาสตร์ในการคำนวณสูตรต่างๆ ที่ใช้ในยานยนต์ไฟฟ้า รวมทั้ง จัดอบรมส่งเสริมให้มีการศึกษา สร้างงานวิจัยเผยแพร่ภายในองค์กร เพื่อร่วมกันคิดค้นยานยนต์ไฟฟ้าที่ดีที่สุดแก่ผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง</p>
<p>สำหรับการสร้างแท่นชาร์จเพื่อบริการลูกค้าของ MG จะดำเนินการ ผ่านโชว์รูมและศูนย์บริการ MG ทั่วประเทศ ภายในปี พ.ศ. 2563 นี้ คาดว่า ในระยะแรกจะมีประมาณ 100 แห่ง และจะมองหาพื้นที่อื่นๆ เพิ่มเติมอีก 1 เท่าตัวในปี พ.ศ. 2564 ผ่านพันธมิตรทางการค้า ซึ่งจะเลือกพื้นที่ที่ติดทางหลวง และในระยะที่ 3 จะเริ่มให้ครบทั่วประเทศ เช่น ในสถานีบริการน้ำมันต่างๆ ห้างสรรพสินค้า หมู่บ้านขนาดใหญ่ ที่พักอาศัย และสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญๆ ในประเทศไทย ส่วนงบการลงทุนสร้างแท่นชาร์จของ MG ประมาณ 1 ล้านบาทต่อ 1 แท่นชาร์จ ขณะนี้ภาพรวมการทำธุรกิจ ยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยยังไม่มีปัญหาและอุปสรรคมากนัก อีกทั้งด้วยความพร้อมของประเทศไทยจากทุกภาคส่วน ส่งผลให้การดำเนินธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าของ MG ได้รับการตอบรับมากยิ่งขึ้น</p>
<hr />
<p>Source: นิตยสาร Green Network ฉบับที่ 101 กันยายน-ตุลาคม 2563 คอลัมน์ Report โดย กองบรรณาธิการ</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/roadmap-%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2/">กระทรวงอุตสาหกรรม เดินหน้าผลักดัน Roadmap พัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า ตั้งเป้าผลิตยานยนต์ไฟฟ้า 30% ในปี 2030</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/roadmap-%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8220;สุริยะ&#8221; รมว.อุตสาหกรรม ปาฐกถาพิเศษ &#8220;Roadmap ไทย ขับเคลื่อน EV&#8221;</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/roadmap-%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2-%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2-ev/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/roadmap-%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2-%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2-ev/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 28 Aug 2020 02:56:54 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[EV]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงอุตสาหกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[การผลิตยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[นโยบายยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[ยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมยานยนต์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=14148</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#8220;สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ&#8221; รมว.อุตสาหกรรม ปาฐกถาพิเศษ &#8220;Roadmap ไทยขับเคลื่อน EV&#8221; เดินหน้าดำเนินนโยบายเร่งให้เกิดยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศตรงตามเป้าหมาย ให้มีการผลิตยานยนต์ไฟฟ้า 30% ในปี 2030 27 สิงหาคม 2563 &#8211; นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมกล่าวปาฐกถาพิเศษ งานสัมมนา &#8220;New Generation of Automotive&#8221; ในหัวข้อ &#8220;Road Map ไทย ขับเคลื่อน&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/roadmap-%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2-%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2-ev/">“สุริยะ” รมว.อุตสาหกรรม ปาฐกถาพิเศษ “Roadmap ไทย ขับเคลื่อน EV”</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>&#8220;สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ&#8221; รมว.อุตสาหกรรม ปาฐกถาพิเศษ &#8220;Roadmap ไทยขับเคลื่อน EV&#8221; เดินหน้าดำเนินนโยบายเร่งให้เกิดยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศตรงตามเป้าหมาย ให้มีการผลิตยานยนต์ไฟฟ้า 30% ในปี 2030</strong></p>
<p><span id="more-14148"></span></p>
<p>27 สิงหาคม 2563 &#8211; <span style="color: #6cb742;"><strong>นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ</strong></span> <strong>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม</strong> ร่วมกล่าวปาฐกถาพิเศษ งานสัมมนา &#8220;<strong>New Generation of Automotive</strong>&#8221; ในหัวข้อ &#8220;<strong>Road Map ไทย ขับเคลื่อน EV</strong>&#8221; โดย รมว.อุตสาหกรรม กล่าวว่า รัฐบาลและกระทรวงอุตสาหกรรม มีนโยบายและมาตรการ ที่จะทำให้อุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทย ซึ่งเป็นฐานการผลิตยานยนต์ที่สำคัญของโลก โดยในปี 2019 มีการผลิตอยู่ในอันดับที่ 11 ของโลก ให้สามารถปรับตัวและต่อยอดเทคโนโลยีการผลิตเดิม เพื่อคงไว้ซึ่งขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยที่อุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่เป็น 1 ใน 12 อุตสาหกรรมเป้าหมาย (S-Curve) เป็นอุตสาหกรรมเดิมที่มีศักยภาพและมีบทบาทสำคัญในการผลักดันเศรษฐกิจของประเทศ</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-14155 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/08/Roadmap-EV-01.jpg" alt="&quot;สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ&quot; รมว.อุตสาหกรรม ปาฐกถาพิเศษ &quot;Roadmap ไทยขับเคลื่อน EV&quot;" width="680" height="510" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/08/Roadmap-EV-01.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/08/Roadmap-EV-01-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/08/Roadmap-EV-01-150x113.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/08/Roadmap-EV-01-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p>นอกจากนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมได้กำหนดแผนพัฒนาอุตสาหกรรมเพื่อให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการผลักดันเพื่อให้เกิดการลงทุนผลิตยานยนต์ไฟฟ้าและการผลิตชิ้นส่วนที่สำคัญภายในประเทศ โดยมีมาตรการสนับสนุนการผลิตยานยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าในประเทศไทยให้เกิดผลเป็นรูปธรรม และมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดดำเนินการ ตามมาตรการสนับสนุนการผลิตยานยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าในประเทศไทย โดยการบูรณาการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานให้สอดคล้องและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน มีมาตรการครอบคลุมทุกด้าน ประกอบด้วย มาตรการส่งเสริมการลงทุนเพื่อสร้างอุปทาน (Supply) มาตรการกระตุ้นตลาดในประเทศ (Demand) การเตรียมความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน การจัดทำมาตรฐานยานยนต์ไฟฟ้า การบริหารจัดการแบตเตอรี่ใช้แล้ว และมาตรการด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง</p>
<p>โดยจากการประชุมคณะกรรมการยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติครั้งที่ 1 ได้เห็นชอบโรดแมพ ตั้งเป้าหมายการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าในปี 2030 ไว้ที่ 30% ของการผลิตรถยนต์ในไทย แบ่งการทำงานเป็น 3 ระยะ คือ ระยะสั้น (ปี 2020-2022) ผลิตรถสำหรับรถราชการ รถสาธารณะ รถจักรยานยนต์สาธารณะ 60,000-110,000 คัน ระยะกลาง (ปี 2021-2025) จะผลักดัน ECO EV จำนวน 100,000-250,000 คัน และผลักดันสมาร์ท ซิตี้ บัส จำนวน 1,000-3,000 คัน และระยะยาว (ปี 2026-2030) จะขยายจำนวน Eco EV เพื่อรองรับ Zero Emission และ Sharing Mobility และมีเป้าหมายผลิตรถยนต์ไฟฟ้า 30% ของปริมาณการผลิต 2.5 ล้านคัน</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-14150 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/08/EV.jpg" alt="รถยนต์ไฟฟ้า" width="680" height="383" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/08/EV.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/08/EV-300x169.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/08/EV-150x84.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/08/EV-500x282.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p>ส่วนในด้านโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการใช้รถยนต์ไฟฟ้านั้น ที่ผ่านมาได้มีการส่งเสริมความร่วมมือทั้งทางภาครัฐและเอกชนในการติดตั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้า โดยมีการกำหนดค่าไฟฟ้าคงที่ไว้ที่ 2.63 บาทต่อหน่วย และติดตั้งสถานีประจุไฟฟ้าให้ครอบคลุมในรัศมี 50-70 กิโลเมตร เพื่อให้ครอบคลุมการเดินทางในระยะไกล</p>
<p><strong>ทั้งนี้ เพื่อผลักดันให้มีการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้า EV ภายในประเทศให้มากขึ้น ได้วางแผนตั้งเป้านำร่องยานยนต์ไฟฟ้าในส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจก่อน นอกจากนี้ที่ผ่านมาได้อยู่ระหว่างการหารือกับทางสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ภายใต้มาตรการยานยนต์เก่าแลกยานยนต์ไฟฟ้า นำรถยนต์ที่มีอายุมากกว่า 15 ปี มาแลกรถยนต์ไฟฟ้า เพื่อส่งเสริมตลาดรถยนต์ไฟฟ้าและจัดการซากยานยนต์ โดยจะมีการศึกษาเรื่องการจัดการซากยานยนต์ในประเทศไทยอย่างจริงจัง เพื่อให้เกิดการจัดการอย่างเป็นระบบ รองรับการลงทุนการรีไซเคิลซากรถยนต์และแบตเตอรี่ เพื่อเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/roadmap-%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2-%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2-ev/">“สุริยะ” รมว.อุตสาหกรรม ปาฐกถาพิเศษ “Roadmap ไทย ขับเคลื่อน EV”</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/roadmap-%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2-%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2-ev/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
