<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ | Green Network</title>
	<atom:link href="https://www.greennetworkthailand.com/tag/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%a0%e0%b8%b9%e0%b8%a1%e0%b8%b4/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Fri, 21 Nov 2025 09:41:59 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.8.5</generator>

<image>
	<url>https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/green-network-50x50.png</url>
	<title>การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ | Green Network</title>
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>กฟผ. โชว์ศักยภาพเทคโนโลยีพลังงานสะอาด – บริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก รุกเดินหน้าสู่เป้าหมาย Net Zero บนเวที COP30</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/egat-cop30/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 21 Nov 2025 09:41:26 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Report]]></category>
		<category><![CDATA[COP30]]></category>
		<category><![CDATA[กฟผ]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=42001</guid>

					<description><![CDATA[<p>กฟผ. ร่วมการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 30 (COP30) ณ สหพันธ์สาธารณรัฐบราซิล นำเสนอความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีพลังงานสะอาดและการจัดการก๊าซเรือนกระจกของไทย ตอกย้ำบทบาทองค์การด้านพลังงานของประเทศที่พร้อมขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ร่วมการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 30 (COP30) นำเสนอความสำเร็จของไทยด้านเทคโนโลยีพลังงานสะอาดและการบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก พร้อมแสดงบทบาทเชิงรุกของ กฟผ. ในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดอย่างยั่งยืน ระหว่างวันที่ 10 &#8211; 21 พฤศจิกายน 2568 ณ เมืองเบเล็ง สหพันธ์สาธารณรัฐบราซิล โดยศาสตราจารย์ ดร.พิสุทธิ์&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/egat-cop30/">กฟผ. โชว์ศักยภาพเทคโนโลยีพลังงานสะอาด – บริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก รุกเดินหน้าสู่เป้าหมาย Net Zero บนเวที COP30</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กฟผ. ร่วมการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 30 (COP30) ณ สหพันธ์สาธารณรัฐบราซิล นำเสนอความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีพลังงานสะอาดและการจัดการก๊าซเรือนกระจกของไทย ตอกย้ำบทบาทองค์การด้านพลังงานของประเทศที่พร้อมขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน</strong></p>
<p><span id="more-42001"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42007" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/egat-cop30-06.jpg" alt="กฟผ. โชว์ศักยภาพเทคโนโลยีพลังงานสะอาด - บริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก รุกเดินหน้าสู่เป้าหมาย Net Zero บนเวที COP30" width="740" height="555" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/egat-cop30-06.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/egat-cop30-06-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/egat-cop30-06-150x113.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/egat-cop30-06-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>

<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/egat-cop30-03.jpg'><img decoding="async" width="150" height="150" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/egat-cop30-03-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail size-thumbnail" alt="กฟผ. โชว์ศักยภาพเทคโนโลยีพลังงานสะอาด - บริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก รุกเดินหน้าสู่เป้าหมาย Net Zero บนเวที COP30" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/egat-cop30-04.jpg'><img decoding="async" width="150" height="150" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/egat-cop30-04-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail size-thumbnail" alt="กฟผ. โชว์ศักยภาพเทคโนโลยีพลังงานสะอาด - บริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก รุกเดินหน้าสู่เป้าหมาย Net Zero บนเวที COP30" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/egat-cop30-02.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="150" height="150" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/egat-cop30-02-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail size-thumbnail" alt="กฟผ. โชว์ศักยภาพเทคโนโลยีพลังงานสะอาด - บริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก รุกเดินหน้าสู่เป้าหมาย Net Zero บนเวที COP30" /></a>

<p>การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ร่วมการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 30 (COP30) นำเสนอความสำเร็จของไทยด้านเทคโนโลยีพลังงานสะอาดและการบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก พร้อมแสดงบทบาทเชิงรุกของ กฟผ. ในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดอย่างยั่งยืน ระหว่างวันที่ 10 &#8211; 21 พฤศจิกายน 2568 ณ เมืองเบเล็ง สหพันธ์สาธารณรัฐบราซิล</p>
<p>โดย<span style="color: #6cb742;"><strong>ศาสตราจารย์ ดร.พิสุทธิ์ เพียรมนกุล</strong></span> <strong>กรรมการ กฟผ.</strong>  ได้ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองในหัวข้อ “Fast-Tracking Net Zero: Urban Pathways to a Regenerative Future” นำเสนอแนวทางพัฒนาเมืองที่คำนึงถึงเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และเทคโนโลยี เพื่อก้าวสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) พร้อมร่วมเสวนาในหัวข้อ “Driving Systems Change through Climate Public Private Partnerships (PPP)” นำเสนอการสร้างความร่วมมือระหว่างรัฐและเอกชนเพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงด้านสภาพภูมิอากาศ ซึ่งเป็นประเด็นที่สอดคล้องกับบทบาทของ กฟผ. ในการผลักดันการพัฒนาพลังงานสะอาดและเป้าหมายด้านความยั่งยืนของประเทศ</p>
<p>ด้าน<span style="color: #6cb742;"><strong>นายเอกรัฐ สมินทรปัญญา</strong></span> <strong>ผู้ช่วยผู้ว่าการแผนงานโรงไฟฟ้า กฟผ.</strong> ร่วมเสวนาในหัวข้อ “The Green Investment Frontier: Accelerating Innovation from Fund to Frontline” นำเสนอบทบาทกลไกทางการเงินในการขับเคลื่อนนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำได้อย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ ได้ร่วมแลกเปลี่ยนแนวคิดและนำเสนอนวัตกรรมด้านการจัดการก๊าซเรือนกระจกของ กฟผ. ตลอดจนความมุ่งมั่นในการสนับสนุนการพัฒนาพลังงานสะอาดและการสร้างเมืองที่ยั่งยืนในเวทีเสวนา “Fast-Tracking Net Zero: Urban Pathways to a Regenerative Future”</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42006" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/egat-cop30-05.jpg" alt="กฟผ. โชว์ศักยภาพเทคโนโลยีพลังงานสะอาด - บริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก รุกเดินหน้าสู่เป้าหมาย Net Zero บนเวที COP30" width="740" height="555" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/egat-cop30-05.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/egat-cop30-05-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/egat-cop30-05-150x113.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/egat-cop30-05-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>กฟผ. ได้ร่วมจัดนิทรรศการแสดงความก้าวหน้าด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีพลังงานไฟฟ้าของไทยเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ในพื้นที่ Thailand Pavilion อาทิ อัตราค่าบริการไฟฟ้าสีเขียว (Utility Green Tariff: UGT) และโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (Small Modular Reactor: SMR) ซึ่งสะท้อนความมุ่งมั่นของ กฟผ. ในการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก มุ่งสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์<br />
การเข้าร่วม COP30 ของ กฟผ. ในครั้งนี้ นอกจากการแสดงออกถึงความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมในระดับโลกแล้ว ยังเป็นการตอกย้ำถึงศักยภาพขององค์การไทยในการเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมพลังงานสะอาด และความพร้อมในการร่วมสร้างอนาคตพลังงานที่ยั่งยืนบนเวทีนานาชาติ</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/egat-cop30/">กฟผ. โชว์ศักยภาพเทคโนโลยีพลังงานสะอาด – บริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก รุกเดินหน้าสู่เป้าหมาย Net Zero บนเวที COP30</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผนึกกำลังภาครัฐ–เอกชน ลงนามผลักดันบรรจุภัณฑ์ยั่งยืนผ่าน ‘Aluminium Loop Model’ หนุนหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน ลดปล่อยคาร์บอนฯ มุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/aluminium-loop-model/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 02 Oct 2025 06:28:57 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Industry]]></category>
		<category><![CDATA[Aluminium Loop]]></category>
		<category><![CDATA[Aluminium Loop Model]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการบรรจุภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[บรรจุภัณฑ์ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[บรรจุภัณฑ์เครื่องดื่มอลูมิเนียม]]></category>
		<category><![CDATA[รรจุภัณฑ์อลูมิเนียม]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบรีไซเคิลวงจรปิด]]></category>
		<category><![CDATA[ลดคาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจหมุนเวียน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=41212</guid>

					<description><![CDATA[<p>กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยหน่วยงานภาครัฐ และกลุ่มผู้ประกอบการอุตสาหกรรมการผลิตและการจัดการกระป๋องอลูมิเนียมตลอดห่วงโซ่อุปทาน (Aluminium Can Supply Chain) ร่วมลงนามประกาศเจตนารมณ์ความร่วมมือ เพื่อขับเคลื่อนการจัดการบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่มอย่างยั่งยืน โดยใช้ “Aluminium Loop” เป็นต้นแบบการรีไซเคิลวงจรปิด (Closed Loop Recycling) ที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ พร้อมสนับสนุนข้อมูลภาคอุตสาหกรรมการผลิตบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่มอลูมิเนียม รองรับมาตรการปรับคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดนของประเทศไทย (TH-CBAM) มุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero 2050 ของประเทศ ดร.ชญานันท์ ภักดีจิตต์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ความร่วมมือครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญในการสร้างระบบหมุนเวียนบรรจุภัณฑ์อย่างครบวงจร&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/aluminium-loop-model/">กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผนึกกำลังภาครัฐ–เอกชน ลงนามผลักดันบรรจุภัณฑ์ยั่งยืนผ่าน ‘Aluminium Loop Model’ หนุนหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน ลดปล่อยคาร์บอนฯ มุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยหน่วยงานภาครัฐ และกลุ่มผู้ประกอบการอุตสาหกรรมการผลิตและการจัดการกระป๋องอลูมิเนียมตลอดห่วงโซ่อุปทาน (Aluminium Can Supply Chain) ร่วมลงนามประกาศเจตนารมณ์ความร่วมมือ เพื่อขับเคลื่อนการจัดการบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่มอย่างยั่งยืน โดยใช้ “Aluminium Loop” เป็นต้นแบบการรีไซเคิลวงจรปิด (Closed Loop Recycling) ที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ พร้อมสนับสนุนข้อมูลภาคอุตสาหกรรมการผลิตบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่มอลูมิเนียม รองรับมาตรการปรับคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดนของประเทศไทย (TH-CBAM) มุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero 2050 ของประเทศ</strong></p>
<p><span id="more-41212"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41216" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Thailand-MOU-on-ERP-Climate-Action-Ceremony-01.jpg" alt="ดร.ชญานันท์ ภักดีจิตต์" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Thailand-MOU-on-ERP-Climate-Action-Ceremony-01.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Thailand-MOU-on-ERP-Climate-Action-Ceremony-01-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Thailand-MOU-on-ERP-Climate-Action-Ceremony-01-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Thailand-MOU-on-ERP-Climate-Action-Ceremony-01-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ดร.ชญานันท์ ภักดีจิตต์</strong></span> <strong>ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม</strong> เปิดเผยว่า ความร่วมมือครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญในการสร้างระบบหมุนเวียนบรรจุภัณฑ์อย่างครบวงจร เชื่อมโยงตั้งแต่การผลิต การบริโภค การคัดแยกเก็บกลับ ไปจนถึงการนำเข้าสู่ระบบการรีไซเคิล โดยมีเป้าหมายชัดเจนในการลดปริมาณขยะตกค้าง และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคอุตสาหกรรม โดยมูลนิธิ 3R จะเป็นผู้ประสานงานความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และภาควิชาการ รวมถึงองค์กรด้านสิ่งแวดล้อมและสื่อสาธารณะ เพื่อร่วมกันผลักดันการศึกษา การพัฒนา และบริหารจัดการบรรจุภัณฑ์แบบครบวงจรสอดคล้องตามหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เป็นการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคอุตสาหกรรมตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ</p>
<p>สำหรับภาครัฐและบทบาทในการดำเนินการ อาทิ กรมควบคุมมลพิษ เร่งผลักดันกฎหมายการจัดการบรรจุภัณฑ์ยั่งยืน ซึ่งเป็นไปตามหลักการขยายความรับผิดชอบของผู้ผลิต (Extended Producer Responsibility: EPR) และแผนปฏิบัติการจัดการขยะของประเทศ กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม สนับสนุนการ บูรณาการฐานข้อมูลก๊าซเรือนกระจก ผลักดันมาตรการคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดนของประเทศไทย (TH-CBAM) กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ร่วมติดตามผลกระทบต่อชายฝั่งทะเลและสนับสนุนมาตรฐานทะเลสะอาด และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ทำงานร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างครอบคลุมมากขึ้น เพื่อสนับสนุนการคัดแยกบรรจุภัณฑ์ออกจากขยะมูลฝอยอย่างมีประสิทธิภาพ และนำแนวทางหรือนโยบายไปปฏิบัติจริงในพื้นที่</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41217" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Thailand-MOU-on-ERP-Climate-Action-Ceremony-02.jpg" alt="ดร.ชญานันท์ ภักดีจิตต์" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Thailand-MOU-on-ERP-Climate-Action-Ceremony-02.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Thailand-MOU-on-ERP-Climate-Action-Ceremony-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Thailand-MOU-on-ERP-Climate-Action-Ceremony-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Thailand-MOU-on-ERP-Climate-Action-Ceremony-02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>ขณะที่ภาคเอกชนจะทำหน้าที่ในการพัฒนาระบบการจัดการและจัดทำฐานข้อมูลการจัดการบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่มอลูมิเนียมที่ครอบคลุมตลอดทั้งวงจร ตั้งแต่การผลิต การบริโภค การคัดแยก การเก็บกลับ และการรีไซเคิล เพื่อให้สามารถกำหนดกรอบและแนวทางการบริหารจัดการข้อมูลที่สอดคล้องกับการพัฒนาระบบบริหารจัดการองค์กรรับผิดชอบจัดการบรรจุภัณฑ์ (PRO: Producer Responsibility Organization) และการประเมินค่าบริการ (EPR Fee) ที่เป็นธรรม ผ่านกลไกแบบจำลองการรีไซเคิลบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่มอลูมิเนียมวงจรปิด (Closed Loop Recycling) ของ Aluminium Loop ซึ่งเกิดขึ้นจากกลุ่มผู้ประกอบการอุตสาหกรรมการผลิตและจัดการกระป๋องอลูมิเนียมตลอดห่วงโซ่คุณค่า (Aluminium Can Supply Chain) ได้แก่ บริษัท ไทยเบเวอร์เรจแคน จำกัด ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่มอลูมิเนียม บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ รีไซเคิล จำกัด ผู้เก็บรวบรวมบรรจุภัณฑ์ใช้แล้ว บริษัท แองโกล เอเซีย เทรดดิ้ง จำกัด ผู้รีไซเคิลบรรจุภัณฑ์อลูมิเนียม และ บริษัท ยูเอซีเจ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตแผ่นอลูมิเนียม โดยมีผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเครื่องดื่มชั้นนำเข้าร่วม อาทิ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) บริษัท ไทยน้ำทิพย์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท ที.ซี.ฟาร์มาซูติคอล อุตสาหกรรม จำกัด เป็นต้น</p>
<p>นอกจากนี้ ยังได้รับความร่วมมือจากภาควิชาการ โดย สถาบันวิจัยสิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้คำแนะนำเกี่ยวกับวิธีการคำนวณค่าบริหารจัดการบรรจุภัณฑ์ (EPR Fee) เพื่อสะท้อนถึงต้นทุนการจัดการขยะ รองรับการพัฒนาสู่ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และบริษัท วีกรีน เคยู จำกัด จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จะสนับสนุนข้อมูลเชิงวิชาการเกี่ยวกับแนวทางการพัฒนาระบบฐานข้อมูลบัญชีรายการสิ่งแวดล้อมของบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่มอลูมิเนียมและอุตสาหกรรมอลูมิเนียม ให้เป็นต้นแบบในการกำหนดเกณฑ์และบริหารจัดการ TH-CBAM ตามมาตรฐานสากล โดยใช้ Aluminium Loop เป็นแบบจำลอง</p>
<p>“เราเชื่อว่า Aluminium Loop เป็นทั้งนวัตกรรมด้านการรีไซเคิลบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่มอลูมิเนียมแบบวงจรปิด ทั้งยังเป็นเครื่องมือการผลักดันการบริหารจัดการบรรจุภัณฑ์ตามหลักการ EPR และรองรับร่างพระราชบัญญัติการจัดการบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืนในอนาคต ซึ่งการลงนามความร่วมมือครั้งนี้ของภาครัฐและเอกชน จะผลักดันให้เกิดผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรม” <strong>ดร.ชญานันท์</strong> กล่าว</p>
<p>ทั้งนี้ ประกาศเจตนารมณ์ความร่วมมือจะมีผลบังคับใช้เป็นเวลา 5 ปี (พ.ศ. 2568 – 2572) โดยทุกฝ่ายจะจัดตั้งคณะกรรมการและคณะทำงานเพื่อกำหนดแผนปฏิบัติงานรายปี พร้อมกำหนดเป้าหมายชัดเจน โดยจะมีการทบทวนผลการดำเนินงานทุก 2 ปี เพื่อปรับปรุงและยกระดับให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป สำหรับความร่วมมือดังกล่าวนี้ จะช่วยยกระดับการจัดการบรรจุภัณฑ์ของประเทศไทยให้ก้าวสู่มาตรฐานสากล ช่วยลดปริมาณขยะตกค้าง ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และสนับสนุนหลักเศรษฐกิจหมุนเวียนที่เข้มแข็ง อีกทั้งยังเป็นการสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ และภาคประชาสังคม เพื่อเป้าหมาย Net Zero ของประเทศไทย</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41218" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Thailand-MOU-on-ERP-Climate-Action-Ceremony-03.jpg" alt="นางกิติยา แสนทวีสุข" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Thailand-MOU-on-ERP-Climate-Action-Ceremony-03.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Thailand-MOU-on-ERP-Climate-Action-Ceremony-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Thailand-MOU-on-ERP-Climate-Action-Ceremony-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Thailand-MOU-on-ERP-Climate-Action-Ceremony-03-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นางกิติยา แสนทวีสุข</strong></span> <strong>ผู้ช่วยรองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยเบเวอร์เรจแคน จำกัด</strong> เปิดเผยว่า ในนามตัวแทนกลุ่มอุตสาหกรรมอลูมิเนียม ความร่วมมือในครั้งนี้นับเป็นการสร้างระบบรีไซเคิลที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืนให้เกิดขึ้นในประเทศไทย ช่วยยกระดับความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทยในตลาดโลก เนื่องจากมาตรการด้านสิ่งแวดล้อม อาทิ TH-CBAM และมาตรฐานการลดก๊าซเรือนกระจกของสหภาพยุโรป กำลังเป็นเงื่อนไขสำคัญของการค้าโลกในอนาคต ซึ่งถือเป็นการเร่งให้เกิดการพัฒนาระบบ Closed Loop Recycling ในระดับประเทศอย่างเต็มประสิทธิผล โดยจะทำให้อุตสาหกรรมสามารถใช้อลูมิเนียมรีไซเคิลกลับเข้าสู่การผลิตบรรจุภัณฑ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดการพึ่งพาทรัพยากรใหม่ และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างสูงสุด เรามุ่งมั่นผลักดันวงการบรรจุภัณฑ์ให้ก้าวสู่การเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืนตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ ซึ่ง Aluminium Loop ได้ก่อตั้งขึ้นในปี 2564 จากการผลักดันของภาครัฐและความร่วมมือของภาคเอกชนในห่วงโซ่คุณค่าของบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่มอลูมิเนียม โดยเราเป็นผู้ริเริ่มสร้างระบบรีไซเคิลบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่มอลูมิเนียมแบบวงจรปิดแห่งแรกในประเทศไทย ซึ่งนับเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศในเอเชียที่มีโครงสร้างพื้นฐานครบวงจร สิ่งที่ทำให้ระบบของ Aluminium Loop แตกต่างจากระบบรีไซเคิลทั่วไป คือ ระบบที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ (Transparency &amp; Traceability) โดยจะติดตามข้อมูลตั้งแต่จำนวนกระป๋องที่ผลิตออกสู่ตลาด ไปจนถึงจำนวนที่ถูกเก็บกลับมารีไซเคิลได้จริงในปริมาณเทียบเท่าโดยน้ำหนัก</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41219" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Thailand-MOU-on-ERP-Climate-Action-Ceremony-04.jpg" alt="เครื่องดื่มเข้าร่วมระบบรีไซเคิลแบบวงจร" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Thailand-MOU-on-ERP-Climate-Action-Ceremony-04.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Thailand-MOU-on-ERP-Climate-Action-Ceremony-04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Thailand-MOU-on-ERP-Climate-Action-Ceremony-04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Thailand-MOU-on-ERP-Climate-Action-Ceremony-04-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>ปัจจุบันมีแบรนด์เครื่องดื่มเข้าร่วมระบบรีไซเคิลแบบวงจรปิดนี้มากกว่า 100 แบรนด์ และสามารถเก็บกลับบรรจุภัณฑ์อลูมิเนียมใช้แล้วเข้าสู่ระบบได้มากกว่า 1,500 ล้านใบ ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากกว่า 130 ล้านกิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ขณะที่เป้าหมายความร่วมมือครั้งนี้ได้วางแนวทางหลักไว้ 3 ด้าน ได้แก่ การพัฒนาฐานข้อมูลและระบบบริหารจัดการ โดยจะจัดทำฐานข้อมูลบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่มอลูมิเนียมตลอดวงจร ตั้งแต่การผลิต การบริโภค การเก็บกลับ การรีไซเคิล ไปจนถึงการจัดทำระบบบัญชีก๊าซเรือนกระจกที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล เพื่อรองรับมาตรการ TH-CBAM และนโยบายการลดก๊าซเรือนกระจกของไทย รวมถึงการใช้ระบบรีไซเคิลวงจรปิดของ Aluminium Loop ซึ่งสอดคล้องกับร่างกฎหมายด้านการจัดการบรรจุภัณฑ์และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อเป็นต้นแบบให้กับอุตสาหกรรมอื่นๆ ส่งเสริมการสร้างมาตรฐานใหม่ของการจัดการบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืน และสุดท้ายคือ การจัดการขยะในพื้นที่จัดการยาก ด้วยการนำหลักเศรษฐศาสตร์พฤติกรรม (Behavioral Economics) มาประยุกต์ใช้เพื่อกระตุ้นพฤติกรรมผู้บริโภคให้เกิดการเปลี่ยนแปลง เร่งพัฒนาระบบการจัดการขยะบนพื้นที่ชายฝั่งทะเล สนับสนุนมาตรฐาน “ทะเลสะอาด” และสร้างจิตสำนึกของประชาชนให้พร้อมปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลง ความร่วมมือนี้จึงไม่เพียงเป็นกลไกในการจัดการบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืน แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของการผนึกกำลังทุกภาคส่วน เพื่อยกระดับมาตรฐานสิ่งแวดล้อม ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทยในตลาดโลก ตอกย้ำเส้นทางที่ประเทศไทยจะก้าวไปสู่เป้าหมาย Net Zero ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/aluminium-loop-model/">กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผนึกกำลังภาครัฐ–เอกชน ลงนามผลักดันบรรจุภัณฑ์ยั่งยืนผ่าน ‘Aluminium Loop Model’ หนุนหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน ลดปล่อยคาร์บอนฯ มุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กรมลดโลกร้อน จับมือ GISTDA และ 4 หน่วยงานภาคการเกษตร ใช้ข้อมูลดาวเทียมรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/dcce-gistda-news-update-03-04-2568/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/dcce-gistda-news-update-03-04-2568/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 03 Apr 2025 08:38:58 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[GISTDA]]></category>
		<category><![CDATA[กรมลดโลกร้อน]]></category>
		<category><![CDATA[การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[ข้อมูลดาวเทียม]]></category>
		<category><![CDATA[ภาคการเกษตร]]></category>
		<category><![CDATA[แผนรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=38674</guid>

					<description><![CDATA[<p>3 เมษายน 2568 &#8211; กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม โดย ดร. พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร กรมการข้าว กรมส่งเสริมการเกษตร กรมชลประทาน ลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือ เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการใช้ข้อมูลดาวเทียมในการรับมือกับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในภาคเกษตร โดยได้รับเกียรติจาก นางอรนุช หล่อเพ็ญศรี รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นพยานในพิธี พร้อมด้วยนายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ร่วมเสวนา&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/dcce-gistda-news-update-03-04-2568/">กรมลดโลกร้อน จับมือ GISTDA และ 4 หน่วยงานภาคการเกษตร ใช้ข้อมูลดาวเทียมรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>3 เมษายน 2568 &#8211; <strong>กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม โดย ดร. พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร กรมการข้าว กรมส่งเสริมการเกษตร กรมชลประทาน ลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือ เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการใช้ข้อมูลดาวเทียมในการรับมือกับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในภาคเกษตร โดยได้รับเกียรติจาก นางอรนุช หล่อเพ็ญศรี รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นพยานในพิธี พร้อมด้วยนายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ร่วมเสวนา หัวข้อ กลยุทธ์ปรับตัวสู่อนาคต : แผนรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศสำหรับภาคการเกษตรไทย ณ ห้องพระพรหม ชั้น 3 โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพมหานคร</strong></p>
<p><span id="more-38674"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38676" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/dcce-news-update-03-04-2568.jpg" alt="ดร. พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/dcce-news-update-03-04-2568.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/dcce-news-update-03-04-2568-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/dcce-news-update-03-04-2568-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/dcce-news-update-03-04-2568-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ดร. พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช</strong></span> <strong>อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม</strong> กล่าวว่า การลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือฯ ในวันนี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการพัฒนาชุดข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมที่มีความละเอียดสำหรับใช้ในการวิเคราะห์ความเสี่ยงและการจัดทำแผนที่ความเสี่ยงต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศระดับพื้นที่ ซึ่งเป็นส่วนสนับสนุนหลักในการจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย ตลอดจนกลไก มาตรการที่เกี่ยวข้องในการบริหารจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศ ที่สอดคล้องกับความต้องการในภาคเกษตร ข้อมูลเหล่านี้จะเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนการดำเนินงานตามเป้าหมาย ไปสู่การปฏิบัติ และเสริมสร้างการรับมือกับความท้าทายที่เกิดขึ้นให้กับเกษตรกรให้พร้อมกับการสร้างโอกาสใหม่ ๆ ในอนาคต ถือเป็นก้าวสำคัญในการเสริมสร้างความสามารถในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันของประเทศในการรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38677" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/gistda-news-update-03-04-2568.jpg" alt="ดร.ปกรณ์ อาภาพันธุ์" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/gistda-news-update-03-04-2568.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/gistda-news-update-03-04-2568-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/gistda-news-update-03-04-2568-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/gistda-news-update-03-04-2568-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>ด้าน <span style="color: #6cb742;"><strong>ดร.ปกรณ์ อาภาพันธุ์</strong></span> <strong>ผู้อำนวยการ GISTDA</strong> กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญในการนำเทคโนโลยีอวกาศมาสนับสนุนการพยากรณ์ความเสี่ยงและผลกระทบจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะการบริหารจัดการภาคเกษตรและทรัพยากรน้ำอย่างแม่นยำ โดยมีเป้าหมายในการส่งเสริมการบริหารจัดการข้อมูลเชิงพื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อภาคเกษตรกรรม การจัดการทรัพยากรน้ำ และการวางแผนนโยบายเพื่อรับมือกับภาวะโลกร้อน โดยเน้นการใช้ข้อมูลดาวเทียมเพื่อติดตามและวิเคราะห์สถานการณ์ด้านสิ่งแวดล้อม ภัยพิบัติทางธรรมชาติและสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง ซึ่งความร่วมมือนี้จะช่วยให้หน่วยงานภาครัฐสามารถกำหนดนโยบายเชิงรุก เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรให้สามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ลดความเสียหายจากภัยธรรมชาติในระยะยาว เช่น การติดตามแนวโน้มภัยแล้งและน้ำท่วม เพื่อปรับแผนการเพาะปลูกให้สอดคล้องกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง โดยจะเป็นการใช้ประโยชน์จากข้อมูลดาวเทียมสำหรับการสนับสนุนภารกิจของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในด้านการแก้ปัญหาเชิงรุกอันเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้เป็นอย่างดี ซึ่งหน่วยงานพันธมิตรในครั้งนี้ จะร่วมกันผลักดันการใช้เทคโนโลยีอวกาศ เพื่อยกระดับการบริหารจัดการภาคเกษตรและทรัพยากรน้ำของประเทศไทยให้แม่นยำและมีประสิทธิภาพมากขึ้น เสริมสร้างความมั่นคงทางอาหารในระยะยาวและลดผลกระทบจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ เพื่ออนาคตที่ยั่งยืนของภาคการเกษตร</p>
<hr />
<p>ที่มา: การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/dcce-gistda-news-update-03-04-2568/">กรมลดโลกร้อน จับมือ GISTDA และ 4 หน่วยงานภาคการเกษตร ใช้ข้อมูลดาวเทียมรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/dcce-gistda-news-update-03-04-2568/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>พม.จับมือ TEI เตรียมความพร้อมกลุ่มเปราะบางขับเคลื่อนนโยบายรับมือ Climate Change</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/tei-climate-change/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/tei-climate-change/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 03 Mar 2025 06:14:31 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Report]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Change]]></category>
		<category><![CDATA[TEI]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์]]></category>
		<category><![CDATA[การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=38171</guid>

					<description><![CDATA[<p>กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ร่วมกับ สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการระดับชาติ ขับเคลื่อนนโยบายการรับมือและปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต่อความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อสร้างความพร้อมและเพิ่มความสามารถในการปรับของประชาชนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางและผู้ที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงภัยต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ จัดขึ้น  ณ โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพ วราวุธ  ศิลปอาชา  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “การรับมือและปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต่อความมั่นคงของมนุษย์” โดยเน้นย้ำว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป  แต่เป็นเรื่องที่น่ายินดีที่เห็นทุกภาคส่วนได้เข้ามาช่วยกันกำหนดทิศทางที่เราต้องทำร่วมกัน  พร้อมมอบนโยบายที่มุ่งเน้นการเพิ่มขีดความสามารถในการตอบสนองและการรับมือ เพื่อลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของคนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง รวมถึงการเร่งขับเคลื่อนภารกิจอื่นของ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ที่มีเป้าหมายช่วยเหลือและเยียวยาคนกลุ่มเปราะบาง ให้สามารถเข้าถึงการคุ้มครองทางสังคมได้ นอกจากนี้การดำเนินการครั้งนี้ก็สนับสนุนการดำเนินการตาม&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/tei-climate-change/">พม.จับมือ TEI เตรียมความพร้อมกลุ่มเปราะบางขับเคลื่อนนโยบายรับมือ Climate Change</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ร่วมกับ สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการระดับชาติ ขับเคลื่อนนโยบายการรับมือและปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต่อความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อสร้างความพร้อมและเพิ่มความสามารถในการปรับของประชาชนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางและผู้ที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงภัยต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ จัดขึ้น  ณ โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพ</strong></p>
<p><span id="more-38171"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38175" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/tei-climate-change-02.jpg" alt="วราวุธ  ศิลปอาชา" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/tei-climate-change-02.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/tei-climate-change-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/tei-climate-change-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/tei-climate-change-02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">วราวุธ  ศิลปอาชา</span>  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ </strong>กล่าวปาฐกถาพิเศษใน<strong>หัวข้อ “การรับมือและปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต่อความมั่นคงของมนุษย์”</strong> โดยเน้นย้ำว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป  แต่เป็นเรื่องที่น่ายินดีที่เห็นทุกภาคส่วนได้เข้ามาช่วยกันกำหนดทิศทางที่เราต้องทำร่วมกัน  พร้อมมอบนโยบายที่มุ่งเน้นการเพิ่มขีดความสามารถในการตอบสนองและการรับมือ เพื่อลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของคนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง รวมถึงการเร่งขับเคลื่อนภารกิจอื่นของ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ที่มีเป้าหมายช่วยเหลือและเยียวยาคนกลุ่มเปราะบาง ให้สามารถเข้าถึงการคุ้มครองทางสังคมได้ นอกจากนี้การดำเนินการครั้งนี้ก็สนับสนุนการดำเนินการตาม MOU 7 กระทรวง เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ภายใต้แผนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38176" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/tei-climate-change-03.jpg" alt="ดร.วิจารย์ สิมาฉายา" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/tei-climate-change-03.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/tei-climate-change-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/tei-climate-change-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/tei-climate-change-03-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">ดร.วิจารย์ สิมาฉายา</span> ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย</strong> กล่าวว่า ได้ข้อสรุปข้อคิดเห็นจากผู้เข้าร่วมประชุม ว่าร่างนโยบายและกรอบการดำเนินการการคุ้มครองทางสังคมในการรับมือและปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่สถาบันสิ่งแวดล้อมไทยได้รับมอบจากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ให้ทำการศึกษาและพัฒนาในครั้งนี้ได้ถอดบทเรียนจากต่างประเทศและการรับฟังความเห็นจากทุกภาคส่วน ได้กรอบนโยบายหลัก 4 ประเด็น ได้แก่ (1) การสนับสนุนแผนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ สาขาการตั้งถิ่นฐานและความมั่นคงของมนุษย์ (2) การยกระดับกลไกภายในกระทรวง พม. ให้สามารถดำเนินการคุ้มครองทางสังคมแก่กลุ่มเปราะบางได้อย่างมีประสิทธิภาพ  (3) การพัฒนาฐานข้อมูลและระบบสารสนเทศของกลุ่มเปราะบาง และ (4) การบูรณาการการทำงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้กลุ่มเปราะบางสามารถปรับตัวได้อย่างเหมาะสม นโยบายเหล่านี้ล้วนมีความสำคัญ เชื่อมโยงและสนับสนุนกัน และเห็นว่าจะเป็นประโยชน์มาก นโยบายเหล่านี้ ได้นำไปสู่การปฏิบัติให้เกิดผลต่อไป</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38177" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/tei-climate-change-04.jpg" alt="อนุกูล ปีดแก้ว" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/tei-climate-change-04.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/tei-climate-change-04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/tei-climate-change-04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/tei-climate-change-04-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">อนุกูล ปีดแก้ว</span> ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ </strong>กล่าวว่า สถานการณ์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น ทำให้เกิดผลกระทบหลากหลาย การสูญเสียรายได้และทรัพย์สินของมนุษย์ โดยประชากรกลุ่มเปราะบาง มักจะได้รับผลกระทบมากกว่าคนกลุ่มอื่น อีกทั้งยังมี</p>
<p>ความสามารถในการปรับตัวจำกัด จึงเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์โดยตรง ในการสนับสนุนให้ประชาชนโดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางสามารถ มีการเตรียมความพร้อม รับมือ และปรับตัว เพื่อลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ  จึงเน้นให้ทุกภาคส่วนร่วมออกแบบนโยบายการคุ้มครองทางสังคมที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และกรอบการดำเนินงานร่วมกัน การขับดำเนินการดังกล่าวจะเกิดผลได้ โดยได้รับความร่วมมือกับทุกหน่วยงานและทุกภาคส่วน</p>
<p><strong>ทั้งนี้ ผลจากการประชุมเชิงปฏิบัติการระดับชาติ นโยบายการรับมือและปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต่อความมั่นคงของมนุษย์ ในครั้งนี้ จะได้นำเสนอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและรัฐบาล เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนให้เป็นรูปธรรมต่อไป</strong></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38178" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/tei-climate-change-05.jpg" alt="ดร.จีรนุช ศักดิ์คำดวง" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/tei-climate-change-05.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/tei-climate-change-05-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/tei-climate-change-05-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/tei-climate-change-05-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">ดร.จีรนุช ศักดิ์คำดวง</span> หัวหน้าโครงการ </strong>กล่าวว่า การร่างกรอบดำเนินงานขับเคลื่อนนโยบายมาจากการรับฟังความคิดเห็นกิจกรรมกลุ่มย่อย ที่ได้ร่วมกันแสดงความเห็นและข้อเสนอแนะต่อกรอบการดำเนินงาน เพื่อนำความคิดเห็นที่เหมาะสมมาคัดกรอง ในห้องปฏิบัติการนโยบายทำให้ได้เห็นกลุ่มคนที่ประสบกับปัญหาอย่างแท้จริง  ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนแผนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศสาขาการตั้งถิ่นฐานและความมั่นคงของมนุษย์ การยกระดับกลไกภายในกระทรวงเพื่อเพิ่มพูนความคุ้มครองทางสังคมต่อกลุ่มเปราะบาง การพัฒนาฐานข้อมูลและระบบสารสนเทศของกลุ่มเปราะบาง และสิ่งสำคัญคือ การบูรณาการการทำงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการปรับตัว ที่ต้องอาศัยภาคเอกชนในการเข้ามาช่วยเสริมการทำงานของภาครัฐเพิ่มความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้นโยบายเร่งด่วนในการช่วยเหลือเพิ่มความคุ้มครองด้านเกิดภัยพิบัติในพื้นที่กลุ่มเปราะบางแล้ว เรื่องการปรับตัวด้านอาชีพที่ต้องให้ความสำคัญมากขึ้น โดยเน้นการสร้างอาชีพที่เหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศในพื้นที่ เช่น ส่งเสริมอาชีพการปลูกพื้นที่ทนต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพให้เข้ากับบริบทสภาพภูมิอากาศได้อย่างยั่งยืน โดยโครงการการประชุมเชิงปฏิบัติการกลุ่มย่อยระดมความเห็นของนักวิจัยนี้จะสร้างความชัดเจนมากขึ้น เพื่อจัดทำร่างประกอบการดำเนินงานขับเคลื่อนนโยบายให้เกิดความสมบูรณ์นำเสนอสู่กระทรวงฯ พิจารณานโยบายเป็นลำดับต่อไป</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38179" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/tei-climate-change-06.jpg" alt="การประชุมเชิงปฏิบัติการระดับชาติ ขับเคลื่อนนโยบายการรับมือและปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต่อความมั่นคงของมนุษย์" width="750" height="563" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/tei-climate-change-06.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/tei-climate-change-06-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/tei-climate-change-06-150x113.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/tei-climate-change-06-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38180" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/tei-climate-change-07.jpg" alt="การประชุมเชิงปฏิบัติการระดับชาติ ขับเคลื่อนนโยบายการรับมือและปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต่อความมั่นคงของมนุษย์" width="750" height="563" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/tei-climate-change-07.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/tei-climate-change-07-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/tei-climate-change-07-150x113.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/tei-climate-change-07-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/tei-climate-change/">พม.จับมือ TEI เตรียมความพร้อมกลุ่มเปราะบางขับเคลื่อนนโยบายรับมือ Climate Change</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/tei-climate-change/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>คณะวิศวฯ จุฬาฯ เดินหน้าประเมินคาร์บอนฟุตพรินท์องค์กร รับมือวิกฤตภูมิอากาศ มุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/carbon-footprint-organization/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/carbon-footprint-organization/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 28 Jan 2025 01:52:43 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Report]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Footprint Organization]]></category>
		<category><![CDATA[การประเมินคาร์บอนฟุตพรินท์องค์กร]]></category>
		<category><![CDATA[การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนฟุตพรินท์องค์กร]]></category>
		<category><![CDATA[วิกฤตภูมิอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[วิศวฯ จุฬาฯ]]></category>
		<category><![CDATA[ศ.ดร.อรทัย ชวาลภาฤทธิ์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=37611</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปัจจุบันปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกลายเป็นหนึ่งในวิกฤตสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตของมนุษย์ทั่วโลก อุณหภูมิโลกที่เพิ่มสูงขึ้นจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างต่อเนื่องนำมาซึ่งภัยพิบัติทางธรรมชาติ ความแปรปรวนของฤดูกาล และผลกระทบต่อความมั่นคงทางอาหารและทรัพยากรน้ำ ซึ่งประเทศไทยเองก็ได้รับผลกระทบอย่างชัดเจน เพื่อรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว การพัฒนาความรู้และขีดความสามารถของบุคลากรด้านการจัดการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจึงเป็นเรื่องจำเป็นอย่างเร่งด่วน รวมถึงการประเมินคาร์บอนฟุตพรินท์ขององค์กรที่ถือเป็นเครื่องมือในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน มหาวิทยาลัยหลายแห่งในประเทศจึงตระหนักถึงความสำคัญของการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและได้ดำเนินการประเมินคาร์บอนฟุตพรินท์ โดยมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศอย่าง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ได้ประกาศความร่วมมือสำคัญเพื่อสร้างขีดความสามารถบุคลากรด้านการจัดการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ในงาน “อรุณสรเทศน์รำลึก ปี 2568” ผ่านการบรรยายเชิงลึกในหัวข้อ “การประเมินคาร์บอนฟุตพรินท์องค์กร (Carbon Footprint Organization)” โดย ศ.ดร.อรทัย ชวาลภาฤทธิ์ อาจารย์ภาควิชาสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  ภายใต้โครงการ&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/carbon-footprint-organization/">คณะวิศวฯ จุฬาฯ เดินหน้าประเมินคาร์บอนฟุตพรินท์องค์กร รับมือวิกฤตภูมิอากาศ มุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ปัจจุบันปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกลายเป็นหนึ่งในวิกฤตสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตของมนุษย์ทั่วโลก อุณหภูมิโลกที่เพิ่มสูงขึ้นจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างต่อเนื่องนำมาซึ่งภัยพิบัติทางธรรมชาติ ความแปรปรวนของฤดูกาล และผลกระทบต่อความมั่นคงทางอาหารและทรัพยากรน้ำ ซึ่งประเทศไทยเองก็ได้รับผลกระทบอย่างชัดเจน เพื่อรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว การพัฒนาความรู้และขีดความสามารถของบุคลากรด้านการจัดการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจึงเป็นเรื่องจำเป็นอย่างเร่งด่วน รวมถึงการประเมินคาร์บอนฟุตพรินท์ขององค์กรที่ถือเป็นเครื่องมือในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน</strong></p>
<p><span id="more-37611"></span></p>
<p>มหาวิทยาลัยหลายแห่งในประเทศจึงตระหนักถึงความสำคัญของการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและได้ดำเนินการประเมินคาร์บอนฟุตพรินท์ โดยมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศอย่าง <strong>จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย </strong>ที่ได้ประกาศความร่วมมือสำคัญเพื่อสร้างขีดความสามารถบุคลากรด้านการจัดการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ในงาน <strong>“อรุณสรเทศน์รำลึก ปี 2568”</strong> ผ่านการบรรยายเชิงลึกในหัวข้อ <strong>“การประเมินคาร์บอนฟุตพรินท์องค์กร (Carbon Footprint Organization)”</strong> โดย <strong>ศ.ดร.อรทัย ชวาลภาฤทธิ์ อาจารย์ภาควิชาสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย</strong>  ภายใต้โครงการ <strong>“Chula Learn – Do – Share Plus”</strong> เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับแนวทางและกระบวนการประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากกิจกรรมภายในองค์กร พร้อมทั้งสนับสนุนการพัฒนานโยบายที่ยั่งยืนต่อการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการผลักดันประเทศไทยสู่เป้าหมาย Net Zero Emission และการพัฒนาอย่างยั่งยืนในอนาคต</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-37613" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/carbon-footprint-organization-02.jpg" alt="ศ.ดร.อรทัย ชวาลภาฤทธิ์" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/carbon-footprint-organization-02.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/carbon-footprint-organization-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/carbon-footprint-organization-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/carbon-footprint-organization-02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">ศ.ดร.อรทัย ชวาลภาฤทธิ์</span> อาจารย์ภาควิชาสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย </strong>เปิดเผยว่า สถานการณ์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในปัจจุบันว่า อุณหภูมิโลกได้เพิ่มสูงเกิน 1.5 องศาเซลเซียสแล้ว หากยังคงมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระดับปัจจุบันไปจนถึงปี 2050 อุณหภูมิโลกอาจเพิ่มขึ้นถึง 2.5 องศาเซลเซียส ซึ่งจะส่งผลให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้นมากกว่า 7 เมตรและก่อให้เกิดผลกระทบอย่างรุนแรงต่อประเทศต่าง ๆ รวมถึงประเทศไทย เพื่อแก้ปัญหานี้ ประเทศไทยได้เข้าร่วมข้อตกลงปารีส (Paris Agreement) โดยมีเป้าหมายเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและควบคุมอุณหภูมิโลกไม่ให้เพิ่มเกิน 1.5 องศาเซลเซียส ประเทศยังมุ่งมั่นบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG) โดยเฉพาะเป้าหมายที่ 13 ซึ่งเน้นการปฏิบัติการอย่างเร่งด่วนเพื่อต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ผ่านการเสริมสร้างภูมิต้านทาน การบูรณาการมาตรการในระดับนโยบาย และการสร้างความตระหนักรู้ในเรื่องการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-37614" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/carbon-footprint-organization-03.jpg" alt="การประเมินคาร์บอนฟุตพรินท์องค์กร (Carbon Footprint Organization)" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/carbon-footprint-organization-03.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/carbon-footprint-organization-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/carbon-footprint-organization-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/carbon-footprint-organization-03-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>สำหรับก๊าซเรือนกระจกที่สำคัญมีทั้งหมด 7 ชนิด ได้แก่ คาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂), มีเทน (CH₄), ไนตรัสออกไซด์ (N₂O), ไฮโดรฟลูออโรคาร์บอน (HFCs), เพอร์ฟลูออโรคาร์บอน (PFCs), ซัลเฟอร์เฮกซะฟลูออไรด์ (SF₆) และไนโตรเจนไตรฟลูออไรด์ (NF₃) โดยก๊าซเหล่านี้มีคุณสมบัติในการดูดซับความร้อนในชั้นบรรยากาศ ส่งผลต่อภาวะโลกร้อนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หากปริมาณของก๊าซเพิ่มสูงขึ้น อุณหภูมิโลกก็จะเพิ่มตาม โดยคาร์บอนไดออกไซด์มีสัดส่วนมากที่สุดถึง 79% รองลงมาคือ มีเทน 11% และไนตรัสออกไซด์ 7% แหล่งกำเนิดก๊าซเรือนกระจกส่วนใหญ่มาจากกิจกรรมของมนุษย์ เช่น การผลิตไฟฟ้า การคมนาคมขนส่ง การเกษตร และการจัดการขยะ รวมถึงปฏิกิริยาการเผาไหม้ เช่น การเผาไหม้ไฮโดรคาร์บอน (CH₄) กับออกซิเจน (O₂) ซึ่งก่อให้เกิดคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂) และน้ำ (H₂O) ในปี 2022 ประเทศไทยปล่อยก๊าซเรือนกระจกรวมประมาณ 300 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (KtCO2eq) ซึ่งจัดเป็นอันดับที่ 21 ของโลก</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-37615" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/carbon-footprint-organization-04.jpg" alt="ศ.ดร.อรทัย ชวาลภาฤทธิ์" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/carbon-footprint-organization-04.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/carbon-footprint-organization-04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/carbon-footprint-organization-04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/carbon-footprint-organization-04-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p><strong>ศ.ดร.อรทัย </strong>กล่าวอีกว่า จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจึงได้ประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นต์องค์กร โดยครอบคลุม 3 ขอบเขตสำคัญ ได้แก่ Scope 1 การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางตรง เช่น การเผาไหม้เชื้อเพลิง, Scope 2 การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมจากการใช้พลังงานไฟฟ้า และ Scope 3 การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมอื่น ๆ เช่น การเดินทางและการจัดการของเสีย</p>
<p>ในช่วงปี 2561-2565 การปล่อยก๊าซเรือนกระจกของมหาวิทยาลัยมีแนวโน้มลดลง จากประมาณ 60,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (KtCO2eq) ในปี 2561 เหลือประมาณ 50,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (KtCO2eq) ในปี 2565 โดยการปล่อยก๊าซใน Scope 2 ลดลงอย่างต่อเนื่องเนื่องจากผลกระทบจากโควิด-19 และการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ ส่วน Scope 1 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากการรั่วไหลของสารทำความเย็น และ Scope 3 ลดลงเล็กน้อยเช่นกัน โดยคณะวิศวกรรมศาสตร์เป็นหนึ่งในคณะที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากที่สุดประมาณ 5,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (KtCO2eq) คิดเป็น 10% ของการปล่อยทั้งหมดในมหาวิทยาลัย ซึ่งมาตรการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ดำเนินการ ได้แก่ การเปลี่ยนหลอดไฟเป็นแบบประหยัดพลังงาน การใช้รถไฟฟ้า การปรับปรุงระบบบำบัดน้ำเสีย และการเปลี่ยนแอร์เป็นรุ่นใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าเดิม</p>
<p><strong>ทั้งนี้ การประเมินคาร์บอนฟุตพรินท์สามารถดำเนินการได้หลายระดับ ตั้งแต่ระดับผลิตภัณฑ์ ระดับบุคคล ระดับองค์กร ไปจนถึงระดับเมือง หากองค์กรต้องการขึ้นทะเบียนกับองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.) จะต้องประเมิน Scope 1 และ 2 แต่หากเป็นมาตรฐาน ISO ระดับนานาชาติ จำเป็นต้องครอบคลุมทั้ง 3 Scope เพื่อให้ได้มาตรฐานการลดก๊าซเรือนกระจกอย่างยั่งยืน</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/carbon-footprint-organization/">คณะวิศวฯ จุฬาฯ เดินหน้าประเมินคาร์บอนฟุตพรินท์องค์กร รับมือวิกฤตภูมิอากาศ มุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/carbon-footprint-organization/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ทส. เตรียมพร้อม 5 ประเด็นเจรจาสำคัญของประเทศไทย ในเวที COP29 ณ กรุงบากู สาธารณรัฐอาเซอร์ไบจาน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/mnre-cop29/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/mnre-cop29/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 08 Nov 2024 04:07:05 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[COP29]]></category>
		<category><![CDATA[NDC 2030]]></category>
		<category><![CDATA[การประชุม COP29]]></category>
		<category><![CDATA[การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[ลดก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=36563</guid>

					<description><![CDATA[<p>7 พฤศจิกายน 2567 &#8211; ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวถึง ผลการประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2567 ที่ได้รับทราบองค์ประกอบคณะผู้แทนของประเทศไทยในการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 29 (COP29) และการประชุมอื่นที่เกี่ยวข้อง ในระหว่างวันที่ 9 &#8211; 22 พฤศจิกายน 2567 ณ กรุงบากู สาธารณรัฐอาเซอร์ไบจาน โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทย เข้าร่วมประชุมพร้อมกับปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/mnre-cop29/">ทส. เตรียมพร้อม 5 ประเด็นเจรจาสำคัญของประเทศไทย ในเวที COP29 ณ กรุงบากู สาธารณรัฐอาเซอร์ไบจาน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>7 พฤศจิกายน 2567 &#8211; <strong><span style="color: #6cb742;">ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน</span> รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวถึง ผลการประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2567 ที่ได้รับทราบองค์ประกอบคณะผู้แทนของประเทศไทยในการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 29 (COP29) และการประชุมอื่นที่เกี่ยวข้อง ในระหว่างวันที่ 9 &#8211; 22 พฤศจิกายน 2567 ณ กรุงบากู สาธารณรัฐอาเซอร์ไบจาน โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทย เข้าร่วมประชุมพร้อมกับปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งได้เห็นชอบต่อกรอบท่าทีเจรจาของไทยในการประชุมกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ประจําปี พ.ศ. 2567-2568 ตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเสนอ ซึ่งสอดคล้องกับหลักการของกรอบอนุสัญญาฯ และความตกลงปารีส ตลอดจนนโยบายและแผนด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศ</strong></p>
<p><span id="more-36563"></span></p>
<p>“dkixภายใต้ข้อตกลงและข้อตัดสินใจภายใต้กรอบอนุสัญญาฯ อย่างเป็นรูปธรรม โดยมีประเด็นที่สำคัญ 5 ประเด็น ประกอบด้วย (1) การขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ เพื่อการบรรลุ NDC 2030 ซึ่งคาดว่าสามารถลดก๊าซเรือนกระจกได้ 43% จากเป้าหมาย 30 – 40% คิดเป็น 222 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (2) การขับเคลื่อนแผนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการประเด็นการปรับตัวฯ เข้าสู่แผนและยุทธศาสตร์ในรายสาขาและในพื้นที่ รวมถึงการจัดทำข้อมูลด้านภูมิอากาศและข้อมูลความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศระดับประเทศ (3) การเร่งผลักดัน พรบ. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (4) ตัวอย่างการสร้างความร่วมมือของทุกภาคส่วนให้เป็นรูปธรรม จากการประชุมภาคีขับเคลื่อนการปฏิบัติงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของไทย ครั้งที่ 3 (Thailand Climate Action Conference: TCAC 2024) และ (5) การจัดส่งรายงานความโปร่งใสรายสองปี ซึ่งประเทศไทยกำหนดให้สามารถจัดส่งได้ภายในเดือนธันวาคม 2567 ตามกำหนดเวลา” <strong>ดร.เฉลิมชัย</strong> กล่าว</p>
<p>ดร.เฉลิมชัย กล่าวต่อว่า ประเด็นเจรจาที่สำคัญในการประชุม COP29 ครั้งนี้ จะประกอบด้วย (1) การจัดทำเป้าหมายทางการเงินใหม่ (New Collective Quantified Goal on Climate Finance: NCQG) ซึ่งภาคีประเทศกำลังพัฒนาคาดหวังกับการสนับสนุนทางการเงินทั้งในรูปแบบเงินให้เปล่า (Grant) และเงินกู้แบบผ่อนปรน (Highly concessional loan) ที่มีความชัดเจน (2) การจัดทำ NDC 3.0 ซึ่งเป็นเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกของปี ค.ศ. 2035 ที่มีความท้าทายมากยิ่งขึ้น เพื่อให้สามารถควบคุมอุณหภูมิโลกไม่ให้สูงขึ้นเกิน 1.5 องศาเซลเซียส ตามความตกลงปารีส และผลการทบทวนสถานการณ์และการดำเนินงานระดับโลก ครั้งที่ 1 (The First Global Stocktake) (3) การเข้าถึงกองทุนเพื่อความสูญเสียและความเสียหาย (Loss and damage fund) ที่มีความชัดเจนในด้านข้อกำหนด กฎเกณฑ์ และแนวทางการขอรับการสนับสนุน ให้กับประเทศที่มีความเปราะบางต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (4) ความชัดเจนของตัวชี้วัด (Indicators) ตามเป้าหมายการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศระดับโลก และตัวชี้วัดในระดับพื้นที่ ตามบริบทของประเทศภาคี และ (5) ความร่วมมือภายใต้กลไกข้อ 6 ของความตกลงปารีส ที่จะต้องมีแนวทางการดำเนินงานที่ชัดเจน ไม่ซับซ้อน และไม่ก่อให้เกิดภาระเพิ่มเติมเกินจำเป็น</p>
<p><strong>ทั้งนี้ การประชุม COP 29 และการประชุมคู่ขนานที่เกี่ยวข้อง จะมีสาระสำคัญในการหารือในบริบทที่แตกต่างกันในแต่ละช่วงเวลา ประกอบด้วย (1) การประชุมระดับผู้นำ (World Leaders Climate Action Summit) ระหว่างวันที่ 12 &#8211; 13 พฤศจิกายน 2567 (2) การประชุมระดับสูง (Resumed high-level segment) ซึ่งนายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนไทย เข้าร่วมการประชุมฯ ระหว่างวันที่ 19 &#8211; 20 พฤศจิกายน 2567 และ (3) การประชุมระดับเจ้าหน้าที่ ซึ่งมีการเจรจาตามกรอบของกลุ่มประเทศ 77 และจีน (G77 and China) ระหว่างวันที่ 9 – 10 พฤศจิกายน 2567 ภายใต้กรอบการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาฯ รัฐภาคีพิธีสารเกียวโต รัฐภาคีความตกลงปารีส รวมถึงองค์กรย่อยภายใต้กรอบการประชุมดังกล่าว ระหว่างวันที่ 11 &#8211; 22 พฤศจิกายน 2567 โดยสามารถติดตามความเคลื่อนไหวการประชุม COP29 ได้ทาง Facebook กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม</strong></p>
<hr />
<p>ที่มา: กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/mnre-cop29/">ทส. เตรียมพร้อม 5 ประเด็นเจรจาสำคัญของประเทศไทย ในเวที COP29 ณ กรุงบากู สาธารณรัฐอาเซอร์ไบจาน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/mnre-cop29/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กรมลดโลกร้อน ร่วม MOU 8 หน่วยงาน พร้อมดำเนินการด้านพลังงาน คมนาคม และสภาพภูมิอากาศ ภายใต้โครงการ TGC EMC ของเยอรมนี</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/sector-coupling-mou-tgc-emc/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/sector-coupling-mou-tgc-emc/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 06 Nov 2024 03:54:18 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[Sector Coupling]]></category>
		<category><![CDATA[การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[ความเป็นกลางทางคาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการ TGC EMC]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=36522</guid>

					<description><![CDATA[<p>5 พฤศจิกายน พศ 2567 &#8211; กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับหน่วยงานดำเนินโครงการ 8 หน่วยงาน ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MoU) ภายใต้โครงการความร่วมมือไทย-เยอรมัน ด้านพลังงาน คมนาคม และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (TGC EMC) เพื่อร่วมกันสนับสนุนให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศ ความร่วมมือนี้มุ่งที่จะผนึกกำลังทุกหน่วยงานเพื่อให้ประเทศไทยบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอนใน พศ 2593 (คศ 2050) และบรรลุการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ใน พศ 2608 (คศ 2065) โครงการ TGC&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/sector-coupling-mou-tgc-emc/">กรมลดโลกร้อน ร่วม MOU 8 หน่วยงาน พร้อมดำเนินการด้านพลังงาน คมนาคม และสภาพภูมิอากาศ ภายใต้โครงการ TGC EMC ของเยอรมนี</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>5 พฤศจิกายน พศ 2567 <strong>&#8211; กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับหน่วยงานดำเนินโครงการ 8 หน่วยงาน ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MoU) ภายใต้โครงการความร่วมมือไทย-เยอรมัน ด้านพลังงาน คมนาคม และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (TGC EMC) เพื่อร่วมกันสนับสนุนให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศ ความร่วมมือนี้มุ่งที่จะผนึกกำลังทุกหน่วยงานเพื่อให้ประเทศไทยบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอนใน พศ 2593 (คศ 2050) และบรรลุการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ใน พศ 2608 (คศ 2065)</strong></p>
<p><span id="more-36522"></span></p>
<p>โครงการ TGC EMC ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากแผนงานปกป้องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศระดับสากล (IKI) ภายใต้กระทรวงเศรษฐกิจและการดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศ สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี (BMWK) โดยมีองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ร่วมขับเคลื่อนโครงการกับหน่วยงานดำเนินโครงการภาครัฐของประเทศไทย 7 หน่วยงาน ได้แก่ กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (สส) สํานักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ) สํานักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ) กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ) สํานักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข) สํานักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก) และ กรุงเทพมหานคร (กทม) ทั้งนี้ การมีหน่วยงานภาคีจากหลายภาคส่วนทำให้ TGC EMC โดดเด่นด้าน “Sector Coupling” โดยแนวทางนี้ไม่ได้เน้นที่ภาคส่วนใดโดยเฉพาะ แต่มองความท้าทายด้านสภาพภูมิอากาศแบบองค์รวมซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือหลายชั้นในลักษณะข้ามภาคส่วนในการแก้ไข</p>
<p>แนวคิด “Sector Coupling” หรือการบูรณาการภาคส่วนสำคัญเพื่อการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน คือหัวใจสำคัญของการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือและการประชุมเชิงปฏิบัติการที่จัดขึ้น โดยหน่วยงานภาคีไม่เพียงแต่ให้คำมั่นที่จะร่วมมือกันเท่านั้น แต่ยังมุ่งมั่นที่จะทำงานร่วมกันแบบข้ามภาคส่วนอีกด้วย เพื่อสร้างกรอบความร่วมมือที่ออกแบบสำหรับขับเคลื่อนเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศของไทยให้ก้าวไปข้างหน้า</p>
<p>หลังพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจากหลายภาคส่วนได้ศึกษาแนวคิดและความจำเป็นของความร่วมมือข้ามภาคส่วนเพิ่มเติมในการประชุมเชิงปฏิบัติการ “การยกระดับการบรรลุเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศผ่านการดำเนินงานร่วมกันของภาคพลังงานทดแทน คมนาคมขนส่ง และอุตสาหกรรม (Sector Coupling)” การประชุมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้ประกอบด้วยการบรรยายที่สร้างแรงบันดาลใจจากผู้เชี่ยวชาญในภาคขนส่ง พลังงานหมุนเวียน ชีวมวล และอุตสาหกรรม รวมทั้งการอภิปรายกลุ่มเพื่อหาแนวทางที่เป็นไปได้ของ Sector Coupling สำหรับประเทศไทย</p>
<p>งานดังกล่าวจัดขึ้นที่ โรงแรมเมอเวนพิค บีดีเอ็มเอส เวลเนส รีสอร์ท กรุงเทพฯ โดยมีผู้เข้าร่วม 150 คน ซึ่งเป็นตัวแทนจากหน่วยงานภาครัฐ หน่วยงานร่วมดำเนินงาน และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ดรแอ็นสท์ ไรเชิล</strong></span> <strong>เอกอัครราชทูตสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีประจำประเทศไทย</strong> กล่าวว่า เยอรมนีมีความมุ่งมั่นอย่างยิ่งต่ออนาคตที่เป็นกลางทางคาร์บอนทั้งในประเทศและผ่านความร่วมมือกับภาคีทั่วโลก TGC EMC ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างไทยและเยอรมัน คือตัวอย่างของแนวทางสหวิทยาการที่นำความชำนาญของทั้งสองประเทศมารวมกัน ความร่วมมือข้ามภาคส่วนที่เป็นเอกลักษณ์นี้ทำหน้าที่เป็นต้นแบบของการดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศอย่างครอบคลุมในทุกด้านที่สำคัญ ตั้งแต่พลังงานและการขนส่ง ไปจนถึงอุตสาหกรรมและชีวมวล</p>
<p>“โครงการ TGC EMC จัดการปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศผ่านแนวทางการทำงานร่วมกันแบบข้ามภาคส่วน ครอบคลุม และมุ่งเน้นการแก้ปัญหา การบูรณาการที่ครอบคลุมนี้คือกุญแจสำคัญในการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานและการลดการปล่อยคาร์บอนในภาคส่วนที่มีผลกระทบสูงให้ประสบความสำเร็จ เราจะสร้างเสริมศักยภาพสูงสุดเพื่ออนาคตที่สะอาดและยั่งยืนยิ่งขึ้นได้ด้วยการเชื่อมโยงภาคส่วนเหล่านี้เข้าด้วยกันเท่านั้น” ดร ไรเซิล กล่าว</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ดรพิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช</strong></span> <strong>อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (สส)</strong> กล่าวในระหว่างเปิดงานว่า “พิธีลงนามข้อตกลงความร่วมมือระหว่าง 8 หน่วยงานดำเนินโครงการในวันนี้แสดงถึงความมุ่งมั่นของหน่วยงานดำเนินโครงการทั้ง 8 หน่วยงานในการร่วมกันขับเคลื่อนโครงการ TGC EMC ที่สอดคล้องกับเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนของประเทศไทย งานในวันนี้มีความหมายยิ่งกับ TGC EMC เนื่องจากโครงการนี้ย้ำถึงความสำคัญของการบูรณาการที่ครอบคลุมหลายภาคส่วน หรือ “Sector Coupling” เพื่อสนับสนุนประเทศไทยให้บรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนใน คศ 2050”</p>
<p><strong>ดรพิรุณ</strong> เน้นว่า TGC-EMC กำลังทำงานอย่างแข็งขันในหลายภาคส่วนเพื่อช่วยประเทศไทยพัฒนาแนวทางการแก้ปัญหาด้วยเทคโนโลยีที่สร้างสรรค์ ปรับปรุงนโยบาย รวมทั้งนำร่องและขยายเส้นทางการเปลี่ยนผ่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กองทุนเพื่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (ThaiCI) ซึ่งได้รับงบประมาณเฉพาะ 4 ล้านยูโร (ราว 140 ล้านบาท) จะถูกจัดตั้งเป็นทุนเฉพาะด้านสภาพภูมิอากาศภายใต้กองทุนสิ่งแวดล้อม เพื่อให้การสนับสนุนทางการเงินแก่โครงการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระดับท้องถิ่นของประเทศไทย “การที่แต่ละภาคส่วนทุ่มเทความพยายามอย่างเต็มที่ในการลดการปล่อยคาร์บอนนั้นไม่ยังเพียงพอ ถึงเวลาแล้วที่เราต้องก้าวข้ามพรมแดนของภาคส่วนเรา และเริ่มเชื่อมโยงประสานกัน การทำงานร่วมกันอย่างแท้จริงแบบบูรณาการเท่านั้นที่จะทำให้เราใช้ศักยภาพให้เต็มที่และบรรลุเป้าหมายได้” ดรพิรุณ กล่าว</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>คุณอินซ่า อิลเก้น</strong></span> <strong>ผู้อำนวยการโครงการความร่วมมือไทย-เยอรมันด้านพลังงาน คมนาคม และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (TCG EMC)</strong> กล่าวว่า โครงการ TGC EMC กับหน่วยงานภาคี มีความมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนประเทศไทยตลอดระยะเวลา 3 ปีข้างหน้าในการทำงานสร้างความเปลี่ยนแปลง โดยที่โครงการนี้มีความสอดคล้องกับเป้าหมายความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศภายใน คศ 2050 ของรัฐบาลไทย</p>
<p>ในระหว่างการบรรยาย คุณอิลเก้นชี้แจงความหมายของธีม “Sector Coupling” ซึ่งเป็นทั้งศูนย์กลางของงานในครั้งนี้และเป็นความพยายามในการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานทั่วโลก “เพื่อสร้างความแตกต่างอย่างแท้จริง เราให้ความสำคัญกับไฟฟ้าและมุ่งเน้นการเพิ่มการผลิตพลังงานหมุนเวียนเพียงแค่นั้นไม่ได้ เราต้องนำมาตรการด้านประสิทธิภาพพลังงานมาใช้และขยายการใช้พลังงานหมุนเวียนในทุกภาคส่วนด้วย นี่คือ Sector Coupling ที่เราหมายถึง” <strong>คุณอิลเก้น</strong> กล่าว</p>
<p>คำบรรยายของ<strong>คุณอิลเก้น</strong>นั้น ต่อยอดมาจากปาฐกถาผ่านวิดีโอของคุณฟิลิป เบห์เรนส์ จากกระทรวงเศรษฐกิจและการดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศ สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี (BMWK) ซึ่งเน้นย้ำถึงพันธสัญญาและการสนับสนุนที่ไม่หยุดยั้งของกระทรวงฯ ต่อความร่วมมือระหว่างไทยกับเยอรมนีด้านพลังงาน คมนาคม และสภาพภูมิอากาศระหว่างไทย ทั้งนี้ คุณเบห์เรนส์ยังได้ให้ข้อมูลเชิงลึกที่มีประโยชน์เกี่ยวกับ Sector Coupling ในฐานะองค์ประกอบสำคัญในการผลักดันการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานอย่างยั่งยืนอีกด้วย</p>
<hr />
<p>ที่มา: กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/sector-coupling-mou-tgc-emc/">กรมลดโลกร้อน ร่วม MOU 8 หน่วยงาน พร้อมดำเนินการด้านพลังงาน คมนาคม และสภาพภูมิอากาศ ภายใต้โครงการ TGC EMC ของเยอรมนี</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/sector-coupling-mou-tgc-emc/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Green Innovation Revolution Workshop การประชุมเชิงปฏิบัติการปฏิวัตินวัตกรรมสีเขียว</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/green-innovation-revolution-workshop-at-thailand-smart-city/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/green-innovation-revolution-workshop-at-thailand-smart-city/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 10 Oct 2024 09:14:53 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Special Interview]]></category>
		<category><![CDATA[Green Innovation]]></category>
		<category><![CDATA[การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรมสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[ลดการปล่อยคาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยีสีเขียว]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=36087</guid>

					<description><![CDATA[<p>“นวัตกรรมสีเขียว” การพัฒนาเทคโนโลยี ผลิตภัณฑ์ หรือกระบวนการต่าง ๆ ที่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยคำนึงถึงการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและมลพิษอื่น ๆ พร้อมกับช่วยรักษาสมดุลทางนิเวศวิทยา นวัตกรรมสีเขียวเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่ยั่งยืนและช่วยลดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ The Nova Community x MECT ร่วมจัดงาน “Green Innovation Revolution Workshop” ในงาน Thailand Smart City พร้อมด้วยกูรูผู้เชี่ยวชาญที่สุดในวงการ มาร่วมกันเฟ้นหา Green Innovation ที่เหมาะกับเมืองไทย&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/green-innovation-revolution-workshop-at-thailand-smart-city/">Green Innovation Revolution Workshop การประชุมเชิงปฏิบัติการปฏิวัตินวัตกรรมสีเขียว</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>“นวัตกรรมสีเขียว” การพัฒนาเทคโนโลยี ผลิตภัณฑ์ หรือกระบวนการต่าง ๆ ที่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยคำนึงถึงการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและมลพิษอื่น ๆ พร้อมกับช่วยรักษาสมดุลทางนิเวศวิทยา นวัตกรรมสีเขียวเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่ยั่งยืนและช่วยลดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ</strong></p>
<p><span id="more-36087"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-36088" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/Green-Innovation-Revolution-Workshop.jpg" alt="Green Innovation Revolution Workshop การประชุมเชิงปฏิบัติการปฏิวัตินวัตกรรมสีเขียว " width="800" height="450" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/Green-Innovation-Revolution-Workshop.jpg 800w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/Green-Innovation-Revolution-Workshop-300x169.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/Green-Innovation-Revolution-Workshop-768x432.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/Green-Innovation-Revolution-Workshop-150x84.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/Green-Innovation-Revolution-Workshop-500x281.jpg 500w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<table style="border-left: 10px solid #56864c; background-color: #f9f9f9; margin-bottom: 25px;" width="100%">
<tbody>
<tr valign="middle">
<td style="vertical-align: middle; padding: 10px;"><strong>The Nova Community x MECT</strong> ร่วมจัดงาน “<strong>Green Innovation Revolution Workshop</strong>” ในงาน Thailand Smart City พร้อมด้วยกูรูผู้เชี่ยวชาญที่สุดในวงการ มาร่วมกันเฟ้นหา Green Innovation ที่เหมาะกับเมืองไทย เพิ่มความหลากหลาย เพิ่มทางเลือก เพื่อให้ Green Project เกิดขึ้นได้จริง วันที่ 8 พ.ย. 2567 เวลา 10.00 – 16.00 น. ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (บุคคลทั่วไปมีค่าลงทะเบียนท่านละ 10,000 บาท) และพิเศษ รับหน่วย CPD จากสภาวิศวกร</p>
<p><strong>Workshop Highlights</strong></p>
<ol>
<li>ความเป็นกลางทางคาร์บอน: ภารกิจที่ต้องทำให้สำเร็จ<br />
(Carbon Neutrality: The Do or Die Mission)</li>
<li>แผนที่เส้นทางการลดการปล่อยคาร์บอนของโลกและประเทศไทย<br />
(Global and Thailand&#8217;s Carbon Emission Reduction Roadmaps)</li>
<li>อุตสาหกรรมก่อสร้างจะช่วยโลกได้อย่างไร<br />
(How the Building Industry Can Save the World)</li>
<li>เทรนด์นวัตกรรมสีเขียว<br />
(Green Innovation Trends)</li>
<li>การค้นหาวิธีแก้ปัญหาและซัพพลายนวัตกรรมสีเขียว<br />
(Finding Solutions and Green Innovation Supplies)</li>
</ol>
<p>เตรียมพร้อมสำหรับ งาน The Nova Expo 2025</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2>นวัตกรรมสีเขียวจะเข้ามาช่วยลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมในอนาคต</h2>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36089 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/Jin-Thirakomen.jpg" alt=" จินต์ ธีระโกเมน" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/Jin-Thirakomen.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/Jin-Thirakomen-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/Jin-Thirakomen-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/Jin-Thirakomen-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>จินต์ ธีระโกเมน</strong></span><strong><span style="color: #6cb742;"> </span>รองกรรมการผู้จัดการอีอีซี</strong> กล่าวว่า นวัตกรรมสีเขียวมีบทบาทสำคัญในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในอนาคต โดยเฉพาะในภาคอสังหาริมทรัพย์และอุตสาหกรรมการก่อสร้าง มุ่งเน้นการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน ทั้งในด้าน Embodied Carbon และ Operational Carbon ในปัจจุบัน มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เช่น ผลิตภัณฑ์คาร์บอนต่ำจากบริษัทใหญ่ ๆ แต่ปัญหาหนึ่งคือความหลากหลายของวัสดุและผลิตภัณฑ์ที่มีให้เลือกใช้นั้นยังน้อย โดยเฉพาะวัสดุที่เกี่ยวกับงานสถาปัตย์ส่งผลต่อความสามารถในการออกแบบและความสวยงามของโครงการ</p>
<p>ในด้านงานโครงสร้าง มีการพัฒนาโซลูชันต่าง ๆ เพื่อช่วยลดการปล่อยคาร์บอน เช่น การใช้ปูนที่มีคาร์บอนต่ำเป็นวัสดุที่ปล่อยคาร์บอนสูงในระดับทั่วโลก แต่ทางเลือกอื่น ๆ เช่น การใช้เหล็กคาร์บอนต่ำและโครงสร้างไม้ (Timber Construction) ยังมีข้อจำกัดในด้านความพร้อมและการเข้าถึงวัสดุในประเทศการพัฒนาโครงสร้างไม้ให้เข้าถึงได้มากขึ้น แต่ปัญหาคือไม้ยังต้องนำเข้าจากต่างประเทศ มีค่าใช้จ่ายสูง และในเรื่องของเหล็กคาร์บอนต่ำก็มีความท้าทายในการผลิตในประเทศเนื่องจากกระบวนการที่ซับซ้อน นอกจากนี้ ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎระเบียบ ที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างไม้ยังมีข้อจำกัด ทำให้เป็นข้อจำกัดในการนำมาใช้</p>
<p>การสนับสนุนให้มีความหลากหลายของวัสดุในตลาดจะช่วยให้การออกแบบและนักพัฒนา มีทางเลือกมากขึ้น อาจนำไปสู่การแข่งขันทางด้านราคาและเพิ่มโอกาสในการนำวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาใช้มากขึ้นในอนาคต ดังนั้นการพัฒนานวัตกรรมสีเขียวและการสร้างความรู้ความเข้าใจในวัสดุและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องจึงเป็นสิ่งสำคัญเพื่อสร้างความยั่งยืนในอุตสาหกรรมการก่อสร้างในอนาคต</p>
<h2>การแข่งขันสู่การเพิ่มโอกาสในการใช้งานนวัตกรรมสีเขียว</h2>
<p>ในยุคที่เทคโนโลยีและนวัตกรรมสีเขียวกำลังได้รับความสนใจเพิ่มมากขึ้น ภาคอสังหาริมทรัพย์และอุตสาหกรรมการก่อสร้างจึงต้องการสร้างความเข้าใจกับภาครัฐเกี่ยวกับความปลอดภัยและประสิทธิภาพของเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่อาจจะยังไม่เป็นที่รู้จัก แต่มีมาตรฐานรองรับและได้รับการพิสูจน์ผ่านกรณีศึกษาต่าง ๆ เพื่อให้สามารถลดการปลดปล่อยคาร์บอน โดยเฉพาะในด้าน Embodied Carbon</p>
<p>อย่างไรก็ตาม ในส่วนของ Operational Carbon ยังคงมีความเข้าใจที่จำกัด เพราะมีการปล่อยคาร์บอนในระยะยาวสูงถึง 60% ของการปล่อยคาร์บอนทั้งหมดในอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ ขณะที่ Embodied Carbon มีส่วนช่วยเพียง 40% เท่านั้น จึงต้องการให้ผู้คนได้รู้จัก Operational Carbon มากขึ้น ทั้งในด้าน Supply Side และ Demand Side</p>
<p>ลดการปลดปล่อยพลังงานเป็นวิธีการที่ง่ายและมีประสิทธิภาพ โดยการเลือกใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ใช้พลังงานต่ำ อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีในปัจจุบันมีการพัฒนาไปมาก ไม่ใช่เพียงแค่การเลือกใช้อุปกรณ์ที่มีการใช้พลังงานต่ำเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการนำระบบ Control Automation และ AI มาประยุกต์ใช้ ทำให้การจัดการพลังงานของอาคารมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ระบบ AI หรือ Building Automation System สามารถช่วยให้ผู้ประกอบการทำงานได้ง่ายขึ้น มีการเลือกใช้ระบบที่เหมาะสมกับความต้องการของอาคารได้ดี</p>
<p>การนำ AI และ Data Analytics เข้ามาใช้ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถควบคุมการใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังสามารถตรวจจับและแจ้งเตือนเมื่ออุปกรณ์ในอาคารมีความเสียหาย ต้องการการซ่อมบำรุงจะช่วยให้การทำงานนั้นทำได้อย่างเต็มศักยภาพและคุ้มค่ากับการลงทุนมากยิ่งขึ้น</p>
<p>ในด้าน Supply ของผลิตภัณฑ์ AI และ Control Automation ยังมีความต้องการที่สูง โดยเฉพาะในประเทศไทยที่มีผู้ให้บริการจำกัด จึงจำเป็นต้องมีการสรรหาผลิตภัณฑ์เหล่านี้เพื่อสร้างการแข่งขันในตลาด และเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งานให้มากยิ่งขึ้น</p>
<p>สำหรับเจ้าของอาคารหรือผู้พัฒนา ที่มีมุมมองว่า Control Automation นั้นใช้งานยาก ต้องการให้เกิดความเข้าใจว่าเทคโนโลยีในปัจจุบันมีความก้าวล้ำไปมาก ทำให้การเข้าถึงและการใช้งานมีความสะดวกสบายและมีประสิทธิภาพ ทั้ง 2 ฝ่ายจึงควรมีโอกาสได้พบปะ ทำความเข้าใจ และพูดคุยเกี่ยวกับการนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาใช้ เพื่อสร้างความยั่งยืนในอุตสาหกรรมการก่อสร้างและพัฒนานวัตกรรมสีเขียวในอนาคต</p>
<h2>เทคโนโลยีสีเขียวที่จะเปลี่ยนแปลงธุรกิจแบบเดิม</h2>
<p><strong><em>“มองว่าตรงนี้เป็นโอกาสในการเติบโตธุรกิจของเขา จึงอยากจะแชร์ตรงนี้เพื่อให้ทุกคนมีสิทธิในการเข้าถึง”</em></strong></p>
<p>ในยุคที่โลกกำลังเผชิญกับปัญหาสิ่งแวดล้อม การนำเทคโนโลยีสีเขียวมาใช้ในธุรกิจจึงเป็นสิ่งสำคัญในการปรับเปลี่ยนโครงการต่าง ๆ ให้มีความยั่งยืน ในการจัด Workshop ล่าสุด มีการพูดคุยเกี่ยวกับการสนับสนุนโครงการที่มุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีสีเขียว โดยเฉพาะในกรณีที่ต้องมีการกู้เงินจากธนาคาร ช่วยให้โครงการเหล่านี้มีโอกาสในการเข้าถึงงบประมาณหรือกองทุนสนับสนุนที่เกี่ยวข้องกับการทำโครงการสีเขียว</p>
<p>การที่โครงการสามารถทำสีเขียวได้ จะต้องมีการพิจารณา Supply Chain และเทคโนโลยีทั้งหมดที่ใช้ในโครงการให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ช่วยเพิ่มโอกาสให้โครงการสามารถเกิดขึ้นได้ง่ายขึ้น และสามารถได้รับดอกเบี้ยที่ดีขึ้น นอกจากนี้ ยังช่วยเพิ่มโอกาสให้กับ Supply Chain ในการเข้าถึงงานได้ง่ายยิ่งขึ้น โดยไม่เพียงแต่แข่งขันในด้านราคา แต่ยังแข่งขันในเรื่องของการลดการปลดปล่อยคาร์บอน</p>
<p><strong>เป็นหนึ่งในจุดเด่นของ Green Fund</strong></p>
<p>เรื่องของ Taxonomy ได้มีการออกระยะที่ 1 แล้ว โดยเน้นไปที่ขนส่งและพลังงาน ขณะนี้กำลังจะมีการออกระยะที่ 2 ที่จะครอบคลุมถึงภาคอุตสาหกรรมการผลิต ภาคการเกษตร ภาคก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงการจัดการของเสีย โดยอุตสาหกรรมและอสังหาริมทรัพย์จะสามารถเข้าข่ายเป็นสีเหลืองหรือสีเขียว จะได้รับการสนับสนุนนโยบายจากธนาคารแห่งประเทศไทยในเรื่องของการลงทุน</p>
<p>อสังหาริมทรัพย์ที่ดำเนินนโยบายสีเขียวจะได้รับดอกเบี้ยในอัตราที่ดี และมีโอกาสในการได้รับกองทุนสนับสนุนที่ดีกว่า ในขณะที่ภาคอุตสาหกรรม เช่น โรงงานที่ทำการหลอมเหล็ก อาจจะมีการใช้เทคโนโลยีที่ปล่อยคาร์บอนสูง หากมีการปรับเปลี่ยนไปใช้เทคโนโลยีที่มีการปล่อยคาร์บอนต่ำ เช่น เตาไฟฟ้าแทน ก็จะช่วยให้ผู้ประกอบการมีโอกาสได้รับการสนับสนุนเงินลงทุนเพื่อปรับปรุงกระบวนการผลิต</p>
<p>ด้วยเหตุนี้ เทคโนโลยีสีเขียวและนโยบายต่าง ๆ จะช่วยทั้งด้าน Demand Side และ Supply Side ด้วยเช่นกัน ใน Workshop นี้ ผู้เข้าร่วมจะได้เล็งเห็นถึงผลประโยชน์จากการนำเทคโนโลยีสีเขียวไปใช้จะช่วยให้สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจให้เข้ากับเงื่อนไขของ Taxonomy เพื่อขอรับเงินทุนสนับสนุนที่มีดอกเบี้ยต่ำ รวมถึงการคำนวณและจัดการด้านคาร์บอนต่าง ๆ ด้วย</p>
<h2>ความท้าทายหลักในการปฏิวัตินวัตกรรมสีเขียวในอุตสาหกรรมในประเทศไทย</h2>
<p>การปฏิวัตินวัตกรรมสีเขียวในอุตสาหกรรมของประเทศไทยเผชิญกับความท้าทายหลายประการ โดยเฉพาะในด้านการจัดหาวัสดุและเทคโนโลยีที่เหมาะสม สำหรับภาคส่วนใหญ่ในประเทศไทยที่พึ่งพาการนำเข้าสินค้าและการเป็น Distributor นั้น ความเข้าใจของ Supplier เกี่ยวกับการจำหน่ายสินค้านั้นเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการพัฒนาโครงการสีเขียว หากไม่มีการนำเข้าสินค้าหรือเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การดำเนินโครงการสีเขียวและการเข้าถึง Green Fund ก็เป็นเรื่องที่ยากลำบาก</p>
<p>หนึ่งในอุปสรรคหลักคือ Supplier มักมีความกังวลว่าเมื่อพวกเขานำเข้าสินค้าแล้วจะไม่มีผู้ซื้อ ในขณะเดียวกัน เนื่องจากขาดความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ในตลาด ผู้ซื้อก็ไม่สามารถเลือกใช้วัสดุที่ต้องการได้ จึงส่งผลให้ทั้งสองฝ่ายไม่สามารถสร้างระบบนิเวศที่รองรับการพัฒนาโครงการสีเขียวได้ ทั้งที่ประเทศไทยได้รับการสนับสนุนงบประมาณสำหรับ Green Fund จากทั่วโลกเป็นจำนวนมาก แต่กลับไม่สามารถอนุมัติได้ เนื่องจากโครงการไม่เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด</p>
<p>นอกจากนี้ การรับรองและตรวจสอบคาร์บอน (Verification) ก็ยังเป็นอีกหนึ่งปัญหา เนื่องจากประเทศไทยกำลังจะมีการเริ่มต้นการตรวจสอบนี้ แต่ในขณะเดียวกัน การขาด Verifier ที่มีความเชี่ยวชาญในประเทศก็เป็นอุปสรรคใหญ่ หากต้องจ้าง Verifier จากต่างประเทศ ก็ต้องใช้ค่าใช้จ่ายที่สูงอาจเกินกำลังสำหรับโครงการที่มีขนาดเล็ก</p>
<p>ทั้งหมดนี้เป็นความเสียโอกาสที่อาจเกิดขึ้นต่อประเทศ เนื่องจากหากประเทศไทยมี Verifier ที่สามารถรับรองการปลดปล่อยคาร์บอนได้ ก็จะเปิดโอกาสให้เงินทุนจาก International Fund สามารถไหลเข้าสู่อุตสาหกรรมในประเทศได้จะเป็นการสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรมสีเขียวอย่างยั่งยืนในอนาคต</p>
<h2>โอกาสและอุปสรรคในการพัฒนานวัตกรรมสีเขียวในประเทศไทย</h2>
<p>ประเทศไทยมีโอกาสมากมายในการพัฒนานวัตกรรมสีเขียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริบทของการประชุม COP27 และ COP28 ได้มีการหารือเกี่ยวกับนโยบายที่จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศกำลังพัฒนาทั่วโลก ประเทศไทยอยู่ในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา ทำให้มีโอกาสในการเข้าถึงเงินทุนสนับสนุนจากโควตาที่จัดสรรไว้สำหรับประเทศเหล่านี้</p>
<p>อย่างไรก็ตาม แม้จะมีโอกาสที่ดี แต่การเปลี่ยนแปลงอาจไม่เกิดขึ้นตามแผนที่วางไว้ เนื่องจากประเทศไทยอาจไม่สามารถปรับตัวได้ทันตามกำหนด หากไม่มีการสนับสนุนอย่างเพียงพอจากภาครัฐและภาคส่วนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง การลดการปลดปล่อยคาร์บอนนั้นเกี่ยวข้องกับปัจจัยหลายประการที่ต้องการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน</p>
<p>การเปลี่ยนแปลงอย่างมีประสิทธิภาพในการปลดปล่อยคาร์บอนจะต้องอาศัยการสนับสนุนทั้งทางด้านเทคโนโลยี การศึกษา การสร้างความตระหนักรู้ และการลงทุนจากภาครัฐและเอกชน เพื่อที่จะสามารถบรรลุเป้าหมายในการพัฒนาที่ยั่งยืนในอนาคต การสร้างความร่วมมือและความเข้าใจระหว่างทุกภาคส่วนจะเป็นกุญแจสำคัญในการผลักดันนวัตกรรมสีเขียวในประเทศไทยให้เกิดผลเป็นรูปธรรม</p>
<h2>ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการพัฒนานวัตกรรมสีเขียว</h2>
<p>การพัฒนานวัตกรรมสีเขียวในประเทศไทยเป็นเรื่องที่มีความสำคัญและต้องการความร่วมมือจากทั้งภาครัฐและภาคเอกชน โดยเฉพาะในด้านของ Green Innovation และ Data Center สามารถนำเงินทุนมหาศาลเข้าสู่ประเทศได้ แม้ว่าภาครัฐจะมีแผนงานในการลดการปลดปล่อยคาร์บอน ทั้งทางภาคพลังงานและนโยบายต่าง ๆ แต่ภาคเอกชนยังรอความชัดเจนทำให้การพัฒนาโครงการคาร์บอนต่ำอาจล่าช้ากว่าแผนที่ตั้งไว้</p>
<p>เราทราบดีว่าภาครัฐมีคณะทำงานและร่างแผนการอยู่ แต่คำถามสำคัญคือ เมื่อไหร่ที่แผนเหล่านี้จะถูกปล่อยออกมาอย่างเป็นทางการ และแนวทางการดำเนินการจะเป็นอย่างไร การที่ภาคเอกชนต้องรอการประกาศแผนอย่างเป็นทางการอาจทำให้เกิดความล่าช้า เนื่องจากกระบวนการพัฒนาโครงการ ตั้งแต่การออกแบบไปจนถึงการก่อสร้าง อาจใช้เวลาถึง 3-5 ปี หากรอจนกว่าจะมีการประกาศอย่างเป็นทางการอาจจะทำให้การดำเนินงานนั้นล่าช้าเกินไป</p>
<p>หากเราอยู่ในขั้นตอนการออกแบบและมีความเข้าใจในทิศทางที่ภาครัฐต้องการให้ดำเนินการ เช่น แนวทางของโครงการสีเขียว เราจะสามารถตัดสินใจได้อย่างถูกต้องเกี่ยวกับการลงทุนในด้านต่าง ๆ อย่างไรก็ตาม เรื่องของ Taxonomy ในภาคอสังหาริมทรัพย์ยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ ว่าจะพิจารณาเพียง Embodied Carbon หรือรวมถึง Operational Carbon ด้วย หากภาคเอกชนทราบแน่ชัดว่าจะต้องโฟกัสที่ด้านใด จะสามารถจัดสรรงบประมาณได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p>ความชัดเจนในนโยบายจากภาครัฐจึงเป็นสิ่งที่จำเป็น ภาคเอกชนควรได้รับข้อมูลและแนวทางที่ชัดเจนจากภาครัฐเพื่อที่จะสามารถดำเนินการตามที่วางแผนไว้ได้ การที่ไม่มีกฎเกณฑ์หรือแนวทางที่ชัดเจน จะทำให้ภาคเอกชนไม่กล้าตัดสินใจในการดำเนินงาน</p>
<p>ในเรื่องของการปลดปล่อยคาร์บอน เป้าหมายในปี ค.ศ. 2030 และ 2050 กำลังใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ แต่หากไม่มีความชัดเจนจากภาครัฐ ความล่าช้านี้จะส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของภาคเอกชนอย่างมาก โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่มีการประชุมสำคัญอย่าง COP27 และ COP28 ต้องมีการหารือเกี่ยวกับนโยบายที่ชัดเจน เพื่อให้ภาคเอกชนสามารถปรับตัวและดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p><strong>การทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนจึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะนำไปสู่การพัฒนานวัตกรรมสีเขียวที่มีประสิทธิผลในประเทศไทย โดยภาครัฐต้องมีการสื่อสารและสร้างความเข้าใจที่ชัดเจนให้กับภาคเอกชน เพื่อให้สามารถร่วมมือกันในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนในอนาคต</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/green-innovation-revolution-workshop-at-thailand-smart-city/">Green Innovation Revolution Workshop การประชุมเชิงปฏิบัติการปฏิวัตินวัตกรรมสีเขียว</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/green-innovation-revolution-workshop-at-thailand-smart-city/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“พัชรวาท” เผย ครม. เคาะแผน NAP รับมือโลกเดือด หวังสร้างภูมิคุ้มกัน-ปรับตัวต่อปัญหา วอนร่วมกันตระหนักลดก๊าซเรือนกระจก ชะลอเพิ่มอุณหภูมิโลก</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/nap_thailands-national-adaptation-plan/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/nap_thailands-national-adaptation-plan/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 02 Apr 2024 09:43:05 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[NAP]]></category>
		<category><![CDATA[การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[ลดก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[แผน NAP]]></category>
		<category><![CDATA[แผนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=33181</guid>

					<description><![CDATA[<p>2 เมษายน 2567 &#8211; พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบต่อแผนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ (Thailand’s National Adaptation Plan: NAP) ซึ่งแผนดังกล่าวเป็นกรอบแนวทางของประเทศ ในการบูรณาการประเด็นการปรับตัวต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเข้าสู่กระบวนการจัดทำแผนและยุทธศาสตร์รายสาขาและในระดับพื้นที่ได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม รวมถึงสร้างขีดความสามารถในการปรับตัวและเพิ่มภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย ซึ่งมีพันธกิจในการสร้างภูมิคุ้มการต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในการพัฒนาประเทศ อีกทั้งเสริมสร้างศักยภาพและความตระหนักรู้ของภาคีการพัฒนาในทุกระดับ และการพัฒนาข้อมูล งานวิจัย องค์ความรู้ เทคโนโลยี กำหนดเป้าหมาย แนวทางและมาตรการ รายสาขา 6 สาขา ได้แก่&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/nap_thailands-national-adaptation-plan/">“พัชรวาท” เผย ครม. เคาะแผน NAP รับมือโลกเดือด หวังสร้างภูมิคุ้มกัน-ปรับตัวต่อปัญหา วอนร่วมกันตระหนักลดก๊าซเรือนกระจก ชะลอเพิ่มอุณหภูมิโลก</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>2 เมษายน 2567 &#8211; <strong><span style="color: #6cb742;">พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ</span> รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบต่อแผนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ (Thailand’s National Adaptation Plan: NAP) ซึ่งแผนดังกล่าวเป็นกรอบแนวทางของประเทศ</strong></p>
<p><span id="more-33181"></span></p>
<p>ในการบูรณาการประเด็นการปรับตัวต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเข้าสู่กระบวนการจัดทำแผนและยุทธศาสตร์รายสาขาและในระดับพื้นที่ได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม รวมถึงสร้างขีดความสามารถในการปรับตัวและเพิ่มภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย ซึ่งมีพันธกิจในการสร้างภูมิคุ้มการต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในการพัฒนาประเทศ อีกทั้งเสริมสร้างศักยภาพและความตระหนักรู้ของภาคีการพัฒนาในทุกระดับ และการพัฒนาข้อมูล งานวิจัย องค์ความรู้ เทคโนโลยี กำหนดเป้าหมาย แนวทางและมาตรการ รายสาขา 6 สาขา ได้แก่ การจัดการทรัพยากรน้ำ การเกษตรและความมั่นคงทางอาหาร การท่องเที่ยว สาธารณสุข การจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และการตั้งถิ่นฐานและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งจะมีรายละเอียดข้อมูลสภาวการณ์ การคาดการณ์แนวโน้มความเสี่ยง ผลกระทบ และพื้นที่เสี่ยงแต่ละรายสาขา พร้อมทั้งมีกรอบแนวทางการติดตามและประเมินผลโดยดำเนินการร่วมกับหน่วยประสานแต่ละรายสาขา 6 สาขา และรายงานต่อกลไกคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง รวมถึงทบทวนผลการปรับตัวฯ ทุก 5 ปี</p>
<p><strong>แผน NAP</strong> นี้ เป็นหนึ่งในกระบวนการสำคัญที่จะช่วยให้บรรลุเป้าหมายการปรับตัวต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก (Global Goal on Adaptation: GGA) และการทบทวนสถานการณ์ และการดำเนินงานระดับโลก (Global Stocktake: GST) ตามกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และความตกลงปารีส อีกทั้งจะเป็นโอกาสให้ประเทศไทยเข้าถึงการสนับสนุนทางการเงิน การพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยี และเสริมสร้างขีดความสามารถในการดำเนินงานด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศ โดยการดำเนินงานหลังจากที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบแล้ว กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะหน่วยประสานงานกลางของประเทศภายใต้กรอบอนุสัญญาฯ จะนำส่งแผนการปรับตัวฯ ต่อสำนักเลขาธิการกรอบอนุสัญญาฯ ต่อไป</p>
<p>นอกจากนี้ <strong>พล.ต.อ.พัชรวาท</strong> ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า จากการที่ประเทศไทยและในอีกหลายประเทศทั่วโลก ต้องเผชิญกับความร้อนที่มีค่าอุณหภูมิเฉลี่ยเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงเดือนเมษายนนี้ ซึ่งไม่อาจปฏิเสธได้ว่าเป็นผลมาจากกิจกรรมของมนุษย์ที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพิ่มมากขึ้น ทำให้ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและความเป็นอยู่ของประชาชนในวงกว้าง โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง อย่างเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้มีปัญหาสุขภาพ รวมถึงผู้ที่ทำงานกลางแจ้ง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ตระหนักถึงปัญหานี้และมีความห่วงใย จึงขอให้ประชาชนดูแลสุขภาพ</p>
<p>ดื่มน้ำให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งในช่วงที่มีสภาพอากาศร้อนจัด สวมเสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี อีกทั้งขอความร่วมมือทุกภาคส่วนร่วมกันลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ชะลอการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลก เพื่อลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศก่อนที่พวกเราจะไม่สามารถรับมือได้</p>
<p>&#8220;ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน&#8221;</p>
<hr />
<p>ที่มา: กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/nap_thailands-national-adaptation-plan/">“พัชรวาท” เผย ครม. เคาะแผน NAP รับมือโลกเดือด หวังสร้างภูมิคุ้มกัน-ปรับตัวต่อปัญหา วอนร่วมกันตระหนักลดก๊าซเรือนกระจก ชะลอเพิ่มอุณหภูมิโลก</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/nap_thailands-national-adaptation-plan/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ESG กับ Green Productivity</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/esg-green-productivity/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/esg-green-productivity/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 13 Dec 2023 07:14:29 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Article]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[Green Productivity]]></category>
		<category><![CDATA[การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[ความคิด ESG]]></category>
		<category><![CDATA[ดร. วิฑูรย์ สิมะโชคดี]]></category>
		<category><![CDATA[ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[วิฑูรย์ สิมะโชคดี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=31412</guid>

					<description><![CDATA[<p>ทุกวันนี้เราเริ่มเห็นผลกระทบจาก “การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” (Climate Change) ต่อภาคธุรกิจอุตสาหกรรมของประเทศไทยแล้ว โดยเห็นได้จาก “มาตรการกีดกันทางการค้าและ การลงทุน” ของประเทศผู้นำเข้าสินค้าจากประเทศไทย (หากภาคธุรกิจอุตสาหกรรมไทยมีการผลิตสินค้าที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่สูง) คือ สหภาพยุโรปกำลังนำมาตรการปรับราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดนของสหภาพยุโรป (Carbon Border Adjustment Mechanism : CBAM) โดยกำหนดให้เก็บค่าใบรับรองคาร์บอนในสินค้าที่นำเข้าสหภาพยุโรป โดยประเมินจากส่วนต่างของปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของสินค้า กับปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่อนุญาตให้มีการปล่อยได้ในสินค้าแต่ละประเภท เพื่อเป็นค่าปรับในสินค้านำเข้าที่มีมาตรการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนต่ำกว่า ระยะเริ่มแรกนี้ สหภาพยุโรปจะเริ่มบังคับใช้กับสินค้า 5 กลุ่มแรก ได้แก่ (1) เหล็กและเหล็กกล้า (2)&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/esg-green-productivity/">ESG กับ Green Productivity</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ทุกวันนี้เราเริ่มเห็นผลกระทบจาก “การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” (Climate Change) ต่อภาคธุรกิจอุตสาหกรรมของประเทศไทยแล้ว โดยเห็นได้จาก “มาตรการกีดกันทางการค้าและ การลงทุน” ของประเทศผู้นำเข้าสินค้าจากประเทศไทย (หากภาคธุรกิจอุตสาหกรรมไทยมีการผลิตสินค้าที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่สูง)</strong></p>
<p><span id="more-31412"></span></p>
<p>คือ สหภาพยุโรปกำลังนำมาตรการปรับราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดนของสหภาพยุโรป (Carbon Border Adjustment Mechanism : CBAM) โดยกำหนดให้เก็บค่าใบรับรองคาร์บอนในสินค้าที่นำเข้าสหภาพยุโรป โดยประเมินจากส่วนต่างของปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของสินค้า กับปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่อนุญาตให้มีการปล่อยได้ในสินค้าแต่ละประเภท เพื่อเป็นค่าปรับในสินค้านำเข้าที่มีมาตรการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนต่ำกว่า</p>
<p>ระยะเริ่มแรกนี้ สหภาพยุโรปจะเริ่มบังคับใช้กับสินค้า 5 กลุ่มแรก ได้แก่ (1) เหล็กและเหล็กกล้า (2) ซีเมนต์ (3) กระแสไฟฟ้า (4) ปุ๋ย และ (5) อะลูมิเนียม และมีแนวโน้มจะขยายไปสู่สินค้ากลุ่มอื่นๆ อีก ได้แก่ เคมีภัณฑ์อินทรีย์ พลาสติก แก้ว เซรามิก ยิปซัม กระดาษ และโพลีเมอร์ โดย CBAM เริ่มมีผลบังคับใช้วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2566</p>
<p>ดังนั้นหากภาคธุรกิจอุตสาหกรรมของไทยไม่ปรับตัวเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกแล้ว ความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทยในตลาดโลกก็จะลดลง ซึ่งจะส่งผลทำให้รายได้จากการส่งออกลดลง และ GDP ของประเทศไทยลดลงด้วย</p>
<p>ส่วนภาคการเงินและตลาดทุน นักลงทุนก็เริ่มให้ความสำคัญกับการลงทุนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเช่นเดียวกัน โดยผ่านแนวความคิดเรื่อง “ESG” (Environment, Social, &amp; Governance) ที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานที่ว่า ธุรกิจอุตสาหกรรมต้องเติบโตควบคู่ไปกับความรับผิดชอบใน 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ (1) สิ่งแวดล้อม (2) สังคม และ (3) บรรษัทภิบาล ซึ่งเชื่อมโยงและเกื้อหนุนกัน พร้อมกับช่วยสนับสนุนธุรกิจอุตสาหกรรมให้เติบโตได้อย่างยั่งยืนด้วย</p>
<p>ดังนั้นหากภาคธุรกิจอุตสาหกรรมไทยยังไม่ปรับตัว ตามแนวความคิดเรื่อง “ESG” แล้ว นักลงทุนรายใหญ่ทั่วโลกอาจเคลื่อนย้ายเงินลงทุนออกจากประเทศไทยในอนาคต ซึ่งจะกระทบในเชิงลบต่อ GDP ในที่สุด</p>
<p>แม้ว่าการปรับตัวเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ จะมีต้นทุนค่าใช้จ่ายในการปรับตัวให้กับผู้ประกอบการในภาคธุรกิจอุตสาหกรรมต่างๆ แต่ผลจากงานวิจัยในอดีตพบว่า หากได้รับการช่วยเหลือที่เพียงพอทั้งเงินทุนและองค์ความรู้ พร้อมกฎหมายที่ยืดหยุ่นจากภาครัฐแล้ว การลงทุนเพื่อปรับตัวไปสู่การผลิตและบริโภคที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จะช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการไทยได้ในที่สุด</p>
<p><strong>ในระยะยาวแล้ว แนวความคิดเรื่อง ESG จึงสอดคล้องกับเรื่องของ “Green Productivity” ซึ่งจะทำให้กิจการต่างๆ มี “ผลิตภาพ” สูงขึ้น และสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนด้วย ครับผม!</strong></p>
<hr />
<p>Source: นิตยสาร Green Network ฉบับที่ 120 พฤศจิกายน – ธันวาคม 2566 คอลัมน์ Productivity โดย ดร. วิฑูรย์ สิมะโชคดี</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/esg-green-productivity/">ESG กับ Green Productivity</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/esg-green-productivity/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>การประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 28 (COP28)</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/cop28-uae/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/cop28-uae/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 30 Nov 2023 01:46:50 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Focus]]></category>
		<category><![CDATA[COP28]]></category>
		<category><![CDATA[UAE]]></category>
		<category><![CDATA[การประชุม COP28]]></category>
		<category><![CDATA[การลดก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=31192</guid>

					<description><![CDATA[<p>การประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 28 หรือ COP28 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 30 พฤศจิกายน – 12 ธันวาคม 2566 ณ เมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (United Arab Emirates: UAE) สำนักเลขาธิการกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำหนดให้มี การประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Conference of Parties to the United Nations Framework Convention&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/cop28-uae/">การประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 28 (COP28)</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>การประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 28 หรือ COP28 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 30 พฤศจิกายน – 12 ธันวาคม 2566 ณ เมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (United Arab Emirates: UAE)</strong></p>
<p><span id="more-31192"></span></p>
<p>สำนักเลขาธิการกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำหนดให้มี <strong>การประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ</strong> (<strong>Conference of Parties to the United Nations Framework Convention on Climate Change</strong>: <strong>COP</strong>) เป็นประจำทุกปีมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2538 โดยมีผู้แทนจากรัฐภาคีทั่วโลก ผู้แทนจากองค์การระหว่างประเทศและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุม</p>
<p>ประเทศไทยในฐานะรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาฯ ได้เข้าร่วมการประชุมภายใต้กรอบอนุสัญญาฯ อย่างเคร่งครัดมาตลอดทุกปี เพื่อติดตามประเด็นการเจรจาซึ่งครอบคลุมการดำเนินงานเกี่ยวกับ การลดก๊าซเรือนกระจก การปรับตัวต่อผลกระทบทางลบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การสนับสนุนทางการเงิน การพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยี การเสริมสร้างศักยภาพของประเทศกำลังพัฒนา กรอบการรายงานข้อมูลการดําเนินงานและการให้การสนับสนุนอย่างโปร่งใส และการทบทวนสถานการณ์และการดำเนินงานระดับโลก (global stocktake) ประเทศไทย อีกทั้งยังต้องติดตามประเด็นเพื่อเตรียมความพร้อมในการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศภายในประเทศที่สอดคล้องกับแนวทางการดำเนินงานของโลก</p>
<h2>ประเด็นการเจรจาที่สำคัญในการประชุม COP28</h2>
<ul>
<li dir="auto"><strong>การประเมินสถานการณ์ดำเนินงานระดับโลก</strong> (Global Stocktake: GST) เพื่อให้ทราบว่าการดำเนินงานที่ผ่านมา มีแนวโน้มที่จะบรรลุเป้าหมายตามความตกลงปารีสมากน้อยเพียงใด รวมถึงการวิเคราะห์ช่องว่างและความต้องการ (gaps and needs) ที่ภาคีจะต้องผลักดันอย่างเร่งด่วนต่อไป</li>
<li dir="auto"><strong>การจัดทำเป้าหมายระดับโลกด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ</strong> (Global Goal on Adaptation: GGA) ซึ่งภาคีจะร่วมหารือเกี่ยวกับเป้าหมายและตัวชี้วัดด้านการปรับตัวฯ ที่เหมาะสมร่วมกันในระดับโลก</li>
<li dir="auto"><strong>เป้าหมายด้านการเงินเพื่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ</strong> (Climate Finance) ซึ่งภาคีประเทศกำลังพัฒนายังคงเรียกร้องให้เร่งระดมเงินให้ได้ 100,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ภายในปี ค.ศ. 2025 เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนการดำเนินงานตามการมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด (NDC 2030) ให้บรรลุเป้าหมายตามที่แต่ละภาคีได้ให้คำมั่นไว้</li>
<li dir="auto"><strong>การขับเคลื่อนการลดก๊าซเรือนกระจก</strong> (Mitigation Work Programme) ให้บรรลุเป้าหมายตาม<a title="“ความตกลงปารีส” (Paris Agreement) ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ" href="https://www.greennetworkthailand.com/ความตกลงปารีส-paris-agreement/"><span style="text-decoration: underline;">ความตกลงปารีส</span></a> ซึ่งยังไม่ได้ข้อสรุปเนื่องจากความเห็นที่ต่างกันของประเทศที่พัฒนาแล้วและประเทศกำลังพัฒนาในเรื่องการให้การสนับสนุนทางการเงิน ซึ่งภาคีคาดหวังที่จะให้ได้ข้อสรุปร่วมกันใน <strong>COP28</strong></li>
<li dir="auto"><strong>กองทุนสำหรับการสูญเสียและความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ</strong> (Loss &amp; damage facility) เพื่อช่วยประเทศที่มีความเปราะบาง ลดการสูญเสียและความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งจะต้องมีการหารือในเรื่องของโครงสร้างกองทุน แหล่งงบประมาณและแนวทางการดำเนินงาน</li>
</ul>
<p><strong>โดยคณะผู้แทนของประเทศไทยจะเดินทางเข้าร่วมประชุม พร้อมแสดงบทบาทในเชิงบวกของประเทศในการให้ความร่วมมือกับประชาคมโลกในการจัดการกับปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และขยายโอกาสในการได้รับความช่วยเหลือทางการเงิน เทคโนโลยี วิชาการในการจัดการและปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศร่วมกับประชาคมโลก รวมถึงแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารประสบการณ์ทำงานร่วมกับประเทศสมาชิกอื่นทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก พร้อมทั้งรับทราบข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินงานเตรียมการทำงานของกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ในฐานะผู้ประสานงานหลักระดับประเทศของอนุสัญญาทั้งในระดับภูมิภาค ประเทศ และระดับท้องถิ่น</strong></p>
<hr />
<p>ที่มา: กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/cop28-uae/">การประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 28 (COP28)</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/cop28-uae/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>IEEE PES DAY 2023 จัดงานเสวนา หัวข้อ “พลังขับเคลื่อนสู่อนาคตที่ปลอดภัยจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ”</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/ieee-pes-day-2023/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/ieee-pes-day-2023/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 27 Apr 2023 10:27:32 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[IEEE PES DAY 2023]]></category>
		<category><![CDATA[การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=26460</guid>

					<description><![CDATA[<p>สมาคมไฟฟ้าและพลังงานไอทริปเปิลอี (ประเทศไทย) IEEE POWER &#38; ENERGY SOCIETY (THAILAND)  ได้จัดงานเสวนา IEEE PES DAY 2023 ในหัวข้อ “พลังขับเคลื่อนสู่อนาคตที่ปลอดภัยจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” ได้รับเกียรติจาก วิลาศ เฉลยสัตย์ ผู้ว่าการ MEA หรือ การไฟฟ้านครหลวง ในฐานะ Chairman, IEEE POWER &#38; ENERGY SOCIETY (THAILAND) เป็นประธานเปิดงานเสวนา ในงานดังกล่าวยังได้รับเกียรติจาก ดร.สุวิทย์ ธรณินทร์พานิช ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียนสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย รองเพชร บุญช่วยดี รองผู้อำนวยการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) และ รองศาสตราจารย์ ดร.กุลยศ อุดมวงศ์เสรีและได้รับเกียรติจากฉัตรชัย มาวงศ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ วิศวกรรมและก่อสร้างโรงไฟฟ้า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เป็นพิธีกรในครั้งนี้&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/ieee-pes-day-2023/">IEEE PES DAY 2023 จัดงานเสวนา หัวข้อ “พลังขับเคลื่อนสู่อนาคตที่ปลอดภัยจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ”</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>สมาคมไฟฟ้าและพลังงานไอทริปเปิลอี</strong> (ประเทศไทย) IEEE POWER &amp; ENERGY SOCIETY (THAILAND)  ได้จัดงานเสวนา <strong>IEEE PES DAY 2023</strong> ในหัวข้อ “<strong>พลังขับเคลื่อนสู่อนาคตที่ปลอดภัยจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ</strong>” ได้รับเกียรติจาก <strong>วิลาศ</strong><strong> </strong><strong>เฉลยสัตย์</strong> ผู้ว่าการ MEA หรือ การไฟฟ้านครหลวง ในฐานะ Chairman, IEEE POWER &amp; ENERGY SOCIETY (THAILAND) เป็นประธานเปิดงานเสวนา ในงานดังกล่าวยังได้รับเกียรติจาก <strong>ดร</strong><strong>.</strong><strong>สุวิทย์</strong><strong> </strong><strong>ธรณินทร์พานิช</strong> ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียนสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย <strong>รองเพชร บุญช่วยดี</strong> รองผู้อำนวยการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) และ <strong>รองศาสตราจารย์</strong><strong> </strong><strong>ดร</strong><strong>.</strong><strong>กุลยศ</strong><strong> </strong><strong>อุดมวงศ์เสรี</strong>และได้รับเกียรติจากฉัตรชัย มาวงศ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ วิศวกรรมและก่อสร้างโรงไฟฟ้า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เป็นพิธีกรในครั้งนี้<span id="more-26460"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-26469" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/04/Vilas.jpg" alt="วิลาศ เฉลยสัตย์" width="910" height="607" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/04/Vilas.jpg 910w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/04/Vilas-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/04/Vilas-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/04/Vilas-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/04/Vilas-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 910px) 100vw, 910px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>วิลาศ</strong><strong> </strong><strong>เฉลยสัตย์</strong> </span><strong>ผู้ว่าการ MEA หรือ การไฟฟ้านครหลวง</strong> กล่าวว่า วิกฤติการณ์โลกร้อนเป็นปัญหาที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ในหลาย ๆ ปี ผ่านมา อุณหภูมิของโลกสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง พ.ศ. 2566 ข้อมูลจาก NASA คาดการณ์ว่า พ.ศ. 2566 จะเป็นปีที่ร้อนที่สุดในประวัติการณ์ที่ผ่านมา หากอุณหภูมิเฉลี่ยทั่วโลกมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จะส่งผลกระทบและความเสียหายไปทั่วทุกมุมโลก</p>
<p>รวมทั้งประเทศไทยหากย้อนมองเหตุการณ์หมอกควันและไฟป่าของจังหวัดเชียงใหม่ เมื่อต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา จะพบมีความรุนแรงมากกว่าทุกปี จนทำให้ค่ามลพิษทางอากาศ พุ่งสูงเป็นอันดับ 1 ของโลก ซึ่งสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากฤดูแล้งที่มาเร็วและยาวนานกว่าปีก่อน ๆ ชัดเจนว่าผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไม่ใช่เรื่องของอนาคต แต่เกิดขึ้นแล้วและกำลังรุนแรงขึ้นทุกขณะ</p>
<p>ทำให้ช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมา ประเด็นภาวะโลกร้อนและการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ได้รับความสนใจ ทั้งในระดับนานาชาติรวมทั้งภาครัฐและภาคเอกชนในประเทศ มีการร่วมมือกันอย่างจริงจังในการแก้ไขปัญหาโลกร้อน โดยทุกฝ่ายพยายามพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อหาแนวทางในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศ</p>
<p>ทั้งนี้ประเทศไทย ได้แถลงแสดงจุดยืน บนเวที COP27 โดยตั้งเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายใน พ.ศ. 2608 ด้วยการเพิ่มสัดส่วนของการใช้พลังงานทดแทนในการผลิตกระแสไฟฟ้าอย่างน้อยร้อยละ 50 ภายใน พ.ศ. 2593 รวมทั้งการเพิ่มการผลิตรถยนต์ที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ เป็นร้อยละ 30 ของการผลิตรถยนต์ทั้งหมดภายใน พ.ศ. 2573 ซึ่งเราจำเป็นต้องเริ่มดำเนินการในทุกด้านตั้งแต่บัดนี้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-26461" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/04/Dr.Kulyos.jpg" alt="" width="910" height="597" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/04/Dr.Kulyos.jpg 910w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/04/Dr.Kulyos-300x197.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/04/Dr.Kulyos-768x504.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/04/Dr.Kulyos-150x98.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/04/Dr.Kulyos-500x328.jpg 500w" sizes="(max-width: 910px) 100vw, 910px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">รองศาสตราจารย์ ดร.กุลยศ อุดมวงศ์เสรี</span> สถาบันวิจัยพลังงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย</strong> ได้พูดในหัวข้อ New Energy Trend ในอนาคตของประเทศไท ภายใต้แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ เพื่อให้ได้พลังงานสีเขียวที่มีราคาเหมาะสมและความเสถียรภาพและประสิทธิภาพ</p>
<h2>ปัจจัยขับเคลื่อนการปรับเปลี่ยนโครงสร้างพลังงาน Carbon Neutrality&amp;Net Zero Emission</h2>
<p>ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน ภายใน ค.ศ. 2050 และบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ได้ใน ค.ศ. 2065</p>
<p>ซึ่งสถานการณการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกของไทย ใน ค.ศ.2022 ประเทศไทยปล่อย GHG ทั้งหมดประมาณ 360 NtCO2<sub>eq</sub>โดยที่ภาคพลังงานเป็นภาคส่วนที่ปลดปล่อย GHG มากที่สุด คิดเป็น 87.9 MtCO2<sub>eq</sub>หรือประมาณ 36% ของการปลดปล่อยทั้งหมด ภาคขนส่งเป็นภาคที่ปลดปล่อย GHG เป็นอันดับที่สอง คิดเป็น 79.6 MtCO2<sub>eq</sub>หรือ 32% ของการปลดปล่อยทั้งหมด</p>
<p>ทั้ง 2 ภาคส่วนนี้คิดเป็นเกินครึ่งหนึ่งของการปล่อย GHG ทั้งหมดของประเทศ เพราะฉะนั้นการปล่อย GHG จากทั้ง 2 ภาคส่วนจำเป็นต้องลดลงอย่างมากเพื่อให้ประเทศไทยสามารถบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนใน ค.ศ.2050 และเป้าหมายการปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์สุทธิมร ค.ศ. 2065</p>
<h2>เป้าหมายการลดการปลกปล่อยคาร์บอนของไทย</h2>
<p>ได้มีการประเมินการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิ การปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกในสาขาการผลิตไฟฟ้า (CO2 เป็นหลัก) จะต้องลดลงจาก 85 ล้านตันต่อปี เป็นปลดปล่อยไม่เกิน 30-35 ล้านตันต่อปี (ปี 2065) ให้ลดเหลือ 1 ใน 3 เมื่อเทียบกับ ค.ศ. 2020 เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ นอกเหนือจากสาขาผลิตไฟฟ้าแล้ว ภาคอื่น ๆ ก็จำเป็นต้องดำเนินการลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกโดย ภาคขนส่งต้องเสริมให้ใช้ยานยนต์ไฟฟ้าแทนการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง ภาคอุตสาหกรรมต้องยกเลิกใช้ถ่านหิน และส่งเสริมโรงงานอุตสาหกรรมที่ใช้เชื้อเพลิงน้ำมันเตา และ LPG เปลี่ยนมาใช้ก๊าซธรรมชาติหรือเชื้อเพลิงสะอาดอื่น ๆ เป็นเชื้อเพลิงความร้อน (อาจร่วมกับการใช้ CCUS หากในอนาคตมีต้นทุนถูกลง) ในส่วนของภาคของเสีย ควรส่งเสริมการจัดการขยะด้วยโรงไฟฟ้าชุมชน และการผลิตก๊าซชีวภาพ รวมถึงภาคเกษตรควรส่งเสริมการจัดการของเสียภาคเกษตรกรรม และปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำเกษตรกรรมและการเพิ่มผลผลิตทางเกษตร</p>
<p>กรอบแผนพลังงานชาติ National Energy Plan ในส่วนของ Power Sector เพิ่มสัดส่วนพลังงานทดแทนและพลังงานสะอาดจากโรงไฟฟ้าใหม่ โดยมีสัดส่วน RE ไม่น้อยกว่า 50% ส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า (EV 30@30) พร้อมกับให้มีการพัฒนาและยกระดับเทคโนโลยีระบบไฟฟ้า (Grid Modernization) รองรับการผลิตไฟฟ้า ESS แบบกระจายศูนย์ระบบไมโครกริด มุ่งปลดล็อคกฎระเบียบการซื้อขายไฟฟ้ารองรับการผลิตใช้เองที่มากขึ้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-26462" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/04/Dr.Suvit_.jpg" alt="ดร.สุวิทย์ ธรณินทร์พานิช " width="910" height="607" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/04/Dr.Suvit_.jpg 910w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/04/Dr.Suvit_-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/04/Dr.Suvit_-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/04/Dr.Suvit_-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/04/Dr.Suvit_-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 910px) 100vw, 910px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ดร</strong><strong>.</strong><strong>สุวิทย์</strong><strong> </strong><strong>ธรณินทร์พานิช</strong></span> <strong>ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียนสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย </strong>เสวนาในหัวข้อ “Powering a Climate Safer Future” โดยกล่าวว่า Carbon Credit เป็นต้นทุน “ใหม่” ของประเทศต้นทุนพลังงาน ที่เพิ่มขึ้นมาจากการเปลี่ยนผ่านพลังงาน จากฟอสซิล ไปสู่พลังงานสะอาด พลังงานสะอาดที่หายากในประเทศไทย พลังงานสะอาดที่มีติดระเบียบ กฎหมายและกติกาจากโลกเก่า แรงกดดันจากบริษัทข้ามชาติ Corporate Policy และเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการเข้าถึงยากและยังขาดความเข้าใจ</p>
<p>ประเทศไทยเองก็มีนโยบายพลังงาน 4D1E เพื่อเป็นการรองรับ Energy Disruption 01 Digitalization เป็นการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ร่วมกันกับเทคโนโลยีด้านพลังงาน 02 Decarbonization การลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์</p>
<p>03 Decentralization การผลิตไฟฟ้าแบบกระจายตัวและความยืดหยุ่นของระบบไฟฟ้า04 De-Regulation เป็นการเปิดเสรีภาพพลังงาน เพื่อกระตุ้นให้เกิดนวัตกรรมและการแข่งขันอย่างเป็นธรรม และ 05 Electrification การใช้พลังงานไฟฟ้าสีเขียว ลดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งทางหน่วยงานรับผิดชอบกำหนดนโยบายและกับก็คือกระทรวงพลังงาน และ กกพ.</p>
<p>ทางความมั่นคงทาง เศรษฐกิจและพลังงาน หากถามว่าอะไรสำคัญกว่า ขนาดเศรษฐกินกับขนาดพลังงานในประเทศ ตลาดส่งออกต้องมีมูลค่ามากกว่าตลาดพลังงานไฟฟ้า 10 ต่อ 1 อีกทั้งการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีทำให้สิ่งที่เป็นไปไม่ได้ในอดีตเปลี่ยนเป็นไปได้ในปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นระบบกักเก็บพลังงานและพลังงานใหม่ ในส่วนของโครงสร้างพื้นฐานพลังงานเดิม “ฟอสซิล” เป็นต้นทุนที่ทำให้รายได้และความได้เปรียบลดลงต้องยอมรับเพราะไม่สามารถควบคุมโลกได้</p>
<h2>การซื้อขายพลังงานสะอาดและคาร์บอนเครดิต</h2>
<p>สถาบันการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เป็นสถาบันล่าสุดของสภาอุตสาหกรรมฯ และองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ที่ร่วมพัฒนาแพลตฟอร์มการซื้อขายพลังงานสะอาดและคาร์บอนเครดิตขึ้นในประเทศ (TVER) ซึ่งเป็นการสร้างแรงจูงใจและทางเลือกในการลดก๊าซเรือนกระจกในรูปแบบธุรกิจ มีกลไกราคาคาร์บอนที่ยุติธรรม โปร่งใส และตรวจสอบได้</p>
<p>ซึ่งแพลตฟอร์มการซื้อขายพลังงานสะอาดและคาร์บอนเครดิต ยังทำหน้าที่ ซื้อ-ขาย REC, IREC, GSor VERRA ในอนาคตอันใกล้ ที่นอกจากจะเป็นแพลตฟอร์มเพื่อช่วยให้การซื้อขายคาร์บอนเครดิตในประเทศให้เป็นเรื่องง่าย สะดวก และมีประสิทธิภาพมากขึ้นแล้ว ยังเพิ่มโอกาสการแข่งขันทางการตลาดให้กับผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมที่มีสินค้าส่งออกนอกประเทศ เป็นที่ยอมรัยว่าสินค้าที่ผลิตมีความปลอดภัย ปละเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมด้วย รวมถึงลดความเสี่ยงจากผลกระทบของมาตรการ CBAM (Carbon Border Adjustment Mechanism) ซึ่งเป็นกฎกติกาสำหรับผู้ประกอบการที่จะส่งออกสินค้าไปยัง EU</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-26468" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/04/Rongphet.jpg" alt="รองเพชร บุญช่วยดี " width="910" height="607" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/04/Rongphet.jpg 910w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/04/Rongphet-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/04/Rongphet-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/04/Rongphet-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/04/Rongphet-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 910px) 100vw, 910px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>รองเพชร บุญช่วยดี</strong></span> <strong>รองผู้อำนวยการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน)</strong> พูดในหัวข้อ โอกาสและความท้าทายของภาคธุรกิจไทยต่อ เป้าหมายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยกล่าวว่า นโยบายส่งเสริมภาคพลังงานของไทย ภายใต้ทิศทางนโยบาย 5 ด้าน มุ่งสู่พลังงานสะอาดลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ภายใน พ.ศ. 2580 จะต้องลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคพลังงาน ลงทุนพลังงานสีเขียว ดำเนินนโยบาย 4D1E เพิ่มความสามารถในการแข่งขันภาคพลังงาน และต้องเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานทดแทน พร้อมทั้งต้องพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานรองรับการเปลี่ยนผ่านด้านเทคโนโลยี</p>
<h2>ส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทย 30/30</h2>
<p>ระยะที่ 1 พ.ศ. 2564 – 2565 มีการส่งเสริมการใช้รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานรองรับทั่วประเทศ</p>
<p>ระยะที่ 2 พ.ศ. 2566-2568 พัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและการผลิตแบตเตอรี่ ซึ่งเป็นตัวชี้วัดแรกและถือเป็นเป้าหมายการผลิตในระดับ Economy of Scale ภายใน พ.ศ. 2568</p>
<p>ระยะที่ 3 พ.ศ. 2569 – 2573 ขับเคลื่อนแผนและมาตรการให้เกิดผลเป็นรูปธรรมเพื่อบรรลุตามนโยบาย 30/30 ซึ่งมีเป้าหมายการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าทุกประเภท คิดเป็น 30% ของการผลิตแบตเตอรี่เพื่อตอบสนองการผลิตในประเทศอีกด้วย</p>
<h2>ธุรกิจผลิตไฟฟ้าไทยต้องปรับตัว ใช้พลังงานทดแทน เพื่อลดก๊าซเรือนกระจก</h2>
<p>การประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 26 (COP26) ได้รณรงค์การลดก๊าซเรือนกระจก เพื่อบรรลุ Net Zero ทั่วโลกภายใน ค.ศ.250</p>
<p>ซึ่งแนวทางการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของไทยในส่วนของภาครัฐ ต้องเพิ่มใบอนุญาตการผลิตไฟฟ้าที่ใช้พลังงานหมุนเวียน และมีให้ส่วนต่างราคาขายเพิ่มแรงจูงใจ ในส่วนของบริษัทจะทะเบียน ต้องปรับตัวตามนโยบายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) พร้อมรับการเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้พลังงานสะอาด (Energy Transition) สังเกตจากสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลม น้ำ และแสงแดด ที่เพิ่มมากขึ้น</p>
<p>ดังนั้นการเสวนาในครั้งนี้เป็นการแสดงให้เห็นว่า สมาคมฯ และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องได้ตระหนักถึงสถานการณ์นี้และมีแนวคิดในการนำเทคโนโลยีมาพัฒนาการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าเพื่อรองรับและสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานในครั้งนี้ให้เกิดขึ้นได้อย่างยั่งยืน</p>

<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/04/IEEE_PES_DAY_01.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="300" height="200" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/04/IEEE_PES_DAY_01-300x200.jpg" class="attachment-medium size-medium" alt="IEEE PES DAY 2023" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/04/IEEE_PES_DAY_01-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/04/IEEE_PES_DAY_01-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/04/IEEE_PES_DAY_01-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/04/IEEE_PES_DAY_01-500x334.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/04/IEEE_PES_DAY_01.jpg 910w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/04/IEEE_PES_DAY_02.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="300" height="200" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/04/IEEE_PES_DAY_02-300x200.jpg" class="attachment-medium size-medium" alt="IEEE PES DAY 2023" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/04/IEEE_PES_DAY_02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/04/IEEE_PES_DAY_02-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/04/IEEE_PES_DAY_02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/04/IEEE_PES_DAY_02-500x334.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/04/IEEE_PES_DAY_02.jpg 910w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/04/IEEE_PES_DAY_05.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="300" height="200" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/04/IEEE_PES_DAY_05-300x200.jpg" class="attachment-medium size-medium" alt="IEEE PES DAY 2023" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/04/IEEE_PES_DAY_05-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/04/IEEE_PES_DAY_05-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/04/IEEE_PES_DAY_05-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/04/IEEE_PES_DAY_05-500x334.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/04/IEEE_PES_DAY_05.jpg 910w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/04/IEEE_PES_DAY_04.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="300" height="200" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/04/IEEE_PES_DAY_04-300x200.jpg" class="attachment-medium size-medium" alt="IEEE PES DAY 2023" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/04/IEEE_PES_DAY_04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/04/IEEE_PES_DAY_04-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/04/IEEE_PES_DAY_04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/04/IEEE_PES_DAY_04-500x334.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/04/IEEE_PES_DAY_04.jpg 910w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></a>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/ieee-pes-day-2023/">IEEE PES DAY 2023 จัดงานเสวนา หัวข้อ “พลังขับเคลื่อนสู่อนาคตที่ปลอดภัยจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ”</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/ieee-pes-day-2023/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
