<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>การใช้ไฟฟ้า | Green Network</title>
	<atom:link href="https://www.greennetworkthailand.com/tag/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Fri, 02 Jun 2023 08:10:28 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.0.2</generator>

<image>
	<url>https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/green-network-50x50.png</url>
	<title>การใช้ไฟฟ้า | Green Network</title>
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ไทยร้อนจัด ความต้องการใช้ไฟฟ้าพุ่ง กฟผ. พร้อมรักษาระบบไฟฟ้าให้มั่นคง มั่นใจไร้ปัญหาไฟฟ้าไม่เพียงพอ</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/egat-electricity-summer-2023/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/egat-electricity-summer-2023/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 25 May 2023 04:52:02 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[กฟผ]]></category>
		<category><![CDATA[การใช้ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[หน้าร้อน]]></category>
		<category><![CDATA[อากาศร้อน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=27039</guid>

					<description><![CDATA[<p>กฟผ. เผยแม้ปีนี้อากาศร้อนจัด ความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดทะลุ 34,000 เมกะวัตต์ แต่ไทยไร้ปัญหาไฟฟ้าไม่เพียงพอ ผ่านการบริหารจัดการเชื้อเพลิงอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการดูแลระบบผลิตและส่งจ่ายไฟฟ้าให้มั่นคง มีเสถียรภาพ สร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุนและโอกาสทางการแข่งขันของไทย นายประเสริฐศักดิ์ เชิงชวโน รองผู้ว่าการยุทธศาสตร์ ในฐานะโฆษกการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า จากกรณีประเทศเวียดนามเริ่มวางแผนเวียนดับไฟฟ้าทั่วประเทศ รวมถึงพื้นที่เศรษฐกิจในเมืองฮานอยและโฮจิมินห์ตั้งแต่วันนี้จนถึง 25 พฤษภาคม 2566 บางพื้นที่อาจต้องดับไฟนานถึง 7 ชั่วโมง เพื่อรับมือกับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มสูงขึ้นจากสภาพอากาศร้อนจัด ท่ามกลางปัญหาขาดแคลนเชื้อเพลิง เนื่องจากราคาถ่านหินค่อนข้างสูง หลายโรงไฟฟ้าไม่เสนอความพร้อมในการผลิตเพื่อจ่ายไฟฟ้า รวมถึงถ่านหินที่นำเข้าจากประเทศอินโดนีเซียล่าช้าไม่เป็นไปตามแผน ประกอบกับเขื่อนขนาดใหญ่&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/egat-electricity-summer-2023/">ไทยร้อนจัด ความต้องการใช้ไฟฟ้าพุ่ง กฟผ. พร้อมรักษาระบบไฟฟ้าให้มั่นคง มั่นใจไร้ปัญหาไฟฟ้าไม่เพียงพอ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กฟผ. เผยแม้ปีนี้อากาศร้อนจัด ความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดทะลุ 34,000 เมกะวัตต์ แต่ไทยไร้ปัญหาไฟฟ้าไม่เพียงพอ ผ่านการบริหารจัดการเชื้อเพลิงอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการดูแลระบบผลิตและส่งจ่ายไฟฟ้าให้มั่นคง มีเสถียรภาพ สร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุนและโอกาสทางการแข่งขันของไทย</strong><span id="more-27039"></span></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายประเสริฐศักดิ์ เชิงชวโน</strong></span> <strong>รองผู้ว่าการยุทธศาสตร์ ในฐานะโฆษกการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)</strong> เปิดเผยว่า จากกรณีประเทศเวียดนามเริ่มวางแผนเวียนดับไฟฟ้าทั่วประเทศ รวมถึงพื้นที่เศรษฐกิจในเมืองฮานอยและโฮจิมินห์ตั้งแต่วันนี้จนถึง 25 พฤษภาคม 2566 บางพื้นที่อาจต้องดับไฟนานถึง 7 ชั่วโมง เพื่อรับมือกับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มสูงขึ้นจากสภาพอากาศร้อนจัด ท่ามกลางปัญหาขาดแคลนเชื้อเพลิง เนื่องจากราคาถ่านหินค่อนข้างสูง หลายโรงไฟฟ้าไม่เสนอความพร้อมในการผลิตเพื่อจ่ายไฟฟ้า รวมถึงถ่านหินที่นำเข้าจากประเทศอินโดนีเซียล่าช้าไม่เป็นไปตามแผน ประกอบกับเขื่อนขนาดใหญ่ 13 แห่งของเวียดนามได้เดินเครื่องไปในช่วงที่ก๊าซมีราคาแพง จึงมีปริมาณน้ำอยู่ในระดับวิกฤตทำให้ไม่สามารถผลิตไฟฟ้าได้นั้น</p>
<p>สำหรับประเทศไทย กฟผ. ให้ความมั่นใจได้ว่า ระบบไฟฟ้าของไทยมั่นคง มีเสถียรภาพ สามารถผลิตและส่งไฟฟ้าให้กับประชาชนได้อย่างเพียงพอและต่อเนื่อง แม้ต้องเผชิญวิกฤตราคาเชื้อเพลิงมาตั้งแต่ปี 2564 และปริมาณการใช้ไฟฟ้าที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจากสภาพอากาศที่ร้อนจัดจนทำให้ความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด (Peak) ของปีนี้ทะลุถึง 34,826.5 เมกะวัตต์ เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ แต่ก็ไม่พบปัญหาไฟตกไฟดับแต่อย่างใด เนื่องจากการดูแลระบบผลิตและส่งไฟฟ้าให้มีความทันสมัยและพร้อมใช้งาน บริหารจัดการเชื้อเพลิงอย่างมีประสิทธิภาพโดยใช้เชื้อเพลิงที่มีต้นทุนต่ำที่สุดในแต่ละช่วงเวลา และเลื่อนการปลดโรงไฟฟ้าแม่เมาะเครื่องที่ 4 เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชน</p>
<p>นอกจากนี้ประเทศไทยยังพยายามลดความเสี่ยงการขาดแคลนเชื้อเพลิงด้วยการกระจายเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติ เพิ่มถ่านหินลิกไนต์จากเหมืองแม่เมาะซึ่งเป็นถ่านหินภายในประเทศที่มีต้นทุนต่ำ โรงไฟฟ้าพลังน้ำ พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม เชื้อเพลิงชีวมวล รวมถึงไฟฟ้าที่นำเข้าจาก สปป.ลาว</p>
<p>ทั้งนี้ ประเทศไทยมีดัชนีคุณภาพการบริการไฟฟ้าอยู่ในลำดับต้น ๆ ซึ่งดีกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มประเทศอาเซียนหลายเท่าตัว โดยในปี 2565 ค่าดัชนีจำนวนครั้งที่ไฟฟ้าดับ (SAIFI) มีค่าเท่ากับ 0.0904 ครั้งต่อจุดจ่ายไฟ และค่าดัชนีระยะเวลาไฟฟ้าดับ (SAIDI) มีค่าเท่ากับ 0.9041 นาทีต่อจุดจ่ายไฟ สะท้อนให้เห็นถึงความมีเสถียรภาพและคุณภาพของระบบไฟฟ้า รวมถึงเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจของนักลงทุน สร้างโอกาสในการแข่งขันของประเทศในระดับนานาชาติ</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/egat-electricity-summer-2023/">ไทยร้อนจัด ความต้องการใช้ไฟฟ้าพุ่ง กฟผ. พร้อมรักษาระบบไฟฟ้าให้มั่นคง มั่นใจไร้ปัญหาไฟฟ้าไม่เพียงพอ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/egat-electricity-summer-2023/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สนพ. สรุปสถานการณ์พลังงาน 6 เดือนแรกของปี 2563 และเผยทิศทางพลังงานปี 63”</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%9b%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%9b%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 11 Aug 2020 04:01:48 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซธรรมชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[การใช้ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[ถ่านหิน]]></category>
		<category><![CDATA[ทิศทางพลังงานปี 63]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมัน]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมันเบนซิน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานทดแทน]]></category>
		<category><![CDATA[ลิกไนต์]]></category>
		<category><![CDATA[สถานการณ์พลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[สนพ.]]></category>
		<category><![CDATA[เชื้อเพลิง]]></category>
		<category><![CDATA[แก๊สโซฮอล]]></category>
		<category><![CDATA[แนวโน้มการใช้พลังงานปี 2563]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=13919</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เปิดเผยสถานการณ์พลังงานในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2563 พบว่า ภาพรวมการใช้พลังงานขั้นต้นลดลงร้อยละ 10.1 ตามภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงเนื่องจากผลกระทบจากสถานการณ์ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้ความต้องการใช้พลังงานและการเติบโตทางเศรษฐกิจภายในประเทศหยุดชะงัก นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน เปิดเผยถึงสถานการณ์พลังงานในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2563 พบว่า การใช้พลังงานขั้นต้นลดลงร้อยละ 10.1 จากการใช้น้ำมัน และก๊าซธรรมชาติที่ลดลง เนื่องจากผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้ห่วงโซ่การดำเนินธุรกิจได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ความต้องการใช้พลังงาน และการเติบโตทางเศรษฐกิจภายในประเทศหยุดชะงัก ในขณะที่ไฟฟ้านำเข้ามีการใช้เพิ่มขึ้นและพลังงานทดแทนเพิ่มขึ้นเล็กน้อย สำหรับสถานการณ์พลังงานรายเชื้อเพลิงในช่วง 6&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%9b%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99/">สนพ. สรุปสถานการณ์พลังงาน 6 เดือนแรกของปี 2563 และเผยทิศทางพลังงานปี 63”</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เปิดเผยสถานการณ์พลังงานในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2563 พบว่า ภาพรวมการใช้พลังงานขั้นต้นลดลงร้อยละ 10.1 ตามภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงเนื่องจากผลกระทบจากสถานการณ์ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้ความต้องการใช้พลังงานและการเติบโตทางเศรษฐกิจภายในประเทศหยุดชะงัก</strong><span id="more-13919"></span></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท</strong></span> <strong>ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน</strong> เปิดเผยถึงสถานการณ์พลังงานในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2563 พบว่า การใช้พลังงานขั้นต้นลดลงร้อยละ 10.1 จากการใช้น้ำมัน และก๊าซธรรมชาติที่ลดลง เนื่องจากผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้ห่วงโซ่การดำเนินธุรกิจได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ความต้องการใช้พลังงาน และการเติบโตทางเศรษฐกิจภายในประเทศหยุดชะงัก ในขณะที่ไฟฟ้านำเข้ามีการใช้เพิ่มขึ้นและพลังงานทดแทนเพิ่มขึ้นเล็กน้อย</p>
<h2>สำหรับสถานการณ์พลังงานรายเชื้อเพลิงในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2563 สรุปได้ดังนี้</h2>
<ul>
<li><strong>การใช้น้ำมันสำเร็จรูป</strong> ลดลงร้อยละ 12.6 โดยการใช้น้ำมันดีเซลลดลงร้อยละ 4.3 เนื่องจากผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้ความต้องการใช้น้ำมันในช่วงเวลาดังกล่าวลดลง อีกทั้ง การลดลงของผลผลิตสินค้าเกษตรเนื่องจากปัญหาภัยแล้ง จึงทำให้การขนส่งสินค้าลดลง การใช้น้ำมันเบนซิน และแก๊สโซฮอล ลดลงร้อยละ 7.1 ซึ่งปัจจัยหลักมาจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้ประเทศไทยต้องประกาศ พ.ร.ก. สถานการณ์ฉุกเฉินเพื่อควบคุมการแพร่ระบาด โดยภาครัฐได้ออกมาตรการที่มีการเว้นระยะห่างทางสังคม การทำงานที่บ้าน (Work From Home) และลดการเดินทางข้ามจังหวัด ส่งผลให้ความต้องการใช้น้ำมันเบนซินลดลง การใช้น้ำมันเครื่องบิน ลดลงร้อยละ 48.6 เนื่องจากข้อจำกัดของการอนุญาตให้ทำการบินในช่วงของการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ส่งผลให้ความต้องการใช้น้ำมันเครื่องบินลดลงอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ การใช้ LPG ลดลงเกือบทุกสาขา โดยเฉพาะการใช้ในภาคขนส่ง ลดลงร้อยละ 30.2 จากการปรับลดลงของราคาขายปลีกน้ำมันส่งผลให้ผู้ใช้รถยนต์ LPG บางส่วนหันมาใช้น้ำมันทดแทน ประกอบกับปริมาณรถยนต์ LPG ที่มีแนวโน้มลดลง การใช้เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ซึ่งมีสัดส่วนการใช้สูงสุดคิดเป็นร้อยละ 39 มีการใช้ลดลงร้อยละ 18.8 ส่วนภาคอุตสาหกรรม มีการใช้ลดลงร้อยละ 9.9 ตามการชะลอตัวของเศรษฐกิจ และภาคครัวเรือนมีการใช้ลดลงร้อยละ 5.9</li>
<li><strong>การใช้ก๊าซธรรมชาติ</strong> ลดลงร้อยละ 8.5 โดยลดลงทุกสาขาเศรษฐกิจ ทั้งการใช้เป็นเชื้อเพลิง<br />
ในอุตสาหกรรมปิโตรเคมี การใช้เพื่อผลิตไฟฟ้า การใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งลดลงตามภาวะเศรษฐกิจที่<br />
ชะลอตัว ด้านการใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับรถยนต์ (NGV) ลดลงร้อยละ 28.8 จากผู้ใช้รถยนต์ NGV บางส่วนเปลี่ยนมาใช้น้ำมัน เนื่องจากราคาอยู่ในระดับไม่สูงมากนัก อีกทั้งผลจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้การใช้ NGV ในการเดินทางลดลง</li>
<li><strong>การใช้ถ่านหิน/ลิกไนต์</strong> ลดลงร้อยละ 0.3 ตามภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว</li>
<li><strong>ด้านการใช้ไฟฟ้า</strong> ลดลงร้อยละ 3.9 โดยลดลงในเกือบทุกสาขา โดยเฉพาะสาขาอุตสาหกรรมและธุรกิจ จากปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้ส่งผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศ และภาคการท่องเที่ยว โดยกลุ่มธุรกิจหลักที่มีการใช้ไฟฟ้าลดลงอย่างชัดเจน ซึ่งมีผลมาจากมาตรการ Lock Down ได้แก่ โรงแรม และห้างสรรพสินค้า อย่างไรก็ตาม ภาคครัวเรือนมีการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นค่อนข้างสูง และอุณหภูมิที่สูงขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ประกอบกับมาตรการอยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ และมาตรการทำงานที่บ้าน (Work From Home)</li>
</ul>
<p><strong>ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน</strong> ยังกล่าวถึงแนวโน้มการใช้พลังงานปี 2563 ซึ่ง สนพ. ได้มีการพยากรณ์โดยอ้างอิงสมมุติฐานด้านเศรษฐกิจ และนโยบายที่เกี่ยวข้องมาเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อการใช้พลังงาน โดยเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2563 สภาพัฒน์ฯ คาดว่าในปี 2563 อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจจะมีการปรับตัวลดลงในช่วงร้อยละ (-5.0) – (-6.0) เนื่องจาก (1) การปรับตัวลดลงรุนแรงของเศรษฐกิจและปริมาณการค้าโลก (2) การลดลงรุนแรงของจำนวน และรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ (3) เงื่อนไขข้อจำกัดที่เกิดจากการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 รวมทั้ง (4) ปัญหาภัยแล้ง ซึ่งจากสมมุติฐานดังกล่าว จะส่งผลให้<br />
การใช้พลังงานขั้นต้นในปี 2563 ลดลงร้อยละ 5.3 ตามภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยคาดการณ์ว่าการใช้พลังงานจะลดลงเกือบทุกประเภท โดยการใช้น้ำมันลดลงร้อยละ 14.2 การใช้ก๊าซธรรมชาติ ลดลงร้อยละ 5.4 การใช้ถ่านหิน/ลิกไนต์ลดลงร้อยละ 1.0 ขณะที่การใช้พลังงานไฟฟ้าในปี 2563 คาดว่าจะลดลงร้อยละ 2.3 เมื่อเทียบกับปีก่อน</p>
<p>ในกรณีที่อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจในปีนี้ปรับตัวลดลงรุนแรงถึงร้อยละ (-9.0) &#8211; (-10.0) คาดว่าจะส่งผลให้การใช้พลังงานของประเทศลดลงร้อยละ 7.9 โดยการใช้น้ำมันเบนซินลดลงร้อยละ 6.3 การใช้น้ำมันดีเซล ลดลงร้อยละ 4.0 การใช้น้ำมันเครื่องบิน ลดลงร้อยละ 43.5 การใช้ LPG ลดลงร้อยละ 10.9 การใช้น้ำมันเตาลดลงร้อยละ 10.0 และการใช้ไฟฟ้าลดลงร้อยละ 3.0</p>
<p><strong>อย่างไรก็ตาม สนพ. ยังคงจับตาสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 และปัจจัยอื่นๆ ที่จะส่งผลต่อการใช้พลังงานของประเทศอย่างใกล้ชิด อาทิ อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ ราคาน้ำมันดิบตลาดโลก มาตรการในการป้องกัน โควิด-19 ทั้งในและต่างประเทศ นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท กล่าวปิดท้าย</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%9b%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99/">สนพ. สรุปสถานการณ์พลังงาน 6 เดือนแรกของปี 2563 และเผยทิศทางพลังงานปี 63”</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%9b%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สนพ. เผยตัวเลขสถานการณ์การใช้น้ำมันและไฟฟ้าของประเทศ ช่วงครึ่งปีแรก ปี 2562 (ม.ค. &#8211; มิ.ย. 62)</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99-%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2-%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b6%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%b5%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%81-2562/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99-%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2-%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b6%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%b5%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%81-2562/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 07 Oct 2019 07:08:13 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[การใช้น้ำมัน]]></category>
		<category><![CDATA[การใช้น้ำมันดีเซล]]></category>
		<category><![CDATA[การใช้น้ำมันเบนซิล]]></category>
		<category><![CDATA[การใช้เชื้อเพลิง]]></category>
		<category><![CDATA[การใช้ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[ตัวเลขปริมาณการใช้น้ำมัน]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมันดีเซล]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมันเบนซิน]]></category>
		<category><![CDATA[ปริมาณการใช้ไฟฟ้าของประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[ปี 2562]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=9820</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กระทรวงพลังงาน เผยสถานการณ์การใช้น้ำมันและไฟฟ้า ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2562 (ม.ค. &#8211; มิ.ย. 62) พบน้ำมันกลุ่มเบนซินมีการใช้งานเพิ่มขึ้น 3.9% ส่วนการใช้น้ำมันกลุ่มดีเซล เพิ่มขึ้น 3.2% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ส่วนการใช้ไฟฟ้าของประเทศ เพิ่มขึ้น 5.1% โดยเป็นผลมาจากการเติบโตในภาคครัวเรือนที่เติบโตสูงสุด 14.2% ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมมีการใช้ลดลง 0.2% การใช้น้ำมันดีเซล การใช้น้ำมันดีเซลเฉลี่ยอยู่ที่ 68.99 ล้านลิตรต่อวัน เพิ่มขึ้น 3.2% ราคาขายปลีกเฉลี่ยอยู่ที่&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99-%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2-%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b6%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%b5%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%81-2562/">สนพ. เผยตัวเลขสถานการณ์การใช้น้ำมันและไฟฟ้าของประเทศ ช่วงครึ่งปีแรก ปี 2562 (ม.ค. – มิ.ย. 62)</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กระทรวงพลังงาน เผยสถานการณ์การใช้น้ำมันและไฟฟ้า ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2562 (ม.ค. &#8211; มิ.ย. 62) พบน้ำมันกลุ่มเบนซินมีการใช้งานเพิ่มขึ้น 3.9% ส่วนการใช้น้ำมันกลุ่มดีเซล เพิ่มขึ้น 3.2% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ส่วนการใช้ไฟฟ้าของประเทศ เพิ่มขึ้น 5.1% โดยเป็นผลมาจากการเติบโตในภาคครัวเรือนที่เติบโตสูงสุด 14.2% ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมมีการใช้ลดลง 0.2%</strong><span id="more-9820"></span></p>
<h3>การใช้น้ำมันดีเซล</h3>
<p>การใช้น้ำมันดีเซลเฉลี่ยอยู่ที่ 68.99 ล้านลิตรต่อวัน เพิ่มขึ้น 3.2% ราคาขายปลีกเฉลี่ยอยู่ที่ 26.46 บาทต่อลิตร ลดลง 4.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ในเดือนมิถุนายน 2562 มียอดจำหน่ายน้ำมัน B20 อยู่ที่ 122.12 ล้านลิตร เพิ่มขึ้น 53.5% จากเดือนก่อนหน้า จากยอดจำหน่ายกลุ่มลูกค้าขนส่งที่เติบโตขึ้น และการเพิ่มจำนวนสถานีบริการที่จำหน่าย B20 อย่างต่อเนื่อง โดยมีการขยายมาตรการอุดหนุนราคาจำหน่ายน้ำมัน B20 ให้ต่ำกว่าน้ำมันดีเซลปกติ 5 บาท/ลิตร ต่อเนื่องไปจนถึงสิ้นเดือนกรกฎาคม 2562</p>
<h3>การใช้น้ำมันกลุ่มเบนซิน</h3>
<p>การใช้น้ำมันกลุ่มเบนซินเฉลี่ยอยู่ที่ 32.10 ล้านลิตรต่อวัน เพิ่มขึ้น 3.9% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้ำ โดยราคาขายปลีกน้ำมันกลุ่มเบนซินเฉลี่ยอยู่ 27.28 บาทต่อลิตรลดลง 2.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า</p>
<ul>
<li><strong>น้ำมันเบนซิน 95</strong> คิดเป็น 3% ของการใช้น้ำมันกลุ่มเบนซินทั้งหมด มีการใช้เฉลี่ยอยู่ที่ 1.00 ล้านลิตรต่อวัน ลดลง 12.5% เนื่องจากผู้ใช้รถส่วนหนึ่งเปลี่ยนไปใช้น้ำมันแก๊สโซฮอลเพราะรถยนต์ในปัจจุบันสามารถรองรับการใช้น้ำมันแก๊สโซฮอลได้</li>
<li><strong>น้ำมันแก๊สโซฮอล</strong> คิดเป็น 97% ของการใช้น้ำมันกลุ่มเบนซินทั้งหมด มีการใช้เฉลี่ยอยู่ที่ 31.11 ล้านลิตรต่อวัน เพิ่มขึ้น 4.5%</li>
<li><strong>น้ำมันแก๊สโซฮอล 91 (E10)</strong> คิดเป็น 30.0% ของการใช้น้ำมันกลุ่มเบนซินทั้งหมด มีการใช้เฉลี่ยอยู่ที่ 9.64 ล้านลิตรต่อวัน ลดลง 5.7% โดยราคาขายปลีกเฉลี่ยอยู่ที่ 27.77 บาทต่อลิตร</li>
<li><strong>น้ำมันแก๊สโซฮอล 95 (E10)</strong> มีสัดส่วน การใช้สูงสุด คิดเป็น 42.8% ของการใช้น้ำมันกลุ่มเบนซินทั้งหมด มีการใช้เฉลี่ยอยู่ที่ 13.74 ล้านลิตรต่อวัน เพิ่มขึ้น 7.5% โดยราคาขายปลีกเฉลี่ยอยู่ที่ 28.04 บาทต่อลิตร</li>
<li><strong>น้ำมันแก๊สโซฮอล 95 (E20)</strong> คิดเป็น 20.0% ของการใช้น้ำมันกลุ่มเบนซินทั้งหมด มีการใช้เฉลี่ยอยู่ที่ 6.43 ล้านลิตรต่อวัน เพิ่มขึ้น 14.2% โดยราคาขายปลีกเฉลี่ยอยู่ที่ 25.03 บาทต่อลิตร</li>
<li><strong>น้ำมันแก๊สโซฮอล 95 (E85)</strong> คิดเป็น 4.0% ของการใช้น้ำมันกลุ่มเบนซินทั้งหมด มีการใช้เฉลี่ยอยู่ที่ 1.30 ล้านลิตรต่อวัน เพิ่มขึ้น 13.9% จากจ้านวนรถที่ใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล 95 (E85) ที่มีมากขึ้น ราคาขายปลีกเฉลี่ยอยู่ที่ 20.21 บาทต่อลิตร ทั้งนี้ ปัจจุบันมีสถานีบริการรวมทั้งสิ้น 1,435 แห่ง</li>
</ul>
<figure id="attachment_9828" aria-describedby="caption-attachment-9828" style="width: 685px" class="wp-caption aligncenter"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="wp-image-9828 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/energy-q1-q2-2562_01-1.jpg" alt="ปริมาณการใช้และราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลและกลุ่มเบนซิน" width="685" height="337" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/energy-q1-q2-2562_01-1.jpg 685w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/energy-q1-q2-2562_01-1-300x148.jpg 300w" sizes="(max-width: 685px) 100vw, 685px" /><figcaption id="caption-attachment-9828" class="wp-caption-text">ปริมาณการใช้และราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลและกลุ่มเบนซิน</figcaption></figure>
<h3>การใช้เชื้อเพลิงในภาคขนส่งทางบก</h3>
<p>อยู่ที่ 13,186 พันตันเทียบเท่าน้ำมันดิบ ซึ่งอยู่ในระดับใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยมีการใช้เชื้อเพลิงดีเซลและกลุ่มเบนซินเพิ่มขึ้น ในขณะที่มีการใช้ NGV และ LPG ลดลง ทั้งนี้ ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2562 ประเทศไทยมีรถจดทะเบียนสะสมที่อยู่ในระบบทั้งสิ้นประมาณ 40.2 ล้านคัน โดยในปี 2562 มีรถจดทะเบียนใหม่เฉลี่ยประมาณ 2.7 แสนคันต่อเดือน</p>
<ul>
<li><strong>น้ำมันดีเซล</strong> มีสัดส่วนการใช้สูงสุดคิดเป็น 55.7% ของการใช้เชื้อเพลิงในภาคขนส่งทางบก การใช้เพิ่มขึ้น 3.2% โดย ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2562 มีรถดีเซลที่จดทะเบียนสะสมอยู่ที่ 11.10 ล้านคัน โดยส่วนใหญ่เป็นรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล (6.3 ล้านคัน) ทั้งนี้ ในช่วงเดือนมกราคม-มิถุนายนของปี 2562 มีรถดีเซลที่จดทะเบียนใหม่ประมาณ 3.7 แสนคัน เพิ่มขึ้น 6.24% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้ำ</li>
<li><strong>น้ำมันกลุ่มเบนซิน</strong> มีสัดส่วนการใช้คิดเป็น 32.8% ของการใช้เชื้อเพลิงในภาคขนส่งทางบก การใช้เพิ่มขึ้น 3.9% โดย ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2562 มีรถเบนซินที่จดทะเบียนสะสมอยู่ที่ 27.51 ล้านคัน โดยส่วนใหญ่เป็นรถจักรยานยนต์ (21 ล้านคัน) และรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน (5.9 ล้านคัน) ทั้งนี้ ในช่วงเดือนมกราคม-มิถุนายนของปี 2562 มีรถเบนซินที่จดทะเบียนใหม่ ประมาณ 1.2 ล้านคัน ลดลง 1.46% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า</li>
<li><strong>NGV</strong> มีสัดส่วนการใช้คิดเป็น 6.8% ของการใช้เชื้อเพลิงในภาคขนส่งทางบก การใช้ลดลง 10.6% ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการที่ผู้บริโภคหันกลับไปใช้น้ำมัน ทั้งนี้ ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2562 ทั่วประเทศมีสถานีบริการ NGV อยู่ 446 สถานี ยอดจำหน่าย NGV เดือนมิถุนายนอยู่ที่ 5,459 ตัน/วัน โดยมีรถ NGV ที่ จดทะเบียนสะสมอยู่ประมาณ 3.8 แสนคัน โดยส่วนใหญ่ 85% เป็นรถที่ใช้ NGV ร่วมกับน้ำมันกลุ่มเบนซิน ทั้งนี้ ในช่วงเดือนมกราคม-มิถุนายน ของปี 2562 มีรถ NGV ที่จดทะเบียนใหม่อยู่ที่ 5,817 คัน ลดลง 22.36% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ส่วนราคาขายปลีก NGV เฉลี่ยอยู่ที่ 16.06 บาทต่อกิโลกรัม</li>
<li><strong>LPG</strong> มีสัดส่วนการใช้คิดเป็น 4.6% ของการใช้เชื้อเพลิงในภาคขนส่งทางบก การใช้ลดลง 12.1% ทั้งนี้ ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2562 ทั่วประเทศ มีรถ LPG ที่จดทะเบียนสะสมอยู่ประมาณ 9.4 แสนคัน โดยส่วนใหญ่ 98% เป็นรถที่ใช้ LPG ร่วมกับน้ำมันกลุ่มเบนซิน และในช่วงเดือนมกราคม-มิถุนายนของปี 2562 รถ LPG ที่จดทะเบียนใหม่อยู่ที่ 2,491 คัน ลดลง 31.85% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ส่วนราคาขายปลีกเฉลี่ยอยู่ที่ 21.87 บาทต่อกิโลกรัม หรือ 11.81 บาทต่อลิตร</li>
</ul>
<figure id="attachment_9829" aria-describedby="caption-attachment-9829" style="width: 725px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" class="wp-image-9829 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/energy-q1-q2-2562_02-1.jpg" alt="การใช้เชื้อเพลงในภาคขนส่งทางบก" width="725" height="389" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/energy-q1-q2-2562_02-1.jpg 725w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/energy-q1-q2-2562_02-1-300x161.jpg 300w" sizes="(max-width: 725px) 100vw, 725px" /><figcaption id="caption-attachment-9829" class="wp-caption-text">ปริมาณการใช้เชื้อเพลงในภาคขนส่งทางบก</figcaption></figure>
<h3>การใช้ไฟฟ้า</h3>
<ul>
<li><strong>ความต้องการพลังไฟฟ้าสูงสุดของประเทศ</strong> เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2562 เวลา 14.27 น. อยู่ที่ระดับ 37,312 MW</li>
<li><strong>การใช้ไฟฟ้าของประเทศ</strong> อยู่ที่ 115,788 GWh เพิ่มขึ้น 5.1% โดยภาคครัวเรือนยังคงเติบโตสูงสุดที่ 14.2% ในขณะที่ภาคอุตสาหกรรมลดลงที่ 0.2%</li>
<li><strong>สาขาอุตสาหกรรม</strong> มีสัดส่วนการใช้ไฟฟ้า 37% มากที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับสาขาอื่น แต่การใช้ลดลงที่ 0.2% โดยอุตสาหกรรมเหล็กและโลหะพื้นฐาน และอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ มีการใช้ไฟฟ้าลดลง 6.2% และ 5.7% ตามลำดับสอดคล้องกับดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมหดตัวจากระยะเดียวกันปีก่อนโดยลดลง 5.54% จากแนวโน้มเศรษฐกิจและการค้าโลกที่ชะลอตัวอย่างต่อเนื่อง</li>
<li><strong>สาขาธุรกิจ</strong> มีสัดส่วนการใช้ไฟฟ้า 22% การใช้เพิ่มขึ้น 8.6% โดยกลุ่มธุรกิจหลักที่มีการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นได้แก่ อพาร์ตเมนต์และเกสต์เฮาส์ ห้างสรรพสินค้า และโรงแรม 17.6% 5.9% และ 5.1% ตามลำดับ เป็นผลจากจำนวนนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศยังคงขยายตัวที่ 0.9 % จากระยะเดียวกันของปีก่อน ตามจำนวนนักท่องเที่ยวอินเดียที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง</li>
<li><strong>สาขาครัวเรือน</strong> มีสัดส่วนการใช้ไฟฟ้า 22% การใช้เพิ่มขึ้น 14.2% สอดคล้องกับดัชนีปริมาณการใช้ไฟฟ้าภาคครัวเรือนที่ขยายตัวร้อยละ 17.2</li>
<li><strong>IPS (Independent Power Supply) หรือผู้ผลิตไฟฟ้าเพื่อใช้เอง และ/หรือขายตรง</strong> มีสัดส่วนการใช้ไฟฟ้า 15% โดยมีการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 1.6% ทั้งนี้ ผู้ผลิตไฟฟ้าเพื่อใช้เองส่วนใหญ่ผลิตเพื่อใช้ในภาคอุตสาหกรรม</li>
</ul>
<figure id="attachment_9830" aria-describedby="caption-attachment-9830" style="width: 677px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" class="wp-image-9830 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/energy-q1-q2-2562_03-1.jpg" alt="การใช้ไฟฟ้า" width="677" height="449" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/energy-q1-q2-2562_03-1.jpg 677w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/10/energy-q1-q2-2562_03-1-300x199.jpg 300w" sizes="(max-width: 677px) 100vw, 677px" /><figcaption id="caption-attachment-9830" class="wp-caption-text">ปริมาณการใช้ไฟฟ้า</figcaption></figure>
<hr />
<p>Source: ข้อมูล เอกสาร &#8220;สถานการณ์การใช้น้ำมันและไฟฟ้าของไทย ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2562&#8221; โดยศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99-%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2-%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b6%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%b5%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%81-2562/">สนพ. เผยตัวเลขสถานการณ์การใช้น้ำมันและไฟฟ้าของประเทศ ช่วงครึ่งปีแรก ปี 2562 (ม.ค. – มิ.ย. 62)</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99-%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2-%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b6%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%b5%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%81-2562/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
