<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>คาร์บอนเครดิต | Green Network</title>
	<atom:link href="https://www.greennetworkthailand.com/tag/%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%95/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Fri, 19 Apr 2024 02:11:58 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.8.5</generator>

<image>
	<url>https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/green-network-50x50.png</url>
	<title>คาร์บอนเครดิต | Green Network</title>
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>เรียนรู้อย่างเข้าใจ Carbon Credit และ Carbon Footprint เพื่อโลก-เพื่อเรา</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/carbon-credit-and-carbon-footprint/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/carbon-credit-and-carbon-footprint/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 19 Apr 2024 01:30:14 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Article]]></category>
		<category><![CDATA[Highlight Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Credit]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Footprint]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอน ฟุตพริ้นท์]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนเครดิต]]></category>
		<category><![CDATA[พิชัย ถิ่นสันติสุข]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=33485</guid>

					<description><![CDATA[<p>เรื่องคาร์บอนเครดิต (Carbon Credit) และคาร์บอน ฟุตพริ้นท์ (Carbon Footprint) ได้จัดอยู่ในเรื่องที่เข้าใจยาก ของยุคปัจจุบันนี้ ในขณะที่นักวิชาการก็พยายามลงลึกเนื้อหาเพื่อให้ได้รับความรู้อย่างกระจ่างชัด จนบางครั้งอาจยากแก่การเข้าใจของปุถุชนคนเดินดินอย่างเราๆ จึงมีกลุ่มที่อาจจะเรียกว่า “Startup” ได้พยายามย่อยเรื่องคาร์บอนทั้งหลายให้สามารถเรียนรู้และเข้าใจง่ายๆ ในเวลาเพียง 1-2 ชั่วโมง เกิดขึ้นมากมาย สำหรับบทความเพียง 2-3 หน้านี้ จึงพยายาม จับประเด็นและร้อยเรียงถ้อยคำที่เข้าใจไม่ยากให้ท่านผู้อ่าน ได้เข้าใจพื้นฐานให้เพียงพอจะร่วมวงสนทนา หรือปรับแผนธุรกิจรองรับเรื่องของคาร์บอนที่กำลังจะเปลี่ยนผ่าน จากภาคสมัครใจมาเป็นภาคบังคับในอนาคตอันใกล้นี้แล้ว ขอไม่อธิบายว่าทำไมโลกร้อน แต่นักวิทยาศาสตร์ สามารถยืนยันได้ว่าหากอุณหภูมิของโลกสูงเกิน 1.5&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/carbon-credit-and-carbon-footprint/">เรียนรู้อย่างเข้าใจ Carbon Credit และ Carbon Footprint เพื่อโลก-เพื่อเรา</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เรื่องคาร์บอนเครดิต (Carbon Credit) และคาร์บอน ฟุตพริ้นท์ (Carbon Footprint) ได้จัดอยู่ในเรื่องที่เข้าใจยาก ของยุคปัจจุบันนี้ ในขณะที่นักวิชาการก็พยายามลงลึกเนื้อหาเพื่อให้ได้รับความรู้อย่างกระจ่างชัด จนบางครั้งอาจยากแก่การเข้าใจของปุถุชนคนเดินดินอย่างเราๆ จึงมีกลุ่มที่อาจจะเรียกว่า “Startup” ได้พยายามย่อยเรื่องคาร์บอนทั้งหลายให้สามารถเรียนรู้และเข้าใจง่ายๆ ในเวลาเพียง 1-2 ชั่วโมง เกิดขึ้นมากมาย</strong></p>
<p><span id="more-33485"></span></p>
<p>สำหรับบทความเพียง 2-3 หน้านี้ จึงพยายาม จับประเด็นและร้อยเรียงถ้อยคำที่เข้าใจไม่ยากให้ท่านผู้อ่าน ได้เข้าใจพื้นฐานให้เพียงพอจะร่วมวงสนทนา หรือปรับแผนธุรกิจรองรับเรื่องของคาร์บอนที่กำลังจะเปลี่ยนผ่าน จากภาคสมัครใจมาเป็นภาคบังคับในอนาคตอันใกล้นี้แล้ว</p>
<p>ขอไม่อธิบายว่าทำไมโลกร้อน แต่นักวิทยาศาสตร์ สามารถยืนยันได้ว่าหากอุณหภูมิของโลกสูงเกิน 1.5 องศาเซลเซียส จากเดิมที่เคยเป็นอยู่ มนุษย์จะดำรง ชีวิตอยู่ด้วยความยากลำบาก เริ่มต้นด้วยการทำความเข้าใจ กับคำศัพท์ใหม่ๆ อย่างน้อย 2 คำ คือ <strong>คาร์บอนเครดิต</strong> (<strong>Carbon Credit</strong>) และ<strong>คาร์บอนฟุตพริ้นท์</strong> (<strong>Carbon Footprint</strong>) ทั้ง 2 คำเป็นความเหมือนที่แตกต่าง ท่านที่สนใจ หรือเริ่มเรียนรู้เรื่องของคาร์บอน ควรศึกษาจากอินโฟกราฟิก ของกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงานนี้ เพื่อจะได้เห็นภาพรวมก่อนจะไปต่อ</p>
<p><a href="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/carbon-credit-and-carbon-footprint-01.png"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33493" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/carbon-credit-and-carbon-footprint-01.png" alt="สถานการณ์การปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย" width="740" height="415" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/carbon-credit-and-carbon-footprint-01.png 900w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/carbon-credit-and-carbon-footprint-01-300x168.png 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/carbon-credit-and-carbon-footprint-01-768x431.png 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/carbon-credit-and-carbon-footprint-01-150x84.png 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/carbon-credit-and-carbon-footprint-01-500x281.png 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></a></p>
<p>1. สัดส่วนการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของไทยเมื่อ พ.ศ. 2562 รวมทั้งสิ้น 372.8 ล้านตันคาร์บอนเทียบเท่า (TCO2e) คิดเป็น 0.88% ของ ทั้งโลก แต่ประเทศไทยกลับเป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบเป็นอันดับ 9 ของโลก เนื่องจากประเทศไทยตั้งอยู่ในส่วนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด ของโลก</p>
<p>2. คาร์บอนหรือก๊าซเรือนกระจกเกิดขึ้นจากภาคพลังงานสูงถึง 69.96% ภาคเกษตร 15.23% ภาคอุตสาหกรรม 38.3% และของเสีย 16.9% ดังนั้นจึงควรแก้ไขในส่วนที่ส่งผลกระทบมากเป็นพิเศษ จึงไม่ต้องแปลกใจ ที่ถนนทุกสายมุ่งมาลดคาร์บอนที่ภาคพลังงาน ไม่ว่าจะเป็นยานยนต์ไฟฟ้า หลากหลายรูปแบบ อีกทั้งเชื้อเพลิงชีวภาพต่างๆ รวมถึงน้ำมันที่ใช้กับ เครื่องบิน (SAF) ซึ่งถูกจับตาว่าสร้างมลพิษอย่างมากมาย สำหรับภาค เกษตรกรรม สิ่งที่น่ากังวลก็คือ การปลูกข้าวที่ยังต้องใช้ระบบน้ำขัง ทำให้ เกิดก๊าซมีเทน สำหรับภาคอุตสาหกรรมถึงแม้จะมีตัวเลขค่อนข้างสูงเป็น อันดับที่ 2 แต่ภาคอุตสาหกรรมส่วนใหญ่จะมีมาตรการในการลดคาร์บอน เพื่อให้สามารถขายสินค้าได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสินค้าส่งออก สำหรับ ของเสีย ซึ่งรวมถึงขยะชุมชนและขยะอุตสาหกรรม ได้มีเทคโนโลยีการนำ ของเสียเหล่านี้มาใช้เป็นพลังงาน แถมยังอาจได้คาร์บอนเครดิตและ ลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ลงอีกด้วย</p>
<p>กลไกการลดก๊าซเรือนกระจกในประเทศ ที่เราเรียกว่า T-VER ม กิจกรรมต่างๆ มากมาย ตั้งแต่พลังงานหมุนเวียน การประหยัดพลังงาน ไปจนถึงการปลูกต้นไม้ ฯลฯ โดยปริมาณของก๊าซเรือนกระจกที่ลดหรือ กักเก็บได้ เราเรียกว่า คาร์บอนเครดิต (Carbon Credit) เป็นคำที่เรา ต้องจำและเข้าใจไปตลอด อีกคำศัพท์ที่เราต้องทั้งจดทั้งจำไปตลอดกาล ก็ว่าได้คือ คาร์บอนฟุตพริ้นท์ (Carbon Footprint)</p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/carbon-credit-and-carbon-footprint-02.png"><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-33492" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/carbon-credit-and-carbon-footprint-02.png" alt="คาร์บอนฟุตพริ้นท์" width="740" height="495" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/carbon-credit-and-carbon-footprint-02.png 796w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/carbon-credit-and-carbon-footprint-02-300x201.png 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/carbon-credit-and-carbon-footprint-02-768x513.png 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/carbon-credit-and-carbon-footprint-02-150x100.png 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/carbon-credit-and-carbon-footprint-02-500x334.png 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></a></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>คาร์บอนฟุตพริ้นท์</strong> (<strong>CF</strong>)</span> หมายถึง ปริมาณรวม ของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ก๊าซเรือนกระจกอื่นๆ และ ก๊าซมีเทน เป็นต้น ที่ปล่อยออกมาจากผลิตภัณฑ์หรือบริการ ตลอดวัฏจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์ สามารถแยกออกได้เป็น 3 หัวข้อหลัก คือ 1. คาร์บอนฟุตพริ้นท์องค์กร (Carbon Footprint Organization : CFO) 2. คาร์บอนฟุตพริ้นท์ผลิตภัณฑ์ (Carbon Footprint Product : CFP) 3. Carbon Footprint ของบุคคล รวมถึงด้านบริการด้วย โดยในบทความนี้จะขอกล่าว เฉพาะหลักๆ 2 หัวข้อ คือ CFO และ CFP ดังต่อไปนี้</p>
<p>1. <span style="color: #6cb742;"><strong>คาร์บอนฟุตพริ้นท์องค์กร (CFO)</strong></span> หมายถึง ปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ปล่อยออกมาจากกิจกรรมของ องค์กร ตั้งแต่การใช้เชื้อเพลิง การใช้ไฟฟ้า การขนส่ง ไปจนถึง การจัดการของเสีย โดยพิจารณาจาก 3 ส่วนหลัก ที่เราเรียก จนชินว่า สโคป (Scope) ดังนี้ (โปรดดูภาพประกอบเพื่อความ เข้าใจมากยิ่งขึ้น)</p>
<p><span style="color: #6cb742;">Scope 1</span> : การปล่อยและดูดกลับก๊าซเรือนกระจก ทางตรงขององค์กร (Direct Emissions) เช่น การประหยัด พลังงานใช้เชื้อเพลิงชีวภาพ การใช้รถไฟฟ้า การจัดการของเสีย เป็นต้น</p>
<p><span style="color: #6cb742;">Scope 2</span> : ทางอ้อม (Indirect Emissions) คือ การใช้พลังงานจากภายนอก โดยการซื้อเข้ามาใช้ ตัวอย่างเช่น ไฟฟ้า หรือไอน้ำ</p>
<p><span style="color: #6cb742;">Scope 3</span> : ทางอ้อมด้านอื่นๆ (Other Indirect Emissions) คือ กิจกรรมจากภายนอกตั้งแต่ต้นน้ำ (ก่อนเข้าสู่ โรงงาน) จนถึงกิจกรรมปลายน้ำ (ภายหลังออกจากโรงงาน)</p>
<p>2. <span style="color: #6cb742;"><strong>คาร์บอนฟุตพริ้นท์ผลิตภัณฑ์ (CFP)</strong></span> หมายถึง ปริมาณก๊าซ เรือนกระจกที่ปล่อยออกมาจากผลิตภัณฑ์แต่ละหน่วย ตลอดวัฏจักรชีวิต ของผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่วัตถุดิบ การผลิต การจัดจำหน่าย การขนส่ง ไปจนถึง การใช้งานและจัดการของเสีย</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-33491" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/carbon-credit-and-carbon-footprint-03.png" alt="คาร์บอนฟุตพริ้นท์" width="540" height="367" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/carbon-credit-and-carbon-footprint-03.png 540w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/carbon-credit-and-carbon-footprint-03-300x204.png 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/carbon-credit-and-carbon-footprint-03-150x102.png 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/carbon-credit-and-carbon-footprint-03-500x340.png 500w" sizes="(max-width: 540px) 100vw, 540px" /></p>
<p>อย่างไรก็ตาม ทั้ง 3 Scope เป็นเพียงการตรวจวัด ยังไม่ใช่วิธีการ ลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ ทั้ง 2 รูปแบบใช้วิธีการคำนวณ (ไม่สามารถชั่งตวง หรือวัดได้) ออกมาในรูปแบบของกรัม กิโลกรัม หรือตันคาร์บอนไดออกไซด์ เทียบเท่า (เช่น Kg CO2e) จึงมีคำถามว่า แล้วทำเพื่ออะไร คำตอบเข้าใจ ง่ายๆ ก็คือ ก๊าซเรือนกระจกใดๆ ที่เกิดขึ้นไม่ว่าจากองค์กรหรือผลิตภัณฑ์ เปรียบเสมือนคนอ้วนน้ำหนักเกินที่ต้องหาวิธีลดส่วนเกิน หากเป็นมนุษย์ ก็อาจจะใช้วิธีลดอาหาร ออกกำลังกาย กินยา หาหมอ เป็นต้น ในโลกของ คาร์บอนฟรุตพริ้นท์ (CF) ก็เช่นกัน การลดปริมาณคาร์บอนสามารถทำได้ หลากหลายวิธี หลากหลายกิจกรรมที่ต้องเรียนรู้ หากเราไม่ลดคาร์บอน ส่วนเกินได้ ในที่สุดก็จะต้องถูกเก็บภาษีตาม พ.ร.บ. ที่กำลังจะบังคับใช้ ในเร็วๆ นี้</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33490 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/carbon-credit-and-carbon-footprint-04.png" alt="อาหารชนิดใดผลิตก๊าซเรือนกระจกมากที่สุด ?" width="504" height="641" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/carbon-credit-and-carbon-footprint-04.png 504w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/carbon-credit-and-carbon-footprint-04-236x300.png 236w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/carbon-credit-and-carbon-footprint-04-150x191.png 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/carbon-credit-and-carbon-footprint-04-393x500.png 393w" sizes="(max-width: 504px) 100vw, 504px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>คาร์บอนเครดิต</strong> (<strong>Carbon Credit</strong>)</span> หมายถึง ปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่เราลดหรือกักเก็บได้ โดยใช้กลไกของการลดก๊าซ เรือนกระจก เช่น การเปลี่ยนจากรถใช้น้ำมันมาเป็นรถไฟฟ้า เปลี่ยน เชื้อเพลิงหม้อไอน้ำ (Boiler) จากน้ำมันเตาเป็นชีวมวลและชีวมวล อัดแท่ง (Wood Pellets) โรงไฟฟ้าแก๊สธรรมชาติเปลี่ยนมาใช้เชื้อเพลิง RDF : Refuse Derived Fuel รวมทั้งการปลูกป่าเพื่อขายคาร์บอน เครดิตทั้งหลายที่ต้องผ่านกลไกการตรวจประเมินและรับรองจาก TGO : องค์การจัดการก๊าซเรือนกระจกที่ออกหนังสือรับรอง แล้วจึง จะนำมาซื้อขายสร้างรายได้หรือใช้ลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ในองค์กร นั่นเอง</p>
<p>คาร์บอนเครดิต (Carbon Credit) และคาร์บอนฟุตพริ้นท์ (Carbon Footprint) คู่คล้ายคู่เคียง เราต้องเข้าใจและแยกให้ออก จึงจะเดินหน้าต่อไปได้ ความเข้าใจแบบสามัญชนก็คือ คาร์บอนเครดิต ย่ิงมีมากย่ิงดี ขายเป็นทรัพย์สินได้ ส่วนคาร์บอนฟุตพร้ินท์ ยิ่งมาก ยิ่งไม่ดี เพราะอาจต้องเสียภาษีส่วนเกิน ถ้าคาร์บอนฟุตพริ้นท์สูงเกินไป แล้วต้องการลด สามารถไปขอซื้อคาร์บอนเครดิตมาหักลบได้ ซึ่งวิธีน้ี เราเรียกว่า การชดเชยปริมาณก๊าซเรือนกระจก (Carbon Offset)</p>
<p>เมื่อท่านอ่านถึงตรงนี้ คาร์บอนไม่ใช่เรื่องยาก แต่เมื่อกติกาโลก จากการประชุมสมัชชาประเทศภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติ (COP) ครั้งที่ 28 หรือ COP28 ซึ่งประเทศไทยเป็นสมาชิกอยู่ด้วย ทำให้เกิด ศัพท์ใหม่อีก 2 คำ คือ ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) จึงทำให้ Carbon Credit และ Carbon Footprint เป็นยำใหญ่ผสม เครื่องแกงอีกมากมาย ท่านผู้อ่านต้องจำให้มั่นๆ ว่า Carbon Credit และ Carbon Footprint คืออะไรก่อน สำหรับคำศัพท์ที่ชวนเข้าใจยาก ต่อไปนี้ เป็นเรื่องควรรู้ แต่อาจไม่จำเป็นจะต้องลงลึกถึงขั้นคำนวณได้ เนื่องจากมีบริษัทที่ปรึกษามากมายพร้อมให้คำปรึกษา</p>
<p>1. <span style="color: #6cb742;"><strong>CBAM</strong></span> (อ่านว่า ซี-แบม) ย่อมาจาก Carbon Border Adjustment Mechanism เข้าใจง่ายๆ คือ การเก็บภาษีคาร์บอนกับ สินค้าก่อนข้ามพรมแดนไปยังสหภาพยุโรป นอกเหนือจากภาษีนำเข้า หรือส่งออกตามปกติ</p>
<p>2. <span style="color: #6cb742;"><strong>อัตราค่าบริการไฟฟ้าสีเขียว</strong></span> Utility Green Tariff (UGT) UGT1 หรือ UGT2 หรือ Renewable Energy Certificate (REC) (อ่านว่า เหร็ก) ทั้ง 3 รูปแบบเป็นวิธีการที่ผู้ใช้ไฟฟ้าสามารถซื้อไฟจาก พลังงานหมุนเวียนที่ประเทศไทยผลิตอยู่ และผ่านการรับรองจาก TGO โดยสามารถเลือกได้ว่าจะใช้รูปแบบใดที่เหมาะสมและมีต้นทุนต่ำที่สุด เพื่อต้องการลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์</p>
<p>3. <span style="color: #6cb742;"><strong>THAILAND Taxonomy</strong></span> มาตรฐานกลางสู่เศรษฐกิจ สีเขียว โดยแบ่งกลุ่มตามสีเพื่อแบ่งประเภทธุรกิจตามการใช้พลังงาน เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ (Solar) จะอยู่ในกลุ่มสีเขียว ชีวมวลจะอยู่ ในกลุ่มสีเหลือง โรงไฟฟ้าอื่นๆ อาจเป็นสีเทา ส่วนโรงไฟฟ้าถ่านหินเป็น สีแดง เนื่องจากมาจากฟอสซิล เป็นต้น</p>
<p>การปลูกต้นไม้เพื่อขายคาร์บอนเครดิตควรมีพื้นที่ปลูกไม้ยืนต้น ไม่น้อยกว่า 10 ไร่ขึ้นไป มีเอกสารสิทธิ์ตามกฎหมาย มีความรู้ในการ ประเมินหรือว่าจ้างที่ปรึกษา มีความพร้อมในการว่าจ้างผู้ตรวจประเมิน โดยปกติต้นไม้จัดเก็บคาร์บอนไว้ที่ใบ 1% กิ่ง 11% ราก 26% และลำต้น 62% มีหลายหน่วยงานส่งเสริมด้านนี้ นอกจากจะเป็นการสร้างงานแล้ว ยังเป็นการปลูกป่าอีกด้วย ทั้งนี้ ควรคำนึงถึงความคุ้มค่ากับค่าใช้จ่าย ในการดำเนินการเตรียมโครงการและค่าทวนสอบรับรองโครงการด้วย</p>
<p>เรื่องของคาร์บอนเครดิตและคาร์บอนฟุตพริ้นท์เป็นเรื่องของ การรักษาโลกใบนี้ไว้ให้ลูกหลาน และเป็นธุรกิจที่น่าสนใจ อยู่ที่ว่า เราจะยืนอยู่ตรงไหน มีรายละเอียดเชิงลึกมากมายที่เราต้องเรียนรู้ หากผู้อ่านทำความเข้าใจเบื้องต้นที่เขียนแบบเข้าใจง่ายๆ นี้ ก็จะ สามารถเรียนรู้เพิ่มเติมได้ง่าย ซึ่งความจริงแล้ว ผู้บริหารหรือเจ้าของ กิจการก็อาจไม่จำเป็นต้องรู้ลึกถึงขั้นคำนวณราคาคาร์บอนเครดิตได้ ต้องขอขอบ<span style="color: #6cb742;"><strong>คุณ วิวัฒน์ โฆษิตสกุล</strong></span> <strong>กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอดวานซ์ เอ็นเนอร์ยี่ พลัส จำกัด</strong> และ <span style="color: #6cb742;">สุริยัน สัมฤทธิ์</span> <strong>Sustainability Business Develop Manager บริษัท บูโร เวอริทัส เซอทิฟิเคชั่น (ประเทศไทย)</strong> จำกัด จากข้อมูลของ อบก. ประเทศไทยมีการซื้อขายคาร์บอนเครดิต ในโครงการ T-VER (ทั้งแบบ OTC และ FTIX) ในเดือนมีนาคม 2567 จำนวน 419,178 tCO2e มูลค่าซื้อขายสูงถึง 69,893,450 บาท</p>
<p>Carbon Credit and Carbon Footprint are new words which we should recognize and learn to understand. To make the long story short, the carbon footprint (CF) divides into 2 categories; Carbon Footprint Organization: CFO and Carbon Footprint Product: CFP. The CFO is divided into 3 scopes depending on how the carbon is generated. The CBAM becomes the new standards for everyone who wants to do business with European. In Thailand we starting the green electricity by developing UGT1, UGT2 and REC to buy and sell locally. Thailand also has the taxonomy to define business activities in colors. These colors may receive different privilege when acquire loans. Lastly, The TGO website states that 419,178 tCO2e (69,893,450 baht) is the amount of T-VER trading in 2024. (Summarized by Sarah Sunshine)</p>
<figure id="attachment_33488" aria-describedby="caption-attachment-33488" style="width: 276px" class="wp-caption alignright"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-33488" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/carbon-credit-and-carbon-footprint-06.jpg" alt="ผศ. ดร.พรรณทิพย์ กาหยี" width="276" height="367" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/carbon-credit-and-carbon-footprint-06.jpg 276w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/carbon-credit-and-carbon-footprint-06-226x300.jpg 226w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/carbon-credit-and-carbon-footprint-06-150x199.jpg 150w" sizes="(max-width: 276px) 100vw, 276px" /><figcaption id="caption-attachment-33488" class="wp-caption-text">ผศ. ดร.พรรณทิพย์ กาหยี ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา</figcaption></figure>
<p>จากวิกฤตสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่จำเป็นต้องลดปริมาณ การปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก ทำให้นานาประเทศต้องร่วมมือกันและมุ่งสู่การปล่อย ก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ หรือ Net Zero ภายใน ค.ศ. 2050 กลไกตลาดเพื่อจูงใจให้ ทุกภาคส่วนลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกและสู่เป้าหมายดังกล่าว คือ คาร์บอนเครดิต โดยคาร์บอนเครดิตคือ ปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ลด/กักเก็บได้จากการดำเนินโครงการ ลดก๊าซเรือนกระจกผ่านกลไกการลดก๊าซเรือนกระจกต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ สามารถนำคาร์บอนเครดิตไปแลกเปลี่ยนหรือซื้อ-ขายเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ได้ สำหรับ ประเทศไทย มีองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) (อบก.) ซึ่งเป็น องค์กรภายใต้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นหน่วยงานในการวิเคราะห์ กลั่นกรองและรับรองโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของ ประเทศไทย หรือ T-VER (Thailand Voluntary Emission Reduction Program) โครงการ ที่เข้าร่วมจะต้องเป็นโครงการที่เข้าข่ายด้านพลังงานทดแทน การขนส่ง ประสิทธิภาพ พลังงาน (Energy Efficiency) โรงงาน ของเสีย การใช้ที่ดิน (เกษตรและป่าไม้) การดักจับ กักเก็บ และการใช้ประโยชน์จากก๊าซเรือนกระจก 14 ประเภทนี้</p>
<h3>โครงการลดก๊าซเรือนกระจกที่สามาถพัฒนาเป็นโครงการ T-VER ได้ ต้องเข้าข่าย ประเภทโครงการ ดังต่อไปนี้</h3>
<figure id="attachment_33489" aria-describedby="caption-attachment-33489" style="width: 707px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-33489" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/carbon-credit-and-carbon-footprint-05.png" alt="โครงการลดก๊าซ เรือนกระจก" width="707" height="456" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/carbon-credit-and-carbon-footprint-05.png 707w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/carbon-credit-and-carbon-footprint-05-300x193.png 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/carbon-credit-and-carbon-footprint-05-150x97.png 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/carbon-credit-and-carbon-footprint-05-500x322.png 500w" sizes="(max-width: 707px) 100vw, 707px" /><figcaption id="caption-attachment-33489" class="wp-caption-text">ที่มา : องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน)</figcaption></figure>
<p>นอกจากนี้ ยังมีมาตรฐานคาร์บอนเครดิตของต่างประเทศที่ได้รับความนิยม เช่น VCS (Verified Carbon Standard) โดย Verra (USA), GS (The Gold Standard) โดย The Gold Standard Secretariat (Switzerland)</p>
<p>ปัจจุบันนี้ตลาดคาร์บอนมี 2 ประเภท ได้แก่ 1) <span style="color: #6cb742;"><strong>ตลาดคาร์บอนภาคบังคับ (Mandatory Carbon Market)</strong></span> คือ ตลาดคาร์บอนที่จัดตั้งขึ้น ตามการบังคับใช้กฎหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก มีรัฐบาลเป็นผู้ออกกฎหมายและกำกับดูแลปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และ เป็นตลาดสำหรับหน่วยงานที่มีเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่มีผลผูกพันตามกฎหมาย หากไม่สามารถดำเนินการได้ตามเป้าก็จะ ถูกลงโทษ ส่วนผู้ที่ดำเนินการได้ตามเป้าหมาย มีโอกาสได้รับสิทธิประโยชน์หรือไม่ก็ได้ ขึ้นอยู่กับกฎหมายกำหนด และ 2) <span style="color: #6cb742;"><strong>ตลาดคาร์บอน แบบภาคสมัครใจ</strong></span> (Voluntary Carbon Market) คือ ตลาดคาร์บอนที่เกิดจากความร่วมมือกันของผู้ประกอบการหรือหน่วยงานต่างๆ ไม่ได้มี กฎหมายควบคุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมาบังคับจัดตั้ง แต่มีวัตถุประสงค์เพื่อร่วมซื้อขายคาร์บอนเครดิตด้วยความสมัครใจ ไม่มีผลผูกพัน ตามกฎหมายแต่อย่างใด</p>
<p>สำหรับคาร์บอนเครดิตตามมาตรฐานไทยจากโครงการ T-VER ยังไม่เป็นที่ยอมรับในต่างประเทศ ดังนั้นจึงเป็นการซื้อขายในประเทศไทย เท่านั้น โดยสามารถซื้อขายคาร์บอนเครดิตได้ 2 รูปแบบ คือ การซื้อขายในระบบทวิภาค (Over the Counter : OTC) เป็นการตกลงซื้อขายคาร์บอน เครดิตระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายโดยไม่ผ่านตลาด และการซื้อขายผ่านแพล็ตฟอร์ม (Exchange Platform) เช่น “FTIX” ซึ่งเป็นแพล็ตฟอร์มของ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยและผ่านการรับรองจาก อบก. แล้ว ปัจจุบันราคาการซื้อขายคาร์บอนเครดิตเฉลี่ย ณ ปัจจุบันประมาณ 107.64 บาท/ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (tCO2e) ส่วนในยุโรปราคา 80 ยูโร/ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (tCO2e)</p>
<hr />
<p>Source: นิตยสาร Green Network ฉบับที่ 122 มีนาคม – เมษายน 2567 คอลัมน์ บทความ โดย พิชัย ถิ่นสันติสุข</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/carbon-credit-and-carbon-footprint/">เรียนรู้อย่างเข้าใจ Carbon Credit และ Carbon Footprint เพื่อโลก-เพื่อเรา</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/carbon-credit-and-carbon-footprint/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ธ.ก.ส. ร่วมลดคาร์บอนภาคเกษตร พร้อมช่วยเศรษฐกิจเติมทุนเข้าภาคชนบท 7.4 หมื่นล้านบาท</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/baac/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/baac/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rachanon M.]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 28 Aug 2023 08:15:39 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Development Goals : SDGs]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนเครดิต]]></category>
		<category><![CDATA[ธ.ก.ส.]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร]]></category>
		<category><![CDATA[องค์กรบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=29539</guid>

					<description><![CDATA[<p>ธ.ก.ส. เดินหน้าแก้หนี้ครัวเรือน พร้อมลดคาร์บอนภาคเกษตร สร้างรายได้ให้ชุมชน เผยผลงานไตรมาสแรกปีบัญชี 66 เติมทุนกระตุ้นเศรษฐกิจไปแล้วกว่า 7.4 หมื่นล้านบาท ​ธ.ก.ส. มุ่งแก้หนี้ครัวเรือนทั้งระบบ ผ่านมาตรการมีน้อยจ่ายน้อย มีมากจ่ายมาก จูงใจการชำระหนี้ด้วยโครงการชำระดีมีโชค การให้คำปรึกษาด้านการบริหารจัดการหนี้ผ่านโครงการมีหนี้นอกบอก ธ.ก.ส. พร้อมเติมทุนผ่านสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยผ่อนปรนและแก้ปัญหา Aging ลูกค้าด้วยสินเชื่อแทนคุณ โดยยังคงตรึงอัตราดอกเบี้ย MRR สำหรับเกษตรกรรายย่อยในช่วงการฟื้นตัวจากวิกฤตเศรษฐกิจ ควบคู่กับการพัฒนาอาชีพ หนุนการแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่มทางด้านผลผลิตและบรรจุภัณฑ์ ต่อยอดความยั่งยืนด้วยโครงการ BAAC Carbon Credit หนุนระบบการซื้อ-ขายคาร์บอนเครดิตภาคป่าไม้ สร้างรายได้ให้ชุมชนครั้งแรกในประเทศไทย&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/baac/">ธ.ก.ส. ร่วมลดคาร์บอนภาคเกษตร พร้อมช่วยเศรษฐกิจเติมทุนเข้าภาคชนบท 7.4 หมื่นล้านบาท</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ธ.ก.ส. เดินหน้าแก้หนี้ครัวเรือน พร้อมลดคาร์บอนภาคเกษตร สร้างรายได้ให้ชุมชน เผยผลงานไตรมาสแรกปีบัญชี 66 เติมทุนกระตุ้นเศรษฐกิจไปแล้วกว่า 7.4 หมื่นล้านบาท</strong></p>
<p><span id="more-29539"></span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29541" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/BAAC-1.jpg" alt="Carbon Credit" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/BAAC-1.jpg 910w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/BAAC-1-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/BAAC-1-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/BAAC-1-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/BAAC-1-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /><br />
​ธ.ก.ส. มุ่งแก้หนี้ครัวเรือนทั้งระบบ ผ่านมาตรการมีน้อยจ่ายน้อย มีมากจ่ายมาก จูงใจการชำระหนี้ด้วยโครงการชำระดีมีโชค การให้คำปรึกษาด้านการบริหารจัดการหนี้ผ่านโครงการมีหนี้นอกบอก ธ.ก.ส. พร้อมเติมทุนผ่านสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยผ่อนปรนและแก้ปัญหา Aging ลูกค้าด้วยสินเชื่อแทนคุณ โดยยังคงตรึงอัตราดอกเบี้ย MRR สำหรับเกษตรกรรายย่อยในช่วงการฟื้นตัวจากวิกฤตเศรษฐกิจ ควบคู่กับการพัฒนาอาชีพ หนุนการแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่มทางด้านผลผลิตและบรรจุภัณฑ์ ต่อยอดความยั่งยืนด้วยโครงการ BAAC Carbon Credit หนุนระบบการซื้อ-ขายคาร์บอนเครดิตภาคป่าไม้ สร้างรายได้ให้ชุมชนครั้งแรกในประเทศไทย เผยผลการดำเนินงานไตรมาสแรกปีบัญชี 66 เติมทุนสู่ภาคชนบทไปแล้วกว่า 7.4 หมื่นล้านบาท</p>
<p>นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ได้วางนโยบายการขับเคลื่อนงาน ธ.ก.ส. ในการสานต่อเจตนารมณ์ “ธนาคารพัฒนาชนบทที่ยั่งยืน” ที่มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรและการปรับทิศทางสู่อุตสาหกรรมเกษตร เพื่อสร้างการเติบโตในทุกมิติ พร้อมนำทัพพนักงานกว่า 23,000 คนทั่วประเทศ ก้าวข้ามความเปลี่ยนแปลงและความท้าทายใหม่เพื่อขับเคลื่อนภารกิจในด้านต่าง ๆ ทำให้ ธ.ก.ส. เป็น Essence of Agriculture [แกนกลางการเกษตร] โดยเริ่มจากการแก้ไขปัญหาหนี้สินครัวเรือนในภาคเกษตร ทำให้พี่น้องเกษตรกรก้าวพ้นกับดักหนี้และสามารถสร้างอาชีพ สร้างรายได้อย่างมั่นคง ผ่านมาตรการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ ในกลุ่มหนี้ที่มีปัญหา โดยใช้ฐานข้อมูลและเทคโนโลยีในการวิเคราะห์ข้อมูล การจัดกลุ่มลูกค้า การพัฒนาเครื่องมือและช่องทางต่าง ๆ เพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงบริการทางการเงินได้ง่ายขึ้น เช่น การชำระหนี้ผ่านแอปพลิเคชัน A-Mobile Plus และ Banking Agent เป็นต้น การจัดทำมาตรการมีมากจ่ายมาก มีน้อยจ่ายน้อย เพื่อรักษาวินัยในการชำระหนี้ ซึ่งภาพรวมจากการใช้มาตรการต่าง ๆ ทำให้อัตราหนี้ที่มีปัญหาลดลงอย่างต่อเนื่อง โดย ณ 30 มิถุนายน 2566 สามารถลด NPL ได้ 5,105 ล้านบาท โดยมีเกษตรกรที่ได้รับการแก้ไขปัญหาหนี้ไปแล้ว จำนวน 184,697 ราย จำนวนต้นเงินคงเป็นหนี้ 78,931 ล้านบาท ขณะเดียวกันยังจูงใจลูกค้าที่ชำระหนี้ดีด้วยโครงการชำระดีมีโชค โดยลูกค้าที่ชำระหนี้ตรงตามกำหนดเวลา ธนาคารจะนำจำนวนดอกเบี้ยที่ชำระจริงทุก ๆ 1,000 บาท มอบเป็นสิทธิประโยชน์ในการชิงโชค รางวัลรวมมูลค่ากว่า 500 ล้านบาท ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2566 – 30 มิถุนายน 2567 จับรางวัลรวม 4 ครั้ง การให้คำปรึกษาด้านการบริหารจัดการ ทั้งหนี้ในและนอกระบบผ่านโครงการมีหนี้นอกบอก ธ.ก.ส. โดยสามารถแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบให้เกษตรกรลูกค้าและบุคคลในครัวเรือนให้กลับเข้ามาอยู่ในระบบของ ธ.ก.ส. ไปแล้วกว่า 710,123 ราย เป็นเงินกว่า 59,000 ล้านบาท</p>
<p>ในด้านเงินทุน ธ.ก.ส. พร้อมเติมสินเชื่อใหม่ภายใต้อัตราดอกเบี้ยผ่อนปรน เพื่อให้เกษตรกรสามารถลดต้นทุนในการผลิต พัฒนาคุณภาพและยกระดับผลิตภัณฑ์สู่ตลาดที่มีกำลังซื้อสูง เช่น สินเชื่อธุรกิจชุมชนสร้างไทย อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0.01 ต่อปี สินเชื่อ SME เสริมแกร่ง และสินเชื่อสานฝันสร้างอาชีพ อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 4 ต่อปี เป็นต้น การเข้าไปแก้ไขปัญหา Aging ลูกค้า ธ.ก.ส. ซึ่งมีจำนวนประมาณ 35% ของลูกค้าทั้งหมด โดยจัดทำโครงการสินเชื่อแทนคุณ วงเงินรวม 20,000 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรลูกค้าที่อายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป ที่มีหนี้อันเป็นภาระและมีความประสงค์จะโอนทรัพย์สินหลักประกันให้กับทายาท โดยเปิดโอกาสให้ทายาทเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขหนี้อย่างยั่งยืนและร่วมรักษาทรัพย์สินให้คงอยู่กับครอบครัว ตั้งเป้าทายาทเกษตรกรเข้าร่วมโครงการ 42,000 คน พร้อมตรึงอัตราดอกเบี้ย MRR ให้อยู่ที่ร้อยละ 6.975 ต่อปี ต่อไป แม้ภาวะอัตราดอกเบี้ยในตลาดจะปรับเพิ่มสูงขึ้นตามอัตราดอกเบี้ยนโยบาย เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายจากดอกเบี้ยให้กับลูกค้าและสนับสนุนการฟื้นตัวของเกษตรกรรายย่อยหลังสถานการณ์ Covid-19 และวิกฤตเศรษฐกิจ นอกจากนี้ ธ.ก.ส. ยังพร้อมสนับสนุนองค์ความรู้ในการพัฒนาอาชีพให้กับลูกค้า โดยร่วมกับมหาวิทยาลัยและสถาบันการศึกษาในการให้ความรู้ด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม การตลาด รวมไปถึงการแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่ม ทั้งด้านการดีไซน์ผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ เพื่อสร้างความหลากหลายให้กับสินค้าทางการเกษตร ควบคู่ไปกับการสร้างวินัยทางการเงินอย่างเป็นระบบด้วยการเตรียมความพร้อมให้เกษตรกรผู้สูงอายุได้เกษียณอายุอย่างมีคุณภาพ ผ่านการสนับสนุนการออมเงินที่มีคุ้มครองอุบัติเหตุ เช่น เงินฝากสงเคราะห์ชีวิต ธกส รักคุณ เป็นต้น อันเป็นการลดความเสี่ยงในกรณีเกิดเหตุไม่คาดฝันที่อาจส่งผลกระทบต่อรายได้</p>
<p>ธ.ก.ส. ให้ความสำคัญกับการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่องภายใต้หลักการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs) ตามแนวทางปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง สร้างการมีส่วนร่วมของชุมชนและภาคีเครือข่ายในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพ เพื่อสร้างสมดุลสิ่งแวดล้อมและการเติบโตภาคเกษตรตลอดห่วงโซ่คุณค่า โดยได้ขับเคลื่อนภารกิจสีเขียว ทั้งในระดับชุมชน ภาคีเครือข่ายและองค์กร ได้แก่ โครงการธนาคารต้นไม้ ที่น้อมนำแนวพระราชดำริ ปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง มาใช้ในการดำเนินงาน เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติของชุมชน โดยมีชุมชนทั่วประเทศเข้าร่วมโครงการแล้ว 6,814 ชุมชน ปลูกต้นไม้ไปแล้วกว่า 12.4 ล้านต้น คิดเป็นมูลค่ากว่า 43,000 ล้านบาท การยกระดับธนาคารต้นไม้สู่ชุมชนไม้มีค่า ซึ่งเป็นการนำผลิตผลจากต้นไม้มาสร้างมูลค่าเพิ่มและทำให้คนในชุมชนหันมาประกอบอาชีพที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างรายได้ อาทิ การเพาะกล้าไม้ การนำวัตถุดิบจากไม้มาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ เช่น น้ำส้มควันไม้ สมุนไพร และเฟอร์นิเจอร์ ซึ่งปัจจุบันมีชุมชนที่ยกระดับไปสู่ชุมชนไม้มีค่าแล้ว 404 ชุมชน และสร้างรายได้จากกิจกรรมดังกล่าวแล้วกว่า 116 ล้านบาท การประสานความร่วมมือกับคณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ในการให้ความรู้และสร้างผู้ประเมินมูลค่าต้นไม้ จำนวน 1,504 ราย ทำให้ชุมชนสามารถนำต้นไม้ที่ปลูกมาใช้เป็นหลักประกันทางธุรกิจแล้วจำนวน 4.4 ล้านบาท และเพื่อตอบโจทย์วิถีชีวิตในยุคดิจิทัล และอำนวยความสะดวกให้กับสมาชิกธนาคารต้นไม้ธ.ก.ส. ได้พัฒนาแอปพลิเคชันธนาคารต้นไม้ (Tree Bank) เพื่อใช้ในการบันทึก รวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลต้นไม้ โดยสามารถคำนวณมูลค่าต้นไม้และปริมาณในการกักเก็บคาร์บอนต้นไม้ได้อีกด้วย</p>
<p>เพื่อสนับสนุนชุมชนในการดูแลสิ่งแวดล้อมและลดปัญหาโลกร้อน ธ.ก.ส. ได้จัดโครงการปลูกต้นไม้เพิ่มพื้นที่สีเขียวเพื่อลดก๊าซเรือนกระจก ซึ่งมีการปลูกต้นไม้เพิ่มในโครงการดังกล่าวไปแล้ว 150,790 ต้น และโครงการสนับสนุนกิจกรรม ลดก๊าซเรือนกระจก (Low Emission Support Scheme : LESS) โดยร่วมกับองค์กรบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.) ให้ความรู้ในการตรวจวัดต้นไม้ บันทึกข้อมูล และการวัดปริมาณการกักเก็บคาร์บอน ซึ่งมีชุมชนเข้าร่วมโครงการ จำนวน 76 ชุมชน และสามารถกักเก็บก๊าซเรือนกระจกได้จำนวน 1.59 ล้านตันคาร์บอน นอกจากนี้ ธ.ก.ส. ยังต่อยอดในรูปแบบธุรกิจภายใต้โครงการ BAAC Carbon Credit โดยนำร่องการพัฒนาระบบการซื้อ-ขายคาร์บอนเครดิตในประเทศไทยให้เป็นที่น่าเชื่อถือและมีมาตรฐาน สามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรและชุมชน โดยเริ่มที่ธนาคารต้นไม้บ้านท่าลี่และธนาคารต้นไม้บ้านแดง จังหวัดขอนแก่น บนพื้นที่ประมาณ 369 ไร่ ซึ่งสามารถกักเก็บคาร์บอนได้กว่า 453 ตันคาร์บอน คิดเป็นมูลค่ากว่า 3,624,000 บาท</p>
<p>การบูรณาการร่วมกับกรมทรัพยากรน้ำบาดาลจัดโครงการสนับสนุนการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน โดยเติมองค์ความรู้เกี่ยวกับการใช้น้ำบาดาลและระบบกระจายน้ำบาดาล เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศและการนำน้ำมาใช้ในกระบวนการผลิตทางการเกษตร โดยมีชุมชนที่เข้าร่วมโครงการแล้ว 1,670 แห่งทั่วประเทศ การลดปริมาณการปล่อยคาร์บอนในภาคการเกษตร พร้อมลดมลภาวะทางอากาศผ่านโครงการลดการเผาวัสดุทางการเกษตรฯ เพื่อลดฝุ่นละออง PM 2.5 ในพื้นที่ปลูกอ้อย ข้าวโพดและตอซังข้าวโดยการให้ความรู้ เข้าไปช่วยแก้ปัญหา และสร้างเครือข่าย มีพื้นที่เข้าร่วมโครงการจำนวน 443,534 ไร่ มีวัสดุการเกษตรที่เหลือใช้ เช่น ใบอ้อยหรือฟางข้าวที่ชุมชนสามารถนำมาบริหารจัดการจนเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ สามารถสร้างรายได้เพิ่มให้กับสมาชิกในชุมชนกว่า 420 ล้านบาท และยังเป็นการปรับเปลี่ยนวิธีการผลิตสู่เกษตรแบบปลอดการเผาอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ ธ.ก.ส. ยังมีการสนับสนุนการผลิตก๊าซชีวภาพจากมูลสัตว์เพื่อใช้เป็นพลังงานทดแทน รวมถึงการปรับปรุงการทำนาข้าวแห้งสลับเปียก เพื่อลดการปล่อยก๊าซมีเทน ซึ่งกิจกรรมและโครงการต่าง ๆ เหล่านี้ ธ.ก.ส. จะเชื่อมโยงไปสู่ตลาดการซื้อขายคาร์บอนเครดิต เพื่อสร้างรายได้ให้กับชุมชนต่อไป</p>
<p>สำหรับการขับเคลื่อนภายในองค์กร ธ.ก.ส. จัดทำโครงการเพิ่มประสิทธิภาพเชิงนิเวศเศรษฐกิจ (Eco-Efficiency) โดยลดการใช้ทรัพยากรที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารพลังงานและทรัพยากรในสำนักงานใหญ่และสาขาทั่วประเทศ อาทิ การลดปริมาณขยะ การนำน้ำเสียมาปรับคุณภาพเพื่อใช้รดต้นไม้ โครงการติดตั้ง Solar Roof Car park โครงการกังหันน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ โครงการติดตั้งเครื่องควบคุมความเร็วรอบมอเตอร์ (VSD) และโครงการปรับ ลด ปลด เปลี่ยน เพื่อลดพลังงาน รวมถึงการรณรงค์ให้พนักงานเข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลสิ่งแวดล้อม เป็นต้น</p>
<p>ทั้งนี้ ธ.ก.ส. พร้อมสนับสนุนเงินทุนในการพัฒนาและยกระดับการดำเนินงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมตามหลัก BCG Model เพื่อสร้างระบบเศรษฐกิจและความยั่งยืนภาคการเกษตร โดยจัดทำโครงการสินเชื่อเพื่อเศรษฐกิจชีวภาพ (Bio Economy Credit) สินเชื่อเพื่อเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy Credit) และสินเชื่อสีเขียว (Green Credit) วงเงินรวม 3.5 หมื่นล้าน หนุนการลงทุนด้านเทคโนโลยีชีวภาพ การลดปริมาณของเสีย (Zero waste) ส่งเสริมการทำเกษตรอินทรีย์ และผลิตอาหารปลอดภัย เพื่อยกระดับรายได้และสร้างการเติบโตภาคเกษตร ควบคู่กับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ซึ่งจะช่วยสนับสนุนให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon neutrality) ภายในปี 2050</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29542" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/BAAC-2.jpg" alt="Carbon Credit" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/BAAC-2.jpg 910w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/BAAC-2-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/BAAC-2-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/BAAC-2-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/BAAC-2-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>นายฉัตรชัย กล่าวต่อไปว่า สำหรับผลการดำเนินงานในไตรมาสแรกของปีบัญชี 2566 (เมษายน – มิถุนายน 2566) ธ.ก.ส. ได้สนับสนุนสินเชื่อในภาคการเกษตรไปแล้วจำนวน 74,048 ล้านบาท ทำให้มียอดสินเชื่อสะสมคงเหลือ จำนวน 1,631,268 ล้านบาท ยอดเงินฝากสะสม 1,825,943 ล้านบาท มีสินทรัพย์จำนวน 2,232,021 ล้านบาท หนี้สินรวม 2,080,919 ล้านบาท และส่วนของเจ้าของ 151,102 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ จำนวน 2,065 ล้านบาท ขณะที่ NPL อยู่ที่ร้อยละ 8.07 โดยมีอัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (BIS) ร้อยละ 12.95 สูงกว่าเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำหนด โดยตั้งเป้าในปีบัญชี 2566 ปล่อยสินเชื่อภาคการเกษตรเติบโตเพิ่มขึ้น 85,000 ล้านบาท เงินฝากเพิ่มขึ้น 12,000 ล้านบาท และลดหนี้ NPL ลงมาอยู่ที่ร้อยละ 5.5 โดยมุ่งเน้นการเชื่อมโยงธุรกิจเกษตรตลอดห่วงโซ่การผลิต การนำเทคโนโลยีมาปรับปรุงกระบวนการทำงานแบบ Agile ร่วมมือกับพันธมิตรธุรกิจและเครือข่ายการเกษตร รองรับการเติบโตใหม่ในกลุ่ม Smart Farmer AgriTech และ Startup พร้อมนำจุดแข็งขององค์กรคือ “คนของเรารักลูกค้า” มาเป็นกลไกในการขับเคลื่อนการสร้างคุณภาพชีวิตเกษตรกรให้ดีขึ้น (Better Life) สร้างชุมชนไทยให้เข้มแข็ง (Better Community) และสร้างความภาคภูมิใจในอาชีพการเกษตรให้มากยิ่งขึ้น (Better Pride) เพื่อยกระดับชีวิตเกษตรกรไทยสู่สังคมที่ภาคภูมิ</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/baac/">ธ.ก.ส. ร่วมลดคาร์บอนภาคเกษตร พร้อมช่วยเศรษฐกิจเติมทุนเข้าภาคชนบท 7.4 หมื่นล้านบาท</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/baac/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เกษตรสุพรรณบุรี 200 ชีวิตเข้าร่วมงาน “ปลูกข้าวเปียกสลับแห้ง สร้างคาร์บอนเครดิต สร้างรายได้”</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/kanna/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/kanna/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rachanon M.]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 26 Jul 2023 03:37:15 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[KANNA Application]]></category>
		<category><![CDATA[การปลูกข้าวเปียกสลับแห้ง]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนเครดิต]]></category>
		<category><![CDATA[งานนิทรรศการ]]></category>
		<category><![CDATA[สุพรรณบุรี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=28717</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 21 ก.ค. 2566 นายวันชัย นิลวงศ์ เกษตรจังหวัดสุพรรณบุรี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่และเกษตรกรจากทั้ง 10 อำเภอ กว่า 200 ราย เข้าร่วมงาน “ปลูกข้าวเปียกสลับแห้ง สร้างคาร์บอนเครดิต สร้างรายได้” ณ ศูนย์เรียนรู้วิถีชีวิตและจิตวิญญาณชาวนาไทย &#8211; นาเฮียใช้ อำเภอเมืองสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี ภายในงานมีกิจกรรมการให้ความรู้ การปลูกข้าวเปียกสลับแห้ง การขอรับรองคาร์บอนเครดิต พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนแนวทางการปลูกข้าวเปียกสลับแห้ง รวมถึงเยี่ยมชมนิทรรศการ แปลงสาธิตการปลูกข้าวเปียกสลับแห้ง “ลดต้นทุน&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/kanna/">เกษตรสุพรรณบุรี 200 ชีวิตเข้าร่วมงาน “ปลูกข้าวเปียกสลับแห้ง สร้างคาร์บอนเครดิต สร้างรายได้”</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28719" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/co2.jpeg" alt="KANNA" width="750" height="562" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/co2.jpeg 900w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/co2-300x225.jpeg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/co2-768x575.jpeg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/co2-150x112.jpeg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/co2-500x374.jpeg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>เมื่อวันที่ 21 ก.ค. 2566 นายวันชัย นิลวงศ์ เกษตรจังหวัดสุพรรณบุรี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่และเกษตรกรจากทั้ง 10 อำเภอ กว่า 200 ราย เข้าร่วมงาน “ปลูกข้าวเปียกสลับแห้ง สร้างคาร์บอนเครดิต สร้างรายได้” ณ ศูนย์เรียนรู้วิถีชีวิตและจิตวิญญาณชาวนาไทย &#8211; นาเฮียใช้ อำเภอเมืองสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี</p>
<p>ภายในงานมีกิจกรรมการให้ความรู้ การปลูกข้าวเปียกสลับแห้ง การขอรับรองคาร์บอนเครดิต พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนแนวทางการปลูกข้าวเปียกสลับแห้ง รวมถึงเยี่ยมชมนิทรรศการ แปลงสาธิตการปลูกข้าวเปียกสลับแห้ง “ลดต้นทุน เพิ่มรายได้” คาร์บอนเครดิตจากนาข้าว “รายได้เสริม เพิ่มกำไร” และแอปพลิเคชัน คันนา (KANNA Application) “ผู้ช่วยประจำแปลง เพื่อเกษตรกรไทย”</p>
<p>ขอบคุณแหล่งที่มาจาก : สวท.สุพรรณบุรี</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/kanna/">เกษตรสุพรรณบุรี 200 ชีวิตเข้าร่วมงาน “ปลูกข้าวเปียกสลับแห้ง สร้างคาร์บอนเครดิต สร้างรายได้”</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/kanna/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>WAVE BCG ร่วมมือ ม.มหาสารคาม ลงนามจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการก๊าซเรือนกระจก โครงการคาร์บอนเครดิต</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/wave-bcg/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/wave-bcg/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rachanon M.]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 24 Jul 2023 08:51:43 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[MOU]]></category>
		<category><![CDATA[net zero]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนเครดิต]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท WAVE BCG]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยมหาสารคาม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=28677</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท WAVE BCG และมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ดำเนินการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการดำเนินการทางด้านคาร์บอนเครดิต เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2566 บริษัท WAVE BCG และ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการก๊าซเรือนกระจก (Greenhouse Gas Operations Center) เพื่อสนับสนุนโครงการคาร์บอนเครดิตและการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในอนาคต ศูนย์ปฏิบัติการก๊าซเรือนกระจก จะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางสำหรับการศึกษา วิจัย และให้ความร่วมมือด้านการวิจัยกับองค์กรและหน่วยงานทั้งทางภาครัฐและเอกชน โดยมุ่งเน้นการวิจัยและการดำเนินด้านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากทุกภาคส่วนทั้งในประเทศไทยและประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/wave-bcg/">WAVE BCG ร่วมมือ ม.มหาสารคาม ลงนามจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการก๊าซเรือนกระจก โครงการคาร์บอนเครดิต</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท WAVE BCG และมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ดำเนินการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการดำเนินการทางด้านคาร์บอนเครดิต</strong></p>
<p><span id="more-28677"></span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28678" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/MOU-1.jpg" alt="Greenhouse Gas" width="750" height="445" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/MOU-1.jpg 910w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/MOU-1-300x178.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/MOU-1-768x456.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/MOU-1-150x89.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/MOU-1-500x297.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2566 บริษัท WAVE BCG และ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการก๊าซเรือนกระจก (Greenhouse Gas Operations Center) เพื่อสนับสนุนโครงการคาร์บอนเครดิตและการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในอนาคต</p>
<p>ศูนย์ปฏิบัติการก๊าซเรือนกระจก จะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางสำหรับการศึกษา วิจัย และให้ความร่วมมือด้านการวิจัยกับองค์กรและหน่วยงานทั้งทางภาครัฐและเอกชน โดยมุ่งเน้นการวิจัยและการดำเนินด้านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากทุกภาคส่วนทั้งในประเทศไทยและประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) เป้าหมายที่ 13 การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (climate action) รวมถึง ความเป็นกลางทางคาร์บอน (carbon neutrality) ภายในปี 2050 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (net zero emissions) ภายในปี 2065</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28681" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/MOU.jpg" alt="Greenhouse Gas" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/MOU.jpg 910w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/MOU-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/MOU-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/MOU-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/MOU-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>พิธีลงนาม MOU มีผู้แทนจากบริษัท WAVE BCG และคณะผู้บริหารจากมหาวิทยาลัยมหาสารคามเข้าร่วม โดยมีผู้ลงนาม ได้แก่ นาย เจมส์ แอนดริว มอร์ CEO ของ บริษัท WAVE BCG นายกิจชาญพิชญ์ สุกังวานวิทย์ กรรมการ WAVE Exponential นายสมิธร เหลี่ยมมณี ผู้อำนวยการโครงการ ของ บริษัท WAVE BCG ศาสตราจารย์ ดร.อนงฤทธิ์ แข็งแรง รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน วิจัย และนวัตกรรม ซึ่งได้รับมอบหมายจากอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ศาสตราจารย์ ดร.ไพโรจน์ ประมวล คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ รองศาสตราจารย์ ดร.พงษ์พิพัฒน์ สายทอง รองคณบดีฝ่ายพัฒนานิสิตคณะวิทยาการสารสนเทศ โดยมีรองศาสตราจารย์ ดร.ธีรวงศ์ เหล่าสุวรรณ เป็นหัวหน้าคณะทำงาน</p>
<p>“เรามีความยินดีที่ได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยมหาสารคามในการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการก๊าซเรือนกระจกร่วมกับคณาจารย์ที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญ เพื่อทำงานร่วมกันเพื่ออนาคตที่ยั่งยืนยิ่งขึ้น” นายเจมส์ แอนดรูว์ มัวร์ CEO ของ WAVE BCG กล่าว “ความร่วมมือนี้จะช่วยให้เราสามารถใช้ประโยชน์จากความเชี่ยวชาญและทรัพยากรของเราเพื่อสร้างผลกระทบที่มีความหมายต่อการดำเนินการด้านสภาพอากาศและการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน”</p>
<p>ศูนย์ปฏิบัติการก๊าซเรือนกระจกคาดว่าจะเปิดตัวในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า โดยมีแผนสำหรับความคิดริเริ่มและโครงการต่างๆ ที่มุ่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืนในอนาคต</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/wave-bcg/">WAVE BCG ร่วมมือ ม.มหาสารคาม ลงนามจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการก๊าซเรือนกระจก โครงการคาร์บอนเครดิต</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/wave-bcg/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ครบรอบ 2 ปี Carbon Markets Club จัดงาน “ลด ละ เริ่ม” เมย์-รัชนก ตัวแทนบ้านทองหยอดร่วมวงเสวนา</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/cmc/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/cmc/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rachanon M.]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 27 Jun 2023 05:02:09 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Markets Club]]></category>
		<category><![CDATA[CMC]]></category>
		<category><![CDATA[ECOLIFE]]></category>
		<category><![CDATA[กุลวุฒิ วิทิตศานต์]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนเครดิต]]></category>
		<category><![CDATA[รัชนก อินทนนท์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=27849</guid>

					<description><![CDATA[<p>Carbon Markets Club (CMC) จัดงาน “ลด ละ เริ่ม กับ Carbon Markets Club” ในโอกาสครบรอบ 2 ปี โดยมี “เมย์” รัชนก อินทนนท์ หนึ่งในตัวแทนจากโรงเรียนแบดมินต้นบ้านทองหยอดเข้าร่วมงานในครั้งนี้  เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2566 ณ อาคารเอ็มทาวเวอร์ ชั้น 8 สำนักงานใหญ่ บริษัทบางจาก&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/cmc/">ครบรอบ 2 ปี Carbon Markets Club จัดงาน “ลด ละ เริ่ม” เมย์-รัชนก ตัวแทนบ้านทองหยอดร่วมวงเสวนา</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>Carbon Markets Club (CMC) จัดงาน “ลด ละ เริ่ม กับ Carbon Markets Club” ในโอกาสครบรอบ 2 ปี โดยมี “เมย์” รัชนก อินทนนท์ หนึ่งในตัวแทนจากโรงเรียนแบดมินต้นบ้านทองหยอดเข้าร่วมงานในครั้งนี้ </strong></p>
<p><span id="more-27849"></span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27852" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/Carbon-Markets-Club-04.jpg" alt="ลด ละ เริ่ม" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/Carbon-Markets-Club-04.jpg 910w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/Carbon-Markets-Club-04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/Carbon-Markets-Club-04-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/Carbon-Markets-Club-04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/Carbon-Markets-Club-04-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2566 ณ อาคารเอ็มทาวเวอร์ ชั้น 8 สำนักงานใหญ่ บริษัทบางจาก จำกัด มหาชน ถนนสุขุมวิท มีการจัดงาน “ลด ละ เริ่ม กับ Carbon Markets Club” เนื่องในโอกาสครบรอบ 2 ปี นำโดย นางกลอยตา ณ ถลาง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานสื่อสารองค์กรและกิจการเพื่อความยั่งยืน บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และประธานของ Carbon Markets Club</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27853" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/Carbon-Markets-Club-01.jpg" alt="ลด ละ เริ่ม" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/Carbon-Markets-Club-01.jpg 910w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/Carbon-Markets-Club-01-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/Carbon-Markets-Club-01-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/Carbon-Markets-Club-01-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/Carbon-Markets-Club-01-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>สำหรับงานดังกล่าวสะท้อนถึงความสำเร็จในการร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการผลักดันประเทศไทยสู่เป้าหมาย NetZero ช่วยกระตุ้นการซื้อขายคาร์บอนเครดิต TVERs และ RECs ใบรับรองการผลิตพลังงานหมุนเวียน รวมกันเทียบเท่า 8 แสนตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า โดยมี “เมย์” รัชนก อินทนนท์ นักแบดมินตันสาวคนเก่งของไทย มืออันดับ 7 ของโลก พร้อมกับ &#8220;วิว&#8221; กุลวุฒิ วิทิตศานต์ อีกหนึ่งนักแบดมินตันหนุ่ม มือ 3 ของโลก และ “น้องจิว” ลลินรัศฐ์ ไชยวรรณ ดาวรุ่งพุ่งแรงแห่งทัพขนไก่ เป็นตัวแทนจากโรงเรียนแบดมินต้นบ้านทองหยอดเข้าร่วมงานเสวนาในครั้งนี้</p>
<p>นอกจากนี้ยังได้เปิดตัว เเอปพลิเคชั่น ECOLIFE for Carbon Markets Club เพื่อเชิญชวนสมาชิกทั้งประเภทองค์กรและบุคคลร่วมปฏิบัติภารกิจรักษ์โลกในรูปแบบต่าง ๆ เตรียมเปิดใช้เครื่องมือประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กรสำหรับองค์กรสมาชิกในไตรมาส 3 ปี 2566 และแพลตฟอร์มศูนย์กลางซื้อขายคาร์บอนเครดิตในเร็ว ๆ นี้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27854" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/Carbon-Markets-Club-02.jpg" alt="ลด ละ เริ่ม" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/Carbon-Markets-Club-02.jpg 910w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/Carbon-Markets-Club-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/Carbon-Markets-Club-02-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/Carbon-Markets-Club-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/Carbon-Markets-Club-02-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/cmc/">ครบรอบ 2 ปี Carbon Markets Club จัดงาน “ลด ละ เริ่ม” เมย์-รัชนก ตัวแทนบ้านทองหยอดร่วมวงเสวนา</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/cmc/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>RATCH เผยปี’66 ตั้งงบลงทุน 35,000 ล้านบาท จับมือมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงจัดการคาร์บอนเครดิตในป่า เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/ratch-2566/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/ratch-2566/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 14 Mar 2023 09:35:27 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<category><![CDATA[RATCH]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนเครดิต]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง]]></category>
		<category><![CDATA[ราช กรุ๊ป]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=25853</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ RATCH แถลงแผนการลงทุนในปี พ.ศ.2566 ตั้งงบลงทุนไว้ที่ 35,000 ล้านบาท แบ่งเป็นการลงทุนในธุรกิจไฟฟ้า 29,000 ล้านบาท โดยงบลงทุนดังกล่าวรวมดีล M&#38;A แล้ว ส่วนที่เหลือจะใช้สำหรับการลงทุนในธุรกิจที่ไม่ใช่ไฟฟ้า (Non-Power) อีก 6,000 ล้านบาท ด้วยกลยุทธ์ 3S ประกอบด้วย Strength-Synergy-Sustainability ขับเคลื่อนธุรกิจ สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ในส่วนของเงินลงทุน&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/ratch-2566/">RATCH เผยปี’66 ตั้งงบลงทุน 35,000 ล้านบาท จับมือมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงจัดการคาร์บอนเครดิตในป่า เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ RATCH แถลงแผนการลงทุนในปี พ.ศ.2566 ตั้งงบลงทุนไว้ที่ 35,000 ล้านบาท แบ่งเป็นการลงทุนในธุรกิจไฟฟ้า 29,000 ล้านบาท โดยงบลงทุนดังกล่าวรวมดีล M&amp;A แล้ว ส่วนที่เหลือจะใช้สำหรับการลงทุนในธุรกิจที่ไม่ใช่ไฟฟ้า (Non-Power) อีก 6,000 ล้านบาท ด้วยกลยุทธ์ 3S ประกอบด้วย Strength-Synergy-Sustainability ขับเคลื่อนธุรกิจ สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ในส่วนของเงินลงทุน 5 ปี ระหว่างปี พ.ศ. 2566-2570 ประมาณ 75,000-100,000 ล้านบาท จะใช้สำหรับลงทุนโครงการทั้งใน และต่างประเทศ โดยมุ่งเน้นเป้าหมาย 4 ด้าน ได้แก่ 1) การเติบโตของผลตอบแทน 2) การขยายธุรกิจ Non-Power 3) เพิ่มสัดส่วนพลังงานทดแทนให้ได้ 20% ของกำลังการผลิตรวม และ4) พัฒนาการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม สังคมและธรรมาภิบาลให้ทัดเทียมกับมาตรฐานสากล เดินหน้าเตรียมความพร้อมสำหรับการประกาศความมุ่งมั่นความเป็นกลางทางคาร์บอนในปี พ.ศ. 2570</strong><span id="more-25853"></span></p>
<h3>ตั้งเป้าผลการดำเนินงานปี’66 เติบโตเฉลี่ยไม่น้อยกว่า 5% มีเป้าหมาย EBITDA ไม่น้อยกว่า 12,000 ล้านบาท</h3>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-25855" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/RATCH-66-02.jpg" alt="ชูศรี เกียรติขจรกุล" width="780" height="479" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/RATCH-66-02.jpg 780w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/RATCH-66-02-300x184.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/RATCH-66-02-768x472.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/RATCH-66-02-150x92.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/RATCH-66-02-500x307.jpg 500w" sizes="(max-width: 780px) 100vw, 780px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ชูศรี เกียรติขจรกุล</strong></span> <strong>กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)</strong> หรือ <strong>RATCH</strong> กล่าวว่า สำหรับแผนการลงทุนในปี พ.ศ.2566 นี้ บริษัทฯตั้งงบลงทุนไว้ที่ 35,000 ล้านบาท แบ่งเป็นการลงทุนในธุรกิจไฟฟ้า 29,000 ล้านบาท โดยงบลงทุนดังกล่าวรวมดีล M&amp;A แล้ว ส่วนที่เหลือจะใช้สำหรับการลงทุนในธุรกิจที่ไม่ใช่ไฟฟ้า (Non-power) อีก 6,000 ล้านบาท ซึ่งบริษัทฯ คาดว่า ผลการดำเนินงานในปี พ.ศ. 2566 จะเติบโตดีขึ้น โดยบริษัทฯ มีเป้าหมาย EBITDA ไม่น้อยกว่า 12,000 ล้านบาท เติบโตเฉลี่ยไม่น้อยกว่า 5% ส่วนเงินลงทุน 5 ปี ระหว่างปี พ.ศ. 2566-2570 ประมาณ 75,000-100,000 ล้านบาท ใช้สำหรับลงทุนโครงการทั้งใน และต่างประเทศ ภายใต้แผนกลยุทธ์ธุรกิจของบริษัทฯ ปี พ.ศ. 2566-2570 จะมุ่งเน้นเป้าหมาย 4 ด้าน ได้แก่ 1) การเติบโตของผลตอบแทน โดยตั้งเป้าหมาย EBITDA เติบโตจาก 12,000 ล้านบาทในปี พ.ศ.2566 เป็น 15,000 ล้านบาทในปี พ.ศ. 2570 2) การขยายธุรกิจ Non-Power กำหนดเงินลงทุนไม่น้อยกว่า 5% ในปี พ.ศ.2566 และปี พ.ศ. 2570 ธุรกิจนี้จะสร้างรายได้เข้ามาเสริมให้บริษัทฯ 5% 3) เพิ่มสัดส่วนพลังงานทดแทนให้ได้ 20% ของกำลังการผลิตรวม และเพิ่มขึ้นมาเป็น 25% ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2568 เป็นต้นไป และ4) พัฒนาการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม สังคมและธรรมาภิบาลให้ทัดเทียมกับมาตรฐานสากล และเตรียมความพร้อมสำหรับการประกาศความมุ่งมั่นความเป็นกลางทางคาร์บอนในปี พ.ศ. 2570</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-25856" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/RATCH-66-03.jpg" alt="ชูกลยุทธ์ 3S Strength-Synergy-Sustainability" width="780" height="361" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/RATCH-66-03.jpg 780w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/RATCH-66-03-300x139.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/RATCH-66-03-768x355.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/RATCH-66-03-150x69.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/RATCH-66-03-500x231.jpg 500w" sizes="(max-width: 780px) 100vw, 780px" /></p>
<h3>ชูกลยุทธ์ 3S Strength-Synergy-Sustainability ขับเคลื่อนธุรกิจ สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน</h3>
<p>สำหรับการดำเนินงานในปี พ.ศ. 2566 จะยังคงใช้กลยุทธ์ 3S ประกอบด้วย Strength-Synergy-Sustainability ซึ่งมีเป้าหมายที่สอดประสานกันในการสร้างการเติบโตของบริษัทจะใช้กลยุทธ์ S2-Synergy ในการผนึกกำลังกับพันธมิตรเพื่อเพิ่มขีดความสามารถของบริษัทฯ ในการแข่งขันและลงทุนได้ดียิ่งขึ้น โดยบริษัทฯ จะใช้บริษัทร่วมทุน เน็กส์ซิฟ ราช เอ็นเนอร์จี อินเวสเมนท์ (NREI) เป็นกลไกในการเดินหน้าโครงการโรงไฟฟ้าที่มีอยู่แล้วในประเทศออสเตรเลีย เวียดนาม และฟิลิปปินส์ จำนวน 8 โครงการ กำลังการผลิตรวมประมาณ 843 เมกะวัตต์ ให้สามารถดำเนินการเชิงพาณิชย์ให้ได้ตามเป้าหมายตามแผนกำลังการผลิตของบริษัทฯ ซึ่งจะมีกำลังผลิตเชิงพาณิชย์เพิ่มขึ้นในปี พ.ศ. 2567 รวม 518.66 เมกะวัตต์ ปี พ.ศ. 2568 เพิ่มขึ้นอีก 918.20 เมกะวัตต์ ปี พ.ศ. 2570 เพิ่มขึ้นอีก 252.77 เมกะวัตต์ และปี พ.ศ. 2573 เพิ่มขึ้น 213 เมกะวัตต์ ตามลำดับ รวมทั้งศึกษาความเป็นไปได้การพัฒนากรีนไฮโดรเจน โดยมีแผนจะนำร่องในประเทศออสเตรเลียเป็นแห่งแรก นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังอยู่ระหว่างเจรจาเข้าซื้อกิจการ (M&amp;A) จำนวนหลายโครงการทั้งที่เปิดดำเนินการแล้วและก่อสร้างใหม่ ทั้งในประเทศเวียดนาม ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย รวมทั้งโครงการพลังงานหมุนเวียนในประเทศไทย ที่บริษัทฯยังได้ยื่นเสนอโครงการจัดหาไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในรูปแบบ Feed-in Tariff (FiT) ปี พ.ศ. 2565-2573 สำหรับกลุ่มไม่มีต้นทุนเชื้อเพลิง กำลังการผลิตรวม 5,203 เมกะวัตต์ของภาครัฐ ซึ่งบริษัทฯ ได้ผ่านทางเทคนิคแล้ว 8 โครงการ คิดเป็นกำลังผลิตไฟฟ้า 420 เมกะวัตต์ ซึ่งมีโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ติดตั้งบนพื้นดิน หรือโซลาร์ฟาร์มทั้งหมด ทำให้มั่นใจว่าปี พ.ศ.2566 จะมีกำลังการผลิตไฟฟ้าใหม่เข้ามาเสริมเพิ่มไม่ต่ำกว่า 500 เมกะวัตต์<br />
ในส่วนการยื่นประมูลโครงการพลังงานหมุนเวียนเพิ่มเติมประมาณ 3,668.5 เมกกะวัตต์ของภาครัฐนั้น ทางบริษัทฯ สนใจที่จะยื่นประมูลโซลาร์ฟาร์มและพลังงานลมที่ทางบริษัทฯ มีความเชี่ยวชาญดำเนินธุรกิจ</p>
<h3>ผนึกกำลังมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงจัดการคาร์บอนเครดิตในป่า คาดมีคาร์บอนเครดิต 3,000-5,000 ตัน เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น</h3>
<p><strong>ชูศรี</strong> กล่าวถึงการสร้างความยั่งยืนให้กับบริษัทฯอย่างต่อเนื่องว่า ในปี พ.ศ.2566 นี้ บริษัทฯ มีเป้าหมายลดก๊าซเรือนกระจกในกระบวนการผลิตให้ได้ 30,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า เพิ่มกำลังการผลิตจากพลังงานทดแทนให้ถึง 20% และพัฒนาคาร์บอนเครดิตจากป่าชุมชนอีก 10,000 ไร่ โดยล่าสุดบริษัทฯ ได้เข้าลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือโครงการจัดการคาร์บอนเครดิตในป่าเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ของมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ คาดว่าจะมีปริมาณคาร์บอนเครดิต 3,000-5,000 ตัน ทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น</p>
<h3>โครงการจัดการคาร์บอนเครดิตในป่า ช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศและทรัพยากรธรรมชาติป่าชุมชน</h3>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-25857" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/RATCH-66-04.jpg" alt="ธนพงศ์ ดวงมณี" width="780" height="519" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/RATCH-66-04.jpg 780w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/RATCH-66-04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/RATCH-66-04-768x511.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/RATCH-66-04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/RATCH-66-04-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 780px) 100vw, 780px" /></p>
<p>ด้าน<span style="color: #6cb742;"><strong>ธนพงศ์ ดวงมณี</strong></span> <strong>ผู้อำนวยการด้านนโยบายสิ่งแวดล้อม มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์</strong> กล่าวว่า การลงนามความร่วมมือกับทางราชกรุ๊ป ในโครงการจัดการคาร์บอนเครดิตในป่าเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนนี้จะช่วยให้ประชาชนในพื้นที่รู้จักรักษาป่า มีพื้นที่ไว้ให้ลูกหลานศึกษาป่าชนิดต่างๆทั้งที่หายากและมีมูลค่า รวมทั้งจะช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศและทรัพยากรธรรมชาติป่าชุมชน และสนับสนุนชุมชนในการขึ้นทะเบียนโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย (Thailand Voluntary Emission Reduction Program: T-VER) ขององค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) เพื่อขอรับรองคาร์บอนเครดิต ซึ่งไม่เพียงช่วยสร้างรายได้แก่ชุมชนเท่านั้น แต่ยังช่วยพัฒนากลไกการมีส่วนร่วมของชุมชนในการดูแลป่าให้มีความเข้มแข็งและยั่งยืน ซึ่งไม่ใช่เฉพาะในพื้นที่ภาคจังหวัดเชียงรายเท่านั้นที่จะมีนำโครงการฯ ดังกล่าวไปดูแลป่า ดูแลชุมชน ในอนาคตจะขยายโครงการดูแลป่าสู่พื้นที่ในประเทศไทยทุกแห่งให้กลับมาอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/ratch-2566/">RATCH เผยปี’66 ตั้งงบลงทุน 35,000 ล้านบาท จับมือมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงจัดการคาร์บอนเครดิตในป่า เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/ratch-2566/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ส.อ.ท.ลงนามความตกลงกับ อบก. ในการเป็นศูนย์ซื้อขายคาร์บอนเครดิต พร้อมเปิดตัวแพลตฟอร์มซื้อขายพลังงานสะอาดและคาร์บอนเครดิต</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/fti/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/fti/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 21 Sep 2022 07:01:47 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Environment]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนเครดิต]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์ซื้อขายคาร์บอนเครดิต]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=23659</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ &#8211; 21 กันยายน 2565 :สถาบันการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) จัดพิธีลงนามความตกลงประกอบการเป็นศูนย์ซื้อขายคาร์บอนเครดิตพร้อมเปิดตัวแพลตฟอร์มการซื้อขายพลังงานสะอาดและคาร์บอนเครดิต หรือ FTI : CC/RE/REC X Platform (FTIX) ในงาน“ลงมือทำ ลดโลกร้อน : ทางรอด ทางรุ่ง ของโลก ของไทย” Take Climate Action : Save The Earth,&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/fti/">ส.อ.ท.ลงนามความตกลงกับ อบก. ในการเป็นศูนย์ซื้อขายคาร์บอนเครดิต พร้อมเปิดตัวแพลตฟอร์มซื้อขายพลังงานสะอาดและคาร์บอนเครดิต</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ &#8211; 21 กันยายน 2565<strong> :สถาบันการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)</strong> จัดพิธีลงนามความตกลงประกอบการเป็นศูนย์ซื้อขายคาร์บอนเครดิตพร้อมเปิดตัวแพลตฟอร์มการซื้อขายพลังงานสะอาดและคาร์บอนเครดิต หรือ <strong>FTI : CC/RE/REC X Platform (FTIX) </strong>ในงาน<strong>“ลงมือทำ ลดโลกร้อน : ทางรอด ทางรุ่ง ของโลก ของไทย” </strong><strong>Take Climate Action : Save The Earth, Prosper All</strong> ณ ห้องวิภาวดีบอลรูม ซี โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว<span id="more-23659"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-23665" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/FTI-P02.jpg" alt="สมโภชน์ อาหุนัย" width="680" height="453" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/FTI-P02.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/FTI-P02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/FTI-P02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/FTI-P02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">สมโภชน์ อาหุนัย</span> รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยและประธานสถาบันการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย</strong>ได้กล่าวถึงปัญหาภาวะโลกร้อนที่กระทบต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อตระหนักถึงปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการในประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคการส่งออก ส่งผลให้ทุกภาคส่วนต้องช่วยกันลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก จึงได้จัดตั้งหน่วยงานใหม่ขึ้นมาคือ <strong>สถาบันการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ </strong>เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยแก้ปัญหาให้กับผู้ประกอบการ และช่วยขับเคลื่อนการนำนโยบายของภาครัฐไปสู่การปฏิบัติ ให้บรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน(Carbon Neutrality)ในปี พ.ศ. 2593 และเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emission)ในปี พ.ศ. 2608 ของประเทศ</p>
<p>คาร์บอนเครดิตเป็นกลไกการตลาดที่สำคัญอย่างหนึ่งในการสร้างแรงจูงใจและเป็นทางเลือกให้ผู้ประกอบการในการลดก๊าซเรือนกระจก ส.อ.ท. มีการดำเนินงานร่วมกับองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. จากความร่วมมือที่มีมาอย่างต่อเนื่องในการดำเนินงานเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ส.อ.ท. และ อบก. จึงมีความเห็นร่วมกันในการพัฒนาแพลตฟอร์มการซื้อขายแลกเปลี่ยนคาร์บอนเครดิต เพื่อสนับสนุนการดำเนินโครงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการซื้อขายคาร์บอนเครดิต เพื่อให้หน่วยงานต่าง ๆ สามารถดำเนินกิจกรรมในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสนับสนุนตลาดคาร์บอนภายในประเทศ จึงเป็นที่มาของการลงนามความตกลงประกอบการเป็นศูนย์ซื้อขายคาร์บอนเครดิตในครั้งนี้</p>
<p><strong>สมโภชน์</strong>กล่าวว่าส.อ.ท.ยังได้พัฒนาและบริหารจัดการแพลตฟอร์ม FTIX เพื่อประกอบการเป็นศูนย์ซื้อขายแลกเปลี่ยนคาร์บอนเครดิตให้สามารถเชื่อมโยงกับระบบของ อบก. นอกจากนี้ ยังมีการซื้อขายไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเพื่อตอบสนองความต้องการการใช้พลังงานหมุนเวียน 100%(RE100) รวมถึงการซื้อขายใบรับรองการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน หรือ REC อีกด้วย</p>
<p>โดยส.อ.ท. ได้ยื่นแพลตฟอร์ม FTIX นี้เข้าร่วมในโครงการ ERC Sandbox 2 ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน เพื่อทดสอบระบบของตลาดการซื้อขายแลกเปลี่ยนให้มีความโปร่งใสและเชื่อถือได้ โดยที่อุตสาหกรรมทุกขนาดทั้งขนาดเล็ก กลาง และใหญ่ จะสามารถเข้าถึงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งถือเป็นโอกาสดีจะได้ทำการเปิดตัวแพลตฟอร์ม FTIX พร้อมกับศูนย์ซื้อขายคาร์บอนเครดิต</p>
<p>การจัดงานนี้เป็นไปในรูปแบบของ Green Event โดยมควบคุมอุณหภูมิห้องไม่ให้ต่ำกว่า 25 องศาเซลเซียส จึงขอให้ผู้เข้าร่วมงานงดการใส่สูท และเปลี่ยนมาใส่เสื้อเชิ้ตฮาวายและเสื้อยืดแทน โดยได้รับความเอื้อเฟื้อจาก “โครงการเซ็นทรัลทำ” ของกลุ่มบริษัทเซ็นทรัล</p>
<p>นอกจากนี้ ยังได้รับความช่วยเหลือจากทาง อบก. ในการคำนวณปริมาณการปล่อยคาร์บอนในงานนี้ และได้รับความอนุเคราะห์จากกลุ่มบริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด(มหาชน) หรือ Energy Absolute (EA)และกลุ่มบริษัทซุปเปอร์ เอ็นเนอร์ยี บริจาคคาร์บอนเครดิตรวมกันเป็นจำนวน 260 ตันคาร์บอนเทียบเท่า ซึ่งสามารถ Offset หรือชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกโดยเฉพาะก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของการจัดงานนี้ได้ทั้งหมด เพื่อเป็นงานที่นำไปสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน หรือCarbon Neutral Event อีกด้วย</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-23664" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/FTI-P01.jpg" alt="วราวุธ ศิลปอาชา" width="680" height="453" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/FTI-P01.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/FTI-P01-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/FTI-P01-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/FTI-P01-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">วราวุธ ศิลปอาชา</span> รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม</strong> ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษ ในหัวข้อ<strong>“ภาครัฐ ประสาน ภาคเอกชน ขับเคลื่อนไทย สู่สังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน”</strong>ว่าประเด็นผลกระทบที่ทั่วโลกต้องเผชิญภัยพิบัติทางธรรมชาติรุนแรง เช่น น้ำท่วม น้ำแล้ง ดินโคลนถล่ม น้ำท่วมใหญ่ในเกาหลีใต้ และปากีสถานโดยที่ประเทศไทยนั้นปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นลำดับที่ 21 ของโลก (ประมาณ 0.8% ของโลก)และเป็น 1 ใน 10 ประเทศที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศรุนแรงที่สุด</p>
<p>จากถ้อยแถลงของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ว่า “ประเทศไทยจะยกระดับการแก้ไขปัญหาภูมิอากาศอย่างเต็มที่และด้วยทุกวิถีทาง เพื่อให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี พ.ศ.2593 และบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี พ.ศ. 2608” ทำให้ประเทศไทยต้องปรับปรุง “ยุทธศาสตร์ระยะยาวในการพัฒนาแบบปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำของประเทศไทย” หรือ LT-LEDSซึ่งจำเป็นที่ทุกภาคส่วนจะต้องร่วมมือกันขับเคลื่อนเพื่อการบรรลุเป้าหมายดังกล่าว และขณะนี้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) อยู่ระหว่างการจัดทำเป้าหมายการมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (The 2<sup>nd</sup> updated NDC) ที่ 40% ในปี พ.ศ. 2573ประเทศสามารถดำเนินการได้เอง 30% และการดำเนินงานที่ต้องได้รับการสนับสนุนเพิ่มเติมจากต่างประเทศอีก 10%</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-23661" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/FTI-02.jpg" alt="" width="680" height="453" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/FTI-02.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/FTI-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/FTI-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/FTI-02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p>สำหรับแนวทางและมาตรการลดก๊าซเรือนกระจกที่สำคัญ เช่น1.การเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียน (RE)2.การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน การส่งเสริมการใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้า(EV)3.มาตรการทดแทนปูนเม็ด (ปูนไฮดรอลิก) และการปรับเปลี่ยนสารทำความเย็น4.การปรับปรุงการทำนาข้าวเพื่อลดการปล่อยมีเทน 5.การจัดการขยะและน้ำเสียชุมชน รวมถึงน้ำเสียอุตสาหกรรมการผลิตพลังงานจากขยะ (Waste to Energy-WTE)และ 6.การป้องกันการบุกรุกและทำลายป่าผ่านการขับเคลื่อนการดำเนินงาน 6 ด้าน ได้แก่ (1) ด้านนโยบาย(2) ด้านเทคโนโลยี(3) ด้านการเงินและการลงทุน (4) ด้านกลไกตลาดคาร์บอนเครดิต,(5)ด้านการเพิ่มแหล่งกักเก็บ/ดูดกลับก๊าซเรือนกระจก และ (6) ด้านกฎหมาย</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-23663" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/FTI-04.jpg" alt="ศูนย์ซื้อขายคาร์บอนเครดิต" width="680" height="453" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/FTI-04.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/FTI-04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/FTI-04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/FTI-04-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p>สำหรับศูนย์ซื้อขายคาร์บอนเครดิตของประเทศไทย ที่ดำเนินการโดย ส.อ.ท. มีบทบาทสำคัญในฐานะที่เป็นระบบฐานข้อมูลการซื้อขายคาร์บอนเครดิตของประเทศ สามารถติดตามและวิเคราะห์สถานการณ์การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก(GHG) ของประเทศที่ภาครัฐสามารถนำมาเชื่อมโยงกับเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศได้ตลอดจนมีการลงทุนในเทคโนโลยีที่สามารถลด GHG</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-23662" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/FTI-03.jpg" alt="" width="680" height="453" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/FTI-03.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/FTI-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/FTI-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/FTI-03-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p>ดังนั้น แพลตฟอร์มการซื้อขายหรือแลกเปลี่ยนคาร์บอนเครดิต จึงถือเป็นส่วนสำคัญในการสร้างระบบนิเวศสำหรับการใช้กลไกราคาคาร์บอนเพื่อขับเคลื่อนให้เกิดการแลกเปลี่ยนคุณค่าของคาร์บอนเครดิตซึ่งกันและกัน สร้างความโปร่งใส ยุติธรรม และน่าเชื่อถือในระดับสากลของตลาดคาร์บอน รวมทั้งสามารถสร้างความเชื่อมั่นในศักยภาพของคนไทย <strong>“Together Possible”ทุกอย่างเป็นจริงได้เสมอ</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/fti/">ส.อ.ท.ลงนามความตกลงกับ อบก. ในการเป็นศูนย์ซื้อขายคาร์บอนเครดิต พร้อมเปิดตัวแพลตฟอร์มซื้อขายพลังงานสะอาดและคาร์บอนเครดิต</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/fti/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>COP26 กับบทบาทประเทศไทย ในการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/cop26-%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/cop26-%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 19 Nov 2021 04:43:53 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Focus]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Neutrality]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Change]]></category>
		<category><![CDATA[COP26]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero GHG Emission]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[การประชุม COP26]]></category>
		<category><![CDATA[การปล่อยก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[ความเป็นกลางทางคาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนเครดิต]]></category>
		<category><![CDATA[ปฏิญญากลาสโกว์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=19781</guid>

					<description><![CDATA[<p>การประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 26 หรือ COP26 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 31 ตุลาคม &#8211; 12 พฤศจิกายน 2564 ณ เมืองกลาสโกว์ สหราชอาณาจักร การประชุม COP จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2538 มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ประเทศภาคีสมาชิกได้ร่วมกันกำหนดทิศทางการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก และเป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้ผู้นำของประเทศต่าง ๆ เข้าร่วมเพื่อแสดงเจตจำนงหรือความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (COP26) การประชุมรัฐภาคีพิธีสารเกียวโต (CMP16) และการประชุมรัฐภาคีความตกลงปารีส (CMA3)&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/cop26-%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2/">COP26 กับบทบาทประเทศไทย ในการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>การประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 26 หรือ COP26 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 31 ตุลาคม &#8211; 12 พฤศจิกายน 2564 ณ เมืองกลาสโกว์ สหราชอาณาจักร</strong><span id="more-19781"></span></p>
<p>การประชุม COP จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2538 มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ประเทศภาคีสมาชิกได้ร่วมกันกำหนดทิศทางการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก และเป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้ผู้นำของประเทศต่าง ๆ เข้าร่วมเพื่อแสดงเจตจำนงหรือความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-19816" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/COP26.jpg" alt="การประชุม COP26" width="750" height="408" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/COP26.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/COP26-300x163.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/COP26-150x82.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/COP26-500x272.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>การประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (COP26) การประชุมรัฐภาคีพิธีสารเกียวโต (CMP16) และการประชุมรัฐภาคี<a title="ความตกลงปารีส" href="https://www.greennetworkthailand.com/ความตกลงปารีส-paris-agreement/">ความตกลงปารีส</a> (CMA3) มีผู้นำจาก 117 ประเทศได้ร่วมแสดงวิสัยทัศน์การดำเนินการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างเป็นรูปธรรม</p>
<h2>ประเด็นการเจรจาที่สำคัญในการประชุม COP26</h2>
<ul>
<li>การกำหนดกลไกความร่วมมือสำหรับการถ่ายโอนคาร์บอนเครดิตระหว่างประเทศ</li>
<li>การกำหนดกรอบระยะเวลา (Timeframe) ในการดำเนินงานตามเป้ามายการมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด (NDC)</li>
<li>การกำหนดเป้าหมายทางการเงินที่ประเทศพัฒนาแล้วต้องให้การสนับสนุนแก่ประเทศกำลังพัฒนา เพื่อดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ</li>
<li>การกำหนดรูปแบบการจัดทำบัญชีก๊าซเรือนกระจก (GHG Inventory)</li>
<li>การรายงานความก้าวหน้าด้านการดำเนินงานของการมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด</li>
</ul>
<h2>บทบาทประเทศไทยในเวที COP26</h2>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา</strong></span><strong> นายกรัฐมนตรี</strong> ในฐานะหัวหน้าผู้แทนไทยเข้าร่วมการประชุมระดับผู้นำ (World Leaders Summit) ในห้วงการประชุม COP26 เพื่อแสดงเจตจำนงของกระเทศไทยในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกร่วมกับประชาคมโลกตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ภายใต้แผนยุทธศาสตร์ระยะยาวในการพัฒนาการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำ (Long-term Low Greenhouse Gas Emission Development Strategies : LT-LEDS) ของประเทศไทย รวมถึงประกาศเป้าหมาย<a title="ความเป็นกลางทางคาร์บอน" href="https://www.greennetworkthailand.com/ความเป็นกลางทางคาร์บอน/"><strong>ความเป็นกลางทางคาร์บอน</strong></a> (Carbon Neutrality) ภายในปี พ.ศ. 2608 (ค.ศ. 2065) ซึ่งประเทศไทยเป็นประเทศกำลังพัฒนาประเทศแรก ๆ ของโลกที่สามารถดำเนินการดังกล่าว รวมทั้งเป็นประเทศแรกในอาเซียนที่มีกรอบมาตรการในการดำเนินงานที่ชัดเจน</p>
<p>พร้อมกันนี้ <span style="color: #6cb742;"><strong>นายดอน ปรมัตถ์วินัย</strong></span><strong> รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ</strong> และ<span style="color: #6cb742;"><strong>นายวราวุธ ศิลปอาชา</strong></span> <strong>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม</strong>ได้เข้าร่วมพิธีดังกล่าวด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-19817" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/Prayuth-Chan-ocha-COP26.jpg" alt="พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา" width="750" height="431" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/Prayuth-Chan-ocha-COP26.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/Prayuth-Chan-ocha-COP26-300x172.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/Prayuth-Chan-ocha-COP26-150x86.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/Prayuth-Chan-ocha-COP26-500x287.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p><strong>นายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้ารัฐบาลไทย</strong> ได้กล่าวถ้อยแถลงเพื่อยืนยันว่าประเทศไทยให้ความสำคัญสูงสุดแก่การแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และพร้อมที่จะยกระดับการดำเนินงานเพื่อมุ่งสู่การบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน ภายในปี ค.ศ. 2050 และเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ได้ในปี ค.ศ. 2065 หากได้รับการสนับสนุนทางด้านการเงินและเทคโนโลยีอย่างเต็มที่และเท่าเทียม รวมถึงการเสริมสร้างขีดความสามารถจากความร่วมมือระหว่างประเทศและกลไกอื่น ๆ ภายใต้กรอบอนุสัญญาฯ ประเทศไทยจะสามารถยกระดับเป้าหมายการมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด (NDC) เป็นร้อยละ 40 ได้และมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิของไทยเป็นศูนย์ได้ภายในปี ค.ศ. 2050</p>
<p>นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวถึงการนำแนวคิดเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (BCG) มาเป็นยุทธศาสตร์แห่งชาติเพื่อปรับกระบวนทัศน์ในการพัฒนาเศรษฐกิจโดยคำนึงถึงระบบนิเวศ และเน้นย้ำถึงความจำเป็นที่ทุกคนต้องร่วมมือกัน โดยประเทศไทยพร้อมที่จะร่วมมือกับนานาประเทศ เนื่องจากเราไม่มี “แผนสอง” เพื่อเยียวยาสภาพภูมิอากาศ และเราไม่มี “โลกที่สอง” ที่เป็นบ้านของพวกเราได้เหมือนอย่างโลกใบนี้อีกแล้ว</p>
<h2>ปฏิญญาสำคัญ ที่ UK เชิญชวนให้ประเทศต่าง ๆ เข้าร่วมในระหว่างการประชุม COP26</h2>
<p>สหราชอาณาจักร (UK) ในฐานะประธานการประชุม COP26 ได้เชิญชวนประเทศต่าง ๆ พิจารณาเข้าร่วมปฏิญญาสำคัญที่จะมีการรับรองในการประชุมครั้งนี้ ซึ่งประกอบด้วย</p>
<p><strong>Glasgow Leaders&#8217; Declaration on Forests and Land Use</strong></p>
<p><strong>ปฏิญญากลาสโกว์</strong> แสดงความมุ่งมั่นของผู้นำที่จะร่วมกันหยุดยั้งการสูญเสียป่าไม้และความเสื่อมโทรมของที่ดินภายในปี ค.ศ. 2030 เปลี่ยนผ่านสู่การใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างยั่งยืน และหยุดยั้งการสูญเสียพื้นที่ป่าและความเสื่อมโทรมของที่ดิน เพื่อให้สามารถบรรลุเป้าหมายของความตกลงปารีส และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน</p>
<p><strong>Global Coal to Clean Power Transition Statement</strong></p>
<p><strong>ปฏิญญาการเปลี่ยนผ่านพลังงานถ่านหินสู่พลังงานสะอาด</strong> มุ่งสู่การเปลี่ยนการใช้พลังงานจากพลังงานถ่านหินเป็นพลังงานสะอาด โดย 1] เพิ่มปริมาณการใช้พลังงานสะอาดและศักยภาพการใช้พลังงาน 2] ยกระดับเทคโนโลยีและนโยบายภายในปี ค.ศ. 2040 (ภายใน 10 ปีนี้ สำหรับประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่) 3] หยุดการออกใบอนุญาตและโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน และภาครัฐหยุดสนับสนุนโดยตรงต่อโรงไฟฟ้าถ่านหิน</p>
<p><strong>World Leader Summit Statement on the Breakthrough Agenda</strong></p>
<p>แสดงความตั้งใจของประเทศ ที่จะร่วมกันในระดับสากลเพื่อเร่งพัฒนาและนำเทคโนโลยีสะอาดและทางเลือกที่ยั่งยืนไปใช้เพื่อบรรลุเป้าหมายความตกลงปารีส โดยมีราคาที่เหมาะสม เข้าถึงได้ ช่วยกระตุ้นการเติบโตของตลาด การสร้างงาน การพัฒนาทางเศรษฐกิจ เป็นทางเลือกแก่ภาคส่วนที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูง ในช่วงก่อนปี ค.ศ. 2030 (ครอบคลุมการผลิตไฟฟ้า การขนส่งทางถนน เหล็ก และไฮโดรเจน)</p>
<p><strong>COP26 Declaration on Accelerating the Transition to 100% Zero Emission Cars and Vans</strong></p>
<p>ภาครัฐ ภาคธุรกิจ และองค์กรอื่น ๆ ตั้งใจเร่งการเปลี่ยนไปสู่การใช้ยานยนต์ที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ เพื่อมุ่งบรรลุตามเป้าหมายของความตกลงปารีส โดยจะร่วมกันผลักดันให้ทั่วโลกจำหน่ายยานยนต์ที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ภายในปี ค.ศ. 2040 และภายในปี ค.ศ. 2035 สำหรับตลาดที่เป็นผู้นำในเรื่องนี้</p>
<h2>นโยบายและแผนด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย</h2>
<p><strong><span style="text-decoration: underline; color: #6cb742;">แผนระดับ 1</span></strong> ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561-2580)</p>
<p>ยุทธศาสตร์ที่ 5 ด้านการสร้างการเติบโตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม แผนย่อย 3 การเติบโตอย่างยั่งยืนบนสังคมเศรษฐกิจที่เป็นมิตรต่อสภาพภูมิอากาศ</p>
<p>1.ลดการปล่อยก๊าซเรื่อนกระจก<br />
2.การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ<br />
3.การลงทุนที่เป็นมิตรต่อสภาพภูมิอากาศ<br />
4.รับมือต่อโรคอุบัติใหม่/โรคอุบัติซ้ำจาก การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ</p>
<p><strong><span style="text-decoration: underline; color: #6cb742;">แผนระดับ 2</span></strong></p>
<ul>
<li>แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ประเด็นที่ 18 การเติบโตอย่างยั่งยืน แผนย่อย 3 การเติบโตอย่างยั่งยืนบนสังคมเศรษฐกิจที่เป็นมิตรต่อสภาพภูมิอากาศ</li>
<li>แผนการปฏิรูปประเทศ ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
<ul>
<li>เรื่องสิ่งแวดล้อม ประเด็นที่ 3 ผลักดันทุกภาคส่วนให้ร่วมแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ</li>
<li>เรื่องระบบบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติฯ ประเด็นที่ 8 การปฏิรูปกฎหมาย (ร่าง พรบ. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศฯ)</li>
</ul>
</li>
<li>แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
<ul>
<li>ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560-2565) ยุทธศาสตร์ที่ 4 การเติบโตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน เป้าหมายที่ 4 เพิ่มประสิทธิภาพการลดก๊าซเรือนกระจกและขีดความสามารถในการรับตัวฯ</li>
<li>กรอบแผนฯ ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2566-2570) หมุดหมายที่ 10 การพัฒนาเศรษฐกิจหมุนเวียนและสังคมคาร์บอนต่ำ และหมุดหมายที่ 11 การลดความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ</li>
</ul>
</li>
<li>นโยบายและแผนว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ นโยบายความมั่นคงแห่งชาติที่ 11 รักษาความมั่นคงของฐานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม</li>
</ul>
<p><span style="text-decoration: underline; color: #6cb742;"><strong>แผนระดับ 3</strong></span></p>
<ul>
<li>แผนที่นำทางการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ ปี พ.ศ. 2564-2573 ศักยภาพในการลดก๊าซเรือนกระจก 20.8% จากกรณีปกติ ณ ปี 2030</li>
<li>แผนปฏิบัติการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ ปี พ.ศ. 2564-2573 รายสาขา ในสาขาพลังงาน สาขาขนส่ง กระบวนการทางอุตสาหกรรม/น้ำเสียอุตสาหกรรม และการจัดการของเสีย</li>
<li>แผนแม่บทรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ. 2558-2593 ด้านการปรับตัวฯ การลดก๊าซเรือนกระจก และการสร้างขีดความสามารถ</li>
<li>แผนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงภาพภูมิอากาศแห่งชาติ (NAP) ด้านการจัดการน้ำ การเกษตรและความมั่นคงทางอาหาร การท่องเที่ยว สาธารณสุข ทรัพยากรธรรมชาติ และการตั้งถิ่นฐานและความมั่นคงของมนุษย์</li>
</ul>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-19819" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/Carbon-Neutrality.jpg" alt="ความเป็นกลางด้านคาร์บอน (Carbon Neutrality)" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/Carbon-Neutrality.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/Carbon-Neutrality-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/Carbon-Neutrality-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/Carbon-Neutrality-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<h2>มาตรการสำคัญในการดำเนินงานเพื่อมุ่งสู่ความเป็นกลางด้านคาร์บอน (Carbon Neutrality) และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero GHG Emission)</h2>
<p><strong>พลังงานและขนส่ง</strong></p>
<ul>
<li>ปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงาน / ปรับเปลี่ยนเทคโนโลยี เช่น Electric Vehicles (EV), Carbon Capture and Storage (CCS), Carbon Capture Utilization and Storage (CCUS), Bio-Energy with CSS (BECCS)</li>
<li>เพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานทดแทนผลิตไฟฟ้าและความร้อน</li>
<li>เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในภาคไฟฟ้า</li>
<li>พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานรองรับการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีผ่านนโยบาย 4D1E</li>
<li>ใช้พลังงานทดแทนในยานยนต์ (เอทานอลและไบโอดีเซล)</li>
</ul>
<p><strong>กระบวนการทางอุตสาหกรรมและการใช้ผลิตภัณฑ์</strong></p>
<ul>
<li>การใช้วัสดุทดแทนปูนเม็ดในกระบวนการผลิตปูนซีเมนต์ไฮดรอลิกและคอนกรีตผลสมเสร็จ และการใช้เทคโนโลยีในการลดการปล่อย CO₂ ในกระบวนการผลิตปูนซีเมนต์</li>
<li>การจัดการมีเทน (CH4) ในกระบวนการผลิตภาคอุตสาหกรรม</li>
<li>ปรับเปลี่ยนสารทำความเย็นที่มีค่า GWP ต่ำ เช่น สารทำความเย็นธรรมชาติ (Natural Refrigerants)</li>
<li>การจัดการน้ำเสียอุตสาหกรรม โดยเพิ่มการผลิตก๊าซชีวิภาพจากน้ำเสียอุตสาหกรรมด้วยการนำก๊าซมีเทนกลับมาใช้ประโยชน์</li>
</ul>
<p><strong>ของเสีย</strong></p>
<ul>
<li>การจัดการขยะชุมชน เช่น
<ul>
<li>ลดปริมาณขยะ</li>
<li>นำก๊าซจากบ่อฝังกลบขยะมูลฝอย (Landfill Gas) ไปเผาทิ้ง หรือนำไปใช้ประโยชน์</li>
<li>นำขยะอินทรีย์ไปทำปุ๋ยหมัก (Composting)</li>
</ul>
</li>
<li>การจัดการน้ำเสียชุมชน
<ul>
<li>เพิ่มการรวบรวมน้ำเสียเข้าสู่ระบบ</li>
<li>เพิ่มจำนวนระบบบำบัดน้ำเสียรวมของชุมชน</li>
</ul>
</li>
</ul>
<p><strong>การเกษตร</strong></p>
<ul>
<li>จัดการมูลสัตว์ และการหมักในระบบย่อยอาหารของสัตว์</li>
<li>การทำเกษตรแบบยั่งยืน</li>
<li>การปลูกพืชแบบปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำ</li>
</ul>
<p><strong>ป่าไม้และการใช้ประโยชน์ที่ดิน</strong></p>
<ul>
<li>ปลูกป่าและฟื้นฟูป่าธรรมชาติ</li>
<li>ปลูกป่าเศรษฐกิจ</li>
<li>เพิ่มพื้นที่สีเขียวในเขตเมืองและชนบท</li>
<li>ป้องกันการบุกพื้นที่ป่าและการเผาป่า</li>
</ul>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-19820 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/Greenhouse-Gas-Emissions-e1637296766614.jpg" alt="ก๊าซเรือนกระจก" width="750" height="422" /></p>
<h2>บัญชีก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย</h2>
<p>ข้อมูลจากการใช้ระบบฐานข้อมูลสารสนเทศบัญชีก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย (Thailand Greenhouse Gas Emissions Inventory System : TGEIS) คำนวณตามคู่มือ IPCC2006 พบว่า ปี พ.ศ. 2559 ประเทศไทย ปล่อยก๊าซเรือนกระจก (ไม่รวมภาคป่าไม้และการใช้ประโยชน์ที่ดิน) จำนวน 354,357.61 GgCO₂eq และปล่อยสุทธิ (รวมภาคป่าไม้และการใช้ประโยชน์ที่ดิน) จำนวน 263,223.46 GgCO₂eq โดยแบ่งเป็น</p>
<p><strong>การปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคกระบวนการผลิตอุตสาหกรรมและการใช้ผลิตภัณฑ์<br />
</strong>จำนวน 31.531.41 GgCO₂eq</p>
<ul>
<li>กลุ่มผลิตภัณฑ์แร่ 18,968.93 GgCO₂eq</li>
<li>กลุ่มเคมี 11,970.64 GgCO₂eq</li>
<li>กลุ่มอื่น ๆ 591.84 GgCO₂eq</li>
</ul>
<p><strong>การปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคเกษตร</strong><br />
จำนวน 52.158.70 GgCO₂eq</p>
<ul>
<li>กลุ่มปลูกข้าว 26.639.52 GgCO₂eq</li>
<li>การปล่อยก๊าซ N2O ทางตรงจากดินเกษตร 8,42.98 GgCO₂eq</li>
<li>ระบบย่อยอาหารของสัตว์ 8,477.89 GgCO₂eq</li>
<li>อื่น ๆ 8,615.31 GgCO₂eq</li>
</ul>
<p><strong>การปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคของเสีย</strong><br />
จำนวน 16.771.89 GgCO₂eq</p>
<ul>
<li>กลุ่มระบบบำบัดน้ำเสีย 8,310,24 GgCO₂eq</li>
<li>กลุ่มการจัดการขยะ 8.139.72 GgCO₂eq</li>
</ul>
<p><strong>การปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากจากภาคพลังงาน</strong><br />
จำนวน 253.895.61 GgCO₂eq</p>
<ul>
<li>การผลิตไฟฟ้า/ความร้อน 108,238.60 GgCO₂eq</li>
<li>คมนาคมขนส่ง 68,260.17 GgCO₂eq</li>
<li>อุตสาหกรรมก่อสร้าง 49.538.34 GgCO₂eq</li>
<li>การรั่วไหล 10.684.61 GgCO₂eq</li>
<li>อื่นๆ 16.993.90 GgCO₂eq</li>
</ul>
<p>โดยภาคป่าไม้และการใช้ประโยชน์ที่ดิน ช่วยดูดกลับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ -91,134.15 GgCO₂eq แบ่งเป็น จากกลุ่มพื้นที่เพาะปลูกยังคงเป็นพื้นที่เพาะปลูก -73,457 GgCO₂eq และกลุ่มป่าไม้ที่ยังคงเป็นป่าไม้ &#8211; 25,117 GgCO₂eq</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-19821" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/fores.jpg" alt="ป่าไม้" width="750" height="502" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/fores.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/fores-300x201.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/fores-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/fores-500x335.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<h2>การดำเนินงานในภาคป่าไม้และการใช้ประโยชน์ที่ดิน ภายใต้ยุทธศาสตร์ระยะยาวในการพัฒนาแบบปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำของประเทศไทย</h2>
<p>ประเทศไทยวางยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ตั้งเป้าเพิ่มพื้นที่ป่าและพื้นที่สีเขียว โดยแบ่งเป็น 3 ส่วนหลัก คือ พื้นที่ป่าธรรมชาติ 113.23 ล้านไร่ (ร้อยละ 35) พื้นที่ป่าเศรษฐกิจ 48.42 ล้านไร่ (ร้อยละ 15) และพื้นที่สีเขียวในเขตเมืองและชนบท 16.17 ล้านไร่ (ร้อยละ 5)</p>
<p><strong>ปลูกและฟื้นฟูป่าธรรมชาติ</strong></p>
<p>ปัจจุบันประเทศไทยมีพื้นที่ป่าธรรมชาติ 102.04 ล้านไร่ โดยตั้งเป้าเพิ่มพื้นที่ปลูกเพิ่มขึ้น 11.29 ล้านไร่ ภายในปี พ.ศ. 2580 ซึ่งประกอบด้วย ป่าสงวนแห่งชาติ พื้นที่ คทช. (ลุ่มน้ำชั้น 1,2) ป่าชุมชน ป่าไม้ถาวร ป่าชายเลน พื้นที่ ส.ป.ก. ป่าอนุรักษ์ และพื้นที่นิคมสร้างตนเอง/นิคมสหกรณ์ เป็นต้น</p>
<p><strong>ปลูกป่าเศรษฐกิจ</strong></p>
<p>ปัจจุบันประเทศไทยมีพื้นที่ป่าเศรษฐกิจ 32.65 ล้านไร่ ตั้งเป้าปลูกป่าเพิ่ม 15.99 ล้านไร่ ภายในปี พ.ศ. 2580 ในส่วนของพื้นที่ คทช. (ลุ่มน้ำชั้น 3,4,5) สวนป่าของ อ.อ.ป. พื้นที่ ส.ป.ก. ในเขตป่าสงวน พื้นที่ปลูกยางพารา และพื้นที่เอกชน (ที่ดินกรรมสิทธิ์) เป็นต้น</p>
<p><strong>พื้นที่สีเขียวในเขตเมืองและชนบท</strong></p>
<p>ตั้งเป้าเพิ่มพื้นที่สีเขียวในเขตเมืองและชนบท ทุกจังหวัด รวมทั้งประเทศให้ได้ 3 ล้านไร่</p>
<p>ทั้งนี้ นอกจากการเพิ่มจำนวนพื้นที่ป่าตามข้อมูลข้างต้นทั้ง 3 เป้าหมายแล้ว ยังได้กำหนดมาตรการ/เพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันการบุกรุกพื้นที่ป่าและการเผาป่าด้วย ซึ่งศักยภาพการดูดกลับก๊าซเรือนกระจกสุทธิของภาคป่าไม้และการใช้ประโยชน์ที่จำนวนทั้งสิ้น 120 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (MtCO₂eq) ในปี พ.ศ. 2580</p>
<table style="border-left: 10px solid #6cb742; background-color: #ffffff; margin-bottom: 25px;" width="100%">
<tbody>
<tr valign="middle">
<td style="vertical-align: middle; padding: 10px;"><strong>ปฏิญญากลาสโกว์ ผู้นำด้านป่าไม้และการใช้ประโยชน์ที่ดิน</strong><br />
<strong>(Glasgow Leaders&#8217; Declaration on Forests and Land Use)</strong>ในส่วนของการเข้าร่วมปฎิญญากลาสโกว์นั้น เนื่องจาก UK ประสานงานเชิญชวนให้เข้าร่วมปฏิญญาฯ ในเวลากระชั้นชิด ทำให้ไม่สามารถเสนอต่อคณะรัฐมนตรีพิจารณาได้ทัน ประเทศไทยจึงยังไม่สามารถลงนามเข้าร่วมปฏิญญาฯ ได้ในการประชุม COP26อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยพร้อมเข้าร่วมปฏิญญาดังกล่าว เพื่อหยุดตัดไม้ภายในปี ค.ศ. 2030 เนื่องจากสอดคล้องกับเป้าหมายนโยบายป่าไม้แห่งชาติ และแผนยุทธศาสตร์ 20 ปี โดย สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ผส.) ในฐานะ UNFCCC National Focal Point จะเร่งประสานงานหน่วยงานที่รับผิดชอบ รวมถึงต้องวิเคราะห์ข้อดี/ข้อเสีย ตลอดจนประโยชน์ที่ประเทศไทยจะได้รับอย่างรอบคอบ เพื่อพิจารณาการเข้าร่วมปฏิญญาดังกล่าวของประเทศไทย ก่อนเสนอต่อคณะรัฐมนตรีตามขั้นตอนต่อไป</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h2>คาร์บอนเครดิต และระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการแบ่งปันคาร์บอนเครดิตจากการปลูกและดูแลป่า</h2>
<h3>คาร์บอนเครดิต คืออะไร</h3>
<p>&#8220;<strong>คาร์บอนเครดิต</strong>&#8221; คือ ตัวเลขปริมาณการลดหรือกักเก็บก๊าซเรือนกระจก ซึ่งได้จากโครงการต่าง ๆ เช่น การปลูกป่าอนุรักษ์ การปลูกป่าเศรษฐกิจ และการเพิ่มพื้นที่สีเขียว การดักจับและกักเก็บก๊าซคาร์บอน (CCS) ฯลฯ ซึ่งสามารถนำคาร์บอนเครดิตที่ได้ไปแลกเปลี่ยนหรือ ซื้อ-ขายได้ โดยต้องมีการเปลี่ยนหน่วยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า</p>
<h2 style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-19822" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/forest-mountain.jpg" alt="ป่าไม้ แหล่งพื้นที่สีเขียว" width="750" height="496" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/forest-mountain.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/forest-mountain-300x198.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/forest-mountain-150x99.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/11/forest-mountain-500x331.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></h2>
<p>โครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย (T-VER) คือ กลไกลภายในประเทศที่องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) พัฒนาขึ้นเพื่อส่งเสริมให้เกิดการมีส่วนร่วมลดและกักเก็บก๊าซเรือนกระจก โดยโครงการฯ มีระบบขึ้นทะเบียนการตรวจสอบ ยืนยัน และรับรองผลการลดหรือกักเก็บก๊าซเรือนกระจกในรูปแบบบัญชี T-VER Credits ให้แก่ผู้ดำเนินโครงการ หรือผู้ซื้อ-ผู้ขายคาร์บอนเครดิต</p>
<h3>มาตรการส่งเสริมการปลูก รักษาและพื้นฟูป่าเพื่อเพิ่มพื้นที่ดูดกลับก๊าซเรือนกระจก</h3>
<ul>
<li>ระเบียบกรมป่าไม้ว่าด้วยการแบ่งปันคาร์บอนเครดิตจากการปลูก บำรุงอนุรักษ์ และฟื้นฟูป่าในพื้นที่ป่าไม้ พ.ศ. 2564 (ประกาศ ณ วันที่ 10 สิงหาคม 2564)</li>
<li>ระเบียบกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งว่าด้วยการปลูกและบำรุงป่าชายเลนสำหรับองค์กรหรือบุคคลภายนอก พ.ศ. 2564 (ประกาศ ณ วันที่ 22 เมษายน 2564)</li>
</ul>
<p>ภาคเอกชนผู้พัฒนาโครงการปลูกป่าต้องขึ้นทะเบียนกับโครงการ T-VER ด้านป่าไม้และพื้นที่สีเขียวในพื้นที่ของรัฐ โดยผู้พัฒนาโครงการฯ จะได้รับการแบ่งปันปริมาณคาร์บอนเครดิตร้อยละ 90 และหน่วยงานรัฐเจ้าของพื้นที่ ร้อยละ 10 หรือตามตกลง</p>
<table style="border: 5px solid #6cb742; margin-bottom: 20px;" width="100%">
<tbody>
<tr valign="middle">
<td style="vertical-align: middle; padding: 10px;"><strong>เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง ซึ่งคุณอาจสนใจ</strong> <span style="color: #ff0000;">Update!!</span></p>
<ul>
<li><a title="รายงานใหม่จาก IPCC ชี้ สภาพภูมิอากาศเข้าขั้นวิกฤต" href="https://www.greennetworkthailand.com/วิกฤตสภาพภูมิอากาศ/">จุดประเด็นร้อน ! รายงานใหม่จาก IPCC ชี้ สภาพภูมิอากาศเข้าขั้นวิกฤต</a></li>
<li><a title="ปรับกระบวนทัศน์การพัฒนาเพื่อมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนของสังคมไทย" href="https://www.greennetworkthailand.com/ความเป็นกลางทางคาร์บอน/">ปรับกระบวนทัศน์การพัฒนาเพื่อมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนของสังคมไทย</a></li>
<li><a title="การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และภาวะโลกร้อน" href="https://www.greennetworkthailand.com/climate-change-และ-global-warming-คืออะไร/">การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) และภาวะโลกร้อน (Global Warming) ความหมาย สาเหตุ และผลกระทบ</a></li>
<li><a title="14 วิธีเพื่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ช่วยลดโลกร้อน" href="https://www.greennetworkthailand.com/วิธี-ลดโลกร้อน-climate-change/">14 วิธีเพื่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ช่วยลดโลกร้อน แก้ปัญหาระดับโลกได้ด้วยตัวคุณเอง</a></li>
<li><a title="ความตกลงปารีส" href="https://www.greennetworkthailand.com/ความตกลงปารีส-paris-agreement/">“ความตกลงปารีส” (Paris Agreement) ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ</a></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<hr />
<p><strong>รวบรวมข้อมูลจาก:</strong></p>
<p><a href="https://www.onep.go.th/" target="_blank" rel="noopener">สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม</a> (FB <a href="https://www.facebook.com/onep.gov.th/" target="_blank" rel="noopener">@onep.gov.th</a>)<br />
ข้อมูลโดย กองประสานการจัดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และสถาบันพัฒนาบุคลากรด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำนักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/cop26-%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2/">COP26 กับบทบาทประเทศไทย ในการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/cop26-%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
