<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ค่าเอฟที | Green Network</title>
	<atom:link href="https://www.greennetworkthailand.com/tag/%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%9f%e0%b8%97%e0%b8%b5/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Wed, 17 Jul 2024 08:36:01 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.0</generator>

<image>
	<url>https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/green-network-50x50.png</url>
	<title>ค่าเอฟที | Green Network</title>
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>กระทรวงพลังงาน เร่งหาแนวทางบริหารจัดการค่าไฟ เพื่อลดภาระค่าไฟฟ้าช่วงเดือน ก.ย. &#8211; ธ.ค. 67</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/energy-electricity-sep-dec-2024/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/energy-electricity-sep-dec-2024/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 17 Jul 2024 08:36:01 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าเอฟที]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าไฟ]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าไฟฟ้า ก.ย. - ธ.ค. 67]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=34858</guid>

					<description><![CDATA[<p>กระทรวงพลังงานย้ำ เร่งหาแนวทางดูแลค่าไฟฟ้าให้กระทบประชาชนน้อยที่สุด กำลังหารือ กกพ. เจรจา กฟผ. ปตท. เพื่อลดภาระค่าไฟฟ้าในช่วงเดือน กันยายน &#8211; ธันวาคม 2567 นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวถึงข้อกังวลของประชาชนและภาคเอกชนเกี่ยวกับ การปรับขึ้นค่าไฟฟ้างวดเดือนกันยายน -ธันวาคม 2567 ว่า กระทรวงพลังงานกำลังเร่งหาแนวทางเพื่อลดภาระค่าครองชีพประขาชน ซึ่งเป็นสิ่งที่ภาครัฐให้ความสำคัญเป็นลำดับแรก โดยกระทรวงพลังงานจะดำเนินการบริหารจัดการและประสานทุกภาคส่วน จะหารือกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) พิจารณาปรับลดค่าไฟฟ้าผันแปร หรือ “ค่าเอฟที” ซึ่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานก็ได้ให้ความสำคัญและได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันในการบริหารต้นทุนค่าไฟเพื่อบรรเทาผลกระทบประชาชน ส่วนที่มีกระแสข่าวว่าค่าไฟของไทยแพงที่สุดในอาเซียนนั้น&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/energy-electricity-sep-dec-2024/">กระทรวงพลังงาน เร่งหาแนวทางบริหารจัดการค่าไฟ เพื่อลดภาระค่าไฟฟ้าช่วงเดือน ก.ย. – ธ.ค. 67</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กระทรวงพลังงานย้ำ เร่งหาแนวทางดูแลค่าไฟฟ้าให้กระทบประชาชนน้อยที่สุด กำลังหารือ กกพ. เจรจา กฟผ. ปตท. เพื่อลดภาระค่าไฟฟ้าในช่วงเดือน กันยายน &#8211; ธันวาคม 2567</strong></p>
<p><span id="more-34858"></span></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ</strong></span> <strong>ปลัดกระทรวงพลังงาน</strong> กล่าวถึงข้อกังวลของประชาชนและภาคเอกชนเกี่ยวกับ การปรับขึ้นค่าไฟฟ้างวดเดือนกันยายน -ธันวาคม 2567 ว่า กระทรวงพลังงานกำลังเร่งหาแนวทางเพื่อลดภาระค่าครองชีพประขาชน ซึ่งเป็นสิ่งที่ภาครัฐให้ความสำคัญเป็นลำดับแรก โดยกระทรวงพลังงานจะดำเนินการบริหารจัดการและประสานทุกภาคส่วน จะหารือกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) พิจารณาปรับลดค่าไฟฟ้าผันแปร หรือ “ค่าเอฟที” ซึ่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานก็ได้ให้ความสำคัญและได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันในการบริหารต้นทุนค่าไฟเพื่อบรรเทาผลกระทบประชาชน</p>
<p>ส่วนที่มีกระแสข่าวว่าค่าไฟของไทยแพงที่สุดในอาเซียนนั้น ไม่เป็นความจริง ค่าไฟของไทยอยู่ในระดับปานกลาง ที่มีข่าวว่าเวียดนามค่าไฟถูกกว่าไทยมากนั้น เนื่องจากเวียดนามใช้ไฟฟ้าจากพลังงานน้ำค่อนข้างมาก จึงทำให้ต้นทุนถูกกว่า แต่เวียดนามก็ไม่มีความเสถียรด้านไฟฟ้า เกิดไฟฟ้าดับบ่อย อินโดนีเซียก็ใช้ถ่านหินก็ทำให้ต้นทุนถูกกว่า</p>
<p>ทั้งนี้ กระทรวงพลังงานต้องพิจารณาสร้างความสมดุลทั้งด้านความมั่นคงไปพร้อมกับราคาที่เหมาะสม เพราะนอกจากไฟฟ้าจะนำมาใช้ในชีวิตประจำวันของประชาชนแล้ว ไฟฟ้ายังเป็นปัจจัยหลักที่หนุนเสริมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจการค้า และการลงทุนของประเทศ ซึ่งในกระบวนการบริหารจัดการ จึงมีเป้าหมายในการรักษาสมดุลทั้งการดูแลค่าครองชีพ การดูแลคุณภาพ ความมั่นคง ความมีเสถียรภาพ เพื่อให้สามารถอยู่ร่วมกันได้ในช่วงที่ราคาพลังงานทั่วโลกผันผวนในระดับสูง</p>
<p>“กระทรวงพลังงาน เข้าใจความรู้สึกของประชาชนและภาคเอกชนที่กังวลถึงค่าไฟฟ้าในงวดเดือนกันยายน &#8211; ธันวาคม 2567 ที่ทาง กกพ. ได้ประกาศออกไป แต่เนื่องจากราคาพลังงานทั่วโลกผันผวนในระดับสูง อีกทั้งกระทรวงพลังงานจะต้องรักษาสมดุลทั้งด้านเสถียรภาพด้านพลังงาน ความน่าเชื่อถือทางการเงินของ กฟผ. รวมทั้งก็คำนึงถึงภาระค่าครองชีพของประชาชน ก็จะพยายามอย่างเต็มที่ในการรักษาสมดุล โดยหาแนวทางพิจารณาค่าไฟฟ้าที่จะทำให้ประชาชนได้รับผลกระทบให้น้อยที่สุด ส่วนในอนาคตก็จะพิจารณาปรับแผน PDP ให้มีความเหมาะสม รับฟังความคิดเห็นรอบด้านเพื่อให้ราคาพลังงานมีความเหมาะสมและยั่งยืนต่อไป” <strong>นายประเสริฐ</strong> กล่าว</p>
<hr />
<p>ที่มา: กระทรวงพลังงาน</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/energy-electricity-sep-dec-2024/">กระทรวงพลังงาน เร่งหาแนวทางบริหารจัดการค่าไฟ เพื่อลดภาระค่าไฟฟ้าช่วงเดือน ก.ย. – ธ.ค. 67</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/energy-electricity-sep-dec-2024/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“กกพ.” เปิดรับฟังความเห็นค่าเอฟทีงวดสุดท้ายปี 2567</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/erc-news-update-12-07-2567/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/erc-news-update-12-07-2567/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 12 Jul 2024 09:13:58 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าเอฟที]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าไฟ]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าไฟ งวดเดือน ก.ย. - ธ.ค. 67]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าไฟฟ้าผันแปร]]></category>
		<category><![CDATA[อัตราค่าไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[อัตราค่าไฟฟ้า 2567]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=34821</guid>

					<description><![CDATA[<p>“กกพ.” ยืนยัน ดูแลค่าครองชีพประชาชนควบคู่ความมั่นคงระบบไฟฟ้า สุดอั้น เผยบาทอ่อน ต่อเนื่องและราคาก๊าซธรรมชาติเหลวที่เริ่มสูงขึ้นดันราคาก๊าซพุ่ง ตลอดจนการจ่ายคืนภาระต้นทุนที่เกิดขึ้น จริง (คงค้าง) กฟผ. และมูลค่าส่วนต่างราคาก๊าซธรรมชาติที่เกิดขึ้นจริงกับราคาก๊าซธรรมชาติที่เรียกเก็บ เดือนกันยายน &#8211; ธันวาคม 2566 ตามมติคณะรัฐมนตรี วันที่ 18 กันยายน 2566 (AFGas) จํานวนเงิน 15,083.79 ล้านบาท ส่งผลให้ทางเลือกค่าเอฟทีที่ต่ําสุดที่ 86.55 สตางค์ต่อหน่วยหรือค่าไฟฟ้า 4.65 บาท ต่อหน่วยตามที่&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/erc-news-update-12-07-2567/">“กกพ.” เปิดรับฟังความเห็นค่าเอฟทีงวดสุดท้ายปี 2567</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>“กกพ.” ยืนยัน ดูแลค่าครองชีพประชาชนควบคู่ความมั่นคงระบบไฟฟ้า สุดอั้น เผยบาทอ่อน ต่อเนื่องและราคาก๊าซธรรมชาติเหลวที่เริ่มสูงขึ้นดันราคาก๊าซพุ่ง ตลอดจนการจ่ายคืนภาระต้นทุนที่เกิดขึ้น จริง (คงค้าง) กฟผ. และมูลค่าส่วนต่างราคาก๊าซธรรมชาติที่เกิดขึ้นจริงกับราคาก๊าซธรรมชาติที่เรียกเก็บ เดือนกันยายน &#8211; ธันวาคม 2566 ตามมติคณะรัฐมนตรี วันที่ 18 กันยายน 2566 (AFGas) จํานวนเงิน 15,083.79 ล้านบาท ส่งผลให้ทางเลือกค่าเอฟทีที่ต่ําสุดที่ 86.55 สตางค์ต่อหน่วยหรือค่าไฟฟ้า 4.65 บาท ต่อหน่วยตามที่ กฟผ. เสนอ โดย กกพ. เปิดรับฟังความเห็น 3 ทางเลือก ตั้งแต่วันที่ 12 &#8211; 26 กรกฎาคม 2567</strong></p>
<p><span id="more-34821"></span></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ดร.พูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์</strong></span> <strong>เลขาธิการสํานักงานคณะกรรมการกํากับกิจการพลังงาน (สํานักงาน กกพ.)</strong> ในฐานะโฆษกคณะกรรมการกํากับกิจการพลังงาน (กกพ.) เปิดเผยว่า จากแนวโน้มค่าเงินบาทเมื่อเทียบกับเงิน ดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนตัวลงจากงวดก่อนหน้า 1.29 บาทต่อเหรียญสหรัฐ (งวด พ.ค. &#8211; ส.ค. 2567) เป็น 36.63 บาทต่อเหรียญสหรัฐ การผลิตไฟฟ้าพลังน้ําในประเทศและต่างประเทศ และการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินแม่เมาะ ซึ่งมีต้นทุนราคาถูกมีความพร้อมในการผลิตลดลง และสถานการณ์ราคาก๊าซธรรมชาติเหลวแบบสัญญาจร (LNG Spot) ในตลาดโลกปรับตัวเพิ่มขึ้นจากงวดก่อนหน้า 3.2 เหรียญสหรัฐต่อล้านบีทียูตามสถานการณ์ ความต้องการใช้ก๊าซธรรมชาติในตลาดโลกที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากกําลังเข้าสู่ฤดูหนาวในปลายปี เป็นสามสาเหตุ หลักซึ่งเป็นปัจจัยที่อยู่นอกเหนือการควบคุมส่งผลให้ต้นทุนค่าเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าปรับตัวสูงขึ้น เมื่อรวม กับการทยอยคืนหนี้ค่าเชื้อเพลิงค้างชําระในงวดก่อนหน้าส่งผลให้ค่าไฟในช่วงปลายปีนี้อาจจะต้องปรับเพิ่ม ค่าไฟฟ้าผันแปร (ค่าเอฟที) ขึ้นในระดับ 46.83-182.99 สตางค์ต่อหน่วย เมื่อรวมกับค่าไฟฟ้าฐานที่ 3.7833 บาทต่อหน่วย ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าเรียกเก็บในงวด ก.ย. &#8211; ธ.ค. 2567 เพิ่มขึ้นเป็น 4.65-6.01 บาทต่อหน่วยจาก งวดก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ 4.18 บาทต่อหน่วย</p>
<p>“ในการพิจารณาค่าไฟฟ้าผันแปร หรือ “ค่าเอฟที” และค่าไฟฟ้า สําหรับงวดเดือน ก.ย. &#8211; ธ.ค. 2567 กกพ. ตระหนักดีและคํานึงถึงผลกระทบทั้งในส่วนของผลกระทบของค่าไฟฟ้าต่อค่าครองชีพของพี่น้อง ประชาชน และความสําคัญในการรักษาไว้ซึ่งความมีเสถียรภาพและความมั่นคงของระบบไฟฟ้าของประเทศ เพราะนอกจากไฟฟ้ายังเป็นปัจจัยหลักที่สําคัญในการดํารงชีพแล้ว ไฟฟ้ายังเป็นปัจจัยหลักที่หนุนเสริมการ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจการค้า และการลงทุนของประเทศ ซึ่งในกระบวนการบริหารจัดการจึงมีเป้าหมายในการ รักษาสมดุลทั้งการดูแลค่าครองชีพ และการดูแลคุณภาพ ความมั่นคง ความมีเสถียรภาพ เพื่อให้สามารถอยู่ ร่วมกันได้ในช่วงที่ภาคพลังงานของประเทศยังไม่กลับเข้าสู่ภาวะปกติอย่างเต็มที่” <strong>ดร.พูลพัฒน์</strong> กล่าว</p>
<p style="text-align: center;"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-34823" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/erc-news-update-12072567.jpg" alt="3 แนวทาง การพิจารณาค่าไฟฟ้าผันแปร หรือ “ค่าเอฟที” และค่าไฟฟ้า สําหรับงวดเดือน ก.ย. - ธ.ค. 2567" width="850" height="478" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/erc-news-update-12072567.jpg 850w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/erc-news-update-12072567-300x169.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/erc-news-update-12072567-768x432.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/erc-news-update-12072567-150x84.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/erc-news-update-12072567-500x281.jpg 500w" sizes="(max-width: 850px) 100vw, 850px" /></p>
<p><strong>ดร.พูลพัฒน์</strong> กล่าวว่า ปัจจัยในการพิจารณาค่าไฟฟ้างวดสุดท้ายของปีนี้ที่เพิ่มขึ้น ยังคงมาจาก เรื่องต้นทุนเชื้อเพลิงก๊าซทั้งก๊าซในอ่าวไทย และ LNG Spot นําเข้า ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงหลักในการผลิตไฟฟ้า มีราคาสูงขึ้น เพราะก๊าซทั้งสองแหล่งต่างได้รับผลกระทบต่อโครงสร้างต้นทุนจากค่าเงินบาทเมื่อเทียบกับเงิน ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงต่อเนื่องเฉลี่ยอยู่ที่ 36.63 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ จากต้นปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 33 บาทต่อ ดอลลาร์สหรัฐ</p>
<p><strong>อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ช่วงกลางปีที่ผ่านมาภาวะราคา LNG Spot ในตลาดโลกมีการปรับตัวเข้าสู่ภาวะ ปกติอย่างต่อเนื่องทั้งปริมาณและราคาซึ่งเฉลี่ยอยู่ในระดับ 10 &#8211; 12 ดอลลาร์สหรัฐต่อล้านบีทียู และคาดการณ์ ราคามีการปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงปลายปี 2567 ขึ้นมาอยู่ที่เฉลี่ย 13 ดอลลาร์สหรัฐต่อล้านบีทียู เนื่องจาก มีปริมาณความต้องการใช้เพิ่มขึ้นในช่วงฤดูหนาว</strong></p>
<hr />
<p>ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/erc-news-update-12-07-2567/">“กกพ.” เปิดรับฟังความเห็นค่าเอฟทีงวดสุดท้ายปี 2567</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/erc-news-update-12-07-2567/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>”พีระพันธุ์“ ชี้ค่าไฟงวดหน้าไม่สูงกว่าเดิม จี้แหล่งก๊าซเอราวัณขุดได้ตามเป้า หวังลดต้นทุนช่วยประชาชน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/energy-news-update-27022567/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/energy-news-update-27022567/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 28 Feb 2024 02:00:38 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าเอฟที]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าไฟ]]></category>
		<category><![CDATA[อัตราค่าไฟฟ้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=32473</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานได้กล่าวถึงอัตราค่าไฟฟ้าสำหรับช่วงเดือนพฤษภาคมถึงเดือนสิงหาคม 2567 ว่าตนเองไม่ได้นิ่งนอนใจในเรื่องนี้เพราะเป็นห่วงพี่น้องประชาชนตลอดเวลา ทั้งนี้หลังจากที่ตนและผู้บริหารกระทรวงพลังงานโดยเฉพาะปลัดกระทรวง นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ประธานที่ปรึกษารัฐมนตรี (นายณอคุณ สิทธิพงษ์) และประธานคณะกรรมการ กกพ. นายเสมอใจ ศุขสุเมฆ รวมทั้งคณะกรรมการ กกพ. และผู้เกี่ยวข้องทุกท่านได้ร่วมกันพยายามหาทางให้อัตราค่าไฟฟ้าสำหรับงวดเดือนมกราคมถึงเมษายน 2567 ไม่สูงถึงหน่วยละ 4.68 บาท อย่างที่เคยเป็นข่าว แม้จะมีปัจจัยลบจำนวนมาก โดยเฉพาะปัญหาการขุดก๊าซจากอ่าวไทยที่ขาดหายไปเป็นจำนวนมากพอสมควรทำให้ต้องนำเข้าก๊าซที่มีราคาแพงมาชดเชยในช่วงเวลาดังกล่าวแต่เมื่อทุกฝ่ายช่วยกันบริหารจัดการปัจจัยต่างๆอย่างจริงจังแล้วก็สามารถทำให้อัตราค่าไฟฟ้าอยู่ที่หน่วยละ 4.18 บาท และยืนอัตราหน่วยละ 3.99 บาทสำหรับประชาชนกลุ่มเปราะบาง&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/energy-news-update-27022567/">”พีระพันธุ์“ ชี้ค่าไฟงวดหน้าไม่สูงกว่าเดิม จี้แหล่งก๊าซเอราวัณขุดได้ตามเป้า หวังลดต้นทุนช่วยประชาชน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong><span style="color: #6cb742;">นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค</span> รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานได้กล่าวถึงอัตราค่าไฟฟ้าสำหรับช่วงเดือนพฤษภาคมถึงเดือนสิงหาคม 2567 ว่าตนเองไม่ได้นิ่งนอนใจในเรื่องนี้เพราะเป็นห่วงพี่น้องประชาชนตลอดเวลา ทั้งนี้หลังจากที่ตนและผู้บริหารกระทรวงพลังงานโดยเฉพาะปลัดกระทรวง นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ประธานที่ปรึกษารัฐมนตรี (นายณอคุณ สิทธิพงษ์) และประธานคณะกรรมการ กกพ. นายเสมอใจ ศุขสุเมฆ รวมทั้งคณะกรรมการ กกพ. และผู้เกี่ยวข้องทุกท่านได้ร่วมกันพยายามหาทางให้อัตราค่าไฟฟ้าสำหรับงวดเดือนมกราคมถึงเมษายน 2567 ไม่สูงถึงหน่วยละ 4.68 บาท อย่างที่เคยเป็นข่าว แม้จะมีปัจจัยลบจำนวนมาก โดยเฉพาะปัญหาการขุดก๊าซจากอ่าวไทยที่ขาดหายไปเป็นจำนวนมากพอสมควรทำให้ต้องนำเข้าก๊าซที่มีราคาแพงมาชดเชยในช่วงเวลาดังกล่าวแต่เมื่อทุกฝ่ายช่วยกันบริหารจัดการปัจจัยต่างๆอย่างจริงจังแล้วก็สามารถทำให้อัตราค่าไฟฟ้าอยู่ที่หน่วยละ 4.18 บาท และยืนอัตราหน่วยละ 3.99 บาทสำหรับประชาชนกลุ่มเปราะบาง ทำให้ประชาชนไม่เดือดร้อนจากอัตราค่าไฟฟ้าในช่วงสี่เดือนแรกของปี 2567 มากนัก</strong></p>
<p><span id="more-32473"></span></p>
<p>อย่างไรก็ตาม เนื่องจาก กกพ.จะมีการปรับค่าเอฟทีสำหรับการกำหนดค่าไฟฟ้าทุก 4 เดือน ดังนั้นอัตราค่าไฟฟ้าหน่วยละ 4.18 บาท ซึ่งจะครบกำหนดในเดือนเมษายน 2567 นี้ ก็จะต้องมีการปรับอัตราค่าไฟฟ้าสำหรับงวดต่อไปคืองวดเดือนพฤษภาคมถึงสิงหาคม 2567 กันใหม่อีกในเร็วๆนี้</p>
<p>นายพีระพันธุ์กล่าวว่าจะพยายามคงอัตราค่าไฟฟ้าสำหรับงวดเดือนพฤษภาคมถึงเดือนสิงหาคม 2567 ไว้ในอัตราเดิม คือหน่วยละ 4.18 บาท ให้ได้มากที่สุด ซึ่งมีแนวโน้มที่จะเป็นไปได้เพราะทาง ปตท. สผ. ยืนยันว่าจะสามารถขุดก๊าซจากอ่าวไทยที่ขาดหายไปจำนวนมากกลับคืนมาได้ตั้งแต่เดือนเมษายน 2567 เป็นต้นไป ซึ่งตนเองจะเดินทางไปดูการทำงานของ ปตท.สผ. ที่หลุมขุดเจาะเอราวัณกลางอ่าวไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ นี้ เพื่อให้มั่นใจว่า ปตท.สผ. จะสามารถดำเนินการได้ตามที่รับปากไว้ และยังมีแนวโน้มว่าปัจจัยอื่นน่าจะเป็นบวกมากกว่าในงวดเดือนมกราคมถึงเมษายน 2567 อีกทั้งทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้รับปากว่าจะพยายามยืนอัตราค่าไฟฟ้าไว้ในอัตราเดิม ตนจึงค่อนข้างมั่นใจว่าพี่น้องประชาชนจะไม่เจอกับปัญหาการขึ้นค่าไฟฟ้าในงวดระยะเวลาดังกล่าว</p>
<p>”เราเป็นห่วงประชาชน จึงพยายามอย่างยิ่งที่จะลดภาระค่าใช้จ่ายทางด้านพลังงานของประชาชนซึ่งเป็นต้นทุนที่สำคัญลงให้ได้ โดยใช้มาตรการทุกอย่างที่ทำได้ภายใต้โครงสร้างปัจจุบันก่อนที่จะรื้อทั้งระบบภายในปีนี้“ <strong>นายพีระพันธุ์</strong>กล่าวทิ้งท้าย</p>
<hr />
<p>ที่มา: กระทรวงพลังงาน</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/energy-news-update-27022567/">”พีระพันธุ์“ ชี้ค่าไฟงวดหน้าไม่สูงกว่าเดิม จี้แหล่งก๊าซเอราวัณขุดได้ตามเป้า หวังลดต้นทุนช่วยประชาชน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/energy-news-update-27022567/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กกพ. ทบทวนค่า Ft ภาคเอกชน ส่งผลงวด ม.ค.-เม.ย. ลดเหลือ 154.92 สตางค์/หน่วย</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/ft-industry-update/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/ft-industry-update/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 29 Dec 2022 09:48:27 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[ค่า Ft]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าเอฟที]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าไฟฟ้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=24978</guid>

					<description><![CDATA[<p>บอร์ด กกพ. ทบทวนค่าเอฟทีใหม่ สำหรับภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม ตามแนวทางการบริหารจัดการของกระทรวงพลังงาน ส่งผลจ่ายค่าเอฟที ลดลง เหลือ 154.92 สตางค์ต่อหน่วย จากเดิมที่ต้องจ่ายค่าที่ 190.44 สตางค์ต่อหน่วย มีผลงวดบิลค่าไฟฟ้า ม.ค.-เม.ย. 66  หลังจากกระทรวงพลังงานให้ ปตท. และ กฟผ. ทบทวนประมาณการสมมุติฐานราคาก๊าซธรรมชาติ ราคาน้ำมันดีเซล อัตราแลกเปลี่ยน และภาระหนี้คงค้างของ กฟผ. เพื่อบรรเทาผลกระทบผู้ใช้ไฟฟ้ากลุ่มอื่นๆ ที่ไม่ใช่บ้านอยู่อาศัย ส่งผลให้ผู้ใช้ไฟฟ้าภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมต้องจ่ายค่าเอฟที 154.92 สตางค์ต่อหน่วยจากเดิมที่ต้องจ่ายค่าเอฟที&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/ft-industry-update/">กกพ. ทบทวนค่า Ft ภาคเอกชน ส่งผลงวด ม.ค.-เม.ย. ลดเหลือ 154.92 สตางค์/หน่วย</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บอร์ด กกพ. ทบทวนค่าเอฟทีใหม่ สำหรับภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม ตามแนวทางการบริหารจัดการของกระทรวงพลังงาน ส่งผลจ่ายค่าเอฟที ลดลง เหลือ 154.92 สตางค์ต่อหน่วย จากเดิมที่ต้องจ่ายค่าที่ 190.44 สตางค์ต่อหน่วย มีผลงวดบิลค่าไฟฟ้า ม.ค.-เม.ย. 66  </strong><span id="more-24978"></span></p>
<p>หลังจากกระทรวงพลังงานให้ ปตท. และ กฟผ. ทบทวนประมาณการสมมุติฐานราคาก๊าซธรรมชาติ ราคาน้ำมันดีเซล อัตราแลกเปลี่ยน และภาระหนี้คงค้างของ กฟผ. เพื่อบรรเทาผลกระทบผู้ใช้ไฟฟ้ากลุ่มอื่นๆ ที่ไม่ใช่บ้านอยู่อาศัย ส่งผลให้ผู้ใช้ไฟฟ้าภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมต้องจ่ายค่าเอฟที 154.92 สตางค์ต่อหน่วยจากเดิมที่ต้องจ่ายค่าเอฟที 190.44 สตางค์ต่อหน่วย ลดลง 35.52 สตางค์ต่อหน่วย ดังนั้นผู้ใช้ไฟฟ้าในกลุ่มนี้จึงต้องจ่ายค่าไฟฟ้า 5.33 บาทต่อหน่วย ในรอบบิลค่าไฟฟ้า ม.ค.-เม.ย. 66 ลดลงจากเดิมที่ต้องจ่ายค่าไฟฟ้าเฉลี่ยที่ 5.69 บาทต่อหน่วย</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-17369" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/06/Komkrit-ERC.jpg" alt="นายคมกฤช ตันตระวาณิชย์" width="398" height="514" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/06/Komkrit-ERC.jpg 398w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/06/Komkrit-ERC-232x300.jpg 232w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/06/Komkrit-ERC-150x194.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/06/Komkrit-ERC-387x500.jpg 387w" sizes="(max-width: 398px) 100vw, 398px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายคมกฤช ตันตระวาณิชย์</strong></span> <strong>เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.)</strong> ในฐานะโฆษก กกพ. เปิดเผยว่า กกพ. ในการประชุมครั้งที่ 60/2565 (ครั้งที่ 827) เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2565 พิจารณาผลการคำนวณค่าเอฟทีเพิ่มเติมอีกครั้งหลังจากที่ กฟผ. และ ปตท. ทบทวนประมาณการราคาก๊าซธรรมชาติ ราคาน้ำมันดีเซล อัตราแลกเปลี่ยน และภาระหนี้คงค้างของ กฟผ. สำหรับการคำนวณอัตราค่าเอฟที (Ft) ตามที่ กกพ. ได้พิจารณาไปแล้วในการประชุมครั้งที่ 58/2565 (ครั้งที่ 825) เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2565</p>
<p>นอกจากนี้ นายคมกฤช ยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ตั้งแต่เดือนมกราคม 2565 เป็นต้นไป ผู้ใช้งานไฟฟ้า 3 ประเภทจะได้รับการปรับลดอัตราค่าบริการรายเดือน ดังนี้</p>
<ol>
<li><strong>ประเภทบ้านอยู่อาศัย</strong>
<ul>
<li><strong>ใช้มากกว่า 150 หน่วย</strong> อัตราค่าบริการเดิม 38.22 บาท/เดือน อัตราค่าบริการใหม่ 24.62 บาท/เดือน</li>
<li><strong>แรงดันต่ำ อัตรา TOU</strong> อัตราค่าบริการเดิม 38.22 บาท/เดือน เป็นอัตราใหม่ 24.62 บาท/เดือน</li>
</ul>
</li>
<li><strong>กิจการขนาดเล็ก แรงดันต่ำ</strong> อัตราค่าบริการเดิม 46.16 บาท/เดือน เป็นอัตราใหม่ 33.29 บาท/เดือน</li>
<li><strong>กิจการสูบย้ำเพื่อการเกษตร อัตรา TOU</strong> อัตราค่าบริการเดิม 228.17 บาท/เดือน เป็นอัตราใหม่ 204.07 บาท/เดือน</li>
</ol>
<p>&nbsp;</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/ft-industry-update/">กกพ. ทบทวนค่า Ft ภาคเอกชน ส่งผลงวด ม.ค.-เม.ย. ลดเหลือ 154.92 สตางค์/หน่วย</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/ft-industry-update/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กกพ. ตรึงราคาค่าไฟต่อ 4 เดือน (พฤษภาคม &#8211; สิงหาคม 2562)</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%9e-%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b6%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%ad-4-%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 08 Mar 2019 04:14:38 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[การผลิตไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าเอฟที]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[อัตราค่าไฟฟ้าผันแปร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?post_type=news&#038;p=5526</guid>

					<description><![CDATA[<p>น.ส.นฤภัทร อมรโฆษิต เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ในฐานะโฆษก กกพ. เปิดเผยมติคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เรียกเก็บอัตราค่าไฟฟ้าผันแปร (ค่าเอฟที) สำหรับเรียกเก็บงวดเดือนพฤษภาคมถึงสิงหาคม 2562 อยู่ที่ลบ 11.60 สตางค์/หน่วย และไม่ปรับขึ้นจากงวดก่อน ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยที่ประชาชนต้องจ่ายยังอัตราเท่าเดิมที่ 3.6396 บาท/หน่วย (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) โดยทาง กกพ.ได้ใช้เงิน 4,576 ล้านบาทเพื่อลดผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนและอัตราน้ำมันที่มีความผันผวน ให้ส่งผล กระทบกับประชาชนน้อยที่สุด &#8220;จำนวนเงินที่นำมาอุดหนุนดังกล่าวมาจากการเรียกเก็บจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และมีการเรียกเก็บค่าปรับจากเอกชนที่ไม่ดำเนินการตามแผนมาอุดหนุนช่วงเดือนพฤษภาคมถึงสิงหาคม ถ้าหากไม่มีการคงค่าเอฟที&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%9e-%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b6%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%ad-4-%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99/">กกพ. ตรึงราคาค่าไฟต่อ 4 เดือน (พฤษภาคม – สิงหาคม 2562)</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>น.ส.นฤภัทร อมรโฆษิต เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ในฐานะโฆษก กกพ. เปิดเผยมติคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เรียกเก็บอัตราค่าไฟฟ้าผันแปร (ค่าเอฟที) สำหรับเรียกเก็บงวดเดือนพฤษภาคมถึงสิงหาคม 2562 อยู่ที่ลบ 11.60 สตางค์/หน่วย และไม่ปรับขึ้นจากงวดก่อน ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยที่ประชาชนต้องจ่ายยังอัตราเท่าเดิมที่ 3.6396 บาท/หน่วย (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) โดยทาง กกพ.ได้ใช้เงิน 4,576 ล้านบาทเพื่อลดผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนและอัตราน้ำมันที่มีความผันผวน ให้ส่งผล กระทบกับประชาชนน้อยที่สุด</strong><span id="more-5526"></span></p>
<p>&#8220;จำนวนเงินที่นำมาอุดหนุนดังกล่าวมาจากการเรียกเก็บจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และมีการเรียกเก็บค่าปรับจากเอกชนที่ไม่ดำเนินการตามแผนมาอุดหนุนช่วงเดือนพฤษภาคมถึงสิงหาคม ถ้าหากไม่มีการคงค่าเอฟที ภายใต้สมมุติฐานประมาณการ จะส่งผลให้ค่าเอฟที ที่เรียกเก็บในงวดดังกล่าวอยู่ที่ลบ 4.20 สตางค์/หน่วย ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยที่ประชาชนต้องจ่ายอยู่ที่ 3.7136 บาท/หน่วย (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ส่วนในงวดต่อไปในเดือนกันยายนถึงธันวาคม 2562 ต้องติดตามสถานการณ์เรื่องค่าเงินบาท ค่าเชื้อเพลิง แผนการลงทุน และแผนการเงินของ 3 การ ไฟฟ้าฯต่อไป&#8221; น.ส.นฤภัทรกล่าว</p>
<p>สำหรับความต้องการใช้พลังงานเดือนพฤษภาคมถึงสิงหาคม 2562 เท่ากับ 67,090 ล้านหน่วย เพิ่มขึ้นจากช่วงเดือนมกราคมถึงเมษายน 4,615 ล้านหน่วย คิดเป็น 7.39% ด้านแนวโน้มราคาเชื้อเพลิงที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้า คาดว่าราคาก๊าซธรรมชาติอยู่ที่ 272.71 บาท/ล้านบีทียู ลดลงจากงวดก่อนหน้า 10.95 บาท/ล้านบีทียู ส่วนราคาลิกไนต์ กฟผ.อยู่ที่ 693 บาท/ตัน ไม่เปลี่ยนแปลง ราคาถ่านหินนำเข้าเฉลี่ยของโรงไฟฟ้าเอกชนอยู่ที่ 2,643.13 บาท/ตัน เพิ่มขึ้นจาก 2,594.01 บาท/ตัน เท่ากับ 49.12 บาท/ตัน ราคาน้ำมันดีเซลอยู่ที่ 25.79 บาท/ลิตร เพิ่มจากงวดก่อน 0.96 บาท/ลิตร ราคาน้ำมันเตาอยู่ที่ 18.85 บาท/ลิตร เพิ่มขึ้นจากงวดก่อน 3.09 บาท/ลิตร และราคาน้ำมันปาล์มดิบอยู่ที่ 9.54 บาท/กก. ไม่เปลี่ยนแปลง</p>
<p>ส่วนโครงการผลิตไฟฟ้าจากขยะชุมชน ในรูปแบบ Feed-in Tariff (เอฟไอที) ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อรับซื้อไฟฟ้าประมาณ 78 เมกะวัตต์ ซึ่งมีบัญชีความพร้อมของโครงการจากกระทรวงมหาดไทย 12 โครงการ 8 พื้นที่นั้น กกพ.ได้ขยายเวลารับข้อเสนอจาก 1 ธันวาคม 2560-30 กันยายน 2561 เป็นธันวาคม 2560-31 มีนาคม 2562 ได้ประกาศรายชื่อผู้ผ่านคัดเลือกแล้ว 3 รายเร็วๆ นี้จะมีเพิ่มอีก 1 ราย โดยยืนยันว่าจะไม่มีการขยายการเปิดให้ยื่นคำร้องอีกหากไม่มายื่น ก็จะตัดสิทธิทันที</p>
<p>กกพ.ยังเตรียมเปิดรับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายเล็ก (เอสพีพี) ที่ใช้เชื้อเพลิงจากขยะชุมชน ช่วง 1-2 เดือนข้างหน้านี้ เบื้องต้นมีราคารับซื้ออยู่ที่ 3.66 บาท/หน่วย เป็นเวลา 20-25 ปี เพื่อให้ครบ เป้าหมายการผลิตไฟฟ้าขยะชุมชนที่กำหนดไว้ในแผนดีดีพีเดิม 500 เมกะวัตต์ ส่วนตามแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้า (พีดีพี) ใหม่ เป้าหมายจะมีการผลิตไฟฟ้าจากขยะชุมชนอีก 400 เมกะวัตต์นั้น คาดว่าจะเป็นผู้ผลิตไฟฟ้าขนาดเล็กมาก (วีเอสพีพี) โดยรายละเอียดพื้นที่ต้องรอหลักเกณฑ์กระทรวงมหาดไทย</p>
<p><strong>ในส่วนของกองทุนพัฒนาไฟฟ้าปี 2562 หากเป็นในกลุ่มของวงเล็บที่ 3 จะมีการแจ้งกรอบวงเงินให้กับพื้นที่ไป งบประมาณจะอยู่ที่ประมาณ 2,000 ล้านบาท/ปี ซึ่งจะมีกองทุนประจำอยู่ 60 จุดทั่วประเทศ หรือแยกเป็นกลุ่มที่ 1 มี 60 กองทุน และกลุ่มที่ 2 มีประมาณ 13 กองทุน ซึ่งทาง กกพ.จะแจ้งกรอบการดำเนินงานไปยังกองทุนเพื่อให้ผู้ที่สนใจเสนอแผนของปี 2563 และนำไปสู่กระบวนการกลั่นกรองต่างๆ ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 2 วงเล็บ คือ การดูแลในส่วนของสิ่งแวดล้อม หรือ 97(4) และการสร้างความรู้ความตระหนักในเรื่องของการใช้พลังงาน หรือ 97(5) ตอนนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาหลักเกณฑ์ของคณะกรรมการกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน และจะมีการพิจารณาต่อไปในช่วง 1-2 เดือนนี้</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%9e-%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b6%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%ad-4-%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99/">กกพ. ตรึงราคาค่าไฟต่อ 4 เดือน (พฤษภาคม – สิงหาคม 2562)</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
