<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ค่าไฟฟ้า | Green Network</title>
	<atom:link href="https://www.greennetworkthailand.com/tag/%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Wed, 07 May 2025 02:23:20 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	

<image>
	<url>https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/green-network-50x50.png</url>
	<title>ค่าไฟฟ้า | Green Network</title>
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>กพช. เห็นชอบอัตราค่าไฟฟ้าประจำงวดปลายปี 2568 ไม่เกิน 3.99 บาทต่อหน่วย ยืนยันไม่ใช้งบประมาณแผ่นดิน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/energy-update-052025/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/energy-update-052025/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 07 May 2025 02:23:20 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าไฟ]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[ปรับลดค่าไฟ]]></category>
		<category><![CDATA[อัตราค่าไฟฟ้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=39070</guid>

					<description><![CDATA[<p>6 พฤษภาคม 2568 &#8211; นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ซึ่งมี นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้มีการพิจารณาแนวทางการบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานของประชาชน อันเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญต่อการดำรงชีวิต ประชุมมีมติเห็นชอบในประเด็นสำคัญ ดังนี้  รับทราบผลการดำเนินงานของคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ในการปรับค่า Ft จากเดิม 36.72 สตางค์ต่อหน่วย เหลือ 19.72 สตางค์ต่อหน่วย โดยมีการนำเงินเรียกคืนผลประโยชน์ส่วนเกินจากการไฟฟ้ามาช่วยลดค่าไฟฟ้าผ่านการปรับค่า&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/energy-update-052025/">กพช. เห็นชอบอัตราค่าไฟฟ้าประจำงวดปลายปี 2568 ไม่เกิน 3.99 บาทต่อหน่วย ยืนยันไม่ใช้งบประมาณแผ่นดิน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>6 พฤษภาคม 2568 &#8211; <strong><span style="color: #6cb742;">นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค</span> รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ซึ่งมี นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้มีการพิจารณาแนวทางการบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานของประชาชน อันเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญต่อการดำรงชีวิต</strong></p>
<p><span id="more-39070"></span></p>
<p><strong>ประชุมมีมติเห็นชอบในประเด็นสำคัญ</strong> ดังนี้</p>
<ol>
<li> รับทราบผลการดำเนินงานของคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ในการปรับค่า Ft จากเดิม 36.72 สตางค์ต่อหน่วย เหลือ 19.72 สตางค์ต่อหน่วย โดยมีการนำเงินเรียกคืนผลประโยชน์ส่วนเกินจากการไฟฟ้ามาช่วยลดค่าไฟฟ้าผ่านการปรับค่า Ft ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยที่เรียกเก็บในงวดเดือนพฤษภาคมถึงสิงหาคม 2568 อยู่ที่ 3.98 บาทต่อหน่วย</li>
<li>มอบหมายให้ กกพ. การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พิจารณากำหนดอัตราค่าไฟฟ้าสำหรับงวดเดือนกันยายนถึงธันวาคม 2568 ในอัตราไม่เกิน 3.99 บาทต่อหน่วย เว้นแต่จะมีการเปลี่ยนแปลงราคาต้นทุนเชื้อเพลิงอย่างมีนัยสำคัญ โดยให้ดำเนินการทั้งหมดโดยไม่ใช้งบประมาณแผ่นดิน</li>
</ol>
<p><strong>นายพีระพันธุ์ฯ</strong> เปิดเผยว่า ที่ประชุม กพช. ได้รับทราบรายงานผลการดำเนินงานของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเพิ่มเติมสำหรับกลุ่มที่ไม่มีต้นทุนเชื้อเพลิงและขยะอุตสาหกรรมตามแผนการเพิ่มการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด สำหรับปี 2566 – 2573 และเนื่องจากปัจจุบันต้นทุนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนประเภทแสงอาทิตย์และพลังงานลมมีราคาลดลง ทั้งนี้ ที่ประชุมฯ เห็นชอบให้ กกพ. 3 การไฟฟ้า และ สนพ. เจรจากับผู้ประกอบการเอกชนที่ กกพ. ประกาศชื่อให้เป็นผู้ได้รับสิทธิขายไฟฟ้ารายการ 2,180 เมกะวัตต์ โดยอ้างอิงราคาที่ กฟผ. ได้ดำเนินการ เพื่อปรับลดอัตราการรับซื้อไฟฟ้าดังกล่าวลง ตามข้อสังเกตที่นายพีระพันธุ์ฯ ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงฯ เสนอ ทั้งนี้ให้คำนึงที่ผลกระทบค่าไฟฟ้าที่อาจเกิดขึ้น และผลกระทบกับผู้ประกอบการที่ได้ลงทุนไปแล้วด้วย</p>
<p><strong>นายพีระพันธุ์ฯ</strong> ยังเปิดเผยต่อว่า ที่ประชุม กพช. เห็นชอบให้ชะลอการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเพิ่มเติมในกลุ่มที่ไม่มีต้นทุนเชื้อเพลิง และขยะอุตสาหกรรม ภายใต้รูปแบบ Feed-in Tariff (FiT) สำหรับปี 2565 – 2573 ในส่วนที่ยังไม่ดำเนินการปริมาณไฟฟ้า 1,488.5 เมกะวัตต์ และส่วนที่เหลือจากการรับซื้อในกลุ่ม 2,180 เมกะวัตต์ ตามมติ กพช. เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2566 โดยมอบหมายให้ สนพ. ศึกษาทบทวนอัตรารับซื้อไฟฟ้าให้สอดคล้องกับต้นทุนปัจจุบันและแนวโน้มในอนาคต ทั้งนี้ จะไม่มีการรับซื้อไฟฟ้าจนกว่าแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าฉบับใหม่ได้รับความเห็นชอบจาก กพช.</p>
<p>นอกจากนี้ ที่ประชุมได้รับทราบผลศึกษาหลักเกณฑ์การกำหนดโครงสร้างราคาก๊าซธรรมชาติจากอ่าวไทยที่เข้าและออกจากโรงแยกก๊าซธรรมชาติ และความคืบหน้าแนวทางการกำหนดโครงสร้างราคาก๊าซธรรมชาติใหม่ ซึ่งมีสาระสำคัญของแนวทาง ดังนี้ (1) โรงแยกก๊าซธรรมชาติทำหน้าที่เสมือนเป็นโครงสร้างพื้นฐานก๊าซธรรมชาติภายใต้การกำกับดูแลของภาครัฐ (Utility) ในการให้บริการปรับปรุงคุณภาพและแยกผลิตภัณฑ์ให้กับผู้รับบริการทุกราย โดยกำหนดผลตอบแทนการลงทุนจากการประกอบกิจการอยู่ในระดับที่เหมาะสม (2) ราคาก๊าซธรรมชาติในประเทศที่ออกจากโรงแยกก๊าซธรรมชาติ (Sales Gas) ที่นำมาคำนวณใน Pool Gas ควรมีราคาที่ต่ำกว่าราคาเฉลี่ยของก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทย (Gulf Gas) โดยนำมูลค่าเพิ่มของผลิตภัณฑ์ C2+ ที่ได้รับจากการจำหน่ายมาเป็นส่วนลดราคา (Discount) ในสัดส่วนที่เหมาะสม (3) กำหนดต้นทุนก๊าซธรรมชาติให้เหมาะกับการใช้งานในแต่ละภาคส่วน ดังนี้ ก๊าซฯ ที่เข้าและออกจากโรงแยกก๊าซฯ ให้ใช้ต้นทุนราคาก๊าซฯ จากอ่าวไทย (Gulf Gas) ก๊าซฯ ที่นำไปใช้ในการผลิต LPG สำหรับใช้เป็นเชื้อเพลิงให้ใช้ต้นทุนราคาก๊าซฯ จากอ่าวไทย ก๊าซฯ สำหรับภาคไฟฟ้า และ NGV ให้ใช้ราคา Pool Gas ซึ่งเป็นราคาเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักของราคาและปริมาณของก๊าซฯ โดยเรียงลำดับความสำคัญจากแหล่งก๊าซฯ ในประเทศ ก๊าซฯ จากเมียนมา และ LNG ตามลำดับ และก๊าซฯ สำหรับภาคอุตสาหกรรมให้ใช้ต้นทุนจากราคา LNG ซึ่งใกล้เคียงราคาที่ซื้อขายจริงในปัจจุบัน ซึ่งการกำหนดโครงสร้างราคาก๊าซธรรมชาติใหม่นี้ จะส่งผลให้ราคาค่าไฟฟ้าถูกลง และไม่มีผลกระทบต่ออุตสาหกรรมปิโตรเคมี</p>
<p><strong>โดยการดำเนินการต่อไป สนพ. จะดำเนินการหารือกับหน่วยงานและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้อง อาทิ สศช. คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน, บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน), กลุ่มอุตสาหกรรม และผู้ประกอบการค้าก๊าซธรรมชาติ เพื่อสรุปหลักการและจัดทำแนวทางการดำเนินงานในรายละเอียด เพื่อเสนอคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) พิจารณาต่อไป</strong></p>
<hr />
<p>ที่มา: สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/energy-update-052025/">กพช. เห็นชอบอัตราค่าไฟฟ้าประจำงวดปลายปี 2568 ไม่เกิน 3.99 บาทต่อหน่วย ยืนยันไม่ใช้งบประมาณแผ่นดิน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/energy-update-052025/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สนพ. แจงการรับซื้อไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน 5,200 MW ไม่ทำให้ค่าไฟแพง กลับช่วยลดค่าไฟ – หนุนอนาคตพลังงานสะอาดของประเทศ</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/eppo-re-big-lot-5200-mw/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/eppo-re-big-lot-5200-mw/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 23 Apr 2025 01:38:04 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[การรับซื้อไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าไฟฟ้าแพง]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[สนพ.]]></category>
		<category><![CDATA[ไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=38801</guid>

					<description><![CDATA[<p>ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ชี้แจงถึงข้อเท็จจริงในประเด็นที่มีกระแสข่าวและความกังวลเกี่ยวกับการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน (RE Big Lot) จำนวน 5,200 เมกะวัตต์ (MW) ว่าอาจทำให้ค่าไฟฟ้าแพงขึ้นและสร้างภาระงบประมาณแผ่นดินเป็นหลักแสนล้านบาท การยกเลิกการทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน 5,200 MW วัฒนพงษ์ คุโรวาท ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน ระบุว่า การรับซื้อไฟฟ้าปริมาณ 5,203 เมกะวัตต์ RE Big Lot เป็นการดำเนินการจากมติ กพช. ในการประชุมเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2565&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/eppo-re-big-lot-5200-mw/">สนพ. แจงการรับซื้อไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน 5,200 MW ไม่ทำให้ค่าไฟแพง กลับช่วยลดค่าไฟ – หนุนอนาคตพลังงานสะอาดของประเทศ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ชี้แจงถึงข้อเท็จจริงในประเด็นที่มีกระแสข่าวและความกังวลเกี่ยวกับการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน (RE Big Lot) จำนวน 5,200 เมกะวัตต์ (MW) ว่าอาจทำให้ค่าไฟฟ้าแพงขึ้นและสร้างภาระงบประมาณแผ่นดินเป็นหลักแสนล้านบาท</strong></p>
<p><span id="more-38801"></span></p>
<h3>การยกเลิกการทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน 5,200 MW</h3>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>วัฒนพงษ์ คุโรวาท</strong></span> <strong>ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน</strong> ระบุว่า การรับซื้อไฟฟ้าปริมาณ 5,203 เมกะวัตต์ RE Big Lot เป็นการดำเนินการจากมติ กพช. ในการประชุมเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2565 และได้มีการดำเนินการตามขั้นตอนต่าง ๆ ครบถ้วนไปก่อนแล้ว ปัจจุบันมีการลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) แล้วเป็นส่วนใหญ่และบางโครงการได้มีการจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (COD) แล้ว การยกเลิกสัญญาของ RE Big Lot ที่ลงนามไปแล้วจึงไม่อาจจะทำได้ และหากจะมีการยกเลิกโครงการที่ไม่ลงนามในสัญญาส่วนที่เหลือกว่าสิบสัญญา จะทำให้เกิดข้อขัดแย้งกับสัญญาที่ลงนามไปแล้ว และเป็นการดำเนินการแบบ 2 มาตรฐานระหว่างกลุ่มโครงการที่ได้มีการลงนามในสัญญาแล้ว และโครงการที่ยังไม่ได้ลงนามในสัญญา</p>
<h3>การรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน 5,200 MW จะทำให้ค่าไฟฟ้าแพงหรือไม่?</h3>
<p>การรับซื้อไฟฟ้า RE Big Lot มีต้นทุนรับซื้อไฟฟ้าเฉลี่ยประมาณ 2.7 บาทต่อหน่วย (พลังงานแสงอาทิตย์มีอัตรา 2.18 บาทต่อหน่วย พลังงานลมมีอัตรา 3.10 บาทต่อหน่วย พลังงานแสงอาทิตย์ร่วมกับ BESS (ระบบเดินไฟในแบตเตอรี่) มีอัตรา 2.83 บาทต่อหน่วย) ซึ่งมีราคาที่ต่ำกว่าค่าไฟฟ้าขายส่งเฉลี่ย(Grid Parity) ที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ขายให้กับการไฟฟ้าฝ่ายจำหน่าย (การไฟฟ้านครหลวง และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค) โดย ณ เดือน มีนาคม 2568 มีค่าไฟฟ้าขายส่งเฉลี่ยประมาณ 3.18 บาทต่อหน่วย ดังนั้น การรับซื้อไฟฟ้า RE Big Lot จะไม่ทำให้ราคาค่าไฟฟ้าเพิ่มสูงขึ้น แต่ในทางตรงกันข้ามการรับซื้อไฟฟ้า RE Big Lot จะทำให้ค่าไฟฟ้าขายส่งเฉลี่ยลดลง เนื่องจากมีราคารับซื้อไฟฟ้าต่ำกว่าค่าไฟฟ้าขายส่งเฉลี่ย โดยการรับซื้อไฟฟ้าจาก RE Big Lot จะช่วยให้ค่าไฟฟ้าขายส่งเฉลี่ยลดลงประมาณ 4,574 ล้านบาทต่อปี ทั้งนี้ การรับซื้อไฟฟ้าจาก RE Big Lot จะช่วยให้ประเทศไม่เสียโอกาสในการลงทุนในพัฒนาพลังงานหมุนเวียนซึ่งเป็นเชื้อเพลิงพลังงานสะอาดที่มีอัตรารับซื้อในระดับที่เหมาะสมและสามารถแข่งขันได้ ไม่ส่งผลกระทบต่อค่าไฟฟ้าในภาพรวม และช่วยเสริมสร้างเสถียรภาพทางด้านราคาค่าไฟฟ้าของประเทศได้ในระยะยาว</p>
<h3>สนับสนุนเป้าหมายลดคาร์บอน และตอบโจทย์อนาคตพลังงานสะอาดของประเทศ</h3>
<p>เน้นว่าการรับซื้อไฟฟ้า RE Big Lot เป็นการช่วยเพิ่มปริมาณการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในระบบไฟฟ้า และจะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทยให้สามารถบรรลุเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกตามการมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด (Nationally Determined Contribution: NDC) ร้อยละ 30 – 40 ภายในปี ค.ศ. 2030 (พ.ศ. 2573) การบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี ค.ศ. 2050 (พ.ศ. 2593) และบรรลุเป้าหมายการปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ (Net-Zero Carbon Emission) ภายในปี ค.ศ. 2065 (พ.ศ. 2608)</p>
<p><strong>อีกทั้งการเพิ่มการจัดหาไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน จะช่วยเสริมสร้างศักยภาพของประเทศไทยในการรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดของผู้ประกอบการภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม โดยเฉพาะธุรกิจส่งออกที่มีความจำเป็นต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขของมาตรการปรับราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน (Carbon Border Adjustment Mechanism: CBAM) เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดการกีดกันทางการค้าระหว่างประเทศ และเพื่อเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันทางด้านเศรษฐกิจและการลงทุนของประเทศด้วยการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/eppo-re-big-lot-5200-mw/">สนพ. แจงการรับซื้อไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน 5,200 MW ไม่ทำให้ค่าไฟแพง กลับช่วยลดค่าไฟ – หนุนอนาคตพลังงานสะอาดของประเทศ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/eppo-re-big-lot-5200-mw/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กระทรวงพลังงาน ดันร่างกฏหมายปลดล็อกโซลาร์รูฟท็อป – สนพ.เผยความต้องการใช้ไฟฟ้าปี’68 ใกล้เคียงปีนี้</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/energy-update-12-2567/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/energy-update-12-2567/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 30 Dec 2024 02:45:26 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[การผลิตไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[การใช้พลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[โซลาร์รูฟท็อป]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=37345</guid>

					<description><![CDATA[<p>“พีระพันธุ์” เร่งทำผลงานส่งท้ายปี ดันร่างกฏหมายปลดล็อกโซลาร์รูฟท็อป สนพ.เผยความต้องการใช้ไฟฟ้าปี’68 ใกล้เคียงปีนี้ คาดขยายตัวเพียง 2.5% ขณะที่สถิติ 9 เดือนแรกปี’67 ใช้ไฟเพิ่มพรวด 6.1% พิษอากาศร้อน แถมท่องเที่ยวคึกคัก นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า กำลังเตรียมนำเสนอร่างกฎหมายสนับสนุนและส่งเสริมการใช้ไฟฟ้าจากพลังงานจากแสงอาทิตย์ (ระบบโซลาร์รูฟท็อป) เนื่องจากปัจจุบันการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปมีความยุ่งยาก ซับซ้อน และมีราคาแพง รวมถึงมีหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องถึง 5 แห่ง เช่น ที่ทำการท้องถิ่น (เขต),&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/energy-update-12-2567/">กระทรวงพลังงาน ดันร่างกฏหมายปลดล็อกโซลาร์รูฟท็อป – สนพ.เผยความต้องการใช้ไฟฟ้าปี’68 ใกล้เคียงปีนี้</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>“พีระพันธุ์” เร่งทำผลงานส่งท้ายปี ดันร่างกฏหมายปลดล็อกโซลาร์รูฟท็อป สนพ.เผยความต้องการใช้ไฟฟ้าปี’68 ใกล้เคียงปีนี้ คาดขยายตัวเพียง 2.5% ขณะที่สถิติ 9 เดือนแรกปี’67 ใช้ไฟเพิ่มพรวด 6.1% พิษอากาศร้อน แถมท่องเที่ยวคึกคัก</strong></p>
<p><span id="more-37345"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34259" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Peerapan-Saleeratwipak.jpg" alt="พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค" width="740" height="448" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Peerapan-Saleeratwipak.jpg 850w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Peerapan-Saleeratwipak-300x182.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Peerapan-Saleeratwipak-768x465.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Peerapan-Saleeratwipak-150x91.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Peerapan-Saleeratwipak-500x303.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค</strong></span> <strong>รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน</strong> เปิดเผยว่า กำลังเตรียมนำเสนอร่างกฎหมายสนับสนุนและส่งเสริมการใช้ไฟฟ้าจากพลังงานจากแสงอาทิตย์ (ระบบโซลาร์รูฟท็อป) เนื่องจากปัจจุบันการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปมีความยุ่งยาก ซับซ้อน และมีราคาแพง รวมถึงมีหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องถึง 5 แห่ง เช่น ที่ทำการท้องถิ่น (เขต), คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.), การไฟฟ้านครหลวง/การไฟฟ้าภูมิภาค</p>
<p>ทั้งนี้ในช่วงที่ผ่านมากระทรวงอุตสาหกรรมได้นำเสนอร่างกฎหมายต่อคณะรัฐมนตรีให้ยกเว้นการผลิตพลังงานไฟฟ้าจากโซลาร์รูฟท็อปทุกกำลังการผลิตที่ไม่เข้าข่ายเป็นโรงงาน ไม่ต้องขอใบอนุญาตอีก ในขณะที่ กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) ก็เร่งรัดการออกกฎหมายเพื่อปลดล็อคเรื่องการขออนุญาตติดตั้งเช่นกัน ส่วนปัญหาราคาในการติดตั้งอุปกรณ์โซลาร์ที่มีราคาแพงนั้น กระทรวงพลังงานได้มีการวิจัยและพัฒนาอุปกรณ์อินเวอร์เตอร์ในราคาที่ต่ำกว่าท้องตลาดอย่างน้อยครึ่งหนึ่ง ซึ่งผ่านการทดสอบคุณภาพจาก สวทช. ในขั้นตอนแรกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว</p>
<p>นอกจากนี้ ยังมีการวิจัยการประดิษฐ์แบตเตอรี่สำหรับกักเก็บพลังงานไฟฟ้าเพิ่มเติม ทั้งนี้ กระทรวงพลังงานจะนำร่างกฎหมายดังกล่าวเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 25 ธันวาคม 2567</p>
<p>“ผลของกฎหมายนี้จะช่วยให้ประชาชนหลุดพ้นจากภาระค่าไฟแพง ช่วยสร้างอาชีพใหม่ คือ อาชีพติดตั้งโซลาร์เซลล์-รูฟท็อป ได้เตรียมเสริมสร้างทักษะอาชีพที่ผ่านการอบรมจากกระทรวงพลังงาน รวมถึงการปรับปรุงเงื่อนไขของกองทุนสนับสนุนให้กับพี่น้องประชาชนที่ต้องการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปไว้แล้วด้วย” <strong>นายพีระพันธุ์</strong>กล่าว</p>
<h3>คาดรัฐตรึงค่าไฟฟ้ายาวทั้งปี’68</h3>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-30265" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/Wattanapong-EPPO.jpg" alt="วัฒนพงษ์ คุโรวาท" width="740" height="448" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/Wattanapong-EPPO.jpg 850w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/Wattanapong-EPPO-300x182.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/Wattanapong-EPPO-768x465.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/Wattanapong-EPPO-150x91.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/Wattanapong-EPPO-500x303.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท</strong></span> <strong>ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.)</strong> เปิดเผยว่า ความต้องการใช้พลังงานในปี 2568 คาดว่าจะมีแนวโน้มอยู่ในระดับเดียวกันหรือใกล้เคียงกับปี 2567 โดยความต้องการใช้ไฟฟ้าในปี 2568 ยังคงเติบโตตามการขยายตัวของเศรษฐกิจ ประกอบกับการผลิตไฟฟ้านอกระบบทยอยเพิ่มสัดส่วนมากขึ้น รวมถึงการปลดล็อกโซลาร์รูฟท็อป ไม่ต้องขออนุญาต ทำให้หันมาผลิตไฟฟ้าใช้เองในครัวเรือนมากขึ้น</p>
<p>ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) คาดว่า การใช้ไฟฟ้าทั้งในและนอกระบบการไฟฟ้าจะขยายตัว 2.5% ในปี 2568 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และขยายตัว 3.0% ในปี 2569-2571 จากการส่งเสริม Direct PPA/IPS ที่มากขึ้น ขณะที่ค่าไฟฟ้าปี 2568 คาดว่าจะอยู่ในระดับใกล้เคียงปี 2567 ที่ 4.10-4.20 บาท/หน่วย จากนโยบายลดค่าพลังงานของรัฐบาล ที่คาดว่าจะตรึงค่าไฟฟ้าให้ใกล้เคียงกับปี 2567 และไม่เกิน 4.18 บาท/หน่วย ซึ่งในค่าไฟฟ้างวด ม.ค.-เม.ย. 2568 อยู่ที่ 4.15 บาท/หน่วย</p>
<h3>ใช้ไฟฟ้า 9 เดือนปี’67 เพิ่ม 6.1%</h3>
<p>สำหรับการใช้ไฟฟ้าช่วง 9 เดือนของปี 2567 รวมทั้งสิ้น 163,311 จิกะวัตต์ชั่วโมง เพิ่มขึ้น 6.1% โดยการใช้ไฟฟ้าส่วนใหญ่ 41% อยู่ในภาคอุตสาหกรรม มีการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 2.8% ขณะที่การใช้ไฟฟ้าในภาคครัวเรือนเพิ่มขึ้น 9.1% ส่วนหนึ่งเกิดจากสภาพอากาศร้อน ทั้งนี้ คาดการณ์ว่าความต้องการใช้ไฟฟ้าทั้งปี 2567 คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 216,087 ล้านหน่วย (GWh) เพิ่มขึ้น 5.8% เมื่อเทียบกับปี 2566</p>
<p>สอดคล้องกับการใช้ไฟฟ้าที่ขยายตัวจากสภาพอากาศที่ร้อนจัดในช่วงต้นปีจากภาวะเอลนีโญ รวมทั้งการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว และการขยายตัวของภาคการส่งออก ส่งผลให้การใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นในทุกสาขาเศรษฐกิจโดยเฉพาะสาขาธุรกิจและการใช้ไฟฟ้าในบ้านอยู่อาศัยที่มีการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงมาก ซึ่งความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดในระบบ 3 การไฟฟ้า (System Peak) เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2567 เวลา 22.24 น. ที่ระดับ 36,792 เมกะวัตต์ เพิ่มขึ้น 5.6% ซึ่งเป็นไปตามที่ สนพ.คาดการณ์ไว้ว่าช่วงฤดูร้อนของปี 2567 อาจเกิดยอดการใช้ไฟฟ้าสูงสุด (พีก) ของประเทศมากกว่า 35,000 เมกะวัตต์</p>
<h3>อานิสงส์ท่องเที่ยว-ส่งออกฟื้น</h3>
<p>ด้านการใช้ไฟฟ้าในโรงแรมที่เพิ่มขึ้น 12.2% สอดคล้องกับอัตราการเข้าพักแรมในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2567 ซึ่งอยู่ที่ 71% สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยบวกจากแนวโน้มการขยายตัวของเศรษฐกิจภายในประเทศ (GDP) ของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ที่ได้คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจ ปี 2567 จะขยายตัวในช่วง 2.6% ซึ่งมีปัจจัยสนับสนุนที่สำคัญจากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและภาคบริการที่เกี่ยวเนื่อง การขยายตัวของการอุปโภคบริโภคภาคเอกชนและการลงทุนภาครัฐ รวมทั้งการขยายตัวของการส่งออกตามการฟื้นตัวของภาคการค้าระหว่างประเทศ</p>
<hr />
<p>ที่มา: กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/energy-update-12-2567/">กระทรวงพลังงาน ดันร่างกฏหมายปลดล็อกโซลาร์รูฟท็อป – สนพ.เผยความต้องการใช้ไฟฟ้าปี’68 ใกล้เคียงปีนี้</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/energy-update-12-2567/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กระทรวงพลังงาน ปรับลดค่าไฟฟ้าเป็นของขวัญปีใหม่ เหลือ 4.15 บาทต่อหน่วย มีผลตั้งแต่เดือน ม.ค-เม.ย. 2568</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/energy-electricity-jan-apr-2024/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/energy-electricity-jan-apr-2024/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 27 Nov 2024 08:54:01 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าไฟ ม.ค-เม.ย. 2568]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[ปรับลดค่าไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[ลดค่าไฟ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=36872</guid>

					<description><![CDATA[<p>กระทรวงพลังงาน ประกาศปรับลดค่าไฟฟ้า เดือน มค.-มีค. 68 รับปีใหม่ โดยลดจากค่าไฟฟ้าเฉลี่ยในงวดปัจจุบัน (ก.ย.-ธ.ค. 2567) ซึ่งอยู่ที่ 4.18 บาท/หน่วย ลงอีก 3 สตางค์/หน่วย เหลือ 4.15 บาท/หน่วย โดยจะมีผลตั้งแต่เดือน ม.ค-เม.ย. 2568 นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า กระทรวงพลังงานจะประกาศลดค่าไฟฟ้างวดม.ค.-เม.ย. 2568 จากค่าไฟฟ้าเฉลี่ยในงวดปัจจุบัน (ก.ย.-ธ.ค. 2567)&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/energy-electricity-jan-apr-2024/">กระทรวงพลังงาน ปรับลดค่าไฟฟ้าเป็นของขวัญปีใหม่ เหลือ 4.15 บาทต่อหน่วย มีผลตั้งแต่เดือน ม.ค-เม.ย. 2568</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กระทรวงพลังงาน ประกาศปรับลดค่าไฟฟ้า เดือน มค.-มีค. 68 รับปีใหม่ โดยลดจากค่าไฟฟ้าเฉลี่ยในงวดปัจจุบัน (ก.ย.-ธ.ค. 2567) ซึ่งอยู่ที่ 4.18 บาท/หน่วย ลงอีก 3 สตางค์/หน่วย เหลือ 4.15 บาท/หน่วย โดยจะมีผลตั้งแต่เดือน ม.ค-เม.ย. 2568</strong></p>
<p><span id="more-36872"></span></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค</strong></span> <strong>รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน</strong> เปิดเผยว่า กระทรวงพลังงานจะประกาศลดค่าไฟฟ้างวดม.ค.-เม.ย. 2568 จากค่าไฟฟ้าเฉลี่ยในงวดปัจจุบัน (ก.ย.-ธ.ค. 2567) ซึ่งอยู่ที่ 4.18 บาท/หน่วย ลงอีก 3 สตางค์/หน่วย หรือค่าไฟฟ้าจะลดลงเหลือ 4.15 บาท/หน่วย โดยจะมีผลตั้งแต่เดือน ม.ค-เม.ย. 2568 ทั้งนี้เพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพและเป็นของขวัญปีใหม่ 2568 ให้กับพี่น้องชาวไทยทุกคน</p>
<p>“ผมเพิ่งได้รับแจ้งเบื้องต้นเป็นข่าวดีจากทางสำนักงาน กกพ. ซึ่งจะปรับลดค่าไฟในงวดหน้า (ม.ค.-เม.ย.2568) ลงได้อีก และเหลือเฉลี่ยหน่วยละ 4.15 บาท หลังจากที่ผมได้ขอให้ทุกหน่วยงานได้ไปลองดูว่าจะสามารถลดค่าไฟลงได้อีกหรือไม่ เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพให้พี่ น้องประชาชน ในนามรัฐบาลและกระทรวงพลังงานขอถือโอกาสนี้มอบเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับทุกท่าน และขอขอบคุณ กกพ.ในฐานะหน่วยงานหลักขอบคุณ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และปตท.ในการร่วมกันกับรัฐบาลช่วยเหลือพี่ น้องประชาชน” <strong>นายพีระพันธุ์</strong>กล่าว</p>
<p><strong>ภายหลังจากสิ้นสุดกระบวนการรับฟังความคิดเห็นในการประชุมคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ในวันนี้ (27 พ.ย.) ได้มีมติเห็นชอบทบทวนค่าไฟฟ้าผันแปร (ค่าเอฟที) และค่าไฟฟ้าเรียกเก็บงวดเดือนม.ค.-เม.ย. 2568 โดยให้เรียกเก็บลดลงเหลือ 4.15 บาทต่อหน่วย เป็นผลจากการที่ได้มีการทบทวนตัวเลข และประมาณการที่เกี่ยวข้อง ซึ่ง กกพ.จะได้มีการประกาศอย่างเป็นทางการต่อไป</strong></p>
<hr />
<p>ที่มา: กระทรวงพลังงาน</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/energy-electricity-jan-apr-2024/">กระทรวงพลังงาน ปรับลดค่าไฟฟ้าเป็นของขวัญปีใหม่ เหลือ 4.15 บาทต่อหน่วย มีผลตั้งแต่เดือน ม.ค-เม.ย. 2568</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/energy-electricity-jan-apr-2024/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>1 ปี “พีระพันธุ์” เปลี่ยนผ่านพลังงานด้วยแนวทาง รื้อ-ลด-ปลด-สร้าง เดินหน้าลุยต่อ สู่เป้าหมาย “มั่นคง เป็นธรรม และยั่งยืน” เพื่อคนไทยทุกคน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/energy-news-update-2567/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/energy-news-update-2567/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 03 Sep 2024 03:25:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมัน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานแสงอาทิตย์]]></category>
		<category><![CDATA[ราคาน้ำมัน]]></category>
		<category><![CDATA[เชื้อเพลิง]]></category>
		<category><![CDATA[ไฟฟ้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=35603</guid>

					<description><![CDATA[<p>“พีระพันธุ์” สรุปผลงาน 1 ปีขับเคลื่อนกระทรวงพลังงานผ่านแนวทาง รื้อ-ลด-ปลด-สร้าง นำร่องใช้กลไกทางกฎหมายสะสางปัญหาหมักหมมในระบบพลังงานไทยตามทฤษฎีบันได 5 ขั้น ซึ่งสำเร็จลุล่วงไปแล้ว 3 ขั้น ขึ้นปีที่สองคาดบรรลุตามเป้าหมาย สามารถผลักดันทั้งกฎหมายกำกับดูแลการประกอบกิจการค้าน้ำมัน กฎหมายการสํารองน้ำมันของประเทศ และกฎหมายส่งเสริมการใช้ไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ที่จะช่วยสร้างรากฐานด้านพลังงานให้มั่นคง เป็นธรรม และยั่งยืนได้สำเร็จ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยในโอกาสครบ 1 ปีที่เป็นหัวขบวนขับเคลื่อนนโยบายพลังงานตามแนวทาง รื้อ-ลด-ปลด-สร้าง ซึ่งวางเป้าหมายไว้เป็นบันได 5 ขั้นว่า ในช่วง&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/energy-news-update-2567/">1 ปี “พีระพันธุ์” เปลี่ยนผ่านพลังงานด้วยแนวทาง รื้อ-ลด-ปลด-สร้าง เดินหน้าลุยต่อ สู่เป้าหมาย “มั่นคง เป็นธรรม และยั่งยืน” เพื่อคนไทยทุกคน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>“พีระพันธุ์” สรุปผลงาน 1 ปีขับเคลื่อนกระทรวงพลังงานผ่านแนวทาง รื้อ-ลด-ปลด-สร้าง นำร่องใช้กลไกทางกฎหมายสะสางปัญหาหมักหมมในระบบพลังงานไทยตามทฤษฎีบันได 5 ขั้น ซึ่งสำเร็จลุล่วงไปแล้ว 3 ขั้น ขึ้นปีที่สองคาดบรรลุตามเป้าหมาย สามารถผลักดันทั้งกฎหมายกำกับดูแลการประกอบกิจการค้าน้ำมัน กฎหมายการสํารองน้ำมันของประเทศ และกฎหมายส่งเสริมการใช้ไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ที่จะช่วยสร้างรากฐานด้านพลังงานให้มั่นคง เป็นธรรม และยั่งยืนได้สำเร็จ</strong></p>
<p><span id="more-35603"></span></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค</strong></span> <strong>รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน</strong> เปิดเผยในโอกาสครบ 1 ปีที่เป็นหัวขบวนขับเคลื่อนนโยบายพลังงานตามแนวทาง รื้อ-ลด-ปลด-สร้าง ซึ่งวางเป้าหมายไว้เป็นบันได 5 ขั้นว่า ในช่วง 1 ปีแรกสามารถดำเนินการไปถึงบันไดขั้นที่ 3 แล้ว และคาดว่าจะสามารถบรรลุเป้าหมายทั้งหมดได้ในอนาคตอันใกล้นี้ โดยเป้าหมายของ ‘บันไดขั้นที่ 1’ ซึ่งเป็นช่วง 6 เดือนแรกของการทำงานในฐานะ รมว.พลังงาน ก็คือ การตรึงราคาพลังงานเชื้อเพลิง ทั้งค่าไฟฟ้า ราคาน้ำมัน และราคาก๊าซหุงต้ม เพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานไม่ให้สร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชน ขณะเดียวกัน ก็ศึกษากฎหมายที่เกี่ยวข้องกับพลังงานทั้งหมด เพื่อเตรียมหาช่องทางแก้ไขปัญหาด้านพลังงานที่หมักหมมมานานไม่ต่ำกว่า 40 ปี โดยเฉพาะปัญหาเรื่องน้ำมัน และค้นหาวิธีการที่จะรู้ต้นทุนราคาน้ำมันที่กระทรวงพลังงานไม่มีข้อมูลที่แท้จริง และกฎหมายหลายฉบับยังไม่เอื้ออำนวยต่อการบริหารจัดการ ทำให้กระทรวงพลังงานไม่มีอำนาจในการดำเนินการ</p>
<p>‘บันไดขั้นที่ 2’ คือ การหาช่องทางตามกฎหมายปัจจุบันเพื่อให้รู้ต้นทุนราคาน้ำมัน และพบว่ามีช่องทางที่แฝงอยู่ในกฎหมายว่าด้วยการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง จนสามารถออกเป็นประกาศกระทรวงพลังงานที่กําหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจค้าน้ำมันต้องแจ้งต้นทุนราคาน้ำมัน เป็นครั้งแรกในรอบ 51 ปี โดยลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2567 และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 15 เมษายน 2567 ที่ผ่านมา</p>
<p>ทั้งนี้ การรู้ต้นทุนราคาน้ำมันที่แท้จริงทำให้ทราบถึงปัญหาที่จะต้องแก้ไข และได้นำไปดำเนินการต่อใน ‘บันไดขั้นที่ 3’ คือ การรื้อระบบการค้าน้ำมัน ซึ่งต้องหาข้อมูลจำนวนมากเพื่อกำหนดแนวทางดำเนินการและการยกร่างกฎหมายใหม่ให้ครบวงจร โดยขณะนี้ได้ยกร่างต้นฉบับกฎหมายกำกับดูแลการประกอบกิจการค้าน้ำมันซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งของ ‘บันไดขั้นที่ 5’ เสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยร่างกฎหมายมีทั้งหมด 180 มาตรา อยู่ในขั้นตอนตรวจสอบของคณะทำงานผู้เชี่ยวชาญกฎหมายและพลังงาน โดยกฎหมายฉบับนี้จะกำหนดให้การปรับราคาน้ำมันทำได้เดือนละหนึ่งครั้ง ไม่ใช่ปรับทุกวัน และให้ปรับราคาได้ตามความเป็นจริงของต้นทุนน้ำมัน โดยจะนำระบบ Cost Plus ซึ่งหมายถึงระบบที่คิดราคาตามต้นทุนที่แท้จริง เข้าใช้แทนการอ้างอิงราคาน้ำมันต่างประเทศและมีอีกหลายเรื่องที่เป็นประโยชน์กับประชาชน กฎหมายฉบับนี้จะดูแลไปถึงเรื่องของการจำหน่ายก๊าซหุงต้มด้วย</p>
<p>ในกฎหมายฉบับนี้จะเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการขนส่ง ผู้ให้บริการสาธารณะกุศล รวมไปถึงสหกรณ์การเกษตร การประมง สามารถจัดหาน้ำมันมาใช้ได้เอง เพราะถือเป็นการค้าเสรีอย่างแท้จริง ประชาชนต้องมีสิทธิเสรีในการหาพลังงานของตัวเอง ถ้าหากผู้ประกอบการสามารถจัดหาน้ำมันมาใช้เองได้ในราคาที่ถูกกว่าราคาจำหน่ายหน้าปั๊ม ก็สามารถดำเนินการได้เลย จะทำให้ต้นทุนน้ำมันของเกษตรกร ชาวประมง ผู้ประกอบการขนส่งลดลงได้ทันที เมื่อผู้ประกอบการสามารถจัดหาน้ำมันได้ในราคาถูก ต้นทุนก็จะลดลง และเมื่อลดภาระเรื่องราคาน้ำมันแล้ว ก็ต้องลดราคาสินค้าให้ประชาชนด้วย</p>
<p>“กฎหมายที่ผมพูดถึงข้างต้น ผมร่างเองทั้งหมด ผมเริ่มทำมาตั้งแต่เดือนเมษายน 2567 หลังจากที่ผมได้ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับต้นทุนราคาน้ำมัน ซึ่งผมใช้เวลาเที่ยงคืนถึงตี 3 แทบทุกคืน เพื่อร่างกฎหมายฉบับนี้” <strong>นายพีระพันธุ์</strong>กล่าว</p>
<p>สำหรับ ‘บันไดขั้นที่ 4’ ซึ่งกำลังเร่งดำเนินการในขณะนี้ คือ การจัดทำระบบสำรองน้ำมันทางยุทธศาสตร์เพื่อความมั่นคงของประเทศ หรือ SPR (Strategic Petroleum Reserve) เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาน้ำมันให้อยู่ในระดับที่รัฐบาลสามารถควบคุมราคาได้เอง อยู่ระหว่างจัดเตรียมร่างกฎหมายเกี่ยวกับการสํารองน้ำมันของประเทศ หลักการคือจะนำน้ำมันสำรองนี้มาดูแลปัญหาราคาน้ำมันแทนกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง จะเปลี่ยนกองทุนน้ำมันฯ ที่ใช้เงินและสร้างหนี้สาธารณะ ให้กลายมาเป็นทรัพย์สินของประเทศต่อไป</p>
<p>“กองทุนน้ำมันฯ ที่มีน้ำมันสํารองของประเทศ จะเป็นทรัพย์สินของประเทศไม่ใช่ภาระหนี้สินอีกต่อไป ซึ่งตอนนี้ผมเริ่มต้นทำเรื่องนี้แล้ว และเป็นที่น่ายินดีที่ผมนำเรื่องนี้หารือกับทางซาอุดิอาระเบียในช่วงที่เดินทางไปประชุม ทางซาอุฯ เขาเห็นด้วยในหลักการที่จะสนับสนุน พร้อมๆ กับเรื่องการลงทุนด้านการผลิตไฮโดรเจนที่จะเป็นพลังงานแห่งอนาคตอีกอย่างหนึ่ง” <strong>นายพีระพันธุ์</strong>กล่าว</p>
<p>ในปีที่ 2 ของการดำเนินงาน คาดว่าเป้าหมายสุดท้าย ‘บันไดขั้นที่ 5’ คือ การออกกฎหมายสร้างระบบสำรองน้ำมันทางยุทธศาสตร์เพื่อความมั่นคงของประเทศ และกฎหมายกำกับกิจการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง รวมถึงกฎหมายส่งเสริมการใช้ไฟฟ้าจากพลังแสงอาทิตย์ เพื่อสร้างความเป็นธรรมและลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานให้ประชาชนอย่างยั่งยืน จะสำเร็จได้ในเร็ววัน</p>
<p>ด้านไฟฟ้า เรื่องราคาค่าไฟฟ้า ยังคงรักษานโยบายที่จะลดภาระค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้าให้แก่ประชาชน โดยในช่วงแรกที่ได้ปรับราคาค่าไฟฟ้าให้ลงมาอยู่ที่ 3.99 บาทต่อหน่วย ก่อนที่จะขยับขึ้นมาเล็กน้อยเป็น 4.18 บาทต่อหน่วย สำหรับประชาชนทั่วไป เนื่องจากราคาก๊าซในตลาดโลกปรับเพิ่มสูงขึ้น แต่ประชาชนกลุ่มเปราะบางที่ใช้ไฟฟ้าต่ำกว่า 300 หน่วยต่อเดือน ก็ยังใช้ไฟฟ้าที่ราคา 3.99 บาทต่อหน่วยเหมือนเดิม โดยพยายามตรึงราคาค่าไฟฟ้าไว้ให้ถึงที่สุด หากไม่สามารถลดได้ก็ต้องไม่ปรับขึ้น</p>
<p>“ต้นทุนสำคัญที่เป็นตัวแปรให้ค่าไฟแพงอยู่ที่ราคาก๊าซธรรมชาติที่ใช้เป็นเชื้อเพลิง แต่ไม่มีใครลงมือแก้ไขทั้ง ๆ ที่ทราบปัญหา ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ผมได้บริหารจัดการหลายๆ ด้านรวมทั้งการปรับโยกการกำหนดราคาก๊าซธรรมชาติจากอ่าวไทยให้ถูกต้องเหมาะสม เพราะที่ผ่านมา ก๊าซธรรมชาติที่ขุดได้จากอ่าวไทยจํานวนหนึ่งถูกนำไปใช้ในภาคอุตสาหกรรมปิโตรเคมี และซื้อขายในราคาเดียวกับก๊าซหุงต้มของประชาชน ซึ่งเป็นการกําหนดราคาแบบไม่ถูกต้อง” <strong>นายพีระพันธุ์</strong>กล่าว</p>
<p><strong>อย่างไรก็ดี เพื่อให้ประชาชนได้เข้าถึงค่าไฟที่ถูกลงโดยใช้พลังงานแสงอาทิตย์ที่ได้จากการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคา (Solar Rooftop) และขจัดปัญหาความยุ่งยากในการติดตั้งและการขออนุญาต กระทรวงพลังงานเตรียมออกกฎหมายฉบับใหม่เพื่อที่จะกํากับดูแลให้การติดตั้งระบบโซลาร์บนหลังคาบ้าน เพื่อติดตั้งได้สะดวกและง่ายขึ้น และมีมาตรการสนับสนุนเงินทุนในการติดตั้ง การหักค่าใช้จ่ายเพื่อลดหย่อนภาษี โดยคาดว่าจะเสร็จพร้อม ๆ กับกฎหมายน้ำมันภายในปลายปี 2567 นี้ เพื่อมีส่วนช่วยให้ประชาชนหลุดพ้นจากภาระค่าไฟหลักที่ต้องปรับทุก 4 เดือน รวมทั้ง เตรียมสนับสนุนการประดิษฐ์คิดค้นเทคโนโลยีและอุปกรณ์สำหรับการติดตั้งระบบ Solar Rooftop แบตเตอรี่สำหรับกักเก็บพลังงานไว้ใช้ในเวลากลางคืนในราคาถูก ซึ่งอยู่ระหว่างการทดลอง เบื้องต้นก็ได้ผลเป็นที่น่าพอใจ ระบบนี้สามารถใช้กับเครื่องแอร์ได้ 3 เครื่อง ตู้เย็น 1 เครื่อง ประกอบด้วยแผงโซลาร์ เครื่องอินเวอร์เตอร์ และแบตเตอรี่ ทั้งหมดจะอยู่ในวงเงินประมาณ 30,000 บาท ชึ่งจะเป็นราคาต้นทุนการผลิตไม่รวมค่าบริหารจัดการ สามารถใช้ไฟได้ทั้งกลางวันและกลางคืน “ผมมั่นใจว่าในรอบปีที่ 2 ที่ผมดูแลกระทรวงพลังงาน จะมีผลิตภัณฑ์เหล่านี้ออกมาจำหน่ายให้แก่พี่น้องประชาชนในราคาถูก ซึ่งจะลดภาระให้ประชาชนหลุดพ้นจากปัญหาค่าไฟแพงได้” นายพีระพันธุ์กล่าวในท้ายที่สุด</strong></p>
<hr />
<p>ที่มา: กระทรวงพลังงาน</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/energy-news-update-2567/">1 ปี “พีระพันธุ์” เปลี่ยนผ่านพลังงานด้วยแนวทาง รื้อ-ลด-ปลด-สร้าง เดินหน้าลุยต่อ สู่เป้าหมาย “มั่นคง เป็นธรรม และยั่งยืน” เพื่อคนไทยทุกคน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/energy-news-update-2567/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“กกพ” เคาะคงค่าไฟงวดเดือน ก.ย.-ธ.ค. 67 ตรึงราคาเท่าเดิมที่ 4.18 บาท/หน่วย ช่วยเหลือประชาชน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/erc-electricity-update-sep-dec-2024/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/erc-electricity-update-sep-dec-2024/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 02 Aug 2024 09:50:36 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าไฟ]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าไฟงวดเดือน ก.ย.-ธ.ค. 67]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าไฟฟ้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=35092</guid>

					<description><![CDATA[<p>คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เปิดเผยชี้แจงและตอบคำถามการพิจารณาทบทวนค่าไฟฟ้าผันแปร (ค่าเอฟที) และการเรียกเก็บค่าไฟฟ้างวด ก.ย.-ธ.ค. 2567 โดย ดร. พูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการสำนักงาน กกพ. ในฐานะโฆษก เปิดเผยว่า ที่ประชุม กกพ. เมื่อวันที่ 31 ก.ค. ที่ผ่านมา มีมติตรึงราคาค่าไฟในงวดเดือน ก.ย.-ธ.ค. 2567 คงที่ 4.18 บาทต่อหน่วย หรือค่าเอฟทีอยู่ที่ 39.72 สตางค์&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/erc-electricity-update-sep-dec-2024/">“กกพ” เคาะคงค่าไฟงวดเดือน ก.ย.-ธ.ค. 67 ตรึงราคาเท่าเดิมที่ 4.18 บาท/หน่วย ช่วยเหลือประชาชน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เปิดเผยชี้แจงและตอบคำถามการพิจารณาทบทวนค่าไฟฟ้าผันแปร (ค่าเอฟที) และการเรียกเก็บค่าไฟฟ้างวด ก.ย.-ธ.ค. 2567 โดย <span style="color: #6cb742;">ดร. พูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์</span> เลขาธิการสำนักงาน กกพ. ในฐานะโฆษก เปิดเผยว่า ที่ประชุม กกพ. เมื่อวันที่ 31 ก.ค. ที่ผ่านมา มีมติตรึงราคาค่าไฟในงวดเดือน ก.ย.-ธ.ค. 2567 คงที่ 4.18 บาทต่อหน่วย หรือค่าเอฟทีอยู่ที่ 39.72 สตางค์ ในส่วนของผู้ที่ใช้ไฟไม่เกิน 300 หน่วยต่อเดือน จะเรียกเก็บหน่วยละ 3.99 สตางค์ตามเดิม</strong></p>
<p><span id="more-35092"></span></p>
<p>ก่อนหน้านี้ที่ประชุม กกพ. ครั้งที่ 28/2567 ในวันที่ 10 ก.ค.67 มีมติรับทราบภาระต้นทุนการผลิตไฟฟ้าจริงประจำรอบเดือน ม.ค. &#8211; เม.ย. 2567 และเห็นชอบผลการคำนวณประมาณค่าเอฟทีสำหรับวดเดือน ก.ย.-ธ.ค.2567 เป็นที่มาให้สำนักงานงาน กกพ.ได้นำค่าเอฟทีประมาณการและแนวทางในการจ่ายภาระต้นทุนที่เกิดขึ้นจริงของ กฟผ. ไปรับฟังความคิดเห็นทางสาธารณชนผ่านทางเว็บไซต์ กกพ. ตั้งแต่วันที่ 12-26 กรกฎาคม 2567ก่อนที่จะมีการสรุปและประกาศอย่างเป็นทางการภายในช่วงปลายเดือนกรกฎาคมนี้ โดย กกพ.เสนอแนวทาง 3 กรณี ดังนี้</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-35093" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/erc-electricity-update-sep-dec-2024-01.jpg" alt="คงค่าไฟงวดเดือน ก.ย.-ธ.ค. 67 ตรึงราคาเท่าเดิมที่ 4.18 บาท/หน่วย" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/erc-electricity-update-sep-dec-2024-01.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/erc-electricity-update-sep-dec-2024-01-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/erc-electricity-update-sep-dec-2024-01-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/erc-electricity-update-sep-dec-2024-01-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>กรณีที่ 1 จากผลการคำนวณตามสูตรการปรับค่าเอฟที (จ่ายคืนภาระต้นทุนคงค้างทั้งหมด) ทำให้ค่าเอฟทีขายปลีกเท่ากับ 222.71 สตางค์ต่อหน่วย ซึ่งจะเป็นการเรียกเก็บตามผลการคำนวณตามสูตรการปรับค่าเอฟที ที่สะท้อนแนวโน้มต้นทุนเดือนกันยายน-ธันวาคม 2567 จำนวน 34.40 สตางค์ต่อหน่วย และเรียกเก็บเพื่อชดเชยต้นทุนคงค้าง (AF) ที่เกิดขึ้นจริงของ กฟผ. จำนวน 98,495 ล้านบาท (หรือคิดเป็น 163.39 สตางค์ต่อหน่วย) และมูลค่า AFGAS จำนวน 15,083.79 ล้านบาท (หรือคิดเป็น 25.02 สตางค์ต่อหน่วย) รวมทั้งสิ้นจำนวน 188.41 สตางค์ต่อหน่วย โดย กฟผ. จะได้รับเงินที่ภาระต้นทุนค่าเชื้อเพลิงและค่าซื้อไฟฟ้าแทนประชาชนตั้งแต่เดือนกันยายน 2564-เมษายน 2567 ในช่วงสภาวะวิกฤติของราคาพลังงานที่ผ่านมา คืนทั้งหมดภายในเดือนธันวาคม 2567 เพื่อนำไปชำระหนี้เงินกู้เพื่อเสริมสภาพคล่องให้มีสถานะทางการเงินคืนสู่สภาวะปกติโดยเร็ว และรัฐวิสาหกิจที่ประกอบกิจการก๊าซธรรมชาติ จะได้รับเงินคืนส่วนต่างราคาก๊าซธรรมชาติสำหรับภาคไฟฟ้าคืนทั้งหมด ซึ่งเมื่อรวมค่าเอฟที ขายปลึกที่คำนวณได้กับค่าไฟฟ้าฐานที่ 3.78 บาทต่อหน่วย ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ย (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 6.01 บาทต่อหน่วย โดยค่าไฟฟ้าของผู้ใช้ไฟฟ้าทั่วประเทศจะเพิ่มขึ้น 44% จากระดับ 4.18 บาทต่อหน่วย ในงวดปัจจุบัน</p>
<p>กรณีที่ 2 กรณีที่จ่ายคืนภาระต้นทุนคงค้างใน 3 งวด ค่าเอฟทีขายปลีก เท่ากับ 113.78 สตางค์ต่อหน่วย ซึ่งจะสะท้อนแนวโน้มต้นทุนเดือนกันยายน &#8211; ธันวาคม 2567 จำนวน 34.30 สตางค์ต่อหน่วย และทยอยชำระคืนภาระต้นทุนคงค้างที่ กฟผ. กู้เงินมาเพื่อตึงค่าไฟฟ้าตั้งแต่เดือนกันยายน 2564 -เมษายน 2567 ออกเป็น 3 งวด งวดละจำนวน 32,832 ล้านบาท (หรือคิดเป็น 54.46 สตางค์ต่อหน่วย) และมูลค่า AFGAS จำนวน 15,083.79 ล้านบาท (หรือคิดเป็น 25.02 สตางค์ต่อหน่วย) รวมทั้งสิ้นเท่ากับ 79.48 สตางค์ต่อหน่วย เพื่อให้ กฟผ. มีสภาพคล่องทางการเงินที่ดีขึ้น สามารถดำเนินการตามแผนชำระคืนหนี้เงินกู้ที่วางไว้เพื่อรักษาระดับความน่าเชื่อถือ และลดภาระดอกเบี้ยที่มีแนวโน้มสูงขึ้น โดยคาดว่า ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2567 จะมีภาระต้นทุนคงค้างที่ กฟผ. รับภาระแทนประชาชนคงเหลืออยู่ที่ 65,663 ล้านบาท ในขณะที่รัฐวิสาหกิจที่ประกอบกิจการก๊าซธรรมชาติ จะได้รับเงินคืนส่วนต่างราคาก๊าซธรรมชาติสำหรับค่าไฟฟ้าคืนทั้งหมด ซึ่งเมื่อรวมค่าเอฟที ขายปลีกกับค่าไฟฟ้าฐานที่ 3.78 บาทต่อหน่วย ส่งผลให้ค่าเฉลี่ย (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 4.92 บาทต่อหน่วย หรือเพิ่มขึ้น 18% จากงวดปัจจุบัน</p>
<p>กรณีที่ 3 กรณีจ่ายคืนภาระต้นทุนคงค้างใน 6 งวด ค่าเอฟทีขายปลีก เท่ากับ 86.55 สตางค์ต่อหน่วย ซึ่งจะสะท้อนแนวโน้มต้นทุนเดือนกันยายน &#8211; ธันวาคม 2567 จำนวน 34.40 สตางค์ต่อหน่วย และทยอยชำระคืนภาระต้นทุนคงค้างที่ กฟผ. กู้เงินมาเพื่อตรึงค่าไฟฟ้าตั้งแต่เดือนกันยายน 2564 &#8211; เมษายน2567 ออกเป็น 6 งวด งวดละจำนวน 16,416 ล้านบาท (หรือคิดเป็น 27.73 สตางค์ต่อหน่วย) และมูลค่า AFGAS จำนวน 15,083.79 ล้านบาท (หรือคิดเป็น 25.02 สตางค์ต่อหน่วย) รวมทั้งสิ้นเท่ากับ 52.25 สตางค์ต่อหน่วย เพื่อให้ กฟผ. มีสภาพคล่องทางการเงินที่ดีขึ้น สามารถดำเนินการตามแผนชำระคืนหนี้เงินกู้ที่วางไว้ โดยคาดว่าในเดือนธันวาคม 2567 จะมีภาระต้นทุนค้างที่ กฟผ. รับภาระแทนประชาชนคงเหลืออยู่ที่ 82,079 ล้านบาท ในขณะที่รัฐวิสาหกิจที่ประกอบกิจการก๊าซธรรมชาติ จะได้รับเงินคืนทั้งหมด ซึ่งเมื่อรวมค่าเอฟค่าเอฟทีขายปลีกกับค่าไฟฟ้าฐานที่ 3.78 บาทต่อหน่วย ส่งผลให้ค่าไฟเฉลี่ยปรับเพิ่มขึ้นเป็น 4.65 บาทต่อหน่วย หรือเพิ่มขึ้นเป็น 11% จากงวดปัจจุบัน</p>
<p>ผลจากการสำรวจพบว่าประชาชนส่วนใหญ่มีความคิดเห็นให้ตรึงราคาค่าไฟไว้ที่ 4.18บาทต่อหน่วย และไม่เห็นด้วยต่อการขึ้นค่าไฟถึง 26.03% และบางส่วนเห็นด้วยกับกรณีศึกษาที่ 1-3 ซึ่งยอมให้ค่าไฟปรับขึ้น เพื่อให้มีการชำระคืนหนี้ กฟผ.และ ปตท. ให้แล้วเสร็จ</p>
<p>เบื้องต้นมีกำหนดชำระคืนหนี้ต้นทุนเชื้อเพลิงให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือ กฟผ. ส่วนหนึ่งประมาณ 3,200 ล้านบาท ยังเหลือหนี้คงค้างที่ต้องชำระอีก 95,500 ล้านบาท และเหลือหนี้คงค้างส่วนต่างราคาก๊าซที่เกิดขึ้นจริงและราคาก๊าซที่เรียกเก็บที่ยังไม่ได้ชำระคืนให้กับ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) อีก 15,000 ล้านบาท รวมหนี้ทั้งหมดค้างชำระอยู่ประมาณ 1.15 แสนล้านบาท</p>
<p>“หากแนวโน้มค่าเชื้อเพลิงที่เกิดขึ้นในปีหน้ามีอัตราที่ถูกลง ก็อาจจะทำให้ค่าไฟยังคงอยู่ที่ 4.18 เช่นเดิม แต่ว่าจะตึงไว้ในราคานี้ได้นานแค่ไหนนั้น ก็ต้องขึ้นอยู่กับนโยบายของรัฐบาลที่จะเข้ามาสนับสนุนด้วย รวมถึงความสามารถในการใช้จ่ายหนี้และการแบกรับหนี้สินของ กฟผ.ด้วยเช่นกัน ในส่วนของค่าไฟงวดเดือน ม.ค.-เม.ย. ปี 2568 จะมีราคาเป็นอย่างไรนั้น ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ราคาก๊าซธรรมชาติในตลาดโลก โดยหวังว่าเมื่อผ่านพ้นช่วงฤดูหนาวในต่างประเทศแล้ว ความต้องการในการใช้ก๊าซน่าจะมีแนวโน้มที่ลดน้อยลง ส่งผลให้สถานการณ์ราคาก๊าซในตลาดโลกที่เป็นเชื้อเพลิงหลักในการผลิตไฟฟ้าจะมีโอกาสอ่อนตัวลง จากปลายปีนี้ที่ราคาก๊าซจะอยู่ที่ประมาณ 13 เหรียญสหรัฐต่อล้านบีทียู ซึ่งทาง กกพ. ได้ดำเนินการติดตามสถานการณ์อยู่ตลอดและคาดว่าจะอยู่ในวิสัยที่ดูแลได้ แต่ก็ต้องติดตามปัญหาทางภูมิรัฐศาสตร์อย่างใกล้ชิดด้วยเช่นกัน แม้ว่าในตอนนี้ค่าไฟจะมีราคาที่สูง แต่ก็อาจเป็นตัวช่วยให้เกิดการกระตุ้นและการตระหนักรู้ในการประหยัดพลังงาน เพื่อใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ในประเทศให้คุ้มค่ามากที่สุด” ดร. พูลพัฒน์ กล่าวทิ้งท้าย</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/erc-electricity-update-sep-dec-2024/">“กกพ” เคาะคงค่าไฟงวดเดือน ก.ย.-ธ.ค. 67 ตรึงราคาเท่าเดิมที่ 4.18 บาท/หน่วย ช่วยเหลือประชาชน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/erc-electricity-update-sep-dec-2024/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ครม.อนุมัติ ตรึงค่าไฟ งวด ก.ย.-ธ.ค.67 ที่ 4.18 บาท/หน่วย – ตรึงดีเซล 33 บาท/ลิตร ถึง ต.ค.นี้</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/energy-news-update-072567/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/energy-news-update-072567/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 24 Jul 2024 06:12:27 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าไฟ]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าไฟ งวด ก.ย.-ธ.ค.67]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[ราคาดีเซล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=34972</guid>

					<description><![CDATA[<p>มติที่ประชุม ครม. เห็นชอบมาตรการดูแลราคาพลังงานตามที่กระทรวงพลังงานเสนอ คงราคาค่าไฟฟ้างวดเดือน กันยายน &#8211; ธันวาคม 2567 ที่ 4.18 บาท/หน่วย ขณะที่น้ำมันดีเซล คงราคาเดิมที่ไม่เกิน 33 บาท/ลิตร มีผลตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม-31 ตุลาคม 2567 มาตรการดูแลราคาพลังงาน ค่าไฟฟ้า ตรึงระดับ 4.18 บาทต่อหน่วย มีผลตั้งแต่เดือนกันยายน-ธันวาคม 2567 ขณะที่กลุ่มเปราะบางที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 300หน่วย/เดือน ยังสามารถใช้ในราคา&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/energy-news-update-072567/">ครม.อนุมัติ ตรึงค่าไฟ งวด ก.ย.-ธ.ค.67 ที่ 4.18 บาท/หน่วย – ตรึงดีเซล 33 บาท/ลิตร ถึง ต.ค.นี้</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>มติที่ประชุม ครม. เห็นชอบมาตรการดูแลราคาพลังงานตามที่กระทรวงพลังงานเสนอ คงราคาค่าไฟฟ้างวดเดือน กันยายน &#8211; ธันวาคม 2567 ที่ 4.18 บาท/หน่วย ขณะที่น้ำมันดีเซล คงราคาเดิมที่ไม่เกิน 33 บาท/ลิตร มีผลตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม-31 ตุลาคม 2567</strong></p>
<p><span id="more-34972"></span></p>
<p><strong>มาตรการดูแลราคาพลังงาน</strong></p>
<ol>
<li><strong>ค่าไฟฟ้า</strong> ตรึงระดับ 4.18 บาทต่อหน่วย มีผลตั้งแต่เดือนกันยายน-ธันวาคม 2567 ขณะที่กลุ่มเปราะบางที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 300หน่วย/เดือน ยังสามารถใช้ในราคา 3.99 บาท/หน่วยต่อไป ภายใต้แนวทางการบริหารจัดการภาระค่าเชื้อเพลิงร่วมกับ กฟผ. และ ปตท.</li>
<li><strong>น้ำมันดีเซล</strong> ตรึงราคาขายปลีกไม่เกิน 33 บาทต่อลิตร โดยใช้งบประมาณจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงอุดหนุน มีผลตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม-31 ตุลาคม 2567</li>
</ol>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/energy-news-update-072567/">ครม.อนุมัติ ตรึงค่าไฟ งวด ก.ย.-ธ.ค.67 ที่ 4.18 บาท/หน่วย – ตรึงดีเซล 33 บาท/ลิตร ถึง ต.ค.นี้</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/energy-news-update-072567/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กระทรวงพลังงาน เร่งหาแนวทางบริหารจัดการค่าไฟ เพื่อลดภาระค่าไฟฟ้าช่วงเดือน ก.ย. &#8211; ธ.ค. 67</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/energy-electricity-sep-dec-2024/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/energy-electricity-sep-dec-2024/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 17 Jul 2024 08:36:01 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าเอฟที]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าไฟ]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าไฟฟ้า ก.ย. - ธ.ค. 67]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=34858</guid>

					<description><![CDATA[<p>กระทรวงพลังงานย้ำ เร่งหาแนวทางดูแลค่าไฟฟ้าให้กระทบประชาชนน้อยที่สุด กำลังหารือ กกพ. เจรจา กฟผ. ปตท. เพื่อลดภาระค่าไฟฟ้าในช่วงเดือน กันยายน &#8211; ธันวาคม 2567 นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวถึงข้อกังวลของประชาชนและภาคเอกชนเกี่ยวกับ การปรับขึ้นค่าไฟฟ้างวดเดือนกันยายน -ธันวาคม 2567 ว่า กระทรวงพลังงานกำลังเร่งหาแนวทางเพื่อลดภาระค่าครองชีพประขาชน ซึ่งเป็นสิ่งที่ภาครัฐให้ความสำคัญเป็นลำดับแรก โดยกระทรวงพลังงานจะดำเนินการบริหารจัดการและประสานทุกภาคส่วน จะหารือกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) พิจารณาปรับลดค่าไฟฟ้าผันแปร หรือ “ค่าเอฟที” ซึ่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานก็ได้ให้ความสำคัญและได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันในการบริหารต้นทุนค่าไฟเพื่อบรรเทาผลกระทบประชาชน ส่วนที่มีกระแสข่าวว่าค่าไฟของไทยแพงที่สุดในอาเซียนนั้น&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/energy-electricity-sep-dec-2024/">กระทรวงพลังงาน เร่งหาแนวทางบริหารจัดการค่าไฟ เพื่อลดภาระค่าไฟฟ้าช่วงเดือน ก.ย. – ธ.ค. 67</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กระทรวงพลังงานย้ำ เร่งหาแนวทางดูแลค่าไฟฟ้าให้กระทบประชาชนน้อยที่สุด กำลังหารือ กกพ. เจรจา กฟผ. ปตท. เพื่อลดภาระค่าไฟฟ้าในช่วงเดือน กันยายน &#8211; ธันวาคม 2567</strong></p>
<p><span id="more-34858"></span></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ</strong></span> <strong>ปลัดกระทรวงพลังงาน</strong> กล่าวถึงข้อกังวลของประชาชนและภาคเอกชนเกี่ยวกับ การปรับขึ้นค่าไฟฟ้างวดเดือนกันยายน -ธันวาคม 2567 ว่า กระทรวงพลังงานกำลังเร่งหาแนวทางเพื่อลดภาระค่าครองชีพประขาชน ซึ่งเป็นสิ่งที่ภาครัฐให้ความสำคัญเป็นลำดับแรก โดยกระทรวงพลังงานจะดำเนินการบริหารจัดการและประสานทุกภาคส่วน จะหารือกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) พิจารณาปรับลดค่าไฟฟ้าผันแปร หรือ “ค่าเอฟที” ซึ่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานก็ได้ให้ความสำคัญและได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันในการบริหารต้นทุนค่าไฟเพื่อบรรเทาผลกระทบประชาชน</p>
<p>ส่วนที่มีกระแสข่าวว่าค่าไฟของไทยแพงที่สุดในอาเซียนนั้น ไม่เป็นความจริง ค่าไฟของไทยอยู่ในระดับปานกลาง ที่มีข่าวว่าเวียดนามค่าไฟถูกกว่าไทยมากนั้น เนื่องจากเวียดนามใช้ไฟฟ้าจากพลังงานน้ำค่อนข้างมาก จึงทำให้ต้นทุนถูกกว่า แต่เวียดนามก็ไม่มีความเสถียรด้านไฟฟ้า เกิดไฟฟ้าดับบ่อย อินโดนีเซียก็ใช้ถ่านหินก็ทำให้ต้นทุนถูกกว่า</p>
<p>ทั้งนี้ กระทรวงพลังงานต้องพิจารณาสร้างความสมดุลทั้งด้านความมั่นคงไปพร้อมกับราคาที่เหมาะสม เพราะนอกจากไฟฟ้าจะนำมาใช้ในชีวิตประจำวันของประชาชนแล้ว ไฟฟ้ายังเป็นปัจจัยหลักที่หนุนเสริมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจการค้า และการลงทุนของประเทศ ซึ่งในกระบวนการบริหารจัดการ จึงมีเป้าหมายในการรักษาสมดุลทั้งการดูแลค่าครองชีพ การดูแลคุณภาพ ความมั่นคง ความมีเสถียรภาพ เพื่อให้สามารถอยู่ร่วมกันได้ในช่วงที่ราคาพลังงานทั่วโลกผันผวนในระดับสูง</p>
<p>“กระทรวงพลังงาน เข้าใจความรู้สึกของประชาชนและภาคเอกชนที่กังวลถึงค่าไฟฟ้าในงวดเดือนกันยายน &#8211; ธันวาคม 2567 ที่ทาง กกพ. ได้ประกาศออกไป แต่เนื่องจากราคาพลังงานทั่วโลกผันผวนในระดับสูง อีกทั้งกระทรวงพลังงานจะต้องรักษาสมดุลทั้งด้านเสถียรภาพด้านพลังงาน ความน่าเชื่อถือทางการเงินของ กฟผ. รวมทั้งก็คำนึงถึงภาระค่าครองชีพของประชาชน ก็จะพยายามอย่างเต็มที่ในการรักษาสมดุล โดยหาแนวทางพิจารณาค่าไฟฟ้าที่จะทำให้ประชาชนได้รับผลกระทบให้น้อยที่สุด ส่วนในอนาคตก็จะพิจารณาปรับแผน PDP ให้มีความเหมาะสม รับฟังความคิดเห็นรอบด้านเพื่อให้ราคาพลังงานมีความเหมาะสมและยั่งยืนต่อไป” <strong>นายประเสริฐ</strong> กล่าว</p>
<hr />
<p>ที่มา: กระทรวงพลังงาน</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/energy-electricity-sep-dec-2024/">กระทรวงพลังงาน เร่งหาแนวทางบริหารจัดการค่าไฟ เพื่อลดภาระค่าไฟฟ้าช่วงเดือน ก.ย. – ธ.ค. 67</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/energy-electricity-sep-dec-2024/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“กกพ.” เปิดรับฟังความเห็นค่าเอฟทีงวดสุดท้ายปี 2567</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/erc-news-update-12-07-2567/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/erc-news-update-12-07-2567/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 12 Jul 2024 09:13:58 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าเอฟที]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าไฟ]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าไฟ งวดเดือน ก.ย. - ธ.ค. 67]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าไฟฟ้าผันแปร]]></category>
		<category><![CDATA[อัตราค่าไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[อัตราค่าไฟฟ้า 2567]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=34821</guid>

					<description><![CDATA[<p>“กกพ.” ยืนยัน ดูแลค่าครองชีพประชาชนควบคู่ความมั่นคงระบบไฟฟ้า สุดอั้น เผยบาทอ่อน ต่อเนื่องและราคาก๊าซธรรมชาติเหลวที่เริ่มสูงขึ้นดันราคาก๊าซพุ่ง ตลอดจนการจ่ายคืนภาระต้นทุนที่เกิดขึ้น จริง (คงค้าง) กฟผ. และมูลค่าส่วนต่างราคาก๊าซธรรมชาติที่เกิดขึ้นจริงกับราคาก๊าซธรรมชาติที่เรียกเก็บ เดือนกันยายน &#8211; ธันวาคม 2566 ตามมติคณะรัฐมนตรี วันที่ 18 กันยายน 2566 (AFGas) จํานวนเงิน 15,083.79 ล้านบาท ส่งผลให้ทางเลือกค่าเอฟทีที่ต่ําสุดที่ 86.55 สตางค์ต่อหน่วยหรือค่าไฟฟ้า 4.65 บาท ต่อหน่วยตามที่&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/erc-news-update-12-07-2567/">“กกพ.” เปิดรับฟังความเห็นค่าเอฟทีงวดสุดท้ายปี 2567</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>“กกพ.” ยืนยัน ดูแลค่าครองชีพประชาชนควบคู่ความมั่นคงระบบไฟฟ้า สุดอั้น เผยบาทอ่อน ต่อเนื่องและราคาก๊าซธรรมชาติเหลวที่เริ่มสูงขึ้นดันราคาก๊าซพุ่ง ตลอดจนการจ่ายคืนภาระต้นทุนที่เกิดขึ้น จริง (คงค้าง) กฟผ. และมูลค่าส่วนต่างราคาก๊าซธรรมชาติที่เกิดขึ้นจริงกับราคาก๊าซธรรมชาติที่เรียกเก็บ เดือนกันยายน &#8211; ธันวาคม 2566 ตามมติคณะรัฐมนตรี วันที่ 18 กันยายน 2566 (AFGas) จํานวนเงิน 15,083.79 ล้านบาท ส่งผลให้ทางเลือกค่าเอฟทีที่ต่ําสุดที่ 86.55 สตางค์ต่อหน่วยหรือค่าไฟฟ้า 4.65 บาท ต่อหน่วยตามที่ กฟผ. เสนอ โดย กกพ. เปิดรับฟังความเห็น 3 ทางเลือก ตั้งแต่วันที่ 12 &#8211; 26 กรกฎาคม 2567</strong></p>
<p><span id="more-34821"></span></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ดร.พูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์</strong></span> <strong>เลขาธิการสํานักงานคณะกรรมการกํากับกิจการพลังงาน (สํานักงาน กกพ.)</strong> ในฐานะโฆษกคณะกรรมการกํากับกิจการพลังงาน (กกพ.) เปิดเผยว่า จากแนวโน้มค่าเงินบาทเมื่อเทียบกับเงิน ดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนตัวลงจากงวดก่อนหน้า 1.29 บาทต่อเหรียญสหรัฐ (งวด พ.ค. &#8211; ส.ค. 2567) เป็น 36.63 บาทต่อเหรียญสหรัฐ การผลิตไฟฟ้าพลังน้ําในประเทศและต่างประเทศ และการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินแม่เมาะ ซึ่งมีต้นทุนราคาถูกมีความพร้อมในการผลิตลดลง และสถานการณ์ราคาก๊าซธรรมชาติเหลวแบบสัญญาจร (LNG Spot) ในตลาดโลกปรับตัวเพิ่มขึ้นจากงวดก่อนหน้า 3.2 เหรียญสหรัฐต่อล้านบีทียูตามสถานการณ์ ความต้องการใช้ก๊าซธรรมชาติในตลาดโลกที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากกําลังเข้าสู่ฤดูหนาวในปลายปี เป็นสามสาเหตุ หลักซึ่งเป็นปัจจัยที่อยู่นอกเหนือการควบคุมส่งผลให้ต้นทุนค่าเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าปรับตัวสูงขึ้น เมื่อรวม กับการทยอยคืนหนี้ค่าเชื้อเพลิงค้างชําระในงวดก่อนหน้าส่งผลให้ค่าไฟในช่วงปลายปีนี้อาจจะต้องปรับเพิ่ม ค่าไฟฟ้าผันแปร (ค่าเอฟที) ขึ้นในระดับ 46.83-182.99 สตางค์ต่อหน่วย เมื่อรวมกับค่าไฟฟ้าฐานที่ 3.7833 บาทต่อหน่วย ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าเรียกเก็บในงวด ก.ย. &#8211; ธ.ค. 2567 เพิ่มขึ้นเป็น 4.65-6.01 บาทต่อหน่วยจาก งวดก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ 4.18 บาทต่อหน่วย</p>
<p>“ในการพิจารณาค่าไฟฟ้าผันแปร หรือ “ค่าเอฟที” และค่าไฟฟ้า สําหรับงวดเดือน ก.ย. &#8211; ธ.ค. 2567 กกพ. ตระหนักดีและคํานึงถึงผลกระทบทั้งในส่วนของผลกระทบของค่าไฟฟ้าต่อค่าครองชีพของพี่น้อง ประชาชน และความสําคัญในการรักษาไว้ซึ่งความมีเสถียรภาพและความมั่นคงของระบบไฟฟ้าของประเทศ เพราะนอกจากไฟฟ้ายังเป็นปัจจัยหลักที่สําคัญในการดํารงชีพแล้ว ไฟฟ้ายังเป็นปัจจัยหลักที่หนุนเสริมการ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจการค้า และการลงทุนของประเทศ ซึ่งในกระบวนการบริหารจัดการจึงมีเป้าหมายในการ รักษาสมดุลทั้งการดูแลค่าครองชีพ และการดูแลคุณภาพ ความมั่นคง ความมีเสถียรภาพ เพื่อให้สามารถอยู่ ร่วมกันได้ในช่วงที่ภาคพลังงานของประเทศยังไม่กลับเข้าสู่ภาวะปกติอย่างเต็มที่” <strong>ดร.พูลพัฒน์</strong> กล่าว</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-34823" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/erc-news-update-12072567.jpg" alt="3 แนวทาง การพิจารณาค่าไฟฟ้าผันแปร หรือ “ค่าเอฟที” และค่าไฟฟ้า สําหรับงวดเดือน ก.ย. - ธ.ค. 2567" width="850" height="478" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/erc-news-update-12072567.jpg 850w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/erc-news-update-12072567-300x169.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/erc-news-update-12072567-768x432.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/erc-news-update-12072567-150x84.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/erc-news-update-12072567-500x281.jpg 500w" sizes="(max-width: 850px) 100vw, 850px" /></p>
<p><strong>ดร.พูลพัฒน์</strong> กล่าวว่า ปัจจัยในการพิจารณาค่าไฟฟ้างวดสุดท้ายของปีนี้ที่เพิ่มขึ้น ยังคงมาจาก เรื่องต้นทุนเชื้อเพลิงก๊าซทั้งก๊าซในอ่าวไทย และ LNG Spot นําเข้า ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงหลักในการผลิตไฟฟ้า มีราคาสูงขึ้น เพราะก๊าซทั้งสองแหล่งต่างได้รับผลกระทบต่อโครงสร้างต้นทุนจากค่าเงินบาทเมื่อเทียบกับเงิน ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงต่อเนื่องเฉลี่ยอยู่ที่ 36.63 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ จากต้นปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 33 บาทต่อ ดอลลาร์สหรัฐ</p>
<p><strong>อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ช่วงกลางปีที่ผ่านมาภาวะราคา LNG Spot ในตลาดโลกมีการปรับตัวเข้าสู่ภาวะ ปกติอย่างต่อเนื่องทั้งปริมาณและราคาซึ่งเฉลี่ยอยู่ในระดับ 10 &#8211; 12 ดอลลาร์สหรัฐต่อล้านบีทียู และคาดการณ์ ราคามีการปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงปลายปี 2567 ขึ้นมาอยู่ที่เฉลี่ย 13 ดอลลาร์สหรัฐต่อล้านบีทียู เนื่องจาก มีปริมาณความต้องการใช้เพิ่มขึ้นในช่วงฤดูหนาว</strong></p>
<hr />
<p>ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/erc-news-update-12-07-2567/">“กกพ.” เปิดรับฟังความเห็นค่าเอฟทีงวดสุดท้ายปี 2567</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/erc-news-update-12-07-2567/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กกพ. ตรึงค่าเอฟที 39.72 สตางค์/หน่วย คงอัตราค่าไฟ 4.18 บาท/หน่วย ถึง ส.ค. 67</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/electricity-rate-may-aug-2567/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/electricity-rate-may-aug-2567/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 28 Mar 2024 06:52:25 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าไฟ]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[อัตราค่าไฟฟ้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=33071</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายคมกฤช ตันตระวาณิชย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) ในฐานะโฆษกคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เปิดเผยว่า กกพ. ในการประชุมครั้งที่ 15/2567 (ครั้งที่ 900) วันที่ 27 มีนาคม 2567 มีมติเห็นชอบค่าเอฟทีเรียกเก็บในงวดเดือนพฤษภาคม &#8211; สิงหาคม 2567 คงเดิมที่ 39.72 สตางค์ต่อหน่วย เมื่อรวมกับค่าไฟฟ้าฐานที่ 3.7833 บาทต่อหน่วยแล้ว ทำให้ค่าไฟฟ้าเรียกเก็บเฉลี่ย (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) เป็น&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/electricity-rate-may-aug-2567/">กกพ. ตรึงค่าเอฟที 39.72 สตางค์/หน่วย คงอัตราค่าไฟ 4.18 บาท/หน่วย ถึง ส.ค. 67</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong><span style="color: #6cb742;">นายคมกฤช ตันตระวาณิชย์</span> เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) ในฐานะโฆษกคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เปิดเผยว่า กกพ. ในการประชุมครั้งที่ 15/2567 (ครั้งที่ 900) วันที่ 27 มีนาคม 2567 มีมติเห็นชอบค่าเอฟทีเรียกเก็บในงวดเดือนพฤษภาคม &#8211; สิงหาคม 2567 คงเดิมที่ 39.72 สตางค์ต่อหน่วย เมื่อรวมกับค่าไฟฟ้าฐานที่ 3.7833 บาทต่อหน่วยแล้ว ทำให้ค่าไฟฟ้าเรียกเก็บเฉลี่ย (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) เป็น 4.1805 บาทต่อหน่วย เท่ากับค่าไฟฟ้าเฉลี่ยในงวดปัจจุบัน</strong></p>
<p><span id="more-33071"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-17369" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/06/Komkrit-ERC.jpg" alt="นายคมกฤช ตันตระวาณิชย์" width="398" height="514" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/06/Komkrit-ERC.jpg 398w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/06/Komkrit-ERC-232x300.jpg 232w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/06/Komkrit-ERC-150x194.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/06/Komkrit-ERC-387x500.jpg 387w" sizes="(max-width: 398px) 100vw, 398px" /></p>
<p>ทั้งนี้ สำนักงาน กกพ. ได้เปิดรับฟังความเห็นผลการคำนวณค่าเอฟทีสำหรับเรียกเก็บในงวดเดือนพฤษภาคม &#8211; สิงหาคม 2567 ผ่านทางเว็บไซต์สำนักงาน กกพ. ตั้งแต่วันที่ 8 &#8211; 22 มีนาคม 2567 โดยมีผู้เข้าร่วมแสดงความเห็นจำนวนทั้งสิ้น 147 ความเห็น แบ่งเป็นการแสดงความเห็นต่อค่าเอฟทีตามกรณีศึกษาที่ กกพ. เสนอรวมทั้งสิ้น 61 ความเห็น แสดงความเห็นโดยเสนอค่าเอฟทีอื่นๆ นอกเหนือจากกรณีศึกษารวม 50 ความเห็น และความเห็นในลักษณะข้อซักถามหรือคำถามอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวกับค่าเอฟทีจำนวน 36 ความเห็น โดยสามารถสรุปผลการรับฟังความคิดเห็นเป็นสัดส่วนร้อยละได้ ดังนี้</p>
<ul>
<li>เห็นด้วยกับกรณีศึกษาที่ 1 (ค่าเอฟที 165.24 สตางค์ต่อหน่วย) จำนวนร้อยละ 4.1</li>
<li>เห็นด้วยกับกรณีศึกษาที่ 2 (ค่าเอฟที 55.72 สตางค์ต่อหน่วย) จำนวนร้อยละ 5.4</li>
<li>เห็นด้วยกับกรณีศึกษาที่ 3 (ค่าเอฟที 39.72 สตางค์ต่อหน่วย) จำนวนร้อยละ 32.0</li>
<li>ข้อเสนอค่าเอฟทีอื่นๆ นอกเหนือกรณีศึกษา จำนวนร้อยละ 34.0</li>
<li>ข้อซักถามหรือคำถามอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวกับค่าเอฟที จำนวนร้อยละ 24.5</li>
</ul>
<p><strong>นายคมกฤช</strong> ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า การใช้ไฟฟ้าในระบบของ กฟผ. มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจึงจำเป็นต้องนำเข้า LNG เพื่อเป็นเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้นในการผลิตไฟฟ้า ดังนั้น ในช่วงฤดูร้อนที่กำลังจะมาถึง สำนักงาน กกพ. จึงขอเชิญชวนผู้ใช้ไฟฟ้าร่วมกันตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้า เช่น ตู้เย็น เครื่องปรับอากาศ ให้มีสภาพการใช้งานที่ดี เพื่อประหยัดการใช้ไฟฟ้าในช่วงเวลาที่มีสภาพอากาศร้อน รวมทั้งการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าได้ง่ายๆ 5 ป. ได้แก่ ปลด หรือถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าลดการใช้ไฟฟ้าเมื่อใช้งานเสร็จ ปิด หรือดับไฟเมื่อเลิกใช้งาน ปรับ อุณหภูมิเครื่องปรับอากาศให้อยู่ที่ 26 องศา เปลี่ยน มาใช้อุปกรณ์ประหยัดไฟเบอร์ 5 ปลูกต้นไม้เพิ่มขึ้นเพื่อลดอุณหภูมิภายในบ้าน ซึ่งทั้ง 5 ป. จะช่วยลดการนำเข้า LNG ลดการเกิดการใช้ไฟฟ้าสูงสุดรอบใหม่ (New Peak Demand) ในระบบไฟฟ้าและยังช่วยลดภาระค่าไฟฟ้าของผู้ใช้ไฟฟ้าเองด้วย”</p>
<hr />
<p>ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/electricity-rate-may-aug-2567/">กกพ. ตรึงค่าเอฟที 39.72 สตางค์/หน่วย คงอัตราค่าไฟ 4.18 บาท/หน่วย ถึง ส.ค. 67</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/electricity-rate-may-aug-2567/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กกพ. ประกาศอัตราค่าไฟฟ้างวดใหม่ ม.ค. – เม.ย. 67 อัตรา 4.18 บาทต่อหน่วย</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/electricity-rate-jan-apr-2567/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/electricity-rate-jan-apr-2567/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 11 Jan 2024 02:11:45 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าไฟ]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[อัตราค่าไฟฟ้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=31684</guid>

					<description><![CDATA[<p>คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ประกาศอัตราค่าไฟฟ้าสำหรับงวดใหม่ เดือนมกราคม ถึง เมษายน 2567 ในอัตรา 4.18 บาทต่อหน่วย เพื่อลดภาระค่าครองชีพประชาชน แม้ค่าก๊าซจะเพิ่มสูงขึ้นกว่ารอบที่แล้วมากก็ตาม 11 มกราคม 2567 &#8211; นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ออกมาเปิดเผยว่า คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ได้ประกาศอัตราค่าไฟฟ้าสำหรับงวดเดือนมกราคมถึงเมษายน 2567 แล้วในอัตรา 4.18 บาทต่อหน่วย โดยนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/electricity-rate-jan-apr-2567/">กกพ. ประกาศอัตราค่าไฟฟ้างวดใหม่ ม.ค. – เม.ย. 67 อัตรา 4.18 บาทต่อหน่วย</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ประกาศอัตราค่าไฟฟ้าสำหรับงวดใหม่ เดือนมกราคม ถึง เมษายน 2567 ในอัตรา 4.18 บาทต่อหน่วย เพื่อลดภาระค่าครองชีพประชาชน แม้ค่าก๊าซจะเพิ่มสูงขึ้นกว่ารอบที่แล้วมากก็ตาม</strong></p>
<p><span id="more-31684"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-31686" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/rudklao.suwankiri.jpg" alt="" width="625" height="416" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/rudklao.suwankiri.jpg 625w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/rudklao.suwankiri-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/rudklao.suwankiri-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/rudklao.suwankiri-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 625px) 100vw, 625px" /></p>
<p>11 มกราคม 2567 &#8211; <span style="color: #6cb742;"><strong>นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี</strong></span> รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ออกมาเปิดเผยว่า คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ได้ประกาศอัตราค่าไฟฟ้าสำหรับงวดเดือนมกราคมถึงเมษายน 2567 แล้วในอัตรา 4.18 บาทต่อหน่วย โดยนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ระบุว่า​ แม้ค่าก๊าซจะเพิ่มสูงขึ้นกว่ารอบที่แล้วมากก็ตาม แต่ก็ต้องขอขอบคุณ กฟผ. ปตท. ทุกหน่วยงานและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะคณะกรรมการ กกพ. นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน นายณอคุณ สิทธิพงศ์ ประธานที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ที่ประสานงานและติดตามการดำเนินการมาโดยตลอด จนประสบความสำเร็จอีกครั้ง ซึ่งนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและกระทรวงการคลัง และ ครม. ที่ให้การสนับสนุนข้อเสนอของกระทรวงพลังงานเสมอมาและอนุมัติงบกลางเพื่อช่วยยืนอัตราค่าไฟฟ้าให้พี่น้องประชาชน 17.77 ล้านรายที่ ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 300 หน่วย ในอัตราค่าใช้ไฟฟ้าเดิมที่ 3.99 บาทต่อหน่วย</p>
<p><strong>นางรัดเกล้า</strong> ยังกล่าวว่า หลังจากนี้ จะมีการรายงานให้ ครม. ได้รับทราบต่อไป ทั้งนี้ประชาชนทั่วไปบิลค่าไฟเดือนมกราคม ก็อยู่ในอัตรา หน่วยละ 4.18 บาท ทันที โดยถือเป็นความตั้งใจของรัฐบาลที่ได้ “ทำแล้ว” ตามสัญญา เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน อย่างไรก็ตาม ในส่วนของกลุ่มเปราะบาง ที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 300 หน่วยต่อเดือน​ ได้เริ่มดำเนินการไปแล้ว โดยงวด ม.ค.-เม.ย. 67 คงไว้ที่อัตราเดิม 3.99 บาท/หน่วย จำนวน 17.7 ล้านครัวเรือน ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นมาตรการที่รัฐบาลชุดนี้ดำเนินการเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายประชาชนอย่างต่อเนื่อง</p>
<hr />
<p>ที่มา: สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/electricity-rate-jan-apr-2567/">กกพ. ประกาศอัตราค่าไฟฟ้างวดใหม่ ม.ค. – เม.ย. 67 อัตรา 4.18 บาทต่อหน่วย</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/electricity-rate-jan-apr-2567/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>พลังงาน เตรียมหารือ กกพ. &#8211; สำนักงบฯ หาช่องทางปรับลดค่าไฟ รอบเดือน ม.ค. &#8211; เม.ย. 67 คาดได้คำตอบภายใน ธ.ค. นี้</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/energy-update-01122566/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/energy-update-01122566/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 01 Dec 2023 08:14:24 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[ค่า Ft]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าไฟ]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[แก้ปัญหาไฟแพง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=31241</guid>

					<description><![CDATA[<p>กระทรวงพลังงานเตรียมหารือ สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน และ สำนักงบประมาณ เพื่อร่วมกันหาแนวทางในการปรับลดค่าไฟฟ้ารอบใหม่ ช่วงเดือนมกราคม – เมษายน 2567 แม้ราคาก๊าซธรรมชาติที่ยังคงผันผวนในระดับที่สูง ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ค่าไฟเพิ่มสูงขึ้น แต่จะพยายามหามาตรการเพื่อลดค่าไฟให้ทันภายในเดือนธันวาคมนี้ 1 ธันวาคม 2566 &#8211; นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า จากที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานได้ประกาศผลการรับฟังความคิดเห็นค่า Ft หรือค่าไฟฟ้าผันแปรรอบเดือนมกราคม &#8211; เมษายน 2567 โดยมีมติเห็นชอบให้ปรับค่า Ft ที่ 89.55&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/energy-update-01122566/">พลังงาน เตรียมหารือ กกพ. – สำนักงบฯ หาช่องทางปรับลดค่าไฟ รอบเดือน ม.ค. – เม.ย. 67 คาดได้คำตอบภายใน ธ.ค. นี้</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กระทรวงพลังงานเตรียมหารือ สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน และ สำนักงบประมาณ เพื่อร่วมกันหาแนวทางในการปรับลดค่าไฟฟ้ารอบใหม่ ช่วงเดือนมกราคม – เมษายน 2567 แม้ราคาก๊าซธรรมชาติที่ยังคงผันผวนในระดับที่สูง ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ค่าไฟเพิ่มสูงขึ้น แต่จะพยายามหามาตรการเพื่อลดค่าไฟให้ทันภายในเดือนธันวาคมนี้</strong></p>
<p><span id="more-31241"></span></p>
<p>1 ธันวาคม 2566 &#8211; <span style="color: #6cb742;"><strong>นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ</strong></span> <strong>ปลัดกระทรวงพลังงาน</strong> กล่าวว่า จากที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานได้ประกาศผลการรับฟังความคิดเห็นค่า Ft หรือค่าไฟฟ้าผันแปรรอบเดือนมกราคม &#8211; เมษายน 2567 โดยมีมติเห็นชอบให้ปรับค่า Ft ที่ 89.55 สตางค์ต่อหน่วย ส่งผลให้ค่าไฟเฉลี่ยอยู่ที่ 4.68 บาทต่อหน่วย ซึ่งค่า Ft ที่ปรับเพิ่มขึ้นนี้สะท้อนถึงต้นทุนค่าเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้น และส่วนหนึ่งเป็นการคืนต้นทุนค่าเชื้อเพลิงที่ กฟผ. รับภาระไว้บางส่วน เพื่อให้ กฟผ. มีสภาพคล่องในการดำเนินงานและชำระคืนเงินกู้เท่าที่จำเป็น</p>
<p>กระทรวงพลังงานขอชี้แจงว่า ค่าไฟฟ้าที่ปรับขึ้นในครั้งนี้ จะอยู่ในส่วนของค่า Ft ซึ่งเกิดจากการคำนวณต้นทุนค่าเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้า ที่ผ่านมา ต้นทุนค่าเชื้อเพลิงหลักของค่าไฟฟ้าคือก๊าซธรรมชาติ ซึ่งราคามีความผันผวนอยู่ในระดับสูง เป็นผลมาจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน และในช่วงนี้ เป็นช่วงฤดูหนาวของกลุ่มประเทศตะวันตก ทำให้ความต้องการก๊าซธรรมชาติเพิ่มสูงขึ้น ราคาในตลาดโลกจึงปรับตัวสูงขึ้นตาม กอปรกับที่ผ่านมา ประเทศไทยอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านผู้รับสัมปทานผลิตก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทย จึงทำให้การผลิตก๊าซธรรมชาติลดน้อยลง จำเป็นต้องนำเข้าจากต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น แต่คาดว่าจะสามารถกลับมาผลิตในภาวะปกติได้ในช่วงเดือนเมษายน 2567</p>
<p>“ค่าไฟฟ้าที่ทาง กกพ. ปรับเพิ่มขึ้น อยู่ในส่วนของค่า Ft หรือค่าไฟฟ้าผันแปร ซึ่งมีการปรับเปลี่ยนไปตามต้นทุนค่าเชื้อเพลิงที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้า หากย้อนดูค่า Ft ในอดีตก่อนเกิดสงครามรัสเซีย-ยูเครนจะพบว่า ค่า Ft ของไทยติดลบมาโดยตลอด จนกระทั่งเกิดสงคราม ซึ่งรัสเซียเป็นผู้ส่งออกก๊าซธรรมชาติรายใหญ่ของโลก เมื่อไม่สามารถส่งออกก๊าซธรรมชาติได้ ทำให้ราคาก๊าซธรรมชาติทั่วโลกปรับตัวสูงขึ้น จึงส่งผลกระทบต่อค่า Ft ที่ผ่านมา กระทรวงพลังงาน ก็มีแผนปรับลดการใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้า และเพิ่มพลังงานหมุนเวียนซึ่งเป็นพลังงานสะอาด แต่ด้วยพลังงานหมุนเวียนยังมีต้นทุนที่ค่อนข้างสูง หากนำมาใช้มากเกินไปอาจจะยิ่งกระทบต่อค่าไฟฟ้ามากขึ้น และหลังจากที่ กกพ. ประกาศค่า Ft รอบเดือนมกราคม &#8211; เมษายน 2567 หลายฝ่ายก็กังวลถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นทั้งกับภาคประชาชนและภาคเอกชน กระทรวงพลังงานจึงเตรียมหารือกับ กกพ. เพื่อให้พิจารณาการคำนวณค่า Ft ว่าจะมีส่วนใดบ้างที่สามารถปรับลดได้เพิ่มขึ้นบ้าง เบื้องต้นคาดว่าจะมีการปรับโครงสร้างราคาพลังงานให้มีความเป็นธรรมมากขึ้น มีการเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าจากแหล่งที่มีต้นทุนต่ำ รวมทั้งจะหารือกับสำนักงบประมาณเพื่อของบกลางมาช่วยเหลือเพื่อลดค่าไฟฟ้าสำหรับกลุ่มเปราะบาง พร้อมทั้งการเพิ่มการใช้พลังงานสะอาด และรณรงค์การอนุรักษ์พลังงาน ผมขอยืนยันว่า กระทรวงพลังงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพยายามบริหารจัดการค่าไฟฟ้ามาโดยตลอด แต่ด้วยสถานการณ์ด้านราคาก๊าซธรรมชาติในตลาดโลกที่อยู่ในระดับสูง ก็จะพยายามทางหาลดให้ได้ ซึ่งเบื้องต้นคาดว่าจะลดค่าไฟฟ้าให้เหลือได้ประมาณ 4.20 บาทต่อหน่วย” <strong>นายประเสริฐ</strong> กล่าว</p>
<hr />
<p>ที่มา: กระทรวงพลังงาน</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/energy-update-01122566/">พลังงาน เตรียมหารือ กกพ. – สำนักงบฯ หาช่องทางปรับลดค่าไฟ รอบเดือน ม.ค. – เม.ย. 67 คาดได้คำตอบภายใน ธ.ค. นี้</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/energy-update-01122566/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
