<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>งานวิจัยคาร์บอนป่าเต็งรัง | Green Network</title>
	<atom:link href="https://www.greennetworkthailand.com/tag/%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b9%87%e0%b8%87/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Thu, 18 Dec 2025 09:45:00 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.0</generator>

<image>
	<url>https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/green-network-50x50.png</url>
	<title>งานวิจัยคาร์บอนป่าเต็งรัง | Green Network</title>
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>มจธ. ผนึกเครือข่าย SUN Thailand ใช้งานวิจัยคาร์บอนป่าเต็งรัง สร้างต้นแบบมหาวิทยาลัยยั่งยืนจากพื้นที่จริง</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/kmutt-sun-thailand/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 18 Dec 2025 09:45:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Report]]></category>
		<category><![CDATA[งานวิจัยคาร์บอนป่าเต็งรัง]]></category>
		<category><![CDATA[ต้นแบบมหาวิทยาลัยยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=42477</guid>

					<description><![CDATA[<p> “การพัฒนาที่ยั่งยืน” (SDGs) ถือเป็นส่วนหนึ่งของกรอบการพัฒนาที่สำคัญระดับโลก ซึ่งปัจจุบันทุกภาคส่วนต่างให้ความสำคัญกับแนวคิดนี้ โดยมีเป้าหมายในการส่งเสริมความยั่งยืนของทรัพยากรธรรมชาติ การพัฒนาเศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของมนุษย์ ซึ่งจะส่งผลดีต่อคนรุ่นต่อไปในอนาคต โดยสถาบันการศึกษานอกจากจะเป็นภาคส่วนสำคัญในการผลิตบัณฑิตที่มีความรู้ ความเข้าใจ และตระหนักในความสำคัญของการพัฒนาที่ยั่งยืนแล้ว ยังสามารถสร้างรูปธรรมของการพัฒนาอย่างยั่งยืนให้เกิดขึ้นได้ จึงเป็นที่มาของ เครือข่ายมหาวิทยาลัยยั่งยืนแห่งประเทศไทย (Sustainable University Network of Thailand: SUN Thailand) ที่ต้องการให้เกิดการเรียนรู้และแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับการขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยสู่ความยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs) ในระดับอุดมศึกษา ที่เกี่ยวกับการดำเนินงานสู่ Net&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/kmutt-sun-thailand/">มจธ. ผนึกเครือข่าย SUN Thailand ใช้งานวิจัยคาร์บอนป่าเต็งรัง สร้างต้นแบบมหาวิทยาลัยยั่งยืนจากพื้นที่จริง</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong> “การพัฒนาที่ยั่งยืน” (SDGs) ถือเป็นส่วนหนึ่งของกรอบการพัฒนาที่สำคัญระดับโลก ซึ่งปัจจุบันทุกภาคส่วนต่างให้ความสำคัญกับแนวคิดนี้ โดยมีเป้าหมายในการส่งเสริมความยั่งยืนของทรัพยากรธรรมชาติ การพัฒนาเศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของมนุษย์ ซึ่งจะส่งผลดีต่อคนรุ่นต่อไปในอนาคต โดยสถาบันการศึกษานอกจากจะเป็นภาคส่วนสำคัญในการผลิตบัณฑิตที่มีความรู้ ความเข้าใจ และตระหนักในความสำคัญของการพัฒนาที่ยั่งยืนแล้ว ยังสามารถสร้างรูปธรรมของการพัฒนาอย่างยั่งยืนให้เกิดขึ้นได้</strong></p>
<p><span id="more-42477"></span></p>
<p>จึงเป็นที่มาของ <strong>เครือข่ายมหาวิทยาลัยยั่งยืนแห่งประเทศไทย</strong> (Sustainable University Network of Thailand: SUN Thailand) ที่ต้องการให้เกิดการเรียนรู้และแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับการขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยสู่ความยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs) ในระดับอุดมศึกษา ที่เกี่ยวกับการดำเนินงานสู่ Net Zero Campus และการส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน ด้วยการบูรณาการองค์ความรู้กับบริบทพื้นที่</p>
<p>ล่าสุด <strong>มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี </strong><strong>(มจธ</strong><strong>.)</strong> ได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดงานประชุม ประจำปีเครือข่ายมหาวิทยาลัยยั่งยืนแห่งประเทศไทย (SUN Thailand) สัญจร ครั้งที่ 3 ประจำปี 2568 ระหว่างวันที่ 14-16 ธันวาคม 2568 ภายใต้แนวคิด “Crafting Sustainable Future Society by Residential College: สร้างสรรค์สังคมสู่วิถีความยั่งยืน ด้วยอาศรมแห่งการเรียนรู้” ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) อ.จอมบึง จ.ราชบุรี</p>
<p style="text-align: center;"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42479" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/kmutt-sun-thailand-02.jpg" alt="รศ. ดร.สุวิทย์ แซ่เตีย" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/kmutt-sun-thailand-02.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/kmutt-sun-thailand-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/kmutt-sun-thailand-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/kmutt-sun-thailand-02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>รศ</strong><strong>. ดร</strong></span><strong><span style="color: #6cb742;">.สุวิทย์ แซ่เตีย</span> อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี </strong><strong>(มจธ</strong><strong>.)</strong> กล่าวว่า การขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ของมหาวิทยาลัยไทย โดยเฉพาะกลุ่มมหาวิทยาลัยหลักในเครือข่าย SUN Thailand จำเป็นต้องก้าวพ้นบทบาทการเรียนการสอนในห้องเรียน สู่การเป็นกลไกสร้างการเปลี่ยนแปลงในสังคม ทั้งการปลูกฝังความตระหนักด้านความยั่งยืนให้คนรุ่นใหม่ การลดความเหลื่อมล้ำ และการเปิดพื้นที่การเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) ให้ประชาชนทุกช่วงวัยเข้าถึงทักษะใหม่ ๆ ตามพระราชบัญญัติอุดมศึกษา ซึ่งไม่เพียงช่วยยกระดับคุณภาพคน แต่ยังเอื้อต่อการลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานของสถาบัน และเสริมสร้าง Soft Power ด้านการศึกษาของประเทศในระยะยาว</p>
<p>ขณะเดียวกัน มหาวิทยาลัยฯ ต้องทำหน้าที่เป็น “ต้นแบบ” ด้านความเป็นกลางทางคาร์บอน โดย มจธ. ได้ประกาศเป้าหมาย Carbon Neutrality ภายในปี 2040 เร็วกว่ากรอบประเทศที่ตั้งไว้ปี 2050 และนำองค์ความรู้จากงานวิจัยต่อเนื่องกว่า 10 ปีมาใช้จริง ตั้งแต่การลดการใช้พลังงาน การออกแบบอาคารและภูมิทัศน์เพื่อลดอุณหภูมิ การเรียนการสอนแบบไฮบริด ไปจนถึงการวิจัยการดูดซับคาร์บอนของป่าดิบแล้งแบบเต็งรัง เพื่อสร้างข้อมูลเชิงประจักษ์ที่สามารถอ้างอิงได้จริงในระบบคาร์บอนเครดิตและการซื้อขายคาร์บอน ทั้งในระดับสถาบัน ภาคอุตสาหกรรม และภาคสังคม โดยเพียงลดอุณหภูมิพื้นที่ภายในมหาวิทยาลัยลง 2–3 องศาเซลเซียส ก็สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องปรับอากาศและลดการใช้ไฟฟ้าได้อย่างมีนัยสำคัญ</p>
<p>ทั้งนี้ ความร่วมมือของมหาวิทยาลัยในเครือข่าย SUN Thailand ทำให้องค์ความรู้ด้าน SDGs และ Carbon Neutrality ถูกนำไปใช้ช่วยเหลือสังคมอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งการลดการปล่อยคาร์บอน การประหยัดพลังงาน การสนับสนุนโรงเรียนขาดโอกาส และการสร้างความเข้าใจเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแก่เยาวชน ส่งผลให้เครือข่ายที่เริ่มต้นเพียง 16 แห่งในปี 2558 ขยายตัวกว่า 60 แห่งในปัจจุบัน สะท้อนพลังของการทำงานร่วมกันของมหาวิทยาลัย ที่ไม่เพียงลดต้นทุนพลังงานของตนเอง แต่ยังยกระดับองค์ความรู้ สร้าง Soft Power ทางการศึกษา และมีบทบาทสำคัญในการพาประเทศไทยก้าวสู่ความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม</p>
<p>“การทำ Baseline การปล่อยก๊าซเรือนกระจก เราดำเนินการตามมาตรฐาน ครอบคลุมทั้ง Scope 1, 2 และ 3 โดย Scope 1 และ 2 ค่อนข้างนิ่งและบริหารจัดการได้ชัดเจน แต่ความท้าทายจริง ๆ อยู่ที่ Scope 3 เพราะเกี่ยวข้องกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจำนวนมาก ข้อมูลจึงขยับและเปลี่ยนตลอดเวลา เราจึงต้องเก็บข้อมูลอย่างต่อเนื่อง ทั้งเรื่องพลังงาน ขยะ และกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อให้เห็นภาพที่ใกล้เคียงความจริงมากที่สุด และใช้เป็นฐานในการวางแผนลดการปล่อยคาร์บอนอย่างเป็นระบบ” <strong>รศ</strong><strong>. ดร</strong><strong>.สุวิทย์ </strong>กล่าว</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-42480 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/kmutt-sun-thailand-03.jpg" alt="รศ.ดร.อำนาจ ชิดไธสง" width="751" height="563" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/kmutt-sun-thailand-03.jpg 751w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/kmutt-sun-thailand-03-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/kmutt-sun-thailand-03-150x112.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/kmutt-sun-thailand-03-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 751px) 100vw, 751px" /></p>
<p>การต่อยอดจากแนวคิดของมหาวิทยาลัยที่ทำหน้าที่มากกว่าพื้นที่การเรียนการสอน และก้าวสู่การเป็น “ต้นแบบเชิงปฏิบัติ” ด้านความเป็นกลางทางคาร์บอน งานวิจัยของสถานีตรวจวัดคาร์บอน มจธ. ราชบุรี จึงเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่แปลงองค์ความรู้สู่การใช้งานจริง โดย <strong><span style="color: #6cb742;">รศ.ดร.อำนาจ ชิดไธสง</span> อาจารย์ประจำบัณฑิตวิทยาลัยร่วมด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม (JGSEE)</strong> กล่าวว่า สถานีแห่งนี้พัฒนาต่อยอดจาก <strong>“หอคอยตรวจวัดคาร์บอน”</strong> ที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง Eddy Covariance หอคอยสูง 20 เมตรกลางผืนป่าเต็งรังในพื้นที่ มจธ. ราชบุรี กว่า 1,000 ไร่ ทำหน้าที่ตรวจวัดทั้งการดูดซับและการปล่อยคาร์บอน ควบคู่กับข้อมูลด้านน้ำ อุณหภูมิ และความชื้นของระบบนิเวศมาอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันพบว่าป่าเต็งรังซึ่งยังอยู่ในช่วงการเจริญเติบโต สามารถดูดซับคาร์บอนได้ราว 10,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี</p>
<p>“ระบบนิเวศป่าไม้เป็น “สิ่งมีชีวิต” ที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา หอคอยตรวจวัดจึงเปรียบเสมือนตาและหูของนักวิทยาศาสตร์ในการติดตาม “ลมหายใจของป่า” หรือการจับชีพจรของระบบนิเวศ เพื่อทำความเข้าใจว่าป่าตอบสนองต่อสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างไรในแต่ละช่วงเวลา ข้อมูลเหล่านี้ช่วยสะท้อนสุขภาพของป่า และเชื่อมโยงโดยตรงกับคุณภาพสิ่งแวดล้อมและชีวิตของผู้คนรอบพื้นที่” <strong>รศ.ดร.อำนาจ </strong>กล่าว</p>
<p>นอกจากการเฝ้าติดตามตามธรรมชาติ สถานียังเป็นพื้นที่ทดลองเชิงระบบ โดยมีการจำลองภาวะความแห้งแล้งผ่านการลดปริมาณน้ำฝนลง 50% พร้อมเก็บข้อมูลภาคสนามอย่างละเอียด ทั้งการเจริญเติบโตของต้นไม้ เศษซากพืช และก๊าซเรือนกระจกจากพื้นป่า เพื่อนำมาประเมินศักยภาพการกักเก็บคาร์บอนอย่างแม่นยำ และสร้างฐานข้อมูลเชิงประจักษ์ที่สามารถนำไปใช้อ้างอิงได้จริง</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42481" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/kmutt-sun-thailand-04.jpg" alt="รศ.ดร.อำนาจ ชิดไธสง" width="750" height="562" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/kmutt-sun-thailand-04.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/kmutt-sun-thailand-04-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/kmutt-sun-thailand-04-150x112.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/kmutt-sun-thailand-04-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>ในขณะเดียวกัน สถานีตรวจวัดคาร์บอนแห่งนี้ยังทำหน้าที่เป็น<strong> “ห้องเรียนกลางป่า” </strong>สำหรับนักศึกษาตั้งแต่ระดับปริญญาตรีถึงปริญญาเอก เป็นพื้นที่พัฒนาเทคโนโลยีตรวจวัดคาร์บอน การผสานข้อมูลภาคพื้นกับข้อมูลดาวเทียม และการวิเคราะห์ด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI)  และ Big Data เพื่อถอดรหัสพฤติกรรมที่ซับซ้อนของระบบนิเวศภายใต้การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ</p>
<p>บทบาทของสถานียังขยายไปสู่การรับใช้สังคม ผ่านความร่วมมือกับเครือข่ายวิจัยในประเทศและระดับภูมิภาคเอเชีย และการพัฒนาเป็น “ศูนย์เรียนรู้ด้านคาร์บอนและป่าเต็งรัง” สำหรับชุมชน ภายใต้การสนับสนุนของจังหวัดราชบุรี เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ผ่านนิทรรศการ พันธุ์ไม้ท้องถิ่น และกิจกรรมวิทยาศาสตร์ต่าง ๆ ข้อมูลทั้งหมดนี้ยังสามารถต่อ</p>
<p>ยอดสู่การจัดทำคาร์บอนเครดิตที่โปร่งใสและน่าเชื่อถือ สอดรับกับบทบาทมหาวิทยาลัยในฐานะแหล่งสร้างองค์ความรู้ ต้นแบบการลดคาร์บอน และพลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศสู่ความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/kmutt-sun-thailand/">มจธ. ผนึกเครือข่าย SUN Thailand ใช้งานวิจัยคาร์บอนป่าเต็งรัง สร้างต้นแบบมหาวิทยาลัยยั่งยืนจากพื้นที่จริง</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
