<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ฉลากคาร์บอน | Green Network</title>
	<atom:link href="https://www.greennetworkthailand.com/tag/%e0%b8%89%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%99/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Mon, 23 Sep 2024 02:00:33 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.0</generator>

<image>
	<url>https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/green-network-50x50.png</url>
	<title>ฉลากคาร์บอน | Green Network</title>
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>สวทช.  เปิดฐานข้อมูล CO2, CE, SDGs ขับเคลื่อนไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำ</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/co2-ce-sdgs/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/co2-ce-sdgs/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 23 Sep 2024 01:59:37 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Report]]></category>
		<category><![CDATA[ฉลากคาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[ดัชนี MCI]]></category>
		<category><![CDATA[สังคมคาร์บอนต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจหมุนเวียน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=35835</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) จัดกิจกรรม NSTDA Meets the Press นักวิจัยพบปะสื่อมวลชน เพื่อสัมภาษณ์พูดคุยในหัวข้อ &#8220;ชวนรู้จัก ฐานข้อมูลด้าน CO2, CE, SDGs เพื่อการค้าและความยั่งยืน นำประเทศไทยสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนและสังคมคาร์บอนต่ำ&#8221; ณ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สถาบัน TIIS ถือเป็นหน่วยงานที่ให้บริการครบวงจร (One stop Service) ด้านข้อมูลและสารสนเทศเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/co2-ce-sdgs/">สวทช.  เปิดฐานข้อมูล CO2, CE, SDGs ขับเคลื่อนไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) จัดกิจกรรม NSTDA Meets the Press นักวิจัยพบปะสื่อมวลชน เพื่อสัมภาษณ์พูดคุยในหัวข้อ <strong>&#8220;ชวนรู้จัก ฐานข้อมูลด้าน </strong><strong>CO<sub>2</sub>, CE, SDGs เพื่อการค้าและความยั่งยืน นำประเทศไทยสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนและสังคมคาร์บอนต่ำ&#8221;</strong> ณ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)</p>
<p><span id="more-35835"></span></p>
<p>สถาบัน TIIS ถือเป็นหน่วยงานที่ให้บริการครบวงจร (One stop Service) ด้านข้อมูลและสารสนเทศเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม การค้าและความยั่งยืน เพื่อให้สาธารณชนภาคส่วนต่าง ๆ เข้าใจบทบาทสำคัญของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นสังคมคาร์บอนต่ำ รวมถึงการสร้างความร่วมมือและพัฒนาศักยภาพ เพื่อให้ทุกภาคส่วนในสังคมสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากข้อมูลและเครื่องมือต่างๆ เพื่อการตัดสินใจและการดำเนินงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจในระยะยาว โดยฐานข้อมูล CO2, CE, SDGs เป็นฐานข้อมูลที่รวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ 3 ด้านหลัก ได้แก่ <strong>CO2 (Carbon Dioxide) </strong>ข้อมูลเกี่ยวกับการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ <strong>CE (Circular Economy) </strong>ข้อมูลเกี่ยวกับเศรษฐกิจหมุนเวียน และ <strong>SDGs (Sustainable Development Goals) </strong> ข้อมูลเกี่ยวกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งฐานข้อมูลทั้ง 3 ด้านนี้ช่วยให้รัฐบาล ภาคธุรกิจ และประชาชนสามารถติดตาม ประเมินความคืบหน้าของประเทศในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก สร้างเศรษฐกิจหมุนเวียน และบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน</p>
<p style="text-align: center;"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-35837" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/nstda-meets-the-press-02.jpg" alt="ดร.นงนุช พูลสวัสดิ์" width="750" height="501" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/nstda-meets-the-press-02.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/nstda-meets-the-press-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/nstda-meets-the-press-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/nstda-meets-the-press-02-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<h3>ยกระดับฐานข้อมูล สู่เศรษฐกิจหมุนเวียนและสังคมคาร์บอนต่ำ</h3>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ดร.นงนุช พูลสวัสดิ์</strong></span> <strong>ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัย สถาบันเทคโนโลยีและสารสนเทศเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (</strong><strong>TIIS) เอ็มเทค สวทช.</strong> กล่าวว่า สวทช. มุ่งมั่นที่จะพัฒนาและปรับปรุงฐานข้อมูลอย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ผ่านความร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเชื่อว่าการใช้ข้อมูลที่แม่นยำและครอบคลุมจะเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนและสังคมคาร์บอนต่ำ ตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน พร้อมเปิดเผยถึงความก้าวหน้าล่าสุดของฐานข้อมูล CO<sub>2</sub>, CE, SDGs ว่า สถาบัน TIIS ได้พัฒนาชุดข้อมูลค่าสัมประสิทธิ์การปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Emission Factor: EF) ที่ครอบคลุม 22 กลุ่มอุตสาหกรรมสำคัญของประเทศ ซึ่งเป็นข้อมูลพื้นฐานสำหรับการออกแบบและรับรองฉลากสิ่งแวดล้อมของผลิตภัณฑ์</p>
<p>นอกจากนี้ ยังได้พัฒนาฐานข้อมูลและตัวชี้วัดที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจหมุนเวียน ได้แก่ ดัชนีการหมุนเวียนวัสดุ (Material Circularity Index, MCI) ในผลิตภัณฑ์เป้าหมาย 12 ประเภทของอุตสาหกรรมก่อสร้าง เพื่อสนับสนุนการประเมินและพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม  ซึ่งฐานข้อมูลเหล่านี้ล้วนมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อน BCG Economy และการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศไทย โดยช่วยให้ภาคธุรกิจสามารถเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนผ่านการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ปรับปรุงกระบวนการผลิตให้เกิดการใช้วัตถุดิบรอบสอง ส่งเสริมโมเดลธุรกิจหมุนเวียน รวมทั้งลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก</p>
<h3>ฉลากคาร์บอน (CO<sub>2</sub>) สำคัญอย่างไร?</h3>
<p><strong>ดร.นงนุช</strong> กล่าวว่า ฉลากคาร์บอนมีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันให้กับสินค้าไทยในตลาดโลก จึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่แสดงข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดวัฏจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์ ครอบคลุมตั้งแต่การได้มาซึ่งวัตถุดิบ กระบวนการผลิต การกระจายสินค้า การใช้งาน ไปจนถึงการจัดการของเสีย ไม่เพียงช่วยให้ผู้บริโภคสามารถตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ยังกระตุ้นให้ผู้ประกอบการไทยปรับปรุงเทคโนโลยีการผลิตให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ซึ่งเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลกที่ให้ความสำคัญกับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ สถาบัน TIIS ได้จัดทำชุดข้อมูลค่าสัมประสิทธิ์การปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่พร้อมให้บริการ ประกอบด้วยค่ากลางจาก 22 กลุ่มอุตสาหกรรมที่ครอบคลุมอุตสาหกรรมพื้นฐานสำคัญของประเทศ โดยได้แปลงค่าผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้อยู่ในหน่วย &#8220;กิโลกรัมก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า&#8221; หรือ &#8220;kgCO<sub>2</sub>eq.&#8221;</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-35838" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/nstda-meets-the-press-03.jpg" alt="ดร.เอนกประชา แก้วมณี" width="750" height="501" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/nstda-meets-the-press-03.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/nstda-meets-the-press-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/nstda-meets-the-press-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/nstda-meets-the-press-03-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<h3>ฉลากคาร์บอนเปิดทางให้สินค้าไทยก้าวสู่ตลาดโลก</h3>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ดร</strong></span><strong><span style="color: #6cb742;">.เอนกประชา แก้วมณี</span> ผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์และพัฒนาธุรกิจโรงกลั่น บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)</strong> กล่าวว่า บางจากฯ ตระหนักถึงประเด็นเรื่องวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และเพื่อแสดงความมุ่งมั่นในการตอบสนองประเด็นนี้ บริษัทฯ ได้กำหนดเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ในปี 2030 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero GHG Emissions) ในปี 2050 โดยผ่านแผนงาน <strong>BCP 316 NET</strong> ครอบคลุมการดำเนินงาน 4 แนวทาง ได้แก่ <strong>B</strong>reakthrough Performance (30%)  <strong>C</strong>onserving Nature and Society (10%) <strong>P</strong>roactive Business Growth and Transition (60%) และ <strong>N</strong>et Zero Ecosystem</p>
<p>เช่นเดียวกับโรงกลั่นพระโขนง ที่มีการปรับปรุงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดการใช้พลังงานในการผลิตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งเพื่อจะสามารถบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ได้ ทั้งนี้การประเมินปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ปล่อยออกมาตลอดวัฏจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์ (Carbon Footprint of Product) นั้นเป็นเครื่องมือหนึ่งที่ช่วยให้บริษัทฯ สามารถวิเคราะห์ถึง hotspot ที่มีการใช้พลังงานมากและนำไปพัฒนาในการลดการใช้พลังงานต่อเนื่อง ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์ที่ขอการรับรองฉลากคาร์บอนทั้ง 5 ผลิตภัณฑ์ได้แก่ น้ำมันเตา , ก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) , น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว , น้ำมันแก๊สโซลีนพื้นฐาน และน้ำมันก๊าดหรือน้ำมันเครื่องบิน</p>
<p>“การเลือกใช้วัตถุดิบหรือผลิตภัณฑ์ที่มีการปลดปล่อยคาร์บอนต่ำตั้งแต่ต้นทาง จึงมีความสำคัญเป็นอย่างมากสำหรับผู้ประกอบการของประเทศไทย ขณะเดียวกันผู้ประกอบการไทยควรศึกษาข้อมูลและแนวทางการขอรับฉลากคาร์บอน เพื่อนำไปปรับใช้กับผลิตภัณฑ์ของตนเอง และร่วมกันผลักดันให้ประเทศไทยเป็นผู้นำด้านการผลิตสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม” <strong>ดร.เอนกประชา</strong> กล่าว</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-35839" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/nstda-meets-the-press-04.jpg" alt="วิชัย รายรัตน์" width="750" height="501" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/nstda-meets-the-press-04.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/nstda-meets-the-press-04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/nstda-meets-the-press-04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/nstda-meets-the-press-04-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<h3>MCI ดัชนีสำคัญ ลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่จำกัด</h3>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>วิชัย รายรัตน์ </strong></span><strong>Sustainable Development Director บริษัท เอสซีจี ซิเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง จำกัด</strong> กล่าวว่า การนำดัชนี MCI มาประยุกต์ใช้ในกระบวนการผลิตของบริษัท  ถือเป็นสำคัญในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในทุก ๆ ด้าน ทั้งการปรับปรุงกระบวนการผลิตเพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ การนำพลังงานหมุนเวียนมาใช้ทดแทนถ่านหินและก๊าซธรรมชาติ การลดการใช้ทรัพยากรน้ำ และรวมถึงการลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติที่ใช้แล้วหมดไป (Nonrenewable resources) โดยนำวัสดุหมุนเวียนมาใช้ทดแทน ตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนที่เอสซีจีใช้เป็นตัวขับเคลื่อนหลักควบคู่กับการมุ่งไปสู่ Net Zero  โดยค่าประสิทธิภาพหมุนเวียนของวัสดุก่อสร้าง (Material Circularity Indicator: MCI) หรือที่เรียกว่า ดัชนี MCI คือ ตัวชี้วัดที่บ่งบอกถึงระดับการหมุนเวียนของวัสดุในผลิตภัณฑ์หนึ่ง ๆ โดยเปรียบเทียบกับวัฏจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่การผลิต การใช้งาน จนถึงการจัดการของเสีย หากผลิตภัณฑ์ใดมีค่า MCI สูง แสดงว่าผลิตภัณฑ์นั้นสามารถนำกลับมาใช้ใหม่หรือรีไซเคิลได้มากขึ้น</p>
<p>สำหรับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน เอสซีจีได้มีการตั้งเป้าหมายให้แต่ละธุรกิจต้องมีการนำวัสดุทดแทนมาใช้ โดยตั้งเป้าหมายในปี 2030 ให้มีการนำวัสดุหมุนเวียนมาใช้ทดแทนวัตถุดิบธรรมชาติให้ได้ 10% ซึ่งในปี 2023 เอสซีจีสามารถใช้วัสดุหมุนเวียนได้ 6.64% ซึ่งแนวทางสำคัญคือการนำวัสดุที่เป็นของเสียที่ไม่เป็นอันตรายทั้งจากภายในและภายนอกเอสซีจีหรือสินค้าที่หมดอายุการใช้งาน กลับมาใช้เป็นวัตถุดิบทดแทน ในสัดส่วนที่สินค้ายังได้คุณภาพและเป็นไปตามมาตรฐาน นอกจากนี้ยังพัฒนาวิจัยที่จะนำวัสดุธรรมชาติที่สามารถทดแทนใหม่ได้ (Renewable resources) มาทดแทนเพิ่มเติมอีกด้วย โดยใช้ดัชนี MCI มาเป็นเครื่องมือในการประเมินประสิทธิผลของการหมุนเวียนวัสดุทดแทนของสินค้าแต่ละประเภท เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีค่า MCI สูงขึ้น ตัวอย่างเช่น ปูนเอสซีจี คาร์บอนต่ำ มีการนำเถ้าลอย (Fly ash) มาทดแทนหินปูน และใช้ยิปซั่มสังเคราะห์มาทดแทนแร่ยิปซั่มธรรมชาติ</p>
<p><strong>“</strong>ผลลัพธ์ที่ได้จากการนำดัชนี MCI มาใช้ เป็นข้อมูลในการประเมินประสิทธิผลการหมุนเวียนวัสดุของสินค้าวัสดุก่อสร้างของเอสซีจีแต่ละประเภท ทำให้กรอบการดำเนินงานด้านเศรษกิจหมุนเวียนของเอสซีจีมีความชัดเจนมากขึ้น และอีกองค์ประกอบหนึ่งที่สำคัญในการวัดค่าดัชนี MCI คือการหมุนเวียนสินค้าที่หมดอายุการใช้งานหรือเป็นของเสียในระหว่างติดตั้งให้มีการนำกลับมาสู่ระบบการหมุนเวียน ก็เป็นอีกแนวทางหนึ่งที่เอสซีจีให้ความสำคัญและดำเนินการ เช่น การนำเศษคอนกรีตจากการก่อสร้างหรือทุบทำลายมาย่อยและนำกลับมาใช้ทดแทนหินปูนในการทำคอนกรีต การนำโถสุขภัณฑ์ที่ไม่ใช้แล้วซึ่งทำงานร่วมกันกับโฮมโปร นำมาย่อยและนำกลับมาใช้เป็นวัตถุดิบทดแทนดินในการทำกระเบื้อง การนำเศษอิฐมวลเบาหรือเศษกระเบื้องหลังคาคอนกรีต มาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์หรือนำกลับมาใช้เป็นวัตถุดิบในโรงงาน” <strong>วิชัย</strong> กล่าวทิ้งท้าย</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/co2-ce-sdgs/">สวทช.  เปิดฐานข้อมูล CO2, CE, SDGs ขับเคลื่อนไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/co2-ce-sdgs/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เดอะมอลล์ กรุ๊ป เผยเป็นรีเทลแห่งแรกในไทยที่ใช้ DEEP TECH วัดปริมาณการลดคาร์บอน เดินหน้าผนึกเครือข่ายสร้าง SUSTAINABLE ECOSYSTEM</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/deep-tech-sustainable-ecosystem/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/deep-tech-sustainable-ecosystem/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 28 Mar 2023 08:29:49 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[ฉลากคาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[ลดโลกร้อน]]></category>
		<category><![CDATA[เดอะมอลล์ กรุ๊ป]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการรณรงค์ฉลากคาร์บอน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=26137</guid>

					<description><![CDATA[<p>เดอะมอลล์ กรุ๊ป ในฐานะองค์กรแห่งความยั่งยืน ภายใต้แนวทาง ESG ขานรับนโยบาย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประกาศเจตนารมณ์  ร่วมขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การจัดการปัญหาก๊าซเรือนกระจก  เดินหน้าเป็นรีเทลแห่งแรกในประเทศไทยที่ใช้ DEEP TECHNOLOGY หรือเทคโนโลยีขั้นสูง วัดผลปริมาณการลดคาร์บอนอย่างเป็นรูปธรรม  พร้อมผนึกกำลังเครือข่ายสร้าง SUSTAINABLE ECOSYSTEM ที่แข็งแกร่งและยั่งยืน  ผ่านโครงการรณรงค์ฉลากคาร์บอน โดยผนึกความร่วมมือ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) (TGO) , บริษัท เวคิน (ประเทศไทย) จำกัด เจ้าของ PLATFORM&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/deep-tech-sustainable-ecosystem/">เดอะมอลล์ กรุ๊ป เผยเป็นรีเทลแห่งแรกในไทยที่ใช้ DEEP TECH วัดปริมาณการลดคาร์บอน เดินหน้าผนึกเครือข่ายสร้าง SUSTAINABLE ECOSYSTEM</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เดอะมอลล์ กรุ๊ป </strong><strong>ในฐานะองค์กรแห่งความยั่งยืน ภายใต้แนวทาง </strong><strong>ESG ขานรับนโยบาย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประกาศเจตนารมณ์  ร่วมขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การจัดการปัญหาก๊าซเรือนกระจก  เดินหน้าเป็นรีเทลแห่งแรกในประเทศไทยที่ใช้ </strong><strong>DEEP TECHNOLOGY </strong><strong>หรือเทคโนโลยีขั้นสูง วัดผลปริมาณการลดคาร์บอนอย่างเป็นรูปธรรม  พร้อมผนึกกำลังเครือข่ายสร้าง </strong><strong>SUSTAINABLE ECOSYSTEM ที่แข็งแกร่งและยั่งยืน  ผ่านโครงการรณรงค์ฉลากคาร์บอน</strong> <strong>โดยผนึกความร่วมมือ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก </strong><strong>(องค์การมหาชน) </strong><strong>(TGO) </strong><strong>, </strong><strong>บริษัท เวคิน </strong><strong>(</strong><strong>ประเทศไทย</strong><strong>) </strong><strong>จำกัด เจ้าของ </strong><strong>PLATFORM CERO CARBON WALLET  APPLICATION, </strong><strong>บริษัท คลาวด์เซค เอเซีย จำกัด ตลอดจนซัพพลายเออร์ และเครือข่ายคาร์บอนนิวทรัลประเทศไทย </strong><strong>(</strong><strong>TCNN)  </strong><strong>ร่วมกันสร้างการรับรู้ และส่งเสริมการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนฉลากคาร์บอน  </strong><span id="more-26137"></span></p>
<p>พร้อมกันนี้ พบกับครั้งแรกของแอปพลิเคชันที่สามารถวัดปริมาณการลดคาร์บอนได้อย่างเป็นรูปธรรม CERO APPLICATION และร่วมสะสม CERO POINT ลุ้นรับของรางวัลมากมาย รณรงค์และส่งเสริมการเลือกซื้อสินค้าฉลากคาร์บอน ได้ตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคม – 30 มิถุนายน 2566 ที่ กูร์เมต์ มาร์เก็ต ทุกสาขา</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-26141" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/DEEP-TECH-SUSTAINABLE-ECOSYSTEM-02.jpg" alt="วราวุธ ศิลปอาชา" width="480" height="320" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/DEEP-TECH-SUSTAINABLE-ECOSYSTEM-02.jpg 480w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/DEEP-TECH-SUSTAINABLE-ECOSYSTEM-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/DEEP-TECH-SUSTAINABLE-ECOSYSTEM-02-150x100.jpg 150w" sizes="(max-width: 480px) 100vw, 480px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">วราวุธ ศิลปอาชา</span> รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม</strong> กล่าวว่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เดินหน้าขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การจัดการปัญหาก๊าซเรือนกระจกเพื่อบรรลุสู่เป้าความเป็นกลางทางคาร์บอน (CARBON NEUTRALITY) ในปี ค.ศ. 2050  (พ.ศ.2593) และเป้าการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (NET-ZERO GHG EMISSION) ในปี ค.ศ.2065 (พ.ศ.2608)  โดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตระหนักถึงปัญหาก๊าซคาร์บอนมาโดยตลอด พร้อมรณรงค์ให้ทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและเอกชน มีส่วนร่วมในการจัดการปัญหาก๊าซเรือนกระจก เพื่อมุ่งสู่เศรษฐกิจสังคมคาร์บอนต่ำ ควบคู่กับการพัฒนากลไกการบริหารจัดการคาร์บอนเครดิตในประเทศให้ทัดเทียมกับนานาประเทศ</p>
<p>สำหรับโครงการรณรงค์ฉลากคาร์บอน ถือเป็นการแสดงเจตจำนงความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม  ด้วยการเลือกซื้อสินค้าฉลากคาร์บอน  ซึ่งถือเป็นการผลักดันการบริโภคสินค้าและใช้บริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม  ขับเคลื่อนสู่การผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยลดก๊าซคาร์บอน รวมไปถึงผลักดันภาคอุตสาหกรรมการผลิตให้ความสนใจในทุกการกระบวนการการผลิต ตั้งแต่ขั้นตอนการเลือกใช้วัสดุตลอดจนถึงการกำจัด มุ่งเน้นกับการสร้างเศรษฐกิจสร้างสรรค์และเศรษฐกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เตรียมพร้อมไปสู่การเป็นเศรษฐกิจและสังคมคาร์บอนต่ำ นำมาซึ่งการมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน  และเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิต ความปลอดภัย และสุขภาพที่ดีให้กับประชาชน</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-26142" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/DEEP-TECH-SUSTAINABLE-ECOSYSTEM-03.jpg" alt="วรลักษณ์ ตุลาภรณ์" width="480" height="320" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/DEEP-TECH-SUSTAINABLE-ECOSYSTEM-03.jpg 480w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/DEEP-TECH-SUSTAINABLE-ECOSYSTEM-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/DEEP-TECH-SUSTAINABLE-ECOSYSTEM-03-150x100.jpg 150w" sizes="(max-width: 480px) 100vw, 480px" /></p>
<p>ด้าน<strong><span style="color: #6cb742;">วรลักษณ์ ตุลาภรณ์</span> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มการตลาด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด </strong>กล่าวว่า เดอะมอลล์ กรุ๊ป  ในฐานะองค์กรแห่งความยั่งยืน ภายใต้แนวทาง ESG<strong>  </strong>และเป็นหนึ่งในสมาชิกเครือข่ายคาร์บอนนิวทรัลประเทศไทย(TCNN)  ที่มีเครือข่ายพันธมิตรธุรกิจภาคอุตสาหกรรม  เดินหน้าประกาศเจตนารมณ์ในการสนับสนุนแนวยุทธศาสตร์ระยะยาว  ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  ด้วยการยกระดับการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (CARBON NEUTRALITY) ในปี ค.ศ. 2050  (พ.ศ.2593) และมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ( NET ZERO GHG EMISSIONS ) ภายในปี ค.ศ.2065 (พ.ศ.2608) <strong> </strong>โดย เดอะมอลล์ กรุ๊ป ให้ความสำคัญต่อการมีส่วนร่วมในการลดการเกิดภาวะโลกร้อนที่ส่งผลกระทบต่อมนุษย์  สิ่งมีชีวิต และสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง   เดินหน้าเป็นรีเทลแห่งแรกในประเทศไทยที่ใช้ DEEP TECHNOLOGY หรือเทคโนโลยีขั้นสูง วัดผลปริมาณการลดคาร์บอนอย่างเป็นรูปธรรม  พร้อมผนึกกำลังเครือข่ายสร้าง SUSTAINABLE ECOSYSTEM ที่แข็งแกร่งและยั่งยืน  ผ่านโครงการรณรงค์ฉลากคาร์บอน<strong>  </strong>โดยผนึกกำลังความร่วมมือกับ  องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) (TGO) ,  บริษัท เวคิน (ประเทศไทย) จำกัด  เจ้าของ PLATFORM CERO CARBON WALLET  APPLICATION และบริษัท คลาวด์เซค เอเซีย จำกัด  ตลอดจนซัพพลายเออร์ และเครือข่ายคาร์บอนนิวทรัล ประเทศไทย (TCNN)  ร่วมสร้างการรับรู้ และส่งเสริมการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนฉลากคาร์บอน (CARBON FOOTPRINT)  อีกทั้งการมีส่วนในการผลักดันให้ภาคอุตสาหกรรมการผลิต  ให้ความสนใจในการร่วมเป็นเครือข่ายคาร์บอนนิวทรัลประเทศไทย  <strong>โดยจะเป็นโครงการแรกของประเทศไทย</strong>  ที่ผู้บริโภคสามารถวัดปริมาณการลดคาร์บอนจากการซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีฉลากคาร์บอนได้อย่างเป็นรูปธรรมผ่าน  CERO CARBON WALLET  APPLICATION”</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-26143" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/DEEP-TECH-SUSTAINABLE-ECOSYSTEM-04.jpg" alt="ลดคาร์บอน" width="480" height="320" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/DEEP-TECH-SUSTAINABLE-ECOSYSTEM-04.jpg 480w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/DEEP-TECH-SUSTAINABLE-ECOSYSTEM-04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/DEEP-TECH-SUSTAINABLE-ECOSYSTEM-04-150x100.jpg 150w" sizes="(max-width: 480px) 100vw, 480px" /></p>
<p>สำหรับผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนฉลากคาร์บอน แบ่งเป็น   2 ประเภท  ได้แก่</p>
<ol>
<li><strong>ฉลากคาร์บอนฟุตพริ้นท์ลดโลกร้อน </strong><strong>: </strong>ฉลากรับรองสินค้า ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ตามกำหนดและผ่านการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์อย่างน้อย 2% ของก๊าซคาร์บอนได ออกไซด์เทียบเท่า (CO<sub>2</sub> Equivalent)</li>
<li><strong>ฉลากลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ </strong><strong>:</strong> ฉลากแสดงปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดวัฏจักรผลิตภัณฑ์ตั้งแต่วัสดุที่ใช้ถึงการจำกัด โดยแสดงผลอยู่ในรูปของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (CO2 Equivalent)” ซึ่งจะช่วยในการตัดสินใจชื้อของผู้บริโภค และกระตุ้นให้ผู้ประกอบการปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีในการผลิตให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น</li>
</ol>
<p>สำหรับพันธ์มิตรผู้มีส่วนร่วมสนับสนุนโครงการ  <strong>ศกยง พัฒนเวคิน  กรรมการผู้จัดการ บริษัท เวคิน </strong><strong>(ประเทศไทย) จํากัด </strong>กล่าวว่า บริษัท เวคิน เป็น STARTUP ไทย ผู้นำด้าน DIGITAL DEEP TECHNOLOGY โดยความร่วมมือกับ เดอะมอลล์ กรุ๊ป ใน โครงการรณรงค์ ฉลากคาร์บอน ครั้งนี้ ทาง เวคิน เป็นผู้พัฒนานวัตกรรมแพลตฟอร์ม DIGITAL SOCIAL RESPONSIBILITY  ภายใต้   <strong>CERO CARBON WALLET  APPLICATION </strong>แอปพลิเคชั่นแรกในประเทศไทยที่ผู้บริโภคสามารถวัดปริมาณการลดคาร์บอนจากการซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีฉลากคาร์บอนได้อย่างเป็นรูปธรรม  เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการลดก๊าซเรือนกระจก ลดภาวะโลกร้อนด้วยการสนับสนุนสินค้าคาร์บอนต่ำและสินค้าฉลากคาร์บอน  โดยมีเป้าหมายลดการปล่อยคาร์บอนภาคประชาชนผ่านการสนับสนุนสินค้าคาร์บอนต่ำนี้ ถึง 1,000 ตันคาร์บอนเทียบเท่า ภายในระยะเวลาโครงการ 3 เดือน</p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">กฤษณยศ บูรณะสัมฤทธิ</span>  ประธานกรรมการบริหาร บริษัท คลาวด์เซค เอเซีย จำกัด </strong>กล่าวถึงความร่วมมือในครั้งนี้ว่า บริษัท คลาวด์เซค เอเซีย จำกัด  เป็นหนึ่งในผู้นำด้านบริการ CLOUD-NATIVE SECURITY และ CYBER SECURITY ของประเทศไทย  ซึ่งโครงการรณรงค์ ฉลากคาร์บอน ในครั้งนี้  เราได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการทดสอบระบบและดูแลความปลอดภัยทางไซเบอร์   ให้กับแอปพลิเคชัน CERO CARBON WALLET  APPLICATION ตลอดระยะเวลาการใช้งานให้มีความปลอดภัย ไร้การรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ใช้งานแอปพลิเคชัน โดย บริษัท คลาวด์เซค เอเซีย จำกัด  ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการรณรงค์ลดการปล่อยคาร์บอน เพื่อลดก๊าซเรือนกระจก และรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้อยู่กับเราไปนานๆ</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-26144" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/DEEP-TECH-SUSTAINABLE-ECOSYSTEM-05.jpg" alt="โครงการรณรงค์ฉลากคาร์บอน" width="480" height="270" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/DEEP-TECH-SUSTAINABLE-ECOSYSTEM-05.jpg 480w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/DEEP-TECH-SUSTAINABLE-ECOSYSTEM-05-300x169.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/DEEP-TECH-SUSTAINABLE-ECOSYSTEM-05-150x84.jpg 150w" sizes="(max-width: 480px) 100vw, 480px" /></p>
<p>สำหรับกิจกรรมโครงการรณรงค์ฉลากคาร์บอน ในครั้งนี้  เดอะมอลล์ กรุ๊ป  ได้รวบรวมสินค้าฉลากคาร์บอนฟุตพริ้นท์  ประเภทสินค้าอุปโภคบริโภค  รวมทั้งสิ้นกว่า 20 แบรนด์  ได้แก่ CP, S&amp;P, CPF, ไลปอน เอฟ, M Wrap, Comfort , Chang, โออิชิ, คริสตัล, Est, จับใจ, หยก, โอลีน, มาม่า, ไวไว, เกสร, เด็กสมบูรณ์, องุ่น, ตราฉัตรไลท์, ชาวเกาะ, กู๊ดไรฟ์, วี-ฟิท, คิงไอแลนด์, TCB, มิตรผล และGOOD EATS เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเลือกซื้อสินค้าและใช้บริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม  ปล่อยก๊าซเรือนกระจกในปริมาณต่ำเมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์หรือบริการประเภทเดียวกัน  และถือเป็นครั้งแรกของการเปิดตัว  <strong>CERO APPLICATION</strong>  แอพพลิเคชันที่สามารถชี้วัดปริมาณการลดคาร์บอนจากการซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีฉลากคาร์บอนได้อย่างเป็นรูปธรรม เพียงสแกนบาร์โค้ดท้ายใบเสร็จผ่าน CERO APPLICATION หรือ M CARD APPLICATION ระบบสามารถแสดงผลปริมาณการลดคาร์บอนของผลิตภัณฑ์  พร้อมทั้งคำนวณค่า CERO เพื่อสะสม CERO POINT แลกรับรางวัลมากมาย</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-26145" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/DEEP-TECH-SUSTAINABLE-ECOSYSTEM-06.jpg" alt="โครงการรณรงค์ฉลากคาร์บอน" width="480" height="320" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/DEEP-TECH-SUSTAINABLE-ECOSYSTEM-06.jpg 480w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/DEEP-TECH-SUSTAINABLE-ECOSYSTEM-06-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/DEEP-TECH-SUSTAINABLE-ECOSYSTEM-06-150x100.jpg 150w" sizes="(max-width: 480px) 100vw, 480px" /></p>
<p>“เราต้องการให้โครงการรณรงค์ฉลากคาร์บอน เป็นโมเดลต้นแบบ เพื่อจุดประกายให้ภาคอุตสาหกรรมผู้ผลิตสินค้าต่างๆ ใส่ใจในเรื่องทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยผลิตสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่ขั้นตอนการได้มาซึ่งวัตถุดิบ กระบวนการผลิต การกระจายสินค้า การใช้งาน และการจัดการของเสียหลังหมดอายุการใช้งาน และนำสินค้าขึ้นทะเบียนฉลากคาร์บอน อันจะยังประโยชน์สูงสุดในการร่วมลดปริมาณคาร์บอน ลดก๊าซเรือนกระจก”<strong>วรลักษณ์ </strong>กล่าวสรุปทิ้งท้าย</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-26146" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/DEEP-TECH-SUSTAINABLE-ECOSYSTEM-07.jpg" alt="โครงการรณรงค์ฉลากคาร์บอน" width="320" height="480" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/DEEP-TECH-SUSTAINABLE-ECOSYSTEM-07.jpg 320w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/DEEP-TECH-SUSTAINABLE-ECOSYSTEM-07-200x300.jpg 200w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/DEEP-TECH-SUSTAINABLE-ECOSYSTEM-07-150x225.jpg 150w" sizes="(max-width: 320px) 100vw, 320px" /></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/deep-tech-sustainable-ecosystem/">เดอะมอลล์ กรุ๊ป เผยเป็นรีเทลแห่งแรกในไทยที่ใช้ DEEP TECH วัดปริมาณการลดคาร์บอน เดินหน้าผนึกเครือข่ายสร้าง SUSTAINABLE ECOSYSTEM</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/deep-tech-sustainable-ecosystem/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
