<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ชดเชยคาร์บอน | Green Network</title>
	<atom:link href="https://www.greennetworkthailand.com/tag/%e0%b8%8a%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%99/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Wed, 25 Mar 2026 06:15:43 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.0</generator>

<image>
	<url>https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/green-network-50x50.png</url>
	<title>ชดเชยคาร์บอน | Green Network</title>
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>แกร็บ กางโรดแมปปี 69 ชูแนวคิด “Winning with Purpose Together” ขับเคลื่อนธุรกิจยั่งยืนเร่งนวัตกรรม-ดันสังคมคาร์บอนต่ำ ปี 2569</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/winning-with-purpose-together/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 25 Mar 2026 06:15:43 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Grab]]></category>
		<category><![CDATA[Grab EV]]></category>
		<category><![CDATA[คัดแยกและรีไซเคิลขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[ชดเชยคาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[แกร็บ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=43545</guid>

					<description><![CDATA[<p>แกร็บ ประเทศไทย เดินหน้าตอกย้ำความเป็นผู้นำแพลตฟอร์มแอปเรียกรถและฟู้ดเดลิเวอรี ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจ ประกาศทิศทางธุรกิจปี 2569 ภายใต้แนวคิด “Winning with Purpose Together” มุ่งสร้างการเติบโตอย่างมีเป้าหมาย ควบคู่การรักษาสมดุลของอีโคซิสเต็ม พร้อมสานต่อกลยุทธ์ “Barbell Strategy” นำเสนอบริการที่หลากหลาย เพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้ทุกกลุ่ม พร้อมเร่งพัฒนานวัตกรรมและขยายเซกเมนต์ใหม่ทั้งผู้ใช้ทั่วไปและลูกค้าองค์กร สนับสนุนภาครัฐกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและวัฒนธรรมอาหาร รวมถึงใช้เทคโนโลยีแพลตฟอร์มดิจิทัลสร้างงานและอาชีพ ท่ามกลางแรงกดดันด้านพลังงานและค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้น  ขณะเดียวกัน แกร็บยังขับเคลื่อนพันธกิจ GrabForGood อย่างต่อเนื่อง โดยผสานการเติบโตทางธุรกิจกับความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม ผ่านโครงการ Grab EV&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/winning-with-purpose-together/">แกร็บ กางโรดแมปปี 69 ชูแนวคิด “Winning with Purpose Together” ขับเคลื่อนธุรกิจยั่งยืนเร่งนวัตกรรม-ดันสังคมคาร์บอนต่ำ ปี 2569</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>แกร็บ ประเทศไทย เดินหน้าตอกย้ำความเป็นผู้นำแพลตฟอร์มแอปเรียกรถและฟู้ดเดลิเวอรี ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจ ประกาศทิศทางธุรกิจปี 2569 ภายใต้แนวคิด “<strong>Winning with Purpose Together</strong>” มุ่งสร้างการเติบโตอย่างมีเป้าหมาย ควบคู่การรักษาสมดุลของอีโคซิสเต็ม พร้อมสานต่อกลยุทธ์ “Barbell Strategy” นำเสนอบริการที่หลากหลาย เพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้ทุกกลุ่ม พร้อมเร่งพัฒนานวัตกรรมและขยายเซกเมนต์ใหม่ทั้งผู้ใช้ทั่วไปและลูกค้าองค์กร สนับสนุนภาครัฐกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและวัฒนธรรมอาหาร รวมถึงใช้เทคโนโลยีแพลตฟอร์มดิจิทัลสร้างงานและอาชีพ ท่ามกลางแรงกดดันด้านพลังงานและค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้น  ขณะเดียวกัน แกร็บยังขับเคลื่อนพันธกิจ GrabForGood อย่างต่อเนื่อง โดยผสานการเติบโตทางธุรกิจกับความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม ผ่านโครงการ Grab EV การชดเชยคาร์บอนใน Green Programme และการผลักดัน “ร้านรักษ์โลก” ที่คัดแยกและรีไซเคิลขยะอย่างเป็นระบบ สะท้อนบทบาทผู้นำแพลตฟอร์มที่มุ่งสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวก พร้อมขับเคลื่อนสังคมไทยสู่อนาคตคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน</p>
<p><span id="more-43545"></span></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">จันต์สุดา ธนานิตยะอุดม</span> กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย</strong> กล่าวว่า “ปี 2568 ถือเป็นอีกปีที่แกร็บสามารถดำเนินธุรกิจและสร้างการเติบโตได้ตามแผนที่วางไว้ แม้ต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายทางเศรษฐกิจ ทั้งกำลังซื้อภายในประเทศที่ชะลอตัวลง ตลอดจนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่ไม่ได้เติบโตตามคาดอันเป็นผลมาจากสงครามทางการค้าทั่วโลก รวมถึงประเด็นความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ อย่างไรก็ตามแกร็บยังคงรักษาความเป็นผู้นำตลาด ทั้งบริการเรียกรถและฟู้ดเดลิเวอรีในประเทศไทย โดยยังคงมุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อนำเสนอนวัตกรรมใหม่ๆ รักษาคุณภาพและมาตรฐานของการให้บริการ พร้อมปรับแผนธุรกิจให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ”</p>
<p>“ในธุรกิจการเดินทาง ปีที่ผ่านมาเราประสบความสำเร็จอย่างมากกับการขยายบริการเรียกรถในราคาประหยัด (SAVER) ทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ เพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าที่ให้ความสำคัญกับราคาในยุคที่ทุกคนต้องรัดเข็มขัด โดยมีอัตราการใช้บริการที่เติบโตสูงขึ้นกว่า 250% ขณะเดียวกันเรายังคงรักษาฐานลูกค้าในตลาดพรีเมียมได้เป็นอย่างดี ทั้งกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติและลูกค้าเชิงธุรกิจ พร้อมเปิดตัวบริการใหม่อย่าง GrabExecutive เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าระดับลักชัวรีที่ต้องการจองรถล่วงหน้า ซึ่งได้รับกระแสตอบรับที่ดีมากจากกลุ่มลูกค้าไฮเอนด์ รวมถึงลูกค้าองค์กร”</p>
<p>“สำหรับธุรกิจฟู้ดเดลิเวอรี เรานำเสนอความคุ้มค่าผ่านการทำแคมเปญและโปรโมชันตลอดทั้งปี ไม่ว่าจะเป็นดีลลดแรงทุกวัน (Hot Deals) บริการส่งแบบประหยัด (SAVER Delivery) การทำแคมเปญประจำสัปดาห์-เดือน รวมถึงแคมเปญใหญ่อย่าง Mega Sale ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้บริการประหยัดค่าใช้จ่ายได้รวมกว่า 6.9 พันล้านบาท ขณะเดียวกันเรายังคงรักษาฐานลูกค้าในกลุ่มพรีเมียมที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพและความหลากหลายของร้านอาหารผ่านแฟลกชิปแบรนด์อย่าง GrabThumbsUp และ Only at Grab โดยปัจจุบันมีร้านอาหารในกลุ่มนี้มากกว่า 2 หมื่นร้านทั่วประเทศ นอกจากนี้ อีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญคือการสนับสนุนโครงการคนละครึ่งพลัสของรัฐบาล ซึ่งช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายของผู้บริโภค รวมถึงสร้างรายได้ให้กับไรเดอร์และผู้ประกอบการร้านอาหาร โดยมีร้านที่เข้าร่วมโครงการฯ กับแกร็บเกือบ 4 หมื่นร้านและช่วยเพิ่มยอดขายให้กับร้านเหล่านั้นได้มากกว่าเดิมถึง 3 เท่าตลอดโครงการ”</p>
<p style="text-align: center;"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43547" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/winning-with-purpose-together-02.jpg" alt="แกร็บ กางโรดแมปปี 69" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/winning-with-purpose-together-02.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/winning-with-purpose-together-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/winning-with-purpose-together-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/winning-with-purpose-together-02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>ทั้งนี้ ธุรกิจของแกร็บในประเทศไทยเติบโตไปในทิศทางเดียวกับแนวโน้มเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศโดย<a href="https://economysea.withgoogle.com/" target="_blank" rel="noopener">รายงานเศรษฐกิจดิจิทัลเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ประจำปี 2568</a> (e-Conomy SEA 2025) โดย Google, Temasek และ Bain &amp; Company ระบุว่าเศรษฐกิจดิจิทัลไทยในปี 2568 มีมูลค่าสูงถึง 5.6 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ (หรือประมาณ 1.78 ล้านล้านบาท) โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจแอปพลิเคชันเรียกรถและฟู้ดเดลิเวอรี ซึ่งมีอัตราการเติบโตสูงกว่า 15% ในปีที่ผ่านมา ขณะที่<a href="https://momentum.asia/insights/detail/food-delivery-platforms-in-southeast-asia-6" target="_blank" rel="noopener">รายงานด้านแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ประจำปี 2568</a> โดยบริษัท Momentum Works ระบุว่าตลาดฟู้ดเดลิเวอรีในประเทศไทยมีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองในภูมิภาค โดยมีมูลค่ารวมอยู่ที่ 5.1 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ (หรือประมาณ 1.62 แสนล้านบาท) และมีอัตราการเติบโตในปีที่ผ่านมาสูงกว่า 22%</p>
<p>จันต์สุดา กล่าวเสริมว่า “เพื่อสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน ในปี 2569 แกร็บมุ่งเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางธุรกิจควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนองค์กรอย่างมีเป้าหมายภายใต้แนวคิด ‘Winning with Purpose Together’ โดยมุ่งเน้นไปที่ 3 มิติหลัก นั่นคือ การสร้างธุรกิจให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง (Winning Business Growth) การส่งเสริมความยั่งยืนและสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกต่อสังคม (Winning Sustainable Impact) และการสนับสนุนนโยบายระดับชาติ (Winning with National Priorities) เพื่อร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยไปข้างหน้าในภาวะที่ทั่วโลกกำลังเผชิญหน้ากับความท้าทาย”</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43548" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/winning-with-purpose-together-03.jpg" alt="จันต์สุดา ธนานิตยะอุดม" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/winning-with-purpose-together-03.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/winning-with-purpose-together-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/winning-with-purpose-together-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/winning-with-purpose-together-03-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>“ในด้านธุรกิจ เราจะยังเดินหน้าสานต่อกลยุทธ์ Barbell Strategy 2.0 โดยเน้นสร้างความสมดุลระหว่างการเข้าถึงตลาดแมสด้วยราคาที่คุ้มค่า และการนำเสนอบริการระดับพรีเมียมที่มาพร้อมคุณภาพเพื่อจับกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูง รวมถึงชาวต่างชาติ พร้อมพัฒนาและนำเสนอนวัตกรรมใหม่ ไม่ว่าจะเป็นฟีเจอร์ Group Ride ที่ช่วยให้การเรียกรถเพื่อเดินทางเป็นกลุ่มสะดวกและประหยัดยิ่งขึ้น Discover ที่ชวนผู้ใช้บริการร่วมรีวิวร้านดังเมนูเด็ดในฐานะ Eatfluencer เพื่อสร้างเอนเกจเมนต์และช่วยเพิ่มการมองเห็นของร้านอาหารต่างๆ รวมถึงฟีเจอร์ Basket Builder ตัวช่วยด้านการช้อปปิ้งที่ทำให้การเติมสต็อกสินค้าประจำวันผ่าน GrabMart เป็นเรื่องง่ายขึ้นเพียงแค่พิมพ์ พูด หรือถ่ายภาพก็สามารถเพิ่มสินค้าที่ต้องการได้ในตะกร้าสินค้า”</p>
<p>“นอกจากนี้ แกร็บยังรุกตลาดเพื่อขยายฐานลูกค้าไปสู่เซกเมนต์ใหม่ๆ อย่างกลุ่มคนนอนดึก โดยเลือกสเตฟาน ฐสิษฐ์ สินคณาวิวัฒน์ ยูทูบเบอร์คนดังเจ้าของช่อง Antihero Thailand มาร่วมเป็นครอบครัวFriend of Grab คนล่าสุดเพื่อจับกลุ่มคอบอล การส่งแพ็กเกจ GrabForStudent ที่มัดรวมสิทธิประโยชน์สุดคุ้มทั้งบริการเรียกรถและสั่งอาหาร เพื่อเจาะกลุ่มนักเรียนและนักศึกษา ซึ่งช่วยประหยัดเงินได้สูงสุดถึง 9,000 บาทต่อปี รวมถึงการทดลองเปิดตัวสินเชื่อเงินสด Grab Quick Cash ซึ่งถือเป็นการให้สินเชื่อกับกลุ่มบุคคลทั่วไปเป็นครั้งแรก โดยมุ่งเจาะกลุ่มผู้ที่ต้องการนำเงินทุนไปใช้ในการประกอบอาชีพ ด้วยวงเงินสูงสุด 20,000 บาทและผ่อนจ่ายได้สูงสุด 6 เดือน”</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43549" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/winning-with-purpose-together-04.jpg" alt="จันต์สุดา ธนานิตยะอุดม" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/winning-with-purpose-together-04.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/winning-with-purpose-together-04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/winning-with-purpose-together-04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/winning-with-purpose-together-04-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>ในด้านการส่งเสริมความยั่งยืนและสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกต่อสังคม แกร็บยังคงยึดมั่นในพันธกิจ GrabForGood โดยให้ความสำคัญกับการสนับสนุนคนขับ-ไรเดอร์และพาร์ทเนอร์ร้านค้าใน 3 ประเด็นหลัก คือ การเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล การพัฒนาศักยภาพเพื่อเพิ่มทักษะและ<br />
ขีดความสามารถในการแข่งขันผ่านการใช้ AI และโครงการ GrabAcademy และการส่งเสริมการเข้าถึงบริการทางการเงินในระบบ ขณะเดียวกัน แกร็บยังพร้อมเดินหน้าผลักดันโครงการในด้านสิ่งแวดล้อมไม่ว่าจะเป็น โครงการ Grab EV เพื่อส่งเสริมให้คนขับและไรเดอร์เปลี่ยนมาใช้ยานยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะ<br />
ในยุคที่ทุกคนต้องเผชิญหน้ากับปัญหาราคาน้ำมันพุ่ง โครงการเพื่อโลกสีเขียว (Green Programme) โดยนำเงินบริจาคจากผู้ใช้บริการไปซื้อคาร์บอนเครดิตเพื่อชดเชยคาร์บอน และสนับสนุนการผลิตถ่านชีวภาพ (Biochar) รวมไปถึงการริเริ่มโครงการใหม่อย่าง GrabFood ร้านรักษ์โลกพร้อมคัดแยก ที่จะร่วมกับ Trash Lucky ส่งเสริมให้พาร์ทเนอร์ร้านอาหารคัดแยกขยะและนำไปรีไซเคิลอย่างเป็นระบบ</p>
<p>“ไม่เพียงเท่านั้น แกร็บยังมุ่งมั่นและพร้อมสนับสนุนนโยบายระดับชาติ โดยเฉพาะการส่งเสริมการท่องเที่ยว ซึ่งถือเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมหลักที่ช่วยสร้างรายได้เข้าประเทศ โดยเรายังคงเดินหน้าผนึกกำลังหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย (ทอท.) ผ่านการจัดแคมเปญเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวตลอดทั้งปี การสนับสนุนการจัดอีเวนท์ระดับโลกและเทศกาลเชิงวัฒนธรรม ตลอดจนการรักษามาตรฐานและยกระดับการให้บริการเรียกรถผ่านแอปฯ เพื่อสร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ควบคู่ไปกับการส่งเสริมวัฒนธรรมไทยผ่านอัตลักษณ์อาหาร โดยใช้ประโยชน์จากความเชี่ยวชาญในด้านเทคโนโลยี บิ๊กดาต้า รวมถึงความแข็งแกร่งของแบรนด์ GrabThumbsUp มาร่วมผลักดันแบรนด์ร้านอาหารไทยให้เป็นที่รู้จักมากขึ้นในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ผ่านเครือข่ายธุรกิจของแกร็บในประเทศต่างๆ” จันต์สุดา กล่าวทิ้งท้าย</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/winning-with-purpose-together/">แกร็บ กางโรดแมปปี 69 ชูแนวคิด “Winning with Purpose Together” ขับเคลื่อนธุรกิจยั่งยืนเร่งนวัตกรรม-ดันสังคมคาร์บอนต่ำ ปี 2569</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>แอสเซนด์ บิท จับมือ Carbonmark เปิดฟีเจอร์การชดเชยคาร์บอน บนแอปทรูมันนี่ฯ พลิกโฉมการลดโลกร้อนให้เข้าถึงง่าย</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/ascend-bit-x-carbonmark/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/ascend-bit-x-carbonmark/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 10 Dec 2024 07:36:08 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Carbonmark]]></category>
		<category><![CDATA[ชดเชยคาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[ลดโลกร้อน]]></category>
		<category><![CDATA[แอปทรูมันนี่ฯ]]></category>
		<category><![CDATA[แอสเซนด์ บิท]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=37070</guid>

					<description><![CDATA[<p>แอสเซนด์ บิท บริษัทผู้ให้บริการด้านบล็อกเชนในเครือเจริญโภคภัณฑ์ ร่วมมือกับบริษัท Carbonmark แพลตฟอร์มการซื้อขายคาร์บอนเครดิตระดับโลกเปิดตัวฟีเจอร์การชดเชยคาร์บอนบนแอปทรูมันนี่ วอลเล็ท แอปพลิเคชันฟินเทคอันดับหนึ่งของประเทศไทย เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานรายเดือนกว่า 20 ล้านคนของทรูมันนี่ฯ สามารถสามารถลดคาร์บอนฟุตพรินต์ของตัวเอง และบรรลุการเป็นกลางทางคาร์บอนได้อย่างง่ายดาย ด้วยการเรียกใช้คาร์บอนเครดิตในรูปแบบโทเคน และบันทึกใบรับรองการชดเชยคาร์บอนโทเคนนี้ บนบล็อกเชนสาธารณะ อย่างรวดเร็ว และตรวจสอบได้ เพื่อช่วยกระตุ้นให้คนไทยมีส่วนร่วมในการลดภาวะโลกร้อน และสร้างอนาคตที่ยั่งยืนร่วมกัน อภินันท์ ดาบเพ็ชร กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอสเซนด์ บิท จำกัด กล่าวว่า แอสเซนด์ บิท&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/ascend-bit-x-carbonmark/">แอสเซนด์ บิท จับมือ Carbonmark เปิดฟีเจอร์การชดเชยคาร์บอน บนแอปทรูมันนี่ฯ พลิกโฉมการลดโลกร้อนให้เข้าถึงง่าย</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>แอสเซนด์ บิท บริษัทผู้ให้บริการด้านบล็อกเชนในเครือเจริญโภคภัณฑ์ ร่วมมือกับบริษัท Carbonmark แพลตฟอร์มการซื้อขายคาร์บอนเครดิตระดับโลกเปิดตัวฟีเจอร์การชดเชยคาร์บอนบนแอปทรูมันนี่ วอลเล็ท แอปพลิเคชันฟินเทคอันดับหนึ่งของประเทศไทย เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานรายเดือนกว่า 20 ล้านคนของทรูมันนี่ฯ สามารถสามารถลดคาร์บอนฟุตพรินต์ของตัวเอง และบรรลุการเป็นกลางทางคาร์บอนได้อย่างง่ายดาย ด้วยการเรียกใช้คาร์บอนเครดิตในรูปแบบโทเคน และบันทึกใบรับรองการชดเชยคาร์บอนโทเคนนี้ บนบล็อกเชนสาธารณะ อย่างรวดเร็ว และตรวจสอบได้ เพื่อช่วยกระตุ้นให้คนไทยมีส่วนร่วมในการลดภาวะโลกร้อน และสร้างอนาคตที่ยั่งยืนร่วมกัน</strong></p>
<p><span id="more-37070"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-37073" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/Apinan.jpg" alt="อภินันท์ ดาบเพ็ชร" width="400" height="600" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/Apinan.jpg 400w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/Apinan-200x300.jpg 200w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/Apinan-150x225.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/Apinan-333x500.jpg 333w" sizes="(max-width: 400px) 100vw, 400px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>อภินันท์ ดาบเพ็ชร</strong></span> <strong>กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอสเซนด์ บิท จำกัด</strong> กล่าวว่า แอสเซนด์ บิท มุ่งมั่นที่จะนำคนไทยหลายสิบล้านคนเข้าสู่โลกบล็อกเชนสาธารณะ เพื่อเข้าถึงสินทรัพย์จากโลกจริงที่ถูกแปลงเป็นโทเคนบนเชน (tokenized real-world assets) โดยหนึ่งในสินทรัพย์ที่จะได้รับประโยชน์สูงในด้านการเข้าถึงง่ายและความโปร่งใสจากการแปลเป็นโทเคน คือ คาร์บอนเครดิต</p>
<p>ด้วยความร่วมมือกับ Carbonmark เราได้เปิดให้ผู้ใช้งานทรูมันนี่ ได้เลือกสนับสนุนโครงการสิ่งแวดล้อมที่หลากหลาย โดยใช้เงินในบัญชีซื้อโทเคนคาร์บอนเครดิตและทำการรีไทร์คาร์บอนเพื่อให้ตัวผู้ใช้งานได้เป็นกลางทางคาร์บอนในช่วงเวลาที่กำหนด โดยระบบจะเรียกซื้อและทำการเบิร์นโทเคนคาร์บอนในจำนวนกิโลกรัมที่กำหนด บนเชน Polygon และเก็บใบรับรองการรีไทร์คาร์บอนครั้งนี้ในรูปแบบ NFT ไว้ในแอดเดรสผู้ใช้งานแต่ละคน</p>
<p>วิธีการชดเชยคาร์บอนนี้ไม่เพียงแต่เร็วและโปร่งใสกว่าเดิม แต่ยังมีต้นทุนต่ำกว่ารายการชดเชยคาร์บอนอื่นๆที่มีให้บริการในประเทศไทยถึง 3-10 เท่า ในการชดเชยคาร์บอนต่อ 1 ตัน (tCO2) ดังนั้น ด้วยบริการนี้เรากำลังเพิ่มพลังให้กับผู้คนในการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อม และร่วมกันนิยามบทบาทใหม่ของเทคโนโลยีในการสร้างอนาคตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อนาคตที่ยั่งยืนร่วมกัน&#8221;</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>Andrew Bonneau</strong></span> <strong>กรรมการผู้จัดการ Carbonmark</strong> กล่าวเสริมว่า เราภูมิใจที่ได้ร่วมมือกับแอสเซนด์ บิท เพื่อนำเสนอโอกาสในการลดโลกร้อนให้เข้าถึงผู้ใช้งานหลายล้านคนในประเทศไทยผ่านแอปทรูมันนี่ฯ การร่วมมือนี้ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถชดเชยการปล่อยคาร์บอนของตนเอง โดยร่วมสนับสนุนโครงการสำคัญต่างๆ เช่น การฟื้นฟูป่า การพัฒนาพลังงานหมุนเวียน และโครงการที่สร้างผลกระทบเชิงบวกในด้านสังคมและเศรษฐกิจ เรามุ่งมั่นที่จะทำให้ทุกการซื้อคาร์บอนเครดิตเป็นการส่งเสริมธรรมชาติ และส่งผลต่อโลกที่ดีขึ้นโดยตรง ช่วยให้ผู้คนสามารถเลือกใช้ชีวิตประจำวัน ให้สอดคล้องกับการปกป้องสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-37072" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/ABCxCM_02.jpg" alt="แอสเซนด์ บิท จับมือ Carbonmark เปิดฟีเจอร์การชดเชยคาร์บอน บนแอปทรูมันนี่ฯ" width="740" height="555" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/ABCxCM_02.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/ABCxCM_02-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/ABCxCM_02-150x113.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/ABCxCM_02-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>ความร่วมมือนี้นับเป็นก้าวสำคัญ ในการผสานความยั่งยืนเข้ากับไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ ผู้ใช้งานสามารถเลือกแพ็กเกจการชดเชยได้หลากหลายรูปแบบ (7, 30 หรือ 90 วัน) และมั่นใจได้ว่าคาร์บอนเครดิตที่ซื้อผ่านแอปทรูมันนี่ฯ ผ่านการรับรองมาตรฐานระดับสากล อีกทั้งยังสามารถตรวจสอบได้อย่างโปร่งใสด้วยเทคโนโลยีบล็อกเชน</p>
<p><strong>แอสเซนด์ บิท และ Carbonmark พร้อมเดินหน้าส่งเสริมให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการแก้ไขวิกฤตโลกร้อน โดยใช้เทคโนโลยีเป็นหัวใจหลักในการสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนเพื่ออนาคตของโลก,</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/ascend-bit-x-carbonmark/">แอสเซนด์ บิท จับมือ Carbonmark เปิดฟีเจอร์การชดเชยคาร์บอน บนแอปทรูมันนี่ฯ พลิกโฉมการลดโลกร้อนให้เข้าถึงง่าย</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/ascend-bit-x-carbonmark/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
