<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ซันโทรี่ | Green Network</title>
	<atom:link href="https://www.greennetworkthailand.com/tag/%e0%b8%8b%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%88/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Mon, 26 Jan 2026 09:33:16 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.0</generator>

<image>
	<url>https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/green-network-50x50.png</url>
	<title>ซันโทรี่ | Green Network</title>
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ซันโทรี่ผนึกภาครัฐ สานต่อโครงการ “แบรนด์เก็บกลับ” ปลูกฝังเยาวชนคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/triple-b-brands-bring-back/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 26 Jan 2026 09:33:16 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[CSR]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการขยะตั้งแต่ต้นทาง]]></category>
		<category><![CDATA[คัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง]]></category>
		<category><![CDATA[ซันโทรี่]]></category>
		<category><![CDATA[ปลูกฝังเยาวชนคัดแยกขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[ลดปริมาณขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[แบรนด์เก็บกลับ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=43006</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในปีที่ผ่านมา “กรุงเทพมหานครมีปริมาณขยะที่ต้องนำไปกำจัดเฉลี่ยราว 9,500 ตันต่อวัน และคาดว่าในปีนี้จะลดลงเหลือประมาณ 9,200 ตันต่อวัน จากการขับเคลื่อนนโยบาย “บ้านนี้ไม่เทรวม” ซึ่งมีประชาชนลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน BKK WASTE PAY แล้วมากกว่า 1 ล้านราย โดยตั้งเป้าลดปริมาณขยะที่ต้องกำจัดลงราว 5% เมื่อเทียบกับปี 2568” ข้อมูลจากรองปลัดกรุงเทพมหานคร สะท้อนให้เห็นว่าแนวทางการจัดการขยะตั้งแต่ต้นทางเริ่มเห็นผลเป็นรูปธรรม และการสร้างความเปลี่ยนแปลงในสถานศึกษาก็นับเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของการจัดการขยะเช่นกัน ขณะที่ปริมาณขยะของกรุงเทพมหานครยังอยู่ในระดับสูง การผลักดันการจัดการขยะตั้งแต่ต้นทางจึงกลายเป็นโจทย์สำคัญที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด (ประเทศไทย)&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/triple-b-brands-bring-back/">ซันโทรี่ผนึกภาครัฐ สานต่อโครงการ “แบรนด์เก็บกลับ” ปลูกฝังเยาวชนคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ในปีที่ผ่านมา “กรุงเทพมหานครมีปริมาณขยะที่ต้องนำไปกำจัดเฉลี่ยราว 9,500 ตันต่อวัน และคาดว่าในปีนี้จะลดลงเหลือประมาณ 9,200 ตันต่อวัน จากการขับเคลื่อนนโยบาย “บ้านนี้ไม่เทรวม” ซึ่งมีประชาชนลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน BKK WASTE PAY แล้วมากกว่า 1 ล้านราย โดยตั้งเป้าลดปริมาณขยะที่ต้องกำจัดลงราว 5% เมื่อเทียบกับปี 2568” ข้อมูลจากรองปลัดกรุงเทพมหานคร สะท้อนให้เห็นว่าแนวทางการจัดการขยะตั้งแต่ต้นทางเริ่มเห็นผลเป็นรูปธรรม และการสร้างความเปลี่ยนแปลงในสถานศึกษาก็นับเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของการจัดการขยะเช่นกัน</strong></p>
<p><span id="more-43006"></span></p>
<p>ขณะที่ปริมาณขยะของกรุงเทพมหานครยังอยู่ในระดับสูง การผลักดันการจัดการขยะตั้งแต่ต้นทางจึงกลายเป็นโจทย์สำคัญที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด (ประเทศไทย) จึงผนึกกำลังกับกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร และกลุ่มกิจกรรมเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม กล่องวิเศษ เดินหน้าสานต่อโครงการ “แบรนด์เก็บกลับ” (Triple B: BRAND’S Bring Back) ประจำปี 2569 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 เพื่อขับเคลื่อนการจัดการขยะตั้งแต่ต้นทางในสถานศึกษา และปลูกฝังจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมแก่เยาวชนผ่านกระบวนการเรียนรู้เชิงปฏิบัติการ พร้อมยกย่องโรงเรียนนำร่องที่ประสบความสำเร็จในการพัฒนาระบบจัดการขยะและจัดตั้งธนาคารขยะอย่างเป็นรูปธรรม</p>
<p style="text-align: center;"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43008" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/triple-b-brands-bring-back-02.jpg" alt="เพียงจิต ศรีประสาธน์" width="750" height="502" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/triple-b-brands-bring-back-02.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/triple-b-brands-bring-back-02-300x201.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/triple-b-brands-bring-back-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/triple-b-brands-bring-back-02-500x335.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">เพียงจิต ศรีประสาธน์</span> รองประธานบริหารอาวุโสฝ่ายทรัพยากรบุคคลและบรรษัทสัมพันธ์ ประเทศไทยและอินโดไชน่า บริษัท ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด (ประเทศไทย) จำกัด</strong> เปิดเผยว่า โครงการ “แบรนด์เก็บกลับ” เกิดจากความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจควบคู่การดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อม ภายใต้ค่านิยม “Giving Back to Society” โดยเล็งเห็นว่าสถานศึกษาเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการปลูกฝังจิตสำนึกและพฤติกรรมการจัดการขยะที่ถูกต้องแก่เยาวชน จึงร่วมกับกล่องวิเศษริเริ่มโครงการ เพื่อส่งเสริมการคัดแยกขยะผ่านการเรียนรู้เชิงปฏิบัติจริง และขับเคลื่อนการจัดการขยะตั้งแต่ต้นทางอย่างเป็นระบบ ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ</p>
<p>สำหรับการดำเนินโครงการในปี 2568 ได้สนับสนุนการจัดตั้งธนาคารขยะในโรงเรียนนำร่อง ผ่านกิจกรรมค่ายอบรม การถ่ายทอดองค์ความรู้ และการติดตามประเมินผล พร้อมมอบโล่เกียรติยศแก่โรงเรียนนำร่อง 10 แห่งตามระดับผลการดำเนินงาน นอกจากนี้ ยังมอบชุดสื่อการเรียนรู้ด้านการคัดแยกขยะให้แก่โรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานคร 437 โรงเรียน และถ่ายทอดองค์ความรู้แก่นักเรียนกว่า 5,600 คน โดยโรงเรียนที่เข้าร่วมจะได้รับการสนับสนุนกิจกรรมค่ายอบรมเชิงปฏิบัติการ ชุดสื่อการเรียนรู้ ทุนสนับสนุนการจัดการขยะ และกิจกรรมประกวดสื่อการเรียนรู้ผ่านช่องทางออนไลน์ พร้อมติดตามและประเมินผลตลอดโครงการ</p>
<p>“ในปีหน้า เราได้เตรียมแผนขยายการดำเนินโครงการฯ ไปยังพื้นที่ต่างจังหวัด โดยจะเริ่มต้นที่จังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงงานของบริษัทฯ ควบคู่ไปกับการดำเนินโครงการในโรงเรียนกรุงเทพมหานครที่ดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน เพื่อขยายผลความสำเร็จจากการดำเนินโครงการ ‘แบรนด์เก็บกลับ’ ในกรุงเทพมหานคร” <strong>เพียงจิต กล่าว</strong></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43009" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/triple-b-brands-bring-back-03.jpg" alt="ลัดดา ฉายอรุณ" width="750" height="502" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/triple-b-brands-bring-back-03.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/triple-b-brands-bring-back-03-300x201.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/triple-b-brands-bring-back-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/triple-b-brands-bring-back-03-500x335.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">ลัดดา ฉายอรุณ</span> คุณครูโรงเรียนวัดสมณานัมบริหาร หนึ่งในโรงเรียนที่ได้รับโล่เกียรติยศระดับดีเลิศ </strong>กล่าวว่า โรงเรียนได้ยกระดับการจัดการขยะอย่างเป็นระบบ หลังเข้าร่วม “โครงการแบรนด์เก็บกลับ” โดยเริ่มคัดแยกขยะตั้งแต่ในห้องเรียน ก่อนนำไปสู่จุดคัดแยกกลางของโรงเรียน ขยะรีไซเคิลหลัก ได้แก่ กระดาษและขวดพลาสติก ถูกนำไปจำหน่ายและต่อยอดเป็นงานประดิษฐ์ เช่น กระเป๋าจากฝาขวดพลาสติก สร้างมูลค่าเพิ่มจากขยะอย่างเป็นรูปธรรม</p>
<p>ด้านขยะเศษอาหาร โรงเรียนมีปริมาณเฉลี่ยประมาณ 1–2 กิโลกรัมต่อวัน จากนักเรียนราว 200 คน โดยใช้แนวทาง “ตักเท่าที่กิน” เพื่อลดของเสีย และนำเศษอาหารที่เหลือไปหมักเป็นปุ๋ยชีวภาพใช้ในแปลงผักของโรงเรียน ขณะเดียวกันระบบธนาคารขยะช่วยเปลี่ยนพฤติกรรมนักเรียนให้เห็นคุณค่าของขยะ สามารถนำขยะรีไซเคิลมาสะสมเป็นรายได้ ส่งเสริมวินัยการคัดแยกและการเรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติจริง</p>
<p>“ตลอดระยะเวลา 1 ปีของการเข้าร่วมโครงการแบรนด์เก็บกลับ โรงเรียนได้รับทั้งอุปกรณ์สนับสนุน การจัดกิจกรรมค่ายให้ความรู้ และการพัฒนาระบบธนาคารขยะที่เป็นรูปธรรม ส่งผลให้นักเรียนมีความกระตือรือร้นและเข้าใจการจัดการขยะอย่างชัดเจนยิ่งขึ้น พร้อมต่อยอดเป็นนวัตกรรมและผลงานของนักเรียน เพื่อเสริมทักษะอาชีพในอนาคต” <strong>คุณครูลัดดากล่าว</strong></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43010" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/triple-b-brands-bring-back-04.jpg" alt="เลิศลักษณ์ ลีลาเรืองแสง" width="750" height="502" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/triple-b-brands-bring-back-04.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/triple-b-brands-bring-back-04-300x201.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/triple-b-brands-bring-back-04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/triple-b-brands-bring-back-04-500x335.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">เลิศลักษณ์ ลีลาเรืองแสง</span> รองปลัดกรุงเทพมหานคร </strong>กล่าวว่า กรุงเทพมหานครให้ความสำคัญกับการจัดการขยะตั้งแต่ต้นทาง ภายใต้นโยบาย “ไม่เทรวม” และการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน โดยมองว่าสถานศึกษาเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความรู้ ความเข้าใจ และปลูกฝังพฤติกรรมการคัดแยกขยะที่ถูกต้องให้แก่เยาวชนตั้งแต่ระดับต้น โครงการ “แบรนด์เก็บกลับ” จึงถือเป็นความร่วมมือที่มีบทบาทสำคัญระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคีเครือข่าย ในการสนับสนุนและเสริมความเข้มแข็งให้ระบบการจัดการขยะของโรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานครอย่างเป็นรูปธรรม</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43011" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/triple-b-brands-bring-back-05.jpg" alt="แบรนด์เก็บกลับ" width="750" height="502" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/triple-b-brands-bring-back-05.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/triple-b-brands-bring-back-05-300x201.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/triple-b-brands-bring-back-05-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/triple-b-brands-bring-back-05-500x335.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>ทั้งนี้ โครงการ “แบรนด์เก็บกลับ” (Triple B: BRAND’S Bring Back) ประจำปี 2569 เปิดรับสมัครโรงเรียนระดับชั้นประถมศึกษาตอนปลาย สังกัดสำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร ตั้งแต่วันที่ 21 มกราคม ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2569  โดยโรงเรียนที่ผ่านการคัดเลือกจะได้รับการสนับสนุนกิจกรรมค่ายอบรมเชิงปฏิบัติการ การถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการจัดการขยะและการพัฒนาระบบธนาคารขยะภายในโรงเรียน รวมถึงการเข้าร่วมกิจกรรมประกวดคลิปวิดีโอภายใต้แนวคิด “โรงเรียนเท่ ไม่เทรวม” เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้และการมีส่วนร่วมด้านการจัดการขยะของนักเรียน ครู และชุมชนโดยรอบ</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/triple-b-brands-bring-back/">ซันโทรี่ผนึกภาครัฐ สานต่อโครงการ “แบรนด์เก็บกลับ” ปลูกฝังเยาวชนคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อินโดรามา เวนเจอร์ส ร่วมเปิดตัวขวด PET ผลิตจากพาราไซลีนเชิงชีวภาพที่สามารถดำเนินการเชิงพาณิชย์เป็นครั้งแรกของโลกสำหรับเครื่องดื่มของซันโทรี่</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/ivl-pet-bio-paraxylene/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/ivl-pet-bio-paraxylene/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 01 Nov 2024 06:04:21 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Packaging]]></category>
		<category><![CDATA[การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ขวด PET]]></category>
		<category><![CDATA[ซันโทรี่]]></category>
		<category><![CDATA[พาราไซลีนเชิงชีวภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์]]></category>
		<category><![CDATA[อินโดรามา เวนเจอร์ส]]></category>
		<category><![CDATA[เม็ดพลาสติก bio-PET]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=36474</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ ประเทศไทย – 31 ตุลาคม 2567 – บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตเคมีภัณฑ์ชั้นนำระดับโลกที่ดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ในฐานะส่วนหนึ่งของความร่วมมือด้านห่วงโซ่อุปทานกับซันโทรี่ (Suntory) เอเนออส คอร์ปอร์เรชั่น (ENEOS Corporation) มิตซูบิชิ คอร์ปอเรชั่น (Mitsubishi Corporation) อิวาตานิ (Itawani) และเนสเต้ (Neste) เปิดตัวขวด PET ที่ผลิตจากพาราไซลีนเชิงชีวภาพ[1]&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/ivl-pet-bio-paraxylene/">อินโดรามา เวนเจอร์ส ร่วมเปิดตัวขวด PET ผลิตจากพาราไซลีนเชิงชีวภาพที่สามารถดำเนินการเชิงพาณิชย์เป็นครั้งแรกของโลกสำหรับเครื่องดื่มของซันโทรี่</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ ประเทศไทย – 31 ตุลาคม 2567 – <strong>บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตเคมีภัณฑ์ชั้นนำระดับโลกที่ดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ในฐานะส่วนหนึ่งของความร่วมมือด้านห่วงโซ่อุปทานกับซันโทรี่ (Suntory) เอเนออส คอร์ปอร์เรชั่น (ENEOS Corporation) มิตซูบิชิ คอร์ปอเรชั่น (Mitsubishi Corporation) อิวาตานิ (Itawani) และเนสเต้ (Neste) เปิดตัวขวด PET ที่ผลิตจากพาราไซลีนเชิงชีวภาพ[1] (bio-paraxylene) ซึ่งผ่านการรับรอง ISCC+ สามารถดำเนินการเชิงพาณิชย์ได้เป็นครั้งแรกของโลก[2] ถือเป็นก้าวสำคัญต่อเส้นทางการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืน โดยส่วนหนึ่งในการผลิตขวด PET ดังกล่าวได้นำน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้วมาเป็นวัตถุดิบ ซึ่งขวด PET ที่ผลิตจากเทคโนโลยีนี้สามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของผลิตภัณฑ์ได้อย่างมีนัยสำคัญ</strong></p>
<p><span id="more-36474"></span></p>
<p>ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนเป็นต้นไป กลุ่มซันโทรี่จะเริ่มเปิดตัวขวด PET เชิงชีวภาพ (bio-PET) เหล่านี้สำหรับบางผลิตภัณฑ์ในประเทศญี่ปุ่น โดยความร่วมมือนี้จะทำให้มีการเปิดตัวขวด PET ที่ผลิตจากวัสดุนวัตกรรมดังกล่าว[3]สำหรับผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มประมาณ 45 ล้านขวด และจะพิจารณาขยายไปยังผลิตภัณฑ์อื่นๆ ของซันโทรี่เพิ่มเติมในอนาคต</p>
<p>ด้วยการผสานความเชี่ยวชาญและทรัพยากรของผู้นำอุตสาหกรรมในห่วงโซ่คุณค่า ทำให้โครงการนี้สะท้อนพลังของความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาความยั่งยืนระดับโลก</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ยาช โลเฮีย</strong></span> <strong>ประธานบริหารโครงการพิเศษด้านปิโตรเคมี และประธานคณะกรรมการด้านการดำเนินงานที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแล อินโดรามา เวนเจอร์ส</strong> กล่าวว่า &#8220;ความร่วมมือที่น่าตื่นเต้นนี้สะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์และความรับผิดชอบร่วมกันของพันธมิตรทุกภาคส่วนในการสนับสนุนอนาคตที่ยั่งยืนยิ่งขึ้น เราภูมิใจที่ได้ทำงานร่วมกับผู้นำอุตสาหกรรมในการพัฒนานวัตกรรมนี้ ที่ไม่เพียงแต่นำมาซึ่งโอกาสใหม่ๆ ให้กับอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์เท่านั้น แต่ยังตอกย้ำถึงความสำคัญของความร่วมมือในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงที่มีความหมายอีกด้วย และเรารู้สึกตื่นเต้นที่จะได้เห็นผลงานของความร่วมมือนี้ปรากฎอยู่บนชั้นวางสินค้าในรูปแบบของผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงของซันโทรี่ในเร็วๆ นี้&#8221;</p>
<p>แต่ละพันธมิตรได้นำความสามารถพิเศษเฉพาะตัวมาร่วมในการทำให้โครงการที่ก้าวล้ำนี้ประสบความสำเร็จ ภายใต้ห่วงโซ่อุปทานระดับโลกโดยผ่านความร่วมมือข้ามอุตสาหกรรมนี้ อินโดรามา เวนเจอร์ส ซึ่งเป็นผู้ผลิตและรีไซเคิล PET ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ได้นำพาราไซลีนเชิงชีวภาพ (bio-paraxylene) มาผลิตกรดเทเรฟทาลิกเชิงชีวภาพ (bio-terephthalic acid) และนำไปทำปฏิกิริยากับโมโนเอทิลีนไกลคอล (MEG) เพื่อผลิตเม็ดพลาสติก PET</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-36477" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/image001.jpg" alt="ารผลิตเม็ดพลาสติก bio-PET" width="900" height="362" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/image001.jpg 900w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/image001-300x121.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/image001-768x309.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/image001-150x60.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/image001-500x201.jpg 500w" sizes="(max-width: 900px) 100vw, 900px" /></p>
<p style="text-align: left;" align="center">ในฐานะพันธมิตรในโครงการริเริ่<wbr />มนี้ อินโดรามา เวนเจอร์ส ยังคงมุ่งมั่นที่จะส่งเสริ<wbr />มเศรษฐกิจหมุนเวียนสำหรั<wbr />บอนาคตของบรรจุภัณฑ์ผ่านช่<wbr />องทางต่างๆ การผลิตเม็ดพลาสติก bio-PET สอดคล้องกับกลยุทธ์ความยั่งยื<wbr />นในระยะยาวของอินโดรามา เวนเจอร์ส และเสริมสร้างความมุ่งมั่<wbr />นในการนำเสนอโซลูชันที่รับผิ<wbr />ดชอบต่อสิ่งแวดล้อมให้กับลูกค้<wbr />าของบริษัทฯ</p>
<p align="center"><strong>บทบาทของพันธมิตรในโครงการนี้</strong></p>
<table border="1" cellspacing="0" cellpadding="0" align="center">
<tbody>
<tr>
<td valign="top" width="198">
<p align="center">มิตซูบิชิ คอร์ปอเรชั่น</p>
</td>
<td valign="top" width="424">
<p align="center">บริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานทั้<wbr />งหมด</p>
</td>
</tr>
<tr>
<td valign="top" width="198">
<p align="center">เนสเต้</p>
</td>
<td valign="top" width="424">
<p align="center">ผลิต bio-naphtha จากน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้<wbr />วในโรงงานที่ได้รับการรับรอง ISCC+</p>
</td>
</tr>
<tr>
<td valign="top" width="198">
<p align="center">มิตซูบิชิ เคมิคอล</p>
</td>
<td valign="top" width="424">
<p align="center">ผลิตวัสดุตัวกลางของ bio-paraxylene โดยใช้ bio-naphtha ในโรงงานที่ได้รับการรับรอง ISCC+</p>
</td>
</tr>
<tr>
<td valign="top" width="198">
<p align="center">เอเนออส คอร์ปอเรชั่น</p>
</td>
<td valign="top" width="424">
<p align="center">ผลิต bio-paraxylene จากวัสดุตัวกลางในโรงงานที่ได้<wbr />รับการรับรอง ISCC+ โดยใช้แนวทาง Mass Balance<sup>*2</sup></p>
</td>
</tr>
<tr>
<td valign="top" width="198">
<p align="center">อินโดรามา เวนเจอร์ส</p>
</td>
<td valign="top" width="424">
<p align="center">ผลิตเม็ดพลาสติก PET โดยทำปฏิกิริยา MEG กับ PTA (TPA) ที่ผลิตจาก bio-paraxylene ในโรงงานที่ได้รับการรับรอง ISCC+</p>
</td>
</tr>
<tr>
<td valign="top" width="198">
<p align="center">อิวาตานิ คอร์ปอเรชั่น</p>
</td>
<td valign="top" width="424">
<p align="center">บริหารการดำเนินงานตั้งแต่<wbr />การผลิตจนถึงการส่งมอบเม็<wbr />ดพลาสติก PET</p>
</td>
</tr>
<tr>
<td valign="top" width="198">
<p align="center">กลุ่มซันโทรี่</p>
</td>
<td valign="top" width="424">
<p align="center">แปรรูปเม็ดพลาสติก PET ให้เป็นขวด PET สำหรับผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ</p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p>การเปิดตัวครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญในการผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมที่อาจเกิดขึ้นในการผลิต PET โดยการใช้แนวทางสมดุลมวล (Mass Balance) ที่ใช้ตลอดกระบวนการผลิต ช่วยให้มั่นใจได้ว่าวัสดุชีวภาพผ่านกระบวนการที่โปร่งใสและมีประสิทธิภาพในการผลิตขวด PET</p>
<p>ในฐานะพันธมิตรในโครงการริเริ่ม อินโดรามา เวนเจอร์ส ยังคงมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียนสำหรับอนาคตของบรรจุภัณฑ์ผ่านการดำเนินงานด้านต่างๆ โดยการผลิตเม็ดพลาสติก bio-PET สอดคล้องกับกลยุทธ์ความยั่งยืนในระยะยาวของอินโดรามา เวนเจอร์ส และเสริมสร้างความมุ่งมั่นในการนำเสนอโซลูชันที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมให้กับลูกค้าของบริษัทฯ</p>
<hr />
<p>[1] ณ วันที่ 28 ตุลาคม 2567 อ้างอิงจากการศึกษาโดย เอเนออส คอร์ปอร์เรชั่น และมิตซูบิชิ คอร์ปอเรชั่น</p>
<p>[2] ใช้แนวทางการประเมินแบบสมดุลมวลสาร โดยภายใต้แนวทางนี้ ผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากการผสมวัสดุที่มีคุณสมบัติเฉพาะกับวัสดุที่ไม่มีคุณสมบัตินั้น คุณสมบัติพิเศษนั้นสามารถจัดสรรให้กับบางส่วนของผลผลิตได้ตามสัดส่วนของวัสดุที่มีคุณสมบัติพิเศษซึ่งใช้ในกระบวนการผลิต แนวทางการประเมินแบบสมดุลมวลสารนี้ได้รับการรับรอง ISCC+</p>
<p>[3] ขวด PET ขนาด 280 มิลลิลิตร และ 285 มิลลิลิตร</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/ivl-pet-bio-paraxylene/">อินโดรามา เวนเจอร์ส ร่วมเปิดตัวขวด PET ผลิตจากพาราไซลีนเชิงชีวภาพที่สามารถดำเนินการเชิงพาณิชย์เป็นครั้งแรกของโลกสำหรับเครื่องดื่มของซันโทรี่</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/ivl-pet-bio-paraxylene/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
