<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ดัชนี MCI | Green Network</title>
	<atom:link href="https://www.greennetworkthailand.com/tag/%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b8%b5-mci/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Mon, 23 Sep 2024 02:00:33 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.0</generator>

<image>
	<url>https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/green-network-50x50.png</url>
	<title>ดัชนี MCI | Green Network</title>
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>สวทช.  เปิดฐานข้อมูล CO2, CE, SDGs ขับเคลื่อนไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำ</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/co2-ce-sdgs/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/co2-ce-sdgs/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 23 Sep 2024 01:59:37 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Report]]></category>
		<category><![CDATA[ฉลากคาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[ดัชนี MCI]]></category>
		<category><![CDATA[สังคมคาร์บอนต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจหมุนเวียน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=35835</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) จัดกิจกรรม NSTDA Meets the Press นักวิจัยพบปะสื่อมวลชน เพื่อสัมภาษณ์พูดคุยในหัวข้อ &#8220;ชวนรู้จัก ฐานข้อมูลด้าน CO2, CE, SDGs เพื่อการค้าและความยั่งยืน นำประเทศไทยสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนและสังคมคาร์บอนต่ำ&#8221; ณ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สถาบัน TIIS ถือเป็นหน่วยงานที่ให้บริการครบวงจร (One stop Service) ด้านข้อมูลและสารสนเทศเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/co2-ce-sdgs/">สวทช.  เปิดฐานข้อมูล CO2, CE, SDGs ขับเคลื่อนไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) จัดกิจกรรม NSTDA Meets the Press นักวิจัยพบปะสื่อมวลชน เพื่อสัมภาษณ์พูดคุยในหัวข้อ <strong>&#8220;ชวนรู้จัก ฐานข้อมูลด้าน </strong><strong>CO<sub>2</sub>, CE, SDGs เพื่อการค้าและความยั่งยืน นำประเทศไทยสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนและสังคมคาร์บอนต่ำ&#8221;</strong> ณ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)</p>
<p><span id="more-35835"></span></p>
<p>สถาบัน TIIS ถือเป็นหน่วยงานที่ให้บริการครบวงจร (One stop Service) ด้านข้อมูลและสารสนเทศเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม การค้าและความยั่งยืน เพื่อให้สาธารณชนภาคส่วนต่าง ๆ เข้าใจบทบาทสำคัญของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นสังคมคาร์บอนต่ำ รวมถึงการสร้างความร่วมมือและพัฒนาศักยภาพ เพื่อให้ทุกภาคส่วนในสังคมสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากข้อมูลและเครื่องมือต่างๆ เพื่อการตัดสินใจและการดำเนินงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจในระยะยาว โดยฐานข้อมูล CO2, CE, SDGs เป็นฐานข้อมูลที่รวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ 3 ด้านหลัก ได้แก่ <strong>CO2 (Carbon Dioxide) </strong>ข้อมูลเกี่ยวกับการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ <strong>CE (Circular Economy) </strong>ข้อมูลเกี่ยวกับเศรษฐกิจหมุนเวียน และ <strong>SDGs (Sustainable Development Goals) </strong> ข้อมูลเกี่ยวกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งฐานข้อมูลทั้ง 3 ด้านนี้ช่วยให้รัฐบาล ภาคธุรกิจ และประชาชนสามารถติดตาม ประเมินความคืบหน้าของประเทศในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก สร้างเศรษฐกิจหมุนเวียน และบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน</p>
<p style="text-align: center;"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-35837" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/nstda-meets-the-press-02.jpg" alt="ดร.นงนุช พูลสวัสดิ์" width="750" height="501" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/nstda-meets-the-press-02.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/nstda-meets-the-press-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/nstda-meets-the-press-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/nstda-meets-the-press-02-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<h3>ยกระดับฐานข้อมูล สู่เศรษฐกิจหมุนเวียนและสังคมคาร์บอนต่ำ</h3>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ดร.นงนุช พูลสวัสดิ์</strong></span> <strong>ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัย สถาบันเทคโนโลยีและสารสนเทศเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (</strong><strong>TIIS) เอ็มเทค สวทช.</strong> กล่าวว่า สวทช. มุ่งมั่นที่จะพัฒนาและปรับปรุงฐานข้อมูลอย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ผ่านความร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเชื่อว่าการใช้ข้อมูลที่แม่นยำและครอบคลุมจะเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนและสังคมคาร์บอนต่ำ ตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน พร้อมเปิดเผยถึงความก้าวหน้าล่าสุดของฐานข้อมูล CO<sub>2</sub>, CE, SDGs ว่า สถาบัน TIIS ได้พัฒนาชุดข้อมูลค่าสัมประสิทธิ์การปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Emission Factor: EF) ที่ครอบคลุม 22 กลุ่มอุตสาหกรรมสำคัญของประเทศ ซึ่งเป็นข้อมูลพื้นฐานสำหรับการออกแบบและรับรองฉลากสิ่งแวดล้อมของผลิตภัณฑ์</p>
<p>นอกจากนี้ ยังได้พัฒนาฐานข้อมูลและตัวชี้วัดที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจหมุนเวียน ได้แก่ ดัชนีการหมุนเวียนวัสดุ (Material Circularity Index, MCI) ในผลิตภัณฑ์เป้าหมาย 12 ประเภทของอุตสาหกรรมก่อสร้าง เพื่อสนับสนุนการประเมินและพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม  ซึ่งฐานข้อมูลเหล่านี้ล้วนมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อน BCG Economy และการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศไทย โดยช่วยให้ภาคธุรกิจสามารถเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนผ่านการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ปรับปรุงกระบวนการผลิตให้เกิดการใช้วัตถุดิบรอบสอง ส่งเสริมโมเดลธุรกิจหมุนเวียน รวมทั้งลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก</p>
<h3>ฉลากคาร์บอน (CO<sub>2</sub>) สำคัญอย่างไร?</h3>
<p><strong>ดร.นงนุช</strong> กล่าวว่า ฉลากคาร์บอนมีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันให้กับสินค้าไทยในตลาดโลก จึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่แสดงข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดวัฏจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์ ครอบคลุมตั้งแต่การได้มาซึ่งวัตถุดิบ กระบวนการผลิต การกระจายสินค้า การใช้งาน ไปจนถึงการจัดการของเสีย ไม่เพียงช่วยให้ผู้บริโภคสามารถตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ยังกระตุ้นให้ผู้ประกอบการไทยปรับปรุงเทคโนโลยีการผลิตให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ซึ่งเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลกที่ให้ความสำคัญกับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ สถาบัน TIIS ได้จัดทำชุดข้อมูลค่าสัมประสิทธิ์การปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่พร้อมให้บริการ ประกอบด้วยค่ากลางจาก 22 กลุ่มอุตสาหกรรมที่ครอบคลุมอุตสาหกรรมพื้นฐานสำคัญของประเทศ โดยได้แปลงค่าผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้อยู่ในหน่วย &#8220;กิโลกรัมก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า&#8221; หรือ &#8220;kgCO<sub>2</sub>eq.&#8221;</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-35838" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/nstda-meets-the-press-03.jpg" alt="ดร.เอนกประชา แก้วมณี" width="750" height="501" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/nstda-meets-the-press-03.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/nstda-meets-the-press-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/nstda-meets-the-press-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/nstda-meets-the-press-03-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<h3>ฉลากคาร์บอนเปิดทางให้สินค้าไทยก้าวสู่ตลาดโลก</h3>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ดร</strong></span><strong><span style="color: #6cb742;">.เอนกประชา แก้วมณี</span> ผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์และพัฒนาธุรกิจโรงกลั่น บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)</strong> กล่าวว่า บางจากฯ ตระหนักถึงประเด็นเรื่องวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และเพื่อแสดงความมุ่งมั่นในการตอบสนองประเด็นนี้ บริษัทฯ ได้กำหนดเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ในปี 2030 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero GHG Emissions) ในปี 2050 โดยผ่านแผนงาน <strong>BCP 316 NET</strong> ครอบคลุมการดำเนินงาน 4 แนวทาง ได้แก่ <strong>B</strong>reakthrough Performance (30%)  <strong>C</strong>onserving Nature and Society (10%) <strong>P</strong>roactive Business Growth and Transition (60%) และ <strong>N</strong>et Zero Ecosystem</p>
<p>เช่นเดียวกับโรงกลั่นพระโขนง ที่มีการปรับปรุงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดการใช้พลังงานในการผลิตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งเพื่อจะสามารถบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ได้ ทั้งนี้การประเมินปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ปล่อยออกมาตลอดวัฏจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์ (Carbon Footprint of Product) นั้นเป็นเครื่องมือหนึ่งที่ช่วยให้บริษัทฯ สามารถวิเคราะห์ถึง hotspot ที่มีการใช้พลังงานมากและนำไปพัฒนาในการลดการใช้พลังงานต่อเนื่อง ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์ที่ขอการรับรองฉลากคาร์บอนทั้ง 5 ผลิตภัณฑ์ได้แก่ น้ำมันเตา , ก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) , น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว , น้ำมันแก๊สโซลีนพื้นฐาน และน้ำมันก๊าดหรือน้ำมันเครื่องบิน</p>
<p>“การเลือกใช้วัตถุดิบหรือผลิตภัณฑ์ที่มีการปลดปล่อยคาร์บอนต่ำตั้งแต่ต้นทาง จึงมีความสำคัญเป็นอย่างมากสำหรับผู้ประกอบการของประเทศไทย ขณะเดียวกันผู้ประกอบการไทยควรศึกษาข้อมูลและแนวทางการขอรับฉลากคาร์บอน เพื่อนำไปปรับใช้กับผลิตภัณฑ์ของตนเอง และร่วมกันผลักดันให้ประเทศไทยเป็นผู้นำด้านการผลิตสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม” <strong>ดร.เอนกประชา</strong> กล่าว</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-35839" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/nstda-meets-the-press-04.jpg" alt="วิชัย รายรัตน์" width="750" height="501" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/nstda-meets-the-press-04.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/nstda-meets-the-press-04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/nstda-meets-the-press-04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/nstda-meets-the-press-04-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<h3>MCI ดัชนีสำคัญ ลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่จำกัด</h3>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>วิชัย รายรัตน์ </strong></span><strong>Sustainable Development Director บริษัท เอสซีจี ซิเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง จำกัด</strong> กล่าวว่า การนำดัชนี MCI มาประยุกต์ใช้ในกระบวนการผลิตของบริษัท  ถือเป็นสำคัญในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในทุก ๆ ด้าน ทั้งการปรับปรุงกระบวนการผลิตเพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ การนำพลังงานหมุนเวียนมาใช้ทดแทนถ่านหินและก๊าซธรรมชาติ การลดการใช้ทรัพยากรน้ำ และรวมถึงการลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติที่ใช้แล้วหมดไป (Nonrenewable resources) โดยนำวัสดุหมุนเวียนมาใช้ทดแทน ตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนที่เอสซีจีใช้เป็นตัวขับเคลื่อนหลักควบคู่กับการมุ่งไปสู่ Net Zero  โดยค่าประสิทธิภาพหมุนเวียนของวัสดุก่อสร้าง (Material Circularity Indicator: MCI) หรือที่เรียกว่า ดัชนี MCI คือ ตัวชี้วัดที่บ่งบอกถึงระดับการหมุนเวียนของวัสดุในผลิตภัณฑ์หนึ่ง ๆ โดยเปรียบเทียบกับวัฏจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่การผลิต การใช้งาน จนถึงการจัดการของเสีย หากผลิตภัณฑ์ใดมีค่า MCI สูง แสดงว่าผลิตภัณฑ์นั้นสามารถนำกลับมาใช้ใหม่หรือรีไซเคิลได้มากขึ้น</p>
<p>สำหรับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน เอสซีจีได้มีการตั้งเป้าหมายให้แต่ละธุรกิจต้องมีการนำวัสดุทดแทนมาใช้ โดยตั้งเป้าหมายในปี 2030 ให้มีการนำวัสดุหมุนเวียนมาใช้ทดแทนวัตถุดิบธรรมชาติให้ได้ 10% ซึ่งในปี 2023 เอสซีจีสามารถใช้วัสดุหมุนเวียนได้ 6.64% ซึ่งแนวทางสำคัญคือการนำวัสดุที่เป็นของเสียที่ไม่เป็นอันตรายทั้งจากภายในและภายนอกเอสซีจีหรือสินค้าที่หมดอายุการใช้งาน กลับมาใช้เป็นวัตถุดิบทดแทน ในสัดส่วนที่สินค้ายังได้คุณภาพและเป็นไปตามมาตรฐาน นอกจากนี้ยังพัฒนาวิจัยที่จะนำวัสดุธรรมชาติที่สามารถทดแทนใหม่ได้ (Renewable resources) มาทดแทนเพิ่มเติมอีกด้วย โดยใช้ดัชนี MCI มาเป็นเครื่องมือในการประเมินประสิทธิผลของการหมุนเวียนวัสดุทดแทนของสินค้าแต่ละประเภท เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีค่า MCI สูงขึ้น ตัวอย่างเช่น ปูนเอสซีจี คาร์บอนต่ำ มีการนำเถ้าลอย (Fly ash) มาทดแทนหินปูน และใช้ยิปซั่มสังเคราะห์มาทดแทนแร่ยิปซั่มธรรมชาติ</p>
<p><strong>“</strong>ผลลัพธ์ที่ได้จากการนำดัชนี MCI มาใช้ เป็นข้อมูลในการประเมินประสิทธิผลการหมุนเวียนวัสดุของสินค้าวัสดุก่อสร้างของเอสซีจีแต่ละประเภท ทำให้กรอบการดำเนินงานด้านเศรษกิจหมุนเวียนของเอสซีจีมีความชัดเจนมากขึ้น และอีกองค์ประกอบหนึ่งที่สำคัญในการวัดค่าดัชนี MCI คือการหมุนเวียนสินค้าที่หมดอายุการใช้งานหรือเป็นของเสียในระหว่างติดตั้งให้มีการนำกลับมาสู่ระบบการหมุนเวียน ก็เป็นอีกแนวทางหนึ่งที่เอสซีจีให้ความสำคัญและดำเนินการ เช่น การนำเศษคอนกรีตจากการก่อสร้างหรือทุบทำลายมาย่อยและนำกลับมาใช้ทดแทนหินปูนในการทำคอนกรีต การนำโถสุขภัณฑ์ที่ไม่ใช้แล้วซึ่งทำงานร่วมกันกับโฮมโปร นำมาย่อยและนำกลับมาใช้เป็นวัตถุดิบทดแทนดินในการทำกระเบื้อง การนำเศษอิฐมวลเบาหรือเศษกระเบื้องหลังคาคอนกรีต มาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์หรือนำกลับมาใช้เป็นวัตถุดิบในโรงงาน” <strong>วิชัย</strong> กล่าวทิ้งท้าย</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/co2-ce-sdgs/">สวทช.  เปิดฐานข้อมูล CO2, CE, SDGs ขับเคลื่อนไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/co2-ce-sdgs/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
