<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ถ่านหิน | Green Network</title>
	<atom:link href="https://www.greennetworkthailand.com/tag/%e0%b8%96%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%b4%e0%b8%99/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Thu, 30 Jan 2025 04:23:28 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.0.2</generator>

<image>
	<url>https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/green-network-50x50.png</url>
	<title>ถ่านหิน | Green Network</title>
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>AGE กาง Road Map ปี 68 มุ่งสู่ธุรกิจพลังงานยั่งยืน ปักธง รายได้กลุ่มบริษัทฯ โต 17,000 ล้านบาท</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/age-road-map-2568/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/age-road-map-2568/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 30 Jan 2025 04:23:28 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<category><![CDATA[AGE]]></category>
		<category><![CDATA[Diversified]]></category>
		<category><![CDATA[ถ่านหิน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[เอเชีย กรีน เอนเนอจี]]></category>
		<category><![CDATA[โลจิสติกส์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=37805</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ &#8211; บมจ.เอเชีย กรีน เอนเนอจี (AGE) กาง Road Map ปี 2568 ประกาศมุ่งสู่ธุรกิจพลังงานยั่งยืน (Sustainable Energy) เดินเกมรุก ลุย 4 กลุ่มธุรกิจ “ถ่านหิน-โลจิสติกส์-พลังงานยั่งยืน-Diversified” เล็งดัน ABM เป็น flagship ของกลุ่มบริษัทฯ ปั้นรายได้รวมปีนี้ แตะ 17,000 ล้านบาท พร้อมตั้งเป้าหมายปี 2573&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/age-road-map-2568/">AGE กาง Road Map ปี 68 มุ่งสู่ธุรกิจพลังงานยั่งยืน ปักธง รายได้กลุ่มบริษัทฯ โต 17,000 ล้านบาท</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ &#8211; <strong>บมจ.เอเชีย กรีน เอนเนอจี (AGE) กาง Road Map ปี 2568 ประกาศมุ่งสู่ธุรกิจพลังงานยั่งยืน (Sustainable Energy) เดินเกมรุก ลุย 4 กลุ่มธุรกิจ “ถ่านหิน-โลจิสติกส์-พลังงานยั่งยืน-Diversified” เล็งดัน ABM เป็น flagship ของกลุ่มบริษัทฯ ปั้นรายได้รวมปีนี้ แตะ 17,000 ล้านบาท พร้อมตั้งเป้าหมายปี 2573 สัดส่วน EBITDA จากธุรกิจกรีน และธุรกิจถ่านหิน เป็น 50:50 ตอกย้ำสถานะความแข็งแกร่งทางการเงิน โชว์ฟอร์มประกาศไถ่ถอนหุ้นกู้ก่อนครบกำหนดชำระจริงบางส่วน ส่งผลให้สัดส่วนหนี้สินต่อทุนของบริษัทฯ ลดลง – เพิ่มสภาพคล่องสนับสนุนการเติบโตในอนาคต</strong></p>
<p><span id="more-37805"></span></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นางสาวปณิตา ควรสถาพร</strong></span> <strong>รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอเชีย กรีน เอนเนอจี จำกัด (มหาชน)</strong> หรือ <strong>AGE</strong> ผู้จัดจำหน่ายถ่านหินบิทูมินัส (ถ่านหินสะอาด) และผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์แบบครบวงจร ขนส่งทางน้ำ-ทางบก-ท่าเรือ-คลังสินค้า เปิดเผยว่า บริษัทฯ เดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจ เพื่อก้าวสู่การเป็นธุรกิจพลังงานยั่งยืน (Sustainable Energy) สอดรับแผนการปรับโครงสร้างธุรกิจภายหลังจากการเข้าซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุน ใน บมจ.เอเชีย ไบโอแมส หรือ ABM ช่วงปลายปี 2567 ที่ผ่านมา ทำให้ ABM กลายเป็น flagship ทางด้านพลังงานยั่งยืนของกลุ่มบริษัทฯ</p>
<p>“ดีลการทำ Tender Offer หุ้น ABM ได้แล้วเสร็จในเดือนธันวาคม 2567 ที่ผ่านมา ส่งผลให้ AGE จะเป็นผู้ถือหุ้นใน ABM สัดส่วน 52.09% และถือหุ้นใน &#8220;ทุนทำดี&#8221; ที่ 100% ขณะที่ ABM จะเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัท คิวทีซี เอนเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ QTC ที่ 24% และถือหุ้นในบริษัท กรีน อาร์ดีเอฟ จำกัด (GRDF) ที่ 100%“</p>
<p>สำหรับกลยุทธ์ทางธุรกิจของกลุ่มบริษัทฯ ในปี 2568 บริษัทฯ แบ่งโครงสร้างธุรกิจเป็น 4 กลุ่ม โดยตั้งแต่ปีนี้กลุ่มบริษัทฯ จะเริ่มก้าวสู่การดำเนินธุรกิจที่มีความยั่งยืน ภายใต้การตั้งเป้าหมายในปี 2573 จะมีสัดส่วน EBITDA (กำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย) จากธุรกิจกรีน 50% และธุรกิจถ่านหิน 50% พร้อมทั้งตั้งเป้าหมายรายได้รวมในปี 2568 จะเติบโตขึ้นแตะระดับ 17,000 ล้านบาท จาก 4 กลุ่มธุรกิจ ประกอบด้วย</p>
<p style="text-align: center;"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-37811" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/age-road-map-2568-05.jpg" alt="ถ่านหิน" width="740" height="215" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/age-road-map-2568-05.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/age-road-map-2568-05-300x87.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/age-road-map-2568-05-150x44.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/age-road-map-2568-05-500x145.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>1.ธุรกิจถ่านหิน บริษัทฯ ตั้งเป้ายอดขายถ่านหิน ไว้ที่ระดับ 13,000 ภายใต้การรักษาฐานลูกค้าเดิมไว้</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-37808" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/age-road-map-2568-02.jpg" alt="โลจิสติกส์" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/age-road-map-2568-02.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/age-road-map-2568-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/age-road-map-2568-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/age-road-map-2568-02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>2.ธุรกิจโลจิสติกส์ ตั้งเป้ารายได้ไว้ที่ระดับ 900 ล้านบาท โดยบริษัทฯ มีแผนจะขยายฐานลูกค้าภายนอกทั้งจากกลุ่มสินค้าเกษตร และสินค้าอุตสาหกรรม เพิ่มเป็นสัดส่วน 50% จากปัจจุบันที่ 35% โดยในช่วงปี 2568-2573 บริษัทฯ มีแผนขยายกองเรือลำเลียง เนื่องจากการขนส่งทางน้ำมีต้นทุนที่ต่ำกว่าการขนส่งทางบกโดยรถบรรทุก และช่วยลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอน จากปริมาณการขนส่งต่อเที่ยวที่มากกว่า</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-37807" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/age-road-map-2568-01.jpg" alt="Solar Roof" width="740" height="415" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/age-road-map-2568-01.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/age-road-map-2568-01-300x168.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/age-road-map-2568-01-150x84.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/age-road-map-2568-01-500x280.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>3.ธุรกิจพลังงานยั่งยืน เป้ารายได้รวมธุรกิจที่ 2,200 ล้านบาท โดยบริษัทฯ มีแผนเพิ่มยอดขายเชื้อเพลิง RDF ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงจากขยะ</p>
<p>4.ธุรกิจ Human Solutions (Diversified Investments) ภายใต้บริษัทย่อย “เอจีอี เวนเจอร์ส หรือ AGEVT” ได้จัดตั้งบริษัท เอจีอี อีวี พลัส จำกัด เพื่อดำเนินธุรกิจให้บริการเช่ารถ Taxi EV โดยในปีนี้ บริษัทฯ ตั้งเป้าปล่อยเช่า Taxi EV รวมประมาณ 200 คัน และธุรกิจ ดีลเลอร์รถยนต์ ภายใต้การดำเนินงานของ บริษัท เอจีอี ออโต้ แกลเลอรี่ จำกัด ปีนี้ตั้งเป้าเปิด 6 โชว์รูม ภายใต้แบรนด์ OMODA &amp; JAECOO, Mitsu, Zeekr, และ AION ส่งผลให้บริษัทฯ ตั้งเป้ารายได้ที่ 1,000 ล้านบาท</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-37810" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/age-road-map-2568-04.jpg" alt="คลังสินค้า" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/age-road-map-2568-04.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/age-road-map-2568-04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/age-road-map-2568-04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/age-road-map-2568-04-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>ทั้งนี้ นางสาวปณิตา ยังได้กล่างถึงภาพรวมอุตสาหกรรมถ่านหินในประเทศและต่างประเทศว่า ในช่วงปี 2566-2569 ปริมาณการใช้ถ่านหินโลกจะมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยที่ประมาณ 0.8% และการเติบโตสูงสุดของการบริโภคจะอยู่ในอาเซียน ด้วยอัตราการเติบโตที่ 5.9% ตั้งแต่ปี 2566-2569 เนื่องจากการพัฒนาเทคโนโลยีถ่านหินที่สะอาดยิ่งขึ้น เช่น การดักจับและกักเก็บคาร์บอน (CCS) และถ่านหินยังคงเป็นพลังงานราคาถูกเมื่อเปรียบเทียบกับพลังงานอื่น สำหรับตลาดในประเทศ บริษัทฯ ยังคงมองว่าความต้องการใช้ถ่านหินยังคงสามารถเติบโตได้ เนื่องจากถ่านหินยังเป็นเชื้อเพลิงที่มีต้นทุนถูกเมื่อเทียบกับเชื้อเพลิงชนิดอื่น</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-37809" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/age-road-map-2568-03.jpg" alt="ท่าเรือ" width="740" height="415" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/age-road-map-2568-03.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/age-road-map-2568-03-300x168.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/age-road-map-2568-03-150x84.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/age-road-map-2568-03-500x280.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><strong>นอกจากนี้ AGE ยังได้ตอกย้ำสถานะความแข็งแกร่งทางการเงินของบริษัทฯ โดยได้ประกาศไถ่ถอนหุ้นกู้ครั้งที่ 1/2565 (AGE256A) บางส่วน มูลค่า 204 ล้านบาท ก่อนครบกำหนดชำระจริง ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2568 เพื่อบรรเทาภาระดอกเบี้ยจ่าย ทั้งยังส่งผลให้สัดส่วนหนี้สินต่อทุนของบริษัทฯ ลดลง และเพิ่มสภาพคล่องสนับสนุนการเติบโตในอนาคตของกลุ่มบริษัทฯ</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/age-road-map-2568/">AGE กาง Road Map ปี 68 มุ่งสู่ธุรกิจพลังงานยั่งยืน ปักธง รายได้กลุ่มบริษัทฯ โต 17,000 ล้านบาท</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/age-road-map-2568/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สนพ. เผยปี’66 การผลิตไฟฟ้าปล่อยก๊าซคาร์บอนอันดับ 1 ถึง 89.6 ล้านตัน คาดแนวโน้มการใช้พลังงานปี’67 เพิ่มขึ้นกว่า 3%</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/eppo-update-2566-2567/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/eppo-update-2566-2567/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 20 Mar 2024 06:22:08 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[LPG]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซธรรมชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[การใช้พลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ข้อมูลพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ถ่านหิน]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมัน]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมันดีเซล]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมันเครื่องบิน]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมันเบนซิน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงาน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=32856</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เผยยอดใช้พลังงานขั้นต้นปี 2566 เพิ่มขึ้น 0.8 เทียบกับปีก่อน อยู่ที่ระดับ 2,007 พันบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน จากสภาวะเศรษฐกิจภายในประเทศที่ปรับตัวดีขึ้น และความต้องการใช้พลังงานเชิงพาณิชย์ขั้นต้นในปี 2567 โดยคาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.1 อยู่ที่ระดับ 2,063 พันบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน จากการเพิ่มขึ้นของการใช้พลังงานทุกประเภท สอดคล้องกับการขยายตัวทางเศรษฐกิจในประเทศ วีรพัฒน์  เกียรติเฟื่องฟู ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กล่าวถึงสถานการณ์พลังงานในปี 2566 ว่า การใช้พลังงานขั้นต้นเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.8 เทียบกับปีก่อน&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/eppo-update-2566-2567/">สนพ. เผยปี’66 การผลิตไฟฟ้าปล่อยก๊าซคาร์บอนอันดับ 1 ถึง 89.6 ล้านตัน คาดแนวโน้มการใช้พลังงานปี’67 เพิ่มขึ้นกว่า 3%</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เผยยอดใช้พลังงานขั้นต้นปี 2566 เพิ่มขึ้น 0.8 เทียบกับปีก่อน อยู่ที่ระดับ 2,007 พันบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน จากสภาวะเศรษฐกิจภายในประเทศที่ปรับตัวดีขึ้น และความต้องการใช้พลังงานเชิงพาณิชย์ขั้นต้นในปี 2567 โดยคาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.1 อยู่ที่ระดับ 2,063 พันบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน จากการเพิ่มขึ้นของการใช้พลังงานทุกประเภท สอดคล้องกับการขยายตัวทางเศรษฐกิจในประเทศ</strong></p>
<p><span id="more-32856"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-32858" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/eppo-update-2566-2567-02.jpg" alt="วีรพัฒน์  เกียรติเฟื่องฟู" width="780" height="520" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/eppo-update-2566-2567-02.jpg 780w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/eppo-update-2566-2567-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/eppo-update-2566-2567-02-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/eppo-update-2566-2567-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/eppo-update-2566-2567-02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 780px) 100vw, 780px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">วีรพัฒน์  เกียรติเฟื่องฟู</span> ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.)</strong> กล่าวถึงสถานการณ์พลังงานในปี 2566 ว่า การใช้พลังงานขั้นต้นเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.8 เทียบกับปีก่อน อยู่ที่ระดับ 2,007 พันบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน จากสภาวะเศรษฐกิจภายในประเทศที่ปรับตัวดีขึ้น โดยเพิ่มขึ้นในส่วนของการใช้น้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ทั้งนี้ การใช้น้ำมันเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.3 และการใช้ก๊าซธรรมชาติปรับตัวเพิ่มขึ้นมากถึงร้อยละ 9.1 จากฐานที่ต่ำกว่าปกติของปีที่ผ่านมา โดยเป็นการเพิ่มขึ้นจากการใช้ก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้าตามความต้องการใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น ในขณะที่การใช้ไฟฟ้าพลังน้ำ/ไฟฟ้านำเข้า ลดลงร้อยละ 6.4 เนื่องจากมีปริมาณการนำเข้าไฟฟ้าพลังน้ำจาก สปป.ลาว ลดลงจากปัญหาภาวะภัยแล้ง ซึ่งสถานการณ์พลังงานรายเชื้อเพลิงปี 2566 สรุปได้ดังนี้</p>
<p><strong>การใช้น้ำมันสำเร็จรูป</strong> เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.7 อยู่ที่ระดับ 138.4 ล้านลิตรต่อวัน โดยการใช้<strong>น้ำมันดีเซล</strong> ลดลงร้อยละ 5.7 เฉลี่ยอยู่ที่ 68.9 ล้านลิตรต่อวัน <strong>การใช้น้ำมันเบนซินและแก๊สโซฮอล์</strong> เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.0 เฉลี่ยอยู่ที่ 31.4 ล้านลิตรต่อวัน สำหรับ<strong>การใช้น้ำมันเครื่องบิน</strong> เพิ่มขึ้นร้อยละ 49.9 เฉลี่ยอยู่ที่ 13.7 ล้านลิตรต่อวัน ด้าน<strong>น้ำมัน</strong><strong>เตา</strong> ลดลงร้อยละ 15.8 เฉลี่ยอยู่ที่ 5.4 ล้านลิตรต่อวัน</p>
<p>โดยการใช้น้ำมันในกลุ่มเบนซินที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากการพื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศ ซึ่งช่วงเวลาที่มีการใช้น้ำมันมากที่สุด พบว่าอยู่ในช่วงเดือนเมษายน เพราะเป็นเดือนที่มีวันหยุดเทศกาล ทำให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวมากขึ้น และน้ำมันเครื่องบินที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากนักท่องเที่ยวจีนและคาซัคสถานเดินทางมาเที่ยวประเทศไทยมากขึ้นจากการที่รัฐบาลประกาศใช้นโยบายฟรีวีซ่าสำหรับ ทำให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวฟื้นตัวมากขึ้นอีกด้วย</p>
<p><strong>การใช้ LPG โพรเพน และบิวเทน</strong> เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.5 อยู่ที่ระดับ 6,542 พันตัน โดยการใช้ LPG เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ซึ่งมีสัดส่วนการใช้สูงสุดคิดเป็นร้อยละ 43 มีการใช้เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.1 การใช้ภาคขนส่ง มีสัดส่วนร้อยละ 14 เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.5 ภาคอุตสาหกรรมมีสัดส่วนร้อยละ 11 เพิ่มขึ้นเล็กน้อยที่ร้อยละ 0.3  ในขณะที่การใช้เอง มีสัดส่วนร้อยละ 1 มีการใช้เพิ่มขึ้นร้อยละ 97.9 ในขณะที่ภาคครัวเรือนมีสัดส่วนร้อยละ 31 ลดลงร้อยละ 0.6</p>
<p><strong>การใช้ก๊าซธรรมชาติ</strong> เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.4 อยู่ที่ระดับ 4,410 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน โดยมาจากการใช้เพื่อผลิตไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 12.0 ตามความต้องการใช้ไฟฟ้าที่มากขึ้นจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศและราคาการนำเข้า LNG ระยะสั้น (Spot LNG) ที่ปรับตัวลดลง จึงมีการนำเข้า Spot LNG เพิ่มขึ้นเพื่อลดต้นทุนในการผลิตไฟฟ้า สำหรับการใช้ในอุตสาหกรรมปิโตรเคมีและอื่นๆ ที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.4 ขณะที่การใช้ในภาคอุตสาหกรรม ลดลงร้อยละ 3.3 และการใช้เป็นเชื้อเพลิงในรถยนต์ (NGV) ลดลงร้อยละ 2.5</p>
<p><strong>ส่วนการใช้ ถ่านหิน/ลิกไนต์</strong> ลดลงร้อยละ 15 อยู่ที่ 14,450 พันตันเทียบเท่าน้ำมันดิบ (KTOE) จากการใช้ในภาคอุตสาหกรรมที่ลดลงร้อยละ 13.3 และการใช้ถ่านหินในโรงไฟฟ้า IPP ลดลงร้อยละ 31.4 สำหรับการใช้ <strong>ลิกไนต์</strong> ลดลงร้อยละ 10.6 อยู่ที่ 3,179 พันตันเทียบเท่าน้ำมันดิบ (KTOE)  ทั้งนี้การใช้ลิกไนต์ร้อยละ 99 เป็นการใช้ในภาคการผลิตไฟฟ้าในโรงไฟฟ้าแม่เมาะของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) สำหรับสัดส่วนการใช้ลิกไนต์ที่เหลือร้อยละ 1 ถูกนำไปใช้ในภาคอุตสาหกรรม อย่างไรก็ตามตั้งแต่เดือนเมษายน 2566 เป็นต้นมา ยังไม่มีการใช้ลิกไนต์ในภาคอุตสาหกรรม เนื่องจากการหมดอายุประทานบัตรของเหมืองลิกไนต์ในประเทศแล้ว</p>
<p><strong>วีรพัฒน์  </strong>กล่าวว่า<strong> การใช้ไฟฟ้า</strong> เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.4 มีการใช้รวมทั้งสิ้น 203,923 ล้านหน่วย มาจากการใช้ไฟฟ้าในส่วนของสาขาธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวและบริการ โดยในสาขาธุรกิจเพิ่มขึ้นร้อยละ 8.4 และการใช้ไฟฟ้าในโรงแรมที่เพิ่มขึ้นสูงถึงร้อยละ 22.5 ส่วนการใช้ไฟฟ้าของกลุ่มอพาร์ตเมนต์เพิ่มขึ้น 15.0 เกสต์เฮาส์เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.7 ห้างสรรพสินค้าเพิ่มขึ้นร้อยละ 6.9 ขายปลีก และขายส่งเพิ่มขึ้นร้อยละ 4 การใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นนี้เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคCOVID-19 คลี่คลายลง ทำให้ประชาชนออกมาใช้ชีวิตกันมากขึ้น ซึ่งส่งผลให้เศรษฐกิจเกิดฟื้นตัวของเศรษฐกิจและขยายตัวอย่างต่อเนื่อง</p>
<p>สำหรับการใช้ไฟฟ้าในสาขาครัวเรือนเพิ่มขึ้นร้อยละ 7.4 และสาขาอื่น ๆ (องค์กรไม่แสวงหากำไร สูบน้ำเพื่อการเกษตร ไฟฟ้าชั่วคราว และไฟฟ้าสาธารณะ) เพิ่มขึ้นร้อยละ 12.7 ในขณะที่การใช้ไฟฟ้าในสาขาอุตสาหกรรมซึ่งมีสัดส่วนการใช้ถึงร้อยละ 42 มีการใช้ไฟฟ้าลดลงร้อยละ 2.6 จากสภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวส่งผลให้การผลิตสินค้าเพื่อส่งออกหดตัวในช่วง 3 ไตรมาสแรกของปี 2566</p>
<p>ส่วนความต้องการพลังไฟฟ้าสูงสุดของระบบ 3 การไฟฟ้าของปี 2566 เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2566 เวลา 21.41 น. อยู่ที่ระดับ 34,827 MW เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.0 เมื่อเทียบกับความต้องการพลังไฟฟ้าสูงสุดในระบบ 3 การไฟฟ้าของปีก่อน ซึ่งทำให้ต้องวางแผนเตรียมพลังงานที่พึ่งพาได้ไว้สำรองเพื่อใช้ในเวลากลางคืนนอกเหนือจากพลังงานแสงอาทิตย์ ไม่ว่าจะเป็นพลังงานลม พลังงานน้ำ</p>
<p>นอกจากนี้ การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการใช้พลังงานในรายสาขาเศรษฐกิจ ปี 2566 พบว่า สาขาที่มีการปล่อยเพิ่มขึ้นคือ การผลิตไฟฟ้า โดยมีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มากที่สุดถึง 89.6 ล้านตัน รองลงมาคือ การขนส่ง มีการปล่อย 81.6 ล้านตัน และสาขาที่มีการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ลดลงคือ อุตสาหกรรมปล่อย 59.2 ล้านตัน  ในส่วนของครัวเรือน เกษตรกรรม พาณิชยกรรม และอื่น ๆ ปล่อยเพียง 13.2 ล้านตัน รวมทั้งสิ้นมีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 243.6 ล้านตัน</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-32859" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/eppo-update-2566-2567-03.jpg" alt="สนพ. ยอดใช้พลังงานปี’66 และคาดการณ์แนวโน้มการใช้พลังงานปี’67" width="780" height="520" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/eppo-update-2566-2567-03.jpg 780w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/eppo-update-2566-2567-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/eppo-update-2566-2567-03-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/eppo-update-2566-2567-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/eppo-update-2566-2567-03-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 780px) 100vw, 780px" /></p>
<p>สำหรับแนวโน้มการใช้พลังงานปี 2567  <strong>วีรพัฒน์ </strong>คาดการณ์ว่าจะมีการใช้พลังงานขั้นต้นเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 3.1 โดยมีปัจจัยสนับสนุนด้านบวก จากการฟื้นตัวของการค้าโลกที่ทำให้ภาคการส่งออกกลับมาขยายตัว การขยายตัวของการอุปโภคบริโภคภายในประเทศ และการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว และปัจจัยสนับสนุนด้านลบจากปรากฏการณ์เอลนีโญที่อาจจะทำให้ประเทศไทยมีอุณหภูมิที่สูงเพิ่มขึ้นอีก และปริมาณน้ำฝนที่ลดลง ทำให้เกิดภัยแล้ง และความเสี่ยงจากระบบเศรษฐกิจและการเงินโลกที่ผันผวนจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และราคาพลังงานที่อาจมีความผันผวน</p>
<p>“สำหรับประมาณการความต้องการใช้พลังงานของประเทศปี 2567 นั้น มีการพิจารณาสมมติฐานสำหรับการประมาณการที่สำคัญ ได้แก่ แนวโน้มการขยายตัวของเศรษฐกิจภายในประเทศ (GDP) ปี 2567 ของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2567 ที่คาดการณ์ว่าจะขยายตัวในช่วงร้อยละ 2.2 – 3.2 โดยมีปัจจัยสนับสนุนที่สำคัญจากการขยายตัวของภาคการส่งออกสินค้าตามการฟื้นตัวของการค้าโลก อีกทั้งการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องของภาคการท่องเที่ยว ทั้งนี้คาดการณ์ว่าความต้องการใช้พลังงานเชิงพาณิชย์ขั้นต้น ปี 2567 จะเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.1 อยู่ที่ระดับ 2,063 พันบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน จากการเพิ่มขึ้นของการใช้พลังงานทุกประเภท สอดคล้องกับการขยายตัวทางเศรษฐกิจในประเทศ โดยการใช้น้ำมันจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.1 การใช้น้ำมันก๊าซธรรมชาติคาดว่าจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.5 การใช้ถ่านหิน/ลิกไนต์จะเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.4 การใช้น้ำมันสำเร็จรูป ปี 2567 จะมีการใช้เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.3 และประมาณการความต้องการไฟฟ้าปี 2567 จะมีการใช้เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.1 ตามสภาวะเศรษฐกิจที่ปรับตัวดีขึ้น และอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นตามที่กรมอุตุนิยมวิทยาคาดว่าอุณหภูมิปี 2567 จะสูงขึ้นประมาณ 1.2 องศาเซลเซียสเมื่อเทียบกับปีก่อน” <strong>วีรพัฒน์</strong>  กล่าวทิ้งท้าย</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/eppo-update-2566-2567/">สนพ. เผยปี’66 การผลิตไฟฟ้าปล่อยก๊าซคาร์บอนอันดับ 1 ถึง 89.6 ล้านตัน คาดแนวโน้มการใช้พลังงานปี’67 เพิ่มขึ้นกว่า 3%</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/eppo-update-2566-2567/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>การเติบโตของ &#8220;ไฮโดรเจนสีเขียว&#8221; จากพลังงานลมในจีน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%84%e0%b8%ae%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b8%99-%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b8%a1/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%84%e0%b8%ae%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b8%99-%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b8%a1/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 20 Jan 2022 07:57:43 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Energy]]></category>
		<category><![CDATA[Green World]]></category>
		<category><![CDATA[จีน]]></category>
		<category><![CDATA[ถ่านหิน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานลม]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[ไฮโดรเจน]]></category>
		<category><![CDATA[ไฮโดรเจนสีดำ]]></category>
		<category><![CDATA[ไฮโดรเจนสีเขียว]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=20705</guid>

					<description><![CDATA[<p>จีนเป็นผู้ผลิตไฮโดรเจนรายใหญ่ที่สุดของโลก ปัจจุบันส่วนใหญ่ผลิตเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมเคมีและการกลั่น และใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลจากถ่านหินเป็นหลัก ซึ่งปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ในกระบวนการผลิตจำนวนมาก จึงเรียก ไฮโดรเจน ที่ได้ว่า &#8220;ไฮโดรเจนสีดำ&#8221; นอกจากนี้ จีนยังเป็นผู้นำโลกในการผลิตพลังงานหมุนเวียนอย่าง &#8220;พลังงานลม&#8221; โดยกว่า 61% ของกำลังการผลิตทั้งหมด ได้จากแหล่งกังหันลมบนบกที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ทางตอนเหนือของประเทศ พื้นที่ที่มีลมแรง ซึ่งในบ้างครั้งพลังงานลมที่ได้ต้องสูญเปล่าไปเพราะระบบกริดยังไม่สามารถรองรับความแปรปวนของปริมาณลมตามธรรมชาติได้ แต่พลังงานหมุนเวียนอย่างพลังงานลม สามารถนำมาใช้เพื่อผลิตไฮโดรเจนได้ โดยปราศจากการปล่อย CO2 ทำให้ไฮโดรเจนที่ได้นี้ เรียกว่า &#8220;ไฮโดรเจนสีเขียว&#8221; ปัจจุบันทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด มหาวิทยาลัยชานตง และมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีหัวจง ได้ทำการสำรวจศักยภาพในการควบคุมพลังงานลมของจีน&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%84%e0%b8%ae%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b8%99-%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b8%a1/">การเติบโตของ “ไฮโดรเจนสีเขียว” จากพลังงานลมในจีน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>จีนเป็นผู้ผลิตไฮโดรเจนรายใหญ่ที่สุดของโลก ปัจจุบันส่วนใหญ่ผลิตเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมเคมีและการกลั่น และใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลจากถ่านหินเป็นหลัก ซึ่งปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ในกระบวนการผลิตจำนวนมาก จึงเรียก ไฮโดรเจน ที่ได้ว่า &#8220;ไฮโดรเจนสีดำ&#8221;</strong><span id="more-20705"></span></p>
<p>นอกจากนี้ จีนยังเป็นผู้นำโลกในการผลิตพลังงานหมุนเวียนอย่าง &#8220;<strong>พลังงานลม</strong>&#8221; โดยกว่า 61% ของกำลังการผลิตทั้งหมด ได้จากแหล่งกังหันลมบนบกที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ทางตอนเหนือของประเทศ พื้นที่ที่มีลมแรง ซึ่งในบ้างครั้งพลังงานลมที่ได้ต้องสูญเปล่าไปเพราะระบบกริดยังไม่สามารถรองรับความแปรปวนของปริมาณลมตามธรรมชาติได้ แต่พลังงานหมุนเวียนอย่างพลังงานลม สามารถนำมาใช้เพื่อผลิตไฮโดรเจนได้ โดยปราศจากการปล่อย CO2 ทำให้ไฮโดรเจนที่ได้นี้ เรียกว่า &#8220;<a title="ไฮโดรเจนสีเขียว" href="https://www.greennetworkthailand.com/ไฮโดรเจนสีเขียว-green-hydrogen/"><strong>ไฮโดรเจนสีเขียว</strong></a>&#8221;</p>
<figure id="attachment_20720" aria-describedby="caption-attachment-20720" style="width: 640px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-20720 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/01/wind-turbine-power-source-power-line-china.jpg" alt="พลังงานลม จากกังหันลม (Wind Turbine)" width="640" height="427" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/01/wind-turbine-power-source-power-line-china.jpg 640w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/01/wind-turbine-power-source-power-line-china-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/01/wind-turbine-power-source-power-line-china-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/01/wind-turbine-power-source-power-line-china-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 640px) 100vw, 640px" /><figcaption id="caption-attachment-20720" class="wp-caption-text">พลังงานลม จากกังหันลม (Wind Turbine)</figcaption></figure>
<p>ปัจจุบันทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด มหาวิทยาลัยชานตง และมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีหัวจง ได้ทำการสำรวจศักยภาพในการควบคุมพลังงานลมของจีน เพื่อศึกษาถึงแนวทางและความเป็นไปได้ในการผลิตไฮโดรเจนสีเขียวที่ปราศจากคาร์บอนด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่าการผลิตไฮโดรเจนสีดำที่ได้จากถ่านหิน</p>
<p>หากไฮโดรเจนสีเขียวสามารถพิสูจน์ได้ว่าสามารถแข่งขันด้านต้นทุนกับคาร์บอนแบล็คที่ใช้อยู่ในอุตสาหกรรมปัจจุบันได้ ไฮโดรเจนสีเขียวจะกลายเป็นแหล่งพลังงานคาร์บอนเป็นศูนย์ ที่สามารถนำไปใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ ที่ยากต่อการกำจัดคาร์บอน ซึ่งรวมถึงการผลิตโลหะและเหล็กกล้า การทำปูนซีเมนต์และการใช้งานในอุตสาหกรรมการขนส่งและงานหนักหลากหลายประเภทได้</p>
<figure id="attachment_20718" aria-describedby="caption-attachment-20718" style="width: 640px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-20718 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/01/air-pollution-by-smoke-coming-out-chimneys-big-factory.jpg" alt="มลพิษทางอากาศ จากการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2)" width="640" height="480" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/01/air-pollution-by-smoke-coming-out-chimneys-big-factory.jpg 640w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/01/air-pollution-by-smoke-coming-out-chimneys-big-factory-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/01/air-pollution-by-smoke-coming-out-chimneys-big-factory-150x113.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2022/01/air-pollution-by-smoke-coming-out-chimneys-big-factory-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 640px) 100vw, 640px" /><figcaption id="caption-attachment-20718" class="wp-caption-text">มลพิษทางอากาศ การปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) จากภาคอุตสาหกรรม</figcaption></figure>
<p>นักวิจัยได้เลือกมองโกเลียในตะวันตก พื้นที่ที่มีปริมาณการผลิตพลังงานลมสูง มีการใช้ถ่านหินและไฮโดรเจนสีดำปริมาณมหาศาล เป็นภูมิภาคที่นำมาใช้ในการประเมินความเป็นไปได้ในทางเทคนิคและเศรษฐกิจของการผลิตไฮโดรเจนสีเขียวจากพลังงานลม</p>
<p>จากผลงานวิจัยพบว่า ไฮโดรเจนสีเขียวที่ผลิตได้จากพลังงานลมสามารถแข่งขันกับไฮโดรเจนสีดำได้ โดยผลิตได้มาก ที่ต้นทุนน้อยกว่า 2 เหรียญสหรัฐฯ/กก. ซึ่งเป็นเกณฑ์ที่ยอมรับกันอย่างกว้างขวางในด้านความสามารถในการแข่งขันด้านต้นทุน</p>
<p><strong>ภายในปี 2030 การเปลี่ยนไฮโดรเจนสีดำจากถ่านหิน เป็นไฮโดรเจนสีเขียวที่ได้จากพลังงานลมในพื้นที่มองโกเลียในตะวันตกจะมีปริมาณที่เพิ่มขึ้น และเพียงพอสำหรับการเป็นเชื้อเพลิงป้อนให้กับภาคอุตสาหกรรม โดยจะสามารถช่วยลดการปล่อย CO2 ได้ประมาณ 100 ล้านตันต่อปี เทียบเท่ากับปริมาณครึ่งหนึ่งของคาร์บอนฟุตพริ้นท์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นในเมืองใหญ่อย่างปักกิ่ง</strong></p>
<table style="border: 5px solid #6cb742;" width="100%">
<tbody>
<tr valign="middle">
<td style="vertical-align: middle; padding: 10px;">ข้อมูลที่คุณอาจสนใจ</p>
<ul>
<li><a title="แนวโน้มและนวัตกรรมพลังงานหมุนเวียน 10 อันดับแรกในปี 2022" href="https://www.greennetworkthailand.com/พลังงานหมุนเวียน-ปี-2022/">แนวโน้มและนวัตกรรมพลังงานหมุนเวียน 10 อันดับแรกในปี 2022</a></li>
<li><a title="10 แหล่งพลังงานทดแทน เพื่อการผลิตไฟฟ้าแห่งอนาคต" href="https://www.greennetworkthailand.com/พลังงานทดแทน-แห่งอนาคต/">10 แหล่งพลังงานทดแทน เพื่อการผลิตไฟฟ้าแห่งอนาคต</a></li>
<li><a title="ไฮโดรเจนสีเขียว" href="https://www.greennetworkthailand.com/ไฮโดรเจนสีเขียว-green-hydrogen/">“ไฮโดรเจนสีเขียว” พลังงานหมุนเวียนที่ต้องจับตามอง ในปี 2564</a></li>
</ul>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%84%e0%b8%ae%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b8%99-%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b8%a1/">การเติบโตของ “ไฮโดรเจนสีเขียว” จากพลังงานลมในจีน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%84%e0%b8%ae%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b8%99-%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b8%a1/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>บ้านปู เผยกำไรไตรมาส 3/64 พุ่ง 763% เพิ่มกว่า 3,489 ล้าน อานิสงส์ราคาถ่านหิน-ก๊าซธรรมชาติ ปรับตัวสูงขึ้น</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%b9-%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%a3-q3-2564-3489-%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%b9-%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%a3-q3-2564-3489-%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 26 Nov 2021 07:40:52 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<category><![CDATA[BANPU]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซธรรมชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[ถ่านหิน]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านปู]]></category>
		<category><![CDATA[ผลประกอบการ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=19932</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) หรือ BANPU เผยกำไรไตรมาส 3/64 อยู่ที่ 106 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 3,489 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 763% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ปัจจัยหนุนจากราคาถ่านหินและก๊าซธรรมชาติปรับเพิ่มขึ้น หลังเศรษฐกิจโลกเริ่มฟื้น ความต้องการใช้พลังงานเพิ่มขึ้น นางสมฤดี ชัยมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) หรือ BANPU กล่าวว่า&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%b9-%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%a3-q3-2564-3489-%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99/">บ้านปู เผยกำไรไตรมาส 3/64 พุ่ง 763% เพิ่มกว่า 3,489 ล้าน อานิสงส์ราคาถ่านหิน-ก๊าซธรรมชาติ ปรับตัวสูงขึ้น</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) หรือ BANPU เผยกำไรไตรมาส 3/64 อยู่ที่ 106 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 3,489 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 763% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ปัจจัยหนุนจากราคาถ่านหินและก๊าซธรรมชาติปรับเพิ่มขึ้น หลังเศรษฐกิจโลกเริ่มฟื้น ความต้องการใช้พลังงานเพิ่มขึ้น</strong><span id="more-19932"></span></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นางสมฤดี ชัยมงคล</strong></span> <strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน)</strong> หรือ <strong>BANPU</strong> กล่าวว่า ผลดำเนินธุรกิจในไตรมาส 3/64 บริษัทสร้างกระแสเงินสดที่แข็งแกร่ง ด้วยรายได้จากการขายรวม 1,161 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 38,218 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 147% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีกำไรก่อนหักภาษี ดอกเบี้ย ค่าเสื่อมและค่าใช้จ่ายตัดจ่าย หรือ EBITDA รวม 530 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 17,432 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 72% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน</p>
<p>โดยในไตรมาส 3/64 มีกำไรสุทธิ 106 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 3,489 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 763% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 63 โดยมีปัจจัยสนับสนุนคือการปรับตัวสูงขึ้นของราคาถ่านหิน และก๊าซธรรมชาติจากการฟื้นตัวของสถานการณ์โควิด-19 ในหลายประเทศ ทำให้มีความต้องการใช้พลังงานเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับการผลิตและการบริโภคที่ปรับตัวสูงขึ้น</p>
<p>ทั้งนี้ บ้านปูมีผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในไตรมาส 3 ที่ผ่านมา โดยเฉพาะจากกลุ่มธุรกิจแหล่งพลังงาน ซึ่งมีรายได้เติบโตจากราคาขายที่สูงขึ้น ประกอบกับการดำเนินการตามแผนเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตที่สามารถรองรับความไม่แน่นอนของราคาและความต้องการของกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ด้านพลังงาน จึงเป็นโอกาสในการสร้างรายได้เพิ่มขึ้นในช่วงราคาตลาดปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้บริษัทฯ มีกระแสเงินสดที่แข็งแกร่ง</p>
<p>โดยเราพร้อมขยายพอร์ตธุรกิจเพื่อเสริมระบบนิเวศทางธุรกิจของกลุ่มบ้านปู โดยเฉพาะธุรกิจพลังงานที่สะอาดขึ้นและเทคโนโลยีพลังงานตามกลยุทธ์ Greener &amp; Smarter ที่สอดคล้องกับเทรนด์พลังงานในอนาคต รวมถึงความต้องการและคาดหวังในเรื่องความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมของผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม</p>
<p><strong>นางสมฤดี</strong> กล่าวอีกว่า ในเดือนพ.ย. 64 ที่ผ่านมา บริษัท BPIN Investment Co., Ltd. (BPINI) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัท บ้านปู เน็กซ์ จำกัด ได้ลงนามในสัญญาซื้อขายเพื่อขายหุ้นทั้งหมดที่ถือในบริษัท Sunseap Group Pte., Ltd. (Sunseap) ผู้ผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในสิงคโปร์ การดำเนินการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารจัดการการลงทุน (Portfolio Rationalization) เพื่อสร้างความเติบโตในธุรกิจพลังงานที่สะอาดขึ้นตามแผนกลยุทธ์ Greener &amp; Smarter ต่อไป</p>
<p><strong>นอกจากนี้ บ้านปูยังคงมุ่งมั่นในการสร้างการเติบโตทางธุรกิจอย่างยั่งยืนภายใต้หลัก ESG ควบคู่ไปกับการสร้างคุณค่าและความไว้วางใจให้กับผู้มีส่วนได้เสียและสังคมอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดบ้านปูได้รับรางวัลเกียรติยศบริษัทจดทะเบียนด้านความยั่งยืน (Sustainability Awards of Honor) จาก SET Awards 2021 ในกลุ่ม Sustainability Excellence ต่อเนื่องกันปีนี้เป็นปีที่ 4 และยังได้รับคัดเลือกให้อยู่ในรายชื่อ หุ้นยั่งยืน (Thailand Sustainability Investment: THSI) ประจำปี 2564 ต่อเนื่องกันปีนี้เป็นปีที่ 7</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%b9-%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%a3-q3-2564-3489-%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99/">บ้านปู เผยกำไรไตรมาส 3/64 พุ่ง 763% เพิ่มกว่า 3,489 ล้าน อานิสงส์ราคาถ่านหิน-ก๊าซธรรมชาติ ปรับตัวสูงขึ้น</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%b9-%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%a3-q3-2564-3489-%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สนพ. สรุปสถานการณ์พลังงานปี 2563 และแนวโน้มปี 2564</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%9b%e0%b8%b5-2563-2564/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%9b%e0%b8%b5-2563-2564/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 21 Jan 2021 03:15:31 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[LPG]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซธรรมชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[ความต้องการใช้พลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ถ่านหิน]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมัน]]></category>
		<category><![CDATA[ปี 2563]]></category>
		<category><![CDATA[ปี 2564]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานทดแทน]]></category>
		<category><![CDATA[วัฒนพงษ์ คุโรวาท]]></category>
		<category><![CDATA[สถานการณ์พลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[เชื้อเพลิง]]></category>
		<category><![CDATA[แนวโน้มพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ไฟฟ้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=15781</guid>

					<description><![CDATA[<p>สนพ. เปิดเผยถึงสถานการณ์พลังงานปี 2563 ความต้องการใช้พลังงานลดลง 5.8% จากการใช้น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ และถ่านหิน/ลิกไนต์ ที่ลดลง ในขณะที่การใช้พลังงานทดแทนเพิ่มขึ้น 0.4% ด้านแนวโน้มการใช้พลังงานในปี 2564 สนพ. ได้มีการพยากรณ์โดยอ้างอิงสมมุติฐานด้านเศรษฐกิจ และนโยบายที่เกี่ยวข้องมาเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อการใช้พลังงาน คำนึงถึงภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่ที่เกิดขึ้น โดยประมาณการความต้องการใช้พลังงานค่อนข้างทรงตัว โดยคาดการณ์เพิ่มขึ้น 0.1-0.4% ส่วนความต้องการใช้พลังงานทดแทนคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 5% จากนโยบายส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนของภาครัฐ นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน เปิดเผยถึงสถานการณ์พลังงานปี 2563 พบว่า&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%9b%e0%b8%b5-2563-2564/">สนพ. สรุปสถานการณ์พลังงานปี 2563 และแนวโน้มปี 2564</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>สนพ. เปิดเผยถึงสถานการณ์พลังงานปี 2563 ความต้องการใช้พลังงานลดลง 5.8% จากการใช้น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ และถ่านหิน/ลิกไนต์ ที่ลดลง ในขณะที่การใช้พลังงานทดแทนเพิ่มขึ้น 0.4% ด้านแนวโน้มการใช้พลังงานในปี 2564 สนพ. ได้มีการพยากรณ์โดยอ้างอิงสมมุติฐานด้านเศรษฐกิจ และนโยบายที่เกี่ยวข้องมาเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อการใช้พลังงาน คำนึงถึงภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่ที่เกิดขึ้น โดยประมาณการความต้องการใช้พลังงานค่อนข้างทรงตัว โดยคาดการณ์เพิ่มขึ้น 0.1-0.4% ส่วนความต้องการใช้พลังงานทดแทนคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 5% จากนโยบายส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนของภาครัฐ</strong><span id="more-15781"></span></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท</strong></span> <strong>ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน</strong> เปิดเผยถึงสถานการณ์พลังงานปี 2563 พบว่า ความต้องการใช้พลังงานเกือบทุกชนิดเชื้อเพลิงลดลง ในขณะที่พลังงานทดแทนมีการใช้เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.4 ไฟฟ้านำเข้ามีการใช้เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.1 เนื่องจากปลายปี 2562 มีโรงไฟฟ้าพลังน้ำของประเทศลาวเริ่มจ่ายเข้าระบบจำนวน 3 โรง</p>
<h2>สรุปสถานการณ์พลังงานรายเชื้อเพลิงในปี 2563</h2>
<ul>
<li><strong>การใช้น้ำมันสำเร็จรูป</strong> ลดลงร้อยละ 11.5 โดยการใช้น้ำมันดีเซลลดลงร้อยละ 2.6 ส่วนหนึ่งมาจากการขนส่งผลผลิตทางการเกษตรที่ลดลงจากสถานการณ์ภัยแล้งช่วงต้นปี ประกอบกับปัญหาน้ำท่วมในหลายพื้นที่ในช่วงปลายปี รวมถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ส่งผลให้การใช้รถเพื่อเดินทางลดลง การใช้น้ำมันเบนซินและแก๊สโซฮอล์ ลดลงร้อยละ 1.2 จากมาตรการทำงานจากที่บ้าน (Work From Home) และลดการเดินทางข้ามจังหวัด การใช้น้ำมันเครื่องบิน ลดลงร้อยละ 61.8 เนื่องจากมาตรการระงับการบินจากต่างประเทศและลดการบินในประเทศ อย่างไรก็ตาม รัฐบาลมีนโยบายสนับสนุนการท่องเที่ยวในช่วงปลายปีทำให้การบินในประเทศเพิ่มขึ้น ขณะที่ การใช้ LPG ลดลงเกือบทุกสาขา โดยเฉพาะการใช้ในภาคขนส่ง ลดลงร้อยละ 26.3 จากการปรับลดลงของราคาขายปลีกน้ำมัน ส่งผลให้ผู้ใช้รถยนต์ LPG บางส่วนหันมาใช้น้ำมันทดแทน การใช้เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ลดลงร้อยละ 17.7 การใช้ในภาคอุตสาหกรรม ลดลงร้อยละ 7.9 และภาคครัวเรือนมีการใช้ลดลงร้อยละ 4.5</li>
<li><strong>การใช้ก๊าซธรรมชาติ</strong> ลดลงร้อยละ 8.2 โดยลดลงทุกสาขาเศรษฐกิจ ซึ่งลดลงตามภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ด้านการใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับรถยนต์ (NGV) ลดลงร้อยละ 28.5 จากผู้ใช้รถยนต์ NGV บางส่วนเปลี่ยนมาใช้น้ำมันเนื่องจากราคาไม่สูงมากนัก</li>
<li><strong>การใช้ถ่านหิน/ลิกไนต์</strong> เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.2 โดยเป็นการเพิ่มขึ้นจากการใช้ถ่านหินในภาคอุตสาหกรรม</li>
<li><strong>การใช้ไฟฟ้า</strong> ลดลงร้อยละ 2.9 โดยลดลงเกือบทุกสาขา โดยกลุ่มธุรกิจหลักที่มีการใช้ไฟฟ้าลดลงอย่างชัดเจน ได้แก่ โรงแรม ห้างสรรพสินค้า ภัตตาคารและไนต์คลับ ซึ่งมีผลมาจากมาตรการ Lock Down</li>
<li><strong>การปล่อยก๊าซ CO2</strong> จากการใช้พลังงานของประเทศไทย ปี 2563 ลดลงในทุกภาคเศรษฐกิจ ทั้งการผลิตไฟฟ้า ภาคขนส่ง ภาคอุตสาหกรรม และภาคเศรษฐกิจอื่นๆ โดยคาดว่าการปล่อย CO2 จากการใช้พลังงานอยู่ที่ระดับ 222.8 ล้านตัน CO2 ลดลงจากปีก่อนร้อยละ 11.1</li>
</ul>
<h2>แนวโน้มการใช้พลังงานปี 2564</h2>
<p><strong>นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท </strong>กล่าวถึงแนวโน้มการใช้พลังงานปี 2564 ซึ่ง สนพ. ได้มีการพยากรณ์โดยอ้างอิงสมมุติฐานด้านเศรษฐกิจ และนโยบายที่เกี่ยวข้องมาเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อการใช้พลังงาน โดย สศช. คาดว่าในปี 2564 อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจจะขยายตัวร้อยละ 3.5 &#8211; 4.5 ด้านราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก สศช. คาดการณ์ว่าราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยในปี 2564 คาดว่าจะอยู่ในช่วง 41.0 – 51.0 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล สำหรับอัตราแลกเปลี่ยนคาดว่าจะอยู่ในช่วง 30.3 – 31.3 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ และคาดว่าเศรษฐกิจโลกปี 2564 จะขยายตัวลดลงร้อยละ 4.9 ทั้งนี้ สนพ. ได้คำนึงถึงภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวเนื่องจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่ที่เกิดขึ้น โดย สนพ. ได้ประมาณการความต้องการใช้พลังงานในปี 2564 ออกเป็น 2 กรณี คือกรณีที่เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่ 1 ครั้ง และกรณีที่เกิดการระบาดมากกว่า 1 ครั้ง ในรอบปี 2564 ซึ่งสามารถสรุปได้ดังนี้</p>
<ul>
<li><strong>การใช้พลังงานขั้นต้น ปี 2564</strong> คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยร้อยละ 02 ถึง 19 จากการเพิ่มขึ้นของพลังงานเกือบทุกประเภท ยกเว้นการใช้น้ำมันที่ลดลงร้อยละ -19 ถึง -29 โดยคาดการณ์ว่าการใช้ก๊าซธรรมชาติจะมีการใช้เพิ่มขึ้นร้อยละ 01 ถึง 41 การใช้ถ่านหิน/ลิกไนต์คาดว่าจะมีการใช้ค่อนข้างทรงตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ร้อยละ 01 ถึง 04 ส่วนการใช้พลังงานทดแทน คาดว่าจะมีการใช้เพิ่มขึ้นร้อยละ 50 จากนโยบายส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนของภาครัฐ และไฟฟ้านำเข้า คาดว่าจะมีการใช้เพิ่มขึ้นร้อยละ 01</li>
<li><strong>การใช้น้ำมันสำเร็จรูป ปี 2564</strong> คาดว่ามีการใช้ลดลงร้อยละ -19 ถึง -29 โดยคาดว่าการใช้น้ำมันเครื่องบิน จะลดลงร้อยละ -458 ถึง -515 ตามการหดตัวของการท่องเที่ยว และ การใช้ LPG ในส่วนที่ไม่รวมการใช้เป็น Feed stocks ของอุตสาหกรรมปิโตรเคมี คาดว่าจะลดลงร้อยละ -07 ถึง -27 ส่วนการใช้น้ำมันดีเซล คาดว่าจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 08 ถึง 13 ส่วนการใช้เบนซินและแก๊สโซฮอล คาดว่าจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 03 ถึง 08</li>
<li><strong>การใช้ LPG โพรเพน และบิวเทน ปี 2564</strong> คาดว่าจะมีการใช้ลดลงร้อยละ -10 ถึง -55 โดยการใช้ในภาคครัวเรือน คาดว่าเพิ่มขึ้นร้อยละ 11 ถึง 25 และภาคอุตสาหกรรม คาดว่าเพิ่มขึ้นร้อยละ 12 ถึง 36 ในขณะที่การใช้ในรถยนต์คาดว่าจะลดลงร้อยละ -122<br />
ถึง -158</li>
<li><strong>ก๊าซธรรมชาติ ปี 2564</strong> คาดว่าการใช้จะเพิ่มขึ้นร้อยละ 01 ถึง 41 โดยเพิ่มขึ้นเกือบทุกสาขาเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตามการใช้ในภาคขนส่งคาดว่าจะยังคงลดลงต่อเนื่องจากการที่ผู้ใช้ NGV เปลี่ยนกลับมาใช้น้ำมันเชื้อเพลิง เนื่องจากคาดว่าราคาน้ำมันยังคงไม่สูงมากนัก</li>
<li><strong>การใช้ไฟฟ้า ปี 2564</strong> คาดว่าจะมีการใช้ไฟฟ้าอยู่ที่ 191,029 ล้านหน่วย เพิ่มขึ้นร้อยละ 20 ตามภาวะเศรษฐกิจภายในประเทศและตามการดำเนินมาตรการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของภาครัฐ</li>
</ul>
<p><strong>ทั้งนี้ ผอ. สนพ. กล่าวปิดท้ายว่า อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องจับตาสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 และปัจจัยอื่นๆ อาทิ อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ ราคาน้ำมันดิบตลาดโลก มาตรการในการป้องกันโควิด-19 ทั้งในและต่างประเทศ ที่จะส่งผลต่อการใช้พลังงานของประเทศต่อไป </strong></p>
<hr />
<p>Source: สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน กระทรวงพลังงาน</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%9b%e0%b8%b5-2563-2564/">สนพ. สรุปสถานการณ์พลังงานปี 2563 และแนวโน้มปี 2564</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%9b%e0%b8%b5-2563-2564/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ประชุมออนไลน์ SOME ครั้งที่ 38 ชาติอาเซียนเร่งขยายความร่วมมือ 7 สาขาพลังงานกู้วิกฤตโควิด</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%a5%e0%b8%99%e0%b9%8c-some-%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-38/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%a5%e0%b8%99%e0%b9%8c-some-%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-38/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 27 Aug 2020 04:55:40 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[SOME 38]]></category>
		<category><![CDATA[การประชุม SOME ครั้งที่ 38]]></category>
		<category><![CDATA[การอนุรักษ์พลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[กุลิศ สมบัติศิริ]]></category>
		<category><![CDATA[ความร่วมมือด้านพลังงานอาเซียน]]></category>
		<category><![CDATA[ถ่านหิน]]></category>
		<category><![CDATA[นโยบายพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ประเทศอาเซียน]]></category>
		<category><![CDATA[ปลัดกระทรวงพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ปิโตรเลียม]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานทดแทน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานนิวเคลียร์]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานอาเซียน]]></category>
		<category><![CDATA[แผนพลังงานอาเซียน]]></category>
		<category><![CDATA[โครงข่ายไฟฟ้าอาเซียน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=14128</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียนด้านพลังงาน ครั้งที่ 38 และการประชุมที่เกี่ยวข้อง (The 38th Senior Officials Meeting on Energy and Associated Meetings : The 38th SOME) ซึ่งจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 24 – 27 สิงหาคม ในวาระการส่งต่อการเป็นประธานการประชุมให้แก่เวียดนาม โดยการประชุมในครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่มีการจัดประชุม SOME ในรูปแบบออนไลน์ ที่ถือเป็น New&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%a5%e0%b8%99%e0%b9%8c-some-%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-38/">ประชุมออนไลน์ SOME ครั้งที่ 38 ชาติอาเซียนเร่งขยายความร่วมมือ 7 สาขาพลังงานกู้วิกฤตโควิด</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียนด้านพลังงาน ครั้งที่ 38 และการประชุมที่เกี่ยวข้อง (The 38th Senior Officials Meeting on Energy and Associated Meetings : The 38th SOME) ซึ่งจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 24 – 27 สิงหาคม ในวาระการส่งต่อการเป็นประธานการประชุมให้แก่เวียดนาม โดยการประชุมในครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่มีการจัดประชุม SOME ในรูปแบบออนไลน์ ที่ถือเป็น New Normal จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19</strong><span id="more-14128"></span></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายกุลิศ สมบัติศิริ</strong></span> <strong>ปลัดกระทรวงพลังงาน</strong> เป็นประธานกล่าวเปิด<strong>การประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียนด้านพลังงาน ครั้งที่ 38 และการประชุมที่เกี่ยวข้อง (The 38th Senior Officials Meeting on Energy and Associated Meetings : The 38th SOME)</strong> โดยการประชุมในครั้งนี้ ประเทศไทยได้ส่งมอบการเป็นประธานอาเซียนปี 2562 ให้ประเทศเวียดนามประธานอาเซียนปี 2563 ซึ่งประเทศเวียดนามเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมอาเซียนในปี 2563 นี้ และการประชุมครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่มีการจัดประชุม SOME รูปแบบออนไลน์ ที่ถือเป็น New Normal จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ประเทศไทยได้นำนโยบาย “พลังงานร่วมใจ รวมไทยสร้างชาติ” ของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ที่เน้นการลงทุนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างงาน สร้างรายได้ และรองรับนวัตกรรมด้านพลังงานอนาคต เสนอต่อที่ประชุมเพื่อให้ประเทศสมาชิกอาเซียนสนับสนุนและร่วมมือกันลงทุนด้านพลังงานในโครงสร้างพื้นฐาน (สายส่งและท่อก๊าซธรรมขาติ) รวมถึงธุรกิจพลังงานสะอาดและนวัตกรรมใหม่ด้านพลังงาน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในภูมิภาคอาเซียนและช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 โดยได้ยกตัวอย่างนโยบายโรงไฟฟ้าชุมชนที่ใช้เชื้อเพลิงจากพลังงานทดแทน (RE) และการนำน้ำมันปาล์มดิบมาผสมน้ำมันดีเซลกับการนำเอทานอลมาผสมน้ำมันเบนซินที่ทำเป็นนโยบายหลักของประเทศ</p>
<p>โดยใน<strong>การประชุม SOME 38</strong> มีวัตถุประสงค์หลักที่จะผลักดันร่างแผนปฏิบัติการความร่วมมือพลังงานอาเซียน ระยะที่ 2 (ASEAN Plan of Action on Energy Cooperation : APAEC Phase 2) 2021 – 2025 ซึ่งแผนนี้เป็นแผนใหม่ที่ต่อเนื่องจากแผนระยะที่ 1 เพื่อที่ประเทศสมาชิกอาเซียนจะได้นำแผนปฏิบัติการนี้ไปดำเนินการให้เกิดผลสำเร็จเริ่มตั้งแต่ปี 2564 (2021) เป็นต้นไป ภายใต้ 7 สาขาความร่วมมือ ดังนี้</p>
<ol>
<li><strong>ความร่วมมือการเชื่อมโยงโครงข่ายไฟฟ้าอาเซียน (ASEAN Power Grid: APG)</strong> การขยายการซื้อขายไฟฟ้าแบบพหุภาคีไปยังประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาค รวมถึงการเพิ่มศักยภาพโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการดำเนินการเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานในอาเซียน</li>
<li><strong>ความร่วมมือด้านปิโตรเลียม (Trans ASEAN Gas Pipeline: TAGP)</strong> ที่ประชุมเห็นชอบการพัฒนาตลาดร่วมก๊าซธรรมชาติในภูมิภาค (Common Gas Market) และการเชื่อมโยงขยายการซื้อขายก๊าซธรรมชาติโดยใช้ Small Scale LNG พร้อมทั้งสนับสนุนการใช้ก๊าซ ในการเดินเรือ หรือ LNG Bunkering</li>
<li><strong>ความร่วมมือด้านถ่านหิน (Coal and Clean Coal Technology: CCT)</strong> ที่ประชุมเห็นชอบและพร้อมที่จะลงนามในบันทึกข้อตกลงจัดตั้งศูนย์ข้อมูลพลังงานถ่านหินสะอาดอาเซียน (ASEAN Coal Centre of Excellence) ณ ประเทศอินโดนีเซีย และระบบข้อมูลพลังงานถ่านหินอาเซียน (ASEAN Coal Data and Information System: ACDIS)</li>
<li><strong>ความร่วมมือในการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและการอนุรักษ์พลังงาน (Energy Efficiency &amp; Conservation: EE&amp;C)</strong> ที่ประชุมเห็นชอบการเพิ่มเป้าการลดความเข้มการใช้พลังงานจากที่กำหนดไว้เดิมร้อยละ 30 เป็นร้อยละ 32 ภายในปี 2025 เนื่องจากในปัจจุบันประเทศสมาชิกได้ดำเนินการสำเร็จแล้วร้อยละ 24.4 ในปี 2019</li>
<li><strong>ความร่วมมือด้านพลังงานทดแทน (Renewable Energy: RE)</strong> ที่ประชุมเห็นชอบเป้าสัดส่วนการใช้พลังงานทดแทนร้อยละ 23 เทียบกับปริมาณพลังงานที่ผลิตได้ทั้งหมด (Total Primary Energy Supply) และร้อยละ 35 เทียบกับปริมาณกำลังการผลิตติดตั้งของโรงไฟฟ้าทั้งหมด (Installed Power Capacity) ในปี 2025 ซึ่งเป้าที่กำหนดเป็นเป้าหมายที่ท้าทายประเทศสมาชิกอาเซียนเนื่องจากในปัจจุบัน (2018) อาเซียนดำเนินการได้เพียงร้อยละ 13.3 เทียบกับปริมาณพลังงานที่ผลิตได้ทั้งหมด (Total Primary Energy Supply) และร้อยละ 27.1 เทียบกับปริมาณกำลังการผลิตติดตั้งของโรงไฟฟ้าทั้งหมด (Installed Power Capacity) ณ ปัจจุบันประเทศไทยมีกำลังการผลิตติดตั้งจากพลังงานทดแทน 11,890 เมกะวัตต์ หรือคิดเป็นร้อยละ 18 ของกำลังการผลิตติดตั้งไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนของทั้งอาเซียน และมีการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพในภาคขนส่งมากที่สุดในอาเซียน และมีการใช้เอทานอลอยู่ที่ประมาณ 4 ล้านลิตรต่อวัน ในขณะที่การใช้ไบโอดีเซลอยู่ที่ 5.22 ล้านลิตรต่อวัน</li>
<li><strong>ความร่วมมือด้านนโยบายและแผนพลังงานอาเซียน (Regional Energy Policy &amp; Planning: REPP)</strong> จัดทำ ASEAN Energy Outlook ฉบับที่ 7 เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาความมั่นคงด้านพลังงาน เสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจ ความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อมและความร่วมมือระหว่างประเทศ นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบที่จะพิจารณาแนวทางการเพิ่มการค้าการลงทุนด้านพลังงาน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการจ้างงานเป็นการเพิ่มเติมด้วย</li>
<li><strong>ความร่วมมือด้านพลังงานนิวเคลียร์ (Civilian Nuclear Energy: CNE)</strong> ที่ประชุมสนับสนุนการสร้างความร่วมมือด้านการใช้พลังงานนิวเคลียร์ในภูมิภาคอาเซียนสำหรับประชาชนอย่างปลอดภัยและยั่งยืน แลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อสร้างขีดความสามารถและเครือข่ายความร่วมมือเชิงเทคนิคและเทคโนโลยีพลังงานนิวเคลียร์ มุ่งสร้างความตระหนักรู้และความเข้าใจแก่สาธารณชนเกี่ยวกับพลังงานนิวเคลียร์เพื่อการผลิตไฟฟ้าในภูมิภาค</li>
</ol>
<p>นอกจากนี้ อาเซียนจะได้ประชุมหารือร่วมกับประเทศคู่เจรจา อาทิ สหรัฐฯ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ รัสเซีย เป็นต้น เกี่ยวกับความร่วมมือในการเชื่อมโยงทางพลังงานเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานของอาเซียน รวมถึงการหารือกับองค์กรพลังงานระหว่างประเทศ อาทิ ทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) และทบวงการพลังงานหมุนเวียนระหว่างประเทศ (IRENA) เกี่ยวกับสถานการณ์พลังงานโลกและผลกระทบ พร้อมทั้งการรับมือจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในภาคพลังงาน</p>
<p><strong>สำหรับการประชุม SOME ครั้งที่ 38 มีประเทศสมาชิกอาเซียนเข้าร่วม 10 ประเทศ และประเทศคู่เจรจา 8 ประเทศ และองค์กรระหว่างประเทศ 2 องค์กร โดยผลการประชุมในครั้งนี้จะได้นำเสนอต่อที่ประชุมระดับรัฐมนตรีพลังงานอาซียนครั้งที่ 38 ที่ประเทศเวียดนาม ในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2563 ซึ่งอาจจะต้องใช้รูปแบบการประชุมออนไลน์เช่นเดียวกัน หากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิดยังไม่คลี่คลายลง</strong></p>
<hr />
<p>Source: กระทรวงพลังงาน</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%a5%e0%b8%99%e0%b9%8c-some-%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-38/">ประชุมออนไลน์ SOME ครั้งที่ 38 ชาติอาเซียนเร่งขยายความร่วมมือ 7 สาขาพลังงานกู้วิกฤตโควิด</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%a5%e0%b8%99%e0%b9%8c-some-%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-38/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สนพ. สรุปสถานการณ์พลังงาน 6 เดือนแรกของปี 2563 และเผยทิศทางพลังงานปี 63”</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%9b%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%9b%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 11 Aug 2020 04:01:48 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซธรรมชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[การใช้ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[ถ่านหิน]]></category>
		<category><![CDATA[ทิศทางพลังงานปี 63]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมัน]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมันเบนซิน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานทดแทน]]></category>
		<category><![CDATA[ลิกไนต์]]></category>
		<category><![CDATA[สถานการณ์พลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[สนพ.]]></category>
		<category><![CDATA[เชื้อเพลิง]]></category>
		<category><![CDATA[แก๊สโซฮอล]]></category>
		<category><![CDATA[แนวโน้มการใช้พลังงานปี 2563]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=13919</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เปิดเผยสถานการณ์พลังงานในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2563 พบว่า ภาพรวมการใช้พลังงานขั้นต้นลดลงร้อยละ 10.1 ตามภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงเนื่องจากผลกระทบจากสถานการณ์ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้ความต้องการใช้พลังงานและการเติบโตทางเศรษฐกิจภายในประเทศหยุดชะงัก นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน เปิดเผยถึงสถานการณ์พลังงานในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2563 พบว่า การใช้พลังงานขั้นต้นลดลงร้อยละ 10.1 จากการใช้น้ำมัน และก๊าซธรรมชาติที่ลดลง เนื่องจากผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้ห่วงโซ่การดำเนินธุรกิจได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ความต้องการใช้พลังงาน และการเติบโตทางเศรษฐกิจภายในประเทศหยุดชะงัก ในขณะที่ไฟฟ้านำเข้ามีการใช้เพิ่มขึ้นและพลังงานทดแทนเพิ่มขึ้นเล็กน้อย สำหรับสถานการณ์พลังงานรายเชื้อเพลิงในช่วง 6&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%9b%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99/">สนพ. สรุปสถานการณ์พลังงาน 6 เดือนแรกของปี 2563 และเผยทิศทางพลังงานปี 63”</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เปิดเผยสถานการณ์พลังงานในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2563 พบว่า ภาพรวมการใช้พลังงานขั้นต้นลดลงร้อยละ 10.1 ตามภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงเนื่องจากผลกระทบจากสถานการณ์ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้ความต้องการใช้พลังงานและการเติบโตทางเศรษฐกิจภายในประเทศหยุดชะงัก</strong><span id="more-13919"></span></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท</strong></span> <strong>ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน</strong> เปิดเผยถึงสถานการณ์พลังงานในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2563 พบว่า การใช้พลังงานขั้นต้นลดลงร้อยละ 10.1 จากการใช้น้ำมัน และก๊าซธรรมชาติที่ลดลง เนื่องจากผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้ห่วงโซ่การดำเนินธุรกิจได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ความต้องการใช้พลังงาน และการเติบโตทางเศรษฐกิจภายในประเทศหยุดชะงัก ในขณะที่ไฟฟ้านำเข้ามีการใช้เพิ่มขึ้นและพลังงานทดแทนเพิ่มขึ้นเล็กน้อย</p>
<h2>สำหรับสถานการณ์พลังงานรายเชื้อเพลิงในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2563 สรุปได้ดังนี้</h2>
<ul>
<li><strong>การใช้น้ำมันสำเร็จรูป</strong> ลดลงร้อยละ 12.6 โดยการใช้น้ำมันดีเซลลดลงร้อยละ 4.3 เนื่องจากผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้ความต้องการใช้น้ำมันในช่วงเวลาดังกล่าวลดลง อีกทั้ง การลดลงของผลผลิตสินค้าเกษตรเนื่องจากปัญหาภัยแล้ง จึงทำให้การขนส่งสินค้าลดลง การใช้น้ำมันเบนซิน และแก๊สโซฮอล ลดลงร้อยละ 7.1 ซึ่งปัจจัยหลักมาจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้ประเทศไทยต้องประกาศ พ.ร.ก. สถานการณ์ฉุกเฉินเพื่อควบคุมการแพร่ระบาด โดยภาครัฐได้ออกมาตรการที่มีการเว้นระยะห่างทางสังคม การทำงานที่บ้าน (Work From Home) และลดการเดินทางข้ามจังหวัด ส่งผลให้ความต้องการใช้น้ำมันเบนซินลดลง การใช้น้ำมันเครื่องบิน ลดลงร้อยละ 48.6 เนื่องจากข้อจำกัดของการอนุญาตให้ทำการบินในช่วงของการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ส่งผลให้ความต้องการใช้น้ำมันเครื่องบินลดลงอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ การใช้ LPG ลดลงเกือบทุกสาขา โดยเฉพาะการใช้ในภาคขนส่ง ลดลงร้อยละ 30.2 จากการปรับลดลงของราคาขายปลีกน้ำมันส่งผลให้ผู้ใช้รถยนต์ LPG บางส่วนหันมาใช้น้ำมันทดแทน ประกอบกับปริมาณรถยนต์ LPG ที่มีแนวโน้มลดลง การใช้เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ซึ่งมีสัดส่วนการใช้สูงสุดคิดเป็นร้อยละ 39 มีการใช้ลดลงร้อยละ 18.8 ส่วนภาคอุตสาหกรรม มีการใช้ลดลงร้อยละ 9.9 ตามการชะลอตัวของเศรษฐกิจ และภาคครัวเรือนมีการใช้ลดลงร้อยละ 5.9</li>
<li><strong>การใช้ก๊าซธรรมชาติ</strong> ลดลงร้อยละ 8.5 โดยลดลงทุกสาขาเศรษฐกิจ ทั้งการใช้เป็นเชื้อเพลิง<br />
ในอุตสาหกรรมปิโตรเคมี การใช้เพื่อผลิตไฟฟ้า การใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งลดลงตามภาวะเศรษฐกิจที่<br />
ชะลอตัว ด้านการใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับรถยนต์ (NGV) ลดลงร้อยละ 28.8 จากผู้ใช้รถยนต์ NGV บางส่วนเปลี่ยนมาใช้น้ำมัน เนื่องจากราคาอยู่ในระดับไม่สูงมากนัก อีกทั้งผลจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้การใช้ NGV ในการเดินทางลดลง</li>
<li><strong>การใช้ถ่านหิน/ลิกไนต์</strong> ลดลงร้อยละ 0.3 ตามภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว</li>
<li><strong>ด้านการใช้ไฟฟ้า</strong> ลดลงร้อยละ 3.9 โดยลดลงในเกือบทุกสาขา โดยเฉพาะสาขาอุตสาหกรรมและธุรกิจ จากปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้ส่งผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศ และภาคการท่องเที่ยว โดยกลุ่มธุรกิจหลักที่มีการใช้ไฟฟ้าลดลงอย่างชัดเจน ซึ่งมีผลมาจากมาตรการ Lock Down ได้แก่ โรงแรม และห้างสรรพสินค้า อย่างไรก็ตาม ภาคครัวเรือนมีการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นค่อนข้างสูง และอุณหภูมิที่สูงขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ประกอบกับมาตรการอยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ และมาตรการทำงานที่บ้าน (Work From Home)</li>
</ul>
<p><strong>ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน</strong> ยังกล่าวถึงแนวโน้มการใช้พลังงานปี 2563 ซึ่ง สนพ. ได้มีการพยากรณ์โดยอ้างอิงสมมุติฐานด้านเศรษฐกิจ และนโยบายที่เกี่ยวข้องมาเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อการใช้พลังงาน โดยเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2563 สภาพัฒน์ฯ คาดว่าในปี 2563 อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจจะมีการปรับตัวลดลงในช่วงร้อยละ (-5.0) – (-6.0) เนื่องจาก (1) การปรับตัวลดลงรุนแรงของเศรษฐกิจและปริมาณการค้าโลก (2) การลดลงรุนแรงของจำนวน และรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ (3) เงื่อนไขข้อจำกัดที่เกิดจากการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 รวมทั้ง (4) ปัญหาภัยแล้ง ซึ่งจากสมมุติฐานดังกล่าว จะส่งผลให้<br />
การใช้พลังงานขั้นต้นในปี 2563 ลดลงร้อยละ 5.3 ตามภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยคาดการณ์ว่าการใช้พลังงานจะลดลงเกือบทุกประเภท โดยการใช้น้ำมันลดลงร้อยละ 14.2 การใช้ก๊าซธรรมชาติ ลดลงร้อยละ 5.4 การใช้ถ่านหิน/ลิกไนต์ลดลงร้อยละ 1.0 ขณะที่การใช้พลังงานไฟฟ้าในปี 2563 คาดว่าจะลดลงร้อยละ 2.3 เมื่อเทียบกับปีก่อน</p>
<p>ในกรณีที่อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจในปีนี้ปรับตัวลดลงรุนแรงถึงร้อยละ (-9.0) &#8211; (-10.0) คาดว่าจะส่งผลให้การใช้พลังงานของประเทศลดลงร้อยละ 7.9 โดยการใช้น้ำมันเบนซินลดลงร้อยละ 6.3 การใช้น้ำมันดีเซล ลดลงร้อยละ 4.0 การใช้น้ำมันเครื่องบิน ลดลงร้อยละ 43.5 การใช้ LPG ลดลงร้อยละ 10.9 การใช้น้ำมันเตาลดลงร้อยละ 10.0 และการใช้ไฟฟ้าลดลงร้อยละ 3.0</p>
<p><strong>อย่างไรก็ตาม สนพ. ยังคงจับตาสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 และปัจจัยอื่นๆ ที่จะส่งผลต่อการใช้พลังงานของประเทศอย่างใกล้ชิด อาทิ อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ ราคาน้ำมันดิบตลาดโลก มาตรการในการป้องกัน โควิด-19 ทั้งในและต่างประเทศ นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท กล่าวปิดท้าย</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%9b%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99/">สนพ. สรุปสถานการณ์พลังงาน 6 เดือนแรกของปี 2563 และเผยทิศทางพลังงานปี 63”</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%9b%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
