<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ทะเลและชายฝั่งของประเทศไทย | Green Network</title>
	<atom:link href="https://www.greennetworkthailand.com/tag/%e0%b8%97%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%9d%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Thu, 09 Mar 2023 08:48:01 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.0</generator>

<image>
	<url>https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/green-network-50x50.png</url>
	<title>ทะเลและชายฝั่งของประเทศไทย | Green Network</title>
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>นักวิจัย มจธ. พัฒนาเครื่องหมายทางพันธุกรรมและฐานข้อมูลวิวัฒนาการ เพื่ออนุรักษ์โลมาอิรวดี</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/kmutt-researcher-revolution-of-dolphin/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/kmutt-researcher-revolution-of-dolphin/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 28 Feb 2023 09:10:23 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Article]]></category>
		<category><![CDATA[Conservation Ecology]]></category>
		<category><![CDATA[Orcaella ฺbrevirostris]]></category>
		<category><![CDATA[Trifan Budi]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.วรธา กลิ่นสวาท]]></category>
		<category><![CDATA[ทะเลและชายฝั่งของประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบนิเวศ]]></category>
		<category><![CDATA[โลมาอิรวดี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=25625</guid>

					<description><![CDATA[<p>พื้นที่ทางทะเลและชายฝั่งของประเทศไทย เป็นหนึ่งในศูนย์กลางความหลากหลายทางชีวภาพของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนม กลุ่มวาฬและโลมา 27 ชนิด ซึ่งมีบทบาทหน้าที่และบริการทางระบบนิเวศที่สำคัญในแง่ของการเป็นผู้กักเก็บและหมุนเวียนธาตุอาหาร และคงความสมดุลของระบบนิเวศระดับกลุ่มของสิ่งมีชีวิต ในฐานะผู้บริโภคชั้นบนสุดของห่วงโซ่อาหาร แต่สัตว์กลุ่มดังกล่าวกำลังถูกคุกคามจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศและกิจกรรมของมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นการติดและกินเครื่องมือประมง การเฉี่ยวชนกับเรือ การสูญเสียถิ่นที่อยู่อาศัย ตลอดจนมลพิษทางทะเล &#8220;นำไปสู่การลดลงของประชากรขั้นวิกฤตจนเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ คือ ประชากรโลมาอิรวดี ซึ่งการสูญหายไปของสัตว์ผู้ล่าชั้นบนสุดจะส่งผลกระทบต่อความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศ ด้วยเหตุนี้ ดร.วรธา กลิ่นสวาท อาจารย์ประจำคณะทรัพยากรชีวภาพและเทคโนโลยี มจธ.และ ศูนย์วิจัย Conservation Ecology จึงร่วมกับ Trifan Budi&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/kmutt-researcher-revolution-of-dolphin/">นักวิจัย มจธ. พัฒนาเครื่องหมายทางพันธุกรรมและฐานข้อมูลวิวัฒนาการ เพื่ออนุรักษ์โลมาอิรวดี</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>พื้นที่ทางทะเลและชายฝั่งของประเทศไทย เป็นหนึ่งในศูนย์กลางความหลากหลายทางชีวภาพของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนม กลุ่มวาฬและโลมา 27 ชนิด ซึ่งมีบทบาทหน้าที่และบริการทางระบบนิเวศที่สำคัญในแง่ของการเป็นผู้กักเก็บและหมุนเวียนธาตุอาหาร และคงความสมดุลของระบบนิเวศระดับกลุ่มของสิ่งมีชีวิต<span id="more-25625"></span> ในฐานะผู้บริโภคชั้นบนสุดของห่วงโซ่อาหาร แต่สัตว์กลุ่มดังกล่าวกำลังถูกคุกคามจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศและกิจกรรมของมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นการติดและกินเครื่องมือประมง การเฉี่ยวชนกับเรือ การสูญเสียถิ่นที่อยู่อาศัย ตลอดจนมลพิษทางทะเล &#8220;นำไปสู่การลดลงของประชากรขั้นวิกฤตจนเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ คือ <strong>ประชากรโลมาอิรวดี</strong> ซึ่งการสูญหายไปของสัตว์ผู้ล่าชั้นบนสุดจะส่งผลกระทบต่อความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศ</p>
<figure id="attachment_25627" aria-describedby="caption-attachment-25627" style="width: 800px" class="wp-caption aligncenter"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="wp-image-25627 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/kmutt-researcher-revolution-of-dolphin_02.jpg" alt="ดร.วรธา กลิ่นสวาท อาจารย์ประจำคณะทรัพยากรชีวภาพและเทคโนโลยี มจธ.และ ศูนย์วิจัย Conservation Ecology" width="800" height="533" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/kmutt-researcher-revolution-of-dolphin_02.jpg 800w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/kmutt-researcher-revolution-of-dolphin_02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/kmutt-researcher-revolution-of-dolphin_02-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/kmutt-researcher-revolution-of-dolphin_02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/kmutt-researcher-revolution-of-dolphin_02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /><figcaption id="caption-attachment-25627" class="wp-caption-text">ดร.วรธา กลิ่นสวาท อาจารย์ประจำคณะทรัพยากรชีวภาพและเทคโนโลยี มจธ.และ ศูนย์วิจัย Conservation Ecology</figcaption></figure>
<p>ด้วยเหตุนี้ <strong>ดร.วรธา กลิ่นสวาท อาจารย์ประจำคณะทรัพยากรชีวภาพและเทคโนโลยี มจธ.และ ศูนย์วิจัย Conservation Ecology</strong> จึงร่วมกับ <strong>Trifan Budi นักศึกษาปริญญาโท มจธ.</strong> อาจารย์และหน่วยงานภาครัฐรวมทั้งสิ้น 4 เครือข่าย คือ คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะวิทยาศาสตร์ จุฬากรณ์มหาวิทยาลัย คณะทรัพยากรชีวภาพและเทคโนโลยี มจธ. และกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง จัดทำโครงการ<strong>“การประเมินผลกระทบของกิจกรรมมนุษย์ต่อโครงสร้างประชากรและความหลากหลายทางพันธุกรรมของโลมาอิรวดี (Orcaella ฺbrevirostris) ในประเทศไทยและประเทศอินโดนีเซีย” ภายใต้การสนับสนุนทุนวิจัยอาซาฮี ประจำปี 2563 สาขาสิ่งแวดล้อม (Environment)</strong></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-25628" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/kmutt-researcher-revolution-of-dolphin_03.jpg" alt="" width="800" height="600" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/kmutt-researcher-revolution-of-dolphin_03.jpg 800w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/kmutt-researcher-revolution-of-dolphin_03-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/kmutt-researcher-revolution-of-dolphin_03-768x576.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/kmutt-researcher-revolution-of-dolphin_03-150x113.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/kmutt-researcher-revolution-of-dolphin_03-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<p>เป้าหมายของการวิจัย คือ เพื่อประเมินว่าประชากรโลมาอิรวดีบริเวณชายฝั่งอ่าวไทยและแม่น้ำมหาคามในประเทศอินโดนีเซีย ที่มีแนวโน้มว่าลดลงอย่างต่อเนื่องและอาจถูกตัดขาดจนเป็นหย่อมประชากร (Fragmented Population) มีความหลากหลายทางพันธุกรรมลดลงหรือไม่ และมีปัจจัยทางสภาพแวดล้อมใดส่งผลต่อรูปแบบและช่วงเวลาแยกสายวิวัฒนาการเชิงภูมิศาสตร์ในอดีต โดยประยุกต์ใช้เทคนิคทางอณูชีววิทยาในการพัฒนาชุดเครื่องหมาย Mitochondrial Genome (Mitogenome) Primers และสร้างฐานข้อมูลความหลากหลายทางพันธุกรรมสายแม่และโครงสร้างทางพันธุศาสตร์ประชากรในอดีต ซึ่งฐานข้อมูลดังกล่าวจะเป็นประโยชน์ต่อการติดตามการเปลี่ยนแปลงความหลากหลายทางพันธุกรรมระดับประชากร วางแผนลดภัยคุกคามและจัดการถิ่นอาศัย ตลอดจนพยากรณ์ผลกระทบของสภาพภูมิอากาศต่อโอกาสในการปรับตัวและอยู่รอด (Adaptive Potential) ในระยะยาว</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-25629" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/kmutt-researcher-revolution-of-dolphin_04.jpg" alt="" width="800" height="600" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/kmutt-researcher-revolution-of-dolphin_04.jpg 800w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/kmutt-researcher-revolution-of-dolphin_04-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/kmutt-researcher-revolution-of-dolphin_04-768x576.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/kmutt-researcher-revolution-of-dolphin_04-150x113.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/kmutt-researcher-revolution-of-dolphin_04-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<p>ผลการวิจัยเบื้องต้นพบว่า ความหลากหลายทางพันธุกรรม Mitogenome ของประชากรโลมาอิรวดีในไทยสูงกว่าในอินโดนีเซีย และการวิเคราะห์โครงสร้างทางพันธุศาสตร์พบว่ามีความแตกต่างระหว่างประชากรชายฝั่งอ่าวไทยตอนบน ตอนล่าง และประชากรในอินโดนีเซีย โดยการพบความหลากหลายทางพันธุกรรมระดับสูงและลักษณะทางพันธุกรรมเดียวกันที่แชร์ระหว่างประชากรภายในทะเลสาบสงขลาและประชากรชายฝั่งจังหวัดสงขลา สนับสนุนแนวคิดที่ว่ายุคน้ำแข็งในอดีต ประชากรโลมาอิรวดีสามารถอพยพเคลื่อนย้ายระหว่างชายฝั่งและทะเลสาบ ทำให้บรรพบุรุษของประชากรในอดีตมีขนาดใหญ่และสามารถรักษาความหลากหลายทางพันธุกรรมให้คงอยู่ จากนั้นเมื่อระบบน้ำจืดในอดีต (Palaeodrainage Systems) เอื้อต่อการอพยพเคลื่อนย้าย ประชากรส่วนหนึ่งอพยพจากทะเลสาบสงขลา-ชายฝั่งสงขลามาสู่ฝั่งตะวันออกเฉียงใต้และตั้งประชากรในระบบนิเวศแม่น้ำมหาคาม ประเทศอินโดนีเซีย และในยุคน้ำแข็งสมัยไพลสโตซีนช่วงปลาย (Late Pleistocene) ช่วงเวลาแยกสายวิวัฒนาการของประชากรแม่น้ำมหาคาม ราว ๆ สามแสนปีก่อน เป็นช่วงที่ใกล้เคียงกับการเริ่มแยกสายวิวัฒนาการของประชากรอ่าวไทยตอนบนและตอนล่าง ซึ่งการปรับตัวดังกล่าวอาจเป็นผลที่เกิดจากระดับน้ำทะเลเปลี่ยนแปลงในยุคธารน้ำแข็งและนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศน้ำจืด</p>
<p>ปัจจุบันนักวิจัยคาดว่าภัยคุกคามต่อประชากรภายในทะเลสาบสงขลา ซึ่งอาจถูกตัดขาดจากประชากรชายฝั่งไปแล้ว ประกอบกับการติดและกินเครื่องมือประมง อุบัติเหตุการเฉี่ยวชนกับเรือ การสูญเสียถิ่นที่อยู่อาศัย ระดับเสียงรบกวนที่เพิ่มขึ้นจากกิจกรรมการพัฒนา ทำให้ประชากรขนาดเล็กภายในทะเลสาบมีแนวโน้มที่มีการผสมพันธุ์แบบเลือดชิดภายในเครือญาติ อาจนำไปสู่การสูญเสียความหลากหลายทางพันธุกรรมและลดโอกาสในการที่สัตว์จะปรับตัวและอยู่รอดในระยะยาว ยกตัวอย่างเช่น ภัยคุกคามทางพันธุกรรมอาจแสดงออกในรูปแบบของการที่ลูกที่เกิดมาอาจมีอัตรารอดต่ำ เมื่อเปรียบเทียบกับประชากรชายฝั่งหรือประชากรของสัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนมชนิดอื่นที่ไม่ได้มีสถานภาพเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ <strong>ดังนั้นการสร้างเครือข่ายการวิจัยสัตว์ทะเลหายากที่เข้มแข็ง</strong> จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านพันธุศาสตร์ นิเวศวิทยา และประชากรศาสตร์ เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือในการระบุปัจจัยที่สัมพันธ์กับการเลือกใช้พื้นที่อาศัยและพยากรณ์แนวโน้มพฤติกรรมการปรับตัวต่อสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปในระยะยาว</p>
<p>แต่เนื่องจากการเก็บตัวอย่างโลมาเกยตื้น อาศัยระยะเวลานานและอาจไม่ทันท่วงทีต่อการสร้างฐานข้อมูลเพื่อให้ภาครัฐนำไปประกอบการวางแผนการฟื้นฟูประชากรและถิ่นอาศัย ดังนั้นทีมวิจัยเดิม จึงอยู่ระหว่างการพัฒนาเครื่องมือเพื่อติดตามการเปลี่ยนแปลงทางระบบนิเวศ (Ecological Monitoring) เช่น การพัฒนาเทคนิคการตรวจจับ environmental DNA (eDNA) จากการสำรวจและเก็บตัวอย่างน้ำภายในทะเลสาบสงขลา ชายฝั่งทะเลอันดามันและอ่าวไทย เพื่อทำให้ทราบว่ากลุ่มโลมา วาฬและพะยูนมีการใช้พื้นที่และกระจายตัวอยู่ตรงไหนบ้าง และปัจจัยด้านสภาพแวดล้อมใดที่ส่งผลกระทบต่อความสำเร็จในการตรวจจับ eDNA ของสัตว์กลุ่มเป้าหมายดังกล่าว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-25630" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/kmutt-researcher-revolution-of-dolphin_05.jpg" alt="" width="583" height="800" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/kmutt-researcher-revolution-of-dolphin_05.jpg 583w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/kmutt-researcher-revolution-of-dolphin_05-219x300.jpg 219w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/kmutt-researcher-revolution-of-dolphin_05-150x206.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/kmutt-researcher-revolution-of-dolphin_05-364x500.jpg 364w" sizes="(max-width: 583px) 100vw, 583px" /></p>
<p>โดยข้อดีของ eDNA คือ ไม่จำเป็นต้องพบเห็นตัวสัตว์โดยตรง สามารถประยุกต์ใช้กับการสำรวจสัตว์กลุ่มที่มีพื้นที่หากินกว้าง ความหนาแน่นต่ำ และอาจมีพฤติกรรมการหลบหลีกและไวต่อการรบกวน นำไปสู่การประเมินพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูง (Biodiversity Hotspots) และการกำหนดพื้นที่สำคัญในการอนุรักษ์ (Conservation Priority Sites) เพื่อผลักดันมาตรการในการลดภัยคุกคามในพื้นที่ดังกล่าว เช่น การจัดระเบียบของเรือประมง การลดสิ่งกีดขวางการเคลื่อนที่และเครื่องมือทำการประมงผิดกฎหมาย รวมถึงการฟื้นฟูประชากรเหยื่อตามธรรมชาติของโลมา ซึ่งหากกระบวนการดังกล่าวสามารถดำเนินการอย่างเป็นระบบและทันท่วงที จะทำให้แก้ปัญหาที่เกี่ยวเนื่องกับการอนุรักษ์ทรัพยากรความหลากหลายทางชีวภาพทางทะเลและชายฝั่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p>“อย่างไรก็ตาม งานวิจัยดังกล่าวถือเป็นจุดเริ่มต้นในการจุดประกายเรื่องการอนุรักษ์โลมาอิรวดี และการรักษาระบบนิเวศชายฝั่งไม่ให้เสียสมดุล พร้อมทั้งยังเชื่อว่า เป้าหมายปลายทางของงานวิจัยนี้จะนำไปสู่ประโยชน์ในวงการพันธุศาสตร์ ซึ่งประกอบด้วย <strong>1.ข้อมูลทางด้านพันธุศาสตร์</strong>เมื่อนำไปผนวกกับนิเวศและประชากรศาสตร์ นักวิจัยจะสามารถดูภาพรวมและสถานภาพของประชากรว่าอยู่ในขั้นใกล้สูญพันธุ์มากน้อยแค่ไหน เพื่อนำไปสู่การจัดการด้านอื่นๆ ได้ทันท่วงที <strong>2.ความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายกับประเทศเพื่อนบ้าน</strong>ในเรื่องการอุปการะโลมาอิรวดี เพื่อให้เกิดความหลากหลายของข้อมูลในระดับภูมิภาค อันนำไปสู่ความร่วมมือของนักวิจัยสัตว์ทะเลหายากในภูมิภาคอาเซียนในการทำงานร่วมกันในอนาคต รวมทั้งจะเป็นประโยชน์ต่อการวางแผนมาตรการลดภัยคุกคามเพื่ออนุรักษ์โลมาอิรวดีและสัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนมในระดับประเทศและระดับภูมิภาคอย่างยั่งยืน” <strong>ดร.วรธา</strong> กล่าวสรุปทิ้งท้าย</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/kmutt-researcher-revolution-of-dolphin/">นักวิจัย มจธ. พัฒนาเครื่องหมายทางพันธุกรรมและฐานข้อมูลวิวัฒนาการ เพื่ออนุรักษ์โลมาอิรวดี</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/kmutt-researcher-revolution-of-dolphin/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
