<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>นวัตกรรมโซลาร์ | Green Network</title>
	<atom:link href="https://www.greennetworkthailand.com/tag/%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B9%82%E0%B8%8B%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%8C/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Fri, 09 Jan 2026 07:53:43 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.8.5</generator>

<image>
	<url>https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/green-network-50x50.png</url>
	<title>นวัตกรรมโซลาร์ | Green Network</title>
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ทริน่าโซล่าร์ ชู 5 นวัตกรรมโซลาร์พลิกโฉมไทยสู่ยุคพลังงานสะอาดในปี 2569</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/trina-solar-clean-energy-2026/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 08 Jan 2026 07:01:39 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Article]]></category>
		<category><![CDATA[Solar Review]]></category>
		<category><![CDATA[ทรินาโซลาร์]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรมโซลาร์]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานแสงอาทิตย์]]></category>
		<category><![CDATA[ไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=42774</guid>

					<description><![CDATA[<p>การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังเร่งให้เกิดการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด เอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังปรับนโยบายและการลงทุนเพื่อเปลี่ยนเป้าหมายให้เป็นโครงการพลังงานสะอาด สิ่งที่ต้องคำนึงถึงคือ นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใดบ้างที่เป็นกุญแจสำคัญในการปลดล็อกการพัฒนาพลังงานสะอาดของภูมิภาครวมถึงในไทย ให้ดำเนินการได้รวดเร็วขึ้น มีราคาถูกลง และเชื่อถือได้? ประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังเร่งการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานด้วยแรงขับเคลื่อนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากทั้งด้านนโยบาย การสนับสนุนด้านกฎระเบียบ และการขยายการลงทุนเพิ่มขึ้นในด้านพลังงานสะอาด ทำให้รัฐบาลและธุรกิจสามารถพัฒนาโครงการพลังงานหมุนเวียนได้อย่างรวดเร็ว จากรายงานของ Bloomberg NEF พบว่าในปี 2568 มีโครงการผลิตพลังงานสะอาดที่เตรียมเปิดประมูลไม่น้อยกว่า 20 กิกะวัตต์ ซึ่งส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ในช่วงครึ่งหลังของปี โครงการเหล่านี้สะท้อนถึงการเติบโตอย่างรวดเร็วของพลังงานสะอาดในภูมิภาค สำหรับพลังงานสะอาดที่เหมาะสมกับภูมิภาคนั้น พลังงานแสงอาทิตย์เป็นหนึ่งในพลังงานที่น่าสนใจที่สุด โดย Bloomberg NEF ระบุว่า การพัฒนาโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/trina-solar-clean-energy-2026/">ทริน่าโซล่าร์ ชู 5 นวัตกรรมโซลาร์พลิกโฉมไทยสู่ยุคพลังงานสะอาดในปี 2569</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังเร่งให้เกิดการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด เอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังปรับนโยบายและการลงทุนเพื่อเปลี่ยนเป้าหมายให้เป็นโครงการพลังงานสะอาด สิ่งที่ต้องคำนึงถึงคือ นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใดบ้างที่เป็นกุญแจสำคัญในการปลดล็อกการพัฒนาพลังงานสะอาดของภูมิภาครวมถึงในไทย ให้ดำเนินการได้รวดเร็วขึ้น มีราคาถูกลง และเชื่อถือได้?</p>
<p><span id="more-42774"></span></p>
<p>ประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังเร่งการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานด้วยแรงขับเคลื่อนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากทั้งด้านนโยบาย การสนับสนุนด้านกฎระเบียบ และการขยายการลงทุนเพิ่มขึ้นในด้านพลังงานสะอาด ทำให้รัฐบาลและธุรกิจสามารถพัฒนาโครงการพลังงานหมุนเวียนได้อย่างรวดเร็ว</p>
<p>จากรายงานของ Bloomberg NEF พบว่าในปี 2568 มีโครงการผลิตพลังงานสะอาดที่เตรียมเปิดประมูลไม่น้อยกว่า 20 กิกะวัตต์ ซึ่งส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ในช่วงครึ่งหลังของปี โครงการเหล่านี้สะท้อนถึงการเติบโตอย่างรวดเร็วของพลังงานสะอาดในภูมิภาค</p>
<p style="text-align: center;"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42776" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/trina-solar-clean-energy-2026-02.jpg" alt="พลังงานแสงอาทิตย์" width="740" height="549" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/trina-solar-clean-energy-2026-02.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/trina-solar-clean-energy-2026-02-300x223.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/trina-solar-clean-energy-2026-02-150x111.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/trina-solar-clean-energy-2026-02-500x371.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>สำหรับพลังงานสะอาดที่เหมาะสมกับภูมิภาคนั้น พลังงานแสงอาทิตย์เป็นหนึ่งในพลังงานที่น่าสนใจที่สุด โดย Bloomberg NEF ระบุว่า การพัฒนาโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยคาดว่าจะมีกำลังการผลิตสูงถึงประมาณ 4.8 กิกะวัตต์ ในปี 2568 ซึ่งมากกว่า 1.5 เท่า ของกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นในปี 2567 การเติบโตดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงเงื่อนไขทางการเงินที่ดีขึ้น กระบวนการพิจารณาอนุญาตที่รวดเร็วเมื่อนโยบายมีความสอดคล้องกัน และเป็นโครงการที่มีขนาดใหญ่ขึ้นและกำลังการผลิตที่สูงขึ้น</p>
<p>ประเทศไทย อินโดนีเซีย และเวียดนาม ได้กำหนดเป้าหมายพลังงานหมุนเวียนไว้ในแผนพัฒนาพลังงานแห่งชาติ โดยประเทศไทยตั้งเป้าที่จะเพิ่มกำลังการผลิตพลังงานแสงอาทิตย์ถึง 43 กิกะวัตต์ ภายในปี 2580 อินโดนีเซียวางแผนที่จะติดตั้งการผลิตพลังงานสะอาด 42.6 กิกะวัตต์ ระหว่างปี 2568 ถึง 2577 และเวียดนามตั้งเป้าหมายกำลังการผลิตพลังงานแสงอาทิตย์ไว้ที่ 24 กิกะวัตต์ ระหว่างปี 2568 ถึง 2573</p>
<p>ความมุ่งมั่นเหล่านี้สะท้อนถึงนโยบายที่ชัดเจนในการดึงดูดการลงทุนระยะยาวเข้าสู่ภูมิภาคโดยมีเงื่อนไขว่า กระบวนการขออนุญาต การเข้าถึงโครงข่ายไฟฟ้า และกรอบการซื้อขายไฟฟ้าจะต้องสอดคล้องกันสนับสนุนให้โครงการลงทุนพลังงานแสงอาทิตย์มีความน่าเชื่อถือ และน่าลงทุนมากยิ่งขึ้น</p>
<p>แนวโน้มในระดับภูมิภาคก็กำลังเปลี่ยนไปเช่นกัน ฟิลิปปินส์กำลังเปิดประมูลการผลิตพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลมในปีนี้หลังจากหยุดชะงักไปสองปี ในขณะที่มาเลเซียกำลังผลักดันประเทศเป็นศูนย์กลางของดาต้าเซ็นเตอร์ โดยการคาดการณ์ของรัฐบาลระบุว่าการเติบโตอย่างรวดเร็วของดาต้าเซ็นเตอร์จะส่งผลให้ความต้องการไฟฟ้าเพิ่มสูงขึ้นถึง 7.7 กิกะวัตต์ ภายในปี 2573และ 20.9 กิกะวัตต์ ภายในปี 2583 ซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนที่สำคัญของความต้องการพลังงานสะอาดที่มีความเสถียรและโซลูชันการจัดการสำหรับผู้บริโภค การเคลื่อนไหวของประเทศต่างๆ ในภูมิภาคผลักดันการเปลี่ยนผ่านภาคพลังงานของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จากการวางแผนไปสู่การพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ ภายใต้การเชื่อมโยงระบบไฟฟ้าผ่านกริด การอนุมัติโครงการอย่างรวดเร็ว และการผลักดันนวัตกรรมการลงทุนที่เปลี่ยนเป้าหมายพลังงานสะอาดให้เป็นโครงการผลิตพลังงานสะอาดเพื่อตอบสนองความต้องการของทุกภาคส่วน</p>
<p>สำหรับประเทศไทย แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP) สะท้อนถึงเป้าหมายในการพัฒนาพลังงานสะอาดอย่างรวดเร็ว ประเทศไทยมีเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงถึง 47% ภายในปี 2578และบรรลุเป้าหมายคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2593ควบคู่ไปกับการเปิดเสรีภาคพลังงานอย่างค่อยเป็นค่อยไป ประเทศไทยเตรียมอนุมัตินโยบายการเปิดให้ธุรกิจสามารถซื้อขายไฟฟ้าโดยตรงจากผู้ผลิต (DPPA) ในปลายปีนี้ ซึ่งจะช่วยให้ภาคธุรกิจสามารถจัดหาพลังงานสะอาดได้อย่างสะดวกและรวดเร็วขึ้น</p>
<p>ภายใต้นโยบาย &#8220;Quick Big Win&#8221; ของกระทรวงพลังงาน การพัฒนาพลังงานแสงอาทิตย์ได้รับความสำคัญในทุกระดับ โครงการโซลาร์ฟาร์มชุมชน ส่งเสริมให้ผู้ผลิตภาคเอกชนลงทุนในโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดินโดยมีกำลังการผลิตรวม 1,500 เมกะวัตต์ นอกจากนี้รัฐบาลยังได้จัดสรรงบประมาณ 7.5 พันล้านบาทเพื่อสนับสนุนโครงการพลังงานแสงอาทิตย์สำหรับภาครัฐ โรงพยาบาล และเพื่อช่วยเหลือระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์และระบบน้ำประปาหมู่บ้าน ในขณะเดียวกันการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (EGAT) วางแผนที่จะลงทุน 3 พันล้านบาทในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการส่งไฟฟ้าเพื่อตอบสนองความต้องการไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นเพื่อขับเคลื่อนการขยายตัวของดาต้าเซ็นเตอร์</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42777" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/trina-solar-clean-energy-2026-03.jpg" alt="พลังงานแสงอาทิตย์" width="740" height="537" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/trina-solar-clean-energy-2026-03.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/trina-solar-clean-energy-2026-03-300x218.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/trina-solar-clean-energy-2026-03-150x109.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/trina-solar-clean-energy-2026-03-500x363.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>ภูมิทัศน์พลังงานของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และประเทศไทยกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และถูกขับเคลื่อนด้วยความต้องการเร่งด่วนของประเทศที่ต้องการโซลูชันที่ตอบสนองด้านความยั่งยืน ซึ่งปัจจุบันมีหลายแนวโน้มที่มีความสำคัญที่มีบทบาทในการพลิกโฉมการพัฒนาพลังงานแสงอาทิตย์ในปี 2569</p>
<p>แนวโน้มสำคัญประการแรก คือ <strong>การพัฒนาด้านเทคโนโลยีลิเธียมไอออนฟอสเฟต (LFP)</strong> ในระบบกักเก็บพลังงานแบตเตอรี่ (BESS) ตลาด BESS กำลังเติบโตแบบก้าวกระโดด โดยคาดการณ์ว่าจะสูงถึง 76.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2568 และพุ่งสูงขึ้นเป็น 172.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2573 ด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ยสะสมต่อปี (CAGR) ที่ 17.6% แรงผลักดันนี้มาจากประสิทธิภาพของการกักเก็บพลังงานที่เพิ่มขึ้น ความปลอดภัยที่ดีขึ้น และต้นทุนแบตเตอรี่มีราคาลดลงทำให้ความนิยมเพิ่มขึ้นและแบตเตอรี่ LFP ยังเหมาะสำหรับการใช้งานทั้งในระบบจัดเก็บพลังงานแบบอยู่กับที่และยานยนต์ไฟฟ้า เมื่อมีการใช้รถ EV มากขึ้น ทำให้เกิดการผลิตแบตเตอรี่เพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้ราคาของแบตเตอรี่ถูกลง ซึ่งเป็นผลดีกับภาพรวมของอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียน ปัจจุบันประเทศต่างๆ ทั่วโลกกำลังเพิ่มการลงทุนในระบบกักเก็บพลังงานเพื่อเพิ่มความเสถียรให้กับแหล่งพลังงานหมุนเวียนและวางรากฐานสำหรับพลังงานสะอาดในอนาคต</p>
<p>เพื่อเสริมความก้าวหน้าในระบบกักเก็บพลังงาน แนวโน้มประการที่สอง คือ การ<strong>ผนวกรวมแหล่งพลังงานหมุ<wbr />นเวียนเข้ากับระบบกักเก็บพลั<wbr />งงาน </strong>ในการประชุม COP30 (2025) ผู้นำระดับโลกตอกย้ำถึงความสำคัญของการเร่งการเปลี่ยนผ่านภาคพลังงานสะอาดเพื่อต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศและก๊าซเรือนกระจก ปัจจุบันหลายประเทศกำลังบูรณาการระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเข้ากับระบบกักเก็บพลังงานซึ่งเป็นกลยุทธ์หลักในแผนพลังงานของทุกประเทศ พลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลมที่ขาดความต่อเนื่องในการผลิตพลังงาน จะถูกชดเชยด้วยระบบกักเก็บพลังงานทำให้การจ่ายกระแสไฟฟ้ามีความเสถียรสามารถจ่ายไฟฟ้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง โซลูชันที่เกิดขึ้นนี้ช่วยให้กริดมีความเสถียรมากขึ้นสามารถจ่ายไฟฟ้าที่จัดเก็บไว้ในช่วงที่มีความต้องการสูงสุดหรือช่วงที่มีแสงแดดน้อย ด้วยการผสานเทคโนโลยีระบบกักเก็บพลังงานช่วยให้โรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนทำงานได้เต็มประสิทธิภาพมากขึ้น</p>
<p>โครงการ ไลม์สโตน โคสต์นอร์ธ เอ็นเนอร์ยี่พาร์ค ในออสเตรเลีย ที่ใช้ระบบกักเก็บพลังงานของ Trina Storage ขนาด 250 MW / 500 MWh เป็นกรณีศึกษาการใช้ระบบกักเก็บพลังงานควบคู่กับพลังงานหมุนเวียนที้น่าสนใจ เพราะโครงการนี้มีบทบาทในการสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับภูมิภาคออสเตรเลียตอนใต้</p>
<p>แนวโน้มประการที่สาม เกี่ยวข้องกับกลยุทธ์สำคัญในการเพิ่มการผลิตพลังงานหมุนเวียนให้สูงสุด นั่นคือ <strong>การใช้ที่ดินอย่างสร้างสรรค์ในการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน</strong> การเปลี่ยนที่ดินที่ไม่ได้ใช้งานให้กลายเป็นแหล่งผลิตพลังงานหมุนเวียนกำลังได้รับความนิยมทั่วโลก ในมณฑลซานตง ประเทศจีน เหมืองร้างแห่งหนึ่งได้รับการดัดแปลงให้เป็นโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนขนาด 150 เมกะวัตต์ ซึ่งมีทั้งโซลาร์ฟาร์มลอยน้ำและระบบกักเก็บพลังงาน ที่ดำเนินการควบคู่ไปกับการทำการเกษตรและการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ โครงการนี้แสดงให้เห็นว่า สามารถจัดการพลังงานหมนุเวียนควบคู่กับระบบกักเก็บพลังงาน และการใช้ประโยชน์สูงสุดจากการใช้ที่ดินในการทำการเกษตรหรือประมง</p>
<p>นอกจากนี้โครงการนำร่องในการพัฒนาไมโครกริดอัจฉริยะของทรินาโซลาร์ที่สำนักงานใหญ่ในประเทศจีน ยังเป็นอีกหนึ่งโครงการที่น่าสนใจ โดยโครงการนี้ได้บูรณาการการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนโครงสร้างหลังคาที่จอดรถ เข้ากับระบบกักเก็บพลังงานแบบ All-in-one และการชาร์จแบบสองทิศทางจากระบบผลิตไฟฟ้าสู่รถยนต์ และจ่ายไฟฟ้าสู่โครงข่ายกริด (V2G) โครงการนี้แสดงให้เห็นถึงการผลิตไฟฟ้ารูปแบบใหม่ที่สร้างระบบนิเวศของพลังงานหมุนเวียนจาก “การผลิต-การจัดเก็บ-การชาร์จ-การคายประจุ&#8221; ซึ่งเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจในการบูรณาการการผลิต กักเก็บ และจ่ายไฟฟ้าของการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์</p>
<p>แนวโน้มประการที่สี่ คือ การพัฒนาพลังงานหมุนเวียนอย่างต่อเนื่อง คือ <strong>การพัฒนาแผงโซลาร์เซลล์ประสิทธิภาพสูง</strong> เนื่องจากพลังงานแสงอาทิตย์ยังคงเป็นพลังงานหมุนเวียนหลักในการผลิตไฟฟ้า และความก้าวหน้าล่าสุดในเซลล์แสงอาทิตย์แบบแทนเดมเพอรอฟสไกต์/ซิลิคอนได้เพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตไฟฟ้าของโซลาร์พีวีถึง 31% ทรินาโซลาร์แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนานวัตกรรมด้วยความสำเร็จด้านการวิจัยและพัฒนาล่าสุดในนวัตกรรมของโซลาร์พีวี ซึ่งรวมถึงเทคโนโลยี TOPCon Ultra และเซลล์แทนเดมเพอรอฟสไกต์/ซิลิคอน บริษัทเป็นผู้นำในการพัฒนานวัตกรรมด้วยการสร้างสถิติโลกใหม่ 5 รายการทั้งในด้านประสิทธิภาพของเซลล์ กำลังไฟฟ้าด้วยโมดูลขนาด 3.1 ตารางเมตรที่มีกำลังไฟฟ้าสูงถึง 841 วัตต์ และมีประสิทธิภาพ 31% อีกหนึ่งนวัตกรรมที่น่าสนใจ คือ การพัฒนาโซลาร์พีวีรุ่น Shield ที่ออกแบบมาให้ทนทานต่อสภาพอากาศที่รุนแรง สามารถทนทานต่อลูกเห็บที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางสูงสุด 75 มม. ที่กระทบในมุม 60°</p>
<p>แนวโน้มประการสุดท้าย คือ <strong>การพัฒนาดาต้าเซ็นเตอร์อย่างยั่งยืน</strong> ดาต้าเซ็นเตอร์มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อเศรษฐกิจดิจิทัลแต่ก็เป็นธุรกิจที่ใช้พลังงานมหาศาลเช่นกัน การเติบโตของดาต้าเซ็นเตอร์จึงก่อให้เกิดความกังวลในด้าน ESG อย่างมาก เนื่องจากต้นทุนด้านพลังงานคิดเป็น 30-50% ของค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน โดยดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่แห่งเดียวใช้พลังงานเทียบเท่ากับเมืองขนาดเล็ก ซึ่งผู้ประกอบการในยุโรปให้ความสำคัญกับปัญหานี้ โดยกำหนดเป็นมาตรฐานของธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ในการดำเนินการจัดหาพลังงานหมุนเวียนสำหรับธุรกิจ การนำความร้อนกลับมาใช้ใหม่ การเพิ่มประสิทธิภาพในระบบทำความเย็น และการจัดการทรัพยากรน้ำ นอกจากนี้ยังมีการนำนวัตกรรมในการระบายความร้อนมาเพิ่มประสิทธิภาพให้กับดาต้าเซ็นเตอร์ เช่น การระบายความร้อนด้วยของเหลว และการจัดการการไหลเวียนของอากาศขั้นสูงมาใช้เพื่อลดการใช้พลังงานอีกด้วย การบูรณาการระบบจัดการพลังงานที่ขับเคลื่อนด้วย AI ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานของศูนย์ข้อมูลและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้เหลือน้อยที่สุด เนื่องจากการดำเนินงานของดาต้าเซ็นเตอร์มีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ การใช้พลังงานหมุนเวียน และการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจึงเป็นมาตรฐานของธุรกิจที่มีความสำคัญ</p>
<p>ประเทศไทยมีนโยบายและมาตรการส่งเสริมโครงสร้างพื้นฐานในการใช้พลังงานสะอาดของดาต้าเซ็นเตอร์ผ่านนโยบายสนับสนุนและการอนุมัติโครงการที่คล่องตัวมากขึ้น ซึ่งทรินาโซลาร์มีส่วนร่วมในการจัดหาแผงโซลาร์พีวี และระบบกักเก็บพลังงานเพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านนี้ โดยใช้โมดูลประสิทธิภาพสูงเพื่อส่งมอบพลังงานที่ความเสถียร เพื่อบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศ ดาต้าเซ็นเตอร์ที่บริหารจัดการภายใต้บริบทของความยั่งยืนมีความสำคัญเชิงกลยุทธ์ต่อการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลและการลดผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศ อีกทั้งยังสนับสนุนการดำเนินการตามเป้าหมายของการปล่อยก๊าซสุทธิเป็นศูนย์ของประเทศ</p>
<p>ประเทศต่างๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อยู่ในช่วงรอยต่อของการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน โดยมีประเทศไทยเป็นผู้นำในการเปลี่ยนแปลง นวัตกรรมของพลังงานแสงอาทิตย์ทั้ง 5 ประการตั้งแต่การผนวกรวมพลังงานหมุนเวียนเข้ากับระบบกักเก็บพลังงานไปจนถึงการพัฒนาดาต้าเซ็นเตอร์อย่างยั่งยืน ช่วยปลดล็อกโอกาสที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนสำหรับการเติบโตของอุตสาหกรรมพลังงานสะอาด และความมั่นคงทางพลังงาน</p>
<p>อย่างไรก็ตาม การพัฒนาโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ต้องอาศัยความร่วมมือกันระหว่างภาครัฐ ผู้ประกอบการ และหน่วยงานวิจัย ภายใต้ความร่วมมือนี้ ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สามารถยกระดับสู่การเป็นผู้นำระดับโลกในด้านพลังงานหมุนเวียน เพื่อสร้างความมั่นคงในด้านพลังงานสะอาดสำหรับคนรุ่นต่อไป</p>
<hr />
<p>โดย เอลวา หวัง ผู้อำนวยการกลุ่มประจำเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เอเชียใต้ และเอเชียกลาง ทรินาโซลาร์เอเชียแปซิฟิก</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/trina-solar-clean-energy-2026/">ทริน่าโซล่าร์ ชู 5 นวัตกรรมโซลาร์พลิกโฉมไทยสู่ยุคพลังงานสะอาดในปี 2569</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“NEPS” ร่วมมือ “LONGi” เปิดตัวนวัตกรรมโซลาร์ใหม่ระดับโลก “Ultra Black Solar” และ “BIPV” ครั้งแรกในไทย! ชูเทคโนโลยี BC ประสิทธิภาพสูง ดีไซน์สวย คาดรายได้โตก้าวกระโดดต่อเนื่อง</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/neps-x-longi/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/neps-x-longi/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 15 Aug 2024 07:45:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<category><![CDATA[BIPV]]></category>
		<category><![CDATA[LONGi]]></category>
		<category><![CDATA[NEPS]]></category>
		<category><![CDATA[Ultra Black Solar]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรมโซลาร์]]></category>
		<category><![CDATA[แผงโซลาร์เซลล์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=35254</guid>

					<description><![CDATA[<p>NEPS ร่วมกับ LONGi (ลอนจี) เปิดตัว 2 โปรดักส์โซลาร์นวัตกรรมใหม่ของโลกครั้งแรกในไทย! ชูจุดเด่นเทคโนโลยี BC ที่ให้ประสิทธิภาพสูง มาพร้อมดีไซน์สวยหรู ได้แก่ “แผงโซลาร์เซลล์รุ่น HI-MO X6 Ultra Black” สีดำเรียบหรู ดีไซน์สวย ให้ประสิทธิภาพสูงสุดถึง 23.2% ซึ่งมากกว่าแผงโซลาร์ทั่วไป โดย NEPS ได้รับความไว้วางใจให้เป็นผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรายแรก และรายเดียวในประเทศไทย และ “BIPV” (Building-integrated photovoltaics)&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/neps-x-longi/">“NEPS” ร่วมมือ “LONGi” เปิดตัวนวัตกรรมโซลาร์ใหม่ระดับโลก “Ultra Black Solar” และ “BIPV” ครั้งแรกในไทย! ชูเทคโนโลยี BC ประสิทธิภาพสูง ดีไซน์สวย คาดรายได้โตก้าวกระโดดต่อเนื่อง</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>NEPS ร่วมกับ LONGi (ลอนจี) เปิดตัว 2 โปรดักส์โซลาร์นวัตกรรมใหม่ของโลกครั้งแรกในไทย! ชูจุดเด่นเทคโนโลยี BC ที่ให้ประสิทธิภาพสูง มาพร้อมดีไซน์สวยหรู ได้แก่ “แผงโซลาร์เซลล์รุ่น HI-MO X6 Ultra Black” สีดำเรียบหรู ดีไซน์สวย ให้ประสิทธิภาพสูงสุดถึง 23.2% ซึ่งมากกว่าแผงโซลาร์ทั่วไป โดย NEPS ได้รับความไว้วางใจให้เป็นผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรายแรก และรายเดียวในประเทศไทย และ “BIPV” (Building-integrated photovoltaics) แผงโซลาร์เซลล์นวัตกรรมใหม่ที่รวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของอาคาร สามารถนำไปผสานกับวัสดุก่อสร้างภายนอกได้ ตอกย้ำการเป็นผู้นำด้านการคิดค้นและผลิตจาก LONGi มั่นใจตลาดโซลาร์ไทยเติบโต คาดทั้ง 2 สินค้าจะสามารถช่วยส่งให้ NEPS มีรายได้โตก้าวกระโดดอย่างต่อเนื่อง</strong></p>
<p><span id="more-35254"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-35257" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/neps-x-longi-03.jpg" alt="นายตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส" width="740" height="492" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/neps-x-longi-03.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/neps-x-longi-03-300x199.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/neps-x-longi-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/neps-x-longi-03-500x332.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส</strong></span> <strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท นิว เอ็นเนอร์จี พลัส โซลูชั่นส์ จำกัด</strong> หรือ <strong>NEPS</strong> กล่าวว่า “NEPS ดำเนินธุรกิจโซลาร์มาตั้งแต่ปี 2560 ซึ่งตลอดระยะเวลา 7 ปีที่ผ่านมา เราเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยปัจจัยหลักมาจากโซลูชั่นงานบริการแบบ One Stop Solution ตั้งแต่การให้คำปรึกษา-ประเมินพื้นที่ก่อนติดตั้ง-การปรับปรุงโครงสร้างบ้าน/อาคาร – ประสานหน่วยงานราชการ &#8211; การบำรุงรักษา และบริการหลังการขาย ด้วยทีมวิศวกรมืออาชีพ รวมถึงในแง่ของงานดีไซน์ การออกแบบแผงให้สอดรับกับตัวบ้านหรือตัวอาคารต่างๆ ได้อย่างสวยงามและลงตัว โดยล่าสุด NEPS ได้รับความไว้วางใจจาก LONGi (ลอนจี) ซึ่งเป็นผู้นำและครองตำแหน่งผู้ผลิตแผงโซลาร์อันดับ 1 ของโลก ให้นำเข้าและจำหน่ายแผงโซลาร์เซลล์รุ่น “HI-MO X6 Ultra Black” รายแรกและรายเดียวในประเทศไทย ด้วยประสิทธิภาพแผง 23.2% ซึ่งมากกว่าแผงโซลาร์ทั่วไปในตลาด ดีไซน์สีดำเรียบหรู เจาะกลุ่มงานบ้านระดับไฮเอนด์ อีกทั้งงานนี้ยังมีการนำ BIPV หรือ แผงโซลาร์แบบผสานวัสดุอาคาร ซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่ เข้ามาเปิดตัวครั้งแรกในไทย และนับเป็นประเทศที่ 2 ในเอเชียด้านการผลิตและจำหน่ายอีกด้วย”</p>
<p>“ทั้งนี้ธุรกิจโซลาร์ในปัจจุบัน นับว่าเป็นยุคที่มีการแข่งขันสูงมาก แม้ว่าจะมีการตอบรับจากลูกค้าจำนวนมากกว่าในอดีตที่ผ่านมาก็ตาม แต่เรายังคงต้องพัฒนาตัวเองและคัดสรรสินค้าที่มีเทคโนโลยีใหม่ พร้อมด้วยดีไซน์ที่สวยงามเข้ามาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นทางเลือกให้กับลูกค้าเพิ่มมากขึ้น โดยที่ผ่านมาเราเจาะกลุ่มเป้าหมาย โรงงาน โรงเรียน โรงแรม สนามกอล์ฟ โครงการบ้านจัดสรร และกลุ่มลูกค้าบ้านเดี่ยวเป็นหลัก ซึ่งปัจจุบันเราได้ขยายฐานลูกค้าทั้งกลุ่ม B2B และ B2C ที่มีความต้องการเฉพาะตัวเพิ่มขึ้น เนื่องจากยังมีช่องว่างทางการตลาดสำหรับลูกค้ากลุ่มนี้อยู่มาก การร่วมมือกับ LONGi ในครั้งนี้ จึงนับเป็นโอกาสที่ดีมากของ NEPS”</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-35258" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/neps-x-longi-04.jpg" alt="คุณหม่า เหมิง (Ma Meng)" width="740" height="492" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/neps-x-longi-04.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/neps-x-longi-04-300x199.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/neps-x-longi-04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/neps-x-longi-04-500x332.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>คุณหม่า เหมิง (Ma Meng)</strong></span> <strong>ผู้จัดการประจำประเทศไทยและเวียดนาม บริษัท ลอนจี กรีน เอเนอร์จี เทคโนโลยี จำกัด</strong> หรือ <strong>LONGi</strong> กล่าวว่า “LONGi เริ่มเข้ามาทำตลาดโซลาร์ในไทยเมื่อปี 2560 เพราะเห็นถึงแนวโน้มความต้องการด้านโซลาร์ในประเทศไทย ประกอบกับไทยเปิดเสรีในด้านเทคโนโลยี รวมถึงปัจจุบันรัฐบาลมีนโยบายด้านพลังงานแสงอาทิตย์มากมาย เช่น การรับซื้อไฟฟ้าด้วยมาตรการ Feed-in Tariff (FIT) , การส่งเสริมไฟฟ้าสีเขียวด้วยมาตรการ Utility Green Tariff (UGT) , การส่งเสริมตลาดคาร์บอน และกลไกทางภาษีของ BOI เป็นต้น ปัจจัยเหล่านี้จึงส่งเสริมให้ตลาดโซลาร์ไทยเติบโตอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ จากข้อมูล BNEF* จะเห็นได้ว่าตั้งแต่ปี 2563 จนถึงปัจจุบัน LONGi ยังคงครองตำแหน่งผู้ผลิตแผงโซลาร์อันดับ 1 ของโลก ปัจจัยหลักคือ เราให้ความสำคัญกับการลงทุนด้านวิจัยและพัฒนา (R&amp;D) โดยทุ่มงบประมาณหลักพันล้านดอลลาร์ (Billion Dollar) ซึ่งนับว่าเป็นการลงทุนที่มากที่สุดในบริษัทผลิตแผงโซลาร์ เพื่อให้ได้เทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตพลังงานที่สูงขึ้น อาทิ เทคโนโลยี BC (Back Contact) ที่ช่วยให้แผงโซลาร์ดูดซับแสงได้ดีในพื้นที่แสงน้อย เพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตพลังงาน ที่นำมาใช้กับทั้ง 2 โปรดักส์ในวันนี้ เป็นต้น”</p>
<p>ด้านความร่วมมือกับ NEPS นั้น คุ<strong>ณหม่า เหมิง (Ma Meng)</strong> กล่าวต่อว่า “เรามองเห็นจุดแข็งของ NEPS ในหลายด้านไม่ว่าจะเป็นเรื่อง วิสัยทัศน์ในการมุ่งมั่นนำพลังงานสะอาดมาช่วยขับเคลื่อนเพื่อเปลี่ยนแปลงโลกสู่อนาคตที่ยั่งยืน โดยยึดหลักความรับผิดชอบต่อลูกค้า ต่อสังคม และสิ่งแวดล้อม รวมถึงวิธีการทำการตลาดของ NEPS ที่เน้นเรื่องการให้ข้อมูลความรู้เป็นสำคัญ อีกทั้งการให้บริการลูกค้าแบบ One Stop Solution ทำให้สามารถเจาะกลุ่มลูกค้าที่หลากหลายและครอบคลุม เราจึงมั่นใจในการเลือกนำสินค้าที่มีนวัตกรรมสูงของ LONGi มาให้ทาง NEPS เป็นผู้เปิดตลาดเจ้าแรกและเจ้าเดียวในไทย ได้แก่ “HI-MO X6 Ultra Black” อีกทั้งสินค้าตัวนี้ ยังคว้ารางวัลระดับนานาชาติได้ถึง 2 รางวัล ได้แก่ รางวัล A’ Design Award &amp; Competition และ French Design Awards นอกจากนี้ LONGi เรายังเป็นบริษัทที่คิดค้นและผลิต BIPV หรือ เซลล์แสงอาทิตย์แบบผสานวัสดุอาคารรายต้นของโลก ซึ่งนับเป็นการเพิ่มศักยภาพทางการแข่งขันด้านโซลาร์ ด้วยเทคโนโลยีที่ผสานเข้ากับวัสดุอาคาร เพื่อมุ่งสู่การสร้างอาคารเขียว (Green Building) ที่ไม่เพียงผลิตพลังงานไฟฟ้า แต่ยังสามารถป้องกันความร้อน ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เรียกว่าเป็นการยกระดับธุรกิจพลังงานในไทยไปอีกขั้น ซึ่งเราเชื่อมั่นว่าการผนึกกำลังกับ NEPS ในครั้งนี้ จะยิ่งเป็นการต่อยอดธุรกิจโซลาร์ของไทยให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นและเติบโตอย่างแข็งแกร่ง”</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-35259" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/neps-x-longi-05.jpg" alt="ดร.สุธี ไตรวิวัฒนา" width="740" height="492" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/neps-x-longi-05.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/neps-x-longi-05-300x199.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/neps-x-longi-05-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/neps-x-longi-05-500x332.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>ด้านการเปิดตัวสินค้าใหม่ <span style="color: #6cb742;"><strong>ดร.สุธี ไตรวิวัฒนา</strong></span> <strong>ผู้อำนวยการด้านการขาย บริษัท ลอนจี กรีน เอเนอร์จี เทคโนโลยี จำกัด</strong> หรือ <strong>LONGi</strong> ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า “ทีมวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ของ LONGi ได้นำเทคโนโลยี BC (Back Contact) คือ การเชื่อมวงจรทั้งหมดที่ด้านหลังของเซลล์ ทำให้หน้าแผงสามารถรับแสงได้ 100% จึงทำให้ประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าของเซลล์ที่มีเทคโนโลยี BC สูงกว่า 25% ซึ่ง แผงโซลาร์เซลล์รุ่น HI-MO X6 Ultra Black” ที่มาพร้อมศักยภาพการผลิตไฟฟ้าได้ดีในสภาวะที่อุณหภูมิสูง และการแผ่รังสีต่ำ ทำให้การทำงานของตัวแผงโซลาร์เซลล์สามารถมีประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าผลิตสูงถึง 23.2% ด้วยขนาด 1722 x 1134 x 30 mm โดยใช้ฟิล์ม POE ชนิดพิเศษห่อหุ้มแผงเซลล์ ซึ่งมีคุณสมบัติทนทานสูง แม้ในสภาพแวดล้อมที่มีอุณหภูมิและความชื้นสูง ควบคู่กับดีไซน์หรูหราสวยงามด้วยตัวแผงสีดำสนิท และพื้นผิวที่มีความหยาบทำให้แสงที่ตกกระทบลงมาไม่สะท้อนออก เพิ่มการดูดซับแสงได้ดีกว่าปกติ เหมาะสำหรับการติดตั้งบนหลังคาบ้านเรือน ที่ได้ทั้งเรื่องการประหยัดไฟและความสวยงาม ขณะที่การรับประกันตัวแผงและวัสดุอยู่ที่ระยะเวลา 25 ปี และรับประกันประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าอยู่ที่ระยะเวลา 30 ปี ซึ่งถือว่าเป็นการรับประกันสินค้าและประสิทธิภาพที่สูงสุดในไทย”</p>
<p>“ขณะที่ “BIPV” หรือ เซลล์แสงอาทิตย์ที่รวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของอาคาร เป็นการนำแผงโซลาร์มาผสานกับวัสดุก่อสร้างที่ใช้ประกอบภายนอกอาคารได้ เช่น กำแพง หน้าต่าง Façade ช่องกระจก หรือผนัง ซึ่งจะช่วยให้อาคารสามารถรับพลังงานแสงอาทิตย์ได้รอบด้าน โดย LONGi เป็นบริษัทต้นในโลกที่คิดค้น พัฒนา และผลิตด้วยตัวเอง 100% BIPV มาพร้อมประสิทธิภาพสูงสุดถึง 25.80% ขณะเดียวกันในแง่ของงานดีไซน์สามารถแมตช์กับงานสถาปัตยกรรมได้ทุกรูปแบบ และ Custom ได้เองทั้งหมด ทั้ง ขนาด รูปทรง และสี ทั้งนี้ทาง LONGi ได้กำหนด 5 สีหลักที่เหมาะสมกับงานดีไซน์อาคาร ได้แก่ Ocean Blue, Space Gray, Eclipse Red, Galaxy Silver และ Cosmic Beige และหากลูกค้าต้องการสีที่นอกเหนือจากทั้ง 5 สีนี้ก็สามารถกำหนดได้โดยการดู Code สีจากอาคารภายนอกของลูกค้าเอง มาพร้อมการรับประกันสินค้านานถึง 15 ปี รับประกันการผลิตพลังงาน 25 ปี และรับประกันตัวสี 10 ปี”</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-35260" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/neps-x-longi-06.jpg" alt="นายวิญญู วานิชศิริโรจน์" width="740" height="492" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/neps-x-longi-06.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/neps-x-longi-06-300x199.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/neps-x-longi-06-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/neps-x-longi-06-500x332.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>ในมุมมองนักออกแบบ <span style="color: #6cb742;"><strong>นายวิญญู วานิชศิริโรจน์</strong></span> <strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เวิร์คเวล สตูดิโอ จำกัด</strong> และ <strong>เลขานุการและกรรมการสถาบันอาคารเขียวไทย</strong> เผยว่า “จากวิกฤตสภาพอากาศที่แปรปรวนอย่างหนักที่ผ่านมา ทำให้ทุกภาคส่วนเร่งหาวิธีการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เช่นเดียวกับภาคอุตสาหกรรมการก่อสร้าง ที่ใช้แนวทางการก่อสร้าง Green Building (อาคารเขียว) มาเป็นแนวทางเพื่อใช้แก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมของโลก โดยที่การติดตั้งโซลาร์เซลล์ ถือเป็นหนึ่งในตัวช่วยที่สำคัญในการแก้ปัญหาภาวะโลกร้อน และวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ได้อย่างยั่งยืน นอกจากนี้ ปัจจุบันมีการคิดค้นโซลาร์เซลล์ ที่ติดตั้งกับตัวบ้านหรือตัวอาคารได้อย่างเหมาะสม มีรูปทรงและสีสันที่สวยงามส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับตัวบ้านและตัวอาคาร อย่างเช่นที่มาเปิดตัววันนี้คือ โซลาร์เซลล์ รุ่น HI-MO X6 Ultra Black ที่มีขนาดเล็กกว่าแผงทั่วไป แต่ให้ประสิทธิภาพมากกว่าแผงโซลาร์เซลล์ขนาดใหญ่ และสำหรับแผงแบบ BIPV เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่น่าสนใจ เพราะเราสามาถใช้ผนังอาคารส่วนทึบที่ในหลักการของอาคารที่ต้องประหยัดพลังงานนั้น จะต้องมี Windows to Wall Ratio หรือสัดส่วนหน้าต่างต่อผนังทึบ น้อยกว่า 0.5 หมายความว่าเรามีผนังทึบของอาคารมากกว่าครึ่งหนึ่งที่ต้องออกแบบและเลือกวัสดุก่อสร้างที่ต้องแข็งแรง และมีผิวภายนอกในการทำหน้าที่ป้องกันสภาพแวดล้อมภายนอก ทั้งแดด ลม ฝน ความชื้นและความกดอากาศ ถ้าลองจินตนาการว่า จะดีแค่ไหน!? ถ้าผนังทึบนี้สามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ได้ ทำให้ลดค่าไฟฟ้าและสร้างรายได้ให้โครงการได้ตลอดชีวิตของอาคาร สุดท้ายนี้ผมเชื่อว่า เทคโนโลยีด้านโซลาร์เซลล์ ยังพัฒนาด้านต่างๆ ต่อไปและสามารถสร้างจุดเปลี่ยนของโลกนี้ได้อีกมาก”</p>

<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/neps-x-longi-09.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="740" height="492" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/neps-x-longi-09.jpg" class="attachment-large size-large" alt="Ultra Black Solar" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/neps-x-longi-09.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/neps-x-longi-09-300x199.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/neps-x-longi-09-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/neps-x-longi-09-500x332.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/neps-x-longi-10.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="740" height="492" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/neps-x-longi-10.jpg" class="attachment-large size-large" alt="BIPV" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/neps-x-longi-10.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/neps-x-longi-10-300x199.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/neps-x-longi-10-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/neps-x-longi-10-500x332.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></a>

<p>สำหรับภาพรวมตลาดโซลาร์ในปัจจุบันมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง **จากศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบีพบว่า ตั้งแต่ปี 2565 ตลาดโซลาร์รูฟในประเทศไทยมีการเติบโตเฉลี่ยปีละ 22% และจะเติบโตไปถึง 6.7 หมื่นล้านบาทในปี 2568 ทั้งนี้ผลพวงมาจากการพัฒนาโซลาร์ที่เติบโตอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ คนสามารถเข้าถึงโซลาร์รูฟได้มากกว่าแต่ก่อน อีกทั้งพฤติกรรมของคนในสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปก็เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้คนอยู่บ้านมากขึ้น ทั้งเรื่องทำงานในรูปแบบ Work From Home, การก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุที่ใช้ชีวิตในบ้านเป็นส่วนใหญ่, ปริมาณการเพิ่มขึ้นของรถยนต์ไฟฟ้า (EV), กลุ่มคนเลี้ยงสัตว์ (Pet Humanization) และข้อสำคัญคือ ค่าไฟฟ้าที่แพงมากยิ่งขึ้น ทั้งหมดเป็นปัจจัยที่ทำให้ตลาดโซลาร์รูฟโตขึ้นเป็นเงาตามตัว</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-35261" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/neps-x-longi-08.jpg" alt="NEPS ร่วมกับ LONGi (ลอนจี) เปิดตัว 2 โปรดักส์โซลาร์นวัตกรรมใหม่" width="740" height="492" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/neps-x-longi-08.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/neps-x-longi-08-300x199.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/neps-x-longi-08-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/neps-x-longi-08-500x332.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>“ดังนั้นการทำการตลาด เพื่อพัฒนาสินค้าและหาจุดเด่นทั้งในด้านประสิทธิภาพ ความสวยงามและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จึงเป็นเรื่องสำคัญ การที่ NEPS ได้เป็นตัวแทนจำหน่ายรายแรก และรายเดียวในไทยสำหรับตัว “HI-MO X6 Ultra Black” ซึ่งให้ทั้งประสิทธิภาพสูง ดีไซน์สวย เมื่อนำไปติดตั้งบนหลังคาบ้านแล้วจะเห็นเป็นสีดำสนิททั้งแผง ไร้รอยต่อ เหมาะกับบ้านที่เน้นความหรูหรา จึงนับเป็นโอกาสที่สำคัญของ NEPS ในการยกระดับสินค้าสำหรับผู้บริโภคไปพร้อมกับการตอกย้ำวิสัยทัศน์ร่วมกับ LONGi ในการขับเคลื่อนด้านสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืน” <strong>นายตรีรัตน์</strong> กล่าวปิดท้าย</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/neps-x-longi/">“NEPS” ร่วมมือ “LONGi” เปิดตัวนวัตกรรมโซลาร์ใหม่ระดับโลก “Ultra Black Solar” และ “BIPV” ครั้งแรกในไทย! ชูเทคโนโลยี BC ประสิทธิภาพสูง ดีไซน์สวย คาดรายได้โตก้าวกระโดดต่อเนื่อง</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/neps-x-longi/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
