<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>น้ำมันเบนซิน | Green Network</title>
	<atom:link href="https://www.greennetworkthailand.com/tag/%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b8%8b%e0%b8%b4%e0%b8%99/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Mon, 16 Jun 2025 09:12:01 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.0</generator>

<image>
	<url>https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/green-network-50x50.png</url>
	<title>น้ำมันเบนซิน | Green Network</title>
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>กบน. ลดอัตราเก็บเงินกองทุนน้ำมันฯ เบนซินและดีเซล กว่าวันละ 74 ล้านบาท ตรึงราคาหน้าปั๊ม บรรเทาผลกระทบประชาชนจากเหตุการณ์ตะวันออกกลาง</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/offo-news-update-062568/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/offo-news-update-062568/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 16 Jun 2025 09:12:01 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมันดีเซล]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมันเบนซิน]]></category>
		<category><![CDATA[ราคาน้ำมันดิบ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=39611</guid>

					<description><![CDATA[<p>16 มิถุนายน 2568 &#8211; คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) มีมติเห็นชอบให้ปรับลดอัตราเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง สำหรับน้ำมันเบนซิน และน้ำมันดีเซล โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 17 มิถุนายน 2568 เป็นต้นไป เพื่อรักษาระดับราคาขายปลีกน้ำมันภายในประเทศไม่ให้ปรับเพิ่มขึ้น หลังสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอล-อิหร่าน ทวีความรุนแรง และส่งผลต่อราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก นายพรชัย จิรกุลไพศาล ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.) เปิดเผยว่า “การประชุม กบน. วันนี้ได้มีการประเมินสถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลกอย่างใกล้ชิด หลังเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางระหว่างอิสราเอล-อิหร่าน ตั้งแต่วันที่ 13&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/offo-news-update-062568/">กบน. ลดอัตราเก็บเงินกองทุนน้ำมันฯ เบนซินและดีเซล กว่าวันละ 74 ล้านบาท ตรึงราคาหน้าปั๊ม บรรเทาผลกระทบประชาชนจากเหตุการณ์ตะวันออกกลาง</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>16 มิถุนายน 2568 &#8211; <strong>คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) มีมติเห็นชอบให้ปรับลดอัตราเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง สำหรับน้ำมันเบนซิน และน้ำมันดีเซล โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 17 มิถุนายน 2568 เป็นต้นไป เพื่อรักษาระดับราคาขายปลีกน้ำมันภายในประเทศไม่ให้ปรับเพิ่มขึ้น หลังสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอล-อิหร่าน ทวีความรุนแรง และส่งผลต่อราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก</strong></p>
<p><span id="more-39611"></span></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">นายพรชัย จิรกุลไพศาล</span> ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.)</strong> เปิดเผยว่า “การประชุม กบน. วันนี้ได้มีการประเมินสถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลกอย่างใกล้ชิด หลังเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางระหว่างอิสราเอล-อิหร่าน ตั้งแต่วันที่ 13 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยราคาน้ำมันดิบดูไบได้ปรับตัวสูงขึ้นอยู่ที่ 72.50 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล น้ำมันเบนซินอยู่ที่ 85.44 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล และน้ำมันดีเซลอยู่ที่ 88.02 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล   ซึ่งส่งผลกระทบต่อราคาขายปลีกน้ำมันภายในประเทศ และค่าครองชีพของประชาชนโดยตรง</p>
<p>เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนจากราคาพลังงานที่ปรับสูงขึ้น และไม่ให้ประชาชนต้องแบกรับภาระค่าครองชีพในช่วงที่สถานการณ์วิกฤตพลังงานกำลังเกิดขึ้น กบน. จึงมีมติให้ปรับลดอัตราเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับน้ำมันเบนซิน และน้ำมันดีเซล โดยใช้กลไกอัตราเงินกองทุนน้ำมันฯ เข้ามาช่วยรักษาเสถียรภาพ และพยุงราคาน้ำมันในประเทศ ไม่ให้กระทบกับความต่อเนื่องในการบริหารจัดการกองทุนน้ำมันฯ ในระยะยาว” ดังนี้</p>
<table border="1" width="100%">
<thead>
<tr>
<td rowspan="2" width="174"><strong>ชนิดของน้ำมันเชื้อเพลิง</strong></td>
<td colspan="3" width="252"><strong>อัตราเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (บาท)</strong></td>
<td colspan="3" width="235"><strong>รายรับต่อวัน (ล้านบาท)</strong></td>
</tr>
<tr>
<td width="78"><strong>เดิม</strong></td>
<td width="84"><strong>ใหม่</strong></td>
<td width="90"><strong>ผลต่าง</strong></td>
<td width="66"><strong>เดิม</strong></td>
<td width="84"><strong>ใหม่</strong></td>
<td width="85"><strong>ผลต่าง</strong></td>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td width="174">น้ำมันเบนซิน</td>
<td width="78">9.80</td>
<td width="84">9.20</td>
<td width="90">(0.60)</td>
<td width="66">3.43</td>
<td width="84">3.22</td>
<td width="85">(0.21)</td>
</tr>
<tr>
<td width="174">น้ำมันแก๊สโซฮอล 95</td>
<td width="78">3.00</td>
<td width="84">2.40</td>
<td width="90">(0.60)</td>
<td width="66">59.40</td>
<td width="84">47.52</td>
<td width="85">(11.88)</td>
</tr>
<tr>
<td width="174">น้ำมันแก๊สโซฮอล 91</td>
<td width="78">3.00</td>
<td width="84">2.40</td>
<td width="90">(0.60)</td>
<td width="66">19.05</td>
<td width="84">15.24</td>
<td width="85">(3.81)</td>
</tr>
<tr>
<td width="174">น้ำมันแก๊สโซฮอล อี20</td>
<td width="78">1.80</td>
<td width="84">1.30</td>
<td width="90">(0.50)</td>
<td width="66">9.29</td>
<td width="84">6.71</td>
<td width="85">(2.58)</td>
</tr>
<tr>
<td width="174">น้ำมันแก๊สโซฮอล อี85</td>
<td width="78">3.60</td>
<td width="84">3.60</td>
<td width="90">&#8211;</td>
<td width="66">0.19</td>
<td width="84">0.19</td>
<td width="85">&#8211;</td>
</tr>
<tr>
<td width="174">น้ำมันดีเซลหมุนเร็วธรรมดา</td>
<td width="78">2.40</td>
<td width="84">1.50</td>
<td width="90">(0.90)</td>
<td width="66">147.82</td>
<td width="84">92.39</td>
<td width="85">(55.43)</td>
</tr>
<tr>
<td width="174">น้ำมันดีเซลหมุนเร็วธรรมดา พรีเมี่ยม</td>
<td width="78">3.90</td>
<td width="84">3.00</td>
<td width="90">(0.90)</td>
<td width="66">2.15</td>
<td width="84">1.65</td>
<td width="85">(0.50)</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p>สำหรับการปรับลดอัตราเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันฯ ดังกล่าว จะทำให้รายรับของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงประเภทน้ำมันทุกชนิด (รวมถึงน้ำมันเตา) ลดลงประมาณวันละ 74.41 ล้านบาท จากเดิมที่มีรายรับประมาณวันละ 241.64 ล้านบาท เหลือประมาณวันละ 167.23 ล้านบาท โดยปัจจุบันฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ณ วันที่ 15 มิถุนายน 2568 ติดลบอยู่ที่ 36,268 ล้านบาท แบ่งเป็น บัญชีน้ำมันบวกอยู่ที่ 8,244 ล้านบาท และบัญชี LPG ติดลบอยู่ที่ 44,512 ล้านบาท</p>
<p>นายพรชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า การดำเนินมาตรการครั้งนี้เป็นไปตามบทบาทของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในการรักษาเสถียรภาพด้านราคาพลังงานของประเทศเมื่อเกิดวิกฤตด้านราคาพลังงาน ภายใต้กรอบของพระราชบัญญัติกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2562 โดยยึดหลักการ “เปิดเผย โปร่งใส ตรวจสอบได้” พร้อมยืนยันว่า กบน.จะติดตามสถานการณ์น้ำมันโลกอย่างใกล้ชิด และพร้อมดำเนินมาตรการที่เหมาะสม เพื่อดูแลและป้องกันผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อประชาชนให้มากที่สุด</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/offo-news-update-062568/">กบน. ลดอัตราเก็บเงินกองทุนน้ำมันฯ เบนซินและดีเซล กว่าวันละ 74 ล้านบาท ตรึงราคาหน้าปั๊ม บรรเทาผลกระทบประชาชนจากเหตุการณ์ตะวันออกกลาง</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/offo-news-update-062568/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สถานการณ์การใช้น้ำมันเชื้อเพลิง ไตรมาสที่ 1 ของปี 2568 (มกราคม – มีนาคม)</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/energy-update-q1-2568/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/energy-update-q1-2568/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 21 May 2025 02:23:05 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[LPG]]></category>
		<category><![CDATA[NGV]]></category>
		<category><![CDATA[การใช้น้ำมันเชื้อเพลิง]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมันดีเซล]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมันสำเร็จรูป]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมันอากาศยานเชิงพาณิชย์]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมันเชื้อเพลิง]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมันเบนซิน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=39227</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เผยภาพรวมการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง เดือนมกราคม &#8211; มีนาคม 2568 อยู่ที่ 158.67 ล้านลิตร/วัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.3 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยที่น้ำมันอากาศยานเชิงพาณิชย์ (Jet A1) เพิ่มขึ้นร้อยละ 15.1 เนื่องจากการขยายตัวของภาคการท่องเที่ยวและการบริการ และการใช้ LPG เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.3 การใช้น้ำมันเตาเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.9 ขณะที่กลุ่มเบนซินลดลงร้อยละ 0.4 น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว ณ&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/energy-update-q1-2568/">สถานการณ์การใช้น้ำมันเชื้อเพลิง ไตรมาสที่ 1 ของปี 2568 (มกราคม – มีนาคม)</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-36543" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/sarawut-e1730954451487.jpg" alt="สราวุธ แก้วตาทิพย์" width="715" height="484" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/sarawut-e1730954451487.jpg 715w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/sarawut-e1730954451487-300x203.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/sarawut-e1730954451487-150x102.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/sarawut-e1730954451487-500x338.jpg 500w" sizes="(max-width: 715px) 100vw, 715px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">นายสราวุธ แก้วตาทิพย์</span> อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เผยภาพรวมการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง เดือนมกราคม &#8211; มีนาคม 2568 อยู่ที่ 158.67 ล้านลิตร/วัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.3 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยที่น้ำมันอากาศยานเชิงพาณิชย์ (Jet A1) เพิ่มขึ้นร้อยละ 15.1 เนื่องจากการขยายตัวของภาคการท่องเที่ยวและการบริการ และการใช้ LPG เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.3 การใช้น้ำมันเตาเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.9 ขณะที่กลุ่มเบนซินลดลงร้อยละ 0.4 น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว ณ สถานีบริการลดลงร้อยละ 1.5 และ NGV ลดลงร้อยละ 15.1ง</strong><span id="more-39227"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39228" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/energy-update-3m-2568.jpg" alt="สถานการณ์การใช้น้ำมันเชื้อเพลิง ไตรมาสที่ 1 ของปี 2568" width="740" height="925" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/energy-update-3m-2568.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/energy-update-3m-2568-240x300.jpg 240w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/energy-update-3m-2568-150x188.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/energy-update-3m-2568-400x500.jpg 400w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>รายละเอียดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงแต่ละชนิดในเดือนมกราคม-มีนาคม 2568 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน มีดังนี้</p>
<p><strong>การใช้น้ำมันกลุ่มเบนซิน</strong> เฉลี่ยอยู่ที่ 31.57 ล้านลิตร/วัน ลดลงร้อยละ 0.4 ประกอบด้วยการใช้แก๊สโซฮอล์ 91 ลดลงมาอยู่ที่ 6.71 ล้านลิตร/วัน แก๊สโซฮอล์ อี20 ลดลงมาอยู่ที่ 5.11 ล้านลิตร/วัน เบนซิน ลดลงมาอยู่ที่ 0.38 ล้านลิตร/วัน และแก๊สโซฮอล์ อี85 ลดลงมาอยู่ที่ 0.06 ล้านลิตร/วัน ขณะที่น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 ยังคงครองส่วนแบ่งการตลาดสูงสุด เพิ่มขึ้น มาอยู่ที่ 18.96 ล้านลิตร/วัน เนื่องจากราคาแก๊สโซฮอล์ 95 สูงกว่าแก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ที่ 0.37 บาท/ลิตร (ราคาเฉลี่ยเดือนมกราคม &#8211; มีนาคม 2568) แต่ในช่วงเดียวกันของปีก่อนราคาแก๊สโซฮอล์ 95 สูงกว่าแก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ที่ 1.68 บาท/ลิตร จึงทำให้ผู้บริโภคเลือกใช้แก๊สโซฮอล์ 95 มากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ดี การใช้น้ำมันกลุ่มเบนซินเริ่มเห็นสัญญาณของการชะลอตัวลงโดยมีสาเหตุมาจากหลายปัจจัย อาทิ การขยายตัวของยานยนต์ไฟฟ้า (BEV HEV และ PHEV) มีสัดส่วนร้อยละ 5.97 ของรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ไม่เกิน 7 คน1 รวมถึงการใช้งานระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนที่มีการขยายตัวของผู้โดยสารอย่างต่อเนื่องคิดเป็นร้อยละ 5.92 2 เทียบกับปีก่อน</p>
<p><strong>การใช้น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว ณ สถานีบริการ</strong> เฉลี่ยอยู่ที่ 68.43 ล้านลิตร/วัน ลดลงร้อยละ 1.5 ประกอบด้วยดีเซลหมุนเร็วธรรมดา ลดลงมาอยู่ที่ 68.39 ล้านลิตร/วัน สอดคล้องกับข้อมูลภาคการผลิตอุตสาหกรรมในบางกลุ่มที่เผชิญปัญหาเชิงโครงสร้าง และการแข่งขันจากจากสินค้าต่างประเทศที่รุนแรงขึ้น อีกทั้งยังได้รับผลกระทบจากมาตรการภาษีศุลกากรแบบตอบโต้ (reciprocal tariffs) ส่งผลให้ธนาคารแห่งประเทศไทยปรับลดอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทยในปี 2568 มีแนวโน้มประมาณร้อยละ 2.0 และในกรณีที่สงครามการค้ารุนแรงมากและภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ อยู่ในอัตราที่สูง อาจทำให้เศรษฐกิจไทยในปี 2568 ขยายตัวประมาณร้อยละ 1.3 รวมถึงกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund: IMF) ปรับลดคาดการณ์ GDP ของไทยลงมาอยู่ที่ร้อยละ 1.8 จากเดิมที่ร้อยละ 2.5 &#8211; 3.0 สำหรับดีเซลหมุนเร็ว บี20 ลดลงมาอยู่ที่ 0.05 ล้านลิตร/วัน ขณะที่ดีเซลพื้นฐาน เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 2.12 ล้านลิตร/วัน ทั้งนี้ ภาพรวมปริมาณการใช้น้ำมันกลุ่มดีเซลอยู่ที่ 70.55 ล้านลิตร/วัน</p>
<p><strong>การใช้น้ำมันอากาศยานเชิงพาณิชย์ (Jet A1)</strong> เฉลี่ยอยู่ที่ 19.22 ล้านลิตร/วัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 15.1 ยังคงขยายตัวได้ดีจากภาคท่องเที่ยวและการบริการ ผ่านจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทยสะสมถึงเดือนมีนาคม 2568 จำนวน 9.55 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.9 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และจำนวนผู้เยี่ยมเยือนคนไทยขยายตัว ร้อยละ 2.12 รวมไปถึงการขยายตัวของบริการขนส่งสินค้าทางอากาศด้วยเช่นกัน ส่งผลให้ปริมาณการใช้ปรับตัวสูงขึ้นจากปีก่อน</p>
<p><strong>การใช้ LPG</strong> เฉลี่ยอยู่ที่ 17.14 ล้านกก./วัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.3 ประกอบด้วยการใช้ในภาคครัวเรือนเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 6.02 ล้านกก./วัน และภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 2.13 ล้านกก./วัน ขณะที่ภาคปิโตรเคมีลดลงมาอยู่ที่ 6.67 ล้านกก./วัน และภาคขนส่งลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 2.31 ล้านกก./วัน</p>
<p><strong>การใช้ NGV</strong> เฉลี่ยอยู่ที่ 2.52 ล้านกก./วัน ลดลงร้อยละ 15.1 โดยมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่องสอดคล้องกับจำนวนรถจดทะเบียน NGV สะสมที่ลดลง และจำนวนสถานีบริการ NGV ที่มีแนวโน้มปิดตัวลง อย่างไรก็ตาม ปตท. ยังคงช่วยเหลือผ่านโครงการบัตรสิทธิประโยชน์กลุ่มรถโดยสารสาธารณะ ให้กับกลุ่มรถแท็กซี่และรถโดยสารสาธารณะที่ถือบัตรสิทธิประโยชน์<br />
ขณะที่ราคาขายปลีก NGV สำหรับรถทั่วไปปรับเพิ่มขึ้น 0.10 บาท/กก. อยู่ที่ 18.80 บาท/กก. เพื่อสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง</p>
<p><strong>การนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิง</strong> เฉลี่ยอยู่ที่ 1,064,710 บาร์เรล/วัน ลดลงร้อยละ 0.1 คิดเป็นมูลค่าการนำเข้ารวม 85,890 ล้านบาท/เดือน โดยเป็นการนำเข้าน้ำมันดิบอยู่ที่ 1,041,149 บาร์เรล/วัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.0 คิดเป็นมูลค่าการนำเข้าน้ำมันดิบ อยู่ที่ 84,424 ล้านบาท/เดือน สำหรับการนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูป (น้ำมันเบนซินพื้นฐาน น้ำมันดีเซลพื้นฐาน น้ำมันอากาศยาน และ LPG) อยู่ที่ 23,561 บาร์เรล/วัน ลดลงร้อยละ 63.6 คิดเป็นมูลค่าการนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูปอยู่ที่ 1,466 ล้านบาท/เดือน</p>
<p><strong>การส่งออกน้ำมันสำเร็จรูป</strong> เฉลี่ยอยู่ที่ 150,794 บาร์เรล/วัน ลดลงร้อยละ 3.7 เป็นการส่งออกน้ำมันเบนซินน้ำมันดีเซล น้ำมันเตา น้ำมันอากาศยาน และ LPG คิดเป็นมูลค่าส่งออกรวม 13,204 ล้านบาท/เดือน</p>
<hr />
<p>ที่มา: กรมธุรกิจพลังงาน กระทรวงพลังงาน</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/energy-update-q1-2568/">สถานการณ์การใช้น้ำมันเชื้อเพลิง ไตรมาสที่ 1 ของปี 2568 (มกราคม – มีนาคม)</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/energy-update-q1-2568/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สถานการณ์การใช้น้ำมันเชื้อเพลิงรอบ 2 เดือนของปี 2568 (มกราคม – กุมภาพันธ์)</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/energy-update-2m-2568/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/energy-update-2m-2568/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 18 Apr 2025 07:22:55 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[LPG]]></category>
		<category><![CDATA[NGV]]></category>
		<category><![CDATA[การใช้น้ำมันเชื้อเพลิง]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมันดีเซล]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมันสำเร็จรูป]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมันอากาศยานเชิงพาณิชย์]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมันเชื้อเพลิง]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมันเบนซิน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=38787</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เผยภาพรวมการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง เดือนมกราคม &#8211; กุมภาพันธ์ 2568 อยู่ที่ 159.57 ล้านลิตร/วัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.6 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยวและบริการ รวมทั้งมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยที่น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว ณ สถานีบริการเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.3 น้ำมันอากาศยานเชิงพาณิชย์ (Jet A1) เพิ่มขึ้นร้อยละ 16.9 และการใช้ LPG เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.7 การใช้น้ำมันเตาเพิ่มขึ้นร้อยละ&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/energy-update-2m-2568/">สถานการณ์การใช้น้ำมันเชื้อเพลิงรอบ 2 เดือนของปี 2568 (มกราคม – กุมภาพันธ์)</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-36543" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/sarawut-e1730954451487.jpg" alt="สราวุธ แก้วตาทิพย์" width="715" height="484" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/sarawut-e1730954451487.jpg 715w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/sarawut-e1730954451487-300x203.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/sarawut-e1730954451487-150x102.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/sarawut-e1730954451487-500x338.jpg 500w" sizes="(max-width: 715px) 100vw, 715px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">นายสราวุธ แก้วตาทิพย์</span> อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เผยภาพรวมการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง เดือนมกราคม &#8211; กุมภาพันธ์ 2568 อยู่ที่ 159.57 ล้านลิตร/วัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.6 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยวและบริการ รวมทั้งมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยที่น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว ณ สถานีบริการเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.3 น้ำมันอากาศยานเชิงพาณิชย์ (Jet A1) เพิ่มขึ้นร้อยละ 16.9 และการใช้ LPG เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.7 การใช้น้ำมันเตาเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.9 ขณะที่กลุ่มเบนซินลดลงร้อยละ 1.6 และ NGV ลดลงร้อยละ 15.2</strong></p>
<p><span id="more-38787"></span></p>
<p>รายละเอียด<strong>การใช้น้ำมันเชื้อเพลิงแต่ละชนิดในเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2568</strong> เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน มีดังนี้</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38788" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/energy-update-2m-2568.jpg" alt="สถานการณ์การใช้น้ำมันเชื้อเพลิงรอบ 2 เดือนของปี 2568 (มกราคม - กุมภาพันธ์)" width="800" height="1000" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/energy-update-2m-2568.jpg 800w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/energy-update-2m-2568-240x300.jpg 240w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/energy-update-2m-2568-768x960.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/energy-update-2m-2568-150x188.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/energy-update-2m-2568-400x500.jpg 400w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<p><strong>การใช้น้ำมันกลุ่มเบนซิน</strong> เฉลี่ยอยู่ที่ 31.56 ล้านลิตร/วัน ลดลงร้อยละ 1.6 ประกอบด้วยการใช้แก๊สโซฮอล์ 91 ลดลงมาอยู่ที่ 6.77 ล้านลิตร/วัน แก๊สโซฮอล์ อี20 ลดลงมาอยู่ที่ 5.11 ล้านลิตร/วัน เบนซิน ลดลงมาอยู่ที่ 0.38 ล้านลิตร/วัน และแก๊สโซฮอล์ อี85 ลดลงมาอยู่ที่ 0.06 ล้านลิตร/วัน ขณะที่น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 18.90 ล้านลิตร/วัน จะเห็นได้ว่าผู้บริโภคเลือกใช้แก๊สโซฮอล์ 95 มากที่สุด โดยสาเหตุมาจากปัจจัยด้านประสิทธิภาพของเครื่องยนต์และราคา ซึ่งราคาแก๊สโซฮอล์ 95 สูงกว่าแก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ที่ 0.37 บาท/ลิตร (ราคาเฉลี่ยเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2568) แต่ในช่วงเดียวกันของปีก่อนราคาแก๊สโซฮอล์ 95 สูงกว่าแก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ที่ 1.76 บาท/ลิตร จึงทำให้ผู้บริโภคเลือกใช้แก๊สโซฮอล์ 95 มากยิ่งขึ้น</p>
<p>อย่างไรก็ดี การใช้น้ำมันกลุ่มเบนซินเริ่มเห็นสัญญาณของการชะลอตัวลงโดยมีสาเหตุมาจากหลายปัจจัย อาทิ การขยายตัวของยานยนต์ไฟฟ้า (BEV HEV และ PHEV) มีสัดส่วนร้อยละ 5.81 ของรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ไม่เกิน 7 คน1 รวมถึงการใช้งานระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนที่มีการขยายตัวของผู้โดยสารอย่างต่อเนื่องคิดเป็นร้อยละ 8.72 2 เทียบกับปีก่อน</p>
<p><strong>การใช้น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว ณ สถานีบริการ</strong> เฉลี่ยอยู่ที่ 68.89 ล้านลิตร/วัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.3 ประกอบด้วยดีเซลหมุนเร็วธรรมดา เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 68.82 ล้านลิตร/วัน ขยายตัวตามภาวะเศรษฐกิจจากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและการบริการ ขณะที่ดีเซลหมุนเร็ว บี20 ลดลงมาอยู่ที่ 0.07 ล้านลิตร/วัน และสำหรับการใช้ดีเซลพื้นฐาน เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 2.00 ล้านลิตร/วัน ทั้งนี้ ภาพรวมปริมาณการใช้น้ำมันกลุ่มดีเซลอยู่ที่ 70.89 ล้านลิตร/วัน</p>
<p><strong>การใช้น้ำมันอากาศยานเชิงพาณิชย์ (Jet A1)</strong> เฉลี่ยอยู่ที่ 19.63 ล้านลิตร/วัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 16.9 ยังคงขยายตัวได้ดีจากภาคท่องเที่ยวและการบริการผ่านมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่องของภาครัฐ สะท้อนจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทยสะสมถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2568 จำนวน 6.82 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.9 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และจำนวนผู้เยี่ยมเยือนคนไทยขยายตัวร้อยละ 4.64 รวมไปถึงการขยายตัวของบริการขนส่งสินค้าทางอากาศด้วยเช่นกัน ส่งผลให้ปริมาณการใช้ปรับตัวสูงขึ้นจากปีก่อน</p>
<p><strong>การใช้ LPG</strong> เฉลี่ยอยู่ที่ 17.13 ล้านกก./วัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.7 ประกอบด้วยการใช้ในภาคครัวเรือนเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 6.12 ล้านกก./วัน ภาคปิโตรเคมีเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 6.56 ล้านกก./วัน และภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 2.13 ล้านกก./วัน ขณะที่ภาคขนส่งลดลงมาอยู่ที่ 2.32 ล้านกก./วัน</p>
<p><strong>การใช้ NGV</strong> เฉลี่ยอยู่ที่ 2.51 ล้านกก./วัน ลดลงร้อยละ 15.2 โดยมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่องสอดคล้องกับจำนวนรถจดทะเบียน NGV สะสม และจำนวนสถานีบริการ NGV ที่มีแนวโน้มปิดตัวลง ทั้งนี้ ปตท. ยังคงช่วยเหลือโดยตรึงราคาให้กับกลุ่มรถแท็กซี่และรถโดยสารสาธารณะที่ถือบัตรสิทธิประโยชน์ ปัจจุบันดำเนินการอยู่ในระยะที่ 2 (1 ก.ค. 2567 &#8211; 31 ธ.ค. 2568)</p>
<p><strong>การนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิง</strong> เฉลี่ยอยู่ที่ 1,096,311 บาร์เรล/วัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.3 คิดเป็นมูลค่าการนำเข้ารวม 87,762 ล้านบาท/เดือน โดยเป็นการนำเข้าน้ำมันดิบอยู่ที่ 1,072,230 บาร์เรล/วัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 11.5 คิดเป็นมูลค่าการนำเข้าน้ำมันดิบอยู่ที่ 86,258 ล้านบาท/เดือน สำหรับการนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูป (น้ำมันเบนซินพื้นฐาน น้ำมันดีเซลพื้นฐาน น้ำมันอากาศยาน และ LPG) อยู่ที่ 24,081 บาร์เรล/วัน ลดลงร้อยละ 59.7 คิดเป็นมูลค่าการนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูปอยู่ที่ 1,504 ล้านบาท/เดือน</p>
<p><strong>การส่งออกน้ำมันสำเร็จรูป</strong> เฉลี่ยอยู่ที่ 149,225 บาร์เรล/วัน ลดลงร้อยละ 4.2 เป็นการส่งออกน้ำมันเบนซินน้ำมันดีเซล น้ำมันเตา น้ำมันอากาศยาน และ LPG คิดเป็นมูลค่าส่งออกรวม13,151 ล้านบาท/เดือน</p>
<hr />
<p>ที่มา: กรมธุรกิจพลังงาน</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/energy-update-2m-2568/">สถานการณ์การใช้น้ำมันเชื้อเพลิงรอบ 2 เดือนของปี 2568 (มกราคม – กุมภาพันธ์)</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/energy-update-2m-2568/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กบน.ประกาศลดราคาน้ำมันเบนซินและดีเซล 1 บาทต่อลิตร เป็นของขวัญให้ประชาชนช่วงสงกรานต์</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/offo-update-03-2025/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/offo-update-03-2025/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 25 Mar 2025 07:04:51 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมันดีเซล]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมันเบนซิน]]></category>
		<category><![CDATA[ราคาน้ำมัน]]></category>
		<category><![CDATA[ราคาน้ำมันดีเซล]]></category>
		<category><![CDATA[ราคาน้ำมันเบนซิน]]></category>
		<category><![CDATA[ลดราคาน้ำมัน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=38570</guid>

					<description><![CDATA[<p>กบน. มีมติปรับลดอัตราเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อให้ราคาขายปลีกกลุ่มน้ำมันเบนซิน และน้ำมันดีเซล ลง 1 บาท/ลิตร เพื่อบรรเทาค่าครองชีพ รองรับกลับภูมิลำเนา ท่องเที่ยวช่วงเทศกาลสงกรานต์ เผยสถานการณ์ราคาน้ำมันตลาดโลก ทิศทางอ่อนตัว ส่งผลดีต่อฐานะกองทุนฯ ภาระหนี้ลดลง สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.) รายงานถึงสถานการณ์ และฐานะของกองทุนน้ำมันฯ ในช่วงต้นปี (มกราคม 2568 &#8211; วันที่ 23 มีนาคม 2568) พบว่า ฐานะกองทุนน้ำมันฯ มีแนวโน้มดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากปัจจัยด้านราคาน้ำมันดิบดูไบช่วงที่ผ่านมาเคลื่อนไหวอยู่ที่ระดับ&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/offo-update-03-2025/">กบน.ประกาศลดราคาน้ำมันเบนซินและดีเซล 1 บาทต่อลิตร เป็นของขวัญให้ประชาชนช่วงสงกรานต์</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กบน. มีมติปรับลดอัตราเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อให้ราคาขายปลีกกลุ่มน้ำมันเบนซิน และน้ำมันดีเซล ลง </strong><strong>1 </strong><strong>บาท/ลิตร เพื่อบรรเทาค่าครองชีพ รองรับกลับภูมิลำเนา ท่องเที่ยวช่วงเทศกาลสงกรานต์ เผยสถานการณ์ราคาน้ำมันตลาดโลก ทิศทางอ่อนตัว ส่งผลดีต่อฐานะกองทุนฯ ภาระหนี้ลดลง</strong></p>
<p><span id="more-38570"></span></p>
<p><strong>สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.)</strong> รายงานถึงสถานการณ์ และฐานะของกองทุนน้ำมันฯ ในช่วงต้นปี (มกราคม 2568 &#8211; วันที่ 23 มีนาคม 2568) พบว่า ฐานะกองทุนน้ำมันฯ มีแนวโน้มดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากปัจจัยด้านราคาน้ำมันดิบดูไบช่วงที่ผ่านมาเคลื่อนไหวอยู่ที่ระดับ 80 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล ส่งผลให้กองทุนน้ำมันฯ มีรายรับเฉลี่ยกว่า 8,000 ล้านบาท/เดือน ทำให้ฐานะกองทุนน้ำมันฯ จากเดิมเมื่อวันที่ 5 มกราคม 2568 กองทุนฯ ติดลบอยู่ที่ 75,945 ล้านบาท (บัญชีน้ำมันติดลบ 29,009 ล้านบาท และบัญชี LPG ติดลบ 46,936 ล้านบาท) ปัจจุบันสถานะกองทุนน้ำมันฯ ปรับลดลงเมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2568 เหลือติดลบ 60,052 ล้านบาท (บัญชีน้ำมันติดลบ 14,063 ล้านบาท และบัญชี LPG ติดลบ 45,989 ล้านบาท)</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38572" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/offo-diesel-update-03-2025-02.jpg" alt="พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค" width="750" height="501" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/offo-diesel-update-03-2025-02.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/offo-diesel-update-03-2025-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/offo-diesel-update-03-2025-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/offo-diesel-update-03-2025-02-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค</span> รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.)</strong> เปิดเผยว่า ที่ประชุม กบน. ได้ประชุมเพื่อกำหนดแนวทางดูแลราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศให้สอดรับกับสถานการณ์ และความเหมาะสม โดยพิจารณาจากแนวโน้มราคาน้ำมันตลาดโลกที่ปรับลดลง และสถานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่เริ่มมีรายรับเพิ่มขึ้น ที่ประชุมจึงมีมติเห็นชอบให้ปรับอัตราเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงลงสำหรับกลุ่มน้ำมันเบนซิน และน้ำมันดีเซล ส่งผลให้ราคาขายปลีกน้ำมันลดลงรวม 1 บาทต่อลิตร ซึ่งการปรับลดราคาดังกล่าวจะดำเนินการเป็น  2 ระยะ ครั้งละ 50 สตางค์ต่อลิตร ได้แก่ ครั้งที่ 1 วันที่ 28 มีนาคม 2568 และครั้งที่ 2 วันที่ 4 เมษายน 2568 เพื่อให้เกิดผลกระทบเชิงบวกต่อประชาชน</p>
<p>การปรับลดอัตราเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงจากน้ำมันเบนซิน-ดีเซล ครั้งนี้ เพื่อเป็นของขวัญให้ประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 2568 ซึ่งเป็นช่วงที่มีการเดินทางเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มผู้ใช้รถยนต์ที่ใช้น้ำมัน โดยเฉพาะกลุ่มดีเซล คิดเป็น 2 ใน 3 ของปริมาณการใช้น้ำมันทั้งหมด เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนในการเดินทางกลับภูมิลำเนา และเป็นการส่งเสริมสถาบันครอบครัว กระตุ้นการเดินทาง เพื่อการท่องเที่ยวในประเทศช่วงเทศกาลสงกรานต์</p>
<p>“กบน.ยืนยันความมุ่งมั่นในการรักษาเสถียรภาพราคาพลังงานให้กับประชาชน ขอให้ประชาชนมั่นใจว่ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงจะยังคงทำหน้าที่ดูแลราคาพลังงานให้เหมาะสมและเป็นธรรม พร้อมมุ่งมั่นดำเนินงานภายใต้หลักการ ‘เปิดเผย โปร่งใส และตรวจสอบได้’ เพื่อประโยชน์ของประชาชน และทุกภาคส่วน” <strong>พีระพันธุ์ </strong>กล่าวทิ้งท้าย</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/offo-update-03-2025/">กบน.ประกาศลดราคาน้ำมันเบนซินและดีเซล 1 บาทต่อลิตร เป็นของขวัญให้ประชาชนช่วงสงกรานต์</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/offo-update-03-2025/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สถานการณ์การใช้น้ำมันเชื้อเพลิงรอบ 9 เดือน ของปี 2567 (มกราคม – กันยายน)</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/energy-jan-sep-2024/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/energy-jan-sep-2024/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 07 Nov 2024 04:43:21 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[LPG]]></category>
		<category><![CDATA[NGV]]></category>
		<category><![CDATA[การใช้น้ำมันเชื้อเพลิง]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมันดีเซล]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมันสำเร็จรูป]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมันอากาศยานเชิงพาณิชย์]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมันเชื้อเพลิง]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมันเบนซิน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=36541</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เผยภาพรวมการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง เฉลี่ยในช่วง 9 เดือน (เดือนมกราคม– กันยายน) 2567 อยู่ที่ 155.37 ล้านลิตร/วัน เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ร้อยละ 1.2 โดยน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว ณ สถานีบริการเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.9 ขยายตัวตามภาวะเศรษฐกิจ รวมทั้งมาตรการตรึงราคาน้ำมันดีเซลของรัฐบาล น้ำมันอากาศยาน เชิงพาณิชย์ (Jet A1) เพิ่มขึ้นร้อยละ 17.3 ขยายตัวตามภาคการท่องเที่ยว และการใช้&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/energy-jan-sep-2024/">สถานการณ์การใช้น้ำมันเชื้อเพลิงรอบ 9 เดือน ของปี 2567 (มกราคม – กันยายน)</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36543" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/sarawut-e1730954451487.jpg" alt="สราวุธ แก้วตาทิพย์" width="680" height="460" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/sarawut-e1730954451487.jpg 715w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/sarawut-e1730954451487-300x203.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/sarawut-e1730954451487-150x102.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/sarawut-e1730954451487-500x338.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">นายสราวุธ แก้วตาทิพย์</span> อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เผยภาพรวมการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง เฉลี่ยในช่วง 9 เดือน (เดือนมกราคม– กันยายน) 2567 อยู่ที่ 155.37 ล้านลิตร/วัน เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ร้อยละ 1.2 โดยน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว ณ สถานีบริการเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.9 ขยายตัวตามภาวะเศรษฐกิจ รวมทั้งมาตรการตรึงราคาน้ำมันดีเซลของรัฐบาล น้ำมันอากาศยาน เชิงพาณิชย์ (Jet A1) เพิ่มขึ้นร้อยละ 17.3 ขยายตัวตามภาคการท่องเที่ยว และการใช้ LPG เพิ่มขึ้น ร้อยละ 3.2 ขณะที่กลุ่มเบนซิน ลดลงร้อยละ 0.6 ซึ่งมีปัจจัยสำคัญจากการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนสาธารณะและการขยายตัวของยานยนต์ไฟฟ้า น้ำมันเตา ลดลงร้อยละ 13.5 และ NGV ลดลงร้อยละ 17.1</strong></p>
<p><span id="more-36541"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36542" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/Energy-Update-Jan-Sep.jpg" alt="การใช้น้ำมันเชื้อเพลิงแต่ละชนิดในเดือนมกราคม – กันยายน 2567" width="680" height="850" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/Energy-Update-Jan-Sep.jpg 703w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/Energy-Update-Jan-Sep-240x300.jpg 240w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/Energy-Update-Jan-Sep-150x188.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/Energy-Update-Jan-Sep-400x500.jpg 400w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p>รายละเอียดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงแต่ละชนิดในเดือนมกราคม – กันยายน 2567 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน มีดังนี้</p>
<p><strong>การใช้น้ำมันกลุ่มเบนซิน</strong> เฉลี่ยอยู่ที่ 31.52 ล้านลิตร/วัน ลดลงร้อยละ 0.6 เนื่องจากได้รับผลกระทบจากโครงข่ายระบบ รถไฟฟ้าขนส่งมวลชนในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลและรถไฟฟ้าระหว่างเมืองที่มีการขยายตัวของผู้โดยสารร้อยละ 13.5 รวมถึง การใช้ยานยนต์ไฟฟ้าทั้ง BEV HEV และ PHEV ขยายตัวอย่างต่อเนื่องคิดเป็นร้อยละ 5.17 ของรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน1 อีกทั้งราคาขายปลีกที่สูงขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันกับปีก่อน โดยเมื่อพิจารณาเป็นรายชนิด ปริมาณการใช้แก๊สโซฮอล์ 95 ลดลงมา อยู่ที่ 17.80 ล้านลิตร/วัน แต่ยังคงมีส่วนแบ่งการตลาดสูงสุดที่ร้อยละ 57.0 รองลงมาคือแก๊สโซฮอล์ 91 เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 7.49 ล้านลิตร/วัน เป็นผลจากราคาขายปลีกของแก๊สโซฮอล์ 91 ที่ราคาต่ำกว่าแก๊สโซฮอล์ 95 เฉลี่ยอยู่ที่ 0.93 บาท/ลิตร (มกราคม-กันยายน 2566 เฉลี่ย 0.28 บาท/ลิตร) ประชาชนบางส่วนจึงหันไปใช้แก๊สโซฮอล์ 91 แทน สำหรับแก๊สโซฮอล์ อี20 ลดลงมาอยู่ที่ 5.44 ล้านลิตร/วัน เบนซิน ลดลงมาอยู่ที่ 0.42 ล้านลิตร/วัน และแก๊สโซฮอล์ อี85 ลดลงมาอยู่ที่ 0.07 ล้านลิตร/วัน</p>
<p><strong>การใช้น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว ณ สถานีบริการ</strong> เฉลี่ยอยู่ที่ 66.74 ล้านลิตร/วัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.9 ประกอบด้วย ดีเซลหมุนเร็วธรรมดา เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 66.59 ล้านลิตร/วัน ขยายตัวตามภาวะเศรษฐกิจและการเติบโตของภาคการขนส่ง ที่ได้รับ แรงขับเคลื่อนสำคัญมาจากภาคการท่องเที่ยวและการบริโภคภาคเอกชนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ รวมถึงภาคการส่งออกที่ปรับตัวดีขึ้น2 โดย สศช. คาดการณ์ อัตราการขยายตัว GDP ของปี 2567 เฉลี่ยร้อยละ 2.3-2.8 สำหรับดีเซลหมุนเร็วบี20 ลดลงมาอยู่ที่ 0.152 ล้านลิตร/วัน ในขณะที่ดีเซลพื้นฐาน ลดลงมาอยู่ที่ 1.83 ล้านลิตร/วัน เนื่องจากในปีก่อนนำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงในโรงไฟฟ้า ส่งผลให้ ในภาพรวมจึงมีปริมาณการใช้น้ำมันกลุ่มดีเซลอยู่ที่ 68.57 ล้านลิตร/วัน</p>
<p><strong>การใช้น้ำมันอากาศยานเชิงพาณิชย์ (Jet A1)</strong> เฉลี่ยอยู่ที่ 15.50 ล้านลิตร/วัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 17.3 โดยมีปัจจัย มาจากการฟื้นตัวในภาคการท่องเที่ยวในช่วงที่ผ่านมา นอกจากนโยบายการยกเว้นวีซ่าให้แก่นักท่องเที่ยวในบางประเทศแล้ว ในช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายน 2567 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยยังได้มีมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวระยะเร่งด่วน (Quick Win)3 เพื่อสร้างแรงจูงใจให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวจากทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติมากยิ่งขึ้น จึงทำให้ปริมาณการใช้มีการขยายตัว เพิ่มมากขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน</p>
<p><strong>การใช้ LPG</strong> เฉลี่ยอยู่ที่ 18.74 ล้านกก./วัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.2 ประกอบด้วยภาคปิโตรเคมี เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 8.68 ล้านกก./วัน ภาคครัวเรือน เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 5.74 ล้านกก./วัน และภาคขนส่ง เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 2.32 ล้านกก./วัน มาจากการใช้ในกลุ่มรถแท็กซี่ที่ ยังคงขยายตัวอยู่เป็นสำคัญ ในขณะที่การใช้ในภาคอุตสาหกรรม ลดลงมาอยู่ที่ 1.996 ล้านกก./วัน</p>
<p><strong>การใช้ NGV</strong> เฉลี่ยอยู่ที่ 2.82 ล้านกก./วัน ลดลงร้อยละ 17.1 โดยมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่องสอดคล้องกับจำนวน รถจดทะเบียน NGV สะสม และจำนวนสถานีบริการ NGV ที่มีแนวโน้มปิดตัวลง ทั้งนี้ ปตท. ยังคงช่วยเหลือโดยตรึงราคาให้กับ กลุ่มรถแท็กซี่และรถโดยสารสาธารณะที่ถือบัตรสิทธิประโยชน์ ปัจจุบันดำเนินการอยู่ในระยะที่ 2 (1 กรกฎาคม 2567 – 31 ธันวาคม 2568)</p>
<p><strong>การนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิง</strong> เฉลี่ยอยู่ที่ 1,046,487 บาร์เรล/วัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.3 คิดเป็นมูลค่าการนำเข้ารวม 97,155 ล้านบาท/เดือน โดยเป็นการนำเข้าน้ำมันดิบอยู่ที่ 982,828 บาร์เรล/วัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.6 คิดเป็นมูลค่าการนำเข้าน้ำมันดิบอยู่ที่ 92,646 ล้านบาท/เดือน สำหรับการนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูป (น้ำมันเบนซินพื้นฐาน น้ำมันดีเซลพื้นฐาน น้ำมันเตา น้ำมันอากาศยาน และ LPG) อยู่ที่ 63,659 บาร์เรล/วัน ลดลงร้อยละ 16.0 คิดเป็นมูลค่าการนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูปอยู่ที่ 4,509 ล้านบาท/เดือน</p>
<p><strong>การส่งออกน้ำมันสำเร็จรูป</strong> เฉลี่ยอยู่ที่ 176,047 บาร์เรล/วัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.0 เป็นการส่งออกน้ำมันเบนซิน น้ำมันดีเซล น้ำมันเตา น้ำมันอากาศยาน น้ำมันก๊าด และ LPG คิดเป็นมูลค่าส่งออกรวม 17,509 ล้านบาท/เดือน</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/energy-jan-sep-2024/">สถานการณ์การใช้น้ำมันเชื้อเพลิงรอบ 9 เดือน ของปี 2567 (มกราคม – กันยายน)</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/energy-jan-sep-2024/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กรมธุรกิจพลังงาน เผยสถานการณ์การใช้น้ำมันเชื้อเพลิง รอบ 8 เดือน ของปี 2567 (มกราคม – สิงหาคม)</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/eppo-energy-update-8m-2567/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/eppo-energy-update-8m-2567/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 03 Oct 2024 02:32:49 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[LPG]]></category>
		<category><![CDATA[NGV]]></category>
		<category><![CDATA[กรมธุรกิจพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[การนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิง]]></category>
		<category><![CDATA[การส่งออกน้ำมันสำเร็จรูป]]></category>
		<category><![CDATA[การใช้น้ำมันเชื้อเพลิง]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมันดีเซล]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมันเจ็ต]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมันเบนซิน]]></category>
		<category><![CDATA[สถานการณ์การใช้น้ำมันเชื้อเพลิง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=35965</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เผยภาพรวมการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงรอบ 8 เดือน เฉลี่ยเดือนมกราคม–สิงหาคม 2567 อยู่ที่ 156.37 ล้านลิตร/วัน เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ร้อยละ 1.0 โดยกลุ่มเบนซินลดลงร้อยละ 0.7 ซึ่งมีปัจจัยสำคัญจากการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนสาธารณะ การขยายตัวของยานยนต์ไฟฟ้า สำหรับ ดีเซลหมุนเร็ว ณ สถานีบริการเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.2 เนื่องจากการขยายตัวของเศรษฐกิจโดยเฉพาะในภาคการท่องเที่ยวและภาคบริการ รวมทั้งมาตรการตรึงราคาน้ำมันดีเซลของรัฐบาล น้ำมันอากาศยานเชิงพาณิชย์ (Jet A1) เพิ่มขึ้นร้อยละ 17.3&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/eppo-energy-update-8m-2567/">กรมธุรกิจพลังงาน เผยสถานการณ์การใช้น้ำมันเชื้อเพลิง รอบ 8 เดือน ของปี 2567 (มกราคม – สิงหาคม)</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong><span style="color: #6cb742;">นายสราวุธ แก้วตาทิพย์</span> อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เผยภาพรวมการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงรอบ 8 เดือน เฉลี่ยเดือนมกราคม–สิงหาคม 2567 อยู่ที่ 156.37 ล้านลิตร/วัน เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ร้อยละ 1.0 โดยกลุ่มเบนซินลดลงร้อยละ 0.7 ซึ่งมีปัจจัยสำคัญจากการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนสาธารณะ การขยายตัวของยานยนต์ไฟฟ้า สำหรับ ดีเซลหมุนเร็ว ณ สถานีบริการเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.2 เนื่องจากการขยายตัวของเศรษฐกิจโดยเฉพาะในภาคการท่องเที่ยวและภาคบริการ รวมทั้งมาตรการตรึงราคาน้ำมันดีเซลของรัฐบาล น้ำมันอากาศยานเชิงพาณิชย์ (Jet A1) เพิ่มขึ้นร้อยละ 17.3 ขยายตัวจากการฟื้นตัวทางด้านเศรษฐกิจจากปีก่อนประกอบกับมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวของรัฐบาล ขณะที่น้ำมันเตาลดลงร้อยละ 16.4 NGV ลดลงร้อยละ 17.1 ซึ่งมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง และการใช้ LPG เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.4</strong></p>
<p><span id="more-35965"></span></p>
<figure id="attachment_35977" aria-describedby="caption-attachment-35977" style="width: 740px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-35977" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/Sarawut-DOEB.jpg" alt="นายสราวุธ แก้วตาทิพย์" width="740" height="528" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/Sarawut-DOEB.jpg 850w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/Sarawut-DOEB-300x214.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/Sarawut-DOEB-768x548.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/Sarawut-DOEB-150x107.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/Sarawut-DOEB-500x357.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /><figcaption id="caption-attachment-35977" class="wp-caption-text">นายสราวุธ แก้วตาทิพย์</figcaption></figure>
<h3>การใช้น้ำมันเชื้อเพลิงแต่ละชนิดในเดือนมกราคม – สิงหาคม 2567</h3>
<p>รายละเอียดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงแต่ละชนิดในเดือนมกราคม – สิงหาคม 2567 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน มีดังนี้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-35967" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/eppo-energy-update-8m-2024.jpg" alt="การใช้น้ำมันเชื้อเพลิง รอบ 8 เดือน ของปี 2567 (มกราคม – สิงหาคม)" width="780" height="975" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/eppo-energy-update-8m-2024.jpg 780w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/eppo-energy-update-8m-2024-240x300.jpg 240w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/eppo-energy-update-8m-2024-768x960.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/eppo-energy-update-8m-2024-150x188.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/eppo-energy-update-8m-2024-400x500.jpg 400w" sizes="(max-width: 780px) 100vw, 780px" /></p>
<p><strong>การใช้น้ำมันกลุ่มเบนซิน</strong> เฉลี่ยอยู่ที่ 31.65 ล้านลิตร/วัน ลดลงร้อยละ 0.7 เนื่องจากได้รับผลกระทบจากการขยายและเชื่อมต่อรถไฟฟ้าในเขตกรุงเทพและปริมณฑลและรถไฟระหว่างเมือง จำนวนยานยนต์ไฟฟ้าทั้ง BEV HEV และ PHEV ขยายตัวอย่างต่อเนื่องคิดเป็นร้อยละ 5.1 ของรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน รวมถึงราคาขายปลีกที่สูงขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันกับปีก่อน เมื่อพิจารณาเป็นรายชนิดประกอบด้วย แก๊สโซฮอล์ 95 ลดลงมาอยู่ที่ 17.77 ล้านลิตร/วัน แต่ยังคงมีส่วนแบ่งการตลาดสูงสุดที่ร้อยละ 56.2 รองลงมาคือแก๊สโซฮอล์ 91 เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 7.59 ล้านลิตร/วัน เป็นผลจากราคาขายปลีกของแก๊สโซฮอล์ 91 ที่ราคาต่ำกว่าแก๊สโซฮอล์ 95 เฉลี่ยอยู่ที่ 1.01 บาท/ลิตร (ม.ค.-ส.ค. 66 เฉลี่ย 0.27 บาท/ลิตร) ประชาชนบางส่วนจึงหันไปใช้แก๊สโซฮอล์ 91 แทน สำหรับแก๊สโซฮอล์ อี20 ลดลงมาอยู่ที่ 5.48 ล้านลิตร/วัน เบนซิน ลดลงมาอยู่ที่ 0.42 ล้านลิตร/วัน และแก๊สโซฮอล์ อี85 ลดลงมาอยู่ที่ 0.07 ล้านลิตร/วัน</p>
<p><strong>การใช้น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว ณ สถานีบริการ</strong> เฉลี่ยอยู่ที่ 67.48 ล้านลิตร/วัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.2 ประกอบด้วย ดีเซลหมุนเร็วธรรมดา เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 67.33 ล้านลิตร/วัน เนื่องจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการเติบโตของภาคการขนส่ง สำหรับดีเซลหมุนเร็วบี20 ลดลงมาอยู่ที่ 0.15 ล้านลิตร/วัน ทั้งนี้รัฐบาลยังคงมีมาตรการตรึงราคาน้ำมันดีเซลหมุนเร็วไม่ให้เกิน 33 บาท/ลิตร จนถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2567 ในขณะที่ดีเซลพื้นฐาน ลดลงมาอยู่ที่ 1.80 ล้านลิตร/วัน โดยน้ำมันกลุ่มดีเซลภาพรวมอยู่ที่ 69.28 ล้านลิตร/วัน</p>
<p><strong>การใช้น้ำมันอากาศยานเชิงพาณิชย์ (Jet A1)</strong> เฉลี่ยอยู่ที่ 15.61 ล้านลิตร/วัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 17.3 โดยมีปัจจัย มาจากการฟื้นตัวในภาคการท่องเที่ยว ผลจากมาตรการยกเว้นการตรวจลงตราโดยมีเป้าหมายดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างประเทศจำนวนไม่น้อยกว่า 35 ล้านคนภายในปี 2567</p>
<p><strong>การใช้ LPG</strong> เฉลี่ยอยู่ที่ 18.81 ล้านกก./วัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.4 ประกอบด้วยภาคปิโตรเคมี เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 8.76 ล้านกก./วัน โดยดัชนีผลผลิตการผลิตอุตสาหกรรมปิโตรเคมีเดือนกรกฎาคม ปี 2567 ปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.47 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ภาคครัวเรือน เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 5.74 ล้านกก./วัน และภาคขนส่ง เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 2.32 ล้านกก./วัน ในขณะที่การใช้ในภาคอุตสาหกรรม ลดลงมาอยู่ที่ 1.99 ล้านกก./วัน</p>
<p><strong>การใช้ NGV</strong> เฉลี่ยอยู่ที่ 2.85 ล้านกก./วัน ลดลงร้อยละ 17.1 โดยมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่องสอดคล้องกับจำนวนรถจดทะเบียน NGV สะสม และจำนวนสถานีบริการ NGV ที่มีแนวโน้มปิดตัวลง ทั้งนี้ ปตท. ยังคงช่วยเหลือโดยตรึงราคาให้กับกลุ่มรถแท็กซี่และรถโดยสารสาธารณะที่ถือบัตรสิทธิประโยชน์ ปัจจุบันดำเนินการอยู่ในระยะที่ 2 (1 กรกฎาคม 2567 – 31 ธันวาคม 2568)</p>
<p><strong>การนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิง</strong> เฉลี่ยอยู่ที่ 1,049,118 บาร์เรล/วัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.5 คิดเป็นมูลค่าการนำเข้ารวม 99,254 ล้านบาท/เดือน โดยเป็นการนำเข้าน้ำมันดิบอยู่ที่ 983,502 บาร์เรล/วัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.6 คิดเป็นมูลค่าการนำเข้าน้ำมันดิบอยู่ที่ 94,516 ล้านบาท/เดือน สำหรับการนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูป (น้ำมันเบนซินพื้นฐาน น้ำมันดีเซลพื้นฐาน น้ำมันเตา น้ำมันอากาศยาน และ LPG) อยู่ที่ 65,615 บาร์เรล/วัน ลดลงร้อยละ 12.6 คิดเป็นมูลค่าการนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูปอยู่ที่ 4,738 ล้านบาท/เดือน</p>
<p><strong>การส่งออกน้ำมันสำเร็จรูป</strong> เฉลี่ยอยู่ที่ 171,566 บาร์เรล/วัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.4 เป็นการส่งออกน้ำมันเบนซิน น้ำมันดีเซล น้ำมันเตา น้ำมันอากาศยาน น้ำมันก๊าด และ LPG คิดเป็นมูลค่าส่งออกรวม 17,544 ล้านบาท/เดือน</p>
<hr />
<p>ที่มา: กรมธุรกิจพลังงาน กระทรวงพลังงาน</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/eppo-energy-update-8m-2567/">กรมธุรกิจพลังงาน เผยสถานการณ์การใช้น้ำมันเชื้อเพลิง รอบ 8 เดือน ของปี 2567 (มกราคม – สิงหาคม)</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/eppo-energy-update-8m-2567/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ภาพรวมสถานการณ์การใช้น้ำมันเชื้อเพลิงรอบครึ่งปีแรกของปี 2567 (มกราคม – มิถุนายน)</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/energy-first-half-2024-update-2/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/energy-first-half-2024-update-2/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 02 Aug 2024 03:40:20 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[LPG]]></category>
		<category><![CDATA[NGV]]></category>
		<category><![CDATA[กรมธุรกิจพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[การนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิง]]></category>
		<category><![CDATA[การส่งออกน้ำมันสำเร็จรูป]]></category>
		<category><![CDATA[การใช้น้ำมันเชื้อเพลิง]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมันดีเซล]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมันเจ็ต]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมันเบนซิน]]></category>
		<category><![CDATA[สถานการณ์การใช้น้ำมันเชื้อเพลิง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=35075</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรมธุรกิจพลังงาน (ธพ.) กระทรวงพลังงาน เผยภาพรวมสถานการณ์การใช้น้ำมันเชื้อเพลิง ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2567 อยู่ที่ 156.68 ล้านลิตร/วัน ลดลง 0.05% ในขณะที่การใช้น้ำมันเจ็ตพุ่ง 17% LPG เพิ่ม 3.7% สวนทางน้ำมันเตา น้ำมันกลุ่มเบนซิน และ NGV ที่หดตัว นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เผยภาพรวมการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงรอบครึ่งปีแรกของปี 2567 เฉลี่ยเดือนมกราคม –&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/energy-first-half-2024-update-2/">ภาพรวมสถานการณ์การใช้น้ำมันเชื้อเพลิงรอบครึ่งปีแรกของปี 2567 (มกราคม – มิถุนายน)</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กรมธุรกิจพลังงาน (ธพ.) กระทรวงพลังงาน เผยภาพรวมสถานการณ์การใช้น้ำมันเชื้อเพลิง ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2567 อยู่ที่ 156.68 ล้านลิตร/วัน ลดลง 0.05% ในขณะที่การใช้น้ำมันเจ็ตพุ่ง 17% LPG เพิ่ม 3.7% สวนทางน้ำมันเตา น้ำมันกลุ่มเบนซิน และ NGV ที่หดตัว</strong></p>
<p><span id="more-35075"></span></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายสราวุธ แก้วตาทิพย์</strong></span> <strong>อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน</strong> เผยภาพรวมการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงรอบครึ่งปีแรกของปี 2567 เฉลี่ยเดือนมกราคม – มิถุนายน อยู่ที่ 156.68 ล้านลิตร/วัน ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ร้อยละ 0.05 โดยน้ำมันเตามีการใช้ลดลงร้อยละ 19.7 NGV ลดลงร้อยละ 16.8 และน้ำมันกลุ่มเบนซินลดลงร้อยละ 0.9 ขณะที่การใช้น้ำมันอากาศยานเชิงพาณิชย์ (Jet A1) เพิ่มขึ้นร้อยละ 17.0 LPG เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.7 และน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว ณ สถานีบริการเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.0</p>
<h3>สถานการณ์การใช้น้ำมันเชื้อเพลิงรอบครึ่งปีแรกของปี 2567 (มกราคม – มิถุนายน)</h3>
<p><strong>การใช้น้ำมันกลุ่มเบนซิน</strong> เดือนมกราคม – มิถุนายน 2567 เฉลี่ยอยู่ที่ 31.67 ล้านลิตร/วัน ลดลงจากช่วงเดียวกัน ของปีก่อนร้อยละ 0.9 โดยการใช้แก๊สโซฮอล์ อี85 ลดลงมาอยู่ที่ 0.07 ล้านลิตร/วัน เบนซิน ลดลงมาอยู่ที่ 0.42 ล้านลิตร/วัน แก๊สโซฮอล์ อี20 ลดลงมาอยู่ที่ 5.50 ล้านลิตร/วัน และแก๊สโซฮอล์ 95 ลดลงมาอยู่ที่ 17.60 ล้านลิตร/วัน ขณะที่ปริมาณการใช้แก๊สโซฮอล์ 91 เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 7.76 ล้านลิตร/วัน ปริมาณการใช้น้ำมันกลุ่มเบนซินที่ลดลงอาจเนื่องมาจากปัจจัยด้านฤดูกาลการเติบโตของยานยนต์ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการเปิดใช้รถไฟฟ้าสายสีชมพูและสายสีเหลืองซึ่งเชื่อมโยงกับสายอื่น ๆ ส่งผลให้ปริมาณการใช้มีการปรับตัวลดลง</p>
<p><strong>การใช้น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว</strong> ณ สถานีบริการ เดือนมกราคม – มิถุนายน 2567 เฉลี่ยอยู่ที่ 68.61 ล้านลิตร/วัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 3.0 โดยน้ำมันดีเซลหมุนเร็วธรรมดามีปริมาณการใช้เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 3.0 มาอยู่ที่ 68.46 ล้านลิตร/วัน และน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว บี20 ลดลงจากปีก่อนร้อยละ 2.5 มาอยู่ที่ 0.15 ล้านลิตร/วัน ทั้งนี้ คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบขยายระยะเวลาการตรึงราคาน้ำมันดีเซลไม่ให้เกิน 33 บาท/ลิตร จนถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2567 ผ่านการบริหารเงินจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง</p>
<p><strong>การใช้น้ำมันอากาศยานเชิงพาณิชย์ (Jet A1)</strong> เดือนมกราคม – มิถุนายน 2567 เฉลี่ยอยู่ที่ 15.74 ล้านลิตร/วัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 17.0 โดยมีปัจจัยมาจากการฟื้นตัวในภาคการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจจากปีก่อน ประกอบกับนโยบายสนับสนุนการท่องเที่ยวของรัฐบาล เช่น นโยบายฟรีวีซ่า การเพิ่มเที่ยวบินพิเศษในช่วงเทศกาล การลดหย่อนภาษีสำหรับพื้นที่ท่องเที่ยวเมืองรอง อีกทั้งคณะรัฐมนตรีมีมติปรับมาตรการอนุญาตให้ชาวต่างชาติจาก 93 ประเทศ เดินทางเข้าราชอาณาจักรได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า (สามารถพำนักในประเทศไทยไม่เกิน 60 วัน) เพื่อเป็นไปตามเป้าหมายที่มุ่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจการท่องเที่ยว โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม 2567 เป็นต้นไป คาดว่ามาตรการนี้จะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางท่องเที่ยวในประเทศไทยมากยิ่งขึ้น</p>
<p><strong>การใช้ LPG</strong> เดือนมกราคม – มิถุนายน 2567 เฉลี่ยอยู่ที่ 18.35 ล้านกก./วัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ร้อยละ 3.7 โดยเป็นการเพิ่มขึ้นของภาคปิโตรเคมี ร้อยละ 8.7 มาอยู่ที่ 8.38 ล้านกก./วัน ภาคขนส่งเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.0 มาอยู่ที่ 2.32 ล้านกก./วัน โดยปริมาณการใช้ LPG มีการปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นเนื่องจากการดำเนินงานของภาคปิโตรเคมี ในขณะที่การใช้ในภาคอุตสาหกรรมลดลงร้อยละ 3.3 มาอยู่ที่ 1.96 ล้านกก./วัน และภาคครัวเรือนลดลงร้อยละ 0.3 มาอยู่ที่ 5.70 ล้านกก./วัน</p>
<p><strong>การใช้ NGV</strong> เดือนมกราคม – มิถุนายน 2567 เฉลี่ยอยู่ที่ 2.90 ล้านกก./วัน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 16.8 ทั้งนี้ ปตท. มีมติเห็นชอบแผนช่วยเหลือราคา NGV ในระยะ 2 ปี โดยปัจจุบันดำเนินการอยู่ในระยะที่ 2 (1 กรกฎาคม 2567 – 31 ธันวาคม 2568) ซึ่งเป็นการตรึงราคาให้กับกลุ่มรถแท็กซี่และรถโดยสารสาธารณะที่ถือบัตรสิทธิประโยชน์ฯ โดยสิทธิประโยชน์จะแตกต่างไปตามประเภทของรถ เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการกลุ่มรถโดยสาร สำหรับกลุ่มผู้ใช้รถทั่วไป ราคาจะเป็นไปตามกลไกตลาด หลังจากถูกตรึงมาเป็นระยะเวลา 6 เดือน (ตั้งแต่ มกราคม ถึง มิถุนายน 2567)</p>
<p><strong>การนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิง</strong> เดือนมกราคม – มิถุนายน 2567 เฉลี่ยอยู่ที่ 1,045,345 บาร์เรล/วัน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 2.3 คิดเป็นมูลค่าการนำเข้ารวม 99,470 ล้านบาท/เดือน โดยเป็นการนำเข้าน้ำมันดิบ อยู่ที่ 982,242 บาร์เรล/วัน ลดลงร้อยละ 0.9 คิดเป็นมูลค่าการนำเข้าน้ำมันดิบอยู่ที่ 94,683 ล้านบาท/เดือน สำหรับการนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูป (น้ำมันเบนซินพื้นฐาน น้ำมันดีเซลพื้นฐาน น้ำมันเตา น้ำมันอากาศยาน และ LPG) อยู่ที่ 63,102 บาร์เรล/วัน ลดลงร้อยละ 19.5 คิดเป็นมูลค่าการนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูปอยู่ที่ 4,787 ล้านบาท/เดือน</p>
<p><strong>การส่งออกน้ำมันสำเร็จรูป</strong> เดือนมกราคม – มิถุนายน 2567 เป็นการส่งออกน้ำมันเบนซิน น้ำมันดีเซล น้ำมันเตา น้ำมันอากาศยาน น้ำมันก๊าด และ LPG โดยมีปริมาณส่งออกอยู่ที่ 162,741 บาร์เรล/วัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.8 คิดเป็นมูลค่าส่งออกรวม 16,832 ล้านบาท/เดือน</p>
<hr />
<p>ที่มา: กรมธุรกิจพลังงาน (ธพ.) กระทรวงพลังงาน</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/energy-first-half-2024-update-2/">ภาพรวมสถานการณ์การใช้น้ำมันเชื้อเพลิงรอบครึ่งปีแรกของปี 2567 (มกราคม – มิถุนายน)</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/energy-first-half-2024-update-2/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สนพ. เผยปี’66 การผลิตไฟฟ้าปล่อยก๊าซคาร์บอนอันดับ 1 ถึง 89.6 ล้านตัน คาดแนวโน้มการใช้พลังงานปี’67 เพิ่มขึ้นกว่า 3%</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/eppo-update-2566-2567/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/eppo-update-2566-2567/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 20 Mar 2024 06:22:08 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[LPG]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซธรรมชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[การใช้พลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ข้อมูลพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ถ่านหิน]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมัน]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมันดีเซล]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมันเครื่องบิน]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมันเบนซิน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงาน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=32856</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เผยยอดใช้พลังงานขั้นต้นปี 2566 เพิ่มขึ้น 0.8 เทียบกับปีก่อน อยู่ที่ระดับ 2,007 พันบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน จากสภาวะเศรษฐกิจภายในประเทศที่ปรับตัวดีขึ้น และความต้องการใช้พลังงานเชิงพาณิชย์ขั้นต้นในปี 2567 โดยคาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.1 อยู่ที่ระดับ 2,063 พันบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน จากการเพิ่มขึ้นของการใช้พลังงานทุกประเภท สอดคล้องกับการขยายตัวทางเศรษฐกิจในประเทศ วีรพัฒน์  เกียรติเฟื่องฟู ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กล่าวถึงสถานการณ์พลังงานในปี 2566 ว่า การใช้พลังงานขั้นต้นเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.8 เทียบกับปีก่อน&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/eppo-update-2566-2567/">สนพ. เผยปี’66 การผลิตไฟฟ้าปล่อยก๊าซคาร์บอนอันดับ 1 ถึง 89.6 ล้านตัน คาดแนวโน้มการใช้พลังงานปี’67 เพิ่มขึ้นกว่า 3%</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เผยยอดใช้พลังงานขั้นต้นปี 2566 เพิ่มขึ้น 0.8 เทียบกับปีก่อน อยู่ที่ระดับ 2,007 พันบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน จากสภาวะเศรษฐกิจภายในประเทศที่ปรับตัวดีขึ้น และความต้องการใช้พลังงานเชิงพาณิชย์ขั้นต้นในปี 2567 โดยคาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.1 อยู่ที่ระดับ 2,063 พันบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน จากการเพิ่มขึ้นของการใช้พลังงานทุกประเภท สอดคล้องกับการขยายตัวทางเศรษฐกิจในประเทศ</strong></p>
<p><span id="more-32856"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-32858" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/eppo-update-2566-2567-02.jpg" alt="วีรพัฒน์  เกียรติเฟื่องฟู" width="780" height="520" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/eppo-update-2566-2567-02.jpg 780w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/eppo-update-2566-2567-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/eppo-update-2566-2567-02-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/eppo-update-2566-2567-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/eppo-update-2566-2567-02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 780px) 100vw, 780px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">วีรพัฒน์  เกียรติเฟื่องฟู</span> ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.)</strong> กล่าวถึงสถานการณ์พลังงานในปี 2566 ว่า การใช้พลังงานขั้นต้นเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.8 เทียบกับปีก่อน อยู่ที่ระดับ 2,007 พันบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน จากสภาวะเศรษฐกิจภายในประเทศที่ปรับตัวดีขึ้น โดยเพิ่มขึ้นในส่วนของการใช้น้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ทั้งนี้ การใช้น้ำมันเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.3 และการใช้ก๊าซธรรมชาติปรับตัวเพิ่มขึ้นมากถึงร้อยละ 9.1 จากฐานที่ต่ำกว่าปกติของปีที่ผ่านมา โดยเป็นการเพิ่มขึ้นจากการใช้ก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้าตามความต้องการใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น ในขณะที่การใช้ไฟฟ้าพลังน้ำ/ไฟฟ้านำเข้า ลดลงร้อยละ 6.4 เนื่องจากมีปริมาณการนำเข้าไฟฟ้าพลังน้ำจาก สปป.ลาว ลดลงจากปัญหาภาวะภัยแล้ง ซึ่งสถานการณ์พลังงานรายเชื้อเพลิงปี 2566 สรุปได้ดังนี้</p>
<p><strong>การใช้น้ำมันสำเร็จรูป</strong> เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.7 อยู่ที่ระดับ 138.4 ล้านลิตรต่อวัน โดยการใช้<strong>น้ำมันดีเซล</strong> ลดลงร้อยละ 5.7 เฉลี่ยอยู่ที่ 68.9 ล้านลิตรต่อวัน <strong>การใช้น้ำมันเบนซินและแก๊สโซฮอล์</strong> เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.0 เฉลี่ยอยู่ที่ 31.4 ล้านลิตรต่อวัน สำหรับ<strong>การใช้น้ำมันเครื่องบิน</strong> เพิ่มขึ้นร้อยละ 49.9 เฉลี่ยอยู่ที่ 13.7 ล้านลิตรต่อวัน ด้าน<strong>น้ำมัน</strong><strong>เตา</strong> ลดลงร้อยละ 15.8 เฉลี่ยอยู่ที่ 5.4 ล้านลิตรต่อวัน</p>
<p>โดยการใช้น้ำมันในกลุ่มเบนซินที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากการพื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศ ซึ่งช่วงเวลาที่มีการใช้น้ำมันมากที่สุด พบว่าอยู่ในช่วงเดือนเมษายน เพราะเป็นเดือนที่มีวันหยุดเทศกาล ทำให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวมากขึ้น และน้ำมันเครื่องบินที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากนักท่องเที่ยวจีนและคาซัคสถานเดินทางมาเที่ยวประเทศไทยมากขึ้นจากการที่รัฐบาลประกาศใช้นโยบายฟรีวีซ่าสำหรับ ทำให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวฟื้นตัวมากขึ้นอีกด้วย</p>
<p><strong>การใช้ LPG โพรเพน และบิวเทน</strong> เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.5 อยู่ที่ระดับ 6,542 พันตัน โดยการใช้ LPG เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ซึ่งมีสัดส่วนการใช้สูงสุดคิดเป็นร้อยละ 43 มีการใช้เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.1 การใช้ภาคขนส่ง มีสัดส่วนร้อยละ 14 เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.5 ภาคอุตสาหกรรมมีสัดส่วนร้อยละ 11 เพิ่มขึ้นเล็กน้อยที่ร้อยละ 0.3  ในขณะที่การใช้เอง มีสัดส่วนร้อยละ 1 มีการใช้เพิ่มขึ้นร้อยละ 97.9 ในขณะที่ภาคครัวเรือนมีสัดส่วนร้อยละ 31 ลดลงร้อยละ 0.6</p>
<p><strong>การใช้ก๊าซธรรมชาติ</strong> เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.4 อยู่ที่ระดับ 4,410 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน โดยมาจากการใช้เพื่อผลิตไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 12.0 ตามความต้องการใช้ไฟฟ้าที่มากขึ้นจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศและราคาการนำเข้า LNG ระยะสั้น (Spot LNG) ที่ปรับตัวลดลง จึงมีการนำเข้า Spot LNG เพิ่มขึ้นเพื่อลดต้นทุนในการผลิตไฟฟ้า สำหรับการใช้ในอุตสาหกรรมปิโตรเคมีและอื่นๆ ที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.4 ขณะที่การใช้ในภาคอุตสาหกรรม ลดลงร้อยละ 3.3 และการใช้เป็นเชื้อเพลิงในรถยนต์ (NGV) ลดลงร้อยละ 2.5</p>
<p><strong>ส่วนการใช้ ถ่านหิน/ลิกไนต์</strong> ลดลงร้อยละ 15 อยู่ที่ 14,450 พันตันเทียบเท่าน้ำมันดิบ (KTOE) จากการใช้ในภาคอุตสาหกรรมที่ลดลงร้อยละ 13.3 และการใช้ถ่านหินในโรงไฟฟ้า IPP ลดลงร้อยละ 31.4 สำหรับการใช้ <strong>ลิกไนต์</strong> ลดลงร้อยละ 10.6 อยู่ที่ 3,179 พันตันเทียบเท่าน้ำมันดิบ (KTOE)  ทั้งนี้การใช้ลิกไนต์ร้อยละ 99 เป็นการใช้ในภาคการผลิตไฟฟ้าในโรงไฟฟ้าแม่เมาะของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) สำหรับสัดส่วนการใช้ลิกไนต์ที่เหลือร้อยละ 1 ถูกนำไปใช้ในภาคอุตสาหกรรม อย่างไรก็ตามตั้งแต่เดือนเมษายน 2566 เป็นต้นมา ยังไม่มีการใช้ลิกไนต์ในภาคอุตสาหกรรม เนื่องจากการหมดอายุประทานบัตรของเหมืองลิกไนต์ในประเทศแล้ว</p>
<p><strong>วีรพัฒน์  </strong>กล่าวว่า<strong> การใช้ไฟฟ้า</strong> เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.4 มีการใช้รวมทั้งสิ้น 203,923 ล้านหน่วย มาจากการใช้ไฟฟ้าในส่วนของสาขาธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวและบริการ โดยในสาขาธุรกิจเพิ่มขึ้นร้อยละ 8.4 และการใช้ไฟฟ้าในโรงแรมที่เพิ่มขึ้นสูงถึงร้อยละ 22.5 ส่วนการใช้ไฟฟ้าของกลุ่มอพาร์ตเมนต์เพิ่มขึ้น 15.0 เกสต์เฮาส์เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.7 ห้างสรรพสินค้าเพิ่มขึ้นร้อยละ 6.9 ขายปลีก และขายส่งเพิ่มขึ้นร้อยละ 4 การใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นนี้เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคCOVID-19 คลี่คลายลง ทำให้ประชาชนออกมาใช้ชีวิตกันมากขึ้น ซึ่งส่งผลให้เศรษฐกิจเกิดฟื้นตัวของเศรษฐกิจและขยายตัวอย่างต่อเนื่อง</p>
<p>สำหรับการใช้ไฟฟ้าในสาขาครัวเรือนเพิ่มขึ้นร้อยละ 7.4 และสาขาอื่น ๆ (องค์กรไม่แสวงหากำไร สูบน้ำเพื่อการเกษตร ไฟฟ้าชั่วคราว และไฟฟ้าสาธารณะ) เพิ่มขึ้นร้อยละ 12.7 ในขณะที่การใช้ไฟฟ้าในสาขาอุตสาหกรรมซึ่งมีสัดส่วนการใช้ถึงร้อยละ 42 มีการใช้ไฟฟ้าลดลงร้อยละ 2.6 จากสภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวส่งผลให้การผลิตสินค้าเพื่อส่งออกหดตัวในช่วง 3 ไตรมาสแรกของปี 2566</p>
<p>ส่วนความต้องการพลังไฟฟ้าสูงสุดของระบบ 3 การไฟฟ้าของปี 2566 เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2566 เวลา 21.41 น. อยู่ที่ระดับ 34,827 MW เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.0 เมื่อเทียบกับความต้องการพลังไฟฟ้าสูงสุดในระบบ 3 การไฟฟ้าของปีก่อน ซึ่งทำให้ต้องวางแผนเตรียมพลังงานที่พึ่งพาได้ไว้สำรองเพื่อใช้ในเวลากลางคืนนอกเหนือจากพลังงานแสงอาทิตย์ ไม่ว่าจะเป็นพลังงานลม พลังงานน้ำ</p>
<p>นอกจากนี้ การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการใช้พลังงานในรายสาขาเศรษฐกิจ ปี 2566 พบว่า สาขาที่มีการปล่อยเพิ่มขึ้นคือ การผลิตไฟฟ้า โดยมีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มากที่สุดถึง 89.6 ล้านตัน รองลงมาคือ การขนส่ง มีการปล่อย 81.6 ล้านตัน และสาขาที่มีการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ลดลงคือ อุตสาหกรรมปล่อย 59.2 ล้านตัน  ในส่วนของครัวเรือน เกษตรกรรม พาณิชยกรรม และอื่น ๆ ปล่อยเพียง 13.2 ล้านตัน รวมทั้งสิ้นมีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 243.6 ล้านตัน</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-32859" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/eppo-update-2566-2567-03.jpg" alt="สนพ. ยอดใช้พลังงานปี’66 และคาดการณ์แนวโน้มการใช้พลังงานปี’67" width="780" height="520" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/eppo-update-2566-2567-03.jpg 780w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/eppo-update-2566-2567-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/eppo-update-2566-2567-03-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/eppo-update-2566-2567-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/eppo-update-2566-2567-03-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 780px) 100vw, 780px" /></p>
<p>สำหรับแนวโน้มการใช้พลังงานปี 2567  <strong>วีรพัฒน์ </strong>คาดการณ์ว่าจะมีการใช้พลังงานขั้นต้นเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 3.1 โดยมีปัจจัยสนับสนุนด้านบวก จากการฟื้นตัวของการค้าโลกที่ทำให้ภาคการส่งออกกลับมาขยายตัว การขยายตัวของการอุปโภคบริโภคภายในประเทศ และการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว และปัจจัยสนับสนุนด้านลบจากปรากฏการณ์เอลนีโญที่อาจจะทำให้ประเทศไทยมีอุณหภูมิที่สูงเพิ่มขึ้นอีก และปริมาณน้ำฝนที่ลดลง ทำให้เกิดภัยแล้ง และความเสี่ยงจากระบบเศรษฐกิจและการเงินโลกที่ผันผวนจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และราคาพลังงานที่อาจมีความผันผวน</p>
<p>“สำหรับประมาณการความต้องการใช้พลังงานของประเทศปี 2567 นั้น มีการพิจารณาสมมติฐานสำหรับการประมาณการที่สำคัญ ได้แก่ แนวโน้มการขยายตัวของเศรษฐกิจภายในประเทศ (GDP) ปี 2567 ของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2567 ที่คาดการณ์ว่าจะขยายตัวในช่วงร้อยละ 2.2 – 3.2 โดยมีปัจจัยสนับสนุนที่สำคัญจากการขยายตัวของภาคการส่งออกสินค้าตามการฟื้นตัวของการค้าโลก อีกทั้งการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องของภาคการท่องเที่ยว ทั้งนี้คาดการณ์ว่าความต้องการใช้พลังงานเชิงพาณิชย์ขั้นต้น ปี 2567 จะเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.1 อยู่ที่ระดับ 2,063 พันบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน จากการเพิ่มขึ้นของการใช้พลังงานทุกประเภท สอดคล้องกับการขยายตัวทางเศรษฐกิจในประเทศ โดยการใช้น้ำมันจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.1 การใช้น้ำมันก๊าซธรรมชาติคาดว่าจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.5 การใช้ถ่านหิน/ลิกไนต์จะเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.4 การใช้น้ำมันสำเร็จรูป ปี 2567 จะมีการใช้เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.3 และประมาณการความต้องการไฟฟ้าปี 2567 จะมีการใช้เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.1 ตามสภาวะเศรษฐกิจที่ปรับตัวดีขึ้น และอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นตามที่กรมอุตุนิยมวิทยาคาดว่าอุณหภูมิปี 2567 จะสูงขึ้นประมาณ 1.2 องศาเซลเซียสเมื่อเทียบกับปีก่อน” <strong>วีรพัฒน์</strong>  กล่าวทิ้งท้าย</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/eppo-update-2566-2567/">สนพ. เผยปี’66 การผลิตไฟฟ้าปล่อยก๊าซคาร์บอนอันดับ 1 ถึง 89.6 ล้านตัน คาดแนวโน้มการใช้พลังงานปี’67 เพิ่มขึ้นกว่า 3%</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/eppo-update-2566-2567/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>พลังงาน ขอความร่วมมือผู้ค้าควบคุมค่าการตลาดน้ำมันเบนซิน เตรียมประสานกระทรวงพาณิชย์ใช้มาตรการด้านกฎหมาย หากจำเป็น</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/energy-news-update-22-11-2566/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/energy-news-update-22-11-2566/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 22 Nov 2023 07:37:58 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าการตลาดน้ำมันเบนซิน]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมันเบนซิน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงาน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=31114</guid>

					<description><![CDATA[<p>กระทรวงพลังงาน ขอความร่วมมือผู้ค้าทุกรายควบคุมค่าการตลาดน้ำมันเบนซินให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม เพื่อช่วยเหลือประชาชนผู้ใช้น้ำมัน หากไม่ได้รับความร่วมมือ จะประสานกับกระทรวงพาณิชย์ในการใช้มาตรการด้านกฎหมายในการควบคุมค่าการตลาด วันนี้ (22 พฤศจิกายน 2566) &#8211; นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กล่าวว่า หลังจากที่มีการร้องเรียนเกี่ยวกับค่าการตลาดน้ำมันเบนซินของผู้ค้าที่สูงกว่าที่กระทรวงพลังงานขอความร่วมมือผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ให้ปรับลดราคาขายปลีกให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ซึ่งกระทรวงพลังงานได้ขอความร่วมมือมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายให้แก่ประชาชน และได้มีการศึกษามาแล้วว่า ถึงแม้ต้นทุนค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นจาก ค่าแรง ค่าเช่า อัตราภาษีที่ดิน ตลอดจนค่าสาธารณูปโภคที่เพิ่มขึ้น ผู้ค้ายังควรต้องรักษาระดับค่าการตลาดให้อยู่ในระดับที่มีความเหมาะสม และเป็นธรรมกับผู้บริโภค ทั้งนี้ กระทรวงพลังงานได้ติดตามสถานการณ์การปรับขึ้น-ลงค่าการตลาดมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งบางช่วงก็อยู่ในระดับที่ต่ำกว่า 2&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/energy-news-update-22-11-2566/">พลังงาน ขอความร่วมมือผู้ค้าควบคุมค่าการตลาดน้ำมันเบนซิน เตรียมประสานกระทรวงพาณิชย์ใช้มาตรการด้านกฎหมาย หากจำเป็น</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กระทรวงพลังงาน ขอความร่วมมือผู้ค้าทุกรายควบคุมค่าการตลาดน้ำมันเบนซินให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม เพื่อช่วยเหลือประชาชนผู้ใช้น้ำมัน หากไม่ได้รับความร่วมมือ จะประสานกับกระทรวงพาณิชย์ในการใช้มาตรการด้านกฎหมายในการควบคุมค่าการตลาด</strong></p>
<p><span id="more-31114"></span></p>
<p>วันนี้ (22 พฤศจิกายน 2566) &#8211; <span style="color: #6cb742;"><strong>นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท</strong></span> <strong>ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.)</strong> กล่าวว่า หลังจากที่มีการร้องเรียนเกี่ยวกับค่าการตลาดน้ำมันเบนซินของผู้ค้าที่สูงกว่าที่กระทรวงพลังงานขอความร่วมมือผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ให้ปรับลดราคาขายปลีกให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ซึ่งกระทรวงพลังงานได้ขอความร่วมมือมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายให้แก่ประชาชน และได้มีการศึกษามาแล้วว่า ถึงแม้ต้นทุนค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นจาก ค่าแรง ค่าเช่า อัตราภาษีที่ดิน ตลอดจนค่าสาธารณูปโภคที่เพิ่มขึ้น ผู้ค้ายังควรต้องรักษาระดับค่าการตลาดให้อยู่ในระดับที่มีความเหมาะสม และเป็นธรรมกับผู้บริโภค ทั้งนี้ กระทรวงพลังงานได้ติดตามสถานการณ์การปรับขึ้น-ลงค่าการตลาดมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งบางช่วงก็อยู่ในระดับที่ต่ำกว่า 2 บาท แต่ในบางช่วงก็อยู่ในระดับที่สูงกว่า 2 บาท พบว่า ค่าการตลาดน้ำมันเบนซิน มีค่าสูงเกินค่าที่เหมาะมาอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุด 4.8 บาทต่อลิตร และกระทรวงพลังงานได้ขอให้ผู้ค้าให้ความร่วมมือไม่ให้ค่าการตลาดน้ำมันกลุ่มเบนซินในภาพรวมสูงเกินกว่า 2 บาทเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายด้านราคาน้ำมันให้แก่ประชาชน ซึ่งหากมีความจำเป็น กระทรวงพลังงานจะร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ใช้มาตรการด้านกฎหมายในการเข้ากำกับดูแล ทั้งนี้ ค่าการตลาดคือ ส่วนที่เป็นต้นทุน ค่าใช้จ่าย และกำไรของธุรกิจค้าปลีกน้ำมันทั้งระบบ ตั้งแต่การจัดการคลังน้ำมัน การขนส่งน้ำมันมายังสถานีบริการ รวมถึงการให้บริการของสถานีบริการที่เติมน้ำมันแต่ละลิตรให้กับประชาชน</p>
<p>&#8220;ผมได้ขอให้ผู้ค้าน้ำมันทุกรายควบคุมค่าการตลาดน้ำมันเบนซินให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม เป็นธรรมกับทั้งผู้ค้าน้ำมันและประชาชนผู้บริโภค ซึ่งที่ผ่านมา ผู้ค้าน้ำมันจะมีการปรับขึ้น-ลงค่าการตลาดน้ำมันเฉลี่ยทุกชนิด ซึ่งบางช่วงก็ต่ำกว่า 2 บาท และบางช่วงก็สูงกว่า 2 บาท แต่ในช่วงนี้ ค่าการตลาดสูงเกินไป ถึงแม้ว่า ราคาน้ำมันในตลาดโลกมีความผันผวน แต่อยากให้ผู้ค้าน้ำมันคำนึงถึงประชาชนที่กำลังได้รับความเดือดร้อนจากราคาน้ำมันในช่วงนี้ ดังนั้น หากยังไม่ได้รับความร่วมมือจากผู้ค้าน้ำมัน อาจจำเป็นต้องประสานกับกระทรวงพาณิชย์ในการใช้มาตรการด้านกฎหมายเข้ากำกับดูแล ทั้งนี้ กระทรวงพลังงานจะสร้างสมดุลด้านราคา โดยเฉพาะค่าการตลาด ระหว่างผู้ค้าน้ำมันกับผู้บริโภคให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมและเป็นไปตามข้อกฎหมาย แต่จะคำนึงถึงผลประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับเป็นสำคัญ&#8221; <strong>นายวัฒนพงษ์</strong> กล่าว</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/energy-news-update-22-11-2566/">พลังงาน ขอความร่วมมือผู้ค้าควบคุมค่าการตลาดน้ำมันเบนซิน เตรียมประสานกระทรวงพาณิชย์ใช้มาตรการด้านกฎหมาย หากจำเป็น</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/energy-news-update-22-11-2566/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กระทรวงพลังงาน ลดราคาน้ำมันเบนซินทุกประเภท นาน 3 เดือน เริ่ม 7 พ.ย. นี้</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/energy-update-gasoline-02112566/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/energy-update-gasoline-02112566/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 02 Nov 2023 07:08:57 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมันเบนซิน]]></category>
		<category><![CDATA[ลดราคาน้ำมัน]]></category>
		<category><![CDATA[ลดราคาน้ำมันเบนซิน]]></category>
		<category><![CDATA[ลดราคาเบนซิน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=30836</guid>

					<description><![CDATA[<p>กระทรวงพลังงาน ลดราคาน้ำมันเบนซินทุกประเภท เริ่ม 7 พ.ย. นี้ ย้ำ ควรเติมน้ำมันตามประเภทที่คู่มือรถกำหนด ป้องกันเครื่องยนต์ขัดข้อง ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) เห็นชอบให้ดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2566 เรื่อง มาตรการลดภาระค่าใช้จ่ายด้านน้ำมันเชื้อเพลิงให้แก่ประชาชน โดยจะลดราคาน้ำมันเบนซินทุกประเภท โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 7 พฤศจิกายน 2566 ถึง 31 มกราคม 2567 2 พฤศจิกายน 2566 &#8211;&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/energy-update-gasoline-02112566/">กระทรวงพลังงาน ลดราคาน้ำมันเบนซินทุกประเภท นาน 3 เดือน เริ่ม 7 พ.ย. นี้</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กระทรวงพลังงาน ลดราคาน้ำมันเบนซินทุกประเภท เริ่ม 7 พ.ย. นี้ ย้ำ ควรเติมน้ำมันตามประเภทที่คู่มือรถกำหนด ป้องกันเครื่องยนต์ขัดข้อง ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) เห็นชอบให้ดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2566 เรื่อง มาตรการลดภาระค่าใช้จ่ายด้านน้ำมันเชื้อเพลิงให้แก่ประชาชน โดยจะลดราคาน้ำมันเบนซินทุกประเภท โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 7 พฤศจิกายน 2566 ถึง 31 มกราคม 2567</strong></p>
<p><span id="more-30836"></span></p>
<p>2 พฤศจิกายน 2566 &#8211; <strong><span style="color: #6cb742;">นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ</span> ปลัดกระทรวงพลังงาน</strong> เปิดเผยว่า ตามที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2566 ปรับลดอัตราภาษีสินค้าน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันประเภทน้ำมันเบนซินลง 0.15 &#8211; 1 บาทต่อลิตร ตามสัดส่วนเนื้อน้ำมันเบนซินที่ผสม ตั้งแต่วันที่ 7 พฤศจิกายน 2566 ถึงวันที่ 31 มกราคม 2567 นั้น ที่ประชุม กบน. ได้เห็นชอบให้ใช้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในการปรับลดราคาขายปลีกน้ำมันเบนซินแก๊สโซฮอล E10-91 ลง 2.50 บาทต่อลิตร และยังลดราคาขายปลีกน้ำมันเบนซิน น้ำมันแก๊สโซฮอล E10-95 และน้ำมันแก๊สโซฮอล E20 ลงตามอัตราภาษีสรรพสามิตที่เปลี่ยนแปลงตามแนวนโยบายของนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ที่จะส่งผ่านให้การลดภาษีสรรพสามิต ไปลดราคาขายปลีกให้แก่ประชาชน พร้อมทั้งลดราคาขายปลีกน้ำมันแก๊สโซฮอล E85 ลงมากกว่าอัตราภาษีน้ำมันที่สรรพสามิตที่เปลี่ยนแปลงไป</p>
<p>ซึ่งการปรับลดราคาขายปลีกกลุ่มน้ำมันเบนซินในครั้งนี้จะให้มีผลตั้งแต่วันที่ 7 พฤศจิกายน 2566 – 31 มกราคม 2567 โดยมีรายละเอียดดังนี้</p>
<ul>
<li><strong>น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91 ลดลง 2.50 บาทต่อลิตร</strong></li>
<li><strong>น้ำมันเบนซิน ULG 95 และ น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 ลดลงประมาณ 1 บาทต่อลิตร</strong></li>
<li><strong>น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 และ E85 ลดลงประมาณ 80 สตางค์ต่อลิตร</strong></li>
</ul>
<p>ปัจจุบันแม้ว่าฐานะเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงจะยังคงติดลบ แต่สถานะของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมีสภาพคล่องเพิ่มขึ้นหลังจากได้เงินกู้ยืมเข้ามาเติมในระบบ แต่ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงยังคงมีความผันผวนด้วยปัจจัยกำลังการผลิตของกลุ่มโอเปก และความกังวลในเศรษฐกิจที่ยังคงถดถอย ตลอดจนความไม่สงบจากการสู้รบ ทำให้สภาพคล่องของกองทุนยังมีรายรับน้อยกว่ารายจ่าย อย่างไรก็ตาม เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อการดำรงชีพของประชาชนในช่วงวิกฤตการณ์ด้านราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ยังคงอยู่ในระดับสูง จึงทำการปรับลดราคาขายปลีกกลุ่มน้ำมันเบนซินดังกล่าว สำหรับฐานะเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงสุทธิ ณ วันที่ 29 ตุลาคม 2566 ติดลบ 74,292 ล้านบาท แบ่งเป็นติดลบจากบัญชีน้ำมัน 28,938 ล้านบาท บัญชีก๊าซ LPG 45,354 ล้านบาท</p>
<p>“การลดราคาน้ำมันเบนซินทุกประเภทในครั้งนี้ก็เป็นอีกหนึ่งมาตรการที่เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรีที่ต้องการจะช่วยเหลือประชาชนด้วยการลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลโดยกระทรวงพลังงานก็ได้มีการช่วยเหลือประชาชน ทั้งการตรึงราคาน้ำมันดีเซลไม่ให้เกิน 30 บาทต่อลิตร รวมทั้งการลดค่าไฟให้เหลือ 3.99 บาทต่อหน่วย ทั้งนี้ การลดราคาน้ำมันเบนซินจะมีผลตั้งแต่วันที่ 7 พฤศจิกายนที่จะถึงนี้ จึงอยากขอความร่วมมือผู้ค้าน้ำมันและสถานีบริการ เตรียมน้ำมันแต่ละชนิดให้เพียงพอกับความต้องการ เพื่อไม่ให้ประชาชนได้รับผลกระทบ รวมทั้งขอให้ประชาชนตรวจสอบการเติมน้ำมันให้เหมาะสมกับรถยนต์ที่ใช้ โดยดูได้จากฝาช่องเติมน้ำมัน คู่มือการใช้รถยนต์ หรือสอบถามที่ศูนย์บริการ เพราะหากเติมผิดประเภทอาจจะทำให้เกิดผลเสียต่อเครื่องยนต์ได้“ <strong>นายประเสริฐ</strong> กล่าว</p>
<hr />
<p>ที่มา: กระทรวงพลังงาน</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/energy-update-gasoline-02112566/">กระทรวงพลังงาน ลดราคาน้ำมันเบนซินทุกประเภท นาน 3 เดือน เริ่ม 7 พ.ย. นี้</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/energy-update-gasoline-02112566/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ครม. มีมติรับทราบมาตรการลดภาระค่าใช้จ่ายด้านน้ำมันเชื้อเพลิงให้แก่ประชาชน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/thaigov-news-update-31102566-fuel/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/thaigov-news-update-31102566-fuel/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 01 Nov 2023 08:42:19 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมันเชื้อเพลิง]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมันเบนซิน]]></category>
		<category><![CDATA[ปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิต]]></category>
		<category><![CDATA[มาตรการลดภาระค่าใช้จ่าย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=30814</guid>

					<description><![CDATA[<p>การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม พ.ศ.2566  ซึ่งมี เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานการประชุม ณ ห้องประชุม 501 ตึกบัญชาการ 1 โดย ครม.มีมติรับทราบมาตรการลดภาระค่าใช้จ่ายด้านน้ำมันเชื้อเพลิงให้แก่ประชาชนและมอบหมายให้กระทรวงพลังงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามมาตรการดังกล่าว ตามขั้นตอนของกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องต่อไป ตามที่กระทรวงพลังงานเสนอ สาระสำคัญ มาตรการลดภาระค่าใช้จ่ายด้านน้ำมันเชื้อเพลิง มีรายละเอียด ดังนี้ 1. ราคาน้ำมันเบนซิน บริหารราคาน้ำมันเบนซิน  โดยกระทรวงพลังงานและกระทรวงการคลัง ร่วมกันบริหารจัดการราคาขายปลีก โดยใช้กลไกของภาษีสรรพสามิตและกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในการลดราคาขายปลีกน้ำมันเบนซินแก๊สโซฮอล์&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/thaigov-news-update-31102566-fuel/">ครม. มีมติรับทราบมาตรการลดภาระค่าใช้จ่ายด้านน้ำมันเชื้อเพลิงให้แก่ประชาชน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม พ.ศ.2566  ซึ่งมี เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานการประชุม ณ ห้องประชุม 501 ตึกบัญชาการ 1 โดย ครม.มีมติรับทราบมาตรการลดภาระค่าใช้จ่ายด้านน้ำมันเชื้อเพลิงให้แก่ประชาชนและมอบหมายให้กระทรวงพลังงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามมาตรการดังกล่าว ตามขั้นตอนของกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องต่อไป ตามที่กระทรวงพลังงานเสนอ</strong></p>
<p><span id="more-30814"></span></p>
<p><strong>สาระสำคัญ</strong></p>
<p>มาตรการลดภาระค่าใช้จ่ายด้านน้ำมันเชื้อเพลิง มีรายละเอียด ดังนี้</p>
<p>1. ราคาน้ำมันเบนซิน บริหารราคาน้ำมันเบนซิน  โดยกระทรวงพลังงานและกระทรวงการคลัง ร่วมกันบริหารจัดการราคาขายปลีก โดยใช้กลไกของภาษีสรรพสามิตและกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในการลดราคาขายปลีกน้ำมันเบนซินแก๊สโซฮอล์ 91 ลง 2.50 บาท ต่อลิตรโดยจะปรับลดภาษีสรรพสามิตสำหรับน้ำมันเบนซินแก๊สโซฮอล์ 91 ลงในอัตรา 1 บาทต่อลิตร และกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงจะบริหารจัดการเพิ่มเติมในอัตรา 1.50 บาทต่อลิตร</p>
<p>2. เนื่องจากอัตราภาษีสรรพสามิตสำหรับน้ำมันเบนซินแก๊สโซฮอล์ทุกประเภทเป็นอัตราเดียวกันมิได้แยกอัตราภาษีสรรพสามิต สำหรับน้ำมันเบนซินแก๊สโซฮอล์ 91 เป็นการเฉพาะ ดังนั้น การปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตในกรณีนี้ จึงต้องปรับลดภาษีสรรพสามิตสำหรับน้ำมันเบนซินแก๊สโซฮอล์ 95 ลงในอัตรา 1 บาทต่อลิตรด้วย</p>
<p>3.ปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตสำหรับน้ำมันเบนซินแก๊สโซฮอล์อื่นๆ ดังนี้</p>
<p>(1) น้ำมันแก๊สโซฮอล์ อี 10 ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนด มีอัตราภาษีตามปริมาณในอัตราลิตรละ 4.950 บาท จากเดิมที่กำหนดไว้ในอัตราตามปริมาณลิตรละ 5.850 บาท</p>
<p>(2) น้ำมันแก๊สโซฮอล์ อี 20 ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนด มีอัตราภาษีตามปริมาณในอัตราลิตรละ 4.400 บาท จากเดิมที่กำหนดไว้ในอัตราตามปริมาณลิตรละ 5.20 บาท</p>
<p>(3) น้ำมันแก๊สโซฮอล์ อี 85 ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนด มีอัตราภาษีตามปริมาณในอัตราลิตรละ 0.825 บาท จากเดิมที่กำหนดไว้ในอัตราตามปริมาณลิตรละ 0.975 บาท</p>
<p>ทั้งนี้ มีผลตั้งแต่วันที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566 ถึงวันที่ 31 มกราคม พ.ศ.2567</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/thaigov-news-update-31102566-fuel/">ครม. มีมติรับทราบมาตรการลดภาระค่าใช้จ่ายด้านน้ำมันเชื้อเพลิงให้แก่ประชาชน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/thaigov-news-update-31102566-fuel/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ครม. มีมติอนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงกำหนดพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ….</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/thaigov-news-update-31102566-gasohol-91/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/thaigov-news-update-31102566-gasohol-91/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 01 Nov 2023 08:33:27 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมันเบนซิน]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91]]></category>
		<category><![CDATA[ปรับลดอัตราภาษีสินค้าน้ำมัน]]></category>
		<category><![CDATA[อัตราภาษีสรรพสามิต]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=30811</guid>

					<description><![CDATA[<p>การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม พ.ศ.2566  ซึ่งมี เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานการประชุม ณ ห้องประชุม 501 ตึกบัญชาการ 1 โดย ครม. มีมติอนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงกำหนดพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. &#8230;. ตามที่กระทรวงพลังงานเสนอ และมอบหมายกระทรวงพลังงานใช้กลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อปรับราคาขายปลีกให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของคณะรัฐมนตรีในการลดราคาขายปลีกน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91 ต่อไป สาระสำคัญและข้อเท็จจริง ตามที่รัฐบาลได้มีนโยบายเร่งด่วนในการลดค่าครองชีพประชาชนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศผ่านการลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน ซึ่งเป็นต้นทุนของกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการดำรงชีวิตของประชาชน&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/thaigov-news-update-31102566-gasohol-91/">ครม. มีมติอนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงกำหนดพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ….</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม พ.ศ.2566  ซึ่งมี เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานการประชุม ณ ห้องประชุม 501 ตึกบัญชาการ 1 โดย ครม. มีมติอนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงกำหนดพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. &#8230;. ตามที่กระทรวงพลังงานเสนอ และมอบหมายกระทรวงพลังงานใช้กลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อปรับราคาขายปลีกให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของคณะรัฐมนตรีในการลดราคาขายปลีกน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91 ต่อไป</strong></p>
<p><span id="more-30811"></span></p>
<p><strong>สาระสำคัญและข้อเท็จจริง</strong></p>
<p>ตามที่รัฐบาลได้มีนโยบายเร่งด่วนในการลดค่าครองชีพประชาชนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศผ่านการลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน ซึ่งเป็นต้นทุนของกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการดำรงชีวิตของประชาชน โดยรัฐบาลจะสนับสนุนให้เกิดการบริหารจัดการราคาพลังงานทั้งค่าไฟฟ้า ค่าก๊าซหุงต้ม และค่าน้ำมันเชื้อเพลิงให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมต่อไป ทั้งนี้ ที่ผ่านมารัฐบาลได้สั่งการให้หน่วยงานภาครัฐดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องมาโดยตลอด เช่น การลดอัตราค่าไฟ การลดค่าโดยสารรถไฟฟ้า เป็นต้น ซึ่งกระทรวงการคลังโดยกรมสรรพสามิตได้สนับสนุนนโยบายภาครัฐในการรักษาเสถียรภาพราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลให้ต่ำกว่า 30 บาทต่อลิตร โดยลดอัตราภาษีน้ำมันดีเซลลง 2.50 บาทต่อลิตร เป็นระยะเวลากว่า 3 เดือน ตั้งแต่ 20 กันยายน &#8211; 31 ธันวาคม  พ.ศ.2566 อย่างไรก็ตาม การดำเนินมาตรการด้านภาษีสรรพสามิตที่ผ่านมามุ่งเน้นไปที่เชื้อเพลิงที่ใช้ในภาคขนส่งสาธารณะและต้นทุนอุตสาหกรรมเป็นสำคัญ (น้ำมันดีเซลและน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องบินไอพ่น)</p>
<p>ดังนั้น เพื่อให้นโยบายในการลดค่าครองชีพประชาชนส่งผลครอบคลุมทั่วถึงยิ่งขึ้น ประกอบกับการที่ราคาน้ำมันดิบมีแนวโน้มผันผวนจากปัจจัยการปรับราคาตามฤดูกาลและอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นเมื่อเริ่มเข้าสู่ฤดูหนาวของทวีปยุโรปและอเมริกา และปัจจัยสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮามาส รัฐบาลจึงเห็นควรให้ดำเนินมาตรการภาษีสรรพสามิตในสินค้าน้ำมันเบนซินเป็นลำดับถัดไป ทั้งนี้ การลดอัตราภาษีน้ำมันเบนซินจะเป็นมาตรการระยะสั้น เพื่อประเมินสถานการณ์และปัจจัยแวดล้อมที่มีผลต่อการปรับตัวของราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศอย่างใกล้ชิด</p>
<p><strong>สาระสำคัญของร่างกฎหมาย </strong></p>
<p>ปรับลดอัตราภาษีสินค้าน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันประเภทน้ำมันเบนซินลง 1 บาทต่อลิตร โดยให้อนุพันธ์ของน้ำมันดังกล่าวมีการปรับลดอัตราภาษีตามสัดส่วนเนื้อน้ำมันที่ผสมอยู่ ตั้งแต่วันที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566 ถึงวันที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2567 และหลังจากนั้นให้อัตราภาษีกลับสู่อัตราเดิมก่อนการปรับลด โดยมีรายละเอียดของอัตราภาษี ดังต่อไปนี้</p>
<p>(1) น้ำมันเบนซินชนิดไร้สารตะกั่ว อัตราภาษีที่ใช้ในปัจจุบัน 6.50 บาทต่อลิตร อัตราภาษีที่เสนอใหม่ 5.50 บาทต่อลิตร</p>
<p>(2) น้ำมันเบนซินนอกจาก (1) อัตราภาษีที่ใช้ในปัจจุบัน 6.50 บาทต่อลิตร อัตราภาษีที่เสนอใหม่ 5.50 บาทต่อลิตร</p>
<p>(3) น้ำมันแก๊สโซฮอล์ อี 10 ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนด อัตราภาษีที่ใช้ในปัจจุบัน 5.850 บาทต่อลิตร อัตราภาษีที่เสนอใหม่ 4.950 บาทต่อลิตร</p>
<p>(4) น้ำมันแก๊สโซฮอล์ อี 20 ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนด อัตราภาษีที่ใช้ในปัจจุบัน 5.200 บาทต่อลิตร อัตราภาษีที่เสนอใหม่ 4.40 บาทต่อลิตร</p>
<p>(5) น้ำมันแก๊สโซฮอล์ อี 85 ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนด อัตราภาษีที่ใช้ในปัจจุบัน 0.975 บาทต่อลิตร อัตราภาษีที่เสนอใหม่ 0.825 บาทต่อลิตร</p>
<p><strong>ประโยชน์และผลกระทบ</strong></p>
<p>การลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันเบนซิน จะช่วยลดค่าครองชีพด้านการเดินทางของประชาชน และเมื่อรวมกับมาตรการช่วยเหลือภาครัฐด้านอื่นก็จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนลงได้ รวมทั้งกระตุ้นเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศมากขึ้น</p>
<p>ทั้งนี้ กรมสรรพสามิตจะสูญเสียรายได้จากการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตสินค้าน้ำมัน และผลิตภัณฑ์น้ำมัน ประมาณ 2,700 ล้านบาท (คาดการณ์จากสถิติปริมาณการเสียภาษีในปีงบประมาณ 2566 ทั้งนี้ การลดอัตราภาษีน้ำมันเบนซิน 1 บาทต่อลิตร จะสูญเสียรายได้ประมาณ 900 ล้านบาทต่อเดือน ดังนั้น การลดอัตราภาษีลง 1 บาทต่อลิตร เป็นระยะเวลา 3 เดือน จะส่งผลให้สูญเสียรายได้ภาษี ประมาณ 2,700 ล้านบาท)</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/thaigov-news-update-31102566-gasohol-91/">ครม. มีมติอนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงกำหนดพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ….</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/thaigov-news-update-31102566-gasohol-91/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
