<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ปัญหาน้ำประปาเค็ม | Green Network</title>
	<atom:link href="https://www.greennetworkthailand.com/tag/%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9b%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b9%87%e0%b8%a1/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Fri, 20 Aug 2021 08:15:10 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.0</generator>

<image>
	<url>https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/green-network-50x50.png</url>
	<title>ปัญหาน้ำประปาเค็ม | Green Network</title>
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>วิศวกรรมสิ่งแวดล้อมกับภาวะน้ำประปาเค็ม</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%b0%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9b%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b9%87%e0%b8%a1/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%b0%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9b%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b9%87%e0%b8%a1/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 05 May 2020 04:50:24 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Article]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการปัญหาน้ำประปาเค็ม]]></category>
		<category><![CDATA[การผลิตน้ำประปา]]></category>
		<category><![CDATA[ณัฐวิญญ์ ชวเลิศพรศิยา]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำประปา]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำประปาเค็ม]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหาน้ำประปาเค็ม]]></category>
		<category><![CDATA[พัชรียา รุ่งกิจวัฒนานุกูล]]></category>
		<category><![CDATA[พิสุทธิ์ เพียรมนกุล]]></category>
		<category><![CDATA[ภาวะน้ำประปาเค็ม]]></category>
		<category><![CDATA[วิศวกรรมสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[แก้ไขปัญหาน้ำประปาเค็ม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=13267</guid>

					<description><![CDATA[<p>จากสถานการณ์น้ำประปาเค็มในเขตกรุงเทพมหานครในช่วงต้นปีที่ผ่านมา นำมาซึ่งคำถามของภาคประชาชนถึงสาเหตุและการนำน้ำประปามาใช้อุปโภค-บริโภค โดยน้ำประปาที่จ่ายให้แก่ประชาชนในพื้นที่กรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออกในช่วงดังกล่าวมีค่าความเข้มข้นของคลอไรด์สูงกว่าค่ามาตรฐานน้ำประปาดื่มได้ ที่กำหนดให้น้ำประปามีปริมาณคลอไรด์ไม่เกิน 250 มิลลิกรัมต่อลิตร[1] และมีช่วงเวลาเกิดน้ำประปาเค็ม 6-12 ชั่วโมงต่อวัน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพหากนำไปบริโภค โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับประชาชนที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงทั้งเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยที่มีอาการบางประการ เช่น โรคไตหรือความดันโลหิตสูง โดยน้ำประปาเค็มมีสาเหตุมาจากแหล่งน้ำดิบที่นำมาใช้ผลิตน้ำประปาถูกน้ำทะเลรุกล้ำ เนื่องจากภาวะภัยแล้งที่ทำให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำมีไม่เพียงพอในการผลักดันน้ำเค็ม เมื่อน้ำทะเลรุกล้ำขึ้นมาถึงจุดที่มีการผันน้ำเข้าคลองประปา จึงทำให้น้ำดิบที่เข้าสู่ระบบผลิตน้ำประปามีค่าความเข้มข้นของคลอไรด์สูงกว่าปกติ ซึ่งระบบการผลิตน้ำประปาที่ใช้กันอยู่ทั่วไปนั้นไม่สามารถกำจัดคลอไรด์ในน้ำได้ จึงทำให้เกิดภาวะ “น้ำประปาเค็ม” น้ำประปาเค็มจะพบได้บ่อยครั้งในช่วงฤดูแล้ง และจะทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นในช่วงเวลาประเทศไทยได้รับผลกระทบจากปรากฏการณ์เอลนีโญ (El Nino) ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่อุณหภูมิผิวน้ำทะเลตอนกลางและตะวันออกของมหาสมุทรแปซิฟิกแถบเขตศูนย์สูตรมีอุณหภูมิสูงกว่าค่าปกติตั้งแต่ 0.5ºC ขึ้นไป&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%b0%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9b%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b9%87%e0%b8%a1/">วิศวกรรมสิ่งแวดล้อมกับภาวะน้ำประปาเค็ม</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>จากสถานการณ์น้ำประปาเค็มในเขตกรุงเทพมหานครในช่วงต้นปีที่ผ่านมา นำมาซึ่งคำถามของภาคประชาชนถึงสาเหตุและการนำน้ำประปามาใช้อุปโภค-บริโภค โดยน้ำประปาที่จ่ายให้แก่ประชาชนในพื้นที่กรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออกในช่วงดังกล่าวมีค่าความเข้มข้นของคลอไรด์สูงกว่าค่ามาตรฐานน้ำประปาดื่มได้ ที่กำหนดให้น้ำประปามีปริมาณคลอไรด์ไม่เกิน 250 มิลลิกรัมต่อลิตร[1] และมีช่วงเวลาเกิดน้ำประปาเค็ม 6-12 ชั่วโมงต่อวัน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพหากนำไปบริโภค โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับประชาชนที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงทั้งเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยที่มีอาการบางประการ เช่น โรคไตหรือความดันโลหิตสูง</strong></p>
<p><span id="more-13267"></span></p>
<p>โดยน้ำประปาเค็มมีสาเหตุมาจากแหล่งน้ำดิบที่นำมาใช้ผลิตน้ำประปาถูกน้ำทะเลรุกล้ำ เนื่องจากภาวะภัยแล้งที่ทำให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำมีไม่เพียงพอในการผลักดันน้ำเค็ม เมื่อน้ำทะเลรุกล้ำขึ้นมาถึงจุดที่มีการผันน้ำเข้าคลองประปา จึงทำให้น้ำดิบที่เข้าสู่ระบบผลิตน้ำประปามีค่าความเข้มข้นของคลอไรด์สูงกว่าปกติ ซึ่งระบบการผลิตน้ำประปาที่ใช้กันอยู่ทั่วไปนั้นไม่สามารถกำจัดคลอไรด์ในน้ำได้ จึงทำให้เกิดภาวะ “น้ำประปาเค็ม”</p>
<figure id="attachment_13271" aria-describedby="caption-attachment-13271" style="width: 650px" class="wp-caption aligncenter"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="wp-image-13271 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/05/salty-tap-water-02.jpg" alt="การรักษาผู้ป่วยโรคไตด้วยการฟอกไต" width="650" height="333" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/05/salty-tap-water-02.jpg 650w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/05/salty-tap-water-02-300x154.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/05/salty-tap-water-02-150x77.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/05/salty-tap-water-02-500x256.jpg 500w" sizes="(max-width: 650px) 100vw, 650px" /><figcaption id="caption-attachment-13271" class="wp-caption-text">การรักษาผู้ป่วยโรคไตด้วยการฟอกไต<br />ที่มา : https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/797119</figcaption></figure>
<p><strong>น้ำประปาเค็ม</strong>จะพบได้บ่อยครั้งในช่วงฤดูแล้ง และจะทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นในช่วงเวลาประเทศไทยได้รับผลกระทบจากปรากฏการณ์เอลนีโญ (El Nino) ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่อุณหภูมิผิวน้ำทะเลตอนกลางและตะวันออกของมหาสมุทรแปซิฟิกแถบเขตศูนย์สูตรมีอุณหภูมิสูงกว่าค่าปกติตั้งแต่ 0.5ºC ขึ้นไป ส่งผลให้เกิดพายุฝนที่รุนแรงบริเวณชายฝั่งของทวีปอเมริกาใต้ ในขณะที่ประเทศที่อยู่ทางชายฝั่งตะวันตกของมหาสมุทรแปซิฟิก อาทิ ประเทศออสเตรเลีย อินโดนีเซีย ไทย จะเกิดความแห้งแล้งมากผิดปกติ[2] ปรากฏการณ์เอลนีโญจะส่งผลให้ประเทศไทยเกิดความแห้งแล้งในระหว่างเดือนมกราคม-พฤษภาคม และพบว่าสามารถเกิดผลกระทบในระดับรุนแรงติดต่อกัน 4-8 สัปดาห์ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้มีฤดูแล้งที่ยาวนานและเกิดการขาดแคลนน้ำอุปโภค-บริโภคในหลายพื้นที่ ตลอดจนน้ำที่ใช้เพื่อการเกษตรไม่เพียงพอ และขาดแคลนน้ำจืดสำหรับการรักษาระบบนิเวศท้ายน้ำ ซึ่งโดยทั่วไปจะต้องมีการควบคุมปริมาณน้ำไว้ไม่ต่ำกว่า 80 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อไม่ให้เกิดความเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศและตลิ่งแม่น้ำลำคลอง จึงเกิดการรุกล้ำของน้ำเค็มเข้ามาในแม่น้ำที่เชื่อมต่อกับอ่าวไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “แม่น้ำเจ้าพระยา” ซึ่งในแต่ละปีจะมีความรุนแรงของการรุกล้ำของน้ำเค็มที่แตกต่างกัน ในบางปีน้ำเค็มสามารถรุกล้ำเข้ามาในแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นระยะไกลกว่า 90 กิโลเมตรจากปากแม่น้ำที่ลงสู่อ่าวไทย ส่งผลกระทบต่อคุณภาพแหล่งน้ำและระบบนิเวศในวงกว้าง สามารถสังเกตได้จากคุณภาพของน้ำประปาที่เปลี่ยนแปลงไปเช่น มีรสกร่อย</p>
<figure id="attachment_13270" aria-describedby="caption-attachment-13270" style="width: 480px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" class="wp-image-13270 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/05/salty-tap-water-03.jpg" alt="พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะน้ำประปาเค็ม" width="480" height="600" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/05/salty-tap-water-03.jpg 480w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/05/salty-tap-water-03-240x300.jpg 240w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/05/salty-tap-water-03-150x188.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/05/salty-tap-water-03-400x500.jpg 400w" sizes="(max-width: 480px) 100vw, 480px" /><figcaption id="caption-attachment-13270" class="wp-caption-text">พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะน้ำประปาเค็ม<br />ที่มา : https://www.facebook.com/MWAthailand</figcaption></figure>
<p>อย่างไรก็ตาม <strong>ภาวะน้ำประปาเค็ม</strong>มักพบได้ในพื้นที่กรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออกเท่านั้น เนื่องจากพื้นที่นี้รับน้ำประปาจากโรงงานผลิตน้ำประปา 3 แห่ง ได้แก่ โรงงานผลิตน้ำสามเสน โรงงานผลิตน้ำบางเขน และโรงงานผลิตน้ำธนบุรี ภายใต้การดูแลของการประปานครหลวง (กปน.) ซึ่งโรงประปาเหล่านี้รับน้ำดิบจากแม่น้ำเจ้าพระยาที่จุดรับน้ำ ต.สำแล อ.เมือง จ.ปทุมธานี ซึ่งมีระยะทางห่างจากอ่าวไทยประมาณ 90 กิโลเมตร ดังนั้น ในช่วงฤดูแล้งที่น้ำทะเลรุกล้ำเข้ามาในแม่น้ำจึงมีความเสี่ยงที่จะทำให้น้ำดิบที่เข้าสู่โรงประปาทั้ง 3 แห่ง มีความเค็มสูงขึ้น เนื่องจากโรงงานผลิตน้ำประปาในประเทศไทยเป็นกระบวนการที่มุ่งเน้นในการกำจัดความขุ่นและการฆ่าเชื้อโรคจากแหล่งน้ำผิวดิน โดยมีขั้นตอนในการผลิตน้ำประปาเริ่มจากการรวมตะกอนที่แขวนลอยในน้ำ โดยการเติมสารเคมีและปรับค่าพีเอช จากนั้นจึงทำการตกตะกอนเพื่อแยกของแข็งแขวนลอยเหล่านี้ออก ก่อนจะผ่านเข้าสู่กระบวนการกรองที่จะทำให้ได้น้ำใสออกมา และผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อโรคด้วยคลอรีนก่อนจ่ายออกสู่ผู้ใช้น้ำ ซึ่งจะเห็นได้ว่ากระบวนการทั้งหมดที่มีอยู่ในระบบผลิตนั้น ไม่มีระบบใดเลยที่ออกแบบมาเพื่อจัดการกับกรณีที่น้ำดิบมีปริมาณคลอไรด์สูง จึงทำให้ปัญหาน้ำทะเลรุกล้ำส่งผลโดยตรงต่อความเค็มของน้ำประปา</p>
<figure id="attachment_13269" aria-describedby="caption-attachment-13269" style="width: 420px" class="wp-caption alignright"><img decoding="async" class="wp-image-13269" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/05/salty-tap-water-04.jpg" alt="กระบวนการผลิตน้ำประปาที่ใช้อยู่ในประเทศไทย" width="420" height="840" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/05/salty-tap-water-04.jpg 800w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/05/salty-tap-water-04-150x300.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/05/salty-tap-water-04-768x1536.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/05/salty-tap-water-04-512x1024.jpg 512w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/05/salty-tap-water-04-250x500.jpg 250w" sizes="(max-width: 420px) 100vw, 420px" /><figcaption id="caption-attachment-13269" class="wp-caption-text">กระบวนการผลิตน้ำประปาที่ใช้อยู่ในประเทศไทย<br />ที่มา : https://www.pwa.co.th/contents/service/treatment</figcaption></figure>
<p>ทางเลือกหนึ่งที่โรงงานผลิตน้ำประปาใช้ในการรับมือสถานการณ์น้ำทะเลรุกล้ำ คือการหยุดผลิตน้ำประปาในช่วงที่เกิดน้ำทะเลหนุนสูง แต่ก็เป็นทางเลือกที่ทำได้ชั่วคราวในกรณีที่น้ำทะเลหนุนเพียง 2-3 ชั่วโมงต่อวัน แต่ในกรณีที่น้ำทะเลหนุนสูงติดต่อกันนาน 6-8 ชั่วโมงต่อวัน การประปานครหลวงจะไม่สามารถหยุดกระบวนการผลิตน้ำประปาได้เพราะน้ำประปาที่สำรองไว้มีปริมาณไม่เพียงพอต่อการส่งจ่ายให้แก่ประชาชนในพื้นที่รับผิดชอบ</p>
<p>นอกจากระบบผลิตน้ำประปาที่ใช้อยู่ในประเทศไทยจะไม่สามารถกำจัดคลอไรด์ออกจากน้ำได้แล้ว เครื่องกรองน้ำส่วนใหญ่ที่เราใช้กันตามบ้านเรือนเองก็มีเพียงแค่บางประเภทเท่านั้นที่สามารถจัดการ<strong>ปัญหาน้ำประปาเค็ม</strong>ได้ โดยจะต้องเป็นเครื่องกรองน้ำที่มีระบบ Reverse Osmosis หรือ RO เท่านั้นที่สามารถกำจัดคลอไรด์ออกจากน้ำได้ ทำให้ในหลายบ้านที่มีการใช้งานเครื่องกรองน้ำซึ่งโดยปกติจะใช้ในการจัดการกับความขุ่น กลิ่นและรสในน้ำด้วยการกรองด้วยเมมเบรนประเภทอื่นๆ และการดูดซับด้วยถ่านกัมมันต์ (Activated Carbon หรือ Activated Charcoal) ยังคงได้รับผลกระทบจาก<strong>ภาวะน้ำประปาเค็ม</strong>นี้</p>
<p><strong>น้ำประปา</strong>ที่มีความเค็มสูงเกิดค่ามาตรฐานนี้สามารถนำมาใช้ในการอุปโภคได้ตามปกติ แต่สำหรับการบริโภคแล้วอาจทำให้เกิดรสที่ไม่พึงประสงค์ ซึ่งหากเป็นผู้ใช้น้ำที่ไม่ได้มีปัญหาสุขภาพ การบริโภคน้ำที่มีความเค็มเกิดค่ามาตรฐานเป็นระยะเวลาสั้นๆ อาจจะไม่ก่อให้เกิดผลกระทบ แต่สำหรับบ้านเรือนที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงนั้น คงต้องพิจารณาแนวทางแก้ปัญหาที่ปลายทางเป็นประการแรก เพื่อป้องกันการเกิดปัญหาสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นจากการบริโภคน้ำประปาที่มีความเค็ม อาทิ การเปลี่ยนเครื่องกรองน้ำเป็นประเภทที่สามารถจัดการกับคลอไรด์ในน้ำได้ หรือการซื้อน้ำดื่มบรรจุขวดสำหรับการบริโภค</p>
<p>ส่วนการแก้ไขปัญหาที่ต้นทางนั้น จะต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาครัฐ หน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบในการผลิตน้ำประปา และภาคประชาชนที่เป็นผู้ใช้น้ำ โดยแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำทะเลรุกล้ำและ<strong>ภาวะน้ำประปาเค็ม</strong> พอสรุปได้ดังนี้</p>
<ul>
<li><strong>ภาครัฐ</strong> ซึ่งเป็นภาคส่วนหลักในการบริหารจัดการน้ำ ควรมีระบบการแจ้งเตือนกรณีที่จะเกิดวิกฤตภัยแล้งหรือน้ำท่วม เพื่อทำให้ภาคส่วนอื่นๆ สามารถบริหารจัดการน้ำได้อย่างเหมาะสม ทั้งการสำรองน้ำสำหรับใช้เป็นแหล่งน้ำดิบ หรือการผันน้ำเพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วม รวมไปถึงทำงานร่วมกับหน่วยงานที่มีหน้าที่ผลิตน้ำประปาอย่างใกล้ชิด</li>
<li><strong>หน่วยงานที่มีหน้าที่ผลิตน้ำประปา</strong> ทั้งการประปานครหลวง การประปาส่วนภูมิภาค หรือหน่วยงานอื่นๆ ที่มีการดำเนินการในการผลิตน้ำประปา ควรพิจารณาแนวทางระยะยาวสำหรับ<strong>การแก้ไขปัญหาน้ำประปาเค็ม</strong>จากการรุกล้ำของน้ำทะเลในช่วงฤดูแล้ง ซึ่งมีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นในอนาคตจากผลกระทบของปรากฏการณ์เอลนีโญหรือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก เช่น
<ul>
<li><strong>การเลือกใช้เทคโนโลยีที่สามารถจัดการกับความเค็มของน้ำได้</strong> เช่น กระบวนการ Reverse Osmosis</li>
<li><strong>การหาแหล่งน้ำสำรองสำหรับภาวะน้ำทะเลรุกล้ำ</strong> เนื่องจากแม่น้ำเจ้าพระยามีต้นน้ำไหลผ่านมาตั้งแต่ภาคเหนือจนออกสู่อ่าวไทย ทำให้มีกิจกรรมที่มีความต้องการใช้น้ำอยู่ตลอดเส้นทางของแม่น้ำการพึ่งพาแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นแหล่งน้ำดิบเพียงแหล่งเดียว ย่อมทำให้เกิดความเสี่ยงในการขาดแคลนน้ำในช่วงฤดูแล้งอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้</li>
<li><strong>การเปลี่ยนจุดผันน้ำเข้าสู่คลองประปา</strong> เช่น ย้ายจุดผันน้ำให้ลึกเข้าไปจากอ่าวไทยอีก เพื่อลดความเสี่ยงจากการรุกล้ำของน้ำทะเลอย่างไรก็ตาม แนวทางแก้ไขปัญหาเหล่านี้ย่อมต้องมีการลงทุนจนส่งผลต่อต้นทุนในการผลิตน้ำประปา จึงต้องมีการทำงานร่วมกับภาครัฐในการหาทางออกในด้านรูปแบบการลงทุนหรือมาตรการช่วยเหลือเพื่อลดภาระค่าน้ำประปาที่สูงขึ้นที่อาจส่งผลต่อประชาชนในระยะหนึ่ง</li>
</ul>
</li>
<li><strong>ผู้ใช้น้ำ</strong> ซึ่งอาจแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่ม ได้แก่
<ul>
<li><strong>ผู้ใช้น้ำบริเวณต้นน้ำ</strong> ซึ่งกลุ่มผู้ใช้น้ำส่วนใหญ่จะเป็นเกษตรกรอาจต้องลดกิจกรรมการเพาะปลูกในช่วงเวลาที่เกิดปัญหาน้ำแล้ง หรือการเปลี่ยนชนิดพืชที่ปลูกให้เหมาะสมกับสภาวะที่มีน้ำน้อยเพื่ออนุรักษ์น้ำจืดให้มีปริมาณเพียงพอในการผลักดันน้ำทะเลที่รุกล้ำขึ้นมาในหน้าแล้ง ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการรักษาระบบนิเวศ ป้องกันการเกิดภาวะคุณภาพดินเสื่อมโทรม และป้องกันการพังทลายของตลิ่งที่จะเป็นปัญหาในระยะยาวหากเกิดขึ้น รวมไปถึงพิจารณาการปรับพื้นที่เพื่อสำรองน้ำ เช่น การขุดบ่อหรืออ่างเก็บน้ำขนาดเล็กในพื้นที่ เป็นต้น</li>
<li><strong>ผู้ใช้น้ำบริเวณท้ายน้ำ</strong> ซึ่งส่วนใหญ่ก็คือประชาชนที่ใช้น้ำประปาในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล สามารถมีส่วนร่วมได้โดยการใช้น้ำอย่างประหยัดและให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยเฉพาะในช่วงที่เกิดภาวะภัยแล้ง เพื่อให้ปริมาณน้ำสำรองที่หน่วยงานต่างๆ ได้เตรียมการไว้สามารถใช้ได้เพียงพออีกทั้งอาจพิจารณาการสำรองน้ำจากแหล่งอื่นไว้ใช้งาน อาทิ การทำระบบรองรับน้ำฝนเพื่อนำประโยชน์ในด้านต่างๆ ซึ่งเป็นแนวทางหนึ่งที่หลายประเทศทั่วโลกหันมาให้ความสนใจ</li>
</ul>
</li>
</ul>
<p><strong>ปัญหาน้ำประปาเค็มนี้ แม้จะเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อผู้ใช้น้ำในเขตกรุงเทพฯ เป็นหลัก แต่แท้จริงแล้วเป็นเพียงสัญญาณหนึ่งของปัญหาน้ำแล้งและการรุกล้ำของน้ำทะเล ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัญหาใหญ่ของประเทศที่ย่อมส่งผลต่อผู้ใช้น้ำทุกคนไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง การแก้ไขปัญหาก็เป็นเช่นเดียวกับปัญหาที่มีความซับซ้อนอื่นๆ ที่ต้องการความเข้าใจและความร่วมมือของหลายภาคส่วนในการจัดการปัญหาอย่างเป็นระบบและสอดประสานกัน เพื่อให้แนวทางที่เลือกใช้มุ่งไปสู่การแก้ไขปัญหาได้อย่างแท้จริง</strong></p>
<hr />
<p>Source: นิตยสาร Green Network ฉบับที่ 97 มกราคม-กุมภาพันธ์ 2563 คอลัมน์ GREEN Article<br />
โดย ศ. ดร.พิสุทธิ์ เพียรมนกุล, ดร.พัชรียา รุ่งกิจวัฒนานุกูล, ดร.ณัฐวิญญ์ ชวเลิศพรศิยา</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%b0%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9b%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b9%87%e0%b8%a1/">วิศวกรรมสิ่งแวดล้อมกับภาวะน้ำประปาเค็ม</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%b0%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9b%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b9%87%e0%b8%a1/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
