<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ปี 2563 | Green Network</title>
	<atom:link href="https://www.greennetworkthailand.com/tag/%E0%B8%9B%E0%B8%B5-2563/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Fri, 20 Aug 2021 08:17:45 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.8.5</generator>

<image>
	<url>https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/green-network-50x50.png</url>
	<title>ปี 2563 | Green Network</title>
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>สวทช. โชว์ผลงานวิจัยเด่นปี 63 ตอบโจทย์ยุทธศาสตร์ชาติ พร้อมขยายผลสู่การใช้จริง</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%97%e0%b8%8a-%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%a2-%e0%b8%9b%e0%b8%b5-63/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%97%e0%b8%8a-%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%a2-%e0%b8%9b%e0%b8%b5-63/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 10 Feb 2021 03:59:59 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[นิทรรศการ]]></category>
		<category><![CDATA[ปี 2563]]></category>
		<category><![CDATA[ผลงานวิจัย]]></category>
		<category><![CDATA[สวทช.]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=16042</guid>

					<description><![CDATA[<p>กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) แถลงข่าวสรุปผลงาน สวทช. ประจำปี 2563 ต่อสื่อมวลชน พร้อมโชว์นิทรรศการตัวอย่างความสำเร็จผลงานวิจัยของ สวทช. และหน่วยงานพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชนในรูปแบบ Social Distancing ภายใต้งาน NSTDA Beyond Limits: 3 Decades of Impacts (3 ทศวรรษ แห่งความต่อเนื่อง ความสำคัญและผลกระทบ)&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%97%e0%b8%8a-%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%a2-%e0%b8%9b%e0%b8%b5-63/">สวทช. โชว์ผลงานวิจัยเด่นปี 63 ตอบโจทย์ยุทธศาสตร์ชาติ พร้อมขยายผลสู่การใช้จริง</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) แถลงข่าวสรุปผลงาน สวทช. ประจำปี 2563 ต่อสื่อมวลชน พร้อมโชว์นิทรรศการตัวอย่างความสำเร็จผลงานวิจัยของ สวทช. และหน่วยงานพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชนในรูปแบบ Social Distancing ภายใต้งาน NSTDA Beyond Limits: 3 Decades of Impacts (3 ทศวรรษ แห่งความต่อเนื่อง ความสำคัญและผลกระทบ) โดยในปี 2564 ถือเป็นปีที่มีความพิเศษคือ สวทช. ก้าวเข้าสู่ปีที่ 30 ของการก่อตั้งในฐานะองค์กรวิจัยและพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมของประเทศ</strong><span id="more-16042"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-16043" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/02/narong-nstda.jpg" alt="ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล" width="680" height="453" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/02/narong-nstda.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/02/narong-nstda-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/02/narong-nstda-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/02/narong-nstda-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล</strong></span> <strong>ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)</strong> กล่าวว่า ตลอดปี 2563 ที่ผ่านมา สวทช. ยังมุ่งมั่นสร้างผลงานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ยุทธศาสตร์ชาติ และสามารถต่อยอดขยายผลไปสู่การใช้ประโยชน์ในทุกภาคส่วน สร้างมูลค่าผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมได้ถึง 7.13 เท่าของค่าใช้จ่าย หรือ 66,255 ล้านบาท ผลักดันให้เกิดการลงทุนด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมในภาคการผลิตและบริการมูลค่า 13,796 ล้านบาท มีบทความตีพิมพ์ในวารสารนานาชาติ 538 บทความ และจดทรัพย์สินทางปัญญา 451 คำขอ โดยปัจจุบัน สวทช. เป็นอันดับ 1 ของประเทศในการจดทรัพย์สินทางปัญญา</p>
<p>“สำหรับตัวอย่างผลงานวิจัยเด่น สวทช. ด้านการพัฒนาอุตสาหกรรมของประเทศ อาทิ แบตเตอรี่ 20C มีการพัฒนาและติดตั้งกับระบบกำเนิดไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ที่โรงไฟฟ้าทับสะแก และระบบกำเนิดไฟฟ้าจากกังหันลมที่โรงไฟฟ้าลำตะคอง G Rock นวัตกรรมวัสดุเม็ดมวลเบาสังเคราะห์ ทำจากวัสดุพลอยได้จากอุตสาหกรรมแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร ช่วยลดภาระน้ำหนักโครงสร้างอาคารมากกว่า 20% พร้อมจำหน่ายเชิงพาณิชย์ภายใต้ชื่อ Green Rock น้ำมัน B10 มีการทดสอบร่วมกับบริษัทผู้ผลิตรถกระบะจนเป็นที่ยอมรับ การตรวจโรคใบด่างมันสำปะหลังด้วยเทคนิค ELISA สามารถคัดกรองท่อนพันธุ์เพื่อป้องกันโรคมากกว่า 700,000 ตัวอย่าง คิดเป็นพื้นที่ 437 ไร่ และถ่ายทอดวิธีการตรวจให้บริษัทเอกชน 14 บริษัท นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยี PCA Emitter เสาอากาศตัวนำไฟฟ้าเชิงแสงตัวกำเนิดสัญญาณเทระเฮิรตซ์ของคนไทยที่มีประสิทธิภาพดี ราคาถูก ซึ่งปัจจุบันผลิตต้นแบบส่งขายให้บริษัทจีน และชุดตรวจไฮบริดชัวร์ (HybridSure) เทคโนโลยีที่ช่วยตรวจสอบความบริสุทธิ์เมล็ดพันธุ์ลูกผสมได้อย่างแม่นยำและรวดเร็ว ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการส่งออกเมล็ดพันธุ์ไปสู่ตลาดโลก”</p>
<p><strong>ดังนั้น ภารกิจด้านการพัฒนาและสร้างเสริมบุคลากรวิจัย สวทช. สร้างบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่มีศักยภาพให้แก่ประเทศผ่านการให้ทุน 708 ทุน สนับสนุนนักศึกษาและบุคลากรวิจัยทั้งในและต่างประเทศ ร่วมวิจัยในห้องปฏิบัติการศูนย์วิจัยแห่งชาติ 569 คน นอกจากนี้ยังมีความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยจำนวน 8 แห่ง ในการพัฒนาบัณฑิตวิจัยคุณภาพสูง เพื่อเป็นกำลังสำคัญพัฒนาประเทศ</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%97%e0%b8%8a-%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%a2-%e0%b8%9b%e0%b8%b5-63/">สวทช. โชว์ผลงานวิจัยเด่นปี 63 ตอบโจทย์ยุทธศาสตร์ชาติ พร้อมขยายผลสู่การใช้จริง</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%97%e0%b8%8a-%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%a2-%e0%b8%9b%e0%b8%b5-63/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สนพ. สรุปสถานการณ์พลังงานปี 2563 และแนวโน้มปี 2564</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%9b%e0%b8%b5-2563-2564/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%9b%e0%b8%b5-2563-2564/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 21 Jan 2021 03:15:31 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[LPG]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซธรรมชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[ความต้องการใช้พลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ถ่านหิน]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมัน]]></category>
		<category><![CDATA[ปี 2563]]></category>
		<category><![CDATA[ปี 2564]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานทดแทน]]></category>
		<category><![CDATA[วัฒนพงษ์ คุโรวาท]]></category>
		<category><![CDATA[สถานการณ์พลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[เชื้อเพลิง]]></category>
		<category><![CDATA[แนวโน้มพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ไฟฟ้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=15781</guid>

					<description><![CDATA[<p>สนพ. เปิดเผยถึงสถานการณ์พลังงานปี 2563 ความต้องการใช้พลังงานลดลง 5.8% จากการใช้น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ และถ่านหิน/ลิกไนต์ ที่ลดลง ในขณะที่การใช้พลังงานทดแทนเพิ่มขึ้น 0.4% ด้านแนวโน้มการใช้พลังงานในปี 2564 สนพ. ได้มีการพยากรณ์โดยอ้างอิงสมมุติฐานด้านเศรษฐกิจ และนโยบายที่เกี่ยวข้องมาเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อการใช้พลังงาน คำนึงถึงภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่ที่เกิดขึ้น โดยประมาณการความต้องการใช้พลังงานค่อนข้างทรงตัว โดยคาดการณ์เพิ่มขึ้น 0.1-0.4% ส่วนความต้องการใช้พลังงานทดแทนคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 5% จากนโยบายส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนของภาครัฐ นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน เปิดเผยถึงสถานการณ์พลังงานปี 2563 พบว่า&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%9b%e0%b8%b5-2563-2564/">สนพ. สรุปสถานการณ์พลังงานปี 2563 และแนวโน้มปี 2564</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>สนพ. เปิดเผยถึงสถานการณ์พลังงานปี 2563 ความต้องการใช้พลังงานลดลง 5.8% จากการใช้น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ และถ่านหิน/ลิกไนต์ ที่ลดลง ในขณะที่การใช้พลังงานทดแทนเพิ่มขึ้น 0.4% ด้านแนวโน้มการใช้พลังงานในปี 2564 สนพ. ได้มีการพยากรณ์โดยอ้างอิงสมมุติฐานด้านเศรษฐกิจ และนโยบายที่เกี่ยวข้องมาเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อการใช้พลังงาน คำนึงถึงภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่ที่เกิดขึ้น โดยประมาณการความต้องการใช้พลังงานค่อนข้างทรงตัว โดยคาดการณ์เพิ่มขึ้น 0.1-0.4% ส่วนความต้องการใช้พลังงานทดแทนคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 5% จากนโยบายส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนของภาครัฐ</strong><span id="more-15781"></span></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท</strong></span> <strong>ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน</strong> เปิดเผยถึงสถานการณ์พลังงานปี 2563 พบว่า ความต้องการใช้พลังงานเกือบทุกชนิดเชื้อเพลิงลดลง ในขณะที่พลังงานทดแทนมีการใช้เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.4 ไฟฟ้านำเข้ามีการใช้เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.1 เนื่องจากปลายปี 2562 มีโรงไฟฟ้าพลังน้ำของประเทศลาวเริ่มจ่ายเข้าระบบจำนวน 3 โรง</p>
<h2>สรุปสถานการณ์พลังงานรายเชื้อเพลิงในปี 2563</h2>
<ul>
<li><strong>การใช้น้ำมันสำเร็จรูป</strong> ลดลงร้อยละ 11.5 โดยการใช้น้ำมันดีเซลลดลงร้อยละ 2.6 ส่วนหนึ่งมาจากการขนส่งผลผลิตทางการเกษตรที่ลดลงจากสถานการณ์ภัยแล้งช่วงต้นปี ประกอบกับปัญหาน้ำท่วมในหลายพื้นที่ในช่วงปลายปี รวมถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ส่งผลให้การใช้รถเพื่อเดินทางลดลง การใช้น้ำมันเบนซินและแก๊สโซฮอล์ ลดลงร้อยละ 1.2 จากมาตรการทำงานจากที่บ้าน (Work From Home) และลดการเดินทางข้ามจังหวัด การใช้น้ำมันเครื่องบิน ลดลงร้อยละ 61.8 เนื่องจากมาตรการระงับการบินจากต่างประเทศและลดการบินในประเทศ อย่างไรก็ตาม รัฐบาลมีนโยบายสนับสนุนการท่องเที่ยวในช่วงปลายปีทำให้การบินในประเทศเพิ่มขึ้น ขณะที่ การใช้ LPG ลดลงเกือบทุกสาขา โดยเฉพาะการใช้ในภาคขนส่ง ลดลงร้อยละ 26.3 จากการปรับลดลงของราคาขายปลีกน้ำมัน ส่งผลให้ผู้ใช้รถยนต์ LPG บางส่วนหันมาใช้น้ำมันทดแทน การใช้เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ลดลงร้อยละ 17.7 การใช้ในภาคอุตสาหกรรม ลดลงร้อยละ 7.9 และภาคครัวเรือนมีการใช้ลดลงร้อยละ 4.5</li>
<li><strong>การใช้ก๊าซธรรมชาติ</strong> ลดลงร้อยละ 8.2 โดยลดลงทุกสาขาเศรษฐกิจ ซึ่งลดลงตามภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ด้านการใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับรถยนต์ (NGV) ลดลงร้อยละ 28.5 จากผู้ใช้รถยนต์ NGV บางส่วนเปลี่ยนมาใช้น้ำมันเนื่องจากราคาไม่สูงมากนัก</li>
<li><strong>การใช้ถ่านหิน/ลิกไนต์</strong> เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.2 โดยเป็นการเพิ่มขึ้นจากการใช้ถ่านหินในภาคอุตสาหกรรม</li>
<li><strong>การใช้ไฟฟ้า</strong> ลดลงร้อยละ 2.9 โดยลดลงเกือบทุกสาขา โดยกลุ่มธุรกิจหลักที่มีการใช้ไฟฟ้าลดลงอย่างชัดเจน ได้แก่ โรงแรม ห้างสรรพสินค้า ภัตตาคารและไนต์คลับ ซึ่งมีผลมาจากมาตรการ Lock Down</li>
<li><strong>การปล่อยก๊าซ CO2</strong> จากการใช้พลังงานของประเทศไทย ปี 2563 ลดลงในทุกภาคเศรษฐกิจ ทั้งการผลิตไฟฟ้า ภาคขนส่ง ภาคอุตสาหกรรม และภาคเศรษฐกิจอื่นๆ โดยคาดว่าการปล่อย CO2 จากการใช้พลังงานอยู่ที่ระดับ 222.8 ล้านตัน CO2 ลดลงจากปีก่อนร้อยละ 11.1</li>
</ul>
<h2>แนวโน้มการใช้พลังงานปี 2564</h2>
<p><strong>นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท </strong>กล่าวถึงแนวโน้มการใช้พลังงานปี 2564 ซึ่ง สนพ. ได้มีการพยากรณ์โดยอ้างอิงสมมุติฐานด้านเศรษฐกิจ และนโยบายที่เกี่ยวข้องมาเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อการใช้พลังงาน โดย สศช. คาดว่าในปี 2564 อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจจะขยายตัวร้อยละ 3.5 &#8211; 4.5 ด้านราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก สศช. คาดการณ์ว่าราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยในปี 2564 คาดว่าจะอยู่ในช่วง 41.0 – 51.0 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล สำหรับอัตราแลกเปลี่ยนคาดว่าจะอยู่ในช่วง 30.3 – 31.3 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ และคาดว่าเศรษฐกิจโลกปี 2564 จะขยายตัวลดลงร้อยละ 4.9 ทั้งนี้ สนพ. ได้คำนึงถึงภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวเนื่องจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่ที่เกิดขึ้น โดย สนพ. ได้ประมาณการความต้องการใช้พลังงานในปี 2564 ออกเป็น 2 กรณี คือกรณีที่เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่ 1 ครั้ง และกรณีที่เกิดการระบาดมากกว่า 1 ครั้ง ในรอบปี 2564 ซึ่งสามารถสรุปได้ดังนี้</p>
<ul>
<li><strong>การใช้พลังงานขั้นต้น ปี 2564</strong> คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยร้อยละ 02 ถึง 19 จากการเพิ่มขึ้นของพลังงานเกือบทุกประเภท ยกเว้นการใช้น้ำมันที่ลดลงร้อยละ -19 ถึง -29 โดยคาดการณ์ว่าการใช้ก๊าซธรรมชาติจะมีการใช้เพิ่มขึ้นร้อยละ 01 ถึง 41 การใช้ถ่านหิน/ลิกไนต์คาดว่าจะมีการใช้ค่อนข้างทรงตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ร้อยละ 01 ถึง 04 ส่วนการใช้พลังงานทดแทน คาดว่าจะมีการใช้เพิ่มขึ้นร้อยละ 50 จากนโยบายส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนของภาครัฐ และไฟฟ้านำเข้า คาดว่าจะมีการใช้เพิ่มขึ้นร้อยละ 01</li>
<li><strong>การใช้น้ำมันสำเร็จรูป ปี 2564</strong> คาดว่ามีการใช้ลดลงร้อยละ -19 ถึง -29 โดยคาดว่าการใช้น้ำมันเครื่องบิน จะลดลงร้อยละ -458 ถึง -515 ตามการหดตัวของการท่องเที่ยว และ การใช้ LPG ในส่วนที่ไม่รวมการใช้เป็น Feed stocks ของอุตสาหกรรมปิโตรเคมี คาดว่าจะลดลงร้อยละ -07 ถึง -27 ส่วนการใช้น้ำมันดีเซล คาดว่าจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 08 ถึง 13 ส่วนการใช้เบนซินและแก๊สโซฮอล คาดว่าจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 03 ถึง 08</li>
<li><strong>การใช้ LPG โพรเพน และบิวเทน ปี 2564</strong> คาดว่าจะมีการใช้ลดลงร้อยละ -10 ถึง -55 โดยการใช้ในภาคครัวเรือน คาดว่าเพิ่มขึ้นร้อยละ 11 ถึง 25 และภาคอุตสาหกรรม คาดว่าเพิ่มขึ้นร้อยละ 12 ถึง 36 ในขณะที่การใช้ในรถยนต์คาดว่าจะลดลงร้อยละ -122<br />
ถึง -158</li>
<li><strong>ก๊าซธรรมชาติ ปี 2564</strong> คาดว่าการใช้จะเพิ่มขึ้นร้อยละ 01 ถึง 41 โดยเพิ่มขึ้นเกือบทุกสาขาเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตามการใช้ในภาคขนส่งคาดว่าจะยังคงลดลงต่อเนื่องจากการที่ผู้ใช้ NGV เปลี่ยนกลับมาใช้น้ำมันเชื้อเพลิง เนื่องจากคาดว่าราคาน้ำมันยังคงไม่สูงมากนัก</li>
<li><strong>การใช้ไฟฟ้า ปี 2564</strong> คาดว่าจะมีการใช้ไฟฟ้าอยู่ที่ 191,029 ล้านหน่วย เพิ่มขึ้นร้อยละ 20 ตามภาวะเศรษฐกิจภายในประเทศและตามการดำเนินมาตรการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของภาครัฐ</li>
</ul>
<p><strong>ทั้งนี้ ผอ. สนพ. กล่าวปิดท้ายว่า อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องจับตาสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 และปัจจัยอื่นๆ อาทิ อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ ราคาน้ำมันดิบตลาดโลก มาตรการในการป้องกันโควิด-19 ทั้งในและต่างประเทศ ที่จะส่งผลต่อการใช้พลังงานของประเทศต่อไป </strong></p>
<hr />
<p>Source: สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน กระทรวงพลังงาน</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%9b%e0%b8%b5-2563-2564/">สนพ. สรุปสถานการณ์พลังงานปี 2563 และแนวโน้มปี 2564</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%9b%e0%b8%b5-2563-2564/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เปิดคะแนนความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อมและสวัสดิการของผู้บริโภค ปี 63 ซูเปอร์มาร์เก็ตไทย คะแนนต่ำกว่าครึ่งในทุกมิติ</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%8b%e0%b8%b9%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%87%e0%b8%95%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%8b%e0%b8%b9%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%87%e0%b8%95%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 19 Nov 2020 08:52:55 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[จิดาภา มีเพียร]]></category>
		<category><![CDATA[ซูเปอร์มาร์เก็ต]]></category>
		<category><![CDATA[ซูเปอร์มาร์เก็ตไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ทัศนีย์ แน่นอุดร]]></category>
		<category><![CDATA[ปรกชล อู๋ทรัพย์]]></category>
		<category><![CDATA[ปี 2563]]></category>
		<category><![CDATA[ผลการประเมินนโยบายสาธารณะ]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้บริโภคที่รัก]]></category>
		<category><![CDATA[สวัสดิการของผู้บริโภค]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=15060</guid>

					<description><![CDATA[<p>18 พฤศจิกายน 2563 กรุงเทพฯ : แคมเปญ “ผู้บริโภคที่รัก” เปิดผลการประเมินนโยบายสาธารณะด้านความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสวัสดิการของผู้บริโภค ของ 8 ซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำในประเทศไทย ประจำปี 2563 พบซูเปอร์มาร์เก็ตไทยทำคะแนนต่ำกว่าครึ่งในทุกมิติ ขาดกลไกการรับเรื่องร้องเรียนและเยียวยาผู้บริโภคที่มีประสิทธิภาพ มีมาตรการชัดเจนเฉพาะในหมวดที่สร้างภาพลักษณ์ได้ เช่น การงดใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติก แต่ขาดมาตรการควบคุมให้คู่ค้ามีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมในห่วงโซ่อุปทานการผลิตสินค้า นางสาวจิดาภา มีเพียร เจ้าหน้าที่ฝ่ายการมีส่วนร่วมของภาคเอกชน องค์การอ็อกแฟมประเทศไทย (OXFAM) เปิดเผยว่า “แคมเปญ “ผู้บริโภคที่รัก” หรือเดิมใช้ชื่อว่า “ซูเปอร์มาร์เก็ตที่รัก” ได้จัดทำการสำรวจและประเมินนโยบายทางสังคมของซูเปอร์มาร์เก็ตไทยมาตั้งแต่ปี&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%8b%e0%b8%b9%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%87%e0%b8%95%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2/">เปิดคะแนนความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อมและสวัสดิการของผู้บริโภค ปี 63 ซูเปอร์มาร์เก็ตไทย คะแนนต่ำกว่าครึ่งในทุกมิติ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>18 พฤศจิกายน 2563 กรุงเทพฯ : แคมเปญ “ผู้บริโภคที่รัก” เปิดผลการประเมินนโยบายสาธารณะด้านความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสวัสดิการของผู้บริโภค ของ 8 ซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำในประเทศไทย ประจำปี 2563 พบซูเปอร์มาร์เก็ตไทยทำคะแนนต่ำกว่าครึ่งในทุกมิติ ขาดกลไกการรับเรื่องร้องเรียนและเยียวยาผู้บริโภคที่มีประสิทธิภาพ มีมาตรการชัดเจนเฉพาะในหมวดที่สร้างภาพลักษณ์ได้ เช่น การงดใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติก แต่ขาดมาตรการควบคุมให้คู่ค้ามีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมในห่วงโซ่อุปทานการผลิตสินค้า</strong><span id="more-15060"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-15063" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/11/Dear-Consumers-P01.jpg" alt="จิดาภา มีเพียร" width="680" height="453" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/11/Dear-Consumers-P01.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/11/Dear-Consumers-P01-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/11/Dear-Consumers-P01-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/11/Dear-Consumers-P01-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นางสาวจิดาภา มีเพียร</strong></span> <strong>เจ้าหน้าที่ฝ่ายการมีส่วนร่วมของภาคเอกชน องค์การอ็อกแฟมประเทศไทย (OXFAM)</strong> เปิดเผยว่า “แคมเปญ “ผู้บริโภคที่รัก” หรือเดิมใช้ชื่อว่า “ซูเปอร์มาร์เก็ตที่รัก” ได้จัดทำการสำรวจและประเมินนโยบายทางสังคมของซูเปอร์มาร์เก็ตไทยมาตั้งแต่ปี 2561 โดยมีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนและส่งเสริมให้มีการประกาศนโยบายและแนวปฏิบัติในด้านที่เกี่ยวข้องกับประเด็นการสร้างความยั่งยืนทางอาหาร ตลอดจนมีการบังคับใช้นโยบายอย่างจริงจัง</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-15062" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/11/Dear-Consumers-01.jpg" alt="ซูเปอร์มาร์เก็ตไทย" width="680" height="453" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/11/Dear-Consumers-01.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/11/Dear-Consumers-01-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/11/Dear-Consumers-01-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/11/Dear-Consumers-01-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p>สำหรับในปี 2563 แคมเปญผู้บริโภคที่รักได้ประเมินซูเปอร์มาร์เก็ตไทยจำนวน 8 แห่ง ในมิติความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อมและสวัสดิการของผู้บริโภค ซึ่งเป้าหมายของการประเมินในปีนี้ นอกจากจะช่วยให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงอาหารปลอดภัยแล้ว ในขณะเดียวกันเป็นการช่วยส่งเสริมความยั่งยืนในด้านสิ่งแวดล้อมอีกด้วย การประเมินในครั้งนี้ จำแนกออกเป็น 3 มิติ ได้แก่ มิติด้านความรับผิดชอบต่อสวัสดิการของผู้บริโภค ด้านสิ่งแวดล้อมสำหรับคู่ค้า และสิ่งแวดล้อมของห้างค้าปลีก โดยแต่ละมิติจะมี 8 ตัวชี้วัดย่อย การประเมินได้ดำเนินการโดยพิจารณาจากนโยบายของซูเปอร์มาร์เก็ต ที่เผยแพร่ต่อสาธารณะที่ตรวจสอบและเข้าถึงได้ เช่น เว็บไซต์ รายงานประจำปี หรือรายงานต่างๆ โดยการประเมินเริ่มต้นตั้งแต่เดือนตุลาคม พ.ศ. 2562 ถึงเดือนเมษายน พ.ศ. 2563 จากการประเมิน พบว่า ที่ผ่านมามีซูเปอร์มาร์เก็ตหลายแห่งที่มีการประกาศนโยบายและแนวปฏิบัติในด้านดังกล่าวสู่สาธารณะ แต่ในภาพรวมถือว่ายังคงต้องมีการปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น โดยมิติที่จะต้องเร่งปรับปรุง ประกอบด้วย</p>
<ul>
<li>การพัฒนานโยบายและแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกลไกการร้องเรียนและการเยียวยาผู้บริโภค ที่จะต้องครอบคลุมแนวทางการจัดการข้อร้องเรียน รูปแบบ กรอบระยะเวลาในการจัดการข้อร้องเรียนและการชดเชย</li>
<li>การเปิดเผยข้อมูลแหล่งที่มาและกระบวนการในการคัดกรองสินค้า</li>
<li>การพัฒนากลไกการติดตามและตรวจสอบย้อนกลับสินค้าโดยเฉพาะในสินค้าประเภทผักและผลไม้ รวมไปถึงอาหารทะเล</li>
<li>มาตรการในการดำเนินการอย่างเด็ดขาดกับผู้ผลิตที่ไม่มีกระบวนการการผลิตอาหารที่ปลอดภัย</li>
<li>ส่งเสริมการใช้นโยบายและแนวปฏิบัติตามแนวทางการจัดหาสินค้าที่ยั่งยืน</li>
</ul>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-15065" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/11/Dear-Consumers-P03.jpg" alt="ทัศนีย์ แน่นอุดร" width="680" height="453" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/11/Dear-Consumers-P03.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/11/Dear-Consumers-P03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/11/Dear-Consumers-P03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/11/Dear-Consumers-P03-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นางสาวทัศนีย์ แน่นอุดร</strong></span> <strong>ผู้จัดการสำนักงาน มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค (FOUNDATION FOR CONSUMERS)</strong> กล่าวว่า จากผลการประเมินซูเปอร์มาร์เก็ตไทยในข้างต้นนั้น จะเห็นได้ว่าซูเปอร์มาร์เก็ตทำคะแนนในทุกมิติน้อยกว่าร้อยละ 50 ของคะแนนรวม ส่งผลให้ผู้บริโภคจำเป็นต้องร่วมกันผลักดันให้ซูเปอร์มาร์เก็ตจัดทำมาตรฐาน และแนวปฏิบัติด้านสิ่งแวดล้อมที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรม รวมถึงส่งเสริมให้เกิดการบังคับใช้ภายในห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำที่จะมาถึงผู้บริโภค</p>
<p>“สิ่งที่ต้องเร่งดำเนินการให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม คือ การพัฒนาระบบและเครื่องมือที่ให้ผู้บริโภคสามารถที่จะตรวจสอบแหล่งที่มาของสินค้า รวมไปถึงส่วนประกอบของสินค้า ผลักดันให้ซูเปอร์มาร์เก็ตจัดทำ ระบบตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถตรวจสอบแหล่งที่มาของสินค้าและส่วนประกอบของสินค้า พร้อมให้ข้อมูลด้านโภชนาการและข้อมูลที่เป็นสาระสำคัญแก่ผู้บริโภค โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงต่ออันตราย และไม่จำหน่ายสินค้าที่ไม่ปลอดภัย รวมถึงการพัฒนากลไกการรับเรื่องร้องเรียน และเยียวยาให้แก่ผู้บริโภคอย่างมีประสิทธิภาพ โดยซูเปอร์มาร์เก็ตจำเป็นที่จะต้องมีการพิจารณาข้อร้องเรียน และมีการเยียวยาตามสิทธิพึงมีของผู้บริโภค”</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-15064" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/11/Dear-Consumers-P02.jpg" alt="ปรกชล อู๋ทรัพย์" width="680" height="453" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/11/Dear-Consumers-P02.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/11/Dear-Consumers-P02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/11/Dear-Consumers-P02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/11/Dear-Consumers-P02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นางสาวปรกชล อู๋ทรัพย์</strong></span> <strong>ผู้ประสานงานเครือข่ายเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืช (Thai-PAN)</strong> กล่าวว่า ภายใต้ห่วงโซ่ของธุรกิจอาหารที่มีซูเปอร์มาร์เก็ตเป็นตัวแปรสำคัญนั้น ซูเปอร์มาร์เก็ตควรพัฒนาหลักจริยธรรมและมาตรฐานความปลอดภัยสำหรับผู้ประกอบการที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทาน เพื่อให้แน่ใจสินค้าที่มาจากผู้ผลิตเป็นสินค้าที่มีกระบวนการผลิตอย่างมีจริยธรรม และมีความปลอดภัยต่อผู้บริโภค จากการประเมินมิติความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อมสำหรับคู่ค้า จะพบว่า 6 ตัวชี้วัดที่ไม่มีซูเปอร์มาร์เก็ตใดได้คะแนนเลย คือ การใช้ยาและสารเคมี ความยั่งยืนของระบบนิเวศต้นน้ำ การตรวจสอบและย้อนกลับ การบริหารจัดการพลังงาน การบริหารจัดการน้ำและการปล่อยก๊าซเรือนกระจก น้ำทิ้ง และของเสีย สะท้อนให้เห็นว่าผู้ประกอบการส่วนใหญ่ไม่ได้มีการแสดงออกอย่างชัดเจนถึงมาตรการที่เกี่ยวข้องความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ที่จะเกิดขึ้นในห่วงโซ่อุปทานของการผลิตสินค้าและบริการ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับผู้บริโภค ซึ่งเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียโดยตรง จึงจำเป็นที่จะต้องผลักดันให้ผู้ประกอบการมีการใช้มาตรการเพื่อควบคุมให้คู่ค้าในห่วงโซ่อุปทานมีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค และเกิดความยั่งยืนทางอาหาร เนื่องจากในท้ายที่สุดแล้ว ผู้บริโภคคือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการดำเนินงานของผู้ประกอบการไม่ว่าทั้งทางตรงและทางอ้อม</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-15061" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/11/Dear-Consumers.jpg" alt="แคมเปญ “ผู้บริโภคที่รัก”" width="680" height="453" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/11/Dear-Consumers.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/11/Dear-Consumers-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/11/Dear-Consumers-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/11/Dear-Consumers-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p><strong>จากการประเมินในข้างต้นจะเห็นได้ว่าซูเปอร์มาร์เก็ตไทยมีการพัฒนานโยบายและแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและความรับผิดต่อสวัสดิการของผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ องค์กรภาคีเครือข่ายและองค์การอ็อกแฟม ประเทศไทยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าในปีต่อไปคะแนนการประเมินในมิติทั้ง 2 ด้านจะเพิ่มสูงขึ้น</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%8b%e0%b8%b9%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%87%e0%b8%95%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2/">เปิดคะแนนความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อมและสวัสดิการของผู้บริโภค ปี 63 ซูเปอร์มาร์เก็ตไทย คะแนนต่ำกว่าครึ่งในทุกมิติ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%8b%e0%b8%b9%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%87%e0%b8%95%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ผลการดำเนินงาน ปตท. ไตรมาส 2  ปรับเพิ่มขึ้น จากนโยบาย 4R’s มุ่งเน้นการสร้างประสิทธิภาพองค์กร จัดหาพลังงานต่อเนื่อง พร้อมเคียงข้างคนไทยฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจ</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3-%e0%b8%9b%e0%b8%95%e0%b8%97-q2/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3-%e0%b8%9b%e0%b8%95%e0%b8%97-q2/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 11 Aug 2020 09:36:27 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<category><![CDATA[กำไร]]></category>
		<category><![CDATA[ปตท.]]></category>
		<category><![CDATA[ปี 2563]]></category>
		<category><![CDATA[ผลการดำเนินงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ผลประกอบการ]]></category>
		<category><![CDATA[อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์]]></category>
		<category><![CDATA[ไตรมาส 2]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=13927</guid>

					<description><![CDATA[<p>วันนี้ (11 สิงหาคม 2563) &#8211; นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) เปิดเผยผลประกอบการในไตรมาส 2 ปี 2563 ปตท. และบริษัทย่อยมีกำไรจากการดำเนินงานก่อนค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย ต้นทุนทางการเงิน และภาษีเงินได้ (EBITDA) จำนวน 54,208 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21,823 ล้านบาท หรือร้อยละ 67.4&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3-%e0%b8%9b%e0%b8%95%e0%b8%97-q2/">ผลการดำเนินงาน ปตท. ไตรมาส 2  ปรับเพิ่มขึ้น จากนโยบาย 4R’s มุ่งเน้นการสร้างประสิทธิภาพองค์กร จัดหาพลังงานต่อเนื่อง พร้อมเคียงข้างคนไทยฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>วันนี้ (11 สิงหาคม 2563) &#8211; นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) เปิดเผยผลประกอบการในไตรมาส 2 ปี 2563 ปตท. และบริษัทย่อยมีกำไรจากการดำเนินงานก่อนค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย ต้นทุนทางการเงิน และภาษีเงินได้ (EBITDA) จำนวน 54,208 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21,823 ล้านบาท หรือร้อยละ 67.4 จากไตรมาส 1 ปี 2563<span id="more-13927"></span> โดยสาเหตุหลักมาจากสถานการณ์ราคาน้ำมันปรับตัวดีขึ้น ตลอดจนเป็นผลมาจากการวางแผนการดำเนินการทั้งระยะสั้นและระยะยาว รวมทั้งมีค่าเสื่อมราคาและภาษีเงินได้ลดลงส่งผลให้มีกำไรสุทธิในไตรมาส 2 ปี 2563 จำนวน 12,053 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13,607 ล้านบาท หรือมากกว่าร้อยละ 100 จากขาดทุนสุทธิในไตรมาส 1 ปี 2563 จำนวน 1,554 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ผลประกอบการในช่วงครึ่งแรกของปี 2563 ปตท. และบริษัทย่อยมี EBITDA จำนวน 86,593 ล้านบาท ลดลง 67,734 ล้านบาท หรือ ร้อยละ 43.9 จากช่วงครึ่งแรกของปี 2562 เนื่องจากสงครามราคาน้ำมัน สภาวะอุปทานล้นตลาดของน้ำมันดิบ ประกอบกับความต้องการใช้ผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูปและผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีลดลงจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจ เนื่องจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ซึ่งนำไปสู่มาตรการปิดเมืองในหลายประเทศส่งผลให้ ปตท. และบริษัทย่อย มีกำไรสุทธิในครึ่งแรกของปี 2563 เป็นจำนวน 10,499 ล้านบาท ลดลง 44,751 ล้านบาท หรือร้อยละ 81.0 จากในครึ่งแรกของปี 2562</strong></p>
<figure id="attachment_13928" aria-describedby="caption-attachment-13928" style="width: 800px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-13928 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/08/attapon-ppt.jpg" alt="อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์" width="800" height="558" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/08/attapon-ppt.jpg 800w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/08/attapon-ppt-300x209.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/08/attapon-ppt-768x536.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/08/attapon-ppt-150x105.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/08/attapon-ppt-500x349.jpg 500w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /><figcaption id="caption-attachment-13928" class="wp-caption-text">นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)</figcaption></figure>
<p>สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 และสงครามราคาน้ำมัน ได้ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมพลังงานทั่วโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ตลอดช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา กลุ่ม ปตท. ยังคงไว้ซึ่งภารกิจหลักด้านความมั่นคงทางพลังงานและขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้กับประเทศ ตลอดจนพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีของทุกคน ในด้านการบริหารองค์กร กลุ่ม ปตท. ได้ประเมินผลกระทบและติดตามสถานการณ์ พร้อมวางแผนการดำเนินการทั้งระยะสั้นและระยะยาว ผ่านศูนย์ PTT Group Vital Center ด้วยแนวคิด 4 R’s เริ่มจาก Resilience สร้างความยืดหยุ่นพร้อมดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง สร้างความปลอดภัยให้พนักงาน ประเมินสุขภาพองค์กร ลด-ละ-เลื่อน ค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น โดยคาดว่าจะสามารถลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานกลุ่ม ปตท. ในปี 2563 ได้ 10%-15% พร้อมทั้งจัดความสำคัญของโครงการลงทุน Restart เตรียมความพร้อมในการนำธุรกิจ พนักงาน ลูกค้าและคู่ค้า กลับสู่สภาวะปกติให้เร็วที่สุดและรักษาความสามารถทางการแข่งขัน Re-imagination เตรียมออกแบบธุรกิจเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดเป็น Next normal ทั้งการเติบโตในธุรกิจเดิมและธุรกิจใหม่ และ Reform พิจารณาปรับเปลี่ยนโดยจัดโครงสร้างองค์กรหรือรูปแบบการดำเนินธุรกิจใหม่ ให้สอดคล้องกับทิศทางในอนาคต พร้อมรองรับทุกสถานการณ์ที่ไม่คาดว่าจะเกิดขึ้น</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-13931 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/08/ppt-02.jpg" alt="ปตท." width="800" height="600" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/08/ppt-02.jpg 800w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/08/ppt-02-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/08/ppt-02-768x576.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/08/ppt-02-150x113.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/08/ppt-02-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<p>นอกจากนั้น ยังมีนโยบายในการบริหารการเงินอย่างเคร่งครัด ทั้งการรักษาสภาพคล่องและความแข็งแกร่งทางการเงินของกลุ่ม ปตท. โดยในช่วงที่ผ่านมา ปตท. ได้เสนอขายหุ้นกู้จำนวน 3 ครั้ง เพื่อใช้ในการลงทุนเป็นเงินทุนหมุนเวียน และชำระคืนเงินกู้ที่ครบกำหนด ซึ่งได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดีและสะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ แบ่งเป็น การออกหุ้นกู้สกุลเหรียญสหรัฐ อายุ 50 ปี วงเงิน 700 ล้านเหรียญสหรัฐ เสนอขายให้กับนักลงทุนต่างประเทศ ซึ่งการออกหุ้นกู้ของ ปตท. ครั้งนี้ ถือเป็นการออกหุ้นกู้สกุลเหรียญสหรัฐอายุ 50 ปี ครั้งแรกที่ออกโดยบริษัทในกลุ่ม Asia and Emerging Markets อีกส่วนคือการออกหุ้นกู้สกุลบาท เสนอขายให้กับนักลงทุนในประเทศ ทั้งนักลงทุนทั่วไป นักลงทุนสถาบันและนักลงทุนรายใหญ่ วงเงินรวม 35,000 ล้านบาท และในจำนวนนี้ รวมการออกหุ้นกู้อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมหรือกรีนบอนด์ จำนวน 2,000 ล้านบาทด้วย ซึ่ง ปตท. ถือเป็นองค์กรแรกในประเทศไทยที่เสนอขายกรีนบอนด์ให้กับนักลงทุนทั่วไป และกรีนบอนด์ของ ปตท. ดังกล่าวเป็นหุ้นกู้ที่ได้รับ Certification ด้านอนุรักษ์ป่าจาก Climate Bond Institution (CBI) เป็นครั้งแรกของโลกอีกด้วย</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-13930 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/08/ppt-01.jpg" alt="ปตท." width="800" height="533" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/08/ppt-01.jpg 800w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/08/ppt-01-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/08/ppt-01-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/08/ppt-01-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/08/ppt-01-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<p>ในด้านการมีส่วนร่วมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้คนไทย กลุ่ม ปตท. ร่วมเคียงข้างคนไทยสู้ภัยโควิด-19 โดยสนับสนุนการดำเนินงานสู้ภัยโควิด-19 คิดเป็นมูลค่ารวม 851 ล้านบาท ประกอบด้วย</p>
<ul>
<li>ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานของประชาชน โดยสนับสนุนส่วนลดราคา LPG แก่ผู้มีรายได้น้อย กลุ่มร้านค้า หาบเร่ แผงลอยอาหาร ที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และ ลดราคาขายปลีกเอ็นจีวี (NGV) ให้กับกลุ่มรถโดยสารสาธารณะ คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 659 ล้านบาท</li>
<li>สนับสนุนด้านงานวิจัยพัฒนา และจัดหาอุปกรณ์ป้องกันและเจลแอลกอฮอล์ แก่บุคลากรทางการแพทย์ หน่วยงานด้านสาธารณสุข รวมถึง การบริจาคเงินแก่โรงพยาบาล คิดเป็นมูลค่า 192 ล้านบาท แบ่งเป็น การสนับสนุนแอลกอฮอล์แก่องค์การเภสัชกรรม โรงพยาบาล หน่วยงานราชการต่างๆ และประชาชนทั่วไป จำนวน 750,000 ลิตร บริจาคเงินเพื่อสนับสนุนการจัดหาอุปกรณ์ทางการแพทย์ และ ระดมความเชี่ยวชาญทางวิศวกรรมและเทคโนโลยี สนับสนุนการปฏิบัติงานของบุคลากรทางการแพทย์ พัฒนาผลิตจัดหาอุปกรณ์ป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรคและลดการสัมผัส ประกอบด้วย เสื้อกาวน์ทางการแพทย์ เตียงเคลื่อนย้ายผู้ป่วยแรงดันลบ ห้องตรวจโรคแรงดันบวก กล่องหัตถการแรงดันลบ ชุดป้องกันแรงดันบวกและอุปกรณ์ หน้ากากอนามัยและแผ่นอะคริลิกป้องกัน เครื่องให้อากาศผสมออกซิเจน ตู้ฆ่าเชื้อโรค CoviClear สนับสนุนการวิจัยพัฒนาชุดตรวจโควิด-19 ที่มีประสิทธิภาพสูงแบบการตรวจจับสารทางพันธุกรรม เพื่อการตรวจรักษา พัฒนาชุดตรวจคัดกรองโควิด-19 แบบรวดเร็ว มูลค่า 9.5 ล้านบาท และ ร่วมพัฒนาอุปกรณ์เก็บตัวอย่างเชื้อที่มีประสิทธิภาพ (Micro-SWAB) โดยความร่วมมือระหว่าง สถาบันนวัตกรรม ปตท. บริษัท PTT Energy Solutions (PTTES) และมหาวิทยาลัยมหิดล ปัจจุบันอยู่ระหว่าง Clinical Test เพื่อขึ้นทะเบียนเป็นอุปกรณ์เก็บตัวอย่าง เป็นต้น</li>
</ul>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-13932 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/08/ppt-03.jpg" alt="ปตท." width="800" height="307" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/08/ppt-03.jpg 800w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/08/ppt-03-300x115.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/08/ppt-03-768x295.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/08/ppt-03-150x58.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/08/ppt-03-500x192.jpg 500w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<p><strong>ท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวจากการระบาดของเชื้อโควิด-19 และราคาน้ำมันตกต่ำในรอบเกือบ 30 ปี จนส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศและผู้ประกอบการทั่วไป ปตท. ยังคงยึดหลักการบริหารจัดการที่เน้นการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ รักษาสภาพคล่องและความแข็งแกร่งทางการเงิน พร้อมดำเนินตามนโยบาย “Powering Thailand’s Transformation” เพื่อเคียงข้างคนไทย และขอเป็นพลังในการขับเคลื่อนประเทศให้ข้ามพ้นทุกการเปลี่ยนแปลงไปด้วยดี</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3-%e0%b8%9b%e0%b8%95%e0%b8%97-q2/">ผลการดำเนินงาน ปตท. ไตรมาส 2  ปรับเพิ่มขึ้น จากนโยบาย 4R’s มุ่งเน้นการสร้างประสิทธิภาพองค์กร จัดหาพลังงานต่อเนื่อง พร้อมเคียงข้างคนไทยฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3-%e0%b8%9b%e0%b8%95%e0%b8%97-q2/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>รมว.พลังงาน ชี้แจงกลไกการทำงานของกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานปี 63</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b9%8c%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b9%8c%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 19 May 2020 03:14:30 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[การสนับสนุนโครงการ]]></category>
		<category><![CDATA[การอนุรักษ์พลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ปี 2563]]></category>
		<category><![CDATA[สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์]]></category>
		<category><![CDATA[แนวทางการทำงาน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=13360</guid>

					<description><![CDATA[<p>18 พฤษภาคม 2563 &#8211; นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ต้องการสร้างความชัดเจนให้เห็นถึงกลไกของกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานในปี 2563 นี้ว่ามีแนวทางการทำงานอย่างไร โดยในส่วนของผู้มีสิทธิ์ยื่นขอรับการสนับสนุนโครงการนั้นแบ่งเป็น 2 ประเภทคือ ประเภทหน่วยงานทั่วๆ ไป ได้แก่ หน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ สถาบันการศึกษา หรือองค์กรเอกชนที่ไม่แสวงหากำไร เช่น มูลนิธิที่มีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับพลังงานโดยตรง ซึ่งหากหน่วยงานไหนขอจะให้หน่วยงานหรือคนอื่นทำแทนไม่ได้ เพราะมีเงื่อนไขหลักเกณฑ์กำหนดไว้ และอีกประเภทคือปีนี้จะมีอยู่ในรูปแบบของคณะกรรมการจังหวัดที่มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน เพื่อยื่นขอรับการสนับสนุนโครงการที่เกี่ยวกับพลังงานชุมชน หรือที่เรียกว่าสถานีพลังงาน เพื่อใช้ประโยชน์จากพลังงานไปเชื่อมโยงด้านต่างๆ เช่น&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b9%8c%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99/">รมว.พลังงาน ชี้แจงกลไกการทำงานของกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานปี 63</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>18 พฤษภาคม 2563 &#8211; นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ต้องการสร้างความชัดเจนให้เห็นถึงกลไกของกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานในปี 2563 นี้ว่ามีแนวทางการทำงานอย่างไร โดยในส่วนของผู้มีสิทธิ์ยื่นขอรับการสนับสนุนโครงการนั้นแบ่งเป็น 2 ประเภทคือ ประเภทหน่วยงานทั่วๆ ไป ได้แก่ หน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ สถาบันการศึกษา หรือองค์กรเอกชนที่ไม่แสวงหากำไร เช่น มูลนิธิที่มีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับพลังงานโดยตรง ซึ่งหากหน่วยงานไหนขอจะให้หน่วยงานหรือคนอื่นทำแทนไม่ได้ เพราะมีเงื่อนไขหลักเกณฑ์กำหนดไว้ และอีกประเภทคือปีนี้จะมีอยู่ในรูปแบบของคณะกรรมการจังหวัดที่มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน เพื่อยื่นขอรับการสนับสนุนโครงการที่เกี่ยวกับพลังงานชุมชน หรือที่เรียกว่าสถานีพลังงาน เพื่อใช้ประโยชน์จากพลังงานไปเชื่อมโยงด้านต่างๆ เช่น เชื่อมโยงด้านการเกษตร เชื่อมโยงต่อยอดด้านการตลาด เป็นต้น ซึ่งคณะกรรมการฯนี้มีทั้งเกษตรจังหวัด ธกส. คลังจังหวัด พลังงานจังหวัดร่วมอยู่ด้วย ซึ่งเป็นรูปแบบโครงการที่ปีนี้เพิ่มเติมเข้ามาเพื่อหวังใช้กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก</strong><span id="more-13360"></span></p>
<p>นอกจากนี้ หลักเกณฑ์ในการพิจารณากลั่นกรองคัดเลือกโครงการในปีนี้จะเพิ่มเติมต่างจากที่ผ่านมาจะใช้เกณฑ์ในเรื่องของโครงการที่สามารถพัฒนาต่อยอด เช่น ก่อให้เกิดการจ้างงาน การพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก การยกระดับพัฒนาคุณภาพชีวิตคนในชุมชนเป็นหลัก และที่สำคัญปีนี้กองทุนฯมีโครงสร้างบริหารงานผ่านคณะอนุกรรมการ 4 ส่วน ได้แก่ 1.คณะอนุกรรมการกองทุนฯ ซึ่งมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเป็นประธาน จะดำเนินการในเรื่องของการวางยุทธศาสตร์ นโยบายและทิศทางของพลังงานไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องของการอนุมัติโครงการ 2.คณะอนุกรรมการกลั่นกรองโครงการฯ คณะอนุกรรมการ ทำหน้าที่กลั่นกรองและเสนอความเห็นเกี่ยวกับ งบประมาณรายจ่ายประจำปี/แผน/งาน/โครงการ ต่อคณะกรรมการกองทุนฯ 3.คณะอนุกรรมการติดตามและประเมินผล ซึ่งเป็นเรื่องใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้นในปีนี้ จุดประสงค์เพื่อให้ทุกเม็ดเงินที่ได้รับการสนับสนุนไปมีการติดตามประเมินผลก่อนและหลังโครงการว่าเกิดผลลัพธ์อย่างไร ซึ่งถือเป็นเรื่องที่กระทรวงพลังงานให้ความสำคัญ และ 4.คณะอนุกรรมการบริหารสำนักงานบริหารกองทุนฯ เพื่อปรับปรุงโครงสร้างสำนักงานฯให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น</p>
<p>ทั้งนี้ กระบวนการยื่นโครงการก็ผ่านรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์เท่านั้น และคณะอนุกรรมการกลั่นกรองฯ จะวางรายละเอียดหลักเกณฑ์โครงการ และหากมีโครงการเข้าหลักเกณฑ์แล้วยังต้องนำเสนอต่อไปยังคณะกรรมการกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ซึ่งมีรองนายกรัฐมนตรี สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เป็นประธานอีกเป็นขั้นตอนสุดท้าย ซึ่งการดำเนินงานทั้งหมดจะให้ความสำคัญกับกระบวนการที่ไม่ให้เกิดข้อวิพากษ์วิจารณ์ใดๆ เน้นวางโครงสร้างหลักเกณฑ์การทำงานที่ให้เกิดความโปร่งใส ชัดเจน สามารถตรวจสอบได้ ซึ่งปีนี้ก็จะเป็นปีแรกที่โครงการต่างๆ ที่ได้รับการสนับสนุนจะถูกเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ของสำนักงานฯ เพื่อเปิดเผยให้สาธารณะตรวจสอบได้</p>
<p>“ขอยืนยันการทำงานของผมที่กระทรวงพลังงานมีจุดยืนในการทำงานที่พร้อมจะเปิดเผย เพื่อสร้างความโปร่งใส ตรวจสอบได้ให้เกิดขึ้น ข้อกังวลประเด็นการเมืองที่จะเข้ามาแทรกแซงการทำงานของกองทุนอนุรักษ์ฯ นั้น ขอย้ำว่าจะไม่เปิดโอกาสให้ใครใช้อำนาจเข้ามายุ่งเกี่ยวได้ ซึ่งหากใครมีเบาะแสความไม่โปร่งใสก็ขอให้ร้องเรียนเข้ามาจะดำเนินการตรวจสอบทันที จึงขอให้ความมั่นใจได้ว่ากระบวนการพิจารณาอนุมัติโครงการของกองทุนอนุรักษ์ฯ มีความชัดเจนในตัว เป็นไปอย่างเปิดเผย โปร่งใส และตรวจสอบได้ ทั้งนี้เพื่อให้กลไกของกองทุนอนุรักษ์ฯสามารถแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ แก้ปัญหาภัยแล้ง ช่วยให้เกิดการจ้างงาน สร้างอาชีพสมดังเจตนารมณ์และวัตถุประสงค์ของกองทุนฯ ” <strong>นายสนธิรัตน์</strong> กล่าวสรุปในตอนท้าย</p>
<hr />
<p>Source: กระทรวงพลังงาน</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b9%8c%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99/">รมว.พลังงาน ชี้แจงกลไกการทำงานของกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานปี 63</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b9%8c%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>BGRIM งบเด่น Q1/63 กำไรพุ่งโต 54% เงินสดล้นมือ 2.1 หมื่นล้านบาท</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/bgrim-q1-63-%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%87/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/bgrim-q1-63-%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%87/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 13 May 2020 04:20:22 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<category><![CDATA[BGRIM]]></category>
		<category><![CDATA[กำไรสุทธิ]]></category>
		<category><![CDATA[บี.กริม]]></category>
		<category><![CDATA[บี.กริม เพาเวอร์]]></category>
		<category><![CDATA[ปรียนาถ สุนทรวาทะ]]></category>
		<category><![CDATA[ปี 2563]]></category>
		<category><![CDATA[ผลการดำเนินงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ผลประกอบการ]]></category>
		<category><![CDATA[รายได้]]></category>
		<category><![CDATA[โรงไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[ไตรมาส 1]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=13304</guid>

					<description><![CDATA[<p>BGRIM เติบโตท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจ กำไรจากการดำเนินงานในไตรมาส 1/2563 เติบโต 54% จากขยายกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่อง พร้อมการเข้าซื้อกิจการหนุน รวมไปถึงมีลูกค้าอุตสาหกรรมเข้ามาเพิ่มทุกไตรมาสต่อเนื่องไปจนถึงไตรมาส 4/2563 ย้ำธุรกิจมีความแข็งแกร่ง มีสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาวกับภาครัฐ พร้อมจำนวนลูกค้าเติบโตขึ้น กระแสเงินสดแข็งแกร่งไม่มีห่วง มีเงินสดถึง 2.1 หมื่นล้านบาท เดินหน้าสร้างโรงไฟฟ้าตามแผน คงเป้าหมายขยายไฟฟ้า 5 พันเมกะวัตต์ เน้นการลงทุนอย่างมีคุณภาพหนุนการเติบโตระยะยาวอย่างยั่งยืน นางปรียนาถ สุนทรวาทะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.บี.กริม เพาเวอร์ หรือ BGRIM ผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนชั้นนำของไทย&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/bgrim-q1-63-%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%87/">BGRIM งบเด่น Q1/63 กำไรพุ่งโต 54% เงินสดล้นมือ 2.1 หมื่นล้านบาท</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>BGRIM เติบโตท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจ กำไรจากการดำเนินงานในไตรมาส 1/2563 เติบโต 54% จากขยายกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่อง พร้อมการเข้าซื้อกิจการหนุน รวมไปถึงมีลูกค้าอุตสาหกรรมเข้ามาเพิ่มทุกไตรมาสต่อเนื่องไปจนถึงไตรมาส 4/2563 ย้ำธุรกิจมีความแข็งแกร่ง มีสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาวกับภาครัฐ พร้อมจำนวนลูกค้าเติบโตขึ้น กระแสเงินสดแข็งแกร่งไม่มีห่วง มีเงินสดถึง 2.1 หมื่นล้านบาท เดินหน้าสร้างโรงไฟฟ้าตามแผน คงเป้าหมายขยายไฟฟ้า 5 พันเมกะวัตต์ เน้นการลงทุนอย่างมีคุณภาพหนุนการเติบโตระยะยาวอย่างยั่งยืน</strong><span id="more-13304"></span></p>
<figure id="attachment_13306" aria-describedby="caption-attachment-13306" style="width: 400px" class="wp-caption alignright"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-13306 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/05/Preeyanart.jpg" alt="ปรียนาถ สุนทรวาทะ" width="400" height="600" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/05/Preeyanart.jpg 400w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/05/Preeyanart-200x300.jpg 200w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/05/Preeyanart-150x225.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/05/Preeyanart-333x500.jpg 333w" sizes="(max-width: 400px) 100vw, 400px" /><figcaption id="caption-attachment-13306" class="wp-caption-text">ปรียนาถ สุนทรวาทะ</figcaption></figure>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นางปรียนาถ สุนทรวาทะ</strong></span> <strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.บี.กริม เพาเวอร์</strong> หรือ <strong>BGRIM</strong> ผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนชั้นนำของไทย เปิดเผยว่า บริษัทประกาศผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2563 มีรายได้จากการขายและการให้บริการ เติบโต 9.4% ที่ 11,223 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากขยายกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่องถึง 944 เมกะวัตต์ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา จากสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ 4 โครงการ ในปีที่แล้ว และการเข้าซื้อโครงการโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม 2 แห่งได้แก่ โครงการ SPP1 ในปี 2562 และล่าสุดโครงการโรงไฟฟ้าอ่างทองเพาเวอร์ ขนาด 123 เมกะวัตต์ ในเดือนมีนาคม 2563 โดยปริมาณการใช้ไฟฟ้าของลูกค้าอุตสาหกรรมยังคงมีความแข็งแกร่งในระดับใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ด้วยผลจากการมีสัดส่วนอุตสาหกรรมที่หลากหลาย มีกลุ่มลูกค้ามีการเติบโต ได้แก่ เช่น กลุ่มบรรจุภัณฑ์ โต 15.1% กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์เพิ่มขึ้น 13.2% จากลูกค้าใหม่ กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านเพิ่มขึ้น 8.0% กลุ่มยางรถยนต์เพิ่มขึ้น 3.2% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน และมีการทยอยจ่ายไฟให้กับลูกค้าอุตสาหกรรมใหม่ภายใต้สัญญาซื้อขายไฟใหม่รวม 26 เมกะวัตต์ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมาด้วย</p>
<p>ขณะที่อัตรากำไร EBITDA เพิ่มสู่ระดับสูงสุดที่ 29.2% จากการบริหารต้นทุนที่ดีขึ้น ผลจากทยอยปรับปรุงประสิทธิภาพเครื่องผลิตไฟฟ้ากังหันก๊าซเป็นโครงการที่ 3 ในช่วงต้นปีนี้ และการรับรู้ผลการดำเนินงานโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศเวียดนามที่ให้อัตรากำไร EBITDA ที่สูง</p>
<p>กำไรสุทธิจากการดำเนินงาน (ไม่รวมผลกำไร/ขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากมูลค่าทางบัญชีของเงินกู้สกุลต่างประเทศ) อยู่ที่ 1,158 ล้านบาท เป็นส่วนของผู้ถือหุ้นใหญ่ที่ 682 ล้านบาท เติบโตถึง 54.0% จากช่วงเดียวกันปีก่อน จากปัจจัยบวกดังที่กล่าวมา อย่างไรก็ดี เนื่องจากบริษัทกู้เงินสกุลต่างประเทศเพื่อป้องกันความเสี่ยงในส่วนของรายได้สกุลต่างประเทศ (natural hedge) โดยในช่วงไตรมาส 1/2563 เงินบาทอ่อนค่าลงเมื่อเปรียบเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ จึงเกิดรายการขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากอัตราแลกเปลี่ยน 886 ล้านบาท ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายทางบัญชีที่ไม่กระทบกระแสเงินสด เป็นสาเหตุหลักทำให้กำไรสุทธิจากอยู่ที่ 159 ล้านบาท และ 81 ล้านบาทในส่วนของผู้ถือหุ้นใหญ่</p>
<p>ด้านการรับมือกับวิกฤตโควิค-19 นั้น บริษัทมีฐานะการเงินแข็งแกร่งมีเงินสดในมือถึง 2.1 หมื่นล้านบาท มีการประเมินกระแสเงินสดอย่างละเอียดภายใต้สมมติฐานสถานการณ์ต่างๆ มั่นใจแข็งแกร่งต่อเนื่อง ไม่ส่งผลกระทบต่อการชำระหนี้ และแผนการลงทุน ขณะเดียวกันบริษัทยังได้รับวงเงินสำหรับเป็นเงินทุนหมุนเวียนเพิ่มเติม 4 พันล้านบาทรวมเป็น 9 พันล้านบาท พร้อมรับหากวิกฤตโควิค – 19 มีความยืดเยื้อ</p>
<p><strong>บี.กริม</strong> พร้อมยืนหยัดเคียงข้างผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเพื่อข้ามผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน บริษัทจัดตั้งทีมงานผู้รับผิดชอบเพื่อติดตามปฎิบัติการตอบสนองนโยบายภาครัฐอย่างใกล้ชิด โดยให้ความช่วยเหลือทั้งทางการแพทย์และสังคมรวมไม่ต่ำกว่า 50 ล้านบาท อีกทั้งมีมาตรการต่างๆเพื่อดูแลความปลอดภัยของพนักงาน ควบคู่ไปกับการรักษาระดับคุณภาพของบริการอย่างต่อเนื่อง โดยไม่มีการปลดพนักงาน ด้านธุรกิจรายได้ส่วนใหญ่มาจากสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาวกับหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากสถานการณ์โควิค-19 สำหรับส่วนของลูกค้าอุตสาหกรรม ปริมาณการใช้ไฟฟ้าโดยรวมคงที่จากช่วงเดียวกันปีก่อน และยังมีลูกค้าใหม่ทยอยเข้ามาอีกในช่วงที่เหลือของปีรวม 30 เมกะวัตต์ตามสัญญาการซื้อขายไฟ นอกจากนี้มีการใช้แผนเชิงรุกในการลดต้นทุน คาดว่าจะสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้ 34 ล้านบาท จากการขยายอายุการใช้งานของชิ้นส่วนอุปกรณ์บางชนิด และการประหยัดต้นทุนค่าก๊าซธรรมชาติไม่น้อยกว่า 50 ล้านบาทต่อปี จากการปรับปรุงประสิทธิภาพเครื่องผลิตไฟฟ้ากังหันก๊าซของโครงการต่างๆ ในช่วงปี 2562-2563</p>
<p>ขณะเดียวกันยังมีโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง อาทิ โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ Ray Power ในประเทศกัมพูชาขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 39 เมกะวัตต์ โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ติดตั้งบนทุ่นลอยน้ำหลักชัย กำลังการผลิตติดตั้ง 13 เมกะวัตต์ และโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมบ่อวิน วินด์ฟาร์ม 1&amp;2 กำลังการผลิตติดตั้ง 16 เมกะวัตต์ มีกำหนดการเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในช่วงไตรมาส 4/2563 ถึง ไตรมาส 1/2564 โดยบริษัทมุ่งเน้นวิเคราะห์การลงทุนและการบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างรอบคอบ เพื่อให้มั่นใจว่าบริษัทจะเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนตามคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้ที่จะมีกำลังการผลิตไฟฟ้า 5 พันเมกะวัตต์ (จากโครงการที่เปิดดำเนินการแล้วและอยู่ระหว่างพัฒนา) ในปี 2565</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/bgrim-q1-63-%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%87/">BGRIM งบเด่น Q1/63 กำไรพุ่งโต 54% เงินสดล้นมือ 2.1 หมื่นล้านบาท</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/bgrim-q1-63-%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%87/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>พลังงานเตรียมหั่นเป้าโซลาร์ภาคประชาชน ตามร่าง PDP ใหม่ เหลือ 750 เมกะวัตต์</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%82%e0%b8%8b%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%99-2563/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%82%e0%b8%8b%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%99-2563/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 03 Mar 2020 04:58:07 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[PDP 2018 Rev.1]]></category>
		<category><![CDATA[นโยบายพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ปี 2563]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานแสงอาทิตย์]]></category>
		<category><![CDATA[สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์]]></category>
		<category><![CDATA[แผนพลังงานฉบับปรับปรุงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการโซลาร์ภาคประชาชน]]></category>
		<category><![CDATA[โซลาร์บนหลังคา]]></category>
		<category><![CDATA[โซลาร์ภาคประชาชน]]></category>
		<category><![CDATA[โซลาร์รูฟท็อป]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=12616</guid>

					<description><![CDATA[<p>รมว.พลังงานเปิดเผย กระทรวงพลังงานยังเดินหน้าโครงการรับซื้อไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนหลังคาที่อยู่อาศัย หรือโครงการโซลาร์ภาคประชาชน ในปี 2563 ต่อไป แต่จะมีการปรับลดสัดส่วนปริมาณการรับซื้อลง โดยยังคงเปิดให้ภาคครัวเรือนที่สนใจติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปใช้เองเป็นหลัก และส่วนที่เหลือสามารถขายเข้าระบบในอัตรารับซื้อที่ 1.68 บาท/หน่วย ตามราคาที่เคยมีการเปิดโครงการนำร่องไปแล้วในปี 2562 โดยจะนำเสนอรายละเอียดต่อที่ประชุม กพช. ในช่วงกลางเดือนมีนาคมนี้ เพื่อพิจารณาสัดส่วนและระยะเวลาดำเนินโครงการที่เหมาะสมใหม่อีกครั้ง เพื่อให้สอดรับกับแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าฉบับปรับปรุงใหม่ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการประทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า กระทรวงพลังงานยังเดินหน้าโครงการรับซื้อไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนหลังคาที่อยู่อาศัย หรือโครงการโซลาร์ภาคประชาชน ในปี 2563 ต่อไป สำหรับโครงการโซลาร์ภาคประชาชน ได้เปิดโครงการนำร่องให้ภาคประชาชนที่สนใจติดตั้งโซลาร์รูฟท๊อปเพื่อใช้เอง และส่วนเหลือจากใช้เองสามารถขายเข้าระบบในอัตรา&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%82%e0%b8%8b%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%99-2563/">พลังงานเตรียมหั่นเป้าโซลาร์ภาคประชาชน ตามร่าง PDP ใหม่ เหลือ 750 เมกะวัตต์</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>รมว.พลังงานเปิดเผย กระทรวงพลังงานยังเดินหน้าโครงการรับซื้อไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนหลังคาที่อยู่อาศัย หรือโครงการโซลาร์ภาคประชาชน ในปี 2563 ต่อไป แต่จะมีการปรับลดสัดส่วนปริมาณการรับซื้อลง โดยยังคงเปิดให้ภาคครัวเรือนที่สนใจติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปใช้เองเป็นหลัก และส่วนที่เหลือสามารถขายเข้าระบบในอัตรารับซื้อที่ 1.68 บาท/หน่วย ตามราคาที่เคยมีการเปิดโครงการนำร่องไปแล้วในปี 2562 โดยจะนำเสนอรายละเอียดต่อที่ประชุม กพช. ในช่วงกลางเดือนมีนาคมนี้ เพื่อพิจารณาสัดส่วนและระยะเวลาดำเนินโครงการที่เหมาะสมใหม่อีกครั้ง เพื่อให้สอดรับกับแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าฉบับปรับปรุงใหม่</strong><span id="more-12616"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-11505 aligncenter" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/12/sontirat-energy-1.jpg" alt="สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์" width="650" height="433" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/12/sontirat-energy-1.jpg 850w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/12/sontirat-energy-1-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/12/sontirat-energy-1-768x511.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/12/sontirat-energy-1-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/12/sontirat-energy-1-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 650px) 100vw, 650px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์</strong></span> <strong>รัฐมนตรีว่าการประทรวงพลังงาน</strong> เปิดเผยว่า กระทรวงพลังงานยังเดินหน้าโครงการรับซื้อไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนหลังคาที่อยู่อาศัย หรือโครงการโซลาร์ภาคประชาชน ในปี 2563 ต่อไป สำหรับโครงการโซลาร์ภาคประชาชน ได้เปิดโครงการนำร่องให้ภาคประชาชนที่สนใจติดตั้งโซลาร์รูฟท๊อปเพื่อใช้เอง และส่วนเหลือจากใช้เองสามารถขายเข้าระบบในอัตรา 1.68 บาทต่อหน่วย ซึ่งตามแผน PDP เดิมได้มีสัดส่วนส่งเสริมไว้ที่ 10,000 เมกะวัตต์ โดยตั้งเป้านำร่องโซลาร์ภาคประชาชนเป็นระยะเวลา 10 ปี ปีละ 100 เมกะวัตต์ ซึ่งในปี 2562 ที่ผ่านมา เป็นการเปิดโครงการนำร่องเป็นปีแรก แต่ได้รับความสนใจจากประชาชนต่ำมาก แต่ในด้านนโยบายยังคงต้องเดินหน้าโครงการนี้ต่อ เพราะเป็นช่วงการเปลี่ยนผ่านด้านเทคโนโลยีการผลิตไฟฟ้าและพฤติกรรมของผู้ใช้ไฟฟ้าที่เปลี่ยนแปลงไป</p>
<p>สำหรับปัจจัยซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่ทำให้โซลาร์ภาคประชาชนไม่ถึง 10,000 เมกะวัตต์  เนื่องจากปัจจุบันยังไม่มีการซื้อขายไฟฟ้าเองระหว่างกัน (Peer to Peer) ทำให้ผู้ติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปหากไม่ได้อยูบ้านในช่วงกลางวัน และไม่มีระบบกักเก็บพลังงาน ก็จะไม่คุ้มทุน รวมถึงในปัจจุบันระบบกักเก็บพลังงานยังคงมีราคาสูง</p>
<p>ทั้งนี้ จากการปรับปรุงร่างแแผนพัฒนากำลังไฟฟ้าของประเทศ ปี 2561-2580 ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 1 หรือ PDP 2018 Rev.1 นั้น ได้มีการปรับลดปริมาณการรับซื้อไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ในช่วงปลายแผนปี 2580 ลง เหลือ 9,290 เมกะวัตต์ โดยในจำนวนนี้เป็นส่วนของโซลาร์ภาคประชาชนที่ 8,740 เมกะวัตต์ โดยในช่วง 5 ปีแรก (ปี 2563-2567) จะรับซื้อเข้าระบบรวม 750 เมกะวัตต์ แบ่งเป็นปี 2563 ที่ 50 เมกะวัตต์, ปี 2564 ที่ 100 เมกะวัตต์, ปี 2565 ที่ 150 เมกะวัตต์, ปี 2566 ที่ 200 เมกะวัตต์ และปี 2567 ที่ 250 เมกะวัตต์</p>
<p><strong>อย่างไรก็ตาม สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ได้ออกประกาศรับซื้อไฟฟ้าโครงการโซลาร์ภาคประชาชน ปี 2563 เหลือเพียง 47 เมกะวัตต์เท่านั้น หลังจากปี 2562 มียื่นเสนอแล้ว 3 เมกะวัตต์</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%82%e0%b8%8b%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%99-2563/">พลังงานเตรียมหั่นเป้าโซลาร์ภาคประชาชน ตามร่าง PDP ใหม่ เหลือ 750 เมกะวัตต์</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b9%82%e0%b8%8b%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%99-2563/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สนพ.สรุปสถานการณ์พลังงานปี 62 เติบโต 0.7% ตาม GDP ที่ขยายตัว พร้อมเผยทิศทางพลังงานปี 63</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b8%a8%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%b5-63/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b8%a8%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%b5-63/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 08 Jan 2020 01:35:14 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ทิศทางพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ปี 2562]]></category>
		<category><![CDATA[ปี 2563]]></category>
		<category><![CDATA[วัฒนพงษ์ คุโรวาท]]></category>
		<category><![CDATA[สรุปสถานการณ์พลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[แนวโน้มการใช้พลังงาน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=11728</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) สรุปสถานการณ์พลังงานปี 2562 การใช้พลังงานขั้นต้นเติบโต 0.7% ตาม GDP ที่ขยายตัว โดยเป็นการเพิ่มขึ้นเกือบทุกประเภท ทั้งการใช้น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติและพลังงานทดแทน ชี้แนวโน้มการใช้พลังงานขั้นต้นปี 2563 จะเพิ่มขึ้น 1.8% อย่างต่อเนื่องทุกประเภท ตามภาวะเศรษฐกิจของประเทศและเศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มปรับตัวไปในทิศทางที่ดีขึ้น 7 มกราคม 2563 &#8211; นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน เปิดเผยถึงสถานการณ์พลังงานปี 2562 ว่า ภาพรวมของการใช้พลังงานขั้นต้นของประเทศ เติบโตเพิ่มขึ้น&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b8%a8%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%b5-63/">สนพ.สรุปสถานการณ์พลังงานปี 62 เติบโต 0.7% ตาม GDP ที่ขยายตัว พร้อมเผยทิศทางพลังงานปี 63</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) สรุปสถานการณ์พลังงานปี 2562 การใช้พลังงานขั้นต้นเติบโต 0.7% ตาม GDP ที่ขยายตัว โดยเป็นการเพิ่มขึ้นเกือบทุกประเภท ทั้งการใช้น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติและพลังงานทดแทน ชี้แนวโน้มการใช้พลังงานขั้นต้นปี 2563 จะเพิ่มขึ้น 1.8% อย่างต่อเนื่องทุกประเภท ตามภาวะเศรษฐกิจของประเทศและเศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มปรับตัวไปในทิศทางที่ดีขึ้น</strong><span id="more-11728"></span></p>
<p>7 มกราคม 2563 &#8211; <span style="color: #6cb742;"><strong>นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท</strong></span> <strong>ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน</strong> เปิดเผยถึงสถานการณ์พลังงานปี 2562 ว่า ภาพรวมของการใช้พลังงานขั้นต้นของประเทศ เติบโตเพิ่มขึ้น 0.7% เป็นการเพิ่มขึ้นของการใช้น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ และพลังงานทดแทน สอดคล้องกับ GDP ของประเทศ ที่สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์ฯ) คาดการณ์ว่าจะขยายตัวประมาณ 2.6% ตามการขยายตัวของการลงทุนและการบริโภคของเอกชน และราคาน้ำมันดิบดูไบอยู่ที่ 62 เหรียญดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล ขณะเดียวกันการใช้พลังงานขั้นสุดท้ายของปี 2562 เพิ่มขึ้นเล็กน้อยประมาณ 0.1% โดยเป็นการเพิ่มขึ้นของการใช้น้ำมันสำเร็จรูปในภาคขนส่ง การใช้ไฟฟ้าภาคครัวเรือนและธุรกิจเพิ่มขึ้น ขณะที่การใช้ถ่านหินและลิกไนต์ลดลงจากการใช้ในภาคอุตสาหกรรม เช่นเดียวกับการใช้ NGV ในภาคขนส่งลดลงอย่างมากถึง 11% เนื่องจากผู้ใช้รถยนต์ NGV บางส่วนหันมาใช้น้ำมันทดแทน</p>
<p>สำหรับสถานการณ์พลังงานรายเชื้อเพลิง ปี 2562 สรุปได้ดังนี้ การใช้น้ำมันสำเร็จรูปมีการใช้เพิ่มขึ้น 1.6% โดยน้ำมันเบนซิน และดีเซล เพิ่มขึ้น ประมาณ 4% จากราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศที่ยังคงอยู่ในระดับต่ำ และมีวันหยุดต่อเนื่องหลายวัน ขณะที่น้ำมันเครื่องบินเพิ่มขึ้นไม่มากนัก เนื่องจากการชะลอตัวของจำนวนนักท่องเที่ยวในช่วงครึ่งปีแรก ในขณะที่การใช้ก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) ลดลงเกือบทุกสาขา โดยเฉพาะภาคครัวเรือน คาดว่าเกิดจากพฤติกรรมของผู้บริโภคมีการใช้เตาไฟฟ้าและเตาไมโครเวฟเพิ่มขึ้น สอดคล้องกับยอดขายเตาไมโครเวฟที่เพิ่มขึ้นถึง 14% และภาคขนส่งลดลงจากผู้ใช้รถยนต์บางส่วนหันไปใช้น้ำมันแทนเนื่องจากราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศอยู่ในระดับที่ไม่สูงมากนัก สำหรับการใช้ไฟฟ้า ในปี 2562 มีอัตราเพิ่มขึ้น 3.8% เนื่องจากประเทศไทยเข้าสู่ฤดูร้อนเร็วกว่าปีก่อน อีกทั้งมีอุณหภูมิอากาศที่สูงขึ้นกว่าปีก่อนประมาณ 1-2 องศา ส่งผลให้มีการใช้พลังงานในระบบปรับอากาศ และเครื่องปรับอากาศทั้งในภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจเพิ่มสูงขึ้น โดยตัวเลขการใช้ไฟฟ้า ปี 2562 อยู่ที่ 194,949 ล้านหน่วย โดยความต้องการพลังไฟฟ้าสูงสุดของประเทศ (Peak) เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2562 เวลา 14.27 น. อยู่ที่ระดับ 37,312 MW เพิ่มขึ้น 8.7% เมื่อเทียบกับปีก่อน และความต้องการพลังไฟฟ้าสูงสุดของระบบ 3 การไฟฟ้า (การไฟฟ้านครหลวง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย) อยู่ที่ระดับ 32,273 MW เพิ่มขึ้น 7.7%</p>
<p>ในปี 2562 มูลค่าการนำเข้าพลังงาน และการส่งออกพลังงานลดลง 14% และ 32% ตามลำดับ ทั้งนี้มูลค่าการนำเข้าพลังงานคิดเป็น 1,053 พันล้านบาท ซึ่งลดลงตามราคาน้ำมันดิบ เนื่องจากการนำเข้าพลังงานส่วนใหญ่เป็นการนำเข้าน้ำมันดิบร้อยละ 61 ขณะที่การส่งออกพลังงาน อยู่ที่ 194 พันล้านบาท ลดลง 32% ตามการลดลงของการส่งออกน้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูป ทั้งนี้ ประเทศไทยมีสัดส่วนการพึ่งพาการนำเข้าต่อการใช้พลังงาน คิดเป็นร้อยละ 67</p>
<p>ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน ยังกล่าวถึงแนวโน้มการใช้พลังงานปี 2563 ซึ่ง สนพ. ได้มีการพยากรณ์โดยอ้างอิงสมมุติฐานด้านเศรษฐกิจ อัตราแลกเปลี่ยน ราคาน้ำมันดิบ และนโยบายที่เกี่ยวข้อง มาเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อการใช้พลังงาน โดยสภาพัฒน์ฯ มองว่าในปี 2563 จะมีการขยายตัวทางเศรษฐกิจร้อยละ 2.7 &#8211; 3.7 โดยมีปัจจัยสนับสนุนดังนี้</p>
<p style="padding-left: 40px;">(1) แรงส่งจากแนวโน้มการขยายตัวในเกณฑ์ที่น่าพอใจของอุปสงค์ภายในประเทศ ทั้งในแง่ของการใช้จ่ายภาคครัวเรือน และการลงทุนของภาครัฐและภาคเอกชน<br />
(2) การปรับตัวที่ดีขึ้นอย่างช้าๆ ของการส่งออก ภายใต้การปรับตัวที่ดีขึ้นอย่างช้าๆ ของเศรษฐกิจโลก<br />
(3) การดำเนินมาตรการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของภาครัฐ และการปรับตัวดีขึ้นของภาคการท่องเที่ยว</p>
<p>สำหรับอัตราการแลกเปลี่ยนในปี 2563 จะมีค่าใกล้เคียงกับปีก่อน มีค่าอยู่ในช่วง 30.5 &#8211; 31.5 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ส่วนสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบก่อนเกิดเหตุการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่าน สภาพัฒน์ฯ และหลายๆ สำนัก มองว่าจะไม่แตกต่างจากราคาน้ำมันดิบในปีนี้มากนัก เนื่องจากแนวโน้มการชะลอตัวของเศรษฐกิจประเทศผู้บริโภค เช่น สหรัฐ จีน และญี่ปุ่น</p>
<p>จากสมมุติฐานดังกล่าว จะส่งผลให้การใช้พลังงานขั้นต้นในปี 2563 เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.8 จากการเพิ่มขึ้นของน้ำมัน ถ่านหิน/ลิกไนต์ พลังงานทดแทน ไฟฟ้านำเข้า และก๊าซธรรมชาติ ขณะที่การใช้พลังงานไฟฟ้าของ ปี 2563 เพิ่มขึ้น 2.6% จากปีก่อน เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจภายในประเทศปรับตัวดีขึ้นอย่างช้า ๆ การส่งออกที่คาดว่าจะปรับตัวดีขึ้นตามการดำเนินมาตรการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของภาครัฐ มาตรการการส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และการลงทุนภายใต้โครงการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน (PPP)</p>
<p><strong>อย่างไรก็ตามในช่วงนี้คงต้องจับตาสถานการณ์เหตุการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่าน ซึ่งทำให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น โดยราคาน้ำมันดิบดูไบปรับเพิ่มขึ้นถึง 6% จากเมื่อวันที่ 2 มกราคม 2563 ซึ่งอยู่ที่ 65.6 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล เป็น 69.6 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ในวันที่ 6 มกราคม 2563 ซึ่ง สนพ. จะคอยติดตามและประเมินสถานการณ์ผลกระทบจากเหตุการณ์นี้อย่างใกล้ชิด ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน กล่าวปิดท้าย</strong></p>
<hr />
<p>Source: สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน กระทรวงพลังงาน</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b8%a8%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%b5-63/">สนพ.สรุปสถานการณ์พลังงานปี 62 เติบโต 0.7% ตาม GDP ที่ขยายตัว พร้อมเผยทิศทางพลังงานปี 63</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b8%a8%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%b5-63/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
