<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ป่าชุมชน | Green Network</title>
	<atom:link href="https://www.greennetworkthailand.com/tag/%e0%b8%9b%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b8%99/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Fri, 21 Nov 2025 07:15:49 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.0</generator>

<image>
	<url>https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/green-network-50x50.png</url>
	<title>ป่าชุมชน | Green Network</title>
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>กรมป่าไม้ ผนึกกำลัง ราชกรุ๊ป สานต่อคนรักษ์ป่า ปีที่ 18 หนุนชุมชนดูแลป่า 1.6 ล้านไร่ รับมืออากาศแปรปรวน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/forest-x-rach/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 21 Nov 2025 07:15:49 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Report]]></category>
		<category><![CDATA[กรมป่าไม้]]></category>
		<category><![CDATA[การฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้]]></category>
		<category><![CDATA[การอนุรักษ์ป่าไม้]]></category>
		<category><![CDATA[คนรักษ์ป่า]]></category>
		<category><![CDATA[ป่าชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[ราชกรุ๊ป]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการคนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=41982</guid>

					<description><![CDATA[<p>นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2551 ที่โครงการคนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชน เริ่มดำเนินการ เพื่อช่วยสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ขององค์การสหประชาชาติ โดยเฉพาะ เป้าหมายที่ 13 “การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Action)” จนถึงปัจจุบัน บริษัทฯ ได้ให้การสนับสนุนการมีส่วนร่วมของชุมชนในการอนุรักษ์ป่าผ่านกิจกรรมการประกวดป่าชุมชนทั่วประเทศ รวม 1,786 ชุมชน คิดเป็นพื้นที่ป่า รวม รวม 1,620,176.77 ไร่ ซึ่งผืนป่าที่ชุมชนดูแลรักษาไว้นี้ได้กลายเป็นแหล่งบริการระบบนิเวศแก่ชุมชนและสังคม&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/forest-x-rach/">กรมป่าไม้ ผนึกกำลัง ราชกรุ๊ป สานต่อคนรักษ์ป่า ปีที่ 18 หนุนชุมชนดูแลป่า 1.6 ล้านไร่ รับมืออากาศแปรปรวน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2551 ที่โครงการคนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชน เริ่มดำเนินการ เพื่อช่วยสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ขององค์การสหประชาชาติ โดยเฉพาะ เป้าหมายที่ 13 “การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Action)” จนถึงปัจจุบัน บริษัทฯ ได้ให้การสนับสนุนการมีส่วนร่วมของชุมชนในการอนุรักษ์ป่าผ่านกิจกรรมการประกวดป่าชุมชนทั่วประเทศ รวม 1,786 ชุมชน คิดเป็นพื้นที่ป่า รวม รวม 1,620,176.77 ไร่ ซึ่งผืนป่าที่ชุมชนดูแลรักษาไว้นี้ได้กลายเป็นแหล่งบริการระบบนิเวศแก่ชุมชนและสังคม และยังเป็นแหล่งกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์บรรเทาผลกระทบจากภาวะโลกเดือด ได้ราว 10,207,113.65 ตันคาร์บอน (ค่าเฉลี่ยอัตราการกักเก็บคาร์บอนของป่าไม้ประมาณ 6.3 ตัน/ไร่)</strong></p>
<p><span id="more-41982"></span></p>
<p>ในปีนี้ <strong>กรมป่าไม้</strong> ร่วมกับ <strong>บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)</strong> สานต่อโครงการ <strong>“คนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชน” </strong>ต่อเนื่องเป็นปีที่ 18  ตอกย้ำความสำเร็จของการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และเครือข่ายป่าชุมชนทั่วประเทศ ในการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสนับสนุนเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน และการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ หรือ Net Zero ของประเทศ</p>
<p>สะท้อนผ่านความสำเร็จของป่าชุมชนบ้านจาน อำเภอกระสัง จังหวัดบุรีรัมย์ ที่สามารถคว้ารางวัลชนะเลิศระดับประเทศ ถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประจำปี 2568 จากการอนุรักษ์มรดกทางธรรมชาติ ต่อยอดสู่การจัดการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ พร้อมทั้งประสานภาคีเครือข่ายรักษ์ป่าที่เข้มแข็งทั้งภายในชุมชนและเครือข่ายในจังหวัดภาคอีสาน</p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">นิกร ศิรโรจนานนท์</span> อธิบดีกรมป่าไม้</strong> เปิดเผยว่า กรมป่าไม้ได้นำแนวคิดในการบริหารจัดการทรัพยากรป่าไม้ ในรูปแบบของป่าชุมชน ที่เปิดโอกาสให้ประชาชนและชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลรักษาป่า ซึ่งในปัจจุบัน กรมป่าไม้ได้ส่งเสริมให้จัดตั้งป่าชุมชน ตามพระราชบัญญัติป่าชุมชน พ.ศ. 2562 จำนวน 12,985 ป่าชุมชน  ชุมชนมีส่วนร่วม จำนวน 14,593 หมู่บ้าน เนื้อที่รวม 7.07 ล้านไร่ โดยกรมป่าไม้จะเร่งขยายให้มีการจัดตั้งป่าชุมชนครอบคลุมทั่วประเทศ ครบตามเป้าหมาย จำนวน 15,000 ป่าชุมชน เพื่อให้ชุมชนได้มีส่วนร่วมในการบริหารจัดการทรัพยากรป่าไม้ในพื้นที่</p>
<p style="text-align: center;"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41985" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/forest-x-rach-02.jpg" alt="นิทัศน์ วรพนพิพัฒน์" width="840" height="623" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/forest-x-rach-02.jpg 840w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/forest-x-rach-02-300x223.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/forest-x-rach-02-768x570.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/forest-x-rach-02-150x111.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/forest-x-rach-02-500x371.jpg 500w" sizes="(max-width: 840px) 100vw, 840px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">นิทัศน์ วรพนพิพัฒน์</span> กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)</strong> กล่าวว่า “โครงการคนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชน” ถือเป็นโครงการเรือธงสำคัญด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมของบริษัทฯ ซึ่งสอดคล้องกับพันธกิจหลักขององค์กรในการสนับสนุนเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) และยังเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การจัดการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศขององค์กร ในการส่งเสริมการปลูกและฟื้นฟูป่าไม้ ที่มุ่งลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและเพิ่มขีดความสามารถในการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากชั้นบรรยากาศ เพิ่มแหล่งดูดซับคาร์บอน เพื่อสร้างสมดุลแก่ระบบนิเวศและช่วยรักษาความหลากหลายทางชีวภาพของพรรณพืชและสัตว์</p>
<p>ทั้งนี้ การประกวดป่าชุมชนรางวัลคนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชน ประจำปี 2568 มี 16 ชุมชนที่ได้รับรางวัล โดยพื้นที่ป่าที่ดูแลรักษา รวม 24,088.08 ไร่ ซึ่งสามารถให้บริการเชิงนิเวศได้มูลค่าประมาณ 2,161.59 ล้านบาท และกักเก็บคาร์บอนได้ประมาณ 151,754.90 ตันคาร์บอน</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41986" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/forest-x-rach-03.jpg" alt="ตำบลหนองเต็ง อำเภอกระสัง จังหวัดบุรีรัมย์" width="840" height="569" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/forest-x-rach-03.jpg 840w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/forest-x-rach-03-300x203.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/forest-x-rach-03-768x520.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/forest-x-rach-03-150x102.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/forest-x-rach-03-500x339.jpg 500w" sizes="(max-width: 840px) 100vw, 840px" /></p>
<p>สำหรับรางวัลชนะเลิศในปีนี้เป็นของ<strong>ป่าชุมชนบ้านจาน ตำบลหนองเต็ง อำเภอกระสัง จังหวัดบุรีรัมย์</strong> นับเป็นต้นแบบด้านการบริหารจัดการทรัพยากรป่าไม้และการใช้ประโยชน์อย่างสมดุล รวมทั้งขยายความร่วมมือการอนุรักษ์ป่า ไปยังภาคีเครือข่ายโดยรอบ ได้แก่ กลุ่มเยาวชน โรงเรียนบ้านจาน และราษฎรอาสาสมัครพิทักษ์ป่า (รสทป.) เทศบาลตำบลหนองเต็ง และองค์การบริหารส่วนตำบลชุมแสง อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์  เครือข่ายป่าชุมชนบ้านเสม็ด ตำบลคอโค อำเภอเมือง จ.สุรินทร์</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41987" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/forest-x-rach-04.jpg" alt="ตัวแทนรางวัลชนะเลิศป่าชุมชนบ้านจาน " width="840" height="560" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/forest-x-rach-04.jpg 840w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/forest-x-rach-04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/forest-x-rach-04-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/forest-x-rach-04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/forest-x-rach-04-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 840px) 100vw, 840px" /></p>
<p><strong>ตัวแทนรางวัลชนะเลิศป่าชุมชนบ้านจาน</strong> กล่าวว่า ป่าชุมชนบ้านจานเริ่มก่อตั้งเมื่อปี 2536 โดยความร่วมมือของทีมงานและคณะกรรมการหมู่บ้านร่วมกับเทศบาลในการอนุรักษ์และดูแลผืนป่า ทั้งการทำแนวกันไฟ การปรับปรุงภูมิทัศน์ จุดชมวิว และกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เช่น การปั่นจักรยานตามฤดูกาล</p>
<p>อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันพื้นที่ป่าชุมชนรวมกว่า 2,200 ไร่ โดยเป็นพื้นที่มีเอกสารสิทธิประมาณ 800 ไร่ มีชุมชนกว่า 250 ครัวเรือน และหมู่บ้านข้างเคียงกว่า 18 หมู่บ้านใช้ประโยชน์จากป่า ซึ่งเป็นพื้นที่เปิดไม่เก็บค่าเข้า แต่มีกฎระเบียบเข้มงวด เช่น ห้ามตัดไม้และห้ามนำผลผลิตป่าออกนอกพื้นที่ โดยมีคณะกรรมการและเจ้าหน้าที่ราว 50 คน รวมถึงชาวบ้านร่วมกันดูแล ทั้งนี้ การอนุรักษ์ป่าเกิดขึ้นจากความริเริ่มของพ่อพร้อม ผลบุญ ที่ลุกขึ้นมาปกป้องป่าเมื่อครั้งหน่วยงานภายนอกเข้ามาตัดไม้ไปทำไม้หมอน จนนำไปสู่การรวมตัวของชุมชนในการป้องกันการบุกรุกและฟื้นฟูผืนป่าเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน</p>
<p><strong>ตลอดระยะเวลากว่า 18 ปี ของการดำเนินงาน โครงการคนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชน ได้สร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมทั้งด้านสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสังคม รวมถึงเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างกว้างขวาง พร้อมเชิดชูเกียรติและสร้างกำลังใจแก่ชุมชนที่ทุ่มเทดูแลผืนป่าให้คงอยู่อย่างยั่งยืนต่อไป</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/forest-x-rach/">กรมป่าไม้ ผนึกกำลัง ราชกรุ๊ป สานต่อคนรักษ์ป่า ปีที่ 18 หนุนชุมชนดูแลป่า 1.6 ล้านไร่ รับมืออากาศแปรปรวน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“MFLF Sustainability Forum 2025” เปิดเวทีขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านของไทยสู่เศรษฐกิจที่แข่งขันได้บนฐานความยั่งยืน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/mflf-sustainability-forum-2025/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 25 Sep 2025 06:24:25 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Report]]></category>
		<category><![CDATA[MFLF Sustainability Forum 2025]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ตำราแม่ฟ้าหลวง]]></category>
		<category><![CDATA[ทรัพยากรธรรมชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[ป่าชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[อนุรักษ์และฟื้นฟูป่าชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการ T-VER]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=41111</guid>

					<description><![CDATA[<p>MFLF Sustainability Forum 2025 ภายใต้แนวคิด “วิกฤตโลก ทางออกไทย” จัดขึ้นเพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และแนวทางสู่ความยั่งยืนระดับประเทศและระดับ โดย ท่านผู้หญิงบุตรี วีระไวทยะ ประธานกรรมการมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวปาฐกถาเปิดงาน โดยเน้นย้ำถึงปรัชญาสำคัญที่มูลนิธิยึดมั่นมาโดยตลอดว่า “คน สังคม ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม คือองค์ประกอบที่ไม่อาจแยกออกจากกันได้” หากมนุษย์ได้รับการโอบอุ้มจากธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์และสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวย ก็ย่อมจะสามารถใช้ศักยภาพของตนในการสร้างสรรค์การเปลี่ยนแปลงที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมได้ แต่หากเพิกเฉยต่อผลกระทบที่เกิดจากธรรมชาติ ความสัมพันธ์ระหว่างคนกับสิ่งแวดล้อมก็จะถูกบั่นทอนลง และไม่อาจนำไปสู่ความยั่งยืนที่แท้จริง ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงได้นำองค์ความรู้และประสบการณ์จากโครงการพัฒนาดอยตุง มาสานต่อเป็น “ตำราแม่ฟ้าหลวง” ที่ยึดหลัก การปลูกป่า&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/mflf-sustainability-forum-2025/">“MFLF Sustainability Forum 2025” เปิดเวทีขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านของไทยสู่เศรษฐกิจที่แข่งขันได้บนฐานความยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>MFLF</strong><strong> </strong><strong>Sustainability</strong><strong> </strong><strong>Forum</strong><strong> </strong><strong>2025 ภายใต้แนวคิด “วิกฤตโลก ทางออกไทย”</strong> จัดขึ้นเพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และแนวทางสู่ความยั่งยืนระดับประเทศและระดับ โดย <strong>ท่านผู้หญิงบุตรี วีระไวทยะ ประธานกรรมการมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์</strong> กล่าวปาฐกถาเปิดงาน โดยเน้นย้ำถึงปรัชญาสำคัญที่มูลนิธิยึดมั่นมาโดยตลอดว่า “คน สังคม ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม คือองค์ประกอบที่ไม่อาจแยกออกจากกันได้” หากมนุษย์ได้รับการโอบอุ้มจากธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์และสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวย ก็ย่อมจะสามารถใช้ศักยภาพของตนในการสร้างสรรค์การเปลี่ยนแปลงที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมได้ แต่หากเพิกเฉยต่อผลกระทบที่เกิดจากธรรมชาติ ความสัมพันธ์ระหว่างคนกับสิ่งแวดล้อมก็จะถูกบั่นทอนลง และไม่อาจนำไปสู่ความยั่งยืนที่แท้จริง</p>
<p><span id="more-41111"></span></p>
<p>ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงได้นำองค์ความรู้และประสบการณ์จากโครงการพัฒนาดอยตุง มาสานต่อเป็น “ตำราแม่ฟ้าหลวง” ที่ยึดหลัก การปลูกป่า ควบคู่กับการปลูกคน เพื่อต่อยอดสู่การทำงานในพื้นที่ป่าชุมชนอย่างเป็นระบบ โดยได้รับการสนับสนุนจากพระราชบัญญัติป่าชุมชน และความร่วมมืออย่างเข้มแข็งจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมป่าไม้ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก รวมถึงภาคเอกชนกว่า 25 หน่วยงาน จุดยืนของมูลนิธิไม่ใช่การแสวงหากำไร แต่คือการทุ่มเทสร้างความยั่งยืนในทุกมิติและทุกกระบวนการ</p>
<p>ปัจจุบันสามารถอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าชุมชนได้แล้วกว่า 250,000 ไร่ พร้อมทั้งเสริมสร้างศักยภาพของชุมชนที่อาศัยอยู่ร่วมกับป่าให้มีความรู้ ความสามารถในการดูแลรักษาทรัพยากร ป้องกันไฟป่า และแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศอย่าง PM2.5 ควบคู่กับการพัฒนาอาชีพที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตและธรรมชาติ ซึ่งไม่เพียงช่วยรักษาสมดุลของระบบนิเวศ แต่ยังสร้างรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับผู้คนในพื้นที่ได้อย่างยั่งยืน</p>
<h3>T-VER สะพานเชื่อมผลประโยชน์สู่ประชาชน</h3>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41114" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/mflf-sustainability-forum-2025-02.jpg" alt="ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/mflf-sustainability-forum-2025-02.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/mflf-sustainability-forum-2025-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/mflf-sustainability-forum-2025-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/mflf-sustainability-forum-2025-02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช</span> อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม</strong> เปิดเผยถึงสถานการณ์ป่าของโลกในปี 2567 ที่ผ่านมา โดยอ้างอิงข้อมูลจากสถาบันทรัพยากรโลก (World Resources Institute: WRI) ว่า ปัญหาการสูญเสียพื้นที่ป่าส่วนใหญ่เกิดจากไฟป่า ซึ่งขยายวงกว้างจากสภาพอากาศที่ร้อนจัดและแห้งแล้ง ส่งผลให้ผืนป่าทั่วโลกหายไปกว่า 42 ล้านไร่ หรือเกือบครึ่งหนึ่งของพื้นที่ป่าทั้งหมดในประเทศไทย ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนแรงกดดันที่ไม่เพียงเกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่ยังรวมถึงกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมที่หลายประเทศรวมทั้งไทยต้องเร่งปรับตัวเพื่อเดินหน้าสู่ความยั่งยืน แม้ในอีกด้านกฎเกณฑ์เหล่านี้อาจเป็นอุปสรรคหากภาคส่วนต่าง ๆ ยังไม่พร้อมรองรับ</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41115" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/mflf-sustainability-forum-2025-03.jpg" alt="โครงการ T-VER" width="750" height="562" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/mflf-sustainability-forum-2025-03.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/mflf-sustainability-forum-2025-03-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/mflf-sustainability-forum-2025-03-150x112.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/mflf-sustainability-forum-2025-03-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>“การขยายผลความร่วมมือที่เป็นหุ้นส่วนระหว่างภาครัฐ เอกชน และประชาชนในพื้นที่  โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังจึงเป็นเรื่องที่สำคัญ เราต้องขยายผลสิ่งที่ทำได้ในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งให้กระจายไปพื้นที่อื่น ๆ ให้ได้ ขณะที่รัฐต้องเน้นการสร้างระบบนิเวศ (Ecosystem) ที่รองรับการเปลี่ยนผ่านประเทศสู่ประเทศคาร์บอนต่ำและการเพิ่มพูนทรัพยากรธรรมชาติ ต้องมองให้เห็นเป้าหมายระยะยาวของประเทศและกำหนดเส้นทาง (Pathway) ที่จะเดินไปให้ถึง เพราะไม่ว่ารัฐบาลจะเปลี่ยนแปลงอย่างไร Pathway จะยังคงอยู่ หนึ่งในกลไกสำคัญคือการเชื่อมโยงคาร์บอนเครดิตจากโครงการ T-VER เข้ากับตลาดคาร์บอนภาคบังคับ ซึ่งจะช่วยกระจายประโยชน์จากภาครัฐลงไปถึงประชาชนได้อย่างแท้จริง” <strong>ดร.พิรุณ</strong> กล่าว</p>
<h3>คาร์บอนเครดิตทะลุเป้า 4 เท่า</h3>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41116" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/mflf-sustainability-forum-2025-04.jpg" alt="ม.ล.ดิศปนัดดา ดิศกุล" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/mflf-sustainability-forum-2025-04.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/mflf-sustainability-forum-2025-04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/mflf-sustainability-forum-2025-04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/mflf-sustainability-forum-2025-04-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">ม.ล.ดิศปนัดดา ดิศกุล</span> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์</strong> กล่าวว่า บทบาทสำคัญของชุมชนและทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนความยั่งยืน โดยชี้ให้เห็นว่าการส่งมอบคาร์บอนเครดิตจากป่าชุมชนในวันนี้เกินกว่าเป้าหมายที่คาดไว้ถึง 4 เท่า นับเป็นเครื่องยืนยันว่าการทำงานอย่างหนักและความร่วมมือที่เกิดขึ้นก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่จับต้องได้จริง</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41117" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/mflf-sustainability-forum-2025-05.jpg" alt="MFLF Sustainability Forum 2025" width="750" height="562" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/mflf-sustainability-forum-2025-05.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/mflf-sustainability-forum-2025-05-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/mflf-sustainability-forum-2025-05-150x112.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/mflf-sustainability-forum-2025-05-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>ที่ผ่านมามูลนิธิแม่ฟ้าหลวงได้ดำเนินการปิดโครงการไปแล้วประมาณ 33,000 ไร่ในปีนี้ ซึ่งปัญหาส่วนหนึ่งมาจากสภาพเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ส่งผลให้หลายบริษัทลดปริมาณการสนับสนุนการดูแลพื้นที่ป่าลง แต่ในอนาคตคาดว่าจะมีความต้องการโครงการลักษณะนี้เพิ่มมากขึ้น โดยวางเป้าหมายไว้ที่ 120,000 ไร่ และได้อธิบายหลักการให้ภาคเอกชนเข้าใจชัดเจนว่ารายได้ที่สนับสนุนโครงการนั้น ร้อยละ 55 จะถูกส่งตรงลงไปที่ชุมชน ส่วนที่เหลือใช้เป็นงบประมาณสำหรับการขึ้นทะเบียนและบริหารจัดการ</p>
<p>สำหรับการคำนวณคาร์บอนเครดิตเบื้องต้นนั้นอยู่ที่ประมาณ 0.5 ตันต่อไร่ โดยมีการการันตีขั้นต่ำที่ 0.3 ตันต่อไร่ต่อปี เริ่มนับตั้งแต่ปีที่ 4 หลังการทวนสอบ และหากผลลัพธ์สูงกว่าที่ประเมินไว้ ต้นทุนการสนับสนุนของภาคเอกชนก็จะยิ่งต่ำลง โดยในปีที่ผ่านมา ตัวเลขจริงอยู่ที่ 1.8 ตันต่อไร่ต่อปี ซึ่งสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ถึง 4 เท่า แสดงให้เห็นถึงศักยภาพและความเป็นไปได้ที่โครงการลักษณะนี้จะสร้างทั้งคุณค่าทางเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกันอย่างยั่งยืน</p>
<p>“ความยั่งยืนไม่อาจมองแค่ช่วง 5 หรือ 10 ปี แต่ต้องมองไปถึงคนรุ่นถัดไปที่อาจได้รับผลกระทบจากสิ่งที่เราทำในวันนี้ ดังนั้นเศรษฐกิจและความยั่งยืนจึงเป็นเรื่องเดียวกัน ที่ต้องเดินไปด้วยกัน และจำเป็นต้องมีกติกาใหม่ที่สร้างความเปลี่ยนแปลงได้จริง พร้อมทั้งรักษาพื้นที่ให้ชุมชนเป็นเจ้าของการพัฒนาของตนเอง” <strong>ม.ล.ดิศปนัดดา </strong>กล่าว</p>
<h3>GDP ต้องโตไปพร้อมสิ่งแวดล้อม</h3>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41118" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/mflf-sustainability-forum-2025-06.jpg" alt="ปิยะชาติ อิศรภักดี" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/mflf-sustainability-forum-2025-06.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/mflf-sustainability-forum-2025-06-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/mflf-sustainability-forum-2025-06-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/mflf-sustainability-forum-2025-06-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">ปิยะชาติ อิศรภักดี</span> ประธานร่วม BRANDi Institute of Systematic Transformation (BiOST)</strong> กล่าวว่า ความยั่งยืนต้องถูกยกระดับให้เป็นวาระหลักของทุกภาคส่วนและสามารถปฏิบัติได้จริงจนถึงระดับบุคคล โดยต้องมองระยะยาวแต่สร้างผลกระทบระยะสั้นให้เกิดขึ้นเป็นรูปธรรม พร้อมชี้ว่าภาคนโยบายจำเป็นต้องทำให้เศรษฐกิจกับความยั่งยืนเป็นเรื่องเดียวกัน หากไม่เร่งเปลี่ยนผ่าน เศรษฐกิจเดิมก็ไม่สามารถเติบโตได้ ขณะที่เศรษฐกิจใหม่ที่มีความยั่งยืนเป็นหัวใจก็ไม่เกิดขึ้น ซึ่งผลลัพธ์สุดท้ายคือการที่ GDP โตขึ้นแต่ยังต้องกลับมาแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมและสังคมอยู่ดี</p>
<p>อย่างไรก็ตาม การเติบโตในยุคต่อไปต้องเกิดจากการแก้ไขปัญหาสังคมและสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน และหากธุรกิจทำเรื่องความยั่งยืนแล้ว ต้องสร้างผลกำไรควบคู่ไปด้วย ส่วนภาคประชาชนต้องปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตประจำวันด้วยการเริ่มทำสิ่งเล็ก ๆ อย่างต่อเนื่องทุกวัน เพื่อให้ความยั่งยืนกลายเป็นพฤติกรรมที่หยั่งรากลึก</p>
<p>นอกจากนี้ ภาคเกษตรยังนับเป็นทางออกสำคัญของประเทศ โดยต้องพัฒนาตลอดห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ไปจนถึงปลายน้ำ พร้อมเน้นการพัฒนาคนให้เข้าใจและใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติอย่างรู้คุณค่าและยั่งยืน ซึ่งจะช่วยให้เกิดการกระจายประโยชน์ลงไปถึงชุมชนอย่างแท้จริง</p>
<h3>การเงินไทยปลดล็อกทุนสู่ความยั่งยืน</h3>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">ดร.กรินทร์ บุญเลิศวณิชย์</span> รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย</strong> กล่าวว่า ภาคการเงินต้องมีบทบาทในการทำงานทั้งระบบ ตั้งแต่การสร้างองค์ความรู้เพื่อช่วยธุรกิจปรับตัวสู่ความยั่งยืน ไปจนถึงการปลดล็อคเงินทุนเพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่าน เขาอธิบายว่าการเติบโตในอดีตมักใช้สมการเดิมที่นำพลังงาน ทุนมนุษย์ และทรัพยากรธรรมชาติมาเป็นต้นทุนในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ แต่แนวทางใหม่จำเป็นต้องเปลี่ยนให้ระบบเศรษฐกิจกลายเป็นกลไกที่ทำให้ภาคพลังงานยั่งยืน แก้ปัญหาสังคม และฟื้นฟูธรรมชาติไปพร้อมกัน</p>
<p>ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ธนาคารสามารถลดคาร์บอนอีมิชชันใน Scope 1 และ 2 ได้แล้ว 10% ขณะเดียวกันยังปรับสัดส่วนการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากพอร์ตสินเชื่อ โดยเพิ่มน้ำหนักของโครงการสีเขียว ทำให้ภาพรวมการปล่อยคาร์บอนลดลงได้ราว 4%</p>
<p>“ต่อไปเวลาพบปะกัน องค์กรต่าง ๆ ควรเริ่มต้นบทสนทนาด้วยการถามถึง “คาร์บอนอีมิชชันเป็นอย่างไรบ้าง” เพราะเมื่อทุกฝ่ายพูดถึงและให้ความสำคัญอย่างต่อเนื่อง ความก้าวหน้าด้านความยั่งยืนก็จะเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น” <strong>ดร.กรินทร์ </strong>กล่าว</p>
<h3>คาร์บอนเครดิตเสริมรายได้ชุมชนพะเยา</h3>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">ทอน ใจดี</span> ประธานเครือข่ายป่าชุมชน จังหวัดพะเยา</strong> กล่าวว่า ชุมชนทางภาคเหนืออยู่ร่วมกับป่าอยู่แล้ว ในการดูแลรักษาป่าก็จะช่วยกันดูแล เมื่อมีโครงการคาร์บอนเครดิตเข้ามา ชุมชนได้รับการสนับ สนุนให้ดูแลผืนป่ากว่า 945 ไร่ ได้คาร์บอนเครดิต 11,000 ตัน หรือ 4 ตัน/ไร่/ปี ซึ่งถือเป็นแหล่งเงินสนับสนุนที่ช่วยให้ชุมชนสามารถดูแลป่าได้ดียิ่งขึ้น รวมถึงกองทุนพัฒนาอาชีพที่เป็นหนึ่งในกลไกของโครงการคาร์บอนเครดิตของมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ก็ช่วยพัฒนาเรื่องงานจักรสานของกลุ่มผู้หญิงและผู้สูงอายุ ทำให้มีรายได้เกินเกณฑ์ 20,000 บาท เรียบร้อยแล้ว</p>
<p>การจัดงาน MFLF Sustainability Forum 2025 ครั้งนี้จึงไม่เพียงเป็นเวทีแห่งปีในการระดมความคิดและความร่วมมือ และร่วมหาทางออกด้านความยั่งยืน แต่ยังสะท้อนพันธกิจระยะยาวของมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ที่จะยืนหยัดเป็นผู้นำในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านของประเทศไทยสู่เศรษฐกิจที่แข่งขันได้บนฐานความยั่งยืน โดยมีทั้งเวทีนี้และกิจกรรมอื่นๆ เป็นกลไกสำคัญที่จะผลักดันให้ “ความยั่งยืน” กลายเป็นพลังขับเคลื่อนจริงในระดับบุคคล องค์กร และประเทศ</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/mflf-sustainability-forum-2025/">“MFLF Sustainability Forum 2025” เปิดเวทีขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านของไทยสู่เศรษฐกิจที่แข่งขันได้บนฐานความยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“พฤกษา โฮลดิ้ง” จับมือ “มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ” ร่วมด้วยพันธมิตรภาคเอกชน เดินหน้าสร้างป่าชุมชนเพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยก้าวสู่ Net Zero</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/pruksa-holding-net-zero/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/pruksa-holding-net-zero/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 24 Aug 2023 04:16:39 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[net zero]]></category>
		<category><![CDATA[ป่าชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[พฤกษา โฮลดิ้ง]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ]]></category>
		<category><![CDATA[ลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=29414</guid>

					<description><![CDATA[<p>พฤกษา โฮลดิ้ง เดินหน้าขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การรักษาทรัพยากรทางธรรมชาติอย่างยั่งยืน โดยร่วมมือกับ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ เข้าร่วมโครงการจัดการคาร์บอนเครดิตในป่าเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน พร้อมได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ เอกชนและชุมชน เพื่อสร้างป่าที่สมบูรณ์ควบคู่กับการสร้างรายได้อย่างยั่งยืนให้ชุมชน ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของกลุ่มพฤกษาที่มุ่งดำเนินธุรกิจเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะด้านการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ที่ประกาศตั้งเป้าลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 30% ภายในปี 2573 และพร้อมมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2593 การเข้าร่วมโครงการจัดการคาร์บอนเครดิตในป่าเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ถือเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้กลุ่มพฤกษาได้มีส่วนร่วมในการรักษาทรัพยากรควบคู่ไปกับการช่วยเหลือสังคม โดยอาศัยความเชี่ยวชาญของมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ที่สั่งสมประสบการณ์เกือบ 40 ปีมาขยายผลเพื่อร่วมส่งเสริมคุณภาพชีวิตของชุมชนในป่า พร้อมกับร่วมแก้ปัญหาสภาพแวดล้อมของไทยและของโลกไปในคราวเดียวกัน โดยในปี 2566 นี้ โครงการฯ ได้รับการสนับสนุนจากประชาชนใน&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/pruksa-holding-net-zero/">“พฤกษา โฮลดิ้ง” จับมือ “มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ” ร่วมด้วยพันธมิตรภาคเอกชน เดินหน้าสร้างป่าชุมชนเพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยก้าวสู่ Net Zero</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>พฤกษา โฮลดิ้ง เดินหน้าขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การรักษาทรัพยากรทางธรรมชาติอย่างยั่งยืน โดยร่วมมือกับ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ เข้าร่วมโครงการจัดการคาร์บอนเครดิตในป่าเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน พร้อมได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ เอกชนและชุมชน เพื่อสร้างป่าที่สมบูรณ์ควบคู่กับการสร้างรายได้อย่างยั่งยืนให้ชุมชน ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของกลุ่มพฤกษาที่มุ่งดำเนินธุรกิจเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะด้านการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ที่ประกาศตั้งเป้าลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 30% ภายในปี 2573 และพร้อมมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2593</strong></p>
<p><span id="more-29414"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-29416" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/pruksa-holding-net-zero-02.jpg" alt="โครงการจัดการคาร์บอนเครดิตในป่าเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน" width="740" height="494" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/pruksa-holding-net-zero-02.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/pruksa-holding-net-zero-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/pruksa-holding-net-zero-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/pruksa-holding-net-zero-02-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>การเข้าร่วมโครงการจัดการคาร์บอนเครดิตในป่าเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ถือเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้กลุ่มพฤกษาได้มีส่วนร่วมในการรักษาทรัพยากรควบคู่ไปกับการช่วยเหลือสังคม โดยอาศัยความเชี่ยวชาญของมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ที่สั่งสมประสบการณ์เกือบ 40 ปีมาขยายผลเพื่อร่วมส่งเสริมคุณภาพชีวิตของชุมชนในป่า พร้อมกับร่วมแก้ปัญหาสภาพแวดล้อมของไทยและของโลกไปในคราวเดียวกัน โดยในปี 2566 นี้ โครงการฯ ได้รับการสนับสนุนจากประชาชนใน 77 ป่าชุมชน ครอบคลุมพื้นที่ 143,496 ไร่ ในจังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ อำนาจเจริญ และยโสธร โดยจะเป็นพื้นที่ขึ้นทะเบียนคาร์บอนเครดิตได้ประมาณ 100,000 ไร่ มีผู้เข้าร่วม 12,721 ครัวเรือน และมีภาคเอกชนชั้นนำมาร่วมสนับสนุนการพัฒนา 14 ราย</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-29419" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/pruksa-holding-net-zero-05.jpg" alt="" width="400" height="600" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/pruksa-holding-net-zero-05.jpg 400w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/pruksa-holding-net-zero-05-200x300.jpg 200w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/pruksa-holding-net-zero-05-150x225.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/pruksa-holding-net-zero-05-333x500.jpg 333w" sizes="(max-width: 400px) 100vw, 400px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายอุดมศักดิ์ แย้มนุ่น</strong></span> <strong>Executive Advisor บริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จํากัด (มหาชน)</strong> เปิดเผยว่า ในฐานะที่กลุ่มพฤกษาเป็นองค์กรหนึ่งของสังคม เราต้องการทำให้สังคมนี้น่าอยู่และส่งเสริมให้สังคมอบอุ่น ทุกคนอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข ซึ่งสอดคล้องกับจุดหมายและวิสัยทัศน์ใหม่ของกลุ่มพฤกษา ด้วยกรอบแนวคิด ใส่ใจเพื่อทั้งชีวิต “<strong>อยู่ดี มีสุข</strong>” (Live well Stay well) พฤกษามีความมุ่งมั่นในการเป็นผู้นำด้วยการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกร้อยละ 30 ภายในปี 2573 พร้อมมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนในปี 2593 ดังนั้น การเข้าร่วมโครงการจัดการคาร์บอนเครดิตในป่าเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน จึงถือเป็นหนึ่งใน Road map ที่จะพาองค์กรไปสู่เป้าหมายที่ตั้งเป้าไว้ อีกทั้งยังมีส่วนช่วยเสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้กับคนในชุมชน ช่วยลดปัญหาว่างงาน ปัญหาหนี้ครัวเรือน ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายด้านสังคมของกลุ่มพฤกษา ด้วยเช่นกัน</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-29418" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/pruksa-holding-net-zero-04.jpg" alt="โครงการจัดการคาร์บอนเครดิตในป่าเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน" width="740" height="494" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/pruksa-holding-net-zero-04.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/pruksa-holding-net-zero-04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/pruksa-holding-net-zero-04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/pruksa-holding-net-zero-04-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>“กลุ่มพฤกษาได้มีการนำเทคโนโลยีสีเขียว “<strong>คาร์บอนเคียว</strong>” (Carbon Cure) มาใช้ผลิตแผ่นพรีคาสท์คาร์บอนต่ำ (Low Carbon Precast) โดยใช้ปูนซีเมนต์และคอนกรีตผสมเสร็จสำหรับงานก่อสร้าง ที่ได้รับการรับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์และฉลากลดโลกร้อน จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก องค์กรมหาชน รวมถึงมีโรงงานผลิตแผ่นพรีคาสท์ที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงแบบระบบอัตโนมัติ โดยใช้แนวคิด “<strong>ขยะเหลือศูนย์</strong>” (Zero Waste) ทำให้ลูกบ้านในโครงการต่าง ๆ ที่ก่อสร้างด้วยพรีคาสท์คาร์บอนต่ำจะได้บ้านที่มีคุณภาพ แข็งแรง และยังได้มีส่วนช่วยลดการสร้างมลภาวะต่อโลกอีกด้วย”</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-29417" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/pruksa-holding-net-zero-03.jpg" alt="โครงการจัดการคาร์บอนเครดิตในป่าเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน" width="740" height="494" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/pruksa-holding-net-zero-03.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/pruksa-holding-net-zero-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/pruksa-holding-net-zero-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/pruksa-holding-net-zero-03-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><strong>นายอุดมศักดิ์</strong> กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากการร่วมมือกับมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ กลุ่มพฤกษายังได้ร่วมกับกรมป่าไม้ในโครงการ &#8220;<strong>ฟื้นฟูระบบนิเวศเพื่อแบ่งปันคาร์บอนเครดิต</strong>&#8221; โดยจัดกิจกรรมให้เพื่อนพนักงานและผู้บริหารได้มีส่วนร่วมในการฟื้นฟูระบบนิเวศ ในรูปแบบการปลูก บำรุง อนุรักษ์ และฟื้นฟูป่าบนเนื้อที่ 370 ไร่ ในพื้นที่ ต.ห้วยบง อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ซึ่งกิจกรรมนี้ได้นำความภาคภูมิใจมาสู่เพื่อนพนักงานและผู้บริหาร เพราะถือเป็นหนึ่งในวัฒนธรรมขององค์กรพฤกษาเรื่อง “Impact for Good” ใช้ใจ ทำดี เพื่อผลลัพท์ที่ดี โดยมีพนักงานสนใจเข้าร่วมกิจกรรมมากกว่า 600 คน และมีแนวโน้มจะเพิ่มมากขึ้น จึงทำให้มีการขยายเวลาร่วมกิจกรรมไปถึงปลายปี 2566 ทั้งนี้กิจกรรมดังกล่าว เป็นไปตามแนวคิด ESG ที่ผสานแนวคิดด้านสภาพแวดล้อม (Environment) สังคม (Social) และธรรมาภิบาล (Governance) ซึ่งถูกปลูกฝังในทุก ๆ ขั้นตอนของการทำงาน เพื่อความยั่งยืนของสังคมและสิ่งแวดล้อม</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/pruksa-holding-net-zero/">“พฤกษา โฮลดิ้ง” จับมือ “มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ” ร่วมด้วยพันธมิตรภาคเอกชน เดินหน้าสร้างป่าชุมชนเพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยก้าวสู่ Net Zero</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/pruksa-holding-net-zero/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ป่าชุมชนแม่ขมิง … ป่าชุมชนเพื่อประโยชน์ของชุมชน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9b%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%82%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%87-ratch-group/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9b%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%82%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%87-ratch-group/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 11 Feb 2020 07:32:46 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[ชุมชนบ้านแม่ขมิง]]></category>
		<category><![CDATA[บุญทิวา ด่านศมสถิต]]></category>
		<category><![CDATA[ป่าชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[ป่าชุมชนบ้านแม่ขมิง]]></category>
		<category><![CDATA[ราช กรุ๊ป]]></category>
		<category><![CDATA[อัจฉริยะพงษ์ ปันฟอง]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการคนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการป่าชุมชนบ้านแม่ขมิง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=12254</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อปี พ.ศ. 2544 บริเวณเขตอำเภอวังชิ้น จังหวัดแพร่เกิดเหตุการณ์ดินถล่มและน้ำป่าไหลหลาก ทำให้มีความสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินของราษฎรณ์เป็นจำนวนมาก ภาครัฐจึงจัดตั้งโครงการป่าชุมชนขึ้นเพื่อฟื้นฟูและอนุรักษ์ป่าต้นน้ำในเขตอุทยานเแห่งชาติเวียงโกศัย จังหวัดแพร่ ป่าชุมชนบ้านแม่ขมิง มีเนื้อที่ 389 ไร่ ตั้งอยู่ในเขตหมู่ที่ 2 ต.สรอย อ.วังชิ้น จ.แพร่ เป็นอีกชุมชนหนึ่งที่ได้ดำเนินการป่าชุมชนมาอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับความร่วมมือจากผู้นำชุมชนและชาวบ้านในพื้นที่เป็นอย่างดี ในปี พ.ศ. 2562 ทางอุทยานแห่งชาติเวียงโกศัย กรมป่าไม้ จึงได้ส่งโครงการป่าชุมชนบ้านแม่ขมิง เข้าประกวดในโครงการคนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชน ประจำปี 2562 ของบริษัท&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9b%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%82%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%87-ratch-group/">ป่าชุมชนแม่ขมิง … ป่าชุมชนเพื่อประโยชน์ของชุมชน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เมื่อปี พ.ศ. 2544 บริเวณเขตอำเภอวังชิ้น จังหวัดแพร่เกิดเหตุการณ์ดินถล่มและน้ำป่าไหลหลาก ทำให้มีความสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินของราษฎรณ์เป็นจำนวนมาก ภาครัฐจึงจัดตั้งโครงการป่าชุมชนขึ้นเพื่อฟื้นฟูและอนุรักษ์ป่าต้นน้ำในเขตอุทยานเแห่งชาติเวียงโกศัย จังหวัดแพร่</strong><span id="more-12254"></span></p>
<p>ป่าชุมชนบ้านแม่ขมิง มีเนื้อที่ 389 ไร่ ตั้งอยู่ในเขตหมู่ที่ 2 ต.สรอย อ.วังชิ้น จ.แพร่ เป็นอีกชุมชนหนึ่งที่ได้ดำเนินการป่าชุมชนมาอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับความร่วมมือจากผู้นำชุมชนและชาวบ้านในพื้นที่เป็นอย่างดี ในปี พ.ศ. 2562 ทางอุทยานแห่งชาติเวียงโกศัย กรมป่าไม้ จึงได้ส่งโครงการป่าชุมชนบ้านแม่ขมิง เข้าประกวดในโครงการคนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชน ประจำปี 2562 ของบริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ได้รับรางวัลชนะเลิศดีเด่นด้าน “ป่าชุมชน : สืบสาน รักษา ต่อยอด สร้างสุขปวงประชา” นำมาซึ่งความภาคภูมิใจของชุมชนในพื้นที่เป็นอย่างยิ่ง</p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/02/RATCH-Group.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-12256 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/02/RATCH-Group.jpg" alt="นางบุญทิวา ด่านศมสถิต" width="450" height="600" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/02/RATCH-Group.jpg 450w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/02/RATCH-Group-225x300.jpg 225w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/02/RATCH-Group-150x200.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/02/RATCH-Group-375x500.jpg 375w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></a></p>
<p>ส่วน <span style="color: #6cb742;"><strong>นางบุญทิวา ด่านศมสถิต</strong></span> <strong>ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหารองค์กร บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)</strong> กล่าวว่า “โครงการคนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชน บริษัทฯ ริเริ่มและดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2551 มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการบริหารจัดการป่าไม้ทุกประเภทอย่างยั่งยืน หยุดยั้งการตัดไม้ทำลายป่า ฟื้นฟูป่าที่เสื่อมโทรม และเพิ่มการปลูกป่าและฟื้นฟูป่า บริษัทฯ เชื่อว่า “ป่าชุมชน” เป็นกลไกที่ขับเคลื่อนการอนุรักษ์ป่าจนสามารถเพิ่มพื้นที่ป่าของประเทศได้&#8230; สำหรับป่าชุมชนบ้านแม่ขมิง ได้รับรางวัลชนะเลิศดีเด่นด้านสืบสาน รักษา และต่อยอด สร้างสุขปวงประชา จากโครงการคนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชน ประจำปี 2562 ป่าแห่งนี้ได้น้อมนำและสืบสานศาสตร์พระราชาในการพัฒนา รักษา และฟื้นฟูป่าบ้านแม่ขมิงจนอุดมสมบูรณ์กลายเป็นแหล่งผลิตน้ำและอาหารหล่อเลี้ยงคนในชุมชนและทั้งจังหวัดแพร่มาอย่างยาวนาน อีกทั้งยังมีความเข้มแข็งในการป้องกันการบุกรุกทำลายป่าของคนและไฟป่าได้อย่างยอดเยี่ยม บริษัทฯ มีความภาคภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมในการฟื้นฟูป่า ตลอดจนระบบนิเวศ และความหลากหลายทางชีวภาพให้มีความยั่งยืน โครงการนี้จะยังคงดำเนินต่อไปเพื่อส่งเสริมชุมชนและขยายผลให้สังคมได้ตระหนักถึงคุณค่าของป่าไม้ ซึ่งเป็นหนทางหนึ่งในการแก้ไขปัญหาฝุ่นควัน และภัยธรรมชาติที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ”</p>
<p>ด้าน <span style="color: #6cb742;"><strong>นายทรงยศ</strong></span> <strong>เจ้าหน้าที่ป่าชุมชนห้วยแม่ขมิง อุทยานแห่งชาติเวียงโกศัย</strong> กล่าวว่า “เมื่อปี 2562 ทางกรมป่าไม้ได้มองเห็นศักยภาพของหมู่บ้าน และภาวะผู้นำของหมู่บ้านจึงส่งเข้าประกวดในระดับจังหวัด ระดับภาค และระดับประเทศ ก็ได้รับรางวัลจากบริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เป็นรางวัลป่าชุมชนชนะเลิศดีเด่นด้าน “ป่าชุมชน : สืบสาน รักษา ต่อยอด สร้างสุขปวงประชา”</p>
<figure id="attachment_12255" aria-describedby="caption-attachment-12255" style="width: 450px" class="wp-caption aligncenter"><a href="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/02/Phrae.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-12255 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/02/Phrae.jpg" alt="นายอัจฉริยะพงษ์ ปันฟอง" width="450" height="600" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/02/Phrae.jpg 450w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/02/Phrae-225x300.jpg 225w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/02/Phrae-150x200.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/02/Phrae-375x500.jpg 375w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></a><figcaption id="caption-attachment-12255" class="wp-caption-text">นายอัจฉริยะพงษ์ ปันฟอง</figcaption></figure>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายอัจฉริยะพงษ์ ปันฟอง</strong></span> <strong>ประธานป่าชุมชนบ้านแม่ขมิง และผู้ใหญ่บ้าน</strong> กล่าวว่า ป่าชุมชนบ้านแม่ขมิง มีเนื้อที่ 389 ไร่ เป็นแหล่งต้นน้ำของห้วยแม่ปะ กับห้วยแม่ขมิง ในบริเวณป่าชุมชนนี้เป็นที่ตั้งของอ่างเก็บน้ำซึ่งเป็นอ่างเก็บน้ำที่สำคัญของชุมชนในบริเวณนี้ เพราะเป็นแหล่งน้ำสำหรับทำการเพาะปลูกและอุปโภคบริโภคด้วย โดยมีครัวเรือนที่ใช้ประโยชน์จากอ่างเก็บน้ำ ถึง 226 ครัวเรือน</p>
<p>“ชุมชนบ้านแม่ขมิงเป็นอีกชุมชนหนึ่งที่มีความสามัคคี และทีมงานที่เข้มแข็งเป็นกุญแจสำคัญ ชาวบ้านและเยาวชนต่างมีส่วนร่วมในการดูแลป่าชุมชน มีการสร้างแนวกันไฟ สร้างฝาย ปลูกป่าเสริมเป็นประจำ นอกจากนั้น ชุมชนได้ตกลงร่วมกันว่าทุกครัวเรือนต้องส่งตัวแทนมาร่วมกิจกรรมของชุมชนทุกครั้ง เพื่อให้ชาวบ้านรวมทั้งเยาวชนตระหนักรู้ว่าการดูแลป่าเป็นหน้าที่ของทุกคน”</p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/02/RATCH-Group-Phrae-03.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-12260 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/02/RATCH-Group-Phrae-03.jpg" alt="ชุมชนบ้านแม่ขมิง" width="800" height="600" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/02/RATCH-Group-Phrae-03.jpg 800w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/02/RATCH-Group-Phrae-03-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/02/RATCH-Group-Phrae-03-768x576.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/02/RATCH-Group-Phrae-03-150x113.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/02/RATCH-Group-Phrae-03-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></a></p>
<p>นอกจากนั้น ชุมชนแห่งนี้ยังได้นำกระบวนการ D (Demand), S (Supply), L (Logistic) และM (Mamagement) มาใช้เพื่อเชื่อมโยงเรื่องการจัดการดิน-น้ำ-ป่า มีการนำหลักการนำน้ำจากอ่างเล็กมาเติมอ่างใหญ่ เพื่อให้กากกักเก็บน้ำได้ผลคุ้มค่าที่สุด และเพื่อให้ป่าชุมชนขยายเพิ่มขึ้นจึงมัการตกลงร่วมกันว่าหากใครเข้าไปเก็บของป่าชุมชนจะต้องปลูกต้นไม้ในบริเวณป่าชุมชนครั้งละ 1 ต้น ทำให้ในป่ามีต้นไม้เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด</p>
<p>“เรามีคณะกรรมการป่าชุมชน จัดชุดเคลื่อนที่เร็วเพื่อป้องกันและตรวจสอบไฟป่า รวมทั้งจัดทำแผนการฟื้นฟูป่าประจำปี เราดึงคนในชุมชนร่วมกันทำแนวกันไฟความกว้างประมาณ 1-2 เมตรตามแนวสันเขาครอบคลุมพื้นที่ป่าชุมชนระยะทางประมาณ 6 กิโลเมตร อีกทั้งยังจัดทำธนาคารใบไม้ เพื่อลดการเผาในชุมชนและลดจำนวนเชื้อเพลิงที่ติดไฟง่าย โดยให้ชาวบ้านนำใบไม้ กิ่งไม้ มาหมักกับมูลวัวที่หาได้ทั่วไปในท้องถิ่นผสมกับเชื้อจุลินทรีย์ จากนั้นก็จะได้ปุ๋ยให้ชุมชนนำไปใช้ได้&#8230; เราหวังที่จะเป็นต้นแบบการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมแบบครบวงจรในอนาคต ทั้งเรื่องการจัดการป่า ปศุสัตว์ พลังงานทดแทน การบริหารจัดการน้ำ และการเกษตร” <strong>นายอัจฉริยะพงษ์</strong> กล่าวเพิ่มเติม</p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/02/RATCH-Group-Phrae-02.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-12259 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/02/RATCH-Group-Phrae-02.jpg" alt="ชุมชนบ้านแม่ขมิง" width="680" height="680" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/02/RATCH-Group-Phrae-02.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/02/RATCH-Group-Phrae-02-150x150.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/02/RATCH-Group-Phrae-02-300x300.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/02/RATCH-Group-Phrae-02-50x50.jpg 50w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/02/RATCH-Group-Phrae-02-500x500.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></a></p>
<p>นอกจากนี้ คณะกรรมการป่าชุมชนยังมีกุศโลบายในการสร้างป่า ด้วยการสร้างเครือข่ายขยายแนวร่วมในชุมชนใกล้เคียง โดยส่งเสริมการปลูกพืชเศรษฐกิจเพื่อสร้างรายได้ให้ชุมชนที่เห็นผลเชิงประจักษ์ คือ การปลูกกาแฟ จนเกิดการก่อตั้ง เดอะ ปางงุ้น วัลเล่ย์ เป็นวิสาหกิจชุมชนใกล้เคียงที่มีเขตพื้นที่ติดต่อกับป่าชุมชนบ้านแม่ขมิง ที่ทั้งปลูกกาแฟ รับซื้อเมล็ดกาแฟจากเกษตรกรจังหวัดแพร่ และยังเป็นศูนย์ถ่ายทอดองค์ความรู้การปลูกกาแฟด้วย ในที่สุดไร่เลื่อนลอยได้พลิกฟื้นมาเป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์ชุ่มชื้นและให้ร่มเงาฟูมฟักต้นกาแฟ</p>
<p><strong>ป่าชุมชนบ้านแม่ขมิง ถือเป็นอีกตัวอย่างเชิงประจักษ์ที่ชุมชนร่วมมือกันอย่างแข็งขันปกป้องและดูแลผืนป่าชุมชน การสร้างพลังชุมชนของบ้านแม่ขมิงเริ่มจากการน้อมนำศาสตร์พระราชา “ปลูกป่าในใจคน” หล่อหลอมคนในชุมชนมองเห็นคุณค่าของป่า ส่งผลให้การบุกรุกแผ้วถางป่าค่อยๆ ลดลงจนหมดไปจากพื้นที่ ขณะที่การดูแลรักษาและฟื้นฟูป่าของชุมชนเพิ่มความแข็งแกร่งมากขึ้นๆ จนปัจจุบันกลายเป็นชุมชนที่เข้มแข็งและเป็นต้นแบบในการจัดการป่าอย่างยั่งยืน และเป็นแกนนำที่ร่วมกับภาครัฐในการปลูกป่าในใจคนด้วย</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9b%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%82%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%87-ratch-group/">ป่าชุมชนแม่ขมิง … ป่าชุมชนเพื่อประโยชน์ของชุมชน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9b%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%82%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%87-ratch-group/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“ป่าชุมชนบ้านปี้” รับรางวัลโครงการคนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชน ปี 2562</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9b%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%b5%e0%b9%89-2562/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9b%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%b5%e0%b9%89-2562/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 19 Dec 2019 06:11:02 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Scoop]]></category>
		<category><![CDATA[กิจกรรมการประกวดป่าชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[ป่าชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[ป่าชุมชนบ้านปี้]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการ คนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=11555</guid>

					<description><![CDATA[<p>ป่าชุมชนเป็นความหวังและพลังสำคัญที่จะช่วยให้ป่าของประเทศเพิ่มขึ้น และได้รับการปกป้องรักษาให้คงอยู่และมีความอุดมสมบูรณ์ที่มนุษย์และสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศพึ่งพิงในการดำรงชีวิตได้อย่างยั่งยืน ซึ่งไม่เพียงเป็นแหล่งน้ำและอาหารเท่านั้น แต่ยังเป็นกุญแจสำคัญในการแก้ไขปัญหาภาวะโลกร้อน จนทำให้สภาพอากาศแปรปรวน เกิดภัยธรรมชาติที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นทุกปี จึงนำมาซึ่งการจัดโครงการ คนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชน ประจำปี 2562 เป็นกิจกรรมการประกวดป่าชุมชนระดับประเทศ ชิงถ้วยรางวัลพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี การประกาศผลการประกวดป่าชุมชนระดับประเทศ ประจำปี 2562 โดย กรมป่าไม้ ร่วมกับบริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2551 นับเป็นโครงการต้นแบบความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนที่มุ่งส่งเสริมการสร้างจิตสำนึกด้วยแนวคิดการปลูกป่าในใจคน โดยประชาชนในชุมชนเป็นผู้ดูแลรักษาและบริหารจัดการป่าไม้ในท้องถิ่นตนเองด้วยกระบวนการมีส่วนร่วม&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9b%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%b5%e0%b9%89-2562/">“ป่าชุมชนบ้านปี้” รับรางวัลโครงการคนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชน ปี 2562</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ป่าชุมชนเป็นความหวังและพลังสำคัญที่จะช่วยให้ป่าของประเทศเพิ่มขึ้น และได้รับการปกป้องรักษาให้คงอยู่และมีความอุดมสมบูรณ์ที่มนุษย์และสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศพึ่งพิงในการดำรงชีวิตได้อย่างยั่งยืน ซึ่งไม่เพียงเป็นแหล่งน้ำและอาหารเท่านั้น แต่ยังเป็นกุญแจสำคัญในการแก้ไขปัญหาภาวะโลกร้อน จนทำให้สภาพอากาศแปรปรวน เกิดภัยธรรมชาติที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นทุกปี จึงนำมาซึ่งการจัดโครงการ คนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชน ประจำปี 2562 เป็นกิจกรรมการประกวดป่าชุมชนระดับประเทศ ชิงถ้วยรางวัลพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี</strong><span id="more-11555"></span></p>
<p>การประกาศผลการประกวดป่าชุมชนระดับประเทศ ประจำปี 2562 โดย กรมป่าไม้ ร่วมกับบริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2551 นับเป็นโครงการต้นแบบความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนที่มุ่งส่งเสริมการสร้างจิตสำนึกด้วยแนวคิดการปลูกป่าในใจคน โดยประชาชนในชุมชนเป็นผู้ดูแลรักษาและบริหารจัดการป่าไม้ในท้องถิ่นตนเองด้วยกระบวนการมีส่วนร่วม บ้าน-วัด-โรงเรียน และใช้ประโยชน์จากป่าด้วยวิถีแบบพอเพียงเพื่อลดรายจ่ายเพิ่มรายได้ของชุมชน เป็นการขับเคลื่อนงานด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ในรูปแบบของป่าชุมชน ซึ่งการประกาศผลการประกวดป่าชุมชนดังกล่าวได้รับเกียรติจาก วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานในพิธีมอบรางวัล พร้อมด้วย อรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้ และภาคเอกชนโดยมี กิจจา ศรีพัฑฒางกุระ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)</p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/12/ratch-group-phayao-02.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-11558 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/12/ratch-group-phayao-02.jpg" alt="“ป่าชุมชนบ้านปี้” รับรางวัลโครงการคนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชน ปี 2562" width="850" height="574" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/12/ratch-group-phayao-02.jpg 850w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/12/ratch-group-phayao-02-300x203.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/12/ratch-group-phayao-02-768x519.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/12/ratch-group-phayao-02-150x101.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/12/ratch-group-phayao-02-500x338.jpg 500w" sizes="(max-width: 850px) 100vw, 850px" /></a></p>
<p>ทั้งนี้ กรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นหน่วยงานภาครัฐที่รับผิดชอบการปกป้องดูแลรักษาป่าไม้ของประเทศ โดยรัฐบาลมีเป้าหมายที่จะเพิ่มพื้นที่ป่าให้ถึง 128 ล้านไร่ คิดเป็น 40% ของทั้งประเทศ ป่าชุมชนเป็นแนวทางที่ช่วยผลักดันให้ภารกิจการเพิ่มพื้นที่ป่ามีความก้าวหน้าเป็นลำดับ และยังเป็นเกราะป้องกันการบุกรุกทำลายป่าไม้ที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลอย่างดียิ่ง และในครั้งนี้ถือเป็นความร่วมมือของภาคเอกชนที่สามารถร่วมกันผลักดันให้การดำเนินงานของกรมป่าไม้ขยายผลได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ตัวอย่างที่เห็นเป็นประจักษ์ คือ โครงการคนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชน ที่กรมป่าไม้ได้ร่วมกับบริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) นับว่าประสบความสำเร็จเป็นที่น่าพอใจ ดังจะเห็นได้จากจำนวนชุมชนที่สนใจสมัครเข้าร่วมโครงการเพิ่มมากขึ้น เช่นเดียวกับชุมชนที่ขออนุมัติจัดทำโครงการป่าชุมชนจากกรมป่าไม้เพิ่มสูงขึ้นทั้งทางด้านจำนวนชุมชนและขนาดพื้นที่ป่าชุมชน ช่วยทำให้แนวคิดป่าชุมชนเผยแพร่กว้างขวาง ชุมชนตระหนักถึงความสำคัญ และมองเห็นประโยชน์จากการดูแลรักษาทรัพยากรป่า เพื่อเป็นแหล่งน้ำ แหล่งอาหารของชุมชนมากยิ่งขึ้น ซึ่งในปัจจุบันจำนวนป่าชุมชนที่ขึ้นทะเบียนกับกรมป่าไม้เพิ่มขึ้นเป็น 15,535 ป่าชุมชน คิดเป็นพื้นที่ป่ารวม 7,356,618 ล้านไร่ โดยกรมป่าไม้มีเป้าหมายที่จะเพิ่มจำนวนป่าชุมชนให้ถึง 10 ล้านไร่ ภายใน 5 ปี ซึ่งเป็นการรวมพลังของชุมชนที่มีใจรักษ์ป่าและส่งต่อเจตนารมณ์อันยิ่งใหญ่นี้จากรุ่นสู่รุ่นอย่างแน่นอน</p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/12/ratch-group-phayao-03.jpg"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-11557 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/12/ratch-group-phayao-03.jpg" alt="“ป่าชุมชนบ้านปี้” รับรางวัลโครงการคนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชน ปี 2562" width="850" height="567" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/12/ratch-group-phayao-03.jpg 850w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/12/ratch-group-phayao-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/12/ratch-group-phayao-03-768x512.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/12/ratch-group-phayao-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2019/12/ratch-group-phayao-03-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 850px) 100vw, 850px" /></a></p>
<p>สำหรับผลการประกวดป่าชุมชนชนะเลิศระดับประเทศ ที่ได้รับรางวัลโครงการ คนรักษ์ป่าป่ารักชุมชน ปี 2562 ได้พิจารณาตัดสินจากจำนวนป่าชุมชน 147 แห่งทั่วประเทศ โดยในปีนี้ ป่าชุมชนบ้านปี้ จังหวัดพะเยา ได้รับรางวัลป่าชุมชนชนะเลิศระดับประเทศ ถ้วยรางวัลพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และได้รับเงินรางวัล 200,000 บาท ที่มีกระบวนการบริหารจัดการป่า การอนุรักษ์อย่างต่อเนื่อง และมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในชุมชนอย่างโดดเด่นในการดูแลป่าจนอุดมสมบูรณ์ด้วยพรรณไม้และสัตว์ป่า นำมาซึ่งความมั่นคงของคนในป่า ชุมชน และความยั่งยืนของป่าไม้ และรางวัลป่าชุมชนชนะเลิศดีเด่น ด้าน “ป่าชุมชน : สืบสาน รักษา ต่อยอด สร้างสุขปวงประชา” ได้แก่ ป่าชุมชนบ้านแม่ขมิง จังหวัดแพร่ ได้รับถ้วยรางวัลและเงินรางวัลจำนวน 100,000 บาท นอกจากนี้ รางวัลป่าชุมชนระดับภาค มีชุมชนที่ได้รับอีกจำนวน 4 รางวัล รางวัลป่าชุมชนระดับจังหวัด จำนวน 68 รางวัล และรางวัลชมเชยจำนวน 67 รางวัล</p>
<p><strong>อย่างไรก็ตาม รางวัลที่ได้รับนี้จะเป็นแบบอย่างของการเรียนรู้การจัดการป่าชุมชนแบบป่ายั่งยืน ชุมชนได้ประโยชน์ และจุดประกายความคิดให้กับชุมชนอื่นๆ เพื่อขยายเครือข่ายป่าชุมชนให้กว้างขวางและแข็งแกร่งต่อไปเป็นกลไกที่ขับเคลื่อนระบบนิเวศป่าชุมชนในทุกภูมิภาคของประเทศ สามารถขยายผลแนวคิด “ป่าชุมชน” การอนุรักษ์และบริหารจัดการป่าแบบยั่งยืน</strong></p>
<hr />
<p>Source: นิตยสาร Green Network ฉบับที่ 96 พฤศจิกายน-ธันวาคม 2562 คอลัมน์ GREEN Scoop โดย กองบรรณาธิการ</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9b%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%b5%e0%b9%89-2562/">“ป่าชุมชนบ้านปี้” รับรางวัลโครงการคนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชน ปี 2562</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%9b%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%b5%e0%b9%89-2562/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
