<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ป่าไม้ | Green Network</title>
	<atom:link href="https://www.greennetworkthailand.com/tag/%E0%B8%9B%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%89/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Wed, 07 Jan 2026 07:59:54 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.8.5</generator>

<image>
	<url>https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/green-network-50x50.png</url>
	<title>ป่าไม้ | Green Network</title>
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>บ้านร่องเคาะ ลำปาง ต้นแบบ “ชุมชนไม้มีค่า” ใช้ครั่งจากต้นจามจุรีสร้างรายได้ ฟื้นป่า เดินหน้าสู่ความยั่งยืนจากฐานราก</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/bio-economy-forest-community/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 07 Jan 2026 07:59:54 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Report]]></category>
		<category><![CDATA[ครั่ง]]></category>
		<category><![CDATA[ชุมชนไม้มีค่า]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านร่องเคาะ]]></category>
		<category><![CDATA[ป่าไม้]]></category>
		<category><![CDATA[พื้นที่สีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[ลดก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[ลำปาง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=42769</guid>

					<description><![CDATA[<p>“ไม้มีค่า” กำลังถูกยกระดับจากทรัพยากรในป่า สู่กลไกสำคัญของการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืนในประเทศไทย เมื่อองค์ความรู้จากงานวิจัย นโยบายภาครัฐ และพลังของคนในพื้นที่ถูกหลอมรวมเข้าด้วยกัน ไม้ชุมชนจึงไม่เพียงทำหน้าที่ฟื้นฟูผืนป่า แต่ยังสร้างรายได้ สร้างอาชีพ และสร้างอนาคตให้กับชุมชนฐานราก บทพิสูจน์นี้สะท้อนผ่านเวทีเสวนาและการมอบประกาศเกียรติคุณ “ชุมชนไม้มีค่า” ระดับประเทศ ภายใต้ความร่วมมือของสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับ กรมป่าไม้ สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) หรือสพภ. และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ผ่านการบริหารจัดการไม้มีค่าอย่างสมดุล สามารถตอบโจทย์ทั้งเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/bio-economy-forest-community/">บ้านร่องเคาะ ลำปาง ต้นแบบ “ชุมชนไม้มีค่า” ใช้ครั่งจากต้นจามจุรีสร้างรายได้ ฟื้นป่า เดินหน้าสู่ความยั่งยืนจากฐานราก</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>“ไม้มีค่า”</strong> กำลังถูกยกระดับจากทรัพยากรในป่า สู่กลไกสำคัญของการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืนในประเทศไทย เมื่อองค์ความรู้จากงานวิจัย นโยบายภาครัฐ และพลังของคนในพื้นที่ถูกหลอมรวมเข้าด้วยกัน ไม้ชุมชนจึงไม่เพียงทำหน้าที่ฟื้นฟูผืนป่า แต่ยังสร้างรายได้ สร้างอาชีพ และสร้างอนาคตให้กับชุมชนฐานราก บทพิสูจน์นี้สะท้อนผ่านเวทีเสวนาและการมอบประกาศเกียรติคุณ “ชุมชนไม้มีค่า” ระดับประเทศ ภายใต้ความร่วมมือของ<strong>สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) </strong>ร่วมกับ <strong>กรมป่าไม้ สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) หรือสพภ. และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) </strong>ผ่านการบริหารจัดการไม้มีค่าอย่างสมดุล สามารถตอบโจทย์ทั้งเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม พร้อมปูทางสู่โมเดลการพัฒนาที่ชุมชนไทยสามารถยืนหยัดได้ด้วยตนเอง และร่วมขับเคลื่อนประเทศสู่ความยั่งยืนในระยะยาว</p>
<p><span id="more-42769"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42771" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/bio-economy-forest-community-02.jpg" alt="ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง" width="749" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/bio-economy-forest-community-02.jpg 749w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/bio-economy-forest-community-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/bio-economy-forest-community-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/bio-economy-forest-community-02-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 749px) 100vw, 749px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง</span> ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ</strong> <strong>(วช.)</strong> กล่าวว่า โครงการประกาศเกียรติคุณ <strong>“ชุมชนไม้มีค่า”</strong> ระดับประเทศ เป็นกิจกรรมสำคัญที่ วช. ดำเนินการอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 เพื่อเสริมสร้างแรงจูงใจให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ส่งเสริมการปลูกต้นไม้และไม้มีค่า และขยายผลให้เกิดชุมชนไม้มีค่าเพิ่มมากขึ้น พร้อมคาดหวังว่าชุมชนที่ได้รับประกาศเกียรติคุณ “ชุมชนไม้มีค่า” ระดับประเทศ ครั้งที่ 3 ประจำปี 2568 นี้ จะสามารถเป็นต้นแบบในการขับเคลื่อนการดำเนินงานสู่ชุมชนอื่น ๆ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างกว้างขวาง พร้อมส่งเสริมการบริหารจัดการและการใช้ประโยชน์จากชุมชนไม้มีค่าอย่างยั่งยืน ผ่านการพัฒนาและประยุกต์ใช้งานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อสร้างพื้นที่สีเขียวในชุมชนต่อไป</p>
<p>ทั้งนี้ โครงการชุมชนไม้มีค่าเป็นกลไกสำคัญในการนำงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์ในพื้นที่จริง ส่งเสริมให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการปลูกและดูแลไม้มีค่า ควบคู่กับการบริหารจัดการทรัพยากรป่าไม้ให้เกิดความสมดุลทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ตามมติคณะรัฐมนตรี เพื่อเพิ่มพื้นที่ป่าและสร้างแรงจูงใจให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ พร้อมสร้างต้นแบบขยายผลสู่พื้นที่อื่นอย่างยั่งยืน</p>
<p>ในปี 2568 ที่ผ่านมามีชุมชนสนใจสมัครเข้าร่วมรวมทั้งสิ้น 23 ชุมชน โดยผ่านกระบวนการคัดเลือกทั้งการพิจารณาจากเอกสารตามเกณฑ์ 5 ด้านสำคัญ และการลงพื้นที่รับฟังการนำเสนอผลการดำเนินงานจริง จนได้ชุมชนต้นแบบที่ผ่านเกณฑ์รับรางวัล ดังนี้</p>
<ol>
<li>รางวัลระดับ “ดีเด่น” จำนวน 3 ชุมชน ได้แก่ ชุมชนบ้านร่องเคาะ จ.ลำปาง, เครือข่ายเกษตรกรบ้านมาบชุมแสงพัฒนา จ.นครสวรรค์, วิสาหกิจบ้านแปลงนกเป้า จ.ฉะเชิงเทรา</li>
<li>รางวัลระดับ “ดี” จำนวน 5 ชุมชน ได้แก่ ชุมชนรักษ์ป่า จ. สุรินทร์, ชุมชนบ้านโค้งตาบาง จ.เพชรบุรี, ชุมชนบ้านสบลืน จ. ลำปาง, ป่าชุมชนบ้านจำหวาย จ.เชียงราย, ป่าชุมชนบ้านหนองแวงยาว จ.ร้อยเอ็ด</li>
<li>รางวัลระดับ “ชมเชย” จำนวน 3 ชุมชน ได้แก่ ชุมชนรถป่าประดู่ ห้วยทรายขาว จ. สุราษฎร์ธานี , ชุมชนบ้านต้นปล้องใต้ จ. เชียงราย , ชุมชนบ้านคำสมอ จ. อุบลราชธานี</li>
</ol>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42772" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/bio-economy-forest-community-03.jpg" alt="อดิเรก สวยสด" width="751" height="563" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/bio-economy-forest-community-03.jpg 751w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/bio-economy-forest-community-03-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/bio-economy-forest-community-03-150x112.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/bio-economy-forest-community-03-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 751px) 100vw, 751px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">อดิเรก สวยสด</span> ผู้ใหญ่บ้านชุมชนบ้านร่องเคาะ จังหวัดลำปาง</strong> กล่าวภายหลังได้รับรางวัลดีเด่น <strong>“ชุมชนไม้มีค่า”</strong> ว่า ความสำเร็จดังกล่าวเกิดจากการที่โครงการได้จุดประกายให้ชุมชนมองเห็นคุณค่าทรัพยากรท้องถิ่น โดยเฉพาะ <strong>“ครั่ง”</strong> ที่อาศัยอยู่บนต้นจามจุรี ซึ่งเป็นทรัพยากรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและสามารถนำมาแปรรูปได้หลากหลาย ตั้งแต่เรซิ่น สีย้อมไม้ ยาในรูปแบบแคปซูล ไปจนถึงการย้อมผ้าอัตลักษณ์ของจังหวัดลำปาง ช่วยยกระดับผลิตภัณฑ์ชุมชนให้ได้มาตรฐาน สร้างมูลค่าเพิ่มและรายได้เฉลี่ยประมาณ 100,000 บาทต่อครัวเรือน ปัจจุบันมีสมาชิกเข้าร่วม 87 ครัวเรือน มีต้นจามจุรีที่สามารถผลิตครั่งได้กว่า 1,300 ต้น สร้างรายได้รวมราว 4 ล้านบาทต่อปี</p>
<p>การพัฒนาไปสู่การแปรรูปเชิงอุตสาหกรรมเป็นกุญแจสำคัญในการขยายตลาดสู่ระดับโลก เนื่องจากความต้องการครั่งในตลาดโลกสูงถึงประมาณ 20,000 ตันต่อปี ขณะที่ประเทศไทยยังผลิตได้เพียงราว 2,000 ตัน สะท้อนโอกาสการเติบโตของครั่งในอนาคต พร้อมตั้งเป้าให้เกษตรกรมีส่วนร่วมในการสร้าง “โลกสีเขียว” ผ่านการลดการเผาในพื้นที่ ลดฝุ่น PM2.5 และยกระดับคุณภาพสิ่งแวดล้อมควบคู่เศรษฐกิจชุมชน</p>
<p>ขณะเดียวกัน ชุมชนบ้านร่องเคาะอยู่ระหว่างการจดทะเบียนกับองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.) ในโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคป่าไม้ ด้วยแนวคิดการแบ่งปันคาร์บอนเครดิต โดยได้รับการสนับสนุนจากภาคเอกชน ได้แก่ SCG และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย</p>
<p>“ปัจจุบันชุมชนอยู่ระหว่างการดำเนินการโครงการ T-VER วัดแปลงพื้นที่นำร่องขนาด 1 ไร่ เพื่อประเมินปริมาณคาร์บอนเครดิตที่คาดว่าจะได้รับ พร้อมได้รับการสนับสนุนจากภาคเอกชนในอัตราไร่ละ 100 บาท คิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 80,000 บาทต่อปี ถือเป็นอีกกลไกหนึ่งที่ช่วยเสริมรายได้และความยั่งยืนให้กับชุมชนในระยะยาว” <strong>อดิเรก </strong>กล่าว</p>
<p><strong>โครงการประกาศเกียรติคุณ “ชุมชนไม้มีค่า” ระดับประเทศ ในครั้งนี้ ไม่ได้จัดขึ้นเพื่อมุ่งเน้นการเพิ่มพื้นที่สีเขียวเพียงอย่างเดียว แต่ยังให้ความสำคัญกับการยกระดับชุมชนให้เป็นต้นแบบ โดยแบ่งการดำเนินงานเป็น 2 ระยะ คือ ระยะที่ 1 (2566–2570) ขยายฐานกลุ่มเป้าหมายใหม่ และ ระยะที่ 2 (2571 เป็นต้นไป) ยกระดับสู่ต้นแบบที่ยั่งยืน ซึ่ง วช. พร้อมผลักดันโมเดลจากทั้ง 3 ชุมชนนี้ให้เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้และสร้างความเข้มแข็งให้แก่เศรษฐกิจฐานรากต่อไป</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/bio-economy-forest-community/">บ้านร่องเคาะ ลำปาง ต้นแบบ “ชุมชนไม้มีค่า” ใช้ครั่งจากต้นจามจุรีสร้างรายได้ ฟื้นป่า เดินหน้าสู่ความยั่งยืนจากฐานราก</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
