<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ผลกระทบสิ่งแวดล้อม | Green Network</title>
	<atom:link href="https://www.greennetworkthailand.com/tag/%E0%B8%9C%E0%B8%A5%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%97%E0%B8%9A%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A1/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Tue, 12 May 2026 08:22:28 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.8.5</generator>

<image>
	<url>https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/green-network-50x50.png</url>
	<title>ผลกระทบสิ่งแวดล้อม | Green Network</title>
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>จับตาเมกะโปรเจกต์แลนด์บริดจ์กระทบสิ่งแวดล้อม เขย่าอาชีพประมงและระบบนิเวศชายฝั่ง</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/land-bridge-eia/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 12 May 2026 08:00:31 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Focus]]></category>
		<category><![CDATA[Highlight Stories]]></category>
		<category><![CDATA[EIA]]></category>
		<category><![CDATA[การพัฒนาเศรษฐกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[ผลกระทบสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบนิเวศชายฝั่ง]]></category>
		<category><![CDATA[อาชีพประมง]]></category>
		<category><![CDATA[แลนด์บริดจ์]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการแลนด์บริดจ์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=44112</guid>

					<description><![CDATA[<p>หลังจากที่ประเทศไทยได้รัฐบาลใหม่มาได้ไม่นาน โครงการที่เป็นเมกะโปรเจกต์มานานนับ 20 ปี อย่าง “โครงการท่าเรือน้ำลึกแลนด์บริดจ์ชุมพร ระนอง” กลับมาถูกผลักดันอีกครั้ง โดยอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรีคนล่าสุดของไทย ท่ามกลางความขัดแย้งทางตะวันออกกลางที่เป็นคอขวดสำคัญ “โครงการแลนด์บริดจ์” หรือ โครงการสะพานเศรษฐกิจภาคใต้ นับเป็นโครงการเชื่อมฝั่งทะเลอ่าวไทย และอันดามัน (ชุมพร-ระนอง) มีเป้าหมายในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศด้วยการสร้างทางพิเศษ หรือมอเตอร์เวย์และระบบรถไฟรางคู่เชื่อมโยงท่าเรือทั้งสองแห่งไว้ด้วยกัน เพื่อเป็นเส้นทางลัดขนส่งสินค้าระหว่างมหาสมุทรอินเดียและทะเลจีนใต้ โดยไม่ต้องผ่านช่องแคบมะละกาที่กำลังเผชิญกับความแออัดและความไม่นอน ทั้งต้นทุนและเวลา โดยโครงการนี้มีเม็ดเงินลงทุนกว่า 1 ล้านล้านบาท ปัจจุบันสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) อยู่ระหว่างการศึกษาความเหมาะสม การออกแบบเบื้องต้น&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/land-bridge-eia/">จับตาเมกะโปรเจกต์แลนด์บริดจ์กระทบสิ่งแวดล้อม เขย่าอาชีพประมงและระบบนิเวศชายฝั่ง</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>หลังจากที่ประเทศไทยได้รัฐบาลใหม่มาได้ไม่นาน โครงการที่เป็นเมกะโปรเจกต์มานานนับ 20 ปี อย่าง “<strong>โครงการท่าเรือน้ำลึกแลนด์บริดจ์ชุมพร ระนอง” </strong>กลับมาถูกผลักดันอีกครั้ง โดย<strong>อนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี</strong>คนล่าสุดของไทย ท่ามกลางความขัดแย้งทางตะวันออกกลางที่เป็นคอขวดสำคัญ</p>
<p><span id="more-44112"></span></p>
<p>“<strong>โครงการแลนด์บริดจ์</strong>” หรือ โครงการสะพานเศรษฐกิจภาคใต้ นับเป็นโครงการเชื่อมฝั่งทะเลอ่าวไทย และอันดามัน (ชุมพร-ระนอง) มีเป้าหมายในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศด้วยการสร้างทางพิเศษ หรือมอเตอร์เวย์และระบบรถไฟรางคู่เชื่อมโยงท่าเรือทั้งสองแห่งไว้ด้วยกัน เพื่อเป็นเส้นทางลัดขนส่งสินค้าระหว่างมหาสมุทรอินเดียและทะเลจีนใต้ โดยไม่ต้องผ่านช่องแคบมะละกาที่กำลังเผชิญกับความแออัดและความไม่นอน ทั้งต้นทุนและเวลา โดยโครงการนี้มีเม็ดเงินลงทุนกว่า 1 ล้านล้านบาท ปัจจุบัน<strong>สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) </strong>อยู่ระหว่างการศึกษาความเหมาะสม การออกแบบเบื้องต้น และประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม (EIA)</p>
<p>โครงการแลนด์บริดจ์ที่รัฐบาลผลักดันให้เป็น “ประตูเศรษฐกิจใหม่” ของภาคใต้ กำลังเผชิญคำถามสำคัญจากประชาชนและภาคสิ่งแวดล้อม หลังมีแผนก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกขนาดใหญ่ 2 แห่ง คือ ท่าเรือแหลมริ่ว จังหวัดชุมพร และท่าเรืออ่าวอ่าง จังหวัดระนอง ซึ่งต้องใช้การถมทะเลรวมกันนับหมื่นไร่ แบ่งเป็นฝั่งชุมพรประมาณ 5,808 ไร่ และฝั่งระนองราว 6,975 ไร่ แม้ภาครัฐจะชูว่าโครงการนี้จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต สร้างงาน สร้างรายได้ และเปิดโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับคนในพื้นที่ แต่ในอีกด้านหนึ่ง ชาวบ้านและนักอนุรักษ์กลับตั้งคำถามถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อระบบนิเวศชายฝั่ง ทรัพยากรทางทะเล และวิถีชีวิตดั้งเดิมของชุมชนประมง ที่อาจต้องเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ทั้งในเรื่องแหล่งอาหาร ความสมบูรณ์ของทะเล ตลอดจนสมดุลระหว่างการพัฒนาเศรษฐกิจกับการรักษาทรัพยากรธรรมชาติที่อาจไม่สามารถย้อนคืนได้ง่ายนัก</p>
<h3>“ขุมทรัพย์ทะเลใต้” บนเส้นทางแลนด์บริดจ์ กับวิถีชุมชนที่อาจต้องแลก</h3>
<p>จากการรายงานของกลุ่ม Beach for Life มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม และเครือข่ายนักกฎหมายสิทธิมนุษยชนภาคใต้ ในหัวข้อ “Land bridge Effect ผลกระทบโครงการท่าเรือน้ำลึกแลนด์บริดจ์ชุมพร-ระนอง” ระบุว่า ท่าเรือแหลมริ่ว จังหวัดชุมพร และท่าเรืออ่าวอ่าง จังหวัดระนอง ที่กำลังถูกก่อสร้างในโครงการแลนด์บริดจ์ ต่างก็เป็นพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ทางทะเลและเป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพที่สำคัญ โดยในฝั่งท่าเรือที่ระนองจะกินพื้นที่สำคัญทางทะเลมากมาย ทั้งพื้นที่ชุ่มน้ำปากแม่น้ำกระบุรี ถึงปากคลองกะเปอร์ พื้นที่สงวนชีวมณฑลระนอง อุทยานแห่งชาติแหลมสน รวมถึงลุ่มน้ำสำคัญ ซึ่งชาวบ้านส่วนใหญ่ในเขตนี้ ทำอาชำประมงมายาวนาน และมีรายได้สูง ซึ่งอาจลดน้อยลงหลังจากโครงการได้ถูกสร้างขึ้น</p>
<p>อีกพื้นที่ที่น่าเป็นห่วง คือพื้นที่ดอนตาแพ้ว และถูกขนานนามว่า “ขุมทรัพย์กลางทะเลระนอง” เนื่องจากมีสัตว์น้ำอาศัยอยู่จำนวนมาก และมีความอุดมสมบูรณ์ โดยมีหลายชุมชนที่พึ่งพาทรัพยากรบริเวณนี้เป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นชุมชนประมงพื้นบ้าน ชุมชนชาติพันธุ์ ชาวไทยพลัดถิ่น และชาวมอแกนอีกกว่า 400 ชีวิต</p>
<p>ขณะที่พื้นที่ท่าเรือแหลมริ่ว จังหวัดชุมพร ซึ่งถูกวางให้เป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญของโครงการแลนด์บริดจ์ กลับเป็นพื้นที่ที่เต็มไปด้วยทรัพยากรทางทะเลและชุมชนดั้งเดิมที่พึ่งพิงทะเลในการดำรงชีวิตมายาวนาน โดยมีชาวประมงพื้นบ้านจำนวนมากประกอบอาชีพสร้างรายได้เฉลี่ยครัวเรือนละกว่า 29,450 บาทต่อเดือน และมีชุมชนมากกว่า 2,150 ครัวเรือนอยู่ในรัศมีที่อาจได้รับผลกระทบจากโครงการ รวมถึงโรงเรียนและสถานพยาบาลอีก 16 แห่งในพื้นที่อ่อนไหว</p>
<h3>สั่นคลอนสัตว์น้ำเศรษฐกิจ และห่วงโซ่อาหารคนไทย</h3>
<p>ท่ามกลางความกังวลว่า การขุดลอกทะเลและถมทะเลกว่า 6,000 ไร่ อาจไม่เพียงเปลี่ยนภูมิทัศน์ชายฝั่ง แต่ยังอาจทำลายแหล่งอาศัยและแหล่งวางไข่ของสัตว์น้ำเศรษฐกิจสำคัญ ทั้งปลาทูไทย ปลาอินทรีย์ ปลาเก๋า ปลาหมึก ตลอดจนสิ่งมีชีวิตหายากอย่างฉลามวาฬ จั๊กจั่นทะเล และแนวปะการัง ซึ่งเป็นฐานทรัพยากรที่หล่อเลี้ยงทั้งชุมชนและห่วงโซ่อาหารของทะเลอ่าวไทยตอนบน</p>
<p style="text-align: center;"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44114" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/land-bridge-eia-02.jpg" alt="ระบบนิเวศทะเล" width="780" height="439" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/land-bridge-eia-02.jpg 780w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/land-bridge-eia-02-300x169.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/land-bridge-eia-02-768x432.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/land-bridge-eia-02-150x84.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/land-bridge-eia-02-500x281.jpg 500w" sizes="(max-width: 780px) 100vw, 780px" /></p>
<p>หากระบบนิเวศทะเลเปลี่ยนไป ผลกระทบจะไม่ได้หยุดอยู่แค่สัตว์น้ำลดลง แต่จะลุกลามเป็นลูกโซ่สู่เศรษฐกิจฐานราก วิถีชีวิตประมงพื้นบ้าน และความมั่นคงทางอาหารของคนไทย ขณะเดียวกัน การถมทะเลและก่อสร้างโครงสร้างขนาดใหญ่ยังอาจทำให้กระแสน้ำและแนวชายฝั่งเปลี่ยนแปลงผิดไปจากธรรมชาติ เกิดการสะสมของตะกอนจนบางพื้นที่ตื้นเขิน เรือประมงเสี่ยงติดโคลนในช่วงน้ำลง รวมถึงเพิ่มความเสี่ยงด้านอุบัติเหตุทางน้ำและมลพิษจากกิจกรรมท่าเรือ ไม่ว่าจะเป็นคราบน้ำมันหรือของเสียจากเรือสินค้า ที่อาจตกค้างในระบบนิเวศทางทะเลในระยะยาว</p>
<h3>เส้นแบ่ง 5 กิโลเมตร เสี่ยงไม่ครอบคลุมผลกระทบที่แท้จริง</h3>
<p><span style="color: #6cb742;"> </span><strong><span style="color: #6cb742;">ดร.อาภา หวังเกียรติ</span> จาก มหาวิทยาลัยรังสิต</strong> ได้ตั้งข้อสังเกตว่า กระบวนการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือ EIA ของไทย อาจไม่สามารถรับมือกับโครงการขนาดใหญ่และซับซ้อนอย่างแลนด์บริดจ์ได้อย่างเพียงพอ โดยจากประสบการณ์ติดตามสถานการณ์ EIA มาหลายปี พบว่าระบบการประเมินยังคงยึดกรอบคิดเดิม ขณะที่เทคโนโลยีและรูปแบบการพัฒนาได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว หนึ่งในปัญหาสำคัญคือ การกำหนดขอบเขตพื้นที่ได้รับผลกระทบไว้เพียงรัศมี 5 กิโลเมตรจากตัวโครงการ ซึ่งอาจไม่สะท้อนผลกระทบที่เกิดขึ้นจริง ทั้งต่อชุมชนใกล้เคียง ระบบนิเวศชายฝั่ง และทรัพยากรธรรมชาติที่แม้อยู่นอกพื้นที่กำหนด แต่ยังเชื่อมโยงกันผ่านกระแสน้ำ ห่วงโซ่อาหาร และระบบนิเวศทางทะเล ทำให้เกิดคำถามว่า การประเมินผลกระทบในรูปแบบ EIA เพียงอย่างเดียว จะเพียงพอหรือไม่สำหรับโครงการขนาดมหาศาลที่อาจสร้างผลกระทบข้ามพื้นที่และต่อเนื่องในระยะยาว ทั้งในมิติสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และวิถีชีวิตของผู้คนริมชายฝั่งทะเลภาคใต้</p>
<p>แม้โครงการแลนด์บริดจ์จะถูกวาดภาพให้เป็นสัญลักษณ์ของ “ความเจริญ” และประตูเศรษฐกิจแห่งใหม่ของประเทศ แต่สำหรับคนในพื้นที่จำนวนหนึ่ง ความศิวิไลซ์ที่กำลังจะมาถึง อาจแลกมาด้วยการสูญเสียความอุดมสมบูรณ์ของทะเลและวิถีชีวิตที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน ทั้งยังเกิดคำถามต่ออนาคตการท่องเที่ยวของจังหวัดชุมพรและระนอง ว่าสถานที่ธรรมชาติสำคัญอย่างหมู่เกาะกำ หาดบางเบน และ เกาะพยาม จะยังคงเสน่ห์ความงดงามทางธรรมชาติไว้ได้เพียงใด ท่ามกลางเงาของท่าเรือขนส่งสินค้าขนาดใหญ่และมลพิษจากกิจกรรมอุตสาหกรรมที่อาจตามมาในอนาคต</p>
<hr />
<p>ที่มา : <a href="https://beachforlife.org/ebook/26" target="_blank" rel="noopener">Beach for Life</a>, <a href="https://www.greenpeace.org/thailand/story/54821/land-bridge-effect-review-local-resources/" target="_blank" rel="noopener">Greenpeace</a></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/land-bridge-eia/">จับตาเมกะโปรเจกต์แลนด์บริดจ์กระทบสิ่งแวดล้อม เขย่าอาชีพประมงและระบบนิเวศชายฝั่ง</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
