<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ผลิตไฟฟ้า | Green Network</title>
	<atom:link href="https://www.greennetworkthailand.com/tag/%E0%B8%9C%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%9F%E0%B9%89%E0%B8%B2/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Fri, 03 Apr 2026 01:50:34 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.8.5</generator>

<image>
	<url>https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/green-network-50x50.png</url>
	<title>ผลิตไฟฟ้า | Green Network</title>
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>NNEG เริ่มเดินเครื่องส่วนขยาย 28.75 เมกะวัตต์ สร้างความมั่นคงด้านพลังงานให้ภาคอุตสาหกรรม</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/nneg-gas-engine/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 03 Apr 2026 01:46:18 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<category><![CDATA[Gas Engine]]></category>
		<category><![CDATA[NNEG]]></category>
		<category><![CDATA[ผลิตไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานไฟฟ้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=43675</guid>

					<description><![CDATA[<p>1 เมษายน 2569 : บริษัท ผลิตไฟฟ้า นวนคร จำกัด (NNEG) จัดพิธีเปิดการผลิตไฟฟ้าส่วนขยาย มูลค่าโครงการประมาณ 1,724 ล้านบาท โดยติดตั้งเครื่องยนต์ก๊าซ (Gas Engine) พร้อมอุปกรณ์อื่นที่เกี่ยวข้อง กำลังการผลิตไฟฟ้าสุทธิ 28.75 เมกะวัตต์ และความสามารถผลิตไอน้ำ 8 ตันต่อชั่วโมง ซึ่งจะเริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ในเดือนเมษายน พ.ศ. 2569 ความสำเร็จของโครงการส่วนขยายครั้งนี้ ส่งผลให้ NNEG มีกำลังผลิตไฟฟ้าสุทธิ&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/nneg-gas-engine/">NNEG เริ่มเดินเครื่องส่วนขยาย 28.75 เมกะวัตต์ สร้างความมั่นคงด้านพลังงานให้ภาคอุตสาหกรรม</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>1 เมษายน 2569 : <strong>บริษัท ผลิตไฟฟ้า นวนคร จำกัด (NNEG) </strong>จัดพิธีเปิดการผลิตไฟฟ้าส่วนขยาย มูลค่าโครงการประมาณ 1,724 ล้านบาท โดยติดตั้งเครื่องยนต์ก๊าซ (Gas Engine) พร้อมอุปกรณ์อื่นที่เกี่ยวข้อง กำลังการผลิตไฟฟ้าสุทธิ 28.75 เมกะวัตต์ และความสามารถผลิตไอน้ำ 8 ตันต่อชั่วโมง ซึ่งจะเริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ในเดือนเมษายน พ.ศ. 2569</p>
<p><span id="more-43675"></span></p>
<p>ความสำเร็จของโครงการส่วนขยายครั้งนี้ ส่งผลให้ NNEG มีกำลังผลิตไฟฟ้าสุทธิ รวม 207.75 เมกะวัตต์ และมีกำลังผลิตไอน้ำรวม 48 ตันต่อชั่วโมง ซึ่งนอกจากจะตอบสนองความต้องการด้านพลังงานแล้ว ยังช่วยให้ภาคอุตสาหกรรมมีความมั่นคงด้านพลังงานด้วย</p>
<figure id="attachment_43677" aria-describedby="caption-attachment-43677" style="width: 750px" class="wp-caption aligncenter"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="size-full wp-image-43677" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/nneg-gas-engine-02.jpg" alt="พลอากาศเอก ดร. นพพร จันทวานิช (กลาง) ประธานกรรมการ บริษัท ผลิตไฟฟ้า นวนคร จำกัด และทีมผู้บริหาร" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/nneg-gas-engine-02.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/nneg-gas-engine-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/nneg-gas-engine-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/nneg-gas-engine-02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /><figcaption id="caption-attachment-43677" class="wp-caption-text">พลอากาศเอก ดร. นพพร จันทวานิช (กลาง) ประธานกรรมการ บริษัท ผลิตไฟฟ้า นวนคร จำกัด และทีมผู้บริหาร</figcaption></figure>
<p>พลอากาศเอก ดร<strong>. </strong>นพพร จันทวานิช ประธานกรรมการ บริษัท ผลิตไฟฟ้า นวนคร จำกัด เปิดเผยว่า ความสำเร็จของโครงการในครั้งนี้เป็นผลจากความร่วมมือและความแข็งแกร่งของพันธมิตรธุรกิจทั้ง 3 ราย ประกอบด้วย  บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรี จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ถือหุ้น 40% บริษัท นวนคร จำกัด (มหาชน) และบริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) ถือหุ้นฝ่ายละ 30% ได้ร่วมกันพัฒนาโครงการส่วนขยายอย่างต่อเนื่องจนสามารถดำเนินงานมาถึงขั้นตอนการเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ได้สำเร็จ</p>
<p>ทั้งนี้ พลังงานไฟฟ้าที่ผลิตจากโครงการส่วนขยายนี้จะจำหน่ายให้กับลูกค้าอุตสาหกรรมที่ตั้งอยู่ในเขตส่งเสริมอุตสาหกรรมนวนครโดยตรง ซึ่งจะช่วยเสริมความมั่นคงและประสิทธิภาพของระบบพลังงานในพื้นที่ รองรับความต้องการใช้พลังงานไฟฟ้าและไอน้ำของภาคอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง</p>
<p>โครงการผลิตไฟฟ้านวนคร ตั้งอยู่ในเขตส่งเสริมอุตสาหกรรมนวนคร จังหวัดปทุมธานี เป็นผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็ก (SPP) ประเภทสัญญา Firm ระบบโคเจนเนอเรชั่น ขนาดกำลังการผลิตไฟฟ้าสุทธิ 125 เมกะวัตต์ และกำลังการผลิตไอน้ำ 30 ตันต่อชั่วโมง โดยผลิตกระแสไฟฟ้าและจำหน่ายให้กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ภายใต้สัญญาซื้อขายไฟฟ้าที่ 90 เมกะวัตต์ ระยะเวลา 25 ปี ส่วนไฟฟ้าและไอน้ำที่เหลือจำหน่ายให้กับลูกค้าอุตสาหกรรมในเขตส่งเสริมอุตสาหกรรมนวนคร ซึ่งได้เริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์เมื่อเดือนมิถุนายน ปี 2559 ต่อมาในปี 2563 บริษัทฯ ได้ขยายกำลังการผลิตไฟฟ้า เพิ่มอีก 54 เมกะวัตต์ และกำลังการผลิตไอน้ำ 10 ตันต่อชั่วโมง เพื่อจำหน่ายแก่ลูกค้าอุตสาหกรรม โดยเริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์เมื่อเดือนตุลาคม ปี 2563 จากนั้นในปี 2566 ได้เพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าอีก 28.75 เมกะวัตต์ และกำลังการผลิตไอน้ำ 8 ตันต่อชั่วโมง ซึ่งได้ก่อสร้างแล้วเสร็จและพร้อมจะเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าและไอน้ำให้กับลูกค้าอุตสาหกรรมในเดือนเมษายน ศกนี้</p>
<p>โครงการผลิตไฟฟ้านวนครสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการพัฒนาระบบพลังงานที่มีประสิทธิภาพ มีความมั่นคง และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อสนับสนุนการเติบโตของภาคอุตสาหกรรมและการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืน</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/nneg-gas-engine/">NNEG เริ่มเดินเครื่องส่วนขยาย 28.75 เมกะวัตต์ สร้างความมั่นคงด้านพลังงานให้ภาคอุตสาหกรรม</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>BPP เผยแผนปี&#8217;69 เดินหน้าสู่ธุรกิจไฟฟ้าครบวงจร เร่งลงทุนพลังงานสะอาด ดัน Solar–BESS รับความผันผวนโลก</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/bpp-solar-bess/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 12 Mar 2026 07:57:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<category><![CDATA[BESS]]></category>
		<category><![CDATA[BPP]]></category>
		<category><![CDATA[Solar]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านปู เพาเวอร์]]></category>
		<category><![CDATA[ผลิตไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=43441</guid>

					<description><![CDATA[<p>กระแสการเปลี่ยนผ่านพลังงานของโลกและความต้องการใช้ไฟฟ้าที่พุ่งสูงขึ้นจากการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัล ธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์และโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยี บริษัทพลังงานหลายแห่งกำลังเร่งปรับกลยุทธ์เพื่อรองรับดีมานด์พลังงานขนาดใหญ่ในอนาคต หนึ่งในนั้นคือ บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BPP ที่เดินหน้าปรับโครงสร้างธุรกิจสู่กลุ่ม “Power+” เพื่อขยายบทบาทจากผู้ผลิตไฟฟ้าไปสู่ธุรกิจพลังงานครบวงจร ทั้งการผลิต การกักเก็บพลังงาน และการซื้อขายไฟฟ้า พร้อมเพิ่มการลงทุนในเทคโนโลยีพลังงานใหม่และโซลูชันลดคาร์บอน เพื่อเสริมศักยภาพการแข่งขันในตลาดพลังงานระดับโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ขยายการลงทุนพลังงาน รับดีมานด์โลก อิศรา นิโรภาส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ความต้องการพลังงานทั่วโลกกำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/bpp-solar-bess/">BPP เผยแผนปี’69 เดินหน้าสู่ธุรกิจไฟฟ้าครบวงจร เร่งลงทุนพลังงานสะอาด ดัน Solar–BESS รับความผันผวนโลก</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กระแสการเปลี่ยนผ่านพลังงานของโลกและความต้องการใช้ไฟฟ้าที่พุ่งสูงขึ้นจากการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัล ธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์และโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยี บริษัทพลังงานหลายแห่งกำลังเร่งปรับกลยุทธ์เพื่อรองรับดีมานด์พลังงานขนาดใหญ่ในอนาคต หนึ่งในนั้นคือ บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BPP ที่เดินหน้าปรับโครงสร้างธุรกิจสู่กลุ่ม “Power+” เพื่อขยายบทบาทจากผู้ผลิตไฟฟ้าไปสู่ธุรกิจพลังงานครบวงจร ทั้งการผลิต การกักเก็บพลังงาน และการซื้อขายไฟฟ้า พร้อมเพิ่มการลงทุนในเทคโนโลยีพลังงานใหม่และโซลูชันลดคาร์บอน เพื่อเสริมศักยภาพการแข่งขันในตลาดพลังงานระดับโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว</strong></p>
<p><span id="more-43441"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43443" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/bpp-solar-bess-02.jpg" alt="อิศรา นิโรภาส" width="658" height="439" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/bpp-solar-bess-02.jpg 658w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/bpp-solar-bess-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/bpp-solar-bess-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/bpp-solar-bess-02-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 658px) 100vw, 658px" /></p>
<h3>ขยายการลงทุนพลังงาน รับดีมานด์โลก</h3>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>อิศรา นิโรภาส</strong></span> ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ความต้องการพลังงานทั่วโลกกำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในตลาดไฟฟ้า ERCOT ในสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นถึง 14% ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 ปัจจัยสำคัญมาจากการเติบโตของธุรกิจ ดาต้าเซ็นเตอร์ ที่คาดว่าจะต้องการใช้พลังงานเพิ่มขึ้นถึง 5 เท่าภายในปี 2578</p>
<p>การยกระดับ BPP สู่กลุ่มธุรกิจ Power+ จึงเป็นการปรับโครงสร้างธุรกิจเพื่อรองรับความต้องการพลังงานขนาดใหญ่ระดับ Utility-scale ขณะเดียวกัน การจำหน่ายสิทธิการลงทุนบางส่วนในบริษัท BKV-BPP ซึ่งดำเนินธุรกิจโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ Temple I &amp; II ในสหรัฐฯ ยังช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งด้านการเงิน และเปิดโอกาสให้บริษัทสามารถขยายการลงทุนในโครงการพลังงานใหม่ ๆ เช่น โครงการระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ Megamouth BESS ในรัฐเท็กซัส ซึ่งถือเป็นโครงการ BESS แห่งแรกของบริษัทในสหรัฐฯ และเป็นอีกก้าวสำคัญในการเสริมความสามารถแข่งขันในตลาดพลังงานโลก</p>
<h3>รุกพลังงานสะอาดในจีน เสริมรายได้ขายสิทธิปล่อยคาร์บอน</h3>
<p>สำหรับโครงการพลังงานสะอาด บริษัทเดินหน้าโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์พร้อมระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ จินหู เฉียนเฟิง (Jinhu Qianfeng) ในประเทศจีน โดยคาดว่าจะเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ใน ไตรมาส 3 ปี 2569 ขณะเดียวกันบริษัทมีรายได้เพิ่มเติมจากการจำหน่ายสิทธิการปล่อยคาร์บอนของโรงไฟฟ้า CHP ในจีน ผ่านระบบ Carbon Emission Allowances (CEAs) มูลค่าประมาณ 130 ล้านบาท</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43444" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/CHP-China.jpg" alt="โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์พร้อมระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ จินหู เฉียนเฟิง" width="658" height="421" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/CHP-China.jpg 658w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/CHP-China-300x192.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/CHP-China-150x96.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/CHP-China-500x320.jpg 500w" sizes="(max-width: 658px) 100vw, 658px" /></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43445" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/Iwate-Tono-BESS-Japan.jpg" alt="โครงการ Iwate Tono BESS ในญี่ปุ่น" width="658" height="439" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/Iwate-Tono-BESS-Japan.jpg 658w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/Iwate-Tono-BESS-Japan-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/Iwate-Tono-BESS-Japan-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/Iwate-Tono-BESS-Japan-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 658px) 100vw, 658px" /></p>
<h3>เร่งขยายลงทุน BESS ในสหรัฐฯ และญี่ปุ่น</h3>
<p>อีกหนึ่งเสาหลักสำคัญของธุรกิจคือ ระบบกักเก็บพลังงาน (Energy Storage) ซึ่งบริษัทเร่งขยายการลงทุนในทั้งสหรัฐฯ และญี่ปุ่น เพื่อเสริมความมั่นคงของระบบพลังงาน โดยโครงการ Megamouth BESS ในสหรัฐฯ มีกำลังไฟฟ้า 100 เมกะวัตต์ และความจุพลังงาน 200 เมกะวัตต์ชั่วโมง คาดว่าจะเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในปี 2570 ส่วนในญี่ปุ่น โครงการ Iwate Tono BESS ขนาด 14.5 เมกะวัตต์ / 58 เมกะวัตต์ชั่วโมง ได้เชื่อมต่อกับระบบโครงข่ายไฟฟ้าและเริ่มดำเนินการแล้ว ขณะที่โครงการ Aizu, Tsuno และโครงการร่วมทุน Kamigumi-Tokyo ยังอยู่ระหว่างพัฒนาและคาดว่าจะเปิดดำเนินการในปี 2571</p>
<p>ด้าน ธุรกิจซื้อขายพลังงาน (Energy Trading) บริษัทฯ มีปริมาณการขายไฟฟ้าในญี่ปุ่นรวม 6,593 กิกะวัตต์ชั่วโมง ให้กับลูกค้ากว่า 2,000 ราย ทั้งภาครัฐและเอกชน ส่วนในสหรัฐฯ บริษัทเริ่มดำเนินธุรกิจ Power Trading ในตลาด ERCOT ผ่านแพลตฟอร์มของ Intercontinental Exchange (ICE) เพื่อสร้างโอกาสทำกำไรจากการซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า</p>
<h3>ขยายพอร์ตพลังงานสะอาด ผ่าน CCS และ Banpu NEXT</h3>
<p>อิศรา กล่าวว่า BPP ยังเดินหน้ากลยุทธ์ Decarbonization ผ่านการร่วมลงทุนในโครงการดักจับและกักเก็บคาร์บอน Cotton Cove CCS ในสหรัฐฯ ซึ่งคาดว่าจะเปิดดำเนินการในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 และมีศักยภาพกักเก็บคาร์บอนได้เฉลี่ย 32,000 เมตริกตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี พร้อมทั้งต่อยอดการลงทุนผ่านบริษัท Banpu NEXT เพื่อพัฒนาโซลูชันด้านพลังงานสะอาดและ Net Zero Solutions ให้กับภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม โดยร่วมมือกับพันธมิตรอย่าง SolarBK และอมตะวีเอ็น พัฒนาโครงการโซลาร์รูฟท็อปกำลังการผลิตรวม 227 เมกะวัตต์ ในนิคมอุตสาหกรรมอมตะในเวียดนาม 2 แห่ง</p>
<h3>ดัน BESS ขึ้นแท่นหัวใจธุรกิจพลังงานใหม่</h3>
<p>สำหรับภาพรวมกำลังการผลิต ปัจจุบัน BPP มีกำลังการผลิตไฟฟ้าภายใต้การดำเนินงาน 673 เมกะวัตต์ ขณะที่ธุรกิจ Battery Energy Storage System (BESS) กลายเป็นยุทธศาสตร์สำคัญ โดยภายในหนึ่งปีบริษัทสามารถเก็บพลังงานได้รวม 444 เมกะวัตต์ชั่วโมง ส่งผลให้เมื่อรวมกำลังการผลิตและศักยภาพระบบกักเก็บพลังงานของทั้งกลุ่มแล้ว จะมีขนาดรวมประมาณ 1.3 กิกะวัตต์ชั่วโมง โดยระบบกักเก็บพลังงานจะมีบทบาทสำคัญในการเพิ่มเสถียรภาพของระบบสายส่ง และสร้างโอกาสทำกำไรในช่วงที่ตลาดไฟฟ้ามีความผันผวน</p>
<p>แม้ธุรกิจพลังงานหมุนเวียนบางส่วนจะยังได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศที่ทำให้ปริมาณการผลิตไฟฟ้าไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ แต่บริษัทยังคงเดินหน้าขยายการลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดยโครงการ Jinhu Qianfeng BESS ขนาด 120 เมกะวัตต์ พร้อมระบบแบตเตอรี่เพิ่มเติม 20 เมกะวัตต์ ได้เริ่มก่อสร้างแล้ว และคาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงต้น ไตรมาส 3 ของปีนี้ ก่อนเริ่มจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ ซึ่งสะท้อนทิศทางของ BPP ที่มุ่งเสริมพอร์ตพลังงานสะอาด ควบคู่กับการพัฒนาเทคโนโลยีระบบกักเก็บพลังงาน เพื่อรองรับโครงสร้างพลังงานยุคใหม่ในอนาคต</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/bpp-solar-bess/">BPP เผยแผนปี’69 เดินหน้าสู่ธุรกิจไฟฟ้าครบวงจร เร่งลงทุนพลังงานสะอาด ดัน Solar–BESS รับความผันผวนโลก</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>CKPower เผยกำไรสุทธิปี 2568 เติบโตแข็งแกร่ง อานิสงส์จากปริมาณน้ำหนุนผลประกอบการ</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/ckpower-core-net-profit-2568/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 24 Feb 2026 02:43:11 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<category><![CDATA[CKPower]]></category>
		<category><![CDATA[ผลิตไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[โรงไฟฟ้าพลังน้ำ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=43293</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ 23 ก.พ. 2569 – นายธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKPower (ชื่อย่อหลักทรัพย์: CKP) หนึ่งในผู้ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคและมีคาร์บอนฟุตพรินต์ที่ต่ำที่สุดรายหนึ่ง เปิดเผยว่าผลการดำเนินงานในปี 2568 ของ CKPower เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิจากการดำเนินงาน (Core Net Profit) จำนวน 2,323 ล้านบาท&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/ckpower-core-net-profit-2568/">CKPower เผยกำไรสุทธิปี 2568 เติบโตแข็งแกร่ง อานิสงส์จากปริมาณน้ำหนุนผลประกอบการ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ 23 ก.พ. 2569 – <strong>นายธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKPower (ชื่อย่อหลักทรัพย์: CKP) หนึ่งในผู้ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคและมีคาร์บอนฟุตพรินต์ที่ต่ำที่สุดรายหนึ่ง เปิดเผยว่าผลการดำเนินงานในปี 2568 ของ CKPower เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิจากการดำเนินงาน (Core Net Profit) จำนวน 2,323 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,036 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 81 จากปีก่อน</strong></p>
<p><span id="more-43293"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43295" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/XPCL.jpg" alt="โรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/XPCL.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/XPCL-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/XPCL-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/XPCL-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>การเติบโตดังกล่าวมาจากการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรสุทธิจากการดำเนินงานของ บริษัท ไซยะบุรี พาวเวอร์ จำกัด (XPCL) จำนวน 1,814 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,214 ล้านบาท หรือร้อยละ 202 จากปีก่อน จากปริมาณน้ำไหลผ่านโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรีเฉลี่ยในปี 2568 ที่มากกว่าปีก่อนถึงร้อยละ 7 ประกอบกับการบริหารจัดการโรงไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ปริมาณการจำหน่ายไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อีกทั้งได้รับปัจจัยหนุนจากต้นทุนทางการเงินของ XPCL ที่ลดลงตามแนวโน้มดอกเบี้ยโลก ขณะเดียวกัน บริษัท ไฟฟ้าน้ำงึม 2 จำกัด (NN2) ก็มีผลการดำเนินงานสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในปีที่ผ่านมา โดย NN2 มีรายได้จากการขายไฟฟ้าจำนวน 4,365 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 291 ล้านบาทหรือร้อยละ 7 จากปีก่อน เนื่องจากโรงไฟฟ้าพลังน้ำ น้ำงึม 2 มีปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำในช่วงต้นปีและมีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำในปี 2568 สูงกว่าปีก่อน โดยเฉพาะในช่วงเดือนกรกฎาคมที่มีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำสูงที่สุดนับตั้งแต่เริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ ทำให้ผลการดำเนินงานของ CKPower ในภาพรวมเติบโตอย่างต่อเนื่อง</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43294" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/NN2.jpg" alt="โรงไฟฟ้าพลังน้ำ น้ำงึม 2" width="740" height="492" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/NN2.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/NN2-300x199.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/NN2-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/NN2-500x332.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><strong>นายธนวัฒน์</strong> กล่าวว่าปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำของ NN2 ในช่วงต้นปี 2569 ยังคงอยู่ในระดับสูงกว่าปีก่อน และมีปริมาณน้ำไหลเข้าในเดือนมกราคมมากกว่าปีก่อน ส่งผลดีต่อการบริหารจัดการการผลิตไฟฟ้าในช่วงไตรมาสที่1 ของปี 2569 ที่โดยปกติจะมีฝนตกน้อย ขณะที่ XPCL มีปริมาณน้ำไหลผ่านโรงไฟฟ้าเฉลี่ยในเดือนมกราคมสูงกว่าปีก่อนเช่นกัน ส่งผลดีต่อการผลิตไฟฟ้าในช่วงเดือนมกราคมต่อเนื่องถึงเดือนกุมภาพันธ์ ด้านโครงการไฟฟ้าพลังน้ำ หลวงพระบาง มีความคืบหน้าการก่อสร้าง ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2568 อยู่ที่ร้อยละ 65 ซึ่งเป็นไปตามแผนงานที่กำหนดไว้</p>
<p>สำหรับฐานะการเงิน ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 บริษัทมีสินทรัพย์เพิ่มขึ้นร้อยละ 6 จากสิ้นปี 2567 สาเหตุหลักมาจากการทยอยลงทุนเพิ่มเติมใน บริษัท หลวงพระบาง พาวเวอร์ จำกัด (LPCL) และผลการดำเนินงานของ XPCL ในปี 2568 ที่เติบโตต่อเนื่อง รวมถึงการมีเงินสดรับจากการออกหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมครั้งที่ 1/2568 และเงินสดจากการดำเนินงาน โดยอัตราส่วนสภาพคล่องอยู่ที่ 2.26 เท่า เพิ่มขึ้น 0.40 เท่า ขณะที่อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยจ่ายสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นรวมยังคงอยู่ในระดับต่ำที่ 0.50 เท่า สะท้อนถึงการบริหารสภาพคล่องและความสามารถในการชำระหนี้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ หากอัตราดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐอเมริกาและของประเทศไทยมีการปรับลดเพิ่มเติม จะช่วยลดต้นทุนทางการเงินและหนุนผลการดำเนินงานของ CKPower ต่อเนื่องไปในปี 2569 โดยบริษัทจะยังคงติดตามการปรับตัวของอัตราดอกเบี้ยและบริหารจัดการหนี้สินระยะยาวให้มีความเหมาะสมอย่างต่อเนื่อง</p>
<p><strong>นายธนวัฒน์</strong> กล่าวเพิ่มเติมว่า ปีที่ผ่านมาเป็นอีกปีที่มีความท้าทายทั้งจากปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์ เศรษฐกิจโลก ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และบริบทด้านพลังงานที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม บริษัทสามารถปรับตัวและบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ และได้รับการประเมินจากเวทีทั้งในประเทศและระดับสากลตามมาตรฐานความยั่งยืน อาทิ ASEAN CG Scorecard และนิตยสาร The Asset ซึ่งสะท้อนหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีในระดับเอเชีย</p>
<p>นอกจากนี้ <strong>CKPower</strong> ยังได้รับการประเมิน SET ESG Ratings ที่ระดับ &#8220;AAA&#8221; ซึ่งเป็นระดับสูงสุดจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และได้รับคัดเลือกให้อยู่ใน ESG100 บริษัทวิถียั่งยืนที่น่าลงทุนจากสถาบันไทยพัฒน์อย่างต่อเนื่อง ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยบริษัทยังคงขับเคลื่อนการเติบโตผ่านการพัฒนาพลังงานหมุนเวียนตลอดห่วงโซ่คุณค่า ควบคู่กับการเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศไทย และการยกระดับความพร้อมขององค์กรด้านบุคลากร เทคโนโลยี การบริหารความเสี่ยง ตลอดจนการพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อเดินหน้าสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2593</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/ckpower-core-net-profit-2568/">CKPower เผยกำไรสุทธิปี 2568 เติบโตแข็งแกร่ง อานิสงส์จากปริมาณน้ำหนุนผลประกอบการ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>บ้านปูเผยผลประกอบการไตรมาส 3/2568 เดินหน้าสู่เฟสใหม่ของกลยุทธ์ Energy Symphonics</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/banpu-q3-2568/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 13 Nov 2025 06:25:24 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<category><![CDATA[BANPU]]></category>
		<category><![CDATA[BPP]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านปู]]></category>
		<category><![CDATA[ผลิตไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[โรงไฟฟ้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=41830</guid>

					<description><![CDATA[<p>ผลประกอบการแข็งแกร่ง กำไรเพิ่มขึ้น 238% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เผยกระบวนการปรับโครงสร้างสำคัญ ได้แก่ การควบบริษัทระหว่าง BANPU และ BPP การทำข้อเสนอรับซื้อหุ้น BPP เป็นการทั่วไป (General Offer) และการรวมสินทรัพย์โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติในสหรัฐฯ ภายใต้ BKV รวมทั้งกำหนดวันประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น (E-Meeting) ครั้งที่ 1/2569 29 มกราคม 2569 บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) รายงานผลดำเนินงานในไตรมาส&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/banpu-q3-2568/">บ้านปูเผยผลประกอบการไตรมาส 3/2568 เดินหน้าสู่เฟสใหม่ของกลยุทธ์ Energy Symphonics</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<ul>
<li>ผลประกอบการแข็งแกร่ง กำไรเพิ่มขึ้น 238% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน</li>
<li>เผยกระบวนการปรับโครงสร้างสำคัญ ได้แก่ การควบบริษัทระหว่าง BANPU และ BPP<br />
การทำข้อเสนอรับซื้อหุ้น BPP เป็นการทั่วไป (General Offer) และการรวมสินทรัพย์โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติในสหรัฐฯ ภายใต้ BKV รวมทั้งกำหนดวันประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น (E-Meeting) ครั้งที่ 1/2569 29 มกราคม 2569</li>
</ul>
<p><strong>บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) รายงานผลดำเนินงานในไตรมาส 3 ปี 2568 ยังสร้างกระแสเงินสดที่แข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิจำนวน 33 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 1,055 ล้านบาท) ด้วยกลยุทธ์ “Energy Symphonics” เฟสใหม่ บ้านปูมุ่งเติบโตอย่างแข็งแกร่งยิ่งขึ้น ด้วย 4 กลุ่มธุรกิจหลักใหม่ พร้อมเสนอแผนการปรับโครงสร้างที่ตอบโจทย์การเปลี่ยนผ่านที่มั่นคงและยั่งยืน</strong></p>
<p><span id="more-41830"></span></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายสินนท์ ว่องกุศลกิจ</strong></span> <strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน)</strong> เผยว่า “ผลประกอบการในไตรมาส 3 ปี 2568 สะท้อนถึงการขับเคลื่อนธุรกิจอย่างมั่นคง ท่ามกลางสภาพตลาดพลังงานที่มีปัจจัยท้าทาย ในไตรมาสนี้ เราได้ประกาศเฟสใหม่ของกลยุทธ์ Energy Symphonics หลังจากที่คณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติแผนการปรับโครงสร้างเมื่อวันที่ 29 ตุลาคมที่ผ่านมา เพื่อปลดล็อกมูลค่าและเสริมความแข็งแกร่งทางการเงินให้กับกลุ่มบ้านปู รวมทั้งยังช่วยให้บ้านปูสามารถต่อยอดโอกาสการเติบโตในห่วงโซ่คุณค่าพลังงาน ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ตอบสนองต่อความต้องการพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้นเพื่อรองรับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และการใช้เทคโนโลยี AI ที่ขยายตัวทั่วโลก”</p>
<p>แผนการปรับโครงสร้างครั้งนี้ ช่วยให้เกิดการจัดระเบียบกลุ่มธุรกิจหลักภายใต้กลยุทธ์ ‘Energy Symphonics’ ใหม่เป็น 4 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่ Next-Gen Mining (เหมืองยุคใหม่) ที่ยกระดับการทำเหมืองด้วยเทคโนโลยี AI และเปลี่ยนผ่านสู่การผลิตแร่แห่งอนาคต US Closed-Loop Gas (ก๊าซธรรมชาติครบวงจรในสหรัฐฯ) ที่รวมสินทรัพย์ด้านพลังงานก๊าซในสหรัฐฯ ให้อยู่ภายใต้การบริหารจัดการของ BKV Power+ (ไฟฟ้าและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง) ขับเคลื่อนธุรกิจผลิตไฟฟ้าพลังงานความร้อนและพลังงานหมุนเวียน ระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) การซื้อขายพลังงาน และโครงสร้างพื้นฐานของก๊าซธรรมชาติ และ Future Tech (เทคโนโลยีแห่งอนาคต) ที่เชื่อมโยงกับศูนย์ข้อมูล (Data Center) และนวัตกรรมด้านพลังงาน</p>
<p>ไฮไลท์ผลการดำเนินงานของกลุ่มบ้านปูในไตรมาส 3 ปี 2568 มีรายละเอียดดังนี้</p>
<p><strong>กลุ่มธุรกิจเหมืองยุคใหม่ (Next-Gen Mining)</strong>: ผลประกอบการเป็นที่น่าพอใจ ปริมาณการขายในอินโดนีเซีย จีน และมองโกเลียเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน ในขณะที่ออสเตรเลีย การย้ายเครื่องจักรตามแผนใน 2 เหมือง ทำให้ปริมาณการขายลดลง ภาพรวมยังคงให้ความสำคัญอย่างต่อเนื่องกับการบริหารต้นทุนและ<br />
เพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41832" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/banpu-q3-2568-02.jpg" alt="โรงไฟฟ้า" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/banpu-q3-2568-02.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/banpu-q3-2568-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/banpu-q3-2568-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/banpu-q3-2568-02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><strong>กลุ่มธุรกิจก๊าซธรรมชาติครบวงจรในสหรัฐฯ (U.S. Closed-Loop Gas)</strong>: ปริมาณการขายรวมเพิ่มขึ้นร้อยละ 3 เทียบกับไตรมาสก่อน จากการเริ่มรับรู้ผลประกอบการจากแหล่งก๊าซธรรมชาติ Bedrock ที่ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับพอร์ต ทั้งนี้ ราคาก๊าซธรรมชาติ Henry Hub มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น ปัจจุบันอยู่ที่ระดับกว่า 4 เหรียญสหรัฐต่อล้านบีทียู (MMBtu) โดยได้รับแรงหนุนจากปริมาณก๊าซสำรองในประเทศที่ลดลงประกอบกับความต้องการพลังงานและไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นจากเทคโนโลยี AI และธุรกิจศูนย์ข้อมูล (Data Center) รวมถึงการขยายตัวของการส่งออกก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) สำหรับธุรกิจ CCUS โครงการ Barnett Zero รายงานปริมาณกักเก็บคาร์บอนในไตรมาสนี้ จำนวน 44,000 ตัน</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41833" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/banpu-q3-2568-03.jpg" alt="โรงไฟฟ้า" width="640" height="640" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/banpu-q3-2568-03.jpg 640w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/banpu-q3-2568-03-300x300.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/banpu-q3-2568-03-150x150.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/banpu-q3-2568-03-500x500.jpg 500w" sizes="(max-width: 640px) 100vw, 640px" /></p>
<p>นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2025 BKV Corporation (BKV) ได้ตกลงเข้าซื้อหุ้นจำนวนร้อยละ 25 ในบริษัท BKV-BPP Power, LLC (Power JV) ซึ่งประกอบธุรกิจโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติในสหรัฐฯ จาก Banpu Power US Corporation (BPPUS) (บริษัทย่อยที่ BPP ถือหุ้นร้อยละ 100) โดยธุรกรรมดังกล่าวจะทำให้ BKV ถือหุ้นเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 75 และคาดว่าจะเสร็จสิ้นในไตรมาส 1/ 2569 การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้จะช่วยเสริมกลยุทธ์ก๊าซธรรมชาติครบวงจรของ BKV และทำให้ BKV สามารถรวมงบการเงินของ Power JV ได้</p>
<p><strong>กลุ่มธุรกิจไฟฟ้าและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง (Power+)</strong>: ปัจจุบันโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนและพลังงานหมุนเวียน มีกำลังผลิตรวมอยู่ที่ 4,920 เมกะวัตต์ โดยในไตรมาส 3/2568 โรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนทั้งในไทย ลาว จีน มีผลประกอบการที่ดี ทั้งค่าความพร้อมจ่าย (EAF) และต้นทุนที่ลดลง ในขณะที่โรงไฟฟ้า<br />
ก๊าซธรรมชาติในสหรัฐอเมริกา มีอัตราการใช้กำลังการผลิต (Capacity Factor) ที่สะท้อนถึงการดำเนินงานที่ดีอย่างต่อเนื่องจากความต้องการใช้ไฟฟ้าในช่วงฤดูร้อน โรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน ในจีน ญี่ปุ่น เวียดนาม และออสเตรเลีย โดยรวมมีผลดำเนินงานที่มีเสถียรภาพ การก่อสร้างโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>จินหู เฉียนเฟิง</strong></span> (Jinhu Qianfeng) ในจีน คืบหน้าตามแผน คาดว่าจะสามารถเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ได้ภายในปี 2569 ระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ ปัจจุบันมีกำลังการผลิตรวม 1,900 เมกะวัตต์ชั่วโมง การก่อสร้างโครงการวูรีน (Wooreen) ในออสเตรเลีย กำลังการผลิตติดตั้ง 350 เมกะวัตต์ และความจุพลังงานไฟฟ้า 1,400 เมกะวัตต์ชั่วโมง คืบหน้าตามแผนและคาดว่าจะสามารถเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ได้ภายในปี 2570 สำหรับธุรกิจการซื้อขายไฟฟ้าในญี่ปุ่น ช่วง 9 เดือนของปี 2568 สามารถจำหน่ายไฟฟ้าเป็นจำนวนรวม 5,325 กิกะวัตต์ชั่วโมง ให้บริการลูกค้ารวม 1,875 ราย โดยได้มีการนำระบบ AI คาดการณ์ราคาซื้อขายไฟฟ้าเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความสามารถในการทำกำไร</p>
<p>กลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีแห่งอนาคต (Future Tech) ปัจจุบันมีโรงงานผลิตแบตเตอรี่ขนาดกำลังการผลิตรวม 3.2 กิกะวัตต์ชั่วโมงและธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้า (E-Mobility) ซึ่งบริหารจัดการยานยนต์ไฟฟ้ารวมทั้งสิ้น 876 คัน เร็ว ๆ นี้ บริษัท บ้านปู เน็กซ์ จำกัด ได้ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ในการพัฒนาโครงการโซลาร์รูฟท็อป กำลังการผลิตรวม 227 เมกะวัตต์ ณ นิคมอุตสาหกรรมอมตะในเวียดนาม 2 แห่ง ได้แก่ อมตะซิตี้ ฮาลอง และอมตะซิตี้ ลองถั่น โดยจะเริ่มดำเนินการในช่วงต้นปี 2569 บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าศึกษาความเป็นไปได้ในการขยายการลงทุนในประเทศที่มีศักยภาพการเติบโตสูง โดยมุ่งเน้นกลุ่มธุรกิจศูนย์ข้อมูล (Data Center) เพื่อเสริมแกร่งให้ระบบนิเวศพลังงานสะอาดของกลุ่มบ้านปู</p>
<p>ในไตรมาส 3 ปี 2568 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายรวม 1,358 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 43,878 ล้านบาท) กำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อมราคา (EBITDA) 296 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 9,560 ล้านบาท) และมีผลกำไรสุทธิจำนวน 33 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 1,055 ล้านบาท) (รวมผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจำนวน 12.54 ล้านเหรียญสหรัฐ) โดยบริษัทฯ ยังคงรักษาวินัยในการดำเนินงาน ให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางการเงิน บริหารต้นทุน สร้างกระแสเงินสด และ<br />
เพิ่มประสิทธิภาพของการบริหารพอร์ตธุรกิจ</p>
<p>สำหรับการปรับโครงสร้างธุรกิจในเฟสใหม่ คณะกรรมการมีมติอนุมัติโครงสร้างธุรกิจในเฟสใหม่ของกลยุทธ์ Energy Symphonics โดยถือเป็นการสร้างคุณค่าให้กับกลุ่มบ้านปูอย่างมีนัยสำคัญ ได้แก่ ด้านโครงสร้าง เพิ่มความชัดเจนในแต่ละกลุ่มธุรกิจหลัก ด้านกลยุทธ์ สร้างโอกาสในการเติบโตและเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารสินทรัพย์ และด้านการเงิน สะท้อนมูลค่าที่แท้จริงของสินทรัพย์ในตลาดและสร้างความแข็งแกร่งให้กับสถานะทางการเงิน ทั้งนี้ หากผ่านกระบวนการต่าง ๆ ในการควบบริษัท (Amalgamation) ระหว่างบริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) (BANPU) และบริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) (BPP) เป็นที่เรียบร้อย คาดว่าจะจัดตั้ง “บริษัทใหม่” หรือ “NewCo” และนำ NewCo เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในไตรมาสที่ 3 ของปี 2569</p>
<p>ทั้งนี้ กระบวนการสำคัญที่กำลังจะเกิดขึ้นมีดังนี้ บ้านปูจะทำคำข้อเสนอรับซื้อหุ้น BPP เป็นการทั่วไป (General Offer) จากผู้ถือหุ้นรายอื่น ในสัดส่วนไม่เกินร้อยละ 21.34 ของจำนวนหุ้นที่ออกและชำระแล้วทั้งหมด ในราคาเสนอซื้อหุ้นละ 13.00 บาท โดยมีกำหนดเปิดให้ผู้ถือหุ้นของ BPP แสดงความจำนงตอบรับคำเสนอซื้อระหว่างวันที่ 1 ถึง 23 ธันวาคม 2568</p>
<p>หลังจากนั้น บริษัทฯ ได้กำหนดวันประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2569 เพื่อพิจารณาแผนปรับโครงสร้างของบริษัทฯ ในวันพฤหัสบดีที่ 29 มกราคม 2569 ในรูปแบบการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (E-Meeting)</p>
<p>ทั้งนี้ บริษัทฯ จะชี้แจงรายละเอียดของกระบวนการและขั้นตอนที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรม General Offer ให้ผู้ถือหุ้นทราบ พร้อมจัดส่งหนังสือเชิญประชุมให้แก่ผู้ถือหุ้นต่อไป</p>
<p>ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.banpu.com และ https://www.facebook.com/Banpuofficialth</p>
<p>**คำนวณโดยอ้างอิงอัตราแลกเปลี่ยนถัวเฉลี่ยไตรมาส 3 ปี 2568 ที่ USD 1: THB 32.3002</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/banpu-q3-2568/">บ้านปูเผยผลประกอบการไตรมาส 3/2568 เดินหน้าสู่เฟสใหม่ของกลยุทธ์ Energy Symphonics</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>CKPower กำไรสุทธิ 9 เดือนปี 2568 เติบโตแข็งแกร่งต่อเนื่อง รับอานิสงส์บวกจากปัจจัยฤดูกาล อัตราดอกเบี้ยนโยบายลดส่งผลดีต่อธุรกิจ</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/ckpower-q3-2568/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 11 Nov 2025 02:52:17 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<category><![CDATA[CKPower]]></category>
		<category><![CDATA[ผลิตไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[โรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=41785</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ 10 พ.ย. 2568 – นายธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKPower (ชื่อย่อหลักทรัพย์: CKP) หนึ่งในผู้นำในการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคและมีคาร์บอนฟุตพรินต์ที่ต่ำที่สุดรายหนึ่ง เปิดเผยผลการดำเนินงานของบริษัทและบริษัทย่อยในไตรมาสที่ 3/2568 และงวด 9 เดือนของปี 2568 ว่า CKPower มีผลการดำเนินที่แข็งแกร่งและเติบโตต่อเนื่องจากครึ่งปีแรกของปี โดยมีกำไรสุทธิจากการดำเนินงาน (Core Net&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/ckpower-q3-2568/">CKPower กำไรสุทธิ 9 เดือนปี 2568 เติบโตแข็งแกร่งต่อเนื่อง รับอานิสงส์บวกจากปัจจัยฤดูกาล อัตราดอกเบี้ยนโยบายลดส่งผลดีต่อธุรกิจ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ 10 พ.ย. 2568 – <strong><span style="color: #6cb742;">นายธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์</span> กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKPower (ชื่อย่อหลักทรัพย์: CKP) หนึ่งในผู้นำในการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคและมีคาร์บอนฟุตพรินต์ที่ต่ำที่สุดรายหนึ่ง เปิดเผยผลการดำเนินงานของบริษัทและบริษัทย่อยในไตรมาสที่ 3/2568 และงวด 9 เดือนของปี 2568 ว่า CKPower มีผลการดำเนินที่แข็งแกร่งและเติบโตต่อเนื่องจากครึ่งปีแรกของปี โดยมีกำไรสุทธิจากการดำเนินงาน (Core Net Profit) ในไตรมาส 3 และงวด 9 เดือน จำนวน 1,227 ล้านบาท และ 1,643 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้น 641 ล้านบาท และ 1,151 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 110 และ ร้อยละ 234 จากช่วงเดียวกันของปีก่อนตามลำดับ</strong></p>
<p><span id="more-41785"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41786" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/CKPower-Power-Plant.jpg" alt="โรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี" width="740" height="416" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/CKPower-Power-Plant.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/CKPower-Power-Plant-300x169.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/CKPower-Power-Plant-150x84.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/CKPower-Power-Plant-500x281.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>สำหรับปัจจัยสำคัญที่ส่งผลดีต่อผลการดำเนินงาน คือ ปริมาณน้ำที่ไหลผ่านโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี อยู่ในระดับที่เหมาะสม สามารถผลิตไฟฟ้าได้โดยไม่มีการหยุดเดินเครื่องตลอดช่วง 9 เดือนปี 2568 ทำให้ปริมาณการขายไฟฟ้าของ บริษัท ไซยะบุรี พาวเวอร์ จำกัด (XPCL) ในช่วง 9 เดือนเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 27 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ผนวกกับต้นทุนทางการเงินของ XPCL ลดลงตามแนวโน้มดอกเบี้ยโลก บริษัทจึงรับรู้ส่วนแบ่งกำไรสุทธิจากการดำเนินงานของ XPCL ในไตรมาส 3 และงวด 9 เดือน จำนวน 904 ล้านบาท และ 1,125 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 536 ล้านบาท และ 1,110 ล้านบาท ประกอบกับรายได้จากการขายไฟฟ้าของ บริษัท ไฟฟ้าน้ำงึม 2 จำกัด (NN2) เพิ่มขึ้นจากปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำในช่วง 9 เดือนเพิ่มขึ้นจากปีก่อน โดยเฉพาะในเดือนกรกฎาคม 2568 ที่มีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำสูงที่สุดนับตั้งแต่เริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ ทำให้มีปริมาณการขายไฟฟ้ามากกว่าปีก่อนร้อยละ 26</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41787" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/CKPower-Power-Plant-02.jpg" alt="สายส่งไฟฟ้า" width="740" height="416" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/CKPower-Power-Plant-02.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/CKPower-Power-Plant-02-300x169.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/CKPower-Power-Plant-02-150x84.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/CKPower-Power-Plant-02-500x281.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>&#8220;NN2 ได้รับประโยชน์จากปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำที่ค่อนข้างมากโดยเฉพาะในช่วงไตรมาส 3 ที่ผ่านมา จากอิทธิพลของพายุโซนร้อน “วิภา” ส่งผลให้ระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำอยู่ในระดับสูง โดยคาดว่าระดับน้ำจะยังคงอยู่ในระดับสูงต่อเนื่องจนถึงสิ้นปีนี้ ซึ่งจะส่งผลดีต่อการบริหารจัดการการผลิตไฟฟ้าในช่วงไตรมาสที่1 ของปี 2569 นอกจากนี้ จากแนวโน้มการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐอเมริกาและประเทศไทย คาดว่าจะช่วยลดต้นทุนทางการเงินและหนุนผลการดำเนินงานของ CKPower ต่อเนื่องไปในปี 2569 ได้ ขณะที่โครงการไฟฟ้าพลังน้ำ หลวงพระบาง มีความคืบหน้าการก่อสร้าง ณ สิ้นเดือนกันยายน 2568 อยู่ที่ร้อยละ 59 ซึ่งเป็นไปตามแผน&#8221; <strong>นายธนวัฒน์</strong> กล่าวเสริม</p>
<p>สำหรับฐานะการเงิน ณ วันที่ 30 กันยายน 2568 บริษัทฯ มีสินทรัพย์เพิ่มขึ้นร้อยละ 7 จากสิ้นปี 2567 สาเหตุหลักมาจากเงินสดรับจากการออกหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมครั้งที่ 1/2568 ของบริษัท เงินสดจากการดำเนินงาน ซึ่งใช้ในการลงทุนเพิ่มเติมใน บริษัท หลวงพระบาง พาวเวอร์ จำกัด (LPCL) รวมถึงผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของ XPCL ในช่วง 9 เดือนปี 2568 พร้อมกันนี้บริษัทยังมีความสามารถในการชำระหนี้ที่แข็งแกร่งจากอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยจ่ายสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ในระดับต่ำที่ 0.53 เท่า และอัตราส่วนความสามารถในการชำระดอกเบี้ยที่ 6.50 เท่า ตอกย้ำถึงฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง และการบริหารสภาพคล่องได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยบริษัทจะยังคงติดตามการปรับตัวของอัตราดอกเบี้ยและบริหารจัดการหนี้สินระยะยาวให้มีสัดส่วนที่เหมาะสมอย่างต่อเนื่อง</p>
<p><strong>นายธนวัฒน์</strong> กล่าวว่า CKPower ยังคงมุ่งมั่นขับเคลื่อนการเติบโตผ่านการพัฒนาพลังงานหมุนเวียนและเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงาน พร้อมร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการนำประเทศไทยก้าวสู่สังคมคาร์บอนต่ำ พัฒนาโครงสร้างทางพลังงานที่มั่นคงและมีเสถียรภาพ ควบคู่ไปกับการสนับสนุนและผลักดันให้เกิดการคิดค้นและพัฒนานวัตกรรมการเพื่อลดการใช้พลังงานและเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตไฟฟ้า ตลอดจนสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับการอนุรักษ์พลังงานตลอดห่วงโซ่คุณค่าขององค์กร เพื่อเดินหน้าสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2593</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/ckpower-q3-2568/">CKPower กำไรสุทธิ 9 เดือนปี 2568 เติบโตแข็งแกร่งต่อเนื่อง รับอานิสงส์บวกจากปัจจัยฤดูกาล อัตราดอกเบี้ยนโยบายลดส่งผลดีต่อธุรกิจ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ไซยะบุรี พาวเวอร์ รับเหรียญชัยแรงงานจาก สปป.ลาว</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/xpcl-092025/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 11 Sep 2025 03:49:18 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[CKPower]]></category>
		<category><![CDATA[XPCL]]></category>
		<category><![CDATA[ซีเค พาวเวอร์]]></category>
		<category><![CDATA[ผลิตไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[โรงไฟฟ้าพลังน้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[ไซยะบุรี พาวเวอร์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=40782</guid>

					<description><![CDATA[<p>นครหลวงเวียงจันทน์ เมื่อเร็วๆ นี้ – บริษัท ไซยะบุรี พาวเวอร์ จำกัด (XPCL) บริษัทร่วมในเครือของ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKPower (ชื่อย่อหลักทรัพย์: CKP) หนึ่งในผู้นำในการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคและมีคาร์บอนฟุตพรินต์ที่ต่ำที่สุดรายหนึ่ง ซึ่งเป็นผู้ดำเนินการโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) รับมอบเหรียญชัยแรงงานและประกาศนียบัตรในฐานะองค์กรที่มีผลงานดีเด่นด้านการพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรีได้ตามมาตรฐานสากลที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จากนายจันสะแหวง บุนยง รองรัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า สปป.ลาว&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/xpcl-092025/">ไซยะบุรี พาวเวอร์ รับเหรียญชัยแรงงานจาก สปป.ลาว</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>นครหลวงเวียงจันทน์ เมื่อเร็วๆ นี้ – บริษัท ไซยะบุรี พาวเวอร์ จำกัด (XPCL) บริษัทร่วมในเครือของ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKPower (ชื่อย่อหลักทรัพย์: CKP) หนึ่งในผู้นำในการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคและมีคาร์บอนฟุตพรินต์ที่ต่ำที่สุดรายหนึ่ง ซึ่งเป็นผู้ดำเนินการโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) รับมอบเหรียญชัยแรงงานและประกาศนียบัตรในฐานะองค์กรที่มีผลงานดีเด่นด้านการพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรีได้ตามมาตรฐานสากลที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จากนายจันสะแหวง บุนยง รองรัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า สปป.ลาว โดยมี นายวรพจน์ อุชุไพบูลย์วงศ์ กรรมการผู้จัดการ XPCL เป็นผู้แทนรับมอบ ณ ห้องประชุมใหญ่รัฐวิสาหกิจไฟฟ้าลาว นครหลวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว</strong></p>
<p><span id="more-40782"></span></p>
<figure id="attachment_40784" aria-describedby="caption-attachment-40784" style="width: 910px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-40784" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/XPCL-092025-02.jpg" alt="ไซยะบุรี พาวเวอร์" width="910" height="512" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/XPCL-092025-02.jpg 910w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/XPCL-092025-02-300x169.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/XPCL-092025-02-768x432.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/XPCL-092025-02-150x84.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/XPCL-092025-02-500x281.jpg 500w" sizes="(max-width: 910px) 100vw, 910px" /><figcaption id="caption-attachment-40784" class="wp-caption-text">default</figcaption></figure>
<p>ทั้งนี้ พิธีมอบเหรียญชัยแรงงานและประกาศนียบัตรดังกล่าวเป็นกรณีพิเศษ จัดขึ้นโดยกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า สปป.ลาว สะท้อนถึงความมุ่งมั่นและความใส่ใจความในการดำเนินงานของ XPCL ที่ให้ความสำคัญในการดูแลชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อมรอบโรงไฟฟ้า รวมถึงบุคลากรในทุกระดับ เพื่อเสริมสร้างการอยู่ร่วมกันอย่างสมดุลและกลมกลืน ซึ่งเป็นหัวใจหลักขององค์กร และเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสปป.ลาวและภูมิภาคอย่างยั่งยืน</p>
<p>อนึ่ง XPCL ได้รับสัมปทานจากรัฐบาล สปป.ลาว ให้ออกแบบ พัฒนา ก่อสร้าง และดำเนินการ โรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี ประเภทน้ำไหลผ่านขนาดใหญ่ (Run-of-River) ซึ่งใช้พลังงานจากการไหลของน้ำตามธรรมชาติ ไม่มีการกักเก็บน้ำ ตั้งอยู่บนแม่น้ำโขงใน สปป.ลาวมีกำลังผลิตติดตั้ง 1,285 เมกะวัตต์ ทั้งนี้ XPCL ผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังน้ำเฉลี่ยได้กว่า 7,400 กิกะวัตต์ชั่วโมงต่อปี (GWh/Year) โดยพลังงานดังกล่าวจัดเป็นพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy) ซึ่งเป็นพลังงานสะอาดที่อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม สามารถช่วยให้ประเทศไทยหลีกเลี่ยงการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ประมาณ 3.8 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี (tCO₂e)</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/xpcl-092025/">ไซยะบุรี พาวเวอร์ รับเหรียญชัยแรงงานจาก สปป.ลาว</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ราช กรุ๊ป ประกาศกำไรสุทธิ 3,277 ล้านบาทในครึ่งปีแรก ปรับแผนยุทธศาสตร์ใหม่ มุ่งธุรกิจผลิตไฟฟ้าและนวัตกรรมด้านพลังงาน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/ratch-group-q2-2568/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/ratch-group-q2-2568/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 14 Aug 2025 07:22:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<category><![CDATA[ผลการดำเนินงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ผลิตไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[ราช กรุ๊ป]]></category>
		<category><![CDATA[โรงไฟฟ้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=40400</guid>

					<description><![CDATA[<p>นนทบุรี- บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) รายงานผลการดำเนินงาน 6 เดือนแรก ประจำปี 2568 รับรู้กำไรสุทธิ จำนวน 3,277 ล้านบาท ปรับตัวลดลงร้อยละ 14 เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลจากการบันทึกบัญชีขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนของบริษัทฯ และบริษัทย่อย ขณะที่กำไรจากการดำเนินงานก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) จำนวน 7,536 ล้านบาท สำหรับครึ่งแรกของ ปี&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/ratch-group-q2-2568/">ราช กรุ๊ป ประกาศกำไรสุทธิ 3,277 ล้านบาทในครึ่งปีแรก ปรับแผนยุทธศาสตร์ใหม่ มุ่งธุรกิจผลิตไฟฟ้าและนวัตกรรมด้านพลังงาน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>นนทบุรี- <strong>บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) รายงานผลการดำเนินงาน 6 เดือนแรก ประจำปี 2568 รับรู้กำไรสุทธิ จำนวน 3,277 ล้านบาท ปรับตัวลดลงร้อยละ 14 เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลจากการบันทึกบัญชีขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนของบริษัทฯ และบริษัทย่อย ขณะที่กำไรจากการดำเนินงานก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) จำนวน 7,536 ล้านบาท สำหรับครึ่งแรกของ ปี 2568 บริษัทฯ มีรายได้รวม 16,030 ล้านบาท โดยร้อยละ 96 มาจากธุรกิจผลิตไฟฟ้า และร้อยละ 4 มาจากธุรกิจอื่น ๆ ส่วนรายได้จากส่วนแบ่งกำไรจากการลงทุนในกิจการร่วมค้า เติบโตขึ้นร้อยละ 12 คิดเป็นจำนวน 3,662 ล้านบาท</strong></p>
<p><span id="more-40400"></span></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายนิทัศน์ วรพนพิพัฒน์</strong></span> <strong>กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)</strong> เปิดเผยว่า การดำเนินงานของบริษัทฯ มุ่งเน้นสร้างการเติบโตให้มีความต่อเนื่องและยั่งยืน โดยมีธุรกิจผลิตไฟฟ้าเป็นแกนหลักในการขับเคลื่อน ซึ่งในรอบ 6 เดือนที่ผ่านมาสามารถสร้างรายได้เป็นจำนวน 15,307 ล้านบาท และรายได้ร้อยละ 15 ของรายได้รวมมาจากธุรกิจพลังงานทดแทน คิดเป็นจำนวนเงิน 2,443 ล้านบาท นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้ดำเนินการปรับแผนยุทธศาสตร์และเร่งพัฒนายกระดับศักยภาพภายในบริษัทฯ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการพัฒนาธุรกิจใหม่ ๆ อีกทั้งยังมีการจัดการพอร์ตสินทรัพย์ปัจจุบันของบริษัทฯ ให้รองรับกับทิศทางธุรกิจใหม่ ซึ่งจะเน้นหนักธุรกิจผลิตไฟฟ้า พลังงานทดแทน นวัตกรรมและสาธารณูปโภคด้านพลังงาน</p>
<p>“ในไตรมาส 2 ที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้ขายหุ้นทั้งหมดของบริษัท สมาร์ท อินฟราเนท จำกัด และขายหุ้นบริษัท ติงส์ ออน เน็ต จำกัด ตามแผนยุทธศาสตร์ของบริษัทฯ อีกทั้งยังได้ให้ความสำคัญกับการบริหารประสิทธิภาพทางการเงิน เพื่อลดต้นทุนและจัดเตรียมเงินทุนสำหรับการลงทุนในอนาคต ปัจจุบัน บริษัทฯ มีวงเงินหุ้นกู้ที่ได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น จำนวน 35,000 ล้านบาท และเมื่อเร็ว ๆ นี้ บริษัทฯ ได้ระดมทุนผ่านสินเชื่อเพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและเพื่อความยั่งยืน หรือเงินกู้สีเขียว (Green loan) จำนวน 5,000 ล้านบาท เพื่อนำไปใช้ลงทุนในธุรกิจพลังงานทดแทน และธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานที่สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน รวมทั้งการศึกษาและพัฒนาโครงการนวัตกรรมด้านพลังงานที่มีศักยภาพ เพื่อร่วมขับเคลื่อนเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์” <strong>นายนิทัศน์</strong> กล่าว</p>
<p><strong>สำหรับฐานะการเงินของบริษัทฯ ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2568 มีสินทรัพย์รวมจำนวน 212,609 ล้านบาท หนี้สินรวมจำนวน 109,110 ล้านบาท และส่วนของผู้ถือหุ้นจำนวน 103,499 ล้านบาท โดยบริษัทฯ ยังคงมีศักยภาพทางการเงินที่แข็งแกร่งสะท้อนจากอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน 1.05 เท่า และอัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้นร้อยละ 10.08</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/ratch-group-q2-2568/">ราช กรุ๊ป ประกาศกำไรสุทธิ 3,277 ล้านบาทในครึ่งปีแรก ปรับแผนยุทธศาสตร์ใหม่ มุ่งธุรกิจผลิตไฟฟ้าและนวัตกรรมด้านพลังงาน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/ratch-group-q2-2568/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>CKPower ประสบความสำเร็จ ออก Green Bond ครั้งแรก 5,000 ล้านบาท ยอดจองท่วมท้น สะท้อนความเชื่อมั่นของผู้ลงทุนต่อ CKPower ที่มุ่งขับเคลื่อนสู่สังคมคาร์บอนต่ำ</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/ckpower-green-bond/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/ckpower-green-bond/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 10 Jun 2025 06:49:49 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<category><![CDATA[CKPower]]></category>
		<category><![CDATA[Green Bond]]></category>
		<category><![CDATA[ผลิตไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[หุ้นกู้]]></category>
		<category><![CDATA[หุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=39498</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ 10 มิ.ย.2568 – นายธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKPower (ชื่อย่อหลักทรัพย์: CKP) หนึ่งในผู้นำในการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคและมีคาร์บอนฟุตพรินต์ที่ต่ำที่สุดรายหนึ่ง เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 5, 6 และ 9 มิถุนายนที่ผ่านมา CKPower ประสบความสำเร็จอย่างสูงในการเสนอขายหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Green Bond) ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/ckpower-green-bond/">CKPower ประสบความสำเร็จ ออก Green Bond ครั้งแรก 5,000 ล้านบาท ยอดจองท่วมท้น สะท้อนความเชื่อมั่นของผู้ลงทุนต่อ CKPower ที่มุ่งขับเคลื่อนสู่สังคมคาร์บอนต่ำ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ 10 มิ.ย.2568 – <strong><span style="color: #6cb742;">นายธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์</span> กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKPower (ชื่อย่อหลักทรัพย์: CKP) หนึ่งในผู้นำในการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคและมีคาร์บอนฟุตพรินต์ที่ต่ำที่สุดรายหนึ่ง เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 5, 6 และ 9 มิถุนายนที่ผ่านมา CKPower ประสบความสำเร็จอย่างสูงในการเสนอขายหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Green Bond) ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ จำนวน 4 ชุด มูลค่ารวม 5,000 ล้านบาท โดยมียอดจองเกินวงเงินที่เสนอขายเป็นจำนวนมาก สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อ CKPower ในฐานะองค์กรที่มีพื้นฐานทางการเงินที่มั่นคง การบริหารจัดการตามหลักธรรมาภิบาล และวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนในการขับเคลื่อนธุรกิจเพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานสะอาด พร้อมทั้งมุ่งสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนที่ครอบคลุมทุกมิติของห่วงโซ่อุปทาน</strong></p>
<p><span id="more-39498"></span></p>
<figure id="attachment_39500" aria-describedby="caption-attachment-39500" style="width: 740px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-39500 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/CKPower-CEO.jpg" alt="นายธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์" width="740" height="494" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/CKPower-CEO.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/CKPower-CEO-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/CKPower-CEO-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/CKPower-CEO-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /><figcaption id="caption-attachment-39500" class="wp-caption-text">นายธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKPower</figcaption></figure>
<p>ทั้งนี้ เงินที่ได้จากการออกหุ้นกู้ดังกล่าวจะนำไปลงทุนในโครงการไฟฟ้าพลังน้ำ หลวงพระบาง ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างของบริษัทเป็นหลัก และส่วนที่เหลือจะใช้เพื่อชำระคืนตั๋วสัญญาใช้เงิน (P/N) ที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนในโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี โดยหุ้นกู้มีจำนวน 4 ชุด ประกอบด้วย</p>
<p>หุ้นกู้ชุดที่ 1 อายุ 3 ปี จำนวน 1,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 3.15 ต่อปี<br />
หุ้นกู้ชุดที่ 2 อายุ 4 ปี จำนวน 1,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 3.30 ต่อปี<br />
หุ้นกู้ชุดที่ 3 อายุ 5 ปี จำนวน 1,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 3.45 ต่อปี และ<br />
หุ้นกู้ชุดที่ 4 อายุ 10 ปี จำนวน 2,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 3.90 ต่อปี โดยผู้ออกหุ้นกู้มีสิทธิไถ่ถอนหุ้นกู้ก่อนวันครบกำหนด<br />
“CKPower ต้องขอขอบคุณนักลงทุนที่ไว้วางใจและเชื่อมั่นในหุ้นกู้และการดำเนินงานของบริษัทที่มีทีมงานที่มีประสิทธิภาพ มีความแข็งแกร่งด้านการเงิน และมีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม และขอขอบคุณผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ที่มีส่วนผลักดันให้การออกหุ้นกู้ของบริษัทในครั้งนี้ประสบความสำเร็จด้วยดี” <strong>นายธนวัฒน์</strong>กล่าว</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39501" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/CKPowers-new-THB-5-billion-green-bonds-achieved-overwhelming-success-04.jpg" alt="โครงการไฟฟ้าพลังน้ำ หลวงพระบาง" width="740" height="533" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/CKPowers-new-THB-5-billion-green-bonds-achieved-overwhelming-success-04.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/CKPowers-new-THB-5-billion-green-bonds-achieved-overwhelming-success-04-300x216.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/CKPowers-new-THB-5-billion-green-bonds-achieved-overwhelming-success-04-150x108.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/CKPowers-new-THB-5-billion-green-bonds-achieved-overwhelming-success-04-500x360.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>สำหรับหุ้นกู้ของ <strong>CKPower</strong> นี้ ทริสเรทติ้งได้จัดอันดับเครดิตหุ้นกู้ทุกชุดของ CKPower ที่อันดับ “A-“ แนวโน้มคงที่ ซึ่งเท่ากับอันดับเครดิตองค์กร และหุ้นกู้ที่ออกในครั้งนี้ได้รับการจัดประเภทเป็น &#8220;หุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Green Bond) ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐาน Green Bond Principles 2021 Green Loan Principles 2025 และ Thailand Taxonomy 2023 และได้ผ่านการสอบทานโดยองค์กรรับรองมาตรฐานชั้นนำของโลก DNV ในฐานะผู้สอบทานอิสระ (Independent External Reviewer) โดยเป็นการเสนอขายต่อผู้ลงทุนสถาบันที่ไม่รวมบุคคลธรรมดา และ/หรือ ผู้ลงทุนรายใหญ่ โดยมีธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคาร ทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) และ บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) ทำหน้าที่เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39502" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/CKPowers-new-THB-5-billion-green-bonds-achieved-overwhelming-success-03.jpg" alt="โรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน" width="740" height="506" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/CKPowers-new-THB-5-billion-green-bonds-achieved-overwhelming-success-03.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/CKPowers-new-THB-5-billion-green-bonds-achieved-overwhelming-success-03-300x205.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/CKPowers-new-THB-5-billion-green-bonds-achieved-overwhelming-success-03-150x103.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/CKPowers-new-THB-5-billion-green-bonds-achieved-overwhelming-success-03-500x342.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><strong>นายธนวัฒน์</strong> กล่าวว่า ในปี 2567 โรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนในกลุ่ม CKPower สามารถผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนส่งให้ประเทศไทยได้กว่า 8.8 ล้านเมกะวัตต์ชั่วโมง (MWh) หรือคิดเป็นร้อยละ 16 ของไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนที่ใช้ในประเทศ และในปีที่ผ่านมา บริษัทสามารถหลีกเลี่ยงการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 4.4 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี โดย CKPower มีแผนเพิ่มสัดส่วนการผลิตพลังงานหมุนเวียน ทั้งพลังงานน้ำและพลังงานแสงอาทิตย์ รวมถึงการสร้างโอกาสใหม่ด้านการเงินสีเขียว (Green Finance) โดยใช้กลไกการขายใบรับรองการผลิตพลังงานหมุนเวียน (RECs) ควบคู่ไปกับการสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรมลดการใช้พลังงานเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตไฟฟ้าคู่ขนานไปกับการสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับการอนุรักษ์พลังงานตลอดห่วงโซ่คุณค่าขององค์กร มุ่งสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ที่สามารถหวังผลในระยะยาวอย่างเป็นรูปธรรมภายในปี 2593</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/ckpower-green-bond/">CKPower ประสบความสำเร็จ ออก Green Bond ครั้งแรก 5,000 ล้านบาท ยอดจองท่วมท้น สะท้อนความเชื่อมั่นของผู้ลงทุนต่อ CKPower ที่มุ่งขับเคลื่อนสู่สังคมคาร์บอนต่ำ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/ckpower-green-bond/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>BPP โชว์ผลกำไรไตรมาสแรกปี’ 68 เสริมมูลค่าโรงไฟฟ้าในจีนด้วยพลังงานชีวมวล ควบคู่ขยายพลังงานหมุนเวียน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/bpp-q1-68/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/bpp-q1-68/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 20 May 2025 04:32:29 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<category><![CDATA[BPP]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านปู เพาเวอร์]]></category>
		<category><![CDATA[ผลิตไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานชีวมวล]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[โรงไฟฟ้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=39189</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BPP ผู้ผลิตพลังงานระดับสากล เผยผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2568 มีกำไรจากผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นของโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมในจีนและการซื้อขายพลังงานในญี่ปุ่น พร้อมเดินหน้าแผนการลดการปล่อย CO2 อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการนำเชื้อเพลิงชีวมวลมาใช้ร่วมกับเชื้อเพลิงหลักในโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วมทั้ง 3 แห่งในจีน (Biomass Co-firing) ประกอบกับการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้บริษัทมีรายได้จากการขายสิทธิการปล่อยก๊าซคาร์บอน (Carbon Emission Allowances: CEAs) เพิ่มขึ้น อีกทั้งยังเดินหน้าขยายพอร์ตพลังงานหมุนเวียนและธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่อง&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/bpp-q1-68/">BPP โชว์ผลกำไรไตรมาสแรกปี’ 68 เสริมมูลค่าโรงไฟฟ้าในจีนด้วยพลังงานชีวมวล ควบคู่ขยายพลังงานหมุนเวียน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BPP ผู้ผลิตพลังงานระดับสากล เผยผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2568 มีกำไรจากผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นของโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมในจีนและการซื้อขายพลังงานในญี่ปุ่น พร้อมเดินหน้าแผนการลดการปล่อย CO2 อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการนำเชื้อเพลิงชีวมวลมาใช้ร่วมกับเชื้อเพลิงหลักในโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วมทั้ง 3 แห่งในจีน (Biomass Co-firing) ประกอบกับการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้บริษัทมีรายได้จากการขายสิทธิการปล่อยก๊าซคาร์บอน (Carbon Emission Allowances: CEAs) เพิ่มขึ้น อีกทั้งยังเดินหน้าขยายพอร์ตพลังงานหมุนเวียนและธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่อง (Renewables+) ผ่าน Banpu NEXT ทั้งในจีนและญี่ปุ่น เพื่อสร้างรายได้เพิ่มและกระแสเงินสดที่แข็งแกร่ง รองรับการเติบโตอย่างยั่งยืนและสอดคล้องกับเป้าหมายการลดคาร์บอน (Decarbonization Journey)</strong></p>
<p><span id="more-39189"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39191" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/Mr.-Issara-Niropas-CEO-of-Banpu-Power-PCL.jpg" alt="อิศรา นิโรภาส" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/Mr.-Issara-Niropas-CEO-of-Banpu-Power-PCL.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/Mr.-Issara-Niropas-CEO-of-Banpu-Power-PCL-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/Mr.-Issara-Niropas-CEO-of-Banpu-Power-PCL-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/Mr.-Issara-Niropas-CEO-of-Banpu-Power-PCL-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>อิศรา นิโรภาส</strong></span> <strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน)</strong> หรือ <strong>BPP</strong> กล่าวว่าขณะที่เศรษฐกิจทั่วโลกยังเผชิญความผันผวนและมีการปรับขึ้นภาษีทางการค้าระหว่างประเทศในช่วงที่ผ่านมา แต่ BPP ยังคงเดินหน้าสร้างการเติบโต ด้วยจุดแข็งจากการกระจายพอร์ตโฟลิโอธุรกิจที่สมดุล และเลือกลงทุนในภูมิภาคที่มีการเติบโตมั่นคง โดยเน้นการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าในตลาดภายในประเทศเป็นหลัก (Domestic market) ควบคู่กับความร่วมมือกับพันธมิตรในท้องถิ่น เพื่อเสริมความยืดหยุ่นในการดำเนินธุรกิจ และสนับสนุนเป้าหมายพลังงานของแต่ละประเทศอย่างมีประสิทธิผล เราเชื่อว่าความหลากหลายของโมเดลธุรกิจที่ครอบคลุมทั้งพลังงานความร้อน (Thermal Energy) และพลังงานหมุนเวียนรวมถึงธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่อง (Renewables+) คือหัวใจสำคัญในการสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน และเป็นฐานสำคัญของการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว”</p>
<p>สำหรับผลดำเนินงานในไตรมาส 1 ปี 2568 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 574 ล้านบาท และมีกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) รวม 1,797 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 286 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 19% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยหลักมาจากผลการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมในจีนที่บริหารต้นทุนถ่านหินได้ดี และรายได้จากการขายสิทธิการปล่อยก๊าซคาร์บอน (CEAs) ที่เพิ่มขึ้นจากการบริหารจัดการโรงไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p>ทั้งนี้ โรงไฟฟ้าเจิ้งติ้งประสบความสำเร็จในการใช้ชีวมวลสัดส่วน 10% ร่วมกับเชื้อเพลิงหลัก ขณะที่โครงการที่โรงไฟฟ้าโจวผิงอยู่ระหว่างขั้นตอนทดสอบระบบก่อนเปิดดำเนินการ และโรงไฟฟ้าหลวนหนานอยู่ในขั้นตอนการประมูล นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังอยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ในการขยายท่อส่งไอน้ำในจีน สำหรับธุรกิจ Renewables+ ได้ลงทุนในโครงการโซลาร์ฟาร์มจินหู เฉียนเฟิง (Jinhu Qianfeng Solar Farm) ตั้งอยู่ที่มณฑลเจียงชู ในจีน มีกำลังผลิต 120 เมกะวัตต์ เป็นโครงการโซลาร์ฟาร์มที่ผสมผสานกับการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ (Aquavoltaic) โดยตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีความต้องการพลังงานสูง และคาดว่าจะเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) ในปี 2569</p>
<p>ด้านโรงไฟฟ้าเอชพีซี (HPC) ในสปป.ลาว และโรงไฟฟ้าบีแอลซีพี (BLCP) ในไทย ยังคงเดินเครื่องอย่างมีประสิทธิภาพและสามารถรักษาค่าความพร้อมจ่ายไฟ (EAF) ในระดับสูงที่ร้อยละ 81 ทั้งสองแห่ง</p>
<p>ขณะที่ในญี่ปุ่น ธุรกิจซื้อขายพลังงานมีผลการดำเนินงานโดดเด่น ด้วยปริมาณซื้อขายรวม 2,020 กิกะวัตต์ชั่วโมงในไตรมาสแรก พร้อมทั้งร่วมมือกับพันธมิตรท้องถิ่นจัดตั้งบริษัทร่วมทุนเพื่อพัฒนาโครงการระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ (Grid-Scale BESS) แห่งแรกในกรุงโตเกียว ผ่านการดำเนินงานของ Banpu NEXT มีกำลังการกักเก็บ 8 เมกะวัตต์ชั่วโมง เพื่อสนับสนุนการเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน เสริมเสถียรภาพของโครงข่ายไฟฟ้า และตอบสนองต่อความต้องการพลังงานที่เติบโตต่อเนื่องในท้องถิ่น</p>
<p>ส่วนในสหรัฐฯ โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ Temple I และ Temple II ยังคงเดินเครื่องอย่างมีประสิทธิภาพในไตรมาสที่ผ่านมา ขณะเดียวกันกำลังการผลิตไฟฟ้าสำรอง (Reserve Margin) ในตลาดพลังงานเสรี ERCOT มีแนวโน้มลดลงภายใน 2569 จากความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นของศูนย์ข้อมูล (Data Center) ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนุนให้ราคาไฟฟ้าในอนาคตปรับตัวสูงขึ้นส่งผลเชิงบวกต่อการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าทั้งสองแห่ง</p>
<p>“BPP ยังคงเชื่อมั่นในกลยุทธ์ของเราที่ถูกออกแบบมาให้มีความยืดหยุ่น และการบริหารความเสี่ยงเชิงรุกผ่านสัญญาซื้อขายไฟฟ้าที่หลากหลาย เพื่อรักษาประสิทธิภาพการดำเนินงานในแต่ละตลาด ประกอบกับความต้องการพลังงานไฟฟ้าที่มีเสถียรภาพและการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานยังมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทำให้เราพร้อมขับเคลื่อนธุรกิจอย่างแข็งแกร่งและมีเป้าหมายชัดเจนในการสร้างอนาคตพลังงานที่มั่นคงและยั่งยืน ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา” <strong>นายอิศรา นิโรภาส</strong> กล่าว</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/bpp-q1-68/">BPP โชว์ผลกำไรไตรมาสแรกปี’ 68 เสริมมูลค่าโรงไฟฟ้าในจีนด้วยพลังงานชีวมวล ควบคู่ขยายพลังงานหมุนเวียน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/bpp-q1-68/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ราช กรุ๊ป เปิดแผนกลยุทธ์ขับเคลื่อนการเติบโตธุรกิจในปี 2568 มุ่งปรับพอร์ตสินทรัพย์ เน้นลงทุนธุรกิจผลิตไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน เป้าหมายประเทศไทย ออสเตรเลีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/ratch-group-2568/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/ratch-group-2568/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 14 Mar 2025 08:33:54 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<category><![CDATA[ผลิตไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ราช กรุ๊ป]]></category>
		<category><![CDATA[โรงไฟฟ้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=38377</guid>

					<description><![CDATA[<p>นนทบุรี &#8211; บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ประกาศแผนกลยุทธ์และทิศทางการดำเนินธุรกิจ ปี 2568 โดยมุ่งเน้นใน 2 แนวทาง คือ การบริหารจัดการสินทรัพย์ที่ลงทุนแล้วให้มีประสิทธิภาพสูงสุดในการสร้างผลตอบแทน และการลงทุนในธุรกิจไฟฟ้าและพลังงานที่จะผลักดันให้บริษัทฯ เติบโตอย่างมั่นคง นายนิทัศน์ วรพนพิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในปีนี้ บริษัทฯ ได้ดำเนินการทบทวนกลยุทธ์ธุรกิจเพื่อปรับทิศทางการดำเนินงานให้พร้อมรองรับความท้าทายและโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ในอนาคต&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/ratch-group-2568/">ราช กรุ๊ป เปิดแผนกลยุทธ์ขับเคลื่อนการเติบโตธุรกิจในปี 2568 มุ่งปรับพอร์ตสินทรัพย์ เน้นลงทุนธุรกิจผลิตไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน เป้าหมายประเทศไทย ออสเตรเลีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>นนทบุรี &#8211; <strong>บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ประกาศแผนกลยุทธ์และทิศทางการดำเนินธุรกิจ ปี 2568 โดยมุ่งเน้นใน 2 แนวทาง คือ การบริหารจัดการสินทรัพย์ที่ลงทุนแล้วให้มีประสิทธิภาพสูงสุดในการสร้างผลตอบแทน และการลงทุนในธุรกิจไฟฟ้าและพลังงานที่จะผลักดันให้บริษัทฯ เติบโตอย่างมั่นคง</strong></p>
<p><span id="more-38377"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38379" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/ratch-group-2568-02.jpg" alt="นายนิทัศน์ วรพนพิพัฒน์" width="740" height="492" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/ratch-group-2568-02.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/ratch-group-2568-02-300x199.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/ratch-group-2568-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/ratch-group-2568-02-500x332.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายนิทัศน์ วรพนพิพัฒน์</strong></span> <strong>กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)</strong> กล่าวว่า ในปีนี้ บริษัทฯ ได้ดำเนินการทบทวนกลยุทธ์ธุรกิจเพื่อปรับทิศทางการดำเนินงานให้พร้อมรองรับความท้าทายและโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ในอนาคต จึงมุ่งเป้าที่การปรับพอร์ตสินทรัพย์ด้วยการจัดกลุ่มสินทรัพย์และกำหนดกลยุทธ์การบริหารสินทรัพย์แต่ละกลุ่มให้เกิดประสิทธิผลสูงสุด โดยครอบคลุมตั้งแต่การนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เข้ามาใช้ใน การบำรุงรักษาเชิงพยากรณ์ (Predictive Maintenance) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพโรงไฟฟ้าและลดการปลดปล่อย ก๊าซเรือนกระจก การนำโรงไฟฟ้าเดิมมาปรับเปลี่ยนรูปแบบให้เกิดมูลค่าเพิ่ม อาทิ โครงการ Synchronous Condenser ของโรงไฟฟ้าทาวน์สวิลล์ในออสเตรเลีย ซึ่งเป็นการนำโครงสร้างพื้นฐานของโรงไฟฟ้ามาใช้สนับสนุนเสถียรภาพระบบไฟฟ้าของรัฐควีนส์แลนด์ การพัฒนาโรงไฟฟ้าที่ปลดระวางแล้วและสินทรัพย์ที่ดินเป็นธุรกิจใหม่หรือโครงการใหม่ การเข้าลงทุนซื้อหุ้นจากพันธมิตรเดิมในโครงการที่ยังมีมูลค่าทางธุรกิจ รวมถึงการปรับปรุงประสิทธิภาพและคุณภาพสินทรัพย์ให้สอดรับกับเป้าหมายธุรกิจของบริษัทฯ และลงทุนในธุรกิจพลังงานใหม่</p>
<p>สำหรับกลยุทธ์การลงทุน บริษัทฯ มุ่งกระจายการลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงฟอสซิล โรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน รวมถึงพลังงานรูปแบบใหม่ และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน ทั้งนี้ บริษัทฯ มีเป้าหมายที่จะลงทุนโครงการพลังงานทดแทนเพิ่มขึ้น ซึ่งปัจจุบันมีโครงการในมือแล้ว 12 โครงการ กำลังผลิตตามสัดส่วนการถือหุ้นรวมประมาณ 1,700 เมกะวัตต์ ประกอบด้วย โครงการที่ตั้งอยู่ในประเทศออสเตรเลีย ได้แก่ ระบบกักเก็บพลังงาน เบอรีล กำลังการผลิต 100 เมกะวัตต์ โครงการโซลาร์ฟาร์มมารูลัน กำลังการผลิต 152 เมกะวัตต์ โครงการพลังงานลมสปริงแลนด์ กำลังการผลิต 800 เมกะวัตต์ โครงการในประเทศฟิลิปปินส์ ได้แก่ โครงการพลังงานลมใกล้ชายฝั่งซานมิเกล กำลังผลิตตามสัดส่วนการถือหุ้น 245 เมกะวัตต์ และโครงการพลังงานลมนอกชายฝั่งลูเซียน่า กำลังการผลิตตามสัดส่วนการถือหุ้น 232.75 เมกะวัตต์ รวมทั้งโครงการพลังงานลมในเวียดนาม ได้แก่ โครงการเบ็นแจ กำลังการผลิตตามสัดส่วนการถือหุ้น 39.20 เมกะวัตต์ และโครงการพลังงานลมบนฝั่ง 2 โครงการกำลังการผลิตตามสัดส่วนการถือหุ้น รวมประมาณ 140.45 เมกะวัตต์ รวมถึงโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทยอีก 153.97 เมกะวัตต์</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38380" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/ratch-group-2568-03.jpg" alt="ราช กรุ๊ป" width="740" height="555" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/ratch-group-2568-03.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/ratch-group-2568-03-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/ratch-group-2568-03-150x113.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/ratch-group-2568-03-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>“นอกจากการปรับพอร์ตสินทรัพย์แล้ว ในปีนี้บริษัทฯ ยังมุ่งขยายการลงทุนโดยให้ความสนใจในโครงการพลังงานทดแทน และโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงหลักที่มีสัญญาซื้อขายไฟฟ้าภายในปี 2593 ทั้งในประเทศไทย และต่างประเทศ เพื่อให้บริษัทฯ มีรายได้มั่นคงและสามารถสร้างผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้นได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้จัดเตรียมงบประมาณลงทุนไว้ 15,000 ล้านบาท เพื่อรองรับการลงทุนโครงการใหม่ๆ และโครงการที่ได้ลงทุนแล้วซึ่งอยู่ระหว่างการพัฒนาและก่อสร้าง โดยในปีนี้มีจำนวน 3 โครงการที่กำหนดเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ ได้แก่ โรงไฟฟ้า นวนครส่วนขยาย โรงไฟฟ้าพลังน้ำซองเกียง1 ในเวียดนาม และโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ NPSI ในฟิลิปปินส์ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีความก้าวหน้าในการศึกษาและพัฒนาพลังงานรูปแบบใหม่ที่มีศักยภาพทางธุรกิจ ได้แก่ พลังงานไฮโดรเจนสีเขียว และพลังงานนิวเคลียร์ขนาดเล็ก รวมทั้งระบบกักเก็บพลังงาน ซึ่งปัจจุบัน บริษัทย่อยในออสเตรเลียได้พัฒนาโครงการระบบกักเก็บพลังงานแบตเตอรี่ โดยได้ใช้โครงสร้างพื้นฐานโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ Kemerton ในออสเตรเลีย และมีหลายโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนา ซึ่งถือเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับสินทรัพย์เดิม และยังเป็นการก้าวเข้าสู่ระบบนิเวศการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานอย่างเป็นรูปธรรมแล้ว” <strong>นายนิทัศน์</strong> กล่าว</p>
<p><strong>ปัจจุบัน บริษัทฯ รับรู้กำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัดส่วนการลงทุน รวม 10,815 เมกะวัตต์ โดยเป็นกำลังผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงฟอสซิล รวมทั้งสิ้น 7,843 เมกะวัตต์ (ร้อยละ 72.5) และกำลังผลิตจากพลังงานทดแทน รวม 2,972 เมกะวัตต์ (ร้อยละ 27.5) นอกจากนี้ บริษัทฯ มุ่งหมายที่จะลงทุนเพิ่มกำลังการผลิตจากพลังงานทดแทนให้ถึง ร้อยละ 30 ของกำลังการผลิตรวมในปี 2573 และร้อยละ 40 ในปี 2578</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/ratch-group-2568/">ราช กรุ๊ป เปิดแผนกลยุทธ์ขับเคลื่อนการเติบโตธุรกิจในปี 2568 มุ่งปรับพอร์ตสินทรัพย์ เน้นลงทุนธุรกิจผลิตไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน เป้าหมายประเทศไทย ออสเตรเลีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/ratch-group-2568/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>BPP มั่นใจตลาดสหรัฐปี’68 แข็งแกร่ง รับดีมานด์พุ่งจากการลงทุน Data Center พร้อมสร้างรายได้เพิ่มจากสิทธิการปล่อยคาร์บอน 290,000 ตันในจีน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/bpp-performance-update-2567/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/bpp-performance-update-2567/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 12 Mar 2025 08:42:33 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<category><![CDATA[BPP]]></category>
		<category><![CDATA[ซื้อขายไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[ผลิตไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[โรงไฟฟ้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=38333</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BPP เปิดเผยผลดำเนินงานปี 2567 สามารถรักษาผลการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าทุกแห่งได้อย่างมีเสถียรภาพ ควบคู่กับการใช้เทคโนโลยีเพื่อลดการปล่อย CO2 โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าในจีน ช่วยลดการปล่อยคาร์บอนจากโรงไฟฟ้าได้ดีกว่าเกณฑ์ที่รัฐบาลจีนกำหนดไว้ ทำให้มีรายได้เพิ่มเติมจากการขายสิทธิการปล่อยก๊าซคาร์บอน (Carbon Emission Allowances: CEAs) เกือบ 90 ล้านบาท เดินหน้า เตรียมความพร้อมโรงไฟฟ้า Temple I และ Temple II ในสหรัฐฯ&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/bpp-performance-update-2567/">BPP มั่นใจตลาดสหรัฐปี’68 แข็งแกร่ง รับดีมานด์พุ่งจากการลงทุน Data Center พร้อมสร้างรายได้เพิ่มจากสิทธิการปล่อยคาร์บอน 290,000 ตันในจีน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BPP </strong>เปิดเผยผลดำเนินงานปี 2567 สามารถรักษาผลการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าทุกแห่งได้อย่างมีเสถียรภาพ ควบคู่กับการใช้เทคโนโลยีเพื่อลดการปล่อย CO<sub>2</sub> โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าในจีน ช่วยลดการปล่อยคาร์บอนจากโรงไฟฟ้าได้ดีกว่าเกณฑ์ที่รัฐบาลจีนกำหนดไว้ ทำให้มีรายได้เพิ่มเติมจากการขายสิทธิการปล่อยก๊าซคาร์บอน (Carbon Emission Allowances: CEAs) เกือบ 90 ล้านบาท เดินหน้า เตรียมความพร้อมโรงไฟฟ้า Temple I และ Temple II ในสหรัฐฯ รับแรงหนุนจากแนวโน้มราคาซื้อขายไฟล่วงหน้าในตลาดไฟฟ้าเสรี ERCOT สูงขึ้นเกือบเท่าตัวในปี 2568 และการคาดการณ์อัตราความต้องการใช้ไฟฟ้าในสหรัฐฯ มีแนวโน้มเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) 15-17% ภายในปี 2573<span style="color: #ff0000;"><sub>1</sub></span> จากการลงทุน Data Center โดยรัฐเท็กซัสมีการเติบโตของ Data Center ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของสหรัฐฯ<span style="color: #ff0000;"><sub>2</sub></span></p>
<p><span id="more-38333"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38335" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/BPP-Performance-Update-02.jpg" alt="อิศรา นิโรภาส" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/BPP-Performance-Update-02.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/BPP-Performance-Update-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/BPP-Performance-Update-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/BPP-Performance-Update-02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">อิศรา นิโรภาส</span> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BPP</strong> กล่าวว่า BPP ขับเคลื่อนการเติบโตตามแนวทางการดำเนินธุรกิจ Beyond Quality Megawatts โดยมุ่งมั่นบริหารพอร์ตโฟลิโอให้มีความสมดุลและครอบคลุมมากไปกว่าการขยายกำลังผลิตไฟฟ้า เพื่อมีความยืดหยุ่นในการหาโอกาสใหม่ ๆ ในการเติบโต และสร้างกระแสเงินสดได้อย่างมั่นคงในระยะยาว ในปีที่ผ่านมาธุรกิจโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ Temple I และ II ในรัฐเท็กซัส สหรัฐฯ สามารถเดินเครื่องเพื่อส่งมอบพลังงานได้ต่อเนื่อง แม้จะมีราคาซื้อขายไฟฟ้าเฉลี่ยลดลงจากอุณหภูมิและสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวยเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แต่เชื่อมั่นว่า ราคาซื้อขายไฟในปี 2568 มีแนวโน้มที่จะปรับตัวสูงขึ้นสอดรับกับเทรนด์เทคโนโลยีพลังงานและดีมานด์ที่เพิ่มขึ้นในสหรัฐฯ</p>
<p>อีกทั้ง BPP มีมาตรการบริหารจัดการความเสี่ยงจากความผันผวนของราคา (Hedging Risk Management) ด้วยการใช้เครื่องมือทางการเงิน (Financial Derivative) สำหรับโรงไฟฟ้าทั้งสองแห่งนี้ โดยในปี 2568 จะมีกระแสเงินสดที่จะได้รับจากการใช้เครื่องมือทางการเงินเพื่อป้องกันความเสี่ยงดังกล่าวเพิ่มขึ้นจากปี 2567 ที่ 40% นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมองเห็นโอกาสในการสร้างรายได้เพิ่มเติมของธุรกิจในจีนจากการขายสิทธิการปล่อยก๊าซคาร์บอน (CEAs) ของโรงไฟฟ้าถ่านหิน</p>
<p>พร้อมกันนี้ยังเร่งขยายธุรกิจพลังงานหมุนเวียนและธุรกิจอื่น ๆ ที่เกี่ยวเนื่อง (Renewables+) เดินหน้าสร้างห่วงโซ่ธุรกิจพลังงานที่แข็งแกร่ง โดยเน้นการลงทุนในโครงการแบตเตอรี่ฟาร์มขนาดใหญ่ (BESS) และการซื้อขายพลังงาน (Energy Trading) เพื่อสร้าง New S-curve ให้กับบริษัทฯ รวมถึงนำเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาเสริมการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น</p>
<p>สำหรับผลการดำเนินธุรกิจในปี 2567  ประกอบด้วย <strong>1</strong>.<strong>ธุรกิจพลังงานความร้อน (Thermal Energy)</strong> โรงไฟฟ้าเอชพีซี (HPC) ในสปป.ลาว และโรงไฟฟ้าบีแอลซีพี (BLCP) ในไทย ยังคงเดินเครื่องอย่างมีประสิทธิภาพและสามารถรักษาค่าความพร้อมจ่ายไฟ (EAF) ในระดับสูงที่ร้อยละ 86 และร้อยละ 90 ตามลำดับ และจำหน่ายกระแสไฟฟ้าเพิ่มเติมจากจำนวนชั่วโมงการผลิตตามสัญญา รวมถึงการดำเนินงานที่ดีขึ้นของโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม (CHP) และโรงไฟฟ้าซานซีลู่กวง (SLG) ในจีน จากการบริหารต้นทุนถ่านหินที่ดีขึ้นและมีรายได้อื่นที่เพิ่มขึ้นเกือบ 90 ล้านบาท จากการขายสิทธิการปล่อยก๊าซคาร์บอน (Carbon Allowance)ของโรงไฟฟ้า (CEAs) ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าและไอน้ำที่เกิดจากการสะสมของ BPP ช่วงระยะเวลาหนึ่งจนถึงปี 2567  โดยมีปริมาณ 290,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งถือเป็นสถิติสูงสุด สะท้อนถึงประสิทธิภาพของการบริหารจัดการและควบคุมการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ได้ดีกว่าเกณฑ์ที่รัฐบาลจีนกำหนดไว้</p>
<p><strong>2</strong>.<strong>ธุรกิจ Renewables+</strong><strong>  </strong>โดยลงทุนในโครงการ BESS เพิ่มเติมอีก 2 แห่งในญี่ปุ่น ได้แก่ โครงการ Aizu (ไอสึ) และโครงการ Tsuno (ซึโนะ) กำลังการผลิตรวม 208 เมกะวัตต์-ชั่วโมง ซึ่งคาดว่าจะเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) ในปี 2571 ขณะที่โครงการ Iwate Tono กำลังการผลิต 58 เมกะวัตต์-ชั่วโมง มีความคืบหน้า 99% เตรียมเปิด COD ในไตรมาส 2 ปีนี้ และเดินหน้าธุรกิจขายไฟฟ้า Energy Trading ในญี่ปุ่น ซึ่งมีผลการดำเนินงานที่ดี โดยมีการซื้อขายทั้งหมด 2,816 กิกะวัตต์-ชั่วโมง ล่าสุดในปี 2568 บ้านปู เน็กซ์ ซึ่ง BPP ถือหุ้นร้อยละ 50 ได้ร่วมกับโซลาร์บีเค บริษัทชั้นนำด้านพลังงานสะอาดในเวียดนาม จัดตั้งบริษัทร่วมทุน เพื่อให้บริการโซลาร์รูฟท็อปสำหรับกลุ่มธุรกิจเชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรมในเวียดนาม ตั้งเป้าเฟสแรก 390 เมกะวัตต์</p>
<p><strong>อิศรา</strong> กล่าวถึงผลการดำเนินงานปี 2567 ว่า BPP มีรายได้รวม 25,827 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 1,746 ล้านบาท โดยมีกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี  ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) จากการดำเนินงานปกติ รวม 7,383 ล้านบาท พร้อมรักษาอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วน ผู้ถือหุ้น (D/E) อยู่ในระดับต่ำเพียง 0.49 เท่า</p>
<p>นับตั้งแต่ปีนี้จนถึงปี 2030 BPP  มีแผนลงทุน 1,000-1,500  ล้านเหรียญสหรัฐ โดยมีสัดส่วนของ Gasifier Power 60% และ ธุรกิจ Renewables+  ที่ 40%</p>
<p>“ด้วยพอร์ตธุรกิจที่มีความหลากหลายและกระจายตัวอย่างสมดุล มีความยืดหยุ่นในการลงทุนค่อนข้างสูที่ผ่านการดำเนินธุรกิจเชิงรุกใน 8 ประเทศยุทธศาสตร์ ทั่วโลก ครอบคลุมประเทศไทย ลาว จีน ญี่ปุ่น เวียดนาม อินโดนีเซีย ออสเตรเลีย และสหรัฐอเมริกา ทำให้ BPP มีความสามารถปรับตัวรับมือกับภาวะวิกฤตต่างๆ และสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันในแต่ละประเทศเพื่อส่งมอบคุณค่าและผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม พร้อมก้าวสู่เป้าหมายการเป็นผู้ผลิตพลังงานระดับโลก” <strong>อิศรา  </strong>กล่าวสรุป<strong><br />
</strong></p>
<hr />
<p><sub>[<span style="color: #ff0000;">1</span>]</sub> อ้างอิงจาก ERCOT Platts M2MS Modeled Power Curves, 20 Dec. 2024</p>
<p><sub>[<span style="color: #ff0000;">2</span>]</sub> อ้างอิงจาก JLL, ERCOT</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/bpp-performance-update-2567/">BPP มั่นใจตลาดสหรัฐปี’68 แข็งแกร่ง รับดีมานด์พุ่งจากการลงทุน Data Center พร้อมสร้างรายได้เพิ่มจากสิทธิการปล่อยคาร์บอน 290,000 ตันในจีน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/bpp-performance-update-2567/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>GUNKUL เปิดตัว CEO ใหม่ ชูกลยุทธ์ ‘สมการแห่งความก้าวหน้า’ สู่วิสัยทัศน์ใหม่ พาร์ตเนอร์ด้านพลังงานสีเขียวแห่งเอเชีย ตั้งเป้าใหญ่ รายได้รวม 3 ปี เกิน 35,000 ล้านบาท</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/naruechon-gunkul-new-ceo/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/naruechon-gunkul-new-ceo/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 12 Mar 2025 03:42:40 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<category><![CDATA[CEO]]></category>
		<category><![CDATA[GUNKUL]]></category>
		<category><![CDATA[กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง]]></category>
		<category><![CDATA[นฤชล ดำรงปิยวุฒิ์]]></category>
		<category><![CDATA[ผลิตไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[โรงไฟฟ้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=38317</guid>

					<description><![CDATA[<p>กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง ผู้นำด้านพลังงานสีเขียวแบบครบวงจรใหญ่ที่สุดอันดับ 2 ของไทย ปรับผังองค์กรส่ง นฤชล ดำรงปิยวุฒิ์ ดำรงตำแหน่งประธาน เจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) คนใหม่ พร้อมวิสัยทัศน์ “พาร์ตเนอร์ด้านพลังงานสีเขียว และโครงสร้าง พื้นฐานแห่งภูมิภาคเอเชีย ที่ได้รับการยอมรับสูงสุด” เปิดกลยุทธ์ ‘สมการแห่งความก้าวหน้า’ ต่อยอด 3 ธุรกิจหลัก สร้างฐานธุรกิจใหม่ ตั้งเป้ากำลังการผลิตไฟฟ้าพลังงานสีเขียวสะสม 2,000 เมกะวัตต์ ภายในปี 2570 และพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ และ พลังงานลมใหม่&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/naruechon-gunkul-new-ceo/">GUNKUL เปิดตัว CEO ใหม่ ชูกลยุทธ์ ‘สมการแห่งความก้าวหน้า’ สู่วิสัยทัศน์ใหม่ พาร์ตเนอร์ด้านพลังงานสีเขียวแห่งเอเชีย ตั้งเป้าใหญ่ รายได้รวม 3 ปี เกิน 35,000 ล้านบาท</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง ผู้นำด้านพลังงานสีเขียวแบบครบวงจรใหญ่ที่สุดอันดับ 2 ของไทย ปรับผังองค์กรส่ง นฤชล ดำรงปิยวุฒิ์ ดำรงตำแหน่งประธาน เจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) คนใหม่ พร้อมวิสัยทัศน์ “พาร์ตเนอร์ด้านพลังงานสีเขียว และโครงสร้าง พื้นฐานแห่งภูมิภาคเอเชีย ที่ได้รับการยอมรับสูงสุด” เปิดกลยุทธ์ ‘สมการแห่งความก้าวหน้า’ ต่อยอด 3 ธุรกิจหลัก สร้างฐานธุรกิจใหม่ ตั้งเป้ากำลังการผลิตไฟฟ้าพลังงานสีเขียวสะสม 2,000 เมกะวัตต์ ภายในปี 2570 และพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ และ พลังงานลมใหม่ เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับ Direct PPA และการเปิดประมูลรอบใหม่ โดยปัจจุบัน GUNKUL มีโรงไฟฟ้าพลังงานสีเขียวทั้งหมด 1,479 เมกะวัตต์ และมีถึง 832 เมกะวัตต์ ที่อยู่ระหว่างการ พัฒนาโครงการรอรับรู้รายได้ ตั้งเป้ารายได้เติบโต 10-15% ทุกปี มั่นใจรายได้เติบโตต่อเนื่องรวม3ปีมากกว่า 35,000 ล้านบาท</strong></p>
<p><span id="more-38317"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38318" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/GUNKUL-New-CEO-02.jpg" alt="นฤชล ดำรงปิยวุฒิ์ CEO GUNKUL" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/GUNKUL-New-CEO-02.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/GUNKUL-New-CEO-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/GUNKUL-New-CEO-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/GUNKUL-New-CEO-02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นฤชล ดำรงปิยวุฒิ์</strong></span> <strong>ดำรงตำแหน่งประธาน เจ้าหน้าที่บริหาร (CEO)</strong> เผยว่า ภายใต้วิสัยทัศน์ใหม่ของการเป็น “พาร์ตเนอร์ในด้านพลังงานสีเขียวและโครงสร้างพื้นฐานแห่งภูมิภาคเอเชีย” บริษัทฯ ได้มีการกำหนดกลยุทธ์ ‘สมการความก้าวหน้า’ ที่สื่อถึงการเติบโตอย่างเป็นระบบและมีความมั่นคง โดยมีสารตั้งต้นจากศักยภาพด้าน Profit People และ Planet ของบริษัทฯ ที่สนับสนุนให้สามารถนำความเชี่ยวชาญด้านพลังงานแบบครบวงจรของ GUNKUL ผนวกเข้ากับกลยุทธ์ใหม่ เพื่อบรรลุผลลัพธ์ทางธุรกิจตามเป้าประสงค์ ทั้งนี้ได้แตกส่วนของกลยุทธ์ออกเป็น 3 แนวทางด้วยกัน ได้แก่</p>
<ol>
<li><strong>Build Business Muscles</strong> เปรียบเสมือนการสร้างกล้ามเนื้อทางธุรกิจที่แข็งแรงทั้งธุรกิจเดิมและธุรกิจในอุตสาหกรรมใหม่ ที่ GUNKUL สามารถสร้างข้อได้เปรียบทางการแข่งขัน อันมาจากประสบการณ์ด้านพลังงานกว่า 40 ปี มุ่งเน้นการเติบโตรายได้ของ 3 กลุ่มธุรกิจหลัก และต่อยอดสู่ธุรกิจในอุตสาหกรรมใหม่ๆ ที่จุดแข็งของกันกุลสามารถสร้างข้อได้เปรียบทางการแข่งขัน (Competitive advantage) ได้</li>
<li><strong>Trim Operational Fat</strong> แนวคิดนี้หมายถึงการปรับธุรกิจให้มีความคล่องตัวมากขึ้น โดยการปรับกระบวนการทำงานให้เอื้อต่อการเติบโต ลดขั้นตอนและต้นทุนการดำเนินงานที่ไม่จำเป็นออก ซึ่งในด้านธุรกิจจะโฟกัสเรื่องของการนำเทคโนโลยีเข้ามาบริหารจัดการโรงไฟฟ้าแบบ 100% เพื่อให้เกิดการจัดสรรคนและเวลาอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมไปถึงการศึกษาเรื่องของโอกาสในการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของกล้ามเนื้อทางธุรกิจอย่างจริงจัง</li>
<li><strong>Create Stakeholder Impact</strong> เป็นการสร้างกลยุทธ์ที่ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนองค์กรอย่างยั่งยืนแบบไม่ฉาบฉวย แต่ GUNKUL วางความยั่งยืนเป็นพื้นฐานในการดำเนินธุรกิจ ควบคู่ไปกับการดูแลทุกภาคส่วนอย่างเหมาะสม</li>
</ol>
<p>ในฐานะประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนใหม่ “ดิฉันมีความมุ่งมั่นที่จะทำงานร่วมกับคณะกรรมการ ทีมผู้บริหาร และพนักงานของบริษัทฯ เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน และสร้างผลตอบแทนที่ดีแก่ผู้ถือหุ้น รวมถึงดูแลทุกภาคส่วนอย่างเหมาะสม บริษัทฯ ได้วางแผนที่จะสร้างการเติบโตอย่างเป็นระบบและมั่นคง ซึ่งนำธุรกิจหลักของบริษัทฯ มาต่อยอดด้วย 3 กลยุทธ์แบบบูรณาการ”</p>
<p>เริ่มจากในกลุ่มธุรกิจหลัก <strong>GUNKUL</strong> จะเดินหน้าเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงปลายปี 2567 บริษัทฯ ได้ผ่านคุณสมบัติและได้รับการคัดเลือกเพิ่มขึ้นอีกกว่า 319 เมกะวัตต์ ทั้งโครงการพลังงานลม และพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการพิจารณา เพิ่มเติม ทั้งนี้สอดคล้องกับเป้าของบริษัทฯ ที่จะเพิ่มโรงไฟฟ้าพลังงานสะอาดในพอร์ตโฟลิโอทั้งในไทยและต่างประเทศทั้งหมดเป็น 2,000 เมกะวัตต์ภายใน 3 ปี พร้อมทั้งเดินหน้าต่อยอดธุรกิจแบตเตอรี่ ทั้งในระดับ เชิงพาณิชย์และระดับโครงข่าย และศึกษาโอกาสในการทำธุรกิจพลังงานสีเขียวใหม่ๆ เช่น SMR, Green hydrogen</p>
<p>สำหรับอีก 2 กลุ่มธุรกิจ บริษัทฯ ได้วางแผนขยายบริการรับเหมาวิศวกรรมไฟฟ้าและอินฟราสตรัคเจอร์ สู่ตลาดแรงดันสูง 115 kV &#8211; 500 kV ซึ่งมีความเฉพาะทางสูงทำให้ผู้เล่นในตลาดยังมีจำนวนไม่มากนัก และยังมองไปถึงการต่อยอดธุรกิจด้านสายส่งระบบสื่อสาร ซึ่งต่อยอดจากธุรกิจสายส่งพลังงานไฟฟ้า ในส่วนของกลุ่มธุรกิจผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์ไฟฟ้าเอง ก็ได้มีการเตรียมความพร้อมที่จะเปิดตลาดใหม่สำหรับกลุ่มอุปกรณ์ไฟฟ้าในระดับแรงดันกลางจนถึงแรงดันสูงเพิ่มเติม และเข้าประมูลโครงการของทั้งภาครัฐและเอกชนในปี 2568 ที่เติบโตสอดคล้องกับความต้องการโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานสะอาด และแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้า (แผน PDP) ฉบับล่าสุด ซึ่งตั้งเป้าให้แหล่งพลังงานหมุนเวียนมีสัดส่วนเป็น 51% ของการผลิตไฟฟ้าทั้งหมดภายในปี 2580 หรือคิดเป็นมูลค่าตลาดกว่า 1 ล้านล้านบาท ทั้งหมดนี้จะส่งผลให้บริษัทฯ ไม่เพียงเติบโตทั้งในด้านรายได้ แต่ยังสามารถรักษาศักยภาพในการทำกำไร<br />
ที่ดีได้อีกด้วย</p>
<p>สำหรับธุรกิจใหม่ๆ หรือ New S-curve <strong>นฤชลฯ</strong> เพิ่มเติมว่า “บริษัทฯ มองหาอุตสาหกรรมใหม่ๆ ที่ไม่จำกัดแค่พลังงาน แต่กำหนดชัดเจนว่าต้องเป็นอุตสาหกรรมที่อยู่ในเทรนด์ความสนใจของประเทศ โดยมีพลังงานสะอาดเป็นหนึ่งในกุญแจขับเคลื่อนความสำเร็จที่สำคัญ เนื่องจาก GUNKUL มีความเชี่ยวชาญทางด้านพลังงานที่สามารถช่วยดูแลโครงการทั้งห่วงโซ่คุณค่า จึงเป็นที่มาของธุรกิจใหม่ ได้แก่ ศูนย์ข้อมูลสีเขียว หรือ Green Data Center และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ (Infrastructure Development) ซึ่งต่างเป็นพื้นที่ทางธุรกิจใหม่ ทั้งคู่ที่ได้รับการสนับสนุนจากนโยบายภาครัฐ รวมไปถึงการทำ Co-investment สร้างความร่วมมือด้านการลงทุนร่วมกับพันธมิตรบริษัทในไทยและบริษัทต่างชาติเพื่อให้เกิด Green S-curve อื่นๆ ต่อไป เพื่อพุ่งไปสู่เป้าหมายรายได้ในกรอบ 3 ปีที่ตั้งไว้ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังคำนึงถึงการเติบโตอย่างยั่งยืนในมิติของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง (Stakeholder) โดยได้กำหนดเป้าหมายอย่างชัดเจนในการทำให้หุ้น GUNKUL ได้ AAA ESG SET Rating”</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38319" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/GUNKUL-New-CEO-03.jpg" alt="นฤชล ดำรงปิยวุฒิ์ CEO GUNKUL" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/GUNKUL-New-CEO-03.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/GUNKUL-New-CEO-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/GUNKUL-New-CEO-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/GUNKUL-New-CEO-03-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>โดยสรุปในปี 2567 ที่ผ่านมา <strong>GUNKUL</strong> ทำผลประกอบการณ์ได้เป็นอย่างดี มีรายได้เพิ่มขึ้น 24% เป็น 9,400 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 1,661 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14 % ซึ่งนับว่าเป็นความสำเร็จ ที่มาจาก 3 ธุรกิจหลัก ได้แก่ 1. ธุรกิจผลิตไฟฟ้า และพลังงานสะอาด บรรลุสัญญาโครงการพลังงานใหญ่และเติบโตในกลุ่มโซลาร์รูฟท็อป ทำให้ปัจจุบันกำลังผลิตสะสมเป็น 1,479 เมกะวัตต์ ส่งผลให้ GUNKUL มี กำลังการผลิตพลังงานสะอาดเป็นอับดับที่ 2 ของประเทศ 2. ธุรกิจก่อสร้างโรงไฟฟ้า และระบบ อินฟราสตรัคเจอร์ รายได้เติบโตกว่า 80% ซึ่งมาจากประสบการณ์ EPC ครอบคลุมตั้งแต่โรงไฟฟ้า สายส่งไฟฟ้า และสถานีไฟฟ้าในทุกระดับแรงดัน และ 3. ธุรกิจผลิตอุปกรณ์สำหรับไฟฟ้า ทำยอดขายเติบโต 28% ด้วยเช่นกัน ล่าสุดบริษัทฯ ได้วางแผนงานเพื่อ สานต่อความสำเร็จอย่างมั่นคงและยั่งยืน ภายใต้วิสัยทัศน์ใหม่ “The Most Recognized Partner in Inclusive Green Energy and Infrastructure across Asia” ผู้นำในการเป็นพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจด้านพลังงานสีเขียวและอินฟราสตรัคเจอร์แบบครบวงจรแห่งภูมิภาคเอเชีย และสำหรับปี 2568 นี้บริษัทฯ ตั้งเป้ารายได้เติบโต 10-15% รายได้รวมใน 3 ปีเติบโตกว่า 35,000 ล้านบาท โดยปัจจุบัน GUNKUL มีโรงไฟฟ้าพลังงานสีเขียวทั้งหมด 1,479เมกะวัตต์ โดยมี 832 เมกะวัตต์ ที่อยู่ระหว่างการพัฒนาโครงการรอรับรู้รายได้ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีมูลค่างานรอรับรู้รายได้ (backlog) กว่า 3,800 ล้านบาทอีกด้วย</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/naruechon-gunkul-new-ceo/">GUNKUL เปิดตัว CEO ใหม่ ชูกลยุทธ์ ‘สมการแห่งความก้าวหน้า’ สู่วิสัยทัศน์ใหม่ พาร์ตเนอร์ด้านพลังงานสีเขียวแห่งเอเชีย ตั้งเป้าใหญ่ รายได้รวม 3 ปี เกิน 35,000 ล้านบาท</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/naruechon-gunkul-new-ceo/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
