<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>พระจอมเกล้าธนบุรี | Green Network</title>
	<atom:link href="https://www.greennetworkthailand.com/tag/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%88%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%98%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%b5/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Fri, 24 Oct 2025 08:45:55 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.0.2</generator>

<image>
	<url>https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/green-network-50x50.png</url>
	<title>พระจอมเกล้าธนบุรี | Green Network</title>
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>นักวิจัย มจธ.ค้นพบวิธีสกัดกั้น “สารปนเปื้อนอุบัติใหม่” ในระบบผลิตน้ำประปา ป้องกันผลกระทบต่อผู้บริโภคในระยะยาว</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/kmutt-ppcps/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 24 Oct 2025 08:45:55 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Technology & Innovation]]></category>
		<category><![CDATA[PPCPs]]></category>
		<category><![CDATA[งานวิจัย]]></category>
		<category><![CDATA[นระบบผลิตน้ำประปา]]></category>
		<category><![CDATA[พระจอมเกล้าธนบุรี]]></category>
		<category><![CDATA[สารปนเปื้อนอุบัติใหม่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=41557</guid>

					<description><![CDATA[<p>นักวิจัยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ค้นพบวิธีแก้ปัญหา “สารปนเปื้อนอุบัติใหม่” ในกลุ่มยากับผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคล (Pharmaceuticals and Personal Care Products: PPCPs) ที่หลุดรอดจากระบบบำบัดน้ำเสียทั่วไปและไหลลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ ก่อนย้อนกลับเข้าระบบผลิตน้ำประปาแม้จะมีระดับเข้มข้นต่ำมาก แต่มี “ผลกระทบแบบเรื้อรัง (Chronic Effect)” ต่อสิ่งมีชีวิตในน้ำ และอาจส่งผลกระทบต่อมนุษย์ในระยะยาว ปัจจุบัน สารเคมีจาก เวชภัณฑ์ยาและผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคล (Pharmaceuticals and Personal Care Products: PPCPs) เช่น สารออกฤทธิ์จากยารักษาโรค,&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/kmutt-ppcps/">นักวิจัย มจธ.ค้นพบวิธีสกัดกั้น “สารปนเปื้อนอุบัติใหม่” ในระบบผลิตน้ำประปา ป้องกันผลกระทบต่อผู้บริโภคในระยะยาว</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>นักวิจัยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ค้นพบวิธีแก้ปัญหา “สารปนเปื้อนอุบัติใหม่” ในกลุ่มยากับผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคล (Pharmaceuticals and Personal Care Products: PPCPs) ที่หลุดรอดจากระบบบำบัดน้ำเสียทั่วไปและไหลลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ ก่อนย้อนกลับเข้าระบบผลิตน้ำประปาแม้จะมีระดับเข้มข้นต่ำมาก แต่มี “ผลกระทบแบบเรื้อรัง (Chronic Effect)” ต่อสิ่งมีชีวิตในน้ำ และอาจส่งผลกระทบต่อมนุษย์ในระยะยาว</strong></p>
<p><span id="more-41557"></span></p>
<p>ปัจจุบัน สารเคมีจาก <strong>เวชภัณฑ์ยาและผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคล (Pharmaceuticals and Personal Care Products: PPCPs)</strong> เช่น สารออกฤทธิ์จากยารักษาโรค, แชมพู, สบู่, เครื่องสำอาง, และผลิตภัณฑ์สำหรับบำรุงผิว ได้กลายเป็นประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมที่สำคัญ สารเหล่านี้เมื่อถูกชะล้างหรือขับออกจากร่างกาย จะเข้าสู่ระบบรวบรวมน้ำเสียและไหลรวมสู่โรงบำบัดน้ำเสีย ซึ่งแม้จะผ่านกระบวนการบำบัดน้ำเสียตามมาตรฐาน แต่สารในกลุ่ม PPCPs ยังคงสามารถตกค้างและปนเปื้อนอยู่ในแหล่งน้ำธรรมชาติได้ ในที่สุดก็จะย้อนเข้าสู่ระบบผลิตน้ำประปาที่คนไทยใช้ดื่มกินกัน</p>
<p style="text-align: center;"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41559" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/kmutt-ppcps-02.jpg" alt="ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุรพงษ์ รัตนกุล" width="750" height="537" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/kmutt-ppcps-02.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/kmutt-ppcps-02-300x215.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/kmutt-ppcps-02-150x107.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/kmutt-ppcps-02-500x358.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุรพงษ์ รัตนกุล</strong></span> <strong>อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) </strong>ชี้ให้เห็นว่า <strong>สารจากกลุ่มยาและผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคล (PPCPs)</strong> กำลังกลายเป็นปัญหาที่มองไม่เห็น แม้เราจะส่งน้ำเสียเข้าสู่ระบบบำบัดน้ำเสียแล้ว แต่สารเหล่านี้จำนวนมากกลับ “หลุดรอด” ออกมาได้ เพราะ<strong>มีโครงสร้างโมเลกุลที่ซับซ้อน</strong>จนจุลินทรีย์ในระบบบำบัดย่อยสลายไม่ได้</p>
<p>“หลักฐานจากต่างประเทศเริ่มพบผลกระทบในสิ่งมีชีวิตน้ำจืดที่ได้รับสารพวกนี้อย่างต่อเนื่อง ทั้งการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนและความผิดปกติของอวัยวะ แม้ข้อมูลทางการแพทย์ในมนุษย์ยังมีจำกัด แต่ก็เป็นสัญญาณเตือนว่าเราต้องเร่งหาคำตอบ โดยเฉพาะในประเทศไทยที่ห่วงโซ่อาหารและระบบผลิตน้ำดื่มพึ่งพิงแหล่งน้ำธรรมชาติ” <strong>ผศ. ดร.สุรพงษ์</strong> กล่าว</p>
<p>จากการทำวิจัยพบช่องว่างสำคัญว่า มาตรฐานคุณภาพน้ำดื่มของไทยยังไม่มีเกณฑ์เฝ้าระวังสารกลุ่ม PPCPs และ วิธีการตรวจวัดอย่างเป็นระบบ จึงต้องแก้ปัญหาทั้งสองด้านควบคู่กันคือ <strong>ยกระดับเทคโนโลยีบำบัดน้ำดื่มและพัฒนาวิธีการตรวจวัดที่แม่นยำ</strong> โดยทีมวิจัยทดลองแนวทางที่สามารถ “ต่อยอดจากของที่มี” โดยไม่ต้องรื้อระบบทั้งหมด ผ่านการผสานแสงอัลตราไวโอเลต (UV) เข้ากับสารคลอรีนเพื่อสร้างอนุมูลอิสระทำลายโครงสร้างสารกลุ่ม PPCPs อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นกระบวนการออกซิเดชั่นขั้นสูง (AOPs) ที่ต่างประเทศเริ่มใช้แพร่หลาย</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41560" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/kmutt-ppcps-03.jpg" alt="ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุรพงษ์ รัตนกุล" width="750" height="477" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/kmutt-ppcps-03.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/kmutt-ppcps-03-300x191.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/kmutt-ppcps-03-150x95.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/kmutt-ppcps-03-500x318.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p><strong>ผศ.ดร.สุรพงษ์</strong> กล่าวว่า จากผลวิจัยเบื้องต้นชี้ว่าหากใช้ UV และคลอรีนแยกกัน การลดปริมาณสารกลุ่ม PPCPs ทำได้จำกัด แต่เมื่อใช้ร่วมกันประสิทธิภาพสูงขึ้นอย่างชัดเจน และยังมีแนวโน้มช่วยลดการเกิดสารพลอยได้ (by-products) ที่อาจเป็นอันตรายได้อีกด้วย ขณะเดียวกันทีมยังวางเป้าหมายในอนาคตที่จะปรับความยาวคลื่น UV ให้ตรงกับการดูดกลืนของสารเป้าหมาย เพื่อเพิ่มโอกาสสร้างอนุมูลอิสระและยกระดับประสิทธิภาพการบำบัดน้ำดื่มต่อไป</p>
<p>การจะยืนยันว่า สารปนเปื้อน <strong><em>“</em>ลดลงอย่างชัดเจน”</strong> ได้นั้น ต้องพิสูจน์ด้วยการวัดที่แม่นยำในระดับความเข้มข้นต่ำมาก ทีมวิจัยจึงพัฒนาวิธีวิเคราะห์ด้วยเครื่อง High Performance Liquid Chromatography (HPLC) โดยการพัฒนาและปรับแต่งวิธีการวิเคราะห์ทางเคมี พร้อมกันนั้นทีมยังพัฒนาวิธีทดสอบ <strong>“ความเป็นพิษโดยรวม”</strong> ก่อนและหลังการบำบัด เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่สารหนึ่งหายไปแต่กลับได้อีกสารหนึ่งที่อันตรายกว่าเดิมมาแทน การมองทั้งมุมเคมีและชีวภาพควบคู่กันเช่นนี้ทำให้มั่นใจได้ว่าความปลอดภัยที่เห็นไม่ใช่แค่ตัวเลขบนกระดาษ แต่คือ “ความปลอดภัยที่แท้จริง”</p>
<p>ในแนวทางสู่การใช้งานจริง อุปสรรคสำคัญคือ <strong>การไหลและการออกแบบปฏิกรณ์</strong> เมื่อน้ำไหลผ่านหลอด UV จริง จะเกิดความปั่นป่วน (Turbulence) และการกระจายตัวของแสง UV ที่ไม่เหมือนการทดลองในห้องปฏิบัติการ ทีมจึงวางแผน “อัปสเกล” ไปสู่ระบบจำลองที่ใกล้เคียงโรงงานมากขึ้น เพื่อหาค่าการออกแบบที่เหมาะสมกับลักษณะสมบัติของน้ำในประเทศไทย (เช่น ความขุ่น อุณหภูมิ สารอินทรีย์ละลายน้ำ)</p>
<p>อีกเส้นทางหนึ่งในอนาคตคือ <strong>การสำรวจความยาวคลื่นของหลอด UV ชนิดใหม่</strong> ที่เลือกช่วงคลื่นได้ละเอียดขึ้น เพื่อเร่งให้สารตั้งต้นถูกย่อยสลายจากการดูดซับพลังงานแสงและเพื่อเพิ่มการสร้างอนุมูลอิสระที่เหมาะกับสารเป้าหมายมากกว่าเดิม</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41561" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/kmutt-ppcps-04.jpg" alt="ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุรพงษ์ รัตนกุล" width="750" height="513" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/kmutt-ppcps-04.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/kmutt-ppcps-04-300x205.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/kmutt-ppcps-04-150x103.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/kmutt-ppcps-04-500x342.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>แล้วสังคมควรทำอะไรตอนนี้  <strong>ผศ.ดร.สุรพงษ์</strong> มองว่า สำหรับประชาชน <strong>จุดเริ่มต้นคือการรู้จักคำว่า PPCPs ไม่ใช่เพื่อให้ตื่นตระหนก แต่เพื่อให้ตระหนัก</strong> ว่าการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคลอย่างพอดี การทิ้งยาหมดอายุอย่างถูกวิธี และการสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานน้ำสะอาด ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่เดียวกัน ส่วนภาคเอกชนอย่างผู้ผลิตน้ำดื่ม อาจเป็นกลุ่มที่ทดลองนำร่องได้เร็ว พิสูจน์ความเป็นไปได้ก่อนขยายผลในวงกว้าง ขณะที่หน่วยงานประปาและท้องถิ่นก็ควรขึ้นมาตั้งคำถามและร่วมทดลองเชิงเทคนิค เพื่อปรับมาตรฐานการจัดการน้ำให้ก้าวทันสารปนเปื้อนอุบัติใหม่”</p>
<p>“เป้าหมายของงานวิจัยนี้ไม่ใช่การทำให้สังคมหวาดกลัวน้ำดื่มและประปา แต่ต้องการให้สังคมรู้ว่าปัจจุบันมีสารปนเปื้อนชนิดใหม่ที่ก้าวหน้าเร็วกว่ามาตรฐานแบบเดิมมากเพียงใด “PPCPs สอนให้พวกเรายอมรับความจริงข้อหนึ่งว่า <strong>ความปลอดภัยของน้ำไม่ได้จบลงที่ “ใส” และ “ไม่มีกลิ่น” เหมือนที่เคยเชื่อมาตลอดแล้ว </strong>แต่ต้องปลอดภัยจากสิ่งที่มองไม่เห็นได้ด้วยตา ซึ่งการแก้ไขต้องการทั้งวิทยาศาสตร์ที่แม่นยำ เครื่องมือที่ละเอียดอ่อนและเชื่อถือได้ เพื่อให้ทุกครั้งที่เรายกแก้วน้ำขึ้นดื่ม เราจะมั่นใจได้ว่า น้ำที่ดื่มนั้น ปลอดภัยจริงๆ”<strong> ผศ.ดร.สุรพงษ์ </strong>กล่าว</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/kmutt-ppcps/">นักวิจัย มจธ.ค้นพบวิธีสกัดกั้น “สารปนเปื้อนอุบัติใหม่” ในระบบผลิตน้ำประปา ป้องกันผลกระทบต่อผู้บริโภคในระยะยาว</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>มจธ. ร่วมกับ เทศบาลเมืองเพชรบุรี เปิดศูนย์ขยะ RETURN-NA (รีเทิร์นนะ) ชูต้นแบบแหล่งเรียนรู้การบริหารจัดการขยะเป็นศูนย์</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/return-na/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 05 Sep 2025 06:38:59 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Report]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[การบริหารจัดการขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะทะเล]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหาขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[ผลิตภัณฑ์จากขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[พระจอมเกล้าธนบุรี]]></category>
		<category><![CDATA[พระนครคีรีโมเดล]]></category>
		<category><![CDATA[รีเทิร์นนะ]]></category>
		<category><![CDATA[ลดปริมาณขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์ขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์ขยะ RETURN-NA]]></category>
		<category><![CDATA[เทศบาลเมืองเพชรบุรี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=40646</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปัญหาขยะไม่ใช่เรื่องเล็กๆ เพราะส่งผลกระทบหลายด้าน และนับวันจะทวีความรุนแรงมากขึ้นโดยเฉพาะปัญหาขยะตกค้างในสิ่งแวดล้อม เพชรบุรีเป็น 1 ใน 4 จังหวัดชายฝั่งอ่าวไทยที่พบว่าประสบปัญหาเรื่องขยะที่เป็นส่วนผสมระหว่างขยะอุตสาหกรรม ขยะที่เกิดจากการท่องเที่ยวและขยะจากชุมชนเทศบาล ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของขยะแถบชายฝั่งทะเล ทั้งนี้เทศบาลเมืองเพชรบุรีและมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ได้ตระหนักถึงปัญหาตกค้างในสิ่งแวดล้อม เกิดการสะสมจนกลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของเชื้อโรคและมีปริมาณขยะจำนวนมากที่ไหลลงสู่แหล่งน้ำ และสุดท้ายกลายเป็นขยะทะเล ด้วยเหตุนี้ “โครงการการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืนด้านการบริหารจัดการขยะและการนำไปใช้ประโยชน์ด้านพลังงานและอื่นๆ ในพื้นที่ชายฝั่งทะเลอ่าวไทยตอนบน” ที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนบูรณาการพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม กระทรวงพลังงาน ปีงบประมาณ 2561 โดยมีวัตถุประสงค์ในการศึกษาปัญหาขยะและการบริหารจัดการขยะของจังหวัดชายฝั่งทะเลอ่าวไทย จึงนำมาสู่การบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการบูรณาการเพื่อส่งเสริมสนับสนุนและการประสานงานในการดำเนินการจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ด้านการบริหารจัดการขยะ หรือ ศูนย์ขยะ “RETURNNA”(รีเทิร์นนะ) ภายใต้โครงการดังกล่าว ระหว่างกิตติพงษ์ เทพพานิช&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/return-na/">มจธ. ร่วมกับ เทศบาลเมืองเพชรบุรี เปิดศูนย์ขยะ RETURN-NA (รีเทิร์นนะ) ชูต้นแบบแหล่งเรียนรู้การบริหารจัดการขยะเป็นศูนย์</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ปัญหาขยะไม่ใช่เรื่องเล็กๆ เพราะส่งผลกระทบหลายด้าน และนับวันจะทวีความรุนแรงมากขึ้นโดยเฉพาะปัญหาขยะตกค้างในสิ่งแวดล้อม เพชรบุรีเป็น 1 ใน 4 จังหวัดชายฝั่งอ่าวไทยที่พบว่าประสบปัญหาเรื่องขยะที่เป็นส่วนผสมระหว่างขยะอุตสาหกรรม ขยะที่เกิดจากการท่องเที่ยวและขยะจากชุมชนเทศบาล ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของขยะแถบชายฝั่งทะเล ทั้งนี้เทศบาลเมืองเพชรบุรีและมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ได้ตระหนักถึงปัญหาตกค้างในสิ่งแวดล้อม เกิดการสะสมจนกลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของเชื้อโรคและมีปริมาณขยะจำนวนมากที่ไหลลงสู่แหล่งน้ำ และสุดท้ายกลายเป็นขยะทะเล</strong></p>
<p><span id="more-40646"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-40647" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/return-na-01.jpg" alt="โครงการการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืนด้านการบริหารจัดการขยะและการนำไปใช้ประโยชน์ด้านพลังงานและอื่นๆ ในพื้นที่ชายฝั่งทะเลอ่าวไทยตอนบน" width="619" height="411" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/return-na-01.jpg 619w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/return-na-01-300x199.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/return-na-01-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/return-na-01-500x332.jpg 500w" sizes="(max-width: 619px) 100vw, 619px" /></p>
<p>ด้วยเหตุนี้ “<strong>โครงการการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืนด้านการบริหารจัดการขยะและการนำไปใช้ประโยชน์ด้านพลังงานและอื่นๆ ในพื้นที่ชายฝั่งทะเลอ่าวไทยตอนบน</strong>” ที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนบูรณาการพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม กระทรวงพลังงาน ปีงบประมาณ 2561 โดยมีวัตถุประสงค์ในการศึกษาปัญหาขยะและการบริหารจัดการขยะของจังหวัดชายฝั่งทะเลอ่าวไทย จึงนำมาสู่การบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการบูรณาการเพื่อส่งเสริมสนับสนุนและการประสานงานในการดำเนินการจัดตั้ง<strong>ศูนย์การเรียนรู้ด้านการบริหารจัดการขยะ</strong> หรือ <strong>ศูนย์ขยะ</strong> “<strong>RETURNNA</strong>”(<strong>รีเทิร์นนะ</strong>) ภายใต้โครงการดังกล่าว ระหว่าง<strong>กิตติพงษ์ เทพพานิช</strong> นายกเทศมนตรีเมืองเพชรบุรี <strong>นางสาวสุภาพ สะคราญ</strong> ประธานชุมชนพระนครคีรี กับ <strong>รศ. ดร.สุวิทย์ แซ่เตีย</strong> อธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) เมื่อเร็วๆ นี้ ณ ที่ทำการชุมชนพระนครคีรี ต.คลองกระแซง อ.เมือง จ.เพชรบุรี พร้อมกับรับมอบอาคารและครุภัณฑ์ศูนย์การเรียนรู้ฯ เพื่อเป็น &#8220;<strong>พระนครคีรีโมเดล”</strong> ต้นแบบแหล่งเรียนรู้ด้านการบริหารจัดการขยะให้เป็นศูนย์ (ZERO WASTE) ให้กับชุมชนอื่นๆ โดยมี <strong>ผศ. ดร.จิรวรรณ เตียรถ์สุวรรณ</strong> หัวหน้าโครงการ วิโรจน์ นุชถาวร รองนายกเทศมนตรีเมืองเพชรบุรี พลตำรวจตรีกิตติ สะเภาทอง ที่ปรึกษานายกเทศมนตรีเมืองเพชรบุรี และจรุงศักดิ์ เรืองแก้ว ปลัดเทศบาลเมืองเพชรบุรี ร่วมเป็นสักขีพยาน</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-40653" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/return-na-p01.jpg" alt="กิตติพงษ์ เทพพานิช" width="619" height="411" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/return-na-p01.jpg 619w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/return-na-p01-300x199.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/return-na-p01-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/return-na-p01-500x332.jpg 500w" sizes="(max-width: 619px) 100vw, 619px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>กิตติพงษ์ เทพพานิช</strong></span> <strong>นายกเทศมนตรีเมืองเพชรบุรี</strong> กล่าวว่า ปัจจุบันปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อมถือเป็นปัญหาที่สำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาขยะซึ่งถือเป็นวาระแห่งชาติ โดยเฉพาะปัญหาขยะตกค้างในสิ่งแวดล้อมรวมถึงปัญหาขยะในทะเล ทำให้มีการสะสมของไมโครพลาสติกในอาหารทะเล ก่อให้เกิดผลกระทบทั้งทางด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ด้วยเหตุนี้การบริหารจัดการขยะและการนำขยะไปใช้ประโยชน์ จึงมีความสำคัญอย่างมาก ดังนั้น หากจะแก้ไขปัญหาขยะให้เกิดความยั่งยืนมีประสิทธิภาพและบรรลุเป้าหมายได้ ต้องอาศัยความร่วมมือของทุกภาคส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคประชาชนซึ่งมีบทบาทอย่างมาก ตั้งแต่การลดปริมาณขยะที่เกิดขึ้นให้เป็นศูนย์ โดยการนำขยะกลับมาผลิตเป็นสินค้าที่สามารถนำมาจำหน่ายเพื่อเพิ่มรายได้ให้กับชุมชน และเป็นประโยชน์ต่อการลดปริมาณขยะของเทศบาล จึงเป็นที่มาของการลงนามความร่วมมือในครั้งนี้ สำหรับศูนย์เรียนรู้แห่งนี้จะใช้เป็นแหล่งถ่ายทอดความรู้ด้านการบริหารจัดการขยะและเป็นสถานที่จัดแสดงสินค้าที่ผลิตจากขยะเพื่อเป็นต้นแบบให้กับชุมชน โรงเรียน หน่วยงานต่างๆ และผู้ที่สนใจในการบริหารจัดการขยะด้วยตนเอง โดยจะเปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 08.30 – 16.00 น.</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-40654" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/return-na-p02.jpg" alt="รศ.ดร.สุวิทย์ แซ่เตีย" width="584" height="388" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/return-na-p02.jpg 584w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/return-na-p02-300x199.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/return-na-p02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/return-na-p02-500x332.jpg 500w" sizes="(max-width: 584px) 100vw, 584px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>รศ.ดร.สุวิทย์ แซ่เตีย</strong></span> <strong>อธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.)</strong> กล่าวว่า ขยะ ถือเป็นปัญหาของทั่วโลก ดังนั้น การบริหารจัดการขยะต้องเริ่มจากที่ตัวเราเองก่อน ถ้าเราสามารถลดการใช้ทรัพยากรหรือการที่เราใช้ทรัพยากรอย่างพอเพียงและรู้จักนำมาใช้ประโยชน์ซ้ำ จำนวนขยะที่เหลือทิ้งออกไปสู่สิ่งแวดล้อมก็จะลดน้อยลงตามไปด้วย จึงหวังว่าศูนย์เรียนรู้นี้ นอกจากจะให้ความรู้เรื่องของการบริหารจัดการขยะ ยังสามารถที่จะนำขยะมาทำเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่เรียกว่า Reuse Recycle ได้ เพื่อลดขยะได้อย่างยั่งยืน</p>
<p>“ในฐานะที่มหาวิทยาลัยเข้ามาสนับสนุนด้านวิชาการและร่วมมือกับชุมชนในการจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ โดยคาดหวังว่าศูนย์การเรียนรู้แห่งนี้จะเป็นต้นแบบและเป็นแรงบันดาลให้กับชุมชนอื่นๆ เข้ามาเรียนรู้ และนำความรู้ที่ได้กลับไปต่อยอดพัฒนาให้กับชุมชนของตนเองต่อไป จุดประสงค์สำคัญคือนอกจากจะต้องช่วยลดปริมาณขยะลงแล้ว ยังทำให้เทศบาล หรือ อบต. ลดค่าใช้จ่ายด้านการจัดการขยะลง เพื่อนำเงินเหล่านั้นไปพัฒนาพื้นที่ด้านอื่นได้มากขึ้น เช่น ด้านการศึกษา สาธารณสุข หรือสิ่งอำนวยความสะดวกให้กับชุมชน และหวังอย่างยิ่งว่าความร่วมมือนี้จะนำไปสู่การทำงานร่วมกันอย่างยั่งยืนต่อไป” <strong>รศ.ดร.สุวิทย์</strong> กล่าว</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-40655" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/return-na-p03.jpg" alt="ผศ. ดร.จิรวรรณ เตียรถ์สุวรรณ" width="381" height="533" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/return-na-p03.jpg 381w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/return-na-p03-214x300.jpg 214w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/return-na-p03-150x210.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/return-na-p03-357x500.jpg 357w" sizes="(max-width: 381px) 100vw, 381px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ผศ. ดร.จิรวรรณ เตียรถ์สุวรรณ</strong></span> <strong>อาจารย์ประจำคณะพลังงานสิ่งแวดล้อมและวัสดุ มจธ. และหัวหน้าโครงการ</strong> กล่าวว่า เป้าหมายหลัก คือ การบริหารจัดการและลดปริมาณขยะในสี่จังหวัดชายฝั่งอ่าวไทย ได้แก่ สมุทรสงคราม สมุทรสาคร ชลบุรี และเพชรบุรี โครงการนี้ได้รับทุนสนับสนุนบูรณาการพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม กระทรวงพลังงาน ตั้งแต่ปี 2561 โดยเริ่มต้นจากการสำรวจศักยภาพของขยะเพื่อผลิตพลังงานและเชื้อเพลิงแข็ง (RDF) รวมถึงสำรวจความคิดเห็นของชุมชนในการสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานขยะ โดยมีการบูรณาการความร่วมมือกับ 3 มหาวิทยาลัย ประกอบด้วย มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา มหาวิทยาลัยศิลปากร พระราชวังสนามจันทร์ และมหาวิทยาลัยบูรพา อย่างไรก็ตาม โครงการได้พัฒนาไปสู่การเน้นการบริหารจัดการขยะอย่างยั่งยืน โดยมีเป้าหมายเป็น &#8220;Zero Waste&#8221; โดยการสร้างศูนย์การเรียนรู้ เพื่ออบรมชาวบ้านและบุคลากรเทศบาลในการนำขยะกลับมาใช้ให้เกิดประโยชน์และสร้างรายได้ รวมถึงการพัฒนาความรู้และความเข้าใจของการบริหารจัดการขยะแก่ชุมชน เพื่อให้ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองในการบริหารจัดการขยะได้อย่างยั่งยืน โดยมีเทศบาลเมืองเพชรบุรีจะเข้ามามีบทบาทหลักในการดูแลและต่อยอดศูนย์นี้ในระยะยาว เพื่อลดปริมาณขยะของเทศบาลได้อย่างต่อเนื่อง</p>
<p>โดย “ชื่อศูนย์ <strong>RETURNNA</strong> มีความหมายถึง Return + นะจ๊ะ หมายถึง ชักชวนให้กลับมา เป็นการชักชวนให้ประชาชนมาร่วมกันจัดการขยะหมุนเวียนกลับมาใช้ประโยชน์สูงสุดเพื่อความยั่งยืนในอนาคตสืบไป”</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-40656" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/return-na-p04.jpg" alt="สุภาพ สะคราญ" width="619" height="411" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/return-na-p04.jpg 619w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/return-na-p04-300x199.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/return-na-p04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/return-na-p04-500x332.jpg 500w" sizes="(max-width: 619px) 100vw, 619px" /></p>
<p>ด้าน<span style="color: #6cb742;"><strong>สุภาพ สะคราญ</strong></span> <strong>ประธานชุมชนพระนครคีรี</strong> กล่าวว่า ชุมชนพระนครคีรีมีประชากรประมาณ 1,000 กว่าครัวเรือน ส่วนใหญ่เป็นแม่บ้านและผู้เกษียณอายุราชการ เดิมชุมชนมีปัญหาสิ่งแวดล้อมจากขยะและลิง แม้มีการจัดการขยะอยู่แล้ว เช่น การแยกขยะ แต่โครงการนี้เข้ามาเสริมในการ &#8220;สร้างการมีส่วนร่วมและรายได้จากขยะ&#8221; อาจารย์ได้สอนวิธีการนำขยะกลับมาใช้ใหม่และสร้างรายได้ โดยเน้นการเพิ่มมูลค่า จากเดิมที่ &#8220;แค่ทิ้ง&#8221; สำหรับผลิตภัณฑ์จากขยะที่ทางชุมชนผลิตขึ้น อาทิ พวงหรีดทำจากแผงไข่ ดอกไม้จากหลอดพลาสติก ไม้กวาดจากขวดพลาสติก ดอกซากุระจากถุงพลาสติกโดยใช้กิ่งไม้และกาบหมากปาล์มมาประกอบ และเข็มกลัด &#8220;หยกคีรี&#8221; ที่ถูกตั้งชื่อให้มีความหมายและมีมูลค่า เตรียมวางแผนขายในงานเทศกาลต่างๆ อีกทั้งยังมีผลิตภัณฑ์ที่ทำจากขยะรีไซเคิล เช่น ขวดนมเปรี้ยวที่ทำเป็นต้นไม้ประดับสำหรับเทศกาล หรือตั้งตามวัด โดยรายได้จะนำมาเป็นกองทุนของชุมชน เช่น นำไปเยี่ยมผู้ป่วยติดเตียงผ่านโครงการ &#8220;กระตุกสุข&#8221; ซึ่งมีการประสานงานกับอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน หรือ อสม. สอดคล้องกับงานสุขภาพของชุมชน</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-40650" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/return-na-04.jpg" alt="ศูนย์ RETURNNA" width="618" height="429" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/return-na-04.jpg 618w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/return-na-04-300x208.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/return-na-04-150x104.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/return-na-04-500x347.jpg 500w" sizes="(max-width: 618px) 100vw, 618px" /></p>

<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/return-na-03.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="150" height="150" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/return-na-03-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail size-thumbnail" alt="ศูนย์ RETURNNA" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/return-na-06.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="150" height="150" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/return-na-06-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail size-thumbnail" alt="ศูนย์ RETURNNA" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/return-na-05.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="150" height="150" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/return-na-05-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail size-thumbnail" alt="ศูนย์ RETURNNA" /></a>

<p>“โครงการนี้ไม่เพียงแต่ช่วยลดปริมาณขยะ แต่ยังสร้างกิจกรรมที่ส่งเสริมสุขภาพจิตและความสัมพันธ์ เช่น “ลำวงอีหลอด”จากหลอดพลาสติก ยังเกิดการรวมตัวกัน มีความต้องการพัฒนาชุมชน และมีความสุขที่ได้ทำงานร่วมกัน เชื่อว่าหลังจากการเปิดศูนย์การเรียนรู้จะสามารถสร้างรายได้จากการขายผลิตภัณฑ์ให้กับผู้มาดูงานได้ โดยท่านนายกเทศมนตรีฯ ยังเสนอให้ผู้ที่มานั่งรถรางชมวัดได้แวะเวียนเข้ามาเรียนรู้ที่ศูนย์ของชุมชนด้วย” <strong>ประธานชุมชนพระนครคีรี</strong> กล่าวสรุป</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/return-na/">มจธ. ร่วมกับ เทศบาลเมืองเพชรบุรี เปิดศูนย์ขยะ RETURN-NA (รีเทิร์นนะ) ชูต้นแบบแหล่งเรียนรู้การบริหารจัดการขยะเป็นศูนย์</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>จากสามร้อยยอด สู่ทะเลสาบสงขลา เส้นทางการอนุรักษ์เสือปลาด้วยงานวิจัย</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/fishing-cat-conservation-kmutt/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/fishing-cat-conservation-kmutt/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 08 Apr 2025 09:03:29 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Report]]></category>
		<category><![CDATA[การอนุรักษ์เสือปลา]]></category>
		<category><![CDATA[งานวิจัย]]></category>
		<category><![CDATA[ผศ.ดร.นฤมล ตันติพิษณุ]]></category>
		<category><![CDATA[พระจอมเกล้าธนบุรี]]></category>
		<category><![CDATA[เสือปลา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=38723</guid>

					<description><![CDATA[<p>จากสถานะใกล้สูญพันธ์ของเสือปลาทำให้เกิดความร่วมมือจากหลายฝ่ายเพื่อหาแนวทางในการอนุรักษ์สัตว์ผู้ล่าชนิดนี้ โดยใช้พื้นที่เขาสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นแหล่งอาศัยใหญ่สุดของเสือปลาในประเทศไทยเป็นพื้นที่วิจัย เช่น โครงการอนุรักษ์เสือปลาอย่างยั่งยืนในพื้นที่ชุ่มน้ำของประเทศไทย โดยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ที่ต้องการสร้างฐานข้อมูลของเสือปลาในพื้นที่เขาสามร้อยยอด เพื่อเป็นข้อมูลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้ประกอบการกำหนดแนวทางการอนุรักษ์ต่อไป โดยจากการวิเคราะห์ภาพจากกล้องดักถ่ายสัตว์จำนวน 50 จุด ในพื้นที่เขาสามร้อยยอด พบว่าจำนวนเสือปลาในพื้นที่เขาสามร้อยยอดมีจำนวนเพิ่มขึ้น โดยมากกว่าครึ่งหนึ่งของเสือปลาที่ถ่ายภาพได้ในปี 2567 เป็นเสือปลาตัวที่ไม่เคยถูกถ่ายภาพเมื่อสามปีก่อน “จากข้อมูลข้างต้นแสดงว่าอัตราการแทนที่ของเสือปลาตัวเก่าด้วยเสือปลาตัวใหม่อยู่ที่ 76 &#8211; 80 เปอร์เซ็นต์ หรือคิดเป็นอัตราการรอด 50 เปอร์เซ็นต์ นั่นคือหากปีนี้พื้นที่เขาสามร้อยยอดมีเสือปลาอยู่ 100 ตัว ก็จะมีเพียง&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/fishing-cat-conservation-kmutt/">จากสามร้อยยอด สู่ทะเลสาบสงขลา เส้นทางการอนุรักษ์เสือปลาด้วยงานวิจัย</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>จากสถานะใกล้สูญพันธ์ของเสือปลาทำให้เกิดความร่วมมือจากหลายฝ่ายเพื่อหาแนวทางในการอนุรักษ์สัตว์ผู้ล่าชนิดนี้ โดยใช้พื้นที่เขาสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นแหล่งอาศัยใหญ่สุดของเสือปลาในประเทศไทยเป็นพื้นที่วิจัย เช่น โครงการอนุรักษ์เสือปลาอย่างยั่งยืนในพื้นที่ชุ่มน้ำของประเทศไทย โดยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ที่ต้องการสร้างฐานข้อมูลของเสือปลาในพื้นที่เขาสามร้อยยอด เพื่อเป็นข้อมูลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้ประกอบการกำหนดแนวทางการอนุรักษ์ต่อไป</strong></p>
<p><span id="more-38723"></span></p>
<p>โดยจากการวิเคราะห์ภาพจากกล้องดักถ่ายสัตว์จำนวน 50 จุด ในพื้นที่เขาสามร้อยยอด พบว่าจำนวนเสือปลาในพื้นที่เขาสามร้อยยอดมีจำนวนเพิ่มขึ้น โดยมากกว่าครึ่งหนึ่งของเสือปลาที่ถ่ายภาพได้ในปี 2567 เป็นเสือปลาตัวที่ไม่เคยถูกถ่ายภาพเมื่อสามปีก่อน</p>
<p>“จากข้อมูลข้างต้นแสดงว่าอัตราการแทนที่ของเสือปลาตัวเก่าด้วยเสือปลาตัวใหม่อยู่ที่ 76 &#8211; 80 เปอร์เซ็นต์ หรือคิดเป็นอัตราการรอด 50 เปอร์เซ็นต์ นั่นคือหากปีนี้พื้นที่เขาสามร้อยยอดมีเสือปลาอยู่ 100 ตัว ก็จะมีเพียง 50 ตัวที่จะอยู่รอดไปถึงปีหน้า” <span style="color: #6cb742;"><strong>ผศ.ดร.นฤมล ตันติพิษณุ</strong></span> <strong>นักวิจัยโครงการอนุรักษ์เสือปลาอย่างยั่งยืนในพื้นที่ชุ่มน้ำของประเทศไทย กลุ่มวิจัยนิเวศวิทยาการอนุรักษ์ สถาบันพัฒนาและฝึกอบรมโรงงานต้นแบบ มจธ.</strong> ให้ข้อมูลถึงสถานภาพปัจจุบันของเสือปลาที่เขาสามร้อยยอด</p>
<figure id="attachment_38731" aria-describedby="caption-attachment-38731" style="width: 680px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-38731" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/naruemon.jpg" alt="ผศ.ดร.นฤมล ตันติพิษณุ" width="680" height="453" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/naruemon.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/naruemon-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/naruemon-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/naruemon-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /><figcaption id="caption-attachment-38731" class="wp-caption-text">ผศ.ดร.นฤมล ตันติพิษณุ</figcaption></figure>
<p><strong>ผศ.ดร.นฤมล</strong> กล่าวต่อว่า การที่คนรุ่นใหม่ในชุมชนไม่สนใจการเข้าป่าล่าสัตว์ รวมถึงการมีหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคสังคม และภาคเอกชน เข้ามาร่วมแก้ปัญหาและร่วมกับคนพื้นที่ ทั้งการทำกรงเลี้ยงไก่สำหรับป้องกันเสือปลา การดึงคนล่าสัตว์มาเป็นผู้ดูแลทรัพยากรธรรมชาติ รวมถึงกวดขันและตรวจตราอย่างต่อเนื่องของอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด ทำให้ภัยคุกคามต่อเสือปลาจากมนุษย์ในบริเวณนี้น้อยลง แต่เสือปลาของที่นี่ก็ยังมีความเสี่ยงต่อภาวะสูญพันธุ์ เพราะผลจากการวิเคราะห์พันธุกรรมจากมูลของเสือปลา พบว่า สัตว์ผู้ล่าแห่งเขาสามร้อยยอดชนิดนี้มี “ภาวะเลือดชิด” ที่เกิดจากการผสมพันธุ์กันเองในกลุ่มเครือญาติ ทำให้มีโอกาสที่เสือปลารุ่นต่อไปจะมีภูมิต้านทานต่อโรคบางชนิดน้อยลง ซึ่งหากมีการระบาดของโรคเกิดขึ้นก็อาจทำให้เสือชนิดนี้หมดไปจากพื้นที่นี้ได้</p>
<p>นอกเหนือจากการศึกษาสถานภาพของเสือปลาด้วยการตั้งกล้องดักถ่าย เก็บมูลสด และการสัมภาษณ์คนใช้ประโยชน์พื้นที่ร่วมกับเสือปลาในพื้นที่เขาสามร้อยยอดแล้ว ตลอด 4 ปีที่ผ่านมาทางทีมวิจัยยังได้มีการเก็บข้อมูลแบบเดียวกันในอีก 4 พื้นที่ซึ่งเคยมีรายงานการค้นพบเสือปลา ประกอบด้วย (1) พื้นที่ตำบลแหลมผักเบี้ย จังหวัดเพชรบุรี (2) พื้นที่ตำบลพันท้ายนรสิงห์ จังหวัดสมุทรสาคร (3) พื้นที่จังหวัดจันทบุรีและตราด และ (4) พื้นที่รอบทะเลสาบสงขลา</p>

<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/fishing-cat-conservation-kmutt-08.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="300" height="200" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/fishing-cat-conservation-kmutt-08-300x200.jpg" class="attachment-medium size-medium" alt="พื้นที่อาศัยของเสือปลาที่สามร้อยยอด" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/fishing-cat-conservation-kmutt-08-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/fishing-cat-conservation-kmutt-08-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/fishing-cat-conservation-kmutt-08-500x334.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/fishing-cat-conservation-kmutt-08.jpg 680w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/fishing-cat-conservation-kmutt-07.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="300" height="200" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/fishing-cat-conservation-kmutt-07-300x200.jpg" class="attachment-medium size-medium" alt="พื้นที่อาศัยของเสือปลาที่สามร้อยยอด" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/fishing-cat-conservation-kmutt-07-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/fishing-cat-conservation-kmutt-07-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/fishing-cat-conservation-kmutt-07-500x333.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/fishing-cat-conservation-kmutt-07.jpg 680w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/fishing-cat-conservation-kmutt-06.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="300" height="200" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/fishing-cat-conservation-kmutt-06-300x200.jpg" class="attachment-medium size-medium" alt="พื้นที่อาศัยของเสือปลาที่สามร้อยยอด" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/fishing-cat-conservation-kmutt-06-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/fishing-cat-conservation-kmutt-06-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/fishing-cat-conservation-kmutt-06-500x333.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/fishing-cat-conservation-kmutt-06.jpg 680w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></a>

<p><strong>ผศ.ดร.นฤมล</strong> กล่าวว่า การลงพื้นที่บริเวณแหลมผักเบี้ย จังหวัดเพชรบุรี เมื่อปี 2564 สามารถถ่ายภาพเสือปลาได้จำนวนหนึ่งในพื้นที่รกร้างที่มีคนครอบครอง ซึ่งทำให้เสือปลากลุ่มนี้มีความเสี่ยงจากการที่ถิ่นอาศัยจะถูกเปลี่ยนสภาพให้เป็นแปลงเกษตรเพื่อไม่ให้เข้าข่ายการเป็นที่รกร้างว่างเปล่าที่เจ้าของต้องเสียภาษีตาม พรบ.ภาษีที่ดิน ในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน (พ.ศ. 2565) การสำรวจด้วยกล้องดักถ่ายสัตว์ที่พื้นที่ตำบลพันท้ายนรสิงห์ จังหวัดสมุทรสาคร ได้ภาพเสือปลาจำนวนน้อยมากแค่เฉพาะในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าพันท้ายนรสิงห์เท่านั้น พื้นที่ใกล้เคียงที่อยู่นอกพื้นที่อนุรักษ์ได้ถูกเปลี่ยนเป็นชุมชนเมืองเกือบทั้งหมด ส่วนพื้นที่จังหวัดจันทบุรีและตราด จากกล้องที่ติดตั้งกว่าร้อยจุดเป็นเวลา 4 เดือนเมื่อปี 2566 ไม่พบภาพของเสือปลาแม้แต่ภาพเดียว จึงเป็นไปได้ยากที่จะมีเสือปลาอาศัยอยู่ตามธรรมชาติในพื้นที่นี้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38726" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/fishing-cat-conservation-kmutt-04.jpg" alt="" width="680" height="453" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/fishing-cat-conservation-kmutt-04.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/fishing-cat-conservation-kmutt-04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/fishing-cat-conservation-kmutt-04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/fishing-cat-conservation-kmutt-04-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38725" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/fishing-cat-conservation-kmutt-03.jpg" alt="การอนุรักษ์เสือปลา" width="680" height="510" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/fishing-cat-conservation-kmutt-03.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/fishing-cat-conservation-kmutt-03-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/fishing-cat-conservation-kmutt-03-150x113.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/fishing-cat-conservation-kmutt-03-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p>“ต่างจากบริเวณทะเลสาบสงขลาที่การลงพื้นที่เมื่อปีที่แล้ว เราพบร่องรอยการหากินของเสือปลาทั้งทางฝั่งเหนือและฝั่งใต้ของทะเลสาบรวม 19 จุด ซึ่งแม้จะพบในจุดที่เป็นพื้นที่ทำกินของชาวบ้าน แต่ก็เป็นพื้นที่เพาะปลูกทำการเกษตร ไม่มีการเลี้ยงไก่หรือเลี้ยงปลาที่เป็นอาหารของเสือปลา คนจึงไม่ถูกเสือปลารบกวน และไม่ได้มองเสือปลาเป็นผู้ร้ายเหมือนพื้นที่อื่นๆ ซึ่งจุดเด่นเหล่านี้ทำให้เรามองว่าพื้นที่โดยรอบทะเลสาบสงขลารวมถึงบริเวณทะเลน้อยเป็นพื้นที่ที่น่าสนใจในการศึกษาสถานภาพของเสือปลาในระยะต่อไป”</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38727" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/fishing-cat-conservation-kmutt-05.jpg" alt="เสือปลา" width="680" height="478" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/fishing-cat-conservation-kmutt-05.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/fishing-cat-conservation-kmutt-05-300x211.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/fishing-cat-conservation-kmutt-05-150x105.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/fishing-cat-conservation-kmutt-05-500x351.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p><strong>ผศ.ดร.นฤมล</strong> กล่าวตอนท้ายว่า ผลจากการศึกษาวิจัยและความร่วมมือจากทุกฝ่าย ทั้งกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ มูลนิธิสืบนาคะเสถียร S.P.E.C.I.E.S. องค์การแพนเทอรา เอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียใต้ และสถาบันการศึกษาต่างๆ เพื่อการอนุรักษ์เสือปลาที่เขาสามร้อยยอดจะเป็นตัวอย่างและความสำเร็จเชิงรูปธรรมของพื้นที่อนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพนอกพื้นที่คุ้มครอง (Other effective area-based conversation measures: OECMs) ที่เป็นหนึ่งนโยบายสำคัญของกรมป่าไม้ ขณะเดียวกันหากสามารถอนุรักษ์เสือปลาที่เป็นผู้ล่าอันดับ สูงสุดของห่วงโซ่อาหารในพื้นที่ชุ่มน้ำไว้ได้ ย่อมหมายถึงความสำเร็จของการจัดการระบบนิเวศชุ่มน้ำให้ดำรงอยู่ต่อไป อันจะก่อประโยชน์ให้กับมนุษย์ทั้งทางตรงและทางอ้อม</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/fishing-cat-conservation-kmutt/">จากสามร้อยยอด สู่ทะเลสาบสงขลา เส้นทางการอนุรักษ์เสือปลาด้วยงานวิจัย</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/fishing-cat-conservation-kmutt/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ศาสตราจารย์นักวิจัย มจธ. ที่ 1 ในไทยจากการจัดอันดับโดย The Reuters Hot List 2021 ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%a2-%e0%b8%a1%e0%b8%88%e0%b8%98/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%a2-%e0%b8%a1%e0%b8%88%e0%b8%98/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 07 May 2021 09:03:44 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Prof. Dr. Shabbir H. Gheewala]]></category>
		<category><![CDATA[SDG]]></category>
		<category><![CDATA[The Reuters Hot List 2021]]></category>
		<category><![CDATA[การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[งานวิจัย]]></category>
		<category><![CDATA[นักวิจัย]]></category>
		<category><![CDATA[พระจอมเกล้าธนบุรี]]></category>
		<category><![CDATA[มจธ.]]></category>
		<category><![CDATA[ศ. ดร.แชบเบียร์ กีวาลา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=17191</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2564 สำนักข่าวรอยเตอร์ (Reuters) ได้จัดอันดับ 1,000 นักวิจัยทางด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก หรือ The Reuters Hot List 2021 ซึ่งผลการจัดอันดับในปีนี้ Prof. Dr. Shabbir H. Gheewala (ศ. ดร.แชบเบียร์ กีวาลา) อาจารย์ประจำบัณฑิตวิทยาลัยร่วมด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม และหัวหน้าศูนย์วิจัยการประเมินวัฏจักรชีวิตเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ได้รับการจัดอันดับที่ 552&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%a2-%e0%b8%a1%e0%b8%88%e0%b8%98/">ศาสตราจารย์นักวิจัย มจธ. ที่ 1 ในไทยจากการจัดอันดับโดย The Reuters Hot List 2021 ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2564 สำนักข่าวรอยเตอร์ (Reuters) ได้จัดอันดับ 1,000 นักวิจัยทางด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก หรือ The Reuters Hot List 2021 ซึ่งผลการจัดอันดับในปีนี้ Prof. Dr. Shabbir H. Gheewala (ศ. ดร.แชบเบียร์ กีวาลา) อาจารย์ประจำบัณฑิตวิทยาลัยร่วมด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม และหัวหน้าศูนย์วิจัยการประเมินวัฏจักรชีวิตเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ได้รับการจัดอันดับที่ 552 ของโลก และเป็นอันดับ 1 ของประเทศไทย ทั้งนี้การจัดอันดับถูกพิจารณาจาก 3 ด้านหลัก คือ จำนวนผลงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ได้รับการเผยแพร่ จำนวนครั้งของการที่งานวิจัยเหล่านั้นถูกอ้างอิงถึงในสาขาวิชาที่เกี่ยวเนื่องกัน เช่น ชีววิทยา เคมี หรือ ฟิสิกส์ เป็นต้น และจำนวนครั้งของการอ้างอิงผลงานวิจัยเหล่านั้นในสื่ออื่นๆ เช่น สิ่งพิมพ์ โซเชียลมีเดีย และเอกสารเชิงนโยบายต่างๆ ทั้งนี้การประเมินผลกระทบของผลงานวิจัยเป็นข้อมูลที่จัดทำขึ้นโดยบริษัท Digital Science ประเทศอังกฤษที่ได้รวบรวมข้อมูลงานวิจัยนับตั้งแต่ปี 1988 จนถึงปัจจุบัน ซึ่งการจัดอันดับนักวิจัยประจำปี 2021 นี้เป็นข้อมูลที่รวบรวมจนถึงช่วงเดือนธันวาคมของปี 2020</strong><span id="more-17191"></span></p>
<h3>ผลงานบน The Reuters Hot List 2021</h3>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ดร.แชบเบียร์ กีวาลา</strong></span> <strong>ศาสตราจารย์ประจำบัณฑิตวิทยาลัยร่วมด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม และหัวหน้าศูนย์วิจัยการประเมินวัฏจักรชีวิตเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.)</strong> เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการประเมินความยั่งยืนตลอดวัฏจักรชีวิต หรือ Life Cycle Sustainability Assessment (LCSA) มีผลงานวิจัยที่ได้รับการเผยแพร่ ณ เดือนธันวาคม ปี 2020 รวมทั้งสิ้น 236 ผลงานวิจัย มีการอ้างอิงถึงผลงานวิจัยรวมทั้งสิ้น 5,649 ครั้ง และได้รับทุนนักวิจัยแกนนำ ของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ประจำปี 2559 ผลงานวิจัยที่ผ่านมาเกี่ยวข้องกับการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐศาสตร์ ของระบบการผลิตพลังงานและอาหาร โดยอาศัยหลักการประเมินวัฏจักรชีวิต เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจทางนโยบายของภาครัฐ และสนับสนุนการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืนในภาคเกษตร อุตสาหกรรม และพลังงาน รวมถึงการวิจัยเพื่อพัฒนาฐานข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมของประเทศ เช่น ฐานข้อมูลด้านการจัดการของเสีย ระบบการผลิตอ้อย รวมถึงระบบการผลิตข้าวในระดับภูมิภาคของประเทศไทย</p>
<h3>ผลงานวิจัยที่นำไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน</h3>
<p>กว่า 20 ปีที่ ศ<strong>. ดร.แชบเบียร์ กีวาลา</strong> ได้ทำวิจัยด้านการประเมินความยั่งยืนตลอดวัฏจักรชีวิต สำหรับระบบพลังงาน อาหาร และสิ่งแวดล้อม ล้วนมีจุดมุ่งหมายเพื่อผลักดันให้เกิดการพัฒนาอุตสาหกรรม เศรษฐกิจและสังคมไปสู่รูปแบบของการพัฒนาอย่างยั่งยืน มุ่งเน้นการใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ และวิศวกรรมเพื่อให้ข้อมูลและสร้างความตระหนักถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นโดยตลอดวัฏจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ซึ่งผลงานวิจัยและผลงานทางวิชาการที่ผ่านมาได้รับการยอมรับทั้งในระดับประเทศ และระดับนานาชาติ ซึ่งสามารถพัฒนาและต่อยอดไปเป็นแนวทางในการดำเนินการให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนได้ต่อไป</p>
<p>และหากพูดถึงการดำเนินการเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนแล้วนั้น งานวิจัยที่มีความเกี่ยวข้องกับด้านการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศถือเป็นอีกหนึ่งในส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดแนวทางที่เหมาะสมในการนำไปปรับใช้ให้เกิดคุณค่าและมีประสิทธิภาพแก่สังคมต่อไป ซึ่ง มจธ. ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในจุดนี้ จึงส่งเสริมให้เกิดการดำเนินการเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนตาม<strong>เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนแห่งสหประชาชาติ</strong> หรือ <strong>Sustainable Development Goals</strong> (<strong>SDGs</strong>) แบบบูรณาการระหว่างหน่วยงานในมหาวิทยาลัยและหน่วยงานภายนอก ทำให้หน่วยงานต่างๆ ของ มจธ. รวมทั้งคณาจารย์ และบุคลากร ได้มีโอกาสเข้าไปมีส่วนร่วมในการทำงานร่วมกับองค์กรต่างๆทั้งในประเทศและต่างประเทศ และจากการจัดอันดับ The Reuters Hot List 2021 นั้น แสดงให้เห็นว่า มจธ. มีผลงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับ <strong>SDG</strong> ที่ 7 Affordable and Clean Energy (พลังงานสะอาดที่ทุกคนเข้าถึงได้) ที่มีการเผยแพร่ในระหว่างปี 2015-2021 มากเป็นอันดับ 2 ของประเทศไทย ซึ่งเป็นช่วงปีที่มีการเผยแพร่ผลงานวิจัยที่ ศ. ดร.แชบเบียร์ มีส่วนร่วมมากที่สุด โดยมีผลงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับ SDG ที่ 7 ที่มุ่งเน้นดำเนินการเกี่ยวข้องกับ ไบโอดีเซล ชีวมวล และพลังงานแสงอาทิตย์ มีงานผลวิจัยที่เกี่ยวข้องกับ SDG ที่ 12 Responsible Consumption and Production (การบริโภคและการผลิตที่ยั่งยืน) ที่มุ่งเน้นศึกษาวิจัยในด้านการประเมินวัฏจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์ตลอดกระบวนการผลิต และ นอกจากนี้ยังมีผลงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับ SDG ที่ 13 Climate Action (การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ) ที่มุ่งเน้นทำการศึกษาและวิจัยในด้านคาร์บอนฟุตพรินต์ วอเตอร์ฟุตพรินต์ และเศรษฐกิจหมุนเวียน ที่มีความเกี่ยวเนื่องกับการประเมินผลกระทบ และการหาแนวทางเพื่อบรรเทาผลกระทบจากเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมไปถึงการส่งเสริมให้เกิดการใช้ทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ด้วยเช่นกัน</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%a2-%e0%b8%a1%e0%b8%88%e0%b8%98/">ศาสตราจารย์นักวิจัย มจธ. ที่ 1 ในไทยจากการจัดอันดับโดย The Reuters Hot List 2021 ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%a2-%e0%b8%a1%e0%b8%88%e0%b8%98/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>มจธ. อันดับ 1 ของโลก SDG 7 พลังงานสะอาด และอันดับ 54 ของโลก TOP 100 จาก THE Impact Rankings 2021</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a1%e0%b8%88%e0%b8%98-%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%9a-1-sdg-7-%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b0%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%94/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a1%e0%b8%88%e0%b8%98-%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%9a-1-sdg-7-%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b0%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%94/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 23 Apr 2021 09:10:41 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Report]]></category>
		<category><![CDATA[SDG]]></category>
		<category><![CDATA[พระจอมเกล้าธนบุรี]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[มจธ.]]></category>
		<category><![CDATA[สุวิทย์ แซ่เตีย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=17045</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 21 เมษายน 64 Time Higher Education Impact Rankings 2021 ประกาศผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยระดับโลกที่สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม จาก 1,115 สถาบัน ใน 94 ประเทศทั่วโลก พบมหาวิทยาลัยไทยได้รับการจัดอันดับ 26 แห่ง ทั้งนี้การจัดอันดับดังกล่าวใช้เกณฑ์การประเมินมหาวิทยาลัยตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนแห่งสหประชาชาติ หรือ Sustainable Development Goals (SDG) ครอบคลุมตัวชี้วัดที่สร้างผลกระทบเชิงบวกทั้งในระดับท้องถิ่น ระดับประเทศ และระดับนานาชาติ ในมิติการศึกษา&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a1%e0%b8%88%e0%b8%98-%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%9a-1-sdg-7-%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b0%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%94/">มจธ. อันดับ 1 ของโลก SDG 7 พลังงานสะอาด และอันดับ 54 ของโลก TOP 100 จาก THE Impact Rankings 2021</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เมื่อวันที่ 21 เมษายน 64 Time Higher Education Impact Rankings 2021 ประกาศผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยระดับโลกที่สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม จาก 1,115 สถาบัน ใน 94 ประเทศทั่วโลก พบมหาวิทยาลัยไทยได้รับการจัดอันดับ 26 แห่ง ทั้งนี้การจัดอันดับดังกล่าวใช้เกณฑ์การประเมินมหาวิทยาลัยตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนแห่งสหประชาชาติ หรือ Sustainable Development Goals (SDG) ครอบคลุมตัวชี้วัดที่สร้างผลกระทบเชิงบวกทั้งในระดับท้องถิ่น ระดับประเทศ และระดับนานาชาติ ในมิติการศึกษา การวิจัย การดำเนินงาน และกิจกรรมการมีส่วนร่วมของสาธารณะ โดยในปีนี้มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ได้รับการจัดอันดับเป็นอันดับ 1 ของโลก ใน SDG ที่ 7 พลังงานสะอาดที่ทุกคนเข้าถึงได้ และอันดับ 54 ของโลก ด้วยคะแนนรวม 89.3% และเป็นอันดับ 2 ในประเทศไทย</strong><span id="more-17045"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-17051" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/04/Suvit-Sae-Tia.jpg" alt="รศ. ดร.สุวิทย์ แซ่เตีย" width="680" height="453" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/04/Suvit-Sae-Tia.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/04/Suvit-Sae-Tia-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/04/Suvit-Sae-Tia-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/04/Suvit-Sae-Tia-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>รศ. ดร.สุวิทย์ แซ่เตีย</strong></span> <strong>อธิการบดี มจธ.</strong> กล่าวว่า “จากผลการจัดอันดับ โดย Times Higher Educations Impact Rankings ในปีนี้ มจธ. มีผลงานที่โดดเด่นอย่างมากใน SDG ที่ 7 Affordable and Clean Energy (ด้านพลังงานสะอาดที่ทุกคนเข้าถึงได้) โดยมีการวัดผลจากผลงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับพลังงาน นโยบายและแผน ที่นำไปสู่การใช้พลังงานสะอาด และการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ การใช้พลังงานภายในมหาวิทยาลัย และความมุ่งมั่นในการส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพในชุมชนเป็นวงกว้าง ซึ่ง มจธ. ได้คะแนน 84.4% และได้รับการจัดอันดับเป็นที่ 1 ของโลก</p>
<figure id="attachment_17050" aria-describedby="caption-attachment-17050" style="width: 680px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-17050 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/04/Solar-Rooftop.jpg" alt="พลังงานหมุนเวียนจากพลังงานสะอาด" width="680" height="453" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/04/Solar-Rooftop.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/04/Solar-Rooftop-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/04/Solar-Rooftop-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/04/Solar-Rooftop-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /><figcaption id="caption-attachment-17050" class="wp-caption-text">พลังงานหมุนเวียนจากพลังงานสะอาด</figcaption></figure>
<p>การดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับ SDG ที่ 7 ของ มจธ. นั้น มีเป้าประสงค์ครอบคลุม 3 ประเด็นหลัก คือ การเข้าถึงพลังงานสะอาดของชุมชน การเพิ่มสัดส่วนพลังงานทดแทน (Renewable Energy) และการปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงานภายในหน่วยงาน โดยมีผลงานที่โดดเด่น คือ มจธ. มุ่งเน้นศึกษาและวิจัยด้านพลังงานสะอาด และการจัดการพลังงาน โดย มจธ. นับเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกที่จัดตั้งคณะพลังงานสิ่งแวดล้อมและวัสดุ และมีอีกหลายหน่วยงานที่ทำงานวิจัยและบริการวิชาการด้านการจัดการพลังงาน ได้แก่ บัณฑิตวิทยาลัยร่วมด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม (JGSEE) คณะวิศวกรรมศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ และสถาบันพัฒนาและฝึกอบรมโรงงานต้นแบบ เป็นต้น อีกทั้งมีผลงานวิจัยที่มหาวิทยาลัยมีความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ที่ได้นำออกไปใช้ประโยชนให้กับชุมชนและสังคมอีกมากมาย</p>
<figure id="attachment_17049" aria-describedby="caption-attachment-17049" style="width: 680px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-17049 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/04/RE.jpg" alt="มจธ. ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาอย่างยั่งยืน" width="680" height="453" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/04/RE.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/04/RE-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/04/RE-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/04/RE-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /><figcaption id="caption-attachment-17049" class="wp-caption-text">พลังงานหมุนเวียนจากพลังงานสะอาด</figcaption></figure>
<p><strong>รศ. ดร.สุวิทย์ แซ่เตีย</strong> ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติม ว่า นอกเหนือจาก SDG ที่ 7 ที่ได้รับการจัดอันดับเป็นที่ 1 ของโลกแล้วนั้น การจัดอันดับโดย THE Impact Rankings ในปีนี้ มจธ. มีผลงานเด่นเป็นอันดับต้นของโลก ในอีก 6 SDGs ได้แก่ SDG ที่ 6 Clean Water and Sanitation (การจัดการน้ำและสุขาภิบาล) ซึ่ง มจธ. ได้คะแนน 74.8% และได้รับการจัดอันดับเป็นที่ 24 ของโลก SDG ที่ 12 Responsible Consumption and Production (แผนการบริโภคและการผลิตที่ยั่งยืน) ซึ่ง มจธ. ได้คะแนน 81.9% และได้รับการจัดอันดับเป็นที่ 30 ของโลก SDG ที่ 1 No Poverty (ขจัดความยากจน) ซึ่ง มจธ. ได้คะแนน 72.2% และได้รับการจัดอันดับเป็นที่ 46 ของโลก SDG ที่ 17 Partnership for the Goals (ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน) ซึ่ง มจธ. ได้คะแนน 89.7% และได้รับการจัดอันดับเป็นที่ 47 ของโลก SDG ที่ 14 Life below Water (การใช้ประโยชน์จากมหาสมุทรและทรัพยากรทางธรรมชาติ) ซึ่ง มจธ. ได้คะแนน 71.8% และได้รับการจัดอันดับเป็นที่ 50 ของโลก และ SDG ที่ 2 Zero hunger (ขจัดความหิวโหย) ซึ่ง มจธ. ได้คะแนน 63.6% และได้รับการจัดอันดับเป็นที่ 77 ของโลก</p>
<figure id="attachment_17047" aria-describedby="caption-attachment-17047" style="width: 680px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-17047 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/04/Ethanol-Factory.jpg" alt="โรงงานต้นแบบผลิตเอทานอล มจธ. บางขุนเทียน" width="680" height="453" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/04/Ethanol-Factory.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/04/Ethanol-Factory-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/04/Ethanol-Factory-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/04/Ethanol-Factory-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /><figcaption id="caption-attachment-17047" class="wp-caption-text">โรงงานต้นแบบผลิตเอทานอล มจธ. บางขุนเทียน</figcaption></figure>
<p><strong>รศ. ดร.สุวิทย์ แซ่เตีย</strong> กล่าวทิ้งท้ายว่า “ The Impact Rankings 2021 นั้น สะท้อนถึงการดำเนินงานของ มจธ. โดยมีเป้าหมาย SDGs 2030 เน้นกิจกรรมหลักใน 3 ด้าน ประกอบด้วย การจัดการพลังงาน สิ่งแวดล้อม และความปลอดภัย อีกทั้งสะท้อนให้เห็นถึงการร่วมแรงร่วมใจกันของทุกภาคส่วน ที่มุ่งหวังให้เกิดการพัฒนามหาวิทยาลัยและสังคมอย่างยั่งยืน ผ่านการเรียนการสอน รวมทั้งกิจกรรมต่างๆ และการที่ มจธ. ได้รับการจัดอันดับโดยมีคะแนนเป็นอันดับ 1 ของโลก เทียบจากมหาวิทยาลัยทั่วโลกที่ส่งรายงานเพื่อเข้ารับการพิจารณา ใน SDG ที่ 7 นั้น ถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่ง และมจธ. จะยังคงมุ่งมั่นเพื่อการพัฒนาการศึกษา วิจัย และบริการสังคม โดยยึดเป้าหมาย SDGs 2030 ในการผลิตนักศึกษาให้มีความเป็นหัวใจ สีเขียว (Green Heart) และออกไปเป็นผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงของสังคม (Social Change Agents) เพื่อนำความรู้ความสามารถที่ตนมีไปก่อให้เกิดการพัฒนาที่มีผลกระทบ ทั้งในระดับสังคม ประเทศ และในโลกต่อไป”</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a1%e0%b8%88%e0%b8%98-%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%9a-1-sdg-7-%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b0%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%94/">มจธ. อันดับ 1 ของโลก SDG 7 พลังงานสะอาด และอันดับ 54 ของโลก TOP 100 จาก THE Impact Rankings 2021</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%a1%e0%b8%88%e0%b8%98-%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%9a-1-sdg-7-%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b0%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%94/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>นักวิจัย มจธ. พัฒนา “ท่อเพิ่มความร้อนฯ” และ “นวัตกรรมอุปกรณ์แลกเปลี่ยนความร้อน” เพิ่มสมรรถนะทางความร้อนให้สูงขึ้น-ประหยัดพลังงานมากยิ่งขึ้น</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 07 Jan 2021 02:44:22 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Technology & Innovation]]></category>
		<category><![CDATA[TE-IT 2019]]></category>
		<category><![CDATA[คณิต อรุณรัตน์]]></category>
		<category><![CDATA[งานวิจัย]]></category>
		<category><![CDATA[ท่อเพิ่มความร้อน]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ประหยัดพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ผลงานวิจัย]]></category>
		<category><![CDATA[พระจอมเกล้าธนบุรี]]></category>
		<category><![CDATA[รชต ลีลาประชากุล]]></category>
		<category><![CDATA[สมชาย วงศ์วิเศษ]]></category>
		<category><![CDATA[สุริยัน เลาหเลิศ]]></category>
		<category><![CDATA[อุปกรณ์แลกเปลี่ยนความร้อน]]></category>
		<category><![CDATA[เดชาธน อากาศอำนวย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=15689</guid>

					<description><![CDATA[<p>ผลงาน “ท่อเพิ่มความร้อนสำหรับเพิ่มสมรรถนะทางอุณหภาพ” โดย ศ. ดร.สมชาย วงศ์วิเศษ อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) และคณะนักวิจัย ซึ่งประกอบด้วย ดร.คณิต อรุณรัตน์ ดร.สุริยัน เลาหเลิศ เดชาธน อากาศอำนวย และ รชต ลีลาประชากุล คว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 จาก Thailand Energy of Innovation and Technology&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99/">นักวิจัย มจธ. พัฒนา “ท่อเพิ่มความร้อนฯ” และ “นวัตกรรมอุปกรณ์แลกเปลี่ยนความร้อน” เพิ่มสมรรถนะทางความร้อนให้สูงขึ้น-ประหยัดพลังงานมากยิ่งขึ้น</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ผลงาน “ท่อเพิ่มความร้อนสำหรับเพิ่มสมรรถนะทางอุณหภาพ” โดย ศ. ดร.สมชาย วงศ์วิเศษ อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) และคณะนักวิจัย ซึ่งประกอบด้วย ดร.คณิต อรุณรัตน์ ดร.สุริยัน เลาหเลิศ เดชาธน อากาศอำนวย และ รชต ลีลาประชากุล คว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 จาก Thailand Energy of Innovation and Technology Awards 2019 (TE-IT 2019) ในโครงการประกวดการเพิ่มประสิทธิภาพด้านการอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทน ของกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) ณ ห้องแกรนด์ เอบี โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ นอกจากนี้ ผลงาน “นวัตกรรมอุปกรณ์แลกเปลี่ยนความร้อนแบบท่อติดครีบเกลียวเพื่อการประหยัดพลังงาน” โดย ศ. ดร.สมชาย วงศ์วิเศษ และ ร.ท. ดร.ปรญิ ญาเกียรติภาชัย ยังได้รับรางวัลนวัตกรรมที่น่าสนใจเป็นพิเศษอีกด้วย</strong><span id="more-15689"></span></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ศ. ดร.สมชาย วงศ์วิเศษ</strong></span> <strong>อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกลคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.)</strong> กล่าวว่า ผลงานทั้ง 2 เป็นการคิดค้นแนวทางในการเพิ่มประสิทธิภาพให้กับอุปกรณ์แลกเปลี่ยนความร้อน ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่มีความเกี่ยวข้องกับระบบพลังงาน สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้อย่างแพร่หลายในอุตสาหกรรมต่างๆ โดยเพิ่มสมรรถนะทางความร้อนให้สูงขึ้น จะทำให้การใช้พลังงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถประหยัดพลังงานได้มากยิ่งขึ้น</p>
<figure id="attachment_15694" aria-describedby="caption-attachment-15694" style="width: 659px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-15694" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/01/Somchai.jpg" alt="ศ. ดร.สมชาย วงศ์วิเศษ" width="659" height="485" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/01/Somchai.jpg 659w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/01/Somchai-300x221.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/01/Somchai-150x110.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/01/Somchai-500x368.jpg 500w" sizes="(max-width: 659px) 100vw, 659px" /><figcaption id="caption-attachment-15694" class="wp-caption-text">ศ. ดร.สมชาย วงศ์วิเศษ อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล คณะวิศวกรรมศาสตร์ มจธ.</figcaption></figure>
<p>ปัจจุบันนักวิจัยพยายามใช้เทคนิคต่างๆ เพื่อเพิ่มการถ่ายเทความร้อน ปรับปรุงสมรรถนะทางความร้อนของอุปกรณ์ให้สามารถแลกเปลี่ยนความร้อนให้ดีขึ้น ซึ่งเทคนิคการทำผิวท่อให้ขรุขระเป็นหนึ่งในวิธีที่ง่ายที่สุด ท่อเพิ่มความร้อน (Enhanced Tube) สามารถเพิ่มการถ่ายเทความร้อนโดยสร้างการไหลแบบปั่นป่วน (Turbulent Flow) และเพิ่มพื้นที่ในการถ่ายเทความร้อน ท่อเพิ่มความร้อนมีอยู่หลายประเภท หนึ่งในนั้นคือ ท่อที่มีร่องเกลียวภายใน (Internally Corrugated Tube) ท่อชนิดนี้สามารถนำไปประยุกต์ใช้แทนท่อเรียบในอุปกรณ์แลกเปลี่ยนความร้อนได้ทุกประเภท ผลที่ตามมาคือ จะทำให้สมรรถนะทางอุณหภาพของอุปกรณ์แลกเปลี่ยนความร้อนสูงขึ้น ส่งผลให้อุปกรณ์แลกเปลี่ยนความร้อนมีขนาดเล็กลง หรือช่วยเพิ่มอัตราการถ่ายเทความร้อนให้มากยิ่งขึ้น ในขณะที่อุปกรณ์แลกเปลี่ยนความร้อนมีขนาดเท่าเดิม</p>
<p>นวัตกรรมนี้เหมาะสำหรับอุตสาหกรรมเครื่องทำความเย็นและเครื่องปรับอากาศ ท่อที่มีร่องเกลียวสามารถนำไปใช้แทนที่ท่อเรียบ ทั้งในคอนเดนเซอร์และอีวาโปเรเตอร์ท่อชนิดนี้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในกระบวนการทางความร้อนได้ทุกประเภทอีกด้วย เช่น นำไปใช้เป็นท่ออุปกรณ์แลกเปลี่ยนอุปกรณ์ความร้อนแบบเปลือกและท่อ หรือใช้เป็นท่อในหม้อไอน้ำ</p>
<figure id="attachment_15696" aria-describedby="caption-attachment-15696" style="width: 680px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-15696" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/01/Internally-Corrugated-Tube.jpg" alt="ท่อที่มีร่องเกลียวภายใน" width="680" height="432" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/01/Internally-Corrugated-Tube.jpg 680w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/01/Internally-Corrugated-Tube-300x191.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/01/Internally-Corrugated-Tube-150x95.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/01/Internally-Corrugated-Tube-500x318.jpg 500w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /><figcaption id="caption-attachment-15696" class="wp-caption-text">ท่อที่มีร่องเกลียวภายใน</figcaption></figure>
<p>“เราพัฒนาท่อแลกเปลี่ยนความร้อนมาแล้ว 3 แบบ แบบแรกเป็นท่อมีครีบภายใน แบบที่ 2 เป็นท่อที่มีลักษณะเกลียวข้างใน และแบบที่ 3 เป็นท่อที่มีปุ่มอยู่ข้างในท่อ ซึ่งท่อทั้ง 3 แบบที่พัฒนาขึ้นมา แบบที่เป็นปุ่มจะให้การถ่ายเทความร้อนได้ดีที่สุด แต่ให้ค่าความดันลด (Pressure Drop) สูงที่สุด หากนำไปใช้งานจริง ท่อแบบนี้จะให้การถ่ายเทความร้อนได้ดีที่สุด แต่ต้องใช้พลังงานในการขับเคลื่อนของไหลสูง จึงขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ในการนำไปใช้งาน ต้องพิจารณาว่าควรเลือกใช้งานแบบไหน” <strong>ศ. ดร.สมชาย</strong> กล่าว</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-15693" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/01/EXTUBA-TURBO-TUBE.jpg" alt="ท่อแลกเปลี่ยนความร้อน" width="800" height="490" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/01/EXTUBA-TURBO-TUBE.jpg 800w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/01/EXTUBA-TURBO-TUBE-300x184.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/01/EXTUBA-TURBO-TUBE-768x470.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/01/EXTUBA-TURBO-TUBE-150x92.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/01/EXTUBA-TURBO-TUBE-500x306.jpg 500w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<p><strong>ศ. ดร.สมชาย</strong> ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านกลศาสตร์ของไหลและการถ่ายเทความร้อน ทำการวิจัยและพัฒนาเกี่ยวกับท่อแลกเปลี่ยนความร้อนมานานกว่า 20 ปี มีผลงานตีพิมพ์มากกว่า 500 เรื่อง และผลงานได้ถูกนำไปต่อยอดงานวิจัยอื่นๆ อีกเป็นจำนวนมาก แม้ว่า ศ. ดร.สมชาย จะเน้นการทำงานเพื่อการตีพิมพ์ ไม่ได้ตั้งเป้าว่าจะผลิตออกมาใช้เชิงพาณิชย์หรือใช้กับภาคอุตสาหกรรม แต่ผลงานวิจัยได้รับความสนใจจาก รชต ลีลาประชากุล กรรมการผู้จัดการบริษัท ไทย-เยอรมัน โปรดักส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TGPRO ซึ่งเป็นโรงงานผลิตท่อและแผ่นสเตนเลส ที่ติดต่อให้ช่วยพัฒนาท่อให้มีประสิทธิภาพในการแลกเปลี่ยนความร้อนให้ดีขึ้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-15697 alignright" style="text-align: center;" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/01/EXTUBA-TURBO-TUBE-1.jpg" alt="ท่อที่มีครีบภายใน" width="420" height="351" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/01/EXTUBA-TURBO-TUBE-1.jpg 600w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/01/EXTUBA-TURBO-TUBE-1-300x251.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/01/EXTUBA-TURBO-TUBE-1-150x125.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/01/EXTUBA-TURBO-TUBE-1-500x418.jpg 500w" sizes="(max-width: 420px) 100vw, 420px" /></p>
<p>“<strong>EXTUBA TURBO TUBE</strong>” จึงเป็นผลงานที่ร่วมกันพัฒนาขึ้นระหว่าง มจธ. และ TGPRO ซึ่งผลจากการวิจัยและทดลองสมรรถนะการถ่ายเทความร้อนพบจุดเด่นคือ การสร้างครีบร่องเกลียวภายในท่อ จะส่งผลให้ผนังท่อมีพื้นที่ผิวสำหรับแลกเปลี่ยนความร้อนสูงขึ้นกว่า 30% ทำให้จำนวนท่อที่ต้องใช้ในการแลกเปลี่ยนความร้อนมีจำนวนน้อยลง ขณะที่สมรรถนะในการถ่ายเทความร้อนเท่าเดิม ทำให้จำนวนท่ออุปกรณ์แลกเปลี่ยนความร้อนมีขนาดเล็กลงอย่างเห็นได้ชัดมีความกะทัดรัดมากขึ้น สัมประสิทธิ์การถ่ายเทความร้อน (Heat Transfer Coefficient) สูงขึ้นประมาณ 50% เมื่อเปรียบเทียบกับท่อธรรมดาทั่วไป ขณะที่ความแข็งแรงได้มาตรฐาน โดยผ่านการทดสอบมาตรฐานสากล อาทิ ASTM (American Society of Testing Materials), PED (Pressure Equipment Directive) จากสถาบัน BUREAU VERTA’s</p>
<p>“ถือเป็นผลงานชิ้นแรกๆ ที่พัฒนาขึ้นจากงานวิจัยที่เราทำขึ้นเอง และเราสามารถนำไปสู่การใช้งานจริงในภาคอุตสาหกรรมด้วยตัวเราเอง ต่างจากที่ผ่านมาที่อาจจะมีผู้อื่นนำงานวิจัยของเราไปต่อยอดในเชิงอุตสาหกรรม” <strong>ศ. ดร.สมชาย</strong> กล่าว</p>
<p>สำหรับผลงานนวัตกรรมอุปกรณ์แลกเปลี่ยนความร้อนแบบท่อติดครีบเกลียวที่วิจัยขึ้นนี้ ได้รับรางวัลเหรียญทองเกียรติยศจากเวทีระดับโลก จากผลงาน Enhanced Tubes for Improving the Thermal Performance ในงานนิทรรศการสิ่งประดิษฐ์ใหม่ของโลก 44th International Exhibition and Invention of Geneva 2016 ที่กรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์</p>
<figure id="attachment_15692" aria-describedby="caption-attachment-15692" style="width: 800px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-15692" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/01/TE-IT-2019.jpg" alt="ศ. ดร.สมชาย วงศ์วิเศษ พร้อมทีมวิจัย รับรางวัล TE-IT 2019" width="800" height="481" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/01/TE-IT-2019.jpg 800w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/01/TE-IT-2019-300x180.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/01/TE-IT-2019-768x462.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/01/TE-IT-2019-150x90.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/01/TE-IT-2019-500x301.jpg 500w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /><figcaption id="caption-attachment-15692" class="wp-caption-text">ศ. ดร.สมชาย วงศ์วิเศษ พร้อมทีมวิจัย รับรางวัล TE-IT 2019</figcaption></figure>
<h3>ชูจุดเด่นกินไฟน้อยลงแต่เย็นเหมือนเดิมประสานผู้ผลิตเครื่องปรับอากาศนำไปใช้งานในเชิงพาณิชย์</h3>
<p><strong>ศ. ดร.สมชาย</strong> กล่าวว่า ได้มีการพูดคุยกับบริษัทที่ผลิตเครื่องปรับอากาศ เพื่อให้นำผลงานวิจัยท่อแลกเปลี่ยนความร้อนที่เราวิจัยนำไปใช้ ซึ่งจากงานวิจัยพบว่าการถ่ายเทความร้อนและการประหยัดพลังงานดีกว่าท่อแบบเรียบ ซึ่งจะทำให้กินไฟน้อยลง แต่ยังให้ความเย็นเหมือนเดิม</p>
<p><strong>อย่างไรก็ตาม ถ้าจะนำไปใช้จริง ทางผู้ประกอบการก็ต้องคำนวณเรื่องการสูญเสียของพลังงานในการไหลด้วย เพราะจากผลงานวิจัยพบว่า มีทั้งข้อได้เปรียบและเสียเปรียบ ดังนั้นจึงต้องดูจุดที่เหมาะสมที่สุด</strong></p>
<hr />
<p>Source: นิตยสาร Green Network ฉบับที่ 102 พฤศจิกายน-ธันวาคม 2563 คอลัมน์ Innovation โดย กองบรรณาธิการ</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99/">นักวิจัย มจธ. พัฒนา “ท่อเพิ่มความร้อนฯ” และ “นวัตกรรมอุปกรณ์แลกเปลี่ยนความร้อน” เพิ่มสมรรถนะทางความร้อนให้สูงขึ้น-ประหยัดพลังงานมากยิ่งขึ้น</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>มจธ.-จุฬา-มข. นำมหาวิทยาลัยไทยติดอันดับมหาวิทยาลัยระดับโลกที่สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/kmutt-%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a1-%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a1/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/kmutt-%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a1-%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a1/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 24 Apr 2020 09:15:42 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Report]]></category>
		<category><![CDATA[Time Higher Education Impact Ranking 2020]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดอันดับมหาวิทยาลัยระดับโลก]]></category>
		<category><![CDATA[ผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม]]></category>
		<category><![CDATA[พระจอมเกล้าธนบุรี]]></category>
		<category><![CDATA[มจธ.]]></category>
		<category><![CDATA[ศิวกร จิตร์ถาวรมณี]]></category>
		<category><![CDATA[สุวิทย์ แซ่เตีย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=13223</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 22 เมษายน 63 &#8211; Times Higher Education ได้ประกาศผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยระดับโลกที่สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม หรือ Time Higher Education Impact Ranking 2020 พบมหาวิทยาลัยไทยเข้าร่วมและได้รับการจัดอันดับ 19 แห่ง นำโดย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) จาก 760 สถาบัน ใน 85 ประเทศ&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/kmutt-%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a1-%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a1/">มจธ.-จุฬา-มข. นำมหาวิทยาลัยไทยติดอันดับมหาวิทยาลัยระดับโลกที่สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เมื่อวันที่ 22 เมษายน 63 &#8211; Times Higher Education ได้ประกาศผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยระดับโลกที่สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม หรือ Time Higher Education Impact Ranking 2020 พบมหาวิทยาลัยไทยเข้าร่วมและได้รับการจัดอันดับ 19 แห่ง นำโดย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) จาก 760 สถาบัน ใน 85 ประเทศ ทั่วโลก ทั้งนี้การจัดอันดับดังกล่าวใช้เกณฑ์การประเมินมหาวิทยาลัยตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนแห่งสหประชาชาติ หรือ SDG ผ่านการประเมินตัวชี้วัดที่ได้รับการสอบเทียบอย่างรอบคอบ โดยครอบคลุมตัวชี้วัดที่สร้างผลกระทบเชิงบวกทั้งในระดับท้องถิ่น ระดับประเทศ และระดับนานาชาติ ในมิติการศึกษา การวิจัย การดำเนินงาน และกิจกรรมการมีส่วนร่วมของสาธารณะ</strong><span id="more-13223"></span></p>
<h2>มจธ.กับความยั่งยืน ตาม SDG2030</h2>
<p><strong>มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี</strong> (<strong>มจธ.</strong>) มีนโยบายและความมุ่งมั่นอย่างชัดเจนที่เป็นมหาวิทยาลัยที่ยั่งยืนตามเป้าหมาย SDG 2030 โดยประกาศนโยบาย “<strong>KMUTT SUSTAINABLE UNIVERSITY FOR SDG 2030</strong>”ตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2560 และมีการดำเนินการด้านความยั่งยืนที่สอดคล้องกับ Sustainable Development Goals (SDGs)ของUnited Nations ใน 17 หัวข้อ อย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน</p>
<h2>จุดเด่นของ มจธ.จากการประเมินของ The Times Higher Educations Impact Ranking 2020</h2>
<p>มจธ.เข้าร่วมส่งผลการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยที่สอดคล้องกับ Sustainable Development Goals (SDGs)ของสหประชาชาติ (United Nations) ใน 17 หัวข้อ ตามคำเชิญของTimes Higher Education ซึ่งเป็นการจัดอันดับมหาวิทยาลัยระดับโลกที่สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม โดยจัดขึ้นเป็นปีที่ 2 มีมหาวิทยาลัยทั่วโลกเข้าร่วม 788 แห่งจาก 85 ประเทศ มจธ.ได้นำส่งผลงานปีนี้เป็นปีแรก และได้รับการจัดอันดับเป็นอันดับที่ 101-200 ของโลก และเป็นอันดับหนึ่งของประเทศร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ มหาวิทยาลัยขอนแก่น</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-13228 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/04/Time-Higher-Education-Impact-Ranking-2020-SDG-02.jpg" alt="รศ.ดร.สุวิทย์ แซ่เตีย" width="628" height="423" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/04/Time-Higher-Education-Impact-Ranking-2020-SDG-02.jpg 628w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/04/Time-Higher-Education-Impact-Ranking-2020-SDG-02-300x202.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/04/Time-Higher-Education-Impact-Ranking-2020-SDG-02-150x101.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/04/Time-Higher-Education-Impact-Ranking-2020-SDG-02-500x337.jpg 500w" sizes="(max-width: 628px) 100vw, 628px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>รศ.ดร.สุวิทย์ แซ่เตีย</strong></span> <strong>อธิการบดี มจธ.</strong> ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า มจธ. มีจุดเด่นอยู่ที่ SDG เป้าหมายที่ 12 Responsible Consumption and Production (แผนการบริโภคและการผลิตที่ยั่งยืน) เป้าหมายที่ 2 Zero Hunger (ขจัดความหิวโหย) และเป้าหมายที่ 6 Clean Water And Sanitation (การจัดการน้ำและสุขาภิบาล)โดย SDG เป้าหมายที่ 12 ที่มีการวัดผลจากผลงานวิจัยและการใช้ทรัพยากรในการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยด้านการบริโภคและการผลิตยั่งยืน ซึ่ง มจธ. ได้คะแนน 81.4% และได้รับการจัดอันดับเป็นที่ 26 ของโลก ในขณะที่ SDG เป้าหมายที่ 2 ที่มีการวัดผลจากผลงานวิจัยด้านการขจัดความหิวโหย การเรียนการสอนหัวข้อความยั่งยืนด้านอาหาร ความมุ่งมั่นที่จะลดขยะเศษอาหาร และขจัดความหิวโหยในนักศึกษาและชุมชน ซึ่ง มจธ. ได้คะแนน 76.5% และได้รับการจัดอันดับเป็นที่ 27 ของโลก</p>
<p>ส่วน SDG เป้าหมายที่ 6 Clean Water and Sanitation (การจัดการน้ำและสุขาภิบาล) ที่มีการวัดผลจากผลงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับน้ำ การใช้น้ำ และความมุ่งมั่นที่ให้ความมั่นใจว่าทำให้เกิดการจัดการน้ำที่ดีในชุมชนเป็นวงกว้าง ซึ่ง มจธ. ได้คะแนน 67.0% และได้รับการจัดอันดับเป็นที่ 14 ของโลก</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-13227 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/04/Time-Higher-Education-Impact-Ranking-2020-SDG-04.jpg" alt="มุ่งมั่นให้เกิดความยั่งยืนทั้ง 17 ข้อตาม SDG2030" width="426" height="531" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/04/Time-Higher-Education-Impact-Ranking-2020-SDG-04.jpg 426w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/04/Time-Higher-Education-Impact-Ranking-2020-SDG-04-241x300.jpg 241w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/04/Time-Higher-Education-Impact-Ranking-2020-SDG-04-150x187.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/04/Time-Higher-Education-Impact-Ranking-2020-SDG-04-401x500.jpg 401w" sizes="(max-width: 426px) 100vw, 426px" /></p>
<h2>มจธ. ใช้หลักเศรษฐกิจพอเพียงของรัชกาลที่ 9 มุ่งมั่นให้เกิดความยั่งยืนทั้ง 17 ข้อตาม SDG2030</h2>
<p>จะเห็นได้ว่า การดำเนินงานของ มจธ.ในด้านการจัดการความยั่งยืนใน 3 เป้าหมายที่ได้กล่าวไว้ข้างต้นอยู่ในระดับดี ในขณะที่ SDG เป้าหมายที่ 17 Partnerships for The Goals (ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน)ซึ่งเป็นการวัดผลด้านการสนับสนุนSDG โดยผ่านความร่วมมือกับต่างประเทศ และมีผลงานที่เป็นแนวปฏิบัติที่ดี และได้รับการตีพิมพ์ซึ่งมจธ. ได้คะแนน 70.7-80.6%ได้รับการจัดอันดับอยู่ในระดับที่ 101-200ของโลก นอกจากนั้นใน SDG อีก 13 เป้าหมายที่เหลือ มจธ. ได้มีการดำเนินการและเข้าไปมีส่วนร่วมในทุกหัวข้อ</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone wp-image-13224 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/04/Time-Higher-Education-Impact-Ranking-2020-SDG-01.jpg" alt="SDG2030" width="628" height="503" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/04/Time-Higher-Education-Impact-Ranking-2020-SDG-01.jpg 628w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/04/Time-Higher-Education-Impact-Ranking-2020-SDG-01-300x240.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/04/Time-Higher-Education-Impact-Ranking-2020-SDG-01-150x120.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2020/04/Time-Higher-Education-Impact-Ranking-2020-SDG-01-500x400.jpg 500w" sizes="(max-width: 628px) 100vw, 628px" /></p>
<p>“มจธ.มีความมุ่งมั่นที่จะดำเนินการให้เกิดความยั่งยืนภายในมหาวิทยาลัยทั้ง 17 ข้อตาม SDG2030 โดยใช้หลักเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9 เข้ามาประยุกต์ใช้หรือที่เรียกว่า SEP FOR SDG (Sufficient Economy Philosophy for SDG2030) ซึ่งเน้นการเรียนการสอน การวิจัยรวมถึงกิจกรรมที่ส่งเสริมการเรียนรู้ที่มุ่งสร้างนักศึกษา ให้มีความเป็นหัวใจสีเขียว (Green Heart)และออกไปเป็นผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงของสังคม(Social Change Agents) เพื่อนำความรู้ในวิชาชีพที่ได้ศึกษา วิจัยมา เข้าไปแก้ปัญหาความยากจน ความหิวโหย และสร้างความเท่าเทียมกันในสังคม โดยคำนึงถึงผลกระทบของเทคโนโลยีที่มีต่อสังคม เศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับชุมชน สังคมทั้งในระดับประเทศและระดับโลกสืบต่อไป” <strong>ดร.สุวิทย์</strong>กล่าว</p>
<h2>มุมมองคนรุ่นใหม่ต่อความยั่งยืน</h2>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ศิวกร จิตร์ถาวรมณี</strong></span> <strong>นักศึกษาชั้นปีที่ 4 ภาควิชาวิศวกรรมโยธา มจธ. หนึ่งในแกนนำนักศึกษากลุ่ม Green Heart มจธ.</strong> ที่ได้ดำเนินกิจกรรมที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง ให้ความเห็นว่า ความยั่งยืนที่ดีที่สุดคือความยั่งยืนในหัวใจของทุกคน พวกเราจึงเรียนรู้ และส่งต่อคุณค่าของหัวใจสีเขียว (Green Heart) ให้กับเพื่อนพี่น้องและชุมชน เพื่อสร้างสังคมสีเขียวที่ยั่งยืน เพราะโลกแห่งอนาคต คือโลกที่ต้องการความยั่งยืนในทุกๆด้าน</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/kmutt-%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a1-%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a1/">มจธ.-จุฬา-มข. นำมหาวิทยาลัยไทยติดอันดับมหาวิทยาลัยระดับโลกที่สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/kmutt-%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a1-%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a1/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
