<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>พลังงานทดแทน | Green Network</title>
	<atom:link href="https://www.greennetworkthailand.com/tag/%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%94%E0%B9%81%E0%B8%97%E0%B8%99/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Mon, 25 May 2026 09:11:59 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.8.5</generator>

<image>
	<url>https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/green-network-50x50.png</url>
	<title>พลังงานทดแทน | Green Network</title>
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>เชฟรอนสนับสนุนเครือข่ายพลังงานสะอาด 5 จังหวัดภาคใต้ ส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทน พัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/chevron-pr-052026-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 25 May 2026 09:11:59 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[การใช้พลังงานทดแทน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานทดแทน]]></category>
		<category><![CDATA[อนุรักษ์พลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[เชฟรอน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=44279</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อเร็ว ๆ นี้ พรสุรีย์ กอนันทา รองประธานกรรมการบริหาร ฝ่ายกิจการองค์กร บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด (กลาง) เป็นผู้แทนมอบงบประมาณสนับสนุน โครงการ “เครือข่ายพลังงานสะอาดรอบอ่าวไทย” แก่ผู้แทนพลังงานจังหวัดในพื้นที่ภาคใต้ จำนวน 5 จังหวัด โดยมี เฉลิมพร ทองประดู่ พลังงานจังหวัดสุราษฎร์ธานี (ซ้าย) เสาวดี หนูเนี่ยว พลังงานจังหวัดชุมพร (ที่ 2 จากซ้าย) ถาวร&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/chevron-pr-052026-2/">เชฟรอนสนับสนุนเครือข่ายพลังงานสะอาด 5 จังหวัดภาคใต้ ส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทน พัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เมื่อเร็ว ๆ นี้ <span style="color: #6cb742;">พรสุรีย์ กอนันทา</span> รองประธานกรรมการบริหาร ฝ่ายกิจการองค์กร บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด (กลาง) เป็นผู้แทนมอบงบประมาณสนับสนุน โครงการ “เครือข่ายพลังงานสะอาดรอบอ่าวไทย” แก่ผู้แทนพลังงานจังหวัดในพื้นที่ภาคใต้ จำนวน 5 จังหวัด โดยมี <span style="color: #6cb742;">เฉลิมพร ทองประดู่</span> พลังงานจังหวัดสุราษฎร์ธานี (ซ้าย) <span style="color: #6cb742;">เสาวดี หนูเนี่ยว</span> พลังงานจังหวัดชุมพร (ที่ 2 จากซ้าย) <span style="color: #6cb742;">ถาวร บุญศรี</span> พลังงานจังหวัดปัตตานี (ที่ 3 จากซ้าย) <span style="color: #6cb742;">จักรพันธ์ กิ่งแก้ว</span> พลังงานจังหวัดสงขลา (ที่ 2 จากขวา) <span style="color: #6cb742;">ดร. มณฑล หัสดินทร์</span> พลังงานจังหวัดนครศรีธรรมราช (ขวาสุด) เป็นผู้รับมอบ พร้อมด้วย <span style="color: #6cb742;">รศ. ดร. วศิน สุวรรณรัตน์</span> รองอธิการบดีวิทยาเขตหาดใหญ่ (ที่ 3 จากขวา) เข้าร่วมพิธี โดยโครงการดังกล่าวมุ่งสนับสนุนการเรียนรู้ด้านการอนุรักษ์พลังงาน และส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีพลังงานทดแทน เพื่อร่วมลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระดับชุมชน</strong></p>
<p><span id="more-44279"></span></p>
<p><strong>บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด</strong> ให้การสนับสนุนงบประมาณรวม 1,107,000 บาท แก่สำนักงานพลังงานจังหวัดในพื้นที่ภาคใต้ จำนวน 5 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดสงขลา จังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดชุมพร จังหวัดสุราษฎร์ธานี และจังหวัดปัตตานี ในโครงการ “เครือข่ายพลังงานสะอาดรอบอ่าวไทย” เพื่อการดำเนินโครงการด้านพลังงานทดแทนและการอนุรักษ์พลังงานในระดับชุมชน</p>
<p>การสนับสนุนครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อสนับสนุนพลังงานจังหวัดทั้ง 5 แห่ง ในการพัฒนาโครงการที่มุ่งส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดในพื้นที่ภาคใต้ อาทิ การติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์ การจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ด้านพลังงานทดแทน และการนำขยะมาแปรรูปเป็นพลังงาน เพื่อช่วยลดต้นทุนด้านพลังงาน ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระดับชุมชน พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว</p>
<p>ทั้งนี้ โครงการ “เครือข่ายพลังงานสะอาดรอบอ่าวไทย” มีระยะเวลาดำเนินงานระหว่างปี พ.ศ. 2569 – 2570 และเป็นส่วนหนึ่งของความมุ่งมั่นของเชฟรอนในการจัดหาพลังงานที่สะอาดขึ้น อย่างปลอดภัยและเชื่อถือได้ ควบคู่กับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนไทยและดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/chevron-pr-052026-2/">เชฟรอนสนับสนุนเครือข่ายพลังงานสะอาด 5 จังหวัดภาคใต้ ส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทน พัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ราช กรุ๊ป ออกหุ้นกู้สีเขียวมูลค่า 3,500 ล้านบาท เสริมประสิทธิภาพพอร์ตพลังงานทดแทน สู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/ratch-group-green-bond/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 10 Apr 2026 08:16:38 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานทดแทน]]></category>
		<category><![CDATA[ราช กรุ๊ป]]></category>
		<category><![CDATA[หุ้นกู้สีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[หุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=43776</guid>

					<description><![CDATA[<p>นนทบุรี : บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ประสบความสำเร็จในการออกและเสนอขายหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และไม่มีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ เสนอขายต่อผู้ลงทุนสถาบัน มูลค่า 3,500 ล้านบาท อายุ 4 ปี อัตราดอกเบี้ย 1.94% ครบกำหนดไถ่ถอนปี 2573 เงินทุนที่ได้จากการระดมทุนครั้งนี้จะนำไปใช้เพื่อทดแทนเงินลงทุนในโครงการที่เกี่ยวข้องกับพลังงานหมุนเวียน อาทิ โครงการโรงไฟฟ้าจากพลังงานลม และเสริมประสิทธิภาพพอร์ตพลังงานทดแทนที่มีอยู่ หุ้นกู้ดังกล่าวได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือจากบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/ratch-group-green-bond/">ราช กรุ๊ป ออกหุ้นกู้สีเขียวมูลค่า 3,500 ล้านบาท เสริมประสิทธิภาพพอร์ตพลังงานทดแทน สู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>นนทบุรี : <strong>บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ประสบความสำเร็จในการออกและเสนอขายหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และไม่มีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ เสนอขายต่อผู้ลงทุนสถาบัน มูลค่า 3,500 ล้านบาท อายุ 4 ปี อัตราดอกเบี้ย 1.94% ครบกำหนดไถ่ถอนปี 2573 เงินทุนที่ได้จากการระดมทุนครั้งนี้จะนำไปใช้เพื่อทดแทนเงินลงทุนในโครงการที่เกี่ยวข้องกับพลังงานหมุนเวียน อาทิ โครงการโรงไฟฟ้าจากพลังงานลม และเสริมประสิทธิภาพพอร์ตพลังงานทดแทนที่มีอยู่ หุ้นกู้ดังกล่าวได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือจากบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ณ วันที่ 30 มีนาคม 2569 ที่ระดับ “AA+” แนวโน้มอันดับเครดิต “คงที่”</strong></p>
<p><span id="more-43776"></span></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นิทัศน์ วรพนพิพัฒน์</strong></span> ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า หุ้นกู้สีเขียวที่ออกและจำหน่ายในคราวนี้ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดียิ่งจากนักลงทุนสถาบันชั้นนำ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นต่อกลยุทธ์การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานที่มุ่งสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ในปี 2050 ความสำเร็จครั้งนี้นอกจากจะช่วยให้ต้นทุนทางการเงินและการบริหารประสิทธิภาพโครงการพลังงานทดแทนที่มีอยู่ให้ดียิ่งขึ้นแล้ว ยังช่วยให้บริษัทฯ มีเงินหมุนเวียนสำหรับการลงทุนโครงการพลังงานทดแทนในอนาคตด้วย ทั้งนี้ บริษัทฯ ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนกำลังผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเป็นร้อยละ 40 และร้อยละ 50 ภายในปี 2578 และ 2583 ตามลำดับ จากปัจจุบันสัดส่วนอยู่ที่ร้อยละ 31 ของกำลังการผลิตตามสัดส่วนการถือหุ้น</p>
<p>“การดำเนินการดังกล่าวถือเป็นการขับเคลื่อนกลยุทธ์ด้านการบริหารประสิทธิภาพสินทรัพย์ของบริษัทฯ โดยมุ่งเน้นการบริหารต้นทุนทางการเงินของสินทรัพย์พลังงานทดแทน ได้แก่ พลังงานแสงอาทิตย์ และพลังงานลม ในต่างประเทศให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ช่วยเสริมความแข็งแกร่งของฐานะทางการเงิน และยังเป็นกลไกสำคัญในการหมุนเวียนเงินทุนเพื่อนำไปต่อยอดการลงทุนในโครงการพลังงานหมุนเวียนใหม่ในอนาคต อันจะนำไปสู่การสร้างการเติบโตและความยั่งยืนทางธุรกิจในระยะยาว” นิทัศน์กล่าว</p>
<p>หุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมนี้เป็นไปตามกรอบหลักเกณฑ์การระดมทุนเพื่อความยั่งยืนของบริษัทฯ โดยบริษัท ดีเอ็นวี (ประเทศไทย) จำกัด เป็นผู้จัดทำรายงานความคิดเห็นของผู้ชำนาญการอิสระ (Second Party Opinion) เพื่อประเมินความสอดคล้องของกรอบหลักเกณฑ์การระดมทุนเพื่อความยั่งยืนของบริษัทฯ ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้แต่งตั้ง ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ดังกล่าว</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/ratch-group-green-bond/">ราช กรุ๊ป ออกหุ้นกู้สีเขียวมูลค่า 3,500 ล้านบาท เสริมประสิทธิภาพพอร์ตพลังงานทดแทน สู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สัมมนาเชิงวิชาการ เรื่อง “การบูรณาการพลังงานทดแทนร่วมกับระบบกักเก็บพลังงาน“</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/_ieee-pes-re-ess-2025/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 15 Sep 2025 04:36:40 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News & Activities]]></category>
		<category><![CDATA[Seminar & Exhibitions]]></category>
		<category><![CDATA[IEEE PES-Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานทดแทน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบกักเก็บพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบผลิตไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[สัมมนา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=40853</guid>

					<description><![CDATA[<p>ขอเชิญชวนผู้สนใจเข้า​ร่วมงานสัมมนาเชิงวิชาการ เรื่อง “การบูรณาการพลังงานทดแทนร่วมกับระบบกักเก็บพลังงาน: นโยบาย การวางแผน ออกแบบ วิธีการแก้ปัญหา การปฎิบัติ และการควบคุม” จัดโดยสมาคมไฟฟ้าและพลังงานไอทริปเปิลอี (ประเทศไทย) ในระหว่างวันที่ 20 – 22 ตุลาคม 2568 ณ โรงแรม เดอะ เบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ การสัมมนาครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ และการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับ นโยบาย มาตรฐาน เทคโนโลยี แนวทางการปฏิบัติจริง และทิศทางการพัฒนาในอนาคต&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/_ieee-pes-re-ess-2025/">สัมมนาเชิงวิชาการ เรื่อง “การบูรณาการพลังงานทดแทนร่วมกับระบบกักเก็บพลังงาน“</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ขอเชิญชวนผู้สนใจเข้า​ร่วมงานสัมมนาเชิงวิชาการ เรื่อง “การบูรณาการพลังงานทดแทนร่วมกับระบบกักเก็บพลังงาน: นโยบาย การวางแผน ออกแบบ วิธีการแก้ปัญหา การปฎิบัติ และการควบคุม” จัดโดยสมาคมไฟฟ้าและพลังงานไอทริปเปิลอี (ประเทศไทย) ในระหว่างวันที่ 20 – 22 ตุลาคม 2568 ณ โรงแรม เดอะ เบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ</strong></p>
<p><span id="more-40853"></span></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://www.greennetworkseminar.com/re/" target="_blank" rel="noopener"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40854 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/Brochure_IEEE-PES-RE-2025.png" alt="สัมมนา เรื่อง การบูรณาการพลังงานทดแทนร่วมกับระบบกักเก็บพลังงาน" width="509" height="720" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/Brochure_IEEE-PES-RE-2025.png 509w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/Brochure_IEEE-PES-RE-2025-212x300.png 212w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/Brochure_IEEE-PES-RE-2025-150x212.png 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/Brochure_IEEE-PES-RE-2025-353x500.png 353w" sizes="(max-width: 509px) 100vw, 509px" /></a></p>
<p>การสัมมนาครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ และการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับ นโยบาย มาตรฐาน เทคโนโลยี แนวทางการปฏิบัติจริง และทิศทางการพัฒนาในอนาคต โดยเน้น 3 มิติหลัก คือ มิติด้านนโยบาย มาตรฐาน และกรณีศึกษาการบูรณาการพลังงานหมุนเวียนกับระบบกักเก็บพลังงานเพื่อนำเสนอทิศทางนโยบายและมาตรการสนับสนุนของประเทศไทย ศึกษามาตรฐานสากล (IEEE, IEC) ที่เกี่ยวข้องกับระบบกักเก็บพลังงานและการเชื่อมต่อกับระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน เรียนรู้การใช้ข้อมูลพยากรณ์อากาศเพื่อปรับปรุงความแม่นยำในการคาดการณ์กำลังผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน กรณีศึกษาปัญหา อุปสรรค และการใช้งานจริงจากผู้ประกอบการเอกชน รวมถึงมุมมองจากผู้ให้บริการ Grid Edge Solutions</p>
<div dir="auto">ดูรายละเอียดหัวข้อการบรรยายและลงทะเบียนออนไลน์ได้ที่ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs"><a class="x1i10hfl xjbqb8w x1ejq31n x18oe1m7 x1sy0etr xstzfhl x972fbf x10w94by x1qhh985 x14e42zd x9f619 x1ypdohk xt0psk2 x3ct3a4 xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x16tdsg8 x1hl2dhg xggy1nq x1a2a7pz xkrqix3 x1sur9pj x1fey0fg x1s688f" tabindex="0" role="link" href="https://www.greennetworkseminar.com/re/" target="_blank" rel="noopener">www.greennetworkseminar.com/re/</a></span></div>
<h3>สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ</h3>
<p><strong>โทรศัพท์ 0-2354-5333 ต่อ 500 / 503</strong><br />
<strong>e-mail : seminar@greennetworkseminar.com</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/_ieee-pes-re-ess-2025/">สัมมนาเชิงวิชาการ เรื่อง “การบูรณาการพลังงานทดแทนร่วมกับระบบกักเก็บพลังงาน“</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>บีโอไอส่งเสริมพลังงานสะอาด โอกาสที่มาพร้อมกับความยั่งยืน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/boi-clean-energy/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/boi-clean-energy/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 18 Apr 2025 08:53:39 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Focus]]></category>
		<category><![CDATA[การลงทุนสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[บีโอไอ]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานทดแทน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=38791</guid>

					<description><![CDATA[<p>การเปลี่ยนแปลงนโยบายการสนับสนุนพลังงานสะอาดของสหรัฐอเมริกา ภายใต้นโยบายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ รวมถึงการถอนตัวจากข้อตกลงปารีส ส่งผลกระทบต่อการลงทุนและการดำเนินนโยบายด้านพลังงานสะอาดของสหรัฐอเมริกา รวมถึงเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของโลก อย่างไรก็ตาม ประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่อย่างยุโรป สหราชอาณาจักร รวมถึงจีน ยังคงให้ความสำคัญกับพลังงานสะอาด และมีมาตรการกีดกันทางการค้า CBAM (Carbon Border Adjustment Mechanism) ที่ไทยต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ขณะที่บริษัทยักษ์ใหญ่ของสหรัฐเอง อย่าง Microsoft, Google และ Amazon ยังคงยืนยันเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อไป เนื่องจากต้องแข่งขันในตลาดโลก นั่นจึงทำให้นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่านโยบายต่อต้านพลังงานสะอาดของประธานาธิบดีทรัมป์ อาจไม่ได้ส่งผลกระทบต่อทิศทางการลงทุนพลังงานสะอาดของโลกมากนัก เนื่องจากเทรนด์โลกยังคงให้ความสำคัญกับเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจก เพื่อลดปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/boi-clean-energy/">บีโอไอส่งเสริมพลังงานสะอาด โอกาสที่มาพร้อมกับความยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>การเปลี่ยนแปลงนโยบายการสนับสนุนพลังงานสะอาดของสหรัฐอเมริกา ภายใต้นโยบายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ รวมถึงการถอนตัวจากข้อตกลงปารีส ส่งผลกระทบต่อการลงทุนและการดำเนินนโยบายด้านพลังงานสะอาดของสหรัฐอเมริกา รวมถึงเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของโลก อย่างไรก็ตาม ประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่อย่างยุโรป สหราชอาณาจักร รวมถึงจีน ยังคงให้ความสำคัญกับพลังงานสะอาด และมีมาตรการกีดกันทางการค้า CBAM (Carbon Border Adjustment Mechanism) ที่ไทยต้องติดตามอย่างใกล้ชิด</strong></p>
<p><span id="more-38791"></span></p>
<p>ขณะที่บริษัทยักษ์ใหญ่ของสหรัฐเอง อย่าง Microsoft, Google และ Amazon ยังคงยืนยันเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อไป เนื่องจากต้องแข่งขันในตลาดโลก นั่นจึงทำให้นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่านโยบายต่อต้านพลังงานสะอาดของประธานาธิบดีทรัมป์ อาจไม่ได้ส่งผลกระทบต่อทิศทางการลงทุนพลังงานสะอาดของโลกมากนัก เนื่องจากเทรนด์โลกยังคงให้ความสำคัญกับเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจก เพื่อลดปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่ทำให้เกิดภัยพิบัติที่รุนแรงขึ้น</p>
<h3>ทิศทางลงทุนพลังงานสะอาดย้ายสู่เอเชีย</h3>
<p>บทวิจัยของ Morgan Stanley มองว่า นโยบายด้านพลังงานสะอาดของทรัมป์ จะทำให้เม็ดเงินลงทุนกว่า 500,000 ล้านเหรียญสหรัฐ เคลื่อนย้ายออกจากสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะกองทุนรวมที่เน้นลงทุนด้านพลังงานสะอาดและความยั่งยืน ที่เริ่มเบนเข็มสู่ภูมิภาคเอเชีย ซึ่งจะกลายเป็นดาวรุ่ง เพราะหลายประเทศในเอเชียต่างกำลังเร่งพัฒนาแหล่งพลังงานหมุนเวียน เพื่อเพิ่มความมั่นคงด้านพลังงานสะอาดและลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล เช่น จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้กำลังเร่งพัฒนาพลังงานลมนอกชายฝั่ง ข้อมูลจาก Global Wind Energy Council คาดการณ์ว่าภายในปี 2030 กำลังการผลิตพลังงานลมนอกชายฝั่งที่ดำเนินการในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจะเพิ่มขึ้นหกเท่า รวมทั้งพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งเอเชียจะเป็นตลาดพลังงานแสงอาทิตย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยอินเดีย จีน และอินโดนีเซีย จะเป็นตลาดใหญ่ที่สุด 3 อันดับแรก เพื่อตอบสนองความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก</p>
<p>ทั้งนี้ การแข่งขันด้านเทคโนโลยีสีเขียว โดยมีจีนเป็นผู้นำในที่ครองส่วนแบ่งตลาดแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า (EV) กว่าร้อยละ 60 ของโลก และควบคุมการผลิตแร่หายากที่สำคัญต่ออุตสาหกรรมพลังงานสะอาดถึงร้อยละ 80 ทำให้สหรัฐอเมริกาและยุโรปต้องเร่งหาพันธมิตรใหม่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และนี่คือโอกาสของประเทศไทย ที่กำลังก้าวสู่การเป็นฐานผลิตหลักของรถยนต์ EV ที่มีค่ายรถยนต์จากประเทศต่าง ๆ เข้ามาตั้งฐานผลิต จากข้อมูลของบีโอไอ พบว่า ปัจจุบันมีโครงการผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารวมทุกค่าย และทุกประเภท รวม 28 โครงการ 22 บริษัท มูลค่าลงทุนรวมประมาณ 78,000 ล้านบาท และมีกำลังการผลิตรวมกว่า 880,000 คัน</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38793" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/boi-clean-energy-01.jpg" alt="บีโอไอส่งเสริมพลังงานสะอาด โอกาสที่มาพร้อมกับความยั่งยืน" width="740" height="459" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/boi-clean-energy-01.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/boi-clean-energy-01-300x186.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/boi-clean-energy-01-150x93.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/boi-clean-energy-01-500x310.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<h3>ไทยฮับพลังงานสะอาดในอาเซียน</h3>
<p>ประเทศไทยดำเนินนโยบายสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และตั้งเป้าหมายก้าวสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ในปี 2050 และปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ในปี 2065 เพื่อสร้างอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ ขณะที่แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของไทย ปี 2567 &#8211; 2580 (Power Development Plan หรือ PDP2024) ได้ตั้งเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดเป็นไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 เพื่อตอบโจทย์การเปลี่ยนผ่านไปสู่อุตสาหกรรมสีเขียว ปัจจุบันไทยมีการผลิตพลังงานสะอาดในประเทศ คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 26 ของกำลังการผลิตไฟฟ้ารวม และจากการจัดอันดับ SDG Index ในปี 2566 ที่ผ่านมา ไทยอยู่ที่อันดับ 43 ของโลก เป็นอันดับ 1 ในอาเซียน โดยได้คะแนนความก้าวหน้าในด้านพลังงานสะอาดสูงสุดในภูมิภาค</p>
<p>ความพร้อมด้านพลังงานสะอาด เป็นจุดแข็งที่โดดเด่นที่สุด ในการดึงดูดนักลงทุนต่างชาติให้มาลงทุนและตั้งฐานผลิตในประเทศไทย ในส่วนของหน่วยงานภาครัฐอย่างบีโอไอ ที่ให้การส่งเสริมการลงทุนก็มีประเภทกิจการส่งเสริมการลงทุนในด้านพลังงานสะอาด เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านของภาคอุตสาหกรรมไปสู่การลงทุนสีเขียว โดยให้ความสำคัญกับการสร้างระบบนิเวศเพื่อความยั่งยืนด้านพลังงาน เพิ่มความแข็งแกร่งให้ไทยสามารถพึ่งพาตัวเองได้ เพื่อลดความเสี่ยงในวิกฤตด้านพลังงานในอนาคต โดยสถิติการขอรับการส่งเสริมในกิจการพลังงานสะอาด นับตั้งแต่ปี 2558 – มีนาคม 2568 มีโครงการยื่นขอรับการส่งเสริมรวมกว่า 2,900 โครงการ รวมมูลค่ากว่า 560,000 ล้านบาท แบ่งตามประเภทกิจการ ดังนี้</p>
<p>&#8211; กิจการผลิตพลังงานไฟฟ้า หรือพลังงานไฟฟ้าและไอน้ำจากขยะ หรือเชื้อเพลิงจากขยะ มีจำนวนกว่า 80 โครงการ มูลค่าลงทุนกว่า 110,000 ล้านบาท</p>
<p>&#8211; กิจการผลิตพลังงานไฟฟ้า หรือพลังงานไฟฟ้าและไอน้ำจากพลังงานหมุนเวียน เช่น แสงอาทิตย์ ลม ชีวมวล ก๊าซชีวภาพ เป็นต้น มีจำนวนกว่า 2,800 โครงการ มูลค่าลงทุนกว่า 320,000 ล้านบาท</p>
<p>&#8211; กิจการผลิตพลังงานไฟฟ้า หรือพลังงานไฟฟ้าและไอน้ำจากพลังงานอื่น ๆ มีจำนวนกว่า 30 โครงการ มูลค่าลงทุนกว่า 120,000 ล้านบาท</p>
<p><strong>นอกจากนี้ บีโอไอยังได้ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต โดยหันมาใช้พลังงานทดแทน ตามมาตรการยกระดับอุตสาหกรรมสู่ Smart and Sustainable Industry โดยตั้งแต่ปี 2558 – มีนาคม 2568 มีจำนวนกว่า 2,400 โครงการ มูลค่ากว่า 220,000 ล้านบาท ถือเป็นการส่งเสริมการดำเนินธุรกิจสีเขียวตลอดห่วงโซ่อุปทานตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาส ลดความเสี่ยง และยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของธุรกิจตอบโจทย์การดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/boi-clean-energy/">บีโอไอส่งเสริมพลังงานสะอาด โอกาสที่มาพร้อมกับความยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/boi-clean-energy/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วว. พัฒนาเทคโนโลยีผลิตถ่านคาร์บอนจากของเหลือทิ้งกาแฟ สร้างอาชีพ พลังงานทดแทน ลดก๊าซเรือนกระจก</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/activated-carbon-coffee-2/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/activated-carbon-coffee-2/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 19 Mar 2025 06:08:33 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Technology & Innovation]]></category>
		<category><![CDATA[ของเหลือทิ้งกาแฟ]]></category>
		<category><![CDATA[ถ่านคาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานทดแทน]]></category>
		<category><![CDATA[ลดก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=38423</guid>

					<description><![CDATA[<p>“กาแฟ” เป็นเครื่องดื่มยอดนิยมที่ผู้คนทั่วโลกต่างหลงใหล ด้วยรสชาติที่เข้มข้นทำให้ร่างกายสดชื่น กระปรี้กระเปร่า ไม่ว่าจะดื่มในตอนเช้าหรือบ่าย ส่งผลให้อุตสาหกรรมกาแฟเติบโตอย่างรวดเร็ว เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค โดยการบริโภคกาแฟของโลกมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเฉลี่ย 1.9% ต่อปี ทว่าในเบื้องหลังความหอมหวานของกาแฟนั้น ยังมีอีกด้านหนึ่งที่หลายคนอาจมองข้าม นั่นคือ ของเหลือทิ้งมหาศาลที่เกิดขึ้นจากกระบวนการผลิตและแปรรูปกาแฟ ตั้งแต่การปลูก การเก็บเกี่ยว การแปรรูป จนถึงการบริโภค ของเหลือทิ้งเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นเปลือกกาแฟเชอรี่ เนื้อเชอรี่ กะลากาแฟ และกากกาแฟ ล้วนเป็นปัญหาที่ท้าทายต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน โดยเฉพาะกะลากาแฟที่ย่อยสลายยาก ซึ่งจะใช้เวลานานกว่า 10 ปี ก่อให้เกิดปัญหามลพิษทางดินและน้ำ ส่วนเนื้อเชอรี่ที่เน่าเสียง่าย&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/activated-carbon-coffee-2/">วว. พัฒนาเทคโนโลยีผลิตถ่านคาร์บอนจากของเหลือทิ้งกาแฟ สร้างอาชีพ พลังงานทดแทน ลดก๊าซเรือนกระจก</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>“กาแฟ” เป็นเครื่องดื่มยอดนิยมที่ผู้คนทั่วโลกต่างหลงใหล ด้วยรสชาติที่เข้มข้นทำให้ร่างกายสดชื่น กระปรี้กระเปร่า ไม่ว่าจะดื่มในตอนเช้าหรือบ่าย ส่งผลให้อุตสาหกรรมกาแฟเติบโตอย่างรวดเร็ว เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค โดยการบริโภคกาแฟของโลกมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเฉลี่ย 1.9% ต่อปี</p>
<p><span id="more-38423"></span></p>
<p><strong>ทว่าในเบื้องหลังความหอมหวานของกาแฟนั้น ยังมีอีกด้านหนึ่งที่หลายคนอาจมองข้าม นั่นคือ ของเหลือทิ้งมหาศาลที่เกิดขึ้นจากกระบวนการผลิตและแปรรูปกาแฟ ตั้งแต่การปลูก การเก็บเกี่ยว การแปรรูป จนถึงการบริโภค ของเหลือทิ้งเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นเปลือกกาแฟเชอรี่ เนื้อเชอรี่ กะลากาแฟ และกากกาแฟ ล้วนเป็นปัญหาที่ท้าทายต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน โดยเฉพาะกะลากาแฟที่ย่อยสลายยาก ซึ่งจะใช้เวลานานกว่า 10 ปี ก่อให้เกิดปัญหามลพิษทางดินและน้ำ ส่วนเนื้อเชอรี่ที่เน่าเสียง่าย จะส่งกลิ่นเหม็น ก่อให้เกิดปัญหามลพิษทางน้ำอีกด้วย</strong></p>
<p>จากโจทย์ปัญหาดังกล่าว <strong>กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมหุ่นยนต์และเครื่องจักรกลอัตโนมัติ (ศนย.) สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.)</strong> จึงได้วิจัยและพัฒนา <strong>“เทคโนโลยีผลิตถ่านคาร์บอนจากของเหลือทิ้งกาแฟ” เพื่อนำของเหลือทิ้งมาใช้ประโยชน์ แทนที่จะปล่อยให้เป็นภาระต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน โดยเฉพาะกะลากาแฟซึ่งมีคุณสมบัติที่เหมาะสมในการแปรรูปเป็นถ่านคาร์บอน มีคุณสมบัติ ให้ความร้อนสูง ติดไฟง่าย เผาไหม้ได้นาน ไม่แตกประทุและไม่มีควัน</strong></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38428" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/activated-carbon-coffee-05.jpg" alt="ของเหลือทิ้งกาแฟ" width="740" height="386" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/activated-carbon-coffee-05.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/activated-carbon-coffee-05-300x156.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/activated-carbon-coffee-05-150x78.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/activated-carbon-coffee-05-500x261.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>การผลิตถ่านคาร์บอนจากของเหลือทิ้งแปรรูปกาแฟดังกล่าว มุ่งเน้นนำของเหลือทิ้ง เช่น เปลือกกะลากาแฟ และเปลือกกาแฟเชอรี่ มาใช้เป็นวัตถุดิบหลัก โดยการออกแบบ พร้อมจำลองสถานการณ์ (Simulation) การเผาไหม้ผ่านโปรแกรมคอมพิวเตอร์ รวมทั้งทดสอบการกระจายตัวของความเร็วอากาศภายในเตาเผา เพื่อสร้างเตาเผาถ่านคาร์บอนต้นแบบซึ่งมีรูปทรงที่เหมาะสมในการเพิ่มและควบคุมกระบวนการเผาไหม้ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด นอกจากนี้ยังพัฒนาสูตรผสมและกระบวนการอัดขึ้นรูป เพื่อผลิตถ่านอัดแท่งที่มีคุณภาพสูง ลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติและสร้างรายได้เสริมให้กับชุมชน​</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38429" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/activated-carbon-coffee-06.jpg" alt="วว. พัฒนาเทคโนโลยีผลิตถ่านคาร์บอนจากของเหลือทิ้งกาแฟ" width="780" height="309" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/activated-carbon-coffee-06.jpg 780w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/activated-carbon-coffee-06-300x119.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/activated-carbon-coffee-06-768x304.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/activated-carbon-coffee-06-150x59.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/activated-carbon-coffee-06-500x198.jpg 500w" sizes="(max-width: 780px) 100vw, 780px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38427" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/activated-carbon-coffee-04.jpg" alt="วว. พัฒนาเทคโนโลยีผลิตถ่านคาร์บอนจากของเหลือทิ้งกาแฟ" width="780" height="387" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/activated-carbon-coffee-04.jpg 780w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/activated-carbon-coffee-04-300x149.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/activated-carbon-coffee-04-768x381.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/activated-carbon-coffee-04-150x74.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/activated-carbon-coffee-04-500x248.jpg 500w" sizes="(max-width: 780px) 100vw, 780px" /></p>
<p>โดย วว. ดำเนินการวิจัยและพัฒนา<strong> “เทคโนโลยีผลิตถ่านคาร์บอนจากของเหลือทิ้งกาแฟ” </strong>ดังนี้</p>
<p>1) ศึกษาและสำรวจข้อมูล เริ่มต้นด้วยการสำรวจปริมาณของเหลือทิ้ง เช่น กะลากาแฟ และกะลากาแฟผสมเนื้อเชอรี่ เพื่อใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิต</p>
<p>2) ออกแบบเตาเผาและจำลองสถานการณ์ด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ เพื่อจำลองทิศทางและความเร็วของอากาศในเตาเผา โดยเปรียบเทียบการกระจายตัวของความเร็วอากาศสองรูปแบบ เพื่อหาค่ารูปแบบอุณหภูมิที่เหมาะสม</p>
<p>3) ทดสอบและปรับปรุงประสิทธิภาพ โดยทดสอบประสิทธิภาพทั้งเตาเผา เครื่องบดผสม และเครื่องอัดถ่านคาร์บอน เพื่อให้มั่นใจในคุณภาพและประสิทธิภาพของกระบวนการ รวมทั้งปรับปรุงตามผลการทดสอบเพื่อให้ได้ผลผลิตที่ตรงตามมาตรฐาน</p>
<p>4) ถ่ายทอดเทคโนโลยี  ถ่ายทอดความรู้และทักษะการผลิตถ่านคาร์บอนให้กับกลุ่มวิสาหกิจชุมชน เพื่อเพิ่มมูลค่าจากของเหลือทิ้งและสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนอย่างยั่งยืน​</p>
<p><strong>“เทคโนโลยีผลิตถ่านคาร์บอนจากของเหลือทิ้งกาแฟ” </strong>ประกอบด้วย</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38431" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/activated-carbon-coffee-08.jpg" alt="เตาเผาถ่าน" width="544" height="543" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/activated-carbon-coffee-08.jpg 544w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/activated-carbon-coffee-08-300x300.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/activated-carbon-coffee-08-150x150.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/activated-carbon-coffee-08-500x500.jpg 500w" sizes="(max-width: 544px) 100vw, 544px" /></p>
<ol>
<li><strong>ต้นแบบเตาเผาถ่าน</strong> ที่มีประสิทธิภาพในการแปรรูปวัสดุเหลือทิ้ง เช่น กะลากาแฟและ กะลากาแฟผสมเนื้อเชอรี่ ให้กลายเป็นถ่านอัดแท่งที่มีคุณภาพสูง</li>
<li><strong>ช่วยลดปัญหาสิ่งแวดล้อม</strong> ถ่านคาร์บอนที่ผลิตได้สามารถใช้เป็นพลังงานทดแทน ลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลและไม้ฟืน ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ทั้งยังช่วยจัดการของเสียจากการแปรรูปกาแฟอย่างยั่งยืนในชุมชน</li>
<li><strong> เตาเผาถ่านคาร์บอน</strong> สามารถผลิตถ่านคาร์บอนสูงสุดได้ 15 กิโลกรัมต่อการเผา 1 ครั้ง โดยเวลาเฉลี่ยในการเผาต่อเตาอยู่ที่ 1 ชั่วโมง</li>
<li>นอกจากการออกแบบและสร้างต้นแบบเตาเผาถ่านคาร์บอนแล้ว ยังมี<strong>การพัฒนาเครื่องบดผสมและเครื่องอัดถ่านจากวัสดุเหลือทิ้ง</strong> ทำให้การใช้งานตอบโจทย์ได้ครบวงจร</li>
</ol>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38430" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/activated-carbon-coffee-07.jpg" alt="ถ่านคาร์บอน" width="740" height="483" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/activated-carbon-coffee-07.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/activated-carbon-coffee-07-300x196.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/activated-carbon-coffee-07-150x98.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/activated-carbon-coffee-07-500x326.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>วว. ได้นำร่องถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีการผลิตถ่านคาร์บอนให้กับชุมชนที่เป็นผู้ปลูกและแปรรูปกาแฟในพื้นที่ภาคเหนือ เช่น <strong>วิสาหกิจชุมชนกาแฟดอยหลวง จังหวัดเชียงราย </strong>(มีกำลังการผลิตกาแฟเฉลี่ย 500 ตัน/ปี) <strong>และกาแฟเทพเสด็จ จังหวัดเชียงใหม่</strong> (มีกำลังการผลิตกาแฟเฉลี่ย 300 ตัน/ปี) <strong>โดยทั้งสองชุมชนมีปริมาณของเหลือทิ้งเฉลี่ย 160 ตัน/ปี </strong>เพื่อนำไปผลิตเป็นเชื้อเพลิงทดแทนในท้องถิ่น สร้างอาชีพและรายได้ใหม่ให้กับชุมชน ซึ่งเป็นการเสริมสร้างเศรษฐกิจในชุมชนอย่างยั่งยืน</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38425" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/activated-carbon-coffee-01.jpg" alt="ถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีการผลิตถ่านคาร์บอนให้กับชุมชน" width="780" height="526" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/activated-carbon-coffee-01.jpg 780w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/activated-carbon-coffee-01-300x202.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/activated-carbon-coffee-01-768x518.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/activated-carbon-coffee-01-150x101.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/activated-carbon-coffee-01-500x337.jpg 500w" sizes="(max-width: 780px) 100vw, 780px" /></p>
<p>โดยทั้งสองกลุ่มวิสาหกิจชุมชนดังกล่าว ได้รับประโยชน์จากการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตถ่านคาร์บอนโดยตรง ทำให้สามารถนำของเหลือทิ้งจากกระบวนการผลิตกาแฟมาสร้างมูลค่าเพิ่มได้ ช่วยสร้างอาชีพเสริมและรายได้ที่มั่นคง  ลดปัญหาการสะสมของของเสียและลดค่าใช้จ่ายในการกำจัดขยะ รวมทั้งลดการใช้ไม้ฟืนและแก๊สหุงต้มในชุมชน ลดการตัดไม้และการปล่อยก๊าซเรือนกระจก</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38426 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/activated-carbon-coffee-02-e1742360032155.jpg" alt="ถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีการผลิตถ่านคาร์บอนให้กับชุมชน" width="510" height="479" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/activated-carbon-coffee-02-e1742360032155.jpg 510w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/activated-carbon-coffee-02-e1742360032155-300x282.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/activated-carbon-coffee-02-e1742360032155-150x141.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/activated-carbon-coffee-02-e1742360032155-500x470.jpg 500w" sizes="(max-width: 510px) 100vw, 510px" /></p>
<p><strong>ปัจจุบัน วว. ได้ยื่นจดอนุสิทธิบัตรการออกแบบเตาเผาถ่านคาร์บอนจากกะลากาแฟแล้ว รวมทั้งได้ทำการทดสอบและปรับปรุงอุปกรณ์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตถ่านคุณภาพสูงที่สอดคล้องกับมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน (มผช.) โดยในอนาคต วว. มุ่งขยายผลการดำเนินงานนี้ซึ่งมีศักยภาพในการพัฒนาเป็นแหล่งพลังงานทดแทนในชุมชนต่าง ๆ ของประเทศให้ยั่งยืนต่อไป</strong></p>
<p>สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและรับบริการจาก ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมหุ่นยนต์และเครื่องจักรกลอัตโนมัติ วว. ติดต่อได้ที่ call center โทร. 0 2577 9000   หรือที่ระบบบริการลูกค้า  “ วว. JUMP “</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/activated-carbon-coffee-2/">วว. พัฒนาเทคโนโลยีผลิตถ่านคาร์บอนจากของเหลือทิ้งกาแฟ สร้างอาชีพ พลังงานทดแทน ลดก๊าซเรือนกระจก</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/activated-carbon-coffee-2/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“หาดทิพย์” รุกตลาดขวดแก้วคืนขวดรุ่นใหม่ จุดกระแสลดการใช้พลาสติก ตั้งเป้าปี’68 ใช้พลังงานทดแทน 25% ในกระบวนการผลิต</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/htc-2568/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/htc-2568/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 14 Mar 2025 09:00:32 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<category><![CDATA[ขวดแก้วแบบคืนขวด]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานทดแทน]]></category>
		<category><![CDATA[ลดการใช้พลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[หาดทิพย์]]></category>
		<category><![CDATA[เป้าหมายความยั่งยืน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=38382</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ : บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) หรือ HTC เปิดแผนรุกตลาดปี 2568 ตั้งเป้ารายได้จากยอดขายที่ 8,700 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโตของรายได้ที่ 5-7% พร้อมเตรียมจ่ายเงินปันผลงวดสุดท้ายของปี 2567 อีก 0.57 บาท ตอกย้ำความเป็นหุ้นปันผลแกร่งที่มีอัตราผลตอบแทนเงินปันผล (Dividend Yield) ที่ 6% มั่นใจรายได้จะเติบโตต่อเนื่องสู่เป้าหมาย 15,000 ล้านบาทภายในปี 2575  ด้วยการรักษาความเป็นผู้นำในตลาดเครื่องดื่มน้ำอัดลมภาคใต้&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/htc-2568/">“หาดทิพย์” รุกตลาดขวดแก้วคืนขวดรุ่นใหม่ จุดกระแสลดการใช้พลาสติก ตั้งเป้าปี’68 ใช้พลังงานทดแทน 25% ในกระบวนการผลิต</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ <strong>:</strong> <strong>บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน)</strong> <strong>หรือ HTC</strong> เปิดแผนรุกตลาดปี 2568 ตั้งเป้ารายได้จากยอดขายที่ 8,700 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโตของรายได้ที่ 5-7% พร้อมเตรียมจ่ายเงินปันผลงวดสุดท้ายของปี 2567 อีก 0.57 บาท ตอกย้ำความเป็นหุ้นปันผลแกร่งที่มีอัตราผลตอบแทนเงินปันผล (Dividend Yield) ที่ 6% มั่นใจรายได้จะเติบโตต่อเนื่องสู่เป้าหมาย 15,000 ล้านบาทภายในปี 2575  ด้วยการรักษาความเป็นผู้นำในตลาดเครื่องดื่มน้ำอัดลมภาคใต้ และสร้างความเติบโตในกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มไม่อัดลม รวมทั้งออกนวัตกรรมใหม่ๆ ที่โดนใจผู้บริโภคจากโคคา-โคล่า พร้อมขับเคลื่อนเป้าหมายด้านความยั่งยืนเพื่อสร้างธุรกิจที่เติบโต ควบคู่ไปกับการพัฒนาสังคมและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม</p>
<p><span id="more-38382"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38384" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/HTC-2568-02.jpg" alt="พลตรี พัชร รัตตกุล" width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/HTC-2568-02.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/HTC-2568-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/HTC-2568-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/HTC-2568-02-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">พลตรี พัชร รัตตกุล</span> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร</strong> <strong>บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) หรือ HTC</strong> ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มในเครือโคคา-โคล่าในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ กล่าวถึงแผนธุรกิจในปี 2568 ว่า นับเป็นอีกหนึ่งปีที่บริษัทฯ เติบโตอย่างมีศักยภาพ โดยบริษัทฯ ตั้งเป้าอัตราการเติบโตของยอดขายที่ 5-7% และมีรายได้รวมที่ 8,700 ล้านบาท  ในปี 2567 บริษัทฯ สามารถรักษาการเติบโตไว้ได้ในอัตรา 4 % ส่งผลให้บริษัทฯ มีกำไรสุทธิเท่ากับ 602 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4 ล้านบาท หรือประมาณ 0.6 % เมื่อเทียบกับปี 2566 โดยคณะกรรมการบริษัทฯ ได้มีมติเมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2568 ให้จ่ายเงินปันผลงวดสุดท้ายของปี 2567 ในอัตรา 0.57 บาทต่อหุ้น ซึ่งเมื่อรวมกับเงินปันผลระหว่างกาลที่ได้จ่ายไปแล้วตั้งแต่เมื่อเดือนกันยายน 2567 ที่อัตรา 0.48 บาทต่อหุ้น เท่ากับบริษัทฯ ได้จ่ายเงินปันผลรวมสำหรับปี 2567 ในอัตรา 1.05 บาทต่อหุ้น และมีอัตราผลตอบแทนเงินปันผลอยู่ในระดับ 6%</p>
<p>“เราเชื่อมั่นว่าปี 2568 จะเป็นปีที่ดีอีกปีหนึ่งของหาดทิพย์ จากการศึกษาของธนาคารแห่งประเทศไทยคาดว่าเศรษฐกิจภาคใต้จะขยายตัวมากขึ้นในช่วง 3.1-4.1 % จากผลผลิตทางการเกษตรที่กลับมาขยายตัว ขณะที่ภาคการท่องเที่ยวและบริการที่เกี่ยวเนื่อง รวมถึงการผลิตเพื่อส่งออกจะขยายตัวตาม อุปสงค์ต่างประเทศที่ปรับดีขึ้น ทำให้กำลังซื้อของผู้บริโภคปรับตัวดีขึ้นตามไปด้วย ในฐานะผู้นำตลาดเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ในภาคใต้ เราจะเดินหน้าพัฒนาการปฏิบัติการในตลาดให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในช่องทางที่กำลังเติบโตรวดเร็วอย่างกลุ่มโรงแรม ร้านอาหาร และคาเฟ่ (HoReCa) ซึ่งเหมาะสำหรับผลิตภัณฑ์ขวดแก้วคืนขวดรุ่นใหม่ของเรา และยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมากจากกระแสการลดใช้พลาสติกของลูกค้าและภาพลักษณ์ที่ดูพรีเมียมของขวดแก้ว ซึ่งเป็นบรรจุภัณฑ์ที่คู่แข่งหลักของเราไม่มี” ” <strong>พลตรี พัชร</strong> กล่าว</p>
<p>นอกจากนี้ บริษัทฯ จะจับมือกับโคคา-โคล่าสร้างความเติบโตจากผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ โดยเฉพาะในกลุ่มผลิตภัณฑ์ไม่มีน้ำตาลซึ่งเติบโตอย่างรวดเร็วต่อเนื่องมาหลายปี และยังคิดเป็นเพียง 5% ของยอดขายทั้งหมด ซึ่งหมายถึงยังมีโอกาสในการเติบโตได้อีกมาก โดยล่าสุด ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ คือ ‘โค้ก’ ซีโร่ กลิ่นวานิลลา ซึ่งได้รับการตอบรับจากตลาดเป็นอย่างดี</p>
<figure id="attachment_38385" aria-describedby="caption-attachment-38385" style="width: 750px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-38385" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/HTC-2568-03.jpg" alt="อัมริท คุมาร์ เซรสธา " width="750" height="500" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/HTC-2568-03.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/HTC-2568-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/HTC-2568-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/HTC-2568-03-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /><figcaption id="caption-attachment-38385" class="wp-caption-text">อัมริท คุมาร์ เซรสธา ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) หรือ HTC</figcaption></figure>
<p>สำหรับแผนงานระยะกลางและระยะยาว บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายที่จะขยายการเติบโตและรักษาความเป็นผู้นำในตลาดเครื่องดื่มพร้อมดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ (Non-alcoholic Ready-to-Drink: NARTD) ในพื้นที่ภาคใต้ให้ได้อย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบัน บริษัทฯ สามารถครองส่วนแบ่งการตลาดเครื่องดื่มพร้อมดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ในพื้นที่ภาคใต้  25 % และมีเป้าหมายจะเพิ่มสัดส่วนนี้ให้ได้ถึง 30% ภายในปี 2570 และเพิ่มเป็น 35 % ภายในปี 2575</p>
<p><strong>พลตรี พัชร</strong> กล่าวว่า บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับนโยบายด้านความยั่งยืนเพื่อมุ่งสร้างธุรกิจที่เติบโตควบคู่ไปกับการพัฒนาสังคมและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยในปีนี้ตั้งเป้าจะเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานจากแหล่งพลังงานทดแทน ได้แก่ โซลาร์เซลล์ให้ได้ถึง 25% ของการใช้พลังงานทั้งหมดในกระบวนการผลิต เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) ภายในปี 2593</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38386" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/HTC-2568-04.jpg" alt="เป้าหมายความยั่งยืนด้านบรรจุภัณฑ์" width="750" height="475" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/HTC-2568-04.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/HTC-2568-04-300x190.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/HTC-2568-04-150x95.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/HTC-2568-04-500x317.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>ส่วนเป้าหมายความยั่งยืนด้านบรรจุภัณฑ์นั้น นอกจากการมุ่งสร้างธุรกิจขวดแก้วให้เติบโตเพื่อลดการพึ่งพาบรรจุภัณฑ์พลาสติกแล้ว บริษัทฯ ยังมุ่งมั่นในการทำงานร่วมกับโคคา-โคล่าและองค์กรพันธมิตรเพื่อจัดเก็บบรรจุภัณฑ์ในพื้นที่ภาคใต้และนำกลับมารีไซเคิลใช้ใหม่ (Collection for Recycling) โดยในขณะนี้ บริษัทฯ กำลังอยู่ในระหว่างการหารือกับโคคา-โคล่าและองค์กรพันธมิตรเพื่อกำหนดเป้าหมายและกรอบระยะเวลาที่เหมาะสม โดยคาดว่าจะเปิดตัวโครงการได้ภายในปีนี้</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38387" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/HTC-2568-05.jpg" alt="ขวดแก้วแบบคืนขวด" width="750" height="499" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/HTC-2568-05.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/HTC-2568-05-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/HTC-2568-05-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/HTC-2568-05-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>“ขวดแก้วแบบคืนขวดทำหน้าที่ดีในบริบทของเราในพื้นที่  14 จังหหวัดภาคใต้ ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยว  ในแง่ธุรกิจ ช่วยเพิ่มกำไรให้ลูกค้าและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม  โดยบรรจุภัณฑ์แบบขวดแก้วดื่มแล้วรสชาติดีกว่าขวดพลาสติกและกระป๋อง   มีโอกาสเติบโตจากขวดแก้วแบบคืนขวด เราต้องการเห็นบรรจุภัณฑ์แบบขวดแก้วแล้วคืนใน 200 กว่าเกาะของไทย เพื่อลดปริมาณขยะพลาสติกในไทย แม้ว่าจะต้องเพิ่มค่าขนส่งโลจิสติกส์ก็ตาม นอกจากนี้มีการใช้ Paper Label เป็นฉลากกระดาษที่ย่อยสลายได้สำหรับขวดแก้วแบบคืนขวด พร้อมผลักดันโครงการ World Without Waste ร่วมกับโคคา โคล่า โดยจัดเก็บขยะมารีไซเคิลทั่วโลก  และเดินหน้ามุ่งสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) ภายในปี 2593  โดยหาดทิพย์จะยืนหยัดทำธุรกิจเคียงคู่กับสังคมภาคใต้และสังคมไทยด้วยการเติบโตอย่างแข็งแกร่งและรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ” <strong>พลตรี พัชร</strong> กล่าวทิ้งท้าย</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/htc-2568/">“หาดทิพย์” รุกตลาดขวดแก้วคืนขวดรุ่นใหม่ จุดกระแสลดการใช้พลาสติก ตั้งเป้าปี’68 ใช้พลังงานทดแทน 25% ในกระบวนการผลิต</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/htc-2568/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>จัดการความปลอดภัยทางไซเบอร์ในพลังงานทดแทน เพื่อรักษาความมั่นคงด้านพลังงานในอนาคต</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/addressing-cyber-security-in-solar-to-safeguard-future-energy-security/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/addressing-cyber-security-in-solar-to-safeguard-future-energy-security/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 24 Oct 2024 06:38:28 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Highlight Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Solar Energy]]></category>
		<category><![CDATA[SolarEdge]]></category>
		<category><![CDATA[ความปลอดภัยทางไซเบอร์]]></category>
		<category><![CDATA[ความมั่นคงด้านพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานทดแทน]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบพลังงานแสงอาทิตย์]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบไฟฟ้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=35586</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในขณะที่พลังงานทดแทนเป็นส่วนสำคัญในการบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ในอนาคต แต่ความจริงก็คือยังมีงานอีกมากที่ต้องทำเพื่อให้แน่ใจว่าพลังงานทดแทนสามารถเป็นแหล่งพลังงานที่เชื่อถือได้ ด้วยการสนับสนุนพลังงานแสงอาทิตย์ให้เป็นหนึ่งในแหล่งพลังงานหลักของโลกในอนาคต Uri Sadot ผู้จัดการโครงการความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่ SolarEdge Technologies และผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์มานาน ได้อธิบายว่าเหตุใดจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งที่จะต้องให้ความสำคัญกับความปลอดภัยทางไซเบอร์มากขึ้นในหมู่ผู้ขาย, ธุรกิจเชิงพาณิชย์, ผู้ดำเนินการระบบไฟฟ้า, และรัฐบาล เพื่อรักษาความมั่นคงด้านพลังงานในอนาคต การเติบโตอย่างรวดเร็วของพลังงานแสงอาทิตย์ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาทำให้พลังงานแสงอาทิตย์กลายเป็นส่วนประกอบที่สำคัญยิ่งขึ้นของภูมิทัศน์พลังงานโลก โดยเสนอแหล่งพลังงานสะอาดให้แก่เจ้าของบ้านและธุรกิจเพื่อลดค่าไฟฟ้า ขณะเดียวกันก็ช่วยให้ผู้ดำเนินการระบบไฟฟ้าสามารถใช้ประโยชน์จากแหล่งพลังงานกระจายตัวขนาดใหญ่เพื่อสนับสนุนระบบไฟฟ้า ในปี พ.ศ. 2565 มีการใช้ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทั่วโลกมากกว่า 1,300 เทราวัตต์ชั่วโมง คิดเป็นมากกว่าร้อยละห้าของการใช้ไฟฟ้าทั่วโลก[1] ตั้งแต่นั้นมา เราได้เห็นปัจจัยหลายอย่างเร่งการติดตั้งพลังงานแสงอาทิตย์ให้เร็วขึ้น โดยอัตราการติดตั้งพลังงานแสงอาทิตย์เพิ่มขึ้นเกือบสองเท่าทุกปี ความต้องการพลังงานของระบบไฟฟ้าไม่เคยสูงขนาดนี้มาก่อน และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นต่อไป เนื่องจากโลกกำลังเปลี่ยนผ่านจากเชื้อเพลิงฟอสซิลไปสู่การใช้ไฟฟ้าและแอปพลิเคชั่นอื่นๆ&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/addressing-cyber-security-in-solar-to-safeguard-future-energy-security/">จัดการความปลอดภัยทางไซเบอร์ในพลังงานทดแทน เพื่อรักษาความมั่นคงด้านพลังงานในอนาคต</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong><em>ในขณะที่พลังงานทดแทนเป็นส่วนสำคัญในการบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ในอนาคต แต่ความจริงก็คือยังมีงานอีกมากที่ต้องทำเพื่อให้แน่ใจว่าพลังงานทดแทนสามารถเป็นแหล่งพลังงานที่เชื่อถือได้ ด้วยการสนับสนุนพลังงานแสงอาทิตย์ให้เป็นหนึ่งในแหล่งพลังงานหลักของโลกในอนาคต </em><em>Uri Sadot </em><em>ผู้จัดการโครงการความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่ </em><em>SolarEdge Technologies </em><em>และผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์มานาน ได้อธิบายว่าเหตุใดจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งที่จะต้องให้ความสำคัญกับความปลอดภัยทางไซเบอร์มากขึ้นในหมู่ผู้ขาย, ธุรกิจเชิงพาณิชย์, ผู้ดำเนินการระบบไฟฟ้า, และรัฐบาล เพื่อรักษาความมั่นคงด้านพลังงานในอนาคต</em></strong></p>
<p><span id="more-35586"></span></p>
<p>การเติบโตอย่างรวดเร็วของพลังงานแสงอาทิตย์ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาทำให้พลังงานแสงอาทิตย์กลายเป็นส่วนประกอบที่สำคัญยิ่งขึ้นของภูมิทัศน์พลังงานโลก โดยเสนอแหล่งพลังงานสะอาดให้แก่เจ้าของบ้านและธุรกิจเพื่อลดค่าไฟฟ้า ขณะเดียวกันก็ช่วยให้ผู้ดำเนินการระบบไฟฟ้าสามารถใช้ประโยชน์จากแหล่งพลังงานกระจายตัวขนาดใหญ่เพื่อสนับสนุนระบบไฟฟ้า ในปี พ.ศ. 2565 มีการใช้ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทั่วโลกมากกว่า 1,300 เทราวัตต์ชั่วโมง คิดเป็นมากกว่าร้อยละห้าของการใช้ไฟฟ้าทั่วโลก<a href="#_ftn1" name="_ftnref1">[1]</a> ตั้งแต่นั้นมา เราได้เห็นปัจจัยหลายอย่างเร่งการติดตั้งพลังงานแสงอาทิตย์ให้เร็วขึ้น โดยอัตราการติดตั้งพลังงานแสงอาทิตย์เพิ่มขึ้นเกือบสองเท่าทุกปี</p>
<p>ความต้องการพลังงานของระบบไฟฟ้าไม่เคยสูงขนาดนี้มาก่อน และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นต่อไป เนื่องจากโลกกำลังเปลี่ยนผ่านจากเชื้อเพลิงฟอสซิลไปสู่การใช้ไฟฟ้าและแอปพลิเคชั่นอื่นๆ ที่มีความต้องการพลังงานสูง ไม่ว่าจะเป็นการดิจิทัลไลซ์, ศูนย์ข้อมูล, และการเติบโตของปัญญาประดิษฐ์ รวมถึงการขยายตัวของรถยนต์ไฟฟ้าและเครื่องทำความร้อนแบบปั๊มความร้อน รัฐบาลทั่วโลกกำลังเร่งดำเนินการเพื่อให้บรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ ขณะเดียวกัน สงครามยูเครนก็ได้นำไปสู่การตื่นตัวทั่วโลกเกี่ยวกับภัยคุกคามต่อความมั่นคงด้านพลังงานเมื่อการพึ่งพาแหล่งพลังงานภายนอกประเทศ</p>
<p>ปัจจัยเหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยที่ผลักดันให้พลังงานทดแทน เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ กลายเป็นส่วนประกอบสำคัญของกลยุทธ์ด้านความมั่นคงด้านพลังงานในอนาคต อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาถึงการเปลี่ยนแปลงการพึ่งพาจากน้ำมันและก๊าซธรรมชาติไปสู่พลังงานทดแทน จะต้องมีการตั้งคำถามเกี่ยวกับความปลอดภัยของแหล่งพลังงานทดแทน ด้วยระบบเหล่านี้ที่เชื่อมต่อกับบ้าน, ธุรกิจ, และโครงสร้างพื้นฐานของระบบไฟฟ้า จึงจำเป็นต้องพิจารณาความปลอดภัยทางไซเบอร์ของระบบเหล่านี้ และผู้ที่มีสิทธิเข้าถึงระบบเหล่านี้</p>
<h2>ยุคใหม่ของภัยคุกคามทางไซเบอร์</h2>
<p>การพัฒนาของภัยคุกคามทางไซเบอร์ในระบบพลังงานแสงอาทิตย์มีความคล้ายคลึงกับการพัฒนาของภัยคุกคามทางไซเบอร์ในยุคอินเทอร์เน็ต หากเราได้ใช้เวลาในการออกแบบมาตรการพื้นฐานของอินเทอร์เน็ตให้ปลอดภัยทางไซเบอร์ตั้งแต่เริ่มต้น อุตสาหกรรมจะสามารถหลีกเลี่ยงค่าใช้จ่ายมหาศาลในการแก้ไขปัญหาภายหลัง ด้วยประสบการณ์ที่ได้เรียนรู้ อุตสาหกรรมพลังงานแสงอาทิตย์ควรออกแบบผลิตภัณฑ์ของตนให้มีการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์เป็นสิ่งสำคัญอันดับแรก ก่อนที่จะมีการใช้งานอย่างแพร่หลายและสายเกินไปที่จะป้องกันเหตุการณ์ทางไซเบอร์ที่ร้ายแรงหรือเผชิญกับค่าใช้จ่ายที่สูงมากในการปรับใช้มาตรการความปลอดภัยทางไซเบอร์แบบย้อนหลัง น่าเสียดายที่ในปัจจุบันมีคำสั่งหรือการกำกับดูแลเพียงเล็กน้อยในการบังคับใช้เรื่องนี้กับผู้ผลิตพลังงานแสงอาทิตย์</p>
<p>ความซับซ้อนของการโจมตีทางไซเบอร์เพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เช่น การโจมตีที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์, Botnet, และการโจมตีแบบ 0-day รวมถึงการโจมตีที่สนับสนุนโดยรัฐบาลซึ่งใช้เป็นเครื่องมือสำหรับการรุกรานทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยเครือข่ายพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานของระบบไฟฟ้าเป็นเป้าหมายที่อาจทำให้เกิดความเสียหายร้ายแรง เหตุการณ์ล่าสุด เช่น การโจมตีทางไซเบอร์ต่อบริษัทดาวเทียมสื่อสารรายใหญ่ระหว่างความขัดแย้งในยูเครน ส่งผลให้กังหันลมในเยอรมนีขนาด 11 กิกะวัตต์ถูกตัดการเชื่อมต่อ<a href="#_ftn2" name="_ftnref2">[2]</a> การโจมตีที่คล้ายกันนี้ยังมีเป้าหมายอยู่ที่แหล่งพลังงานทดแทนอื่นๆ เช่นเดียวกับสถานีไฟฟ้า เนื่องจากมีเหตุการณ์ในยูเครนที่สถานีไฟฟ้าหลายแห่งถูกโจมตี ส่งผลให้เกิดการตัดไฟฟ้าอย่างกว้างขวางในกรุงเคียฟ<a href="#_ftn3" name="_ftnref3">[3]</a></p>
<h2>ภัยคุกคามทางไซเบอร์ต่อระบบพลังงานแสงอาทิตย์</h2>
<p>อินเวอร์เตอร์เป็นส่วนประกอบสำคัญของระบบพลังงานแสงอาทิตย์ที่แปลงพลังงานที่ผลิตโดยแผงโซล่าร์ให้เป็นไฟฟ้าที่ใช้งานได้ นอกจากนี้ ยังเป็นส่วนที่เชื่อมต่อกับเครือข่ายพลังงานของบ้านหรือธุรกิจ รวมถึงระบบไฟฟ้าของประเทศ เมื่อประเทศต่างๆ พัฒนาไปสู่การใช้แหล่งพลังงานกระจายตัวมากขึ้นเพื่อสนับสนุนการรักษาเสถียรภาพของระบบไฟฟ้า หากไม่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยทางไซเบอร์ สิ่งนี้จะเปิดโอกาสให้เกิดการแฮ็กอินเวอร์เตอร์ ซึ่งอาจนำไปสู่การควบคุมและเปิดเผยแหล่งจ่ายพลังงานจากระยะไกล ไม่ว่าคุณจะเป็นเจ้าของบ้าน, เจ้าของธุรกิจ, หรือผู้ดำเนินการระบบไฟฟ้า ควรพิจารณาว่าใครบ้างที่มีสิทธิเข้าถึงอินเวอร์เตอร์เหล่านี้และตรวจสอบผู้ผลิตเทคโนโลยีด้วยความสำคัญอันดับแรกเกี่ยวกับความปลอดภัยทางไซเบอร์</p>
<p>ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เราได้เห็นผลกระทบที่ร้ายแรงของการขัดข้องของระบบไฟฟ้าเนื่องจากเหตุการณ์สภาพอากาศ เช่น อุณหภูมิเย็นจัดในรัฐเท็กซัสในปี พ.ศ. 2564 และคลื่นความร้อนในฤดูร้อนปี พ.ศ. 2565 ในรัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งส่งผลให้เกิดการตัดไฟฟ้าอย่างกว้างขวางที่ส่งผลกระทบต่อบ้านและธุรกิจหลายล้านแห่ง และทำให้เกิดความไม่มั่นคงด้านการดำรงชีวิตของผู้คน เมื่อระบบไฟฟ้าขัดข้อง การฟื้นฟูอาจใช้เวลาหลายวันหรือมากกว่านั้น หากเกี่ยวข้องกับการโจมตีทางไซเบอร์ อาจใช้เวลานานกว่านั้น เนื่องจากผู้ดำเนินการระบบไฟฟ้าต้องระบุสาเหตุและตำแหน่งของปัญหา ก่อนที่จะล้างผู้บุกรุกออกจากระบบ จากนั้นจึงสามารถเริ่มกระบวนการเริ่มต้นแบบดับไฟเพื่อฟื้นฟูระบบไฟฟ้าอย่างค่อยเป็นค่อยไป และนำทรัพย์สินกลับมาใช้งานอย่างระมัดระวังเพื่อรักษาสมดุลของอุปสงค์และอุปทานของระบบไฟฟ้า เมื่อผลกระทบของการโจมตีทางไซเบอร์ต่อระบบไฟฟ้าถูกอธิบายในแง่เหล่านี้ พลังงานแสงอาทิตย์ซึ่งคิดเป็นร้อยละห้าของการผลิตพลังงานทั่วโลกดูเหมือนจะมีความสำคัญมากขึ้น เน้นย้ำถึงความจำเป็นที่สำคัญในการให้ความสำคัญกับความปลอดภัยทางไซเบอร์ในระดับสูงสุด</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-35590" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Cyber-Security.jpg" alt="ความปลอดภัยทางไซเบอร์" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Cyber-Security.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Cyber-Security-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Cyber-Security-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Cyber-Security-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<h2>ต้องทำอะไรบ้างเพื่อให้ระบบโซล่าร์ปลอดภัยทางไซเบอร์มากขึ้น?</h2>
<p>การป้องกันการโจมตีทางไซเบอร์ที่ซับซ้อนและอัตโนมัติในปัจจุบันต้องอาศัยการตระหนักรู้ที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มเจ้าของบ้าน, ธุรกิจ, ผู้ดำเนินการระบบไฟฟ้า, และรัฐบาลเกี่ยวกับความแตกต่างอย่างมากของความปลอดภัยทางไซเบอร์ของผลิตภัณฑ์โซล่าร์จากแต่ละผู้ผลิต การทำความเข้าใจถึงความเสี่ยงที่เกิดขึ้นต่อความมั่นคงด้านพลังงาน จำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลงวิธีคิดในห่วงโซ่คุณค่าของพลังงานไปสู่แนวทาง &#8220;การป้องกันดีกว่าการรักษา&#8221; ซึ่งไม่ต่างจากมาตรการความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่แข็งแกร่งซึ่งถูกสร้างขึ้นในโทรศัพท์หรือรถยนต์เป็นมาตรฐาน</p>
<p>สิ่งนี้เริ่มต้นจากผู้ผลิตเอง ซึ่งในปัจจุบันส่วนใหญ่กำหนดระดับความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ของตนเองโดยอิสระโดยไม่มีการควบคุม ส่งผลให้เกิดความแตกต่างในมาตรฐาน สิ่งนี้เทียบเท่ากับผู้ผลิตรถยนต์ที่ตัดสินใจเกี่ยวกับมาตรฐานความปลอดภัยของตนเองโดยอิสระ ความสามารถทางเทคโนโลยีในการเพิ่มความปลอดภัยทางไซเบอร์ระหว่างการพัฒนาผลิตภัณฑ์มีอยู่ ดังนั้น จึงจำเป็นที่ผู้ขายต้องให้ความสำคัญกับการลงทุนในเทคโนโลยีเหล่านี้เหนือการลดต้นทุนและเพิ่มอัตรากำไร ควรจะเป็นเรื่องที่ไม่สามารถต่อรองได้ เช่นเดียวกับความปลอดภัยด้านไฟไหม้หรือความปลอดภัยด้านไฟฟ้า</p>
<p>การควบคุมของรัฐบาลมีความสำคัญในการบังคับใช้เรื่องนี้ โดยกำหนดมาตรฐานคุณภาพที่เข้มงวดสำหรับความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่อุตสาหกรรมต้องปฏิบัติตาม สิ่งนี้เริ่มต้นด้วยการบังคับใช้มาตรฐานความปลอดภัยทางไซเบอร์ขั้นพื้นฐานสำหรับอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อทั้งหมด รวมถึงทรัพยากรด้านพลังงานกระจายตัว (DERs) แต่ยังต้องแสวงหาการมีส่วนร่วมจากผู้ผลิตพลังงานแสงอาทิตย์ด้วยการดำเนินมาตรการความปลอดภัยทางกายภาพและทางซอฟต์แวร์ และความสามารถในการตรวจสอบความปลอดภัยควบคู่ไปกับแผนการบรรเทาผลกระทบจากการโจมตีทางไซเบอร์</p>
<p>การที่สหราชอาณาจักรเปิดตัวมาตรฐานความปลอดภัยทางไซเบอร์ PSTI เมื่อเร็วๆ นี้ได้สร้างบรรทัดฐานระดับโลก โดยกำหนดให้ผู้ผลิตอุปกรณ์อัจฉริยะที่เชื่อมต่อทั้งหมด ซึ่งรวมถึงอินเวอร์เตอร์พลังงานแสงอาทิตย์ ต้องปฏิบัติตามมาตรฐานดังกล่าวเกี่ยวกับความแข็งแรงของรหัสผ่าน, ระยะเวลาการสนับสนุน, และเอกสารทางเทคนิค ในยุโรป กฎหมายความยืดหยุ่นทางไซเบอร์ที่นำโดยคณะกรรมการยุโรป ซึ่งคาดว่าจะสรุปได้ในปลายปีนี้ คาดว่าจะกำหนดรายการข้อกำหนดด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่ยาวขึ้น เริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. 2570 ร่างกฎหมายนี้กล่าวถึงผลิตภัณฑ์ IoT หลายพันรายการ โดยอินเวอร์เตอร์พลังงานแสงอาทิตย์เป็นหนึ่งในนั้น แม้ว่านี่จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี แต่การปรับปรุงความปลอดภัยทางไซเบอร์ในระบบพลังงานแสงอาทิตย์จำเป็นต้องมีหมวดหมู่ทางกฎหมายและการมุ่งเน้นเป็นพิเศษ โดยเฉพาะในภูมิภาคที่พลังงานแสงอาทิตย์ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในแหล่งพลังงานหลักเพื่อลดการพึ่งพาน้ำมันและก๊าซจากต่างประเทศ ปัจจุบันสามารถเห็นแนวโน้มเชิงบวกบางอย่างในสหรัฐอเมริกา โดยสมาคมอุตสาหกรรมและห้องปฏิบัติการรับรองการผลิตได้ดำเนินการขั้นตอนแรกในการริเริ่มมาตรฐานการรับรอง</p>
<h3>บทสรุป</h3>
<p>ไม่ว่าจะเป็นพลังงานแสงอาทิตย์, พลังงานลม, หรือแหล่งพลังงานทดแทนอื่นๆ เป็นที่ชัดเจนว่าพลังงานสะอาดที่มีอยู่มากมายมีความสำคัญอย่างยิ่งในการปรับปรุงชีวิตของเราและสุขภาพของโลก อย่างไรก็ตาม เนื่องจากการบริโภคพลังงานทดแทนเพิ่มขึ้น การปรับปรุงความปลอดภัยของเทคโนโลยีพื้นฐานในขณะนี้ ก่อนที่จะสายเกินไป มีความสำคัญอย่างยิ่งในการรักษาความปลอดภัยด้านพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานของระบบไฟฟ้าจากภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้น แม้ว่าความเป็นไปได้ในการต้องใช้เทคโนโลยีเหล่านี้ในปัจจุบันจะยังน้อย แต่ก็มีไว้เพื่อบรรเทาผลกระทบที่ร้ายแรงหากเกิดเหตุการณ์ขึ้น ขณะที่รัฐบาลกำลังตื่นตัวต่อเรื่องนี้ การจัดการกับความปลอดภัยทางไซเบอร์ในพลังงานทดแทนจะไม่สามารถทำงานได้หากไม่มีความร่วมมือระหว่างประเทศ โดยเฉพาะในภูมิภาคยุโรปที่การค้าขายไฟฟ้าข้ามประเทศเป็นเรื่องปกติ กฎหมายจากระดับสูงสุดจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนจากแรงกดดันจากระดับล่าง ซึ่งต้องให้ทั้งเจ้าของบ้านและธุรกิจที่ลงทุนในพลังงานแสงอาทิตย์เรียกร้องมาตรฐานความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่สูงเป็นข้อกำหนดเบื้องต้น</p>
<p>มีคำกล่าวที่ได้รับการยอมรับมาอย่างยาวนานว่า การลงทุนในการป้องกันนั้นมีประสิทธิภาพมากกว่าการลงทุนในการรักษา</p>
<hr />
<p><a href="#_ftnref1" name="_ftn1">[1]</a> <a href="https://www.iea.org/energy-system/renewables/solar-pv" target="_blank" rel="noopener">https://www.iea.org/energy-system/renewables/solar-pv</a></p>
<p><a href="#_ftnref2" name="_ftn2">[2]</a> <a href="https://www.pv-magazine.com/2022/03/01/satellite-cyber-attack-paralyzes-11gw-of-german-wind-turbines/" target="_blank" rel="noopener">https://www.pv-magazine.com/2022/03/01/satellite-cyber-attack-paralyzes-11gw-of-german-wind-turbines/</a></p>
<p><a href="#_ftnref3" name="_ftn3">[3]</a> <a href="https://www.nbcnews.com/tech/security/ukraine-says-russian-cyberattack-sought-shut-energy-grid-rcna24026" target="_blank" rel="noopener">https://www.nbcnews.com/tech/security/ukraine-says-russian-cyberattack-sought-shut-energy-grid-rcna24026</a></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/addressing-cyber-security-in-solar-to-safeguard-future-energy-security/">จัดการความปลอดภัยทางไซเบอร์ในพลังงานทดแทน เพื่อรักษาความมั่นคงด้านพลังงานในอนาคต</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/addressing-cyber-security-in-solar-to-safeguard-future-energy-security/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>GMS Solar ผนึก REPT Battero ผู้นำ BESS หนุนสัมมนาพลังงานทดแทนระดับชาติ</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/gms-solar-rept-battero-bess/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/gms-solar-rept-battero-bess/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 13 Aug 2024 02:54:39 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Report]]></category>
		<category><![CDATA[BESS]]></category>
		<category><![CDATA[GMS Solar]]></category>
		<category><![CDATA[REPT Battero]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานทดแทน]]></category>
		<category><![CDATA[สัมมนา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=35179</guid>

					<description><![CDATA[<p>GMS Solar ตอกย้ำจุดยืนหนุนพลังงานสะอาดไทย ร่วมเป็นผู้สนับสนุนงานสัมมนาเชิงวิชาการ “การบูรณาการพลังงานทดแทนร่วมกับระบบกักเก็บพลังงาน : นโยบาย การวางแผน ออกแบบ วิธีการแก้ปัญหา การปฏิบัติ และการควบคุม (Integration of Renewable Energy Sources with Energy Storage System: Policy, Planning, Design, Solutions, Operation and Control)” ซึ่งจัดขึ้นโดยสมาคมไฟฟ้าและพลังงานไอทริปเปิลอี (ประเทศไทย)&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/gms-solar-rept-battero-bess/">GMS Solar ผนึก REPT Battero ผู้นำ BESS หนุนสัมมนาพลังงานทดแทนระดับชาติ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>GMS Solar ตอกย้ำจุดยืนหนุนพลังงานสะอาดไทย ร่วมเป็นผู้สนับสนุนงานสัมมนาเชิงวิชาการ “การบูรณาการพลังงานทดแทนร่วมกับระบบกักเก็บพลังงาน : นโยบาย การวางแผน ออกแบบ วิธีการแก้ปัญหา การปฏิบัติ และการควบคุม (Integration of Renewable Energy Sources with Energy Storage System: Policy, Planning, Design, Solutions, Operation and Control)” ซึ่งจัดขึ้นโดยสมาคมไฟฟ้าและพลังงานไอทริปเปิลอี (ประเทศไทย) ร่วมกับ บริษัท เทคโนโลยี มีเดีย จำกัด ในวันที่ 15-17 กรกฎาคม 2567 ที่ผ่านมา ณ ห้องกมลทิพย์ โรงแรม เดอะ สุโกศล กรุงเทพฯ</strong></p>
<p><span id="more-35179"></span></p>
<p>นับเป็นงานสัมมนาใหญ่ที่ได้รับการสนับสนุนด้านวิชาการจากหลายฝ่าย อาทิ กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ตลอดจนสถาบันอุดมศึกษาและบริษัทเอกชนต่างๆ เป็นโอกาสหายากที่เหล่าองค์กรชั้นนำด้านพลังงานของไทยมารวมตัวกัน</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35180 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/GMS-Solar-REPT-Battero-2.jpg" alt="งานสัมมนาเชิงวิชาการ" width="636" height="700" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/GMS-Solar-REPT-Battero-2.jpg 636w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/GMS-Solar-REPT-Battero-2-273x300.jpg 273w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/GMS-Solar-REPT-Battero-2-150x165.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/GMS-Solar-REPT-Battero-2-454x500.jpg 454w" sizes="(max-width: 636px) 100vw, 636px" /></p>
<p>ด้วยความมุ่งมั่นของประเทศไทยในการบรรลุเป้าหมายสำคัญตามการประชุม COP 26 และ 27 ตามกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและความตกลงปารีส ใจความสำคัญคือประเทศไทยจะเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี ค.ศ. 2050 (พ.ศ. 2593) และปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emission) ภายในปี ค.ศ. 2065 (พ.ศ. 2608) จึงมีความจำเป็นต้องมีการยกระดับการใช้พลังงานหมุนเวียนภายในประเทศ เพื่อทดแทนการใช้พลังงานรูปแบบเดิม</p>
<p>แต่การใช้พลังงานหมุนเวียน อย่างเช่น พลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลม ให้ได้เต็มประสิทธิภาพจำเป็นต้องมีระบบกักเก็บพลังงานที่ดีพอ ประเด็นนี้เคยเป็นอุปสรรคสำคัญมาก่อน แต่เทคโนโลยีสมัยใหม่อย่างระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (Battery Energy Storage System, BESS) เมื่อผนวกกับแบตเตอรี่ที่มีประสิทธิภาพสูงอย่างแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนก็มีส่วนช่วยปลดล็อคข้อจำกัดได้สำเร็จ</p>
<p>ด้วยความสำคัญของเทคโนโลยี BESS นี่เอง GMS Solar จึงได้จับมือกับ REPT Battero ผู้นำเทคโนโลยี BESS ระดับโลก ภายใต้บทบาทของ Distributor เพียงเจ้าเดียวในประเทศไทย หวังช่วยให้ภาคอุตสาหกรรมพลังงานทดแทนเข้าถึงเทคโนโลยี BESS ที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพสูง และสามารถนำไปใช้ในโครงการได้อย่างเหมาะสม เพื่อให้บรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ตามที่กำหนดไว้ได้</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-35181" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/GMS-Solar-REPT-Battero-3.jpg" alt="คุณสมเกียรติ ไชยศรีรัตนากูล" width="740" height="416" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/GMS-Solar-REPT-Battero-3.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/GMS-Solar-REPT-Battero-3-300x169.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/GMS-Solar-REPT-Battero-3-150x84.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/GMS-Solar-REPT-Battero-3-500x281.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>คุณสมเกียรติ ไชยศรีรัตนากูล</strong></span> <strong>ประธานบริษัท GMS Interneer และ GMS Solar</strong> ได้กล่าวถึง REPT Battero เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับภาควิชาการและอุตสาหกรรมไว้ โดยมีใจความว่า</p>
<p>“ผมมีความยินดีอย่างยิ่งที่จะนำเสนอพาร์ทเนอร์ของเรา ผู้ผลิต BESS จากประเทศจีน REPT Battero เป็นบริษัทผู้ผลิตเซลล์แบตเตอรี่ Top 3 ของโลก ซึ่งมีความเชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ในวงการมายาวนาน จุดเด่นคือมีเหมืองตั้งแต่ต้นน้ำของตัวเอง ผลิตเซลล์แบตเตอรี่เอง และมีทีม R&amp;D ที่เข้มแข็งมาก ขอยกตัวอย่างเป็นแบตเตอรี่ขนาดเดียวกันที่มีค่าความจุ 280 Ah เราสามารถปรับให้เป็น 320 Ah หรือ 345 Ah ได้ เมื่อใช้เป็นตู้ขนาด 20 ฟุต เดิมที่ใช้แบตเตอรี่ 280 Ah แล้วได้พลังงาน 3.727 MWh จึงสามารถเพิ่มได้เป็น 5.1 MWh สำหรับโรงงานอุตสาหกรรมทั่วไปเราก็มี Outdoor Unit 372 kWh ไว้ให้ครับ”</p>
<p>นอกจากจุดเด่นดังกล่าวแล้ว REPT Battero ยังได้รับการยอมรับให้อยู่ใน BloombergNEF&#8217;s Tier 1 Energy Storage Manufacturers List 2024 ทั้งได้รับใบประกาศรับรองคุณภาพและความปลอดภัยตามมาตรฐานสากลมากมาย อาทิ UL 1973, IEC 62619, UN 38.3, NFPA 855, IEC 62477, UL9540A เป็นต้น และยังมีเทคโนโลยี Wending Battery ที่เป็นกรรมสิทธิ์เฉพาะของบริษัท ซึ่งจะช่วยเพิ่มปริมาณความจุและเพิ่มอายุการใช้งานแบตเตอรี่ให้ยาวนานขึ้น สามารถมี Cycle Life ได้มากถึง 8,000-10,000 Cycles ส่งผลใช้งานได้ยาวนานถึง 20 ปี</p>
<p>BESS ของ REPT Battero จะมีทั้งแบบที่เป็น Commercial and Industrial Scale (C&amp;I) เป็น Liquid Cooling Outdoor Unit IP67 200-372 kWh และ Utility Scale ซึ่งมี Capacity ระหว่าง 3.7-5.1 MWh ต่อตู้คอนเทนเนอร์ 20 ฟุต ทำให้มีตัวเลือกที่ตอบโจทย์การใช้งานได้หลากหลาย ซึ่งที่ผ่านมาก็ได้มีการส่งมอบ BESS ให้กับโครงการสำคัญมากมาย เช่น โครงการ 1,680 MWh Waratah Super Battery ที่รัฐนิวเซาท์เวลส์ ประเทศออสเตรเลีย โครงการ 226 MWh St Gall Battery Energy Storage System ที่รัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา เป็นต้น</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-35182" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/GMS-Solar-REPT-Battero-4.jpg" alt="คุณสมเกียรติ ไชยศรีรัตนากูล" width="740" height="555" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/GMS-Solar-REPT-Battero-4.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/GMS-Solar-REPT-Battero-4-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/GMS-Solar-REPT-Battero-4-150x113.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/GMS-Solar-REPT-Battero-4-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><strong>คุณสมเกียรติ</strong>ยังกล่าวทิ้งท้ายไว้ด้วยว่า “สินค้าที่นำเสนอเป็นสินค้าคุณภาพสูงที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีล้ำสมัย หากท่านใดมีโครงการที่สนใจจะศึกษารายละเอียดก็เชิญติดต่อ GMS Solar ได้ทุกเมื่อ เรามีทีมผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมอธิบายข้อมูลเชิงเทคนิค แนะนำตัวเลือกที่เหมาะสมกับโครงการ และประเมินค่าใช้จ่ายเบื้องต้นให้”</p>
<p>ทั้งนี้ การนำเทคโนโลยี BESS มาใช้ในประเทศไทยนั้นไม่ได้จำกัดอยู่แค่การเพิ่มประสิทธิภาพและลดความผันผวนในการใช้พลังงานหมุนเวียนเท่านั้น แต่ยังสามารถช่วยพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของประเทศให้มีความทันสมัยและมั่นคงมากขึ้น เช่น ช่วยเพิ่มเสถียรภาพให้กับระบบไฟฟ้าทั้งในแง่ของการสำรองพลังงานเผื่อยามฉุกเฉินหรือเพื่อรองรับช่วงเวลาที่มีความต้องการสูง (Peak Demand) หรือลดค่าไฟจากการใช้ ค่าความต้องการพลังไฟฟ้า (Demand Charge) ในอุตสาหกรรมที่มีการใช้ไฟสูง</p>
<p style="text-align: center;"><iframe style="border: none; overflow: hidden;" src="https://www.facebook.com/plugins/video.php?height=314&amp;href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2FGreenNetworkSeminarTM%2Fvideos%2F1222802919070735%2F&amp;show_text=false&amp;width=560&amp;t=0" width="560" height="314" frameborder="0" scrolling="no" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe></p>
<p><strong>เมื่อบริษัทตัวแทนจำหน่ายอุปกรณ์ด้านพลังงานสะอาดอย่าง GMS Solar ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ GMS Interneer ที่มีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมพลังงานมากว่า 20 ปี ได้ร่วมมือกับ REPT Battero ซึ่งเป็นบริษัทชั้นนำด้านการผลิตและวิจัยพัฒนา BESS หลังจากนี้ก็น่าจะได้เห็นความก้าวหน้าของอุตสาหกรรมพลังงานทดแทนในไทยที่ชัดเจนและรวดเร็วยิ่งขึ้น</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/gms-solar-rept-battero-bess/">GMS Solar ผนึก REPT Battero ผู้นำ BESS หนุนสัมมนาพลังงานทดแทนระดับชาติ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/gms-solar-rept-battero-bess/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เอสซีจี อินเตอร์เนชั่นแนล เปิดตัวโครงการไมโครกริด บางซื่อคอมเพล็กซ์ ยกระดับการใช้พลังงานสะอาด มุ่งหน้าสู่สังคม Net Zero</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/scg-international-microgrid-bangsue-complex/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/scg-international-microgrid-bangsue-complex/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 01 Aug 2024 07:11:01 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Evolt]]></category>
		<category><![CDATA[ชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานทดแทน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานแสงอาทิตย์]]></category>
		<category><![CDATA[เอสซีจี สำนักงานใหญ่บางซื่อ]]></category>
		<category><![CDATA[เอสซีจี อินเตอร์เนชั่นแนล]]></category>
		<category><![CDATA[ไมโครกริด บางซื่อคอมเพล็กซ์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=35066</guid>

					<description><![CDATA[<p>เอสซีจี อินเตอร์เนชั่นแนล (SCG International) เปิดตัวโครงการนวัตกรรม “ไมโครกริด บางซื่อคอมเพล็กซ์” (Microgrid Bangsue Complex) นำทีมโดยผู้บริหารเอสซีจี นายวิโรจน์ รัตนชัยสิทธ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจเอสซีจี สมาร์ทลีฟวิง และกรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี ดิสทริบิวชั่นแอนด์รีเทล และนายอบิจิต ดัตต้า กรรมการผู้จัดการ บริษัทเอสซีจี อินเตอร์เนชั่นแนล คอร์ปอเรชั่น จำกัด ร่วมกับนายพูนพัฒน์ โลหารชุน ประธานบริษัทอีโวลท์ เทคโนโลยี&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/scg-international-microgrid-bangsue-complex/">เอสซีจี อินเตอร์เนชั่นแนล เปิดตัวโครงการไมโครกริด บางซื่อคอมเพล็กซ์ ยกระดับการใช้พลังงานสะอาด มุ่งหน้าสู่สังคม Net Zero</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เอสซีจี อินเตอร์เนชั่นแนล (SCG International) เปิดตัวโครงการนวัตกรรม “ไมโครกริด บางซื่อคอมเพล็กซ์” (Microgrid Bangsue Complex) นำทีมโดยผู้บริหารเอสซีจี นายวิโรจน์ รัตนชัยสิทธ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจเอสซีจี สมาร์ทลีฟวิง และกรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี ดิสทริบิวชั่นแอนด์รีเทล และนายอบิจิต ดัตต้า กรรมการผู้จัดการ บริษัทเอสซีจี อินเตอร์เนชั่นแนล คอร์ปอเรชั่น จำกัด ร่วมกับนายพูนพัฒน์ โลหารชุน ประธานบริษัทอีโวลท์ เทคโนโลยี (Evolt Technology) และนางสาวพิชชารีย์ กีรติธากุล นักพัฒนานวัตกรรมอาวุโส สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) โดยโครงการนี้มุ่งเน้นการใช้พลังงานสะอาด และพลังงานทดแทน ด้วยการติดตั้งลานชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Carpark) และระบบจัดการพลังงานภายในอาคาร (Energy Management Software) เพื่อบริหารจัดการระบบพลังงานไฟฟ้าที่เอสซีจี สำนักงานใหญ่บางซื่อ ให้เป็นระบบไมโครกริด ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ พลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งจากการติดตั้งลานชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า พลังงานแสงอาทิตย์ ด้วยขนาดกำลังการผลิต 735.9 kWp คาดว่าจะทำให้มีการใช้พลังงานทดแทนภายในเอสซีจี สำนักงานใหญ่บางซื่อ เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 18 จากปัจจุบันที่มีการใช้อยู่ที่ร้อยละ 10</strong></p>
<p><span id="more-35066"></span></p>
<p>โครงการไมโครกริด บางซื่อคอมเพล็กซ์ ได้รับทุนสนับสนุนจาก สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) เนื่องจากสามารถเชื่อมโยงเทคโนโลยีระบบกักเก็บพลังงานและการควบคุมขั้นสูงเข้าด้วยกัน ถือเป็นการนำระบบจัดการพลังงาน ภายในอาคารมาใช้ได้อย่างครบวงจร ในด้านการจับมือเลือกบริษัทอีโวลท์ เทคโนโลยี มาติดตั้งจุดชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า เนื่องจากเป็นแพลตฟอร์มที่สามารถ ดึงข้อมูลการใช้พลังงานภายในอาคาร และการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า มาใช้ได้แบบเรียลไทม์ด้วยระบบ API (Application Program Interface) และมีคุณสมบัติจัดการพลังงานขั้นสูง เช่น การจัดการโหลดแบบไดนามิก การรวมพลังงานทดแทน ตอบสนองความต้องการ ในการทำงานร่วมกับระบบไมโครกริด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของระบบโดยรวม</p>

<a href='https://www.greennetworkthailand.com/scg-international-microgrid-bangsue-complex/evolt-03/'><img loading="lazy" decoding="async" width="300" height="200" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/Evolt-03-300x200.jpg" class="attachment-medium size-medium" alt="เอสซีจี อินเตอร์เนชั่นแนล เปิดตัวโครงการไมโครกริด บางซื่อคอมเพล็กซ์ ยกระดับการใช้พลังงานสะอาด มุ่งหน้าสู่สังคม Net Zero" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/Evolt-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/Evolt-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/Evolt-03-500x334.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/Evolt-03.jpg 706w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/scg-international-microgrid-bangsue-complex/evolt-02/'><img loading="lazy" decoding="async" width="300" height="200" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/Evolt-02-300x200.jpg" class="attachment-medium size-medium" alt="เอสซีจี อินเตอร์เนชั่นแนล เปิดตัวโครงการไมโครกริด บางซื่อคอมเพล็กซ์ ยกระดับการใช้พลังงานสะอาด มุ่งหน้าสู่สังคม Net Zero" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/Evolt-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/Evolt-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/Evolt-02-500x334.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/Evolt-02.jpg 714w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/scg-international-microgrid-bangsue-complex/evolt-01/'><img loading="lazy" decoding="async" width="300" height="200" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/Evolt-01-300x200.jpg" class="attachment-medium size-medium" alt="เอสซีจี อินเตอร์เนชั่นแนล เปิดตัวโครงการไมโครกริด บางซื่อคอมเพล็กซ์ ยกระดับการใช้พลังงานสะอาด มุ่งหน้าสู่สังคม Net Zero" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/Evolt-01-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/Evolt-01-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/Evolt-01-500x333.jpg 500w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/Evolt-01.jpg 700w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></a>

<p>การเปิดตัวโครงการดังกล่าวนับเป็น ก้าวสำคัญของเอสซีจี ที่จะสร้างโอกาสและเพิ่มศักยภาพ ในการนำพลังงานสะอาด เข้ามาใช้งานภายในองค์กรได้มากยิ่งขึ้น พร้อมมุ่งสู่การสร้างสังคม Net Zero ตามเป้าหมายองค์กร โดยนอกจากจะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่น ในการบริหารจัดการพลังงาน และสร้างประโยชน์ต่อกลุ่มธุรกิจต่าง ๆ ของเอสซีจีแล้ว ยังสามารถต่อยอดขยายผลร่วมกับองค์กรอื่น ๆ ที่มุ่งหวังจะใช้พลังงานสะอาดขับเคลื่อน การทำธุรกิจสีเขียวเพื่อสิ่งแวดล้อมยั่งยืน</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/scg-international-microgrid-bangsue-complex/">เอสซีจี อินเตอร์เนชั่นแนล เปิดตัวโครงการไมโครกริด บางซื่อคอมเพล็กซ์ ยกระดับการใช้พลังงานสะอาด มุ่งหน้าสู่สังคม Net Zero</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/scg-international-microgrid-bangsue-complex/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>IEA คาดการณ์ ปี 2024 – 2025 โลกเผชิญความต้องการไฟฟ้าพุ่งสูงสุดในรอบ 2 ทศวรรษ คาดโซลาร์เซลล์ตอบสนองได้ครึ่งหนึ่ง</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/electricity-solar-outlook-2024-2025/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/electricity-solar-outlook-2024-2025/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 23 Jul 2024 09:53:58 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Focus]]></category>
		<category><![CDATA[ความต้องการไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานทดแทน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[โซลาร์เซลล์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=34956</guid>

					<description><![CDATA[<p>รายงานจาก IEA ชี้ เศรษฐกิจ คลื่นความร้อน และเทคโนโลยีล้วนดันความต้องการไฟฟ้าทั่วโลกพุ่งสูง คาดการณ์ว่าความต้องการไฟฟ้าทั่วโลกในปี 2024 และ 2025 จะเติบโตเร็วที่สุดในรอบสองทศวรรษ โดยโซลาร์เซลล์เพียงแหล่งเดียวจะตอบสนองความต้องการไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นได้ถึงครึ่งหนึ่ง รายงาน Electricity Mid-Year Update ของ International Energy Agency (IEA) คาดการณ์ว่าความต้องการไฟฟ้าทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นประมาณ 4% ในปี 2024 เพิ่มขึ้นจาก 2.5% ในปี 2023 ถือเป็นอัตราการเติบโตต่อปีที่สูงที่สุดนับตั้งแต่ปี&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/electricity-solar-outlook-2024-2025/">IEA คาดการณ์ ปี 2024 – 2025 โลกเผชิญความต้องการไฟฟ้าพุ่งสูงสุดในรอบ 2 ทศวรรษ คาดโซลาร์เซลล์ตอบสนองได้ครึ่งหนึ่ง</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>รายงานจาก IEA ชี้ เศรษฐกิจ คลื่นความร้อน และเทคโนโลยีล้วนดันความต้องการไฟฟ้าทั่วโลกพุ่งสูง คาดการณ์ว่าความต้องการไฟฟ้าทั่วโลกในปี 2024 และ 2025 จะเติบโตเร็วที่สุดในรอบสองทศวรรษ โดยโซลาร์เซลล์เพียงแหล่งเดียวจะตอบสนองความต้องการไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นได้ถึงครึ่งหนึ่ง</strong></p>
<p><span id="more-34956"></span></p>
<p><strong>รายงาน Electricity Mid-Year Update</strong> ของ <strong>International Energy Agency (IEA)</strong> คาดการณ์ว่าความต้องการไฟฟ้าทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นประมาณ 4% ในปี 2024 เพิ่มขึ้นจาก 2.5% ในปี 2023 ถือเป็นอัตราการเติบโตต่อปีที่สูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2007 และคาดว่าจะเติบโตต่อเนื่องในปี 2025 ที่ 4% เช่นกัน</p>
<h3>พลังงานหมุนเวียนมาแรง แต่ถ่านหินยังไม่ลด</h3>
<p>แหล่งพลังงานหมุนเวียนมีแนวโน้มเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนในการผลิตไฟฟ้าทั่วโลกจะเพิ่มจาก 30% ในปี 2023 เป็น 35% ในปี 2025 และปริมาณไฟฟ้าที่ผลิตจากพลังงานหมุนเวียนทั่วโลกในปี 2025 คาดว่าจะแซงหน้าถ่านหินเป็นครั้งแรก โดยคาดการณ์ว่าโซลาร์เซลล์เพียงอย่างเดียวจะตอบสนองความต้องการไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นทั่วโลกได้ประมาณครึ่งหนึ่งในช่วงปี 2024 และ 2025 และเมื่อรวมกับพลังงานลมแล้ว จะสามารถตอบสนองได้มากถึงสามในสี่</p>
<p>อย่างไรก็ตาม การผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินทั่วโลกไม่น่าจะลดลงในปีนี้ เนื่องจากความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างมากในจีนและอินเดีย ส่งผลให้ปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) จากภาคพลังงานไฟฟ้าทั่วโลกทรงตัว โดยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในปี 2024 และลดลงในปี 2025</p>
<p>อย่างไรก็ตามยังคงมีความไม่แน่นอนอยู่มาก เช่น การผลิตไฟฟ้าพลังงานน้ำของจีนที่ฟื้นตัวอย่างรวดเร็วในช่วงครึ่งแรกของปี 2024 จากจุดที่เคยผลิตได้ต่ำสุดในปี 2023 หากแนวโน้มการเพิ่มขึ้นนี้ยังคงดำเนินต่อไปในช่วงครึ่งหลังของปี อาจส่งผลต่อการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินลดลง และส่งผลให้ปริมาณการปล่อยมลพิษจากภาคพลังงานไฟฟ้าทั่วโลกในปี 2024 ลดลงเล็กน้อย</p>
<h3>การขยายตัวของเศรษฐกิจ และ AI ดันความต้องการไฟฟ้าเพิ่มขึ้น</h3>
<p>เศรษฐกิจหลักบางแห่งของโลกกำลังมีการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยความต้องการในอินเดียคาดว่าจะพุ่งสูงถึง 8% ในปีนี้ เนื่องจากเศรษฐกิจที่ขยายตัวและคลื่นความร้อนที่รุนแรงขึ้น จีนยังมีแนวโน้มที่จะมีความต้องการไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างมากที่ระดับมากกว่า 6% อันเป็นผลมาจากการเติบโตในภาคบริการและภาคอุตสาหกรรมต่างๆ รวมถึงการผลิตเทคโนโลยีพลังงานสะอาด</p>
<p>ขณะที่ในสหรัฐอเมริกา แม้ปริมาณความต้องการไฟฟ้าจะลดลงในปี 2023 เนื่องจากสภาพอากาศที่ไม่ร้อนรุนแรงมากนัก แต่มีการคาดการณ์ว่าความต้องการไฟฟ้าจะกลับมาฟื้นตัวในปีนี้ที่ 3% เนื่องจากการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ ความต้องการระบบทำความเย็นที่เพิ่มขึ้น และภาคส่วนศูนย์ข้อมูลที่กำลังขยายตัว ซึ่งตรงกันข้ามกับสหภาพยุโรปที่จะเห็นการฟื้นตัวของความต้องการไฟฟ้าที่ค่อนข้างน้อย โดยคาดการณ์ว่าจะเติบโตเพียง 1.7% หลังจากหดตัวอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 2 ปี ท่ามกลางผลกระทบจากวิกฤตพลังงาน</p>
<p>นอกจากนี้ การใช้เครื่องปรับอากาศที่เพิ่มขึ้นทั่วโลกยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนที่สำคัญของความต้องการไฟฟ้า รายงานพบว่า หลายภูมิภาคเผชิญกับคลื่นความร้อนรุนแรงในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2024 ซึ่งส่งผลให้ความต้องการไฟฟ้าสูงขึ้น และระบบไฟฟ้าตึงตัว ขณะที่การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ทำให้ศูนย์ข้อมูลของบริษัทเทคโนโลยีต่างๆ มีความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นมาก โดยรายงานเน้นย้ำถึงความไม่แน่นอนที่หลากหลายเกี่ยวกับความต้องการไฟฟ้าของศูนย์ข้อมูล รวมถึงความเร็วในการปรับใช้ การใช้งาน AI ที่หลากหลายและขยายตัว</p>
<p><strong>ทั้งนี้ การเติบโตของความต้องการไฟฟ้าสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทที่เพิ่มขึ้นของไฟฟ้าในเศรษฐกิจโลก และผลกระทบจากคลื่นความร้อนที่รุนแรง ซึ่งแม้พลังงานหมุนเวียนจะเติบโต แต่ยังต้องเร่งความเร็วเพื่อบรรลุเป้าหมายด้านพลังงานและสภาพภูมิอากาศ โดยจำเป็นต้องขยายการผลิตพลังงานสะอาดเพิ่มขึ้นและเสริมสร้างระบบไฟฟ้าเพื่อรองรับความต้องการไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น และข้อมูลปริมาณการใช้ไฟฟ้าของศูนย์ข้อมูลที่ถูกต้องจะมีความสำคัญต่อการวางแผนพลังงานในอนาคต</strong></p>
<hr />
<p>ที่มา: International Energy Agency (IEA)</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/electricity-solar-outlook-2024-2025/">IEA คาดการณ์ ปี 2024 – 2025 โลกเผชิญความต้องการไฟฟ้าพุ่งสูงสุดในรอบ 2 ทศวรรษ คาดโซลาร์เซลล์ตอบสนองได้ครึ่งหนึ่ง</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/electricity-solar-outlook-2024-2025/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กระทรวงศึกษาธิการและกีฬา สปป. ลาว มอบเหรียญตราพัฒนาแก่ ราช กรุ๊ป พร้อมจับมือเดินหน้า “โครงการการศึกษาเสริมทักษะสร้างอาชีพ สปป. ลาว” ระยะที่ 3 มุ่งสร้างแรงงานฝีมือด้านเทคนิคและพลังงานทดแทน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/laos-x-ratch-group/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/laos-x-ratch-group/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 18 Jul 2024 07:50:05 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานทดแทน]]></category>
		<category><![CDATA[ราช กรุ๊ป]]></category>
		<category><![CDATA[สปป.ลาว]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=34904</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) และกระทรวงศึกษาธิการและกีฬา สปป. ลาว ลงนามหนังสือแสดงเจตจำนงความร่วมมือ “โครงการการศึกษาเสริมทักษะสร้างอาชีพ สปป. ลาว” ระยะที่ 3 (พ.ศ. 2567-2573) เพื่อพัฒนาการอาชีวศึกษาใน สปป. ลาว ด้วยการเสริมสร้างความรู้และทักษะฝีมือด้านเทคนิคที่จำเป็นในภาคอุตสาหกรรมและพลังงานทดแทนแก่ครูและนักเรียนอาชีวศึกษา อันเป็นการตอบสนองยุทธศาสตร์การพัฒนาด้านเศรษฐกิจและสังคมของ สปป. ลาว อีกทั้งเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนของสหประชาชาติเป้าหมายที่ 4 การศึกษาที่มีคุณภาพ และเป้าหมายที่ 8 งานที่ดีและเศรษฐกิจที่เติบโต นอกจากนี้&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/laos-x-ratch-group/">กระทรวงศึกษาธิการและกีฬา สปป. ลาว มอบเหรียญตราพัฒนาแก่ ราช กรุ๊ป พร้อมจับมือเดินหน้า “โครงการการศึกษาเสริมทักษะสร้างอาชีพ สปป. ลาว” ระยะที่ 3 มุ่งสร้างแรงงานฝีมือด้านเทคนิคและพลังงานทดแทน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) และกระทรวงศึกษาธิการและกีฬา สปป. ลาว ลงนามหนังสือแสดงเจตจำนงความร่วมมือ “โครงการการศึกษาเสริมทักษะสร้างอาชีพ สปป. ลาว” ระยะที่ 3 (พ.ศ. 2567-2573) เพื่อพัฒนาการอาชีวศึกษาใน สปป. ลาว ด้วยการเสริมสร้างความรู้และทักษะฝีมือด้านเทคนิคที่จำเป็นในภาคอุตสาหกรรมและพลังงานทดแทนแก่ครูและนักเรียนอาชีวศึกษา อันเป็นการตอบสนองยุทธศาสตร์การพัฒนาด้านเศรษฐกิจและสังคมของ สปป. ลาว อีกทั้งเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนของสหประชาชาติเป้าหมายที่ 4 การศึกษาที่มีคุณภาพ และเป้าหมายที่ 8 งานที่ดีและเศรษฐกิจที่เติบโต นอกจากนี้ โครงการดังกล่าวยังเป็นการดำเนินงานด้านสังคมตามกลยุทธ์ความยั่งยืนของบริษัทฯ         ที่มุ่งเน้นการสร้างความผูกพันกับชุมชนและสังคมในพื้นที่ดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ซึ่ง สปป. ลาว ถือเป็นฐานการดำเนินงานที่สำคัญของบริษัทฯ โอกาสนี้ รัฐบาล สปป. ลาว โดยกระทรวงศึกษาธิการและกีฬา ได้มอบเหรียญตราพัฒนา (Cross of Development) ให้แก่บริษัทฯ เป็นครั้งที่ 2 ในฐานะองค์กรที่มีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคมของ สปป. ลาว อย่างต่อเนื่องกว่าทศวรรษ   </strong></p>
<p><span id="more-34904"></span></p>
<p><strong> </strong><strong>ท่านหนูพัน อุดสา อธิบดีกรมอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการและกีฬา สปป. ลาว</strong> กล่าวว่า แผนพัฒนาประเทศของรัฐบาล สปป. ลาว ให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ โดยมุ่งเน้นพัฒนาแรงงานทักษะขั้นสูงให้กับตลาดแรงงาน โครงการการศึกษาเสริมทักษะสร้างอาชีพ สปป. ลาว ที่รัฐบาล โดยกระทรวงศึกษาธิการและกีฬาดำเนินการร่วมกับบริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นภาคเอกชนที่ดำเนินธุรกิจใน สปป. ลาว มาตั้งแต่ปี 2554 นี้ ได้ช่วยเสริมสร้างพัฒนาทั้งความรู้และทักษะฝีมือแก่ครูและนักเรียนอาชีวศึกษา โดยเฉพาะในสาขาเชื่อมโลหะ ซ่อมบำรุงทั่วไป เครื่องกล ไฟฟ้าควบคุม และพลังงานทดแทน ให้มีความทันสมัยและสอดรับกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมได้ดียิ่งขึ้น จากการประเมินผลโครงการฯ ระยะที่ 1 และระยะที่ 2 กรมอาชีวศึกษามีจำนวนครูที่ได้รับอบรมพัฒนาศักยภาพรวมจำนวน 118 คน มอบทุนการศึกษาแก่ครูและนักเรียนสำหรับการศึกษาต่อรวม 51 ทุน พัฒนาและปรับปรุงห้องฝึกปฏิบัติการของโรงเรียนเทคนิคให้ทันสมัยรวม 7 แห่ง และมีนักเรียนชั้นปีสุดท้ายจากวิทยาลัยเทคนิค 7 แห่ง ที่ได้รับการฝึกอบรมพัฒนาทักษะฝีมือก่อนจบการศึกษาเพื่อออกไปประกอบอาชีพในสาขาเป้าหมายรวม 1,646 คน ที่สำคัญคือ นักเรียนที่เข้าร่วมโครงการฯ หลังจบการศึกษาได้งานทำ ได้ศึกษาต่อ รวมถึงเป็นผู้ประกอบการรายย่อยเอง ซึ่งผลการประเมินการดำเนินโครงการระยะที่ 2 มีนักเรียนที่มีงานทำและศึกษาต่อ รวมร้อยละ 88.15 ซึ่งบุคลากรเหล่านี้ล้วนเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของ สปป. ลาว ให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น</p>
<p>สำหรับโครงการฯ ระยะที่ 3 ได้ปรับวัตถุประสงค์และแผนการดำเนินงานให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของ สปป. ลาว สถานการณ์ของโลก และบริบทของสังคมด้วย โดยจะมุ่งเน้นการสร้างเสริมฐานการเรียนรู้และการฝึกปฏิบัติให้ทันกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรม รวมทั้งยกระดับความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคนิค ทักษะต่างๆ ตลอดจนทัศนคติการทำงานให้กับนักเรียน เพื่อให้สามารถทำงานได้อย่างมีผลิตภาพและสอดคล้องกับความคาดหวังของตลาดแรงงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคการเกษตรและอุตสาหกรรมพลังงาน รวมทั้งเน้นการพัฒนาความรู้และทักษะด้านพลังงานทดแทนเพิ่มขึ้นด้วย  เนื่องจากปัจจุบันการเลือกเรียนสายอาชีวศึกษามีแนวโน้มสูงขึ้น เพราะมีตำแหน่งงานเปิดกว้างรองรับ และตลาดกำลังขยายตัวสูงขึ้นตามความมุ่งมั่นของสากลที่มุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ในปี 2593</p>
<p>โครงการฯ จะมีการสานต่อและยกระดับคุณภาพจากดำเนินงานระยะที่ 2 ที่ได้เริ่มจัดตั้งให้วิทยาลัยอาชีวศึกษาแขวง คำม่วน สปป. ลาว เป็นศูนย์การเรียนรู้และต้นแบบการเรียนการสอนสาขาการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน ได้แก่ พืชพลังงาน พลังงานจากขยะ และพลังงานแสงอาทิตย์ โดยเฉพาะการติดตั้งและซ่อมบำรุงอุปกรณ์ระบบผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ นอกจากนี้ โครงการฯ ยังจะดำเนินการขยายโอกาสการฝึกทักษะฝีมือให้กับกลุ่มคนที่อยู่นอกภาคการศึกษาต่อเนื่อง โดยเป็นการจัดฝึกอบรมระยะสั้นด้านเกษตรกรรม หัตถกรรมให้แก่กลุ่มคนเปราะบางต่าง ๆ เช่น นักเรียนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ผู้พิการ ผู้ต้องหาชั้นดีที่ใกล้พ้นโทษ เพื่อสร้างบุคลากรที่มีคุณภาพที่จะมาสร้างสรรค์สังคมและขับเคลื่อนประเทศร่วมกัน</p>
<p>“กรมอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการและกีฬา ขอขอบคุณบริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ที่ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการศึกษาด้านอาชีวะของ สปป. ลาว และสนับสนุนงบประมาณดำเนินโครงการอย่างต่อเนื่อง จนเห็นผลเป็นรูปธรรม สามารถสร้างคุณูปการแก่สังคมอย่างกว้างขวาง และรัฐบาล สปป. ลาว โดยกระทรวงศึกษาธิการและกีฬา ขอมอบเหรียญตราพัฒนาเพื่อยกย่องเชิดชูบริษัทฯ ในฐานะองค์กรต้นแบบของความรับผิดชอบต่อสังคม สปป. ลาว อย่างจริงจังและยั่งยืน” ท่านหนูพัน กล่าว</p>
<p><strong>นายนิทัศน์ วรพนพิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)</strong> เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้ยึดมั่นแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนในการดำเนินธุรกิจ โดยมุ่งเน้นส่งมอบคุณค่าแก่ชุมชนและสังคมในทุกพื้นที่ที่ดำเนินกิจการ นอกเหนือจากการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ “โครงการการศึกษาเสริมทักษะสร้างอาชีพ สปป. ลาว” ได้ริเริ่มขึ้นเมื่อปี 2554 หลังจากบริษัทฯ จัดตั้งบริษัทย่อยใน สปป. ลาว โดยดำเนินการต่อเนื่องมา 2 ระยะ เป็นเวลา 12 ปีแล้ว และกำลังจะเข้าสู่การดำเนินงานระยะที่ 3 เริ่มตั้งแต่ปี 2567-2573</p>
<p>“โครงการนี้ถือเป็นความภาคภูมิใจของบริษัทฯ ที่กระทรวงศึกษาธิการและกีฬา ได้ให้การตอบรับเป็นอย่างดียิ่ง โดย ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการและกีฬา ให้เกียรติเป็นประธานคณะกรรมการอำนวยการของโครงการฯ อีกทั้งโครงการนี้ยังมีส่วนร่วมสนับสนุนการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศของรัฐบาล สปป. ลาว นอกจากนี้ โครงการฯ ระยะที่ 3 ยังได้ยกระดับเป้าหมายไปสู่เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนของสหประชาชาติ (SDGs) เป้าหมายที่ 4 การสร้างหลักประกันว่าทุกคนมีการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างครอบคลุมและเท่าเทียม และสนับสนุนโอกาสในการเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยเน้นที่เป้าประสงค์การส่งเสริมเพิ่มจำนวนผู้ที่มีทักษะทางเทคนิคและอาชีพสำหรับการจ้างงานและการเป็นผู้ประกอบการ รวมถึงการขยายโอกาสด้านทุนการศึกษา การฝึกอบรมทั้งในและต่างประเทศ และเพิ่มจำนวนครูที่มีคุณภาพผ่านความร่วมมือระหว่างประเทศ นอกจากนี้ยังจะตอบสนองเป้าหมายที่ 8 การส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ต่อเนื่อง ครอบคลุม และยั่งยืน การจ้างงานเต็มที่ มีผลิตภาพ และการมีงานที่เหมาะสมสำหรับทุกคน โดยจะเน้นส่งเสริมผู้ประกอบการและวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก รวมถึงการพัฒนาประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรและการทำให้การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจไม่นำไปสู่ความเสื่อมโทรมทางด้านสิ่งแวดล้อม”</p>
<p>ทั้งนี้ โครงการฯ ระยะที่ 3 ได้ให้ความสำคัญด้านพลังงานทดแทนมากขึ้น ได้แก่ พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม พลังงานจากขยะ และพืชพลังงาน โดยบริษัทฯ จะสนับสนุนการเพิ่มพูนองค์ความรู้ด้านพลังงานทดแทนให้กับครูอาจารย์ และนักศึกษาจะได้ฝึกปฏิบัติภาคสนามในการติดตั้งและบำรุงรักษาแผงโซลาร์ในชุมชนท้องถิ่นที่ยังขาดแคลนไฟฟ้า ซึ่งเป็นการสร้างคุณค่าทั้งด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมอย่างยั่งยืน ขณะเดียวกันยังสอดคล้องกับเป้าหมายด้านสังคมของกลยุทธ์ความยั่งยืนบริษัทฯ เป็นอย่างดีด้วย โอกาสนี้ บริษัทฯ รู้สึกเป็นเกียรติและขอขอบคุณรัฐบาล สปป. ลาว ที่ได้มอบเหรียญตราพัฒนาให้แก่บริษัทฯ อันเป็นการยืนยันถึงความสำเร็จของโครงการฯ ที่สามารถสร้างคุณค่าจรรโลงสังคมและ สปป. ลาวอย่างยั่งยืน” นายนิทัศน์ กล่าว</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/laos-x-ratch-group/">กระทรวงศึกษาธิการและกีฬา สปป. ลาว มอบเหรียญตราพัฒนาแก่ ราช กรุ๊ป พร้อมจับมือเดินหน้า “โครงการการศึกษาเสริมทักษะสร้างอาชีพ สปป. ลาว” ระยะที่ 3 มุ่งสร้างแรงงานฝีมือด้านเทคนิคและพลังงานทดแทน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/laos-x-ratch-group/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>พพ. เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็น (ร่าง) แผน AEDP2024 และ EEP2024 วางเป้าเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานทดแทน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/aedp2024-eep2024/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/aedp2024-eep2024/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 18 Jun 2024 09:08:06 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News Update]]></category>
		<category><![CDATA[ผนปฏิบัติการด้านการอนุรักษ์พลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานทดแทน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานทางเลือก]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[แผน AEDP2024]]></category>
		<category><![CDATA[แผนEEP2024]]></category>
		<category><![CDATA[แผนปฏิบัติการด้านพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก]]></category>
		<category><![CDATA[แผนพลังงาน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=34350</guid>

					<description><![CDATA[<p>พพ.เดินหน้าพลังงานสะอาดมากขึ้น ลดใช้พลังงานเข้มข้น เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็น (ร่าง) แผนปฏิบัติการด้านพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก พ.ศ. 2567 – 2580 (AEDP2024) และ (ร่าง) แผนปฏิบัติการด้านการอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ. 2567 &#8211; 2580 (EEP2024) วางเป้าเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก 36% และลดความเข้มการใช้พลังงาน 36% ในปี พ.ศ.2580 หมุนตามทิศทางโลกที่มุ่งใช้พลังงานสะอาดและการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ชูเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือสำคัญนำประเทศบรรลุเป้าหมาย Carbon Neutrality 18 มิถุนายน&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/aedp2024-eep2024/">พพ. เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็น (ร่าง) แผน AEDP2024 และ EEP2024 วางเป้าเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานทดแทน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>พพ.เดินหน้าพลังงานสะอาดมากขึ้น ลดใช้พลังงานเข้มข้น เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็น (ร่าง) แผนปฏิบัติการด้านพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก พ.ศ. 2567 – 2580 (AEDP2024) และ (ร่าง) แผนปฏิบัติการด้านการอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ. 2567 &#8211; 2580 (EEP2024) วางเป้าเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก 36% และลดความเข้มการใช้พลังงาน 36% ในปี พ.ศ.2580 หมุนตามทิศทางโลกที่มุ่งใช้พลังงานสะอาดและการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ชูเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือสำคัญนำประเทศบรรลุเป้าหมาย Carbon Neutrality</strong></p>
<p><span id="more-34350"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-34352" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/AEDP2024-EEP2024-02.jpg" alt="พพ. เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็น (ร่าง) แผน AEDP2024 และ EEP2024" width="740" height="494" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/AEDP2024-EEP2024-02.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/AEDP2024-EEP2024-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/AEDP2024-EEP2024-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/AEDP2024-EEP2024-02-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>18 มิถุนายน 2567 &#8211; <span style="color: #6cb742;"><strong>นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท</strong></span> <strong>อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.)</strong> เปิดเผยว่า พพ. ได้เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็น ต่อ (ร่าง) แผนปฏิบัติการด้านพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก พ.ศ. 2567 – 2580 (<strong>AEDP2024</strong>) และ (ร่าง) แผนปฏิบัติการด้านการอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ. 2567 &#8211; 2580 (<strong>EEP2024</strong>) โดยเปิดให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องตลอดจนผู้ที่สนใจได้มีส่วนร่วมในการให้ข้อมูลและแสดงความคิดเห็น ณ โรงแรมปรินซ์พาเลซ กรุงเทพฯ และผ่านระบบออนไลน์ โดยร่างแผน AEDP2024 และ EEP2024 เป็นไปตามนโยบายแผนพลังงานชาติ ผ่านการสนับสนุนส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนเพิ่มมากขึ้น และการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน สอดคล้องกับสถานการณ์โลกที่ลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก</p>
<p><strong>​นายวัฒนพงษ์</strong> ได้กล่าวถึง<strong>แผน AEDP 2024</strong> ที่ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการผลิตและการใช้พลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือกตามศักยภาพที่มีอยู่ในประเทศด้วยเทคโนโลยีและราคาที่เหมาะสม ควบคู่ไปกับการพิจารณาถึงความสอดคล้องกับทิศทางพลังงานโลกที่มุ่งใช้พลังงานสะอาด และการบรรลุสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนของประเทศ โดย AEDP ฉบับนี้ กำหนดเป้าหมายที่จะเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือกร้อยละ 36 ของการใช้พลังงานขั้นสุดท้าย ณ ปี พ.ศ. 2580 โดยมีแนวทางการขับเคลื่อน อาทิ ส่งเสริมการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน ส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนด้วยมาตรการทางภาษี ส่งเสริมการบริหารจัดการ จัดเก็บ และรวบรวมเชื้อเพลิงจากพลังงานทดแทนอย่างเป็นระบบ ส่งเสริมการแปรรูปเชื้อเพลิงทดแทนเพื่อเป็นเชื้อเพลิงหลักหรือเชื้อเพลิงร่วม ส่งเสริมการผลิตและใช้พลังงานรูปแบบใหม่ ได้แก่ เชื้อเพลิงไฮโดรเจน และเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน ส่งเสริมผู้ประกอบการเข้าถึงแหล่งเงินทุนสีเขียว เป็นต้น</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-34353" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/AEDP2024-EEP2024-03.jpg" alt="พพ. เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็น (ร่าง) แผน AEDP2024 และ EEP2024" width="740" height="494" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/AEDP2024-EEP2024-03.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/AEDP2024-EEP2024-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/AEDP2024-EEP2024-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/AEDP2024-EEP2024-03-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>สำหรับร่างแผน EEP2024 ได้มีการปรับปรุงเพิ่มเติมจากแผน EEP2018 โดยปรับเป้าหมายการอนุรักษ์พลังงานลดความเข้มการใช้พลังงาน Energy Intensity เป็น 36% ในปี พ.ศ.2580 โดยได้กำหนดมาตรการที่สำคัญไว้อย่างรอบด้านและครอบคลุมทุกภาคส่วน ได้แก่ การกำกับดูแลตามกฎหมายโรงงาน/อาคารควบคุม เกณฑ์มาตรฐานอาคารด้านพลังงาน (Building Energy Code) การส่งเสริมมาตรฐานอุปกรณ์ประสิทธิภาพสูงและฉลากเบอร์ 5 การส่งเสริมบ้านประหยัดพลังงาน การอนุรักษ์พลังงานในภาคเกษตรกรรม Smart Farming และเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานในภาคขนส่ง พร้อมทั้งมีมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพด้านการผลิตไฟฟ้า ระบบโครงข่ายไฟฟ้า และการใช้ไฟฟ้า เป็นต้น</p>
<p>โดยหลังจากนี้ พพ. จะได้รวบรวมข้อเสนอแนะและข้อมูลอันเป็นประโยชน์ เพื่อจัดทำร่างแผน AEDP2024 และ EEP2024 ที่สมบูรณ์และทุกภาคส่วนให้การยอมรับ และสามารถร่วมแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมได้ทาง QR code ลงทะเบียนและช่องทางออนไลน์ของ พพ. ได้จนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2567</p>
<p><strong>ร่วมแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมได้ทาง QR code ลงทะเบียนและช่องทางออนไลน์ของ พพ. ได้จนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2567</strong><br />
<a href="https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSdCDlxQP_K8SBnKPHUP8Gp4kFK5qkJGYyZ3hwpm8_ljHnMjZg/viewform" target="_blank" rel="noopener">https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSdCDlxQP_K8SBnKPHUP8Gp4kFK5qkJGYyZ3hwpm8_ljHnMjZg/viewform</a></p>
<hr />
<p>ที่มา: กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/aedp2024-eep2024/">พพ. เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็น (ร่าง) แผน AEDP2024 และ EEP2024 วางเป้าเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานทดแทน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/aedp2024-eep2024/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
