<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>พลังงานหมุนเวียน | Green Network</title>
	<atom:link href="https://www.greennetworkthailand.com/tag/%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Tue, 24 Feb 2026 03:19:15 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.8.5</generator>

<image>
	<url>https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2021/09/green-network-50x50.png</url>
	<title>พลังงานหมุนเวียน | Green Network</title>
	<link>https://www.greennetworkthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>CKPower เผยกำไรสุทธิปี 2568 เติบโตแข็งแกร่ง อานิสงส์จากปริมาณน้ำหนุนผลประกอบการ</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/ckpower-core-net-profit-2568/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 24 Feb 2026 02:43:11 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<category><![CDATA[CKPower]]></category>
		<category><![CDATA[ผลิตไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[โรงไฟฟ้าพลังน้ำ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=43293</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ 23 ก.พ. 2569 – นายธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKPower (ชื่อย่อหลักทรัพย์: CKP) หนึ่งในผู้ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคและมีคาร์บอนฟุตพรินต์ที่ต่ำที่สุดรายหนึ่ง เปิดเผยว่าผลการดำเนินงานในปี 2568 ของ CKPower เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิจากการดำเนินงาน (Core Net Profit) จำนวน 2,323 ล้านบาท&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/ckpower-core-net-profit-2568/">CKPower เผยกำไรสุทธิปี 2568 เติบโตแข็งแกร่ง อานิสงส์จากปริมาณน้ำหนุนผลประกอบการ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ 23 ก.พ. 2569 – <strong>นายธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKPower (ชื่อย่อหลักทรัพย์: CKP) หนึ่งในผู้ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคและมีคาร์บอนฟุตพรินต์ที่ต่ำที่สุดรายหนึ่ง เปิดเผยว่าผลการดำเนินงานในปี 2568 ของ CKPower เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิจากการดำเนินงาน (Core Net Profit) จำนวน 2,323 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,036 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 81 จากปีก่อน</strong></p>
<p><span id="more-43293"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43295" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/XPCL.jpg" alt="โรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี" width="740" height="493" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/XPCL.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/XPCL-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/XPCL-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/XPCL-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>การเติบโตดังกล่าวมาจากการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรสุทธิจากการดำเนินงานของ บริษัท ไซยะบุรี พาวเวอร์ จำกัด (XPCL) จำนวน 1,814 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,214 ล้านบาท หรือร้อยละ 202 จากปีก่อน จากปริมาณน้ำไหลผ่านโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรีเฉลี่ยในปี 2568 ที่มากกว่าปีก่อนถึงร้อยละ 7 ประกอบกับการบริหารจัดการโรงไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ปริมาณการจำหน่ายไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อีกทั้งได้รับปัจจัยหนุนจากต้นทุนทางการเงินของ XPCL ที่ลดลงตามแนวโน้มดอกเบี้ยโลก ขณะเดียวกัน บริษัท ไฟฟ้าน้ำงึม 2 จำกัด (NN2) ก็มีผลการดำเนินงานสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในปีที่ผ่านมา โดย NN2 มีรายได้จากการขายไฟฟ้าจำนวน 4,365 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 291 ล้านบาทหรือร้อยละ 7 จากปีก่อน เนื่องจากโรงไฟฟ้าพลังน้ำ น้ำงึม 2 มีปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำในช่วงต้นปีและมีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำในปี 2568 สูงกว่าปีก่อน โดยเฉพาะในช่วงเดือนกรกฎาคมที่มีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำสูงที่สุดนับตั้งแต่เริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ ทำให้ผลการดำเนินงานของ CKPower ในภาพรวมเติบโตอย่างต่อเนื่อง</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43294" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/NN2.jpg" alt="โรงไฟฟ้าพลังน้ำ น้ำงึม 2" width="740" height="492" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/NN2.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/NN2-300x199.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/NN2-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/NN2-500x332.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><strong>นายธนวัฒน์</strong> กล่าวว่าปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำของ NN2 ในช่วงต้นปี 2569 ยังคงอยู่ในระดับสูงกว่าปีก่อน และมีปริมาณน้ำไหลเข้าในเดือนมกราคมมากกว่าปีก่อน ส่งผลดีต่อการบริหารจัดการการผลิตไฟฟ้าในช่วงไตรมาสที่1 ของปี 2569 ที่โดยปกติจะมีฝนตกน้อย ขณะที่ XPCL มีปริมาณน้ำไหลผ่านโรงไฟฟ้าเฉลี่ยในเดือนมกราคมสูงกว่าปีก่อนเช่นกัน ส่งผลดีต่อการผลิตไฟฟ้าในช่วงเดือนมกราคมต่อเนื่องถึงเดือนกุมภาพันธ์ ด้านโครงการไฟฟ้าพลังน้ำ หลวงพระบาง มีความคืบหน้าการก่อสร้าง ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2568 อยู่ที่ร้อยละ 65 ซึ่งเป็นไปตามแผนงานที่กำหนดไว้</p>
<p>สำหรับฐานะการเงิน ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 บริษัทมีสินทรัพย์เพิ่มขึ้นร้อยละ 6 จากสิ้นปี 2567 สาเหตุหลักมาจากการทยอยลงทุนเพิ่มเติมใน บริษัท หลวงพระบาง พาวเวอร์ จำกัด (LPCL) และผลการดำเนินงานของ XPCL ในปี 2568 ที่เติบโตต่อเนื่อง รวมถึงการมีเงินสดรับจากการออกหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมครั้งที่ 1/2568 และเงินสดจากการดำเนินงาน โดยอัตราส่วนสภาพคล่องอยู่ที่ 2.26 เท่า เพิ่มขึ้น 0.40 เท่า ขณะที่อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยจ่ายสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นรวมยังคงอยู่ในระดับต่ำที่ 0.50 เท่า สะท้อนถึงการบริหารสภาพคล่องและความสามารถในการชำระหนี้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ หากอัตราดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐอเมริกาและของประเทศไทยมีการปรับลดเพิ่มเติม จะช่วยลดต้นทุนทางการเงินและหนุนผลการดำเนินงานของ CKPower ต่อเนื่องไปในปี 2569 โดยบริษัทจะยังคงติดตามการปรับตัวของอัตราดอกเบี้ยและบริหารจัดการหนี้สินระยะยาวให้มีความเหมาะสมอย่างต่อเนื่อง</p>
<p><strong>นายธนวัฒน์</strong> กล่าวเพิ่มเติมว่า ปีที่ผ่านมาเป็นอีกปีที่มีความท้าทายทั้งจากปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์ เศรษฐกิจโลก ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และบริบทด้านพลังงานที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม บริษัทสามารถปรับตัวและบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ และได้รับการประเมินจากเวทีทั้งในประเทศและระดับสากลตามมาตรฐานความยั่งยืน อาทิ ASEAN CG Scorecard และนิตยสาร The Asset ซึ่งสะท้อนหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีในระดับเอเชีย</p>
<p>นอกจากนี้ <strong>CKPower</strong> ยังได้รับการประเมิน SET ESG Ratings ที่ระดับ &#8220;AAA&#8221; ซึ่งเป็นระดับสูงสุดจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และได้รับคัดเลือกให้อยู่ใน ESG100 บริษัทวิถียั่งยืนที่น่าลงทุนจากสถาบันไทยพัฒน์อย่างต่อเนื่อง ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยบริษัทยังคงขับเคลื่อนการเติบโตผ่านการพัฒนาพลังงานหมุนเวียนตลอดห่วงโซ่คุณค่า ควบคู่กับการเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศไทย และการยกระดับความพร้อมขององค์กรด้านบุคลากร เทคโนโลยี การบริหารความเสี่ยง ตลอดจนการพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อเดินหน้าสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2593</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/ckpower-core-net-profit-2568/">CKPower เผยกำไรสุทธิปี 2568 เติบโตแข็งแกร่ง อานิสงส์จากปริมาณน้ำหนุนผลประกอบการ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ทริน่าโซล่าร์ ชู 5 นวัตกรรมโซลาร์พลิกโฉมไทยสู่ยุคพลังงานสะอาดในปี 2569</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/trina-solar-clean-energy-2026/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 08 Jan 2026 07:01:39 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Article]]></category>
		<category><![CDATA[Solar Review]]></category>
		<category><![CDATA[ทรินาโซลาร์]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรมโซลาร์]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานแสงอาทิตย์]]></category>
		<category><![CDATA[ไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=42774</guid>

					<description><![CDATA[<p>การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังเร่งให้เกิดการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด เอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังปรับนโยบายและการลงทุนเพื่อเปลี่ยนเป้าหมายให้เป็นโครงการพลังงานสะอาด สิ่งที่ต้องคำนึงถึงคือ นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใดบ้างที่เป็นกุญแจสำคัญในการปลดล็อกการพัฒนาพลังงานสะอาดของภูมิภาครวมถึงในไทย ให้ดำเนินการได้รวดเร็วขึ้น มีราคาถูกลง และเชื่อถือได้? ประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังเร่งการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานด้วยแรงขับเคลื่อนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากทั้งด้านนโยบาย การสนับสนุนด้านกฎระเบียบ และการขยายการลงทุนเพิ่มขึ้นในด้านพลังงานสะอาด ทำให้รัฐบาลและธุรกิจสามารถพัฒนาโครงการพลังงานหมุนเวียนได้อย่างรวดเร็ว จากรายงานของ Bloomberg NEF พบว่าในปี 2568 มีโครงการผลิตพลังงานสะอาดที่เตรียมเปิดประมูลไม่น้อยกว่า 20 กิกะวัตต์ ซึ่งส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ในช่วงครึ่งหลังของปี โครงการเหล่านี้สะท้อนถึงการเติบโตอย่างรวดเร็วของพลังงานสะอาดในภูมิภาค สำหรับพลังงานสะอาดที่เหมาะสมกับภูมิภาคนั้น พลังงานแสงอาทิตย์เป็นหนึ่งในพลังงานที่น่าสนใจที่สุด โดย Bloomberg NEF ระบุว่า การพัฒนาโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/trina-solar-clean-energy-2026/">ทริน่าโซล่าร์ ชู 5 นวัตกรรมโซลาร์พลิกโฉมไทยสู่ยุคพลังงานสะอาดในปี 2569</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังเร่งให้เกิดการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด เอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังปรับนโยบายและการลงทุนเพื่อเปลี่ยนเป้าหมายให้เป็นโครงการพลังงานสะอาด สิ่งที่ต้องคำนึงถึงคือ นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใดบ้างที่เป็นกุญแจสำคัญในการปลดล็อกการพัฒนาพลังงานสะอาดของภูมิภาครวมถึงในไทย ให้ดำเนินการได้รวดเร็วขึ้น มีราคาถูกลง และเชื่อถือได้?</p>
<p><span id="more-42774"></span></p>
<p>ประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังเร่งการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานด้วยแรงขับเคลื่อนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากทั้งด้านนโยบาย การสนับสนุนด้านกฎระเบียบ และการขยายการลงทุนเพิ่มขึ้นในด้านพลังงานสะอาด ทำให้รัฐบาลและธุรกิจสามารถพัฒนาโครงการพลังงานหมุนเวียนได้อย่างรวดเร็ว</p>
<p>จากรายงานของ Bloomberg NEF พบว่าในปี 2568 มีโครงการผลิตพลังงานสะอาดที่เตรียมเปิดประมูลไม่น้อยกว่า 20 กิกะวัตต์ ซึ่งส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ในช่วงครึ่งหลังของปี โครงการเหล่านี้สะท้อนถึงการเติบโตอย่างรวดเร็วของพลังงานสะอาดในภูมิภาค</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42776" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/trina-solar-clean-energy-2026-02.jpg" alt="พลังงานแสงอาทิตย์" width="740" height="549" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/trina-solar-clean-energy-2026-02.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/trina-solar-clean-energy-2026-02-300x223.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/trina-solar-clean-energy-2026-02-150x111.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/trina-solar-clean-energy-2026-02-500x371.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>สำหรับพลังงานสะอาดที่เหมาะสมกับภูมิภาคนั้น พลังงานแสงอาทิตย์เป็นหนึ่งในพลังงานที่น่าสนใจที่สุด โดย Bloomberg NEF ระบุว่า การพัฒนาโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยคาดว่าจะมีกำลังการผลิตสูงถึงประมาณ 4.8 กิกะวัตต์ ในปี 2568 ซึ่งมากกว่า 1.5 เท่า ของกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นในปี 2567 การเติบโตดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงเงื่อนไขทางการเงินที่ดีขึ้น กระบวนการพิจารณาอนุญาตที่รวดเร็วเมื่อนโยบายมีความสอดคล้องกัน และเป็นโครงการที่มีขนาดใหญ่ขึ้นและกำลังการผลิตที่สูงขึ้น</p>
<p>ประเทศไทย อินโดนีเซีย และเวียดนาม ได้กำหนดเป้าหมายพลังงานหมุนเวียนไว้ในแผนพัฒนาพลังงานแห่งชาติ โดยประเทศไทยตั้งเป้าที่จะเพิ่มกำลังการผลิตพลังงานแสงอาทิตย์ถึง 43 กิกะวัตต์ ภายในปี 2580 อินโดนีเซียวางแผนที่จะติดตั้งการผลิตพลังงานสะอาด 42.6 กิกะวัตต์ ระหว่างปี 2568 ถึง 2577 และเวียดนามตั้งเป้าหมายกำลังการผลิตพลังงานแสงอาทิตย์ไว้ที่ 24 กิกะวัตต์ ระหว่างปี 2568 ถึง 2573</p>
<p>ความมุ่งมั่นเหล่านี้สะท้อนถึงนโยบายที่ชัดเจนในการดึงดูดการลงทุนระยะยาวเข้าสู่ภูมิภาคโดยมีเงื่อนไขว่า กระบวนการขออนุญาต การเข้าถึงโครงข่ายไฟฟ้า และกรอบการซื้อขายไฟฟ้าจะต้องสอดคล้องกันสนับสนุนให้โครงการลงทุนพลังงานแสงอาทิตย์มีความน่าเชื่อถือ และน่าลงทุนมากยิ่งขึ้น</p>
<p>แนวโน้มในระดับภูมิภาคก็กำลังเปลี่ยนไปเช่นกัน ฟิลิปปินส์กำลังเปิดประมูลการผลิตพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลมในปีนี้หลังจากหยุดชะงักไปสองปี ในขณะที่มาเลเซียกำลังผลักดันประเทศเป็นศูนย์กลางของดาต้าเซ็นเตอร์ โดยการคาดการณ์ของรัฐบาลระบุว่าการเติบโตอย่างรวดเร็วของดาต้าเซ็นเตอร์จะส่งผลให้ความต้องการไฟฟ้าเพิ่มสูงขึ้นถึง 7.7 กิกะวัตต์ ภายในปี 2573และ 20.9 กิกะวัตต์ ภายในปี 2583 ซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนที่สำคัญของความต้องการพลังงานสะอาดที่มีความเสถียรและโซลูชันการจัดการสำหรับผู้บริโภค การเคลื่อนไหวของประเทศต่างๆ ในภูมิภาคผลักดันการเปลี่ยนผ่านภาคพลังงานของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จากการวางแผนไปสู่การพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ ภายใต้การเชื่อมโยงระบบไฟฟ้าผ่านกริด การอนุมัติโครงการอย่างรวดเร็ว และการผลักดันนวัตกรรมการลงทุนที่เปลี่ยนเป้าหมายพลังงานสะอาดให้เป็นโครงการผลิตพลังงานสะอาดเพื่อตอบสนองความต้องการของทุกภาคส่วน</p>
<p>สำหรับประเทศไทย แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP) สะท้อนถึงเป้าหมายในการพัฒนาพลังงานสะอาดอย่างรวดเร็ว ประเทศไทยมีเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงถึง 47% ภายในปี 2578และบรรลุเป้าหมายคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2593ควบคู่ไปกับการเปิดเสรีภาคพลังงานอย่างค่อยเป็นค่อยไป ประเทศไทยเตรียมอนุมัตินโยบายการเปิดให้ธุรกิจสามารถซื้อขายไฟฟ้าโดยตรงจากผู้ผลิต (DPPA) ในปลายปีนี้ ซึ่งจะช่วยให้ภาคธุรกิจสามารถจัดหาพลังงานสะอาดได้อย่างสะดวกและรวดเร็วขึ้น</p>
<p>ภายใต้นโยบาย &#8220;Quick Big Win&#8221; ของกระทรวงพลังงาน การพัฒนาพลังงานแสงอาทิตย์ได้รับความสำคัญในทุกระดับ โครงการโซลาร์ฟาร์มชุมชน ส่งเสริมให้ผู้ผลิตภาคเอกชนลงทุนในโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดินโดยมีกำลังการผลิตรวม 1,500 เมกะวัตต์ นอกจากนี้รัฐบาลยังได้จัดสรรงบประมาณ 7.5 พันล้านบาทเพื่อสนับสนุนโครงการพลังงานแสงอาทิตย์สำหรับภาครัฐ โรงพยาบาล และเพื่อช่วยเหลือระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์และระบบน้ำประปาหมู่บ้าน ในขณะเดียวกันการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (EGAT) วางแผนที่จะลงทุน 3 พันล้านบาทในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการส่งไฟฟ้าเพื่อตอบสนองความต้องการไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นเพื่อขับเคลื่อนการขยายตัวของดาต้าเซ็นเตอร์</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42777" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/trina-solar-clean-energy-2026-03.jpg" alt="พลังงานแสงอาทิตย์" width="740" height="537" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/trina-solar-clean-energy-2026-03.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/trina-solar-clean-energy-2026-03-300x218.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/trina-solar-clean-energy-2026-03-150x109.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/trina-solar-clean-energy-2026-03-500x363.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>ภูมิทัศน์พลังงานของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และประเทศไทยกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และถูกขับเคลื่อนด้วยความต้องการเร่งด่วนของประเทศที่ต้องการโซลูชันที่ตอบสนองด้านความยั่งยืน ซึ่งปัจจุบันมีหลายแนวโน้มที่มีความสำคัญที่มีบทบาทในการพลิกโฉมการพัฒนาพลังงานแสงอาทิตย์ในปี 2569</p>
<p>แนวโน้มสำคัญประการแรก คือ <strong>การพัฒนาด้านเทคโนโลยีลิเธียมไอออนฟอสเฟต (LFP)</strong> ในระบบกักเก็บพลังงานแบตเตอรี่ (BESS) ตลาด BESS กำลังเติบโตแบบก้าวกระโดด โดยคาดการณ์ว่าจะสูงถึง 76.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2568 และพุ่งสูงขึ้นเป็น 172.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2573 ด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ยสะสมต่อปี (CAGR) ที่ 17.6% แรงผลักดันนี้มาจากประสิทธิภาพของการกักเก็บพลังงานที่เพิ่มขึ้น ความปลอดภัยที่ดีขึ้น และต้นทุนแบตเตอรี่มีราคาลดลงทำให้ความนิยมเพิ่มขึ้นและแบตเตอรี่ LFP ยังเหมาะสำหรับการใช้งานทั้งในระบบจัดเก็บพลังงานแบบอยู่กับที่และยานยนต์ไฟฟ้า เมื่อมีการใช้รถ EV มากขึ้น ทำให้เกิดการผลิตแบตเตอรี่เพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้ราคาของแบตเตอรี่ถูกลง ซึ่งเป็นผลดีกับภาพรวมของอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียน ปัจจุบันประเทศต่างๆ ทั่วโลกกำลังเพิ่มการลงทุนในระบบกักเก็บพลังงานเพื่อเพิ่มความเสถียรให้กับแหล่งพลังงานหมุนเวียนและวางรากฐานสำหรับพลังงานสะอาดในอนาคต</p>
<p>เพื่อเสริมความก้าวหน้าในระบบกักเก็บพลังงาน แนวโน้มประการที่สอง คือ การ<strong>ผนวกรวมแหล่งพลังงานหมุ<wbr />นเวียนเข้ากับระบบกักเก็บพลั<wbr />งงาน </strong>ในการประชุม COP30 (2025) ผู้นำระดับโลกตอกย้ำถึงความสำคัญของการเร่งการเปลี่ยนผ่านภาคพลังงานสะอาดเพื่อต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศและก๊าซเรือนกระจก ปัจจุบันหลายประเทศกำลังบูรณาการระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเข้ากับระบบกักเก็บพลังงานซึ่งเป็นกลยุทธ์หลักในแผนพลังงานของทุกประเทศ พลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลมที่ขาดความต่อเนื่องในการผลิตพลังงาน จะถูกชดเชยด้วยระบบกักเก็บพลังงานทำให้การจ่ายกระแสไฟฟ้ามีความเสถียรสามารถจ่ายไฟฟ้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง โซลูชันที่เกิดขึ้นนี้ช่วยให้กริดมีความเสถียรมากขึ้นสามารถจ่ายไฟฟ้าที่จัดเก็บไว้ในช่วงที่มีความต้องการสูงสุดหรือช่วงที่มีแสงแดดน้อย ด้วยการผสานเทคโนโลยีระบบกักเก็บพลังงานช่วยให้โรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนทำงานได้เต็มประสิทธิภาพมากขึ้น</p>
<p>โครงการ ไลม์สโตน โคสต์นอร์ธ เอ็นเนอร์ยี่พาร์ค ในออสเตรเลีย ที่ใช้ระบบกักเก็บพลังงานของ Trina Storage ขนาด 250 MW / 500 MWh เป็นกรณีศึกษาการใช้ระบบกักเก็บพลังงานควบคู่กับพลังงานหมุนเวียนที้น่าสนใจ เพราะโครงการนี้มีบทบาทในการสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับภูมิภาคออสเตรเลียตอนใต้</p>
<p>แนวโน้มประการที่สาม เกี่ยวข้องกับกลยุทธ์สำคัญในการเพิ่มการผลิตพลังงานหมุนเวียนให้สูงสุด นั่นคือ <strong>การใช้ที่ดินอย่างสร้างสรรค์ในการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน</strong> การเปลี่ยนที่ดินที่ไม่ได้ใช้งานให้กลายเป็นแหล่งผลิตพลังงานหมุนเวียนกำลังได้รับความนิยมทั่วโลก ในมณฑลซานตง ประเทศจีน เหมืองร้างแห่งหนึ่งได้รับการดัดแปลงให้เป็นโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนขนาด 150 เมกะวัตต์ ซึ่งมีทั้งโซลาร์ฟาร์มลอยน้ำและระบบกักเก็บพลังงาน ที่ดำเนินการควบคู่ไปกับการทำการเกษตรและการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ โครงการนี้แสดงให้เห็นว่า สามารถจัดการพลังงานหมนุเวียนควบคู่กับระบบกักเก็บพลังงาน และการใช้ประโยชน์สูงสุดจากการใช้ที่ดินในการทำการเกษตรหรือประมง</p>
<p>นอกจากนี้โครงการนำร่องในการพัฒนาไมโครกริดอัจฉริยะของทรินาโซลาร์ที่สำนักงานใหญ่ในประเทศจีน ยังเป็นอีกหนึ่งโครงการที่น่าสนใจ โดยโครงการนี้ได้บูรณาการการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนโครงสร้างหลังคาที่จอดรถ เข้ากับระบบกักเก็บพลังงานแบบ All-in-one และการชาร์จแบบสองทิศทางจากระบบผลิตไฟฟ้าสู่รถยนต์ และจ่ายไฟฟ้าสู่โครงข่ายกริด (V2G) โครงการนี้แสดงให้เห็นถึงการผลิตไฟฟ้ารูปแบบใหม่ที่สร้างระบบนิเวศของพลังงานหมุนเวียนจาก “การผลิต-การจัดเก็บ-การชาร์จ-การคายประจุ&#8221; ซึ่งเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจในการบูรณาการการผลิต กักเก็บ และจ่ายไฟฟ้าของการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์</p>
<p>แนวโน้มประการที่สี่ คือ การพัฒนาพลังงานหมุนเวียนอย่างต่อเนื่อง คือ <strong>การพัฒนาแผงโซลาร์เซลล์ประสิทธิภาพสูง</strong> เนื่องจากพลังงานแสงอาทิตย์ยังคงเป็นพลังงานหมุนเวียนหลักในการผลิตไฟฟ้า และความก้าวหน้าล่าสุดในเซลล์แสงอาทิตย์แบบแทนเดมเพอรอฟสไกต์/ซิลิคอนได้เพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตไฟฟ้าของโซลาร์พีวีถึง 31% ทรินาโซลาร์แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนานวัตกรรมด้วยความสำเร็จด้านการวิจัยและพัฒนาล่าสุดในนวัตกรรมของโซลาร์พีวี ซึ่งรวมถึงเทคโนโลยี TOPCon Ultra และเซลล์แทนเดมเพอรอฟสไกต์/ซิลิคอน บริษัทเป็นผู้นำในการพัฒนานวัตกรรมด้วยการสร้างสถิติโลกใหม่ 5 รายการทั้งในด้านประสิทธิภาพของเซลล์ กำลังไฟฟ้าด้วยโมดูลขนาด 3.1 ตารางเมตรที่มีกำลังไฟฟ้าสูงถึง 841 วัตต์ และมีประสิทธิภาพ 31% อีกหนึ่งนวัตกรรมที่น่าสนใจ คือ การพัฒนาโซลาร์พีวีรุ่น Shield ที่ออกแบบมาให้ทนทานต่อสภาพอากาศที่รุนแรง สามารถทนทานต่อลูกเห็บที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางสูงสุด 75 มม. ที่กระทบในมุม 60°</p>
<p>แนวโน้มประการสุดท้าย คือ <strong>การพัฒนาดาต้าเซ็นเตอร์อย่างยั่งยืน</strong> ดาต้าเซ็นเตอร์มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อเศรษฐกิจดิจิทัลแต่ก็เป็นธุรกิจที่ใช้พลังงานมหาศาลเช่นกัน การเติบโตของดาต้าเซ็นเตอร์จึงก่อให้เกิดความกังวลในด้าน ESG อย่างมาก เนื่องจากต้นทุนด้านพลังงานคิดเป็น 30-50% ของค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน โดยดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่แห่งเดียวใช้พลังงานเทียบเท่ากับเมืองขนาดเล็ก ซึ่งผู้ประกอบการในยุโรปให้ความสำคัญกับปัญหานี้ โดยกำหนดเป็นมาตรฐานของธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ในการดำเนินการจัดหาพลังงานหมุนเวียนสำหรับธุรกิจ การนำความร้อนกลับมาใช้ใหม่ การเพิ่มประสิทธิภาพในระบบทำความเย็น และการจัดการทรัพยากรน้ำ นอกจากนี้ยังมีการนำนวัตกรรมในการระบายความร้อนมาเพิ่มประสิทธิภาพให้กับดาต้าเซ็นเตอร์ เช่น การระบายความร้อนด้วยของเหลว และการจัดการการไหลเวียนของอากาศขั้นสูงมาใช้เพื่อลดการใช้พลังงานอีกด้วย การบูรณาการระบบจัดการพลังงานที่ขับเคลื่อนด้วย AI ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานของศูนย์ข้อมูลและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้เหลือน้อยที่สุด เนื่องจากการดำเนินงานของดาต้าเซ็นเตอร์มีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ การใช้พลังงานหมุนเวียน และการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจึงเป็นมาตรฐานของธุรกิจที่มีความสำคัญ</p>
<p>ประเทศไทยมีนโยบายและมาตรการส่งเสริมโครงสร้างพื้นฐานในการใช้พลังงานสะอาดของดาต้าเซ็นเตอร์ผ่านนโยบายสนับสนุนและการอนุมัติโครงการที่คล่องตัวมากขึ้น ซึ่งทรินาโซลาร์มีส่วนร่วมในการจัดหาแผงโซลาร์พีวี และระบบกักเก็บพลังงานเพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านนี้ โดยใช้โมดูลประสิทธิภาพสูงเพื่อส่งมอบพลังงานที่ความเสถียร เพื่อบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศ ดาต้าเซ็นเตอร์ที่บริหารจัดการภายใต้บริบทของความยั่งยืนมีความสำคัญเชิงกลยุทธ์ต่อการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลและการลดผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศ อีกทั้งยังสนับสนุนการดำเนินการตามเป้าหมายของการปล่อยก๊าซสุทธิเป็นศูนย์ของประเทศ</p>
<p>ประเทศต่างๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อยู่ในช่วงรอยต่อของการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน โดยมีประเทศไทยเป็นผู้นำในการเปลี่ยนแปลง นวัตกรรมของพลังงานแสงอาทิตย์ทั้ง 5 ประการตั้งแต่การผนวกรวมพลังงานหมุนเวียนเข้ากับระบบกักเก็บพลังงานไปจนถึงการพัฒนาดาต้าเซ็นเตอร์อย่างยั่งยืน ช่วยปลดล็อกโอกาสที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนสำหรับการเติบโตของอุตสาหกรรมพลังงานสะอาด และความมั่นคงทางพลังงาน</p>
<p>อย่างไรก็ตาม การพัฒนาโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ต้องอาศัยความร่วมมือกันระหว่างภาครัฐ ผู้ประกอบการ และหน่วยงานวิจัย ภายใต้ความร่วมมือนี้ ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สามารถยกระดับสู่การเป็นผู้นำระดับโลกในด้านพลังงานหมุนเวียน เพื่อสร้างความมั่นคงในด้านพลังงานสะอาดสำหรับคนรุ่นต่อไป</p>
<hr />
<p>โดย เอลวา หวัง ผู้อำนวยการกลุ่มประจำเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เอเชียใต้ และเอเชียกลาง ทรินาโซลาร์เอเชียแปซิฟิก</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/trina-solar-clean-energy-2026/">ทริน่าโซล่าร์ ชู 5 นวัตกรรมโซลาร์พลิกโฉมไทยสู่ยุคพลังงานสะอาดในปี 2569</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ก้าวสู่พลังงานอนาคตกับ Solis: นวัตกรรมและบทบาทของผู้นำด้านพลังงานหมุนเวียน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/solis-factory-visit/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 12 Dec 2025 10:52:58 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Factory]]></category>
		<category><![CDATA[Highlight Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Energy Storage Solution]]></category>
		<category><![CDATA[Ginlong]]></category>
		<category><![CDATA[Hybrid Inverter]]></category>
		<category><![CDATA[Inverter]]></category>
		<category><![CDATA[Solis]]></category>
		<category><![CDATA[String Inverter]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบ ESS]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบกักเก็บพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบโซลาร์]]></category>
		<category><![CDATA[อินเวอร์เตอร์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=42387</guid>

					<description><![CDATA[<p>Ginlong (Solis) ก่อตั้งขึ้นใน ค.ศ.  2005 เป็นผู้ผลิตอินเวอร์เตอร์ PV รายใหญ่อันดับ 3 ของโลก ในฐานะผู้ให้บริการโซลูชันระบบกักเก็บพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานระดับโลกที่ให้บริการลูกค้าที่อยู่อาศัย อาคารพาณิชย์ และสาธารณูปโภค เราทำหน้าที่ส่งมอบคุณค่าตลอดห่วงโซ่อุปทานพลังงานแสงอาทิตย์ทั้งหมด กลุ่มผลิตภัณฑ์อินเวอร์เตอร์พลังงานแสงอาทิตย์ของเราที่ดำเนินงานภายใต้แบรนด์ Solis ได้นำเทคโนโลยีสตริงนวัตกรรมใหม่มาใช้ เพื่อรับประกันความน่าเชื่อถือระดับสูงสุดที่ได้รับการพิสูจน์ผ่านการรับรองระดับสากลที่เข้มงวด ด้วยการรวมห่วงโซ่อุปทานระดับโลกเข้ากับความสามารถในด้านการวิจัยและการพัฒนา ตลอดจนการผลิตระดับโลก จึงทำให้ Ginlong สามารถปรับแต่งอินเวอร์เตอร์ Solis ให้เหมาะกับตลาดแต่ละภูมิภาคได้ผ่านทางทีมงานผู้เชี่ยวชาญในพื้นที่ที่ทุ่มเทให้บริการและการสนับสนุนที่เป็นเลิศ ความสามารถด้านการธนาคารที่ได้รับการพิสูจน์แล้วของเรามาจากการสนับสนุนของสถาบันการเงินชั้นนำ ทำให้มั่นใจได้ถึงผลตอบแทนการลงทุนที่แข็งแกร่งและยาวนาน เราทุ่มเทเพื่อเร่งการเปลี่ยนแปลงระดับโลกไปสู่อนาคตที่ยั่งยืนมากขึ้น ด้วยการทำงานอย่างใกล้ชิดกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกราย Ginlong&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/solis-factory-visit/">ก้าวสู่พลังงานอนาคตกับ Solis: นวัตกรรมและบทบาทของผู้นำด้านพลังงานหมุนเวียน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>Ginlong (Solis) ก่อตั้งขึ้นใน ค.ศ.  2005 เป็นผู้ผลิตอินเวอร์เตอร์ PV รายใหญ่อันดับ 3 ของโลก ในฐานะผู้ให้บริการโซลูชันระบบกักเก็บพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานระดับโลกที่ให้บริการลูกค้าที่อยู่อาศัย อาคารพาณิชย์ และสาธารณูปโภค เราทำหน้าที่ส่งมอบคุณค่าตลอดห่วงโซ่อุปทานพลังงานแสงอาทิตย์ทั้งหมด กลุ่มผลิตภัณฑ์อินเวอร์เตอร์พลังงานแสงอาทิตย์ของเราที่ดำเนินงานภายใต้แบรนด์ Solis ได้นำเทคโนโลยีสตริงนวัตกรรมใหม่มาใช้ เพื่อรับประกันความน่าเชื่อถือระดับสูงสุดที่ได้รับการพิสูจน์ผ่านการรับรองระดับสากลที่เข้มงวด ด้วยการรวมห่วงโซ่อุปทานระดับโลกเข้ากับความสามารถในด้านการวิจัยและการพัฒนา ตลอดจนการผลิตระดับโลก จึงทำให้ Ginlong สามารถปรับแต่งอินเวอร์เตอร์ Solis ให้เหมาะกับตลาดแต่ละภูมิภาคได้ผ่านทางทีมงานผู้เชี่ยวชาญในพื้นที่ที่ทุ่มเทให้บริการและการสนับสนุนที่เป็นเลิศ ความสามารถด้านการธนาคารที่ได้รับการพิสูจน์แล้วของเรามาจากการสนับสนุนของสถาบันการเงินชั้นนำ ทำให้มั่นใจได้ถึงผลตอบแทนการลงทุนที่แข็งแกร่งและยาวนาน เราทุ่มเทเพื่อเร่งการเปลี่ยนแปลงระดับโลกไปสู่อนาคตที่ยั่งยืนมากขึ้น ด้วยการทำงานอย่างใกล้ชิดกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกราย</strong></p>
<p><span id="more-42387"></span></p>
<p><strong>Ginlong</strong> (<strong>Solis</strong>) ได้เชิญคณะสื่อมวลชนไทยเข้าเยี่ยมชมศูนย์ปฏิบัติการและชมโรงงานผลิตของ <strong>Solis</strong> ในนครหางโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อศึกษานวัตกรรมอินเวอร์เตอร์และระบบกักเก็บพลังงานแสงอาทิตย์ที่กำลังเป็นกำลังสำคัญของอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียนทั่วโลก การเยี่ยมชมครั้งนี้เปิดโอกาสให้เห็นถึงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี กระบวนการผลิตมาตรฐานสากล ตลอดจนโครงสร้างการให้บริการหลังการขายที่ครบวงจรของ Solis ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญในการรองรับการขยายตัวของตลาดพลังงานสะอาดในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้</p>
<p>การเข้าศึกษาดูงาน ณ ศูนย์ปฏิบัติการของ <strong>Ginlong</strong> (<strong>Solis</strong>) ในครั้งนี้ ทำให้เห็นภาพรวมของศักยภาพเทคโนโลยีอินเวอร์เตอร์และระบบกักเก็บพลังงานอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น โดยเฉพาะด้านการให้บริการหลังการขาย (Service) ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญที่สะท้อนความพร้อมของแบรนด์ในการขยายธุรกิจไปทั่วโลก ปัจจุบัน Solis มีศูนย์บริการ (Service Center) มากกว่า 53 แห่ง ครอบคลุมทุกภูมิภาค พร้อมทีมผู้เชี่ยวชาญกว่า 3,000 คนทั่วโลกที่คอยให้การสนับสนุนลูกค้าอย่างต่อเนื่อง</p>
<p>ทั้งนี้ ในประเทศไทย <strong>Solis</strong> ให้ความสำคัญเป็นพิเศษด้วยการจัดตั้งทีมบริการคนไทยโดยเฉพาะ ทั้งฝ่ายเทคนิค ฝ่ายขาย และฝ่ายสนับสนุนลูกค้า เพื่อให้ผู้ใช้งานได้รับคำปรึกษาอย่างครบถ้วนตั้งแต่การเลือกอุปกรณ์ การติดตั้ง ไปจนถึงกรณีเกิดปัญหา โดยมีระบบสต๊อกสินค้าในประเทศเพื่อรองรับการเปลี่ยนเครื่องใหม่ได้ทันทีโดยไม่ต้องรอซ่อม สร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าในภาคครัวเรือน ภาคธุรกิจ ไปจนถึงภาคอุตสาหกรรมขนาดใหญ่</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42390" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/Solis-Factory-Visit-02.jpg" alt="ระบบพลังงานแสงอาทิตย์" width="800" height="600" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/Solis-Factory-Visit-02.jpg 800w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/Solis-Factory-Visit-02-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/Solis-Factory-Visit-02-768x576.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/Solis-Factory-Visit-02-150x113.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/Solis-Factory-Visit-02-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<h3>การขับเคลื่อนด้านความยั่งยืนและการลดคาร์บอน</h3>
<p><strong>Solis</strong> ระบุว่าจากการใช้งานอินเวอร์เตอร์ทั่วโลก บริษัทได้ช่วยผลิตพลังงานสะอาดรวมกว่า 286 กิกะวัตต์ และสามารถลดการปล่อยคาร์บอนสะสมได้ถึง 172 ล้านตัน สะท้อนบทบาทที่สำคัญของบริษัทต่อการเร่งการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานในระดับสากล</p>
<h3>ผลิตภัณฑ์ที่จำหน่ายในประเทศไทย</h3>
<p>ตลาดไทยเป็นหนึ่งในตลาดที่เติบโตเร็ว โดยแบ่งกลุ่มผลิตภัณฑ์ออกเป็น 3 หมวดใหญ่ ได้แก่</p>
<ul>
<li><strong>Hybrid Inverter (Energy Storage Solution)</strong></li>
<li><strong>String Inverter สำหรับระบบโซลาร์ทั่วไป</strong></li>
<li><strong>ระบบกักเก็บพลังงานขนาดใหญ่สำหรับ C&amp;I (Commercial &amp; Industrial)</strong></li>
</ul>
<ol>
<li><strong>Hybrid Inverter</strong> – พื้นฐานสำคัญของตลาดโซลาร์ยุคใหม่ Hybrid Inverter ของ <strong>Solis</strong> เป็นโซลูชันที่เข้ากับทิศทางตลาดไทยอย่างชัดเจน เพราะปัจจุบันผู้ใช้ไม่ต้องการเพียงแค่ผลิตพลังงานจากแสงอาทิตย์ แต่ต้องการ “เก็บพลังงาน” เพื่อลดค่าไฟและใช้ในช่วงไฟดับ กลุ่มผลิตภัณฑ์มีตั้งแต่ 6kW, 8kW ไปจนถึงรุ่นใหม่ที่จะเปิดตัวในปีหน้า เช่น 10kW (1 เฟส) และ 10–125kW สำหรับ 3 เฟส ซึ่งตอบโจทย์ทั้งบ้านเรือน โรงงาน และสถานประกอบการขนาดใหญ่</li>
</ol>
<p>จุดเด่นสำคัญของ Solis คือ Hybrid Inverter สามารถใช้งานร่วมกับแบตเตอรี่ได้หลายยี่ห้อ ไม่ได้ผูกขาดให้ใช้เฉพาะแบตเตอรี่ของแบรนด์เดียว ช่วยเปิดโอกาสให้ลูกค้าเลือกอุปกรณ์ที่เหมาะสมตามงบประมาณและความต้องการ ซึ่งแตกต่างจากคู่แข่งหลายรายที่ล็อกให้ใช้แบตเตอรี่เฉพาะแบรนด์ของตนเอง</p>
<ol start="2">
<li><strong>String Inverter</strong> สำหรับระบบอุตสาหกรรม สำหรับภาคอุตสาหกรรมและเชิงพาณิชย์ <strong>Solis</strong> มี String Inverter ครอบคลุมตั้งแต่ 30kW ถึง 150kW ส่วนโซลาร์ฟาร์มมีรุ่นใหญ่ถึง 350kW รองรับการติดตั้งในโครงการขนาดใหญ่ที่ต้องการความเสถียรสูง</li>
<li><strong>Energy Storage</strong> สำหรับ C&amp;I – Solis EverVolt ระบบกักเก็บพลังงานเชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรม (C&amp;I ESS) ของ <strong>Solis</strong> เป็นไฮไลต์สำคัญของการดูงานครั้งนี้ ผลิตภัณฑ์ EverVolt ถูกออกแบบแบบ “All-in-One” รวม 4 ฟังก์ชันหลักไว้ในตัวเดียว ได้แก่</li>
</ol>
<ul>
<li>การรับพลังงานจากโซลาร์โดยตรง</li>
<li>การชาร์จ/ดิสชาร์จแบตเตอรี่</li>
<li>ระบบสำรองไฟ (Backup)</li>
<li>EMS สำหรับควบคุมพลังงานทั้งระบบ</li>
</ul>
<p>ทำให้ลูกค้าไม่จำเป็นต้องติดตั้งอุปกรณ์หลายชิ้นเหมือนระบบแบบเดิมที่ต้องใช้ทั้ง Inverter, PCS, ATS และ EMS แยกกัน ส่งผลให้ลดพื้นที่ติดตั้ง ลดต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพของระบบทั้งหมด</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42391 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/Solis-Factory-Visit-03.jpg" alt="ระบบ ESS" width="800" height="600" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/Solis-Factory-Visit-03.jpg 800w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/Solis-Factory-Visit-03-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/Solis-Factory-Visit-03-768x576.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/Solis-Factory-Visit-03-150x113.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/Solis-Factory-Visit-03-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<h3>Innovation ในปี 2026 ความปลอดภัยระดับสูง – 15 ชั้น (15-Level Safety Design)</h3>
<p><strong>Solis</strong> อธิบายถึงดีไซน์ด้านความปลอดภัยที่ถือเป็นจุดแข็งที่สุดของระบบกักเก็บพลังงาน โดยแต่ละแพ็กประกอบด้วยระบบป้องกันครบทุกระดับ ตั้งแต่ระดับเซลล์ แบตเตอรี่แพ็ก ไปจนถึงระดับตู้ รวมถึงอุปกรณ์ตรวจจับอุณหภูมิ ควัน ความดัน ระบบดับเพลิง Aerosol ระบบต่อท่อน้ำดับเพลิง และแผ่นระบายแรงดันเพื่อป้องกันการระเบิดแบบกระจาย</p>
<p>ทั้งหมดนี้ช่วยให้ระบบ ESS ของ <strong>Solis</strong> สามารถควบคุมความร้อนได้ดีและยับยั้งการลุกลามของไฟในกรณีเกิดความผิดปกติ</p>
<h3>ประสิทธิภาพ ความเสถียร และการสำรองไฟ</h3>
<p>ระบบ ESS ของ <strong>Solis</strong> ถูกออกแบบให้สำรองไฟได้อย่างต่อเนื่อง โดยมี Response Time ต่ำกว่า 10 ms เหมาะสำหรับอุปกรณ์สำคัญ เช่น โรงพยาบาล โรงงานที่มีไลน์การผลิตต่อเนื่อง และดาต้าเซนเตอร์ ซึ่งไม่สามารถยอมให้ไฟกระชากหรือดับได้แม้เสี้ยววินาที</p>
<h3>ดีไซน์ที่รองรับการติดตั้งจริง</h3>
<p>ตู้ ESS ของ <strong>Solis</strong> ใช้พื้นที่เพียง 2.5 ตารางเมตร เบากว่าโซลูชันทั่วไป 5–11% และให้ Energy Density สูงกว่า 20–95% พร้อมออกแบบให้ยก เคลื่อนย้าย และติดตั้งได้ง่าย ลดภาระของผู้รับเหมาและธุรกิจ EPC อย่างมาก</p>
<p>ดังนั้น การเข้าศึกษาดูงานที่ <strong>Ginlong</strong> (<strong>Solis</strong>) ในครั้งนี้ เปิดโอกาสให้เห็นกระบวนการพัฒนาเทคโนโลยีด้านอินเวอร์เตอร์และระบบกักเก็บพลังงานแสงอาทิตย์อย่างครบวงจร ตั้งแต่การวิจัย ออกแบบ ทดสอบ ไปจนถึงการผลิตจริงภายใต้มาตรฐานสากลที่เข้มงวด ความละเอียดในทุกขั้นตอนสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการผลักดันเทคโนโลยีพลังงานสะอาดให้เติบโตอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน</p>
<p>สิ่งที่โดดเด่นเป็นพิเศษ คือ นวัตกรรมสตริงอินเวอร์เตอร์รุ่นใหม่ของ <strong>Solis</strong> ซึ่งพัฒนาให้มีความเสถียร ประสิทธิภาพสูง และรองรับสภาพแวดล้อมของแต่ละภูมิภาคได้ดี ขณะเดียวกัน แพลตฟอร์มการจัดการพลังงานอัจฉริยะและระบบกักเก็บพลังงาน (ESS) ก็เป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยบริหารการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยลดการสูญเสียและเพิ่มความมั่นคงของระบบไฟฟ้าในระยะยาว</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42392" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/Solis-Factory-Visit-04.jpg" alt="คณะสื่อมวลชนไทยเข้าเยี่ยมชมศูนย์ปฏิบัติการและชมโรงงานผลิตของ Solis ในนครหางโจว" width="800" height="600" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/Solis-Factory-Visit-04.jpg 800w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/Solis-Factory-Visit-04-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/Solis-Factory-Visit-04-768x576.jpg 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/Solis-Factory-Visit-04-150x113.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/Solis-Factory-Visit-04-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<p>สำหรับประเทศไทย นวัตกรรมของ <strong>Solis</strong> จะมีบทบาทสำคัญในการ ยกระดับระบบพลังงานหมุนเวียน ดังนี้</p>
<ol>
<li>เพิ่มประสิทธิภาพโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ทั้งขนาดครัวเรือน พาณิชย์ และขนาดสาธารณูปโภค</li>
<li>ช่วยเสริมเสถียรภาพของโครงข่ายไฟฟ้า (Grid Stability) ผ่านระบบอินเวอร์เตอร์อัจฉริยะและโซลูชัน ESS</li>
<li>สนับสนุนเป้าหมาย Net Zero ของประเทศไทย ด้วยเทคโนโลยีที่ช่วยลดการปล่อยคาร์บอนและเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาด</li>
<li>รองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมพลังงานใหม่ เช่น EV charging โรงงานอัจฉริยะ และโครงการพลังงานกระจายตัว (Distributed Energy)</li>
<li>สร้างความคุ้มค่าให้ผู้ประกอบการ ด้วยประสิทธิภาพที่สูงขึ้นและต้นทุนตลอดอายุการใช้งาน ที่ลดลง</li>
</ol>
<p><strong>โดยรวมแล้ว การดูงานครั้งนี้ทำให้เห็นชัดเจนว่า Ginlong (Solis) ไม่ได้เป็นเพียงผู้ผลิตอุปกรณ์ แต่เป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ที่พร้อมผลักดันพลังงานสะอาดให้เติบโตอย่างยั่งยืนในประเทศไทย ผ่านเทคโนโลยีที่ล้ำหน้า การสนับสนุนทางเทคนิคระดับสากล และแนวคิดการพัฒนาที่ให้ความสำคัญกับทั้งประสิทธิภาพ ความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อม</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/solis-factory-visit/">ก้าวสู่พลังงานอนาคตกับ Solis: นวัตกรรมและบทบาทของผู้นำด้านพลังงานหมุนเวียน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>CKPower กำไรสุทธิ 9 เดือนปี 2568 เติบโตแข็งแกร่งต่อเนื่อง รับอานิสงส์บวกจากปัจจัยฤดูกาล อัตราดอกเบี้ยนโยบายลดส่งผลดีต่อธุรกิจ</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/ckpower-q3-2568/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 11 Nov 2025 02:52:17 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<category><![CDATA[CKPower]]></category>
		<category><![CDATA[ผลิตไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[โรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=41785</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ 10 พ.ย. 2568 – นายธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKPower (ชื่อย่อหลักทรัพย์: CKP) หนึ่งในผู้นำในการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคและมีคาร์บอนฟุตพรินต์ที่ต่ำที่สุดรายหนึ่ง เปิดเผยผลการดำเนินงานของบริษัทและบริษัทย่อยในไตรมาสที่ 3/2568 และงวด 9 เดือนของปี 2568 ว่า CKPower มีผลการดำเนินที่แข็งแกร่งและเติบโตต่อเนื่องจากครึ่งปีแรกของปี โดยมีกำไรสุทธิจากการดำเนินงาน (Core Net&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/ckpower-q3-2568/">CKPower กำไรสุทธิ 9 เดือนปี 2568 เติบโตแข็งแกร่งต่อเนื่อง รับอานิสงส์บวกจากปัจจัยฤดูกาล อัตราดอกเบี้ยนโยบายลดส่งผลดีต่อธุรกิจ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ 10 พ.ย. 2568 – <strong><span style="color: #6cb742;">นายธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์</span> กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKPower (ชื่อย่อหลักทรัพย์: CKP) หนึ่งในผู้นำในการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคและมีคาร์บอนฟุตพรินต์ที่ต่ำที่สุดรายหนึ่ง เปิดเผยผลการดำเนินงานของบริษัทและบริษัทย่อยในไตรมาสที่ 3/2568 และงวด 9 เดือนของปี 2568 ว่า CKPower มีผลการดำเนินที่แข็งแกร่งและเติบโตต่อเนื่องจากครึ่งปีแรกของปี โดยมีกำไรสุทธิจากการดำเนินงาน (Core Net Profit) ในไตรมาส 3 และงวด 9 เดือน จำนวน 1,227 ล้านบาท และ 1,643 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้น 641 ล้านบาท และ 1,151 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 110 และ ร้อยละ 234 จากช่วงเดียวกันของปีก่อนตามลำดับ</strong></p>
<p><span id="more-41785"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41786" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/CKPower-Power-Plant.jpg" alt="โรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี" width="740" height="416" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/CKPower-Power-Plant.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/CKPower-Power-Plant-300x169.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/CKPower-Power-Plant-150x84.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/CKPower-Power-Plant-500x281.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>สำหรับปัจจัยสำคัญที่ส่งผลดีต่อผลการดำเนินงาน คือ ปริมาณน้ำที่ไหลผ่านโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี อยู่ในระดับที่เหมาะสม สามารถผลิตไฟฟ้าได้โดยไม่มีการหยุดเดินเครื่องตลอดช่วง 9 เดือนปี 2568 ทำให้ปริมาณการขายไฟฟ้าของ บริษัท ไซยะบุรี พาวเวอร์ จำกัด (XPCL) ในช่วง 9 เดือนเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 27 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ผนวกกับต้นทุนทางการเงินของ XPCL ลดลงตามแนวโน้มดอกเบี้ยโลก บริษัทจึงรับรู้ส่วนแบ่งกำไรสุทธิจากการดำเนินงานของ XPCL ในไตรมาส 3 และงวด 9 เดือน จำนวน 904 ล้านบาท และ 1,125 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 536 ล้านบาท และ 1,110 ล้านบาท ประกอบกับรายได้จากการขายไฟฟ้าของ บริษัท ไฟฟ้าน้ำงึม 2 จำกัด (NN2) เพิ่มขึ้นจากปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำในช่วง 9 เดือนเพิ่มขึ้นจากปีก่อน โดยเฉพาะในเดือนกรกฎาคม 2568 ที่มีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำสูงที่สุดนับตั้งแต่เริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ ทำให้มีปริมาณการขายไฟฟ้ามากกว่าปีก่อนร้อยละ 26</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41787" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/CKPower-Power-Plant-02.jpg" alt="สายส่งไฟฟ้า" width="740" height="416" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/CKPower-Power-Plant-02.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/CKPower-Power-Plant-02-300x169.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/CKPower-Power-Plant-02-150x84.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/CKPower-Power-Plant-02-500x281.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>&#8220;NN2 ได้รับประโยชน์จากปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำที่ค่อนข้างมากโดยเฉพาะในช่วงไตรมาส 3 ที่ผ่านมา จากอิทธิพลของพายุโซนร้อน “วิภา” ส่งผลให้ระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำอยู่ในระดับสูง โดยคาดว่าระดับน้ำจะยังคงอยู่ในระดับสูงต่อเนื่องจนถึงสิ้นปีนี้ ซึ่งจะส่งผลดีต่อการบริหารจัดการการผลิตไฟฟ้าในช่วงไตรมาสที่1 ของปี 2569 นอกจากนี้ จากแนวโน้มการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐอเมริกาและประเทศไทย คาดว่าจะช่วยลดต้นทุนทางการเงินและหนุนผลการดำเนินงานของ CKPower ต่อเนื่องไปในปี 2569 ได้ ขณะที่โครงการไฟฟ้าพลังน้ำ หลวงพระบาง มีความคืบหน้าการก่อสร้าง ณ สิ้นเดือนกันยายน 2568 อยู่ที่ร้อยละ 59 ซึ่งเป็นไปตามแผน&#8221; <strong>นายธนวัฒน์</strong> กล่าวเสริม</p>
<p>สำหรับฐานะการเงิน ณ วันที่ 30 กันยายน 2568 บริษัทฯ มีสินทรัพย์เพิ่มขึ้นร้อยละ 7 จากสิ้นปี 2567 สาเหตุหลักมาจากเงินสดรับจากการออกหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมครั้งที่ 1/2568 ของบริษัท เงินสดจากการดำเนินงาน ซึ่งใช้ในการลงทุนเพิ่มเติมใน บริษัท หลวงพระบาง พาวเวอร์ จำกัด (LPCL) รวมถึงผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของ XPCL ในช่วง 9 เดือนปี 2568 พร้อมกันนี้บริษัทยังมีความสามารถในการชำระหนี้ที่แข็งแกร่งจากอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยจ่ายสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ในระดับต่ำที่ 0.53 เท่า และอัตราส่วนความสามารถในการชำระดอกเบี้ยที่ 6.50 เท่า ตอกย้ำถึงฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง และการบริหารสภาพคล่องได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยบริษัทจะยังคงติดตามการปรับตัวของอัตราดอกเบี้ยและบริหารจัดการหนี้สินระยะยาวให้มีสัดส่วนที่เหมาะสมอย่างต่อเนื่อง</p>
<p><strong>นายธนวัฒน์</strong> กล่าวว่า CKPower ยังคงมุ่งมั่นขับเคลื่อนการเติบโตผ่านการพัฒนาพลังงานหมุนเวียนและเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงาน พร้อมร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการนำประเทศไทยก้าวสู่สังคมคาร์บอนต่ำ พัฒนาโครงสร้างทางพลังงานที่มั่นคงและมีเสถียรภาพ ควบคู่ไปกับการสนับสนุนและผลักดันให้เกิดการคิดค้นและพัฒนานวัตกรรมการเพื่อลดการใช้พลังงานและเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตไฟฟ้า ตลอดจนสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับการอนุรักษ์พลังงานตลอดห่วงโซ่คุณค่าขององค์กร เพื่อเดินหน้าสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2593</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/ckpower-q3-2568/">CKPower กำไรสุทธิ 9 เดือนปี 2568 เติบโตแข็งแกร่งต่อเนื่อง รับอานิสงส์บวกจากปัจจัยฤดูกาล อัตราดอกเบี้ยนโยบายลดส่งผลดีต่อธุรกิจ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ดีเอชแอล ซัพพลายเชน เปิดตัวคลังสินค้าแห่งแรกที่ใช้พลังงานหมุนเวียน 100% ขับเคลื่อนด้วยระบบโซลาร์เซลล์ในพื้นที่</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/dhl-bangna-sustainable-logistics-center/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 14 Oct 2025 09:03:58 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Bangna Sustainable Logistics Center]]></category>
		<category><![CDATA[คลังสินค้า]]></category>
		<category><![CDATA[ดีเอชแอล]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบโซลาร์เซลล์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=41424</guid>

					<description><![CDATA[<p>การลงทุน 1.39 พันล้านบาท (35 ล้านยูโร) ครั้งนี้ สนับสนุนเป้าหมายหลักที่สี่ของดีเอชแอล กรุ๊ป ภายใต้กลยุทธ์ Strategy 2030 ในการเป็น &#8220;Green Logistics of Choice&#8221; หรือผู้ให้บริการโลจิสติกส์สีเขียวที่เป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งของลูกค้า คลังสินค้านี้ยกระดับมาตรฐานใหม่ด้านความยั่งยืนสำหรับคลังสินค้าของดีเอชแอล ซัพพลายเชน ในอนาคต กรุงเทพฯ, 14 ตุลาคม 2568: ดีเอชแอล ซัพพลายเชน ประเทศไทย ได้เปิดตัว Bangna Sustainable&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/dhl-bangna-sustainable-logistics-center/">ดีเอชแอล ซัพพลายเชน เปิดตัวคลังสินค้าแห่งแรกที่ใช้พลังงานหมุนเวียน 100% ขับเคลื่อนด้วยระบบโซลาร์เซลล์ในพื้นที่</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<ul>
<li>การลงทุน 1.39 พันล้านบาท (35 ล้านยูโร) ครั้งนี้ สนับสนุนเป้าหมายหลักที่สี่ของดีเอชแอล กรุ๊ป ภายใต้กลยุทธ์ Strategy 2030 ในการเป็น &#8220;Green Logistics of Choice&#8221; หรือผู้ให้บริการโลจิสติกส์สีเขียวที่เป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งของลูกค้า</li>
<li>คลังสินค้านี้ยกระดับมาตรฐานใหม่ด้านความยั่งยืนสำหรับคลังสินค้าของดีเอชแอล ซัพพลายเชน ในอนาคต</li>
</ul>
<p>กรุงเทพฯ, 14 ตุลาคม 2568: <strong>ดีเอชแอล ซัพพลายเชน ประเทศไทย ได้เปิดตัว Bangna Sustainable Logistics Center อย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นคลังสินค้าแห่งแรกของดีเอชแอล ซัพพลายเชนทั่วโลกที่ใช้พลังงานหมุนเวียน 100% จากระบบโซลาร์เซลล์ที่ติดตั้งในพื้นที่ ถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ที่ยั่งยืนในภูมิภาค คลังสินค้านี้นี้มีมูลค่าการลงทุน 1.39 พันล้านบาท (35 ล้านยูโร) และยกระดับมาตรฐานใหม่ในการดำเนินงานของดีเอชแอล ซัพพลายเชน ในอนาคต</strong></p>
<p><span id="more-41424"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41426" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/dhl-bangna-sustainable-logistics-center-02.jpg" alt="Bangna Sustainable Logistics Center" width="628" height="419" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/dhl-bangna-sustainable-logistics-center-02.jpg 628w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/dhl-bangna-sustainable-logistics-center-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/dhl-bangna-sustainable-logistics-center-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/dhl-bangna-sustainable-logistics-center-02-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 628px) 100vw, 628px" /></p>
<p>คลังสินค้านี้ดำเนินการด้วยพลังงานหมุนเวียนที่ผลิตในพื้นที่ทั้งหมด โดยติดตั้งระบบแผงโซลาร์เซลล์ขนาด 4.2 เมกะวัตต์พีค ครอบคลุมพื้นที่ 24,000 ตารางเมตร (เทียบเท่ากับ 3 สนามฟุตบอลมาตรฐาน) พร้อมระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ขนาด 10 เมกะวัตต์ชั่วโมง และระบบบริหารจัดการพลังงานอัจฉริยะ</p>
<p>คลังสินค้าแห่งนี้ติดตั้งอุปกรณ์ที่ช่วยประหยัดการใช้น้ำ ระบบทำความเย็นที่มีประสิทธิภาพสูง หลังคาโปร่งแสงธรรมชาติ รวมถึงการดำเนินงานที่ใช้รถยกสินค้าที่ขับเคลื่อนด้วยแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน พร้อมทั้งการใช้บรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืน และระบบบริหารจัดการขยะอย่างครอบคลุม เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้มากที่สุด</p>
<p>&#8220;การเปิดตัว Bangna Sustainable Logistics Center นี้ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญสำหรับดีเอชแอล ซัพพลายเชน และอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ ซึ่งคลังสินค้าพลังงานหมุนเวียน 100% แห่งแรกของดีเอชแอล ซัพพลายเชนทั่วโลกที่สร้างขึ้นในประเทศไทยนี้ตอกย้ำความมุ่งมั่นของเราในการเป็นผู้ให้บริการโลจิสติกส์สีเขียวที่เป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งของลูกค้า</p>
<p>คลังสินค้าแห่งนี้นับเป็นก้าวสำคัญที่เป็นรูปธรรมเพื่อมุ่งสู่เป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิให้เป็นศูนย์ภายในปี 2593 การลงทุนในพลังงานหมุนเวียน และโซลูชันการขนส่งที่ปล่อยคาร์บอนต่ำและปลอดคาร์บอนนี้ เป็นรากฐานสำคัญที่จะช่วยให้เราสามารถมอบโซลูชันโลจิสติกส์ที่ยั่งยืนให้แก่ลูกค้า บริการ GoGreen Plus ของเราช่วยให้ลูกค้าสามารถลดคาร์บอนในซัพพลายเชนของตนเอง และติดตามความคืบหน้าที่วัดผลได้อย่างชัดเจนสู่เป้าหมายด้านความยั่งยืน เราไม่เพียงตอบสนองต่อความต้องการของอนาคตโลว์คาร์บอน แต่เรากำลังเป็นผู้สร้างสรรค์อนาคตนั้น</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41427" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/dhl-bangna-sustainable-logistics-center-03.jpg" alt="ดีเอชแอล ซัพพลายเชน เปิดตัวคลังสินค้าแห่งแรกที่ใช้พลังงานหมุนเวียน 100%" width="628" height="427" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/dhl-bangna-sustainable-logistics-center-03.jpg 628w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/dhl-bangna-sustainable-logistics-center-03-300x204.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/dhl-bangna-sustainable-logistics-center-03-150x102.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/dhl-bangna-sustainable-logistics-center-03-500x340.jpg 500w" sizes="(max-width: 628px) 100vw, 628px" /></p>
<p>ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นภูมิภาคที่สำคัญในการเติบโตสำหรับดีเอชแอล กรุ๊ป และการลงทุนของเราสะท้อนถึงความเชื่อมั่นนี้ เรามุ่งมั่นที่จะช่วยให้ลูกค้าขยายธุรกิจ สร้างความยืดหยุ่นในการรับมือกับวิกฤต และขับเคลื่อนการเติบโตได้อย่างยั่งยืน&#8221; เฮนดริก เวนเตอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ดีเอชแอล ซัพพลายเชน กล่าว</p>
<p>คลังสินค้าแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงคลังสินค้าที่ปลอดการปล่อยคาร์บอนเท่านั้น แต่ยังพิสูจน์ให้เห็นว่าความยั่งยืนสามารถนำมาซึ่งประโยชน์ที่แท้จริงให้กับลูกค้าได้ ผ่านบริการ GoGreen Plus ของดีเอชแอล ซึ่งช่วยให้ลูกค้าในธุรกิจต่างๆ สามารถลดการปล่อยคาร์บอนผ่านซัพพลายเชนโดยการดำเนินงานหลักทั้งหมดในคลังสินค้าตั้งแต่ระบบแสงสว่าง ระบบทำความเย็น ไปจนถึงการขนย้ายสินค้าที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานโซลาร์เซลล์ในพื้นที่และระบบกักเก็บพลังงาน นอกจากนี้ ลูกค้ายังได้รับประโยชน์จากการขนส่งด้วยรถขนส่งไฟฟ้า บรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืน และการให้บริการอย่างใกล้ชิดจากผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการรับรอง Certified GoGreen Specialists ของดีเอชแอล ซึ่งจะคอยช่วยติดตามการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน เพื่อช่วยให้ลูกค้าบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืนโดยยังคงรักษามาตรฐานคุณภาพบริการและความน่าเชื่อถือในระดับสากล</p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>ฮาเวียร์ บิลเบา</strong></span> <strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ดีเอชแอลซัพพลายเชน เอเชียแปซิฟิก</strong> กล่าวว่า &#8220;ประเทศไทยกำลังก้าวขึ้นมาเป็นศูนย์กลางการค้าที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยฐานการผลิตที่แข็งแกร่ง โครงสร้างพื้นฐานที่ทันสมัย และนโยบายด้านพลังงานหมุนเวียน คลังสินค้าแห่งนี้ได้สะท้อนถึงความแข็งแกร่งนั้น เพราะไม่ได้เพียงขับเคลื่อนโลจิสติกส์ที่ยั่งยืน แต่ยังช่วยให้ภาคสินค้าอุปโภคบริโภค (FMCG) และภาคอุตสาหกรรมอื่นๆ บริหารจัดการซัพพลายเชนอย่างชาญฉลาดและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ขณะเดียวกันก็มีส่วนสร้างอนาคตโลว์คาร์บอนให้กับภูมิภาค&#8221;</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41428" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/dhl-bangna-sustainable-logistics-center-04.jpg" alt="สตีฟ วอล์กเกอร์" width="628" height="454" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/dhl-bangna-sustainable-logistics-center-04.jpg 628w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/dhl-bangna-sustainable-logistics-center-04-300x217.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/dhl-bangna-sustainable-logistics-center-04-150x108.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/dhl-bangna-sustainable-logistics-center-04-500x361.jpg 500w" sizes="(max-width: 628px) 100vw, 628px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>สตีฟ วอล์กเกอร์</strong></span> <strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ดีเอชแอล ซัพพลายเชน กลุ่มธุรกิจประเทศไทย</strong> กล่าวว่า &#8220;ประเทศไทยกำลังก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำด้านโลจิสติกส์ที่ยั่งยืน การสร้างคลังสินค้า Bangna Sustainable Logistics Center นี้และการให้ความสำคัญกับรถขนส่งไฟฟ้าของเรา แสดงให้เห็นว่าการดูแลสิ่งแวดล้อมสามารถทำพร้อมกันกับการดำเนินงานได้ เราสร้างคลังสินค้านี้โดยคำนึงถึงลูกค้า โดยเฉพาะในภาคสินค้าอุปโภคบริโภค (FMCG) ยานยนต์ เทคโนโลยี วิศวกรรมและการผลิต ที่ต้องการทั้งความคล่องตัวและความยั่งยืน</p>
<p>ด้วยการผสานพลังงานโซลาร์เซลล์ ระบบกักเก็บพลังงานขั้นสูง และการฝึกอบรมพนักงานให้เป็น Certified GoGreen Specialists เราส่งมอบคุณค่าที่วัดผลได้ให้แก่ลูกค้า พร้อมทั้งเสริมสร้างบทบาทของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางโลจิสติกส์ของอาเซียน โดยเฉพาะในด้านยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ และอีคอมเมิร์ซ โดยคลังสินค้านี้จะเป็นมาตรฐานใหม่สำหรับคลังสินค้าของเราในประเทศไทยในอนาคต ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นในอนาคตทางเศรษฐกิจของประเทศไทย และพิสูจน์ให้เห็นว่าการเติบโตและความยั่งยืนสามารถบรรลุไปพร้อมกันผ่านนวัตกรรมที่ชาญฉลาดได้&#8221;</p>
<p>คลังสินค้าของดีเอชแอล ซัพพลายเชน ประเทศไทยนี้ยังสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลไทยที่ตั้งเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2593 อีกด้วย</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41429" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/dhl-bangna-sustainable-logistics-center-05.jpg" alt="Bangna Sustainable Logistics Center" width="628" height="417" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/dhl-bangna-sustainable-logistics-center-05.jpg 628w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/dhl-bangna-sustainable-logistics-center-05-300x199.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/dhl-bangna-sustainable-logistics-center-05-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/dhl-bangna-sustainable-logistics-center-05-500x332.jpg 500w" sizes="(max-width: 628px) 100vw, 628px" /></p>
<h3>จุดเด่นของ Bangna Sustainable Logistics Center</h3>
<p>คลังสินค้าตั้งอยู่ในทำเลยุทธศาสตร์บนถนนบางนา-ตราด กม.20 ห่างจากสนามบินสุวรรณภูมิเพียง 18 กิโลเมตร และห่างจากท่าเรือกรุงเทพฯ 26 กิโลเมตร มีพื้นที่กว่า 45,000 ตารางเมตร แบ่งเป็นสองคลังสินค้า โดยโครงสร้างอาคารมีความสูงเพดานถึง 14.5 เมตร และพื้นที่สามารถรองรับน้ำหนักได้ถึง 5 ตัน พร้อมโซนเก็บสินค้าทั้งแบบอุณหภูมิปกติและควบคุมอุณหภูมิ เพื่อให้มั่นใจว่าสินค้าแต่ละประเภทได้รับการเก็บรักษาในสภาวะที่เหมาะสมที่สุด พร้อมทั้งนำเสนอโซลูชันเทคโนโลยีที่ยั่งยืนทั้งในด้านคลังสินค้า และการขนส่ง</p>
<p>โซลูชันด้านการขนส่งที่คลังสินค้านี้ประกอบด้วย รถขนส่งไฟฟ้าที่ใช้พลังงานไฟฟ้าหมุนเวียน 100% และการวางแผนเส้นทางเดินรถที่มีประสิทธิภาพสูงสุดผ่านศูนย์ควบคุม DHL Connected Control Tower และเพื่อเสริมสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านความยั่งยืนนี้ ดีเอชแอล ซัพพลายเชน ยังได้ดำเนินโครงการ Certified GoGreen Specialist โดยพนักงานได้รับการฝึกอบรมเพื่อเป็นผู้นำด้านความเป็นเลิศทางสิ่งแวดล้อมในการดำเนินงานทั่วประเทศไทย</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41430" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/dhl-bangna-sustainable-logistics-center-06.jpg" alt="Bangna Sustainable Logistics Center" width="628" height="420" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/dhl-bangna-sustainable-logistics-center-06.jpg 628w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/dhl-bangna-sustainable-logistics-center-06-300x201.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/dhl-bangna-sustainable-logistics-center-06-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/dhl-bangna-sustainable-logistics-center-06-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 628px) 100vw, 628px" /></p>
<p>ในคลังสินค้ายังประกอบไปด้วยเทคโนโลยี Vertical Lift Module ซึ่งเป็นระบบเก็บสินค้า shelf-based แบบปิด เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้พื้นที่แนวตั้ง การดำเนินงาน และการควบคุมสินค้าคงคลัง ระบบเหล่านี้เชื่อมต่อโดยตรงกับเทคโนโลยีการจัดการพลังงานอัจฉริยะ และระบบบริหารจัดการคลังสินค้าขั้นสูง เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างราบรื่น และส่งมอบประโยชน์สูงสุดให้แก่ลูกค้า</p>
<p>เขตปลอดอากรของคลังสินค้าแห่งนี้ยังนำมาซึ่งประโยชน์ทางธุรกิจสำหรับบริษัทที่ต้องการขยายการดำเนินงานในภูมิภาค ด้วยใบอนุญาตทั้งเชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรม ธุรกิจต่างๆ สามารถได้รับประโยชน์จากขั้นตอนศุลกากรที่รวดเร็ว การยกเว้นภาษี และกระบวนการด้านกฎระเบียบที่ง่ายขึ้น ซึ่งทั้งหมดนี้ช่วยลดความซับซ้อนในการดำเนินงาน และลดต้นทุนเป็นอย่างมาก</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/dhl-bangna-sustainable-logistics-center/">ดีเอชแอล ซัพพลายเชน เปิดตัวคลังสินค้าแห่งแรกที่ใช้พลังงานหมุนเวียน 100% ขับเคลื่อนด้วยระบบโซลาร์เซลล์ในพื้นที่</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>จุฬาฯ จับมือ กฟผ. ขับเคลื่อนงานวิจัยโครงการผลิตไฮโดรเจนจากพลังงานหมุนเวียน ร่วมเดินหน้าประเทศไทยสู่อนาคตพลังงานสะอาดที่ยั่งยืน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/chula-x-egat_esg-hydrogen-energy/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 17 Sep 2025 06:16:07 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Report]]></category>
		<category><![CDATA[การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการผลิตไฮโดรเจน]]></category>
		<category><![CDATA[ไฮโดรเจน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=40915</guid>

					<description><![CDATA[<p>กฟผ. พร้อมด้วยศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมลงนามในสัญญามอบทุนวิจัย “การนำหลักการ ESG มาใช้สนับสนุนการพัฒนาโครงการอย่างยั่งยืนของ กฟผ. ในการผลิตไฮโดรเจนและอนุพันธ์ของไฮโดรเจนจากพลังงานหมุนเวียน” ผลักดันการพัฒนาที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ตามมาตรฐานสากล พร้อมต่อยอดสู่การใช้ประโยชน์จริงในการขับเคลื่อนพลังงานสะอาดและการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศ นายนรินทร์ เผ่าวณิช รองผู้ว่าการเชื้อเพลิง รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) พร้อมด้วยนายศุภิชัย ตั้งใจตรง กรรมการผู้อำนวยการ ศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (Chula Unisearch) ร่วมลงนามสัญญามอบทุนวิจัยและพัฒนานวัตกรรม เรื่อง “การนำหลักการ ESG มาใช้สนับสนุนการพัฒนาโครงการอย่างยั่งยืนของ กฟผ.&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/chula-x-egat_esg-hydrogen-energy/">จุฬาฯ จับมือ กฟผ. ขับเคลื่อนงานวิจัยโครงการผลิตไฮโดรเจนจากพลังงานหมุนเวียน ร่วมเดินหน้าประเทศไทยสู่อนาคตพลังงานสะอาดที่ยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กฟผ. พร้อมด้วยศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมลงนามในสัญญามอบทุนวิจัย “การนำหลักการ ESG มาใช้สนับสนุนการพัฒนาโครงการอย่างยั่งยืนของ กฟผ. ในการผลิตไฮโดรเจนและอนุพันธ์ของไฮโดรเจนจากพลังงานหมุนเวียน” ผลักดันการพัฒนาที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ตามมาตรฐานสากล พร้อมต่อยอดสู่การใช้ประโยชน์จริงในการขับเคลื่อนพลังงานสะอาดและการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศ</strong></p>
<p><span id="more-40915"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-40917" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/chula-x-egat_esg-hydrogen-energy-02.jpg" alt="จุฬาฯ จับมือ กฟผ. ขับเคลื่อนงานวิจัยโครงการผลิตไฮโดรเจนจากพลังงานหมุนเวียน" width="740" height="494" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/chula-x-egat_esg-hydrogen-energy-02.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/chula-x-egat_esg-hydrogen-energy-02-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/chula-x-egat_esg-hydrogen-energy-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/chula-x-egat_esg-hydrogen-energy-02-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>นายนรินทร์ เผ่าวณิช รองผู้ว่าการเชื้อเพลิง รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) พร้อมด้วยนายศุภิชัย ตั้งใจตรง กรรมการผู้อำนวยการ ศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (Chula Unisearch) ร่วมลงนามสัญญามอบทุนวิจัยและพัฒนานวัตกรรม เรื่อง “การนำหลักการ ESG มาใช้สนับสนุนการพัฒนาโครงการอย่างยั่งยืนของ กฟผ. ในการผลิตไฮโดรเจนและอนุพันธ์ของไฮโดรเจนจากพลังงานหมุนเวียน” โดยมี ศาสตราจารย์พิสุทธิ์ เพียรมนกุล กรรมการ กฟผ. และประธานกรรมการธรรมาภิบาล และความยั่งยืน กฟผ. ร่วมเป็นสักขีพยาน ณ สำนักงานใหญ่ กฟผ. จ.นนทบุรี เมื่อวันที่<br />
15 กันยายน 2568</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-40918" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/chula-x-egat_esg-hydrogen-energy-03.jpg" alt="นายนรินทร์ เผ่าวณิช" width="740" height="444" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/chula-x-egat_esg-hydrogen-energy-03.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/chula-x-egat_esg-hydrogen-energy-03-300x180.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/chula-x-egat_esg-hydrogen-energy-03-150x90.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/chula-x-egat_esg-hydrogen-energy-03-500x300.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายนรินทร์ เผ่าวณิช</strong></span> <strong>รองผู้ว่าการเชื้อเพลิง รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย</strong> กล่าวว่า กฟผ. ตระหนักถึงภารกิจสำคัญในการผลิตไฟฟ้าควบคู่ไปกับการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ สนับสนุนนโยบายการเปลี่ยนผ่านพลังงานของภาครัฐ สู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน โดยงานวิจัยในครั้งนี้จะช่วยเสริมสร้างองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีการผลิตไฮโดรเจนสะอาดจากพลังงานหมุนเวียน ผ่านการนำหลัก Environmental, Social, and Governance หรือ ESG มาใช้ประเมินโครงการผลิตไฮโดรเจนสะอาดให้มีประสิทธิภาพรอบด้าน และยั่งยืน สอดคล้องกับมาตรฐานในระดับสากล ทั้งในด้าน “ความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การสนับสนุนคุณภาพชีวิตของชุมชน และการบริหารจัดการที่โปร่งใส” เชื่อมั่นว่า ความร่วมมือในครั้งนี้จะทำให้ประเทศไทย และ กฟผ. สามารถบรรลุเป้าหมายการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ มั่นคง และเป็นประโยชน์ต่อสังคมโดยรวมในระยะยาว</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-40919" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/chula-x-egat_esg-hydrogen-energy-04.jpg" alt="นายศุภิชัย ตั้งใจตรง" width="740" height="494" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/chula-x-egat_esg-hydrogen-energy-04.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/chula-x-egat_esg-hydrogen-energy-04-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/chula-x-egat_esg-hydrogen-energy-04-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/chula-x-egat_esg-hydrogen-energy-04-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>ด้าน <span style="color: #6cb742;"><strong>นายศุภิชัย ตั้งใจตรง</strong></span> <strong>กรรมการผู้อำนวยการ ศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย</strong> กล่าวเสริมว่า เป็นความภาคภูมิใจของศูนย์ฯ ที่สามารถนำองค์ความรู้ด้านงานวิจัยเชิงบูรณาการใหม่ ๆ มาสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรมด้านพลังงานสะอาด และการขับเคลื่อน ESG อย่างเป็นรูปธรรม ผ่านความร่วมมือกับ กฟผ. ในครั้งนี้ เพื่อมุ่งสู่อนาคตที่ยั่งยืนด้วยพลังงานสะอาด พร้อมสร้างองค์ความรู้ นวัตกรรม และบุคลากรที่จะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศต่อไป</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/chula-x-egat_esg-hydrogen-energy/">จุฬาฯ จับมือ กฟผ. ขับเคลื่อนงานวิจัยโครงการผลิตไฮโดรเจนจากพลังงานหมุนเวียน ร่วมเดินหน้าประเทศไทยสู่อนาคตพลังงานสะอาดที่ยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สัมมนาเชิงวิชาการ เรื่อง “การบูรณาการพลังงานทดแทนร่วมกับระบบกักเก็บพลังงาน“</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/_ieee-pes-re-ess-2025/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 15 Sep 2025 04:36:40 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News & Activities]]></category>
		<category><![CDATA[Seminar & Exhibitions]]></category>
		<category><![CDATA[IEEE PES-Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานทดแทน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบกักเก็บพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบผลิตไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[สัมมนา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=40853</guid>

					<description><![CDATA[<p>ขอเชิญชวนผู้สนใจเข้า​ร่วมงานสัมมนาเชิงวิชาการ เรื่อง “การบูรณาการพลังงานทดแทนร่วมกับระบบกักเก็บพลังงาน: นโยบาย การวางแผน ออกแบบ วิธีการแก้ปัญหา การปฎิบัติ และการควบคุม” จัดโดยสมาคมไฟฟ้าและพลังงานไอทริปเปิลอี (ประเทศไทย) ในระหว่างวันที่ 20 – 22 ตุลาคม 2568 ณ โรงแรม เดอะ เบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ การสัมมนาครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ และการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับ นโยบาย มาตรฐาน เทคโนโลยี แนวทางการปฏิบัติจริง และทิศทางการพัฒนาในอนาคต&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/_ieee-pes-re-ess-2025/">สัมมนาเชิงวิชาการ เรื่อง “การบูรณาการพลังงานทดแทนร่วมกับระบบกักเก็บพลังงาน“</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ขอเชิญชวนผู้สนใจเข้า​ร่วมงานสัมมนาเชิงวิชาการ เรื่อง “การบูรณาการพลังงานทดแทนร่วมกับระบบกักเก็บพลังงาน: นโยบาย การวางแผน ออกแบบ วิธีการแก้ปัญหา การปฎิบัติ และการควบคุม” จัดโดยสมาคมไฟฟ้าและพลังงานไอทริปเปิลอี (ประเทศไทย) ในระหว่างวันที่ 20 – 22 ตุลาคม 2568 ณ โรงแรม เดอะ เบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ</strong></p>
<p><span id="more-40853"></span></p>
<p style="text-align: center;"><a href="https://www.greennetworkseminar.com/re/" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40854 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/Brochure_IEEE-PES-RE-2025.png" alt="สัมมนา เรื่อง การบูรณาการพลังงานทดแทนร่วมกับระบบกักเก็บพลังงาน" width="509" height="720" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/Brochure_IEEE-PES-RE-2025.png 509w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/Brochure_IEEE-PES-RE-2025-212x300.png 212w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/Brochure_IEEE-PES-RE-2025-150x212.png 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/Brochure_IEEE-PES-RE-2025-353x500.png 353w" sizes="(max-width: 509px) 100vw, 509px" /></a></p>
<p>การสัมมนาครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ และการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับ นโยบาย มาตรฐาน เทคโนโลยี แนวทางการปฏิบัติจริง และทิศทางการพัฒนาในอนาคต โดยเน้น 3 มิติหลัก คือ มิติด้านนโยบาย มาตรฐาน และกรณีศึกษาการบูรณาการพลังงานหมุนเวียนกับระบบกักเก็บพลังงานเพื่อนำเสนอทิศทางนโยบายและมาตรการสนับสนุนของประเทศไทย ศึกษามาตรฐานสากล (IEEE, IEC) ที่เกี่ยวข้องกับระบบกักเก็บพลังงานและการเชื่อมต่อกับระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน เรียนรู้การใช้ข้อมูลพยากรณ์อากาศเพื่อปรับปรุงความแม่นยำในการคาดการณ์กำลังผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน กรณีศึกษาปัญหา อุปสรรค และการใช้งานจริงจากผู้ประกอบการเอกชน รวมถึงมุมมองจากผู้ให้บริการ Grid Edge Solutions</p>
<div dir="auto">ดูรายละเอียดหัวข้อการบรรยายและลงทะเบียนออนไลน์ได้ที่ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs"><a class="x1i10hfl xjbqb8w x1ejq31n x18oe1m7 x1sy0etr xstzfhl x972fbf x10w94by x1qhh985 x14e42zd x9f619 x1ypdohk xt0psk2 x3ct3a4 xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x16tdsg8 x1hl2dhg xggy1nq x1a2a7pz xkrqix3 x1sur9pj x1fey0fg x1s688f" tabindex="0" role="link" href="https://www.greennetworkseminar.com/re/" target="_blank" rel="noopener">www.greennetworkseminar.com/re/</a></span></div>
<h3>สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ</h3>
<p><strong>โทรศัพท์ 0-2354-5333 ต่อ 500 / 503</strong><br />
<strong>e-mail : seminar@greennetworkseminar.com</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/_ieee-pes-re-ess-2025/">สัมมนาเชิงวิชาการ เรื่อง “การบูรณาการพลังงานทดแทนร่วมกับระบบกักเก็บพลังงาน“</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เปิดฉากงาน Enlit Asia 2025 จุดประกายการสนทนาเชิงลึก ผนึกกำลังอาเซียน เปลี่ยนผ่านพลังงานสะอาดอย่างยั่งยืน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/enlit-asia-2025-grand-opening/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 09 Sep 2025 08:17:26 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Highlight Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Seminar & Exhibitions]]></category>
		<category><![CDATA[Enlit Asia 2025]]></category>
		<category><![CDATA[การเปลี่ยนผ่านพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยีพลังงาน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=40747</guid>

					<description><![CDATA[<p>Enlit Asia 2025 งานชั้นนำด้านพลังงานของอาเซียน เปิดอย่างเป็นทางการแล้ววันนี้  โดยรวบรวมผู้นำอุตสาหกรรม ผู้กำหนดนโยบาย และนักนวัตกรรม มาร่วมกำหนดทิศทางอนาคตพลังงานในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมนำเสนอเทคโนโลยีล้ำสมัย พร้อมส่งเสริมการสนทนาเชิงลึกตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่าพลังงาน ตั้งแต่การผลิตไปจนถึงการมีส่วนร่วมของผู้ใช้พลังงานในทุกมิติ ในระหว่างวันที่ 9–11 กันยายน 2568 ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ กรุงเทพฯ (BITEC) ดร. วีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู รองปลัดกระทรวงพลังงาน  ประธานเปิดงาน  กล่าวว่า ประเทศไทยมุ่งมั่นส่งเสริมความร่วมมือระดับภูมิภาค เพื่อเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานที่ยั่งยืนและมีความมั่นคงในอาเซียน” โดยคณะกรรมาธิการยังชี้ให้เห็นความก้าวหน้าของประเทศไทยในการนำพลังงานหมุนเวียนมาใช้ ตอกย้ำบทบาทผู้นำด้านการเปลี่ยนผ่านพลังงานในอาเซียนว่า&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/enlit-asia-2025-grand-opening/">เปิดฉากงาน Enlit Asia 2025 จุดประกายการสนทนาเชิงลึก ผนึกกำลังอาเซียน เปลี่ยนผ่านพลังงานสะอาดอย่างยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>Enlit Asia 2025 งานชั้นนำด้านพลังงานของอาเซียน เปิดอย่างเป็นทางการแล้ววันนี้  โดยรวบรวมผู้นำอุตสาหกรรม ผู้กำหนดนโยบาย และนักนวัตกรรม มาร่วมกำหนดทิศทางอนาคตพลังงานในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมนำเสนอเทคโนโลยีล้ำสมัย พร้อมส่งเสริมการสนทนาเชิงลึกตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่าพลังงาน ตั้งแต่การผลิตไปจนถึงการมีส่วนร่วมของผู้ใช้พลังงานในทุกมิติ ในระหว่างวันที่ 9–11 กันยายน 2568 ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ กรุงเทพฯ (BITEC)</strong></p>
<p><span id="more-40747"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-40749" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/enlit-asia-2025-grand-opening-02.jpg" alt="งาน Enlit Asia 2025" width="750" height="498" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/enlit-asia-2025-grand-opening-02.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/enlit-asia-2025-grand-opening-02-300x199.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/enlit-asia-2025-grand-opening-02-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/enlit-asia-2025-grand-opening-02-500x332.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">ดร. วีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู</span> รองปลัดกระทรวงพลังงาน</strong>  ประธานเปิดงาน  กล่าวว่า ประเทศไทยมุ่งมั่นส่งเสริมความร่วมมือระดับภูมิภาค เพื่อเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานที่ยั่งยืนและมีความมั่นคงในอาเซียน” โดยคณะกรรมาธิการยังชี้ให้เห็นความก้าวหน้าของประเทศไทยในการนำพลังงานหมุนเวียนมาใช้ ตอกย้ำบทบาทผู้นำด้านการเปลี่ยนผ่านพลังงานในอาเซียนว่า “ความก้าวหน้าของเราด้านการบูรณาการพลังงานแสงอาทิตย์และลม แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของประเทศไทยในการสร้างมาตรฐานภูมิภาคด้านการขยายตัวของพลังงานหมุนเวียน</p>
<p>โดยงานนี้ เริ่มต้นด้วยการเสวนา ที่เจาะลึกเส้นทางหลายมิติของอาเซียนสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของวาระการประชุมสุดยอด มุ่งเน้นการสร้างสมดุลระหว่างความมั่นคงทางพลังงานกับเป้าหมายสุทธิศูนย์ ผ่านกลยุทธ์ที่สามารถนำไปปฏิบัติได้ในด้านพลังงานหมุนเวียน ดิจิทัลไลเซชัน และการเชื่อมต่อระดับภูมิภาค เนื้อหาสำคัญของการเสวนาเน้นถึงโครงการส่งไฟฟ้าข้ามพรมแดน กรอบกฎหมายและข้อกำกับดูแล รวมถึงบทบาทสำคัญของหน่วยงานสาธารณูปโภค ผู้พัฒนาเอกชน และผู้ใช้พลังงานรายใหญ่ ในการเสริมสร้างความมั่นคงของโครงข่าย และขับเคลื่อนความยั่งยืนของระบบพลังงาน</p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">ดร. บัณฑูร เศรษฐศิโรตม์</span> กรรมการ คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.)</strong> กล่าวเน้นย้ำบทบาทของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางของระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก (EEC) ในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านพลังงานระดับภูมิภาคว่า “ตำแหน่งยุทธศาสตร์ของประเทศไทยใน EEC ช่วยให้ประเทศสามารถนำการเปลี่ยนผ่านพลังงานในภูมิภาคได้ผ่านนวัตกรรมและความร่วมมือ”</p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">พงศกร ยุทธโกวิท</span> รองผู้ว่าการ (แผนงานและวิศวกรรม) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) </strong>มุ่งเน้นเรื่องความมั่นคงด้านพลังงานและกลยุทธ์การลดการปล่อยคาร์บอนสุทธิ กล่าวว่า การสร้างสมดุลระหว่างความมั่นคงทางพลังงานกับเป้าหมายสุทธิศูนย์จำเป็นต้องบูรณาการพลังงานหมุนเวียนพร้อมกับการรับประกันความเสถียรของโครงข่าย</p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">ธวัชชัย สำราญวานิช</span> รองผู้ว่าการยุทธศาสตร์ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)</strong> กล่าวเสริมว่า ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน รวมถึงนวัตกรรมด้านการเงิน มีความสำคัญต่อการเอาชนะความท้าทายด้านการจัดหาเงินทุนสำหรับโครงการพลังงานอย่างยั่งยืน</p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">ดิเรก บุญปิยทัศน์</span> รองผู้ว่าการไฟฟ้านครหลวง (MEA)</strong> กล่าวเพิ่มเติมว่า การวางแผนโครงข่ายอย่างสร้างสรรค์และการใช้โซลูชันดิจิทัลเป็นสิ่งสำคัญในการบูรณาการพลังงานหมุนเวียนและเพิ่มประสิทธิภาพของระบบไฟฟ้าและความมั่นคงของพลังงานในประเทศ</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-40750" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/enlit-asia-2025-grand-opening-03.jpg" alt="งาน Enlit Asia 2025" width="750" height="499" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/enlit-asia-2025-grand-opening-03.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/enlit-asia-2025-grand-opening-03-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/enlit-asia-2025-grand-opening-03-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/enlit-asia-2025-grand-opening-03-500x333.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>โดยรวมแล้ว การเสวนาเน้นย้ำบทบาทสำคัญของประเทศไทยในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานในภูมิภาคผ่านระเบียงเศรษฐกิจตะวันออกการบรรยายพิเศษเพิ่มเติมได้สำรวจโอกาสในภูมิภาคด้านพลังงานหมุนเวียน ไฮโดรเจน และพลังงานนิวเคลียร์ พร้อมกับการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI)  เทคโนโลยีดิจิทัล และการจัดเก็บพลังงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ การอภิปรายได้เน้นไปที่การปรับปรุงโรงงานเดิม การใช้เชื้อเพลิงร่วม และเชื้อเพลิงเปลี่ยนผ่านเป็นมาตรการชั่วคราวเพื่อสนับสนุนการผสมผสานพลังงานที่หลากหลายของอาเซียน</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-40751" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/enlit-asia-2025-grand-opening-04.jpg" alt="งาน Enlit Asia 2025" width="750" height="562" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/enlit-asia-2025-grand-opening-04.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/enlit-asia-2025-grand-opening-04-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/enlit-asia-2025-grand-opening-04-150x112.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/enlit-asia-2025-grand-opening-04-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p><strong>Enlit Asia 2025</strong> ทำหน้าที่เป็นเวทีสำหรับนวัตกรรม โดยมีผู้สนับสนุน เช่น Trilliant Networks, Mitsubishi Power และ Kraken สร้างเวทีให้กับอนาคตด้านพลังงานของอาเซียน โดยแพลตฟอร์ม Business Matching สามารถเข้าถึงได้ผ่านแอปพลิเคชันเครือข่ายที่เปิดตัวในเดือนสิงหาคม 2568 ซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกในการสร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ ให้ผู้เข้าร่วมสามารถนัดประชุมแบบตัวต่อตัวกับผู้เล่นสำคัญในอุตสาหกรรม เครื่องมือที่ใช้งานง่ายนี้ช่วยให้ผู้เข้าร่วมค้นหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ และเร่งการเติบโต พร้อมเสริมบทบาทของ Enlit Asia ในฐานะตัวเร่งความร่วมมืองานประชุมเชิงเทคนิค (Technical Conference) ซึ่งมี Knowledge Hubs เป็นส่วนประกอบ เริ่มต้นด้วยเซสชันที่เข้าร่วมได้ฟรีในสามหอประชุม ครอบคลุมหัวข้อ พลังงานใหม่ (New Energy) ปัญญาประดิษฐ์และดิจิทัล (AI &amp;Digitalisation) และโครงข่ายไฟฟ้าที่ยืดหยุ่น ทนทาน และเชื่อมต่อกัน (Flexible, Resilient &amp; Connected Grid) โดยเซสชันเหล่านี้ จะมอบความรู้เชิงปฏิบัติและกรณีศึกษา พร้อมส่งเสริมการแลกเปลี่ยนความรู้และนวัตกรรมในอุตสาหกรรม</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-40752" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/enlit-asia-2025-grand-opening-05.jpg" alt="งาน Enlit Asia 2025" width="750" height="562" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/enlit-asia-2025-grand-opening-05.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/enlit-asia-2025-grand-opening-05-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/enlit-asia-2025-grand-opening-05-150x112.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/enlit-asia-2025-grand-opening-05-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>ภายในงาน มีผู้จัดแสดงมากกว่า 350 ราย แสดงนวัตกรรมและเทคโนโลยีขั้นสูงจากผู้เล่นสำคัญในอุตสาหกรรม กิจกรรมเด่นของวัน ได้แก่ Nuclear Forum และ Multi-stream Summit ซึ่งเปิดพื้นที่ให้ผู้นำด้านพลังงานได้พูดคุยเกี่ยวกับประสิทธิภาพพลังงาน การผลิตไฟฟ้าอย่างยั่งยืน การพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ และนวัตกรรมพลังงานหมุนเวียน โดยผู้เข้าร่วมสามารถสำรวจโซลูชันที่ปรับแต่งเฉพาะเพื่อตอบสนองความต้องการระบบไฟฟ้าของอาเซียนในปัจจุบันและอนาคต พร้อมทั้งแจกของและโปรโมชั่นจากพันธมิตรที่ช่วยเพิ่มประสบการณ์การเข้าร่วมงานแบบตัวต่อตัว</p>
<p>โดย  <strong>Enlit Asia 2025</strong> คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานมากกว่า 12,000 คน เพิ่มขึ้นจากผู้เข้าชม 11,000 คนในปี 2024 โดยมีบูธผู้จัดแสดงกว่า 350 บูธ ครอบคลุมผู้ให้บริการสาธารณูปโภคในภูมิภาค ผู้ผลิตไฟฟ้าอิสระ ผู้พัฒนาโครงการ ที่ปรึกษา วิศวกร และผู้ใช้พลังงานรายใหญ่ ทำให้งานนี้ตอกย้ำตำแหน่งในฐานะแพลตฟอร์มพลังงานชั้นนำของอาเซียน</p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">ไซมอน ฮอร์ </span> Portfolio Director, Enlit Asia  </strong>กล่าวว่า งานEnlit Asia คือจุดเชื่อมต่อของภาคพลังงานอาเซียน ที่รวมผู้ตัดสินใจและนักนวัตกรรมเข้าด้วยกัน เพื่อร่วมมือและเร่งความก้าวหน้าไปสู่อนาคตพลังงานที่ยั่งยืน</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/enlit-asia-2025-grand-opening/">เปิดฉากงาน Enlit Asia 2025 จุดประกายการสนทนาเชิงลึก ผนึกกำลังอาเซียน เปลี่ยนผ่านพลังงานสะอาดอย่างยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย ชูเทคโนโลยี AI ขับเคลื่อนธุรกิจสู่เป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2039</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/unilever-ai-net-zero/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 29 Aug 2025 04:10:02 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[AI]]></category>
		<category><![CDATA[Biomass Boiler]]></category>
		<category><![CDATA[Solar roof]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[ยูนิลีเวอร์]]></category>
		<category><![CDATA[ยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=40577</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ  : ยูนิลีเวอร์ ผู้นำตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคระดับโลกและนวัตกรรมดิจิทัล นำเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI)  ขับเคลื่อนธุรกิจสู่เป้าหมาย Net Zero ภายในปี พ.ศ. 2582  พร้อมนำร่องความสำเร็จจากการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในขอบเขต (Scope) ที่ 1 และ 2 ได้แล้วถึง 72% นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558 เพื่อยกระดับการดำเนินงานด้านความยั่งยืนตลอดห่วงโซ่อุปทานการจัดการพลาสติก รวมถึงการติดตามผลอย่างมีประสิทธิภาพ ณัฏฐิณี เนตรอำไพ ที่ปรึกษาอาวุโสฝ่ายสื่อสารองค์กร องค์กรสัมพันธ์ และความยั่งยืน&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/unilever-ai-net-zero/">ยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย ชูเทคโนโลยี AI ขับเคลื่อนธุรกิจสู่เป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2039</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ  : <strong>ยูนิลีเวอร์</strong> <strong>ผู้นำตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคระดับโลกและนวัตกรรมดิจิทัล นำเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI)  ขับเคลื่อนธุรกิจสู่เป้าหมาย Net Zero ภายในปี พ.ศ. 2582  พร้อมนำร่องความสำเร็จจากการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในขอบเขต (Scope) ที่ 1 และ 2 ได้แล้วถึง 72% นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558 เพื่อยกระดับการดำเนินงานด้านความยั่งยืนตลอดห่วงโซ่อุปทานการจัดการพลาสติก รวมถึงการติดตามผลอย่างมีประสิทธิภาพ</strong></p>
<p><span id="more-40577"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-40579" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/unilever-ai-net-zero-02.jpg" alt="ณัฏฐิณี เนตรอำไพ" width="750" height="562" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/unilever-ai-net-zero-02.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/unilever-ai-net-zero-02-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/unilever-ai-net-zero-02-150x112.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/unilever-ai-net-zero-02-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p><strong><span style="color: #6cb742;">ณัฏฐิณี เนตรอำไพ</span> ที่ปรึกษาอาวุโสฝ่ายสื่อสารองค์กร องค์กรสัมพันธ์ และความยั่งยืน กลุ่มบริษัทยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย</strong> กล่าวว่า ยูนิลีเวอร์เป็นหนึ่งในบริษัทชั้นนำของโลกด้านผลิตภัณฑ์ความงามและการดูแลส่วนบุคคล ผลิตภัณฑ์ในครัวเรือน รวมถึงอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งมียอดขายในกว่า 190 ประเทศและเข้าถึงผู้บริโภค 3.4 พันล้านคนต่อวัน และมีพนักงาน 128,000 คน ในปี 2567 มียอดขาย 60.8 พันล้านยูโร</p>
<p>ยูนิลีเวอร์ได้ Refocus เฉพาะสิ่งที่สร้างผลกระทบต่อโลกและสังคม โดยตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในขอบเขตที่ 1 และ 2 ให้ได้ 100% ภายในปี พ.ศ. 2573 พร้อมทั้งมุ่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในขอบเขตที่ 3 ซึ่งครอบคลุมกิจกรรมในห่วงโซ่อุปทานและการใช้ผลิตภัณฑ์ให้ได้ 42% ภายในปีเดียวกัน นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีเป้าหมายด้านการจัดการพลาสติกที่ชัดเจน โดยมุ่งเพิ่มสัดส่วนพลาสติกรีไซเคิลในบรรจุภัณฑ์ให้ได้ 25% ภายในปี พ.ศ. 2568 ลดการใช้พลาสติกใหม่ (Virgin Plastic) ลง 30% ภายในปี พ.ศ. 2569 และ 40% ภายในปี พ.ศ. 2571 เทียบกับปีฐาน พ.ศ. 2562 รวมถึงดำเนินการตามแผนที่จะทำให้บรรจุภัณฑ์พลาสติกแบบแข็งทั้งหมดสามารถนำกลับมาใช้ซ้ำ รีไซเคิล หรือย่อยสลายได้ภายในปี พ.ศ. 2573 และบรรจุภัณฑ์แบบยืดหยุ่นภายในปี พ.ศ. 2578</p>
<p>“ยูนิลีเวอร์ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการนำเสนอทางเลือกที่ตอบโจทย์ทั้งด้านประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์และการรักษ์โลกให้กับผู้บริโภค ปัจจุบันบรรจุภัณฑ์พลาสติกจากยูนิลีเวอร์  57% สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำ รีไซเคิล หรือย่อยสลายได้ พร้อมทั้งเก็บกลับคืนบรรจุภัณฑ์พลาสติกที่ใช้แล้วทั้งของยูนิลีเวอร์และอื่นๆ ราว 110%” <strong>ณัฏฐิณี  </strong>กล่าว</p>
<p>ภายใต้โครงการ Bright Future ซึ่งต่อยอดมาจาก Clean Future ที่ริเริ่มแนวคิดเมื่อปี พ.ศ. 2562 ยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง ทั้งการพัฒนาบรรจุภัณฑ์และส่วนผสมให้ยั่งยืนมากขึ้น เช่น ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติและย่อยสลายได้ อย่างซันไลต์ RHAMNO Clean เพื่อช่วยลด CO<sub>2</sub> ในขอบเขตที่ 3</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-40580" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/unilever-ai-net-zero-03.jpg" alt="ยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย" width="750" height="422" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/unilever-ai-net-zero-03.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/unilever-ai-net-zero-03-300x169.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/unilever-ai-net-zero-03-150x84.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/unilever-ai-net-zero-03-500x281.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>ที่สำคัญ ยูนิลีเวอร์ ประเทศไทยได้นำเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI มาประยุกต์ใช้ในทุกขั้นตอนของห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบอย่างยั่งยืน การผลิตที่มีประสิทธิภาพสูง ไปจนถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ทั้งผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม ซึ่งสามารถOptimize การผลิต ช่วยเพิ่ม Productivity  40% ประกอบกับบริษัทฯ มีค่าใช้จ่ายด้านความยั่งยืน ทำให้ไม่มีปรับราคาเพิ่มแต่อย่างใด</p>
<p>“เรานำ AI เข้ามาช่วยในการจัด Foot Print  ช่วยในเรื่องข้อมูล เพื่อช่วยให้นักวิทยาศาสตร์ของเรา สามารถหาสารที่เป็นรมิตรต่อสิ่งแวดล้อมจาก Journal ต่างประเทศ  ช่วยในการผลิตสินค้าโดยมีภาพจำลองเสมือนผลิตจริง ผ่าน  Digital Twin</p>
<p>เรียกได้ว่ามีการนำ AI มา Embedในทุกมิติ ทั้งการวิจัยและพัฒนา การผลิต การตลาด และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในการดำเนินงาน 72% รวมทั้งใช้วัตถุดิบที่ไม่ทำลายป่าพรุ 97%  ไม่มีการปล่อยของเสียไปที่แหล่งน้ำ และบ่อขยะ และบรรจุภัณฑ์ของบริษัทฯ สามารถใช้ซ้ำ รีไซเคิลและย่อยสลายได้ถึง 57%” <strong>ณัฏฐิณี  </strong>กล่าว</p>
<p>อย่างไรก็ตาม AI ใช้พลังงานไฟฟ้าจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพลังงานจากฟอสซิลที่ไม่ใช่กรีน เป็นโจทย์ที่บริษัทฯ ซึ่งใช้ AI จะต้องหาแหล่งพลังงานสีเขียวต่อไป</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-40581" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/unilever-ai-net-zero-04.jpg" alt="โรงงานยูนิลีเวอร์ ประเทศไทยที่นิคมอุตสาหกรรมเกตเวย์ จังหวัดฉะเชิงเทรา" width="750" height="562" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/unilever-ai-net-zero-04.jpg 750w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/unilever-ai-net-zero-04-300x225.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/unilever-ai-net-zero-04-150x112.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/unilever-ai-net-zero-04-500x375.jpg 500w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<p>นอกจากนี้ โรงงานยูนิลีเวอร์ ประเทศไทยที่นิคมอุตสาหกรรมเกตเวย์ จังหวัดฉะเชิงเทรา ยังได้รับการรับรองการใช้พลังงานหมุนเวียน 100% ตั้งแต่ปี 2566 ผ่านการพัฒนา Biomass Boiler, Solar Roof เพื่อจัดหาพลังงานหมุนเวียน รวมทั้งใช้ระบบทำความเย็นที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการนำเทคโนโลยี Digital Twin มาจำลองการผลิตและออกแบบบรรจุภัณฑ์ ทำให้ลดต้นทุน ลดของเสีย และเพิ่มคุณภาพโดยไม่ต้องใช้การทดลองจริง นับเป็นโรงงานแห่งที่3 จากโรงงาน ทั้งหมดทั่วโลก</p>
<p>“ยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย กำลังพิสูจน์ให้เห็นว่าความยั่งยืนไม่ใช่เพียง พันธกิจด้านสังคม แต่ความยั่งยืนคือหัวใจของธุรกิจในการเติบโตอย่างมั่นคง และยังเป็นกลยุทธ์ทางธุรกิจ ที่เพิ่มศักยภาพการแข่งขันในระยะยาว โดยการบูรณาการ เทคโนโลยี AI และดิจิทัลเข้ากับทุกห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เพื่อสร้างระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนที่แท้จริง” <strong>ณัฏฐิณี</strong> กล่าวทิ้งท้าย</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/unilever-ai-net-zero/">ยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย ชูเทคโนโลยี AI ขับเคลื่อนธุรกิจสู่เป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2039</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>UAC ฤกษ์ดี เปิดโรงงานผลิต RDF3 ของ CYC ในอินโดนีเซีย ลุยขยายธุรกิจพลังงานหมุนเวียนระดับอาเซียน</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/uac-rdf3-cyc/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/uac-rdf3-cyc/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 06 Aug 2025 01:20:55 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<category><![CDATA[RDF3]]></category>
		<category><![CDATA[UAC]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานหมุนเวียน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=40294</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ &#8211; บมจ.ยูเอซี โกลบอล (UAC) เสิร์ฟข่าวดี เปิดโรงงานผลิต RDF3 ของ CYC ในอินโดนีเซียอย่างเป็นทางการ เสริมศักยภาพทางธุรกิจของ UAC ในต่างประเทศ ตอกย้ำความสำเร็จในการเดินหน้าสู่การลงทุนด้านพลังงานที่ยั่งยืนสำหรับภูมิภาคอาเซียน นายชัชพล ประสพโชค ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ยูเอซี โกลบอล จำกัด (มหาชน) หรือ “UAC” เปิดเผยว่า ภายหลังที่ PT CAHAYA YASA&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/uac-rdf3-cyc/">UAC ฤกษ์ดี เปิดโรงงานผลิต RDF3 ของ CYC ในอินโดนีเซีย ลุยขยายธุรกิจพลังงานหมุนเวียนระดับอาเซียน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ &#8211; <strong>บมจ.ยูเอซี โกลบอล (UAC) เสิร์ฟข่าวดี เปิดโรงงานผลิต RDF3 ของ CYC ในอินโดนีเซียอย่างเป็นทางการ เสริมศักยภาพทางธุรกิจของ UAC ในต่างประเทศ ตอกย้ำความสำเร็จในการเดินหน้าสู่การลงทุนด้านพลังงานที่ยั่งยืนสำหรับภูมิภาคอาเซียน</strong></p>
<p><span id="more-40294"></span></p>
<p><span style="color: #6cb742;"><strong>นายชัชพล ประสพโชค</strong></span> ป<strong>ระธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ยูเอซี โกลบอล จำกัด (มหาชน)</strong> หรือ “<strong>UAC</strong>” เปิดเผยว่า ภายหลังที่ PT CAHAYA YASA CIPTA (CYC) ผู้ผลิตเชื้อเพลิงขยะมูลฝอย (RDF3) ซึ่งถือหุ้น 60% โดยบริษัท ยูเอซี เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด บริษัทย่อยของ UAC ได้ลงทุนโครงการโรงงานผลิต RDF3 ที่เมือง Sukabumi ประเทศอินโดนีเซีย ล่าสุดได้เปิดโรงงานผลิต RDF3 อย่างเป็นทางการเป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม ที่ผ่านมา โดยภายในงานมีนายกิตติ ชีวะเกตุ ประธานกรรมการบริหาร พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร UAC, PT Terang Raya และ SCG ให้การต้อนรับผู้แทนระดับสูง โดยได้รับเกียรติจาก Dr. Hanif Faisol Nurofiq Minister of Environment เป็นประธานในพิธีเปิด ร่วมด้วย Secretary of the Province of West Java Government, Bupati of Sukabumi Regency และ คุณประพันธ์ ดิษยทัต เอกอัครราชทูตไทย ประจำประเทศอินโดนีเซีย ที่ร่วมให้เกียรติในพิธีเปิดโรงงานผลิต RDF3 ของ CYC ในครั้งนี้</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-40296" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/UAC-CYC-5.jpg.png" alt="UAC ฤกษ์ดี เปิดโรงงานผลิต RDF3 ของ CYC ในอินโดนีเซีย ลุยขยายธุรกิจพลังงานหมุนเวียนระดับอาเซียน" width="910" height="529" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/UAC-CYC-5.jpg.png 910w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/UAC-CYC-5.jpg-300x174.png 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/UAC-CYC-5.jpg-768x446.png 768w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/UAC-CYC-5.jpg-150x87.png 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/UAC-CYC-5.jpg-500x291.png 500w" sizes="(max-width: 910px) 100vw, 910px" /></p>
<p>สำหรับโรงงานผลิต RDF3 ของ CYC เป็นการนำขยะชุมชนมาผลิตตามแนวคิด Turn Waste to Value โดยมีกำลังการผลิตที่ออกแบบไว้ 150 ตันต่อวัน เพื่อจำหน่ายให้กับโรงปูนซีเมนต์ PT Semen Jawa บริษัทในเครือ SCG ที่ตั้งอยู่ใกล้พื้นที่โครงการ ซึ่งจะช่วยกำจัดขยะได้ไม่น้อยกว่า 300 ตันต่อวัน หรือประมาณ 100,000 ตันต่อปี และทดแทนการใช้ถ่านหิน ช่วยลดคาร์บอนทั้งระบบได้ 30,000 ตันคาร์บอนต่อปี</p>
<p>“โครงการนี้เป็นอีกหนึ่งโครงการในการขยายธุรกิจพลังงานสะอาดในระดับภูมิภาค สู่การต่อยอดทางธุรกิจในการดำเนินธุรกิจแบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ภายใต้การคำนึงถึงความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการ (ESG) ซึ่งเป็นหลักการในการวางรากฐานความยั่งยืนและเสริมสร้างความมั่นคงและผลตอบแทนให้กับบริษัทฯ ได้ในระยะยาว”</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/uac-rdf3-cyc/">UAC ฤกษ์ดี เปิดโรงงานผลิต RDF3 ของ CYC ในอินโดนีเซีย ลุยขยายธุรกิจพลังงานหมุนเวียนระดับอาเซียน</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/uac-rdf3-cyc/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ฮิตาชิ เอนเนอร์ยี่ ร่วมโชว์นวัตกรรมพลังงานยั่งยืนที่งาน ASEW 2025</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/hitachi-energy-at-asew-2025/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/hitachi-energy-at-asew-2025/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 02 Jul 2025 06:13:28 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[ASEW 2025]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรมพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบกักเก็บพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ฮิตาชิ เอนเนอร์ยี่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=39881</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท ฮิตาชิ เอนเนอร์ยี่ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมโชว์นวัตกรรมด้านพลังงานที่ยั่งยืนในงาน ASIA Sustainable Energy Week 2025 (ASEW) งานนิทรรศการเทคโนโลยีพลังงานชั้นนำของภูมิภาคอาเซียน ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 2-4 กรกฎาคมนี้ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) โดยธีมงานปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด Empowering Digital Transformation in Sustainable Energy To-wards Net Zero โดยมีเป้าหมายสำคัญในการส่งเสริมบทบาทของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางเทคโนโลยีและนวัตกรรมพลังงานสะอาดของภูมิภาคเอเชีย&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/hitachi-energy-at-asew-2025/">ฮิตาชิ เอนเนอร์ยี่ ร่วมโชว์นวัตกรรมพลังงานยั่งยืนที่งาน ASEW 2025</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท ฮิตาชิ เอนเนอร์ยี่ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมโชว์นวัตกรรมด้านพลังงานที่ยั่งยืนในงาน ASIA Sustainable Energy Week 2025 (ASEW) งานนิทรรศการเทคโนโลยีพลังงานชั้นนำของภูมิภาคอาเซียน ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 2-4 กรกฎาคมนี้ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) โดยธีมงานปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด Empowering Digital Transformation in Sustainable Energy To-wards Net Zero โดยมีเป้าหมายสำคัญในการส่งเสริมบทบาทของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางเทคโนโลยีและนวัตกรรมพลังงานสะอาดของภูมิภาคเอเชีย และขับเคลื่อนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิให้เป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในงานจัดแสดงความก้าวหน้าของเทคโนโลยีด้านพลังงานหมุนเวียน การจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงเทคโนโลยีของระบบกักเก็บพลังงาน</strong></p>
<p><span id="more-39881"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39893" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/hitachi-energy-at-asew-2025-11.jpg" alt="ฮิตาชิ เอนเนอร์ยี่ ร่วมโชว์นวัตกรรมพลังงานยั่งยืนที่งาน ASEW 2025" width="740" height="509" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/hitachi-energy-at-asew-2025-11.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/hitachi-energy-at-asew-2025-11-300x206.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/hitachi-energy-at-asew-2025-11-150x103.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/hitachi-energy-at-asew-2025-11-500x344.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>

<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/hitachi-energy-at-asew-2025-10.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="150" height="150" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/hitachi-energy-at-asew-2025-10-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail size-thumbnail" alt="ฮิตาชิ เอนเนอร์ยี่ ร่วมโชว์นวัตกรรมพลังงานยั่งยืนที่งาน ASEW 2025" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/hitachi-energy-at-asew-2025-13.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="150" height="150" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/hitachi-energy-at-asew-2025-13-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail size-thumbnail" alt="ฮิตาชิ เอนเนอร์ยี่ ร่วมโชว์นวัตกรรมพลังงานยั่งยืนที่งาน ASEW 2025" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/hitachi-energy-at-asew-2025-06.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="150" height="150" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/hitachi-energy-at-asew-2025-06-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail size-thumbnail" alt="ฮิตาชิ เอนเนอร์ยี่ ร่วมโชว์นวัตกรรมพลังงานยั่งยืนที่งาน ASEW 2025" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/hitachi-energy-at-asew-2025-01.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="150" height="150" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/hitachi-energy-at-asew-2025-01-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail size-thumbnail" alt="ฮิตาชิ เอนเนอร์ยี่ ร่วมโชว์นวัตกรรมพลังงานยั่งยืนที่งาน ASEW 2025" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/hitachi-energy-at-asew-2025-03.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="150" height="150" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/hitachi-energy-at-asew-2025-03-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail size-thumbnail" alt="ฮิตาชิ เอนเนอร์ยี่ ร่วมโชว์นวัตกรรมพลังงานยั่งยืนที่งาน ASEW 2025" /></a>

<p>สำหรับปีนี้<strong>บริษัท ฮิตาชิ เอนเนอร์ยี่ (ประเทศไทย) จำกัด</strong> ได้สนับสนุนและเข้าร่วมการจัดงานในระดับ ELITE สปอนเซอร์ ภายใต้แนวคิดและการดำเนินงาน True One HITACHI with Digital at its core พร้อมออกบูธเพื่อนำเสนอนวัตกรรมด้านพลังงานที่ผสมผสานระหว่างผลิตภัณฑ์และบริการอันจะส่งผลให้เกิดประสิทธิภาพด้านสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน อาทิเช่น เทคโนโลยีหม้อแปลง TXpert&#x2122; เทคโนโลยี Static Compensator (STATCOM) – SVC Light® ที่ล้ำสมัยช่วยเพิ่มเสถียรภาพและความยืดหยุ่นของกริด นอกจากนี้ยังมี Grid-eXpand&#x2122; โซลูชันเร่งการขยายขีดความสามารถของกริดไฟฟ้าและการเปลี่ยนไปสู่ระบบพลังงานที่ยั่งยืน PLC IoT Controller ที่ก้าวล้ำ: โซลูชันการตรวจสอบบริการแบบครบวงจร เทคโนโลยีที่เป็นนวัตกรรมนี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อปฏิวัติวิธีการจัดการและตรวจสอบการดำเนินงาน EconiQ® พอร์ตโฟลิโอที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมไปถึงอุปกรณ์ Power Quality หรือ อุปกรณ์จัดการคุณภาพไฟฟ้า ไม่ว่าจะเป็น Active Harmonic Filter (AHF) และ Capacitor Bank (ตู้คาปาซิเตอร์) ทำหน้าที่สำคัญในการ ตรวจสอบ วิเคราะห์ ปรับปรุง และรักษาคุณภาพของพลังงานในระบบไฟฟ้า ให้มีความเสถียร สะอาด และเหมาะสมกับการใช้งาน</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39887" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/hitachi-energy-at-asew-2025-05.jpg" alt="ฮิตาชิ เอนเนอร์ยี่ ร่วมโชว์นวัตกรรมพลังงานยั่งยืนที่งาน ASEW 2025" width="493" height="740" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/hitachi-energy-at-asew-2025-05.jpg 493w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/hitachi-energy-at-asew-2025-05-200x300.jpg 200w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/hitachi-energy-at-asew-2025-05-150x225.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/hitachi-energy-at-asew-2025-05-333x500.jpg 333w" sizes="(max-width: 493px) 100vw, 493px" /></p>

<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/hitachi-energy-at-asew-2025-09.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="150" height="150" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/hitachi-energy-at-asew-2025-09-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail size-thumbnail" alt="ฮิตาชิ เอนเนอร์ยี่ ร่วมโชว์นวัตกรรมพลังงานยั่งยืนที่งาน ASEW 2025" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/hitachi-energy-at-asew-2025-08.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="150" height="150" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/hitachi-energy-at-asew-2025-08-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail size-thumbnail" alt="ฮิตาชิ เอนเนอร์ยี่ ร่วมโชว์นวัตกรรมพลังงานยั่งยืนที่งาน ASEW 2025" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/hitachi-energy-at-asew-2025-07.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="150" height="150" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/hitachi-energy-at-asew-2025-07-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail size-thumbnail" alt="ฮิตาชิ เอนเนอร์ยี่ ร่วมโชว์นวัตกรรมพลังงานยั่งยืนที่งาน ASEW 2025" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/hitachi-energy-at-asew-2025-04.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="150" height="150" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/hitachi-energy-at-asew-2025-04-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail size-thumbnail" alt="ฮิตาชิ เอนเนอร์ยี่ ร่วมโชว์นวัตกรรมพลังงานยั่งยืนที่งาน ASEW 2025" /></a>
<a href='https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/hitachi-energy-at-asew-2025-02.jpg'><img loading="lazy" decoding="async" width="150" height="150" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/hitachi-energy-at-asew-2025-02-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail size-thumbnail" alt="ฮิตาชิ เอนเนอร์ยี่ ร่วมโชว์นวัตกรรมพลังงานยั่งยืนที่งาน ASEW 2025" /></a>

<p><strong>มาร่วมสัมผัสประสบการณ์จริงกับนวัตกรรมด้านพลังงานที่ยั่งยืนของทางบริษัทได้ที่งาน ASIA Sustainable Energy Week 2025 (ASEW) บูธ L7 ฮอลล์ 2 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) ระหว่างวันที่ 2-4 กรกฎาคม 2567 เวลา 10.00 – 18.00 น.</strong></p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/hitachi-energy-at-asew-2025/">ฮิตาชิ เอนเนอร์ยี่ ร่วมโชว์นวัตกรรมพลังงานยั่งยืนที่งาน ASEW 2025</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/hitachi-energy-at-asew-2025/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>CKPower ประสบความสำเร็จ ออก Green Bond ครั้งแรก 5,000 ล้านบาท ยอดจองท่วมท้น สะท้อนความเชื่อมั่นของผู้ลงทุนต่อ CKPower ที่มุ่งขับเคลื่อนสู่สังคมคาร์บอนต่ำ</title>
		<link>https://www.greennetworkthailand.com/ckpower-green-bond/</link>
					<comments>https://www.greennetworkthailand.com/ckpower-green-bond/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Green Network]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 10 Jun 2025 06:49:49 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Industry News]]></category>
		<category><![CDATA[CKPower]]></category>
		<category><![CDATA[Green Bond]]></category>
		<category><![CDATA[ผลิตไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[หุ้นกู้]]></category>
		<category><![CDATA[หุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.greennetworkthailand.com/?p=39498</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ 10 มิ.ย.2568 – นายธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKPower (ชื่อย่อหลักทรัพย์: CKP) หนึ่งในผู้นำในการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคและมีคาร์บอนฟุตพรินต์ที่ต่ำที่สุดรายหนึ่ง เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 5, 6 และ 9 มิถุนายนที่ผ่านมา CKPower ประสบความสำเร็จอย่างสูงในการเสนอขายหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Green Bond) ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน&#8230;</p>
The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/ckpower-green-bond/">CKPower ประสบความสำเร็จ ออก Green Bond ครั้งแรก 5,000 ล้านบาท ยอดจองท่วมท้น สะท้อนความเชื่อมั่นของผู้ลงทุนต่อ CKPower ที่มุ่งขับเคลื่อนสู่สังคมคาร์บอนต่ำ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ 10 มิ.ย.2568 – <strong><span style="color: #6cb742;">นายธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์</span> กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKPower (ชื่อย่อหลักทรัพย์: CKP) หนึ่งในผู้นำในการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคและมีคาร์บอนฟุตพรินต์ที่ต่ำที่สุดรายหนึ่ง เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 5, 6 และ 9 มิถุนายนที่ผ่านมา CKPower ประสบความสำเร็จอย่างสูงในการเสนอขายหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Green Bond) ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ จำนวน 4 ชุด มูลค่ารวม 5,000 ล้านบาท โดยมียอดจองเกินวงเงินที่เสนอขายเป็นจำนวนมาก สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อ CKPower ในฐานะองค์กรที่มีพื้นฐานทางการเงินที่มั่นคง การบริหารจัดการตามหลักธรรมาภิบาล และวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนในการขับเคลื่อนธุรกิจเพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานสะอาด พร้อมทั้งมุ่งสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนที่ครอบคลุมทุกมิติของห่วงโซ่อุปทาน</strong></p>
<p><span id="more-39498"></span></p>
<figure id="attachment_39500" aria-describedby="caption-attachment-39500" style="width: 740px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-39500 size-full" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/CKPower-CEO.jpg" alt="นายธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์" width="740" height="494" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/CKPower-CEO.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/CKPower-CEO-300x200.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/CKPower-CEO-150x100.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/CKPower-CEO-500x334.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /><figcaption id="caption-attachment-39500" class="wp-caption-text">นายธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKPower</figcaption></figure>
<p>ทั้งนี้ เงินที่ได้จากการออกหุ้นกู้ดังกล่าวจะนำไปลงทุนในโครงการไฟฟ้าพลังน้ำ หลวงพระบาง ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างของบริษัทเป็นหลัก และส่วนที่เหลือจะใช้เพื่อชำระคืนตั๋วสัญญาใช้เงิน (P/N) ที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนในโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี โดยหุ้นกู้มีจำนวน 4 ชุด ประกอบด้วย</p>
<p>หุ้นกู้ชุดที่ 1 อายุ 3 ปี จำนวน 1,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 3.15 ต่อปี<br />
หุ้นกู้ชุดที่ 2 อายุ 4 ปี จำนวน 1,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 3.30 ต่อปี<br />
หุ้นกู้ชุดที่ 3 อายุ 5 ปี จำนวน 1,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 3.45 ต่อปี และ<br />
หุ้นกู้ชุดที่ 4 อายุ 10 ปี จำนวน 2,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 3.90 ต่อปี โดยผู้ออกหุ้นกู้มีสิทธิไถ่ถอนหุ้นกู้ก่อนวันครบกำหนด<br />
“CKPower ต้องขอขอบคุณนักลงทุนที่ไว้วางใจและเชื่อมั่นในหุ้นกู้และการดำเนินงานของบริษัทที่มีทีมงานที่มีประสิทธิภาพ มีความแข็งแกร่งด้านการเงิน และมีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม และขอขอบคุณผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ที่มีส่วนผลักดันให้การออกหุ้นกู้ของบริษัทในครั้งนี้ประสบความสำเร็จด้วยดี” <strong>นายธนวัฒน์</strong>กล่าว</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39501" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/CKPowers-new-THB-5-billion-green-bonds-achieved-overwhelming-success-04.jpg" alt="โครงการไฟฟ้าพลังน้ำ หลวงพระบาง" width="740" height="533" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/CKPowers-new-THB-5-billion-green-bonds-achieved-overwhelming-success-04.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/CKPowers-new-THB-5-billion-green-bonds-achieved-overwhelming-success-04-300x216.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/CKPowers-new-THB-5-billion-green-bonds-achieved-overwhelming-success-04-150x108.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/CKPowers-new-THB-5-billion-green-bonds-achieved-overwhelming-success-04-500x360.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p>สำหรับหุ้นกู้ของ <strong>CKPower</strong> นี้ ทริสเรทติ้งได้จัดอันดับเครดิตหุ้นกู้ทุกชุดของ CKPower ที่อันดับ “A-“ แนวโน้มคงที่ ซึ่งเท่ากับอันดับเครดิตองค์กร และหุ้นกู้ที่ออกในครั้งนี้ได้รับการจัดประเภทเป็น &#8220;หุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Green Bond) ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐาน Green Bond Principles 2021 Green Loan Principles 2025 และ Thailand Taxonomy 2023 และได้ผ่านการสอบทานโดยองค์กรรับรองมาตรฐานชั้นนำของโลก DNV ในฐานะผู้สอบทานอิสระ (Independent External Reviewer) โดยเป็นการเสนอขายต่อผู้ลงทุนสถาบันที่ไม่รวมบุคคลธรรมดา และ/หรือ ผู้ลงทุนรายใหญ่ โดยมีธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคาร ทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) และ บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) ทำหน้าที่เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39502" src="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/CKPowers-new-THB-5-billion-green-bonds-achieved-overwhelming-success-03.jpg" alt="โรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน" width="740" height="506" srcset="https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/CKPowers-new-THB-5-billion-green-bonds-achieved-overwhelming-success-03.jpg 740w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/CKPowers-new-THB-5-billion-green-bonds-achieved-overwhelming-success-03-300x205.jpg 300w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/CKPowers-new-THB-5-billion-green-bonds-achieved-overwhelming-success-03-150x103.jpg 150w, https://www.greennetworkthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/CKPowers-new-THB-5-billion-green-bonds-achieved-overwhelming-success-03-500x342.jpg 500w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></p>
<p><strong>นายธนวัฒน์</strong> กล่าวว่า ในปี 2567 โรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนในกลุ่ม CKPower สามารถผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนส่งให้ประเทศไทยได้กว่า 8.8 ล้านเมกะวัตต์ชั่วโมง (MWh) หรือคิดเป็นร้อยละ 16 ของไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนที่ใช้ในประเทศ และในปีที่ผ่านมา บริษัทสามารถหลีกเลี่ยงการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 4.4 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี โดย CKPower มีแผนเพิ่มสัดส่วนการผลิตพลังงานหมุนเวียน ทั้งพลังงานน้ำและพลังงานแสงอาทิตย์ รวมถึงการสร้างโอกาสใหม่ด้านการเงินสีเขียว (Green Finance) โดยใช้กลไกการขายใบรับรองการผลิตพลังงานหมุนเวียน (RECs) ควบคู่ไปกับการสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรมลดการใช้พลังงานเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตไฟฟ้าคู่ขนานไปกับการสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับการอนุรักษ์พลังงานตลอดห่วงโซ่คุณค่าขององค์กร มุ่งสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ที่สามารถหวังผลในระยะยาวอย่างเป็นรูปธรรมภายในปี 2593</p>The post <a href="https://www.greennetworkthailand.com/ckpower-green-bond/">CKPower ประสบความสำเร็จ ออก Green Bond ครั้งแรก 5,000 ล้านบาท ยอดจองท่วมท้น สะท้อนความเชื่อมั่นของผู้ลงทุนต่อ CKPower ที่มุ่งขับเคลื่อนสู่สังคมคาร์บอนต่ำ</a> first appeared on <a href="https://www.greennetworkthailand.com">Green Network</a>.]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.greennetworkthailand.com/ckpower-green-bond/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
